สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

ไพโรจน์ พรหมสาส์น ระบุว่า การร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นกระบวนการที่มีการร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญด้วยกันทุกฝ่าย และได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างกว้างขวาง และเห็นว่าผลที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลที่มีการสอดคล้องและประสานสัมพันธ์กันในระดับสูง และได้ประชาสัมพันธ์เผยแพร่สิ่งที่เป็นสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้รับทราบ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาทบทวนประเด็นที่มีข้อคิดเห็นแย้งหรือแตกต่างในสาระสำคัญต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่า จากการที่เราได้รับฟังรายงานของกรรมการ วิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนก็ดี คณะกรรมการ ประชาสัมพันธ์ก็ดี ก็แสดงให้เห็นว่า การทํางานของสภาร่างรัฐธรรมนูญของเรานั้น และรวมทั้งกรรมาธิการต่าง ๆ นั้น ได้มีการประสานสัมพันธ์กันดีพอสมควร และรวมทั้ง ผลที่เกิดขึ้นนั้น ก็อย่างน้อยที่สุดก็คงจะเปึนผลจากการที่ได้มีการประชาสัมพันธ์ทำความ เข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างกว้างขวางพอสมควร ผลที่เกิดขึ้นจึงเปึ้นลักษณะที่มีการสอดคล้อง แล้วก็ประสานสัมพันธ์กันค่อนข้างมาก นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการประชาสัมพันธ์นั้น ผมคิดว่า ไปทํางานในเรื่องหลัก ๆ ในหลาย ๆ เรื่องนะครับ รวมทั้งได้ประชาสัมพันธ์เผยแพร่สิ่งที่เปึนสาระสำคัญของ รัฐธรรมนูญให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ที่ผมเรียนเช่นนี้ ก็เพราะว่า จากผลการที่เรา ได้มีการร่างรัฐธรรมนูญใน ๔ เดือนให้หลังที่ผ่านมานะครับ ในรอบแรกนั้น เราก็ได้รับฟัง ประเด็นความคิดเห็นต่าง ๆ ที่คิดว่า ควรจะบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญนั้น ในเรื่องอะไร อย่างไร ในรอบที่ ๒ เปึ้นเรื่องที่ว่า เมื่อได้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว เราก็นําร่าง รัฐธรรมนูญนั้นไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ใช้เวลาประมาณ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน จนถึงขณะนี้นะครับ ก็มีผลย้อนกลับจากการที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ เมื่อเช้า ได้รายงานใน ๗๖ เวที อย่างน้อยนะครับ ใน ๗๖ เวทีนั้น ก็มีประเด็นต่าง ๆ ที่เห็น สอดคล้องต้องกันเปึ้นส่วนใหญ่นะครับ แล้วก็มีที่เห็นแย้งบ้าง ในบางเรื่อง บางอย่าง มีอยู่ เพียงสี่ห้าประเด็น สิ่งที่เปึนความเห็นแย้งนั้น ไม่ว่าจะมาจาก ๗๖ เวทีก็ดี มาจาก สื่อมวลชนต่าง ๆ ก็ดี หรือที่เรากําลังจะสรุป ในส่วนที่ ๑๒ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่จะ จัดส่งเอกสารไปเรียบร้อยแล้ว ประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ เปึนประเด็นที่คิดว่า แสดง ให้เห็นว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้น เปึนฉบับที่เราได้ร่างขึ้นมาจากการที่มีการร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญด้วยกันทุกฝ์ายนะครับ จากการที่เรารับฟังความคิดเห็น จากการที่เป่ดโอกาสให้มีส่วนร่วม การมีส่วนร่วม ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากไม่มีใครที่เห็นแย้ง หรือแตกต่างไปจากเราเลย ก็เปึนเรื่องที่แปลกประหลาด ท่านลองคิดดูสิครับว่า ถ้าสมมุติว่า เอาง่าย ๆ อย่างประเด็นเลือกตั้ง สส. สว. นี่ครับ เราไม่แตะต้องตรงนี้เลย เราคงไว้เหมือน ป้ ๒๕๔๐ เราก็ต้องถูกโจมตีอยู่ดี ไม่เห็นมีอะไรใหม่เลยนะครับ เพราะฉะนั้นการเสนอ ข้อคิดเห็นใหม่ ๆ นี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเปึนไปตามที่ข้อเสนอนั้นทั้งหมด ขณะนี้ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาทบทวนในเรื่องต่าง ๆ นะครับ รวมทั้งประเด็น ที่มีข้อคิดเห็นแย้ง เห็นแตกต่างในสาระสําคัญต่าง ๆเหล่านั้น ในหลาย ๆ เรื่องนะครับ แล้วก็คิดว่า รวมทั้งคําแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย เพราะฉะนั้น ประเด็น สี่ ห้า หกประเด็นนั้น ก็คิดว่า เราน่าจะได้พิจารณากันด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และก็พี่น้องประชาชน ผมอยากจะเรียนไปถึง หรืออาจจะ มีบางกลุ่ม บางองค์กรนะครับ ที่ว่าไม่เห็นด้วย เพราะว่าผู้ร่างนั้นไม่เปึนประชาธิปไตย ข้อนี้ก็คงจะเปึนสิ่งที่ผมก็คงจะต้องขอเถียงเต็มที่นะครับว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเราเห็นว่า ชาติบ้านเมืองมีปัญหา มีการปฏิวัติ มีการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน เพราะฉะนั้นเขาจึงได้มีการแต่งตั้งคณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นมาก็ดี คณะสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อทําหน้าที่อันนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อร่างแล้ว ท่านไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ว่ามา ประเด็น ๆ สําคัญ แต่ว่า ไม่ใช่ว่าไม่รับ หรือไม่เห็นด้วย เพราะว่าผู้ร่างไม่เปึนประชาธิปไตย การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเปึนไปตามครรลอง ประชาธิปไตยอย่างเต็มที่นั้น เมื่อประกาศใช้แล้วสามารถยื่นแก้ไขได้ทันทีครับ ก็เรียนยืนยัน นอกจาก ๑ แสนคน ที่พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเสนอให้มีการแก้ไขแล้ว เพียงแต่ว่า ถ้าสมมุติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมี ๔๐๐ คน วุฒิสภามี ๑๖๐ คน เปึ้น ๕๖๐ คน เพียงแต่เกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้ง ๒ สภา คือ ๒๘๑ คน ก็สามารถแก้ไขได้ และยื่นตั้งแต่เป่ด ได้ตั้งแต่เป่ดสภา เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่า เมื่อเป่ดสภาแล้ว มีผู้แทน ประชาชน ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนก็ดี วุฒิสภาก็ดี เข้ามาแล้ว ก็เปึนประชาธิปไตยแล้ว ก็สามารถแก้ไขให้เปึ้นประชาธิปไตย หรือจะให้เปึนอย่างไรก็ได้นะครับ ในทางตรงกันข้าม เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านคงจะจําได้ครับ มีเวลาร่าง ๑๒๐ วัน พอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่มีการแก้ไขเลยแม้แต่ประโยคเดียว บรรทัดเดียว หรืออักษรตัวเดียวครับ จะโหวตเพียงว่า รับ หรือไม่รับเท่านั้นนะครับ อันนี้ ชัดเจนมากเลยครับว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถึงแม้ว่า ผู้ร่างจะไม่มีฐานรากมาจาก ประชาธิปไตย แต่การร่างนั้นเปึนไปด้วยระบบ หรือวิธีการที่เปึนประชาธิปไตยพอสมควร นะครับ เพราะมีการเป่ดรับฟังความคิดเห็น มีการสะท้อนย้อนกลับถึงครั้งหนึ่ง ๒ ครั้ง นะครับ แล้วเราก็ ขณะนี้เราก็จะสรุปความเห็นต่าง ๆ ที่แตกต่างกันนั้น เพื่อที่จะแก้ไข ให้รัฐธรรมนูญนั้น เปึ้นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด เปึ้นประชาธิปไตยมากที่สุดนะครับ ซึ่งอันนี้ ก็อยู่ระหว่างดำเนินการ ก็คิดว่า ภายในไม่เกินเดือนมิถุนายนนี้คงจะแล้วเสร็จ ประเด็นสําคัญต่อไป ก็คือว่า ทําอย่างไรเมื่อเราร่างสุดท้ายเสร็จแล้วนะครับ ภายใน วันที่ ๓๐ มิถุนา เราคงจะเสร็จ แล้วก็จัดพิมพ์ จัดอะไรต่าง ๆ เสร็จก่อนวันที่ ๖ กรกฎาคมแล้ว จะทำอย่างไรจึงจะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ในสิ่งที่เปึ้นเนื้อหาสาระสำคัญ ๆ ในส่วนที่เราบอกแล้วว่า ร่างฉบับนี้จุดเด่นของป้ ๒๕๔๐ เราคงไว้ จุดด้อยเราแก้ไข จุดที่ยังขาดไป เราก็แต่งเติม แล้วก็ในส่วนที่มีความเห็นมา เราปรับแก้ ซึ่งอันนั้นน่ะ เปึ้นสิ่งที่จะต้องทําความเข้าใจ ให้เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ ให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ทุกองค์กรนั้น ได้มีความรู้ ความเข้าใจ แล้วก็พร้อมที่จะออกจากบ้านมาเข้าคูหา เพื่อจะออกเสียงประชามติว่า เห็นชอบ ที่จะให้ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งประมาณสักปลายป้นี้ เปึนต้นไป เพราะฉะนั้นในจุดนี้ ผมอยากจะเรียนฝากไว้ ณ ที่ประชุมแห่งนี้ว่า คงจะเปึนความจำเปึน ที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญของเราทุกคน สภาแห่งนี้ กรรมาธิการทุกคณะ แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ทั้ง ๗๖ จังหวัดนั้น จะเปึนผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ที่จะทำงานเคียงคู่กับ ทางกรรมการประชาสัมพันธ์ก็ดี กรรมการอื่น ๆ ก็ดี หรือแม้กระทั่งที่เราได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญไปทำงานร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการสนับสนุน ในการประสานงาน ทั้งหมดนี้จะต้องเปึนไปลักษณะที่สอดคล้องต้องกันนะครับ ผมจึงเคย พูดในที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่าง ในวันที่กรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็น ไปรายงานต่อที่ประชุมแห่งนั้นว่า จำเปึ้นที่จะต้องมีการขยายกรรมาธิการที่จะทำหน้าที่ สนับสนุน หรือประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง นอกจากคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์แล้ว นอกเหนือจากที่ได้ตั้งเอาไว้ ๑๓ ท่านนั้นแล้วนะครับ ก็อาจจะจำเปึ้นต้องให้มีการตั้ง หน่วยงานหลัก อย่างน้อยสุด ๔ กระทรวงหลัก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ลงถึงระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะ เปึนกระทรวงเกษตร ศึกษา สาธารณสุข มหาดไทย รวมทั้งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ด้วย เข้ามาอยู่ในส่วน ๑๓ ท่าน ที่จะทำหน้าที่ประสานงานกับองค์การกรรมการการเลือกตั้ง นะครับ ที่ผมเรียนเช่นนี้ เพราะว่า กระทรวงเกษตรนั้นมีเจ้าหน้าที่เกษตรลงถึงตำบล หมู่บ้าน กระทรวงศึกษาธิการมีครูบาอาจารย์ กระทรวงสาธารณสุขมีเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยมีเจ้าหน้าที่ลงไปถึงตำบล หมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อะไรต่าง ๆ กรมประชาสัมพันธ์มีวิทยุ เครื่องมือเครื่องไม้มากมาย ถ้าทั้งหมดนี้มาอยู่ใน องคาพยพของการที่เราจะประชาสัมพันธ์เนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญร่างสุดท้าย ซึ่งคิดว่าน่าจะเริ่มประชาสัมพันธ์ประมาณสักเดือนกรกฎาคม สิงหาคม เราคาดว่า น่าจะ ได้มีการประชามติ ประมาณปลายสิ่งหา หรือต้นกันยายน ถ้าทำได้เช่นนั้น ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ในจุดเด่นที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์อยากจะเห็น หรือจุดขายที่เราจะต้องนำออกเผยแพร่นั้น น่าจะเปึนสิ่งที่ได้มีการรับรู้ รับทราบกว้างขวาง ขึ้น แล้วเราน่าจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนมากขึ้น เราอยากจะให้เห็น เช่นนั้นว่า ได้มีความเห็นชอบกับการที่จะนํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกประกาศใช้ เพื่อที่จะ จัดให้มีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่เปึนประชาธิปไตยต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