สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

สุนทร จันทร์รังสี หารือเรื่องการประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญและพบปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดต่าง ๆ เช่น สื่อมวลชนไม่ทราบถึงประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง และประชาชนในพื้นที่ยังไม่รับรู้และไม่เข้าใจการยกร่างรัฐธรรมนูญ

นายสุนทร จันทร์รังสี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผมแจ้ง นิดหนึ่งแล้วกันว่า ผมรับประทานอาหารเปึนปกติเวลา ๑๓. ๐๐ นาฬิกานะครับ ผมไม่ได้ หิวอะไรเลย ผมบอกแล้วว่า การรับฟังมันจะไม่ได้ผล ขอเรียนให้ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ นอกจากเมตตาให้ ผมเปึนรองประธานกรรมาธิการแล้ว ยังมีมติตั้งให้ผมเปึนประธานอนุกรรมการสื่อมวลชน ภูมิภาคนะครับ เพื่อที่จะเข้าไปถึงภูมิภาคที่ยังห่างไกลทั่วประเทศ และได้เริ่มทำงานดังนี้ คือในวันที่ ๔ และวันที่ ๕ เมษายนที่ผ่านมา ได้มีการประชุมสัมมนาที่รัฐสภาแห่งนี้ และ เป่ดการประชุมโดย ท่านอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีสื่อมวลชนทั่วประเทศมา ๖๐ คน สื่อมวลชนภูมิภาคนะครับ เพื่อรับฟังและทำความ เข้าใจกับร่างรัฐธรรมนูญนี้ นี่คือ ครั้งแรกของการทำงานของกรรมาธิการภูมิภาค จากนั้น ได้จัดตั้งอนุกรรมการภูมิภาครวม ๑๐ คน แยกย้ายกันไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อกระจายกัน ทำงาน จากนั้นมาอีก ๒๘ วัน คณะกรรมการได้เดินสายไปทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ภาคเหนือ ในวันที่ ๒๙ เมษายน เพื่อพบสื่อมวลชนภาคเหนือ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๗ จังหวัด เราได้เริ่ม พบว่า ความบกพร่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ดีกว่าที่เราจะนั่งรับฟังอยู่แต่ที่สภา เราได้เห็น ช่องว่างต่าง ๆ มากขึ้น และในวันรุ่งขึ้น กระผมยังได้มีโอกาสเป่ดการสัมมนาที่ คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ข้อมูลและได้รายงานที่เปึนประโยชน์ อย่างยิ่งมาสู่คณะกรรมาธิการ จากภาคเหนือเรามุ่งไปสู่ภาคใต้ ในวันที่ ๖ พฤษภาคม ซึ่งเปึนวันอาทิตย์ เราก็ไม่ได้หยุดงาน เหตุที่เลือกวันอาทิตย์ เพราะเราต้องเลี่ยงจาก วันที่ประชุมสภา วันอาทิตย์เป่ดการประชุมที่ภัตตาคารลักกี้ (Lucky Restaurant) จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเชิญประชาสัมพันธ์จังหวัดร่วมกับสื่อมวลชนในจังหวัดเข้าร่วม พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยน ปรากฏว่าเราได้รับความจริงที่น่าตกใจว่า สื่อมวลชนส่วนใหญ่ ไม่ทราบว่าใครเปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด สอบถามไปมา ซึ่งท่านประชาสัมพันธ์จังหวัดก็นั่งร่วมโต๊ะอาหารอยู่ด้วย ได้ทราบความว่า ท่านประธาน กรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เปึ้นที่น่าแปลกใจว่า สื่อมวลชนไม่ทราบ จากเหตุที่ไม่ทราบ จึงทําให้เอกสาร เช่น หนังสือร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับรับฟังความคิดเห็น) และสื่อโฆษณาต่าง ๆ ไม่ทั่วถึง จากสุราษฎร์ธานีเราเดินทางโดยรถยนต์มุ่งไปสู่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เหตุที่เลือกนครศรีธรรมราชเพราะเปึนศูนย์กลางของภาคใต้ มีสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ วิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี เข้าร่วมสัมมนากันที่โรงแรมทวินโลตัส (Twin Lotus Hotel) ก็ได้พบข้อมูลคล้ายคลึงกัน ซึ่งผมจะสรุปในประเด็นหลัง ก็ขอเรียนว่า การเดินทางของเราต่อไป คือ ภาคกลาง รวมกับภาคตะวันออก ในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม เราไปที่โรงแรมวรบุรีอโยธยา จังหวัดอยุธยา ก็มีสื่อมวลชนทั้ง ๓ ประเภท คือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ วิทยุชุมชน และเคเบิลทีวี เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยน ในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม เรามุ่งไปที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งในครั้งนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ให้เกียรติเข้าร่วมในการสัมมนาครั้งนี้ด้วย สื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่นและ ใกล้เคียง ซึ่งเรียกว่า เขตอีสานเหนือ ได้เข้าร่วมกันประมาณ ๔๕ คน ได้รับข้อมูลต่าง ๆ มากมาย มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหลากหลาย ที่โรงแรมเจริญธานีปรินเซส (Charoen Thani Princess Hotel) จังหวัดขอนแก่นนะครับ ในวันอาทิตย์ต่อมา เราไปที่ภาคอีสานใต้ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ที่โรงแรมเนวาดาแกรนด์ (Nevada Grand Hotel) จังหวัดอุบลราชธานี และได้พบว่า ที่จังหวัดอุบลราชธานีเปึนเพียงจังหวัดเดียวเท่าที่ผมตระเว้นมาทั่วประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานีเปึ้นเพียงจังหวัดเดียวที่มีการประชาสัมพันธ์แข็งแกร่งที่สุด อันนี้ ยกความดีให้ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง และคณะทั้ง ๒๑ คน ซึ่งประธานวิสามัญที่จังหวัดอุบล เปึนผู้หญิง น่ายกย่องมาก อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือ อย่างดียิ่งจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต ๒ ซึ่งดำเนินการโดย ผู้อำนวยการ บัณฑิต ตั้งประเสริฐ และยังได้รับความร่วมมือที่ไม่เคยพบมาก่อนจากทางมหาดไทย คือ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ เข้ามาร่วมทั้งในครั้งแรก และครั้งที่ ๒ ที่อุบลนี่ผมไป ๒ ครั้งนะครับ ที่อุบลนี่ขอยกย่องครับว่า การประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมมาก จากนั้นเอง ผมยังได้มีโอกาสไปที่กรุงพนมเปญ (Phnom penh) พบกับสื่อมวลชน และได้พบกับสื่อมวลชนจากแขวงจำป่าสัก อันนี้แถมเข้ามา เพราะว่าเปึ้นเรื่องที่ไม่ได้ใช้ ค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ จากการเดินทางตระเว้นไปทั่วประเทศ ได้พบข้อขัดข้องและ ปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเปึนรากแก้วหรือรากหญ้า ส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้และไม่เข้าใจการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๒. สิ่งสำคัญ วัสดุประชาสัมพันธ์ ต่าง ๆ ยังเข้าไม่ถึงและไม่เพียงพอ ๓. ร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการแจกจ่ายไป ส่วนใหญ่ไปสุ่มไปกองกันอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด ไม่มีการแจกจ่ายต่อ ๔. บางจังหวัด ยังไม่ได้รับการประสานงานจากประชาสัมพันธ์จังหวัด ซึ่งเปึนตัวจักรสำคัญในการ เผยแพร่และการขอความร่วมมือจากสื่อแขนงต่าง ๆ ภายในจังหวัด ๕. คณะกรรมาธิการ วิสามัญหรือคณะอนุกรรมาธิการประจำจังหวัดยังไม่ทำงานเท่าที่ควร เพราะบางท่าน ได้รับการแต่งตั้ง ยังไม่ทราบมาก่อน ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อ แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว ๖. ประชาชนในพื้นที่ ยังให้ความสนใจน้อย เนื่องจากอุปสรรคต่าง ๆ และยังเห็นว่า รัฐธรรมนูญเปึ้นเรื่องไกลตัว และเข้าใจยาก ๗. ผู้ชี้นำที่สามารถทำให้ประชาชนเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้จะประชาสัมพันธ์เพียงใดแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชี้นำมากกว่า