สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นหลังโปรโมชั่นของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยอ้างว่ารัฐบาลใช้นโยบายประชานิยม และพูดถึงการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดราคาน้ำมันและไม่ยกเลิกกองทุนน้ำมัน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

คืออย่างนี้ครับ เรื่องของทิศทางพลังงานมีความสับสนมากพอสมควร ในต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีม็อบ (Mob) ม็อบที่เขาได้รับความเดือดร้อนจากการที่รัฐบาลนั้นจะขึ้นราคาเอ็นจีวี (NGV) หลังวันที่ ๑๖ มกราคมซึ่งก็มีทั้งม็อบ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๓๖/๑ รถขนาดใหญ่ที่เป็นรถบัส รถบรรทุกไปอยู่ที่ตรงหน้ากระทรวงการพลังงานในเขตจตุจักร และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นม็อบของพี่น้องแท็กซี่ที่ไปอยู่ลานพระบรมรูปทรงม้า ความไม่เข้าใจ ตรงนี้ก็มีจํานวนเยอะครับก็เลยเกิดม็อบเกิดขึ้น ต้องเรียนแล้วก็เท้าความไปสักนิดหนึ่งว่า สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เองก็ยืนไว้แบบนี้ว่าเราจะทําให้คนที่บริโภคน้ํามันเบนซินแพงหน่อย โดยส่วนที่แพงที่เกินขึ้นมาก็ไปจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามัน เงินส่วนนี้ก็จะเอาไปชดเชยให้กับ คนที่เขาใช้น้ํามันดีเซลหรือว่าแก๊สแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี เพราะว่าในขณะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองท่านก็เชื่อว่าราคาดีเซลที่จะส่งผลต่อภาคขนส่งหรือว่าเรื่องของ หุงต้มก็ดี หรือว่าเรื่องของแก๊สที่จะเอาไปใช้ในการขนส่งมันเป็นราคาพื้นฐานของราคา ข้าวของครับก็เลยตรึงไว้แบบนั้น แต่ว่ามันกลับหัวกลับหางนะครับ ตอนที่เป็นนโยบาย หาเสียงของพรรคเพื่อไทยเองก็เน้นที่จะดูแลในเรื่องของไปนับจํานวนมอเตอร์ไซค์ว่า มอเตอร์ไซค์นั้นใช้กันอยู่ ๑๗ ล้านคัน ก็เลยไปอุ้มเบนซินแล้วก็กลับตาลปัตรกัน ซึ่งจริง ๆ ก็มีการเตือนเอาไว้แล้วว่าสุดท้ายจะหนีไม่พ้นว่าราคาแก๊สจะต้องมีการขยับขึ้น จํานวนมาก แล้วสุดท้ายน้ํามันดีเซลก็ต้องขยับขึ้นจํานวนมากเพราะไม่อย่างนั้นก็จะ เป็นหนี้สะสมในกองทุนน้ํามันไปเรื่อย แล้วปรากฏอย่างนี้ครับ หลังวันที่ ๑๖ มกราคม ก็จะเรียกว่าเข้ารอบหมดโปรโมชั่น (Promotion) พอดี ซึ่งก็จะต้องได้ปรับราคาขึ้น จํานวนเยอะทีเดียว ผมจึงขออนุญาตท่านประธานแสดงแผ่นชาร์ท (Chart) นี้ขึ้นที่หน้าจอครับ ฝ่ายโสตสาธารณปกรณ์ช่วยเอาพาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ราคาขึ้นนิดหนึ่งนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

