สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมจะเปิดให้มีการหารือก่อน เพื่อจะได้หลายท่าน เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล นะครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขอนําเรื่อง ความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นมาสู่ต่อสภานะครับ คือในช่วงนี้ที่แม่น้ํายมก็แห้งขอดแล้วนะครับ ก็เป็นฤดูแล้ง ถ้าได้ไปที่หมู่ ๑ ตําบลกง อําเภอกงไกรลาศ จะเห็นว่าในช่วงโค้งของน้ํา ซึ่งอยู่ ตรงข้ามกับทางหมู่ที่ ๑๐ หรือเขตเทศบาล ตําบลกงนั้นได้เกิดดินสไลด์ (Slide) ของดิน ในแม่น้ําเป็นโค้งนั้นสไลด์ขวางกั้นแม่น้ํายมนะครับ ถ้าหากว่าน้ําบ่าน้ําท่วม ต่อมาก็จะทําให้ เกิดน้ําท่วมด้านบนขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นในซีกของอําเภอกงไกรลาศ อําเภอเมือง ก็ฝากถึง กรมเจ้าท่าไปดําเนินการแก้ไขโดยด่วนนะครับ แล้วก็ให้ลอกแม่น้ํายม ให้ทางก้นนั้นให้มี ความสม่ําเสมอนะครับ

แล้วเรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องความต้องการของพี่น้องประชาชนในเรื่อง ของการเกษตร ซึ่งอยากจะให้ทางกรมชลประทาน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ได้ดําเนินการในการที่ทําดาดคอนกรีตตั้งแต่หมู่ ๙ บ้านหนองกระทุ่ม ซึ่งเริ่มมาจากแม่น้ํายม สายเก่านั่นเอง ทําดาดเริ่มตั้งแต่หมู่ ๙ หนองกระทุ่ม มาถึงที่หมู่ ๕ หมู่ ๑๑ บ้านหนองนาเสถียร มาที่หมู่ ๔ บ้านหนองบัว แล้วมาที่หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๑๒ บ้านหนองเทโพ ทําดาดคอนกรีต สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๑/๒ เพื่อใช้ในการเกษตร แล้วก็ในการอุปโภคบริโภคช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็อีก คลองหนึ่งก็คือคลองดาดคอนกรีตที่ตําบลดงเดือยครับ ซึ่งจะต้องตั้งเป็นโครงการสูบน้ําด้วย ไฟฟ้าดาดคอนกรีตตั้งแต่หมู่ ๓ บ้านท่าทราย ตําบลกง มาถึงหมู่ ๒ หมู่ ๓ ตําบลดงเดือย อําเภอกงไกรลาศก็ฝากถึงทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ กรมชลประทานได้โปรด ดําเนินการครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ

เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ ดิฉันเองนะคะ ท่านประธานช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาค่ะได้มีโอกาสออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนก็พบว่า ศูนย์เด็กเล็กที่บ้านโนนทอง ตําบลบ้านกอก อําเภอจัตุรัส เด็กต้องใช้เรียนถึง ๕ หมู่บ้าน คือบ้านมะเกลือ ๒ หมู่บ้าน แล้วก็บ้านโนนทอง ๓ หมู่บ้าน จํานวนเด็กมากกว่า ๑๕๐ คน สภาพอาคารก็ค่อนข้างเก่าค่ะ มีความคับแคบ แล้วก็ดูไม่ค่อยปลอดภัยกับเด็กนักเรียนที่เป็น เด็กเล็กนะคะ อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดูแลจัดสรรงบประมาณไปดําเนินการในการก่อสร้างอาคาร ศูนย์เด็กเล็กแห่งใหม่ให้กับเด็ก ๆ ในศูนย์เด็กเล็กที่บ้านโนนทองด้วยค่ะ เนื่องจากว่าตอนนี้ เครื่องเล่นก็ไม่พอ เวลานอนเด็กตอนบ่ายเขาจะนอนพักผ่อนกันค่ะท่านประธาน ตอนนี้ดิฉัน เห็นภาพเลยค่ะ ที่เขาบอกว่านอนเป็นปลากระป๋องอัดแน่นอย่างไร ดิฉันไปเห็นมาแล้ว ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ ดิฉันเองได้มีโอกาส รับฟังความเดือดเนื้อร้อนใจของพี่น้อง อสม. ค่ะ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๒/๑ เขาบอกว่าตอนนี้เงินเดือนออกช้าค่อนข้างมาก อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งรัดการดําเนินการออกค่าตอบแทนให้กับ อสม. ด้วยค่ะ เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้ ๓ เดือนได้ครั้งหนึ่ง ไม่ค่อยทันกับการต้องการใช้เงินของ อสม. ค่ะ ก็ต้อง ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการหมู่บ้านก็ร้องเรียน เชิงน้อยใจมาอีกเหมือนกันว่าทํางานหนักเทียบเท่ากับผู้ใหญ่บ้าน นําเรื่องอะไรมาหาก็ต้องใช้ กรรมการหมู่บ้านช่วยดําเนินการต่อ เขาอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ดูแลในเรื่องค่าตอบแทนเพื่อมาช่วยให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ก็คือดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากท่านนายกเทศบาลตําบลบ้านเขว้า เขาร้องเรียนมาว่าที่ตั้งของเทศบาล ตําบลบ้านเขว้าเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ใช้งานตั้งอยู่ที่นี่มามากกว่า ๕๐ ปี ยังไม่มี เอกสารสิทธิ ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลเรื่องการออก เอกสารสิทธิให้กับเทศบาลตําบลบ้านเขว้าด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ขอหารือเรื่องการค้ามนุษย์ค่ะ กรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการได้รับทราบข้อมูลที่น่ากังวลมากในเรื่องนี้ จนดิฉันต้อง ขออนุญาตมาหารือท่านประธานในวันนี้ นั่นก็คือข้อมูลบอกไว้ว่าแม้ประเทศไทยจะได้มีความ พยายามในการดําเนินการเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในลักษณะ บูรณาการอย่างเข้มแข็งมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วมีทั้งคณะกรรมการระดับชาติ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีคณะกรรมการประสานงานและเครือข่ายภาคีจํานวนมาก แต่วันนี้ท่านประธานคะ ประเทศไทยยังถูกสหรัฐอเมริกาจัดให้อยู่ในระดับที่ ๒ ในเรื่องนี้ ซึ่งหมายถึงว่าประเทศไทยนั้นมีความพยายามจริง แต่ว่ายังมีข้อจํากัดแล้วก็มีข้อน่ากังวล อีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดําเนินการ โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยยังไม่ได้ประกาศประเภท ของงานที่เหยื่อการค้ามนุษย์จะทําได้ในขณะที่รอตามมาตรฐานสากล อีกไม่ช้าไม่นาน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๒/๒ ท่านประธานคะ คือประมาณเดือนมิถุนายนประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีรายงานอีกครั้งหนึ่งแล้ว ดิฉันก็เกรงว่าประเทศไทยจะเลื่อนไหลลงไปอยู่ระดับที่ ๓ ซึ่งเป็นระดับที่แย่ที่สุด แล้วก็หมายความว่าอย่างไรคะ ก็หมายความว่าประเทศไทยนั้นอาจจะถูกมาตรการกีดกัน ทางการค้า โดยเฉพาะเรื่องสินค้าประมงซึ่งทํารายได้ให้ประเทศไทยอย่างมหาศาล ท่านประธานคะ แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ลูกไล่ของประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นใด แต่ว่าต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเราต้องคบค้าและค้าขายกับทุกประเทศในโลก ดังนั้นก็เป็น ความจําเป็นอยู่เองที่ประเทศไทยนั้นจะต้องประพฤติปฏิบัติให้อยู่ในร่องในรอยแล้วก็กติกาสากลบ้าง เพื่อจะได้ไม่เป็นที่รังเกียจของชาวโลกเขา จึงขออนุญาตหารือท่านประธาน ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แล้วก็ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งรัดดําเนินการในเรื่องนี้เป็นการด่วนที่สุดด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเปล่งมณีครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธานสภา ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรกของบประมาณก่อสร้างฝายยางกั้นลําน้ําเลย ณ บ้านบุ่งตาข่าย ตําบลปากปวน อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ผ่านไปยังอธิบดีกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ สืบเนื่องจากอําเภอวังสะพุงเป็นอําเภอใหญ่และมีลําน้ําเลยตัดผ่านถึง ๕ ตําบล ไม่ว่าตําบลทรายขาว ตําบลวังสะพุง ตําบลศรีสงคราม ตําบลปากปวน และตําบลผาบิ้ง ซึ่งมีพี่น้องประชาชนหลายหมื่นชีวิตซึ่งจะต้องใช้น้ําในการอุปโภคบริโภคและในการเกษตร แต่ว่าในห้วงเวลาฤดูแล้งลําน้ําเลยจะแห้งขอด จึงขอฝายยางนี้เพื่อที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนไว้ใช้ยามฤดูแล้งนะคะ

เรื่องที่ ๒ ขอให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลสามารถรักษาคนไข้ โรคเรื้อรังได้ สืบเนื่องจากโรคเรื้อรังกําลังเป็นภัยสุขภาพที่สําคัญ เป็นโรคที่เมื่อเริ่มเป็นแล้ว สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๒/๓ มักไม่หายขาดจะต้องให้การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมโรคไม่ให้ลุกลามจนเกิด สภาวะแทรกซ้อนและเป็นอันตรายรุนแรงต่อสุขภาพ อย่างเช่น โรคหัวใจ โรคความดันสูง โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งส่วนมากจะเกิดกับผู้สูงอายุ ไม่ว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายาย มักจะเป็นโรคนี้มากนะคะ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๓/๑ ปัญหาก็คือว่าโรงพยาบาลจะอยู่ห่างไกลบ้านพักของคนป่วย ซึ่งจะต้องอาศัยลูกหลานพาไป โรงพยาบาล แต่ด้วยลูกหลานมีอายุน้อยและวิถีชีวิตคือต้องขี่จักรยานยนต์พาไปรักษา ก็ถูกตํารวจจับเรื่องใบขับขี่ เพราะว่าไม่สามารถต่อใบขับขี่ได้

แล้วเรื่องที่ ๒ ก็คือโรงพยาบาลประจําอําเภอจะมีคนไข้มากและแออัด กว่าจะได้เข้าพบเพื่อที่จะวัดความดัน ตรวจเลือดก็ใช้ระยะเวลายาวนานมาก จึงทําให้ พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะญาติผู้ป่วยปรึกษาหารือดิฉันให้นําเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขช่วยนําเรื่องนี้เอาไปพิจารณาเพื่อที่จะให้บุคลากร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ซึ่งมีหมอ มีพยาบาลและมีบุคลากรที่ดูแลการป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพให้มีการรักษาหรือสั่งยาต่อจากโรงพยาบาลอําเภอหรือโรงพยาบาล ที่ต้นสังกัดด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน

เรื่องแรก พี่น้องประชาชนโทรศัพท์ร้องเรียนมาที่วิทยุรัฐสภาว่าค่าไฟฟ้าที่เคยใช้ ๙๐ หน่วย ปัจจุบันรัฐบาลให้ใช้แค่ ๕๐ หน่วย ต้องการที่จะใช้ ๙๐ หน่วยเหมือนเดิม ขอให้รัฐบาลไปดําเนินการ

เรื่องที่ ๒ นางธารทิพย์ ถาวรชัยสิทธิ์ ผู้อํานวยการโรงเรียนปัญญาวรคุณ มีนักเรียน ๒,๑๓๒ คน ของบประมาณปรับปรุงอาคารสถานที่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้โปรดดําเนินการ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ วันเสาร์นี้เป็นวันเด็กขอหารือท่านประธานว่า เก้าอี้ที่ท่านประธานนั่งนั้นจะอนุญาตให้เด็กขึ้นไปนั่งเหมือนกับเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้บ้างหรือไม่ ขอให้ท่านประธานได้โปรดดําเนินการ และควรจะจัดขนม อาหาร ของขวัญวันเด็กให้กับเด็ก ๆ ด้วย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๓/๒

ท่านประธานครับ เรื่องถัดมาคือเรื่องการจราจรที่ถนนเพชรเกษมปรากฏว่า ติดขัดอย่างหนักตั้งแต่สาย ๔ ตั้งแต่เขตหนองแขม เขตบางแค เขตภาษีเจริญ จนถึงอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินต้องการที่จะให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงขาเข้า ทุกตอนเช้า ทุกวันในวันราชการเนื่องจากนักเรียนเดินทางมาก

เรื่องถัดมา เรื่องที่ ๕ ท่านประธานครับ นายสาม สมาชิกวงคาราวาน อยู่หมู่บ้านภัสสร ๑๒ ตําบลคลองสาม อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ร้องเรียนเรื่องเงิน ที่จะซ่อมแซมบ้าน ๒๐,๐๐๐ บาท ขอให้ อบต. ขยายเวลาออกไปในทุกพื้นที่และขอให้ เท่าเทียมกับที่นายกรัฐมนตรีไปจ่ายที่จังหวัดนครสวรรค์ ๓๐,๐๐๐ บาท ได้หรือไม่

ท่านประธานครับ เรื่องถัดมา โครงการบัตรประชาชนรักษาฟรีสมัยรัฐบาล ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทราบว่ากระทรวงสาธารณสุขมีโครงการที่จะเก็บอีก ๓๐ บาททุกครั้ง เก็บ ๓๐ บาททุกครั้ง ถือว่าไม่เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน เมื่อรัฐบาล ให้รักษาฟรี แล้วก็ควรจะใช้รักษาฟรีต่อไป โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียว

เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ที่รัฐบาลมีมติที่จะจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ ชุมนุมเสียชีวิตถึง ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ศพนั้น ถือว่าไม่เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน เพราะตํารวจ ทหาร ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียชีวิตจํานวนมากยังไม่ได้เท่านี้ขอให้รัฐบาล ดําเนินการให้เท่าเทียมกัน ขอขอบคุณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตอบท่านวัชระเลยนะครับ รัฐสภาเราเป็นประเพณีทุกปีก็ดูแลเยาวชนอยู่แล้ว เปิดโอกาส มีของขวัญและให้เด็กเข้ามาดูในที่ประชุมรัฐสภาแล้วมานั่งตรงนี้ได้ พร้อมทั้งเปิดพิพิธภัณฑ์ ทุกแห่งในสภานี้ ในรัฐสภาทั้งหมดเพื่อให้เยาวชนเด็ก ๆ เข้ามาดูได้ เพราะฉะนั้นก็ให้ท่าน ได้แจ้งเด็ก ๆ ที่ถามท่านมาด้วย ขอบคุณครับ ท่านเกียรติ์อุดมครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งเรื่องถนนไร้ฝุ่น สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๓/๓ นะครับท่านประธาน หลังจากน้ําลดแล้วถนนระหว่างบ้านโพนสูง ตําบลโพนสูง อําเภอไชยวาน ไปยังบ้านหนองแวงตาด ตําบลคําเลาะ อําเภอไชยวาน เดือดร้อนมากนะครับ ท่านประธานช่วยให้กระทรวงคมนาคมเข้าไปดูแลและแก้ไขด้วยนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๔/๑

แล้วก็ถนนตรงบ้านสะงวยไปบ้านไชยวานระหว่างตําบลหนองหลัก บ้านสะงวย และบ้านหนองเรือ ตําบลไชยวาน อันนี้อําเภอไชยวานนะครับ เป็นแหล่ง ที่น้ําได้ท่วมถนน แล้วก็ทําให้ถนนเสียหายเป็นอย่างมากเลยทีเลย

ท่านประธานที่เคารพ ต่อมาเรื่องน้ําประปาท่านประธาน บ้านโนนถั่วดิน ตําบลโนนทองอินทร์ อําเภอกู่แก้ว พี่น้องประชาชนในตําบลโนนทองอินทร์นั้น แหล่งกําเนิด มีหนองน้ําเรียกว่า โนนถั่วดิน แต่ยังไม่มีถังประปาขนาดใหญ่นะครับ อยากจะให้ กรมทรัพยากรน้ําเข้าไปดําเนินการให้พี่น้องชาวตําบลโนนทองอินทร์ อําเภอกู่แก้ว

แล้วก็โรงเรียนบ้านหัวหนองยาง ตําบลหนองหลัก อําเภอไชยวาน ถึงฤดูนี้ น้ําจะขาดแคลนน้ํามาก พี่น้องทั้งตําบลก็จะได้ไปหาซื้อน้ําจากแหล่งที่อื่นนะครับ ก็อยากจะ ฝากท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ําที่ดูแลเรื่องน้ําโดยเฉพาะนะครับ ก็ขอขอบคุณ ท่านประธานนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ครับ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลังเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับมาตรการ การชดเชยช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วมครับ

ประการที่ ๑ เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วมจํานวน ๕,๐๐๐ บาท ยังมีความล่าช้า ก็ขอให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งตรวจสอบอนุมัติดําเนินการโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารออมสินเพื่อที่จะแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยนะครับ

ประการที่ ๒ ในส่วนของเงินชดเชยบ้านเรือนเสียหายบางส่วน ๒๐,๐๐๐ บาท และบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง ๓๐,๐๐๐ บาท หลักเกณฑ์ขั้นตอน การยื่นเรื่องนั้นมีความสลับซับซ้อนยุ่งยากเกินความจําเป็นครับ ผมขอยกตัวอย่างเช่น เรื่องของเอกสารนั้นพี่น้องต้องนําทั้งบัตรประชาชน นําทั้งทะเบียนบ้าน ใบขออนุญาต สิ่งปลูกสร้าง โฉนดที่ดิน ในส่วนของหลักฐานนอกจากการที่จะต้องกรอกใบยื่นคําร้องมีการ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๔/๒ เซ็นรับรอง ต้องมีภาพถ่ายใบเสร็จและในบางส่วนต้องมีใบแจ้งความนะครับ ซึ่งได้สร้าง ความไม่สะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย แล้วอีกทั้งยังพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเสียหายกับบ้านเรือนที่ไม่มีทะเบียนบ้านแล้วก็ไม่ได้มีโฉนดที่ดิน ผมก็ขอร้องเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงการคลัง ให้ปรับผ่อนปรนระเบียบเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน

ส่วนที่ ๓ มาตรการชดเชยทรัพย์สินที่เป็นสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นตู้ เตียง โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยได้ประกาศเอาไว้ นะครับว่าจะมีการช่วยเหลือตรงนี้ แต่พอประกาศเป็นมาตรการออกมา กลับเป็นมาตรการ จํากัดเฉพาะเครื่องมือประกอบอาชีพเท่านั้นนะครับ ก็ขอให้ทางรัฐบาลพิจารณา ความช่วยเหลือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเฟอร์นิเจอร์ ทรัพย์สินอื่น ๆ ของพี่น้องประชาชน

สุดท้ายมีพี่น้องเกษตรกรหลายคนมีความวิตกกังวลว่าจะไม่ได้รับ ความช่วยเหลือ ในกรณีที่ไม่ได้ไปลงทะเบียนไว้ก่อนหน้าที่จะมีน้ําท่วมนะครับ ผมเองก็ขอให้ รัฐบาลช่วยพิจารณาดูแลพี่น้องเกษตรกรตรงนี้ด้วยครับ

สุดท้ายขอให้รัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและ กระทรวงการคลังช่วยปรับหลักเกณฑ์ หลักปฏิบัติ ในการช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัย น้ําท่วม ช่วยอํานวยความสะดวกกับพี่น้องประชาชนที่ประสบทุกข์ได้ยากในช่วงเวลา ที่ประสบอุทกภัยน้ําท่วมที่ผ่านมา กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเหวง โตจิราการ ครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าน้ําก็แห้งไปเดือนกว่า แล้วนะครับ ผมก็เป็นห่วงพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๕/๑ ผมก็ขับรถไปสํารวจกว้าง ๆ ก็ปรากฏว่าบริเวณที่น้ําท่วมส่วนใหญ่ถนนขรุขระนะครับ แล้วรถยนต์สัญจรผ่านไปมาไม่สะดวก ซึ่งอันนี้เป็นความรับผิดชอบของข้าราชการประจํา เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังอธิบดีกรมทางหลวง หรือว่า กรมทางหลวงชนบทก็แล้วแต่ เพราะบางเส้นอยู่ในความรับผิดชอบของข้าราชการประจํา กรมหลวงชนบทนะครับ คราวนี้ผมขออนุญาตที่จะเรียนว่ามันก็มีความหนัก ช้า เบา เร็ว อะไรที่ด่วนก็ซ่อมเสีย อะไรที่ยังไม่ด่วนอาจจะเก็บไว้ก่อนก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าซ่อมได้ทั้งหมดก็จะดีนะครับ คราวนี้ผมมีเส้นหนึ่งเป็นการเฉพาะ เพราะว่าผมได้มี โอกาสสัญจรผ่านไปมาค่อนข้างจะมาก แล้วพี่น้องประชาชนก็โทรศัพท์มาให้ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า ช่วยรีบไปซ่อมสักหน่อย ก็คือบริเวณที่เป็นทางแยกจากถนนวิภาวดี สายหลักขาออกที่จะไปยังบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) ตรงนี้จะมี ถนนเส้นเล็ก ๆ เส้นหนึ่งในการที่จะเชื่อมต่อจากถนนหลัก ก็คือถนนวิภาวดีรังสิตเข้าไปสู่ โลคอลโรด (Loca road) ปรากฏว่าขรุขระมากครับ แล้วเส้นทางเส้นนี้ความยาว ก็แค่ประมาณ ๕ กิโลเมตร ท่านประธานทราบไหมครับว่ารถเคลื่อนด้วยความช้ามาก ขนาดเต่าคลานยังเร็วกว่า แล้วก็สร้างความเสียหาย ชํารุดให้กับรถยนต์เป็นจํานวนมาก พี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาทั้งขาเข้า ขาออกแต่ละวันหลายหมื่นคัน เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเสียหายขนาดนี้ ถ้าไปซ่อมก็นับเป็นเงินจํานวนหลายร้อยล้านบาท ดังนั้น ถ้าท่านประธานจะโปรดกรุณาช่วยแจ้งไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อแจ้งไปยังกรมทางหลวง หรือว่ากรมทางหลวงชนบทก็แล้วแต่นะครับ โปรดกรุณาเร่งไปสร้างเถอะครับอย่าปล่อยไว้เลย เดือนกว่าแล้วครับ และรถราเขาติดขัดมาก เพราะถ้าหากว่าทางเข้ามันติดขัดทําให้ ถนนวิภาวดีรังสิตขาออกติดขัดไปด้วย ทางออกติดขัด ข้างในก็จะติดขัดไปหมด ก็กราบเรียน ประธานด้วยความเคารพนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านโสภา กาญจนะ ครับ

นางโสภา กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน โสภา กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดิฉันขอหารือท่านประธานเรื่องปัญหาน้ําท่วมซ้ํา ๆ ซาก ๆ ของอําเภอกาญจนดิษฐ์ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๕/๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากอําเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เกิดอุทกภัย ๕ ตําบล และตําบลที่สําคัญที่สุด ก็คือตําบลคลองสระ มี ๓ หมู่บ้าน คือหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๐ ของตําบลคลองสระ อําเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี น้ําท่วมซ้ํา ๆ ซาก ๆ รัฐบาลไม่เคยเข้าไปดูแล และไม่ได้เข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมถนนสายดังกล่าว ดิฉันขอหารือ ท่านประธานช่วยเข้าไปต่อเติม หรือเข้าไปดูแลถนนที่เสียหายดังกล่าว และดิฉันขอทําหนังสือ เร่งด่วนถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ซึ่งดิฉันให้ความนับถือเป็นญาติผู้ใหญ่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร พร้อมตัวดิฉันได้ลงไปเยี่ยมและมอบ ถุงยังชีพไปเบื้องต้นแล้ว ดังนั้นดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานเพื่อเร่งแก้ไขมาตรการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพราะที่อําเภอกาญจนดิษฐ์มีน้ําท่วมซ้ําซากทุกปี แต่ยังไม่เคย ได้รับการแก้ไข ขอให้ท่านประธานเพื่อโปรดพิจารณาผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อช่วยบริหาร การวางแผนจัดการน้ําท่วมเป็นระบบ ทั้งนี้เพื่อรองรับกับปัญหาน้ําท่วมที่จะเกิดขึ้นครั้งต่อไป โดยการตั้งเป็นกาญจนะโมเดล (Model) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยด่วนด้วยค่ะ ถ้ามีผลประการใดขอช่วยแจ้งให้ดิฉันทราบด้วย ขอบพระคุณค่ะ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เปมิศา ๖/๑

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้นะครับ ทุกเรื่องที่ท่านสมาชิกได้หารือในที่ประชุมสภาของเรา ทางเจ้าหน้าที่ก็จะรวบรวมและในนาม ของสภาก็จะส่งให้รัฐบาล ถ้ามีคําตอบประการใดก็จะมีหนังสือแจ้งมาที่สภา ทางสภาเราก็จะส่งให้ท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง อันนี้เป็นเรื่องปกติที่เราได้ทํามา เชิญท่านชมภูครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉันนางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันได้ขอนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาหารือผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง เป็นเรื่องสําคัญคือการแยก หมู่บ้านค่ะ ซึ่งดิฉันอยากจะให้กรมการปกครองของกระทรวงมหาดไทยได้ทบทวนในการแยก หมู่บ้านใหม่อีกครั้งหนึ่ง สืบเนื่องจากบ้านเทพประทับ หมู่ที่ ๙ ตําบลนางิ้ว อําเภอสังคม ได้ขอตั้งหมู่บ้านใหม่เป็นหมู่ ๑๐ ชื่อเทพประทับเหมือนกันค่ะ ตําบลนางิ้ว อําเภอสังคม หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านแออัดและชุมชนหนาแน่นก็เลยขอแยกหมู่บ้าน แล้วก็ได้ผ่านมติ ประชาคมของหมู่บ้านผ่านไปยังอําเภอ ผ่านไปทางจังหวัดจนถึงกระทรวงมหาดไทย แล้วก็การแยกหมู่บ้านในครั้งนี้ก็เข้าหลักเกณฑ์ตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๓๙ กรณีเป็นชุมชนหนาแน่น แล้วก็ผ่านขบวนการเรียบร้อย แต่ว่าทาง จังหวัดหนองคายได้รับการรายงานจากกรมการปกครองเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๐ เนื่องจากปีงบประมาณ ๒๕๕๐ ถึง ๒๕๕๑ กรมการปกครองไม่ได้รับจัดสรร จากสํานักงบประมาณเลย แต่เดี๋ยวนี้เป็นรัฐบาลใหม่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมการปกครองว่าให้เห็นความสําคัญในการแยกหมู่บ้าน ซึ่งหมู่ ๙ นี้ หมู่บ้านหนาแน่น ประชากร ๑,๐๘๓ คน ๒๙๘ หลังคาเรือน แล้วเขาขอแยกเป็นเรื่องที่การดูแลการบริการ แล้วก็ความมั่นคง หมู่บ้านนี้ห่างไกลจากอําเภอค่ะท่านประธาน อยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ด้วยความเคารพค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เปมิศา ๖/๒

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องแต่วันนี้ผมคงต้องใช้เวลาที่ช่วงจํากัด ผมขออนุญาต แค่เรื่องเดียว ที่ผมขออนุญาตผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลก็คือกรณีที่รัฐบาลได้มีมติ ของ ครม. เห็นชอบการเยียวยาทางการเมือง สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้เยียวยาให้กับคนที่ เสียชีวิตในกรณีการประท้วงในกรุงเทพมหานครได้ถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ใช้ทุ่มงบประมาณทั้งหมด ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปถึง รัฐบาลว่า ในกรณีการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้คนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นในกรณีของกรือเซะ ตากใบ ในกรณีของมัสยิดอัลฟรุกอน ในกรณีตากใบ และในกรณีของสะบ้าย้อย ทหาร ตํารวจ อส. พระ โต๊ะอิหม่าม ประชาชนผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ เหล่านี้รัฐบาลไม่ได้ให้ความใส่ใจและสนใจเลย ทั้ง ๆ ที่รัฐมนตรี ที่ได้เคยตอบคําถามผมในสภาผู้แทนราษฎรว่า ถ้าเสื้อแดงได้รับค่าเยียวยาเท่าไร คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องได้รับการเยียวยาเท่านั้น วันนี้รัฐบาลไม่ได้นําปัญหา เรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาอยู่ในกระบวนการของการเยียวยาเลย ถามว่าอย่างนี้ รัฐบาล ๒ มาตรฐานไหมครับ แต่เท่าที่ผมทราบรัฐบาลวันนี้ได้ให้ไปอย่างเดียวครับ ที่พวกเราขอไม่เคยได้ สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือวันนี้คุณสร้างความบอบช้ํากับบ้านเมือง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๗/๑ ประเภทที่บอกว่ายิ่งเผายิ่งรวย ต่อไปก็เผากันทั้งเมืองล่ะครับท่านประธานครับ ผมฝาก ท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าให้นําเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาควบคุมดูแลด้วย ให้ในการเยียวยาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถามว่าทําไมทหาร ตํารวจที่ได้เสียชีวิต จากการปกป้องประเทศชาติไม่ได้รับการเหลียวแล ไม่ได้รับเงินการเยียวยาเลย อันนั้น เขาสละชีพเพื่อบ้านเมืองนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเยาวนิตย์ เพียงเกษ

นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยในระบบ บัญชีรายชื่อ ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องความเดือดร้อนของพระภิกษุแล้วก็นิสิตที่เป็นคฤหัสถ์ ด้วยนะคะ พระภิกษุนี้ก็เป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ตําบลโคกศรี อําเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น คือมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ได้เปิดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีทั้งระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก โดยจะเน้นเฉพาะสาขาด้านพระพุทธศาสนาเป็นหลักนะคะ ปรากฏว่า มีผู้ที่มาเข้าเรียนเป็นจํานวนมาก แต่ปรากฏว่าอาคารสถานที่ไม่ค่อยเอื้ออํานวยเท่าไร โดยเฉพาะโรงอาหารหรือถ้าเราเรียกอีกทีหนึ่งก็ว่าเป็นหอฉันท์นะคะ ก็อยู่ในสภาพที่เรียกว่า มุงด้วยสังกะสีแล้วก็อยู่กับดิน หมายถึงว่าไม่ได้เทปูนเสียด้วยซ้ํา ก็เป็นที่ยากลําบากมาก โดยเฉพาะเวลาฝนตกแล้วก็นิสิตก็มีจํานวนมากถึงร่วม ๑,๐๐๐ ชีวิตนะคะ เพราะฉะนั้น ดิฉันก็เลยได้ประสานงานพร้อมทั้งคุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ซึ่งเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทยเช่นกันได้ประสานงานไปยังจังหวัด ปรากฏว่าจังหวัดก็ได้อนุมัติให้ทํา โรงอาหาร ก่อสร้างโรงอาหาร ดิฉันต้องการทราบถึงความคืบหน้าว่าได้มีการดําเนินการ ไปถึงไหนแล้วนะคะ จะมีการสร้างในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นี้หรือไม่ ดิฉันก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในเรื่องดังกล่าวนี้ค่ะ เพราะว่าต้องการ คําตอบจริง ๆ ความเดือดร้อนจําเป็นอย่างยิ่ง หน้าฝนก็ใกล้เข้ามาแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล แล้วก็ท่านสุพัชรีต่อนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๗/๒

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตหารือเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ของเรานะครับที่รัฐบาลจะต้องลงทุนในระบบสาธารณูปโภค การท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง จะต้องได้รับการดูแลเรื่องการเดินทางของนักท่องเที่ยว การเดินทางโดยเครื่องบิน ครับท่านประธานครับ ที่จังหวัดตรังมีสนามบินตรังอยู่ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ครับท่านประธาน ประเทศญี่ปุ่นใช้เป็นที่ขึ้นลงเครื่องบินชั่วคราว หลังจากนั้น กองทัพอากาศก็เข้ามาดูแล จนกระทั่งขณะนี้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดูแล ท่านประธานครับ ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะครั้งหลังสุดนะครับก็คือเมื่อปี ๒๕๔๑ สมัยรัฐบาล ท่านชวน หลีกภัย ก็ได้มีโอกาสสร้างอาคารผู้โดยสาร แต่ขณะนี้ขนาดของรันเวย์ (Run-way) ยาวเพียงแค่ ๒,๑๐๐ เมตร พี่น้องชาวตรังแล้วก็นักท่องเที่ยวทั้งหลายมีความประสงค์จะขอ ขยายรันเวย์สนามบินเป็น ๓,๐๐๐ เมตร เนื่องจากจะได้รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ การขยายสนามบินก็สามารถที่จะทําไปทางถนนตรัง-ปะเหลียน ได้ ทางรถยนต์ก็ทําเป็น ทางลอด

เรื่องที่ ๒ ก็คือขอให้ทางกรมทางหลวงได้ไปแก้ปัญหาทําสะพานเลี้ยวขวา มาที่จังหวัดตรัง ที่ชุมทางทุ่งสง ที่ทางแยกทุ่งสง เพื่อความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ จังหวัดตรัง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๘/๑

เรื่องที่ ๓ ก็คือท่าเรือคลองสนที่อําเภอสิเกา ซึ่งได้รับการก่อสร้าง จากงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง วันนี้เนื่องจากตะกอนมันลงไปในคลองมาก อยากให้กรมเจ้าท่าได้ไปขุดลอกคลองด่วน เพื่อให้เรือสามารถเข้าออกได้สะดวก การประปาส่วนภูมิภาคได้ไปขยายการใช้ประปานะครับ การลงทุนจําเป็นที่จะต้องใช้ครับ เพราะว่าคนเสียภาษีสามารถที่จะเสียภาษีให้กับพี่น้องประชาชนได้ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทางรัฐสภายินดีต้อนรับคณะนายก อบจ. และท่านรองนายก อบจ. จังหวัดพะเยา นําโดยท่านอรุณี ชํานาญยา เชิญท่านสุพัชรีครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐของฉบับวันนี้ พาดหัวข่าวว่า ฆ่าให้ตาย ก็ไม่ได้ยางกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ซึ่งมันเป็นหัวข้อข่าวที่หน้าสะเทือนใจมากนะคะ เพราะว่า มันจะเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุการณ์ทางการชุมนุมในเรื่องของการ ประท้วงในเรื่องของราคายางพารานะคะ ในวันนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านก็ได้ลงไปเพื่อที่จะไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ดิฉันดูในเนื้อเรื่องข่าวท่านบอก ว่าราคายางท่านจะทําให้ได้กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องยางพารา ก็ได้สลายการชุมนุมไป วันนี้ท่านก็กลับมาบอกว่าท่านก็ไม่ได้พูดอย่างนั้น ดิฉันก็อยากจะ ให้ท่านรัฐมนตรีได้แถลงข่าวในเรื่องของการแก้ปัญหาราคายางพาราให้กับพี่น้องเกษตรกร ให้ดีนะคะ แล้วก็พูดให้ชัดว่า ณ ตอนนี้ท่านจะทําให้ราคายางของพี่น้องชาวสวนยางพารา ให้ได้ราคาเท่าไร

เรื่องที่ ๒ ทางโรงเรียนหานโพธิ์พิทยาคม ตอนนี้ได้เดือดร้อนเรื่องน้ําประปา ดื่มได้ ได้ซื้อน้ํากระป๋องกระป๋องละ ๑๐ บาทเพื่อที่จะให้เด็กนักเรียนได้ดื่มกัน ได้ทานกัน ดิฉันก็อยากจะฝากทางท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลในเรื่องของโครงการน้ําประปาดื่มได้ ให้กับโรงเรียนหานโพธิ์พิทยาคม อําเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน วันนี้เราได้เห็นว่าเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุ ของทางรถไฟ โดยเฉพาะเครื่องกั้นของทางรถไฟก็ดี สัญญาณทางการรถไฟก็ดีที่มีการชํารุด สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๘/๒ แล้วก็พี่น้องที่สัญจรข้ามทางรถไฟก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น จังหวัดพัทลุงเราก็เกิดเหตุการณ์ ตรงนี้ขึ้นมาดิฉันอยากจะฝากผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนราชการ ช่วยดูในเรื่องของเครื่องกั้น ทางรถไฟ ดูในเรื่องของสัญญาณไฟจราจรให้กับจังหวัดพัทลุงด้วย ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชิดชัยครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ๑ เรื่อง แต่เป็นเรื่องที่สําคัญนะครับ ก็สืบเนื่องจากจังหวัดขอนแก่นมีการพัฒนา และขยายตัวมากนะครับ โดยเฉพาะถนนมิตรภาพซึ่งอยู่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปทางจังหวัดอุดรธานีนะครับ ได้มีศูนย์การค้าโลตัสเกิดขึ้น แล้วก็มีโรงเรียนสาธิต ม. ดินแดง และมีหน่วยราชการต่าง ๆ อยู่ ๒ ข้าง ปรากฏว่ายิ่งความเจริญมากขึ้น คมนาคมสะดวกมากขึ้น อุบัติเหตุนี่เกิดเป็นประจํานะครับ ก็เนื่องจากการแก้ของถนนนี่มันยังไม่ครบ กล่าวคือ มีนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นเสียชีวิตเดือนที่แล้วก็มี ๒ คนนะครับ ปี ๑ เป็นผู้ชาย ๑ คน เป็นผู้หญิง ๑ คน อันนี้ก็ทําให้ญาติพี่น้องเขาเสียใจแล้วเราก็เสียอนาคตของชาติไปนะครับ อุบัติเหตุนี้นอกจากเหตุเกิดกับนักศึกษาแล้วยังเกิดกับรถที่จะเลี้ยวต่าง ๆ สืบเนื่องจากไม่มี ยูเทิร์น (U-turn) ครับ พอไม่มียูเทิร์นปั๊บก็มีรถเข้ารถออก แล้วโดยเฉพาะกลางคืนนี่อุบัติเหตุ บ่อยมากครับ ชนท้ายกัน เพราะฉะนั้นอยากฝากเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ช่วยพิจารณาว่าถนนที่เป็นลักษณะอย่างนี้ โดยเฉพาะที่หน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่นควรจะมี ยูเทิร์นให้มันชัดเจน มีเครื่องหมายจราจรให้ชัดเจน มีไฟส่องทางให้สว่างพอ แล้วก็ถ้าจะดี ในช่วงที่ มีรถเยอะ ๆ ควรจะมีจราจร หรือเจ้าหน้าที่ไปดูแลด้วยเพื่อลดอุบัติเหตุนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๙/๑

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุพราชเชิญครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากนายสงกรานต์ มาสีจันทร์ ผู้อํานวยการ โรงเรียนติ้ววิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่ตําบลบ้านติ้ว อําเภอหล่มสัก มีนักเรียน ๗๒๔ คน นักเรียนส่วนใหญ่มาจาก ๔ ตําบล นั่นก็คือ ตําบลบ้านติ้ว ตําบลบ้านหวาย ตําบลบ้านโสก และตําบลห้วยไร่ ภายในโรงเรียนมีปัญหานักเรียนขาดน้ําดื่ม ของบประมาณ ในการสร้างประปาดื่มได้ให้กับนักเรียนและคุณครูโรงเรียนติ้ววิทยาคมด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนบ้านวังยาว หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยระหงษ์ หมู่ที่ ๗ ตําบลปากช่อง อําเภอหล่มสัก บ้านสักง่า หมู่ที่ ๒ บ้านลุ่มกะทาด หมู่ที่ ๓ บ้านวังก้นหวด หมู่ที่ ๔ บ้านหินโง่น หมู่ที่ ๕ บ้านห้วยผักกูด หมู่ที่ ๑๐ บ้านกลาง หมู่ที่ ๑๔ ตําบลศิลา อําเภอหล่มเก่า บ้านกกกล้วยนวล หมู่ที่ ๗ บ้านตาดข่า หมู่ที่ ๘ ตําบลตาดกลอย อําเภอหล่มเก่า หมู่บ้านเหล่านี้พี่น้องประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรม ขาดเอกสารสิทธิ ในที่ดินทํากิน ที่สําคัญพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าวนั้นประกอบอาชีพทําการเกษตร มาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าแล้วครับ วันดีคืนดีก็ถูกป่าไม้ดําเนินคดีเข้าจับกุม อยากเรียน ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กรมที่ดินและกรมป่าไม้ เข้าไปเพื่อแก้ไข ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าว

เรื่องที่ ๓ ฝายกั้นน้ําบริเวณหมู่ที่ ๔ ตําบลหินฮาว พังเสียหาย บริเวณหูช้าง มีน้ํากัดเซาะทําให้พื้นที่บริเวณหูช้างและถนนที่ตัดผ่านหมู่บ้านพังเสียหาย ของบประมาณ ในการซ่อมแซมให้พี่น้องประชาชนหมู่ที่ ๔ ตําบลหินฮาว อําเภอหล่มเก่า ขอกราบขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเลขาธิการช่วยตามรัฐมนตรีด้วยนะครับ ๔ กระทู้ถาม ถ้าพร้อมแล้วผมจะให้ตอบเลยนะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๙/๒

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ เรื่องขอขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรและเพื่อการดํารงชีวิต ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชน ๘ หมู่บ้านด้วยกันถึงความต้องการไฟฟ้าสู่ไร่นา สู่สวนยางพารา ความมืดมิดค่ะ ท่านประธานคะ ความมืดมิดไร้แสงสว่างจากการไม่มีไฟฟ้าในชนบททําให้ ประชาชนขาดโอกาสหลาย ๆ อย่างในการพัฒนาความเป็นอยู่ในชีวิตกับเทคโนโลยี ในปัจจุบัน ความมืดมิดในท้องทุ่งไร่นาและสวนยางพาราในค่ําคืน คืนหนึ่ง ๆ ที่ผ่านไป ไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในชีวิตเพราะมองไม่เห็น อาชญากรรมอาจจะเกิดขึ้นได้ ไม่มีที่สิ้นสุด พี่น้องประชาชนเสียโอกาสในการพัฒนาชีวิต ไม่ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน หมู่บ้านที่ต้องการไฟฟ้าจากการเรียกร้อง ร้องเรียนมีดังต่อไปนี้ค่ะ ๑. บ้านบงเหนือ หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๑๑ ตําบลบงเหนือ อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๒. พี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๙ ตําบลบ้านถ่อน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๓. บ้านขาว ตําบลบงเหนือ อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๔. บ้านดอนม่วงไข่ หมู่ที่ ๖ ก็ไม่มีไฟฟ้าใช้เช่นเดียวกันค่ะ ตําบลบ้านใต้ อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๕. หมู่บ้านทุ่งคํา หมู่ที่ ๓ บ้านเจริญสิน ตําบลเจริญสิน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๖. บ้านด่านไชโย ตําบลมาย อําเภอบ้านม่วง หมู่ที่ ๖ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานคะ ที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ๘ หมู่บ้าน เขาต้องการไฟฟ้าค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ชนบทต้องการไฟฟ้า เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ขอท่านรัฐมนตรีลิขิต ด้วยการเอื้ออารีพี่น้อง ในชนบทด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๑๐/๑

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่เชิญท่านเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ตั้งใจจะหารือกับท่านประธานสมศักดิ์เป็นการเฉพาะ แต่ว่าเมื่อประธานสมศักดิ์ไม่อยู่ ผมขออนุญาตที่จะหารือกับท่านประธานวิสุทธิ์ ก็สืบเนื่องเรื่องกรณีการก่อสร้างรัฐสภา ที่มีปัญหาอยู่ แล้วก็มีความอึมครึมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเห็นของท่านประธานสมศักดิ์ กับรองประธานเจริญ ซึ่งไม่เกี่ยวกับท่านรองประธานวิสุทธิ์นะครับ ก็คือว่าสิ่งที่ ท่านรองประธานเจริญได้พูดเรื่องการเตรียมสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาใหม่ โดยเฉพาะอย่างที่ จังหวัดนนทบุรี หรือไปที่จังหวัดสระบุรีด้วยเหตุผลใดก็ไม่ทราบครับ แล้วก็ฟังผู้มีอํานาจสูงสุด ก็คือท่านประธานสมศักดิ์ ท่านก็พูดในลักษณะยังกั๊ก ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการโยกย้ายหรือไม่ ทําให้สังคมนินทาว่าพฤติกรรมแบบนี้มันคือพฤติกรรมตีเมืองขึ้น หรือเขาเรียกว่าตีปี๊บ หวังอะไรหรือเปล่า ผมไม่อยากจะให้การก่อสร้างรัฐสภามีความยืดเยื้อออกไปอีก ผมอยากจะให้มีความชัดเจน ถ้าไม่มีความชอบมาพากลตรงไหน ผมอยากจะให้ผู้ที่รับผิดชอบ ได้ออกมาชี้แจง พวกผมสมาชิกรัฐสภาก็จะได้มีการช่วยกันตรวจสอบ เพราะว่ารัฐสภา ที่เราก่อสร้างกันมาผมคิดว่าเป็นความคาดหวังของสมาชิกรัฐสภาทุกคน ตั้งแต่ผมเป็นสมาชิกรัฐสภาใหม่ ๆ จนถึงปัจจุบันนี้เราก็ยังไม่เห็นวี่แวว วันนี้การก่อสร้าง รัฐสภามันเริ่มไปถึง ๓ ถึง ๔ แล้ว หรือเราจะให้ไปเริ่ม ๑ ใหม่ ผมคิดว่ามันไม่มีอนาคตจริง ๆ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานวิสุทธิ์ว่าอยากจะให้ท่านในฐานะที่เป็นคนกลาง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไปนําเรียนกับ ๒ ท่านว่าขอให้มีความชัดเจนว่าท่านต้องการ อย่างไร เพราะว่าการให้สัมภาษณ์เมื่อเช้านี้ในหนังสือพิมพ์ สื่อ ท่านก็ยังไม่ฟันธง ผมอยากจะเรียนนะครับว่าการสร้างรัฐสภาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ที่มีความหมาย สําหรับประเทศเป็นอย่างยิ่ง พิธีกรรม พระราชพิธีวางศิลาฤกษ์ก็ได้ดําเนินการไปแล้ว และในขณะนี้เราก็ทราบนะครับว่าได้เตรียมการไปได้มากพอสมควร ถ้าจะเปลี่ยนแปลง ไปเริ่มต้น ๑ ใหม่ ผมคิดว่าจะเป็นปัญหาที่ไม่มีวันจบสิ้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ ท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานสมศักดิ์ซึ่งท่านได้ขึ้นมาแล้วนี่ ให้ความกระจ่าง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๑๐/๒ กับสมาชิกรัฐสภา การให้สัมภาษณ์ในสื่อมวลชนผมคิดว่าไม่ได้เป็นสัญญาประชาคมที่ให้กับ สมาชิกรัฐสภา เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะให้ท่านได้ฟันธงเพื่อให้พวกผมได้สบายใจด้วยครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต้องขออภัยท่านจริง ๆ เมื่อสักครู่ผมไม่ได้ฟัง ผมเพิ่งขึ้นมาแล้วก็ได้ยินตอนท้าย ๆ นี่ ท่านสรุปนิดเดียวครับ ประเด็นที่ถาม

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่เรียนถามก็คือกรณีที่ท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล ท่านให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการ ทบทวนสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โดยพูดถึงที่จังหวัดนนทบุรีว่าเพื่อหนีปัญหาน้ําท่วม พูดไปถึงจังหวัดสระบุรีว่าได้มีการนั่ง ฮ. ไปสํารวจที่ ตรงนี้เองละครับ มันสร้าง ความคลางแคลงใจให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภานี่ ได้ดําเนินการก่อสร้างมาพอสมควรแล้ว ถ้านับเริ่มต้นผมคิดว่าก็ไปประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าผมต้องการจะทราบว่านั่นเป็นความเห็น ของรองประธานเจริญนะครับ เป็นเบื้องต้น แต่ว่าผมยังไม่ทราบความเห็นของท่านประธานรัฐสภา ท่านสมศักดิ์ซึ่งมีอํานาจสูงสุดในการตัดสินใจ เท่าที่ผมฟังการให้สัมภาษณ์ของท่านกับสื่อ เมื่อวาน ท่านก็ยังกั๊กอยู่ ยังพูดไม่ฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าท่านจะเอาอย่างไร สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๑๑/๑ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะให้ท่านชี้แจงว่าถ้าหากว่าติดขัดเรื่องการก่อสร้างรัฐสภา มีเรื่องไม่ชอบมาพากลตรงไหน ติดขัดตรงไหน ผมอยากจะให้ท่านได้เปิดเผยออกมา พวกผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาจะได้ช่วยท่านในการตรวจสอบ ในการที่จะทําความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชน ผมไม่อยากให้สังคมนินทาว่ามีการก่อสร้างแล้วมันมีเรื่องผลประโยชน์ ไม่ลงตัวกัน มันมีติดขัดตรงโน้นตรงนี้ มีการตีปี๊บเรียกเมืองขึ้น ตีเพื่อจะตบทรัพย์ผู้รับเหมา ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นท่านประธาน ผมเห็นว่าท่านเป็นประมุขสูงสุดของรัฐสภา ก็อยากจะให้ท่านฟันธงแล้วก็ให้ความกระจ่างชัดกับสมาชิกรัฐสภา และการพูดของท่าน ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าเป็นสัญญาประชาคมที่ท่านให้กับมวลสมาชิกรัฐสภา ทุกคนครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเทพไทครับ เรื่องรัฐสภาวันนั้นผมได้ชี้แจงในที่ประชุมไปพอสมควรนะครับ แต่ในประเด็นที่ท่านได้ตั้ง คําถามขึ้นมาในกรณีที่อาจจะมีการเสนอย้ายไปที่สระบุรีอะไรทํานองนี้นะครับ ผมยังไม่ได้รับ รายงาน คณะกรรมการที่ผมตั้งไปโดยที่มีรองประธานเจริญเป็นประธาน ผมก็ได้ทราบ จากข่าวเหมือนกับท่านเหมือนกัน เพราะฉะนั้นให้คณะกรรมการเขาได้ทํางานนะครับ แล้วก็คงสรุปความเห็นโดยรวมทั้งหมดนําเสนอผมอีกที ฉะนั้นจะให้ผมมาวิพากษ์วิจารณ์ ตอนนี้หรือพิจารณาในตอนนี้ยังคงไม่เหมาะ เพราะผมยังไม่มีข้อมูลในรายละเอียดครับ ต้องฟังเหตุผลของเขาอีกที เชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อความกระจ่างชัด ท่านประธานครับ ก็แสดงว่าท่านยังไม่ได้ฟันธง ก็คือหมายความว่าท่านยังมีแนวความคิดว่า ยังเปิดโอกาสให้คณะกรรมการเสนอความเห็นเพื่อที่จะย้าย มีโอกาสมีเปอร์เซ็นต์ ที่จะเปลี่ยนแปลง ที่จะย้ายที่ก่อสร้างรัฐสภาได้อย่างนั้นหรือครับ หรือว่าท่านก็คิดว่าปิดประตู แล้วการย้ายจะไม่มี ผมอยากให้ท่านพูดกันตรง ๆ ว่าไม่มีการย้ายแล้ว อุปสรรคที่เกิดขึ้น ระหว่างที่มีการก่อสร้างนี้เราจะแก้ไขอย่างไร เพราะถ้าหากฟังท่านประธานพูด ท่านก็บอกว่า ยังไม่ได้รับรายงาน และคณะของคุณเจริญก็ยังไม่สรุปเรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานที่ ตรงนี้เอง ผมอยากจะถามท่านว่ายังมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงสถานที่อีกหรือไม่ครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๑๑/๒

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมย้ําอีกทีนะครับ ผมยังไม่ได้รับข้อมูลเหตุผล ผมยังไม่ทราบด้วยครับว่าเป็นข้อสรุปของคณะกรรมการหรือยัง ถ้าคณะกรรมการเขาสรุปว่าไม่ย้าย ก็จบ แต่ถ้าเขาสรุปย้ายก็ต้องมีเหตุผลมาชี้แจงกับผม ผมก็ต้องฟังเหตุผลเขาก่อน ขั้นตอนมีแค่นั้นละครับ คุณหมอเชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เรื่องเกี่ยวเนื่อง กับที่ท่านประธานได้พูดถึงก็คือเรื่องการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งผมเชื่อว่าเรื่องนี้ อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน แล้วก็สนใจของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. แล้วก็เท่าที่ทราบว่าอดีตที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปเยอะ เพราะสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ท่านเสด็จมาเป็นองค์ประธานในการวางศิลาฤกษ์ ดังนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า คณะทํางานที่ท่านตั้งขึ้นมาโดยมีท่านเจริญเป็นประธาน ถ้าผลการศึกษาและดําเนินการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสแล้วก็เร่งรีบดําเนินการ แล้วอย่างอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลง อันนั้น เราไม่ติดใจ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น ผมอยากจะเสนอท่านประธานว่าท่านควรจะ เสนอให้มีการเปิดที่ประชุมสภาของเรา หรือเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของ เพื่อนสมาชิก ไม่อยากให้ท่านตัดสินใจโดยพลการ เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นประโยชน์ ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ให้ ส.ส. และ ส.ว. ทั้งหมดควรจะมีส่วน ในการแสดงความคิดเห็นต่อการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ของเราด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รับไว้พิจารณานะครับ ไปที่ท่านมนพร เจริญศรี เชิญครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน มีเรื่องหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๑๒/๑

เรื่องแรก ดิฉันได้รับคําร้องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ ตําบลบ้านกลาง และตําบลนาราชควาย อําเภอเมือง จังหวัดนครพนมว่ามีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องราคาไข่ ตกต่ําเป็นอย่างมากค่ะ ซึ่งในปัจจุบันนี้มีฟาร์มผู้เลี้ยงไก่ และมีแม่ไก่ทั้งหมด ๒๗๓,๓๐๐ ตัว แต่สามารถผลิตไข่ออกสู่ตลาดได้วันละ ๑๒๐,๐๐๐ ฟอง แต่จําหน่ายได้จริง ๆ เพียงวันละ ๖๐,๐๐๐ ฟอง สืบเนื่องจากมีบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยได้นําไข่ไก่นอกพื้นที่เข้ามา จําหน่าย ซึ่งมีราคาต่ํากว่าฟองละ ๕๐ สตางค์ ดิฉันอยากจะทําให้ไข่ไก่ในพื้นที่ไม่สามารถ จําหน่ายได้ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้นําไข่ไก่ ของจังหวัดนครพนมไปเข้าโครงการจําหน่ายสินค้าของธงฟ้าหรือกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็หา จุดขายไข่ในราคาที่เป็นธรรมแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไข่ไก่ในราคาที่ต้นทุนแล้วก็สามารถ ที่จะอยู่ได้ในการเลี้ยงชีพต่อไปค่ะ

เรื่องที่ ๒ ด้วยองค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข. แห่งประเทศไทยได้นํา ข้อเรียกร้องของข้าราชการที่เป็นข้าราชการกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ กบข. ทั่วประเทศ ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ ต้องการมีการแก้ไขหลักเกณฑ์การคํานวณเงิน ของ กบข. โดยขอให้ท่านประธานสภาได้บรรจุระเบียบวาระนี้เข้าสู่สภา โดยได้มีการขอแก้ไข ตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๓ ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกําลังใจให้กับข้าราชการที่เกษียณ แล้วในอนาคตดิฉันหวังว่าระเบียบข้อกฎหมายนี้จะได้รับการแก้ไขในสมัยของรัฐบาล ของพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศุภชัย ศรีหล้า ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ พี่น้องอีสานในหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดอุบลราชธานี ไม่ว่าจะเป็นอําเภอม่วงสามสิบ อําเภอเหล่าเสือโก้ก อําเภอดอนมดแดง อําเภอตาลสุม วันนี้เข้าร่วมโครงการจํานําข้าวกับทาง รัฐบาลแล้วเป็นระยะเวลาเดือนเศษ ๆ แล้วนะครับ ท่านประธาน ที่พี่น้องยังไม่ได้รับเงิน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๑๒/๒ จากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ข้าวก็รับของพี่น้องไปแล้ว หักความชื้น หักสิ่งเจือปน หักสารพัดแล้ว แต่เงินพี่น้องยังไม่ได้ครับ พี่น้องฝากกระผมมาทวงถามผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาลด้วย

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานคือ เรื่องของการ สนับสนุนเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมทางหลวงชนบท ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลาย ๆ พื้นที่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตชุมชนในช่วงค่ําคืนนั้นความมืดเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการสัญจรไปมา และเรื่องของ มิจฉาชีพ ถนนหลายสาย ทางหลวงชนบทน่าจะสนับสนุนเรื่องไฟฟ้าแสงสว่าง ยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ ถนนจากม่วงสามสิบไปกุงชัย หรือเขตอําเภอพนาของจังหวัดอํานาจเจริญ ผ่านวัดป่าวิเวกธรรมชาน์ บ้านสวนวัว บ้านหนองเมือง บ้านห้องไผ่ บ้านบัวยาง บ้านดงยาง ไปบ้านดุมใหญ่ และไปทางกุงชัย ถนนสายนี้ก็มีความจําเป็น ถ้าเผื่อว่าเราจะทํา ไฟฟ้าแสงสว่าง หรือถนนจากเหล่าเสือโก้กมาบ้านเทพา ก็ผ่านชุมชนหลายพื้นที่นะครับ ถนนจากเขื่องในมาม่วงสามสิบก็เช่นเดียวกัน

และเรื่องที่ ๓ ที่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือการก่อสร้างสะพานข้ามลําเซบก บริเวณบ้านท่าลาด ตําบลเลาแดง อําเภอดอนมดแดง ผ่านไปยังพี่น้องอําเภอตาลสุม ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าบอกว่า มีสะพานข้ามจากลําเซบกเชื่อมระหว่าง ๒ พื้นที่จะช่วยอํานวยความสะดวก ต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอให้ทางรัฐบาลได้เร่งรัดดําเนินการในเรื่องดังกล่าวด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกส้มทั่วประเทศครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานที่อําเภอแม่อาย อําเภอฝาง อําเภอชัยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ประสบปัญหาความเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ เรื่องการจําหน่ายผลผลิตส้มเขียวหวานไม่ได้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๑๓/๑ อีกทั้งลูกค้าที่เคยสั่งซื้อผลผลิตเข้ามาได้มีการยกเลิกในการสั่งผลผลิตส้มที่จะมาจําหน่าย สาเหตุมาจากได้มีการนําเข้าผลผลิตส้มเขียวหวานจากประเทศจีน ประเทศพม่ามาจําหน่าย เป็นจํานวนมากครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่จะนําผลไม้จากต่างประเทศเข้ามานั้น ก็ไม่ผิดครับ แต่มันมีข้อบังคับอยู่ครับ ส้มนั้นนําเข้ามาได้ ผลไม้ ลูกส้มนําเข้ามาได้ แต่จะนําเอากิ่ง ใบ ก้าน ของผลไม้ของส้มนั้นเข้ามานั้นอาจจะนําเชื้อโรคเข้ามาระบาด ในประเทศ ทําให้เกษตรกรของเรานั้นได้รับความเดือดร้อนในอนาคต ปัจจุบันนี้ได้รับ ความเดือดร้อนมากครับ เพราะส้มที่นําเข้ามาจากต่างประเทศนั้น นําเข้ามาขายในตลาดนั้น ราคาถูกมากครับ ทําให้เกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานภายในประเทศนั้นจําหน่ายไม่ได้ครับ ผู้บริโภคหันมานิยมซื้อส้มเขียวหวานที่นําเข้าจากต่างประเทศนั้นมาบริโภค เกษตรกร เขาได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ วันนี้ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง กรมที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยควบคุมดูแลหน่อยครับ อย่าให้ผลผลิตจากต่างประเทศ โดยเฉพาะส้มเข้ามาในประเทศไทย ขอชะลอครับไม่ใช่ไม่ให้เข้า ชะลอสัก ๓ เดือนครับ เช่น ส้มเขียวหวานของประเทศไทยที่จะออกในเดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ ๓ เดือนเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมทราบข่าวมา ได้ทราบข่าวนะครับว่าส้มเขียวหวานที่มาจากประเทศจีนลอยอยู่ในทะเลเป็น ๑๐๐ ลํา นั่นคือเป็น ๑,๐๐๐ ตู้ครับท่านประธาน ที่สั่งมาจากประเทศจีนนั้นอยู่ ๒ ประเทศครับตอนนี้ ประเทศมาเลเซียเขาไม่รับแล้วครับ เพราะมีกิ่ง มีใบติดมาด้วย เขาเลยไม่รับ แต่ส้มเหล่านี้ที่ลอยอยู่กลางทะเลเตรียมที่จะเข้ามาในประเทศไทยทั้งหมดครับ เกษตรกร เขาร้องเรียนผมมา มีความจําเป็นที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบ ขอเถอะครับ ช่วยเกษตรกรไทยเถอะครับ ไม่ใช่จะได้แต่พูด แล้วไม่ไปกําชับ ไม่ได้นะครับ วันนี้ขอทางรัฐบาลช่วยดูแลหน่อยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานสภา สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๑๓/๒ ผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เนื่องจากขณะนี้ มีชาวนาในเขตหนองจอกและเขตจังหวัดฉะเชิงเทราได้ขายข้าวกับห้างหุ้นส่วนจํากัด เร โทร ไรซ์ ซึ่งมีนายประคองศักดิ์ โสภณคุณพินิจ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ขายแล้วไม่ได้เงินครับ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับสถานีตํารวจนครบาลหนองจอก ตั้งแต่เดือนตุลาคม มีผู้เสียหาย กว่า ๔๐-๕๐ ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า ๒๐ ล้านบาท เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะครับ เกษตรกรกว่าจะทํานาได้ ก่อนจะได้ข้าวเปลือก แล้วไปขายแล้วยังไม่ได้เงินมาอีกครับ สรุปแล้วเจ้าหน้าที่ตํารวจยังดําเนินคดีไม่คืบหน้า ตอนนี้ทราบมาว่าผู้ถูกกล่าวหาได้หลบหนี ออกนอกประเทศแล้ว ก็ขอฝากเรื่องนี้ให้ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้ช่วยเร่งรัด ติดตาม ลองดูสิครับว่าคดีใหญ่ ๆ กว่านี้ คดีที่มีความลึกลับซับซ้อนมากกว่านี้ท่านยังสามารถ ติดตามดําเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว กับคดีของชาวบ้าน ชาวนาตาดํา ๆ ที่หาเช้ากินค่ํากว่าจะได้ ข้าวมาแต่ละเม็ด ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ช่วยพิจารณาให้ความเมตตาติดตาม เรื่องนี้โดยด่วน เพราะทราบว่าผู้อยู่เบื้องหลังโรงสีแห่งนี้เป็นนักการเมืองในพื้นที่ มีอิทธิพลครับ ช่วยพิจารณาด้วยครับ เรื่องนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าโครงการรับจํานําข้าวของรัฐบาลนั้น ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงครับ ขอบคุณครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๑๔/๑

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุรสาล ผาสุข

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องที่จะได้นําเรียนหารือท่านในวันนี้เป็นเรื่องเดิมที่กระผมเคยได้นําหารือ ในสภาแห่งนี้ไปแล้ว ๒ ครั้ง เป็นเรื่องของการก่อสร้างระบบหรือคันป้องกันน้ําท่วม ชนิดคอนกรีตเสริมเหล็กที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งที่ผ่านมานั้นได้ดําเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วใน ๒ พื้นที่ด้วยกันนะครับ คือที่อําเภออินทร์บุรีฝั่งตะวันออกกับที่เทศบาลเมืองสิงห์บุรี ฝั่งตะวันออกซึ่งใช้งบประมาณไปจํานวนไม่น้อย แต่ระบบดังกล่าวนั้นไม่สามารถใช้ป้องกันน้ําได้ เรื่องนี้กระผมได้หารือกับท่านประธานไปแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยในข้อหารือนั้นได้ขอให้ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ชี้แจงสาเหตุวิธีการแก้ไข และความรับผิดชอบโดยระบุว่าหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาของการ ไม่สามารถป้องกันน้ําได้ให้ระงับการก่อสร้างคันป้องกันน้ําท่วมตามแบบของกรมโยธาธิการ และผังเมืองไว้ก่อน จนบัดนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองยังไม่มีคําชี้แจงใด ๆ แต่ตรงกันข้าม กลับลงมือก่อสร้างคันป้องกันน้ําท่วมที่ตําบลบางน้ําเชี่ยว อําเภอพรหมบุรี โดยประชาชน ในพื้นที่ได้แจ้งให้ผมทราบ พร้อมภาพถ่าย มอบภาพถ่ายมาเป็นหลักฐานเนื่องจากว่าเกรงว่า จะสูญเสียงบประมาณ ซึ่งใช้งบประมาณถึง ๒๐๐ ล้านบาทไปโดยไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ แต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้โปรดพิจารณา ทบทวนการก่อสร้างระบบหรือคันป้องกันน้ําท่วมดังกล่าวไว้ก่อน และอยากให้ตรวจสอบว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นมีเหตุผลอะไรในการเร่งรีบก่อสร้างโดยไม่ฟังคําทักท้วงจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ทักท้วงมาก่อนหน้านี้ โดยมีหลักฐานเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ที่ชัดเจนครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๑๔/๒

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของศูนย์ไอซีที (ICT) ชุมชนที่ได้อนุมัติไปตั้งแต่ เงินงบประมาณปีที่แล้ว แต่ว่ายังไม่สามารถดําเนินการใช้งานได้ จึงอยากเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังสํานักงานสถิติจังหวัดค่ะ ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช อําเภอท่าศาลา ติดตั้งที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติองค์การบริหารส่วนตําบลท่าขึ้นค่ะ ศูนย์ไอซีทีมีขนาดกลาง แต่ว่าตอนนี้ไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากคนที่ไปติดตั้งติดตั้งแล้วเสร็จตั้งแต่ ๒ เดือน ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถมอบงานได้เนื่องจากความเร็วของอินเทอร์เน็ต (Internet) ไม่ตรงกับสเปก (Spec) แล้วก็ตัวอุปกรณ์ยังไม่ได้มาตรฐาน ส่วนอีกที่หนึ่งที่วิทยาลัยเทคนิคสิชล เจอปัญหาเหมือนกันก็คือว่าไม่สามารถมอบงานได้ เนื่องจากว่าตัวแม่ข่ายติดตั้งแล้วเสร็จแล้ว ก็เกิดการมีโจรบุกไปขโมยตัวแม่ข่ายจึงไม่สามารถใช้การได้ จึงอยากเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังสํานักงานสถิติจังหวัดให้เร่งดําเนินการเพื่อให้พี่น้องประชาชนแล้วก็เยาวชน ที่รอการใช้ศูนย์ไอซีทีชุมชนตัวนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ เป็นเหตุต่อเนื่อง เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่ ประสบภัยตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนกระทั่งต้นปีนี้ทําให้แม่น้ําสําคัญ ๆ หลายสายเกิด การตื้นเขินเนื่องจากมีตะกอนลงไปค้างอยู่บริเวณปากแม่น้ํา จึงอยากนําเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรมเจ้าท่าให้ทําการเปิดร่องน้ําที่ไม่ได้รับการขุดลอกมาเป็นระยะเวลาหลายปี แล้วทําให้เกิดความตื้นเขินและตื้นเขินจากน้ําท่วมครั้งที่ผ่านมานะคะ ไม่ว่าจะเป็น ร่องน้ําคลองทุ่งใส ร่องน้ําคลองท่าหมาก ร่องน้ําคลองเทพา ร่องน้ําคลองหิน ซึ่งเป็นการ ป้องกันแล้วก็เป็นการบรรเทาค่ะ เพราะว่าถ้าเกิดมีการเปิดร่องน้ํา มีการขยายปากแม่น้ํา จะทําให้กระแสน้ําที่ไหลมาสามารถลงทะเลได้อย่างรวดเร็วขึ้น ป้องกันน้ําท่วมขัง แล้วก็สามารถระบายน้ําได้ดีค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากนําเรียนท่านประธานให้กระตุ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทําการป้องกันเพราะว่ามูลค่าความเสียหาย เสียหายมากกว่ามูลค่า ที่เราให้ไปทําระบบป้องกันค่ะ ขอบคุณค่ะ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๑๕/๑

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาต ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านเอมอร สินธุไพร

นางเอมอร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเขตพื้นที่ตําบลโพธิ์ใหญ่ อําเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ที่เป็นเกษตรกรทํานาปรัง ๖ หมู่บ้าน คือบ้านโพธิ์ใหญ่ บ้านท่าโพธิ์ บ้านหนองแวง บ้านบัวงาม บ้านหนองกรุงน้อยและบ้านหนองกรุงใหญ่ค่ะ มีพื้นที่ทํานาปรัง ๓,๕๐๐ ไร่ ต้องอาศัยน้ําที่สูบจากแม่น้ําชีเข้าสู่พื้นที่นาปรัง ซึ่งมีสถานีสูบน้ํา อยู่ที่บ้านท่าโพธิ์ เป็นเครื่องสูบน้ําด้วยระบบไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานเกือบ ๓๐ ปี ได้เกิดการชํารุดเสียหายใช้งานไม่ได้ นาปรังของพี่น้องชาวนาน้ําแห้งขอด ต้นข้าวแห้งตายค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันจึงได้นําเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่มาร้องเรียนผ่านดิฉัน ก็ขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทํานาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ที่ในเขตเลือกตั้งของดิฉันนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธานคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ มีผู้มาลงชื่อประชุม ๒๙๕ ท่านนะครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

พอแล้วครับ เอาละครับ ติดหนี้ไว้คราวหน้า เดี๋ยวก็มีคนประท้วง ฝั่งนี้ก็ต้องต่ออีก มันก็จะไม่จบ เอาคราวหน้าดีกว่าครับ เอาอย่างนี้ถ้าไม่มีคนประท้วง ผมจะอนุญาต เชิญครับ ถ้าอย่างนั้น คงไม่อนุญาตแล้วครับ พอแล้วครับ ท่านรังสิมาครับนั่งเถอะครับ คงไม่อนุญาตแล้วครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ดิฉันสังเกต ถ้าเป็นท่านประธาน จะไม่ให้พูดทุกทีเลย กลัวอะไรดิฉัน ไม่ต้องกลัวดิฉันเรื่องจริงไม่ต้องกลัว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอย่าแขวะเลยครับ นั่งเถอะครับ เป็นอํานาจของประธานที่จะอนุญาตตามสมควร นี่ชั่วโมงเศษแล้วครับ พอเถอะครับ ท่านรังสิมาเอาละครับ นั่งเถอะครับ อย่าเสียเวลาเลยครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๑๕/๒

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประสิทธิ์ ขออนุญาตอย่าประท้วงได้ไหมครับ อนุญาตให้ท่านสัก ๒ นาทีครับ ไม่เป็นอะไรหรอกครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานสภานี้ทุกคน มีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ใช่เฉพาะคุณรังสิมาคนเดียวครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาล่ะครับ นั่งเถอะครับ สมควรแล้วครับ ผมต่อเลยนะครับ

สืบเนื่องจากการประชุมคราวที่แล้วท่านวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่องการปรับขึ้นราคาน้ํามัน ราคาพลังงานและการแจกถุงยังชีพ ถามท่านรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีติดภารกิจสําคัญ จึงมีหนังสือขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ นะครับ ซึ่งในวันนี้ท่านวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยื่นกระทู้ถามสด ในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง จึงมีการบรรจุเพิ่มเป็นจํานวน ๔ กระทู้นะครับ เนื่องจาก ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๔๖ กําหนดให้การประชุม ครั้งหนึ่ง ๆ ให้บรรจุกระทู้ถามสดได้ไม่เกิน ๓ กระทู้นะครับ ผมจึงขอปรึกษาที่ประชุม โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เพื่อของดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ เพื่อบรรจุกระทู้ถามสดในวันนี้ จํานวน ๔ กระทู้นะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๑๖/๑

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นนะครับ ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าที่ประชุมมีความเห็นชอบนะครับ ผมจะดําเนินการตามนี้เลยนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๐๓๐ ส. เรื่อง การปรับขึ้นราคาพลังงาน และการแจกถุงยังชีพ (นายวรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบเชิญ ท่านวรงค์ครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๑๖/๒

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีกระทู้ถามที่จะเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่เสียดายจริง ๆ ท่านประธาน เนื่องจากว่ากระทู้ถามนี้ ผมตั้งไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๒ เดือนธันวาคมมันจึงเป็นกระทู้ถามที่ข้ามปี แต่เป็นความโชคดีที่สาระ ของกระทู้ถาม ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนอยากจะรู้ข้อเท็จจริง มันก็เลยทําให้การรอ ของกระทู้ถามนี้ถึงจะรอมาข้ามปีแล้วก็ยังไม่สายเกินไป และอีกอย่างหนึ่งคือกระทู้ถามนี้มันมี ผลกระทบที่เกิดขึ้นครับ แม้แต่ในพรรคเพื่อไทยเองก็มีผลกระทบที่เกิดขึ้น ดังนั้นผมจึง มีความจําเป็นต้องมาถามย้ําในครั้งนี้และอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมมีคลิป (Clip) ที่จะชี้ให้เห็นถึงผลพวงของการพูดของท่านรัฐมนตรีท่านนี้ในสภาผู้แทนราษฎรจะขออนุญาต ท่านประธานนะครับ เพราะว่าผมเคยขออนุญาตไปแล้ว ขออนุญาตฉายคลิปเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“................ : กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามที่ท่านพลตํารวจเอก ประชา ทั้งท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรพูดในลักษณะเหมือนว่าผมอนุญาตให้เอาถุงยังชีพไปให้ ซึ่งไม่จริง ถุงยังชีพที่ติดตรากระทรวงพลังงานนี่เราส่งไปเพื่อช่วยประชาชนในจังหวัดพิษณุโลกนะครับ โดยเรามีแผนงานในการฟื้นฟูทั้งหมดนะครับ โดยเราส่งไปให้ท่านเก็บไว้ที่นั่น เพื่อว่าเราได้กระจายให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ทั่วถึงนะครับ โดยมีแผนงานชัดเจน แต่ปรากฏว่ามีการนําเอาไปให้ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าท่านขอผมนะครับ ผมก็จะให้นะครับ แต่ท่านไม่เคยขอ ท่านเองไม่ทราบเอาไปได้อย่างไรนะครับ ผมเองเรื่องนี้ ผมก็ได้สอบถามไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเราเองก็กระจาย ให้ประชาชนให้ทั่วถึง ไม่ใช่ว่าจะแจกเป็นหย่อม ๆ แล้วก็แจกที่ซ้ํา ๆ ซึ่งไม่ได้นะครับ คือเรามีแผนงานในการพัฒนาและแผนฟื้นฟูจังหวัดพิษณุโลกอย่างชัดเจนนะครับ พอเราดําเนินการไปอย่างนั้น พอท่านดําเนินการไปอย่างนั้นทําให้แผนงานเราผิดไปหมดนะครับ ผมเองสอบถามไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด”

“............... : ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านก็ได้ชี้แจงเรื่องของแล้วนะครับ คือเอาเฉพาะที่ท่านพาดพิงแล้วท่านก็อธิบายความแล้วนะครับ

“.............. : นิดเดียวนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๑๖/๓

“.............. : นิดเดียวนะครับ เดี๋ยวคุณหมอวรงค์คอยเอาครั้งเดียวเลยนะครับ”

“............... : ผมสอบถามไปทางผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด บอกว่าถูกบังคับครับ ถูกบังคับจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เอามาให้ อันนี้คําพูด ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ ผมขอยืนยันครับ”

“............... : ไม่เป็นไรครับ”

ท่านประธานครับ นี่คือคลิป ที่ท่านรัฐมนตรีพิชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้พูดถึงเรื่องถุงยังชีพเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ของช่วงที่ผ่านมาประมาณสักเดือนเศษ ๆ ท่านพิชัยได้ตบท้ายด้วยประโยคที่ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าถูกบังคับครับ ถูกบังคับจากพรรคประชาธิปัตย์ วันนั้นคือวันที่ ๒๗ เช้าวันที่ ๒๘ ท่านรัฐมนตรีก็เอาจดหมายด่วนของจังหวัดพิษณุโลก ออกมาแถลงข่าว ผมจะขออนุญาตให้เพื่อนสมาชิกมอบสําเนาจดหมาย เพราะว่าเป็นจดหมายที่ท่านรัฐมนตรี เป็นคนเอามาแถลงข่าวนะครับ ผมถ่ายสําเนามาครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ฟังเลยว่า จดหมายฉบับนี้ลงวันที่ ๒๘ เขียนไว้ว่า จังหวัดพิษณุโลกขอเรียนว่าเมื่อประมาณ กลางเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ข้าพเจ้าได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประสงค์ขอรับการสนับสนุน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๑๗/๑ ถุงยังชีพจากผู้ว่าราชการจังหวัดจํานวน ๕๐๐ ถุง ข้าพเจ้าได้เรียนไปว่าขณะนี้ถุงยังชีพ ของจังหวัดหมดแล้วไม่มีสนับสนุน เนื่องจากได้แจกจ่ายช่วยเหลือราษฎรไปแล้ว ซึ่งนายแพทย์วรงค์ได้แจ้งยืนยันให้ข้าพเจ้าทราบว่ายังมีถุงยังชีพอยู่ที่สํานักงานพลังงาน จังหวัดพิษณุโลกอีกจํานวน ๕๐๐ ถุง ซึ่งขณะนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบข้อเท็จจริงว่ายังมีถุงยังชีพ เหลืออยู่และมาจากแหล่งใด แต่เมื่อได้รับแจ้งก็ได้ตรวจสอบกับสํานักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลก จึงได้ทราบว่ามีอยู่จริง แต่ขณะที่ตรวจสอบนั้นยังไม่ทราบจํานวนที่เหลืออยู่ ซึ่งในสถานการณ์ขณะนั้นข้าพเจ้ารู้สึกอึดอัดและกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง หากจะปฏิเสธ การสนับสนุนกรณีดังกล่าวก็เห็นว่าผู้ที่ร้องขอมาคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก ต้องการที่จะนําไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ที่ประสบภัย และอาจถูกตําหนิ ได้ว่าไม่ให้ความสนใจดูแลประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เป็นเสมือนสถานการณ์บังคับ ให้ข้าพเจ้าต้องอนุญาตให้ไปตามจํานวนเท่าที่สํานักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลกมีอยู่ ซึ่งขณะนั้นข้าพเจ้ายังไม่ทราบรายละเอียดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก จะนําไปแจกจ่ายให้กับราษฎร ณ ที่ใด อันนี้คือหลักฐานที่ท่านแถลงมา ท่านพูดในสภาท่านบอก ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดบอกผมว่าถูกบังคับครับ ถูกบังคับจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่เอกสาร ที่ท่านนํามาแสดงอะไรที่บ่งบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์บังคับ ซึ่งตรงนี้ผมไม่ว่ากัน แต่ผมเสียดายนิดหนึ่งว่าเนื้อหาของจดหมายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในช่วงสาระ ผมให้ความถูกต้องประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลืมพูดไปว่า จริง ๆ แล้วก่อนที่จะคุยเรื่องถุงยังชีพท่านได้เสนอถุงข้าวสารกับผม แต่เนื่องจากว่าชาวบ้าน ต้องการถุงยังชีพ ผมก็เลยบอกกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่าชาวบ้านอยากได้ถุงยังชีพ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องของทางราชการ ดังนั้นการที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านจะแสดงความรู้สึกอึดอัด ทําไมต้องอึดอัด เพราะของอย่างนี้ไปช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนจากน้ําท่วม ท่านก็คงต้องไป ชี้แจงกับพี่น้องประชาชน แต่ผมเรียนกับท่านประธานผ่านท่านรัฐมนตรีนะครับว่า มันจึงไม่แปลก ที่คนก็มีสิทธิที่จะคิดว่ารัฐบาลหรือพวกท่านไปบังคับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ออกจดหมายหรือไม่ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดอาจจะเต็มใจที่จะออกเพื่อเอาใจรัฐบาลก็ได้ เพราะอาจจะกลัว ถูกโยกย้าย ผมมีประเด็นที่หลายคนถามผมเหมือนกันแล้วทําไมผมรู้ได้อย่างไรว่า ถุงยังชีพนี้อยู่ที่สํานักงานพลังงานจังหวัด ๕๐๐ ถุง ผมเรียนกับทางท่านรัฐมนตรีนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๑๗/๒ เราสามารถจะชี้แจงซึ่งกันและกันได้ ท่านจําได้ว่าช่วงปลายเดือนกันยายนต่อต้นเดือนตุลาคม ขณะนั้นรัฐบาลได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีพิชัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปดูแล จังหวัดพิษณุโลก ท่านมีทีมงานไป และในช่วงนั้นเองมีผู้ตรวจราชการของกระทรวงพลังงาน ท่านหนึ่งโทรศัพท์หาผม ท่านบอกผมว่าท่านมาร่วมเป็นทีมงานของรัฐมนตรีในการดูแล จังหวัดพิษณุโลกถ้าผมไปเจอประชาชนเดือดร้อน ผมสามารถประสานขอความช่วยเหลือได้ ท่านย้ํากับผมนะครับว่าเราไม่ได้แบ่งพรรค เราต้องการดูแลประชาชนที่เดือดร้อน ผมยังชื่นชมท่านเลยครับ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นคําตอบว่าทําไมผมประสานต่อ แล้วท่านผู้ตรวจราชการก็บอกว่าให้ผมประสานกับเจ้าหน้าที่สํานักงานพลังงานจังหวัด คนโน้น คนนี้ ซึ่งผมก็มีหมายเลขโทรศัพท์ของเขา และเพื่อเป็นการยืนยันในโทรศัพท์ของผม ยังได้บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของท่านผู้ตรวจราชการคนนี้ไว้เลย ผมบอกท่านรัฐมนตรีไปตรวจ ได้เลยว่าหมายเลขตรงกันไหม คือหมายเลข ๐๘ ๑๙๕๐ ๐๑ ผมขออนุญาตไม่บอก ๒ ตัว ท้ายนะครับ เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว แต่ท่านอยู่ในกระทรวงเดียวกันท่านตรวจได้ว่า ท่านผู้ตรวจราชการของท่านหมายเลขโทรศัพท์นี้หรือไม่ คือ ๐๘ ๑๙๕๐ ๐๑ ทิ้ง ๒ ตัวท้ายไว้ เป็นคํายืนยันว่าทําไม ผมถึงรู้ว่าสํานักงานพลังงานจังหวัดมีของ เพราะว่า ท่านผู้ตรวจราชการเสนอผมมา วันที่ผมไปเยี่ยมประชาชนที่ถูกน้ําท่วม ประชาชนเขาบอกผมว่า พื้นที่เขาที่แถว ๆ โรงเรียนบ้านท่าโกชาวบ้านเดือดร้อนไม่ค่อยมีคนเอาถุงยังชีพมาแจก ผมก็นึกไม่ออกว่าจะขอที่ไหน ผมก็นึกได้ว่าทางผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานเคยเสนอ ผมไว้ ผมก็โทรศัพท์ไปที่สํานักงานพลังงานจังหวัดว่าทางผู้ตรวจราชการเคยบอกผมไว้อย่างนี้ เขาก็บอกตอนนี้มีของเหลือ ๕๐๐ ถุง แต่ผมต้องขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด ผมก็เลย เป็นที่มาที่ไปของหนังสือที่ผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าผมโทรศัพท์ไปหา

ผมจะเข้าสู่ข้อที่ ๑ นะครับ ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีต้องตั้งใจฟัง เพราะโจทย์ผมไม่ยาก แล้วก็ให้ท่านผู้ฟังพี่น้องประชาชนพวกเราช่วยกันฟังว่าผมถามว่า อย่างไร และรัฐมนตรีตอบถูกหรือไม่ แต่ประเด็นที่ผมต้องย้ําที่ท่านกล่าวหา พรรคประชาธิปัตย์ และหลักฐานที่ท่านเสนอขึ้นมามันไม่ได้เป็นตรรกะในการอธิบายเลย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๑๘/๑

ข้อที่ ๑ ที่ท่านรัฐมนตรีพูดว่า เราเองก็ต้องกระจายให้ประชาชนให้ทั่วถึง ไม่ใช่ว่าจะแจกเป็นหย่อม ๆ แล้วก็แจกที่ซ้ํา ๆ ซึ่งไม่ได้นะครับ คือเรามีแผนงานในการพัฒนา และพัฒนาฟื้นฟูจังหวัดพิษณุโลกอย่างชัดเจนนะครับ พอท่านดําเนินการไปอย่างนั้นทําให้ แผนงานของเราผิดหมดนะครับ คําถาม ถามว่าที่ท่านพูดว่าแผนงานเราผิดไปหมด ท่านมี แผนงานเกี่ยวกับการแจกถุงยังชีพนี้อย่างไร ฟังอีกครั้งนะครับ เพื่อจะได้ตอบให้ตรงคําถามครับ ที่ว่าแผนงานเราผิดไปหมด ท่านมีแผนงานเกี่ยวกับการแจกถุงยังชีพนี้อย่างไร ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านคุณหมอครับ กระทู้ถามนี้ท่านใช้เวลาถาม ๓ คําถามรวมกัน ๑๐ นาที ท่านมีเวลาแค่นั้นตามข้อบังคับ ท่านรัฐมนตรีท่านมีเวลาตอบ ๓ ครั้งรวม ๑๐ นาทีเหมือนกัน แต่ท่านถามแค่ครั้งเดียว ใช้เวลา ๑๐ นาทีกับ ๑ วินาที ใช้เวลาหมดเลย แต่ผมไม่ทักท้วงเพราะเห็นว่ามีสาระนะครับ เพราะฉะนั้น ๒ คําถามต่อไปต้องขอความกรุณากระชับนะครับ คงใช้เวลาไม่มากผมจะ อนุญาตให้สักอย่างมากคําถามละไม่เกิน ๒ นาที โดยประมาณ ฉะนั้นท่านช่วยควบคุม เรื่องเวลาด้วยนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานนะครับ ก็ขอบคุณนะครับที่ได้ให้ผมมีโอกาสมาชี้แจง จริง ๆ ก็อยากจะเล่า เรื่องนี้มานานแล้ว แต่ว่าด้วยไม่มีโอกาสนะครับ วันนั้นที่จะให้ท่านรองประธานให้เวลา เยอะ ๆ ก็ไม่ได้มีโอกาสได้ ผมเลยขออนุญาตเล่าเหตุการณ์นะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น

คือ ๑. ผมได้รับรายงานจากท่าน ส.ส. นิยม ช่างพินิจ ขออนุญาต ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านมาบอกผมว่ากระทรวงพลังงานเอาถุงยังชีพไปให้ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างไร ผมก็แปลกใจ ผมก็บอกว่าผมไม่ได้ให้ ก็ยืนยันว่า ไม่ได้ให้ ผมก็ได้เรียกข้าราชการมาสอบถาม เรียกท่านปลัดกระทรวงไปสอบถาม ท่านปลัดกระทรวงก็มารายงานพร้อมกับเอกสารวันที่ ๑๘ นั่นละครับว่าเรื่องดังกล่าว มีเอกสารชัดเจนว่ามีการนําไปให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดเอาไปให้กับ ทางคุณหมอวรงค์ ผมเองก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเขาควรจะมาถามผม เขาต้องมาขอผม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๑๘/๒ ไม่ใช่ไปขอใครที่ไหน เพราะมันเป็นของกระทรวงพลังงาน เราก็ได้ติดตาม ผมก็เลยมาแจ้ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าทําไมท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเอาของผมไปแจกไม่ถามผมสักคํา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านก็ไม่ทราบไปทําอะไรนะครับ อีกชั่วโมงหนึ่ง ให้หลังผมก็ได้รับข้อมูลมาว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดโทรศัพท์มาหาผม อันนี้ยืนยันนะครับ คําพูดของท่านเลยนะครับ ผมมากราบขอประทานโทษท่าน ผมผิดไปแล้ว ผมสมควรตาย พรรคประชาธิปัตย์บังคับผมครับ อันนี้คําพูดท่านนะครับ ผมเองไม่ได้แต่งเรื่องนี้เลย รับรองได้ไม่จําเป็นต้องแต่ง ผมเองก็บอกว่าอย่างนี้ท่านไปอธิบายท่านนิยม ช่างพินิจ สิว่า เรื่องนี้มันเกิดอย่างไร และผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องออกมาพูดเรื่องนี้เลย คนเราขอกันกิน เสียมากกว่านี้ แต่ต่อมาก็ปรากฏว่าท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านก็มาบอกว่า ผมหาเสียงไม่เป็น หาเสียงไม่ค่อยเก่ง ซึ่งผมเองก็ยังคิดว่าช่วงเวลานั้นควรจะหาเสียงหรือ กับคนที่ลําบากอยู่ ผมเองก็ยังแปลกใจว่าทําไมยังต้องมาบอกเรื่องการหาเสียงหรือว่าถ้าท่านบอก ท่านหาเสียงเก่งกว่าผมเราก็หาเสียงแข่งกันมาตลอด ท่านได้คะแนนเท่าที่ท่านได้กับผม พรรคเพื่อไทยได้เท่านี้ ผมก็เชื่อว่าผมหาเสียงไม่เก่งอย่างผมและชนะการเลือกตั้งก็ยังจะดีกว่า อันนี้พอต่อมาผมก็ได้พูดออกมาว่าผมไม่ได้ให้นะ เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดว่าผมจะให้ แต่นี่ผู้ว่าราชการจังหวัด เขาบอกว่าผมบังคับ ซึ่งผมเองก็ยังแปลกใจว่าผมเดินลงไปทานข้าวหลังจากที่อภิปรายเสร็จ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกับตะโกนมาใส่ผมเลยนะครับว่าผมจะไปสั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทุกคนหรือ ผมเองยังแปลกใจว่าทําไมท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านก็เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านถึงได้หลุดขนาดนั้นที่จะต้องมาตะโกนใส่ผม ข้ามห้องเลยนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๑๙/๑ ผมเองก็แปลกใจถามได้นะครับ มีคนอยู่พยานเยอะแยะวันนั้นนะครับ ก็ยังแปลกใจว่า จะเป็นอย่างไร พอผมกลับไปที่บ้านผมก็รู้สึกไม่สบายใจ เกรงว่าท่านวรงค์ก็บอกผมโกหก ใช่ไหมครับ คืนนั้นเลยนะครับผมก็โทรไปหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกท่านว่าถ้าอย่างนี้ท่านหาว่าผมโกหกนี่ก็ขอให้ทางจังหวัดบอกผมอย่างไรก็ให้ทํามา อย่างนั้น ผมเองก็ไม่ได้คุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย หลังจากที่มีเรื่องแล้วก็ไม่อยาก จะไปกดดันท่านนะครับ ไม่เหมือนบางคนยอมรับเองว่าโทรไปหาท่านผู้ว่าราชการจังหวัด จนกระทั่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไม่รับสายแล้ว เพราะว่าไปกดดันท่านตลอด อันนี้ จากข้อมูลในหนังสือพิมพ์ แล้วท่านเองก็บอกเองนะครับว่าเป็นอย่างนั้น ผมเองก็ไม่ได้คุยกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ เพราะถือว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่อยากจะให้สังคมตัดสินว่ามันเกิดขึ้นอย่างไร พอตอนเช้ามาก็มีรายละเอียดออกมา อย่างที่เห็นนะครับ อันนี้คือความจริงที่มันเกิดขึ้น และเราก็เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี่ มันเป็นสิ่งที่ ให้สังคมรู้ว่าจะไปข่มขู่ ผมโกหกหรือเปล่า ผมไม่ได้โกหกครับท่าน ถ้าผมโกหก ผู้ว่าราชการจังหวัด จะเขียนมาอย่างนั้นไหม และเตี๊ยมกันก่อนเป็นไปได้ไหม มันไม่น่าจะใช่นะครับท่าน เขาระดับผู้ว่าราชการจังหวัดจะมาเข้าข้างผม ถ้าท่านไม่ได้ทําจริง ไม่ได้เป็นจริง เขาจะเขียน มาวันรุ่งขึ้นเป็นไปได้ไหม เป็นไปไม่ได้นะครับ ผมเชื่อในศักดิ์ศรีและเกียรตินะครับ

ส่วนเรื่องของกระทรวงพลังงาน เราก็ได้มีการดําเนินการหลายอย่างนะครับ คือเราแจกถุงยังชีพไปทั้งหมด ๑๖๐,๐๐๐ กว่าถุงนะครับ ขอเรียนว่าเราแจกไป ๑๖๐,๐๐๐ กว่าถุง ไม่ได้แจกแค่ ๕๐๐ ถุง ๑,๐๐๐ ถุง และขั้นตอนในการแจก เราบอกชัดเจนนะครับว่า เราจะแจกที่ไหน มีรายละเอียดชัดเจน มีรายละเอียดว่าจะแจกอําเภออะไร เวลาไหน เท่าไร มีนะครับ ท่านไปขอได้เลยเรายินดีจะให้ในรายละเอียดนะครับว่าเรามีแผนงานอย่างไร แล้วของที่แจกขอเรียนว่าเรามีอย่างนี้นะครับ ของที่แจกมีอะไรบ้าง เพื่อให้ท่านมั่นใจว่า ของนี่ไม่ได้เสียหายอย่างที่พวกท่านพูด ของเป็นบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปขนาดแพ็ค ๑๐ ห่อ จํานวน ๔ แพ็ค ปลากระป๋อง ๑๐ กระป๋อง เลือกใช้ยี่ห้อที่เป็นที่นิยมในตลาด ไม่มี ยี่ห้อชาวดอยนะครับ ไม่มีแน่นอนนะครับ เราไม่ใช้ชาวดอยแน่นอน เป็นปลากระป๋องที่มีอายุ ไม่เสียแน่นอนนะครับ แล้วก็น้ําดื่มขนาดครึ่งลิตร แพ็คละ ๑๒ ขวด มูลค่าประมาณ ๔๕๐ บาท แล้วก็ต้องมีระบุชัดเจนเลยนะครับว่าการสั่งบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปและสินค้าต่าง ๆ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๑๙/๒ ในห้างร้านต้องมีที่ผลิตไม่เกิน ๒ สัปดาห์ อันนี้คือรายละเอียดชัดเจนที่ผมอยากเรียนท่านว่า อะไรเกิดขึ้นนะครับ อันนี้ผมก็เลยอยากจะเรียนว่าเรื่องนี้ผมเองไม่ได้อยากจะพูด แต่ว่า ท่านเองเป็นคนบังคับให้ผมพูด และเรื่องก็เกิดขึ้นมา แล้วท่านก็ใช้วาจาไม่สุภาพ ซึ่งผมเองก็ห่วงนะครับว่าลูกหลาน เด็ก ต้องดูว่าท่านจบการศึกษาก็สูงนะครับ เป็นทั้งนายแพทย์ แต่ท่านมาใช้วาจาไม่สุภาพในโทรทัศน์เอง ซึ่งผมเองก็ไม่เคยใช้วาจาไม่สุภาพกับท่าน ผมว่าจะเป็นตัวอย่างไม่ดีกับคนในอนาคตว่าทําเรื่องนี้ไปมันดีไหม ผมก็อยากฝากไว้กับท่าน ว่าในการพูดในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่มีความสุภาพหน่อย เพื่อให้เป็นประโยชน์กับลูกหลานต่อไป ก็อยากจะเรียนกับท่านว่าเรามีแผนงานชัดเจนแน่นอนครับ ไม่ได้ไปแต่งเรื่องขึ้นหรืออย่างไร เพราะว่าเราแจกเยอะนะครับ เราแจก ๑๖๐,๐๐๐ ถุง แล้วก็ในบันทึกในที่ประชุมเราก็ชี้แจง แน่นอนว่าในที่ประชุมต้องกระจายอย่าแจกซ้ํา เพราะว่าเราแจกไปแล้วตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าถุง ถูกไหมครับ คือถ้ามันแจกซ้ํา ๆ คนก็ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอคําถามที่ ๒ ขอให้กระชับด้วยนะครับ ท่านเดี๋ยวจบแล้ว ผมจะให้ท่านใช้สิทธิพาดพิง คําถามที่ ๒ ให้กระชับด้วยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงได้ตั้งใจฟัง เพราะเราตั้งใจฟังรับรู้แล้วขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีกําลังสับสนมากในการตอบคําถาม ที่ผมถาม ผมไม่แน่ใจว่าใครไม่สุภาพและใครเลอะเทอะอย่างไร แต่ผมยืนยันว่าผมสุภาพนะ และผมเชื่อว่าท่านกําลังสับสน และผมกล้ายืนยันผ่านท่านประธานนะครับว่าหลังจาก สถานการณ์คลี่คลายผ่านไปสักระยะหนึ่งแล้ว ผมไปถามท่านผู้ว่าราชการจังหวัดครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๑๙/๓ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันกับผมชัดเจนว่าไม่เคยพูดอย่างที่ท่านรัฐมนตรีพูด ยืนยันชัดเจนครับว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีพูดอย่างนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันกับผมว่าท่าน ไม่ได้พูดอย่างนั้น ผมกล้ายืนยันเพราะผมได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วและผมกราบเรียน กับท่านประธานนะครับว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีที่ตอบคําถามผมไม่ตรงประเด็น ดูท่านสับสนวกวน เหมือนกับท่านกําลังกังวลใจ แต่ผมขออนุญาตเลยครับท่านประธาน ยกมือต่อหน้าท่านเลยครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมีจริง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๒๐/๑ สมเด็จพระนเรศวร หลวงพ่อพระพุทธชินราช ท่านปกป้องคุ้มครอง ท่านดลบันดาลใจให้ผม ได้สิ่งนี้ ผมดีใจมากท่านประธาน สิ่งนี้คือสิ่งที่เป็นคําตอบว่าท่านรัฐมนตรีไม่ได้พูดที่เป็น ข้อเท็จจริง ผมจะขออนุญาตให้เพื่อนสมาชิกเอาไปให้ท่านประธานจะได้รับรู้ว่าใครกันแน่ ที่ไม่ได้พูดความจริงในสภา หนังสือฉบับนี้เป็นหนังสือลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ที่ทางพลังงาน จังหวัดทําถึงปลัดกระทรวงพลังงาน ผมทวนความทรงจํานะครับว่า ท่านพูดวันที่ ๒๗ แต่หนังสือส่งเข้าไปก่อน ข้อเท็จจริงของหนังสือเขียนไว้ดังนี้ กรณีถุงยังชีพ

ข้อ ๑ ถุงยังชีพดังกล่าวผู้แทน ปตท.สผ. ได้มอบให้กับกระทรวงพลังงาน จํานวน ๒,๐๐๐ ถุง ในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบต่อให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จํานวน ๕๐๐ ถุง และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มอบต่อให้ผู้แทนอําเภอพรหมพิรามเพื่อนําไปแจกจ่ายแก่ประชาชน

ข้อที่ ๒ ถุงยังชีพของ ปตท.สผ. ไม่ใช่ของท่าน อีกจํานวน ๑,๕๐๐ ถุง ได้ฝากไว้ที่กองทัพภาคที่ ๓ จังหวัดพิษณุโลก

ข้อที่ ๓ ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือของกระทรวงพลังงานได้มีส่วนร่วมกับ จังหวัดพิษณุโลกในการฟื้นฟูหลังน้ําลดแก่ผู้ประสบอุทกภัยในวันที่ ๙ และวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ครั้งละ ๕๐๐ ถุง รวมเป็น ๑,๐๐๐ ถุง และยังมีของเหลืออีก ๕๐๐ ถุง

ข้อที่ ๔ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด สําคัญนะครับ ตั้งใจฟังนะครับท่านรัฐมนตรีครับ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานได้เข้าพบ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อประสานราชการและมีความเห็นว่าถุงยังชีพดังกล่าวนั้นหากเก็บไว้ นานเกินไปอาจทําให้เกิดความเสียหาย หรืออาหารบางอย่างไม่สามารถบริโภคได้ จึงได้มอบ ถุงยังชีพที่เหลืออีก ๕๐๐ ถุง ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ข้อที่ ๕ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้โทรศัพท์แจ้งพลังงาน จังหวัดพิษณุโลกว่าถุงยังชีพที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส. จังหวัดพิษณุโลก ได้ขอจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อนําไป มอบให้กับประชาชน และผู้ว่าราชการจังหวัดได้อนุญาตแล้วในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน

และข้อสุดท้ายคือ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม และคณะได้นําถุงยังชีพ ไปมอบให้กับประชาชนที่โรงเรียนวัดท่าโก ตําบลบางระกํา อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก ในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๒๐/๒

ท่านประธานครับ ถ้าพูดอย่างนี้แล้วสิ่งที่รัฐมนตรีพูดมาทั้งหมดในสภา ท่านกล่าวเท็จครับ ท่านโกหก นี่คือหลักฐานชัดเจน นี่คือรายงานข้อเท็จจริงของสํานักงานพลังงาน จังหวัดพิษณุโลก ที่รายงานไปที่กระทรวงพลังงานในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด รายงานนี้ รายงานเมื่อวันที่ ๒๒ ก็เท่ากับว่าของที่ท่านแจกมาแจกจนเหลือ เหลือแล้วมันจะเน่า แล้วทางผู้ตรวจก็เลยไปมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้ไปช่วยรีบแจก ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน และวันที่ ๑๖ บังเอิญผมโทรศัพท์ไปหาเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัด เขาบอกว่า ของนี้โอนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ผมก็เลยโทรศัพท์ไปขอจากผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะพลังงานจังหวัดถือว่ามอบอํานาจให้กับท่านผู้ว่าราชจังหวัดแล้ว ผมก็เลยโทรศัพท์ ไปขอท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็อนุญาตให้ผม เรื่องทุกสิ่งทุกอย่างมีอยู่แค่ นี้ เพียงแต่รัฐมนตรีท่านนี้ท่านโกหก ท่านกล่าวเท็จกลางสภา และใส่ร้ายป้ายสี ผมต้องย้ํา นะท่านประธาน เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญที่เราจะปล่อยให้คนระดับรัฐมนตรี มาโกหก ขณะที่เรามีหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็น ที่จะถาม

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ คือวันนี้เรากําลังเปิดโอกาสให้พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นกระทู้ถามสด ไปยังรัฐมนตรีเพื่อสอบถามปัญหาใด ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ ผมไปดูข้อกําหนดของกระทู้ถามสดว่า สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๒๐/๓ การยื่นกระทู้ถามสดนั้นต้องเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งดังต่อไปนี้ ๑. ก็คือเป็นเรื่องที่อยู่ ในความสนใจของประชาชน ๒. เป็นเรื่องที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ๓. เป็นเรื่องเร่งด่วน ท่านประธานครับ เรื่องที่ท่านผู้อภิปรายกําลังได้ยื่นถาม ท่านรัฐมนตรีอยู่นั้น เป็นเรื่องที่ได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้วนะครับ วันนี้มีประชาชน ไปยื่นให้มีการตรวจสอบว่า พรรคฝ่ายค้านนั้นไปรับบริจาคของจากหน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญอาจจะนําไปสู่การยุบพรรคได้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เปมิศา ๒๑/๑ วันนี้ฝ่ายค้านนําเรื่องนี้เข้ามาถามนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เข้าข่ายในกระทู้ถามสดเลย แต่เป็นเรื่องที่ ฝ่ายค้านเองพยายามสอบถามเพื่อให้รัฐมนตรีนั้นได้สับสนแล้วก็ตอบผิดตอบถูกเพื่อนําตัวนี้ ไปเป็นหลักฐานในการสู้คดีที่ประชาชนได้ไปขอให้มีการตรวจสอบนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ ประธานวินิจฉัยว่าเรื่องที่ฝ่ายค้านกําลังถามอยู่นั้นเป็นเรื่องที่เข้าข่ายในกระทู้ถามสด ๑ ๒ ๓ หรือไม่นะครับ เพราะดูแล้วมันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านก่อแก้วครับ เรื่องนี้มันเลยขั้นตอนตรงนั้นแล้วครับ ท่านรองประธานวิสุทธิ์เขาได้วินิจฉัยแล้วผมก็เห็นชอบ ได้บรรจุระเบียบวาระไปแล้วครับ คงผ่านขั้นตอนไปแล้วละครับ มีการวินิจฉัยว่าเป็นกระทู้ถามสดครับ มีอะไรครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ในการบรรจุกระทู้ถามสดนั้นผมเอง ไม่แย้งครับ เพราะผมมองว่าท่านประธานและรองประธานต่างมีวิจารณญาณในการบรรจุ กระทู้ถามอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเนื้อหาที่นํามาหารือวันนี้นั้นผมดูแล้วไม่เข้าข่ายใน ๓ ประเด็น เลยครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นอะไรครับ ก็บรรจุระเบียบวาระไปแล้วครับ เชิญคุณหมอต่อเถอะครับ ท่านถามได้แล้วนะครับ นี่จะอีก ๕ นาทีแล้วครับ ท่านเกินเวลามาเยอะมากครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมนายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ข้อที่ ๒ ท่านต้องตั้งใจฟัง เพราะข้อแรกขนาดเพื่อนสมาชิกพรรคเดียวกันกับท่านยังบอกว่า ท่านสับสนตอบผิด ตอบถูก ถ้าอย่างนั้นท่านต้องตั้งใจฟังนะครับ แล้วฝากบอกเพื่อนสมาชิก คําถามผมไม่ยากครับ สั้น ๆ

ข้อที่ ๒ ท่านพูดอย่างนี้นะครับ ผมเอาคําพูดท่านมาอ่าน ท่านพูดว่า ตามที่ ท่านพลตํารวจเอก ประชา และทั้งท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูดในลักษณะ เหมือนว่าผมอนุญาตให้เอาถุงยังชีพไปให้ซึ่งไม่จริงนะครับ แล้วท่านยังพูดต่อนะครับ ปรากฏว่ามีการนําไปให้กับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าท่าน ขอผมนะ ผมก็จะให้นะครับ แต่ท่านไม่เคยขอ ท่านเองไม่ทราบเอาไปได้อย่างไร เท่ากับว่า สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เปมิศา ๒๑/๒ ท่านก็ทราบตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายนแล้วว่าของพวกนี้เป็นของเหลือแล้วมันจะเน่า แล้วท่านผู้ตรวจราชการก็ไปมอบให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อต้องการให้รีบไปช่วยกัน แจกจ่าย เท่ากับอํานาจสิทธิขาดในการอนุมัติเป็นเรื่องของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งทางพลังงานจังหวัดก็เป็นคนบอกผมเองว่าเขาอนุมัติไม่ได้ เนื่องจากว่าโอนให้กับทาง ท่านผู้ว่าราชการไปแล้ว คําถามครับ คําถามถามว่า ในเมื่อผู้ตรวจราชการมอบให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดก็มอบให้กับผมหมอวรงค์ ทําไมท่านรัฐมนตรี จึงพูดให้ประชาชนเข้าใจว่าต้องมาขออนุญาตจากท่านอีก หรือว่าท่านไม่ทราบ ฟังอีกครั้ง จะได้ตอบให้ตรงประเด็นครับ คําถามถามว่า ในเมื่อผู้ตรวจราชการของท่านมอบให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบให้ผม ทําไมท่านจึงพูดให้ประชาชนเข้าใจว่า ถุงยังชีพ ๕๐๐ ถุงต้องมาขออนุญาตจากท่านอีกหรือว่าท่านยังไม่ทราบหนังสือฉบับวันที่ ๒๒ พฤศจิกายนครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมเองก็คงจะไม่สามารถที่จะบอกว่าในแง่ของความเป็นจริง เรื่องที่ผมพูดเป็นเรื่องที่จริง ยืนยันว่าเป็นจริงอย่างแน่นอนไม่ว่าท่านจะสาบานอย่างไร แล้วผมก็มีหลักฐานจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดเขียนมาอย่างที่ท่านโชว์ให้ดูนะครับ ชัดเจนนะครับ ใครอ่านก็ชัดเจนว่า ถูกบังคับ ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าท่านอ่านอย่างไรนะครับ เขาทําถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เขาไม่ได้ทําถึงผม ท่านยังมาตีความหาว่าถูกผมบังคับซึ่งมันมีชื่อผมอยู่ในนั้นเลย ผมเอง ก็ยังงงว่าท่านไปเอาเรื่องนี้มาได้อย่างไร คราวนี้มาถึงเอกสารที่ท่านพูดถึงผมก็อยากจะเรียน ท่านว่าเอกสารที่ท่านมามีปัญหานะครับ เอกสารที่ท่านผุดขึ้นมามันไม่มีในการจดทะเบียน ของกระทรวงพลังงานเลยนะครับ ผมขอเรียนท่านว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เปมิศา ๒๑/๓ ของกระทรวงพลังงานว่ามันเกิดเรื่องนี้ได้อย่างไร ผมมีเอกสารเลขที่เดียวกันแต่คนละ วันที่ เอกสารเลขที่ พล ๐๐๓๖ พิเศษ/๓๖ ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ข้อความไม่เหมือน อย่างที่ท่านมีนะครับ เป็นเลขที่ตัวเดียวกันแต่ว่ามีการไปเปลี่ยนแปลงทีหลัง ที่ท่านถืออยู่นะครับ แล้วก็ไม่มีการลงเรคคอร์ด (Record) ในกระทรวงพลังงานที่จังหวัดพิษณุโลกด้วย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๒๒/๑ ผมขอยืนยันนะครับ ไม่มี แต่ว่าขั้นตอนทั้งของผู้ตรวจราชการเอง ทั้งพลังงานจังหวัดเอง ก็ยืนยันว่าไม่ได้ไปส่งให้ท่านโดยตรง แล้วก็เรื่องนี้ก็ไม่ได้ระบุว่าของจะเสียหายหรือว่าบูดเน่า ยืนยันนะครับ รายละเอียดของท่านเดี๋ยวขอให้ท่านเอาไปดูนะครับ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ที่ผมได้รับมันเลขที่เดียวกันแต่มี ๒ อัน ผมก็ได้ให้ตั้งกรรมการสอบเรื่องนี้ว่ามันเกิดเรื่องขึ้น ได้อย่างไร ใช่ไหมครับ กรรมการสอบก็ได้ทําจดหมายตักเตือนแล้วนะครับว่ามีการแก้ ข้อความอย่างไม่ถูกต้อง แล้วอย่าให้มีการปฏิบัติอย่างนี้อีกโดยท่านรองปลัดกระทรวง เป็นประธานตรวจสอบนะครับ ได้เตือนไปแล้วนะครับว่ามีการแก้ไขเอกสารอย่างไม่ถูกต้อง และเป็นเอกสารที่ซ้ําเบอร์กันแต่มีข้อความไม่ตรงกันนะครับ อันนี้ชัดเจนนะครับ ผมมีเอกสารทุกอย่างอยู่ ผมว่าท่านเองไม่ทราบว่าไปทําอย่างไรนะครับให้เขาเปลี่ยนเอกสาร ๒ อัน ความสัมพันธ์ของท่านกับกระทรวงพลังงานที่จังหวัดพิษณุโลกนี้ทุกคนรู้นะครับ ท่านลองไปดูสิ ผมเองก็พูดในวันนั้นถ้าท่านย้อนเทปไปดูตลอด ทุกคนในจังหวัดพิษณุโลก เขารู้หมดว่าท่านมีความสัมพันธ์อย่างไรกับคนในกระทรวงพลังงานที่จังหวัดพิษณุโลก ก็อยากจะเรียนว่าความจริงเป็นอย่างนั้นนะครับ ทีนี้ก็อยากให้กระจ่างนะครับ คําถาม ของท่าน เมื่อกี้ท่านถามสุดท้าย พอดีท่านพูดยาวเยอะเหลือเกิน ผมก็เลยไม่มั่นใจว่า ท่านถามว่าอะไร

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่า ท่านสับสนมากจริง ๆ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ผมไม่ได้สับสน หรอกครับท่าน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ท่านฟังนะครับ ผมเห็นใจท่านนะครับ ผมถามท่านว่าในเมื่อผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานได้มอบถุงยังชีพ ๕๐๐ ถุงให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วและผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนมอบให้กับผม ทําไมท่านจึงพูดให้ประชาชนเข้าใจว่าต้องมาขออนุญาตจากท่านอีก

