เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการขยายมหาวิทยาลัยจากเฉพาะทางไปเป็นมหาวิทยาลัยที่มีทุกสาขา และเสนอแนวคิดในการแยกการเรียนการสอนกิจกรรมทางกีฬาออก เพื่อให้นักกีฬาเก่งได้เหรียญทองและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพสูง และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและประเมินความเหมาะสมของสถาบันการศึกษาที่มีอยู่ เช่น การกำหนดหลักสูตร ความชัดเจนของสถาบันการศึกษา การบริหารบุคคล องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัย และการควบคุมดูแลรายได้ของมหาวิทยาลัยให้เหมาะสม
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือบังเอิญผมรับราชการในมหาวิทยาลัยมานะครับ ทีนี้มาเห็น ร่างนี้ขึ้นมาแล้วเพิ่งทราบว่ามีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ แล้วตอนนี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เรียกมหาวิทยาลัยก็ได้ กําลังจะขยายจากมหาวิทยาลัยเฉพาะทางไปเป็นคอมพรีเฮนซีฟ (Comprehensive) ก็คือให้มีทุกสาขา ทําไมถึงพูดอย่างนั้นนะครับ ท่านประธานต้อง ลองไปดูในหน้า ๓๖ คือเราต้องแยกระหว่างการเรียนการสอนกีฬากับกิจกรรมทางกีฬาให้ได้นะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่อภิปรายไปนี้เป็นเรื่องกิจกรรมกีฬาทั้งสิ้นนะครับ ที่ต้องการเห็น นักกีฬาเก่งได้เหรียญทอง สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แต่ท่านต้องแยกให้ออกนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สมัยก่อนความคิดนี้ทั้ง ๓๐ ปีทางการแพทย์ก็มีเหมือนกันครับ คือโรงพยาบาลหญิง โรงพยาบาลเด็ก ตอนนี้โรงพยาบาลหญิงไม่มีแล้วครับ กลายเป็น โรงพยาบาลราชวิถี เพราะว่ามันต้องรับทุกอย่าง การศึกษาก็เหมือนกันครับ มันมีมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตอนนี้เป็นอย่างไรครับ มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ ก็เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยมหิดลเห็นไหมครับ มหาวิทยาลัยศิลปากรยังอยู่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังอยู่ แต่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี่ ไม่มีเกษตรอย่างเดียวครับ มันทุกสาขา ที่ผมกล่าวอย่างนี้เพราะอะไรครับ ประเทศไทย ไม่ได้ใหญ่โตมากมาย เราไปแยกกันเยอะแยะ ผมเห็นด้วยกับท่านพิเชษฐที่พูดถึงว่ามันต้องให้คุ้มค่า เพราะอะไรครับ งบประมาณเรามีจํากัด เมื่อเรารับร่าง พ.ร.บ. นี้ขึ้นไปโดยไม่มีขีดจํากัดนี้ ผมดูแล้วในนี้มันไปก็อปปี้ (Copy) ของมหาวิทยาลัยมาทั้งสิ้นนะครับ แล้วในหลาย ๆ อย่าง ก็ไม่ค่อยตรงเท่าไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ข้อคิดเห็น สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๘๒/๒
อันที่ ๑ นะครับ หลักสูตรต่าง ๆ ที่ท่านจะทําต้องกําหนดให้มันชัดเจน ไม่ใช่มีนิเทศศาสตร์หรือมีวิทยาศาสตร์สุขภาพ แล้วท่านจะเอาทั้งโรงเรียนอนาโตมี (Anatomy) หรืออะไรต่าง ๆ มากมาย ผมเห็นมหาวิทยาลัยประเทศไทยมีมากมายนะครับ แต่คุณภาพเท่าที่ประเมินกันยังไม่ถึงนะครับ อยากให้มีจริง ๆ มหาวิทยาลัยที่เป็น มหาวิทยาลัยชั้นนําที่เขาพยายามจะแยกตัวมาเป็นทบวงแล้วถูกรวมเข้าไป ในกระทรวงศึกษาธิการก็เพราะเรื่องอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ท่านไปหลาย ๆ ที่ เราก็ภูมิใจอยู่หรอก เราเห็นตึกขึ้นมามากมายในสถาบันการศึกษาที่เรียกว่ามหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ แต่มันคุ้มค่าไหมครับทั้งที่งบประมาณเรายังขาดดุลอยู่เป็นหนี้มากมาย ท่านประธานครับ ผมลงไปในรายละเอียดนิดหนึ่งครับ โรงเรียนกีฬาก็เป็นครั้งแรกที่มี โรงเรียนขึ้นมาใน พ.