สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง เสนอผลงานในการดำเนินการประชามติรัฐธรรมนูญ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง และหารือเรื่องการขนคนเข้าไปในเวทีรับฟังความเห็น กรรมาธิการวิสามัญ โดยมีการขนคนเข้าไปในเวทีเพื่อแสดงความเห็น และเรียกร้องให้ไม่ให้ผู้ที่มีความเห็นต่างได้พูด และยังพบว่ามีการแจกใบปลิวที่ด่าว่าค่อนข้างรุนแรง และมีการขออนุญาตให้ ดร.วรพล เสนอผลการรับฟังในช่วงที่ ๒

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ อยากจะกราบเรียนที่ประชุมถึงผลงานที่ได้ไป ดำเนินการมาในช่วงที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกให้ได้ รับทราบว่า เราได้แบ่งงาน แล้วก็วางแผนงานไว้ว่า จะดำเนินการเปึน ๓ ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงที่ ๑ เปึนช่วงที่เราไปรับฟังความเห็นของประชาชน ก่อนที่จะมีการยกร่าง ช่วงที่ ๒ เปึนช่วงที่รับฟังความเห็นของประชาชน เมื่อมีการยกร่างแรก หรือร่างฉบับรับฟัง ความเห็นของประชาชน ดังที่เราปรากฏในเล่มสีเหลืองแล้ว ก็ลงไปรับฟังความเห็นใน ช่วงที่ ๒ แล้วก็ได้วางแผนไว้ว่า จะมีช่วงที่ ๓ คือ ช่วงในการรณรงค์ เพื่อความเข้าใจ รัฐธรรมนูญ เตรียมพร้อมที่อยากจะเห็นประชาชนไปใช้เสียงลงประชามติ โดยมีความรู้ อย่างแท้จริง ไม่ว่าเขาจะรับ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้มีความรู้ทั้งฉบับ ไม่ได้ดูแต่ เฉพาะบางมาตรา แต่ดูภาพรวมของรัฐธรรมนูญแล้ว อันนั้นก็เปึนการวางแผนในช่วงที่ ๓ บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นในช่วงที่ ๒ ก็จะต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน เพื่อที่จะนำเสนออยู่ ๒ เรื่อง โต ๆ ด้วยกัน คือ เรื่องที่ ๑ เกี่ยวข้องกับเรื่องของ การวางแผนไปรับฟังความเห็นในช่วงที่ ๒ และผลของการรับฟังความเห็นในช่วงที่ ๒ และประการที่ ๒ ก็อยากจะกราบเรียนให้เข้าใจถึงสิ่งที่เราได้รับฟังความเห็นจาก ประชาชนในช่วงแรก กรรมาธิการก็ได้เตรียมที่จะนำความเห็นของประชาชนมาถอดเปึน ภาษากฎหมายเทียบเคียงกับสิ่งที่กรรมาธิการยกร่างได้ยกร่างขึ้น แล้วถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใด ขาดตกบกพร่อง ก็ได้เสนอเปึ้นเอกสารต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อจะขอความกรุณาท่าน สสร. ได้พิจารณา เพื่อที่จะแปรญัตติ ซึ่งในวันนี้เปึนวันสุดท้ายที่ท่านจะแปรญัตติได้ เพราะฉะนั้นเอกสารที่ท่านได้รับอยู่ในมือขณะนี้จะมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งจะเปึ้นส่วนที่ บอกถึงผลในการไปรับฟังความเห็นในรอบที่ ๒ และอีกส่วนหนึ่งเปึ้นส่วนที่ คณะกรรมาธิการได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา ๓ คณะ นำความเห็นของประชาชนมาแปร เปึ้นญัตติ มาเขียนเปึนภาษากฎหมาย เพื่อสะดวก ถ้าหากว่า ท่านเห็นว่า ข้อความข้อหนึ่ง ข้อใดเหมาะสม สอดคล้องต้องกัน