ซึ่งผู้ชี้นำดังกล่าวก็หมายถึง นักการเมืองท้องถิ่น หรือนักการเมืองระดับชาติในพื้นที่นั้น ๆ ๘. ยังไม่พบงบประมาณ ในการติดตั้งปัายโฆษณาเกี่ยวกับสื่อโฆษณาต่าง ๆ จึงเปึน ปัญหาสำคัญ ทำให้การติดตั้งเปึนไปได้ยาก ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการประชาสัมพันธ์ ให้เข้าถึงรากหญ้า ดังนี้นะครับ ๑. ชี้จุดดี จุดเด่น ให้ประชาชนเห็นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๒. บอกข้อดีที่ประชาชนจะได้รับจากรัฐธรรมนูญเปึนภาษาชาวบ้านสั้น ๆ และเข้าใจง่าย ๓. ได้รับการเสนอแนะให้ใช้วิทยุชุมชน ระหว่างช่วงเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๙.๐๐ นาฬิกา เพราะเปึนเวลาเลิกกรีดยางทางภาคใต้ หรือเปึนเวลาเริ่มทําไร่ ทำสวน ในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งประชาชนที่ทำไร่ ทำส่วน จะมีเวลามากในช่วงนี้ เพราะว่าส่วนใหญ่อาจจะนำสัตว์เลี้ยง ไปเลี้ยงในท้องทุ่ง ๔. ควรจัดรายการโทรทัศน์ในลักษณะเวทีชาวบ้าน และใช้พิธีกร ซึ่งชาวบ้านรู้จักดี เช่น ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม อาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หรืออาจารย์อภิชาติ ดำดี ข้อ ๕ ได้รับการเรียกร้องให้ลงข้อมูลสำคัญในหนังสือพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่า จะเปึนหนังสือส่วนกลาง หรือหนังสือท้องถิ่น ข้อ ๖ ให้ประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่าย และกลุ่มต่าง ๆ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และ ที่สำคัญ คือ กศบป. กศบป. คือ นักศึกษาราชภัฎที่เรียนในวันเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งส่วนใหญ่ เปึ้นประชาชนอาชีพต่าง ๆ องค์กรชุมชน และสหกรณ์ ข้อ ๗ เรื่องให้ข้อมูล เช่น ใช้คําขวัญว่า หากไม่รับ อํานาจเก่าจะกลับคืนมา หรือ ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน หรือ ประชาชนไม่ใช่ผู้ชมอีกต่อไป แต่ประชาชนต้องเปึ้นผู้เล่น และผู้กำหนด หรือ ของดี ยังมีอยู่ ของดียังไม่ถูกแก้ไข ๘. ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้กำชับและตรวจสอบเรื่องของ ความจริงจัง และความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของการประชาสัมพันธ์จังหวัด โดยเฉพาะความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนในพื้นที่ ได้รับทราบ ๙. จัดทำใบปลิวและกระจายข้อมูลในแผ่นกะทัดรัด เพื่อสะดวกแก่การติดตั้ง ด้วยข้อความสั้น ๆ และเข้าใจง่าย มีสีสันสะดุดตา ๑๐. วิทยุชุมชนยินดีที่จะเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของการร่างรัฐธรรมนูญ และยินดีรับสัญญาณจากแม่ข่าย คือ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ในจังหวัดนั้น ๆ ๑๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดควรมีฝ์ายวิชาการรวบรวมข้อมูล มีการรวบรวมการร่างรัฐธรรมนูญ และรวบรวมให้สื่อมวลชนได้รับทราบ และยินดีเผยแพร่ ยินดีเสนอให้ทุกเมื่อที่ได้รับการ ร้องขอ แต่ข้อมูลดังกล่าวนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ หากมีการเคลื่อนไหวหรือมีการต้าน จากอดีต สส. และ สว. ในท้องถิ่น ซึ่งต้องยอมรับว่า มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการตัดสินใจ ของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ผลงานของสื่อมวลชนภูมิภาคค่อนข้างจะได้เปรียบ เพราะจับต้องได้เปึ้นรูปธรรม เพราะได้มีการเผยแพร่ลงในหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ มีทั้งหมดทั่วประเทศ ที่ลงไปแล้วประมาณ ๖๐ ฉบับ ซึ่งผมจะไม่ขอกล่าวถึง เพราะว่า เสียเวลา ขอรายงานให้ทราบเพียงเท่านี้ครับ