ร.บ. ความจริงโรงเรียนต่าง ๆ พวกสาธิตต่าง ๆ เขาขึ้นอยู่กับ คณะศึกษาศาสตร์ เพราะโรงเรียนกีฬาไปกําหนดในมาตรา ๓ แล้วยังไม่พอ มากําหนด ในมาตรา ๙ ซึ่งเป็นส่วนราชการ อันนี้ไม่จําเป็นครับ เพราะว่ามหาวิทยาลัยที่ทําจริง ๆ เกี่ยวกับกีฬาสามารถจะจัดตั้งโรงเรียนซึ่งเป็นสาธิตอะไรขึ้นมาได้ และอันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่มี โรงเรียนต่อเนื่องถึงมหาวิทยาลัยนะครับ อยากให้ไปดูให้ดี ๆ
อันที่ ๒ บัณฑิตวิทยาลัย อันนี้ไปก็อปมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาหมดเลยนะครับ ก็คือให้มีระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก แล้วก็มีผู้อะไรก็แล้วแต่ ผมเป็นห่วง เรื่องคุณภาพของอาจารย์นะครับ ไทเกอร์วู๊ดนี้ไม่ได้จบอะไรนะครับ แต่มีคนให้ดุษฎีบัณฑิตนะครับ ถ้าเขาเก่งจริงไม่เห็นจะต้องไปเรียนอะไรเขาฝึกจากคุณพ่อเขา แล้วก็มารับการเทรนนิ่ง (Training) อะไรต่าง ๆ เขาก็เป็นมือหนึ่งของการตีกอล์ฟนะครับ รายได้มาก ท่านประธานครับ ในเรื่องเกี่ยวกับอํานาจสภามหาวิทยาลัย การบริหารบุคคล องค์ประกอบ ของสภาต่าง ๆ ล้วนแต่ดูแล้วมีปัญหานะครับ เพราะว่าเขาไปยึดโยงกับมหาวิทยาลัย สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๘๓/๑ ที่จะออกนอกระบบนะครับ แล้วก็เอาไปกําหนดกิจกรรมอํานาจหน้าที่ของสภาที่ให้ดูแลกัน แต่ปรากฏว่ามันอาจจะไปเหมือนท่านนิยมได้อภิปรายไป ไปสร้างตําแหน่ง ที่เห็นแก่พรรคแก่พวกนะครับ แล้วก็กินเงินเปลืองงบประมาณโดยไม่จําเป็นนะครับ
แล้วอีกอันหนึ่งก็คือองค์ประกอบสภามหาวิทยาลัยเท่าที่ผมดูเป็นคนภายใน เป็นส่วนมาก คือปกติในการที่จะคานอํานาจกันในการบริหารพวกนี้มันต้องมีพวกฝ่ายบริหาร ฝ่ายอาจารย์แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิที่อยู่ข้างนอก แต่ผมยังไม่ติดใจเท่ากับว่ามันน่าจะมีการยึดโยง กับของทางประชาชน ก็คือรัฐนี่เราให้เงินเขาไปแล้วควรจะมีเขาไปควบคุมดูแลว่าเป็นไปตาม กติกาหรือเปล่า โดยเฉพาะเรื่องรายได้นะครับ
ทีนี้มาพูดถึงเรื่องรายได้นิดหนึ่งนะครับ เงินรายได้ต่าง ๆ ที่ว่าจะไม่ต้อง คืนคลังนี่ก็เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเหมือนกันนะครับ เพราะอย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่าใครจะดูแล แน่นอนครับในมหาวิทยาลัยแต่ละมหาวิทยาลัยเขาจะมีคณะกรรมการเงินรายได้ขึ้นมา ผมเคยเป็นประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็อยู่เป็นอยู่ในคณะกรรมการเงินรายได้ ซึ่งพอไปดูแล้ว ถ้าไม่ได้คนที่ตั้งใจจริงนะครับ เงินรายได้เหล่านี้มันอันตรายมากนะครับ อาจจะนําไปในทางที่เข้าไปอยู่กับคนใดคนหนึ่งก็ได้นะครับ
