สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๓.๐๗ นาฬิกา)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธาน ขอหารือท่านประธาน ในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ถนนเชื่อมระหว่างตำบลต่อตำบล ของบ้านหนองแวงตาด ตำบลคำเลาะ แล้วก็บ้านโพนสูง ตำบลโพนสูง อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานีนะครับท่านประธาน ขอให้กระทรวงคมนาคมไปช่วยลาดยางให้พี่น้องประชาชน ๒ ตำบลดังกล่าวด้วยนะครับ แล้วก็ถนนลาดยางจากบ้านคำโคกสูง ตำบลคำโคกสูงไปยัง บ้านท่าสำราญ ตำบลคำโคกสูง อำเภอวังสามหมอ ถนน ๒ เส้นทางนี้นะครับเป็นแหล่งที่ พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาในด้านขนส่งอ้อย มันสำปะหลัง แล้วก็ส่วนใหญ่บ้านท่าสำราญนั้น อยู่ริมฝั่งแม่น้ำปาวนะครับท่านประธาน ถึงฤดูน้ำน้ำก็จะท่วม ถึงฤดูแล้งถนนก็จะเป็นฝุ่น พี่น้องประชาชนลำบากมากนะครับ ต้องขอให้ประธานได้ฝากไปยังกระทรวงคมนาคมช่วยไปทำ ลาดยางให้กับพี่น้องด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลกง เนื่องด้วยรัฐบาลมีแนวนโยบาย ที่จะขุดแก้มลิงอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ เพื่อรองรับน้ำแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แล้วก็ในการที่จะช่วย ในเรื่องของภัยแล้งได้ด้วย ทางองค์การบริหารส่วนตำบลนั้นได้เสนอให้รัฐบาลนั้นดำเนินการ ขุดลอกหนองกาวน้อย ที่หมู่ ๑ ตำบลกง และอีกแห่งหนึ่งก็คือหนองกาวใหญ่ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ของถนนทั้ง ๒ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นหมู่ ๑ ไปหมู่ ๓ ตำบลกง แล้วอีกแห่งหนึ่งก็คือหนองตระพัง ทั้ง ๓ อ่างนี้อยากให้ทางรัฐบาลนั้นได้ดำเนินการที่จะเข้าไปขุดลอกเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องของ น้ำท่วมเพื่อเป็นการกักเก็บน้ำในหน้าน้ำ แล้วก็เป็นการที่จะช่วยในเรื่องของในหน้าแล้ง ได้ด้วยนะครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เนื่องด้วยที่อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ได้มีบริษัทต่าง ๆ เข้าไปขุดเจาะน้ำมันเป็นจำนวนมาก แล้วก็มีน้ำมันเป็นจำนวนมาก แล้วก็หลายแห่ง ก็มีการที่ขนย้ายน้ำมันขุดเอาน้ำมันออก แต่ว่าการจัดสรรภาษีภาคหลวงนั้นยังค่อนข้างมีปัญหา ที่อำเภอกงไกรลาศมี ๑๑ ตำบล แต่ได้รับค่าภาคหลวงนั้นยังไม่ครบเพียง๘ ตำบลเอง ส่วนที่เหลืออีก ๓ ตำบลนั้นยังไม่ได้รับการจัดสรรเลย ก็อยากฝากกับทางท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือว่ากระทรวงมหาดไทยหรือว่ากระทรวงพลังงานให้ช่วยกันจัดสรรภาคหลวงนั้น ดูให้อย่างทั่วถึงเพราะว่าเป็นทรัพยากรที่อยู่ในพื้นที่อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอำนวย คลังผา ครับ

นายอำนวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือสืบเนื่องจาก พี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้ทำนา จังหวัดนครปฐม จังหวัดลพบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเพลี้ยกระโดดลงในนาข้าว ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งไปกำจัดเพลี้ย ให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ การออกโฉนดที่ดินของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจัดเป็นศูนย์ออกโฉนดที่ดิน ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ก็อยากจะฝากท่านประธานให้แจ้งทางกระทรวงมหาดไทยให้เร่งให้ทาง เจ้าหน้าที่ที่ดินให้ไปออกโฉนดให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรีด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ เรื่องปัญหาราคาอ้อย ซึ่งในขณะนี้พี่น้องประชาชนเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดลพบุรีและจังหวัดตาก มีผลกระทบจังหวัดลพบุรีเรื่องของราคาอ้อย ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องราคาดังกล่าว ก็อยากฝากให้ท่านประธาน แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดลพบุรี และอีกส่วนหนึ่ง จังหวัดตาก ซึ่งอำเภอแม่สอดได้ทำอ้อยแต่ในขณะนี้กับบริษัทยังตกลงกันไม่ได้ ซึ่งในขณะนี้ มีพี่น้องประชาชนมาดำเนินขบวนเรียกร้องกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ก็อยากจะฝากท่านประธาน แจ้งทางบริษัทโรงงานอ้อยซึ่งได้รับซื้อเกษตรกรในจังหวัดตากนั้นให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือ เกษตรกรโดยด่วนด้วยครับ

เรื่องสุดท้าย คืออยากจะฝากเรื่องของการขุดลอกคู คลองของรัฐบาล ซึ่งในขณะนี้ ความล่าช้าในการสำรวจออกแบบของกรมต่าง ๆ ที่จะไปดำเนินการ ไม่ว่ากรมชลประทาน หรือกรมทรัพยากรน้ำก็ดีที่จะไปสำรวจพื้นที่แก้มลิงหรืออ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่จะรองรับ น้ำท่วมและน้ำแล้งในอนาคต ในขณะนี้เจ้าหน้าที่มีความล่าช้ามากอยากจะฝากท่านประธาน แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการในส่วนนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสของพี่น้องประชาชนในรัฐบาลนี้มีทุกวัน

เรื่องแรก ท่านประธานครับ พี่น้องมุสลิมจากอำเภอเจาะไอร้อง ร้องเรียนมาว่า ถนนเชื่อมระหว่างตำบลบูกิต กับตำบลจวบ เพื่อเดินทางไปยังโรงพยาบาลเจาะไอร้องไม่สะดวก ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณไปสร้างถนนและสะพานซึ่งเป็นถนน สายยุทธศาสตร์ดังกล่าวโดยด่วน

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ร้องเรียนว่ามีคนแอบอ้างชื่อดอกเตอร์สมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ. นครพนม บุกรุก ป่าสงวนแห่งชาติที่ตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ มากกว่า ๗,๐๐๐ ไร่ ขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และท่านนายกรัฐมนตรี ปราบปรามอย่างเด็ดขาดและไม่ทราบว่าดอกเตอร์สมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ. นครพนม บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ๗,๐๐๐ ไร่จริงหรือไม่

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมได้รับหนังสือจากกองปราบปรามส่งหนังสือ ถึงผมเพื่อที่จะให้ผมนั้นไปให้ปากคำต่อเจ้าพนักงานตำรวจกองปราบ เพื่อถามว่าทราบว่า พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ขณะเขียนคำนำในหนังสือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เมื่อเดือน กันยายน ๒๕๕๓ นั้น เขียนที่ใด ประเทศใด

เรื่องที่ ๔ ขอทราบสำเนาต้นฉบับภาษาอังกฤษหนังสือการสั่งหารหมู่ที่ กรุงเทพฯ มีอยู่ที่ท่าน มีอยู่ที่ผมหรือไม่ อย่างไร ซึ่งหนังสือนั้นส่งมาแต่ผมไม่ได้รับและ เพิ่งได้รับฉบับล่าสุด กราบเรียนท่านประธานว่าผมจะไปให้การกับกองปราบปรามในวันศุกร์นี้

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ เกี่ยวเนื่องกับคำสั่งของท่านประธานที่แต่งตั้ง คณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งมี นายประสพ บุษราคัม เป็นประธาน นายโสภณ เพชรสว่าง เป็นกรรมการ และปรากฏว่ามีชื่อ นายวิบูลย์ แช่มชื่น อดีต ผอ. บก.บห. หนังสือไทย เรด นิวส์ (Thai Red News) เป็นกรรมการ นายวิบูลย์ แช่มชื่น ได้ลงบัญชีรายชื่อ ๑๕๖ แกนนำฝ่ายเผด็จการอำมาตย์ มีชื่อ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ชื่อ นายชวน หลีกภัย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวัชระครับ ที่จริงเรื่องนี้เราคุยและมีข้อตกลงกันชัดเจนนะครับ ที่เป็นประเด็นการเมืองแล้วจะทำให้มี ความขัดแย้งไม่ควรนำมาหารือ แล้วก็มีท่านผู้ประท้วงด้วย พอแล้วกระมังครับ เวลาก็หมดแล้ว

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม มีนิดเดียวครับ คือเป็นคำสั่งที่ท่านประธานลงนาม ผมจึงเลยอยากจะสอบถามว่ากรรมการ ที่ท่านประธานตั้งมานั้น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านปฏิบัติตาม ข้อตกลงเถอะครับ คงไม่ต้องประท้วงกระมังครับ คงจบแล้วละครับ พอแล้วครับ ท่านครับ อำนาจการหารือ ท่านวัชระครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องปัญหาที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งไม่อย่างนั้น มันขัดข้อตกลงครับ แล้วเรื่องการหารือเป็นอำนาจของประธานจะให้หารือหรือไม่ให้หารือ ทีนี้ให้หารือก็มีข้อตกลงกันชัดเจนว่าให้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ แต่ที่เป็นปัญหาการเมืองที่กระทบกันไปมาจะไม่อนุญาตซึ่งก็เป็นข้อตกลงชัดเจน ท่านพอเถอะครับ นั่งเถอะครับ เวลาหมดแล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ อย่าดื้อเลยครับ นั่งเถอะครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญผู้ประท้วง เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ตามข้อ ๘ ครับท่านประธานครับ ท่านประธานต้อง ดำเนินการประชุมให้เรียบร้อย ท่านได้ตกลงแล้วว่าการหารือนั้นเป็นเรื่องความเดือดร้อนของ ประชาชน ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่นี้นั้นหลายรอบหลายครั้งแล้วครับ ท่านพูดประเด็นเรื่อง ทางการเมือง เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานครับ ขอให้ท่านช่วยบอกผู้อภิปรายหน่อยว่า ขอเอาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ ครับ ซึ่งไม่เกี่ยวกับท่านทักษิณเลยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงก็ไม่ นอกประเด็น เพียงแต่ผิดข้อตกลงเท่านั้นเอง พอเถอะครับ ไม่มีใครดำเนินการผิดข้อบังคับ นะครับ เพียงแต่ท่านดำเนินการอภิปรายผิดข้อตกลงเท่านั้นเอง ท่านบุญยอดใครผิดข้อบังคับ อะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ สิ่งที่ต้องเรียนกับท่านก็คือว่าคำว่า มีข้อตกลงว่าการหารือนั้นจะต้องอยู่ในเรื่องของ พี่น้องประชาชนเท่านั้น ผมเรียนถามท่านประธานครับว่าท่านกำลังจะใช้การวินิจฉัยใช่ไหมครับ ถ้าเขาไม่สามารถหารือเรื่องของในสภาได้เขาจะไปหารือกับใครครับ ท่านประธานครับ ผมก็เคยหารือกับท่านประธานเรื่องของสมาชิกกล่าวพาดพิง และผมหารือท่านเพราะว่า ท่านเป็นประธานคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร อย่างนี้นะครับ ท่านจะมา วินิจฉัยว่าไม่ใช่เรื่องของประชาชนได้อย่างไรครับ ถูกไหมครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนกับท่าน ด้วยเหตุและผลนะครับว่าเรื่องนี้ต้องหารือกับท่านประธาน เพราะท่านประธานลงนาม ในคำสั่งนี้ และเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ สมาชิกก็หารือกับท่านนะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องอนุญาตให้หารือครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ผมไม่ได้ไม่อนุญาต ผมอนุญาตให้หารือ แล้วก็เพื่อไม่ให้เสียเวลา โต้กันไปโต้กันมานี่ แล้วใช้เวลา ของสภาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด แต่ตอนนี้กลายเป็นผิดข้อตกลงมาพูดประเด็นการเมือง แล้วก็ทำให้โต้กันไปโต้กันมา ทำให้เสียเวลาอย่างไรครับ พอแล้วกระมังครับ เชิญครับ ท่านประท้วงต้องมีคนผิดข้อบังคับ ถ้าไม่มีใครผิดข้อบังคับ ผมจะไม่อนุญาตให้ประท้วงครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมไม่ได้ประท้วงท่านประธานครับ ผมจะหารือ ท่านประธานครับ เพียงแต่ผมจะให้ข้อสังเกตครับ สำหรับประเด็นการหารือทางการเมือง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่อนุญาต แล้วครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมนิดเดียวครับท่านประธาน ผมจะชี้ให้เห็น ถึงสมัยที่แล้วในการประชุม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่อนุญาต แล้วครับ หลักการชัดเจนครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

หลักการที่ท่านประธานกำหนดเองนะครับ อันนี้ ไม่ได้เป็นข้อตกลงระหว่างเรา ผมเรียนว่าตอนสมัยที่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ อำนาจ ในการหารือเป็นอำนาจของประธาน จะให้หารือหรือไม่ให้หารือก็ได้ ทีนี้ผมให้เกียรติสมาชิก ได้ให้หารือ เพียงแต่มีข้อตกลงว่าอย่าเป็นประเด็นการเมือง ชัดเจนครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่า จะมาโต้แย้งทำไม

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ก็มีสิทธิของทุกฝ่ายที่จะต้องชี้แจง แต่ถ้าสภาแห่งนี้ ไม่ให้มาพูดเรื่องการเมืองนะครับ การเมืองก็คือนโยบายที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชน แต่ถ้าผู้หารือหารือแล้วไปกระทบสิทธิของใคร สมาชิกฝั่งตรงกันข้าม ก็สามารถชี้แจงได้ หรือไปกระทบบุคคลภายนอกนี่ก็ใช้สิทธิทางศาลในการที่จะฟ้องร้องนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากให้สภา ท่านประธานตีกรอบว่าเป็นข้อตกลงว่าเฉพาะการหารือเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐสภาแห่งนี้จะศักดิ์สิทธิ์และสำคัญได้อย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ เราปฏิบัติมาก็ใช้หลักการตรงนี้ก็ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ แล้วพอมาพูด ประเด็นการเมืองก็ทำให้เสียเวลาเห็นไหมครับ และเสียประโยชน์ของประชาชน เสียโอกาส