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

คืออย่างนี้ครับ เรื่องนี้ผมขอเรียนว่าเนื่องจากว่าผู้ว่าราชการจังหวัดพอท่านไปบอกว่าอันนี้ผมต้องสอบถาม นะครับว่ามันเกิดจากอย่างไร เขาบอกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดโทรมาขอกระทรวงพลังงาน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๒๒/๒ กระทรวงพลังงานก็ต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไป อันนี้คือหลักฐานมีรายละเอียดคือไม่ได้ ให้ก่อนนะครับ มาให้ทีหลังที่ท่านไปบังคับเขาครับ เขาก็โทรมาขอ เราก็มอบให้ อันนี้คือความจริงนะครับ มันก็เลยเป็นว่าก็ไปอยู่กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านถึงส่งมาให้ ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ของที่ใส่นี่ชี้แจง ชัดเจนนะครับ ที่ ปตท. สผ. ส่งมาให้ไม่เน่าไม่เสียอยู่ได้นานนะครับ ถ้าเสียเร็วเราก็คงไม่เอา ไปแจกนะครับ อันนี้ขอเรียนยืนยันนะครับ ไม่มียี่ห้อชาวดอยนะครับ ยืนยันนะครับ ไม่มีของเสียแน่นอนนะครับ ผมขอยืนยัน ท่านถามหลายประเด็นผมเองก็เตรียม มาหลายประเด็นก็อาจจะสับสนบ้างนิดหน่อย แต่ว่าหลักใหญ่ ๆ คือเราให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไป ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาบอกว่าท่านบังคับผู้ว่าราชการจังหวัด หลักฐานของ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีชัดเจน ท่านจะมาแก้ตัวอะไรอีกล่ะ ท่านก็ไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ทําจดหมายให้ท่านมาบอกสิว่าบอกว่าท่านไม่ได้บังคับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ท่านทําจดหมาย ตอบปลัดกระทรวงมหาดไทยไปว่าผมที่เขียนมาแล้วผิด ผมให้ข้อมูลผิดไม่ได้ถูกต้อง ไม่ได้บังคับแล้ว ท่านให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทําต่อไป ก็จบ เพียงแต่ว่าสิ่งที่ผมพูดได้ยินมาอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ผมไม่ใช่คนกะล่อนครับ ผมไม่ใช่คนไปบีบบังคับใครด้วยเพราะไม่ใช่นิสัยผมนะครับ ฝากท่านไว้ว่าทําอะไรรู้ตัวเอง รู้ใจดีอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นสังคมตัดสินได้ ผมไม่จําเป็นจะต้องมา กะล่อนหรือเรื่องนี้ไม่จําเป็นจะต้องมาด่าท่านพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้เลยด้วยซ้ํา ผมเองไม่ได้กะมาพูดด้วย วันนั้นผมกะไม่ได้เข้ามาด้วย แต่ถูกบอกว่าให้มานั่งเถอะ ก็เลยมีเรื่องเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ผมเรียนท่านตรง ๆ นะครับ ขอกันกินมากกว่านี้ ผมไม่ได้หวังเลยว่าจะต้องมาด่า พวกท่านแต่ว่าท่านเองมาแหย่ผมเอง อันนี้คือความเป็นจริงว่าท่านทําเสมือนว่าผมอนุญาต ให้ท่านไปแล้วยังจะมาดูถูกว่าผมหาเสียงไม่ค่อยเก่ง จะมาช่วยหาเสียงให้ ท่านเป็นผมท่านจะ รู้สึกอย่างไรครับ เหมือนกันล่ะครับ ผมว่าท่านก็คงคิดอย่างนั้นแต่ว่าท่านก็คงจะคิดผิด ท่านก็คงเดือดร้อนมาก ผมเข้าใจนะครับ เพราะว่าท่านหัวหน้าพรรคท่าน หรือท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคงด่าท่านเยอะ ขนาดท่านด่าผมกลางที่กินข้าว นี่ท่านก็คงจะโกรธมากนะครับ ผมเห็นใจท่านครับแต่ไม่ใช่ความผิดของผมนะครับ ถ้าพวกท่านไม่เริ่มก่อนผมก็คงไม่พูดนะครับ ขอบพระคุณครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๒๒/๓

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี ใช้เวลาเกินไปเล็กน้อยนะครับ แล้วของท่านวรงค์เกินไปเยอะเลย ผมขอให้กระชับครับ คําถามสุดท้าย ทั้งถามทั้งตอบขอให้กระชับครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๒๓/๑

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วง อะไรครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ เมื่อสักครู่ท่านอภิปรายพาดพิงผมนิดหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตชี้แจงเล็กน้อยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวผมให้ถาม ตอบจบเดี๋ยวจะอนุญาตให้ท่าน

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

นิดเดียวครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้เขาถามตอบจบก่อน เดี๋ยวจะอนุญาตครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ได้ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมเห็นใจรัฐมนตรีครับ ดูท่านลุกลี้ลุกลน ร้อนรนสับสน พูดสับสนไปหมด พยายามดิ้นเอาตัวรอดให้ได้ แล้วสุดท้ายก็วกมาเรื่องหนังสือ ของผู้ว่าราชการจังหวัด ผมกล้าท้านะครับ เพราะว่าผมได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก แล้วหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันกับผมว่าไม่ได้พูดว่า พรรคประชาธิปัตย์บังคับตามที่ท่านพูด ผมกล้าท้า แล้วผมท้าท่านเอาผู้ว่าราชการจังหวัด มาพูดเลย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกมาพูดเลย ผมท้าเลยนะครับท่านประธาน วันนั้น ผมไม่ได้พูดเนื่องจากไม่ได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด นี่คือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าเอกสารไม่เหมือนกัน ผมว่าท่านเปลี่ยนแปลง เอกสาร เพราะท่านหนีผมมาตั้งนานตั้งแต่วันที่ ๒๒ แล้ว แล้วเรื่องนี้ผมแถลงข่าวไปตั้งนานแล้ว ผมเชื่อว่าท่านเปลี่ยนแปลงเอกสาร และท่านก็มาโกหกในสภาอีกครั้งหนึ่ง โกหก กล่าวเท็จ ใส่ร้ายป้ายสีคนอย่างนี้หรือเหมาะที่จะเป็นรัฐมนตรี และพูดวกวนสับสน และประเด็นที่บอกว่าผมโทรศัพท์ไปขอผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงโทรศัพท์ มาขอ ท่านกําลังจะชี้ว่าเหมือนกับผมโทรศัพท์ไปบังคับผู้ว่าราชการจังหวัดเสร็จปั๊บ และผมก็เลย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๒๓/๒

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ครับ ผมขอประท้วงท่านประธานผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ เนื่องจากปล่อย ให้ผู้อภิปรายอภิปรายเกินเวลานะครับ ท่านประธานเองก็ได้เร่งรัดให้ผู้อภิปรายกําชับเวลา ในการที่จะถามคําถาม แต่ผู้อภิปรายกลับไม่ได้ทําตาม กลับมาชี้แจงและใช้วาจาไม่สุภาพ ออกกิริยาท่าทางไม่เหมาะสมในสภาแห่งนี้ ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอครับ ใช้เวลาพอสมควร ถามเถอะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมกําลังจะจบครับ พอดีมันมีประเด็น ที่พาดพิงกลับมา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถามเลย

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมก็ต้องเรียนชี้แจงกลับไปว่า แล้วที่ท่านบอกว่าผมโทรศัพท์ไปบังคับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงโทรศัพท์ มาที่สํานักงานพลังงาน สํานักงานพลังงานถึงจะมอบให้ มันตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผมเล่า ท่านประธานผมต้องยกมืออีกรอบหนึ่งครับ หลวงพ่อพุทธชินราช

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถามเถอะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

สมเด็จพระนเรศวรครับ ท่านปกป้อง จริง ๆ ครับ ผมมีเอกสารฉบับหนึ่งครับท่าน นี่เป็นอีก ๑ ฉบับที่เป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐมนตรี โกหกกลางสภาครับท่านประธาน โกหก กล่าวเท็จ ใส่ร้ายป้ายสี ขออนุญาตให้เพื่อนสมาชิก ไปให้ท่านประธานครับ มันจะต้องพิสูจน์ความจริงในสภาครับท่านประธาน ไม่ต้องไปถกกัน ที่อื่นครับ หนังสือนี้เป็นหนังสือของสํานักงานพลังงานจังหวัด ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนครับ ผมทวนใหม่นะครับ หนังสือเมื่อสักครู่ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน แต่หนังสือนี้ สํานักงานพลังงานจังหวัดลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ส่งตรงถึงรัฐมนตรี สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๒๓/๓

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอ มีคนประท้วงครับ เชิญครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ครับ ผมขอประท้วงท่านประธานนะครับ กระทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ ท่านประธานยังปล่อยให้ผู้อภิปรายไม่ถามคําถามสักทีนะครับ แถมยังมายกมือสาบาน ผมบอกว่าถ้าสาบานตายนี่ผู้อภิปรายตายไปแล้วนะครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าประท้วงเลย ครับ ผมวินิจฉัยครับ ท่านนั่งก่อนผมจะวินิจฉัย ผู้ประท้วงมีเหตุผลเพราะขัดข้อบังคับ ใช้เวลาเกินที่ข้อบังคับกําหนด ผมพยายามทักท้วงแต่ผมก็ให้โอกาส เพราะถือว่ายังมีสาระนะครับ เพราะฉะนั้นท่านอย่าประท้วงอีกเลยครับ แล้วผมให้เวลาท่านไม่เกิน ๑ นาที ถ้าท่านใช้เวลา ครบ ๑ นาที ผมจะไม่ให้พูดอีกเลย ท่านต้องบริหารเวลาครับ ผมให้ ๑ นาทีนะครับ เพราะเกินมาเยอะมากเลยครับ ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะมีผู้ประท้วงอยู่อย่างนี้ไม่จบ ท่านต้องบริหารให้จบภายใน ๑ นาที สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๒๔/๑

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

จริง ๆ แล้วท่านก็อย่าให้รัฐมนตรี ตอบวกวนครับท่านประธาน ผมกระชับเข้าประเด็นมากเลยท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เกี่ยว เพราะของท่าน ๑๐ นาที ท่านใช้เวลาเกือบ ๒๐ นาทีแล้ว ท่านต่อเถอะครับ เพราะมีเวลา ๑ นาที ๑ นาที ผมตัดเสียงเลยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมเรียนนะครับว่าผมไม่ได้สาบาน แต่ผมยกมือบอกว่าหลวงพ่อพระพุทธชินราชคุ้มครองผม เพราะผมได้เอกสารอีกฉบับหนึ่ง ที่ส่งตรงถึงรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน สาระเขียนสอดคล้องกับฉบับวันที่ ๒๒ ฉบับวันที่ ๒๒ ส่งตรงถึงปลัดกระทรวง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จับเวลา ด้วยนะครับ ๑ นาทีครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ฉบับวันที่ ๒๕ ส่งตรงถึงรัฐมนตรี สาระย้ําให้เห็นว่าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อประสานราชการ และมีความเห็นว่าถุงยังชีพดังกล่าวที่บริจาคมาเป็นแรมเดือนนั้นหากเก็บไว้นานต่อไปทําให้เกิด ความเสียหาย หรืออาหารบางอย่างไม่เหมาะกับการบริโภค คือจะเน่า จึงได้มอบถุงยังชีพที่เหลือนี้ ๕๐๐ ถุงให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อรับไปมอบให้กับประชาชน เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน และประเด็นต่อมาคือผมโทรศัพท์ไปขอและผู้ว่าราชการจังหวัด อนุมัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาต สอดคล้องกันครับท่านประธานครับ ดังนั้นรัฐมนตรีท่านนี้ มีแต่โกหก มีแต่กล่าวเท็จ มีแต่ให้ร้ายป้ายสี และผมอยากจะย้ําท่านประธานว่าคนเป็นถึง รัฐมนตรีมีจริยธรรมของนักการเมืองคุ้มอยู่ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถามเลยครับ จะถามถามเลย

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

คําถามถามว่าการที่ท่านพูดในสภา เมื่อคืนวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ผมได้นําหลักฐานมาพิสูจน์อย่างแจ่มชัด ๒ ฉบับ คือฉบับ เมื่อลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน และฉบับวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน เป็นการได้พิสูจน์และยืนยันว่า ท่านรัฐมนตรีกล่าวเท็จ โกหก ใส่ร้ายป้ายสีแบบจงใจ ทําให้ท่านเป็นบุคคลไม่น่าเชื่อถือ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๒๔/๒ คําถามถามว่าท่านจะรับผิดชอบการโกหก การกล่าวเท็จ การใส่ร้ายของท่านในสภาอย่างไรครับ ฟังอีกครั้งไหมครับ เดี๋ยวท่านสับสนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ ท่านพอแล้วครับ ผมให้ ๑ นาที เกินกว่า ๑ นาทีแล้วครับ เกินแล้วเกินอีกแล้วนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ กระชับด้วยนะครับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ ผมเองก็ต้องขอยืนยันว่าผมไม่ใช่นักการเมืองอาชีพนะครับ ผมเองได้ยินอะไร รับอะไรมา ก็ตอบไปอย่างนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดบอกผมอย่างไร ผมก็ตอบไปอย่างนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ผมก็โชว์ (Show) ลายลักษณ์ให้ดู ถ้าท่านจะเปลี่ยนไทม์ (Time) ท่านก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมายืนยันตรงข้าม ท่านสิครับ หรือให้นําจดหมายมาให้ท่าน ท่านมาพูดลอย ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดมา ผู้ว่าราชการจังหวัดมา ท่านก็ลองไปให้ผู้ว่าจังหวัดเปลี่ยน เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ผมได้ยิน คนเดียวนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้ยิน ท่านก็อธิบายอย่างนี้ กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเหมือนกัน ท่านนิยม ช่างพินิจ ส.ส. ท่านนี้ ก็ได้ยินว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพูดอย่างนั้น ไม่ใช่ผมแต่งเรื่องขึ้น ผมไม่ใช่คนกะล่อนครับ แล้วผมก็เป็นคนสุภาพตลอด ไม่เคยพูดจาอะไรสับสนวุ่นวาย แต่ว่าปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่า งานผมเยอะ มีเอกสารหลายเรื่องที่ต้องทําอยู่ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงประเทศให้ในทาง ที่ถูกต้อง ผมก็คิดว่าในส่วนเรื่องของเอกสารนี้ ท่านครับ เอกสารที่ผมได้รับมันวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ท่านไปตรวจสอบได้เลย มันออกก่อนเอกสารที่ท่านส่งนะครับ เอกสารที่ท่าน ได้ไปผมได้มีการให้คนไปตรวจสอบแล้ว เพราะว่าผมได้รับเอกสารวันที่ ๒๕ ได้รับมาครับ ผมถึงว่าทําไมมันต้องส่งเรื่องเดียวกัน ทําไมมี ๒ อัน มีข้อความไม่ตรงกัน ผมเลยให้ตั้ง กรรมการสอบอย่างไรครับ กรรมการตรวจสอบออกมาเรียบร้อยแล้วว่ามีการแก้ไขข้อมูล ซึ่งไม่ถูกต้อง ของยืนยันว่าไม่เสียนะครับ คุณจะเอาของเสียไป แป๊บเดียวเพิ่งเอามาส่งให้ แล้วจะเสียได้อย่างไร อันนี้ขอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น อันนี้ขอยืนยันนะครับ ท่านเอาเอกสารของท่านเป็นเอกสารที่มีการแก้ไขทีหลังเพราะลงวันที่ทีหลัง แล้วไม่ได้อยู่ใน เรคคอร์ดของกระทรวงพลังงานด้วยซ้ํา ขอยืนยันเอกสารวันที่ ๒๒ นี้ มีเลขตรงกันเลย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๒๔/๓ แต่ออกทีหลัง แล้วอันไหนที่จะนั่นก่อนละครับคิดง่าย ๆ ท่านใช้หลักตรรกะคิดครับ เพราะท่านเรียนหนังสือมาก็สูงนะครับ คิดนิดหนึ่งนะครับว่าถ้าเอกสารผมออกวันที่ก่อน ผมจะแก้ไขได้อย่างไรนะครับ ก็เลยอยากเรียนท่านว่าสิ่งที่จะตอบคําถามท่านว่าผมไม่ได้ มีอะไรผิดครับ ผมทําทุกอย่างถูกต้อง ชีวิตผมยืนอยู่กับความถูกต้องมาตลอดนะครับ แม้ว่าทํา บางเรื่องคนอาจจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ผมคิดว่าผมทําแล้วประเทศเจริญผมก็ทํา ผมยอมรับ นะครับบางเรื่องอาจจะทําให้คนไม่สบายใจ หรืออาจจะมีความรู้สึกว่าทําไมทําเรื่องนี้ ทําไมจะต้องประชานิยม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๒๕/๑ ทําไมถึงต้องขึ้นราคาของโน่นของนี่ บางครั้งมันต้องเป็นครับ ผมยอมรับว่าถ้าเกิดผมโดน กดดันอะไรด้วยเรื่องในอนาคตก็ตาม ถ้าเกิดต่อไปในอนาคตประเทศเราเจริญ ผมถือว่าใช้ได้ครับ ทําให้คนมานึกถึงผมทีหลังดีกว่า แต่ผมไม่ใช่นักการเมืองที่จะมาด่าซี้ซั้วมั่ว ๆ ผมไม่ทํานะครับ เหมือนที่ท่านมาด่าผมนี่ เที่ยวด่าว่าโกหก ๆ เรื่องที่ผมพูดเป็นเรื่องจริงครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านพูดถึงนี่ผมก็ไปกราบไหว้นะครับ แล้วผมก็ยืนยันว่าสิ่งที่ผมพูดจริง และถ้าท่านพูดว่าผมพูดไม่จริง แล้วที่ผมพูดจริงนี่ก็ขอให้กลับไปที่ท่านที่ท่านสาบานนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อกี้ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรใช้สิทธิพาดพิง เชิญครับ

(นายขจิตร ชัยนิยม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านขจิตร ประท้วงหรือครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ผมประท้วงท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ขอประท้วงท่านประธานว่าท่านทําผิด ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ และข้อ ๑๔๓ ลักษณะการถามกระทู้ถามสด เขาไม่ได้ให้แสดงความเห็น แต่นี่มีการแสดงความเห็นว่าคนโน้นเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ขอความกรุณาท่านประธาน ได้ระมัดระวัง แล้วก็เป็นเรื่องเดิม ๆ นะครับ เคยตอบในสภานี้แล้ว ไม่ควรมีลักษณะที่จะต้อง เอามาถามกระทู้ถามสดอีก ก็ขอประท้วงประธานในข้อ ๑๔๓ แล้วก็ข้อ ๑๕๒ ประกอบกัน ขอความกรุณาท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยและลักษณะอย่างนี้ไม่ควร อย่ามีอีกครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันไม่ใช่ เรื่องของการออกความเห็นครับ เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงมากกว่า ก็ว่ากันไปว่ากันมาครับ เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๒๕/๒ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้พาดพิง ถึงกระผมหลายเรื่อง แต่เบื้องต้นอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าความจริงแล้วการที่มี นักการเมือง คนมาดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีก็เป็นนักการเมืองนะครับ อย่าปฏิเสธกัน การมีนักการเมืองกล่าวเท็จนี่ก็ต้องถือเป็นเรื่องใหญ่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเอาเฉพาะ ที่โดนพาดพิงและเสียหาย แล้วว่าเป็นประเด็น ๆ ครับ เฉพาะที่เสียหายครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ถูกต้องครับ ก็ท่านได้กล่าวเท็จพาดพิงถึงกระผมมาหลายเรื่อง

เรื่องแรก ทําความเข้าใจนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ชม การถามตอบกระทู้ถามสดจะเข้าใจผิด ท่านบอกว่าอยู่ดี ๆ ผมนี่ไปหาเรื่องท่านก่อน อภิปราย ท่านก่อน ไม่ใช่นะครับ พวกกระผมอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในกรณีที่ปล่อยให้มีการนําเอาสิ่งของบริจาคและของของราชการนี่ เวลาที่ไปถึงประชาชน ไปจัดสรรหรือให้อํานาจ ส.ส. จัดสรร แล้วก็ ส.ส. บางรายถึงขั้นไปเปลี่ยนแปลงเอาชื่อตัวเองพ่น เอาชื่อตัวเองแปะให้เกิดความเข้าใจผิด เมื่อพวกกระผมอภิปรายไปอย่างนี้ก็ปรากฏว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมาตอบโต้ว่าผมนี่เอาถุงยังชีพของกระทรวงพลังงาน ไปแจกให้กับพี่น้องชาวพิษณุโลก ซึ่งกระผมก็กราบเรียนว่า

ข้อแรก มันเป็นคนละประเด็นกัน เพราะวันที่ผมไปมอบให้กับพี่น้อง ชาวพิษณุโลกนี่ ผมไม่เคยแสดงเลยว่าถุงนั้นเป็นถุงของพรรคประชาธิปัตย์ หรือถุงของผม ตรงกันข้าม ผมปราศรัยกับพี่น้องประชาชนว่านี่เป็นถุงของกระทรวงพลังงานซึ่งได้รับผิดชอบ ดูแลจังหวัดพิษณุโลก แล้วผมก็เพียงแต่กล่าวที่เล่นทีจริงนะครับ ว่าผมก็ช่วยท่านแจกอย่างไร ช่วยท่านหาเสียง ก็พูดไปอย่างนั้นละครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผมไปกล่าวหาว่าอะไรท่านเลย แต่ทางรัฐบาลตอบโต้การอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเบี่ยงเบนประเด็นทําให้เกิด ความสับสน นั่นประการที่ ๑ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๒๕/๓

ประการที่ ๒ นอกเหนือจากการที่เบี่ยงเบนประเด็นแล้วนี่ ท่านก็กล่าวเท็จว่า ผมหรือพรรคประชาธิปัตย์ไปบังคับจึงจะได้ถุงยังชีพเหล่านี้มา ซึ่งความจริงผมไม่ทราบเรื่อง นะครับว่าการประสานงานระหว่างท่าน ส.ส. กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นอย่างไร สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๒๖/๑ แต่ที่หนักกว่านั้นก็คือว่าท่านพูดชัดเจนครับว่าการทําอย่างนี้มันเสียหายด้วย เพราะกระทรวงพลังงานมีแผนการแจกจ่ายถุงยังชีพ แล้วพอเจียดถุงยังชีพ ๕๐๐ ถุงมา ทําให้เสียแผนการแจกจ่าย แต่ข้อเท็จจริงวันนี้ก็มีเอกสารของกระทรวงพลังงาน ก่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจยืนยันว่าถุงของท่านนั้นมันแจกไม่ทัน มันสมควรจะต้องแร่งรัด แล้วก็ไม่มีตรงไหนเลยที่บอกว่ามาตรงนี้แล้วจะเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะวันนี้เมื่อท่าน ชี้แจงยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ครับว่าไม่ท่านสับสนท่านก็ต้องกล่าวเท็จ เพราะว่าท่านบอกว่าตอนที่ คุณหมอวรงค์ประสานไป ท่านบอกว่ายังต้องมาขอท่านเนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดไปขอ จากทางกระทรวงพลังงาน ท่านครับ ถ้าพวกผมบังคับผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดบังคับท่านได้หรือครับ ถ้าท่านเห็นว่ามันเสียหาย ท่านต้องตัดสินใจ บอกกับผู้ว่าราชการจังหวัดสิครับว่ากระทรวงพลังงานให้ไม่ได้เพราะมันจะเสีย แผนการแจกจ่าย แต่ท่านไม่ได้ทําครับ เพราะฉะนั้นที่มาอ้างว่าออกไปเพราะมีการบังคับ มันจึงไม่น่าจะเป็นความจริง หรือมิฉะนั้นถ้าท่านบอกไม่ใช่ ถุงอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็แสดงว่าท่านก็เพิ่งกล่าวเท็จครับ เพราะตอบคําถามของคุณหมอวรงค์ ท่านประธานครับ การกล่าวเท็จอย่างนี้เสียหายกับผู้อื่นครับ ผมเชื่อว่าก่อนจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจมันไม่มี ประเด็นทางการเมือง รายงานสถานะต่าง ๆ เป็นเรื่องปกติเลยครับ ทางผู้แทนราษฎรอาจจะ ไม่พอใจว่าทําไมฝ่ายค้านไปทํากิจกรรมแล้วมีถุงยังชีพของกระทรวง แต่ว่าถ้าท่านมีทัศนคติ คับแคบอย่างนี้ว่าการที่ผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านไปทํากิจกรรมแล้วก็ไปช่วยแจกจ่ายถุงยังชีพ ซึ่งไม่เคยอ้างด้วยว่าเป็นของฝ่ายค้าน ตรงกันข้ามบอกว่าเป็นของท่าน ทําไม่ได้ อันนี้สิครับ น่าเป็นห่วง ถัดมาท่านก็บอกว่าผมไปตะโกนด่าว่าท่านในห้องรับประทานอาหาร ไม่ใช่หรอกครับ พวกผมก็นั่งกันอยู่เยอะครับ ความจริงผมอยากจะกราบเรียนครับว่ามีพวกกระผมหลายคน ที่ไม่พอใจการกล่าวเท็จใส่ร้ายผู้อื่นของท่าน แล้วก็มาถามผม ผมยังบอกเลยครับว่า บังเอิญ ผมดูบุคลิกอย่างท่านแล้วผมไม่ค่อยถือสานะครับ ดังนั้นเมื่อท่านเดินผ่านผมก็พูด ภาษาชาวบ้านก็บอกแซวกันละครับ บอกจะให้ผมไปบังคับใครอะไร อย่างไรอีก ไม่ใช่ เป็นตะโกนด่าว่าเลยครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการกล่าวเท็จ ไม่ดีหรอกครับ กับพวกกระผมเอาละครับ ท่านอยากจะใช้วิธีนี้ทางการเมืองกันก็เป็นเรื่อง ของท่าน แต่อย่ากล่าวเท็จกับประชาชนนะครับ เหมือนที่บอกว่าจะยังไม่ขึ้นค่าพลังงาน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๒๖/๒ จนกว่าจะมีการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน อย่างนี้ไม่ได้ครับ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ต่อไปผมก็จะระมัดระวังครับ ผมเพิ่งทราบว่าคนที่ทําอะไรตลกไปหมดไม่มีอารมณ์ขันครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวให้ท่านนิยม ช่างพินิจ แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ทีละคนครับ ท่านนิยมครับ ท่านชี้ประเด็นที่ทําให้เสียหายแล้ว ก็เอาเฉพาะประเด็นนั้นนะครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยครับ สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้พาดพิง มาถึงผมว่าผมเข้าใจ แล้วก็พอดีท่านอดีตนายกรัฐมนตรีได้พูดไปว่ามีการเข้าไปในพื้นที่ ผมเสียหายครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนข้อเท็จจริงนะครับท่านประธาน ผมไม่เข้าใจว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดจะอึดอัดหรือไม่อึดอัด ผมไม่ทราบหรอกครับ แต่สิ่งที่สําคัญนะครับ วันที่ ๗ วันที่ ๘ ผู้ว่าราชการจังหวัดรณรงค์ออกวิทยุแห่งประเทศไทยให้พี่น้อง ชาวจังหวัดพิษณุโลกนําของและสิ่งของมาช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานีและในเขต กทม. แต่วันที่ ๑๘

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่าน มีผู้ประท้วง

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ถามสั้น ๆ ครับว่า ท่านเสียหายอย่างไรครับ ผมฟังเริ่มต้นมาไม่เกี่ยวอะไรกับท่านเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชี้ประเด็น ที่ท่านเสียหายให้ชัดนะครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ผมเสียหายตรงที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์บอกว่าเข้าไปในพื้นที่ ไปทํากิจกรรมอะไรนี่ละครับ แล้วมันเป็นพื้นที่ผมครับ ที่เข้าไปแจกถุงยังชีพ ผมเห็นด้วยครับ และสิ่งที่สําคัญไปแจกของวันที่ ๑๘ วันที่ ๗ วันที่ ๘ ผู้ว่าราชการจังหวัดรณรงค์เอาของมาช่วยจังหวัดพิษณุโลก สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๒๖/๓

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเด็นนี้ คงไม่เสียหายครับ ท่านนิยมนั่งเถอะครับ ประเด็นที่ท่านชี้มามันไม่เสียหายครับ นั่งเถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ ไม่เสียหายหรอกครับ ท่านผมวินิจฉัยแล้วไม่เสียหายหรอกครับ ท่านวรชัย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๒๗/๑

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนิยม นั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาต ผมอนุญาตท่านวรชัยแล้วครับ ไม่เสียหายแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญท่านวรชัย

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิงครับ ว่า ส.ส. นักการเมืองเอาชื่อของตัวเองไปติดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ เรื่องนี้ เขาไม่ได้ระบุชื่อครับ ไม่เสียหายครับ แล้วท่านเคยชี้แจงไปแล้ว แล้วเขาก็ไม่ได้ระบุชื่ออะไร พูดลอย ๆ เท่านั้นเอง นั่งเถอะครับ ผมว่าสมควรแล้วกระมังครับ ให้สิทธิท่านรัฐมนตรี ได้ใช้สิทธิพาดพิงครับ พอเถอะครับ ท่านก่อแก้ว ให้ท่านได้ใช้สิทธิก่อน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมเองก็ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร คือจริง ๆ อย่างนี้ ผมขอเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าคนอยู่วันนั้นจะได้เห็น ได้ยินชัดเจน ท่านบอกเองโดยคําพูดนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานหาเสียง ไม่ค่อยเก่ง ผมเลยช่วยหาเสียงให้ อันนี้คําพูดนะครับ ผมเองก็ขอยืนยันนะครับว่าคําพูดนี้ คือคําพูดที่ถูกต้องไหม ที่เขาพูดกระแนะกระแหนอย่างนี้ ผมเองก็เลยจะต้องออกมาพูด ให้ชัดเจนว่าผมไม่ได้ให้ และหลักฐานรายละเอียดต่าง ๆ ก็ชัดเจน แต่ส่วนเรื่องที่ท่านบอกว่า ท่านพูดแหย่ผมเล่นในห้องอาหาร คนที่เขาได้ยินเขาไม่คิดอย่างนั้นหรอกครับ ผมยืนยัน กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านสุรพงษ์บอกว่าทําไมท่านอภิสิทธิ์ ท่านหลุดขนาดนี้ได้อย่างไร ขอโทษนะครับ อันนี้คือความจริง ขอโทษนะครับ ถ้าผมเข้าใจผิด ผมขอโทษท่าน แต่ว่าสิ่งที่ผมได้รับความรู้สึก วันนั้นท่านไม่ได้พูดเล่น ท่านหน้าตาขมึง ๗-๘ คนนั่งรุมอยู่ ผมขออนุญาตนะท่าน ถ้าผมเข้าใจผิด คิดว่าท่านแหย่เล่น ทีหลัง ท่านแหย่เล่นท่านยิ้มหน่อยครับ เพราะว่าถ้าท่านหน้าบึ้งแหย่เล่น ผมไม่ทราบจริง ๆ ส่วนเรื่องที่ท่านบอกว่าผมสับสน ผมไม่ได้สับสนนะครับท่าน เรื่องนี้ผมเองผมขอยืนยันว่า ผมมารู้ทีหลังว่าท่านเอาไปแจก ผมไม่ได้รู้ก่อน ผมเองก็เสียใจ ผมเองก็เคารพท่าน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๒๗/๒ ถ้าท่านจะยกหูโทรศัพท์แล้วให้คนมาบอกผมว่าผมจะไปแจกนะ เอาถุงยังชีพมาให้ผมหน่อย อย่างไรผมก็ต้องให้ท่าน ถ้าท่านกล้าขอ ผมก็ต้องกล้าให้ แต่ท่านไม่ได้ขอ แล้วท่าน ให้หมอวรงค์ไปข่มขู่ อันนี้ความจริง ผมไม่ได้พูดเล่น เพราะว่าหลักฐานมันมีชัดเจน ผู้ว่าราชการจังหวัดเขาก็โทรมา เอกสารเขาก็มียืนยัน ท่านจะพูดอย่างไร ไม่รู้จะพูดอย่างไรละท่าน จะให้ผมพูดอย่างไร อันนี้ความจริง คนเราจะปลิ้นเรื่องไปเรื่อย ๆ โดยที่หาความจริงไม่ได้ มันไม่ใช่ ผมพูดความจริงผมมีหลักฐานยืนยัน คุณจะต้องการอะไรมากกว่านี้ละครับ หลังจากที่ได้ดําเนินการแล้ว เอกสารเมื่อวันที่ ๑๘ ยืนยันว่าเป็นเอกสารที่ผมได้รับยืนยัน ครั้งแรก แล้วก็มีการไปเปลี่ยนแปลงทีหลังนะครับ มีกรรมการสอบ มีหลักฐานชัดเจน ท่านรองปลัดกระทรวงเป็นคนสอบ แล้วได้มีหนังสือตักเตือนไปแล้วว่าการแก้เอกสาร ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แล้วข้อมูลก็ไม่ตรงด้วย เดี๋ยวผมจะให้ยืนยันว่ามีการแก้เอกสารนะครับ ผมขอชัดเจน และผมก็ยังไม่ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ ถ้าผมให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านจะโทรมากราบขอโทษผมหรือ จริง ๆ แล้ว คําพูดแท้ ๆ แกบอกว่า กราบเท้าท่านรัฐมนตรีผมขอโทษ อันนี้เขาพูดอย่างนี้เลยนะครับ แต่ผมเองไม่อยากจะพูดให้มันลึกไปนัก แต่มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ขอยืนยันนะครับ ถ้าผมพูดผิดแม้แต่นิดเดียวก็ขอให้ผมเป็นอะไรก็ได้ แต่ถ้าผมพูดถูกก็ขอให้สิ่งที่ท่านหมอวรงค์พูด เข้าหาหมอวรงค์นะครับ ขอยืนยัน ผมไม่ใช่คนกะล่อน ทุกคนรู้ว่าผมพูดอะไร ผมพูดตรงตลอด ชีวิตผมไม่จําเป็นจะต้องมากะล่อนกับเรื่องแค่นี้ คิดอะไร ได้ข้อมูลอะไร ก็พูดไปตามความจริง หลักฐานก็มียืนยัน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระทู้ถามนี้ กระทู้ถามเดียวใช้เวลาชั่วโมงเศษ ผมคงไม่อนุญาตแล้วครับ เพราะเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง ก็ว่ากันไปว่ากันมาในประเด็นเดียวกันนี่ละครับ คงพอแล้วครับ คุณหมอ ชั่วโมงเศษแล้ว ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ไม่อย่างนั้นก็โต้กันไปโต้กันมา พอแล้วครับ ชั่วโมงเศษแล้วครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๒๘/๑ ก็เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง ก็ว่ากันไปว่ากันมาเรื่องนี้ สมควรแล้วครับ พอแล้วครับ ถ้าพูดตาม ข้อบังคับท่านหมดสิทธิตั้งแต่นานแล้วครับ เอาละครับ พอแล้วครับ โต้กันไปโต้กันมา ไม่อนุญาตแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ผมไม่อนุญาตใครทั้งนั้น นั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ ไม่ใช่เด็กครับ สมควรแล้ว พอแล้วครับ พอแล้วครับ คุณหมอครับ สมควร กระมังครับ ท่านรัฐมนตรีก็ส่งเอกสารด้วยก็แล้วกัน ไม่เป็นอะไรครับ ก็ส่งเอกสาร พอแล้วครับ จบแล้วนะครับ นั่งครับ นั่งเถอะครับ ไม่มีใครผิดข้อบังคับข้อไหนครับ ท่านนั่งเถอะครับ

(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านใช้สิทธิ ประท้วงนะครับ ใครผิดข้อไหน เชิญ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล อุทัยธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กุลเดช พัวพัฒกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ท่านประธาน ท่านผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ครับ ข้อ ๖๓ บัญญัติว่าสมาชิกผู้ใดต้องการประท้วง การฝ่าฝืนข้อบังคับให้ยืนและยกมือขึ้นพ้นศีรษะ ประธานต้องให้โอกาสผู้นั้นชี้แจง ชัดเจนไหมครับ ประธานต้องให้โอกาสผู้นั้นชี้แจง คุณหมอวรงค์ประท้วงท่านครับ ยืน ยกมือ ตามข้อบังคับเป๊ะ จะชี้แจงท่านบอกไม่ให้ชี้แจง ท่านผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ชัดเจนครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมได้อนุญาตให้คุณหมอวรงค์มาโดยตลอด แล้วก็โต้กันไปโต้กันมา เป็นอํานาจของประธาน ที่จะใช้ดุลยพินิจ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้มันจบไปแล้วละครับท่าน อย่าเสียเวลาเลยครับ จบกระมังครับ ท่านนิยมมีอะไรครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

นิดเดียวท่านประธานครับ แจกของ วันที่ ๑๘ ถ้าพี่น้องรับฟังอยู่ทางบ้าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอเถอะครับ ผมขออนุญาตไป สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๒๘/๒

กระทู้ถามสดที่ ๒

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๐๓๕ ส. เรื่อง มาตรการดูแลเยียวยาและฟื้นฟูแก้ไข ปัญหาประชาชนผู้ประสบภัยหลังน้ําท่วม (นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการฐานิสร์ ตอบแทนนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๒๘/๓

เชิญท่านพลภูมิครับ

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตท่านประธานครับ จะตั้งกระทู้ถามผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในกรณีเกี่ยวกับเรื่องมาตรการในการดูแลเยียวยา และฟื้นฟูการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยหลังน้ําท่วม ท่านประธาน ก็คงจะทราบนะครับว่า ในปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยนั้นได้ตกอยู่ในสถานการณ์ อุทกภัย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๒๙/๑ ครั้งยิ่งใหญ่ ไล่ไปตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง จนถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครนั้นก็ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่น้ําอยู่ภาคเหนือ น้ําอยู่ภาคกลาง จนมาถึงจ่อเข้าสู่กรุงเทพมหานคร น้ําที่เข้าสู่กรุงเทพมหานครนั้นถ้าเราจะสังเกตให้ดีผมเองได้มีการติดตามหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ศปภ. กรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะเฝ้าระวังไม่ให้เกิด น้ําท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พยายามติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พอน้ําใกล้ มาถึงกรุงเทพมหานครเราก็พยายามที่จะเตรียมความพร้อมในการที่จะถ่ายเทน้ําเพื่อที่ให้ ลงสู่ทะเลอย่างเร็วที่สุด ปัญหาที่ได้พบครับว่าในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครมีจํานวน ๕๐ เขต พื้นที่ทั้งหมด ๔๒ เขต ได้รับปัญหาอุทกภัยเกิดน้ําท่วมขังเป็นระยะเวลาเกือบ ๒ เดือน ซึ่งปัญหาที่ได้พบมีหลายอย่าง มีหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการมีผักตบชวา อยู่ในคู คลองต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งท่อระบายน้ําตามหมู่บ้านต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีการลอกท่อ จากหน่วยราชการมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครับวันนี้ ที่ผมได้ตั้งคําถาม ตั้งกระทู้สอบถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีก็คงจะเป็นเรื่องปัญหา ที่พี่น้องประชาชนได้เฝ้ารอ ผมเชื่อครับว่าหลายท่านที่อยู่ในที่นี้ที่เป็นผู้แทนราษฎรที่อยู่ใน พื้นที่ประสบอุทกภัยก็คงจะได้รับคําถามจากพี่น้องประชาชนว่าเมื่อไรเงินจะออกในกรณี ของเงินเยียวยา เพราะรัฐบาลบอกว่าเงินนั้นจะออกก่อนปีใหม่ บัดนี้หลายพื้นที่ครับ สับสนของแท้จริงครับ หลายพื้นที่ครับ เงินยังไม่ออก หลายพื้นที่ครับ หลักเกณฑ์ ในการจ่ายเงินไม่เป็นเหมือนกันทุกเขต ผมขออนุญาตยกตัวอย่างหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาท ว่าในกรณีของการจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทนั้นมีอยู่ ๒-๓ ประเด็น ถ้าหาก เป็นบ้านของตัวเองก็สามารถไปยื่นเอกสารได้ทางสํานักงานเขตที่เกิดปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ถ้าหากเป็นบ้านเช่าก็ต้องติดต่อทางเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่เพื่อให้ยินยอมนะครับ หรือประเด็นที่ ๓ ถ้าบ้านนั้นไม่มีบ้านเลขที่ก็ต้องหาผู้รับรอง ประเด็นเหล่านี้ เป็นหลักเกณฑ์ที่ต้องพึงปฏิบัติกับทุกสํานักงานเขต แต่พอมาตรวจสอบแล้วตามหลักเกณฑ์ ที่ทางสํานักนายกรัฐมนตรีได้กําหนดหลักเกณฑ์ไว้ในรายละเอียดของรูปภาพ รูปถ่ายต่าง ๆ นั้น ก็ไม่มี ผมจึงอยากจะขออนุญาตสอบถามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นี้เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อการติดต่อประสานงาน เพราะวันนี้ประชาชน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๒๙/๒ หลายฝ่ายบอกว่ายื่นเอกสารไปแล้วทางสํานักงานเขตก็ไม่รับรอง ทางสํานักงานเขต ก็ยังไม่จ่ายเงิน ก็เลยอยากจะขออนุญาตสอบถามว่า หลักเกณฑ์ของการจ่ายเงินช่วยเหลือ ของรัฐไม่ว่าจะเป็น ๕,๐๐๐ บาท หรือหลักเกณฑ์ที่จ่ายเกี่ยวกับกรณีของทรัพย์สินเสียหาย ตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลใช้หลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง รวมไปถึงขณะนี้ มีความคืบหน้าในการจ่ายเงินไปถึงไหนแล้ว ขออนุญาตสอบถามครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี

นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ให้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากกรุงเทพมหานคร ท่าน ส.ส. พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ก็ต้องขอขอบคุณและขอชื่นชมต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ที่ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยต่อปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเดือดร้อนของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยากจะขอ ประทานกราบเรียนต่อท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่ารัฐบาลชุดนี้ โดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องการเยียวยา พี่น้องผู้ประสบอุทกภัย โดยให้นโยบายว่าการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยนั้น ต้องรวดเร็ว ทั่วถึง แล้วก็เป็นธรรมที่สุด ไม่มีการแบ่งสี ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่มีการ แบ่งภาค ไม่ว่าจะเป็นกรณีอุทกภัยที่กรุงเทพมหานคร สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๓๐/๑ หรืออุทกภัยในเขตภาคกลาง หรือภาคใต้ ก็จะเข้าสู่การช่วยเหลือเยียวยาในหลักเกณฑ์ เดียวกันทั้งหมดทั้งสิ้นนะครับ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการเยียวยาในเบื้องต้นนั้นก็มีอยู่ ๒ หลักเกณฑ์ด้วยกัน

หลักเกณฑ์แรกก็คือการเยียวยาตามมาตรฐานของมติคณะรัฐมนตรี คือชดเชยกรณีน้ําท่วมบ้าน ๕,๐๐๐ บาท ในส่วนของกรุงเทพมหานครมีเขตที่ได้รับ ผลกระทบจากอุทกภัยทั้งสิ้น ๔๒ เขต แต่ที่ได้รับเงินชดเชยเยียวยาโดยผ่านเป็นมติ คณะรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน จํานวน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ซึ่งได้ดําเนินการจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น ๗๙ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็อยู่ในระหว่างการประชาสัมพันธ์ ให้แก่พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยได้มาขอรับความช่วยเหลือ แต่ยอมรับว่ายังมีอีก ๑๒ เขต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่น้ําท่วมภายหลัง แล้วก็ได้มีการสํารวจเข้ามาทีหลัง ก็ทําให้ในส่วนของ ๑๒ เขตนี้ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบในรายละเอียดของข้อมูลเอกสารต่าง ๆ เพื่อความรอบคอบ ความถูกต้องนะครับ ซึ่งคาดว่าก็คงจะเข้าสู่คณะรัฐมนตรีในเร็ว ๆ วันนี้นะครับ ซึ่งมีอีกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัวด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดก็ขอกราบเรียนว่าจะพยายาม ประสานงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ดําเนินการให้รวดเร็วที่สุด แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่ง ก็คือเงินทดรองราชการตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ถ้าเป็นในต่างจังหวัดคิดว่าปัญหา คงจะน้อย เพราะว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีบุคลากรค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็น ท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งสามารถที่จะดําเนินการสํารวจ ได้ทันที แล้วก็สามารถที่จะอนุมัติเงินทดรองราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด จํานวน ๕๐ ล้านบาท ดําเนินการ ถ้าไม่พอสามารถที่จะขอขยายวงเงินได้ตลอดเวลา แต่ในส่วนของกรุงเทพมหานครยอมรับว่ามีปัญหาค่อนข้างเยอะ เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่ ในส่วนของกรุงเทพมหานครน้อย ปัญหาทุกอย่างก็มากระจุกตัวอยู่ที่ท่าน ผอ. เขต ก็ทําให้ ปัญหาการเยียวยาในส่วนของเงินทดรองราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ซึ่งก็มีหลักเกณฑ์ที่ค่อนข้างที่จะครอบคลุมนะครับ กรณีซ่อมแซมบ้านที่เสียหายให้จ่ายตามความเป็นจริง แต่ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท กรณี บ้านพังทั้งหลังจ่ายตามสภาพความเป็นจริง ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท กรณีที่เป็นบ้านเช่า แล้วน้ําท่วม และจําเป็นต้องไปเช่าบ้านอื่นอยู่ เขาจะจ่ายค่าเช่าให้เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๓๐/๒ เป็นเวลา ๒ เดือน กรณีเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพทํามาหากินได้รับ ความเสียหายก็จะชดเชยให้ตามความเป็นจริงไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท นอกจากนั้นก็จะมีค่า จัดการศพกรณีเสียชีวิตนะครับ ให้ ๒๕,๐๐๐ บาท กรณีที่เป็นหัวหน้าครอบครัวก็จะได้เพิ่ม อีก ๒๕,๐๐๐ บาท เป็น ๕๐,๐๐๐ บาท ทั้งหมดก็อยู่ในระหว่างขั้นตอนการสํารวจ เพราะว่าในส่วนของ กทม. เจ้าหน้าที่ไปสํารวจแล้วก็ยังไปทําในส่วนของ ๕,๐๐๐ บาท อยู่นะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของเงินทดรองราชการตามอํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ยังไม่ได้ดําเนินการ ซึ่งในส่วนนี้ในฐานะที่ผมได้กํากับดูแลในส่วนของกรุงเทพมหานคร ก็จะได้ประสานกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการ ทุกอย่างให้เป็นไปตามความรวดเร็วต่อไป ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คําถามที่ ๒ ครับ

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้ช่วยชี้แจงคําตอบเพื่อให้พี่น้องที่ได้รับปัญหาอุทกภัยได้มีความรู้สึกสบายใจครับ เพราะที่ผ่านมาอึมครึมมาก ไม่มีคําตอบ มีอีกหลายจังหวัด มีอีกหลายเขต ของกรุงเทพมหานคร ที่ยังรอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลในการเยียวยาช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย ถ้าเป็นไปได้ครับ ก่อนตรุษจีนก็จะมีเป็นเรื่องที่ดี ถ้าคณะรัฐมนตรีช่วยกัน ผลักดัน

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะสอบถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี กรณีเกี่ยวกับเรื่องหลังจากน้ําลดแล้ว ไม่ทราบว่าทางรัฐบาลเองมีแผนในการเยียวยาอย่างไร รวมไปถึงรัฐบาลมีแนวทางในการป้องกันปัญหาน้ําท่วมในอนาคตหรือไม่ ขออนุญาต ให้ท่านประธานสอบถามท่านรัฐมนตรีด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ ต่อกรณีการเยียวยาฟื้นฟูความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยนั้น ในส่วนของกรุงเทพมหานคร สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๓๑/๑ ทางท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีบัญชาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นประธานในการฟื้นฟู เพื่อรวบรวมปัญหาการฟื้นฟูเยียวยากรณีอุทกภัย ของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศนะครับ โดยท่านต้องการเห็นการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ซึ่งในส่วนนี้ท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีได้กํากับดูแลเป็นรายจังหวัด เพื่อให้การช่วยเหลือ เยียวยาฟื้นฟู ตลอดจนการบูรณะซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถนน ไม่ว่าจะเป็น สะพาน หรือสาธารณูปโภคต่าง ๆ นะครับ ให้กลับคืนสู่สภาพปกติ เพื่อต้องการให้พี่น้อง ผู้ประสบอุทกภัยนั้นได้กลับมามีคุณภาพชีวิตตามปกติโดยเร็วที่สุดนะครับ ในส่วนของ กรุงเทพมหานครก็คงจะมีแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องอุทกภัยอยู่ ๒ แนวทางก็คือ ในระยะสั้นแล้วก็ระยะยาว ระยะสั้นนั้นเราก็ได้อนุมัติงบประมาณทั้งในปี ๒๕๕๔ แล้วก็ปี ๒๕๕๕ ในการขุดลอกคูคลอง ตลอดจนการทําความสะอาดท่อระบายน้ําทั้งหมด ในปี ๒๕๕๔ ได้ขุดลอกคูคลองไปทั้งหมด ๑๖ คลองด้วยกัน แล้วก็ในปี ๒๕๕๕ ก็จะขุดลอก คูคลองเพิ่มอีก ๓๖ คูคลองเป็นเงินอีก ๘๑ ล้านบาท เพื่อที่จะกําจัดพวกผักตบชวา พวกวัชพืชต่าง ๆ ต้องการที่จะให้น้ํานั้นได้ระบายโดยรวดเร็วที่สุดนะครับ ในกรณี ที่มีน้ําเข้ามา ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวนะครับ ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ มีบัญชาให้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางแผนการจัดการน้ําทั้งระบบนะครับ โดยมีท่านดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน ซึ่งทราบว่าเร็ว ๆ นี้ก็คงจะมีผลสรุป ออกมานะครับ เพราะว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํานั้นก็คงจะแก้ในส่วนของกรุงเทพมหานคร อย่างเดียวไม่ได้ ก็คงจะแก้ในภาพรวมของประเทศทั้งระบบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามีผลกระทบ กับในจังหวัดอื่น ๆ นะครับ นั่นก็คือความคืบหน้าที่อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพลภูมิ คําถามสุดท้ายครับ

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย คงเป็นคําถามสุดท้ายครับ คงฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในกรณี สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๓๑/๒ ที่รัฐบาลเองได้อุดหนุนเยียวยากับผู้ประสบอุทกภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยากจะฝากเกี่ยวกับ เรื่องการควบคุมสินค้าราคาแพงนะครับ เพราะว่าหลังจากที่มีปัญหาเรื่องน้ําท่วม สินค้าก็ราคาขึ้น หลังจากน้ําลดแล้วผู้ประสบอุทกภัยต่าง ๆ จําเป็นที่จะต้องซื้ออุปกรณ์ ในการที่จะซ่อมแซมบ้านเรือนต่าง ๆ อยากจะให้ท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลช่วยควบคุม สินค้าต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ราคาสูงจนทําให้ผู้ประสบอุทกภัยหรือพี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาถามกระทู้ถามนี้ ขึ้นมา ผมก็ขออนุญาตที่จะรับข้อเสนอของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปเพื่อประสานงาน ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

กระทู้ถามสดที่ ๓

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๖ ส. เรื่อง ปัญหาน้ําเสียที่เกิดจากอุตสาหกรรม สงขลา (นางนาที รัชกิจประการ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๓๑/๓

เชิญคุณนาทีครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ นะคะ ดิฉัน นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันจะขอตั้งกระทู้ถามสด ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดังต่อไปนี้ค่ะ นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ที่ ๙/๖ หมู่ที่ ๔ ตําบลฉลุง อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยนโยบายของรัฐบาลเพื่อการกระจายพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ สู่ภูมิภาค โดยมอบหมายให้นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจัดตั้งเป็นแห่งแรก เมื่อปี ๒๕๒๗ นะคะ มีหน้าที่พัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่อรวบรวมโรงงานไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งจะง่ายต่อการควบคุมและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชน ใน ๓ ตําบลค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะตําบลฉลุง มีทั้งหมด ๗ หมู่บ้าน แต่ประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้จังหวัดสงขลามีถึง ๔ หมู่บ้าน ก็คือหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๓๒/๑ แล้วก็หมู่ที่ ๖ ประชากรมีทั้งสิ้น ๖,๐๐๐ กว่าคน วันนี้มีปัญหาในเรื่องของสุขภาพ ที่ส่งผลกระทบจากนิคมอุตสาหกรรม ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ ตําบลทุ่งตําเสา ซึ่งมี ๒ หมู่บ้าน คือหมู่ที่ ๒ กับหมู่ที่ ๑๐ ก็ยังได้รับผลกระทบด้วย แล้วก็รวมถึงตําบลควนลังค่ะ ในหมู่ที่ ๕ ตําบลควนลังด้วย วันนี้ประชาชนทั้ง ๗ หมู่บ้านกําลังรอฟังอยู่นะคะว่าท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจะว่าอย่างไรในเรื่องผลกระทบเหล่านี้ เพราะว่าเรื่องนี้ เดี๋ยวขอฉายภาพให้ดูด้วยนะคะว่าลักษณะของนิคมอุตสาหกรรมเป็นลักษณะอย่างไร ขอดูภาพหน่อยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

ภาพไม่มาหรือคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญต่อเลยครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

ถ้าภาพไม่มาก็ไม่เป็นอะไรนะคะ ก็พูดต่อ คําถามวันนี้มีด้วยกัน ๓ คําถาม

คําถามแรก มาตรา ๕๗ สิทธิของประชาชนในการรับข้อมูลในเรื่องที่มีผล เกี่ยวกับการกระทบต่อตนเอง ชุมชน แล้วก็คุณภาพชีวิต จึงอยากจะเรียนถามว่า การนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้จังหวัดสงขลามีการจัดการน้ําเสียที่ปล่อยจากระบบบําบัดน้ําทิ้ง หรือไม่ อย่างไร อันนี้เป็นคําถามแรกที่จะขอถามท่านรัฐมนตรีด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ขอตอบคําถามคําถามแรกนะครับว่า การนิคมอุตสาหกรรมสงขลา มีระบบบําบัดน้ําเสียหรือไม่ อย่างไร ขอเรียนว่าโครงการนี้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ อย่างที่ท่านเจ้าของกระทู้ถามได้ชี้แจงแล้วถูกต้อง แต่การก่อสร้างนิคมนั้นแล้วเสร็จสามารถ ที่จะดําเนินการได้ในปี ๒๕๓๘ เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมสงขลาเป็นนิคมอุตสาหกรรม ที่มีการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าของ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๓๒/๒ ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยนั้นเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ก็จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดําเนินการทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กําหนดไว้ ก่อนที่จะเริ่มให้โรงงานมาดําเนินกิจการได้นั้นมันต้องมีระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดให้พร้อม ทั้งเรื่องระบบ ถนน ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ รวมทั้งระบบการจัดการของเสีย รวมทั้งระบบบําบัดน้ําเสียด้วย สําหรับระบบบําบัดน้ําเสียนั้นมันเป็นระบบที่เรียกว่า แอคติเวตเตด สลัดจ์ (Activated sludge) ระบบเร่งตะกอน มีความสามารถ คาพาซิตี้ (Capacity) ที่จะบําบัดน้ําเสียได้วันละไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้โรงงานที่ประกอบกิจการในเขตนิคมอุตสาหกรรมสงขลานั้นมีอยู่ ๑๘ โรงงาน และได้หยุดกิจการไปบางส่วนเหลือ ๑๓ โรงงาน โรงงานที่มีโอกาสที่จะปล่อยน้ําเสียได้นั้น มีประมาณ ๒ โรงงาน เกี่ยวกับยางนะครับ ก็มีน้ําเสียเกิดขึ้นวันละประมาณ ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวันเท่านั้น เพราะฉะนั้นสรุปง่าย ๆ ว่าระบบบําบัดน้ําเสียนั้นสามารถ รองรับน้ําเสียจากโรงงานทั้ง ๒ โรงงานได้เป็นอย่างดี แล้วก็มีการตรวจวัดคุณภาพ น้ําเสียก่อนที่จะปล่อยจากโรงงานมา เราเรียกว่าอินฟลูเอินซ์ เวท์วอเตอร์ (Inffuence wast water) เราจะให้โรงงานต่าง ๆ นั้นบําบัดน้ําเสียของตนเองเสียก่อน ระดับหนึ่ง แล้วก็ปล่อยลงท่อน้ําเสียรวมแล้วมาสู่ที่ระบบบําบัดรวม ก่อนจะบําบัด เสร็จเรียบร้อย ก่อนจะปล่อยทิ้งไปสู่ลํารางสาธารณะคือคลองวาด จากคลองวาดจะลงสู่ อู่ตะเภา อู่ตะเภาลงสู่ทะเลสาบสงขลานะครับ เราจึงมีการตรวจสอบคุณภาพน้ําตลอดเวลา อย่างน้อยเดือนละ ๒ ครั้ง ถ้าพบความผิดปกติเราก็จะไม่มีการปล่อยน้ําลงสู่ลํารางสาธารณะ ก็จะมีการบําบัดจนให้ได้มาตรฐาน เท่าที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ถึงปัจจุบันนี้นะครับ เราก็ตรวจวัดทุกตัวที่จําเป็นตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ค่าพีเอช (PH) ค่าเซลลูเลส โซลิด (Cellulases solid) ค่าโทเทิล ดิซอลว์ โซลิด (Total dissolved solid) ค่าบีโอดี (BOD) ออย์แอนด์กรีส (Oil and grease) คอพเวอร์ (Copper) นิเกิล (Nickel) โครเมียม (Chromium) อาร์ซีนิก (Arsenic) เมอร์คิวรี่ (Mercury) เลด (Lead) เซอร์โคเนียม (Zirconium) ทุกตัว เราตรวจอย่างน้อยเดือนละ ๒ ครั้ง จากข้อมูลที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ถึงปัจจุบัน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๓๓/๑ ค่าต่าง ๆ นั้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ําทิ้งโรงงานอุตสาหกรรมตามประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๙ เรื่องคุณลักษณะน้ําทิ้งให้ระบบออกนอกโรงงาน ก็เป็นไปตามมาตรฐานสากลครับ สแตนดาร์ด เมธอด (Standard method) แล้วก็เอดับบลิว ดับบลิวเอ อเมริกัน วอเตอร์ เวิร์ค เอสโซซิเอชั่น(AWWA American Water Work Association) ทุกประการครับ ก็ขอเรียนให้ทราบครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ คําถามที่ ๒ ครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมนะคะที่ตอบให้ได้ทราบ แต่จริง ๆ แล้วไม่ทราบท่านหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ไปดูบ้างหรือเปล่า เดี๋ยวขอภาพดูนะคะว่าน้ําเสียที่ท่านบอกว่าตอนนี้มี ๒ โรงงาน ที่ลงไป แล้วก็มีการตรวจสอบอะไรเรียบร้อยก่อนที่จะลงลํารางสาธารณะนะคะ เรื่องนี้ประชาชนเขาได้ร้องเรียนดิฉันตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วก็ตอนนั้นดิฉันก็ไปเก็บภาพของน้ํา ที่ปล่อยมาจากบําบัดน้ําเสียเรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบมีกลิ่นเหม็นมาก แล้วก็ตอนนี้ ดีหน่อยเพราะว่าช่วงนี้ อันนี้ดิฉันเพิ่งไปเก็บภาพมาได้เมื่อ ๒ วันที่แล้ว เพราะว่าช่วงนี้ เป็นช่วงฤดูฝน มีฝนตกและน้ําก็ดีไม่ถึงกับเหม็นมาก แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งน้ําที่ปล่อย ออกมาในลํารางตอนนี้จะเหม็นมากแล้วแห้ง ปลาไม่ต้องหาเลยในลํารางสาธารณะ มันไม่มีอยู่แล้ว แล้วอันนี้ก็ค่อนข้างที่จะดีหน่อย สิ่งที่ดิฉันอยากจะฝากท่านรัฐมนตรี แล้วประชาชนเขาก็รออยู่ว่าในหัวข้อที่ ๒ ว่านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้มีแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องน้ําเสียนี้หรือเปล่า ปัจจุบันน้ํานี้ในเรื่องของเกษตร ใช้การไม่ได้เลย ในขณะเดียวกันส่งผลต่อระบบหายใจด้วย วันนี้ประชาชนทั้ง ๓ ตําบล ทําหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อที่จะขอตั้งสถานีอนามัยชุมชนแห่งที่ ๒ เพราะว่าสถานีแรก ๑ ตําบล มี ๑ สถานีอนามัยนะคะ ซึ่งตอนนี้ก็เปลี่ยนชื่อเป็นชุมชน เรียบร้อยแล้วนะคะ ตอนนี้ก็รวมตัวกันนะคะ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีด้วย อยากจะให้ทางนิคมอุตสาหกรรมอาจจะแบ่งที่ให้หรือว่าดูแลก็ได้ในเรื่องของการจัดตั้งสถานี ชุมชนเป็นแห่งที่ ๒ เพื่อที่จะดูแลเยียวยาประชาชนทั้ง ๓ ตําบล ที่ดิฉัน บอกว่ากระทบเยอะก็คือตําบลฉลุง หมู่ ๓ หมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๖ แล้วก็ทุ่งตําเสา สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๓๓/๒ ซึ่งถ้าเกิดแผนที่ เมื่อสักครู่ถ้ามีแผนที่ช่วยโชว์หน่อยนะคะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนะคะ มีไหมคะห้องโสตทัศนูปกรณ์

(เจ้าหน้าที่ได้ทําการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้เป็นแผนที่ของ ๒ เขต สีชมพู ก็ในเรื่องของเขตอุตสาหกรรมทั่วไป สีฟ้าก็เขตประกอบการเสรี อีกภาพหนึ่งที่พื้นที่ได้รับ ผลกระทบ ถ้าท่านดูด้านบนที่หมู่ ๓ เลย พื้นที่สีชมพูเลยมาถึงด้านล่างสีฟ้าคือบ้านไร่อ้อย อันนี้จะได้รับผลกระทบ เพราะว่าพื้นที่แนวเขตท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีนะคะ พื้นที่แนวเขตระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับบ้านชาวบ้านจะติดกันเลย เพราะฉะนั้น คือผลกระทบตรงนี้จะได้รับผลกระทบแรงมาก วันนี้ประชาชนเขารอบอกว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง ในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลาจะมีแนวโน้มที่จะเข้าไปพบปะเพื่อจะรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนหรือเปล่า หรือแม้แต่ส่งเสริมสนับสนุนให้มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล แห่งที่ ๒ เพราะจะได้ช่วยประชาชนที่จะได้รับผลกระทบนะคะ เพราะฉะนั้นคําถามข้อที่ ๒ ขอฝากไปยังประธานแล้วผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยนะคะว่าทางนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลามีแผนพัฒนาการคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้อย่างไร คะ ขอบพระคุณค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ผู้แทนราษฎรได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 🔗

ขออนุญาตตอบคําถามที่ ๒ นะครับ ท่านถามว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนหรือไม่ อย่างไร ผมขอเรียนนะครับว่านโยบาย ของรัฐบาล ความจริงไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลก่อนหน้านี้ก็เหมือนกันนะครับว่าเราพยายาม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๓๓/๓ ที่จะขับเคลื่อนมุ่งเน้นอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว คืออุตสาหกรรมที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน เราพยายามทําทุกอย่างที่จะให้โรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนอยู่กัน ได้อย่างสันติสุขนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจของกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่แล้วยิ่งต้องทําเป็นตัวอย่างที่ดีอยู่แล้ว สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๓๔/๑ ตามมาตรฐานอีไอเอ (EIA) นะครับ เรามีความจําเป็นจะต้องประเมินในการบริหารจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อมรอบโรงงานอุตสาหกรรม โดยเน้นมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องการให้บริการ สาธารณูปโภคและสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ การให้บริการ อนุมัติ อนุญาต การประกอบกิจการ การให้สิทธิประโยชน์ การควบคุม กํากับ ดูแลสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย เรื่องของชุมชนสัมพันธ์ การให้บริการอื่น ๆ และการบริหารจัดการนะครับ

และทั้ง ๖ มิติที่เรากําหนดตัวชี้วัดมาชัดเจนในการที่จะบริหารจัดการ ในการที่จะประเมินผลว่าให้เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ มีทั้ง ๑๑๔ ตัวชี้วัด เพราะฉะนั้น นอกจากนั้นแล้วเราก็มีโครงการมอบหมายให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่ แล้วก็ผู้ประกอบการในการที่จะจัดทําโครงการ ที่เรียกว่า โครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและสถานประกอบการอุตสาหกรรม จังหวัดสงขลา เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ขณะนี้ก็มีสถานประกอบการ ๕๐ กว่าแห่งที่ผ่านเกณฑ์ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีบทบาท มีส่วนร่วมเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของโรงงานอุตสาหกรรม ว่ามีกระบวนการผลิตอย่างไรบ้าง มีการปล่อยของเสียออกมาอย่างไรบ้าง มีระบบกําจัด น้ําเสียอย่างไรบ้าง ถ้าเกิดว่ามีปัญหานี่จะต้องมีการวางแผนในการแก้ไขอย่างไร เปิดโอกาส ให้ประชาชน ให้ท้องถิ่นมีบทบาท มีส่วนร่วมในการรับรู้และตัดสินใจ ในการวางแผนบริหารจัดการมาโดยตลอดนะครับ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง ทั้งจากผู้ประกอบการเอง แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในบริเวณรอบโรงงาน

สําหรับนิคมอุตสาหกรรมสงขลาเช่นเดียวกัน เราก็มีการตรวจสอบคุณภาพ สิ่งแวดล้อมเป็นระยะตามมาตรฐานของอีไอเอ อย่างเรื่องของอากาศอย่างที่ช่วง เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้นะครับ เราตรวจสอบคุณภาพอากาศในชุมชน ที่พักในโครงการที่หมู่ ๓ บ้านลุงหัวล้าน หมู่ ๔ บ้านหัวจักร ผลการตรวจก็ปรากฏว่าปริมาณ ของโทเทิล โซลิด แพรคทิเคล (Total Solid Practical) ซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ (Sulfur dioxide) ไนโตรเจน ไดออกไซด์ (Nitrogen dioxide) นั้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ตามประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ระดับเสียงเช่นเดียวกันครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๓๔/๒ เราวัดระดับเสียง ๒๔ ชั่วโมง อย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง ที่ชุมชนที่พักในโครงการ ชุมชนหมู่ ๓ บ้านลุงหัวล้าน ชุมชนหมู่ ๔ บ้านหัวจักร ชุมชนหมู่ ๕ บ้านไร่อ้อย ปรากฏว่าผลการตรวจวัด ระดับเสียงระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๔ ค่าต่าง ๆ นั้น ค่าแอลอีคิว (LEQ) ค่าแอลแม็ก (L MAC) ต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติตามประกาศ ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

เรื่องของกลิ่นเองเราก็ได้มีให้ไปสํารวจสอบถามประชาชน บางครั้งบางช่วง อาจจะมีกลิ่นอยู่บ้างอย่างที่ท่านเจ้าของกระทู้ถามได้ชี้แจงนะครับ อย่างไรก็ตามผมก็ยินดี รับฟังข้อเสนอแนะของท่าน ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์ จะกําชับให้เจ้าหน้าที่ ต่าง ๆ นั้นเข้าไปดูแลกวดขันอย่างจริงจังในการที่จะทําอย่างไรให้มีการดูแลรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และให้ชุมชนนั้นอยู่อย่างสันติสุขคู่กับวงการอุตสาหกรรม ในขณะที่การสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่พื้นที่ ประชาชนก็ต้องมีความสุขด้วยนะครับ

สําหรับเรื่องการจะขอก่อสร้างสถานีอนามัยนั้น ต้องเรียนว่าเราคงจะต้องให้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลองไปหารือกันดูว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร ในการที่จะก่อสร้าง สถานีอนามัยสุขศาลาในบริเวณนั้น และเนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมในช่วงนี้มันก็เป็นเขต ที่เรียกว่า เราเปิดโอกาสให้ประชาชนนั้นได้มีโอกาสสัญจรไปมาผ่านทางนิคมอุตสาหกรรม ด้วยก็อยู่ใกล้ชิดกับนิคมนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของการก่อสร้างสถานีอนามัยนั้นผมคิดว่า ก็มีความเป็นไปได้ที่จะหารือกับทางกระทรวงสาธารณสุขว่าจะทําอย่างไรในการที่จะจัดสรร ที่ให้ได้หรือไม่ อย่างไร ลงดูในรายละเอียดอีกทีหนึ่ง ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สําหรับความห่วงใยทั้งในเรื่องที่ท่านจะกําชับ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะให้ไปดูแลประชาชนในพื้นที่ เพราะวันนี้ประชาชนทั้งทุกที่ที่เกี่ยวข้อง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๓๔/๓ ท่านก็รอว่าเมื่อไร เมื่อกี้ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบบอกว่าท่านทําทั้งอีไอเอ ทําทั้งการประเมิน ทําทั้งเคพีไอ (KPI) ที่มีตัวดัชนีชี้วัดถึง ๑๑๔ ตัว อันนี้ดิฉันเข้าใจว่าในระบบการประเมินมันมี แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีนะคะว่า ๓ ครั้งที่ผ่านมา ที่ท่านบอกที่ฉลุง ทั้งหมู่ ๓ หมู่ ๔ หมู่ ๕ ทุกครั้งที่ทําส่วนใหญ่ประชาชนในพื้นที่จริง ๆ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๓๕/๑ ที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ ไม่เคยได้เข้าไปมีส่วนร่วมตรงนั้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยากจะบอก ท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะว่า ต่อไปถ้าเผื่อเป็นไปได้เวลามีการประเมิน หรือทําอะไรก็แล้วแต่ช่วยแจ้งคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบ เรื่องจริงนะคะ ความเป็นจริงวันนี้ที่ไป ทําการประเมิน หรือไปให้ข้อมูลอะไรอย่างนี้ คือคนนั้นไม่ได้มีผลกระทบมาก เพราะว่าเรื่องนี้ ดิฉันยืนยันได้ เพราะว่าดิฉันเป็นคนที่ไปอยู่ในพื้นที่ และไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเอง แล้วก็ผู้นําท้องที่ ท้องถิ่นด้วย มายืนยันกับดิฉันว่าเวลาเขามาทําประเมิน หรือทํา ประชาพิจารณ์อะไรก็แล้วแต่ เขาไม่เคยได้มีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นประชาชนส่วนนั้นที่เข้าไป มีส่วนร่วมดิฉันก็ไม่รู้ว่ามาจากตรงไหน แต่ผลของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประเมิน หรือเคพีไอ ท่านบอกว่าท่านได้ทําแล้วดิฉันก็เชื่อนะคะ แต่ก็อยากจะนําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะว่า ก็ขอให้คนที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ ไปมีส่วนร่วมตรงนั้น แล้วก็ฝากขอบคุณท่านในเรื่องที่จะไปบูรณาการ กับกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพแหล่งที่ ๒ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะฝาก

ทีนี้มาถึงประเด็นที่ ๓ รัฐมนตรีคะ อยากจะฝากอีกนิดหนึ่งนะคะว่า ข้อที่ ๓ ว่านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้มีความพร้อมในการจัดเตรียมรับมือกับความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชากรในพื้นที่ตรงนั้นหรือเปล่า เพราะวันนี้ประชากรแฝงมีมาก ตอนแรกก็ไม่ได้เยอะนะคะ แต่ว่าหลังจากที่มันมีน้ําท่วม แล้วมีประชากรแฝงที่อยู่ ในนิคมอุตสาหกรรมไปร้องเรียนในเรื่องของการรับสิ่งที่เสียหายจากน้ําท่วม ก็เลยได้ทราบว่า วันนี้ในนิคมอุตสาหกรรมมีประชากรแฝงที่ทํางานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเยอะ ก็อยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะว่ามีแนวคิดในเรื่องการจัดเตรียม ความพร้อม ในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชากรในพื้นที่ทั้ง ๗ หมู่บ้านนี้ หรือเปล่า ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

เรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบคําถามที่ถามนะครับว่าเรามีความพร้อม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๓๕/๒ ในการเตรียมรับมือกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินหรือไม่ ในเขตนิคมอุตสาหกรรมสงขลานั้น มีโรงงานที่ดําเนินการอยู่ประมาณ ๑๓ โรงงาน มีคนงานทั้งหมดประมาณ ๑,๕๐๐ คน ครึ่งหนึ่งเป็นคนพื้นที่ ที่เหลือประชากรมาจากที่อื่นนะครับ ความจริงแล้วนิคมอุตสาหกรรมสงขลานั้น ควรจะมีรั้วล้อมชัดเจนนะครับ แต่บังเอิญเนื่องจากอยู่ใกล้ชุมชน เพราะฉะนั้นเราก็ อํานวยความสะดวกให้แก่ชุมชนที่ต้องใช้ทางผ่านสัญจรไปสู่ถนนเพชรเกษม เราก็เปิดทาง ให้ประชาชนสัญจรผ่านนิคมอุตสาหกรรมนี้ได้เพื่อความสะดวกของประชาชนเอง เพราะฉะนั้น ที่ผ่านมานั้นเราก็ให้ความสําคัญในการที่จะดูแลตรวจตราความปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สิน เราก็จัดเวรยาม รปภ.ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมีด่านตรวจนะครับ กลางวัน ก็มียามอยู่ ๗ คน กลางคืนมี ๖ คนนะครับ เท่าที่ผ่านมานั้นมักจะไม่ค่อยมีปัญหา เรื่องโจรกรรมอะไรเท่าไรนัก เท่าที่มีก็มีการขโมยของของโรงงานเสียเอง ไม่ใช่ ของพวกประชากรแฝงนะครับ ส่วนประชากรแฝงจะมีหรือไม่ผมไม่ทราบรายงานนะครับ อย่างไรก็ตามก็จะมอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปดูแล ตรวจตราให้ความปลอดภัย ต่อชีวิตและทรัพย์สิน ร่วมมือกับทางฝ่ายความมั่นคงซึ่งเป็นหน้าที่ความมั่นคงอยู่แล้วที่เขา จะต้องดูแลตรงนี้ ส่วนพวกเราเองโรงงานต่าง ๆ ก็ต้องมียามของเขา ยิ่งในนิคมอุตสาหกรรม เราก็จัดยามของเราอยู่แล้วที่ได้เรียนไปแล้ว อย่างนั้นก็จะต้องร่วมมือกันครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามสด ที่ ๓ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๔

๑.๑.๔ กระทู้ถามที่ ๐๓๗. ส. เรื่อง ทิศทางราคาพลังงาน (นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๓๕/๓

เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ตั้งใจจะมาถามเรื่องทิศทางพลังงานกับท่านนายกรัฐมนตรี แต่ก็เข้าใจว่าท่านคงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีพิชัย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นคนตอบ ก็ขอเริ่มเลยแล้วกันนะครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตท่านประธานในการ ใช้แผ่นสไลด์ในการประกอบด้วย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมอนุญาตแล้ว เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

คืออย่างนี้ครับ เรื่องของทิศทางพลังงานมีความสับสนมากพอสมควร ในต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีม็อบ (Mob) ม็อบที่เขาได้รับความเดือดร้อนจากการที่รัฐบาลนั้นจะขึ้นราคาเอ็นจีวี (NGV) หลังวันที่ ๑๖ มกราคมซึ่งก็มีทั้งม็อบ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๓๖/๑ รถขนาดใหญ่ที่เป็นรถบัส รถบรรทุกไปอยู่ที่ตรงหน้ากระทรวงการพลังงานในเขตจตุจักร และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นม็อบของพี่น้องแท็กซี่ที่ไปอยู่ลานพระบรมรูปทรงม้า ความไม่เข้าใจ ตรงนี้ก็มีจํานวนเยอะครับก็เลยเกิดม็อบเกิดขึ้น ต้องเรียนแล้วก็เท้าความไปสักนิดหนึ่งว่า สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เองก็ยืนไว้แบบนี้ว่าเราจะทําให้คนที่บริโภคน้ํามันเบนซินแพงหน่อย โดยส่วนที่แพงที่เกินขึ้นมาก็ไปจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามัน เงินส่วนนี้ก็จะเอาไปชดเชยให้กับ คนที่เขาใช้น้ํามันดีเซลหรือว่าแก๊สแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี เพราะว่าในขณะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองท่านก็เชื่อว่าราคาดีเซลที่จะส่งผลต่อภาคขนส่งหรือว่าเรื่องของ หุงต้มก็ดี หรือว่าเรื่องของแก๊สที่จะเอาไปใช้ในการขนส่งมันเป็นราคาพื้นฐานของราคา ข้าวของครับก็เลยตรึงไว้แบบนั้น แต่ว่ามันกลับหัวกลับหางนะครับ ตอนที่เป็นนโยบาย หาเสียงของพรรคเพื่อไทยเองก็เน้นที่จะดูแลในเรื่องของไปนับจํานวนมอเตอร์ไซค์ว่า มอเตอร์ไซค์นั้นใช้กันอยู่ ๑๗ ล้านคัน ก็เลยไปอุ้มเบนซินแล้วก็กลับตาลปัตรกัน ซึ่งจริง ๆ ก็มีการเตือนเอาไว้แล้วว่าสุดท้ายจะหนีไม่พ้นว่าราคาแก๊สจะต้องมีการขยับขึ้น จํานวนมาก แล้วสุดท้ายน้ํามันดีเซลก็ต้องขยับขึ้นจํานวนมากเพราะไม่อย่างนั้นก็จะ เป็นหนี้สะสมในกองทุนน้ํามันไปเรื่อย แล้วปรากฏอย่างนี้ครับ หลังวันที่ ๑๖ มกราคม ก็จะเรียกว่าเข้ารอบหมดโปรโมชั่น (Promotion) พอดี ซึ่งก็จะต้องได้ปรับราคาขึ้น จํานวนเยอะทีเดียว ผมจึงขออนุญาตท่านประธานแสดงแผ่นชาร์ท (Chart) นี้ขึ้นที่หน้าจอครับ ฝ่ายโสตสาธารณปกรณ์ช่วยเอาพาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ราคาขึ้นนิดหนึ่งนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

เราพูดกันด้วยเหตุและผล ในตารางสีฟ้านั้นจะเป็นวันที่ท่านอภิสิทธิ์ดํารงตําแหน่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ท่านจะเข้ารับ ตําแหน่งวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งก่อนหน้าคุณยิ่งลักษณ์เข้ารับตําแหน่งวันที่ ๑๐ ราคาก็ ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ก็จะปรากฏแบบนี้นะครับ เอ็นจีวีอยู่ ๘.๕๐ บาท แอลพีจี อยู่ที่ ๑๑.๓๐ ดีเซลท่านอภิสิทธิ์ก็ตรึงเอาไว้ไม่ให้เกิน ๓๐ บาทก็อยู่ที่ ๒๙.๙๙ บาทครับ แล้วไปน้ํามันเบนซิน ๙๑ อยู่ที่ ๔๑.๘๔ บาท แก๊สโซฮอล์ ๙๑ อยู่ ๓๔.๔๔ บาท แล้วก็เบนซิน ๙๕ แก๊สโซฮอล์ ลิตรละ ๓๖.๙๔ บาทครับ ปรากฏว่าในขณะนั้นท่านเอาสไลด์นี้ ขึ้นไว้เลยแล้วก็หลบในส่วนที่คนพากย์นิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ในส่วนนี้จะเห็น สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๓๖/๒ ได้ชัดว่าหลังจากที่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์เข้ามาก็ทําโปรโมชั่นเรื่องของพลังงานซึ่งออกไป ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ไม่นานหลังจากรับตําแหน่ง ฮือฮาไปทั่วประเทศว่าราคาน้ํามันลดลง ทุกตัวครับ แต่สิ่งที่ผมจะนํากล่าวต่อไปนี้ นั่นเป็นช่วงโปรโมชั่น ๔ เดือนแรกครับ แล้วหลังจากหมดโปรโมชั่นเกิดอะไรขึ้นในราคาแต่ละตัวครับ ตัวแรกครับเรื่องของราคา แอลพีจีซึ่งเป็นของภาคขนส่งนะครับ ท่านจะมีการปรับขึ้นราคาแอลพีจีต่อลิตร แอลพีจีขนส่ง นับเป็นลิตรนะครับ อยู่ที่ ๔๑ สตางค์ครับ ขึ้นทุกเดือน ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งขึ้นทุกเดือนครับ ปลายทางของแก๊สแอลพีจีถ้าขึ้นทุกเดือนเป็นระยะเวลา ๑ ปี ก็จะไปจบที่ ๑๖.๒๒ บาท ซึ่งสูงกว่าในมูลค่าปัจจุบันที่ ๑๑.๓๐ บาท ถึง ๔.๙๒ บาท หมดโปรโมชั่นครับ พอมาดูเอ็นจีวีครับ แก๊สที่คนจนเขาใช้กันครับ แล้วภาคขนส่งเขาใช้กันครับ รัฐบาลท่านทํา โปรโมชั่นเดียวกับของผมเลยครับ ๘.๕๐ บาท แต่พอหลังหมดโปรโมชั่นครับ ท่านจะขึ้น ๕๐ สตางค์ทุกเดือน ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง ๕๐ สตางค์ทุกเดือนครับ ปลายทางของ แก๊สเอ็นจีวี ๑๔.๕๐ บาท ขึ้น ๖ บาทครับเกือบ ๒ เท่านะครับ พอมาดูดีเซลพวกผมตรึงกัน อยู่ลิตรละไม่เกิน ๓๐ บาท ท่านมาลดตอนนี้ก็เหลือกันอยู่ วันนี้ก็ขายกัน ๒๙.๙๙ บาทนะครับ ที่กําลังขายกันอยู่ทุกวันนี้ หลังหมดโปรโมชั่นจะเป็นราคาที่ ๓๐.๕๙ บาท (เป็นอย่างน้อย) ท่านกําลังจะขึ้นน้ํามันดีเซลอีก ๖๐ สตางค์ จัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันครับ ท่านประธานครับ ราคาทะยานต่อเนื่องครับ ไปดูน้ํามันเบนซิน ๙๑ ตอนท่านทําโปรโมชั่น อยู่ ๓๔.๗๗ บาท ถ้าหมดโปรโมชั่นท่านจะขึ้น ๑ บาททุกเดือนครับ ลองลากดูสักปีสิครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๓๗/๑ ราคาน้ํามันเบนซิน ๙๑ จะไปที่ ๔๘.๙๗ บาท และเบนซิน ๙๑ โซฮอล์ไปที่ ๔๕.๙๔ บาท เบนซิน ๙๕ โซฮอล์ไปที่ ๔๗.๖๙ บาท ผมพูดภาษาชาวบ้านแบบฟังง่าย ๆ ว่าสิ่งที่ท่านทํา โปรโมชั่นมาทั้งหมดในรอบเวลา ๔ เดือนที่ผ่านมาต้องผ่อนคืนทุกเดือนจนกระทั่งสิ้นปีครับ แล้วสุดท้ายเราจะใช้น้ํามันและแก๊สที่แพงกว่ารัฐบาลในอดีตทั้งสิ้น นี่คือสิ่งที่เริ่มต้นจั่วแล้ว และเริ่มกล่าวหาท่านแล้วครับว่าท่านกําลังใช้นโยบายประชานิยมแบบจอมปลอม ท่านประธานครับ นอกจากโครงสร้างราคานี้ผมอยากให้ฟังครับ เป็นเสียงปราศรัย ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานว่า ท่านมีความประสงค์ที่จะยกเลิกกองทุนน้ํามัน แต่วันนี้เริ่มมีการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันนะครับ ไปดูคลิปนี้กันครับว่าท่านให้คํามั่นอะไรไว้กับพี่น้องคนไทยและ ๑๕ ล้านเสียงที่เลือก พรรคเพื่อไทยเข้ามาในวันนี้ครับ ปราศรัยตอนหาเสียงครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : พี่น้องคะ หากพรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสในการจัดตั้งและเป็น รัฐบาล สิ่งแรกที่เราจะทํา นั่นคือการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจของพ่อแม่พี่น้อง คือการกระชากค่าครองชีพลงมาค่ะ ด้วยการยกเลิกกองทุนน้ํามันค่ะพ่อแม่พี่น้องคะ จะทําให้ น้ํามันนั้นมีราคาลดลงค่ะ น้ํามันเบนซิน ๙๕ จะลดลงไป ๗.๕ บาทต่อลิตรค่ะ เบนซิน ๙๑ จะลดลง ๖.๗ บาทต่อลิตรค่ะ น้ํามันดีเซลจะลดลงไป ๒.๒ บาทต่อลิตรค่ะพ่อแม่พี่น้อง”

ท่านประธานครับ และเมื่อดูชาร์ทราคาใหม่หลังหมดโปรโมชั่นของรัฐบาลนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดว่า ท่านตระบัดสัตย์ต่อพี่น้องประชาชนครับ กองทุนน้ํามันไม่ได้ถูกยกเลิกแบบที่ท่าน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวอ้างในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่สิ่งนี้ผมเองก็ได้พูดไว้แล้วในช่วงที่ท่าน ออกนโยบายพลังงานในช่วงวันที่ ๒๗ สิงหาคม แต่ผลก็คือว่าแม้ว่าท่านจะไม่ยกเลิก กองทุนน้ํามันแต่ท่านก็ยกเว้นการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันครับ เลยดูประหนึ่งว่าท่านทําให้ ราคาน้ํามันกระชากลงมาได้จริงครับ แต่เมื่อสักครู่ผมได้ขึ้นราคา ขอให้สไลด์เมื่อกี้กลับมาอีก ทีหนึ่งครับ ในราคาน้ํามันที่เพิ่มมากขึ้นครับ ท่านประธานครับ หลังหมดโปรโมชั่นราคาน้ํามัน ทุกตัวครับ เบนซินไม่ว่าจะเป็นแก๊สโซฮอล์ หรือ ๙๑ หลังจากที่ท่านจะต้องได้ขึ้น ๑ บาท ทุกเดือนเป็นเวลา ๑ ปี สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๓๗/๒

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถวิชช์ครับ ผมไม่อยากขัดจังหวะนะครับ คืออยากจะให้ท่านถามด้วยนะครับ ขณะนี้ ๙ นาทีแล้ว

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ผมกําลังจะถามครับ แล้วก็คําถามผมจะถามไม่ครบแล้วก็ไม่ใช้เต็ม ๓ คําถามครับ ท่านประธานครับ เป็นการบ่งชี้ชัดนะครับ เพราะว่าเบนซินมีขึ้นมากกว่าของท่านอภิสิทธิ์นั้นเป็น ๑๐ บาท นะครับ ดีเซลท่านทะลุ ๓๐ บาทครับ เอ็นจีวีทะลุ ๘.๕๐ บาท จะต้องไปเห็นที่ ๑๔.๕๐ บาท แอลพีจีจาก ๑๑.๓๐ บาท อาจจะทะลุไปถึง ๑๖ บาทกว่าครับ นี่ล่ะครับที่ผมบอกท่านว่า ท่านขึ้นราคาทุกตัวหลังจากหมดโปรโมชั่นครับ

คําถามแรกครับ ทําไมเลือกที่จะตระบัดสัตย์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นคําถาม แรกของผมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมอยาก ตอบคําถามนี้ผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ อย่างนี้ครับ ท่านเอง ก็เรียนหนังสือเยอะนะครับ ผมเองก็อยากจะให้ท่านเห็นว่า สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๓๘/๑ เรากําลังทําอะไรกันอยู่นะครับ สิ่งที่เรากําลังจะทําอะไรกันอยู่นี่คือเราเห็นว่าถ้าท่านได้ดู เรื่องการตั้งแต่หาเสียงนะครับ พรรคเราบอกว่าเราจะต้องปรับปรุงโครงสร้างการใช้พลังงาน ปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงาน ประเทศนี้จะเดินหน้าได้ครับ ถ้าเกิดเราเดินแบบกะเผลก ๆ เที่ยวไปสนับสนุนตรงนี้ เอาเงินคนโน้นมาโปะคนนี้ เอาคนนี้มาโปะคนโน้น นี่มันเดินไม่ได้ครับ ขอยืนยันนะครับมันเดินไม่ได้ สิ่งที่ผมทําคือทําเพื่อว่าในอนาคตประเทศเราจะขยายตัว อย่างไร จะมีการใช้พลังงานอย่างถูกต้องอย่างไร ที่ท่านบอกนะครับ ท่านเอาเงินคนโน้น ไปโปะคนนี้ เอาเงินคนนี้ไปโปะคนโน้น นี่มันทําไม่ได้ละครับ มันทําได้ไม่นาน ถึงเวลามันก็ไป ไม่ได้นะครับ อย่างเอ็นจีวี ยกตัวอย่างนะครับ ผมจะอธิบายเป็นราย ๆ เลยนะครับ เอ็นจีวีนี่ ๘.๕๐ บาทมา ๑๐ ปีแล้วครับ ถามว่าปล่อยให้มาราคานี้ ๑๐ ปีพลังงานในโลกทั้งโลก ปล่อยมา ๑๐ ปีนี่ราคาเท่าไร ๘.๕๐ บาทตั้งแต่ราคาน้ํามัน ๒๐-๓๐ เหรียญเลยนะครับ ปัจจุบันวันนี้ราคาน้ํามัน ๑๑๐ เหรียญ แต่ก็ยัง ๘.๕๐ บาท ถามว่าเป็นราคาที่ถูกต้องไหม ถ้าเราไม่แก้ ไม่ตัดสินใจแก้แล้วประเทศนี้จะเดินอย่างไร ภาพที่ผมอยากเห็นในอนาคต คือภาคขนส่งเราใช้เอ็นจีวีหมดครับ ปัจจุบันนี้มีอยู่ ๘๐๐,๐๐๐ คันนะครับ แต่เราใช้เอ็นจีวี แค่ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คัน ที่เราใช้ได้น้อยเพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ ปตท. ขายก็ขาดทุนตลอด ก็ไม่ขยายใช่ไหมครับ คนรถก็ไปต่อรอคิวกันอยู่แล้วมันก็ไม่สามารถที่จะต่อได้นะครับ จริง ๆ แล้วก็มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการเขาก็รู้ว่าราคานี้มันถูกนะครับ มันควรที่จะ ปรับราคาขึ้นนะครับ ก็มีการคุยกันหลายหนแล้วแต่มันจะขึ้นที่ราคาเท่าไรเท่านั้นเอง อันนี้ขอยืนยันนะครับ ตอนแรกก็เข้าใจว่าจะมีการคุยกันเรียบร้อยแล้ว ได้รับรายงานว่า คุยเรียบร้อยแล้ว เพราะเรื่องนี้เราประกาศตั้งแต่เดือนกันยายนแล้วนะครับ ไม่ใช่เพิ่งประกาศ เพราะฉะนั้นเอ็นจีวีในเรื่องนี้ก็ยังสงสัยว่าวันเสาร์นี้ก็มีการประชุม เขาก็รับในหลักการว่า มานั่งคุยกันว่าควรจะเท่าไร แต่ว่าที่ ๘.๕๐ บาทนี่มันเป็นไปไม่ได้ ราคามันต่ํา เกินความเป็นจริง ท่านอรรถวิชช์ท่านก็น่าจะทราบนะครับ ๑๐ ปีที่แล้วท่านอายุเท่าไร และพลังงานตอนนั้นราคาเท่าไร ปัจจุบันตอนนี้ราคาเท่าไร ควรจะมีพลังงานราคาเท่าเดิม ๑๐ ปีเลยหรือครับ ผมขอเรียนนะครับ อันนี้ก็คือหลักการนะครับ ส่วนแอลพีจีที่ท่านพูดถึงนี่ แอลพีจีเราไม่ได้สนับสนุนอยากมาให้เติมรถยนต์นะครับ ท่านก็ทราบว่าราคาปัจจุบัน แอลพีจีนั้นมันต่ํากว่าความเป็นจริงเยอะ เราซื้อมา ๙๐๐ เหรียญ ขายอยู่ ๓๐๐ เหรียญ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๓๘/๒ ต้องอุดหนุนอยู่ กองทุนน้ํามันต้องอุดหนุนเรื่องนี้อยู่เดือนหนึ่งหลายพันล้านบาทนะครับ แอลพีจีไม่อยากให้ใช้กับรถยนต์ด้วย เพราะเวลารั่วนี่มันลงพื้นครับ แล้วเวลาไฟติด มันก็จะเป็นอุบัติเหตุ โศกนาฏกรรมที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ก็เกิดจากแอลพีจีนะครับ ท่านก็น่าจะทราบเรื่องนี้นะครับ แล้วแอลพีจีของเพื่อนบ้านนี่ราคามันแพงกว่าเราเยอะนะครับ ของเรานี่กิโลกรัมละ ๑๘ บาท ถ้าคุณไปเวียดนาม ๔๖ บาท เขมร ๔๕ บาท ลาวก็ ๔๕ บาท พม่าก็ ๓๖ บาทนะครับ ท่านเคยเห็นไหมครับที่ชายแดนที่เขาขนเอาแอลพีจีไปขายฝั่งตรงกัน ข้ามก็เพราะจากเหตุการณ์นี้ละครับ มันเกิดจากเพราะความเหลื่อมล้ําราคา ที่มันแตกต่างกัน เพราะเราสนับสนุนราคาไม่ถูกต้อง ผมก็ยกย่องท่านนะครับ ตอนที่ท่านขึ้น แอลพีจีภาคอุตสาหกรรม ผมยกย่องนะครับ ผมเห็นด้วย ราคามันอยู่อย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ ท่านทําถูกต้องแล้วนะครับที่ท่านขึ้นรายไตรมาส ๓ บาท ผมเองที่ผ่านมาก็ไม่ได้เปลี่ยน ของท่าน เพราะเห็นว่าท่านทําถูกแล้ว เพียงแต่ท่านทําภาคอุตสาหกรรมแล้ว ผมก็ทํา ภาครถยนต์ต่อ เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทํา และสุดท้ายแล้วในระยะยาว ๆ ก็คงต้องทํา ภาคครัวเรือน อันนี้ขออนุญาตเรียนความจริงนะครับ แล้วก็มาสนับสนุนในรายครัวเรือนว่า ครัวเรือนคนไหนลําบากก็จะสนับสนุนอย่างอื่นมากกว่า เพราะไม่อย่างนั้น เราจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) อยู่ภายในไม่กี่ปีนี้แล้ว ถ้าท่านเปิดให้เสรี แล้วให้เขามาขนแก๊สของท่าน ๑๘ บาทไปขาย ๔๐ กว่าบาทเรารับไหวหรือครับ ต้องถามตัวเองก่อนว่ารับไหวไหมครับ เรารับไม่ไหวนะครับ ขอยืนยันนะครับ สิ่งที่ผมทํา ตอนนี้คือสิ่งที่อนาคตที่จะต้องทําไปให้เห็นว่าประเทศเราจะเดินอย่างไร ผมอยากเห็นว่า อย่างเช่นเรื่องเอ็นจีวีนี่ผมอยากเห็นรถบรรทุกใช้เอ็นจีวีหลายแสนคันนะครับ ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ คัน อย่างน้อยครึ่งหนึ่งควรใช้เอ็นจีวีเพราะมันประหยัดครับ ผมยืนยันว่ามันประหยัด แล้วประเทศเราก็จะลดการนําเข้าได้เยอะ ปีที่แล้วที่ผ่านมา เรานําเข้า ๑,๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านล้านบาทนะครับ ๑.๒ ล้านล้านบาทนะครับที่เรานําเข้า พลังงาน ทําอย่างไรที่เราจะต้องแก้ปัญหานี้ละครับ อันนี้คือหลักการนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๓๘/๓ ผมเองอาจจะต้องยอมโดนด่า ผมรู้หลายคนในพรรคก็ไม่เข้าใจว่าคนที่ทํานี่ฐานเสียงของเรา ทั้งนั้น แต่ผมขอเรียนว่าที่ผมต้องทํานี่เพราะเป็นสิ่งที่เราจําเป็นต้องทําครับ ไม่อย่างนั้น ประเทศนี้มันเดินไม่ได้นะครับ

-๓๙/๑ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๓๙/๑ ใครจะลงโทษผมอย่างไร ผมยินดีรับทุกอย่างนะครับ แต่ว่าถ้าทําแล้วอีกหลายปีให้หลัง มาขอบคุณ ผมว่านี่คือทิศทางประเทศละ อีกหน่อยก็คนใช้เอ็นจีวีเพิ่มขึ้น แล้วขนส่งทุกอย่าง ใช้ประเทศลดค่าใช้จ่ายพลังงานได้ผมก็ยินดีครับให้คนจําผมได้ตอนนั้น ผมยินดีครับ

ส่วนเรื่องที่ท่านพูดแล้วพูดอีก พูดซ้ํา พูดจนคนเขางงว่าอ้ายเรื่องการที่บอก จะยกเลิกกองทุนน้ํามัน ก็บอกชัดเจนนะครับ จริง ๆ แล้วเราเห็นว่าปีที่ผ่านมาประชาชน เดือดร้อนถูกไหมครับ หมายถึงว่าตอนที่ท่านดํารงตําแหน่งกันอยู่ ฝ่ายค้านท่านดํารง ประชาชนเดือดร้อน ไม่เดือดร้อนเขาคงไม่เลือกพวกผมถล่มทลายอย่างนี้หรอกครับ อันนี้คือความจริงนะครับ เราเข้ามาเราก็คิดว่าจะทําอย่างไรที่จะช่วยประชาชน ได้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ประสงค์ว่าอยากจะช่วยประชาชนก็ทําเรื่องนี้ คือการยกเลิก พอเราแถลงนโยบายวันรุ่งขึ้นเราก็ประกาศชะลอการเก็บเลยทันที ซึ่งประชาชนก็ดีใจนะครับ โพล (Poll) สํารวจ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าถูกต้อง ทําถูกต้องแล้ว พอหลังจากที่เรายกเลิก ชะลอการเก็บ เราก็พบว่าสิ่งที่เป็นปัญหาของประเทศคืออะไร ก็คือการที่ไปสนับสนุน แก๊สแอลพีจี เอ็นจีวีอยู่ปีหนึ่งเดือน แต่ละเดือนเราใช้สนับสนุนแอลพีจีอยู่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอ็นจีวี ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ท่านคิดดูว่าปีหนึ่งก็ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปตท. ก็ต้องขาดทุนไปอีก ๔-๕ บาท อีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ปีที่แล้วนี้ขาดทุน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ซึ่งจริง ๆ แล้ว จะเห็นภาพในอนาคตไหม ถ้าเราจะใช้เอ็นจีวีเยอะ ๆ ให้รถบรรจุ เข้ามาใช้เยอะ ๆ เพราะมันประหยัด แล้วยิ่งโต ปตท. ยิ่งขาดทุน คนก็ต้องเอาเงินไปให้ ผมว่ามันไม่ได้นะครับ ประเทศมันเดินไม่ได้ เห็นภาพนี้ไหมว่าทําไมผมถึงต้องทําเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าใช้เอ็นจีวีประหยัดกว่าครึ่งแน่นอน ปัญหาของผู้ที่ประกอบการที่เขาเล่าผมมา ก็คือเขาเจอปัญหาว่าใช้แล้วบางทีการเผาไหม้มีปัญหา มีเครื่องเสีย เราไปแก้ที่ปัญหา เถอะครับ เราไปแก้ว่าทําอย่างไรกระทรวงพลังงานจะไปช่วยแก้ปัญหาเครื่องจักรของท่าน เปลี่ยนเครื่องยนต์ของท่านให้ดีขึ้น เราอาจจะออกซอฟท์โลน (Soft loan) ให้พวกท่านได้ อันนี้คือความจริง แต่ว่าราคามันควรจะไปสู่สะท้อนความเป็นจริง ไม่มีพลังงานไหน ๑๐ ปีแล้ว ยังราคาเดิมอยู่หรอกครับ อันนี้ผมขอยืนยันนะครับ มันเป็นความจําเป็นและประเทศ จะขยายตัวออกไปได้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๓๙/๒

ส่วนเรื่องการเก็บเข้ามาของกองทุนน้ํามัน ก็จะขั้นตอนที่ว่าพอหลังจากเก็บ แล้วช่วงหนึ่งเขาต้องกลับมาดําเนินเรื่องของการเก็บกองทุนน้ํามัน เพราะว่าไม่อย่างนั้น พวกท่านเองก็สับสนนะครับ เพราะท่านด่าผมว่าไม่เก็บกองทุนน้ํามัน กองทุนน้ํามัน ก็จะขาดทุน พอผมบอกกลับมาเก็บ เก็บประชาชนเดือดร้อน ท่านจะเอาอย่างไรครับ มันไม่มีทางที่คุณจะมี ๒ อย่างในเวลาเดียวกัน ท่านก็ต้องเลือกเอาทางใดทางหนึ่ง ผมเองเห็นว่าประชาชนลําบากเมื่อปีที่แล้วที่ผ่านมา ก็มาเริ่ม หลังจากที่ช่วยระยะหนึ่ง ก็ต้องกลับมา เพราะไม่อย่างนั้นหนี้มันก็จะเยอะ ถูกไหมครับ ในแง่แอลพีจีครัวเรือน เราก็ยังต้องสนับสนุนอยู่ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นการไหลออกไปเพื่อนบ้าน ก็คือสนับสนุน เพื่อนบ้านอยู่นะครับ อันนี้คือความจริงนะครับ แล้วเอ็นจีวีถามท่านว่าท่านจะให้สนับสนุน เอ็นจีวีโดยที่กองทุนน้ํามันเราจ่าย ๒ บาท ต้องไปถามคนใช้เบนซินกับคนใช้ดีเซลว่าเขายินดี เอาเงินที่เขาใช้เบนซิน ดีเซล มาให้คนใช้เอ็นจีวีหรือเปล่าครับ ผมเชื่อว่าเขาก็คงไม่อยากนะครับ อันนี้คือความจริง การเริ่มต้นเก็บ เริ่มต้นวันที่ ๑๖ มกราคม เราก็จะเก็บดีเซลประมาณ ๖๐ สตางค์ แล้วก็เริ่มเก็บเบนซินประมาณ ๑ บาท แต่หลังจากนั้นแล้วเราก็ต้องมาดูอีกทีว่าในความจํา เป็นในการเก็บจะมีผลกระทบอย่างไร อย่างนี้ครับท่านเองท่านพูดได้ตลอด เอาราคา มาเปรียบมาอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านไม่ได้พูดคือราคาตลาดโลกครับ ตอนนี้ราคาตลาดน้ํามัน มันเพิ่มขึ้นนะครับ ท่านเปรียบเทียบสมัยท่านอยู่มัน ๘๐ ๙๐ เหรียญ ตอนนี้มัน ๑๑๐ เหรียญแล้วนะครับ อันนี้ขอยืนยัน เพราะตอนนี้ ๑๑๐ เหรียญ ราคาดีเซล ที่ ๒๙.๙๙ บาท ปัจจุบันนี้มันไม่มีทั้งกองทุน ไม่มีทั้งภาษี อันนี้คือความจริงซึ่งแนวโน้ม ราคาน้ํามันก็ยังดูไม่ออก บางคนก็บอกว่าจะขึ้น บางคนก็บอกจะลง แต่ส่วนมากแนวโน้ม ปัจจุบันอาจจะดูว่าจะขึ้นเพราะเนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศอเมริกาเริ่มดีขึ้น ก็จะทําให้ อาจจะมีแนวโน้มราคาที่จะเพิ่มขึ้น แต่เขาบอกอย่างนี้ครับ บอกว่าแนวโน้มถ้าอยากจะรู้ว่า ทิศทางจริง ๆ เป็นอย่างไร นักวิชาการพูดอย่างไร และผู้เชี่ยวชาญพูดอย่างไร ให้คิดตรงข้ามครับ เพราะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร จริง ๆ อันนี้จะคาดหมายยาก แต่เราก็จะพยายาม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๓๙/๓ ติดตามราคาตลาดโลก และถ้าเกิดจําเป็นที่จะต้องช่วยเหลือประชาชน หมายถึงว่า เก็บน้อยลงหรือชะลอการเก็บไปบ้างเพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ดี ก็เป็นสิ่งที่ กระทรวงพลังงานจะติดตาม แต่ถ้าเกิดว่าราคายังคงที่ เราก็เห็นว่า สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๔๐/๑ การเก็บเพื่อให้รักษาระดับราคาไว้ แล้วก็ให้เกิดการประหยัดนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่จําเป็น เพราะบางทีถ้าเราเกิดไปสนับสนุนตลอดเวลาก็จะใช้อย่างบิดเบือน พอใช้อย่างบิดเบือน แล้วก็จะเป็นปัญหาในอนาคตได้นะครับ อยากให้เห็นว่าเรื่องพลังงานนี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แล้วถ้าสังเกตนะครับว่าที่การสนับสนุนราคาพลังงานในโลกนี้ไม่มีอันไหนที่เวิร์ค (Work) ทุกประเทศนะครับ ประเทศที่สนับสนุนราคาไว้มาก ๆ สุดท้ายก็จะมีปัญหาแล้วก็จะเป็น ปัญหาเรื้อรังแล้วต้องมานั่งแก้กัน อันนี้คือสิ่งที่เริ่มต้นของการแก้ไขเพื่ออนาคตครับ เพราะฉะนั้นไม่ได้มีการโกหกนะครับ ก็ต้องเอาความจริงมาคุยกันว่าในอนาคตอยากเห็น ประเทศนี้อย่างไร อย่างเช่น เรื่องรถยนต์ทางบ้านก็อยากจะให้ใช้แก๊สโซฮอล์ เรายกเลิก เบนซิน ๙๑ นะครับ เพราะเราเห็นว่าการส่งเสริมพลังงานทดแทนเอทานอล (Ethanol) เป็นสิ่งสําคัญ เราได้ดําเนินการเรื่องนี้แล้ว แล้วในเดือนตุลาคมก็จะมีการยกเลิกเบนซิน ๙๑ เพื่อส่งเสริมให้คนใช้เอทานอลมากขึ้น ชาวไร่ที่ปลูกมันสําปะหลัง ชาวไร่ที่ปลูกอ้อย ท่านก็จะ ดีใจนะครับ เราจะใช้ปริมาณมากขึ้น ราคาท่านก็จะไม่ตกแล้ว ขอยืนยันนะครับว่าสิ่งที่เรานี่ ทําเพื่อให้เห็นอนาคตประเทศนะครับ ก็ขอชี้แจงเรื่องนี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านก็พยายามจะบอกถึงความละเอียดอ่อน ของนโยบายพลังงานและความจําเป็น แต่ว่าสิ่งที่ผมได้เรียนท่านไปแล้วครับว่า ท่านตระบัดสัตย์กับประชาชนไม่ได้ในการหาเสียงนะครับ ซึ่งประเด็นนี้ต้องเรียนว่าเรามาจาก การเลือกตั้ง คํามั่นที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนนั้นเป็นสาระสําคัญของเรื่องครับ ๑๕ ล้านเสียง ที่เลือกท่านมา หลายคนเชื่อมั่นครับว่าพรรคของท่านที่ได้เป็นแกนนํานั้นจะนําเข้าสู่ ปากท้องที่ดีขึ้น ข้าวของมีราคาถูกลง แล้วสุดท้ายครับ ท่านก็ใช้นโยบายนี้ในการโฆษณา หาเสียง ตอนที่ท่านหาเสียงท่านไม่เห็นบอกเลยนะครับว่าเรื่องนโยบายพลังงานเป็นเรื่อง ละเอียดอ่อนครับ ท่านฟันธงยกเลิกกองทุนน้ํามัน ชี้ไปถึงขนาดว่าน้ํามันแต่ละตัวจะลดไป ในราคาเท่าไร โดยคําปราศรัยของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านประธานครับ เรื่องแบบนี้มีอีกหลายนโยบายเลยครับ ค่าแรง ๓๐๐ บาททั่วกันทั้งประเทศ จะเริ่มทํา สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๔๐/๒ ไม่กี่จังหวัดก็บอกว่ากําลังนําร่อง โครงการอื่น ๆ อีกครับ คนจบปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นอีกละครับ เพราะว่าถึงท่านขึ้นราชการได้ เอกชนท่านก็ทําลําบาก อีกหลากหลายมาตรการนะครับที่ท่านพูดมาแล้ว ๒๐ บาท รถไฟฟ้าตลอดสาย ก็ใช่สิครับ รถไฟฟ้ามันยังไม่เสร็จนี่ครับ ท่านก็ประกาศเอาไว้ก่อน ๒๐ บาท เพราะมันยังไม่เสร็จ คือผม ถึงเรียนว่านโยบายที่เราสัญญาเอาไว้กับพี่น้องประชาชนนั้นเป็นเรื่องสําคัญ ท่านครับ ถ้าท่านดําเนินนโยบายถูกต้อง สิ่งที่ท่านจะต้องทําผมเรียนท่านไปแล้วว่าให้คนที่เติมเบนซิน เติมแพงเหมือนเดิม ผมพูดแบบนี้ ผมพูดตรง ๆ ครับ เบนซินเติมแพงเหมือนเดิมครับ ในขณะที่เงินส่วนที่แพงที่เกินขึ้นเราเอามาอุ้มน้ํามันดีเซลแล้วก็แก๊สธรรมชาติ เพราะยอมรับไหมครับ ดีเซลเป็นน้ํามันที่จะต้องใช้สําหรับพื้นฐานเรื่องการขนส่ง การเกษตร ยอมรับไหมครับ เรื่องของแอลพีจี เอ็นจีวีเป็นเรื่องของพลังงานของคนจนด้วย เป็นพลังงานที่รถแท็กซี่ที่เขาเลือกท่านมาครับ แต่ท่านกลับกันเลยครับ ท่านตั้งโจทย์ง่าย ๆ ว่ามอเตอร์ไซค์ ๑๗ ล้านคัน แล้วก็บอกว่าคนใช้เบนซินเยอะ ท่านไปกลับหัว นโยบายนี่ครับ หนี้ในกองทุนน้ํามันของท่านเลยเกิดขึ้นเยอะอย่างไรครับ ถ้าท่านเดินแบบที่บอกเอาส่วนที่เกินจากเบนซินมาไปอุ้มดีเซลกับเอ็นจีวี แอลพีจี มันจะไม่มีวันนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีพิชัยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ

ท่านประธานครับ มาสู่คําถามที่ ๒ ครับ ท่านต้องยอมรับเรื่องหนึ่งว่า ท่านดําเนินนโยบายเรื่องนี้ผิดพลาดเสียแล้ว เพราะว่าการหาเสียงของท่านมันกระทบ แล้วก็ท่านได้คะแนนเสียงโหวต (Vote) ครับ แต่พอทําเข้าจริงมีปัญหานะครับ ผมนําเรียน แบบนี้ว่าอยากจะทราบเกี่ยวกับทิศทางในการเยียวยากลุ่มคนดังต่อไปนี้นะครับ คือตอนที่ ม็อบแท็กซี่ไปนี่ม็อบแท็กซี่เขาใช้เอ็นจีวีครับ ท่านก็บอกว่าถ้าใช้บัตรเครดิตพลังงานก็จะ ตรึงราคาที่ ๘.๕๐ บาท เอ็นจีวีเอาไว้ ๔ เดือน คําถามก็คือแล้วหลังจากนั้นจะทําอย่างไรครับ ผมมีคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการนี้ของท่าน เรื่องเกี่ยวกับแก๊สก่อนนะครับ ขอให้ใช้ตารางต่อไปครับ เรื่องของจํานวนปริมาณรถนะครับ เชิญห้องโสตทัศนูปกรณ์ครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๔๑/๑

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

สไลด์หน้านี้นะครับ เอาละครับ ท่านรัฐมนตรีตามดูกับผมสักนิดหนึ่งนะครับ เราจะได้ตอบคําตอบ พี่น้องประชาชนได้อย่างชัดเจนในนโยบายที่ท่านดําเนินการผิดพลาดมาครับ ขณะนี้ มีคนจดทะเบียนแก๊สที่ใช้เอาไว้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่ารายครับ ก็แบ่งเป็นแอลพีจีกับเอ็นจีวี ตามตารางที่ปรากฏอยู่ในนี้ แอลพีจีเขาใช้กันทั้งหมดอยู่ที่ ๘๓๒,๘๘๒ คัน เอ็นจีวีใช้อยู่ ๒๖๐,๗๖๘ คันครับ มีประเด็นอย่างนี้ครับ ในส่วนของรถแท็กซี่ท่านก็ได้เรียนไปแล้วว่า ท่านจะอุ้มโดยใช้ก๊าซพลังงานนะครับ ๘.๕๐ บาทยืนพื้น คราวนี้มีคนที่ขับรถแท็กซี่ที่ใช้ แก๊สแอลพีจีอยู่ ๓๙,๙๙๒ คัน หรือประมาณ ๔๐,๐๐๐ คัน ท่านให้คําตอบและมีมาตรการ ในการช่วยเหลือคนขับรถแท็กซี่จํานวน ๔๐,๐๐๐ รายโดยใช้แก๊สแอลพีจีอย่างไร ต่อมาครับ กลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อนอีกก็คือกลุ่มรถบรรทุกครับ รถบรรทุกมีคนใช้ แก๊สเอ็นจีวีรวมกับแอลพีจีอยู่ที่ ๓๕,๐๐๐ คันโดยประมาณ ท่านช่วยกลุ่มรถบรรทุกอย่างไรครับ ต้องเข้าใจว่าทุกวันนี้ภาคการขนส่งราคาของมันจะถูกจะแพงอยู่ที่ค่าโลจิสติกส์ (Logistics) ค่าขนส่ง แล้วพวกรถบรรทุกต่าง ๆ ทุกวันนี้เขาปรับลดจากดีเซลครับ ไปวิ่งเอ็นจีวีแล้ว เพราะเขาคาดการณ์ว่าการประมาณการทางธุรกิจของเขาเมื่อวิ่งเอ็นจีวีแล้วจะคุ้มค่า เมื่อท่านขึ้นราคาเอ็นจีวีไปแล้วเชื่อเลยครับ ราคาค่าขนส่งก็ต้องเพิ่ม ก็จะสะท้อนในราคาของ จะแพงมากขึ้นครับ เลยมีคําถามว่าแล้วท่านจะมีมาตรการในการเยียวยารถบรรทุก ของจํานวน ๓๕,๐๐๐ คันที่ใช้ทั้งแก๊สแอลพีจีและเอ็นจีวีอย่างไรครับ