ท่านประธานครับ การตรวจสอบ การประเมินต่าง ๆ นี่ต้องเขียนให้ชัดเจนนะครับ เพราะว่าใน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนี่ บังเอิญผมก็เป็นกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเหมือนกัน เราจะเน้นเรื่องการตรวจสอบ เรื่องการประเมิน เพราะว่าเพื่อการควบคุมให้มีคุณภาพ รวมทั้งการตรวจสอบพวกคณะผู้บริหารด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็เห็นด้วยกับท่านพิเชษฐ์นะครับ การกีฬาแล้วไปอยู่กับ การท่องเที่ยวนี่ผมก็งงครับ แต่พอถามไปถามมาก็อาจจะมีหลายกระทรวงที่มีการศึกษา เหมือนกัน เช่น ทหารเขาก็มีวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้าก็มี อันนั้นมันเกิด โดยอุบัติเหตุ เพราะว่าตอนนั้นแพทย์ขาดแคลน แล้วก็มาฝากเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วตอนหลังก็มีการประท้วงว่าพวกนี้อภิสิทธิ์ชน เขาก็เลยบอกว่าเขาไม่ซื้อรถถังสัก ๓ คัน แล้วตั้งมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ของเขาขึ้นมาได้ แต่จริง ๆ ปริญญายังรับของ มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่เป็นต้นนะครับ อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นการต้องระมัดระวังมาก ๆ เลย นะครับที่ว่าจะอาศัยสถาบันการศึกษา แล้วก็เพื่อมาเป็นที่คล้าย ๆ ผ่องถ่ายงบประมาณ สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๘๓/๒ เอาคนต่าง ๆ นี่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นน่าจะพิจารณาว่าสถาบันแห่งนี้ มันน่าจะไปขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการก็จะดี มันต้องแยกระหว่างการเรียนการสอน กับกิจกรรมของการกีฬา ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายหลายทีนะครับ ผมไปเป็น อนุกรรมการฝ่ายอบรมและการศึกษานี่นะครับ ปรากฏว่ามันมีหน่วยงานที่เรียกว่า องค์กรมหาชนองค์กรอิสระต่าง ๆ หรือว่าหน่วยงานที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย คือ พ.ร.บ. ที่เราจะออกมากมาย แต่ละแห่งรวมทั้งมหาวิทยาลัยด้วยนี่มากมายเลย แล้วแต่ละแห่ง ก็ท่านดอกเตอร์สุชาติท่านก็บอกว่าใช้เงิน ๒๐๐ ล้านบาทถ้าใหญ่ ๆ ถ้าไม่ใหญ่ก็ประมาณ ๗๐ ล้านบาท คิดดูนะครับ อันนี้เราก็เพิ่มภาระขึ้นไปอีก แล้วงบประมาณที่เรามีอยู่ประจํา ของประเทศไทยนี่ก็จะคล้าย ๆ มันรั่วไปครับ แล้วก็การตรวจสอบนี่ทําความลําบากมาก แล้วการศึกษาเดี๋ยวนี้นะครับท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานครนี่ไปขยายสาขา เสียทั่วประเทศเลยนะครับ มหาวิทยาลัยมหิดลก็ขยายไป มหาวิทยาลัยรามคําแหงก็ขยายไป เอากันหมดเลยครับ เอกชนก็ขยายไปครับ ทุกอย่างก็เป็นไปตามคล้าย ๆ โฆษณาว่าคนไทย ยังไม่มีการศึกษา ต้องให้โอกาส แต่บางทีมันมากไปนะครับ ก็คือเราไม่รู้ว่ามันดีจริงไหม แต่ที่แน่นอนก็คืออาจารย์มีรายได้มากขึ้นนะครับ นักศึกษาคุณภาพเป็นอย่างไรไม่ทราบนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เหมือนไปพูดความไม่ดีในมหาวิทยาลัยออกมาให้นะครับ ผมเป็นห่วงเรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ผ่าน พ.ร.บ. อันนี้ต้องคํานึงถึงที่ผมได้แนะนําไปนะครับ รวมทั้งหลักสูตรต่าง ๆ นี่ต้องชัดออกมาเลยนะครับว่าเกี่ยวกับเรื่องกีฬาโดยเฉพาะนะครับ ไม่เช่นนั้นแล้วก็เราจะมีการงงเกิดขึ้น วทบ. จากที่นี่มันคืออะไร สผ ๗/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) อริสา ๘๔/๑ วทบ. จากที่นี้เป็นอย่างไร แล้วคุณสมบัติที่ว่าเป็น วทบ. นี้ เราจะรับไหม ถ้ารับเป็นหน่วยงานไหมครับ หรือศิลปศาสตร์บัณฑิตที่จบจากที่นี่กับศิลปศาสตร์จบที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีพละ จะเป็นอย่างไร มันตรงกันไหม ซึ่งอันนี้มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะตีกรอบใน พ.ร.บ. นี้ มากน้อยแค่ไหน ขอบคุณครับท่านประธานครับ