ก็สามารถจะนำเอามาตรานั้นไปแปรญัตติได้เลย เพราะฉะนั้นวันนี้ได้แจกเอกสารดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ประชาชนได้มั่นใจว่า สิ่งที่ ประชาชนอุตส่าห์มาแสดงความเห็นกับกรรมาธิการ ๗๖ จังหวัด และภาค ได้รับการ พิจารณาอย่างแท้จริง เพราะว่ารอบแรกเราฟังความเห็นเสร็จ เราก็นำมาบอกกับ กรรมาธิการยกร่าง ๓ ครั้งด้วยกัน ในเดือนเมษา ๓ ครั้งที่ประชุมร่วมกับกรรมาธิการ ยกร่างว่า แนวที่ประชาชนต้องการเปึนอย่างนี้นะ หลังจากกรรมาธิการยกร่างเสร็จ เราก็กลับไปถามใหม่ แล้วเราก็แปรญัตติอีก ทำเปึนภาษากฎหมาย แปรญัตติ จะตัด ข้อความใด จะเพิ่มเติมข้อความใด บัดนี้ อยู่ในมือของท่านทั้งหลายแล้ว กรุณา ช่วยพิจารณาของประชาชนด้วย ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนเน้นในช่วงที่ ๒ อยากจะรายงานในช่วงที่ ๒ เพราะในช่วงแรกได้รายงานกับท่านผู้ทรงเกียรติแล้ว ในช่วง ที่ ๒ นี่เปึนช่วงที่มีการจัด เราจัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชน เปึนช่วงที่กรรมาธิการ ยกร่างได้ร่างแรกเสร็จเรียบร้อย เพราะฉะนั้นกรรมาธิการวิสามัญที่ผมเปึนประธานก็ได้ ประสานกับกรรมาธิการยกร่างว่า มติของกรรมาธิการยกร่างนี่มีมาตราใด มีประเด็นใด ที่อยากจะฟังความเห็นของประชาชนเปึนพิเศษ เพราะว่าอย่างเช่นในกรรมาธิการยกร่าง มีความเห็นแตกต่างกันมาก เมื่อต้องลงมติก็มีมติที่ใกล้เคียงกัน หรือประการที่ ๒ เปึ้นของใหม่ที่กรรมาธิการยกร่างได้บรรจุขึ้นมา โดยที่ไม่เคยปรากฏในรัฐธรรมนูญ ฉบับก่อน ๆ ว่า มีประเด็นใดบ้างที่อยากจะไปฟังความเห็นของประชาชนในสิ่งดังกล่าว เมื่อผมประสานกับกรรมาธิการยกร่าง กรรมาธิการยกร่างก็ให้ความร่วมมืออย่างดี แล้วก็ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ฉบับป้ ๒๕๔๙ ก็ได้ระบุไว้ว่าเปึนหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่างจะต้องไปรับฟังความเห็น ซึ่งกรรมาธิการ ยกร่างก็ได้ประสาน แล้วก็ขอให้พวกผมนี่ทำหน้าที่ แล้วท่านก็เดินทางไปด้วยแทบทุกครั้ง เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ กรรมาธิการก็ทำงานควบคู่กัน คราวนี้ในการที่ท่านจะไปรับฟัง ความเห็น ๗๖ จังหวัดนี่เปึนไปไม่ได้ เพราะว่าจำนวนมากมายมหาศาล และแต่ละจังหวัด ก็มีหลายเวที เพราะฉะนั้นผมก็เลยได้ขอให้กรรมาธิการยกร่างเข้าไปในห้องส่งโทรทัศน์ ร่วมกับผม โดยการไปบันทึกซีดี (CD – Compact disc) ในประเด็นที่คิดว่าอยากจะถาม ประชาชน เพื่อที่จะได้มีโอกาสอธิบายว่า ทำไมจึงยกร่างมาอย่างนี้ มีเหตุมีผลอย่างไร เพื่อที่จะมีโอกาสได้ชี้แจงกับประชาชนไว้ชั้นหนึ่ง แล้วก็เป่ดให้ประชาชนดู แล้วก็เป่ดให้ ประชาชนซักถาม หรือให้ประชาชนให้ความเห็นว่า เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอย่างไร นั่นก็ เปึ้นรูปแบบที่เราได้วางแผนที่ดำเนินการ เราได้จัดทำซีดีทั้งหมดประมาณยี่สิบกว่าชุด แล้วก็แจกจ่ายไปยังกรรมาธิการประจำจังหวัดต่าง