สุดท้ายครับ ในส่วนของรถที่เป็นรถส่วนตัวครับ ใช้แอลพีจีและเอ็นจีวีรวมกัน ๙๐๐,๐๐๐ คันครับ ท่านครับ มีคนหาเช้ากินค่ํา เงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท ขับรถนิสสัน ซันนี่ ปีสัก ๑๙๙๑ ปี ๑๙๙๒ ไปติดแก๊สแอลพีจี ไปใส่แก๊สเอ็นจีวี เงินเดือน ไม่ได้ต่างกันเลยกับแท็กซี่ รถโดยสารครับ คนกลุ่มนี้ท่านมีมาตรการเยียวยาอย่างไรครับ และนี่เป็นคําถามซึ่งอยากจะรบกวนท่านรัฐมนตรีช่วยตอบให้ชัดในทุกประเด็นถึงทิศทาง การเยียวยากลุ่มคนต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าเป็น ๔ คําถามสุดท้ายแล้วนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ ๔ คําถามสุดท้ายครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๔๑/๒

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ ก็ต้องขอยืนยันอีกทีนะครับว่าสิ่งที่เราทําปัจจุบันนี้คือทําเพื่ออนาคตของประเทศ ขอยืนยัน ท่านเองผมเชื่อว่าในใจท่านท่านก็รู้ว่าผมทําถูก ท่านอย่าปฏิเสธเลยครับ เพียงแต่พวกท่านไม่กล้าทํากันเท่านั้นเอง ผมกล้าทําเพราะถือว่าผมทําให้ประเทศก้าวหน้า เดินต่อไปได้ ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ แต่ถ้าท่านคิดไม่ได้ก็ช่วยไม่ได้นะครับ ผมเชื่ออย่างนั้น

ทีนี้มาตอบคําถามของท่านที่ว่าแท็กซี่เราจะช่วยอย่างไร เหมือนที่ผมบอก แต่แรกนะครับว่าแท็กซี่ที่ใช้เอ็นจีวีกับแอลพีจีคืออย่างนี้ครับ จากผลการสํารวจเราพบว่า แท็กซี่ที่ใช้เอ็นจีวีใช้แล้วแม้ว่าราคาที่ปรับแล้วก็ยังถูกกว่าที่ใช้แอลพีจีนะครับ ขอยืนยันนะครับ แท็กซี่ที่ใช้แอลพีจี ถ้าเปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวีแล้วเอามาวิ่งขับประหยัดกว่าใช้ แอลพีจี ณ ราคานี้ด้วยซ้ํานะครับ ไม่ใช่ราคาที่ปรับขึ้นนะครับ อันนี้ขอยืนยันนะครับ แล้วก็ ให้ค่าความร้อนที่ได้ดีกว่านะครับ สิ่งที่เราจะช่วยเหลือแท็กซี่อย่างไร คือ ๑. ถ้าท่าน ได้ติดตามข่าวนะครับ แท็กซี่ทุกคันมาเปลี่ยนเครื่องเอ็นจีวีได้ฟรีนะครับ กระทรวงพลังงาน เราเปลี่ยนให้ฟรีครับ เราได้อนุมัติแล้ว ๑๕,๐๐๐ คัน แล้วก็จะอนุมัติอีกทีละ ๑๕,๐๐๐ คัน ก็คิดว่าถ้าเกิดคนไหนอยากเปลี่ยนเราเปลี่ยนให้ครบครับ ถือว่าอันนี้คือทิศทางของประเทศ ที่เราจะทํานะครับ ส่วนเรื่องแท็กซี่นี้หลังจาก ๔ เดือนแล้วจะเป็นอย่างไร เรามีทางเยียวยาครับ เรามีมาตรการหลายอย่างนะครับ อย่างหนึ่งที่ก็อาจได้มีการปรึกษากันแล้วบ้างแต่ยังไม่ได้ สรุปนะครับ ก็คือแท็กซี่นี้ มิเตอร์ (Meter) ไม่ได้ขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แล้ว การปรับมิเตอร์บ้างในราคาที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่จําเป็น เพราะระดับเงินเฟ้อ ใน ๔ ปีที่ผ่านมาค่าครองชีพเขาควรได้รับการปรับแก้ไขนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๔๒/๑ อันนี้ขอยืนยันว่าเรามีมาตรการ แต่ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้เป็นของกระทรวงคมนาคมนะครับ กระทรวงพลังงานเราเพียงแต่ให้ความคิดเห็นว่าเรื่องนี้ควรจะเป็นเยียวยาลักษณะนี้ และยังมี เรื่องอื่นนะครับ พี่น้องแท็กซี่ขอให้มั่นใจนะครับ พรรคเพื่อไทยเรารักแท็กซี่ เราเชื่อว่า พวกท่านคือคนที่รักกับเราจริง แล้วเราก็รักท่านจริงครับ เรามีเรื่องที่จะช่วยท่านอีกเยอะนะครับ ขอให้เชื่อเถอะครับ แต่ว่าสิ่งที่ประเทศนี้ต้องเดิน มันต้องเดินครับ การอุดหนุนอย่างที่ท่านพูด มันไม่ได้ครับ ถ้าท่านคิดได้แค่นี้ กรอบท่านคิดได้แค่นี้ ท่านคิดว่าจะต้องเอาเงินเบนซิน คนใช้ดีเซล เอามาให้คนใช้แก๊สเอ็นจีวี ท่านถามประชาชนคนอื่นหรือยังที่เขาใช้เบนซิน ใช้ดีเซลว่าเขายอมให้ท่านทําไหม สิ่งที่เราทําเราคิดว่าเงินในการที่จะเก็บกองทุนน้ํามัน มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพราคา คือหน้าที่ของกองทุนน้ํามัน ไม่ใช่ว่าเราคงน้ํามัน เอาเงินแล้วก็ไปอุดหนุนคนอื่น มันไม่ยุติธรรม ผมขอยืนยันว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น ฉะนั้นการที่เราทําทิศทางให้ถูกต้องประเทศมันจะเดินหน้าได้ ขอยืนยันนะครับ

คําถามข้อที่ ๒ ที่ท่านถามว่าในแง่ของภาคขนส่ง ผมเรียนตรง ๆ ภาคค่าขนส่งเราได้มีการคุยกับเขาหลายหน เขาก็ทราบดี ขอยืนยัน เขายืนยัน เขายินดีว่า จริง ๆ แล้วเขาเห็นว่า ๘.๕๐ บาท มันถูกเกินไป เพราะมันมา ๑๐ ปีแล้ว ขอยืนยันนะครับ อันนี้เขามาคุยกับผม เขาก็บอกว่ามันถูกเกินไป ๘.๕๐ บาท แต่ว่าจะให้ขึ้นเยอะขนาดไหน มานั่งคุยกัน ซึ่งเราเองก็มานั่งคุยปรึกษากันว่าสุดท้ายแล้วมันควรจะอยู่ที่ระดับไหนที่รับกันได้ หรือจะทยอยกันขึ้น หรือว่าจะมีช่วงไหน ก็คงจะต้องนั่งคุยกันว่า สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร แต่ทิศทางประเทศมันต้องเดินหน้า เราพยายามแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประเทศเพื่อให้มัน ก้าวหน้าต่อไปได้ อันนี้คือความจริง แล้วทางท่านผู้ขนส่งท่านก็กรุณา ท่านก็เข้าใจ ผมเชื่อว่า ท่านผู้ขนส่งท่านโทรคุยกับผมทุกวัน ผมก็คุยกับท่านทุกวันว่ามาช่วยกันมาดูกันว่าปัญหา คืออะไร คือเราเชื่อว่า เอ็นจีวี ใช้แล้วประหยัดกว่าดีเซลเยอะ ท่านใช้ดีเซล ๒๙.๙๙ บาท ราคาเอ็นจีวี ราคากิโลละ ๑๔ บาท สมมุติว่าขึ้นสูงสุดเลย ๑๔.๕๐ บาท ถ้าเกิดคุณเอาดีเซล ไปชั่งกิโล ลิตรหนึ่งมันเบากว่ากิโลนะครับ เพราะว่าดีเซลมันลอยน้ํา เพราะฉะนั้นดีเซล ถ้าเป็นกิโลจะต้อง ๔๐ กว่าบาทด้วยซ้ํา นี่ ๑๔.๕๐ บาท ก็ยังถูกนะครับ เพียงแต่ปัญหา ที่เขาประสบคืออะไร ปัญหาที่เขาประสบคือว่า เครื่องเอาไปใช้แล้วเครื่องมีปัญหา การเผาไหม้ การเมนเทนแนนซ์ (Maintenance) มีปัญหา เขาก็เลยเจอปัญหาเรื่องพวกนี้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๔๒/๒ เรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องเมนเทนแนนซ์เยอะ เรื่องนี้ผมเองก็บอกว่า เรายินดีนะครับ มาคุยกับ กระทรวงพลังงาน เราแก้ไขปัญหาเรื่องเครื่องให้ท่าน เราให้ซอฟท์โลน ท่านให้ ๐ เปอร์เซ็นต์ เปลี่ยนเครื่องเลยก็ได้ ให้เครื่องท่านประหยัดพลังงาน เพื่อท่านจะได้ไปใช้ ประหยัด คือปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าแอลพีจีกับดีเซลมันต่างกันเหมาะสมไหม มันอยู่ที่ว่าบังเอิญ มันมีการใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเราอยากจะให้เกิดการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็จึงมีการสนับสนุนเขาในเรื่องนี้ เขาจะได้ประหยัด แล้วอย่างที่บอก ผมอยากเห็น รถบรรทุกเป็นแสน ๆ คันใช้เอ็นจีวีครับ แต่ปัจจุบันมันทําไม่ได้ เพราะราคายิ่งขาย ปตท. ก็ยิ่งขาดทุน แล้วมันจะเดินหน้ากันอย่างไร มันเหมือนกับวัฎจักรที่มันขยายตัวไม่ได้ มีที่เติมน้อย รถก็ขยายไม่ได้ ก็ต้องจอดคิวกันยาว อันนี้ปัญหาที่เราไม่แก้ พอไม่แก้ก็หมักหมม ประเทศก็เดินหน้าไม่ได้ ราคายิ่งขายยิ่งขาดทุน คนนี้ก็ไม่อยากเติมเพราะรถจอดกันเยอะ เราก็อยากส่งเสริมให้คนเติมกันเยอะ แล้วมันเป็นอย่างไรละครับ นี่คือการแก้ไขนะครับ ถ้าท่านไม่เข้าใจเรื่องนี้ผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายท่านอย่างไรแล้ว อันนี้คือสิ่งที่ เราอยากเห็นภาพนี้ว่า ประเทศเราลดการนําเข้า ๑.๒๒ ล้านล้านบาท เราจะลดลงมาอย่างไร อันนี้ขอยืนยันนะครับ สิ่งที่เราต้องการเห็นภาพนี้คืออย่างนี้

ต่อมาก็เป็นคําถามที่ ๓ ถามว่ารถบ้าน ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคัน ที่ใช้แอลพีจี อยู่จะทําอย่างไร จริง ๆ แล้วนี่ละครับ ที่พวกท่านมีการเบี่ยงเบนการใช้พลังงานผิดปกติ มานาน นี่คือปัญหา พวกท่านไม่ได้เห็นปัญหา อันนี้คือสิ่งที่ท่านอุดหนุนพลังงานที่ถูกเกินไป ก็มีการใช้ที่เบี่ยงเบน มันเบี่ยงเบนมาก็เป็นดินพอกหางหมูมาจนกระทั่งปัจจุบัน แล้วถามว่า ท่านยังปล่อยอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ คนก็จะใช้แอลพีจีเพิ่มอีก ปีหน้าอาจจะเป็นแสนคัน เป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ คัน เป็น ๓,๐๐๐,๐๐๐ คัน วันใดวันหนึ่งท่านก็ต้องแก้ แก้ตอนนี้ไม่ดี หรือครับ อันนี้คือความจริงนะครับ ถ้าท่านยังคิดอย่างนี้อยู่ จะให้เบี่ยงเบนไปอยู่ คนก็จะเปลี่ยนทุกปี ปีละแสน ๆ คัน เพราะมันถูกกว่าอย่างอื่น นี่คือขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง ถ้าประเทศนี้มัวแต่คิดการเมืองอย่างเดียว คิดแต่หาเสียงอย่างเดียว ไม่ดูความถูกต้อง มันเป็นไปไม่ได้ มันเดินไม่ได้ สุดท้ายพวกเราก็ไปจบ ปัญหา ไปกระจุกกัน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๔๓/๑ แล้วเราก็มาโทษคนโน้นทํา คนนี้ทํา คนนั้นทํา ไม่มีประโยชน์ละครับ ผมไม่ได้มีหน้าที่ มาหาเสียงนะครับ ผมมีหน้าที่มาทําให้ประเทศเจริญ ทําได้เท่าไรก็คือเท่านั้น อันนี้ คือความคิดของผมนะครับ ไม่ว่าเรื่องอะไร กระทรวงพลังงานทําท่อ บ่อ ถัง คือการเดินท่อ ให้ไปขึ้นภาคเหนือ ภาคอีสาน การหาบ่อสําหรับอนาคตว่าจะทําอย่างไรให้มีพลังงานเพียงพอ แล้วก็การสร้างถังรีเซิร์ฟ (Reserve) เพื่อให้มีปริมาณพอถ้ามีปัญหาขึ้นมาจะได้ไม่ต้องมา เดือดร้อนประชาชน อันนี้คือความคิดของผมนะครับ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่อาจจะต้องถูกคน ต่อต้านเยอะ เพราะผลประโยชน์มันเยอะ แต่ว่าทําได้เท่าไรก็เท่านั้นละครับ แต่ผมเชื่อว่า หลายปีจากนี้ไปประชาชนจะรู้ว่าสิ่งที่ผมทําวันนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และประเทศก็จะก้าวหน้า ต่อไปได้ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามสดนะครับ ต่อไปจะเป็น เอาเฉพาะพาดพิง เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงเพียงแค่ ๒ นาทีสั้น ๆ ครับท่านประธาน

ประการแรก ท่านพิชัยบอกว่าผมคงคิดเหมือนท่าน คําตอบคือผมคิด ไม่เหมือนท่านนะครับ เพราะท่านเรื่องนโยบายพลังงานมันผิดพลาดจริง ๆ นะครับ

แล้วก็ประการต่อมา ผมเสนอแนะท่านไปแล้วเรื่องของการอุ้มดีเซลและแก๊ส คําถามที่ผมถามท่านเมื่อสักครู่ครับ ท่านไม่ได้ตอบให้ตรงประเด็นเลยนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถวิชช์เอาเฉพาะพาดพิงครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

นี่ละครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ คือท่านถามผมจดประเด็นไว้ ฟังนิดหนึ่งครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานต้องเข้าใจ นิดหนึ่งนะครับ ผมกับท่านพิชัยรู้จักนะครับ แล้วก็ผมไม่ใช้คําพูดเสียดสีท่านรัฐมนตรีพิชัยเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมอยากเอาเฉพาะที่ท่านอยากจะชี้แจงเท่านั้นเองนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๔๓/๒

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมได้ขอความกรุณาท่านพิชัยในเรื่องเกี่ยวกับรถยนต์ส่วนบุคคล ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคันครับ แล้วก็ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคันเติมแอลพีจีอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าคันเติมเอ็นจีวี คําถามคือว่าถ้าท่านช่วยแท็กซี่แล้วทําไมท่านไม่ช่วยคนชั้นกลางที่มีรายได้น้อย ที่ต้องเปลี่ยนจากแอลพีจีเป็นเอ็นจีวีด้วย แล้วในขณะเดียวกันครับ แท็กซี่ที่ใช้แอลพีจีมีอยู่ ๔๐,๐๐๐ คัน งบประมาณในการเปลี่ยน แล้วก็ที่ท่านพูดมาสักครู่ท่านเปลี่ยนเพียงแค่ หลักหมื่นเท่านั้นนะครับ ท่านไม่ได้เปลี่ยนในจํานวนที่รถแท็กซี่นั้นระบุเอาไว้นะครับ ก็คือเกือบ ๔๐,๐๐๐ คันที่ต้องเปลี่ยนจากแอลพีจีเป็นเอ็นจีวี ท่านประธานครับ สั้น ๆ เลยครับ คนเลือกท่านด้วยนโยบายพลังงานเยอะมาก สิ่งที่ท่านทําวันนี้ท่านอ้างความจําเป็น ซึ่งบิดเบือนจากสิ่งที่ท่านทําการหาเสียงเอาไว้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า เรามาจากประชาชน เรามีความรับผิดชอบครับ วันนี้ท่านจะนําพาพรรคไปแบบไหน ในนโยบายพลังงานอยู่ที่ท่านรัฐมนตรีแล้วครับ ผมขอฝากพี่น้องแท็กซี่ คนชั้นกลาง ระบบขนส่งของบ้านเรา ราคาของจะขึ้นไม่ขึ้นอยู่ที่ท่านรัฐมนตรีพิชัยละครับ ท่านเป็นคนคิด เรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ พอพาดพิงท่านก็ตั้งเป็นคําถาม ท่านก็ตอบ เชิญครับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน ก็อย่างนี้ละครับท่านถึงอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ผมถึงอยู่พรรคเพื่อไทย อย่างไรละครับ เพราะเราคิดไม่เหมือนกัน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรี

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นิดเดียว นะครับท่าน ก็คือทิศทางของผมให้ประชาชนตัดสินครับว่า สิ่งที่ผมไม่ต้องการให้เกิด การอุดหนุนกันอีกแล้ว ผมเชื่อว่าพลังงานแต่ละอันจะต้องมีต้นทุนที่แท้จริงของตัวเอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม ประชาชนควรตัดสินใจครับ ถ้าท่านคิดว่าท่านยืนยันที่จะอุดหนุนกัน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๔๓/๓ ต่อไปผมก็แล้วแต่ท่านนะครับ แต่ส่วนของผมผมเชื่อว่าไม่ใช่อย่างนั้น แท็กซี่ที่เรา จะเปลี่ยนให้นะครับ ๓๐,๐๐๐ คันนะครับที่เราจะเปลี่ยนให้ ถ้ามีมากกว่านี้เราก็จะเปลี่ยน ให้อีก ปัจจุบันแท็กซี่ใช้เอ็นจีวีอยู่แล้ว ๕๖,๐๐๐ กว่าคันนะครับ เพราะฉะนั้นมันก็เหลือ อีกประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คันที่ท่านพูด เราเปลี่ยนให้หมดครับ ขอยืนยันว่าพี่น้องแท็กซี่ มาใช้เอ็นจีวีเถอะครับ ประหยัดกว่าเยอะครับ ขอยืนยันนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามสดนะครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป มีอยู่ ๔ เรื่องนะครับ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๑๑๙ เรื่องการบริการสาธารณะด้านคมนาคม (โครงการรถเมล์ฟรี) (นายวัชระ เพชรทอง เป็นผู้ตั้งกระทูถาม) ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๔๓/๔

เดี๋ยวก่อนถามผมขอถามท่านกระทู้ถามที่ ๒ ก่อนนะครับว่า ท่านเรวัต อารีรอบ เมื่อกี้ผมเห็นท่านนั่งอยู่ ท่านจะไม่เลื่อนใช่ไหมครับ หรือท่านจะถามเป็นรายการที่ ๒ เพราะรัฐมนตรีท่านจะได้เตรียมตัวตอบทีเดียวเลย เอาอย่างไรครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๔๔/๑

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เรวัต อารีรอบ กระทู้ถามผมกระทู้ถามทั่วไปที่บรรจุวาระเป็นกระทู้ถามที่ ๒ แต่ผมขอเลื่อนเป็น กระทู้ถามที่ ๕ ตั้งแต่เบื้องต้น เพราะว่าวันนี้ผมต้องไปชี้แจงคณะกรรมาธิการการแรงงาน เรื่องคนไทยที่ติดคุกที่ประเทศอินโดนีเซีย ผมยืนยันว่าขอเป็นกระทู้ถามที่ ๕ กระทู้สุดท้ายครับท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กระทู้ถามที่ ๕ นะครับ ได้ครับ เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม เรื่อง การบริการสาธารณะด้านคมนาคม เชิญครับ มีรูปมีอะไรไหมวันนี้ จะได้เสนอมาทีเดียวเลย จะได้พิจารณา มีไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

มีครับท่านประธาน เป็นตารางเดินรถไฟ รถไฟฟรี เป็นตารางเดินรถ ขสมก. และเอกสารที่เกี่ยวข้องครับ ท่านประธานครับ ผมมีเวลากี่นาทีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ของท่านได้เสนอมาไหม มีที่จะเสนอมามีบางท่านที่ผมเพิ่งเซ็นอนุญาตไป

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

เจ้าหน้าที่ห้องโสตทัศนูปกรณ์บอกว่า ให้ชูกลางสภาเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ การเสนอต้องให้ประธานอนุญาตก่อน

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมไปประสานเจ้าหน้าที่ ห้องโสตทัศนูปกรณ์แล้วเขาบอกว่าเขาไม่มีเครื่องสแกน (Scan) ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ที่ถามท่าน ท่านจะขอการแสดงภาพหรือแสดงอะไรที่เป็นเอกสารประกอบการอธิบาย ในการซักถามท่านได้ขออนุญาตประธานหรือยัง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

จะขออนุญาตในที่ประชุมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อบังคับไม่มีบอกว่าขอที่ประชุม ต้องขอต่อประธาน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๔๔/๒

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ก็ขอต่อประธาน ในที่ประชุมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็จะ ไม่อนุญาต เพราะยังไม่เห็นเลย อย่างท่านสุพัชรีท่านก็เสนอมาก่อนนะครับ อย่างท่านพายัพ ท่านก็เสนอมาก่อน เอาท่านถามแล้วก็ถ้าไม่เสนอต่อประธานผมก็ไม่อนุญาตนะครับ เชิญถามได้

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหลายแบบ บ้างก็เป็นตัวแทน ของกลุ่มทุน บ้างก็เป็นตัวแทนของนายธนาคาร บ้างก็เป็นตัวแทนของนักโทษหนีคดี แต่สําหรับผมท่านประธานที่เคารพ ผมเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ผู้ใช้แรงงาน เป็นผู้แทนของคนหาเช้ากินค่ํา เป็นผู้แทนของคนที่ไม่มีปากเสียงในสังคม ผมจึงได้ถามกระทู้ถามเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เป็นเรื่อง ของการบริการด้านคมนาคมที่ซึ่งในช่วงภาวะน้ําท่วมในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ท่านประธานครับ ในช่วงดังกล่าวนั้นปรากฏว่าน้ําท่วมพี่น้องประชาชนเดินทาง ด้วยความยากลําบาก มองไปทางไหนมีแต่น้ํา พี่น้องประชาชนไปไหนมาไหนลําบาก เหลือเกิน ปรากฏว่ามีแต่รถทหาร รถทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ แต่ไม่มีรถเมล์ ขสมก. รถ ขสมก. ไม่วิ่งในขณะที่รถเมล์เอกชนนั้นวิ่ง ท่านประธานครับ มิหนําซ้ํารถเมล์ฟรีซึ่งรัฐบาลให้เงินอุดหนุนไปแล้วก็ไม่วิ่งด้วย ผมเห็นว่าพี่น้องประชาชน ไม่ได้รับความยุติธรรม ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารถเมล์ ขสมก. นั้นมี ๗๓ เส้นทาง วิ่งวันละ ๘๐๐ คัน อยากกราบเรียนท่านประธานครับ เส้นทางต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้ ซึ่งอยากจะขออนุญาตท่านประธานให้โทรทัศน์ได้ฉายเข้ามาดู ขออนุญาตครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อนุญาต สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๔๔/๓

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

นี่คือเส้นทางต่าง ๆ ของรถเมล์ ขสมก. ขอได้โปรดโคลส (Close) มาที่เส้นทางต่าง ๆ ครับ ท่านจะเห็นว่ามีเส้นทางต่าง ๆ หลายเส้นทางรวมแล้ว ๗๓ เส้นทาง ผมขออนุญาตไม่อ่านในรายละเอียด และมีรถไฟฟรี นี่คือสายอีสานครับท่านประธาน ขอกล้องได้โปรด สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๔๕/๑ สายอีสานตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี ไปสุดที่จังหวัดอุดรธานี และไปสุด ที่จังหวัดหนองคาย สายใต้จากกรุงเทพมหานครไปสุดที่อําเภอสุไหงโก-ลก ท่านประธานครับ ผ่านทั้งจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จนไปถึง จังหวัดปัตตานีและอําเภอสุไหงโก-ลก และนี่คือสายเหนือครับท่านประธานครับ จากกรุงเทพมหานครไปถึงเชียงใหม่ ซึ่งเอกสารตารางเดินรถฟรีทั้ง ๓ แผ่นนี้มีแจกที่สถานีรถไฟสามเสน ท่านประธานครับ นี่คือสวัสดิการที่รัฐบาลได้ให้กับพี่น้องประชาชน ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๑ ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐบาลท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และจนถึง รัฐบาลปัจจุบัน แต่ปรากฏว่าวันที่ ๑๖ สิงหาคมปีที่แล้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์บอกว่าจะยกเลิกโครงการนี้ และออกตัวว่าตนเองนั้นไม่ได้ใช้บริการทั้งรถเมล์ฟรีและรถไฟฟรี ท่านประธานครับ แม้กระทั่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัจจ์ ชุดดํา หรือพลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ได้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ ขออนุญาตท่านประธานครับ หนังสือพิมพ์ได้พาดหัวไว้ ชัดเจนว่าจะเลิกรถเมล์ รถไฟฟรี เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ขอกล้องได้โปรดโคลสมาที่เอกสาร ของหนังสือพิมพ์ครับ ท่านประธานครับ ท่านชัจจ์ ชุดดํา ท่านให้สัมภาษณ์ว่า

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ คือขอความกรุณาในการใช้คําพูดชัจจ์ ชุดดํา คือตามข้อบังคับมันต้องใช้ กิริยาวาจาให้เรียบร้อยและสุภาพ อันนี้ไม่รู้ใครชุดดํา แล้วท่านก็พูดเหมือนกับกระทบกระทั่ง ท่านรัฐมนตรีที่มานั่ง ผมฟังผมก็รู้ เอาว่าอยากจะถามอย่างไรท่านก็ว่ากันมานะครับ เดี๋ยวนะครับมีผู้ประท้วง เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธาน ดิฉัน จารุพรรณ กุลดิลก ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเรียน ท่านประธานด้วยข้อบังคับ ข้อ ๖๑ และข้อ ๖๓ ขอให้ผู้อภิปรายนั้นถอนคําพูดท่านชัจจ์ ชุดดํา ออกไป เป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ท่านไม่มีข้อมูลอ้างอิงอะไรใด ๆ แล้วก็ กล่าวพาดพิงเสียดสีบุคคลอื่นในสภาอันทรงเกียรตินี้ ดิฉันไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทําให้สภานั้นเสื่อมเสียค่ะท่านประธานที่เคารพ ขอให้ถอนคําพูดค่ะ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๔๕/๒

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อสักครู่นี้ผมได้แนะนําท่านแล้ว ขณะที่มีผู้ประท้วง ท่านถามท่านรัฐมนตรีได้ไหม แล้วก็ถอนคําว่า ชัจจ์ ชุดดํา ไป มันเป็นการพูดที่จะเสียดสีกันนะครับ ไม่เหมาะสม ไม่สุภาพ ผมนั่งฟัง เอาว่าท่านถามก็ถามไป ท่านก็ถอนชัจจ์ ชุดดํา ออกไป แล้วก็ท่านจะถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างไรก็ถาม ถอนนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ครับ ยินดีครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่าน พันตํารวจโท ชัจจ์ ให้สัมภาษณ์บอกว่าโครงการรถเมล์ฟรี รถไฟฟรีนี้ จะยกเลิก เพราะพ้นวิกฤติแล้ว ตอนนั้นไม่ต้องมีอะไรฟรีอีกแล้ว ท่านประธานครับ นี่คือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบและส่งสัญญาณ ไปยังพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนว่าจะยกเลิกโครงการนี้ ผมก็ได้อภิปรายเพื่อเห็นอกเห็นใจ พี่น้องประชาชน ซึ่งมีรายได้น้อยและอยู่ในภาวะที่ประสบทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส จากภาวะน้ําท่วม ขอให้ต่อโครงการนี้ออกไป ผมได้อภิปรายในการพิจารณางบประมาณ มาตรา ๓ มาตรา ๔ ถึง ๒ ครั้ง ๒ หนท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกรัฐบาลก็บอกว่าผมนั้น พูดจาวนเวียนซ้ําซาก แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมต้องการที่จะตอกย้ําและให้เห็นถึง ความสําคัญ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๔๖/๑ ของคนจน และรัฐมนตรีของท่านในสภาตอนชี้แจงงบประมาณก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะต่อโครงการนี้ แต่อย่างใด ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณรัฐบาลที่มีมติคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่า ๑,๑๗๗ ล้านบาท เพื่อต่ออายุโครงการนี้ ผมจึงอยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบว่าโครงการนี้ในช่วงน้ําท่วมมีรถเมล์วิ่งทุกวันหรือไม่ อย่างไร สายใด หยุดวิ่งบ้าง และสายที่หยุดวิ่งรัฐบาลได้ให้เงินชดเชยไปแล้วจะเรียกคืนจาก ขสมก หรือไม่ อย่างไร จะมีการชดเชยอย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรี แล้วเอกสารที่ท่านโชว์นี่จะประกอบการซักถามท่านอย่างไร

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานจะเอา ผมจะเอาไปให้ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผม จะขอให้เจ้าหน้าที่ไปเอาเอกสารให้ท่านรัฐมนตรี เพราะว่าเป็นรายละเอียดเยอะ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ด้วยความยินดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีดูรายละเอียดของเส้นทางนะครับ มีทั้งสิ้น ๘๐๐ คัน ๗๓ เส้นทาง อะไรต่าง ๆ ท่านจะได้ตอบทีเดียว เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้เป็นผู้ชี้แจง ตอบกระทู้ถาม เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมติดราชการสําคัญนะครับ ตามปัญหาที่ท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติได้สอบถามนั้นก็คงเหลือข้อเดียว เนื่องจาก ข้อ ๒ ข้อ ๓ นั้น ขณะนี้ปรากฏว่ารัฐบาลได้อนุมัติให้รถเมล์ฟรีไปจนกระทั่งวันที่ ๓๐ เมษายนนะครับ ตามที่ถามว่าโครงการรถเมล์ฟรีช่วงน้ําท่วมมีรถเมล์วิ่งทุกวันหรือไม่ ขอเรียนตอบว่ามีวิ่ง ทุกวันครับ มีวิ่งทุกวันแล้วก็ทุกสายด้วยครับ ยกเว้นสายที่น้ําท่วม น้ําท่วมรถเมล์ก็วิ่งไม่ได้ ถ้าวิ่งไปแล้วมันก็จะต้องไปไม่รอด ก็อันนั้นก็วิ่งไปเฉพาะจนถึงที่บริเวณน้ําท่วมแล้วก็กลับครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๔๖/๒ สายใดหยุดวิ่งเป็นเวลากี่วัน อันนี้มันเป็นรายงานที่เมื่อกี้ท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติท่านก็มีตาราง อยู่แล้วนะครับ ผมไม่ได้เตรียมว่าสายใดวิ่ง เพราะมันมีทั้งหมดตั้ง ๗๓ สาย มีรถเมล์วิ่ง ๘๐๐ คันนะครับ สายที่หยุด ขสมก. จะชดเชยอย่างไร ก็ไม่ทราบจะไปชดเชยใครครับ ขสมก. ที่วิ่งนั้นเป็นรถของ ขสมก.เองนะครับ เป็นรถของ ขสมก. ที่วิ่งเอง รถร่วม ส่วนมากไม่ได้วิ่ง มีแต่สายที่ไปทางบางแคที่ไปทางเขตพื้นที่ของท่าน ส.ส. ผู้ถามนี่ละครับ อันนั้นมีรถร่วมผู้มีจิตใจเสียสละ ซึ่งสังคมได้ยกย่องชมเชย เพราะรถเขาสูงแล้วก็มีพลังสูง วิ่งรับผู้โดยสาร เพราะว่าพื้นรถนั้นสูงกว่ารถปกติ รถของ ขสมก. นั้นสูงแค่ ๘๐ เซนติเมตร ถ้าเผื่อเกินนี้ รถ ขสมก. วิ่งไม่ได้ ก็คงไม่ได้ชดเชยใครนะครับ ขอบพระคุณครับท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญถามต่อเลยครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพว่ารายงานที่ท่านได้รับจาก ขสมก. นั้น เป็นความเท็จ ที่ท่านกล่าวกลางสภาว่ารถเมล์นั้นมีวิ่งทุกวัน วิ่งทุกสาย ยกเว้นสายที่น้ําท่วม ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๔๗/๑ ในกรุงเทพมหานครและรวมทั้งบัญชีรายชื่อ ได้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องประชาชน และได้เห็นว่ารถ ขสมก. นั้นไม่ได้วิ่งทุกวัน ไม่ได้วิ่งทุกสาย และแม้นว่าบางสายน้ําท่วมน้อย ขสมก. ก็ฉวยโอกาสไม่วิ่ง นี่ทําให้ประชาชนเสียโอกาส โดยเฉพาะรถเมล์ฟรี ท่านประธานครับ ผมจึงต้องการที่จะให้ท่านรัฐมนตรีนั้นได้กวดขันการวิ่งของรถเมล์ฟรีให้มากกว่านี้ เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนเขาร้องเรียนว่ารถเมล์ฟรีนั้นไม่จอดป้าย รถเมล์ฟรีนั้นไม่ได้ออก ๑ คัน สลับกับรถเมล์ที่เก็บสตางค์ แต่รถเมล์ฟรีนั้นน้อยมาก แม้นจะอ้างว่าบริการถึงวันละ ๘๐๐ คัน ใน ๗๓ เส้นทาง แต่นาน ๆ วิ่งทีหนึ่ง ซึ่งประชาชนเสียโอกาส

ในข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นเพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้ช่วยกันคัดค้านโครงการนี้เพื่อที่จะให้ต่อโครงการนี้ออกไป จึงทําให้คณะรัฐมนตรีของท่านได้มีมติ และผมก็ไม่ทราบว่ามติของคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ ของท่านที่ให้ต่อโครงการรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ซึ่งไม่ตรงกับทัศนคติของท่านก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวท่านเองหรือท่านรัฐมนตรีว่าการซึ่งต้องการที่จะยุบเลิกโครงการนี้ ผมก็ต้องเชื่อคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วง เดี๋ยวสักพักหนึ่ง เชิญท่านผู้ประท้วงอยู่ด้านหลังสุด เชิญครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ความจริงแล้วไม่อยากจะประท้วงให้เสียเวลาสภาแห่งนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่ประท้วงก็นั่งลง

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ประท้วงครับท่านประธาน กําลังจะอารัมภบทให้ฟังเฉย ๆ นะครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายกระทําผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อภิปรายไม่เป็นความจริงว่าถ้าไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ทักท้วงในการที่จะให้ต่อ รถเมล์สายต่าง ๆ แล้วรัฐบาลจะไม่ทํา ตรงนี้ไม่เป็นความจริงครับ รัฐบาลเรามีแนวความคิด กระทําในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนั้นยังไม่ถึงเวลา เท่านั้นเอง ตรงนี้ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๔๗/๒

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมกําลังฟังข้อประท้วงอยู่แล้วพอผมฟังเสร็จผมก็จะวินิจฉัย ส่วนเหตุผลที่เขาหยิบยก ในการประท้วง อันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คืออย่างนี้ท่านผู้ประท้วงครับ ท่านวัชระ เพชรทอง กําลังอธิบายข้อเท็จจริงที่ท่านประสบมา ส่วนในข้อเท็จจริงที่ท่านอธิบายจะเป็นความจริง หรือไม่เดี๋ยวรัฐบาลเขาตอบ ฉะนั้นข้อประท้วงของท่านผมฟังดูแล้วท่านวัชระ ยังอยู่ในประเด็นที่กําลังจะมีการถามกันอยู่ เชิญอภิปรายต่อ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ การที่ผมได้ย้ําเรื่องรถเมล์ฟรี รถไฟฟรีหลายครั้ง หลายหน เพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะไม่พึงพอใจก็ต้องกราบขออภัย แต่ผมขอพูดในฐานะตัวแทน ของคนที่ขึ้นรถเมล์ ขึ้นรถไฟ ใช้บริการสาธารณะ ท่านประธานครับ ในข้อ ๒ และข้อ ๓ ผมขออนุญาตถามไปในคราวเดียวกันเพื่อไม่ให้เสียเวลา โครงการรถเมล์ฟรีรัฐบาลมีโครงการนี้ ต่อไปหรือไม่ อย่างไร และที่บอกว่าจะต่อถึงเดือนเมษายนให้ต่อไปถึงสิ้นปีนี้ได้หรือไม่ อย่างไร

และท่านประธานครับ ในภาวะปัจจุบันคําถามข้อสุดท้ายเป็นภาวะข้าวยาก หมากแพง ของแพง แพงมาก แม้กระทั่งข้าวราดแกงก็ยังแพง แพงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์ ประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัส ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมี นโยบายที่จะลดค่าเดินทางเพื่อบริการประชาชนทางด้านคมนาคม คมนาคมก็สามารถ แยกย่อยได้ ท่านประธานครับ รถ บขส. ท่านจะมีนโยบายให้ขึ้นค่าโดยสารรถ บขส. หรือไม่ รถตู้ ท่านประธานครับ ขออนุญาตโชว์ภาพรถตู้ได้ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่อนุญาตครับ เพราะว่าผมสั่งแล้วบอกว่าต้องขอส่งก่อนนะครับ เชิญต่อครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๔๘/๑

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ถ้าไม่อนุญาตก็ไม่แสดงครับ รถตู้ ท่านประธานครับ ผมเคารพคําวินิจฉัยท่านประธาน รถตู้ปรากฏว่าจากฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ผ่านกองทัพอากาศมาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิขึ้นจาก ๒๐ บาท เป็น ๒๕ บาท ขึ้นแล้ว ในขณะนี้ ท่านประธานครับ เครื่องบินโดยสารของเอกชนก็แพง และรถแท็กซี่ซึ่งอยู่ ในความควบคุมของท่านโดยตรงจะขึ้นมิเตอร์จาก ๓๕ บาท เป็น ๕๐ บาท ก็จะเพิ่มภาระ ให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งถือว่าได้เพิ่มภาระให้กับคนเดินทางไปมาและจะขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากท่านได้ขึ้นค่าแก๊สทั้งเอ็นจีวีและแอลพีจี ท่านประธานครับ มิหนําซ้ําค่าเรือโดยสาร ข้ามฟากหรือค่าเรือในคลองแสนแสบล้วนแล้วแต่เป็นเส้นทางคมนาคม เป็นการเดินทาง คมนาคมในรูปแบบต่าง ๆ กัน ท่านประธานครับและรวมถึงรถไฟฟ้า ๒๐ บาท ตลอดสาย เมื่อไรพี่น้องประชาชนจะได้ขึ้น ๒๐ บาท ตลอดสาย ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานที่เคารพ ผมโดนกล่าวว่าผมกล่าวเท็จ ตั้งแต่เกิดมาจนโตขนาดนี้ไม่เคยมีใครดูถูก ผมแบบนี้ ท่านครับ และผมจะจําไว้ว่าการเข้ามาสู่การเมืองนั้นพูดว่าใครกล่าวเท็จมันพูดกัน พล่อย ๆ ผมยืนยันว่ารถเมล์ ขสมก. นั้นวิ่งครบทุกสาย แล้วก็มีอยู่บ้างที่ปรับไปวิ่งในเส้นทาง ที่ประชาชนเขาเดือดร้อนเนื่องจากน้ําท่วม เพราะว่าสายรถเมล์นั้นได้ปรับเปลี่ยน ไปตามเส้นนี้น้ําท่วมเราไปไม่ได้ก็หลบไปอีกเส้นหนึ่ง ไปอีกสายหนึ่ง บางครั้งบางแห่ง ที่ประชาชนเขาน้ําท่วม หมู่บ้านน้ําท่วม ศปภ. ก็สั่งให้รถเมล์ไปรับ เราไปรับ ไปถึงก็รับ ถ้าไปไม่ถึงก็นัดจุดนัดพบมารับ ขณะนั้นสายรถเมล์วิ่งใน กทม. นี้มีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง และหลายสาย แต่ยืนยันว่าวิ่งครบทุกสายแน่นอนครับ และการที่ท่าน พลอากาศเอก สุกําพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กล่าวเรื่องยกเลิกรถเมล์ฟรีหรือรถไฟฟรีนั้นผมไม่ทราบ ผมไปตรวจเยี่ยมที่ขนส่ง ขสมก. ได้มีนักข่าวถามว่ารถเมล์จะยกเลิกไหมเรื่องรถเมล์ฟรี ค่าโดยสาร จะอยู่ไปถึงไหน จะยาวเท่าไร ผมขอเรียนกับท่านประธานที่เคารพว่าวันนั้น ผมได้ตอบว่าการที่ใช้รถเมล์ฟรีหรือรถไฟฟรีเนื่องจากประชาชนกําลังเดือดร้อน เศรษฐกิจ อยู่ในภาวะขัดสน รัฐบาลจําเป็นต้องช่วยเหลือประชาชนผู้ยากจนให้สามารถเดินทางได้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๔๘/๒ โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสาร แต่เมื่อสักวันหนึ่งมันต้องเลิก ในเมื่อประชาชนอยู่ดีกินดีมีสตางค์เสีย มันไม่มีบริการที่จะต้องไปให้ฟรีกันตลอดนะครับ ผมก็ได้ชี้แจงอย่างนี้ แต่เมื่อข่าวลง เป็นอย่างที่ท่านสมาชิกว่าผมก็ไม่ทราบว่าจะตอบว่าอย่างไร ขอขอบคุณที่ได้พูดเรื่องนี้ ขึ้นมาผมจะได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบนะครับ ผมนั้นไม่เคยอยู่กับคนรวย คนชั้นสูงมากนัก ผมเป็นข้าราชการตํารวจถึงจะมียศก็จริง แต่ผมก็นอนกลางดินกินกลางถนนได้ ผมก็ได้อยู่กับ พวกที่ฐานะฝืดเคืองมาแล้ว อันนี้ก็ขอยืนยันนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๔๙/๑

ส่วนเรื่องรถขนส่งที่วิ่งระหว่างจังหวัดนั้น ผมได้ตรวจสอบคําถาม แล้วท่านประธาน ไม่ได้มีกระทู้ถามให้มาไว้ก่อน โดยที่ผมได้รับผิดชอบจากรัฐมนตรีว่าการ แบ่งงานให้ดูเฉพาะรถเมล์ ขสมก. ส่วนรถขนส่งจังหวัดนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการท่านกํากับดูแลเอง เมื่อดูในกระทู้ถามนี้ ผมก็ไม่ได้เตรียมมาถ้าเผื่อผมตอบไปอาจจะผิดข้อขัดข้อง ผมว่าน่าจะ หารือท่านประธานว่า เมื่อมันไม่มีในกระทู้ถามที่ยื่นมานี่ก็น่าจะยื่นใหม่แล้ว ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการที่กํากับดูแลมาตอบเองนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามทั่วไป ที่ ๑ นะครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพว่า ท่านไม่ตอบ ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าท่านก็ได้ชี้แจงแล้ว แต่ผมไม่ได้กล่าวหาว่าท่านนั้นกล่าวเท็จ แต่เนื่องจากว่าผมเชื่อว่า ขสมก. รายงานท่านนั้นเป็นรายงานเท็จ ท่านประธานครับ ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าที่หนองแขมนั้นต้องการที่พักผู้โดยสารรถเมล์ โดยเฉพาะ หน้าหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย ๔ และหมู่บ้านพุฒตาล จึงขอประสานท่านรัฐมนตรีได้โปรดประสาน ขสมก. ให้กับพี่น้องชาวหนองแขม

และสุดท้ายท่านประธานครับ มีร้อนก็มีเย็น ทุกอย่างเป็นเช่นว่านี้ มีมืดแล้ว ก็มีสว่างจ้าทุกคราวไป ใช้บทเรียนที่ผ่านมาอย่างมีค่าในปีใหม่ เตรียมกายและเตรียมใจ ปีใหม่ทําแต่กรรมดี ขอให้รัฐบาลทําแต่กรรมดี ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไป ที่ ๓ เรื่องที่ ๒ ขอไปต่อลําดับสุดท้ายนะครับ

๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๑๔๐ เรื่อง โครงการถนนริมทะเลสาบสงขลา (นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี สผ ๗/๒๕๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๔๙/๒

เชิญท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามในเรื่องของโครงการถนนสายริมทะเลสาบสงขลาไว้ สืบเนื่องจาก กรมทางหลวงชนบทมีพันธกิจในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท เพื่อสนับสนุนการคมนาคมขนส่งการท่องเที่ยวและพัฒนาเมืองอย่างบูรณาการและยั่งยืน จังหวัดพัทลุงเราได้มีการจัดทําแผน ทําโครงการปรับปรุงยกระดับมาตรฐานทางเพื่อเพิ่ม ศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมสู่แหล่งท่องเที่ยวให้มีศักยภาพ ในระดับภาคค่ะ โครงการนี้เป็นการเชื่อมโยงระหว่างชุมชนท้องถิ่นริมทะเลสาบสงขลา ที่จังหวัดพัทลุง ที่ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งวัฒนธรรมดั้งเดิม แล้วก็มีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย ไปเชื่อมกับริมลุ่มแม่น้ําทะเลสาบสงขลาที่จังหวัดสงขลา เราผลักดันในเรื่องยุทธศาสตร์ ในด้านการพัฒนาจังหวัดอยู่ แต่ว่าในเรื่องนี้ดิฉันอยากจะนําเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมนะคะว่าตรงนี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงอย่างมาก ดิฉันขอ ท่านประธานใช้รูปเพื่อแสดงให้ท่านรัฐมนตรีได้เห็นว่ารูปแบบที่เราจะจัดทําขึ้น เป็นรูปแบบไหนค่ะ

สําหรับรูปแบบที่เราจะทําขึ้นนะคะ ก็เป็นถนน ๒ ช่องจราจร แล้วก็ มีความกว้างขนาด ๖-๗ เมตร เรามีการขยายไหล่ทางให้กว้างออกไปประมาณข้างละ ๑-๒ เมตร เพื่อที่จะปลูกต้นไม้ปรับปรุงภูมิทัศน์ ขยายความกว้างของสะพานเดิม แล้วก็เพิ่มเติมอุปกรณ์อํานวยความสะดวกของงานการทาง ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่าง ไม่ว่า จะเป็นแหล่งที่พักริมทาง หรือว่าจะเป็นในส่วนของงานแสดงสินค้าโอทอป เพื่อที่จะเพิ่ม รายได้ให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรนะคะ ขอสไลด์เปิดไปเรื่อย ๆ เลยค่ะ ท่านประธาน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๕๐/๑ ดิฉันคิดว่าประโยชน์ของ ถนนเส้นนี้มีประโยชน์อย่างมากนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการ อํานวยความสะดวกในการเดินทางเข้าถึงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ของจังหวัดพัทลุงก็จะมีวัดวาอาราม ที่มีความสําคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นวัดเขียนบางแก้ว วัดป่าเลไลย์ แล้วตลอดถึง แหล่งนกน้ําทะเลน้อย แล้วก็ทําให้มีการร่นระยะทางในเรื่องของการขนส่ง การผลิตสินค้าเกษตร ลดต้นทุนในการผลิตได้ แล้วก็ที่สําคัญค่ะถนนเส้นนี้เราจะช่วยยกระดับมาตรฐานของถนน เปิดช่องระบายน้ําได้เพิ่มขึ้น ทําให้สามารถระบายน้ําได้รวดเร็วในช่วงฤดูฝน เพราะตรงนี้ เราก็ต้องมีการจัดทําถนนขึ้นมาใหม่เพื่อจะเปิดช่องให้ถนนตรงนี้สามารถระบายน้ําลงสู่ ทะเลสาบได้อย่างรวดเร็ว ดิฉันได้พูดถึงประโยชน์ของถนนเส้นนี้ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปแล้ว ดิฉันอยากจะสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี

ในข้อแรก ทางกระทรวงคมนาคมมีนโยบายในการพัฒนาโครงการถนน สายริมทะเลสาบสงขลาดังกล่าวในงบประมาณปี ๒๕๕๖ หรือไม่ ถ้ามีนโยบายจะดําเนินการ ในลักษณะใด เพราะว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ทางจังหวัดเราได้เสนอขอมาเป็นระยะเวลา ๒ ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรไปเลยนะคะ ดิฉันอยากจะสอบถาม ท่านรัฐมนตรีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ได้รับมอบหมาย จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้เป็นผู้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับโครงการถนน สายริมทะเลสาบสงขลา ผมต้องขอชื่นชมท่านสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอย่างยิ่งที่ให้ความสนใจ และเป็นตัวแทนพี่น้อง ชาวจังหวัดพัทลุง แล้วก็ได้นําโครงการที่สวยงาม ที่ได้เห็นเมื่อสักครู่ ตามคําถามของท่าน ส.ส. สุพัชรี ผมขอกราบเรียนดังนี้นะครับท่านประธานครับ

คําถามที่ ๑ โครงการถนนสายริมทะเลสาบสงขลา ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางฝั่ง จังหวัดพัทลุง เริ่มตั้งแต่ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๐๔๘ ทางตอนเหนือของทะเลสาบ ในเขตอําเภอควนขนุน ลงไปทางทิศใต้ผ่านอําเภอเมือง ผ่านอําเภอเขาชัยสน อําเภอบางแก้ว สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๕๐/๒ อําเภอปากพะยูน ไปเชื่อมกับทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๐๘ ทางตอนใต้ของทะเลสาบ ในเขตอําเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ระยะทาง ๘๔ กิโลเมตร ประกอบด้วยถนนโครงข่าย สายรองของกรมทางหลวงชนบทต่อเนื่องรวมกัน ๕ สาย สภาพโดยรวมของถนนริมทะเลสาบ เป็นถนนลาดยาง ๒ ช่องจราจร เนื่องจากถนนดังกล่าวอยู่ริมทะเลสาบมีทิวทัศน์สวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมหลายแห่ง กระทรวงคมนาคมมีนโยบาย ที่จะพัฒนาให้เป็นเส้นทางสําหรับชมทิวทัศน์ โดยกรมทางหลวงชนบทได้ดําเนินการสํารวจ และออกแบบรายละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ลักษณะเป็นการปรับปรุง ผิวจราจรลาดยางและสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีอยู่เดิมให้มีสภาพที่ดียิ่งขึ้น ปรับปรุง ภูมิทัศน์ทั้ง ๒ ข้างทางเพื่อเสริมบรรยากาศท่องเที่ยว รวมทั้งมีจุดพักรถสําหรับชมวิวทิวทัศน์ ในบริเวณที่มีธรรมชาติงดงาม ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๑,๒๔๐ ล้านบาท ระยะเวลาดําเนินงาน เป็น ๖ ปี เดิมกรมทางหลวงชนบทมีกําหนดที่จะเริ่มดําเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นี้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๕๑/๑ ให้แล้วเสร็จภายในงบประมาณปี ๒๕๖๐ โดยเสนอขอตั้งงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ดําเนินการช่วงแรกระยะ ๒๖ กิโลเมตรครึ่ง ใช้งบประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ต่อเนื่องจาก กรมทางหลวงชนบทได้รับกรอบวงเงินสําหรับจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ไม่ครบถ้วนตามที่เสนอขอคือ ๔๙,๐๐๐ ล้านบาทตัดเหลือ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมาตัด น้ําท่วมอีกเหลือ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท โครงการดังกล่าวไม่ได้รับบรรจุไว้ในงบประมาณ ก็เป็นอันว่าในปี ๒๕๕๕ คงจะไม่ได้มีการสร้างก็เป็นที่น่าเสียดาย จากข้อเท็จจริงและข้อกํากับ ในด้านงบประมาณดังที่เรียนและชี้แจงแล้วนะครับ ก็คิดว่าจะนําบรรจุงบประมาณในปีต่อไป คิดว่าเป็นเรื่องที่จําเป็นจะต้องส่งเสริมงบประมาณให้กับจังหวัดพัทลุง ต่อไปครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านบอกว่าจะพยายามเอาเข้าปี ๒๕๕๖

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันก็ต้อง ขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีนะคะที่ท่านได้หาข้อมูล ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับถนนเส้นนี้ไว้ เป็นอย่างดี วันนี้ดิฉันก็ขอบพระคุณแทนพี่น้องคนพัทลุงที่ท่านได้ตั้งความหวังไว้ว่าจะจัดสรร งบประมาณในปี ๒๕๕๖ ให้กับพี่น้องคนพัทลุงในเรื่องของการจัดทําโครงการ ถนนริมทะเลสาบสงขลา แต่ดิฉันคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องมีการเริ่มต้นถึงจะมีการ ดําเนินการในคราวต่อ ๆ ไปได้ ดิฉันอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่างบประมาณปี ๒๕๕๖ ขอเป็นอันดับต้น ๆ ของจังหวัดพัทลุงที่จะดําเนินการในเรื่องของโครงการถนนริมทะเลสาบสงขลา ใช้งบประมาณเดิมก็ได้ค่ะแค่ ๒๖ กิโลเมตร ๔๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะทําในปี ๒๕๕๖ ค่ะ ก็คงจะไม่มีคําถามอะไร แต่ว่าอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธาน รับปฏิบัติครับ แต่ก็ต้องสํานักงบประมาณด้วยนะครับ ก็พยายาม ให้ทางสํานักงบประมาณเห็นอกเห็นใจด้วยนะครับ ขอบคุณครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๕๑/๒

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต้องขอผูกพันด้วยสิครับสัก ๓ ปี

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันสุพัชรี ธรรมเพชร นะคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งนะคะ งบผูกพันท่านรัฐมนตรีบอก ๒ ปีค่ะ ก็คือปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๕๗ ที่จะดําเนินการโครงการนี้ให้แล้วเสร็จให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดพัทลุง แล้วก็พี่น้องชาวจังหวัดสงขลา เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าจังหวัดพัทลุงเราไม่ได้มีโรงงานอุตสาหกรรม เราทําอาชีพเกษตรเพื่อที่จะให้เขามี รายได้ส่วนหนึ่งในส่วนตรงนี้ด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณมากค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นกระทู้ถามทั่วไปที่ ๔

๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๑๔๕ เรื่อง นโยบายแก้ไขปัญหาการระบายน้ําของแม่น้ํา สายหลักเพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัย (นายพายัพ ปั้นเกตุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๕๑/๓