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

อย่างเมื่อสักครู่ผมคิดว่าไม่ใช่ประเด็น การเมือง อาจจะเชื่อมโยงได้ แต่หมายความว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐในการบริหารว่ามีผู้ไปบุกรุก ป่าสงวนจริงหรือไม่ อย่างไรนะครับ ถ้าท่านวินิจฉัยว่าเป็นการเมืองหมด มันก็พูดไม่ได้ สภาแห่งนี้ก็เหมือนกับถูกปิดปาก ผมหารือด้วยความเคารพนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อกี้มีการพูด แล้วก็กระทบบุคคลภายนอก แล้วก็เกิดมีคนประท้วงมันก็ไม่จบสิ้น ขอความกรุณาเถอะครับ ทำการเมืองสร้างสรรค์ดีกว่าครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

สร้างสรรค์อยู่แล้วครับท่านประธานครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่ต้อง ประท้วงแล้วกระมังครับ ผมไม่อนุญาตใครแล้วครับ นั่งเถอะครับ ท่านวัชระนั่งเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

นั่งไม่ได้ครับ เพราะว่าท่านเซ็นคำสั่ง แล้วไม่ให้ผมถามท่านแล้วให้ผมถามใครครับ สมาชิกขัดข้องใจท่านประธานครับ ผมถาม ท่านประธาน ท่านประธานก็ต้องตอบเท่านั้นละครับ ถ้าท่านประธานจะตั้งคณะกรรมการปรับปรุง และพัฒนากฎหมายท่านประธานทำไมตั้งแต่คนเสื้อแดง ทนายความของคุณทักษิณ อดีตนายตำรวจของคุณทักษิณ ตั้งทนายความของพรรคเพื่อไทยของคุณทักษิณทั้งนั้นเลย แล้วจะปรับปรุงพัฒนากฎหมายอย่างไรครับ ถ้าท่านประธานเซ็นท่านประธานต้องตอบครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงคุณวัชระ เพชรทอง ซึ่งได้ละเมิดข้อตกลงในเรื่องการหารือ ของสภาผู้แทนราษฎร ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่ลงชื่อหารือครับ ถ้าท่านทำแบบนี้มันจะทำให้คนอื่น เสียโอกาส แล้วท่านวัชระ เพชรทอง ถ้าสงสัยก็ยื่นเป็นกระทู้ถามสดได้เลยครับ หรือถ้ากระทู้ถามสด ไม่พอก็ยื่นเรื่องไม่ไว้วางใจก็ดีนี่ครับ ผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัยตามข้อ ๘ ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรกระมัง ท่านวัชระ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตถามท่านประธานสั้น ๆ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน แต่กว่าจะได้พูด ก็นาน ท่านประธานที่เคารพ ตามที่ท่านประธานได้เซ็นคำสั่งสภาผู้แทนราษฎรที่ ๕๔/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ แต่กระผมเพิ่งได้รับเอกสารนี้โดยบังเอิญในวันนี้ จึงอยากกราบเรียน ถามท่านประธานว่าที่ท่านประธานแต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยท่านประธานอ้างว่าด้วยสถานการณ์ของโลก และสภาพการณ์ เหตุการณ์ภายในประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วส่งผลให้ กฎหมายที่บังคับใช้อยู่บางฉบับไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อีกทั้ง ยังมีกฎหมายหลายฉบับที่ล้าสมัยและมิได้เป็นไปตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นท่านประธานจึงตั้งบุคคลต่อไปนี้เป็นประธานและกรรมการ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านที่ ๑ ท่านประสพ บุษราคัม เป็นประธานกรรมการ ท่านที่ ๒ ท่านโสภณ เพชรสว่าง เป็นกรรมการ ผมก็ไม่ติดใจแต่ประการใด แต่ผมอยากจะถามท่านประธานว่าการที่ท่านประธาน ตั้งนายวิบูลย์ แช่มชื่น อดีต ผอ.บก.บห. ไทย เรด นิวส์ ซึ่งเคยลงบัญชีรายชื่อ ท่านชวน หลีกภัย ท่าน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ และกระผมว่าเป็นสมุนของพวกของอำมาตย์รวมทั้งแต่งตั้งนายปรีชา ธนานันท์ อดีตรองประธาน ศาลฎีกาฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยเป็นกรรมการและแต่งตั้ง พลตำรวจตรี พีรพันธุ์ เปรมภูติ อดีตเลขาธิการ ปปง. ของคุณทักษิณเป็นกรรมการ แต่งตั้งนายประชุม ทองมี อดีตทนาย ของคุณทักษิณเป็นกรรมการ นายพิชา ป้อมค่าย ทนายของคุณทักษิณเป็นกรรมการ ผมจึงอยากจะถามว่าท่านมีหลักเกณฑ์หลักการในการแต่งตั้งอย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ คงไม่ต้องประท้วงแล้วกระมังครับ ปล่อยท่านเถอะครับ ไม่ต้องประท้วง ปล่อยท่านเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นการที่ท่านได้ตั้งกรรมการต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีรสนิยม มีแนวคิดอันเดียวกัน คือเป็นพวกท่านประธานทั้งสิ้นแล้วจะมาปรับปรุงพัฒนากฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างไร โดยท่านให้กรรมการนี้มีอำนาจ ๑. กำหนดขอบเขตในการศึกษาปรับปรุงพัฒนากฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบัน ๒. จัดทำแผนการดำเนินการเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ๓. แต่งตั้ง อนุกรรมาธิการเพื่อปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ตามที่เห็นสมควร ๔. รายงานผลการดำเนินการ ตามแผนให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบเป็นระยะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวัชระครับ มีผู้ประท้วงเยอะเลยครับ ผมพยายามให้เกียรติท่านอย่างเต็มที่แล้วนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมก็ต้องการทราบคำตอบจากท่าน เพียงเท่านี้ละครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรแล้ว กระมังครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอให้ท่านประธานช่วยตอบด้วยครับ กราบขอบพระคุณอย่างยิ่ง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมการดังกล่าว เจตนารมณ์ของผมนี่นะครับ ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะให้มาพิจารณากฎหมายที่ออกในช่วงมีการปฏิวัติ ไม่ใช่เฉพาะที่ผ่านมานี้เท่านั้นนะครับ และกฎหมายที่มีความล้าหลังล้าสมัยแล้วก็กฎหมาย ที่มันขัดกับหลักประชาธิปไตยแล้วรวบรวมมาดูสิว่ามันมีอะไรที่ต้องแก้ไขกันบ้าง เจตนารมณ์ คือแค่นั้นเองนะครับ ซึ่งก็สอดคล้องกับรัฐสภาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย เหตุผล มีเท่านั้นเองครับ สมควรกระมังครับ พอแล้วกระมังครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วกระมังครับ เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ ของข้อบังคับการประชุม ท่านประธานไม่ควบคุมการประชุม ให้เป็นไปตามข้อตกลง แล้วก็เป็นไปตามสิ่งที่เราได้พูดคุยกันมาในเบื้องต้น การหารือนี่เพื่อนสมาชิก มีสิทธิคนละ ๒ นาที เมื่อสักครู่นี้เกินเวลาไป ในการพูดอย่างเดียวนี่ ๕-๖ นาทีแล้ว และเสียเวลา ประท้วงไปอีกเป็น ๑๐ นาที เพื่อนสมาชิกรอคิวในการหารือนี่เป็นเรื่องเดือดร้อน เป็นเรื่องที่ พี่น้องประชาชนเขารอคำตอบ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์นะครับ ก็ขอให้ท่านประธานได้ควบคุม การประชุมการหารือของแต่ละท่านให้อยู่ในกรอบ ๒ นาที บวกลบไม่มากครับ ในที่สุดปัญหา ของเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ จะได้นำเสนอต่อสภาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็เป็นเรื่องของการเสียโอกาสของสมาชิกเองนะครับ สุดท้ายก็เสียประโยชน์ของประชาชน ถึงได้เป็นข้อตกลงนะครับ สมาชิกก็ต้องให้ความร่วมมือด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ เชิญท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ เชิญครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธาน อย่าเพิ่งจับเวลานะคะ เกี่ยวกับเรื่องที่ทางท่านวัชระ เพชรทอง ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะคะ ท่านได้ใช้เวลาในการปรึกษาหารือทุกอาทิตย์ ทุกวันพุธ ทุกวันพฤหัสบดีเกินเวลาทุกครั้ง และครั้งนี้ดิฉันแทบทนไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านได้หารือนะคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเปล่งมณีครับ เข้าประเด็นของท่านเถอะครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

มันมีแบบฟอร์ม (Form) ให้กรอกอยู่ว่า ท่านจะปรึกษาหารือเรื่องอะไร ดิฉันขอปรึกษาท่านประธานนะคะ น่าจะให้ท่านกรอก รายละเอียดว่าท่านจะเอาอะไรบ้าง แล้วท่านพิจารณาดูนะคะ เรื่องไหนไม่เหมาะสมก็ให้ท่าน ไปพูดทีหลัง เพราะว่าตัวดิฉันและเพื่อนสมาชิกหลายท่านต้องการปรึกษาหารือปัญหาของ พี่น้องประชาชนค่ะ

เรื่องที่ดิฉันจะขอหารือท่านประธานมี ๒ เรื่องนะคะ คือดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนด้วยเอกสารจากนายวิชัย ธงไชย ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนกกจาน หมู่ที่ ๘ ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ว่าตนเองได้รับเรื่องแจ้งจากนายสะอาด ชัยเลิศ อายุ ๕๐ ปี เป็นราษฎร ในหมู่บ้านโนนกกจานว่าตนเองถูกกลุ่มมิจฉาชีพขโมยสลากกินแบ่งรัฐบาล ในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ขณะที่นายสะอาดรอขึ้นรถที่สถานีขนส่งอำเภอวังสะพุงเพื่อที่จะเดินทาง เพื่อขึ้นรถประจำทางสายอุดรธานี-เชียงใหม่ บริษัทจักรพงษ์ทัวร์ไปจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะนายสะอาดนี้มีความบกพร่องที่ร่างกายคือแขนข้างขวาอ่อนเพลียไม่สามารถหยิบ จับอะไรได้สะดวกทำให้แก๊งมิจฉาชีพทราบและเข้าไปตีสนิทและซื้ออาหาร น้ำให้ดื่มทำให้ ตนเองได้หลับไป มาตื่นอีกทีหนึ่งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ตรวจดูทรัพย์สินของตนเองสลากกินแบ่ง ๑,๗๐๐ ฉบับหายไป ตีเป็นมูลค่า ๑๗๐,๐๐๐ บาทค่ะท่านประธาน เขาบอกว่าได้แจ้งไว้กับ สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง กองบังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ กองบัญชาภาค ๕ แล้ว จึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง ช่วยสั่งการไปที่สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติเพื่อจับมิจฉาชีพนี้มาลงโทษ เพื่อช่วยเหลือคนที่หากินโดยสุจริตด้วย

เรื่องที่ ๒ ได้รับร้องเรียนโดยเอกสารจากนายอภิชาติ นามุ่น กำนันตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ว่าราษฎรในพื้นที่ได้มีความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องน้ำได้เซาะตลิ่ง และทำให้บ้านเรือนที่อยู่ริมลำน้ำเลยได้พังเสียหายไปหลายหลังคาเรือนโดยเฉพาะระยะ หลายกิโลเมตร เช่น บ้านนาวัว หมู่ ๗ บ้านเหว่อ หมู่ ๘ บ้านฟากห้วย หมู่ ๑๓ บ้านดอนสำราญ หมู่ ๑๗ ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย จึงกราบนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยสั่งการกรมโยธาธิการและผังเมืองไปสำรวจ และแก้ไขปัญหาโดยด่วนค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนริศ ขำนุรักษ์

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องการเตรียมการสำหรับการแก้ไขทั้งภัยน้ำท่วมแล้วก็ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ในขณะนี้นะครับ ซึ่งที่จริงเราก็มีพระราชกำหนดให้กู้ยืมเงินไปจำนวนมากแล้วทีเดียวนะครับ แต่ว่าเงินส่วนนั้นได้ใช้อยู่ในพื้นที่จำกัด แต่ว่าทั้งภัยแล้งและอุทกภัยจะครอบคลุมทั้งประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดพัทลุง จังหวัดผมปีที่แล้วน้ำท่วมถึง ๕ ครั้งนะครับ ผมคิดว่าแก้มลิงเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทั้งแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งแล้วก็แก้ปัญหาเรื่องอุทกภัยได้ ผมจึงขออนุญาตเรียนท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าได้ให้มีแก้มลิงในพื้นที่ทั่วประเทศนะครับ และโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำท่วม ปีละหลายครั้ง อย่างสถิติจังหวัดบ้านผมปีที่แล้วถึง ๕ ครั้ง ขอให้จัดงบประมาณในการทำแก้มลิง ผ่านกรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดินนะครับ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ภัยธรรมชาติเหล่านั้นให้ได้นะครับ

เรื่องที่ ๒ ขณะนี้งบประมาณที่ไปอยู่ในจังหวัด ไม่ว่าจะอยู่ในหน่วยงาน กรมทางหลวงชนบทหรืออยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้อยมากนะครับ ได้รับการจัดสรรไป แต่ว่าถนนหนทางของหน่วยงานเหล่านั้นมีความจำเป็นและมีความชำรุดทรุดโทรมนะครับ ผมจึงขอให้ทางรัฐบาลได้จัดงบกลางเพิ่มเติมเข้าไปสนับสนุนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีถนนอยู่ในความรับผิดชอบมาก แล้วก็กรมทางหลวงชนบทซึ่งมีถนนอยู่ในความรับผิดชอบ ที่จะให้สามารถปรับปรุงแก้ไขถนนที่ชำรุดทรุดโทรมให้พี่น้องกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เพราะว่า ถ้าไปหวังว่าจะใช้งบประมาณของหน่วยงานเหล่านี้ที่อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในส่วนภูมิภาค ก็เงินไม่พอนะครับ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนสะท้อนความเดือดร้อนมายังประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ

เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียน แล้วก็บอกกล่าวจากพี่น้องผู้ปลูกมันสำปะหลังค่ะ เขาบอกว่าคณะรัฐมนตรีแล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ ชมเชยในเรื่องที่มีนโยบายในเรื่องการรับจำนำมันสำปะหลังออกมา ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าหน่วยงานหรือว่าหน่วยที่รับเอาไปทำในโครงการรับจำนำ มันสำปะหลังมันมีปัญหาเกิดขึ้นก็คือ ตอนนี้พี่น้องผู้ปลูกมันสำปะหลังเมื่อนำมันสำปะหลัง ไปเข้าร่วมโครงการต้องผ่านที่โรงมันสำปะหลังหรือว่าลานมันสำปะหลัง ก็ต้องเรียนเลยค่ะ ท่านประธานว่ามีการคิดหักเปอร์เซ็นต์สิ่งปนเปื้อนถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องเขาร้องเรียนมาว่า การที่หักถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้ เมื่อโรงมันสำปะหลังที่เอาเข้าไปค่ะ เมื่อเอาเข้าไปแล้วเขาจะมี การพ่น เอาลมพ่นค่ะ สิ่งปนเปื้อนก็คือดินที่มากับมันสำปะหลังออกไป ซึ่งตรงส่วนนี้ โรงมันสำปะหลัง ลานมันสำปะหลังต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งสามารถขายได้ถึง กิโลกรัมละประมาณ ๔๐-๕๐ บาทค่ะ ก็ต้องฝากท่านประธานค่ะว่าเรื่องนี้เป็นไปได้หรือเปล่า ขอให้ลดสิ่งปนเปื้อน เปอร์เซ็นต์สิ่งปนเปื้อนที่หักกับพี่น้องเกษตรกรลงจาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วย