ๆ เพื่อที่จะให้กรรมาธิการประจำ จังหวัดได้มีโอกาสเป่ด แล้วก็ให้ประชาชนสะท้อนกลับมาว่า เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย อย่างไรในเนื้อหาที่ร่างรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันได้วางแผ่นด้วยว่า ในเวทีประจำจังหวัด ทั้งหลายที่ได้เดินสายไปเป่ดเวที ถ้าหากว่ามีข้อขัดข้องอย่างหนึ่งอย่างใด ประชาชน อยากจะถามกรรมาธิการยกร่าง ให้ต่อสายตรงกับกรรมาธิการยกร่างได้เลย โดยมี คอลเซนเตอร์ (Call center) อยู่ที่รัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็ใช้โทรศัพท์ประเภทที่ออกเสียงดัง ๆ ได้ ให้ที่ประชุม หรือเวทีที่จัดได้สามารถสื่อสารโดยตรงกับกรรมาธิการยกร่างได้ นั่นก็เปึน แผนงานที่ได้เตรียม แล้วก็ทำไว้ หลังจากนั้น กรรมาธิการก็ได้ออกเดินสายทั้ง ๔ ภาค โดยการไปปฐมนิเทศ โดยการไปตกลงกับภาคต่าง ๆ โดยการไปตกลงกับกรรมาธิการ ประจําภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาค เราเริ่มที่ภาคใต้ ไปเป่ดปฐมนิเทศกับกรรมาธิการประจํา จังหวัด กับวิทยากรกระบวนการ หรือผู้ดำเนินรายการจัดเวทีประจำจังหวัดทั้งหลาย และผู้จดบันทึกการประชุม ซึ่งเปึนคนสำคัญมากที่จะจดบันทึกผลของการรับฟังส่งมายัง กรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเราจะได้ประมวล แล้วส่งให้ยกร่างอีก ท่านผู้มีเกียรติครับ เราไป ที่ภาคใต้ ที่หาดใหญ่ ที่สงขลา ที่อีสานไป ๒ จุด เพราะอีสานนั้นเปึ้นดินแดนที่ใหญ่ มีจังหวัดมาก เราไปที่อุบลราชธานี นำเอาจังหวัดทั้งหลายที่อยู่ข้างเคียงอุบลราชธานี ๘ จังหวัด มาร่วมกัน แล้วที่เหลือเราไปเจอกันที่จังหวัดขอนแก่น ตกลงที่อีสานเรา ทำ ๒ ครั้ง ที่ ๒ ครั้งนี่ขอเน้นอีกครั้งหนึ่ง เปึนการไปตกลงกับกรรมาธิการประจำจังหวัด เปึนการไปตกลงกับวิทยากรกระบวนการ หรือผู้ดำเนินการรับฟัง และผู้จดบันทึกการประชุม ภาคกลางเราทำ ๒ ครั้ง ไปทำที่จังหวัดอยุธยา และที่จังหวัดระยอง เหตุผลเช่นเดียวกับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน แล้วภาคเหนือทำที่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ทั้งหมดนั้นเราทำ เราจัดโดย ๒ ลักษณะด้วยกัน ลักษณะที่ ๑ เราได้ ตกลงกับกรรมาธิการประจำจังหวัด และวิทยากรกระบวนการที่ไปเป่ดรับฟังว่า อยากจะให้ ประชาชนเปึนผู้เลือกว่า อยากจะหยิบประเด็นใดขึ้นมาให้ความเห็น หลังจากที่เราได้แจก รัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความเห็นกับท่านทั้งหลายแล้ว แล้วเราก็ให้รายการว่า กรรมาธิการ ยกร่างท่านอยากจะฟัง มีความเห็นใดบ้างที่อยากจะรับฟังความเห็น แต่เราก็ไม่ป่ดกั้น ให้ประชาชนได้หยิบยกเอาประเด็นที่ประชาชนอยากจะเสนอความเห็น โดยที่กรรมาธิการ ยกร่างไม่ได้ขอ ตกลงประชาชนไปมีเปึนมติในขั้นสุดท้ายว่า อยากจะเลือกประเด็นใดบ้าง ที่จะให้ความเห็นกลับมาสู่รัฐสภาแห่งนี้ ประการถัดไป ก็คือ ถ้าหากว่าเรื่องที่ประชาชน