เชิญผู้ถามครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ด้วยความวิตกและห่วงใยปัญหาเรื่องอุทกภัยที่อาจจะต้องเกิดขึ้นอีกในช่วงอีกไม่กี่วันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเดือนมีนาคม เดือนเมษายนที่จะเกิดขึ้น เพราะว่าสถานการณ์ เรื่องของน้ําจากการทํานายของกรมอุตุนิยมวิทยาทําให้เราเห็นว่าสถานการณ์น้ํา ยังไม่น่าไว้วางใจ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๕๒/๑ เราจะไปพึ่งให้หน่วยงานแต่ละหน่วยงานเป็นผู้กระทํานั้นก็คงเป็นเรื่องที่ยาก เพราะว่า ลําแม่น้ําสายหลักหลาย ๆ สายในประเทศไทยนั้นยังมีปัญหาให้เกิดขึ้นมากมาย จากการ ที่มีการพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาก็ปรากฏว่ายังเป็นเรื่องที่น่าวิตกเพราะว่า งบป้องกันน้ําท่วมหลาย ๆ ที่ถูกไปใช้ในบางพื้นที่ที่น้ําไม่ท่วม แต่ที่น้ําท่วมกลับได้รับ งบประมาณในการป้องกันน้ําท่วมไม่มาก จึงเป็นเรื่องที่เราวิตกกังวล นอกจากนั้นเมื่อไปดู เรื่องของงบประมาณจากกลุ่มยุทธศาสตร์จังหวัดและกลุ่มจังหวัดและงบผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งวันนี้มีการพิจารณากันก็ปรากฏว่างบประมาณของกลุ่มจังหวัดหลายพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในราบลุ่มเจ้าพระยา อย่างเช่น พื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดยุทธศาสตร์ได้ของบประมาณไป เกือบ ๓๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ มีการใช้งบประมาณไปเพียง ๑๘.๑ เปอร์เซ็นต์ซึ่งถือว่า น้อยมาก ยังค้างท่ออยู่ถึง ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลและในจํานวนนั้นเอง ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่างบประมาณที่ขอไปใช้ ๒๐๐ กว่าล้านบาท งบประมาณ จํานวนนี้เกือบ ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อไปขุดลอกคูคลอง ไปลอกผักตบชวายังไม่ได้ใช้ แม้แต่บาทเดียว ผมเลยสงสัยว่าสํานักงบประมาณปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะเหตุนี้ใช่ไหมเพราะว่าของบประมาณแล้วไม่ได้ใช้ ก็เลยทําให้น้ําไม่สามารถระบายได้ นั่นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมวิตกกังวลท่านประธานที่เคารพครับ กลางลําแม่น้ํา สายหลัก ๆ ของประเทศตั้งแต่ราบลุ่มเจ้าพระยา เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าน มีเกาะแก่งกลางลําแม่น้ํามากมาย รวมทั้งลําแม่น้ําเจ้าพระยาด้วย อยากให้ เจ้าหน้าที่ช่วยฉายสไลด์ให้ดูในรูปที่เราไปสํารวจตรวจสอบมา ท่านประธานจะเห็นครับว่า กลางลําแม่น้ําเจ้าพระยานั้นมีเกาะเต็มไปหมด กลางลําแม่น้ําปิง แม่น้ําวัง แม่น้ํายม แม่น้ําน่าน ไล่เรียงไปถึงแม่น้ําที่กําลังวิตกกังวล ที่กําลังท่วมอยู่ในขณะนี้คือแถว ๆ ทาง ภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ําตาปีก็ตามแต่ แม่น้ํามูล แม่น้ําชี เกาะกลางแม่น้ําสายหลัก ๆ เหล่านี้มีเป็นจํานวนมาก ผมก็เลยสงสัยว่าถ้าเราไม่รีบจัดงบประมาณเหล่านี้เพื่อไปทําการ ขุดลอกสันดอนที่อยู่กลางลําแม่น้ํา ก็จะทําให้น้ําไหลเอ่อท่วมเหมือนกับทุก ๆ ปีที่ผ่านมา บทเรียนปีที่แล้วเป็นบทเรียนที่ชอกช้ําเจ็บปวดที่สุด ปีนี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเพราะมัน เป็นการทําลายเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง จึงต้องถามไปทางท่านนายกรัฐมนตรี สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๕๒/๒ ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมซึ่งวันนี้ได้รับความกรุณา จากท่าน พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านเคยไปชม เขื่อนบางโฉมศรี ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ท่านไปนอนอยู่ที่ตําบลเชียงราก อําเภออินทร์บุรี กับพี่น้องประชาชนที่น้ําท่วม ท่านประธานครับ กระทรวงคมนาคม เป็นที่หวังที่พึ่งที่ดูแลกรมเจ้าท่าอยู่ ท่านมีนโยบายในการที่จะขุดลอกลําแม่น้ําเจ้าพระยา แม่น้ําปิง วัง ยม น่าน แม่น้ําสายหลักของประเทศนี้อย่างไรบ้าง นั่นเป็นคําถามที่ ๑ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ถามนี้ เสียดายที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกิตติศักดิ์ท่านดูแลตรงนี้แล้วก็ได้ประชุมกันหลายครั้ง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๕๓/๑ ทราบแนวความคิดแนวปฏิบัติของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งเอาใจใส่เรื่องนี้ เพียงเฉพาะ ท่านกิตติศักดิ์พูดผมก็แทบจะตอบได้แล้วครับ ก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่าน ส.ส. พายัพผู้ซึ่งช่วยเหลือน้ําท่วมซึ่งอยู่ที่จังหวัดสิงห์บุรีอย่างขันแข็ง แล้วก็ได้ช่วยแก้ไข ปัญหา ช่วยบรรเทาเบาบางเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนเมื่อคราวน้ําท่วมจนกระทั่ง ทุกวันนี้ยังตามติดถึงปัญหาและพยายามจะแก้ปัญหานี้ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ตามที่ท่าน ส.ส. พายัพท่านได้เป็นห่วงเป็นใยนั้น ขอเรียนว่ากระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่าได้กําหนดการดําเนินการในเบื้องต้นแบ่งเป็น ๓ ระยะ ประกอบด้วย ระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะกลาง

ระยะเร่งด่วนนั้นแบ่งเป็น ๔ โครงการ คือ

ประการที่ ๑ โครงการในการขุดลอกและบํารุงรักษาร่องน้ําภายในประเทศ โดยกรมเจ้าท่าดําเนินการเอง จํานวน ๒๑ ร่องน้ํา ปริมาณ ๕.๗ ล้านลูกบาศก์เมตร งบประมาณ ๑๔๙ ล้านบาท

ประการที่ ๒ โครงการขุดลอกและบํารุงรักษาร่องน้ําภายในประเทศ โดยจ้างเหมา จํานวน ๑๑ ร่องน้ํา ๒๗ ล้านลูกบาศก์เมตร งบประมาณ ๙๕๙ ล้านบาท

ประการที่ ๓ โครงการขุดลอกฟื้นฟูสภาพร่องน้ําหลังประสบอุทกภัย ๗ ลุ่มน้ํา ๒๖ โครงการ จ้างเหมา ๔๔ ล้านลูกบาศก์เมตร งบประมาณทั้งสิ้น ๑,๕๑๕ ล้านบาท

ประการที่ ๔ โครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้การช่วยเหลือ ฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยโดยเสนอโครงการต่อคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ประกอบด้วยงานขุดลอกฟื้นฟู ร่องน้ําที่ประสบอุทกภัย ๘ ลุ่มน้ํา งบประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท จัดเรือซื้อขุดลอกป้องกัน และฟื้นฟูหลังน้ําลดประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ งบประมาณ ๙.๒ ล้านบาท จัดซื้อชุดเรือขุดประเภทหัวสว่าน งบประมาณ ๖๐ ล้านบาท

ประการสุดท้าย โครงการขุดลอกสันดอนปากแม่น้ําเจ้าพระยา ปากแม่น้ําท่าจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ําโดยมีปริมาณขุดลอกทั้ง ๒ ร่องน้ํา งบประมาณ ๒๗๗ ล้านบาท ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายหน่วยงานบอกว่าการขุดลอกร่องน้ํา สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๕๓/๒ ต่าง ๆ เหล่านี้ ได้งบประมาณน้อยนะครับ แต่ทางกรมเจ้าท่าก็ได้พยายามเฉลี่ยจ่ายแจก โดยทําเองบ้าง รับเหมาเฉพาะเท่าที่จําเป็นครับ

ประการที่ ๒ คือโครงการระยะสั้น ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๕๘ มีรายละเอียดทั้ง ๒ ประการคือ

๑. โครงการขุดลอกฟื้นฟูแม่น้ําสายหลักและแม่น้ําสาขาเพื่อแก้ไขปัญหา อุทกภัยและภัยแล้งซึ่งยังคงมีแผนงานจะขอตั้งงบประมาณไปในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ โดยจะดําเนินการจ้างเหมาเอกชนขุดลอก

๒. โครงการขุดลอกบํารุงรักษาร่องน้ําในประเทศตามแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี คือปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๘ ทั้งงานดําเนินการเองและจ้างเหมาซึ่งจะเป็นไปตามแผนงาน ที่ขอตั้งงบประมาณประจําปีปกตินะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๕๔/๑

โครงการระยะกลางคือในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๓ มีรายละเอียด คือโครงการที่ ๑ ขุดลอกบึง บึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร และบึงอื่น ๆ

ประการที่ ๒ เป็นโครงการสํารวจและดําเนินการกับผู้บุกรุกที่เป็นอุปสรรค ทางน้ํา ขอเรียนว่าปัญหาการรุกล้ําทางน้ําเป็นปัญหาของประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน การแก้ไขยาก ปัญหาสลับซับซ้อน ประกอบกับคนที่อยู่บุกรุกลําน้ํานั้นมักจะมีฐานะยากจน เพราะฉะนั้นจะต้องมีงบประมาณเข้าประกอบด้วย ก็โครงการในการที่จะดําเนินการเกี่ยวกับ การป้องกันระยะสั้นระยะยาวในการเกี่ยวกับการระมัดระวังนโยบายแก้ไขปัญหาการระบายน้ํา ก็เป็นดังที่กราบเรียนครับท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพายัพ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าปัญหาอุทกภัยที่สร้าง ความเดือดร้อนให้ประชาชนได้กระจายอย่างทั่วถึงและไปทุกหย่อมหญ้านั้นเกิดขึ้น ที่ภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งลุ่มเจ้าพระยา ในเวลาที่มีการจัดตั้งงบประมาณนั้น จะเห็นได้ว่างบประมาณนั้นมีน้อยมาก กระทรวงคมนาคมได้รับงบประมาณในส่วนที่ จะต้องไปในการดําเนินการขุดลอกลําแม่น้ําที่มีเกาะแก่งอยู่จํานวนมากมายมหาศาล ตั้งแต่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาตรงปิง วัง ยม น่าน ไล่มาถึงปากแม่น้ําเจ้าพระยา ที่ปากอ่าวไทย พื้นที่เหล่านี้ท่านประธาน ถ้าเรายังปล่อยต่อไปโดยไม่มีการขุดลอกให้ทั่วถึง ให้หมดสิ้น โดยการขุดลอกเอาทรายซึ่งไม่ทราบว่าทางกระทรวงคมนาคมมีนโยบายเรื่องการ ที่จะเอาทรายที่ขุดลอกจะเอาไปใช้แปะไว้ริมตลิ่ง หรือว่าจะเอาไปที่อื่นอย่างไร แต่ว่า งบประมาณนั้นน้อยมาก ต้องฝากท่านประธานไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วยว่า การแก้ไขปัญหาน้ําท่วมลุ่มเจ้าพระยานั้น ในส่วนหนึ่งจําเป็นต้องมีการขุดลอก ลําแม่น้ําเจ้าพระยาเรื่องนี้อย่างจริงจังและเรื่องที่รวดเร็ว งบประมาณที่จะใช้เพียง ๒๗๗ ล้านบาทในลุ่มเจ้าพระยานั้นไม่เพียงพอ แต่ว่าได้ใช้ในส่วนอื่นอีกเป็น สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๕๔/๒ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ก็ถือว่ายังไม่เพียงพอในการที่จะใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา อุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่นเดียวกัน

ท่านประธานครับ ผมมีคําถามที่ ๒ ซึ่งจําเป็นต้องถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านได้ตอบเอาไว้เป็นร่องนําแล้วว่ากรณีพื้นที่ที่มีการ บุกรุกเกาะแก่งกลางลําแม่น้ําสายใหญ่ ๆ ท่านประธานครับ วันนี้ผมไม่ได้เอารูป มาให้ดูหรอกครับ แต่วันหน้าผมจะเอามาให้ดู วันนี้ถือว่าเป็นการเตือน ท่านประธาน รู้ไหมครับ กลางลําแม่น้ําสายใหญ่ ๆ ในประเทศไทย กลางลําแม่น้ําปิง วัง ยม น่าน แม่น้ําเจ้าพระยา เกาะที่อยู่เป็นสันดอนกลางลําน้ําหลายพื้นที่มีการออกเอกสารสิทธิ ออก น.ส. ๓ ออกโฉนด มีการก่อสร้างอาคาร บ้านพัก รีสอร์ท (Resort) เกิดขึ้นมากมายมหาศาล นี่ละครับทําให้การเดินของน้ําไหลไปไม่ได้ ในฐานะที่กระทรวงคมนาคมดูแล กรมเจ้าท่าได้เข้าไปตรวจสอบดูแลเรื่องนี้อย่างไร และในส่วนที่มีการออกเอกสารสิทธิที่ดินไปนั้น ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ผมก็ต้องฝากไปทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมด้วยว่าจะดําเนินการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร เพราะว่าถ้าปล่อยไปเรื่องนี้จะมี ปัญหามากมาย วันนี้เป็นรายการออกมาเตือน ใครที่มีที่อยู่กลางลําน้ําแล้วออกเอกสารสิทธิ ปลูกบ้านอยู่ กําลังทําอยู่ และทําเสร็จแล้ว ผมมีรายการนี้อยู่เต็มมือครับ คราวหน้าผมจะตั้ง กระทู้ถามที่นี่อีกครั้งหนึ่ง จึงเรียนถามกระทู้เป็นครั้งที่ ๒ ว่าจะแก้ไขปัญหาการบุกรุก กลางลําน้ําอย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๕๕/๑

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ แต่ท่านประธานครับ การบุกรุกลําน้ํานี่มีทั่วประเทศ ไม่ว่าจะทางใต้ ทางเหนือ ทางอีสาน แม้แต่ใน กทม. นี่มากที่สุด คูคลองใน กทม. จะถูกบุกรุกมากที่สุด เสร็จแล้ว มีบ้านเลขที่ด้วย ทั้ง ๆ ที่เสาบ้านทั้งหมดอยู่ในน้ํา ในลําคลอง มีบ้านเลขที่ติดต่อ มีน้ําประปา มีไฟฟ้าเรียบร้อยนะครับ ก็เป็นปัญหาของบ้านเมืองเรานะครับ จะต้องร่วมกัน น่าจะเป็น หน้าที่ของฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นเสียมาก โดยมีความร่วมมือจากกระทรวงคมนาคม แล้วก็เจ้าหน้าที่ตํารวจ กรมที่ดิน สําหรับในของกระทรวงคมนาคมก็มีปัญหากฎหมาย อีกหลายฉบับ ซึ่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ําไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ ให้อํานาจดูแล มิให้มีการรุกลําน้ําเฉพาะแม่น้ําเจ้าพระยาเท่านั้น ต่อมาได้มีประกาศคณะปฏิวัติขยายอํานาจ ให้กรมเจ้าท่าดูแลควบคุมลําน้ํา แม่น้ํา ลําคลอง บึง อ่างเก็บน้ํา ทะเลสาบและแหล่งที่ ประชาชนใช้ร่วมกัน หรือทะเลในน่านน้ําไทยด้วย แต่ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๐ ซึ่งให้ อํานาจแก่กรมเจ้าท่านั้นก็ไม่สามารถดําเนินการได้ เนื่องจากประกาศคณะปฏิวัติฉบับนี้ เมื่อประกาศออกมานั้นมีผู้บุกรุกอยู่แล้ว กฎหมายไม่สามารถย้อนหลังได้ ต่อมามีการ ปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ก็อีกหลายฉบับคงจะต้องเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งผมคิดว่าจะต้อง ไปรวบรวมเจ้าหน้าที่หน่วยเกี่ยวข้องในการที่จะดําเนินการเกี่ยวกับผู้บุกรุกทางน้ําซึ่งคราวนี้ ก็เป็นอุปสรรคขัดขวางในการไหลของน้ําทําให้เกิดน้ําท่วม มิหนําซ้ําต้องไปเยียวยา ทางรัฐบาลก็ต้องเยียวยาคนที่บุกรุกเหล่านี้ด้วย เพราะว่าเป็นผู้ประสบความเดือดร้อน จากน้ําท่วมด้วย กระทรวงคมนาคมโดยกรมเจ้าท่าก็จะดําเนินการไปประสานงานกับ เจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องมาหาข้อสรุปว่าใครจะทําอะไรต่อไปนะครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ ลําดับต่อไปเป็นกระทู้ถามเรื่องที่ ๔

๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๑๕๒ เรื่อง การขยายถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๒๓ จากแยกอําเภอกุมภวาปี ผ่านอําเภอศรีธาตุ อําเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี ไปยังอําเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็น ๔ ช่องจราจร (นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมตอบ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๕๕/๒

เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ถาม

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดีใจวันนี้ ที่ท่านประธานได้บรรจุกระทู้ถามของกระผมได้เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร แล้วขอขอบคุณ รัฐบาลที่ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้มาตอบกระทู้ถาม ในวันนี้ แต่ก่อนที่ผมจะถามกระทู้ถาม ขออนุญาตท่านประธานได้เล่าถึงถนนตรงนี้ ให้ท่านประธานไปยัง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๕๖/๑ ท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลได้รับทราบ ถนนตรงนี้เป็นถนนหมายเลข ๒๐๒๓ แยกจากอําเภอกุมภวาปี อําเภอกุมภวาปีนั้นนับว่าเป็นเมืองเก่าแก่ ชื่อเจ้าเมืองเมื่อก่อนสมัย ๓,๐๐๐ ปีที่แล้ว มีเจ้าเมืองชื่อพระยาขอม เป็นแหล่งกําเนิดของบั้งไฟพญาขอมนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่ามันไกลไปกระมัง เอาใกล้ ๆ หน่อยได้ไหมครับ เอาใกล้ ๆ หน่อยว่ามันมีปัญหาอุปสรรค อย่างไร ท่านจะถามอย่างไร อันนี้มันย้อนไปเยอะเหลือเกินนะครับ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ครับ คือถนนตรงนี้ ครับท่านประธาน อําเภอกุมภวาปีเป็นอําเภอแม่ ซึ่งแยกออกไปเป็นหลายอําเภอ นับมาเป็นอําเภอโนนสะอาด อําเภอหนองแสง อําเภอศรีธาตุ อําเภอวังสามหมอ และอําเภอประจักษ์ศิลปาคมครับ นี่คือต้นเหตุ ถนนตรงนี้มีโรงงานน้ําตาลกุมภวาปี และโรงงานน้ําตาลที่เกิดใหม่อยู่อําเภอร่องคํา จังหวัดกาฬสินธุ์ ถนนตรงนี้เป็นถนน ๒ ช่องจราจร มีรถหนาแน่น ถ่ายโอนสินค้าไม่ได้รับความสะดวก โดยเฉพาะมีรถ ภาษาบ้าน ผมเรียกว่ารถอีแต๋นนะครับท่านประธาน แล้วก็รถตุ๊กตุ๊ก แล้วก็สามล้อเครื่อง วิ่งไปวิ่งมา ก็ทําให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนในด้านขนส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็น มันสําปะหลัง ไม่ว่าจะเป็นอ้อย ต่อมารัฐบาลสมัย ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านได้ไปทัวร์ (Tour) ครม. สัญจร ท่านไปพบถนนตรงนี้เป็นช่องแคบมาก ท่านก็เลย ได้อนุมัติงบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทไปเสริมผิว เรียกว่ารีไซกลิ้ง (Recycling) ครับ ได้ทําให้ถนนตรงนี้ใหญ่ขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ต่อมาปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพ การขยายของพี่น้องประชาชนและทําไร่อ้อย และมีไร่มันสําปะหลัง และสวนยางพารา อีกนะครับท่านประธาน ก็เลยทําให้โรงงานขยายขึ้นไปเรื่อย พี่น้องเกษตรกรจึงทําเกษตรแล้ว ก็เอาไปส่งที่โรงงานน้ําตาลกุมภวาปีบ้าง โรงงานน้ําตาลเริ่มอุดมบ้าง โรงงานน้ําตาล ที่เกิดขึ้นใหม่บ้าง เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าท่านมี โครงการที่จะขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจรหรือไม่ครับ อันนี้เป็นคําถามที่ ๑ ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมตอบครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๕๖/๒

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาตอบกระทู้ถามนี้ ของท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านประธานครับ ต้องขอชมเชยท่านเกียรติ์อุดม ผมเข้าใจ แล้วครับ ปัญหาเกี่ยวกับที่ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านถาม เพราะว่าเส้นทางเส้นนี้ มันยาวถึง ๖๑ กิโลเมตร แต่ช่วง ๑๑ กิโลเมตร มามีทางแยก ทางร่วม ซึ่งอําเภอใกล้เคียง ข้างเคียงมาใช้ร่วมกันเยอะครับ แล้วก็จากสภาพเป็นถนนลาดยาง ๒ ช่องจราจร แล้วก็สภาพ ของถนนมันแน่นเป็นพัก ๆ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๕๗/๑ คือหน้าฤดูทํานาก็มีรถอีแต๋นมาวิ่งบนถนนเกะกะ รถวิ่งเร็ว ๆ พวกนี้ก็จะกีดขวาง พอเสร็จ หน้าอ้อย ตัดอ้อยรถอ้อยมาวิ่ง มันมี ๒ ช่องทางสวนไปสวนมาก็ต้องวิ่งตามรถอ้อยไป ก็เดือดร้อนนะครับคนที่ใช้ตรงนี้เพราะว่ารถอ้อยบรรทุกหนัก พอหมดหน้ารถอ้อย ก็มีรถบรรทุกมันสําปะหลังอีก มันแน่นเป็นพัก ๆ ครับท่านประธาน ปรากฏว่ากรมทางหลวง เขาไปสํารวจว่าถนนนี้การจราจรเฉลี่ยต่อปีมันยังต่ํากว่าเกณฑ์ ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะขยายเป็น ๔ ช่อง ผมมีความตั้งใจว่าเมื่อได้รับกรณีอย่างนี้ควรจะปรับปรุงเกณฑ์การขยายถนน ของกรมทางหลวง รวมทั้งกรมทางหลวงชนบทด้วยว่ากรณีที่ถนนแน่นเป็นพัก ๆ นี่บางแห่ง ถ้าเผื่อมันไม่ยาวนักใช้งบประมาณไม่มากนักน่าจะทําให้ประชาชนเขา เป็นอีกกรณีหนึ่ง นอกจากว่าเกณฑ์เฉลี่ยทั้งปี มีรถเท่านี้แล้วก็ยังไม่ถึงเกณฑ์มันแน่นเป็นพัก ๆ อย่างนี้ แต่ว่าพักที่แน่นนั่นประชาชนจะเดือดร้อนมากครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ที่ได้ยกปัญหานี้ขึ้นมา และผมก็เพิ่งนึกได้ตอนนี้เองนะครับว่าควรจะมีหลักเกณฑ์อันนี้เข้าไป ในการปรับปรุงขยายสภาพของถนนนะครับ เนื่องจากที่เกณฑ์ยังไม่ถึงดังกล่าวนั้น กรมทางหลวงก็เลยไม่สามารถที่จะขยายเป็น ๔ ช่องจราจรได้ แต่ว่าทางกรมทางหลวง ได้รายงานบอกว่าจะได้ปรับปรุงให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยตามแผนพัฒนาทางหลวง ในปี ๒๕๕๕ นี้ถึงปี ๒๕๕๙ แล้วโดยมีแผนบูรณะเพิ่มมาตรฐานเป็นทางชั้นหนึ่ง แล้วก็มีแผน ที่จะก่อสร้างสะพานลอยข้ามจุดตัดที่ทางรถไฟนะครับ ขณะนี้ตอนข้ามทางรถไฟนั้น ต้องวิ่งข้ามรางรถไฟ ก็จะทําเป็นสะพานข้ามทางรถไฟให้นะครับ ก็คงจะเรียนท่านประธาน เท่านี้ก่อนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็จบใช่ไหมครับ ท่านตอบแล้ว เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่ท่านเห็นความสําคัญ ของพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ

คําถามที่ ๒ แต่ว่าก่อนจะเข้าสู่คําถามที่ ๒ นั้นอยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีว่า ในเมื่อเกณฑ์ยังไม่ถึง ๔ ช่องจราจรนี่อยากจะฝากท่านว่าขยายเป็นย่านชุมชนจาก ๕ เมตร สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๕๗/๒ กว้างเป็น ๑๒ เมตรได้หรือเปล่าละครับอันนี้ แล้วทีนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อต่ํากว่าเกณฑ์ว่ารถวิ่งไม่ถึงจะทําทางหลวงให้เป็น ๔ ช่องจราจร อยากจะเรียนฝาก ท่านรัฐมนตรีด้วยว่าตรงนี้ล่ะครับมันเป็นถนนต่อจังหวัดอุดรธานี จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วก็จังหวัดสกลนครด้วยนะครับท่านประธาน จาก ๒๐๓ ถ้าแยกออกไปซ้ายมือ อําเภอศรีธาตุก็จะเป็น ๒๗๗ ถ้าแยกออกจากอําเภอวังสามหมอก็จะเป็นถนนสาย ๒๗๗ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๕๘/๑ ท่านประธาน จากอําเภอวังสามหมอ ถ้าขวามือก็จะไปอําเภอสมเด็จ ถ้าตรงไปก็จะเป็น อําเภอคําม่วงนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านรัฐมนตรี ในเมื่อว่า ๔ ช่องจราจรไม่ได้ อยากจะถามว่าท่านจะสามารถให้ถนนตรงนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ที่จะถึงนี้นะครับ ท่านจะสามารถตั้งงบประมาณขยายปรับย่านชุมชนเป็น ๑๒ เมตร ได้หรือไม่นะครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ จาก ๕ เมตร เป็น ๑๒ เมตรใช่ไหมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผมรับปากว่าจะไปตั้งกฎเกณฑ์เสียใหม่ ไม่ทราบว่าทางผู้ชํานาญ และนายช่าง และผู้ก่อสร้างส่วนต่าง ๆ ที่จะกําหนดหลักเกณฑ์เขาจะตกลงเห็นพ้องกับผม ด้วยไหมว่ากรณีที่รถแน่นเป็นระยะ ๆ ปีหนึ่ง ๓-๔ ครั้ง ทั้ง ๔ ครั้งนี้คงจะเกิดความเดือดร้อน กับประชาชนแน่ ๆ ว่าเราพอจะขยายเอาเกณฑ์นี้เข้าไปรวม แล้วก็ขยายเป็น ๔ ช่องจราจร ได้หรือไม่ ผมจะนําเรื่องนี้เข้าไปพิจารณาปรับปรุงนะครับ ส่วนที่ท่านผู้มีเกียรติได้ขอมานั้นว่า จะขยายตามจุดชุมชนให้เป็นขยายถนนกว้างขึ้นนั้นนะครับ ขณะนี้ทางกรมทางหลวงวางแผนไว้ แต่ก็คงจะรับปากได้ว่า คือจะไปสํารวจจุดอันตรายต่าง ๆ เพื่อเตรียมงานป้องกันเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้นว่าไปตีเส้นจราจรบนทางหลวง หมายเลข ๒๐๒๓ อําเภอศรีธาตุ บรรจบทางหลวง หมายเลข ๒๗๗ ตรงอําเภอวังสามหมอครับ เป็นระยะทาง ๒๑ กิโลเมตรนะครับ จะตีเส้นให้ แล้วสําหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นั้น กรมทางหลวงเตรียมแผนงานที่จะติดตั้ง ไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณที่มีชุมชน มีบ้านหลายหลัง มีตลาดที่อยู่ข้างทางนะครับ แล้วก็จุดเสี่ยง อันตรายต่าง ๆ อาจจะเป็นทางแยก ทางร่วมที่ยังไม่มีสัญญาณไฟ ไม่มีแสงไฟ จะไปทําให้นะครับ ก็ขอกราบเรียนเท่านี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถาม ที่ ๔ นะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๕ นะครับ

๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๑๒๖ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจราจรภายใน จังหวัดภูเก็ต (นายเรวัต อารีรอบ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบข้อซักถาม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๕๘/๒

เชิญท่านเรวัต อารีรอบ ซักถามครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานและขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านพลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ที่ได้มาตอบกระทู้ถามผมในวันนี้ กระทู้ถามผมครับ มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง สําหรับพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ต สําหรับนักท่องเที่ยว สําหรับ นักเรียน ผมเลยจึงได้ตัดสินใจร่วมกับคุณอัญชลี วานิช เทพบุตร ซึ่งเป็น ส.ส. ด้วยกันอยู่ใน จังหวัดภูเก็ต เขต ๑ ผมอยู่ในเขต ๒ เพราะจังหวัดภูเก็ตอย่างนี้ครับท่านประธานครับ เป็นจังหวัดเล็ก ๆ มีอยู่ ๓ อําเภอ มีประชากรอยู่ ๓๕๗,๐๐๐ คน แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ เวลาผมได้อภิปราย ได้หารือในการจัดตั้งงบประมาณ ผมจะพูดเสมอว่าไม่ว่ารัฐบาล ไม่ว่าสํานักงบประมาณ ไม่ว่ากรรมาธิการงบประมาณ ต่อไปนี้การจัดงบประมาณอย่ามองถึง ประชากรจริงไม่ได้ครับ ต้องมองถึงประชากรแฝง ประชากรแฝงอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ท่านเชื่อหรือไม่มีมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน นักท่องเที่ยวปีละ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน นอกเหนือจากนั้นแรงงานต่างด้าวอีก ๑๐๐,๐๐๐ คนนะครับ ผมเลยจึงได้ตัดสินใจได้ถาม กระทู้ถามในวันนี้นะครับ ผมจะอุปมาอุปไมยอย่างนี้ครับ ในเรื่องการจราจรจังหวัดภูเก็ตว่า - สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๕๙/๑ ในปัจจุบันผมอุปมาอุปไมยว่าเหมือนคนลักษณะที่เป็นอัมพฤกษ์ แขนขาไม่ค่อยมีแรง แต่ถ้ารัฐบาลไม่ได้ดูแลต่อไปคนที่จะเป็นอัมพฤกษ์จะเริ่มเป็นอัมพาตต่อไปครับ จะอยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้เลยครับ สิ่งเหล่านี้ที่มีปัญหาก็คือเส้นทางสายหลัก เช่นถนนเทพกษัตรี ตั้งแต่ สนามบินมาจนถึงบริเวณสามแยกบางคู เส้นนั้นตั้งแต่ท้าวเทพกษัตรีที่ท่านยืนอยู่ ท่านมุก ท่านจัน แล้วก็บริเวณเกาะแก้วติดหมดเลยท่านครับ ผมเลยจึงตัดสินใจวันนี้ ถามกระทู้ท่าน นอกเหนือจากนั้นครับ แผ่นป้ายทะเบียนรถจะเห็นว่ามีทุกจังหวัด ในจังหวัดภูเก็ตวิ่งเลย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นจังหวัดเดียวยังไม่ไป คือจังหวัดบึงกาฬเท่านั้นเอง เพราะว่าจังหวัดบึงกาฬเพิ่งจัดตั้งจังหวัด แยกออกมาจากจังหวัดหนองคาย ข้อมูลเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ รถยนต์ รถจักยานยนต์ สามล้อ ท่านเห็นตัวเลขท่านจะตกใจครับ ๓๕๙,๘๓๕ คัน ผมวันนี้ จึงขออนุญาตถามกระทู้ถาม ข้อที่ ๑ ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีนโยบายแก้ไขปัญหาสภาพ จราจรภายในจังหวัดภูเก็ตอย่างไรบ้าง ขออนุญาตถามคําถามแรกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท ชัจจ์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมให้เป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามนะครับ ตามคําถามของท่านเรวัต อารีรอบ ข้อที่ ๑ ขอตอบว่าปัญหาการจราจรของจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบันนี่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น ในทุกขณะ เนื่องจากการขยายตัวของการอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว รวมทั้งการก่อสร้าง โครงการขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการจราจรและขนส่งของจังหวัดภูเก็ต คือโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมแสดงนิทรรศการนานาชาติ และการพัฒนาท่าเทียบเรือ ของจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คาดการณ์ไว้ว่าในปี ๒๕๕๕ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทาง มาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตในรอบปีถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ตามที่ท่านว่านะครับ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเกี่ยวข้องกับการวางแผนการแก้ไข จราจรในภาพรวมของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง โดยทางกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร คือสํานักงาน สนข. จัดทําแผนแม่บท สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๕๙/๒ ด้านจราจรของจังหวัดภูเก็ตไว้ ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้ใช้หน่วยงานนี้เป็นวางแผนแม่บทไว้ ซึ่งผมมาก็ไม่ได้แก้ไขก็ยังเห็นดีเห็นงามด้วย เพราะว่าเป็นแผนที่ชอบ ที่ควรจะทํา เพื่อกําหนดแนวทางในการดําเนินงานต่อ ๆ ไปในการแก้ไขปัญหาการจราจรในจังหวัดภูเก็ต และในการดําเนินการต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ทับซ้อนหรือจะมีการแก้ไขโครงการนี้นะครับ สามารถ สรุปดําเนินงานในงานที่จะต้องแก้ไขในการวางกรอบในแผนดังต่อไปนี้นะครับ

ข้อที่ ๑ ในระยะเร่งด่วนเสนอแผนงานโครงสร้างด้านการจัดระบบจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่เกิดขึ้น โดยได้เสนอปรับปรุงการจัดการจราจร สภาพทางกายภาพ ของถนน และทางแยกที่สําคัญ ที่มีปัญหาจราจรติดขัด เช่น แยกโรงเรียนสตรีภูเก็ต แยกที่ว่าการอําเภอ แยกถนนชุมพรตัดถนนเทพกษัตรี รวมทั้งปรับปรุงระบบควบคุม สัญญาณไฟจราจรให้มีความเหมาะสมกับปริมาณจราจรที่เกิดขึ้นจริง

ข้อที่ ๒ ในระยะยาวได้วางแผนงานโครงการด้านการปรับปรุงโครงข่ายถนน และการพัฒนาการขนส่งอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับปริมาณเดินทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยการเพิ่มระบบโครงข่ายถนนให้มีความสมบูรณ์และพัฒนาระบบ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๖๐/๑ การขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ เช่น โครงการรถโดยสารสาธารณะแอร์พอร์ต บัส (Airport bus) จากสนามบินนะครับ โครงการรถไฟฟ้าขนาดเบารอบเมืองภูเก็ต แล้วก็มี เส้นทางไปสนามบิน โครงการก่อสร้างถนนคู่ขนานทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๒ โครงการปรับปรุงบริเวณสภาพกายภาพของสี่แยกดาราสมุทรหรือสี่แยกไทยนานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกไหมครับ ท่านเรวัต เชิญครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เรวัต อารีรอบ ครับ ผมใช้ ๓ คําถามเป็นกระทู้ถามทั่วไปครับท่านครับ คําถามที่ ๒ ท่านครับ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายสร้างทางลอดอุโมงค์แยกบริเวณสี่แยกดาราสมุทร หรือสี่แยกไทยนานอย่างนี้ครับ ผมจะไม่ถามท่าน เหตุผลอย่างนี้ครับท่านครับ เพราะว่าชุดนี้ ผมเองได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ แล้วก็ที่ผมเป็น ส.ส. สมัยแรก ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ผมก็ร่วมกับคุณอัญชลีก็ได้ถามกระทู้ถามสดแล้วก็ได้ทําหนังสือไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เล่าถึงความจําเป็นบริเวณสี่แยกไทยนานหรือสี่แยก โรงเรียนดาราสมุทรที่คนบ้านผมเรียกสี่แยกคอยนานนี่ละครับ ในงบปี ๒๕๕๕ ผมทราบว่า ได้ผ่านทําทางลอดอุโมงค์ตรงนี้ครับ แล้วก่อนที่จะถามคําถามที่ ๓ มาเป็นที่ ๒ เรื่องศูนย์ประชุมนานาชาตินี่เป็นความคิดริเริ่มของสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ร่วมกับ คุณอัญชลีสมัยนั้นเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ช่วยกันคิดว่าต่อไปนี้ถ้าภูเก็ต หวังแต่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวดูแต่ชายหาดอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องคิดถึงเรื่องการนํา นักท่องเที่ยวเป็นเลือกกลุ่มไหม ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ที่ได้สานนโยบายต่อนะครับ ต่อไปผมเอาคําถามที่ ๓ มาเป็นคําถามที่ ๒ แล้วกันครับ ส่วนคําถามที่ ๓ ผมขอฝาก อย่างเดียวครับท่านครับ คําถามที่ ๒ ผมถามว่ากระทรวงคมนาคมมีนโยบายก่อสร้าง ทางคู่ขนานไปกับถนนเทพกษัตรีหรือไม่ อย่างไรครับท่านครับ เป็นคําถามที่ ๓ ผมเลื่อนมาเป็นคําถามที่ ๒ ครับท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือเป็น คําถามสุดท้ายนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๖๐/๒

พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานครับ ในคําถามที่ ๓ เป็นอันว่าทราบแล้วนะครับ ผมก็ได้บรรจุ งบประมาณไปแล้วก็ผ่านงบประมาณเรียบร้อย เป็นงบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท ก็เป็นอันว่า สี่แยกดาราสมุทรมีทางเป็นอุโมงค์ลอดให้ชาวจังหวัดภูเก็ตได้ใช้ แต่ระหว่างก่อสร้างก็คงจะ ติดขัดอีกสักหน่อย ชาวภูเก็ตก็ต้องทนเอานะครับ แล้วตรงนั้นก็จะทําสัญญาณไฟตรงแยกนั้น ให้เรียบร้อยเลยครับ อยู่ในแผนทั้งหมดแล้วครับ อยู่ในแผนและงบประมาณด้วย

ส่วนแผนงานที่จะสร้างตามที่ท่านถามนั้น ปรากฏว่าทางกระทรวงคมนาคม ก็ยังคงก่อสร้างทางคู่ขนานกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๒ ทางที่ไป ถนนท้าวเทพกษัตรีตรงนั้นนะครับ ถนน ๔๐๒ คือจะสร้างตามแนวไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งได้มีการสํารวจกันไว้แล้ว โดยจุดเริ่มต้นบริเวณทางหลวงหมายเลข ๔๐๒๖ แล้วก็ตอนแยก ทางหลวงหมายเลข ๔๐๒ ไปสนามบินภูเก็ต สิ้นสุดที่ทางหลวงหมายเลข ๔๐๒ ตอนเลี่ยงเมืองภูเก็ตระยะทางรวมทั้งสิ้น ๒๐ กิโลเมตร ปัจจุบันโครงการดังกล่าว ได้ทําการศึกษาสํารวจออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ กรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคม กําลังเตรียมเสนอเพื่อศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ถ้าผ่านตรงจุดนี้คิดว่าก็คงจะเสนอเข้า ของบประมาณวางเป็นงบประมาณไว้ แล้วคงจะได้สร้าง เพราะมีความจําเป็นนะครับ ขอบคุณครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๖๑/๑

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกนะครับ เชิญครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้ถาม คําถามที่ ๓ แต่ว่าผมอยากจะบอกผ่านไปทางท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ครับว่าเมื่อท่านสํารวจเรียบร้อยแล้ว ขอให้ท่านช่วยบรรจุไว้ในปีงบประมาณปี ๒๕๕๖ ด้วยครับท่านครับ แล้วก็ส่วนสุดท้าย ฝากจากคนภูเก็ตจริง ๆ นะท่านครับว่าถ้าท่านไม่รีบดําเนินการในเรื่องของการแก้ไขปัญหา จราจรในจังหวัดภูเก็ตอีกปีหรือ ๒ ปีข้างหน้าจะมีปัญหาเหมือนกรุงเทพมหานคร อย่างแน่นอน ผมขออนุญาตในฐานะท่านกับผมไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ว่าได้เห็นฝีมือท่านในการ ทํางานสมัยอยู่ที่ผู้บัญชาการสอบสวนกลางท่านเป็นคนทํางาน ผมอยากฝากท่านเรื่องเดียวครับ ว่าท่านเวลาไปต่างประเทศ หรือท่านสามารถติดต่อบริษัทใหญ่ ๆ อยู่ประเทศเกาหลี หรือประเทศจีนทุกประเทศครับท่านให้เขามาลงทุน โดยที่ว่ารัฐไม่ต้องลงทุน แล้วเป็น คล้าย ๆ แบบว่าสัมปทานให้เขาสัก ๓๐ ปี หรือเป็นอย่างไรสุดแล้วแต่ทางกระทรวงจะคิด ออกแบบ คนภูเก็ตอยากจะได้รถไฟฟ้ารางเบาตามที่ท่านพูดนะครับ กราบขอบพระคุณ มากครับท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรับไปนะครับ จบกระทู้ถามทั่วไปนะครับ

ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อเข้าร่วมประชุม ๔๔๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ

ด้วยตามระเบียบวาระที่ ๒.๒-๒.๑๓ เมื่อวานนี้นะครับ ที่ประชุมให้เลื่อนไปก่อนนะครับ ขอให้ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ตกลงกัน แล้วจะได้ตกลงบรรจุระเบียบวาระต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองบันทึกการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ยังไม่มีนะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๖๑/๒

ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมได้มติเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อนนะครับ คือ

เรื่องด่วนที่ ๑๒ ร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ นะครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๖๑/๓

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทรงเกียรติ กระผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เป็นผู้นําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ดังต่อไปนี้

(๑) กําหนดให้โรงเรียนกีฬาเป็นส่วนราชการในสถาบัน (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓)

(๒) เพิ่มบทนิยามคําว่า “สภาวิชาการ” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)

(๓) แก้ไขเพิ่มเติมให้สภาสถาบันมีอํานาจในการบริหารงานบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕)

(๔) กําหนดให้มีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นส่วนราชการมีฐานะเทียบเท่าคณะ ในสถาบัน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙)

(๕) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ของสภาสถาบัน สภาวิชาการ และการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการสภาสถาบัน กรรมการสภาวิชาการ และกรรมการวิทยาเขต (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๘)

(๖) แก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติ การแต่งตั้ง และการพ้นจากตําแหน่ง รวมทั้ง อํานาจหน้าที่ของอธิการบดี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๔๔)

(๗) กําหนดคุณสมบัติ การแต่งตั้ง และการพ้นจากตําแหน่งของรองอธิการบดี รองอธิการบดีประจําวิทยาเขต ผู้ช่วยอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดีประจําวิทยาเขต (เพิ่มมาตรา ๓๒/๑ และมาตรา ๓๒/๒) สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๖๑/๔

(๘) กําหนดให้มีคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ผู้อํานวยการสํานักงานอธิการบดี และผู้อํานวยการการโรงเรียนกีฬา และผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของบัณฑิตวิทยาลัย สํานักงานอธิการบดี และโรงเรียนกีฬา แล้วแต่กรณี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๘ และเพิ่ม มาตรา ๓๘/๑ และมาตรา ๓๘/๒)

(๙) แก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติ การแต่งตั้ง วาระการดํารงตําแหน่ง และการพ้นจากตําแหน่งของคณบดี รองคณบดี และรองคณบดีประจําวิทยาเขต (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๙) สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๖๒/๑

(๑๐) กําหนดปริญญาในสถาบันให้มีสามชั้น คือ ปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี และกําหนดให้สภาสถาบันมีอํานาจออกข้อบังคับกําหนดประกาศนียบัตร บัณฑิตชั้นสูง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๑)

(๑๑) กําหนดให้สถาบันมีอํานาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๕๒)

เหตุผล โดยที่ปัจจุบันการศึกษาด้านการกีฬามีการพัฒนาองค์ความรู้ ในระดับที่สูงขึ้น สถาบันการพลศึกษาซึ่งเป็นสถาบันที่จัดการศึกษาด้านกีฬาโดยตรง มีความพร้อมทางด้านบุคลากรและสถานที่ จึงเห็นควรกําหนดให้สถาบันมีอํานาจ จัดการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกได้ เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษา ประกอบกับสมควรปรับปรุงโครงสร้างของสถาบัน ระบบการบริหารงานบุคคล และการบริหารงบประมาณ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงจําเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีท่านสมาชิกได้ยื่นร่างนี้เข้ามาอีก ๒ ร่าง แต่ยังไม่บรรจุระเบียบวาระ แต่เนื่องจาก เป็นร่างพระราชบัญญัติทํานองเดียวกัน เป็นร่างของท่านนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง กับคณะ แล้วอีกร่างหนึ่งจะเป็นจะร่างของท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กับคณะ ผมได้พิจารณาแล้วว่า เป็นเรื่องทํานองเดียวกันนะครับ น่าจะมาพิจารณารวมกัน

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบที่จะเอาร่างทั้งสอง มาพิจารณารวมกัน ฉะนั้นผมจะขอให้ท่านนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ได้เสนอหลักการ เหตุผลต่อไปครับ และหลังจากนั้นก็จะเป็นท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล แล้วก็จะให้ท่านสมาชิกได้อภิปราย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๖๒/๒

เชิญท่านผู้เสนอร่างครับ

นายยุทธพล อังกินันทน์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายยุทธพล อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ดังต่อไปนี้

(๑) กําหนดให้โรงเรียนกีฬาเป็นส่วนราชการในสถาบัน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)

(๒) เพิ่มบทนิยามคําว่า “สภาวิชาการ” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)

(๓) แก้ไขเพิ่มเติมให้สภาสถาบันมีอํานาจในการบริหารงานบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕)

(๔) กําหนดให้มีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นส่วนราชการมีฐานะเทียบเท่าคณะ ในสถาบัน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙)

(๕) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ของสภาสถาบัน สภาวิชาการ และการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการสภาสถาบัน กรรมการสภาวิชาการ และกรรมการวิทยาเขต (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๘)

(๖) แก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติ การแต่งตั้ง และการพ้นจากตําแหน่ง รวมทั้ง อํานาจหน้าที่ของอธิการบดี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๔๔)

(๗) กําหนดคุณสมบัติ การแต่งตั้ง และการพ้นจากตําแหน่ง ของรองอธิการบดี รองอธิการบดีประจําวิทยาเขต ผู้ช่วยอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดี ประจําวิทยาเขต (เพิ่มมาตรา ๓๒/๑ และมาตรา ๓๒/๑)

(๘) กําหนดให้มีคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ผู้อํานวยการสํานักงานอธิการบดี และผู้อํานวยการโรงเรียนกีฬา เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของบัณฑิตวิทยาลัย สํานักงานอธิการบดี และโรงเรียนกีฬา แล้วแต่กรณี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๘ และเพิ่ม มาตรา ๓๘/๑ และ มาตรา ๓๘/๒) สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๖๒/๓

(๙) แก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติ การแต่งตั้ง วาระการดํารงตําแหน่ง และการพ้นจากตําแหน่งของคณบดี รองคณบดี และรองคณบดีประจําวิทยาเขต (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙)

(๑๐) กําหนดปริญญาในสถาบันให้มีสามชั้น คือ ปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี และกําหนดให้สภาสถาบันมีอํานาจออกข้อบังคับกําหนดประกาศนียบัตร บัณฑิตชั้นสูง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๑)

(๑๑) กําหนดให้สถาบันมีอํานาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๒)

เหตุผล โดยที่ปัจจุบันการศึกษาด้านการกีฬามีการพัฒนาองค์ความรู้ ในระดับที่สูงขึ้น สถาบันการพลศึกษาซึ่งเป็นสถาบันที่จัดการศึกษาด้านกีฬาได้โดยตรง มีความพร้อมทางด้านบุคลากรและสถานที่ จึงเห็นควรกําหนดให้สถาบันมีอํานาจจัดการศึกษา ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกได้ เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษา ประกอบกับ สมควรปรับปรุงโครงสร้างของสถาบัน ระบบการบริหารงานบุคคลและการบริหาร งบประมาณ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๖๓/๑

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๒๐ ท่านด้วยกัน เนื่องจากพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา ซึ่งได้ตราไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ บัดนี้ ทางรัฐบาลได้เสนอขอแก้ไขทั้งสิ้นตามหลักการนะครับ ทั้งหมด ๑๑ รายการด้วยกัน ทั้งกําหนดให้โรงเรียนกีฬาเป็นส่วนราชการ ทั้งกําหนดบทนิยามของสภาวิชาการในการ กําหนดคุณสมบัติ รวมถึงการกําหนดปริญญาในสถาบัน ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจาก สถาบันการพลศึกษาเป็นการตราตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ มีสถาบันที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ สถาบันด้วยกัน ก็คือสถาบันการพลศึกษาของแต่ละวิทยาเขต ซึ่งขณะนี้มีอยู่ทั้งหมด ๑๗ วิทยาเขตด้วยกัน กระจายกันทั่วประเทศมีหน้าที่รับผิดชอบในการผลิตบุคลากรทางด้านพลศึกษา ทางด้านกีฬา ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา แน่นอนครับ สถาบันการพลศึกษาเดิมจริง ๆ ก็คือวิวัฒนาการ มาจากวิทยาลัยพลศึกษาแต่ละแห่งนะครับ มีหน้าที่ผลิตครูเสียส่วนใหญ่ ต่อมาวิวัฒนาการ ของกีฬาก็มองว่าในการที่จะพัฒนากีฬาถ้าเกิดสร้างนักกีฬาในระดับที่มีอายุมากในนักศึกษา ที่เข้ามาเรียนในระดับสถาบันวิทยาลัยพลศึกษา หรือสถาบันวิทยาลัยครู หรือมหาวิทยาลัยอาจจะช้า มีการไปศึกษาดูงานศึกษาตามหลักวิชาการว่าถ้าเกิดนักกีฬา สามารถพัฒนาตั้งแต่เด็กโอกาสที่เด็กจะมีความก้าวหน้าหรือมีความสุดยอดทางด้านกีฬา ก็มีโอกาสสูงขึ้น ก็เลยมีแนวคิดเรื่องการตั้งโรงเรียนกีฬาครับ โรงเรียนกีฬาโดยแนวคิด ก็คือให้เด็กได้มีโอกาสเรียนตามสายพื้นฐานจนจบระดับมัธยมศึกษาเหมือนเด็กทั่วไป แต่เวลา ส่วนที่เหลือให้เด็กได้มีโอกาสฝึกกีฬากันอย่างเข้มข้น รัฐบาลแต่ละยุคก็พยายามที่จะกระจาย โอกาสให้กับเด็กนักเรียนทุกคนได้มีโอกาสได้เข้าเรียนในโรงเรียนกีฬา ซึ่งเปิดทั้งหมด สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๖๓/๒ ๑๑ แห่ง ทั่วประเทศในขณะนี้ จริง ๆ แล้วมีการวางนโยบายไว้ว่าควรจะเปิดให้ครบ ๑๒ แห่ง ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระจายโอกาสให้กับนักเรียน ท่านประธานครับ เหตุผลที่เขา ตั้งโรงเรียนกีฬามีหลายเหตุผลด้วยกันและโดยเฉพาะสาระที่สําคัญก็คือการจัดการศึกษา ของไทยในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นไม่สามารถที่จะพัฒนาเด็กหรือปูพื้นฐานทางด้าน กีฬาให้กับเด็กสู่ความเป็นเลิศได้เลย ท่านประธานคงทราบว่าโรงเรียนในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงนั้นขาดครูพลศึกษาถึง ๑๘,๐๐๐ โรง แสดงให้เห็นว่า เด็กไทยจะมีสิทธิสําหรับที่จะเรียนรู้ทางด้านพลศึกษาหรือทางด้านการกีฬาก็ขาดไป โรงเรียนกีฬา จึงเป็นโรงเรียนที่สร้างความเป็นเลิศทางการกีฬาโดยเฉพาะ ท่านประธานครับ หลังจากที่ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๖๔/๑ พ.ร.บ. สถาบันการพลศึกษาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ได้มีขึ้น อย่างน้อยก็คือทําให้โรงเรียนกีฬา จัดการเรียนการสอนได้สะดวกขึ้น สถาบันการพลศึกษาได้จัดการเรียนการสอนที่สะดวกขึ้น ท่านประธานครับ ผมมีอยู่ ๓-๔ ประเด็นที่ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นก่อนที่ท่านสมาชิก จะได้มีมติเห็นชอบในหลักการหรือไม่

เรื่องแรกที่อยากจะพูดถึงก็คือเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติสถาบัน การพลศึกษาในครั้งนี้มีการแก้ไข เรื่องแรกก็คือโรงเรียนกีฬาครับ โรงเรียนกีฬาทั้ง ๑๑ แห่ง เดิมมีฐานะเทียบเท่าคณะครับ พอเทียบเท่าคณะกฎหมายฉบับนี้ขอแก้ไขให้เป็นนิติบุคคล เป็นส่วนราชการหนึ่งในสังกัดของสถาบันการพลศึกษา ถามว่าถ้าเกิดเปลี่ยนจากคณะ มาเป็นส่วนราชการมีประโยชน์ดีขึ้นหรือไม่ ก็ขอเรียนว่าดีขึ้นครับ

ส่วนที่ ๑ ก็คือนักเรียนหรือครู ข้าราชการครูที่สอนอยู่ในสถาบันการพลศึกษา ก็ได้ใช้กฎหมายของข้าราชการครูแล้วก็บุคลากรทางการศึกษา ในขณะเดียวกันสถาบันการพลศึกษา ก็สามารถที่จะใช้กฎหมายเกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา หมายถึงว่าครูผู้สอนในสถาบัน การพลศึกษาก็มีโอกาสที่จะปรับตําแหน่งทางวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์หรือศาสตราจารย์ได้ โรงเรียนกีฬาก็เป็นครู ครู ๑ ครู คส ๒ ครู คส ๓ และโดยเฉพาะผู้บริหารครับท่านประธาน ผู้บริหารซึ่งขณะนี้มีความลักลั่นมากในโรงเรียนกีฬา ผู้บริหารส่วนหนึ่งก็คือจะต้องไปเป็นครูสอนด้วย ส่วนหนึ่งก็คือเป็นผู้บริหารด้วย ทํางาน ๒ อย่างแล้วก็เวลาจะทําผลงาน ถ้าเกิดเป็นผู้บริหาร ถ้าไม่สอนก็ทําผลงานทางด้าน การเป็นครูไม่ได้ ถ้าเกิดจะทําผลงานด้านผู้บริหารไปทําหน้าที่ครู มันไม่เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด การแก้ไขครั้งนี้ก็คิดว่าจะทําให้การบริหารงานของโรงเรียนกีฬาดีขึ้น

ส่วนที่ ๒ ในเรื่องการบรรจุข้าราชการโดยเฉพาะครูผู้สอน ครูผู้สอน ในโรงเรียนกีฬาท่านประธานคงทราบครับ คล้าย ๆ กับการบรรจุครูในโรงเรียนระดับสามัญธรรมดา ใครเก่งทางด้านวิทยาศาสตร์ก็บรรจุครูวิทยาศาสตร์ ใครเก่งคณิตศาสตร์ก็บรรจุ ครูคณิตศาสตร์ แต่โรงเรียนกีฬาท่านจะสังเกตว่าปัญหาที่ผ่านมาก็คือไม่สามารถบรรจุครู ที่เก่ง ๆ ในแต่ละสาขาในแต่ละวิชา ในแต่ละความสามารถชนิดกีฬานั้น ๆ ท่านประธานครับ ในต่างประเทศ ผมยกตัวอย่าง เช่น ประเทศจีน นักกีฬาที่ไปได้เหรียญทองในการแข่งขันกีฬา โอลิมปิกเกมส์ (Olympic Games) กลับมาอยู่ประเทศของเขา เขาบรรจุให้เป็นครู สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๖๔/๒ ในโรงเรียนกีฬา วันนี้ครับท่านประธาน แชมป์โอลิมปิกของเราหลายท่านด้วยกัน มีโอกาสได้บรรจุมาเป็นข้าราชการหรือเป็นครูในโรงเรียนกีฬาไหมครับ น้อยมากครับ เนื่องจาก ปัญหาเรื่องระเบียบ ระบบข้าราชการนี้ทําให้คนเก่ง ๆ ไม่สามารถที่จะมาสอนนักเรียน ถ้าเกิดนักเรียนมีแบบอย่างที่ดี มีครูที่เก่ง นักเรียนก็สามารถเก่งตามไปด้วย แต่ ณ วันนี้ มันก็ติดขัดเรื่องระเบียบทางราชการนี่ครับ วันนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงขอเข้ามาแก้ไข