เราพูดกันด้วยเหตุและผล ในตารางสีฟ้านั้นจะเป็นวันที่ท่านอภิสิทธิ์ดํารงตําแหน่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ท่านจะเข้ารับ ตําแหน่งวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งก่อนหน้าคุณยิ่งลักษณ์เข้ารับตําแหน่งวันที่ ๑๐ ราคาก็ ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ก็จะปรากฏแบบนี้นะครับ เอ็นจีวีอยู่ ๘.๕๐ บาท แอลพีจี อยู่ที่ ๑๑.๓๐ ดีเซลท่านอภิสิทธิ์ก็ตรึงเอาไว้ไม่ให้เกิน ๓๐ บาทก็อยู่ที่ ๒๙.๙๙ บาทครับ แล้วไปน้ํามันเบนซิน ๙๑ อยู่ที่ ๔๑.๘๔ บาท แก๊สโซฮอล์ ๙๑ อยู่ ๓๔.๔๔ บาท แล้วก็เบนซิน ๙๕ แก๊สโซฮอล์ ลิตรละ ๓๖.๙๔ บาทครับ ปรากฏว่าในขณะนั้นท่านเอาสไลด์นี้ ขึ้นไว้เลยแล้วก็หลบในส่วนที่คนพากย์นิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ในส่วนนี้จะเห็น สผ ๗/๒๕๕๕ (ส.นิติบัญญัติ) เปมิศา ๓๖/๒ ได้ชัดว่าหลังจากที่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์เข้ามาก็ทําโปรโมชั่นเรื่องของพลังงานซึ่งออกไป ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ไม่นานหลังจากรับตําแหน่ง ฮือฮาไปทั่วประเทศว่าราคาน้ํามันลดลง ทุกตัวครับ แต่สิ่งที่ผมจะนํากล่าวต่อไปนี้ นั่นเป็นช่วงโปรโมชั่น ๔ เดือนแรกครับ แล้วหลังจากหมดโปรโมชั่นเกิดอะไรขึ้นในราคาแต่ละตัวครับ ตัวแรกครับเรื่องของราคา แอลพีจีซึ่งเป็นของภาคขนส่งนะครับ ท่านจะมีการปรับขึ้นราคาแอลพีจีต่อลิตร แอลพีจีขนส่ง นับเป็นลิตรนะครับ อยู่ที่ ๔๑ สตางค์ครับ ขึ้นทุกเดือน ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งขึ้นทุกเดือนครับ ปลายทางของแก๊สแอลพีจีถ้าขึ้นทุกเดือนเป็นระยะเวลา ๑ ปี ก็จะไปจบที่ ๑๖.๒๒ บาท ซึ่งสูงกว่าในมูลค่าปัจจุบันที่ ๑๑.๓๐ บาท ถึง ๔.๙๒ บาท หมดโปรโมชั่นครับ พอมาดูเอ็นจีวีครับ แก๊สที่คนจนเขาใช้กันครับ แล้วภาคขนส่งเขาใช้กันครับ รัฐบาลท่านทํา โปรโมชั่นเดียวกับของผมเลยครับ ๘.๕๐ บาท แต่พอหลังหมดโปรโมชั่นครับ ท่านจะขึ้น ๕๐ สตางค์ทุกเดือน ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง ๕๐ สตางค์ทุกเดือนครับ ปลายทางของ แก๊สเอ็นจีวี ๑๔.๕๐ บาท ขึ้น ๖ บาทครับเกือบ ๒ เท่านะครับ พอมาดูดีเซลพวกผมตรึงกัน อยู่ลิตรละไม่เกิน ๓๐ บาท ท่านมาลดตอนนี้ก็เหลือกันอยู่ วันนี้ก็ขายกัน ๒๙.๙๙ บาทนะครับ ที่กําลังขายกันอยู่ทุกวันนี้ หลังหมดโปรโมชั่นจะเป็นราคาที่ ๓๐.๕๙ บาท (เป็นอย่างน้อย) ท่านกําลังจะขึ้นน้ํามันดีเซลอีก ๖๐ สตางค์ จัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันครับ ท่านประธานครับ ราคาทะยานต่อเนื่องครับ ไปดูน้ํามันเบนซิน ๙๑ ตอนท่านทําโปรโมชั่น อยู่ ๓๔.