เลือกตรงกับสิ่งที่เราได้ทำซีดี แล้วก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ให้กรรมาธิการประจำจังหวัด เป่ดซีดีให้ประชาชนได้ดู ๕ นาที ถึง ๘ นาที หลังจากนั้น ก็ให้ประชาชนให้แสดงความเห็น และสุดท้ายก็ลองให้ประชาชนยกมือ เพื่อดูแนวทางว่า ประชาชนต้องการในแบบใด ถ้ามี ความเห็นขัดแย้ง แล้วก็ให้กรรมาธิการประจำจังหวัดนั้น ได้บันทึกในเชิงคุณภาพมาให้ ผมกราบเรียนว่า เราเน้นในเชิงคุณภาพ เพราะอยากจะฟังว่า ประชาชนให้ความเห็นว่า เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ เห็นชอบกับเรื่องใด มีเหตุผลอย่างไร มากกว่าจำนวน เพราะ ท่านประธานครับ จำนวนนี่เราจะมีปัญหา เนื่องจากว่ากรรมาธิการไม่ได้ใช้วิธีสุ่มตัวอย่าง ของผู้ที่มาร่วมให้ความเห็น แต่เปึนเวทีเป่ดกว้าง ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดสามารถที่จะเดินเข้ามา ในเวทีเป่ดกว้างแห่งนี้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้ก็เปึนแนวทาง และเปึนแนวคิด หรือมีตัวเลข พอสมควรที่จะให้ทิศทาง แต่จะทึกทักเอาว่า ตัวเลขเปึ้นเช่นนั้น มีจุดทศนิยมอย่างนั้นนี่ คงไม่ได้ ท่านประธานครับ หลังจากที่เราได้ไปทําการปฐมนิเทศ ตกลงกับผู้ที่ได้รับฟัง ความเห็นในเวทีต่าง ๆ เรียบร้อย แต่ละจังหวัด กรรมาธิการภาคกับกรรมาธิการจังหวัด ก็ได้ดำเนินการทั้ง ๗๖ จังหวัด และเราก็ตกลงกันว่า ในวันที่ ๒๔ ที่ผ่านมานี่ครับ จะเปึน วันสุดท้ายที่กรรมาธิการวิสามัญจะนำผลสรุปทั้งหมด จากเวทีทั้งหมด เพื่อที่จะนำไปให้ กรรมาธิการยกร่างได้รับฟังอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่พวกเราจะแปรญัตติ และบัดนี้ก็ได้ทํา เรียบร้อยแล้ว ถามว่า ที่ทำมาทั้งหมดนี่มีอุปสรรค์ และมีปัญหาอย่างไรบ้างไหม ผมก็ต้อง กราบเรียนว่า มีอุปสรรค์และปัญหาแน่นอนในการทำงาน แต่อุปสรรค์และปัญหาในครั้งนี้ มีอยู่ ๒ เรื่อง อยากจะกราบเรียนสภาแห่งนี้ ส่วน ๒ เรื่องนี้จะเปึ้นเรื่องคอขาดบาดตาย เปึ้นเรื่องหนักหน้าสาหัสมากน้อยแค่ไหน ผมขอให้ท่านสมาชิกกรุณาพิจารณาเอง ก็แล้วกัน

ประการแรกเลยนั้น คือ เรื่องของการขนคนเข้าไปในเวทีรับฟังความเห็น กรรมาธิการวิสามัญได้รับรายงานจากเวทีต่าง ๆ ว่า ได้ปรากฏว่า ในภาคเหนือและ ภาคอีสาน ในหลายเวทีได้มีการขนคนเข้าไป เพื่อที่จะขอแสดงความเห็น และขอยกมือ ให้ได้จํานวนที่เปึ้นจํานวนมากตามความต้องใจของกลุ่มของตัวเอง ปรากฏว่า มีคณะกรรมาธิการได้ซักถาม รวมทั้งกรรมาธิการยกร่างในการประชุมร่วมกัน ก็ได้ซักถาม กรรมาธิการประจำภาคว่า มีผู้ที่ขนคนเข้าไปนี่ เพื่อที่จะแสดงความเห็นในประเด็นใด และมีประพฤติกรรมอย่างไร ปรากฏว่า มีอยู่เพียงแค่ประเด็นเดียวที่มีผู้ขนคนเข้าไป เพราะฉะนั้นประเด็นอื่น ๆ ยังวางใจได้ และเมื่อคนที่มาแสดงความเห็นในประเด็น ดังกล่าวเรียบร้อย ก็มักจะหายตัวไปเปึนจำนวนมาก เพราะมาที่เปึนจำนวนมาก เปึนกลุ่ม หลังจากแสดงความเห็น แล้วยกมือเพื่อทำสถิติให้ได้ แล้วก็จะเปลี่ยนไปเวทีอื่น เพราะฉะนั้นอันนี้ก็มีรูป มีหลักฐาน มีรายงานที่รายงานเข้ามา ทั้งเปึนลายลักษณ์อักษร และด้วยวาจา แล้วขณะเดียวกันมีการแจกใบปลิว บอกว่า ถ้าไม่บรรจุเรื่องบางเรื่อง ในรัฐธรรมนูญ ขอสาปแช่งผู้ที่มีความเห็นในเวที หรือมีความเห็นต่างว่า เปึ้นผู้เลวทราม อย่างไร ผมไม่บังอาจจะใช้คำพูดในสภาแห่งนี้ได้ มีการด่าว่าค่อนข้างรุนแรง และ กรรมาธิการได้รับใบปลิวดังกล่าวที่ปรากฏอยู่ในเวที เพื่อที่จะไม่ให้ผู้ที่มีความเห็นตรงข้าม ได้มีโอกาสได้พูด เพราะฉะนั้นสถิติความเห็นในเรื่องดังกล่าว ที่ปรากฏเพียงเรื่องเดียวนี่ กรรมาธิการก็ได้ส่งให้กรรมาธิการยกร่าง ให้ใช้ด้วยความระมัดระวังในความเห็นทั้งหลาย ที่ปรากฏ ซึ่งอีกสักครู่ผมจะขอให้ ดร.วรพล ที่เปึ้นรองประธานกรรมาธิการ และเปึน ผู้รับผิดชอบในการประมวลความเห็นจาก ๗๖ จังหวัด ได้นำเสนอผลทั้งหมด ที่เราได้ใน รอบที่ ๒ แล้วท่านสังเกตดูก็แล้วกันว่า ประเด็นใดที่เวทีในภาคเหนือและภาคอีสาน ถูกแทรกแซง ถูกขนคนเข้ามาทําสถิติ ผมจะไม่อยากจะพูดตรงนี้ให้ช้ําใจนะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้นะครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบัน แล้วประการที่ ๒ ที่เปึนอุปสรรค์ ก็คือว่า กรรมาธิการประจำจังหวัดนี่ท่านส่งผลมาไม่ทัน เพราะว่าเราก็ได้ขีดเส้นจนถึงนาทีสุดท้าย ที่จะต้องประมวล แล้วก็จะต้องส่งให้กับกรรมาธิการยกร่าง ก็ได้ปรากฏว่า มีกรรมาธิการ ประจำจังหวัดบางจังหวัดผิดหลง อาจจะส่งไปที่กรรมาธิการภาค แล้วไม่ได้ส่งมาให้ ส่วนกลาง หรือผิดหลง ส่งไปแล้วไม่รู้ไปไหน อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งก็มีอยู่บ้างที่ทำให้เราไม่ได้ ทั้งหมดอย่างที่ปรารถนา แต่ว่าเมื่อถึงเวลาเราก็ต้องประมวล เพราะว่าเราไม่สามารถจะ รอได้ เพราะว่าเรามีทุกอย่าง มีเวลาแปรญัตติอย่างที่ท่านประธานก็ได้กรุณาว่า ที่ประชุม แห่งนี้ก็เลื่อนมาแล้ว จากวันที่ ๒๕ เปึนวันนี้ ซึ่งวันนี้ก็เปึนวันสุดท้ายที่จะแปรญัตติได้ เพราะฉะนั้นผมไม่มีทางที่จะรอต่อไปได้ ก็ต้องประมวล แล้วประมวลแล้วก็จะนํามาเสนอ ต่อที่ประชุมแห่งนี้ วันนี้เรายังเหลือเวลาอย่างน้อย ๆ อีกประมาณสัก ๘ ถึง ๑๐ ชั่วโมง ที่จะแปรญัตติ เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายกรุณานำผลของประชาชนไปพิจารณาด้วย นะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ ผมจะขออนุญาตท่านประธาน ให้ ดร. วรพล ได้มีโอกาส เสนอว่า ผลในการรับฟังในช่วงที่ ๒ นี่ เราได้รับฟังในประเด็นใดบ้าง แล้วในประเด็น ดังกล่าว กราบเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับ เปึนประเด็นที่ทั้งกรรมาธิการยกร่างอยากฟัง และเปึนประเด็นที่ไม่ได้ถาม แต่ประชาชนอยากบอก มีทั้ง ๒ อย่างผสมกันนะครับ อาจารย์วรพลจะบอกได้ว่า ประเด็นใดเปึนอย่างไร และผลออกมาเปึ้นอย่างไร ขออนุญาต ท่านประธานครับ ให้ ดร. วรพล ได้มีโอกาสเสนอผลตรงนี้ครับ