สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

วรพล โสคติยานุรักษ์ แสดงข้อมูลและเสนอประเด็นสำคัญในการดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความระมัดระวังในการใช้สถิติและข้อมูลที่ได้รับจากการสัมมนาและแสดงความเห็นของประชาชน นอกจากนี้ยังพูดถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิชุมชน โดยนำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่เข้าร่วมเวทีประชุมสภา และเสนอแนะการปรับปรุงรัฐธรรมนูญ

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายวรพล โสคติยานุรักษ์ รองประธาน กรรมาธิการวิสามัญประสานการส่วนร่วมและการประชามติ ตามที่ท่านประธาน กรรมาธิการวิสามัญ ท่าน ดร.เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ได้กล่าวไว้เปึนการครบถ้วนในเบื้องต้น นี้แล้ว กระผมขออนุญาตแสดงข้อมูล และเสนอประเด็นสำคัญที่มีประโยชน์ต่อ ท่านสมาชิกในการที่จะดำเนินการต่อไป ข้อแรก อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ที่ประมวลมานี้ เปึนการประมวลในเชิงคุณภาพและเชิงสถิติพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม อยากจะฝาก ข้อสังเกตว่า สถิติที่พูดถึงนี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ประการที่ ๒ กระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นทั้งหมดนั้นมิใช่เปึนการสุ่มตัวอย่างแบบแรนดอม แซมปลิง (Random sampling) ตามกลไกของสถิติทั่วไป เพราะเนื่องจากว่า เปึนการเข้ามาร่วมสัมมนา ร่วมแสดงความเห็นของแต่ละเวทีนั้น ก็มีความหลากหลายแตกต่างกันไป จึงควรใช้สถิติ หรือข้อมูลเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง แต่อย่างไรก็ตาม สาระมีประโยชน์แน่นอนจากการ รับฟังความเห็นประชาชนมาทุกด้าน ประเด็นที่ประชาชนแสดงความเห็นมานั้นมากมาย ประมวลได้ประมาณ ๑๘ ประเด็นหลัก ๆ ที่สำคัญ ซึ่งเปึนประเด็นที่เราทั้งหลายทราบดี และมีข้อถกเถียง และมีข้อสังเกตกันตลอดมา หลายส่วนเปึนประเด็นที่เราตั้งไว้ และหลายส่วนเปึนประเด็นที่ประชาชนยกขึ้นมาเอง ทั้งหมดผมจะขอเริ่มต้นจากประเด็น เรียงตามลำดับ ๑๘ ประเด็นดังต่อไปนี้ ถ้าท่านจะเห็นในนั้น ก็จะเห็น ๑๘ ตาราง หรือ ๑๘ บทด้วยกัน ประเด็นก็จะเรียงไปตามรัฐธรรมนูญของเราที่ยกร่างขึ้นมาครั้งนี้