แล้วต่อเนื่องจากเรื่องโครงการรับจำนำมันสำปะหลังค่ะท่านประธาน พี่น้อง เขาร้องเรียนมาว่าเปอร์เซ็นต์แป้งที่โรงมันสำปะหลังตรวจสอบนี่ค่ะ เขาบอกไม่มีความเป็น มาตรฐานเลยค่ะว่าเปอร์เซ็นต์แป้งมันตรงตามที่โรงมันสำปะหลังบอกหรือเปล่า และที่สำคัญค่ะ หากเขาตรวจสอบแล้วพบว่าเปอร์เซ็นต์แป้งของมันสำปะหลังไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โรงมันสำปะหลังจะไม่รับเข้าร่วมโครงการรับจำนำ แต่ว่าจะบังคับให้พี่น้องเกษตรกร ขายให้กับโรงมันสำปะหลังเลย ซึ่งตรงนี้ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความเสียหายค่ะ ก็ต้องอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลตรวจสอบด้วยค่ะ

และสิ่งสำคัญสิ่งสุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันเองได้รับการบอกกล่าวจากผู้นำ ของท้องถิ่นค่ะว่าตอนนี้มีคนโทรมาติดต่อขอให้หาซื้อใบประทวนเพื่อจะได้นำมันสำปะหลัง เข้าร่วมโครงการได้จากประชาชนในเขตที่พวกเขาอยู่ค่ะ ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลและหาวิธีป้องกันการที่มีคนออกมาซื้อใบประทวนเพื่อจะได้นำ มันสำปะหลังของตนที่ไม่ได้เป็นมันสำปะหลังของเกษตรกรเข้าร่วมโครงการค่ะ เพื่อเป็น การป้องกันการทุจริต ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแล แก้ไขปัญหาเรื่องเกี่ยวกับโครงการรับจำนำของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านธารา ปิตุเตชะ ท่านธารา เชิญครับ

นายธารา ปิตุเตชะ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ธารา ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยองครับ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่าน ประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร เรื่องราคาผลผลิต ทางการเกษตรตกต่ำครับ โดยเฉพาะราคาสับปะรด มันสำปะหลังพรุ่งนี้คงจะมีกระทู้ถามสด เข้าครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีสมาชิกถ้าจำได้เป็น ส.ส. ราชบุรีครับ ได้ยื่นกระทู้ถามเรื่อง ราคาสับปะรด แต่ผมได้ฟังแล้วครับท่านประธาน ฟังท่านรัฐมนตรีตอบแล้ว ดูแล้วนี่เป็นหนังชีวิต คงจะมีขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน ผมเกรงว่าการเยียวยาพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะพี่น้อง ชาวไร่สับปะรดจะไม่ทันต่อเหตุการณ์ครับ เพราะสับปะรดนี่พอสุกแล้วไม่สามารถเก็บรักษาได้ แล้วก็เน่าเสียเร็วไม่เหมือนข้าวนะครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานคงจะได้เคยเจอ ในเรื่องหลายครั้งที่ผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรล้นตลาดไม่ว่าจะเป็นทางภาคเหนือซึ่งมีลำไย ทางภาคอีสานมีหอม มีกระเทียมนี้นะครับ ทุกครั้งถ้าผลผลิตล้นตลาดเราก็มีการประสาน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝ่ายปกครอง ทั้งส่วนท้องถิ่นนะครับ ให้มีการช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรแล้วก็ขอร้องให้เอามาจำหน่ายทั้งประเทศส่งไปทุกภาคให้ช่วยกันบริโภค เพื่อให้สินค้าได้มีทางระบายไปนะครับ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมไปพบเกษตรกรหลาย ๆ อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดระยองซึ่งปลูกสับปะรดนี้ เขาก็แนะนำมานะครับว่าให้มาช่วยบอกท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับว่าช่วยประสานหน่วยงานเพื่อเอาผลผลิตสับปะรด ไปช่วยเพื่อจำหน่าย ก็ผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องละครับ เพื่อให้สับปะรดก็ได้มีราคาสูงขึ้น ก็กราบเรียนฝากกับท่านประธานด้วย

ท่านประธานขอเวลานิดเดียวนะครับ ผมนาน ๆ ได้ใช้เวลาของสภาแห่งนี้ ไม่ได้ใช้บ่อยเลยครับ ดูชื่อผมได้ครับ ในเรื่องแรงงานอีกเรื่องหนึ่งนะครับ มันเดือดร้อนจริง ๆ ในการขาดแคลนของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในเรื่องของแรงงานต่างด้าว ตอนนี้ก็ไม่เคยเปิด การขึ้นทะเบียน เพราะแรงงานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว บางครั้งก็ได้กลับภูมิลำเนา กลับประเทศเขา ก็ทำให้เดือดร้อนมาก ฝากประธานด้วยในการนำเข้าแรงงานต่างด้าว ตอนนี้เราจะมีศูนย์ มีอะไรก็แล้วแต่นะครับ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ขอฝากประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะการผ่อนปรน ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่แม้ว่าฝ่ายความมั่นคงก็ดี อะไรก็ดีนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ช่วยอย่างนี้เกษตรกรเดือดร้อนนะครับ มีหลายหน่วยงาน ซึ่งไปหากินกับเรื่องนี้ ฝากประธานด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านธนิก มาสีพิทักษ์

นายธนิก มาสีพิทักษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้นับวัน รถยนต์ยิ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ปัญหาที่ตามมาคือปัญหาเรื่องการเกิดอุบัติเหตุ จากรถยนต์ จึงขอหารือท่านประธานเพื่อหาวิธีการในการป้องกันอุบัติเหตุให้น้อยลง อย่างเช่น เรื่องไฟส่องแสงสว่างข้างถนนในเวลากลางคืนในจุดสำคัญโดยทั่วไป เช่น ผมได้รับ การร้องเรียนจากประชาชนบ้านโนนเขวา และบ้านสวนหม่อน ได้รับความเดือดร้อนจากการ ที่ไม่มีไฟส่องสว่างข้างถนนเข้าหมู่บ้าน ถนนสายขอนแก่น-มัญจาคีรี ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ต่อมาเกี่ยวข้องกับเรื่องของรถพ่วงหรือรถลากขนาดใหญ่ซึ่งมีอุปกรณ์ส่องสว่างข้าง รถจำนวนน้อย ในเวลาเลี้ยวท่านประธานที่เคารพครับ ชิดซ้ายแต่เลี้ยวขวา ไฟท้ายก็เล็กนิดเดียว ทำให้เกิดการเข้าใจผิดของรถที่ตามมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง จึงขอหารือท่านประธาน เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปนำเสนอเพื่อให้มีการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่าง โดยเฉพาะรถลาก ที่มีถังแก๊สหลายถังที่อยู่ในส่วนของตัวรถ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือระเบิดขึ้นได้นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งนะครับท่านประธานครับ รถพ่วงขนาดเล็กโดยการเอารถไถนา เดินตามมาลากกับรถพ่วงหรือตัวพ่วงนะครับ ซึ่งที่ผมไปเห็นในหมู่บ้านโดยทั่วไป ปรากฏว่า ไม่มีไฟส่องสว่าง ไม่มีไฟเบรค (Break) ไม่มีอุปกรณ์สะท้อนแสง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อที่จะประสานไปยังหน่วยงาน ไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้มีการประชุมอบรมในการที่ติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่าง เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะช่วงเวลาพลบค่ำ แล้วก็ไม่ให้รถเหล่านั้นวิ่งในเวลากลางคืน โดยเฉพาะในปัจจุบัน มีการทำถนนหนทางที่เป็นถนนลาดยาง ทำให้รถวิ่งเร็วขึ้น ทำให้ตรงนี้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะลดปัญหาในการเกิดอุบัติเหตุ จากรถยนต์ เพื่อให้พี่น้องสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องสั้น ๆ นะครับ

เรื่องแรก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีพายุพัดผ่านบ้านหมู่ที่ ๑๑ และหมู่ที่ ๑๒ ตำบลบ้านมะเกลือ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ปรากฏว่ามีประชาชนได้รับความเสียหาย หลังคาเปิด บางบ้านหายไปทั้งหลัง จำนวน ๓๗ ครอบครัว ทราบว่าทาง อบต. ได้ไปช่วยเหลือ ในระยะเริ่มต้นแล้ว อยากให้ท่านประธานแจ้งไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ช่วยไปดูแล แล้วก็ช่วยหางบสนับสนุนชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายครั้งนี้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ผมทราบมาว่าทางโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อยู่ในระหว่าง ของบประมาณเพื่อจัดสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์นะครับ แต่ยังติดขัด เรื่องที่ดินอยู่ ซึ่งขอจากทางทหารไป แต่ทหารยังติดขัดอยู่ จึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภา ให้แจ้งไปยังทางกระทรวงกลาโหมผ่านทางสำนักงานปลัดนะครับว่า ทางจังหวัดได้ทำเรื่อง ขอใช้ที่ดินไปแล้วนะครับ ถ้าไม่ติดขัดโปรดอนุญาตด้วยนะครับ เพื่อให้ชาวจังหวัดนครสวรรค์ ได้มีโรงพยาบาลศูนย์แห่งใหม่ ซึ่งจะไม่ประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วมนะครับ

เรื่องสุดท้าย ศาลปกครองซึ่งได้รับอนุญาตมาจากสภาแล้วจะไปตั้งที่ จังหวัดนครสวรรค์ ขณะนี้ก็ติดขัดเรื่องที่ดิน ต้องการที่ดินประมาณ ๑๐ ไร่เศษนะครับ ก็อยากให้ช่วยประสานไปในคราวเดียวกันเลยครับว่า ถ้าเป็นไปได้อยากได้ที่ของทหารจะได้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

เรื่องสุดท้าย คือเรื่องอ่างโคกหม้อที่ตำบลหนองกระโดน หมู่ ๔ ทราบว่าอยู่ ในงบฟื้นฟูของทางรัฐบาล อยากให้รัฐบาลเร่งรัดที่จะไปขุดลอกคลองโคกหม้อให้เรียบร้อย เพื่อให้ทันหน้าน้ำนี้ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่อง เพื่อมาหารือกับ ท่านประธานบอกกล่าวไปยังรัฐบาล เพื่อที่จะสั่งการไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการแก้ไข

เรื่องที่ ๑ เกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุ สืบเนื่องจากว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ร่วมกับทหารได้เข้าไปจับกุมชาวบ้านที่มีอาชีพถางป่าตาม สวนยางพาราในเขตชายแดน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ใช้ปืนยิงจนกระทั่ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วก็ได้รับคำตอบว่านึกว่าเป็นประชาชนคนเขมร ซึ่งขณะนี้ คนที่บาดเจ็บนั้น คือนายประมวล ภูมิลำเนา ขณะนี้ครอบครัวกำลังเดือดร้อน เนื่องจากว่า ภรรยาไม่สมบูรณ์ทางร่างกาย ลูกสาวไม่สมบูรณ์ทางร่างกาย ผมได้มีการประสานงานไปกับ ทางผู้บังคับบัญชาทั้ง ๒ หน่วยงานแล้ว ผลปรากฏว่ายังไม่ทราบผลประการใด จึงถือโอกาสนี้ ร้องเรียนมาถึงผู้แทนราษฎรให้มาหารือท่านประธานส่งข่าวไปยังรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไข โดยเร่งด่วน

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสหกรณ์การเกษตรโคนม หนองหญ้าลาด ซึ่งขณะนี้กำลังเดือดร้อน เนื่องจากว่าผลิตนมออกมาแล้วไม่มีที่จำหน่าย จึงถือโอกาสนี้เรียนมายัง ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการแก้ไข

เรื่องสุดท้าย ครับท่านประธาน เรื่องการไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร และที่อยู่อาศัย ผมได้หารือในที่ประชุมแห่งนี้เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่าทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคจังหวัดอุบลราชธานีได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจชาวบ้านก็ดีใจ ผลปรากฏว่า เมื่อสำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อต้นเดือนนั้นได้มีการส่งหนังสือไปแจ้งบอกว่าค่าสำรวจ แล้วก็ประมาณการรวมทั้งหมด ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ทางหมู่บ้านได้นำเงินมาชำระ ทั้งหมด ๒๐ กว่าหลังคาเรือน ตกหลังคาเรือนละ ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งถือว่าเกินความสามารถ ของพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหา จึงถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ได้ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรียนหารือท่านประธาน

เรื่องแรก หารือไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ถนนทางหลวงหมายเลข ๔๑๒๓ สายตรัง-น้ำผุด-ห้วยยอด ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๑๐-๑๑ เป็นที่ชุมชนหนาแน่นแล้วก็ เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ มีทั้งโรงเรียนบ้านไร่พรุ โรงเรียนมัธยมน้ำผุด มีสถานีอนามัย ตำบลน้ำผุด แล้วก็มีวัดไร่พรุ ที่สำคัญก็คือมีตลาดนัดครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นถนนที่เวลา มีรถไปจอดแล้วก็จะแคบ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อย จึงขอกราบเรียนหารือท่านประธานไปยัง กรมทางหลวงให้ช่วยขยายผิวจราจรให้กว้างขึ้นด้วย