๗๗ บาท ถ้าหมดโปรโมชั่นท่านจะขึ้น ๑ บาททุกเดือนครับ ลองลากดูสักปีสิครับ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๓๗/๑ ราคาน้ํามันเบนซิน ๙๑ จะไปที่ ๔๘.๙๗ บาท และเบนซิน ๙๑ โซฮอล์ไปที่ ๔๕.๙๔ บาท เบนซิน ๙๕ โซฮอล์ไปที่ ๔๗.๖๙ บาท ผมพูดภาษาชาวบ้านแบบฟังง่าย ๆ ว่าสิ่งที่ท่านทํา โปรโมชั่นมาทั้งหมดในรอบเวลา ๔ เดือนที่ผ่านมาต้องผ่อนคืนทุกเดือนจนกระทั่งสิ้นปีครับ แล้วสุดท้ายเราจะใช้น้ํามันและแก๊สที่แพงกว่ารัฐบาลในอดีตทั้งสิ้น นี่คือสิ่งที่เริ่มต้นจั่วแล้ว และเริ่มกล่าวหาท่านแล้วครับว่าท่านกําลังใช้นโยบายประชานิยมแบบจอมปลอม ท่านประธานครับ นอกจากโครงสร้างราคานี้ผมอยากให้ฟังครับ เป็นเสียงปราศรัย ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานว่า ท่านมีความประสงค์ที่จะยกเลิกกองทุนน้ํามัน แต่วันนี้เริ่มมีการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันนะครับ ไปดูคลิปนี้กันครับว่าท่านให้คํามั่นอะไรไว้กับพี่น้องคนไทยและ ๑๕ ล้านเสียงที่เลือก พรรคเพื่อไทยเข้ามาในวันนี้ครับ ปราศรัยตอนหาเสียงครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : พี่น้องคะ หากพรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสในการจัดตั้งและเป็น รัฐบาล สิ่งแรกที่เราจะทํา นั่นคือการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจของพ่อแม่พี่น้อง คือการกระชากค่าครองชีพลงมาค่ะ ด้วยการยกเลิกกองทุนน้ํามันค่ะพ่อแม่พี่น้องคะ จะทําให้ น้ํามันนั้นมีราคาลดลงค่ะ น้ํามันเบนซิน ๙๕ จะลดลงไป ๗.๕ บาทต่อลิตรค่ะ เบนซิน ๙๑ จะลดลง ๖.๗ บาทต่อลิตรค่ะ น้ํามันดีเซลจะลดลงไป ๒.๒ บาทต่อลิตรค่ะพ่อแม่พี่น้อง”

ท่านประธานครับ และเมื่อดูชาร์ทราคาใหม่หลังหมดโปรโมชั่นของรัฐบาลนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดว่า ท่านตระบัดสัตย์ต่อพี่น้องประชาชนครับ กองทุนน้ํามันไม่ได้ถูกยกเลิกแบบที่ท่าน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวอ้างในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่สิ่งนี้ผมเองก็ได้พูดไว้แล้วในช่วงที่ท่าน ออกนโยบายพลังงานในช่วงวันที่ ๒๗ สิงหาคม แต่ผลก็คือว่าแม้ว่าท่านจะไม่ยกเลิก กองทุนน้ํามันแต่ท่านก็ยกเว้นการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันครับ เลยดูประหนึ่งว่าท่านทําให้ ราคาน้ํามันกระชากลงมาได้จริงครับ แต่เมื่อสักครู่ผมได้ขึ้นราคา ขอให้สไลด์เมื่อกี้กลับมาอีก ทีหนึ่งครับ ในราคาน้ํามันที่เพิ่มมากขึ้นครับ ท่านประธานครับ หลังหมดโปรโมชั่นราคาน้ํามัน ทุกตัวครับ เบนซินไม่ว่าจะเป็นแก๊สโซฮอล์ หรือ ๙๑ หลังจากที่ท่านจะต้องได้ขึ้น ๑ บาท ทุกเดือนเป็นเวลา ๑ ปี สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๓๗/๒