ประเด็นที่ ๑ เปึนประเด็นว่าด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วม ประชาชน และสิทธิชุมชน ซึ่งเปึนประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญมาก ต้องขอเรียนว่า เวทีทั้งหมดนั้นมีทั้งสิ้น ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมทั้งหมด ๓๑๖ เวที ซึ่งเราประมวลผล ณ สิ้นวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งจำเปึ้นต้องสรุป วันสุดท้ายในวันนั้น มีประชาชนที่เข้าร่วมประมาณหกหมื่นกว่าท่าน เฉลี่ยแล้วเวทีละ ประมาณใกล้ ๒๐๐ ท่าน ในประเด็นแรก สิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิชุมชนนั้น ประชาชนได้ให้ความเห็น และประมวลได้เปึนความเห็น เห็นด้วยเปึ้นส่วนใหญ่ ๘๓.๘ เปอร์เซ็นต์ (Percent) น่าสังเกตว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเห็นถึง ๙๗.๗ เปอร์เซ็นต์ ว่าเห็นด้วย และโดยรวม ๆ ก็มีความเห็น เห็นด้วยกับประเด็นที่ รัฐธรรมนูญ (ฉบับรับฟังความเห็น) นี้ได้บัญญัติไว้ทั้งหมด เปึนการเห็นด้วยเปึ้นส่วนใหญ่ เหตุผลที่เห็นด้วยนั้น เรียงจากมากไปหาน้อย จากสถิติที่เราได้บันทึกไว้จากเวทีต่าง ๆ ที่ประมวลเข้ามา เห็นด้วยเพราะว่า ทำให้เกิดการกระจายสิทธิในการปกครองและ การบริหารบ้านเมืองไปสู่ประชาชนทั่วทุกแห่งหนมากขึ้น เห็นด้วยว่า จะทำให้ประชาชน มีโอกาสได้รับการศึกษา มีสิทธิเสรีภาพในส่วนนี้อย่างชัดเจน อย่างทั่วถึง เห็นด้วยที่ ประชาชนที่อายุเกิน ๖๐ ป้ ได้รับสิทธิในการดูแลจากรัฐอย่างชัดเจนครั้งนี้ เห็นด้วยที่ ท้องถิ่นสามารถพัฒนาตรงตามความต้องการของท้องถิ่นได้มากขึ้น เห็นด้วยเพราะสิทธิ เกษตรกรมีชัดเจนมากขึ้นในครั้งนี้ และมีอื่น ๆ อีกหลายประการ ซึ่งมีความสําคัญทั้งสิ้น แม้กระทั่งเรื่องการตรวจค้นบุคคล ก็เปึนสิ่งที่ประชาชนพูดถึง รวมทั้งสิทธิของสื่อ เปึนต้น สิ่งที่ไม่เห็นด้วย ก็มีเหตุผลพอสมควร การใช้สิทธิอย่างอิสระเกินไปนั้น อาจจะก่อให้เกิด การร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำมาซึ่งความยุ่งยากได้เหมือนกัน สิทธิดังกล่าวนั้นอาจจะ มีสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมอื่น ๆ เข้าไปบ้างนะครับ มีข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุง ซึ่งเรียงตามลำดับ จากประชาชนที่ให้ความเห็นมามากมายพอสมควร มีทั้งหมด ๒๗ ประเด็นด้วยกัน ๒๗ เรื่องด้วยกันที่ประชาชนอยากให้มีการปรับปรุงเพิ่มเติม ซึ่งท่านสามารถนำไป พิจารณาเรื่องแปรญัตติต่อไปได้ เรื่องแรกที่มีความเห็นชัดเจนมาก ประชาชนอยากให้ย้ำ เรื่องการขยายโอกาสการศึกษา รวมไปถึงคนพิการให้ชัดเจนขึ้น อยากย้ำเรื่องสิทธิและ หน้าที่ของคนไทยด้วย สิทธิอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีความชัดเจนเรื่องหน้าที่ด้วย ซึ่งบทหน้าที่นั้นดูจะเบาไปหน่อย เรื่องทุนการศึกษา เรื่องสวัสดิการ เรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับ เรื่องสิทธิของเกษตรกร ควรมีกฎหมายรองรับ เรื่องเกี่ยวกับรักษาธรรมชาติ ควรมีการ จัดการเรื่องบริหารจัดการงบประมาณที่ชัดเจน รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบ ถ่วงดุล การเพิ่มอำนาจประชาชน เหล่านี้เปึนต้น รวมทั้งควรเพิ่มสิทธิเสรีภาพของสตรีในการ มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น จะเห็นว่า ครั้งนี้บทบาทสตรีได้มีในหลาย ๆ เวทีเปึนพิเศษ