เรื่องที่ ๒ ก็ยังเป็นถนนครับ แต่เป็นถนนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย คือถนนสายหนองห้าง ควนยูง ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่าง หมู่ที่ ๘ กับหมู่ที่ ๓ ตำบลน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ยังเป็นถนนลูกรัง ทำให้พี่น้องประชาชน ไม่มีความสะดวกในการสัญจรไปมา แล้วก็เรื่องของการขนส่งพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญ ก็คือยางพารา เพราะว่าถนนเป็นหลุมเป็นบ่อในฤดูฝนก็จะมีน้ำขัง ในฤดูแล้งก็มีฝุ่น และบางช่วง ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ เพราะว่ามีความลื่นของถนน มีความลาดชันด้วย จึงอยากจะ กราบเรียนหารือท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ปรับปรุงถนนสายนี้ให้เป็นถนนที่ มาตรฐานให้พี่น้องประชาชนสัญจรได้สะดวกยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งใน ๑๗ อำเภอของจังหวัดสุรินทร์ มีประชากร โดยประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน มีพื้นที่ ๓๗๕ ตารางกิโลเมตรโดยประมาณ มีถนนทางหลวงสายเมน คือสาย ๒๒๖ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานีผ่าน ซึ่งได้ยกฐานะขึ้นมาเป็นอำเภอเมื่อประมาณ ๕๐ ปีที่แล้ว ซึ่งจริง ๆ ปัญหาพื้นฐานทางโครงสร้างมีอยู่มากมาย แต่ผมจะเอาปัญหาที่สำคัญ มีความจำเป็นจริง ๆ กับพี่น้องมาเล่าให้ท่านประธานเพื่อส่งไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นลำดับ ๆ วันนี้คือเรื่องของสำนักงานที่ดิน สำนักงานจังหวัด สาขาที่ดินจังหวัด คืออำเภอสำโรงทาบ ยังไม่มีสำนักงานที่ดินท่านประธาน พี่น้องจะออกโฉนดหรือขอรังวัดเกี่ยวกับกิจการส่วนนี้ จะต้องมาที่อำเภอศีขรภูมิ ซึ่งมีพื้นที่ห่างกันอยู่ประมาณ ๒๘ กิโลเมตรโดยประมาณ ทีนี้ พี่น้องต้องมาแต่เช้ามืด ถ้ามาสายก็มาเจอคนอีกจำนวนมาก ซึ่งหลั่งไหลเข้ามาอยู่ที่ที่ดิน จังหวัดสาขาอำเภอศีขรภูมิ ก็ทำให้บางวันพี่น้องเดินทางมาเสียเวลาเปล่าไม่สามารถทำได้ พี่น้องก็เรียกร้องมายาวนานแล้วว่าเขาต้องการที่จะได้สำนักงานที่ดินในฐานะที่เขาก็เป็นอำเภอ อำเภอหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ ผมก็เห็นใจเขามากก็ได้ไปตรวจดู ไปเห็นความจำเป็นของเขา จริง ๆ ว่าเขาลำบากและเดือดร้อนจริง ๆ ก็ไม่รู้จะไปบอกกล่าวเล่าความกันที่ไหนละครับ ท่านประธาน ก็มาอาศัยใบบุญของท่านประธานในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับว่าวันนี้ อยากฝากให้ท่านประธานได้หารือหรือแจ้งไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่ดูแลโดยตรงได้โปรดดำเนินการหรือไปดูแล ในความจำเป็นของชาวบ้านในเรื่องของการตั้งสำนักงานที่ดินสาขาของอำเภอสำโรงทาบ โดยช่วยเขาเสียทีเถอะครับ เพราะอำเภอสำโรงทาบยังมีส่วนขาดอีกมากมายมหาศาลครับ ก็ขอฝากท่านประธานจริง ๆ ถ้าไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้ผมก็คงจะมาหารือรบกวนท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งในโอกาสต่อไปข้างหน้าครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านหนองแค หมู่ที่ ๕ ตำบลสักหลง พี่น้องบ้านหนองแค หมู่ที่ ๕ ตำบลสักหลงนั้นขณะนี้ประสบกับปัญหาภัยแล้งครับ ขาดน้ำ ในการอุปโภคบริโภค ของบประมาณในการสร้างแหล่งน้ำและของบประมาณในการจัดการ ระบบประปาหมู่บ้านให้พี่น้องหมู่บ้านหนองแค หมู่ที่ ๕ ตำบลสักหลง

เรื่องที่ ๒ พี่น้องหมู่บ้านห้วยชัน หมู่ที่ ๗ ตำบลสักหลงได้แจ้งมาว่าถนนเลียบคลอง ลำน้ำป่าสักพังเสียหาย เกิดจากดาดตลิ่งที่พังเสียหายจากน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว ของบประมาณ ในการซ่อมแซมถนนเลียบคลองแม่น้ำป่าสัก หมู่ที่ ๗ ตำบลสักหลง

เรื่องสุดท้ายครับ ขอติดตามการแก้ไขปัญหาราคาหอมแดงตกต่ำที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ตำบลน้ำชุนและตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงนั้นลำบากมากครับ เนื่องจากว่าราคาหอมแดงขณะนี้ราคาก็ยังอยู่ที่ ๔ บาทถึง ๘ บาท ยังไม่มีหน่วยงานใดยื่นมือ เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ปลูกหอมแดงนั้นมีความลำบากและ มีความเสี่ยงจากการทำมาหากิน พี่น้องของผมไม่นิยมความรุนแรงครับ รัฐบาลควรให้ ความสำคัญกับคนจนที่รักความสงบด้วยครับ อย่าให้พี่น้องของผมต้องมาประท้วงปิดถนน หรือต้องใช้วิธีที่ใช้ความรุนแรง รัฐบาลจึงจะออกมาช่วยเหลือ ขอให้ท่านประธานแจ้งไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง จังหวัดเพชรบูรณ์ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอ ๒ ท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านสมคิด เชื้อคง และท่านสุพัชรี ธรรมเพชร นะครับ เชิญท่านสมคิดครับ

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้มีเรื่องหารือ ท่านประธานนะครับ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องที่อำเภอน้ำยืน ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์ จากนายดาว ราศี อยู่บ้านเลขที่ ๑๒๔ หมู่ที่ ๕ บ้านหนองเทา ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีพร้อมคณะ ๖๐-๗๐ คน เดี๋ยวผมจะยื่นหลักฐานให้ท่านประธานครับ เรื่องของเรื่องก็คือว่ามีบริษัทชื่อมรรคาสาธิตไปกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำโรงโม่หิน ปรากฏว่า ซื้อไปซื้อมาอย่างไรไม่ทราบ ไปปิดถนนหนทางที่ชาวบ้านใช้อยู่เป็นประจำ ภาพถ่าย ทางอากาศก็มี ชาวบ้านเหล่านี้ก็ไปร้องทั้งอำเภอ ร้องทั้งที่ดินจังหวัด ร้องไปทั่วครับ แต่ก็ไม่ได้รับผลตอบอะไรออกมา ก็ยังปิดอยู่ สุดท้ายล่าสุดเอารถผสมคอนกรีตไปทำเป็นรถเสีย ปิดถนนเลย ชาวบ้านเข้าออกไม่ได้ ไปที่นา ไปอะไรลำบาก เพราะฉะนั้นชาวบ้านประมาณ ๕-๖ หมู่บ้าน มีบ้านหนองทัพ หมู่ที่ ๖ บ้านศรีทอง หมู่ที่ ๗ ตำบลเก่าขาม บ้านหนองเทา หมู่ที่ ๕ บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลบุเปือย ๕-๖ หมู่บ้านเหล่านี้ซึ่งเขาเทียวไปเทียวมาลำบาก เพราะฉะนั้นให้ประธานสภาแจ้งส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลครับ เช่น อุตสาหกรรมจังหวัด ป่าไม้จังหวัด ที่ดินจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้นต้องไปแก้ไขความเดือดร้อน พี่น้องประชาชนในเขตน้ำยืน

อีกเรื่องหนึ่งครับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอเดชอุดม ก็รับเงินจาก อบต. จากหน่วยราชการด้วยกันนี่ละครับ รับไปเยอะ ๆ เข้า จะทำไม่ทันหรืออย่างไรไม่รู้ ขยายเขต ไฟการเกษตร พี่น้องก็เดือดร้อน การไฟฟ้าส่วนมากไม่ค่อยได้ทำเองหรอกครับ นอกจากจะ ผูกขาดแล้ว ยังไปจ้างซับคอนแทรค (Sub Contract) ต่างหาก ๒-๓ เดือนยังไม่ได้ไปติดตั้ง เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกรุณา ช่วยเป็นธุระให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอท่านสุดท้าย ครับ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉัน ขออนุญาตหารือกับท่านประธานในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่อง ด้วยกันนะคะ ท่านประธาน

เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผู้เลี้ยงสุกรขุน วันนี้ พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะสุกรขุนวันนี้เกิดวิกฤติราคาหมูตกต่ำมาก แต่ว่า ในขณะที่แม่ค้าที่ขายหมูอยู่บนเขียงนะคะ ตอนนี้ราคาหมูในท้องตลาดค่อนข้างสูง ตอนนี้ ก็เลยต้องอยากจะฝากผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ให้ช่วยดูแลพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขุนด้วยนะคะว่า ตอนนี้ทำอย่างไรให้ราคาสุกรให้มีราคาสูงขึ้นจะได้ไม่ประสบปัญหาขาดทุนขึ้นมา

เรื่องต่อไปค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องหมู่ที่ ๑๑ ตำบลหานโพธิ์ ในเรื่องของถนนสายบ้านป่าแหลมไปยังชลประทานบ้านยางชำแหรด ซึ่งอยู่ที่หมู่ที่ ๑๑ ตำบลหานโพธิ์ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านตอนนี้ ยังเป็นถนนลูกรังอยู่ อยากให้ท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการ ให้เป็นถนนคอนกรีตหรือว่าเป็นถนนลาดยางให้ด้วยนะคะ

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน วันนี้ดิฉันได้รับทราบว่ากรมพัฒนาที่ดินได้มี โครงการที่จะปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นที่ปลูกต้นปาล์มให้กับพี่น้องเกษตรกรที่มีนาร้างอยู่นะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้กรมพัฒนาที่ดินช่วยดูในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ด้วยนะคะ เพราะว่าพี่น้องชาวเกษตรกรเรียกร้องที่จะทำการปลูกปาล์ม แล้วก็ให้ไปดูในการปรับพื้นที่ ที่จะปลูกปาล์มให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๐ คน
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ มีผู้ลงชื่อประชุม ๓๘๑ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๓ ฉบับ

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองภูเก็ต พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองเพชรบุรี พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองนครสวรรค์ พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีและศาลปกครองพิจารณาดำเนินการนั้น สำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตในส่วนที่คณะรัฐมนตรี ต้องดำเนินการ โดยได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และให้นำเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไขเป็นเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๒ รับทราบเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญขยายเวลาการพิจารณาศึกษา

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดองแห่งชาติได้มีหนังสือขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วันครับ นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ซึ่งผมประธานสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา แล้วเห็นว่าเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์แก่กิจการของสภา จึงได้อนุญาตให้คณะกรรมาธิการ ขยายเวลาพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวได้ตามที่ร้องขอตามข้อบังคับ ข้อ ๙๘ วรรคสอง จึงขอแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๓ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ

ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ ควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ตามมาตรา ๑๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๔ รับทราบนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗

ผมได้รับหนังสือแจ้งนะครับ เนื่องจากทางท่านรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ จึงขอเลื่อนการชี้แจง ออกไปคราวหน้านะครับ ท่านประเสริฐมีอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระ รับทราบนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ความเป็นจริงนโยบายนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่เราจะมีการพิจารณา นโยบายเกี่ยวกับการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และท่านประธาน ก็ได้บรรจุระเบียบวาระนี้เข้าไว้แล้ว ซึ่งความเป็นจริงวันนี้เราจะมีโอกาสพิจารณากัน ประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่างก็ทราบว่าวันนี้จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ ระเบียบวาระ เกี่ยวกับเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาตั้งใจฟังครับ ทีนี้อยากจะกราบเรียนถาม ท่านประธาน ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือ ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจสำคัญอะไรครับ เพราะว่าถ้าไม่สำคัญ จริง ๆ ก็อยากให้พิจารณาเรื่องนี้ไป เพราะประชาชนหลายคนรับทราบ วิทยุในท้องถิ่นเขาก็ ประชาสัมพันธ์กันเรื่องนี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. ที่เขาดูแลเรื่องนี้อยู่ ซึ่งมาจากตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาก็ติดตามเรื่องนี้อยู่ครับ นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ถ้ามีการพิจารณาเรื่องนี้อยากให้มี การถ่ายทอดสด เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ดู ได้รับทราบว่าตัวแทนของเขา ได้พิจารณาเรื่องนี้ มีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร และเขาจะได้รับทราบโดยทั่วถึงกันครับว่า นโยบายในการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผูกพันกับชีวิตของเขาต่อไปอีก ๓ ปี จะเป็นอย่างไรครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ

เรื่องแรก ผมมีหนังสือชี้แจงเพียงว่ามีภารกิจสำคัญจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และขอเลื่อนการชี้แจงไปในคราวต่อไป ก็น่าจะเป็นสัปดาห์หน้านะครับ

ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องที่จะมีการถ่ายทอด ก็ให้วิป (Whip) ลองหารือนะครับ ฝ่ายค้าน รัฐบาล เชิญคุณหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตท่านประธานในกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ความสนใจ และสอบถามเกี่ยวกับเรื่องวาระรับทราบนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ที่ท่านประธานได้กรุณาบรรจุอยู่ในระเบียบวาระ ๒.๔ และทราบว่า มีการขออนุญาตเลื่อนจากท่านรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ในการที่จะคอยตอบคำถาม คอยชี้แจง ท่านสมาชิกกรณีมีข้อคำถามเชิงนโยบาย ท่านประธานครับ ผมเองต้องขออนุญาตท่าน ประธานว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของเพื่อนสมาชิกนะครับ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ หรือไม่อยู่ในพื้นที่ ถ้าท่านประธานจะกรุณานะครับ ถ้าเป็นวันพฤหัสบดีจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด นำเรื่องนี้เข้าสู่การรับทราบ หลังจากที่มีวาระกระทู้ถามสดและวาระกระทู้ถามทั่วไป และหลังจากนั้นก็เข้าสู่วาระรับทราบเรื่องนี้น่าจะมีการแสดงความคิดเห็นกันที่ยาวพอสมควรนะครับ