ส่วนที่ ๒ ก็คือการเปิดในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ที่ผ่านมา สมัยที่เป็นวิทยาลัยพลศึกษา ผมมีโอกาสเป็นข้าราชการครูอยู่ที่นั่น เราสอนกันแค่ระดับ ปกศ.สูง พลศึกษาแค่นั้นเองครับ เวลาที่นักศึกษาของเราจะเรียนต่อระดับปริญญาตรี ไม่มีโอกาสที่จะเปิดสอนได้ เพราะว่ากฎหมายไม่เอื้ออํานวย ต้องไปสมทบกับสถาบันราชภัฏ หรือวิทยาลัยครูเดิม เช่น จังหวัดตรังอาจจะไปสมทบกับจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างนี้นะครับเปิดปริญญาตรีโอกาสของเด็กก็น้อยลง วันนี้ถ้าเกิดกรณีสถาบันสามารถ เปิดระดับปริญญาโท ปริญญาเอกได้ ก็ทําให้เด็กนักเรียนหรือครูบาอาจารย์ที่มีความประสงค์ จะเพิ่มพูนความรู้ก็สามารถที่จะมาเรียนที่สถาบันการพลศึกษาได้ ท่านประธานครับ เมื่อก่อนคณาจารย์ในสถาบันการพลศึกษา ท่านก็คงทราบว่าโดยส่วนใหญ่ก็จบปริญญาตรี เก่งทางด้านกีฬา สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๖๕/๑ แต่วันนี้ครูสถาบันการพลศึกษาเรียนระดับ ปริญญาเอก หรือดอกเตอร์ ๑๐๐ กว่าคนด้วยกัน ครับ ผมทราบว่าประมาณ ๑๖๐ คน ที่กําลังเรียนในระดับปริญญาเอก และมีอาจารย์ ระดับปริญญาเอกขณะนี้ที่สําเร็จการศึกษาแล้วถึง ๒๐ กว่าท่าน เพราะฉะนั้นแสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ศักยภาพของผู้สอนในสถาบันการพลศึกษาก็อยู่ในระดับแนวหน้า ท่านประธานครับ ไม่ต้องกังวลว่ามาตรฐานมันจะเป็นอย่างไร มีการควบคุมโดยคณะกรรมการการอุดมศึกษาว่า สถาบันใดบ้างที่มีความพร้อมที่จะเปิดระดับปริญญาโท สถาบันใดบ้างที่มีความพร้อมที่จะ เปิดระดับปริญญาเอก ตรงนี้ละครับเป็นสิ่งสําคัญในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้อีกฉบับหนึ่ง

ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๓ ก็คือ เรื่องของผู้บริหาร เดิมการจัดสรรหา รองอธิการบดี หรือผู้อํานวยการวิทยาลัยพลศึกษาเดิม ต้องใช้วิธีการสรรหาจากสถาบัน แล้วก็ให้สภาเป็นคนแต่งตั้งไป ท่านประธานครับ การสรรหาทําให้เกิดการแตกแยกในสถาบัน เยอะมากครับ ใครที่ได้รับการสรรหาก็มีความสุขสามารถบริหารงาน ใครที่ไม่ได้รับ การสรรหาก็มีความรู้สึกเสียใจ ก็ไม่ค่อยได้เข้าร่วมในการพัฒนา หรือบริหารงานในสถาบัน อาจจะเป็นผลเสียในระบบการสรรหา บัดนี้ถ้าเกิดกรณีกฎหมายฉบับนี้ผ่านนะครับ ต่อไปนี้ รองอธิการบดีก็จะได้รับการแต่งตั้งจากอธิการบดีเลย ซึ่งถือว่าเป็นการทํางานกันเป็นทีม ก็คิดว่าจะเป็นผลดีอย่างหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาอีกทางหนึ่ง

เรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องการนํารายได้มาใช้สําหรับกิจการของสถาบัน การพลศึกษาครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ทั้งโรงเรียนกีฬา แล้วก็สถาบัน การพลศึกษา ในปัจจุบันเวลาจะใช้จ่ายเงินจะต้องเบิกจ่ายตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ท่านประธานจะเห็นว่ากระทรวงการคลังผมยกตัวอย่าง เรื่องงบประมาณเรื่องเบี้ยเลี้ยง นักกีฬาแล้วกันครับท่านประธาน วันนี้ค่าแรงขั้นต่ําครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ๓๐๐ บาท แต่นักเรียนเวลาไปแข่งขันกีฬา วันนี้เดินทางไปแข่งขันกีฬาภายในประเทศได้กันเพียงแค่ ๑๐๐ กว่าบาท ลําบากมาก ถามว่าพอเบิกได้ ๑๐๐ กว่าบาท โรงเรียนจะเบิกเพิ่มเติมสมทบ ให้ได้ไหมครับ ให้ไม่ได้ วันนี้ทางกฎหมายฉบับนี้ก็ขอแก้ไขสามารถที่จะนํารายได้มาใช้สําหรับ กิจการของทางโรงเรียนกีฬา หรือสถาบันการพลศึกษาได้ ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่ผมกังวล ก็คือ เนื่องจากรายได้ของสถาบันมีอยู่ไม่กี่ตัวครับ ส่วนแรกก็คือเงินบํารุงการศึกษา ส่วนที่ ๒ ก็คือค่าลงทะเบียน ท่านประธานครับ แน่นอนเมื่อสถาบัน หรือโรงเรียนสามารถที่จะนํา สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๖๕/๒ เงินรายได้มาใช้ ซึ่งต้องผ่านระเบียบนั้น ถูกต้องตามระเบียบ แต่เป็นห่วงว่าถ้าเกิดผู้บริหาร บางคนคิดว่า จะหารายได้จากตรงนี้เพื่อที่จะมาช่วย สมมุติว่าช่วยเรื่องเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา แต่ว่ากลายเป็นไปเก็บค่าลงทะเบียนมากขึ้น ในสถาบันการพลศึกษา แน่นอนครับเด็กโดยส่วนใหญ่ ก็ฐานะยากจน ในอดีตที่ผ่านมาโชคดีครับหลายรัฐบาล โดยเฉพาะแนวคิดตั้งแต่สมัยท่านชวน หลีกภัย ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหาร ก็คือมีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เด็กสามารถเรียนได้ แต่วันนี้ ที่เป็นห่วงก็คือ ถ้าเกิดกรณีสามารถนํารายได้มาจ่ายได้ แต่อย่าไปเพิ่มในการเก็บ ค่าลงทะเบียนนักศึกษาเป็นอันขาด ตรงนี้เป็นข้อห่วงใย เป็นข้อกังวล ท่านประธานครับ แน่นอนครับ สถาบันการพลศึกษาและโรงเรียนกีฬาเป็นสถาบันที่จะสร้างความภาคภูมิใจ ให้กับพี่น้องคนในชาติ ซีเกมส์ (SeaGames) ครั้งนี้นะครับ มีนักศึกษาแล้วก็นักเรียน ของโรงเรียนกีฬาไปแข่งที่ประเทศอินโดนีเซียไป ๑๐๐ กว่าท่านนะครับนักกีฬา สัมฤทธิผล ได้มา ๒๘ เหรียญทอง แล้วก็รวมทั้งเหรียญเงิน เหรียญทองแดง ๑๐๐ กว่าเหรียญ นี่คือ สัมฤทธิผลที่เกิดขึ้น ถ้าเกิดมีโอกาสทําให้สถาบันทั้ง ๒ แห่ง สะดวกในการบริหารผมเชื่อว่า การกีฬาของเราก็ก้าวหน้า

มีประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือนักเรียนแล้วก็เยาวชนในพื้นที่ เขตการศึกษา ๑ เดิมครับ แถวบริเวณรอบปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร ยังไม่มี โรงเรียนกีฬา วันนี้ยังขาดอยู่ ๑ โรงเรียน ก็คือโรงเรียนกีฬาจังหวัดปทุมธานี สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๖๖/๑ ขอให้ทางรัฐบาลได้ตั้งโรงเรียนกีฬาปทุมธานี ทั้งนี้เพื่อโอกาสให้กับเด็กไทยทุกคนได้มีโอกาส เท่าเทียมกัน ผมเห็นว่าสมาชิกทุกท่านเห็นด้วยกับหลักการเพื่อนําเข้าไปสู่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาแก้ไขในโอกาสต่อไปครับ ขอสนับสนุนครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอนุรักษ์ บุญศล แล้วก็ท่านเจริญ ท่านประกอบนะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร 🔗

ท่านประธานที่สภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะว่าในหลักการและเหตุผลนั้นเป็นสถาบันที่จัดการศึกษาด้านกีฬาโดยตรง มีความพร้อม ทางด้านบุคลากรและสถานที่จึงเห็นควรกําหนดให้สถาบันมีอํานาจจัดการศึกษา ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกได้เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษา ท่านประธานคะ ถ้าได้เป็นสถาบันการพลศึกษาแล้วจะเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษา แล้วเมื่อได้ยินว่า ขยายโอกาสแล้วยังหวนรําลึกไปถึงเพลงกราวกีฬาด้วยค่ะ ครูเทพ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประพันธ์เพลงกราวกีฬาไว้เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๗ ไม่น่าเชื่อนะคะ ๑๑๘ ปีผ่านไป เพลงของท่านก็ยังเป็นอมตะคู่ประเทศไทย ท่านประธานคะ ทีนี้เมื่อได้เป็น สถาบันการพลศึกษาแล้ว การปรับปรุงโครงสร้างของสถาบัน ระบบการบริหารงานบุคคล และการบริหารงบประมาณก็จะเกิดความคล่องตัวเพิ่มมากขึ้นนะคะ แล้วก็จะสามารถ บริหารจัดการภายในสถาบันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อการศึกษาทุก ๆ ช่องทาง ต้องบอกว่าทุก ๆ ช่องทาง ที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่น่าห่วงใย เมื่อวิทยาลัยพลศึกษาเป็นสถาบันการพลศึกษา สิ่งที่น่าห่วงใยและสิ่งที่ดิฉันจะยอมไม่ได้ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีที่มารับฟังข้อคิดเห็นอยู่นะคะ ที่ยอมไม่ได้ก็คือ จะมีการ แปลงร่าง จากสถาบันการพลศึกษาที่หลักการและเหตุผลนั้นมุ่งมั่น ที่จะสร้างด้านการกีฬาแล้วก็วิทยาศาสตร์การกีฬาให้เกิดเป็นที่ยอมรับในสังคมโลก นั่นดิฉัน ยอมรับได้ แต่ที่ดิฉันจะยอมรับไม่ได้เมื่อมีการกลายพันธุ์จากสถาบันการพลศึกษา เป็นคณะต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ นี่คือยอมไม่ได้นะคะ คณะบริหารธุรกิจเพื่อการพลศึกษาเห็นไหมคะ มันจะมีคณะนี้เข้ามา คณะไอซีที (ICT) เพื่อกายภาพศึกษา คณะคอมพิวเตอร์ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๖๖/๒ เพื่อการพลศึกษา และมากกว่านั้นอีกค่ะท่านประธานคะ คณะนิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อการพลศึกษา คณะรัฐศาสตร์เพื่อการกีฬาและยอดฮิต (Hit) เลยค่ะ ในทุกวันนี้ ก็คือถ้าเพิ่มเข้ามาแล้วดิฉันจะคัดค้านอย่างเต็มที่เลยโดยเฉพาะคณะนี้นะคะ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อการกีฬาท้องถิ่นแล้วเปิดกรอบที่ อบต. หรือเทศบาลเพื่อบรรจุคนเป็นข้าราชการ นั่งกินภาษีของราษฎรแล้วไม่รู้ว่าจะทําอะไร สิ่งเหล่านี้ที่จะเพิ่มเข้ามาเมื่อมีการแปลงร่าง ในคณะต่าง ๆ ในสถาบันการพลศึกษาซึ่งจะยอมกันไม่ได้ นั่นหมายความว่าการศึกษาเมื่อไป ในทางที่ถูกต้อง ในแท่งที่ตัวเองถนัดจะทําให้การศึกษานั้นบรรลุจุดประสงค์ ถ้ามีการผสมผสานวุ่นวายเกิดขึ้น สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๖๗/๑ ก็จะมีการล่มสลายของการศึกษาอยู่เป็นเนืองนิตย์ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ แล้วก็สิ่งที่ตามมา ก็คือทําให้คนตกงานค่ะ ดิฉันจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะว่า คนตกงานนั้นมีเท่าไรนะคะ จากข้อมูลบัณฑิตจบใหม่ที่ตกงานกว่า ๑๓๐,๐๐๐ คน และสิ่งที่ น่ากลัวสําหรับการจัดการศึกษาของไทยก็คือเมื่อจบมาแล้วในปี ๒๕๕๒ ตกงานกว่า ๑๓๐,๐๐๐ คนแล้วยังไม่พอ ยังมีบัณฑิตที่จบใหม่แล้วก็ตกงานสะสมมาเรื่อย ๆ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ท่านประธานคะ กว่า ๕๘๐,๐๐๐ คน นี่ค่ะ ดิฉันไม่ได้ว่านะคะ จะเปลี่ยนเป็นสถาบันนี้ยินดีมากเลย ปริญญาโท ปริญญาเอกส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนา การพัฒนาประเทศจะพัฒนาได้ดีที่สุด ต้องพัฒนาที่คน คนจะต้องมีการศึกษาใช่ไหมคะ แต่การศึกษาเพื่อการตลาดและไม่มีสิ่งที่บัณฑิตที่จบมาแล้วจะทํางานแล้วก็ตกงาน สิ่งที่ทํา ก็คือวิจัยฝุ่น ลูกชาวไร่ชาวนา ลูกผู้ใช้แรงงานทั้งนั้นที่เดินวิจัยฝุ่นในแต่ละวัน ลูกเศรษฐี ไม่มีหรอกค่ะท่านประธานคะ บางคนลูกชาวไร่ชาวนาจะต้องขายนากี่ไร่ถึงจะจบ ระดับปริญญาตรี ดิฉันกว่าจะจบระดับปริญญาตรี ท่านประธานทราบไหมคะว่า แม่ของดิฉันนั้น ขายสวนตั้ง ๒ ไร่เลยทีเดียวเพื่อเป็นค่าเทอมค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ และในปี ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๕๕ ตามโพลต่าง ๆ คาดว่าโดยเฉพาะปี ๒๕๕๔ ที่ประสบปัญหามหาอุทกภัย และปี ๒๕๕๕ คาดว่าน้ําจะมีปริมาณมากเท่าปี ๒๕๕๔ นั้น จะมีคนตกงานกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ไม่จําเป็นเฉพาะบัณฑิต เมื่อสักครู่พูดถึงบัณฑิต อันนี้คนตกงาน ฉะนั้นสถาบันการพลศึกษาดิฉันนั้นต้องบอกว่าจะต้องมีกลยุทธ์เชิงรุก เมื่อเรียนแล้ว ทําอย่างไรถึงจะไม่ตกงานด้วย ไม่ใช่ว่าสร้างคณะมาเลิศหรูแข่งกับตลาดการศึกษา ทุกวันนี้ การศึกษานั้นจะเป็นการศึกษาห้องแถวกันอยู่แล้วค่ะท่านประธานที่เคารพคะ สถาบันร่างพระราชบัญญัติ การพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ควรจะมีกลยุทธ์เชิงรุก เมื่อเรียนแล้วทําอย่างไรถึงจะ ไม่ตกงานและอีกข้อหนึ่งค่ะ โรงเรียนกีฬาเป็นส่วนราชการในสถาบัน โรงเรียนกีฬาทุกแห่ง ในประเทศจะต้องนํามา เมื่อมีสถาบันการพลศึกษาแล้วจะต้องนําโรงเรียนกีฬาเหล่านี้ ท่านประธานคะเข้ามาสู่สถาบันการพลศึกษาซึ่งในการบริหารสายตรง ดิฉันต้องการคุณภาพ ของนักเรียนในโรงเรียนกีฬาเหมือนกับฝึก เห็นไหมคะที่ประเทศเกาหลี เขาจะต้องเอาเด็กนักเรียนชาย เข้าฝึกเพื่อให้มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม มีความอดทน อันนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ ความคาดหวังกีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษนะคะท่านประธานคะ ดิฉันคาดหวังมากเลย เมื่อมาอยู่ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๖๗/๒ ในสายตรงแล้วนี่ไม่มีใครแย่งอํานาจการบริหารของเหล่าคณะผู้บริหารที่มีคุณภาพระดับสูง ของประเทศ ไม่มีใครแย่ง คุณสามารถที่จะหล่อหลอมเป็นแม่พิมพ์ เป็นเบ้าหลอม ได้ถนัดถนี่นัก ดังนั้นความต้องการก็คือขอให้มีวินัย มีคุณธรรมมีจริยธรรม ห่างไกลจากการ โกงกีฬาเพื่อชัยชนะ เช่น การล้มมวย เป็นที่ร่ําลือไปทั้งโลกนะคะ ไม่ให้มี ห่างไกลจากยาเสพติด และสารกระตุ้นทุกชนิด แล้วก็สําหรับเด็กวัยรุ่นที่พูดกันอยู่ทุกวันนี้ก็คือกีฬาแพ้ คนไม่แพ้ จึงมีการฆ่ากัน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๖๘/๑ มีการยิงกันในวัยรุ่นนี่ เราหวังว่าโรงเรียนกีฬาในสถาบันการพลศึกษาจะเป็นแม่พิมพ์ เป็นแบบหลอม เป็นเบ้าหลอมคนดีของสังคมค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ กีฬา กีฬา ต้องเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทําคนให้เป็นคน ผล ๑๑๘ ปีกราวกีฬาหน้ายล เพลงเป็นผล ต้องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิกครับ ผมหารือนะครับว่ามีผู้ลงชื่ออภิปรายหลายท่าน ถ้าจะใช้เวลาสัก ๑๐ นาทีในชั้นรับหลักการ ส่วนรายละเอียดไปว่าในชั้นกรรมาธิการน่าจะดีนะครับ ผมเชิญตามรายชื่อก่อนนะครับ ท่านเจริญก่อนนะครับ

นายเจริญ คันธวงศ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นเป็นการแก้ไข กฎหมายเก่า ซึ่งใช้มาจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ประมาณ ๗ ปีที่แล้วมา แล้วก็แก้ไขบางอย่าง จากเดิมนั้นต้นร่างมีทั้งหมด ๖๔ มาตรา กฎหมายเดิมนั้นมีอยู่ ๖๔ มาตรา แล้วก็ร่างนี้ก็แก้ไข บางอย่างเพื่อว่าปรับโครงสร้างในการบริหารงานของสถาบันแห่งนี้ให้ทันสมัยให้เข้ากับ รูปแบบของการบริหารมหาวิทยาลัยทั่ว ๆ ไปที่ปฏิบัติอยู่ในประเทศไทยเท่านั้นเอง แล้วก็นอกจากนี้ก็มีการขยายการสอนจากระดับปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาโทและปริญญาเอก ด้วยเหตุนี้จึงจําเป็นต้องมีตําแหน่งต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นให้เข้ากันกับการบริหารมหาวิทยาลัยทั่ว ๆ ไป เป็นต้นว่าให้มีบัณฑิตวิทยาลัย ก็คือว่าสามารถดูแลการบริหารของระดับปริญญาโท และปริญญาเอก และนอกจากนี้ให้มีสภาวิชาการขึ้นมาเพื่อให้อาจารย์ ได้มีส่วนร่วมในการที่จะให้ข้อคิดในการบริหารงานในด้านวิชาการของมหาวิทยาลัย สําหรับอธิการบดีนั้นซึ่งท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้อภิปรายไปแล้ว ต้องขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ก็เพราะว่าต้องการแทนที่จะสรรหาจากที่อื่นมาก็ให้อธิการบดีเป็นคนเสนอชื่อ รองอธิการบดีโดยที่ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้รับรองเห็นชอบด้วย ก็เหมือนกันกับ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่ว ๆ ไปที่เขาทําอยู่ สิ่งที่ผมอยากจะขอตั้งข้อสังเกตก็คือว่า ต่อไปนั้น คุณภาพของสถาบันการศึกษานั้นเป็นสิ่งสําคัญที่สุด เพราะว่าขณะนี้มีสถาบันอุดมศึกษาเพิ่มมากขึ้น แล้วในขณะเดียวกันก็คือคนเกิดน้อยลงไป จะเห็นได้ว่าขณะนี้โรงเรียนชั้นประถม มัธยม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๖๘/๒ ก็คนเรียนน้อยลงไป ผลขณะนี้เดี๋ยวนี้มาสู่มหาวิทยาลัยแล้วว่ามหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งนั้น ขาดนักศึกษา ผมก็เกรงว่ามหาวิทยาลัยนั้นบางแห่งจะลดคุณภาพของตนเองลงไปให้เท่ากับ ความสามารถของผู้เรียน ซึ่งผู้เรียนบางคนนั้นไม่สมควรที่จะต้องเรียนมหาวิทยาลัย เพราะว่า ไม่ถนัดทางนี้ แต่สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาหลายแห่งต้องลดฐานะของตัวเองลงไปให้ เหมาะสมกับผู้เรียน อันนี้ผมมีความเป็นห่วงอย่างที่สุด เพราะว่าภารกิจหลัก ๆ ของมหาวิทยาลัยนั้นหรือสถาบันอุดมศึกษานั้นมีอยู่ ๔ ภารกิจด้วยกัน

ประการแรกก็คือสอนหนังสือ ซึ่งการสอนหนังสือนี้ทุกสถาบันเขาสอน หนังสืออยู่แล้ว แต่ว่าที่เป็นมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นมาก็คือต้องมีงานวิจัย ถ้าไม่มีงานวิจัยไปแล้ว ภารกิจของการเป็นมหาวิทยาลัยนั้นหายลงไป ก็จะเสมือนหนึ่งว่าการเรียนเหมือนกับ ชั้นประถม คือว่าจดตามที่ครูบอกแล้วก็ไปท่องเอา แล้วครูก็ออกข้อสอบตามนั้น ทําให้ไม่เกิด ปัญญา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอีก ๓ ปีข้างหน้าเราจะเข้าสู่สังคมอาเซียนแล้วสังคมนั้นเราจะ เข้าไปแข่งกันในระดับคุณภาพทางการศึกษา ถ้านักศึกษาไทยนั้นขาดการวิจัย คุณภาพ ของผู้สอนนั้นไม่มีเราก็จะด้อยกว่าเพื่อน อันนั้นเป็นภารกิจที่สําคัญ แล้วก็ขณะนี้ อาจารย์หลาย ๆ ท่านที่เป็นอาจารย์เก่า แล้วไม่สามารถปรับตัวเองได้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๖๙/๑ ให้เป็นงานวิจัย ก็มีความกลัดกลุ้มอย่างยิ่งที่จะอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาต่อไป แล้วมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นั้นก็มีปัญหาเรื่องอาจารย์ประเภทนี้มาก เพราะว่าไม่ชอบงานวิจัย ชอบแต่สอนหนังสืออย่างเดียว ซึ่งมหาวิทยาลัยนั้นในสมัยใหม่นี้รับไม่ได้จะต้องหาทางให้คน ประเภทนี้ไปฝึกงานวิจัย ทําไม่ได้ต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่ นอกจากมีงานวิจัยแล้วงานภารกิจ ที่ ๓ ต่อไป ก็คือว่าจะต้องเผยแพร่วิชาการจะเผยแพร่วิชาการได้นั้นมหาวิทยาลัยจะต้อง ค้นหาความรู้ใหม่ ๆ โดยการวิจัย เมื่อวิจัยแล้วจะเก็บไว้ในหิ้งเฉย ๆ ไม่ได้ จําเป็นจะต้อง เผยแพร่ความรู้วิชาการนี้สู่สังคมต่อไป แล้วภารกิจอันสุดท้ายของมหาวิทยาลัยก็คือว่า การทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งแน่นอนถ้าเรามีมหาวิทยาลัยหลายแห่งช่วยกันเผยแพร่ ทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรมให้อยู่ต่อไปนั้นเป็นสิ่งที่น่านิยมอย่างยิ่ง

แล้วอีกประการหนึ่ง เรื่องคุณภาพด้านการศึกษานั้น ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต ไว้ว่ามีหลาย ๆ มหาวิทยาลัยรวมทั้งของรัฐด้วยได้พยายามขยายหลักสูตรขึ้นมาอย่างมาก อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายไปแล้วว่าคนเรียนหนังสือแล้วก็ ตกงานเป็นแถว ก็เพราะว่าหลาย ๆ มหาวิทยาลัยแม้แต่ของรัฐเองก็พยายามเปิดคณะวิชา ต่าง ๆ มากขึ้น แต่ว่าคณะต่าง ๆ นั้นไม่ได้สนองตอบความต้องการของตลาด แล้วก็มีปัญหา ทําให้เด็กจบมาแล้วไม่มีงานทํา เท่านั้นยังไม่พอครับ รายได้ของมหาวิทยาลัยนั้นที่ว่ารัฐบาล ให้จํานวนจํากัด แต่ที่ร้ายไปกว่านั้น ก็คือว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยบางแห่งได้พยายาม ขยายหลักสูตรมากขึ้น แล้วก็หารายได้ให้กับตนเองโดยที่ว่าตั้งตนเองนั้นเป็นที่ปรึกษา หลักสูตรต่าง ๆ แล้วคิดสตางค์หลักสูตรเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาทบ้าง บางมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรพิเศษอย่างนี้ประมาณ ๑๐ หลักสูตร ๒๐ หลักสูตร แล้วก็หาสตางค์ให้กับตนเอง หลักสูตรละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ถ้า ๑๐ หลักสูตร ก็ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน หลาย ๆ มหาวิทยาลัยเป็นอย่างนั้นครับ ผมอยากจะเตือนว่า ไม่อยากจะให้สถาบันการศึกษาแห่งนี้ต้องเอาวิธีการอย่างที่ไม่น่านิยมของมหาวิทยาลัยอื่น มาปฏิบัติ ผมขอตั้งข้อสังเกตไว้ครับ แต่ว่าในที่สุดนี้อย่างไรก็ตามผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์ ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๖๙/๒

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็น พ.ร.บ. สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. .... ผมดูร่างทั้ง ๓ ร่างที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้จะเห็นว่าประเด็นที่สําคัญในการเปลี่ยนแปลงนั้นมีอยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก คือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ในเรื่องของการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างมีอยู่ ๒ ประเด็น คือประเด็นโรงเรียนกีฬากับประเด็นการเพิ่ม การศึกษาจากเดิมเป็นระดับปริญญาตรี เปิดให้เป็นระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก นี่คือโครงสร้าง ๒ เรื่อง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรื่องของการ แก้ไขกฎหมายเป็นเรื่องปกติ เพราะว่ากาลเวลาเปลี่ยนไป ถ้าเห็นว่าอะไรที่มันไม่ถูกต้อง ไม่มีความเป็นธรรม ขัดขวางการเจริญเติบโตของสถาบันก็ควรปรับปรุง แต่ทีนี้ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยคิดอย่างรอบคอบว่าในส่วนที่มีการ เปลี่ยนแปลงนั้นสมควรหรือไม่ อย่างไร

ประเด็นแรกครับ ประเด็นโรงเรียนกีฬาซึ่งขณะนี้ในประเทศไทยเรา อยู่ตามภาค กระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ ๑๑ โรงเรียนด้วยกัน สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๗๐/๑ กฎหมายเดิมที่เป็นสถาบันการพลศึกษาให้โรงเรียนกีฬาซึ่งจัดตั้งตามประกาศ ของกระทรวงศึกษาธิการนั้นเป็นหน่วยงานเทียบเท่าคณะในสถาบัน วิทยาลัยพลศึกษา ๑๗ วิทยาลัยทั่วประเทศให้เป็นวิทยาเขตของสถาบัน แต่วันนี้วิทยาลัยพลศึกษาไม่เป็นอะไร เพราะจัดการศึกษาในระบบของอุดมศึกษาได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าในระบบของวิทยาลัยพลศึกษา ขยายการศึกษาจากปริญญาตรีตามกฎหมายเดิมให้มาเป็นปริญญาโท ปริญญาเอก ตามกฎหมายใหม่ ถ้าเกิดว่าสภาแห่งนี้เห็นชอบ กระผมขออนุญาตพูดประเด็น ของวิทยาลัยพลศึกษาก่อนที่จะมาพูดถึงโรงเรียน วิทยาลัยพลศึกษาก่อนที่จะมี พ.ร.บ. สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ วันนั้นวิทยาลัยพลศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการเปิดสอนวิชาพลศึกษาในระดับอนุปริญญา ต่อมามหาวิทยาลัย ต่าง ๆ ได้มาเปิดวิทยาเขตในวิทยาลัยพลศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับพลศึกษา โดยใช้ฐาน วิทยาลัยพลศึกษาเปิดปริญญาตรี ทางสภาของเราเห็นว่าเมื่อวิทยาลัยพลศึกษา ทั่วประเทศมีความพร้อม มีบุคลากรพร้อม มีวัสดุครุภัณฑ์พร้อม มีอาคารพร้อมที่จะเปิด ปริญญาตรีก็เลยตราพระราชบัญญัติให้มีสถาบันการพลศึกษาเปิดถึงระดับปริญญาตรี เพราะเรามีความเชื่อวันนั้นว่าด้วยความพร้อมของวิทยาลัยพลศึกษาทั่วประเทศสามารถ เปิดปริญญาตรีได้ แล้วก็เปิดได้ ต่อจากปี พ.ศ. ๒๕๔๘ มาถึงวันนี้ประมาณ ๖-๗ ปี สถาบันการพลศึกษาก็จะขยายการศึกษาจากระดับปริญญาตรีมาเป็นปริญญาโท ปริญญาเอก ถามว่าสมควรหรือไม่ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ไม่มีใครขัดข้องหรอกครับ เพราะเป็นการเจริญเติบโตในสายวิชาชีพการพลศึกษา ซึ่งเรามีความเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าวิชาชีพใดต้องส่งเสริม พัฒนาให้ถึงที่สุด ถ้าระดับการศึกษาก็คือปริญญาเอกสูงสุด เพียงแต่ผมกราบเรียนว่าผมเองมีความเป็นห่วงว่า ถึงแม้ว่าทางผู้ชี้แจง ผู้ร่างบอกว่าวันนี้วิทยาลัยพลศึกษาซึ่งเป็นวิทยาเขตในการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี ตามกฎหมายเก่า สามารถที่จะจัดการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกได้ตามร่าง ที่เสนอในวันนี้ แต่ผมมีข้อสังเกตนะครับว่าวันนี้สภาแห่งนี้เราพูดถึงคุณภาพการศึกษา เราเคยพูดกันมาก แล้วเป็นที่โจษจันกันว่าระบบการศึกษาของไทยวันนี้ไม่ว่าพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา คุณภาพน่าเป็นห่วง วันนี้วิทยาลัยพลศึกษา สถาบันการพลศึกษา จะเปิดปริญญาโท ปริญญาเอก ผมถามว่าเรามีความพร้อมหรือยัง มีความพร้อมจริง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๗๐/๒ หรือถ้าถามว่าจําเป็น จําเป็นแน่นะครับ แต่การเตรียมการของสถาบันในการรองรับที่จะเปิด ระดับปริญญาโท ปริญญาเอกนั้นท่านมีความพร้อมหรือยัง ถึงแม้ท่านบอกว่าถ้าไม่พร้อม ไม่เปิด แล้วการเปิดนี่ต้องมีหลักการผ่านคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติดูหลักสูตร ใช่ แต่ข้อเท็จจริงเมื่อกฎหมายเปิดแล้วนี่ ท่านพยายามที่จะดิ้นรนทุกวิถีทาง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๗๑/๑ ที่จะเปิดปริญญาโท ปริญญาเอกให้ได้ ขอฝากว่าท่านจะทําอย่างไร วันนี้ท่านมีการเตรียมการ ในการให้ทุนคณาจารย์ไปศึกษาต่อเฉพาะทางที่จะเปิดปริญญาโท ปริญญาเอกหรือไม่ ท่านมีความพร้อมขนาดไหน ถ้าเกิดว่าท่านเปิดปริญญาโท ปริญญาเอกด้วยความที่ไม่พร้อม อย่างเพียงพอ ผมเกรงเรื่องของคุณภาพทางการศึกษาจะซ้ํารอยที่เราเคยบ่น เคยพูด เคยกังวลในสภาแห่งนี้ว่าจ่ายครบจบแน่ ไม่มีคุณภาพ ในที่สุดก็น่าเสียดาย ถามว่า ผมเห็นด้วยไหมที่จะเปิดในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก เพิ่มจากระดับปริญญาตรี ตามกฎหมายเก่า ไม่ลังเลครับ เห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์และสนับสนุน เพียงแต่ผมกังวลว่า ถ้าเกิดท่านเปิดในสาขาใดต้องให้มีความพร้อมทั้งตัวครูบาอาจารย์ วิทยากรผู้สอน วัสดุครุภัณฑ์ ห้องเรียนอย่างครบครัน และสิ่งที่ผมกังวลเหมือนกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กังวลเมื่อสักครู่ก็คือสาขาที่ท่านเปิด ผมไม่อยากให้ท่านเปิดสาขาที่ใกล้เคียงกันและอ้างว่า มันเกี่ยวข้องกับการพละแล้วก็เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อการพลศึกษา บัญชีเพื่อการพลศึกษา ภาษาเพื่อการพลศึกษา ถ้าอย่างนี้น่าเสียดาย ผมอยากให้ท่านดําเนินการจัดการเรียน การสอนในสถาบันการพลศึกษาเฉพาะทาง ผมอยากให้สถาบันการพลศึกษา เป็นสถาบันเฉพาะทางที่จัดการศึกษาในทางพลศึกษาอย่างจริง ไม่อยากให้เอาสาขาอื่นเข้ามา แอบอ้าง ที่ผมกังวลเรื่องนี้ท่านประธานครับ เพราะว่าวุฒิของครูบาอาจารย์ในสาขา ตรงปริญญาเอกอย่างน้อย ๓ คนที่จะไปเปิดสอนระดับปริญญาโทได้ตามกฎเกณฑ์ ของอุดมศึกษานั้นมันไม่แน่ใจ แต่เรามีอาจารย์ปริญญาเอกที่จบดอกเตอร์มาสาขาอื่น ที่ใกล้เคียงกับการพลศึกษามาก ทีนี้ถ้าเกิดท่านเอาอาจารย์เป็นตัวตั้งแล้วก็เปิดสาขาที่ไม่ตรง ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่เป็นการพลศึกษา แต่มันใกล้เคียง ผมคิดว่าวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง สถาบันการพลศึกษามันจะเพี้ยนไป เพราะฉะนั้นผมกังวลเรื่องนี้ และขอกราบเรียน ขอใช้เวลานิดหนึ่งท่านครับ เพื่อที่จะให้ทางผู้บริหารของสถาบันการพลศึกษาได้ตระหนัก เรื่องนี้นะครับ เห็นด้วยในการเปิดปริญญาโท ปริญญาเอก เพราะต้องการให้พัฒนาวิชาชีพ เฉพาะทางถึงที่สุด แต่เป็นห่วงเรื่องของคุณภาพทางการศึกษา เรื่องโรงเรียน การกีฬา ๑๑ โรงเรียนทั่วประเทศ เดิมทีอยู่ภายใต้สถาบันในรูปของคณะ เทียบเท่าคณะ ผมไปสอบถามผู้บริหาร ท่านอธิการบดีบอกว่ามันยุ่งยากในการประเมินเข้าสู่ตําแหน่ง ของผู้บริหาร มันยุ่งยากในการที่จะประเมินเข้าสู่ตําแหน่งทางวิชาการของครูบาอาจารย์ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริวรรณ ๗๑/๒ เพราะว่าโรงเรียนการกีฬาจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ม. ต้น กับ ม. ปลาย ทีนี้บอกว่า เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความเป็นธรรมกับครูสาขาอื่นก็อยากที่จะให้ครูบาอาจารย์ ที่อยู่ในโรงเรียนการกีฬาใช้กฎหมายร่วมกับครูทั่วประเทศนะครับ คือ พ.ร.บ. ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา แทนที่จะใช้ตําแหน่งทางวิชาการมาเป็นตําแหน่งวิทยฐานะ ก็เห็นด้วยครับ เรื่องนี้ไม่ขัดข้อง เห็นด้วย เพียงแต่ผมมีคําถามต่อไปว่าแล้วท่านคิดที่จะ ยกระดับโรงเรียนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไปเป็นอนุปริญญาเหมือนกับวิทยาลัยพลศึกษา ต่อหรือไม่ เป็นคําถามที่ทิ้งเอาไว้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๗๒/๑ เพราะว่าผมอยากให้โรงเรียนกีฬาสร้างทักษะ เด็ก ตั้งแต่ยังเยาว์วัย ม. ๑ ผมเห็นว่าบางที อาจจะช้าไป ลองดูสิครับว่าถ้าเราฝึกเด็กที่เก่งทางกีฬาตั้งแต่เยาว์วัยให้เจริญเติบโตไปตาม สายงาน แต่ว่าไม่เกิน ม. ปลาย เมื่อจบ ม. ปลายแล้วก็ไปต่อสถาบันอุดมศึกษาในวิทยาเขต ต่าง ๆ ถ้าอย่างนี้ผมคิดว่าเป็นการพัฒนาที่เรามีความพร้อม อันนี้ประเด็นเรื่องของโครงสร้าง

ประเด็นในเรื่องที่ ๒ ที่มีการเปลี่ยนแปลงก็คือการเข้าสู่ตําแหน่งของผู้บริหาร ในตําแหน่งรองอธิการบดีกับผู้ช่วยอธิการบดี กฎหมายเดิมรองอธิการบดีมาจากการสรรหา เหมือนกับตัวอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดีมาจากการสรรหาเหมือนกับตัวอธิการบดี ปรากฏว่า เมื่อไปทํางานร่วมกันมันไม่สามารถที่จะทํางานได้สอดคล้องกัน มันเป็นอุปสรรคอันหนึ่ง ตามที่ฝ่ายบริหารของสถาบันการพลศึกษาได้เล่าให้ฟัง ทีนี้กฎหมายใหม่เขาเปลี่ยนใหม่เลยครับ ใช้เหมือนกับสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ก็คือเมื่อได้ตัวอธิการบดีแล้ว ให้อธิการบดีสรรหา คัดเลือกตัวรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีด้วยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย นั่นก็หมายความว่าตําแหน่งรอง คือตําแหน่งรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดีนั้น ผู้คัดเลือก ผู้แต่งตั้งก็คือตัวอธิการบดี ก็สามารถทํางานเป็นทีมได้ แต่ตรงนี้ท่านประธานครับก็มีปัญหา เช่นเดียวกัน มีปัญหาตรงไหนครับ เมื่อตําแหน่งรองอธิการบดีมาจากการเลือกของอธิการบดี ระบบคนไทยเกรงใจกัน มีบุญคุณกันถือว่าถ้าอธิการบดีไม่ได้เลือกท่านก็ไม่ได้เป็น รองอธิการบดี ไม่ได้เป็นผู้ช่วยอธิการบดี เพราะฉะนั้นพอเป็นระบบนี้ในระบบคล้าย ๆ ระบบอุปถัมภ์ ก็ทําให้อธิการบดีทําอะไรถูกหมดถึงแม้บางเรื่องทําในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่รองอธิการบดีนี้เห็นชอบด้วย และระบบนี้อธิการบดีทําความผิดและมีความผิดนี่ยากมาก ผมเห็นตัวอย่างหลายสถาบัน รองอธิการบดีปกป้องครับ ปกป้องไม่ให้อธิการบดีมีความผิด เพราะอะไรครับ เพราะว่าอธิการบดีออก รองอธิการบดีก็ต้องออกไปด้วย ออกเป็นชุด เพราะฉะนั้นรองอธิการบดีจะปกป้องตัวอธิการบดีทุกวิถีทางเพื่อให้อยู่ในตําแหน่งตลอดไป มันเป็นปัญหาของสถาบันอุดมศึกษาหลายสถาบันที่ร้องเรียนมาผ่าน ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นเรื่องที่ผมเห็นด้วยแต่จะต้อง ระมัดระวังว่าจะทําอย่างไร

ประเด็นสุดท้ายครับ เรื่องที่เปลี่ยนแปลงก็คือระบบการเงินการบัญชี เดิมที รายได้ของสถาบันการพลศึกษา ถ้าได้มาจากการบริหารงบประมาณที่เกิดขึ้นจาก สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศันสนีย์ ๗๒/๒ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างหรือรายได้ต่าง ๆ ก็เอาเงินเหล่านั้นเข้าสู่กระทรวงการคลัง แต่ของใหม่ ทางสถาบันการพลศึกษาต้องการให้เม็ดเงินทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการ ของสถาบันเป็นเงินนอกงบประมาณเป็นเงินของสถาบัน ตรงนี้ผมกราบเรียนว่าผมต่อสู้ มามากแล้วก็เห็นด้วยครับว่าเงินที่เกิดจากการบริหารจัดการของสถานศึกษานั้นน่าจะเป็นเงิน ของสถานศึกษาให้สถานศึกษานํามาบริหารจัดการในทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องมีกรอบว่าควรจะใช้ในเรื่องอะไรได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร มิฉะนั้นแล้วก็จะใช้เงินเหล่านี้ ไม่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการจัดการศึกษาสู่คุณภาพของสถานศึกษาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ เรื่องเห็นด้วย แต่มีข้อสังเกตที่จะให้ผู้บริหารสถาบันการพลศึกษาได้กํากับ ดูแลและหาช่องทางในการออกระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ให้สิ่งที่พวกเรากังวลมันหมดสิ้นไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัย เหมะ แล้วก็ไปท่านสามารถ ท่านนิยม เชิญท่านวรชัยครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๗๓/๑

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทําไมละครับ ท่านประธาน การพลศึกษานี้เป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์นําไปสู่คุณภาพชีวิตของคน ท่านประธานครับ นําไปสู่สังคมโลกของมนุษย์ที่เอาพลศึกษาหรือการกีฬานี้ไปสู่เสรีภาพ สันติภาพ แล้วก็ศักดิ์ศรีของมนุษย์โลกครับ การพลศึกษานั้นนําไปสู่คุณภาพชีวิต นําไปสู่ความมีน้ําใจเป็นนักกีฬา ท่านประธานสภาที่เคารพ สถาบันการศึกษาเป็นพื้นฐาน ของมนุษย์ แต่ว่าการพลศึกษานั้นเป็นพื้นฐานคุณภาพชีวิตของมนุษย์ท่านประธานครับ เพราะวันนี้เราจะเห็นว่าถ้ามนุษย์โลกนั้นสุขภาพไม่ดี ถ้ามนุษย์โลกนั้นสุขภาพเจ็บไข้ได้ป่วย ชีวิตของสังคมมนุษย์มันก็ไม่มีความสุข เพราะฉะนั้นการจัดตั้งสถาบันการศึกษา การจัดตั้ง โรงเรียนพลศึกษาเป็นสิ่งสําคัญครับ ผมเห็นว่าวันนี้การศึกษาในด้านการกีฬา ของประเทศไทยนั้นยังล้าหลังครับ ยังไม่สามารถที่นําไปสู่สากลของโลกมนุษย์ได้ เราจะเห็นว่า การกีฬาของประเทศเรานั้นวันนี้มีการแข่งขันกีฬาระดับชาติ ระดับโลก ระดับในภูมิภาค ก็ตาม เรายังไม่สามารถนําไปสู่ความเป็นเลิศของความเป็นหนึ่งได้ แม้แต่อาเซียนด้วยกันครับ ในขณะที่ประเทศไทยนั้นมีบุคลากร มีทรัพยากรมนุษย์มากมาย แต่ว่าเราขาดการดูแล เอาใจใส่เรื่องการกีฬา วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐบาลนี้เห็นความสําคัญของการกีฬา เป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่งครับ จะนําไปสู่ให้ชีวิตของคนไทยมีความแข็งแรงมีความรู้เรื่องการกีฬา ตั้งแต่เด็ก ๆ จนโตครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้เราจะเห็นว่าผู้ใหญ่ ในประเทศไทยหลายท่านด้วยกัน ไม่รู้จักแพ้ ไม่รู้จักชนะ ไม่มีความเป็นนักกีฬาครับ ถ้าเรามีโรงเรียนการกีฬาท่านประธานสภาที่เคารพ ฝึกคนให้มีน้ําใจเป็นนักกีฬาผมว่า สังคมไทยน่าอยู่ สังคมไทยเป็นสังคมของการเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน แต่วันนี้ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าสังคมไทยนั้นมีความรู้สึกไม่มีน้ําใจเป็นนักกีฬา มีการแบ่งแยกแพ้ไม่รู้จักแพ้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมาครับ เพราะฉะนั้นโรงเรียนการกีฬาสิ่งที่สําคัญที่สุดคือ การอบรมคน ฝึกให้คนมีน้ําใจเป็นนักกีฬารู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้อภัยครับ นี่คือสิ่งที่สําคัญนี่คือ หัวใจของโรงเรียนการกีฬา นอกจากทําให้คนมีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ถ้ามนุษย์มีสุขภาพ ที่แข็งแรงเราก็สามารถที่จะพัฒนาประเทศได้ ถ้าลูกหลานของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สะแกวัลย์ ๗๓/๒ ท่านประธาน เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้นําไปสู่ความรู้ความสามารถของเด็กในอนาคต เราต้องฝึกเด็กตั้งแต่เล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ การเรียนการสอนผมว่าการกีฬาเป็นหัวใจที่สําคัญ ของการศึกษาในปัจจุบัน เราจะเห็นวันนี้หลายประเทศเขาให้ความสําคัญเรื่องการกีฬา แม้แต่ประเทศด้อยพัฒนากว่าประเทศเราครับประเทศกัมพูชาก็ดี ประเทศพม่าหรือว่า ประเทศลาว วันนี้มีการส่งเสริมการกีฬา มีการส่งเสริมโรงเรียนการกีฬา มีการปรับ งบประมาณช่วยดูแลเรื่องการกีฬา พัฒนาการกีฬาของแต่ละประเทศ สามารถที่จะสู้กับ ประเทศไทยได้ในขณะที่ประเทศไทยมีบุคลากรแล้วก็มีงบประมาณที่มากกว่าครับ เพราะเขาสนใจให้ความสําคัญ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๗๔/๑ เรื่องการกีฬา เราจะเห็นว่าที่ผ่านมา ๒ ปี ที่ผ่านมา ๒ ปีนั้นการกีฬาของเราด้อยคุณภาพ รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสําคัญเรื่องคุณภาพชีวิตของคนไทย ไม่ให้ความสําคัญ เรื่องการกีฬาเลยครับท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมว่ารัฐบาลนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องชดเชยครับ จะต้องให้ความสําคัญเกี่ยวกับการกีฬาให้มากขึ้น ไม่ว่าในเรื่องของงบประมาณ ไม่ว่าในเรื่องของบุคลากรครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ บุคลากรในด้านการพลศึกษานั้นวันนี้เรายังด้อยมากพอสมควรครับ ในการอบรม ในการดูแล บุคลากรของเรานั้น เราจะต้องให้มีการฝึก ให้มีการเรียนรู้มากกว่านี้ งบประมาณไม่ว่าในการ จัดตั้งโรงเรียนพลศึกษา ไม่ว่าจัดตั้งองค์กรที่เกี่ยวกับสถาบันของส่งเสริมการพลศึกษานั้น ผมว่ารัฐบาลนี้จะต้องเพิ่มงบประมาณดูแลให้มากขึ้นกว่านี้ครับ เราจะเห็นที่สําคัญที่สุดว่า สมาคมการกีฬาต่าง ๆ นั้นวันนี้ท่านประธานสภาที่เคารพ ถ้าเราสนับสนุนได้เราก็ควร สนับสนุน ในภาคเอกชนเราจะเห็นว่ามีการขับเคลื่อนในเรื่องการกีฬา ภาคเอกชน เราเห็นความสําคัญเกี่ยวกับการกีฬามาตลอด แต่ว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้ให้ความสําคัญเลยที่ผ่านมา การขับเคลื่อน การสนับสนุน การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ เราจะเห็นว่าภาคเอกชนนั้น ลงมาขับเคลื่อนแทนรัฐบาลตลอด การสนับสนุนไม่ว่าเรื่องเงิน เรื่องสิ่งของต่าง ๆ ในการดูแล การกีฬานั้นภาคเอกชนผมต้องเคารพ ต้องขอบคุณจริง ๆ ครับ ที่ให้ความสําคัญ ไม่ว่า การแข่งขันกีฬาในเรื่องฟุตบอล มวยสมัครเล่น หรืออะไรต่าง ๆ นี้มีความสําคัญครับ ถ้าเรามีโรงเรียนการกีฬาครับ เพื่อฝึกทักษะ เทคนิค แล้วก็ความรู้ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ การกีฬาครับ ให้ถูกต้อง ผมว่าคนไทยเป็นคนเก่งจริง ๆ เป็นคนเรียนรู้ รับรู้อะไรได้ง่ายครับ ท่านประธาน ถ้าเราตั้งโรงเรียนพลศึกษาขึ้นมา ผมเชื่อมั่นนะครับว่าประเทศไทยนั้นจะต้อง เป็นหนึ่งในโลก เราจะเห็นว่าประเทศหลายประเทศครับที่เขามีความสามารถเป็นแชมป์ได้ ไม่ว่ามวย ฟุตบอล การกีฬาหลายประเทศเราเห็นเขาเป็นเลิศ ในขณะที่ประชากรเขานิดเดียว งบประมาณเขาน้อยกว่าเราครับ แต่วันนี้ประเทศไทยเอางบประมาณไปทุ่มเทในเรื่องอื่นมากครับ ไม่ว่าซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ว่าการเอาเงินมาดูแลคุณภาพชีวิตของคนไทยน้อยมาก ดูแลเรื่องการกีฬาน้อยมากครับ การกีฬาที่โบราณเขาบอกว่าเป็นยาวิเศษมันเกี่ยวพัน กับการศึกษา การตั้งโรงเรียนการกีฬานี้ผมว่ารัฐบาลนี้จะต้องทํา แล้วก็เป็นสิ่งที่ทําให้ ประเทศไทยนั้นจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ ถ้าสุขภาพของคนไทยมีความแข็งแรง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ธัญรดา ๗๔/๒ เศรษฐกิจของไทยก็ดีขึ้นด้วยครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ คนเรานั้นมีอํานาจมีความร่ํารวย มีความมั่งคั่ง รวยอย่างไรก็ตามครับ ถ้าคุณภาพชีวิตไม่ดี ถ้าต้องนั่งรถเข็นแล้วรวยทําไมครับ เราต้องดูแลมนุษย์ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง โดยการอบรม ให้การศึกษา ให้ความรู้ผ่าน โรงเรียนการกีฬานี่ละครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมจึงขอสนับสนุนรัฐบาลให้ตั้ง โรงเรียนการกีฬาสนับสนุนพระราชบัญญัติสถาบันพลศึกษาครับ เพื่อจะนําไปสู่ความเป็นเลิศ เพื่อจะนําไปสู่คุณภาพชีวิตของคนไทยที่ดีขึ้น เพื่อนําไปสู่ความมีน้ําใจของคนไทย รู้จักแพ้ รู้จักชนะ ไม่ใช่ขี้แพ้ชวนตี ไม่ใช่แพ้แล้วก็คิดว่าตัวเองชนะ ครับ ขอบคุณครับท่าน ประธานสภาที่เคารพ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๗๕/๑