ในบทที่ ๒ หรือในเรื่องประเด็นที่ ๒ คือ เรื่องการกระจายอำนาจสู่การ ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสู่องค์กรปกครองท้องถิ่น จากความเห็นประชาชนที่รับฟังมาจาก เวทีทั่วประเทศ เห็นด้วย ๘๕.๘ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็นด้วยถึง ๙๔.๑ เปอร์เซ็นต์ มีภาคใต้ที่เห็นด้วยเพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ระบุอยู่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๑๕.๔ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วย ที่เรียงจากลำดับมากไปหาน้อย ก็คือ ทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ประชาชนมีส่วนตรวจสอบ ทำให้เกิดความโปร่งใส ในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น มีการพัฒนาที่ต่อเนื่อง นั่นคือสิ่งที่ประชาชนเห็นด้วย และเหตุผลที่ใช้ ก็คือว่า จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การกระจายอำนาจนั้น สามารถทำได้ และทำให้เกิดการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นให้เกิดผลมากขึ้น หมายความว่า เมื่อประชาชนเห็นผลสัมฤทธิ์ของการจ่ายภาษี ของการจ่ายภาษีนั้น จะนำมา ซึ่งการเจริญก้าวหน้าแต่ละท้องถิ่น ทําให้ประชาชนเห็นผลสัมฤทธิ์ดังกล่าวพอสมควร เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็คือ ที่เรียงจากมากไปหาน้อย ก็คือ ข้อที่ ๑ ยังขาดความพร้อม และ ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องท้องถิ่นก่อน และควรจะเริ่มทดลองในองค์กร ท้องถิ่นบางจุด บางบริเวณ ก่อนการกระจายอย่างกว้างขวาง ควรมีการตรวจสอบ การทำงานขององค์กรปกครองท้องถิ่น เพราะเปึนเรื่องสําคัญมาก การมีท้องถิ่นที่อิสระ เกินไปจะทำให้ควบคุมได้ยาก การเกิดอิสระเกินไปนั้น ก่อให้เกิดการเล่นพรรค เล่นพวก เล่นกลุ่ม เล่นพวก ก่อให้เกิด ความเสียหายได้ และที่สำคัญ ก็คือ ประชาชนควรได้รับการยกระดับความรู้ด้านนี้ก่อน ข้อเสนอเพิ่มเติม ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงมีเหตุผลอยู่มากมาย ได้เสนอไว้ประมาณ ๒๕ เรื่อง ด้วยกัน เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย ข้อที่ ๑ ให้องค์กรภาคประชาชนทำหน้าที่ ตรวจสอบการจัดเก็บภาษี งบประมาณ เงินเดือน และให้มีองค์กรอิสระในจังหวัด ตรวจสอบงบการเงิน และข้อมูลด้านงบประมาณประจำป้ทุกป้ และการจัดสรรให้ชุมชน ตรวจสอบการจัดสรรด้วย พูดง่าย ๆ ว่า ค่อนข้างจะต้องให้มีกลไกในการตรวจสอบ ทุกอย่าง ตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บภาษีที่เปึนธรรม และถูกต้อง เหมาะสมกับการพัฒนา เศรษฐกิจแต่ละบริเวณ งบประมาณ เปึนต้น ต้องมีกลไกในการวางมาตรการ มาตรฐานใน การตรวจสอบด้วย ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเปึนเรื่องใหญ่ สาธารณูปโภค การศึกษาควรมี มาตรการในการส่งเสริมแก่ท้องถิ่นมากขึ้นนะครับ

ในประเด็นที่ ๓ คณะบุคคลเพื่อหาทางออกในยามวิกฤติ เห็นด้วย ๖๐.๘ ซึ่งแตกต่างไปแต่ละภาค เหตุผลที่เห็นด้วย ก็คือ ควรมีเนื่องจากเปึนปัญหาเฉพาะ ต้องมี กลุ่มบุคคลเข้ามาทำหน้าที่แก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ แต่ที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะว่า ไม่มีความชัดเจนถึงขอบเขตคำว่า วิกฤติ หากเกิดวิกฤติก็ต้องยุบสภา คืนอำนาจ ประชาชน เลือกตั้งใหม่ น่าจะเปึนวิธีที่เหมาะสม ข้อเสนอก็มีปรับปรุง เช่น กำหนด ขอบเขตวิกฤติให้ชัดเจนว่าคืออะไร คณะบุคคลที่ชัดเจน และเหมาะสมมากกว่าที่เปึนอยู่ องค์ประกอบที่เหมาะสม เปึนต้น