ประเด็นสำคัญครับ การรับทราบในเรื่องเหล่านี้ไม่มีการลงมติแต่อย่างใด เป็นเพียงแต่แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ที่กำหนดให้ทางสภาความมั่นคงต้องนำเรื่องนี้ผ่านคณะรัฐมนตรี เข้าสู่รัฐสภา ก็กราบเรียนท่านประธาน ฝากท่านประธานพิจารณาดูนะครับ ถ้าสามารถที่จะ ดำเนินการได้ในวันพฤหัสบดีนะครับ ไม่ว่าจะเป็นวันพรุ่งนี้ หรือวันพฤหัสบดีต่อไป ผมก็คิดว่า จะเป็นประโยชน์กับสภาแห่งนี้ แล้วเป็นประโยชน์กับพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เขามี ผลกระทบโดยตรง กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมไม่ขัดข้อง แต่ประเด็นอยู่ที่คนที่จะมาชี้แจงพร้อมหรือไม่นะครับ วิปก็ลองประสานดูครับ ผมขออนุญาตผ่านเลยนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เชิญคุณหมอสุกิจ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เห็นท่านรัฐมนตรี ขอเลื่อนนะครับ ผมก็อยากจะขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุม โดยจะขอเลื่อนจากเรื่องที่ค้างพิจารณาลำดับที่ ๕.๕ ร่างพระราชบัญญัติการจัดการศึกษา สำหรับคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยนายกนก วงษ์ตระหง่าน กับคณะ อยากจะให้ มาต่อจากเรื่องด่วนที่ ๓ ก็คือเรื่องร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เหตุผล ก็คือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ แล้วก็คนพิการ ซึ่งเขาเป็นบุคคลที่ด้อย โอกาสอยู่ในสังคมที่จะได้มีครูสอนคนพิการมากขึ้นกว่าเดิมในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ จึงกราบเรียนขอที่ประชุมได้โปรดให้ความกรุณาเลื่อนด้วยครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ คุณหมอสุกิจขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๕ ร่างพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับ คนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาต่อจากเรื่องด่วนที่ ๓ มีท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือ เปล่าครับ คุณหมอเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ตามที่เพื่อนสมาชิกได้ขออาศัยข้อบังคับในการเปลี่ยนระเบียบวาระ การประชุมโดยการเลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๕ ขึ้นไปพิจารณาต่อ ระเบียบวาระที่ ๕.๕ เป็นเรื่องพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็น กฎหมายเพิ่มเติม เสนอโดยเพื่อนสมาชิกนะครับ บรรจุในระเบียบวาระเป็นเรื่องที่ค้าง พิจารณามา มาต่อในลำดับที่ ๓ ต่อจากเรื่องด่วนที่ ๓ ซึ่งสภามีมติได้เลื่อนเอาไว้แล้วนะครับ สภามีมติเลื่อนเรื่องด่วนมาพิจารณาต่อเนื่องกันจนถึงเรื่องด่วนที่ ๗ ถ้าจะมาต่อจากเรื่องด่วนที่ ๓ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมเสนอญัตติขอให้คง ระเบียบวาระเดิมไว้ก่อน เนื่องจากว่าในระเบียบวาระการประชุมพระราชบัญญัติที่มีความพร้อม ที่จะพิจารณาได้ผ่านการพิจารณาของส่วนที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตามที่ได้เสนอไว้มีความพร้อม ที่จะพิจารณาตราเป็นพระราชบัญญัติได้ โดยข้อเท็จจริงในระเบียบวาระที่ ๕.๕ ก็มีเรื่องบรรจุ ในระเบียบวาระ แต่ขณะนี้ทางร่างที่มาจากส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือร่างของคณะรัฐมนตรี ยังไม่ได้นำส่งเสนอเข้ามา เพื่อความพร้อม เพื่อการนำสู่ปฏิบัติของกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ยิ่ง ผมขออนุญาตให้คงระเบียบวาระไว้ก่อน แล้วก็นำเรื่องนั้นพิจารณาทีหลัง ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ท่านกนกเชิญครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตให้เหตุผลที่จะต้องขออนุญาตเลื่อนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่อง การศึกษาสงเคราะห์ของคนพิการนะครับ ท่านประธานครับ ที่สำคัญมากก็คือว่า

ประการแรก ผมได้ยื่นร่างแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ตั้งแต่ต้นของสมัย การประชุมเลย แล้วผมก็ได้เฝ้ารอด้วยความอดทนมาโดยตลอด แล้วก็พยายามจะเข้าใจถึง ความจำเป็นของรัฐบาลที่จะต้องเลื่อนวาระอื่น ๆ แซงก่อนหน้าไปนะครับ แต่มาถึงวันนี้ ซึ่งกำลังจะหมดสมัยประชุมแล้วถ้าผมไม่ขออนุญาตเลื่อนเรื่องนี้มาก็จะต้องตกไป แล้วก็ไปใน สมัยประชุมหน้า นั่นเป็นประเด็นที่ ๑

ในประเด็นที่ ๒ ที่สำคัญมากก็คือว่าในปัจจุบันนี้เรามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องครู ที่สอนคนพิการอยู่เป็นจำนวนมาก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าวันนี้เราหาครูสอนคนพิการไม่ได้เลย เพราะว่าสถาบันการศึกษาที่เปิดการสอนในเรื่องการศึกษาคนพิการได้ปิดคณะ แล้วก็ หลักสูตรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันราชภัฏทั้งหลายทั่วประเทศ เหตุผล ที่สำคัญก็คือในร่างพระราชบัญญัติที่จะต้องมีการแก้ไขนี้ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าคนที่จะเป็นครู จะต้องมีประกาศนียบัตรที่สูงกว่าปริญญาตรี ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้โรงเรียนหรือ สถานศึกษาหรือหน่วยที่จะต้องทำการสอนกับคนพิการไม่สามารถบรรจุครูได้ และเมื่อเป็น เช่นนี้ก็ทำให้คนพิการจำนวนมากไม่ได้รับโอกาสทางด้านการเรียนการสอน แล้วก็การศึกษา ที่จะพัฒนาทักษะของตนเอง แล้วก็คนพิการจำนวนมากได้บอกกับผมว่าเขาเดือดร้อนจริง ๆ ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรีบแก้ไขเพื่อให้เราสามารถหาครูที่สอน คนพิการได้เข้ามาบรรจุด้วยวิธีการที่สำคัญก็คือการแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินี้ และถ้าเป็น อย่างนี้แล้วผมเรียนท่านประธานว่ากว่าจะเตรียมการได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้ขอให้กับใครครับ ผมขอให้กับคนพิการทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า เราพูดเรื่องอื่นกันมาเยอะแล้ว เราช่วยทำในเรื่องที่ให้กับคนพิการบ้างไม่ได้หรือ ก็ขออนุญาต ขอความเห็นกับที่ประชุมว่าน่าจะได้ให้ความเห็นชอบกับการเลื่อนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วเราก็จะได้อภิปรายกัน แล้วก็ให้โอกาสให้กับคนพิการเขาจะได้มีครูที่จะไปสอนเขา ที่โรงเรียน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วผมคงจะต้องไปตอบกับคนพิการว่า ผมได้เสนอร่าง พระราชบัญญัติแล้ว แต่สภาได้เลื่อนออกไปเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งวันนี้ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ทันกับสมัยประชุมนี้ แล้วก็ปีหน้าสมัยหน้าก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับ การบรรจุอีกเช่นเดียวกัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่เป็นความเป็นจริง และผมไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตเรียนกับเพื่อนสมาชิกที่เป็นฝ่ายรัฐบาลว่าเราน่าจะให้ ความเห็นใจกับคนพิการ ซึ่งวันนี้เป็นปัญหาที่เร่งด่วนอย่างยิ่ง และจริง ๆ แล้วตรงนี้เป็นวาระ ที่เราน่าจะช่วยกันให้คนพิการได้รับโอกาสในด้านการศึกษา และสามารถดำรงชีวิตในสังคม ได้อย่างมีสถานะตามศักยภาพของตนเอง ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมหารืออย่างนี้ นะครับ เรื่องนี้ ครม. เขาเสนอเข้ามาแล้วก็แปลว่ารัฐบาลเขาให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเอาไว้วันหลังค่อยเสนอขอเลื่อน วิปลองคุยกันอีกสักรอบหนึ่งครับ ผมคิดว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เชิญคุณหมอครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากเห็นบรรยากาศการทำงานที่สอดคล้องกัน เข้าอกเข้าใจกันไม่อยากให้โหวต (Vote) เลย ความจริงแล้วอยากให้เรามาทำงานในเรื่องดี ๆ ร่วมกัน สร้างสรรค์บ้างนะครับ เพราะฉะนั้น จึงขอเลื่อนขึ้นมา เพราะว่าเรื่องนี้จริง ๆ แล้วขอกราบเรียนไปทางฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ยาวเลย กฎหมายสั้น ๆ เท่านั้นเองนะครับ แต่ว่ามีประโยชน์มหาศาลต่อพี่น้องคนพิการ แล้วก็ส่งผล ถึงประเทศชาติด้วย เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้บรรยากาศของการทำงานร่วมกันเป็นไป ด้วยดีครับ ก็อย่างเหตุผลที่ท่านกนกได้เรียนแล้วว่าถ้าปล่อยไปเดี๋ยวก็จะปิดสมัยประชุมแล้ว เสียดายกฎหมายดี ๆ อย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ทางฝ่ายโน้นถอนเถอะครับ แล้วก็ปล่อยให้มีการเลื่อนตามที่ผมเสนอเถอะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ตามดำริที่ท่านประธาน ได้ให้ความเห็นว่าเนื่องจากพระราชบัญญัตินี้เป็นภาระที่สำคัญของสภา ขณะเดียวกัน ถ้าจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของการบริหารงบประมาณก็เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล เช่นเดียวกัน เพราะกระผมต้องการให้งานทั้ง ๒ ส่วนเห็นตามที่ท่านประธานบอกก็คือมีความกลมกลืน แล้วก็นำไปสู่ประโยชน์ของประชาชน ท่านสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่ได้กรุณาหยิบยกเรื่อง พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นนัยที่มีความหมาย ความสำคัญอยู่ แต่ว่าขอได้ดูในรายละเอียดที่ท่านประธานบอกว่ารัฐบาลก็มาแล้ว ถ้าเห็นในการที่จะได้พิจารณาก็ยินดีนะครับท่านประธาน ไม่อยากให้มีการโหวตกันหรอกครับ แต่ว่าต้องการทำตามธรรมเนียมที่ควรที่จะเป็น คือประสานงานกัน แล้วก็พิจารณาก่อนที่จะหมด สมัยประชุมไป ก็ได้พิจารณาด้วยความเข้าใจครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ที่จริงเจตนาตรงกันแล้วนะครับ ผมว่าอย่างนี้ดีไหมครับ วิปลองหารือกัน เพราะขบวนการ ร่างของรัฐบาลก็ส่งเข้ามาแล้ว เพียงแต่อยู่ขั้นตอนตรวจสอบอะไรต่าง ๆ แล้วกำหนดวัน ที่เห็นว่าเหมาะสม วิปลองคุยกันนะครับ อย่างนั้นดีไหมครับ เจตนาเราตรงกันแล้วละครับ เชิญคุณหมอครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าฝ่ายรัฐบาลยังยืนยันแบบเดิมนะครับ ก็ขอโหวตครับ ผมก็ยืนยันที่จะขอเลื่อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอว่า อย่างไรนะครับ พูดดัง ๆ นิดหนึ่งครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม หมอสุกิจ ส.ส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมยืนยันที่จะขอเลื่อนแบบเดิมครับ ยังยืนยันที่จะ ขอเลื่อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณหมอครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน เพื่อนสมาชิกยังติดใจที่จะขอเสนอญัตติเลื่อนอยู่นะครับ ผมขออนุญาต ให้ข้อมูลท่านประธานเพื่อประกอบการพิจารณา เรื่องพระราชบัญญัติเกี่ยวกับคนพิการ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตลอดจนการทบทวนในวันนี้ ทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลได้มีมติที่จะนำ เรื่องร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการ ซึ่งจะดูภาพรวมทั้งหมด ในตรงนั้นเข้ามาสู่การพิจารณา กฎหมายฉบับนั้นเป็นกฎหมายภาพรวมที่จะทำให้สำนักงาน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการจะมีสถานะเป็นกรม เป็นนิติบุคคล เข้าไปทำงาน ประสานงาน กับทุกฝ่าย ในการจัดการดูแลสำหรับคนพิการทุกด้านนะครับ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ตรงนั้นเป็นหัวใจหลัก ผมว่าถ้าเราดูกฎหมายฉบับนั้น หลังจากนั้นก็นำกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยตรงเข้ามาพิจารณาต่อเนื่อง ก็จะเป็นประโยชน์ เราเองไม่ได้ตั้งใจที่จะไป กราบเรียน ท่านประธานว่าไม่ได้เห็นความสำคัญ ไม่ใช่นะครับ เห็นความสำคัญครับ แต่กฎหมายหลัก ขณะนี้ที่เขามีปัญหา ที่จะจัดการดูแลคนพิการ กำลังอยู่ในขั้นตอนที่จะนำเสนอสู่สภา เป็นการจัดตั้งกรมขึ้นมา อยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็กราบเรียน ท่านประธานให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ ถ้าท่านยัง

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอสุกิจ ประท้วงหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ประท้วงก็ขอให้คุณหมอชลน่านได้พูดจบก่อนครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ผม หมอสุกิจ ส.ส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ประท้วงตาม ข้อ ๖๑ ท่านออกไปนอกประเด็นแล้วครับ วันนี้เราไม่ต้องการถึงขนาดนั้นแล้วครับ ตอนนี้ผมขอแค่เลื่อน พ.ร.บ. ฉบับนี้เท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นท่านจะเอาหรือไม่เอาก็แล้วแต่ท่านครับ ประเด็นว่าท่านจะเห็นกับคนพิการหรือเปล่า เท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานปฏิบัติตามข้อบังคับเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงหมอชลน่าน ท่านพูดอยู่ในประเด็น อธิบายเหตุผลของท่าน คุณหมอผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ก็จะจบแล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่าผมอยู่ในประเด็น พูดถึงเรื่องพระราชบัญญัติเกี่ยวกับคนพิการ จริงอยู่ในระเบียบวาระเป็นการศึกษา แล้วผม ให้เหตุผล ให้ข้อมูลประกอบก่อนที่จะมีการตัดสินใจในการที่จะลงมติครับ นั่นเป็นการให้ข้อมูล ผมอยู่ในประเด็นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ที่วินิจฉัย ผมยังเสนอญัตติว่าขอคง ระเบียบวาระเดิมครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญสมาชิก นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญครับ

ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ แล้วตรวจสอบองค์ประชุมเสร็จแล้ว ลงมติเสร็จแล้วก็อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ เพราะเราจะต้อง มีลงมติต่อก็อย่าเพิ่งออกไปไหนครับ ถ้าพร้อมเสียบบัตรแสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยนะครับ เชิญครับ

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ บัตรเสียบแล้วไฟไม่ขึ้นครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บวก ๑ นะครับ ส่งผลได้เลยครับ ผู้เข้าประชุม ๒๘๕ คน เป็น ๒๘๖ คน ครบองค์ประชุมนะครับ

ผมขออนุญาตถามมติเลยนะครับ ที่ประชุมจะเห็นด้วยที่จะให้เลื่อน ระเบียบวาระที่ ๕.๕ ขึ้นมาต่อจากเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน อันดับที่ ๓ หรือไม่นะครับ เห็นด้วยที่จะให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๕ ขึ้นมาหรือไม่นะครับ เห็นด้วยหรือไม่นะครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลครับ เห็นด้วย ๑๐๘ ไม่เห็นด้วย ๒๕๘ ถือว่าที่ประชุมมีมติ ไม่ให้เลื่อนนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

๑. ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ซึ่งมี ๒ เรื่องที่ทำนองเดียวกันกับร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ๒ ฉบับนะครับ