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสามารถ มะลูลีม ครับ

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมก็เป็นบุคคลหนึ่งนะครับที่อยู่ในวงการกีฬา ก็ชื่นชมนะครับ ที่รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษาเข้ามาในวันนี้ ก็ต้องเรียนครับว่า วันนี้ก็อยู่ในการควบคุมของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีท่านคงติดภารกิจ ก็ให้รัฐมนตรีศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ มาเสนอนโยบายในวันนี้ ท่านประธานครับ การที่เราจะมี สถาบันพลศึกษาขึ้นมา เราแก้จากปี ๒๕๔๘ มาเป็นปี ๒๕๐๐ ที่เราจะเสนอกันในวันนี้นี่นะครับ ก็ต้องเรียนให้พี่น้องพวกเราได้รับทราบครับว่า เพลงกราวกีฬาซึ่งแต่งโดย ครูเทพหรือเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีนั้น ท่านคืออดีตประธานรัฐสภาคนแรกของเราครับ กีฬากีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทําคนให้เป็นคนนี่ละครับ ประธานรัฐสภาคนแรก ของประเทศไทยเป็นคนแต่งเพลงนี้ เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าถ้าวิญญาณท่านก็คงจะได้ รับทราบครับว่าวันนี้ลูกหลานของพวกเรามาเป็นผู้แทนราษฎร ก็ได้มาเสนอเรื่อง พ.ร.บ. เกี่ยวกับ สถาบันการพลศึกษาในวันนี้ ต้องเรียนครับว่า ก่อนอื่นต้องเรียนถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งผมต้องขอชื่นชมอย่างจริงใจต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านชุมพล ศิลปอาชา ผมเคยยื่นกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องให้สนับสนุนการกีฬาของประเทศไทย และสิ่งหนึ่งที่ผมไป ประสบมา และผมมาพูดในที่ประชุมและท่านได้แก้ไข เป็นบุญของนักกีฬาอย่างยิ่ง คือนักกีฬาคนพิการครับ ผมไปพบนักกีฬาคนหนึ่งครับ ชื่อประวัติ วะโฮรัมย์ นักกีฬาวีลแชร์ (Wheelchair) ผมฟังแล้วอยากจะร้องไห้ครับ ท่านบอกว่าเก็บหอมสะสมเงินทองประมาณ เกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่งตัวเองไปควอลิไฟ (Qualify) ตามประเทศต่าง ๆ เพื่อจะได้ มีโอกาสไปติดทีมชาติแข่งโอลิมปิกที่ประเทศจีน เอาเงินที่เก็บ ๆ มา ขายของนั่น ขายของนี่ มาไปควอลิไฟเพื่อให้ตัวเองได้มีโอกาสไปแข่งขันโอลิมปิก รัฐบาลไม่มีเงินให้หรอกครับ นักกีฬาคนพิการนี่ละครับ ให้แต่นักกีฬาดี ๆ ไม่เคยให้ เขาก็ไปแข่งขันมาครับ เขาได้ประมาณ ๓ เหรียญทอง ได้เหรียญเงิน สรุปแล้วเขาได้มาประมาณ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) กนกวรรณ ๗๕/๒ ๗,๐๐๐,๐๐๐-๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท หักลบกลบหนี้กําไร ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าคิดอย่างนี้ นะครับ พูดแบบชาวบ้านกําไร ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท เขายังมีน้ําใจเอามาช่วยรุ่นน้องประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท ไว้เผื่อไปควอลิไฟในรุ่นต่อ ๆ ไป ผมมาพูดในที่ประชุมอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีชุมพล ศิลปอาชา ท่านก็เสนอเลยนะครับว่าต่อไปนี้นักกีฬาคนพิการไม่ต้องไป วิ่งเต้นหาเงินส่งตัวเองไปแข่งขัน ท่านให้มา ๑๐ ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว ตรงนี้ต้องขอบคุณ แทนนักกีฬาคนพิการด้วยนะครับว่า เสียงที่พูดในสภานั้นก็มีน้ําหนักในการที่จะแก้ไขปัญหา ให้นักกีฬาคนพิการ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ชื่นชมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ ผมไม่อยากประท้วงนะครับ ท่านวรชัย เหมะ ที่ท่านบอกว่ารัฐบาลที่แล้วไม่ได้ดูแลด้านการกีฬาคุณภาพชีวิต ผมอยู่ในวงการกีฬาครับ ผมเป็นอุปนายกสมาคมฟุตบอล กีฬาไม่ว่าจะฟุตบอลดิวิชั่น ๒ (Division) ๒ ด้วยอานิสงส์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ท่านนั่งอยู่ในที่นี้ พวกเราก็มาหารือท่าน ท่านให้งบประมาณดิวิชั่น ๒ มา ๑๐๐ ล้านบาท จากเมื่อก่อนนั้น ก็ได้แค่ ๑๐ ล้านบาท ๑๑ ล้านบาทประมาณนั้น ปี ๒๕๕๓ ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ท่านทราบไหมครับว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับงบประมาณเพียง ๔๐ ล้านบาทในด้าน กีฬาฟุตบอล ฟุตบอลหญิง ฟุตบอลชาย ฟุตซอล (Futsal) หญิง ฟุตซอลชาย ดิวิชั่น ๑ ดิวิชั่น ๒ ไทย ลีก (Thai League) ท่านจะให้ ๔๐ ล้านบาท ผมต้องเรียนครับว่าผมไปเป็น กรรมาธิการงบประมาณไปพูดอธิบายว่าการกีฬามีประโยชน์สําคัญอย่างไรต่อประเทศชาติ กีฬาสร้างคนให้เป็นคนดีของประเทศชาติอย่างไร ปีนั้นรวมทั้งที่ พลตรี สนั่นสนับสนุน ได้มาทั้งหมด ๒๑๐ ล้านบาทครับ จาก ๑๐ ล้านบาท ทําให้มีการแข่งขันดิวิชั่น ๒ มีการแข่งขันจนถึงแชมป์เปี้ยน ลีก (Champion League) ได้ เพราะมันมีเงินมาจ่าย ค่ากรรมการ มีเงินมาจ่ายให้ทีมจังหวัด ๆ ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๗๖/๑ แต่เพียงแต่ปีที่แล้วที่น่าเสียใจนะครับ ไม่ว่าจะ ส.ส. ภราดร ปริศนานันทกุล ก็พูดกันว่า ปี ๒๕๕๓ ได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๔ ได้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท หายไปไหนเงินได้ ๑๐๐ ล้านบาทเท่ากัน เท่านั้นไม่พอ ไปเลื่อนการแข่งขันไปอีก ๑ เดือน ไม่ว่า ส.ส. แต่ละคน ทุกคนอยู่ในที่นี้ไม่ต่ํากว่า ๑๐ กว่าท่านเป็นเจ้าของสโมสรนั้น ก็ต้องบอกว่าได้เงินก็น้อยลงมา ครึ่งหนึ่งแล้ว แถมการแข่งขันก็เลื่อนไปอีก ๑ เดือน ก็เท่ากับไม่ให้อะไรเลยครับเมื่อปีที่แล้ว แต่ปีนี้มีการตกลงกันครับว่าจะต้องให้จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาททุกคนนะครับ ไม่ว่าจะ ส.ส. เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ส.ส. ภราดร ส.ส. ชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่เป็นเจ้าของทีมทั้งหลายนะครับ ท่านทั้งหลายที่เป็นเจ้าของทีมนั้นทุกคนก็ยังรู้ว่ามีการช่วยเหลือเงินจากรัฐบาล เพราะฉะนั้น อันนี้ต้องเรียนนะครับว่านี่คือสิ่งหนึ่งครับที่ท่านอภิปรายที่แล้วว่ารัฐบาลที่แล้วไม่ได้สนับสนุน ในการกีฬา ฟุตซอลโลกนี่นะครับ ต้องเรียนเลยครับว่าผมเป็นคนเสนอให้จัดฟุตซอลโลก ในประเทศไทย ผมเห็นท่านรัฐมนตรีหรือใครก็แล้วแต่อยากจะจัดฟุตบอลโลกกันจังเลย เคยฟัง เดี่ยว 9 ไหมครับ ที่บอกว่าจะจัดได้ครับ แต่ต้องเป็นเจ้าภาพเอง การเป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลกไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะครับ เรื่องใหญ่มาก ๆ นะครับ แต่ว่าการจัดฟุตซอลโลก เราไปด้วยตัวเองมา ๓ สมัยซ้อน สนามก็ใช้ไม่เยอะ ๓-๔ สนามเท่านั้นเองนะครับ สนามจังหวัดสุพรรณบุรี สนามจังหวัดนครราชสีมาต่าง ๆ นะครับ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขออภัยที่เอ่ยนามท่านก็โอเครับจัด แต่พี่น้องครับมาถึงวันนี้ท่านเพื่อน ๆ ผู้แทนราษฎรครับ วันนี้แข่งขันวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เราได้สิทธิมา เมื่อมีนาคม ๒๕๕๓ ท่านครับ เคยเห็นป้ายโฆษณาสักหนึ่งป้ายในประเทศไทยไหมครับ เดือนสิงหาคม ผมก็เคยพูดที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบอกเราได้เป็นเจ้าภาพ มาเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ ทําไมป้ายโฆษณาไม่มีเลยสักป้ายเดียว ต้องเรียนประทานโทษ เหมือนกันครับ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา เขาบอกว่าผมเพิ่งทราบวันนี้เหมือนกันนะครับว่า เราได้เป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก เดี๋ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดการเลยนะครับ การประชาสัมพันธ์ วันนี้ ๒๕๕๕ ใครเคยเห็นป้ายสักหนึ่งป้ายไหมครับ เสาเข็มตอกหรือยังครับ วันที่ ๑ พฤศจิกายนนี้แข่ง จุ ๑๒,๐๐๐ คน ผมเสียดายกลัวว่าจะทํา ให้เสียหายต่อประเทศชาตินะครับว่าการจะเป็นเจ้าภาพอะไรสักอย่างหนึ่งมันไม่ได้ง่าย ๆ ผมเคยเป็นเลขานุการประจําคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา เคยไปเที่ยว สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๗๖/๒ ออสเตรเลียตอนที่เขายังไม่ได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ซิดนีย์ ทูทาวชั่น (Olympic Sydney 2000) เครื่องบินทุกลําเขาติดว่า ซิดนีย์ ทูทาวชั่น จะไปไหนถนนหนทางติดซิดนีย์ ทูทาวชั่น ขนาด ยังไม่ได้เป็นเจ้าภาพเลยติดขนาดนี้ นี่เป็นเจ้าภาพมา ๒ ปีไม่เคยติดอะไรเลยครับ พี่น้องที่มา จากต่างประเทศลงเครื่องบินสุวรรณภูมิจะรู้ไหมนี่ว่าประเทศไทยปีนี้เป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก มี ๒๔ ทีม เป็นครั้งแรกในโลก เขาเคยแข่งกัน ๒๐ ทีม มาประเทศไทย ให้ ๒๔ ทีมเลยนะครับเป็นครั้งแรกในโลก ก็ยังไม่มีการโฆษณานะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็ต้องเรียนนะครับว่าฝากไว้ว่าประเทศเราอยากจัดโน้นอยากจัดนี่ ผมกลัวอย่างเดียว จะเผลอไปเสนอจัดฟุตบอลยุโรปเท่านั้นเองครับ เพราะเขาต้องจัดกันประเทศยุโรป อย่างเดียวนะครับ เห็นโอลิมปิกก็จะจัด ฟุตบอลโลกก็จะจัด เอเซียนเกมส์ (Asian Games) ก็จะจัด อย่าไปจัดฟุตบอลยุโรปเด็ดขาดนะครับ ก็ต้องเรียนว่าสถาบันพลศึกษามีอธิการบดี ๑ คน มีโรงเรียนอยู่ทั้งหมด ๑๗ โรงเรียน วิทยาลัยพลศึกษานั้น ทุกวิทยาลัยพลศึกษานั้นก็มี ตําแหน่งเป็นรองอธิการบดี แต่อธิการบดีมีคนเดียว แต่ในความคิดเห็นผมอาจจะสวนทาง นะครับ ผมก็อาจจะไม่เห็นด้วยว่าทําไมละครับเราไม่เอาความเจริญมาว่าอธิการบดีก็ให้มีไป ๑๗ แห่งเลยครับ ในอดีตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีอธิการบดีอยู่ท่านเดียวอยู่ใน กรุงเทพมหานคร อยู่ที่ประสานมิตรนะครับ ก็มีวิทยาเขตไปไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นอะไรต่ออะไรอีกมากมายมหาศาล ปัจจุบันนี้ ได้กระจายอํานาจดีเซนทราไลเซชั่น (Decentralization) ไปนี่นะครับมีอธิการบดีเยอะแยะ ขึ้นมาในประเทศไทยไม่ว่าจะมหาวิทยาลัยนเรศวรต่าง ๆ แล้วก็สถาบันราชภัฏ เมื่อก่อนนี้ก็มี อยู่คนเดียวครับอธิการบดี ปัจจุบันนี้มีอธิการบดีมากมาย โดยเฉพาะอย่างสถาบันราชภัฏจอมบึง มีสอนกีฬามวยไทยได้ถึงชั้นปริญญาเอกนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้สถาบันพลศึกษาผมก็ อยากจะโยงไปถึงว่าทําไมสถาบันพลศึกษาก็อยากจะให้เป็นแกนนําเลยนะครับว่า สถาบันมวยไทย ผมเป็นหัวหน้าคณะนักมวยตั้งแต่อายุ ๒๐ ปียันปัจจุบันนี้ ต้องเรียนเลยว่า สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) สวรรยา ๗๖/๓ ไปประเทศไหนฝรั่งยกมือไหว้สวยกว่าคนไทยไหว้บางคนอีกครับ เขาชื่นชมนิยมยินดีมากว่า คนไทยทําไมเขารู้จักศิลปะมวยไทย แต่เมื่อปีที่แล้วผมอยู่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยวและกีฬา ผมคัดค้านการให้อังกฤษเป็นคนออกใบเซอร์ติฟิเคท (Certificate) มวยไทยให้กับคนทั่วโลก อย่างไรก็ค้านครับ จะไปอ้างว่าอังกฤษเป็นประเทศดัง ประเทศ สถาบันชื่อเสียง มีชื่อเสียงอย่างไรก็ตามผมก็ค้านครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๗๗/๑ เพราะประเทศไทยมีสถาบันที่สอนถึงปริญญาเอกด้านมวยไทย สถาบันการพลศึกษา นี่ละครับ ทําไมท่านไม่คิดละครับว่าท่านก็จัดตั้งเองเลยสิครับ ใครอยากจะมาเรียนก็ต้องออก โดยสถาบันการพลศึกษาของประเทศไทย หรือออกลูกมาเป็นสถาบันมวยไทยก็ได้ บางทีน่าน้อยใจนะครับว่าฝรั่งมาอยู่ที่ภูเก็ตเป็นเจ้าของค่ายมวยจ้างคนไทยไปสอนมวย แค่เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ฝรั่งเก็บรายได้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท เป็นต่อปีนะครับ อันนี้ก็ต้องเรียนว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนะครับ ถ้าศิลปะของเราถูกย่ํายีขนาดนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนนะครับว่าในเรื่องต่าง ๆ เรามีการสอนมวยไทยถึงปริญญาเอกแล้ว การที่มีสถาบันการพลศึกษาถึงปริญญาเอก อันนี้ก็ต้องถือว่าสมควรนะครับ ซึ่งเรายังใช้คําว่า พลศึกษา พละแปลว่ากําลัง ศึกษา ก็การเล่าเรียน ศึกษานั้นเรายังมองเรื่องการเล่าเรียนในด้านการพละกําลัง แต่ต่างประเทศนี้ เขาเรียกว่า สปอร์ต แมนเนจเมนท์ (Sport management) การจัดการด้านการกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็มีสอนปริญญาเอก เขาจะไปถึงสปอร์ต อินดัสทรี (Sport industry) การลงทุนอุตสาหกรรมทางด้านการกีฬาไปแล้ว เพราะฉะนั้นทุกคน เขาก้าวข้ามตรงนี้กันไปแล้ว เราก็ยังมาพูดกันเรื่องพลศึกษาอยู่ อันนี้ต้องเรียนนะครับว่า ทุกคนที่จัดการในการดําเนินการด้านนี้นั้นทุกคนก็เห็นด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนนะครับ ว่านักกีฬา ท่านต้องเข้าใจครับว่ากีฬาเป็นสิ่งหนึ่งที่ทําให้ทุกคนนั้นได้รู้จักคุณค่าของการ ออกกําลังกาย ถ้าเราใช้งบประมาณด้านการกีฬาไปมาก ๆ ไม่ต้องกลัวเลยนะครับ ท่านจะออกไปสนามนั้น สนามนี้ สนามไหน ๆ ก็ตามเราจะได้รับประโยชน์ บางทีเราก็อาจจะ ได้ยินนักข่าวเขาตั้งสมญานามกัน ไปบอกว่าชุมพลไม่สนกีฬา ก็คือชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา คนก็มองไปหมด ผมก็ไปดูเอ๊ะท่านก็ทําพละเยอะแยะ แต่ผมอ่านไปอ่านมา ทําไมมันมีแต่สนามกีฬาที่มี ส.ส. เฉพาะพรรคชาติไทยพัฒนาเท่านั้นเอง คนอื่น ๆ ที่อยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรนี่นะครับ ก็ยินดีอยากให้สร้างทุกจังหวัดล่ะครับ ไม่จําเป็นต้องไปสร้าง ที่เดียวนะครับ ผมก็เลยอยากจะบอกว่าไม่ใช่ชุมพลไม่สนกีฬาของจังหวัดอื่นนะครับ อันนี้อยากให้เปลี่ยนแปลงในด้านตรงนี้ เพราะเราถือว่าต้องอยากให้สร้างไปเยอะ ๆ ครับ ไม่ใช่ไปลงแต่จังหวัดสุพรรณบุรี ลงจังหวัดต่าง ๆ อันนี้ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้อง ขอบพระคุณที่ได้มีโอกาสสนับสนุนในการที่จะได้ไปดําเนินการ แต่ก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๗๗/๒ ก็เสนอเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ควบคุมการใช้สารและวิธีการต้องห้ามทางกีฬา พ.ศ. .... มาแล้วนะครับ อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะว่าถ้าเราไม่มีการร่างกฎหมายขึ้นมาต่อไปการแข่งขันโอลิมปิก เราอาจจะได้เหรียญทอง แต่เราก็ไม่ได้รับการรับรอง แต่อดีตของเรานี้เป็นประวัติศาสตร์โลก นักกีฬาคนพิการของเรานี่ละครับขว้างจักรได้เหรียญทอง ชื่อวันนา ลาดี ขว้างวันนี้วันรุ่งขึ้นออกลูกครับ ผมว่าในโลกนี้ไม่มีหรอกครับ ท้องเก้าเดือนไปแข่งขัน ได้อย่างไรครับ แต่ว่าขว้างไปแล้ววันรุ่งขึ้นออกลูกเลยตั้งชื่อว่าเด็กหญิงหรือเด็กชาย ชื่อมะนิลา ผมจําได้ว่าแข่งที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก็ยังต้องขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่รับนักกีฬาคนนี้มาเป็นเจ้าหน้าที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทยยันทุกวันนี้ อันนี้ก็ต้องเรียน ว่าจะไปตรวจสารกระตุ้น สารอะไรนะครับ ตรวจดูเรื่องท้องเรื่องไส้ก่อนนะครับ ในการที่จะไปแข่งขันเพราะกลัวว่ามันจะเป็นอันตรายถึงชีวิตของนักกีฬาต่าง ๆ อันนี้ ก็ต้องเรียนนะครับว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกระทรวงที่จะสร้างประโยชน์ อย่างมหาศาลให้กับประเทศชาติ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม เวชกามา

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอร่วมแสดงความคิดเห็นและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ สถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ร่างยกเลิกแก้ไข พระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผมเองคิดว่าถึงเวลาที่ต้องสนับสนุนรัฐบาลที่มีแนวคิดที่จะยกมาตรฐานของการกีฬา ประเทศไทย แต่ว่าร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้ไปยกร่างในลักษณะของโครงสร้าง ด้านการบริหารและด้านวิชาการ ผมเพียงตั้งข้อสังเกตเท่านั้นท่านประธาน อยากตั้งข้อสังเกต ในหลายประเด็นและหลายมาตรา ที่ผมดูแล้วว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นแนวคิดที่สุดยอด รัฐบาลในยุคนี้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยคิดนําเสนอร่างแก้ไข สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๗๘/๑ ให้อํานาจสภาสถาบันมีอํานาจเต็มที่ในการบริหารจัดการ เพียงแต่ผมเป็นห่วงกังวล ตั้งข้อสังเกตว่าฉบับพระราชบัญญัตินี้ถ้าสําเร็จโดยผมคิดว่าและเข้าใจว่าสมาชิกสภาแห่งนี้ ไม่มีใครคัดค้านพร้อมที่จะสนับสนุน เพียงแต่ผมกังวลและเป็นห่วงจึงขอตั้งข้อสังเกตไปยัง คณะกรรมาธิการซึ่งจะดําเนินการแก้ไขปรับปรุง เพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่าง ที่ยกร่างโครงสร้างเป็นส่วนใหญ่ โดยให้อํานาจสภาสถาบัน โดยเฉพาะมาตรา ๙ ยกร่าง มาตรา ๑๙ ให้อํานาจสภาสถาบันแบบเต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นผมจึงเป็นห่วงในลักษณะว่า ผมอยากเห็นนักกีฬาของประเทศไทยไปสู่ระดับโลก ไม่ว่าโอลิมปิก ฟุตบอลโลก แบบท่านผู้ทรงเกียรติพูด เพียงแต่ว่าถ้าหากสภาสถาบันซึ่งมีอํานาจเด็ดขาดในการบริหาร ด้านการกีฬาแล้วจะนําไปสู่วิถีทางอย่างจริงจังหรือไม่ วันนี้โรงเรียนกีฬาประเทศไทย ทั้งประเทศมีแค่ ๑๑ แห่ง เพราะว่าทําไมต้องคิดแล้ว ถ้าหากอํานาจของสภามีเต็มรูปแบบต้องเพิ่ม ประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัดแล้ววันนี้ จะมามีแค่ ๑๑ แห่งไม่ได้ ผมจําได้ยุคหนึ่งบ้านผม จังหวัดสกลนครนักกีฬาจะมาเรียนโรงเรียนกีฬาต้องที่จังหวัดขอนแก่น แล้วกี่จังหวัดคนมา เป็นหลายร้อยคนรับได้ครึ่งเดียว อันนี้มันทําให้สถาบันการพลศึกษาไปไม่ได้ วันนี้ผม จึงกราบเรียนว่าในเมื่อสภาสถาบันพลศึกษามีอํานาจในการจัดการกีฬาผมจึงเป็นห่วงว่า การจะเพิ่มปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกมันจะกระจายลงไปในลักษณะไม่เป็นเรื่อง การกีฬามากนัก ผมจึงฝากความหวังว่าคณะกรรมาธิการซึ่งต่อไปต้องไปรับยกร่าง ต้องไปดู ในเนื้อหาของมาตราบางมาตราด้วย โดยเฉพาะในมาตรา ๑๙ เปิดไว้กว้างไป กว้างถึงขนาด บอกว่าต้องจัดการศึกษาสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของท้องถิ่น ผมเกรงว่า จะเปิดประเด็นให้สถาบันทางการศึกษาซึ่งผมก็คาดหวังว่าสถาบันที่จะผ่านพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไปจะต้องไปจัดการด้านพลศึกษา ด้านการกีฬาให้เป็นหนึ่งจริง ๆ ไม่ใช่เอาไปผสมกับกีฬา กีฬาอย่างนี้ไปผสมอย่างโน้นเพื่อให้เปิดสาขาต่าง ๆ เพื่อเป็นปริญญาโท ปริญญาเอก โดยเป็นการหาเงิน เพราะมันเปิดไว้ในมาตรา ซึ่งผมไม่ขัดข้องนะในด้านการเงิน การเงินรายได้จากการกีฬาให้เป็นของสถาบันพลศึกษาจัดการดําเนินการหมด ยกเลิกของเดิมที่ต้องดูแลกํากับของกระทรวงการคลัง ก็ดีครับ มันเป็นการบริหารงานที่คล่อง แต่ต้องมีกรอบที่ชัดเจนเหมือนบางท่านพูด ผมไม่ได้ซ้ําประเด็น แต่ต้องการยืนยันให้เห็นว่า เงินที่ได้มาจากการกีฬาต้องมาเพื่อการกีฬาจริง ๆ ไม่ใช่มาเพื่ออย่างอื่น เพราะเงินบริจาค สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๗๘/๒ ด้านการกีฬาเป็นเงินมหาศาลทําให้มีการทุจริตที่เกิดขึ้นอย่างทุกวันนี้ก็มีบ้างแล้ว อันนี้ผมจึงฝากว่าผู้บริหารซึ่งต่อไปผู้มีอํานาจเด็ดขาดในสถาบันแห่งนี้จะต้องคิดและเอามา ทบทวนว่าจะทําอย่างไร ที่สําคัญว่าประเด็นหลัก ๆ จะเป็นปริญญาโท ปริญญาเอกก็ตาม ต้องเป็นปริญญาตรีหรือปริญญาโท ปริญญาเอกทางด้านกีฬาเท่านั้น ไม่ใช่ไปเปิดเพื่อหาเงิน อย่างที่ผ่านมา เพราะในเนื้อหาของพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ไปลอกอีกหลายสถาบัน ของมหาวิทยาลัยหลายที่ก็ทําคล้าย ๆ กัน เพราะฉะนั้นผมอยากให้จํากัดลงไปชัดเจนว่า สภาสถาบันแห่งนี้จะต้องไปทํางานด้านกีฬาจริง ๆ ถ้าเป็นเอกต้องเอกกีฬา จะเป็นเอกมวย ทุกคนเป็นแชมป์โลก ประเทศไทยมีเด็ก มีเยาวชน มีคนไทยได้เหรียญทองโอลิมปิก จํานวนหลายคนมากกว่าปัจจุบัน ทีนี้กว่าจะได้เหรียญ ๒ เหรียญมาเป็นเรื่องยาก อันนี้คือเรา ไม่มีแม่บท แม่งานจริง ๆ ผมจึงหวังว่าสภาสถาบันทางด้านพลศึกษานี้จะเป็นแม่แบบ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๗๙/๑ จะเป็นเจ้าภาพหลักว่าในอนาคตต่อไปนี้โรงเรียนกีฬาต้องเพิ่มขึ้น วิทยาลัยพลศึกษา เป้าหมายต้องเป็นเรื่องการกีฬาเท่านั้น เพราะผมไปเปิดดูแล้ว มาตรา ๑๙ ซึ่งเป็นมาตราหลัก ซึ่งเป็นการดูแลเรื่องอํานาจหน้าที่ของสภาสถาบันจริง ๆ เปิดไว้กว้างมากครับ ต้องฝากจริง ๆ ว่าเป็นเรื่องการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรมซึ่งเรื่องนี้ไม่มีความจําเป็นมาใส่ไว้ตรงนี้เพราะท่าน กระทรวงวัฒนธรรมท่านก็นั่งอยู่นี้ ต้องไปดูในเรื่องหลักเป็นใหญ่ ผมไม่อยากให้เห็นว่าเปิดไว้ แล้วกว้าง กว้างจนไปเปิดสาขาต่าง ๆ เรื่องการกีฬาเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ในความคิดความเห็น ผมนี้อยากจะให้เรื่องการกีฬาเป็นเอก วิทยาลัยพลศึกษาวันนี้ ๑๗ แห่งไม่พอ แต่ต้องเบนเป้า มาแล้วครับ พลศึกษาหลายที่เป็นพลศึกษาจะไปเปิดสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องเลยก็มี อันนี้ผมจึง ฝากว่าต้องคิด ต้องทบทวน กีฬาเป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสําคัญครับ คนไทยถ้ามีความเป็น นักกีฬาจะมีคุณภาพมากขึ้นกว่านี้เยอะ แต่ผมจึงหวังว่าโดยเฉพาะสถาบันการเมืองของท่าน วันนี้เขียนออกแล้วครับ เขียนบอกว่าต้องไม่อยู่ในกํากับของในกระทรวงการคลัง ผมเห็นด้วย แต่การเห็นด้วยนี้หมายถึงว่าต้องมีกรอบ ที่ผมบอกมีกรอบเพราะว่าอํานาจสภาสถาบัน บริหารเงินรายได้ของสถาบัน โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง แล้วก็ ตัดอํานาจหน้าที่ของสภาสถาบันในการแต่งตั้งผู้อํานวยการสํานักงานอธิการบดี และศาสตราจารย์เกียรติคุณเพื่อให้สอดคล้องกับโครงการสร้างบริหารงาน ของสถาบันตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านบอกไว้ตามเนื้อหา เพราะฉะนั้นพออะไรก็ตามที่เปิดไว้ มันกว้าง พอกว้างก็เป็นปัญหาตามมาคือท่านผู้บริหารซึ่งอนาคตต่อไปเอาไปทําอะไรก็ได้ ได้เงินมาก็จะเปิดวิชาเอกหลายสาขาเพื่อหารายได้ให้อาจารย์ อันนั้นไม่ใช่เป้าหมายครับ ผมต้องติงไว้ก่อน ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจังหวัดหนองคาย ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นแล้วก็ตั้งข้อสังเกตในบางเรื่อง ในร่างพระราชบัญญัติการพลศึกษานี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ผมว่าทุกคนก็คงอยากเห็นความเจริญงอกงามของการพลศึกษา ของประเทศไทย จากการสังเกตของผมดูมาตลอดรู้สึกว่าการกีฬาของเราเตี้ยลง เตี้ยลง สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) เสาวลักษณ์ ๗๙/๒ โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลที่ว่าคนชอบที่สุด สังเกตไหมครับ กีฬาซีเกมส์ ถอยหลังมา ๒-๓ ครั้ง เราลดลงไปถึงขั้นตกรอบแรกเลยนะ ไม่รู้เพราะอะไร อันนี้เพียงยกกีฬาฟุตบอลอย่างเดียว อย่างอื่นผมจะไม่ยกเพื่อให้เห็นภาพว่าการกีฬาของเราไม่ได้มีการพัฒนาขึ้นเลยนะครับ ตัวผมเองก็เห็นว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวงการกีฬาหลายท่านก็ได้พูดมาแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ํา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล้มกีฬา ล้มมวย ล้มอะไรต่าง ๆ มีเยอะแยะ นั่นคือสภาพจิตใจ ของผู้เกี่ยวข้องด้านการกีฬายังไม่สูงพอ ยังไม่มีสปิริต (Spirit) ในด้านการกีฬา คนไทยเรา ถึงไม่มีสปิริต แม้แต่เราอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรพูดกันนิดหน่อยเราก็โต้เถียงกันไป คือรับฟัง คนอื่นไม่ได้ ไม่มีสปิริต ไม่มีน้ําใจเป็นนักกีฬา บางทีถ้ามีการโต้เถียงกันด้วยเหตุด้วยผลผมว่า ฟังกันหน่อยก่อนที่จะมาคัดค้านกันนะครับ ผมนั่งฟังอยู่ตลอดเวลาพวกเราไม่มีสปิริตกัน อยากเน้นออกไปทางออกกําลังมากกว่าเรื่องความคิด เพราะฉะนั้นคนไทยเราถึงสปิริต ด้านการกีฬามีน้อย เรามองเห็นในหลายวงการ แม้แต่ข่าวเมื่อคืนนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ ไปตบตีเด็กที่เขาตรวจอยู่สนามบินสุวรรณภูมิ นั่นคือสปิริตของคนมันไม่มี คิดว่าตัวเองใหญ่แล้ว เด็ก ๆ เขามาตรวจตามหน้าที่เราก็ไปใช้กําลังกับเขาแล้วไม่ได้ใช้มันสมองเลยนะครับ อันนี้ผมก็อยากเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายให้สนับสนุนพระราชบัญญัตินี้ สิ่งที่ผมสังเกตว่าผมดูแล้ว ไม่เห็นพูดถึง เรื่องโทษเรื่องคุณธรรมจริยธรรม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๘๐/๑ ของผู้บริหารของนักกีฬาอยู่ในนี้เท่าไร ไม่เห็นเน้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมยกตัวอย่างเลย เราไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศลาว ผมพูดหลายครั้งที่นี่เห็นไหมครับ เราตกรอบฟุตบอล อยู่ประเทศลาวซีเกมส์ เราไม่มีสปิริตตรงไหน นักกีฬาของเราไปขี้ใส่พรมเขาในห้องพัก คนลาวเขารู้ทั้งประเทศ อันนี้อาย คนไทยไป ถ้าพูดวงการกีฬาอายเขามาก นี่คือ ความไม่มีสปิริต เราแพ้เขา ตกรอบที่ประเทศลาวนะครับ ผมอยากให้คนไทยเรามีสปิริต มากขึ้น ตรงนี้ละครับ ผมไม่พูดถึงรายละเอียด ผมดูแล้วว่าเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ของนักกีฬา เรื่องการลงโทษวินัยนักกีฬาเราไม่ได้เน้น เราเน้นแต่เรื่องโครงสร้างอย่างที่ท่าน ผู้มีเกียรติได้พูดไปแล้วนะครับ เราไม่ได้พูดถึงเรื่องความดีงามของนักกีฬานะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่อยู่ทางบ้านเกี่ยวกับ เรื่องพลศึกษานะครับ ครู คนที่เรียนพลศึกษาไปแล้วจะไปเป็นครูก็เป็นยากเหลือเกิน เพราะสถาบันไม่ได้กําหนดหลักสูตรวิชาครูไว้ให้ครบ คนจบพลศึกษาจะไปสอบครูตอนนี้ ยากลําบากเลย เดี๋ยวนี้ปล่อยเต็มประเทศอยู่ เขามีปัญหานะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยาก เรียกร้องให้ผู้ที่จัดหลักสูตรกีฬา หลักสูตรการพลศึกษา เอาวิชาครูเข้าไปให้เต็มเหมือนครูอื่น ๆ จบไปแล้วไม่ใช่ว่ายน้ําเป็นอย่างเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นครูพลศึกษาของบ้านเรา พอไปสอนอันอื่นสอนไม่ได้เลย คนที่เรียนการพลศึกษาต้องรู้ทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่ชกมวยอย่างเดียว เขาให้ไปสอนฟุตบอลสอนไม่ได้ ต้องให้ครูอื่นมาสอนฟุตบอล นี่คือปัญหาประเทศไทย ทําเป็นอย่างเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นนักพลศึกษาจริง ๆ ต้องเรียนรู้ให้ครบ อย่างที่เราเคย พูดกันเรียนเหมือนเป็ด บินก็ได้ ว่ายน้ําก็ได้ ไปบกก็ได้ ไปทะเลก็ได้อย่างนี้ ครูพลศึกษาคนที่ จะเรียนพลศึกษาต้องเป็นอย่างนั้น สอนวิชาครูก็มีวิชาครูใส่เข้าไป รู้จิตวิทยาเด็ก จิตวิทยา สังคม อันนี้คือปัญหาที่การพลศึกษามีปัญหามาแล้ว คนที่ไปเป็นครูพละทุกวันนี้ ที่จบพลศึกษาไปเป็นครูยากมาก เพราะฉะนั้นผมฝากไว้ ต้องให้เขามีวิชาครูให้เต็มเลย อย่าให้ขาดวิชาใดวิชาหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนที่เรียนพลศึกษา ถ้าไม่เก่งจริงก็ไม่ได้ติดทีมชาติ ไม่ติดทีมชาติก็ไปเลี้ยงควายเลย การพลศึกษาก็วิ่งไล่ควายเท่านั้น ไม่มีประโยชน์ จะไปเป็นครูก็ไม่ได้เรียนวิชาครู เดี๋ยวก็อ้างกัน คุรุสภาก็อ้างว่า ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู อันนี้ก็ตั้งขึ้นเมื่อไม่กี่ปี มานี้สร้างปัญหาให้คนที่เรียนมาแล้วตกงาน เพราะฉะนั้นก็อยากฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องนะครับ เรื่องวิชาครู วิชาจิตวิทยา วิชาจิตวิทยาเด็ก สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรภิมล ๘๐/๒ วิชาจิตวิทยาวัยรุ่น พวกนี้ต้องมีให้ครบ จิตวิทยาครู ครูประถมศึกษา ครูมัธยมศึกษา ต้องมีให้ครบ ว่าเขาจบมาแล้ว นอกจากเขาเป็นนักกีฬาแล้ว เขาสามารถจะไปเป็นครูประกอบอาชีพครูได้ ไม่ใช่ว่าเรียนมาแล้วมาเล่นอยู่ แก่เฒ่ามาจะไปทําอะไรนักกีฬานะครับ มันต้องมี อาชีพเขา ต้องมองถึงอนาคตเขาด้วยนะครับ

เรื่องงบประมาณ อันนี้น้อยมากท่านครับ งบประมาณผมอยากให้รัฐบาลนี้ ทําเป็นตัวอย่างหน่อย คืออย่าไปว่าคนอื่นขณะที่เราไม่ช่วยอะไรเขา ผมอยากให้ใส่เต็มที่สัก ๑,๐๐๐ ล้านบาทดีไหม ให้สนามกีฬาทุกจังหวัดเกิดขึ้นก่อนนะครับ ไม่ใช่บางจังหวัด มีแต่ควายไปนอนจมปลักอยู่ตามสนามฟุตบอล มันไม่มาตรฐาน ทําการกีฬาขึ้นมาแล้วก็มีการ จัดการแข่งขันกีฬาทุกจังหวัด จัดงบประมาณให้แต่ละจังหวัดแข่งกีฬาประจําปีทุกจังหวัด ไม่ใช่จะแข่งกีฬาเวลาไหนต้องไปหาขอตามห้างร้านเขาเหมือนขอทาน แล้วถึงมาจัดการ แข่งขันกีฬา แล้วคุณภาพชีวิต คุณภาพของประชาชนจะดีได้อย่างไร อันนี้ก็อยากฝากในเรื่อง งบประมาณนะครับ เพราะว่าเท่าที่ดูมาตลอดมาแล้วเรายังเป็นลักษณะขอทานอยู่ นักกีฬา หลายท่านพูดมา ต้องอาศัยห้างร้าน อาศัยสปอนเซอร์ (Sponsor) รัฐบาลได้ให้ตั้งหลักไว้ก่อนดีไหม สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๘๑/๑

อีกเรื่องเกี่ยวกับตําแหน่งผู้บริหารต่าง ๆ ผมก็เห็นด้วยให้สอดคล้อง ผู้บริหาร การกีฬาต่าง ๆ ก็ให้เขามีความก้าวหน้าในตําแหน่งหน้าที่ ไม่ใช่ว่าหมดหน้าที่แล้วก็ไม่มีงานจะทํา ขัดแย้งกันในราชการ ในหน่วยงานออกไปก็ไม่มีงานอะไรรับรอง ผมก็เห็นด้วย กับเรื่องตําแหน่งหน้าที่ ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และต่อที่คุณหมอครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็เป็นอดีตนักฟุตบอล นักวอลเลย์บอลและนักตะกร้อนะครับ วันนี้ผมเห็นคุณค่าของการเป็นนักกีฬา ผมอยากจะเห็นการพลศึกษาของชาติเติบโต อย่างยั่งยืน มีระเบียบแผน ซึ่งการพลศึกษาเป็นการลงทุนที่ต่ําที่สุดเพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี ของพี่น้องประชาชนก่อนที่เราจะต้องเข้าโรงพยาบาล ท่านประธานครับ ชัด ๆ นะครับ การที่เรามีสถาบันการพลศึกษาขึ้นมาในอนาคตผมไม่เห็นด้วยครับ ผมไม่เห็นด้วย ที่สถาบันการพลศึกษาจะไปสังกัดอยู่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านประธานครับ การท่องเที่ยวทําเงินให้กับประเทศปีละ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่การกีฬานั้นมุ่งความเป็นแชมป์ มุ่งสุขภาพ ไม่ได้หาเงินเข้าประเทศ มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับท่านประธานครับ

อันดับแรกเราจะต้องแยกกระทรวงก่อน กระทรวงกีฬาก็ไปที่หนึ่ง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ไปที่หนึ่ง ท่องเที่ยวมันสําราญสรวลเสเฮฮา แต่เรื่องการกีฬา มันต้องอยู่ในระเบียบวินัย มันเข้ากันไม่ได้ ท่านประธานครับ การกีฬานั้นรัฐบาลต้องอุดหนุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่การท่องเที่ยวมันต้องมียุทธศาสตร์ มันต้องมีการตลาดและมันต้องมี การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว มันแตกต่างกันมากครับ ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่ การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายเป็นใครครับ เขาบอกว่าเขาเป็นอดีตนักมวยครับ แล้วรับสารภาพว่าผมไม่รู้เรื่องการท่องเที่ยวเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรเป็นนักมวยครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๘๑/๒ จบพลศึกษามาครับ แต่การเติบโตทางด้านราชการมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ มันอยู่กระทรวงเดียวกัน ไม่ใช่มีจังหวัดเชียงรายจังหวัดเดียว หลายจังหวัด แล้วถ้าพละศึกษา แล้วถ้าพวกที่จบการโรงแรม จบการท่องเที่ยวมาไปคุมการพลศึกษาแล้วจะรู้เรื่องไหมครับ มันไม่รู้เรื่อง ท่านประธานครับ ผมถึงบอกว่าประเทศไทยของเราต้องคิดมากกว่านี้ สถาบันการพลศึกษา ผมรู้นะครับ ร่างขึ้นมาผมไม่ต้องดูรายละเอียดรายได้ที่ไม่ต้องส่งกระทรวงการคลังนี่สําคัญที่สุด ได้เท่าไร สปอนเซอร์ปีละเท่าไรไม่มีการเสนอต่อกระทรวงการคลังนี่สําคัญที่สุด อย่าทําเพื่อพวกพ้องเลยครับ พรรคการเมืองไม่ได้ยั่งยืนคู่กับประเทศไทยตลอดไปหรอกครับ พวกท่านไม่นานก็ตายแล้วครับ อย่าสร้างตราบาปให้กับคนไทยเลยครับ ผมทราบว่า วาระซ่อนเร้นมันมีมาก แล้วพวกนักวิชาการก็อย่าทํามาหากินกัน ผมอยากจะให้การกีฬา ของประเทศไทยไปอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการเหมือนเดิม เป็นกรมพลศึกษา อยู่ในแท่งที่ ๖ ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการมีอยู่ ๕ แท่งครับ ให้การกีฬา ให้การพลศึกษา อยู่เป็นแท่งที่ ๖ มีซี ๑๑ เทียบเท่าปลัดกระทรวงบริหาร กรมพลศึกษา โรงเรียนการกีฬา ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก อยู่ในกรมพลศึกษา เหมือนสถาบันราชภัฏ อย่างไรครับ เขาไม่เห็นเดือดร้อนเลยเขาเป็นสถาบัน มีอยู่ ๔๐-๕๐ แห่งทั่วประเทศ เขายังอยู่ได้เลย และท่านไปอยู่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมถามว่าถ้าท่านจะเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๘๒/๑ เรียนอย่างลึกซึ้ง เรียนเคมี ชีวะ ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาท่านรู้เรื่องไหม มีแล็ป (Lab) ที่ราคาแพงไหม ที่จะศึกษา ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย กลับไปที่กระทรวงศึกษาธิการเถอะครับ แยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกมาเสีย ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้แยก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกมา แล้วก็ไปอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการเสีย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชิดชัยครับ สัก ๕ นาทีนะครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือบังเอิญผมรับราชการในมหาวิทยาลัยมานะครับ ทีนี้มาเห็น ร่างนี้ขึ้นมาแล้วเพิ่งทราบว่ามีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ แล้วตอนนี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เรียกมหาวิทยาลัยก็ได้ กําลังจะขยายจากมหาวิทยาลัยเฉพาะทางไปเป็นคอมพรีเฮนซีฟ (Comprehensive) ก็คือให้มีทุกสาขา ทําไมถึงพูดอย่างนั้นนะครับ ท่านประธานต้อง ลองไปดูในหน้า ๓๖ คือเราต้องแยกระหว่างการเรียนการสอนกีฬากับกิจกรรมทางกีฬาให้ได้นะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่อภิปรายไปนี้เป็นเรื่องกิจกรรมกีฬาทั้งสิ้นนะครับ ที่ต้องการเห็น นักกีฬาเก่งได้เหรียญทอง สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แต่ท่านต้องแยกให้ออกนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สมัยก่อนความคิดนี้ทั้ง ๓๐ ปีทางการแพทย์ก็มีเหมือนกันครับ คือโรงพยาบาลหญิง โรงพยาบาลเด็ก ตอนนี้โรงพยาบาลหญิงไม่มีแล้วครับ กลายเป็น โรงพยาบาลราชวิถี เพราะว่ามันต้องรับทุกอย่าง การศึกษาก็เหมือนกันครับ มันมีมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตอนนี้เป็นอย่างไรครับ มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ ก็เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยมหิดลเห็นไหมครับ มหาวิทยาลัยศิลปากรยังอยู่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังอยู่ แต่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี่ ไม่มีเกษตรอย่างเดียวครับ มันทุกสาขา ที่ผมกล่าวอย่างนี้เพราะอะไรครับ ประเทศไทย ไม่ได้ใหญ่โตมากมาย เราไปแยกกันเยอะแยะ ผมเห็นด้วยกับท่านพิเชษฐที่พูดถึงว่ามันต้องให้คุ้มค่า เพราะอะไรครับ งบประมาณเรามีจํากัด เมื่อเรารับร่าง พ.ร.บ. นี้ขึ้นไปโดยไม่มีขีดจํากัดนี้ ผมดูแล้วในนี้มันไปก็อปปี้ (Copy) ของมหาวิทยาลัยมาทั้งสิ้นนะครับ แล้วในหลาย ๆ อย่าง ก็ไม่ค่อยตรงเท่าไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ข้อคิดเห็น สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๘๒/๒

อันที่ ๑ นะครับ หลักสูตรต่าง ๆ ที่ท่านจะทําต้องกําหนดให้มันชัดเจน ไม่ใช่มีนิเทศศาสตร์หรือมีวิทยาศาสตร์สุขภาพ แล้วท่านจะเอาทั้งโรงเรียนอนาโตมี (Anatomy) หรืออะไรต่าง ๆ มากมาย ผมเห็นมหาวิทยาลัยประเทศไทยมีมากมายนะครับ แต่คุณภาพเท่าที่ประเมินกันยังไม่ถึงนะครับ อยากให้มีจริง ๆ มหาวิทยาลัยที่เป็น มหาวิทยาลัยชั้นนําที่เขาพยายามจะแยกตัวมาเป็นทบวงแล้วถูกรวมเข้าไป ในกระทรวงศึกษาธิการก็เพราะเรื่องอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ท่านไปหลาย ๆ ที่ เราก็ภูมิใจอยู่หรอก เราเห็นตึกขึ้นมามากมายในสถาบันการศึกษาที่เรียกว่ามหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ แต่มันคุ้มค่าไหมครับทั้งที่งบประมาณเรายังขาดดุลอยู่เป็นหนี้มากมาย ท่านประธานครับ ผมลงไปในรายละเอียดนิดหนึ่งครับ โรงเรียนกีฬาก็เป็นครั้งแรกที่มี โรงเรียนขึ้นมาใน พ.ร.บ. ความจริงโรงเรียนต่าง ๆ พวกสาธิตต่าง ๆ เขาขึ้นอยู่กับ คณะศึกษาศาสตร์ เพราะโรงเรียนกีฬาไปกําหนดในมาตรา ๓ แล้วยังไม่พอ มากําหนด ในมาตรา ๙ ซึ่งเป็นส่วนราชการ อันนี้ไม่จําเป็นครับ เพราะว่ามหาวิทยาลัยที่ทําจริง ๆ เกี่ยวกับกีฬาสามารถจะจัดตั้งโรงเรียนซึ่งเป็นสาธิตอะไรขึ้นมาได้ และอันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่มี โรงเรียนต่อเนื่องถึงมหาวิทยาลัยนะครับ อยากให้ไปดูให้ดี ๆ

อันที่ ๒ บัณฑิตวิทยาลัย อันนี้ไปก็อปมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาหมดเลยนะครับ ก็คือให้มีระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก แล้วก็มีผู้อะไรก็แล้วแต่ ผมเป็นห่วง เรื่องคุณภาพของอาจารย์นะครับ ไทเกอร์วู๊ดนี้ไม่ได้จบอะไรนะครับ แต่มีคนให้ดุษฎีบัณฑิตนะครับ ถ้าเขาเก่งจริงไม่เห็นจะต้องไปเรียนอะไรเขาฝึกจากคุณพ่อเขา แล้วก็มารับการเทรนนิ่ง (Training) อะไรต่าง ๆ เขาก็เป็นมือหนึ่งของการตีกอล์ฟนะครับ รายได้มาก ท่านประธานครับ ในเรื่องเกี่ยวกับอํานาจสภามหาวิทยาลัย การบริหารบุคคล องค์ประกอบ ของสภาต่าง ๆ ล้วนแต่ดูแล้วมีปัญหานะครับ เพราะว่าเขาไปยึดโยงกับมหาวิทยาลัย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๘๓/๑ ที่จะออกนอกระบบนะครับ แล้วก็เอาไปกําหนดกิจกรรมอํานาจหน้าที่ของสภาที่ให้ดูแลกัน แต่ปรากฏว่ามันอาจจะไปเหมือนท่านนิยมได้อภิปรายไป ไปสร้างตําแหน่ง ที่เห็นแก่พรรคแก่พวกนะครับ แล้วก็กินเงินเปลืองงบประมาณโดยไม่จําเป็นนะครับ

แล้วอีกอันหนึ่งก็คือองค์ประกอบสภามหาวิทยาลัยเท่าที่ผมดูเป็นคนภายใน เป็นส่วนมาก คือปกติในการที่จะคานอํานาจกันในการบริหารพวกนี้มันต้องมีพวกฝ่ายบริหาร ฝ่ายอาจารย์แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิที่อยู่ข้างนอก แต่ผมยังไม่ติดใจเท่ากับว่ามันน่าจะมีการยึดโยง กับของทางประชาชน ก็คือรัฐนี่เราให้เงินเขาไปแล้วควรจะมีเขาไปควบคุมดูแลว่าเป็นไปตาม กติกาหรือเปล่า โดยเฉพาะเรื่องรายได้นะครับ

ทีนี้มาพูดถึงเรื่องรายได้นิดหนึ่งนะครับ เงินรายได้ต่าง ๆ ที่ว่าจะไม่ต้อง คืนคลังนี่ก็เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเหมือนกันนะครับ เพราะอย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่าใครจะดูแล แน่นอนครับในมหาวิทยาลัยแต่ละมหาวิทยาลัยเขาจะมีคณะกรรมการเงินรายได้ขึ้นมา ผมเคยเป็นประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็อยู่เป็นอยู่ในคณะกรรมการเงินรายได้ ซึ่งพอไปดูแล้ว ถ้าไม่ได้คนที่ตั้งใจจริงนะครับ เงินรายได้เหล่านี้มันอันตรายมากนะครับ อาจจะนําไปในทางที่เข้าไปอยู่กับคนใดคนหนึ่งก็ได้นะครับ

ท่านประธานครับ การตรวจสอบ การประเมินต่าง ๆ นี่ต้องเขียนให้ชัดเจนนะครับ เพราะว่าใน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนี่ บังเอิญผมก็เป็นกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเหมือนกัน เราจะเน้นเรื่องการตรวจสอบ เรื่องการประเมิน เพราะว่าเพื่อการควบคุมให้มีคุณภาพ รวมทั้งการตรวจสอบพวกคณะผู้บริหารด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็เห็นด้วยกับท่านพิเชษฐ์นะครับ การกีฬาแล้วไปอยู่กับ การท่องเที่ยวนี่ผมก็งงครับ แต่พอถามไปถามมาก็อาจจะมีหลายกระทรวงที่มีการศึกษา เหมือนกัน เช่น ทหารเขาก็มีวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้าก็มี อันนั้นมันเกิด โดยอุบัติเหตุ เพราะว่าตอนนั้นแพทย์ขาดแคลน แล้วก็มาฝากเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วตอนหลังก็มีการประท้วงว่าพวกนี้อภิสิทธิ์ชน เขาก็เลยบอกว่าเขาไม่ซื้อรถถังสัก ๓ คัน แล้วตั้งมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ของเขาขึ้นมาได้ แต่จริง ๆ ปริญญายังรับของ มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่เป็นต้นนะครับ อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นการต้องระมัดระวังมาก ๆ เลย นะครับที่ว่าจะอาศัยสถาบันการศึกษา แล้วก็เพื่อมาเป็นที่คล้าย ๆ ผ่องถ่ายงบประมาณ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๘๓/๒ เอาคนต่าง ๆ นี่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นน่าจะพิจารณาว่าสถาบันแห่งนี้ มันน่าจะไปขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการก็จะดี มันต้องแยกระหว่างการเรียนการสอน กับกิจกรรมของการกีฬา ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายหลายทีนะครับ ผมไปเป็น อนุกรรมการฝ่ายอบรมและการศึกษานี่นะครับ ปรากฏว่ามันมีหน่วยงานที่เรียกว่า องค์กรมหาชนองค์กรอิสระต่าง ๆ หรือว่าหน่วยงานที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย คือ พ.ร.บ. ที่เราจะออกมากมาย แต่ละแห่งรวมทั้งมหาวิทยาลัยด้วยนี่มากมายเลย แล้วแต่ละแห่ง ก็ท่านดอกเตอร์สุชาติท่านก็บอกว่าใช้เงิน ๒๐๐ ล้านบาทถ้าใหญ่ ๆ ถ้าไม่ใหญ่ก็ประมาณ ๗๐ ล้านบาท คิดดูนะครับ อันนี้เราก็เพิ่มภาระขึ้นไปอีก แล้วงบประมาณที่เรามีอยู่ประจํา ของประเทศไทยนี่ก็จะคล้าย ๆ มันรั่วไปครับ แล้วก็การตรวจสอบนี่ทําความลําบากมาก แล้วการศึกษาเดี๋ยวนี้นะครับท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานครนี่ไปขยายสาขา เสียทั่วประเทศเลยนะครับ มหาวิทยาลัยมหิดลก็ขยายไป มหาวิทยาลัยรามคําแหงก็ขยายไป เอากันหมดเลยครับ เอกชนก็ขยายไปครับ ทุกอย่างก็เป็นไปตามคล้าย ๆ โฆษณาว่าคนไทย ยังไม่มีการศึกษา ต้องให้โอกาส แต่บางทีมันมากไปนะครับ ก็คือเราไม่รู้ว่ามันดีจริงไหม แต่ที่แน่นอนก็คืออาจารย์มีรายได้มากขึ้นนะครับ นักศึกษาคุณภาพเป็นอย่างไรไม่ทราบนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เหมือนไปพูดความไม่ดีในมหาวิทยาลัยออกมาให้นะครับ ผมเป็นห่วงเรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ผ่าน พ.ร.บ. อันนี้ต้องคํานึงถึงที่ผมได้แนะนําไปนะครับ รวมทั้งหลักสูตรต่าง ๆ นี่ต้องชัดออกมาเลยนะครับว่าเกี่ยวกับเรื่องกีฬาโดยเฉพาะนะครับ ไม่เช่นนั้นแล้วก็เราจะมีการงงเกิดขึ้น วทบ. จากที่นี่มันคืออะไร สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๘๔/๑ วทบ. จากที่นี้เป็นอย่างไร แล้วคุณสมบัติที่ว่าเป็น วทบ. นี้ เราจะรับไหม ถ้ารับเป็นหน่วยงานไหมครับ หรือศิลปศาสตร์บัณฑิตที่จบจากที่นี่กับศิลปศาสตร์จบที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีพละ จะเป็นอย่างไร มันตรงกันไหม ซึ่งอันนี้มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะตีกรอบใน พ.ร.บ. นี้ มากน้อยแค่ไหน ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกรียงศักดิ์ ๕ นาที

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นที่ทราบกันดีว่าวิทยาลัยพลศึกษาที่เกิดขึ้นมานั้นหลายคนหลายท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ก็ผ่าน วิทยาลัยพลศึกษามา ผมเองก็ได้ผ่านสถาบันวิทยาลัยพลศึกษา เราภาคภูมิใจในการ ที่จะพัฒนา ฉะนั้นวันนี้เรามีสถาบันการพลศึกษา ผมก็อยากทราบว่าสถาบันตรงนี้ จะเป็นที่สร้างตําแหน่งตามมาตรา ๔ มาตรา ๕ แค่นั้นหรือ เพราะผมดูในมาตรา ๔ มาตรา ๕ จะพูดถึงตําแหน่งของคณบดี ของอธิการบดี ของอาจารย์ต่าง ๆ ผมกําลังจะมองว่าตอนนี้ มันจะเหมือนที่เราขยายโรงเรียน ขยายโรงเรียนในระดับประถมศึกษาเสร็จแล้วก็จะเกิด ปัญหาตามมา ขาดแคลนครู ขาดแคลนบุคลากร และขาดแคลนนักเรียน ตลอดจนเทคโนโลยี ต่าง ๆ เช่นเดียวกันว่า ถ้าเราต้องการที่จะพัฒนาการพลศึกษา ผมก็เห็นด้วยแล้วก็สนับสนุน แต่ต้องมุ่งเน้นที่หลักสูตร หลักสูตรของการพลศึกษาเราก็มีการส่งเสริมกันไม่ว่าจะเป็น บุคลากร คณะครูอาจารย์ผู้สอนตลอดจนการนํานวัตกรรมต่าง ๆ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ เข้ามาช่วยในการพัฒนาการพลศึกษาและหลักสูตร การที่จะพัฒนาคนเราก็ต้องพัฒนา ให้ครบองค์ความรู้ต่าง ๆ ของการพลศึกษาจะต้องสมบูรณ์และเอาแบบอย่าง ซึ่งที่ผ่านมามี วิทยาลัยพลศึกษาแล้ว เรามีสถาบันการพลศึกษา เราจะต้องพัฒนาในเชิงบูรณาการนะครับ คือมุ่งพัฒนาเพื่อที่จะให้การพลศึกษานําไปสู่การพัฒนาคน นําไปสู่การพัฒนาอาชีพ แล้วก็สร้าง รายได้เข้าประเทศ เช่น การจัดกีฬาประเภทต่าง ๆ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง อย่างฟุตบอล เราก็มีการพัฒนาเป็นไทยพรีเมียร์ลีก (Thai Premier league) อะไรพวกนี้นะครับ กีฬาด้านอื่น ๆ อย่างเช่น เทนนิส สนุกเกอร์ แม้แต่กอล์ฟ เราก็มีนักกีฬาซึ่งเป็นระดับโลก สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๘๔/๒ แล้วก็เป็นสายเลือดของคนไทย อยากให้มองลงไปว่าเราจะทําอย่างไรว่าให้การกีฬา นอกจากพัฒนาคน พัฒนาคุณภาพทางการศึกษาแล้ว เราจะต้องสร้างรายได้ไม่เป็นปัญหา ในงบประมาณของแผ่นดิน เขาสามารถที่จะเอารายได้ส่วนนั้นมาพัฒนาในวงการกีฬาได้ ในแต่ละประเภท จะเป็นมวย จะเป็นเทควันโด หรืออะไรพวกนี้ ซึ่งได้สร้างชื่อเสียง ให้ประเทศไทยเป็นจํานวนหลายประเภทนะครับ ฉะนั้นผมอยากฝากว่าการพลศึกษา ตั้งขึ้นมาอย่าไปมองที่มาตรา ๔ มาตรา ๕ ซึ่งเป็นตําแหน่งต่าง ๆ ในสถาบันพลศึกษาเท่านั้น เราต้องมองถึงผลผลิตว่าจะออกมาแล้วสามารถที่จะส่งเสริมคนในประเทศไทยให้เจริญ ให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้อย่างไร มีรายได้เข้าประเทศเป็นกอบเป็นกําได้อย่างไร สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ปิยาพัชร ๘๕/๑ ผมก็ฝากเอาไว้นะครับว่าการสนับสนุนส่งเสริมกีฬานี้เราจะต้องเอาจริงเอาจัง แล้วก็หวังที่จะให้ประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลนี้สามารถให้การสนับสนุน ส่งเสริมด้านการกีฬา เราจะเห็นว่าการกีฬาแต่ละประเภทบ้านเราตอนนี้ก็มีคุณภาพและมาตรฐานใกล้เคียง กับต่างประเทศแล้ว ก็อยากฝากทางคณะผู้พิจารณานะครับว่า ร่างพระราชบัญญัติ สถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของเรา อย่าให้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ตั้งขึ้นมา เพื่อหาผลประโยชน์ เพื่อหาตําแหน่งให้กับผู้บริหาร ให้กับคณะผู้บริหารเท่านั้น แต่เราต้องหา สิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยทั้งประเทศให้เป็นผู้ที่มีสุขภาพพลามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง แล้วก็สามารถเอาการพลศึกษานี้สร้างรายได้เข้าประเทศ ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทางสภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะอัศวินแห่งรีซัลท์ พิลิปปินส์ นําโดย ท่าน ส.ส. ยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ ด้วยความยินดียิ่ง ในขณะนี้เรากําลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสถาบันพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อยู่นะครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านที่เสนอก็มีสิทธิอภิปรายปิดอีกครั้งหนึ่ง ไม่ทราบว่าจะอภิปรายปิดไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ผมขอปิดการอภิปราย แล้วเลื่อนการลงมติไปอาทิตย์หน้า สําหรับวันนี้ผมพอแค่นี้ก่อนครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๕๗ นาฬิกา