ในประเด็นที่ ๔ บทที่ ๔ การบัญญัติให้พุทธศาสนาเปึ้นศาสนาประจำชาติ เนื่องจากว่า มีรายงานในเรื่องการขนคนเข้า และทำให้สถิติออกมาผิดเพี้ยนไปจาก ความเปึนจริง จึงไม่อาจระบุได้ในที่นี้ แต่เหตุผลที่นำมาพิจารณานั้น ก็เปึ้นองค์ประกอบ ที่ท่านจะสามารถศึกษาได้ แต่เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็คงจะเปึ้นประโยชน์ตามสมควร ข้อเสนอในการปรับปรุงเพิ่มเติมก็เรียงลำดับ เช่น บอกประเทศไทยมีศาสนาหลากหลาย อยู่แล้ว เปึนต้นนะครับ ทำให้เกิดความแตกแยกสังคม อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ประชาชน ให้เหตุผลไว้มากมายว่า ส่งผลเสียมากกว่าผลดี ถ้าบัญญัติไว้ ท่านสามารถพิจารณาได้ จากเอกสารนะครับ

ในบทที่ ๕ ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งมีประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วยประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยรวม ๆ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็นด้วยถึง ๙๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าเปึนความเหมาะสม เปึนการดีที่ควรบัญญัติ สิ่งเหล่านี้ไว้ ข้อเสนอปรับปรุง ก็มีหลายเรื่อง เรื่องส่วนใหญ่เปึนเรื่องการศึกษาที่ประชาชน พูดถึงมาก เน้นการกระจายการศึกษา กระจายอำนาจการศึกษาไปสู่ท้องถิ่น ให้สอดคล้อง ให้มีการศึกษาหลายรูปแบบมากขึ้น เนื่องจากรัฐอาจจะไม่มีกำลังพอในการจัดการ ก็ควร จะให้ท้องถิ่น และมีการศึกษาหลายรูปแบบ ทางเลือก และนอกระบบมากขึ้น อันนี้ก็เปึน ประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญเปึนพิเศษในเรื่องการศึกษา เรื่องสวัสดิการ เรื่องสาธารณูปโภค ก็เปึ้นองค์ประกอบหนึ่งในการพูดถึงนะครับ และรวมไปถึงเรื่อง การสนับสนุนด้านสวัสดิการของผู้เสียภาษี ที่มีอายุเกิน ๖๐ ป้ขึ้นไปนะครับ

ประเด็นที่ ๖ เรื่องจำนวน และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ ร่างไว้นั้น ประชาชนเห็นด้วย ๖๑.๘ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วย ก็คือ มีการลดจำนวน สส. ลง เปึนการลด และเปึนการประหยัดงบประมาณ เห็นด้วยกับการแบ่งเขตดังกล่าว เขตละ ๓ คน ทำให้มีการดูแลกว้างขวางขึ้น ทำให้ยากในการซื้อเสียงนะครับ จำนวน ดังกล่าวเหมาะสมกับประชากรดีแล้ว คือ ๔๐๐ ท่าน ไม่เห็นด้วยก็มีนะครับ ควรเปึนแบบ เขตเดียวเบอร์เดียว ใหญ่เกินไป ทำให้ สส. ดูแลไม่ทั่วถึง ก็มีเหตุผลมากมาย ข้อเสนอ ปรับปรุงก็มีมากมายเช่นเดียวกันว่า จำเปึนจะต้องลดจำนวนลงไปอีกก็มีนะครับ ไม่ควร มีบัญชีรายชื่อก็มีนะครับ ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณาดูนะครับ ก็จะมีข้อความกว้างขวาง ต่าง ๆ นานานะครับ และมีข้อสนใจ ก็คือว่า ควรจะมีการจัดสรรเพศชาย เพศหญิง ให้จำนวนเท่ากันด้วย ก็จะเปึนการดีนะครับ นั่นคือเหตุผลข้อหนึ่งที่อยากให้ปรับปรุง