ผมขออนุญาตขอมติเลยนะครับ คงไม่ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เพราะเพิ่ง ตรวจสอบเมื่อสักครู่ ผมขออนุญาตขอมติเลยนะครับว่าจะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ครับ เห็นด้วยหรือไม่ครับ เชิญครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ เรียบร้อยปิดการลงคะแนน ส่งผลนะครับ มติเห็นด้วย ๓๖๗ ไม่เห็นด้วย ๑ ถือว่าที่ประชุม รับหลักการนะครับ

เชิญเสนอกรรมาธิการครับ เชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่านนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามนี้นะครับ สัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน เชิญครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ในส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน ประกอบด้วย ๑. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ๒. นายจุฬา สุขมานพ ๓. นางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล ๔. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ๕. รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์รุธิร์ พนมยงค์ ขอบคุณครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... จำนวน ๑๔ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ๒. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๓. นายศรีเรศ โกฎคำลือ ๔. ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ๕. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ๖. นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร ๗. นายธีระ ไตรสรณกุล ๘. นายหนูแดง วรรณกางซ้าย ๙. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๑๐. นายชูกัน กุลวงษา ๑๑. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๑๒. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๑๓. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๑๔. นายสรวงศ์ เทียนทอง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน เชิญครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๘ ท่าน ดังนี้นะครับ ๑. นายกษิต ภิรมย์ ๒. นายวิทยา แก้วภราดัย ๓. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๔. นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ๕. นางอานิก อัมระนันทน์ ๖. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๗. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๘. นายประกอบ รัตนพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ เชิญครับ

นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายมนู พุกประเสริฐ ๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ

นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือ พันโท สินธพ แก้วพิจิตร ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชล ๑ ท่านครับ

นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนา คือ นายรณเทพ อนุวัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ๑. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ๒.นายจุฬา สุขมานพ ๓. นางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล ๔. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ๕. รองศาสตราจารย์รุธิร์ พนมยงค์ ๖. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ๗. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๘. นายศรีเรศ โกฏคำลือ ๙. ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ๑๐. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ๑๑. นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร ๑๒. นายธีระ ไตรสรณกุล ๑๓. นายหนูแดง วรรณกางซ้าย ๑๔. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๑๕. นายชูกัน กุลวงษา ๑๖. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๑๗. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๑๘. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๑๙. นายสรวงค์ เทียนทอง ๒๐. นายกษิต ภิรมย์ ๒๑. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒๒. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๒๓. นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ๒๔. นางอานิก อัมระนันทน์ ๒๕. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒๖. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๒๗. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๘. นายมนู พุกประเสริฐ ๒๙. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๐. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร และ ๓๑. นายรณเทพ อนุวัฒน์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอระยะเวลา แปรญัตติครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สักครู่ครับ เชิญครับ

นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี ขอเสนอ เปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... เปลี่ยนจากนายมนู พุกประเสริฐ เป็นนายมานิต นพอมรบดี ค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ตามนี้นะครับ เชิญท่านธีรรัตน์ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาตามระเบียบข้อบังคับ ๗ วัน ค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๗ วันตามข้อบังคับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ เอาร่างใดเป็นหลักครับ ขอร่างใด เป็นหลักครับ เอาร่างใดเป็นหลักครับ เชิญครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ขอเสนอร่างคณะรัฐมนตรี เป็นหลักครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ร่างรัฐบาลเป็นหลัก ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบครับ

๓. ร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับครับ คือร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ขออนุญาตมาพิจารณารวมกันนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใดเห็น เป็นอื่นผมดำเนินการตามนี้นะครับ

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ครับ

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ

เหตุผล โดยที่ประเทศไทยยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับแก่สิทธิ หน้าที่และ ความรับผิดชอบของผู้ส่ง ผู้ขนส่ง ผู้รับตราส่ง และบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับขนของ ทางถนนระหว่างประเทศ ในขณะที่การรับขนของทางถนนระหว่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประเทศไทยได้ขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศออกไป อย่างกว้างขวาง สมควรให้มีกฎหมายกำหนดสิทธิหน้าที่และความรับผิดในเรื่องการรับขนของ ทางถนนระหว่างประเทศเป็นการเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านการค้าและ การขนส่งระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการรับขนของทางถนนของประเทศไทยสามารถแข่งขัน ในการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศได้มากขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ จึงเสนอที่ประชุมเพื่อโปรดพิจารณาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย กระผมขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ

เหตุผล โดยที่ประเทศไทยยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับแก่สิทธิหน้าที่และ ความรับผิดของผู้ส่ง ผู้ขนส่ง ผู้รับตราส่งและบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับขนของทาง ถนนระหว่างประเทศ ในขณะที่การรับขนของทางถนนระหว่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประเทศไทยได้ขยายความสัมพันธ์ทางด้านการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ ออกไปอย่างกว้างขวาง สมควรให้มีกฎหมายกำหนดสิทธิหน้าที่และความรับผิดในเรื่อง การรับขนของทางถนนระหว่างประเทศเป็นการเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกทางด้าน การค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการรับขนของทางถนน ของประเทศไทยสามารถแข่งขันในการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศได้มากขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ เอเชีย (Asia) และของโลก เรามีเส้นทางถนนที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางด้าน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกและภาคใต้ ดังนั้นการที่จะ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะภาคธุรกิจเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องมี กฎหมายขึ้นมารองรับ นอกจากนี้การที่ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (ASEAN) ในปี ๒๕๕๘ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องก้าวให้ทัน ตามให้ทันในสิ่งที่เรา จะต้องทำงานร่วมกับพี่น้องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วยกัน นอกจากนั้นยังมีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องคืออนุสัญญาว่าด้วยสัญญาเพื่อการรับขนของระหว่างประเทศโดยทางถนน ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภาคลุ่มน้ำโขง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่ง ที่จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องอนุวัติให้เป็นไปตามอนุสัญญาและความตกลงที่มีต่อกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องตรากฎหมายฉบับนี้ ขออนุญาตกราบเรียนสั้น ๆ เพียงเท่านี้ รายละเอียดคงจะไป ปรึกษาหารือหรือให้ความเห็น ข้อเสนอแนะในคณะกรรมาธิการต่อไป ขออนุญาตครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านศุภชัยครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่น ผมต้องขอเรียนว่าผมเห็นด้วยกับการที่ทางรัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้เข้าสู่สภา เพื่อให้สภาได้มีการพิจารณากัน แต่อย่างที่ผมได้มีการอภิปรายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับว่า จริง ๆ แล้ววันนี้ปัญหาสำคัญของรัฐบาลก็คือการที่รัฐบาลไม่ค่อยจะมีความเป็นเอกภาพ หรือการทำงานลักษณะที่เป็นบูรณาการในการที่จะต้องเสนอกฎหมายที่เป็นชุดเดียวกัน ซึ่งอาจจะมีร่างพระราชบัญญัติหลายพระราชบัญญัติในการที่จะเสนอเข้ามาพร้อม ๆ กัน เพื่อให้สภาได้มีโอกาสได้เห็นภาพรวม หรือภาพใหญ่ที่ได้เห็นว่ากฎหมายอันใดมีความจำเป็น ด้วยเรื่องอะไรบ้างนะครับ ซึ่งก็ได้ฝากท่านรัฐมนตรีไปนะครับว่าต่อไปก็อยากจะให้ทำเรื่องนี้ จริง ๆ กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งที่ท่านกำลังส่งมาให้สภาได้มีการพิจารณากันนี้ ผมก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและจำเป็นเร่งด่วน ในเมื่อเราเอง เราต้องมีการค้าขาย กันระหว่างประเทศมากขึ้นก็แปลว่าเราจะต้องมีเครื่องมือ ซึ่งผมใช้คำว่า เครื่องมืออันสำคัญ ก็คือการมีกฎหมายที่พร้อมที่จะทำให้คู่ค้า ซึ่งการค้าระหว่างประเทศก็คือคู่ค้าอยู่กันคนละ ประเทศ อยู่ต่างแดนกัน ได้มีความสะดวกและมีความมั่นใจว่าประเทศไทยของเรามีกฎหมาย ที่เป็นเครื่องมือในการที่จะคุ้มครอง ในการที่จะทำให้การค้าของเขาได้บรรลุถึงเป้าหมายที่เขา อยากจะทำก็คือความสะดวกในการที่จะได้ทำมาค้าขายระหว่างกันด้วยความปลอดภัย ในเรื่องของการค้าระหว่างประเทศที่ผมพูดตรงนี้หรือที่จะขออนุญาตก็คือเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล เทรด (International trade) จริง ๆ แล้วความหมายมันก็คงแคบ ไม่ได้หมายถึงอินเตอร์ เนชั่นแนล บิสซิเนส (International business) ซึ่งมันครอบคลุมถึงมากกว่าในเรื่องของ การขนส่งตัวสินค้าหรือที่เราเรียกภาษาอังกฤษกันว่า กู้ดส์ (Goods) นี่นะครับ เพราะความจริงแล้ว การขนส่งเฉพาะสินค้าก็คงจะหมายถึงการค้าขายกัน ข้ามแดนกัน เป็นลักษณะของอิมพอร์ต (Import) เอ็กซพอร์ต (Export) ท่านประธานครับ ในเรื่องการออกกฎหมายที่เรากำลังพูดกัน อยู่ตรงนี้ ผมอยากจะเรียนว่าก็คงเป็นเรื่องกฎหมายการค้าระหว่างประเทศที่ถือว่า เป็นภาคเอกชนหรือเป็นไพรเวท อินเตอร์เนชั่นแนล เทรด ลอว์ (Private international Trade law) ซึ่งหมายถึงกฎหมายข้อตกลงหรือกฎเกณฑ์ที่อยู่ในระดับภายในประเทศหรือ ระหว่างประเทศที่มุ่งกำหนด มุ่งหมายในการที่จะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างเอกชน กับเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของการค้าต่างประเทศ กฎหมายที่ท่านกำลังเสนอมานี้มันก็คง เป็นเรื่องของการสนับสนุนกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการซื้อขายระหว่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า การซื้อขายสินค้าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือเรื่องของการรับขนสินค้าระหว่างประเทศหรือที่เรา เรียกกันว่าอินเตอร์เนชั่นแนล แคร์ริเอจ (International carriage) นะครับ ในเรื่อง การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ หลายท่านก็คงจะทราบนะครับว่าจริง ๆ แล้วกฎหมายรับขน ที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดเรามาจากหลักกฎหมายของคอมมอน ลอว์ (Common law) ซึ่งแตกต่างจากของเราที่ใช้ระบบซิวิล ลอว์ (Civil law) นะครับ คอมมอน ลอว์ที่เราได้มา ก็คือเป็นระบบของอังกฤษ ซึ่งก็มีวิวัฒนาการมาพร้อม ๆ กับการค้าของต่างประเทศนะครับ การค้าระหว่างประเทศของประเทศอังกฤษ นอกจากนั้นแล้วถึงอยากจะฝากต่อทางท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีก็คือว่ากฎหมายที่ท่านเสนอเข้ามานี้ ผมหวังว่าก็คงจะสามารถที่จะ ร่างมาแล้วมีความครอบคลุมถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ การรับขนระหว่างประเทศนะครับ อนุสัญญาที่ผมได้เคยอภิปรายไปเมื่อคราวที่แล้วนะครับ ซึ่งผมเห็นว่าก็เป็นเรื่องที่น่าจะเกี่ยวข้องก็คืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการทำให้เป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับเรื่องของใบตราส่งหรือที่เรียกเป็น ภาษาอังกฤษว่า อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเวนชั่น ฟอร์ เดอะ ยูนิฟิเคชัน ออฟ เซอร์เทน รูลส์ ออฟ ลอว์ รีเลตติง ทู บิลส์ ออฟ เลดดิง (International convention for the unification of certain rules of law relating to bills of lading) ปี ๑๙๒๔ หรือที่เราเรียกกันว่าเป็น เฮกรูลส์ (Hague rules) รวมถึงพิธีสารแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งเรียกว่า เฮก-วิสบี รูลส์ (Hague-visby rules) นอกจากนี้ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือความเป็นจริงแล้วท่านกำลังเสนอ มาเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งที่ว่ามันเป็นเรื่องของการขนส่งทางบกนะครับ จริง ๆ แล้วประเทศไทยเรา การค้าขายนอกจากเรื่องของการขนส่งทางบกแล้ว เรื่องสำคัญที่เรามีการขนส่งกันในทั่วโลก ตลอดเวลาก็คือการขนส่งทางทะเลครับ การขนส่งทางทะเล ซึ่งผมเชื่อว่าวันหนึ่งท่านก็คง ต้องเสนอกฎหมายปรับปรุงแก้ไขให้มันมีความเหมาะสม ผมก็อยากจะเสนอว่าท่านก็ต้องไปดู อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการขนส่งทางทะเลหรือ ยูไนเต็ด เนชั่นส์ คอนเวนชั่น ออน เดอะ แคริเอจ ออฟ กู้ดส์ บาย ซี (United nations convention on the carriage of goods by sea) หรือที่เรียกว่า ฮัมเบิร์ก รูลส์ (Hamburg rules) นะครับ แล้วก็ข้อสำคัญก็คือ เราเองเราก็มีพระราชบัญญัติการขนของทางทะเลเป็นกฎหมายภายในประเทศของเรามาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๔ นอกจากการขนส่งที่ท่านกำลังเสนอมาแล้ว ผมก็อยากให้ท่านได้ไปศึกษา ได้ไปล้อตาม พระราชบัญญัติการขนส่งทางทะเลด้วย ซึ่งมันย่อมมีความเกี่ยวข้อง เกี่ยวพัน และจะเป็นประโยชน์ สำหรับการขนส่งทางบกที่ท่านกำลังเสนอมานะครับ เรามีอนุสัญญาที่เราเข้าไปผูกพันก็คือการขนส่งทางอากาศหรือเรียกว่าคอนเวนชัน ฟอร์ เดอะ ยูนิฟิเคชั่น ออฟ เซอเทน รูลส์ รีเลทติง ทู อินเตอร์เนชั่นแนล แคริเอจ บาย แอร์ (Convention for the unification of certain rules relating to international carriage by air) หรือที่เขาเรียกว่าวอร์ซอ คอนเวนชัน (Warsaw convention) เป็นต้นนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่มันมีสำคัญที่สุดก็คืออนุสัญญาว่าด้วยการขนส่งทางบกที่เราได้มีการไปทำความตกลงกัน ไว้ก็คือคอนเวนชัน ออฟ เดอะ คอนแทรคท์ ฟอร์ เดอะ อินเตอร์เนชั่นแนล แคริเอจ ออฟ กู๊ดส์ บาย โรด (Convention of the contract for the international Carriage of goods by road) เมื่อปี ๒๔๕๖ นอกจากนั้นก็มีเรื่องที่เราไปศึกษาถึงกฎเกณฑ์ของสภาหอการค้า นานาชาติหรือไอซีซี (ICC) ในเรื่องของการขนส่งหลายรูปแบบซึ่งนอกจากจะเป็นเรื่องของ การขนส่งทางบกอย่างเดียวซึ่งท่านรัฐมนตรีก็คงทราบว่าสินค้าบางอย่างที่มานี้มาโดยเครื่องบิน ลงเรือ มาด้วยทางบก แล้วก็บ่อยครั้งที่มีการขนด้วยคนก็มี หลายเรื่องครับกว่าจะมาถึงมันมี การขนกันด้วยการขนส่งหลายรูปแบบที่เขาเรียกว่ามัลติโมดัล ทรานสปอร์ท (Multimodal transport) ซึ่งเหล่านี้ท่านก็ต้องไปดูด้วย ตอนนี้มีการขนกันเฉพาะเรื่องของทางบกอย่างเดียว ไม่พอ วันนี้สิ่งที่ท่านจะต้องทำตามก็คือกรอบข้อตกลงของอาเซียนว่าด้วยการขนส่ง หลายรูปแบบหรือที่เราเรียกกันว่าอาเซียน เฟรมเวิร์ค อะกรีเม้นท์ ออน มัลติโมดัล ทรานสปอร์ท (ASEAN Framework agreement on multimodal transport) แล้วก็มี เรื่องรูลส์อีกหลายรูลส์ ที่อยากจะเรียนตรงนี้ทั้งหมดก็คือบอกว่าวันนี้เมื่อโลกมันเป็น โลกเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีเองต้องกำชับผู้ที่เสนอกฎหมายมาว่ามันต้องไปดูให้ครอบคลุม อย่าให้มันมีปัญหาเพราะสิ่งที่มันจะตามมาวันนี้เราพูดเรื่องของบิล ออฟ แลดดิ้ง (bill of lading) ใบตราส่งสินค้าก็จริงอยู่ครับ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเราสามารถที่จะเขียนกฎหมายให้มัน ครอบคลุม ถ้าเป็นไปได้เรื่องความรับผิดและเรื่องของการประกันอะไรต่าง ๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ถ้ามีการศึกษากฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการประกันภัยโดยเฉพาะการประกันภัยทางทะเล เราก็จะได้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันจะช่วยคลายความรู้สึกของนักธุรกิจหรือผู้ที่ส่งออก นำเข้า เอ็กซพอร์ต อิมพอร์ต ว่าเรามีกฎหมายดี ๆ ที่สร้างความคุ้มครอง ผมเคยอภิปรายไปในคราวที่แล้วว่า การทำธุรกิจระหว่างประเทศ นักธุรกิจเองเขาก็จะพิจารณาถึงองค์ประกอบในการทำธุรกิจ กับประเทศใดประเทศหนึ่งในเรื่อง ๒ ประการ อันแรกสุดก็คือเรื่องกฎหมายหรือที่เขา เรียกว่าเรื่องของชอยซ์ ออฟ ลอว์ (Choice of law) ว่ามันมีกฎหมายที่อำนวยความสะดวก เขาไหม แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าเมื่อมีปัญหา มีข้อพิพาทกัน มันก็มี ชอยซ์ ออฟ ฟอรัม (Choice of forum) ตกลงกันว่าจะมีข้อพิพาทแล้วจะตกลงไประงับข้อพิพาทกันยังประเทศใด โดยกฎหมายอะไร อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ท่านเสนอกฎหมายฉบับนี้มา ผมคิดว่ามันก็คงเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมเรื่องของการทำมาค้าขายกันระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยซึ่งเราเป็นหน้าด่านในการไปยังทั้งในอาเซียนด้วยกันเอง หรือไปยังประเทศจีน ไปยังประเทศอินเดีย หรือประเทศใหญ่ ๆ ใกล้เคียงอีกหลายประเทศในเรื่องของการขนส่ง ถ้าท่านทำกฎหมายดี ๆ เป็นประโยชน์ ผมก็เชื่อว่าในที่สุดแล้วก็เป็นการยิ่งส่งเสริมให้ประเทศ เราจะได้เป็นผู้นำในเรื่องของการเป็นหน้าด่านในการค้าขายและเครื่องมือที่ท่านสามารถ อำนวยความสะดวกให้กับบรรดาผู้ประกอบการนักธุรกิจข้ามแดน สินค้าข้ามแดนทั้งหลายที่ดี อย่างกฎหมายที่ท่านกำลังเสนอมาก็จะเป็นประโยชน์ อย่างที่เรียนไปนะครับ อยากจะฝากว่า กฎหมายอะไรที่คั่งค้างรีบเร่งเสนอมาให้มันเป็นระบบ เป็นแพคเกจ (Package) แล้วเราก็ สามารถที่จะเดินหน้าใช้ประโยชน์จากกฎหมายนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมเรื่องของการค้าขายได้ เป็นอย่างดีที่สุดครับ ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอิทธิเดช แก้วหลวง ครับ