ในบทที่ ๗ จํานวนและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา เห็นด้วยตามที่ได้ ยกร่างไว้ ๔๐ หรือ ๓๙.๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๕๔.๗ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ย ส่วนใหญ่ นะครับ เหตุผลที่เห็นด้วย ก็บอกว่า ควรมีการจัดสรร ทำให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ สามารถเข้ามาเปึนสมาชิกวุฒิสภา เปึนการปัองกันการสร้างผลประโยชน์ต่างตอบแทนนะครับ เห็นด้วยในการสรรหา แต่น่าจะมีการเลือกตั้งประกอบ เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยก็มี สว. นั้น ต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยตรง การสรรหานั้นเกิดช่องทางที่ไม่ดีได้นะครับ คนสรรหาเปึ้นคนส่วนน้อย ซึ่งทำให้ ไม่เข้าถึง หรือไม่ใช่เปึนตัวแทนของประชาชน ข้อเสนอในการปรับปรุง ก็เห็นว่า ควรจะมี การสรรหาและการเลือกตั้งพร้อม ๆ กัน หรือคู่กัน หรือแบ่งกันคนละครึ่ง หรือสรรหา แล้วเลือกตั้ง เปึนต้น แล้วก็มีคณะบุคคลที่เหมาะสมในการเปึ้นคนสรรหานะครับ แต่ที่สำคัญมาก ก็คือ ข้อเสนอว่า ควรมี สว. เปึ้นผู้หญิงหนึ่งในสาม เปึ้นต้นนะครับ

ตารางที่ ๘ หรือบทที่ ๘ นะครับ ๒๐,๐๐๐ รายชื่อ ถอดถอนผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองได้ มีผู้เห็นด้วยโดยส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ๘๓.๓ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคเหนือเห็นด้วยถึง ๘๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ มีความเหมาะสมดี เหตุผลที่เห็นด้วยนะครับ ง่ายดี ชัดเจนดี แล้วก็แบบเดิม รัฐธรรมนูญฉบับเดิมมีจำนวนมากเกินไปก็ไม่เกิดผล สำหรับเหตุผลไม่เห็นด้วยก็บอกว่า จำนวนน้อยเกินไปอาจจะเกิดการกลั่นแกล้งของคู่แข่ง ทางการเมือง จะทำให้เกิดความวุ่นวาย แล้วก็ในที่สุด ทำให้เสียงบประมาณในการ เลือกตั้งมากเข้าไปอีก ข้อเสนอในการปรับปรุง ก็มี ลดจำนวนคนลง แล้วก็กำหนด หลักเกณฑ์ให้ชัดเจน ญัตติให้ชัด เพื่อที่จะดำเนินการได้ ไม่อย่างนั้นก็จะมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายนะครับ ควรจะคุ้มครองประชาชนผู้เข้าชื่อถอดถอนด้วย เพราะปัญหาก็เกิดขึ้น มาแล้วนะครับ

ในประเด็นต่อไปนะครับ ในบทที่ ๙ การให้บำเหน็จ บำนาญ สส. และ สว. นะครับ ขอเรียนว่า นี่เปึนประเด็นที่ ๑ ที่มีความชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วย ๗๗ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ในประเด็นทั้งหมดที่มีการยกมาอภิปรายทั้งหมด ๑๘ ประเด็นที่ประชาชน อภิปรายทั้งประเทศ นี่คือ ประเด็นหนึ่งที่ประชาชนไม่เห็นด้วยให้มีการให้บําเหน็จ บํานาญ สส. และ สว. นะครับ ชัดเจนมาก คำตอบ ก็คือ สิ้นเปลือง และผูกพันงบประมาณรายจ่าย ระยะยาว ซึ่งเปึนผลที่จะกระทบต่อไปอีกหลาย ๆ ชั่วอายุข้างหน้านะครับ

ตารางที่ ๑๐ บทที่ ๑๐ คณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระนะครับ เห็นด้วย กับที่ยกร่างมา ๗๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ บางบริเวณเห็นด้วยน้อย เช่น ภาคใต้ เห็นด้วยเพียง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วยนั้น ก็เพราะว่า คณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระนั้น มีความเหมาะสม องค์ประกอบดีอยู่แล้ว เรียกว่า เหมาะสมดีแล้ว แล้วก็เหมาะสมที่มีศาล เข้ามาเกี่ยวข้องในส่วนนี้ แต่ที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะว่า น่าจะมีคณะกรรมการสรรหาที่เปึน องค์ประกอบของนักการเมืองเข้ามาด้วยนะครับ และให้ประชาชนเลือกเองด้วย ก็จะเปึน การดี ข้อควรปรับปรุง คือ เพิ่มบทบาท้องค์กรภาคประชาชนเข้าไปด้วยในการเปึน กรรมการสรรหา ประชาชนควรเปึนผู้ดำเนินการสรรหาองค์กรอิสระเองด้วยซ้ำไปนะครับ แล้วก็กรรมการสรรหาต้องเปึนคนมีความรู้ความสามารถ และมาจากหลากหลายอาชีพ เปึ้นต้น ไม่ควรจะมีขอบเขตเพียงกลุ่มอาชีพบางด้านเท่านั้น

ในตารางที่ ๑๑ นะครับ การคานและดุลอํานาจใบแดงของคณะกรรมการ เลือกตั้ง เห็นด้วย ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วย เพราะทำให้เกิดความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น จำกัดขอบเขต กกต. ได้อย่างเหมาะสมนะครับ แล้วก็มีศาลซึ่งเปึนกลางในการกลั่นกรองนะครับ และที่สำคัญ เหตุผลที่เห็นด้วย ก็เพราะว่า เปึนการกําหนดเรื่องบทบาท กกต. เพราะ กกต. อาจไม่เปึนกลางในบางครั้ง เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยก็มีว่า ศาลมีคดีมากมายต้องพิจารณาแล้ว จะเปึนการเพิ่มภาระ ต่อศาล และจะมีบทบาทมากขึ้น เหตุผลที่ควรปรับปรุง ก็ควรจะมีการจัดตั้งศาลเลือกตั้ง เปึนการเฉพาะ และควรมีกฎหมายพิจารณาคดีความเลือกตั้งให้ชัดเจนด้วย เพื่อเปึน หลักการ และเปึนมาตรฐานต่อไปนะครับ กำหนดเงื่อนเวลาในการพิจารณาคดีเอาไว้ด้วย นะครับ และเพื่อจะได้ไม่เปึนการเยิ่นเย้อและเกิดปัญหาในขั้นตอนต่อไป

ในบทที่ ๑๒ บทบาทใหม่ของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ซึ่งประชาชน เห็นด้วย ๘๗.๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผล มีอำนาจต่อรองมากกว่าประชาชนแต่ละบุคคล จะทําได้ เปึนการสร้างอำนาจต่อรองในการที่จะแก้ไขต่าง ๆ ได้ ทำให้มีช่องทางในการ กำกับดูแลนักการเมืองนะครับ แก้ไขได้ทันต่อเหตุการณ์ เปึนต้น เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะไม่จำเปึน เปึนต้น ข้อเสนอที่ควรปรับปรุง ก็คือ ควรเพิ่มอำนาจมากขึ้น เปึนต้น ๒. มีอำนาจหน้าที่มากเกินไป ควรปรับปรุงให้มีคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนในระดับ จังหวัดด้วยนะครับ ควรกําหนดระยะเวลาให้ชัดเจนในการดําเนินคดี หรือดําเนินการ แต่ละเรื่องให้ชัดเจนนะครับ มีองค์กรอิสระที่จะมาดูแลมากขึ้น ก็เปึนการดีนะครับ

บทที่ ๑๔ การปรับปรุงบทบาทตุลาการและอัยการให้มีอิสระมากขึ้นนั้น เห็นด้วย ๗๘.๗ เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนใหญ่นะครับ ในบางบริเวณเห็นด้วยเพียงครึ่งเดียว คือ ประมาณ ๕๕.๖ เปอร์เซ็นต์ นะครับ เหตุผลไม่เห็นด้วย คือ ปัองกันการครอบงำ ของฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัตินะครับ และก็ไปทำให้เกิดความสามารถในการทำงาน คล่องตัว มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เห็นด้วย ก็บอกว่า ในมุมมองของประชาชน อัยการ ยังมีความไม่เปึนธรรม จึงไม่ควรให้อิสระมากเกินไปนะครับ ข้อเสนอ เพื่อปรับปรุง เรียงจากมากไปหาน้อยก็มีครับ ก็ควรตั้งองค์กรใดขึ้นมาแบ่งภาระศาล ควรให้องค์กร อัยการมีอิสระมากขึ้น ควรตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอัยการด้วยนะครับ ควรตรวจสอบ องค์กรอัยการด้วย เปึนต้นนะครับ อันนี้ก็มีข้อเสนอที่เปึนความเห็นของประชาชนที่รับฟัง มาจากทั่วประเทศ