นายอิทธิเดช แก้วหลวง เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ซึ่ง ครม. ได้นำเข้าสู่ การพิจารณาของสภาในวันนี้นั้น ผมเองนั้นได้ศึกษาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ซึ่งได้ผ่าน ความเห็นชอบของสภาไปแล้วฉบับแรกนะครับ ส่วนฉบับนี้ความจริงแล้วก็เป็นฉบับที่ มีความเกี่ยวเนื่องกับฉบับที่ผ่านมา ผมคิดว่าบทบัญญัติต่าง ๆ ที่เรามีกฎหมายอยู่แล้ว คือกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของการรับขนของนั้น ก็สามารถที่จะมาใช้ ในการบังคับตามกฎหมายได้ แต่มีความไม่ชัดเจนแล้วก็ความไม่เหมาะสมหลายประการ ซึ่งอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น ในอนาคต จึงทำให้คณะรัฐมนตรีนำเอาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเข้ามาพิจารณาในวันนี้ ซึ่งตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กราบเรียนแล้วว่าแม่บทจริง ๆ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ นั้นมาจากอนุสัญญาซึ่งสหภาพยุโรปได้ทำขึ้นมาแล้วเมื่อปี ๑๙๕๖ ที่เรียกว่าซีเอ็มอาร์ (CMR)

และอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องจีเอ็มเอส ซีบีทีเอ (GMS-CBTA) ซึ่งเป็นข้อตกลงว่า ด้วยการขนส่งข้ามพรหมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้นแล้วผมคิดว่าในฐานะที่ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย และประการที่สำคัญนั้นผมเป็นผู้ที่อยู่ตาม แนวชายแดนมาตลอด เคยประกอบอาชีพเป็นนักธุรกิจค้าขายข้ามพรมแดนมาโดยตลอด ก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสร่วมงานกับหอการค้าจังหวัดเชียงราย ในโครงการพัฒนาสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ได้ติดตามความคืบหน้าในกรอบข้อตกลงต่าง ๆ ของจีเอ็มเอส (GMS) มาโดยตลอด แต่ผมยังเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้องกับกิจการดังกล่าวนี้ยังถือว่าเป็นการตรากฎหมายที่ค่อนข้างจะ ช้าด้วยซ้ำไป เมื่อดูเนื้อหาสาระของพระราชบัญญัติดังกล่าว ผมคิดว่าเมื่อเอา ๒ แม่บท มารวมกันแล้วจะเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เข้าเสนอในสภาวันนี้มีความครอบคลุมชัดเจน แต่ก็คงจะต้องมีการไปดูให้ละเอียดในชั้นคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งนะครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องขอบเขต การบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลักษณะของสัญญารับขนของทางถนนต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องของการคิดคำนวณค่าเสียหาย การมีข้อขัดแย้ง สิทธิเรียกร้องต่าง ๆ ผมคิดว่า ครบถ้วนนะครับ ผมเองนั้นอยากจะอภิปรายให้ท่านประธานสภาได้มีความเข้าใจลึกซึ้งถึง ความคืบหน้าหลาย ๆ ประการเกี่ยวกับการรับขนของระหว่างประเทศ ผมเห็นว่าในส่วนของ ทางเหนือนั้น การรับขนของระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะประเทศจีนเอง ซึ่งรวมไปถึงประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซียเองมีความเกี่ยวเนื่องกันโดยตลอด แต่เราไม่มีกฎหมายที่จะมีลักษณะของ การอำนวยความสะดวก หรือทำให้กิจกรรมทั้งหลายเหล่านั้นมีความก้าวหน้า รุดหน้าทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าข้อตกลงการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศ ซึ่งเอาง่าย ๆ ว่า ซีบีทีเอ ซึ่งจีเอ็มเอสเป็นเจ้าภาพ ได้ทำสัญญาตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ และล่าสุดที่กรุงปักกิ่ง ปี ๒๕๕๐ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรครับ เพราะว่าการบันทึกความเข้าใจว่าด้วย การขนส่งข้ามพรมแดนต่าง ๆ ที่ผ่านด่านต่าง ๆ หรือการเปลี่ยนสิทธิจราจรต่าง ๆ ในจุด ผ่านแดนต่างๆ ก็ไม่ได้มีความคืบหน้าเท่าที่ควร มีการทำข้อตกลงการขนส่งข้ามประเทศลาว ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม ก็ไม่มีความคืบหน้า หรือมีความรุดหน้า ในขณะที่เราจะเข้าสู่ การเป็นประชาคมประชาชาติอาเซียนในปี ๒๐๑๕ ที่จะถึงนี้ การขนส่งทางถนนระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศลาว เราก็มีข้อตกลงในเรื่องการขนส่งสินค้า ผู้โดยสาร หรืออำนวย ความสะดวกในการสัญจรของบุคคล หรือการเปิดเสรีจำนวนผู้ประกอบการขนส่งระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศลาว วันนี้มันไม่ใช่เฉพาะประเทศลาวเท่านั้น มันรวมทั้งประเทศจีน ตอนใต้ รวมทั้งประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา และอีกไม่นานนี้ก็จะไปเกี่ยวดองกับ ประเทศเมียนมาร์ หรือประเทศพม่าอย่างแน่นอน นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานมาในโอกาสนี้นะครับ ส่วนกรอบความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ในกรอบอื่น ๆ นั้น ไม่ว่าเป็นกรอบอาเซียน ท่านเชื่อไหมว่ากรอบอาเซียนขณะนี้ที่มีผลทางปฏิบัติแล้ว มีเพียงแค่ การยอมรับใบขับขี่ของประชาชนในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ชาติ รวมทั้งการยอมรับเรื่องของ การตรวจสภาพรถยนต์ ยังไม่มีข้อตกลงในเรื่องการใช้ถนน ไม่มีเรื่องข้อตกลงอื่น ๆ ที่มี ความคืบหน้าแต่อย่างใดนะครับ กราบเรียนท่านประธานไว้ ยิ่งเรามาดูทางภาคใต้ ภาคใต้ มีกรอบความตกลง ไอเอ็มทีจีที (IMT-GT) ความร่วมมือ ๓ ชาติ ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย แต่ปรากฏว่าข้อตกลง หรือกรอบที่จะนำไปสู่การเป็นสากลนั้นไม่มีเลย กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ เราได้ทำ ข้อตกลงความเข้าใจกันกับประเทศมาเลเซียในเรื่องของการขนส่งสินค้าเน่าเสียผ่านแดนจาก ประเทศไทยสู่ประเทศมาเลเซีย และสิ้นปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์ ทำไว้เมื่อไรครับ ปี ๒๕๒๒ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าวันนี้การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ไม่ใช่เท่านั้นนะครับ อาจจะมาจากปักกิ่งผ่านประเทศลาว ที่อาร์ ๓ (R3) ผ่านประเทศพม่าที่อาร์ ๓ บี (R3B) หรือว่าอาจจะผ่านมาทางกวางสี ลงมาทาง ประเทศเวียดนามเอง เข้ามาทางประเทศกัมพูชา หรือเข้ามาทางประเทศลาวผ่านประเทศไทย ไปสู่ประเทศสิงคโปร์ โดยผ่านยะโฮร์บาห์รู นั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มี กฎหมายที่เป็นสากลในการที่จะให้กลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหลายเหล่านั้นได้มีกติกา มีกฎหมายที่เป็นอย่างเดียวกัน นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบนำเรียนท่านประธานไว้ ในโอกาสนี้นะครับ