ในประเด็นที่ ๑๕ ปัญหาการกระทำที่ขัดต่อผลประโยชน์ส่วนตัว และผลประโยชน์ของรัฐ เห็นด้วย ๙๓.๑ เปอร์เซ็นต์ ภาคเหนือเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วยก็เพราะว่า เปึนการปัองกันการคอร์รัปชั่น (Corruption) ทางธุรกิจ การเมือง ผู้บริหารประเทศทําให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น เชื่อถือ ทําให้เสียไปหมด เหตุผลไม่เห็นด้วยก็มี สิทธิส่วนบุคคล้ควรได้รับการคุ้มครองตามสมควร ข้อเสนอ เพื่อปรับปรุงก็มี ควรเพิ่มบุคคลใกล้ชิดด้วย แม้นไม่ใช่สกุลเดียวกัน การเพิ่มบัญชีทรัพย์สิน ควรเป่ดเผยสู่สาธารณชนทุกกรณี การตรวจสอบควรตรวจสอบก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง การเมืองด้วยนะครับ มีเหตุผลมากมายนะครับ ที่เสนอให้เพิ่มเติมปรับปรุงให้ดีขึ้น

ในตารางที่ ๑๖ หรือบทที่ ๑๖ การกําหนดคุณธรรม จริยธรรมของนักการเมือง เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ควรมีถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ทุก ๆ ภาค ก็เห็นด้วย เปึ้นอย่างนี้ เห็นด้วยก็เพราะว่า นักการเมืองต้องมีคุณธรรม ต้องมีจริยธรรมเปึนหลัก และเปึนการปัองกันการแสวงหาผลประโยชน์ของนักการเมือง เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็บอกว่า กําหนดไว้ก็นําไปใช้ลําบาก นําไปใช้ไม่ได้ ประชาชนไม่มั่นใจในอํานาจรัฐ การควบคุม การตรวจสอบที่ผ่านมา และไม่รู้จะเปึนอย่างไร อาจจะยังมีปัญหาต่อไปนะครับ ข้อเสนอ ที่ควรปรับปรุง ก็คือ ควรมีกฎหมายบังคับใช้ให้เปึ้นรูปธรรม มีเพิ่มโทษให้ชัดเจน และมีกรอบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทุกระดับ ทุกระดับ คือ ลงไประดับองค์กรท้องถิ่นด้วย และมีองค์กร ตรวจสอบที่มีความโปร่งใสในการกำหนดคุณธรรม จริยธรรม ของนักการเมือง

ในตารางที่ ๑๗ หรือบทที่ ๑๗ ประชาชนมีสิทธิเสนอชื่อ เพื่อขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ ประชาชนเห็นด้วย ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ บอกว่า เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อมีจำนวนมากเกินไป และอาจจะ ไม่ค่อยเกิดผลเท่าไร

ในประเด็นสุดท้าย กฎหมายนิรโทษกรรม ประชาชนไม่เห็นด้วย ๕๙ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลไม่เห็นด้วย ก็เพราะว่า จะผิดหลักต่อระบอบประชาธิปไตย เปึนต้น เหตุผลที่ เห็นด้วยก็มี ก็เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข และก็เปึนการยากที่จะมารื้อฟุ๋นต่าง ๆ เหล่านี้ เปึ้นต้น ทั้งหมดนี้ก็เปึนการสรุปรับฟังความเห็นประชาชนจากเวทีต่าง ๆ ระดับจังหวัด ทั่วประเทศ ทั้งหมดที่มีประชาชนเข้าร่วมประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ และก็มี สถิติดังที่ว่าไว้ ก็ขอเรียนฝากว่า สถิติพึงใช้ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง แต่ข้อมูลน่าจะ นำไปใช้ประกอบการพิจารณาของท่านได้ครับ ขอบพระคุณครับ