ทีนี้มันมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่งครับว่าปรัชญาจริง ๆ ของจีเอ็มเอส (GMS) คืออะไรครับ ปรัชญาจริง ๆ ของจีเอ็มเอสก็คือการที่จะให้เกิดความเชื่อมโยงในระบบ โครงข่ายคมนาคมและการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนุภูมิภาค ดังนั้นเรื่องระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ก็คือส่วนหนึ่งครับ ที่เป็นกิจกรรมที่จะทำให้ประเทศภาคี ทั้งหลายที่อยู่ในอนุภูมิภาคนี้ได้มีความสามารถในการแข่งขัน แต่ประเด็นปัญหาที่ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อเนื่องไปอีกนิดหนึ่งครับว่าในปี ๒๐๑๕ ที่จะถึงนี้ จะมีการเปิดเสรีการบริการโลจิสติกส์ นี่เป็นข้อหนึ่งครับ ที่ฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับว่าการที่ให้ผู้ถือหุ้นต่างชาติประกอบการในเรื่องของโลจิสติกส์ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ จะกระทบต่อผู้ประกอบการไทยหรือไม่ หรือความสามารถในการแข่งขัน ของผู้ประกอบการไทยจะสามารถอยู่ได้หรือไม่ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่เป็นห่วงแล้วก็ฝากให้สภา รับไปพิจารณานะครับ ท่านประธานมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผมขอฝากท่านประธานนิดหนึ่งครับ เผอิญผมในฐานะที่เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการ กิจการชายแดนไทย ได้มีโอกาสไปดูการพัฒนาและการมองเห็นการณ์ไกลของรัฐบาลจีน เส้นทางที่เขาเชื่อมต่อประเทศอาเซียนที่ผ่านกวางสีนั้น วันนี้ที่เมืองผิงเสียงกำลังจะจัดตั้ง เมืองเศรษฐกิจพิเศษซึ่งจะมีความยิ่งใหญ่ จะมีปริมาณสินค้าที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศจีน กับประเทศอาเซียน มูลค่าการค้าผมคิดว่ามากกว่าแสนล้านบาทต่อปี สิ่งหนึ่งนั้นเขามี ต้นแบบที่จะให้เป็นต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจพิเศษอีกแห่งหนึ่งคือเมืองมุยลี่ จังหวัดเต๋อหง ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงลงไปยังประเทศพม่า เพื่อเข้าไปสู่มหาสมุทรอินเดีย วันนี้เมืองมุยลี่เป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ มูลค่าการค้า แสนล้านบาท วันนี้ท่านประธานถ้าหากว่าท่านเดินทางไปในมณฑลยูนนานท่านจะเห็น การก่อสร้างทางรถไฟ เส้นทางทางรถไฟที่จะมุ่งไปสู่ประเทศพม่าที่มุยลี่ก็ดี หรือจะลงมาทาง ประเทศลาวผ่านมายังประเทศไทย หรือผ่านประเทศพม่าเอง ปี ๒๐๑๕ นั้นรถไฟประเทศจีน นั้นจะมาจอดที่ชายแดนเรียบร้อยหมดครับ ยังไม่อ่านถนนอาร์ ๓ เอ ซึ่งเป็นถนนมอเตอร์เวย์ (Motor way) ที่ฝรั่งมองเห็นแล้วก็ตกใจ เพราะเมื่อท่านเห็นภูเขาเลากาใหญ่โตจากระยะทาง จากชายแดนโมฮั้นไปยังคุนหมิงปกติต้องใช้เวลาเดินทางถึง ๓ วัน แต่เมื่ออาร์ ๓ เอเสร็จ แทบจะไม่รู้เลยว่าเราอยู่บนถนนที่เป็นภูเขา เพราะถ้าเป็นภูเขาเจาะเป็นอุโมงค์ครับ ถ้าเป็น หุบเหวเป็นหน้าผาทำเป็นสะพานหมด อันนั้นคือสิ่งหนึ่งที่ประเทศจีนรุดหน้าไป และวันนี้ ความแตกต่างระหว่างโมฮั้น ชายแดนจีนกับบ่อเต็นชายแดนประเทศลาวนั้นมีความแตกต่าง กันโดยสิ้นเชิง นั่นคือส่วนหนึ่งครับ และวันนี้ผมถามว่าเรากำลังมานั่งพิจารณาเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ แล้วเรายังไม่มีการวางแผนรองรับในการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน การที่เราจะต้องตกอยู่ในภาวะที่จำยอมในปี ๒๐๑๕ ความเข้มแข็งของผู้ประกอบการไทยนั้น มีความพร้อมหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นผมเห็นว่ากฎหมายที่เรากำลังตราขึ้นและที่ ตราสำเร็จไปแล้วหลายฉบับ ยกตัวอย่างเช่น พ.ร.บ. การรับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ หรือร่างพระราชบัญญัติการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ซึ่งเราตราขึ้นในปี ๒๕๔๘ และวันนี้ เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีความสำคัญกับประเด็นที่ผมกล่าวมาข้างต้น ๒-๓ ฉบับนั้น ก็ยังเห็นว่ายังไม่เพียงพอที่จะสามารถนำไปใช้ในความเป็นจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังมี พ.ร.บ. อีกฉบับหนึ่งครับที่รอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอยู่ และเป็น พ.ร.บ. ที่มีความสำคัญต่อเนื่องกับ พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับที่ผ่านมา ก็คือเรื่องของ พ.ร.บ. รับขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระทางถนนระหว่างประเทศ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมไม่เข้าใจ ว่าทำไมไม่เอาเข้ามาพร้อมกันครับ ถ้าเอาเข้ามาพร้อมกันให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายพร้อม กันและนำเสนอสู่การพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นในคราวเดียวกัน ผมว่า จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานครับ วันนี้ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ พยายามที่จะผลักดันให้ด่านชายแดนของตนเองให้เป็นสากลมากขึ้น ก็คือ เป็นด่านชายแดนที่เป็นซีไอคิว (CIQ) หรือเป็นซิงเกิล วินโดว์ อินสเปคชั่น (Single window inspection) หรือซิงเกิล สต็อป อินสเปคชั่น (Single stop inspection) วันนี้ถามว่า ประเทศไทยเรามีความพร้อมแล้วหรือไม่ อย่างไรที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาด่านชายแดน ทั้งหลาย เพื่อให้เป็นระบบซีซีเอ (CCA) ซึ่งต่อไปนี้กฎหมายฉบับก่อน อำนวยความสะดวก โดยการข้ามแดน มันมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะเป็นสากลแล้วมีเจ้าหน้าที่ของประเทศภาคี ทั้งหลายเข้ามาตรวจร่วมกัน มาทำงานร่วมกัน นั่นคืออุปสรรคประการที่ ๒ ที่เราจะต้องเร่ง นำเอากฎหมายทั้งหลายเหล่านี้เข้ามาสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานครับ การผลักดันในเรื่องที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง ที่ผมเห็นว่ามันจะเป็นอุปสรรคปัญหาในข้างหน้า ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของระเบียบการจราจร ที่จะต้องเป็นสากลครับ วันนี้เราข้ามพรมแดนปุ๊บเรารู้เลยว่า แต่ละประเทศนั้น มีความเข้าใจในเรื่องกฎระเบียบจราจรแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นในประเทศพม่าครับ เวลาท่านประธานต้องการจะให้รถยนต์แซงท่าน ท่านต้องเปิดไฟด้านที่ให้เขาแซงนะ ท่านเข้าใจไหมครับ ถ้าหากว่าวันนี้ท่านขับรถอยู่ท่านต้องการให้คนขับรถแซงท่าน ท่านต้อง เปิดไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อให้เขาแซงขวา แต่ในความเข้าใจของผู้ขับขี่ประเทศพม่า ถ้าหากท่าน ต้องการให้เขาแซง ท่านต้องเปิดไฟให้เขาในตรงกันข้าม สมมุติเขาขับพวงมาลัยซ้าย เขาต้องการ ให้คนแซงเขาเปิดไฟเลี้ยวขวาให้ท่าน อนุญาตให้ท่านแซงได้แล้ว เห็นไหมครับ อันนี้ ความแตกต่างกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คือเป็นสิ่งที่ประเทศภาคีทั้งหลายหรือประเทศในอาเซียน ทั้งหลายต้องหาวิธีการออกระเบียบกฎจราจรต่าง ๆ ร่วมกัน

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของมาตรฐานเครื่องยนต์และมาตรฐานรถยนต์ วันนี้ รถยนต์ของประเทศไทยเราเป็นพ่วงเป็นส่วนใหญ่ มีรถเทรลเลอร์ (Trailer) แต่ประเทศ เพื่อนบ้านเราเป็นอย่างไรครับ รถจีนเขาไม่มีรถพ่วงนะครับ เขามีรถประเภทสิบสองล้อ สิบสี่ล้อยาว ๆ เพราะฉะนั้นแล้วเครื่องยนต์ที่สามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากจะสามารถวิ่งเข้ามาขนส่งถ่าย สินค้าในบ้านเราได้หรือไม่ อย่างไร หรือในกรณีที่เป็นพวงมาลัยที่ต่างกัน ท่านเชื่อไหมครับ จีเอ็มเอสมีทั้งหมด ๖ ประเทศ ๖ ประเทศหมายความว่าประเทศจีน ประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศไทย ประเทศพม่า ๖ ประเทศนะครับ แต่ ๕ ประเทศนั้น เขาพวงมาลัยซ้ายหมดนะครับ เราประเทศเดียวในจีเอ็มเอสที่เป็นพวงมาลัยขวา วันนี้คนไทย หรือว่ารถบรรทุกไทยวิ่งข้ามไปหาประเทศเหล่านี้ใน ๕ ประเทศเราเป็น เขาเรียกว่ากะเหรี่ยง ในความหมายนะครับ ทีแรกเราอยู่บ้านเรา เราคิดว่าเขาเป็นกะเหรี่ยง ความจริงถ้าเราอยู่ใน ๖ ชาติ ลุ่มแม่น้ำโขงเราเป็นกะเหรี่ยงนะ เพราะฉะนั้นแล้วเวลารถบรรทุกของเราที่จะไป ประเทศเวียดนามไปอะไรนี่ ก็เลยกลายเป็นข้อด้อยของเรา สุดท้ายแล้ววันนี้ผมคิดในใจนะ ท่านประธาน ผมว่าลาวเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ของจีเอ็มเอสโดยแท้จริง ท่านเชื่อไหมครับ วันนี้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวเวียดนาม โดยผ่านมุกดาหาร หรือนครพนมก็ดี หรือจะไปทางเชียงรายก็ดี พอข้ามแดนปุ๊บ รถโดยสาร สัญชาติลาวมารับผู้โดยสารไทย สามารถไปได้ทั่วหมดครับ นักท่องเที่ยวทางบกที่ผ่านอาร์ ๙ (R9) มุกดาหารไปสะหวันเขตลาวบาวเข้าไปเวียดนามตอนกลางปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนนะครับ เป็นนักท่องเที่ยวไทย แต่นั่งรถสัญชาติลาวนะครับ ๑. อาจจะเป็นเพราะว่าเขาขับพวงมาลัย เดียวกัน ๒. เพื่อนบ้านทั้งหลายอาจจะให้เขาเรียกว่าสิทธิพิเศษกับลาวเป็นกรณีพิเศษ ดังนั้น ผมคิดว่าในศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์ขณะนี้ของจีเอ็มเอส ลาวเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ วันนี้ท่านไปจีนตอนใต้กวางสี หรือท่านไปที่ยูนนาน หรือท่านจะไปที่ พัทยาก็ได้ ท่านจะเห็นรถส่วนบุคคลครับ ป้ายทะเบียน สปป. ลาวนี่นะครับ สามารถขับไป ทั่วได้หมด แต่วันนี้ท่านอาจจะไม่เห็นเลยนะครับรถสัญชาติไทยที่ไปวิ่งอยู่ทางประเทศจีนตอนใต้หรือที่ กวางสี เพราะการข้ามแดนทั้งหลายมันมีความรู้สึกว่า ๑. คุณแตกต่างจากชาวบ้าน อันที่ ๒ นี่นะครับคล้าย ๆ กับว่าเขายังเห็นว่าเราเป็นคู่แข่ง เขายังไม่เห็นว่าเราเป็นผู้ที่น่าจะให้ ความเอื้อเฟื้อพิเศษเหมือนกับพี่น้องที่อยู่ฝั่งประเทศลาว นี่คือยกตัวอย่างให้ท่านง่าย ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับที่ผมเดินทางไปทั้งหมดนี่ ถ้าหากประเทศในอาเซียนทั้งหลายนี่พัฒนา โครงข่ายถนนให้เป็น ๔ เลน หมายความมันมีระบบมอเตอร์เวย์เหมือนจีนตอนใต้นะครับ ที่กวางสีจากหนานหนิงมาถึงผิงเสียงเป็น ๔ เลน เป็นมอเตอร์เวย์หมด คุนหมิงไปชายแดน ไม่ว่าตะวันตกตะวันออกมาถึงโมฮั้นมาถึงชายแดนที่ท่าล้อ สิบสองปันนาก็เป็น ๔ เลนทั้งหมด เป็นมอเตอร์เวย์ทั้งหมด ประเทศไทยเราเองนะครับ วันนี้รถเวียดนามบรรทุกผู้โดยสารวิ่ง ในภาคอีสานเกือบทุกวันนะครับ ที่เขาทำได้เพราะอะไรครับ เป็นถนน ๔ เลน แต่ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว หรือกรณีประเทศพม่าด้วยนี่ต้องใช้เวลาในการที่จะพัฒนา โครงข่ายถนนให้เป็น ๔ เลน แต่ถ้าเป็น ๔ เลนแล้วนะครับไม่ว่าคุณจะพวงมาลัยซ้ายหรือขวา ผมว่าไม่มีอุปสรรคในการขับขี่ยวดยาน นี่คือยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบครับ

ประเด็นที่ ๓ ภาษาราชการครับ วันนี้ต้องให้อาเซียนประกาศว่าภาษาราชการ ของอาเซียนคืออะไร และอาเซียน+๓ ตอนนี้อาเซียน+๓ ใครครับ ประเทศจีน ประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น และอาเซียน+๕ ก็จะมีประเทศนิวซีแลนด์กับประเทศออสเตรเลีย แล้วผมเชื่อ ได้เลยครับว่าปี ๒๐๑๕ เมื่อเป็นการประกอบเสรีในเรื่องของโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการ ทั้งหลายที่มาจากสัญชาติต่าง ๆ เหล่านั้นจะเป็นคู่แข่งสำคัญ แล้วจะถามว่าผู้ประกอบการไทย ที่รับขนของระหว่างประเทศทั้งหลายนั้นจะอยู่รอดได้อย่างไร นี่คือสิ่งหนึ่งที่ฝากให้ทาง ท่านรัฐมนตรีให้ไปกระชับให้กับกระทรวงที่ท่านดูแลกำกับอยู่นี่พัฒนาผู้ประกอบการไทย ไม่ว่าเรื่องของการติดตั้งระบบที่เป็นประโยชน์ในการที่จะให้ผู้ประกอบการเข้มแข็ง ไม่ว่าเป็น การตั้งสถาบันขนส่งวิชาชีพ หรือว่าการให้ความรู้เรื่องของการติดตั้งจีพีเอส (GPS) จีพีอาร์เอส (GPRS) ให้กับรถบรรทุกนะครับ หรือว่าการติดตั้งอาร์เอฟไอดี (RFID) ให้กับตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ต่าง ๆ แล้วก็ให้ผู้ประกอบการไทยนั้นได้อยู่รอดในปี ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้นะครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน คราวที่แล้วผมก็ฝากไว้ในเรื่องของ การคิดไว้ก่อนว่าเมื่อมีการขนส่ง เมื่อมีการเคลื่อนย้ายของสินค้า เมื่อมีการไปมาหาสู่กัน ระหว่างรถบรรทุกต่าง ๆ นี่ ผมคิดว่าที่ลืมไม่ได้คือระบบประกันภัย ประกันเกี่ยวกับ เรื่องสินค้า เรื่องของรถ แล้วก็เรื่องของรถบรรทุก ที่เป็นเรื่องที่ผมเป็นห่วงอยู่นะครับ เพราะวันนี้ เรายังไม่มีกฎหมาย ยังไม่มีข้อบังคับระเบียบต่าง ๆ ไว้เลยนะครับ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านนั้น ผมคิดว่าเขาไปไกล ไกลกว่าเราพอสมควรในเรื่องนี้ สุดท้ายผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเห็นด้วย แล้วยินดีที่จะให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่หนึ่งครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอลงกรณ์ พลบุตร เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้มี โอกาสอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรหมแดน พ.ศ. .... เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อสักครู่สภาผู้แทนราษฎรเรียกว่าแทบจะเสียงเป็นเอกฉันท์ ได้ยกมือรับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าวในวาระแรก ขณะเดียวกันอีกฉบับหนึ่งก็คือ ร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรี ได้เสนอพิจารณาในขณะนี้นั้นก็ถือได้ว่าเป็นกฎหมายพวงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการขนส่ง สินค้าระหว่างประเทศ ผมเองนั้นต้องเรียนท่านประธานว่าเมื่อปี ๒๕๕๒ ตอนที่ไปเปิดตู้ คอนเทนเนอร์ที่ขนส่งโดยรถสิบล้อที่ตลาดซินฟาตี้ ที่ชานกรุงปักกิ่งซึ่งถือว่าเป็นตลาดค้าส่ง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนตอนเหนือ แล้วก็ยังเป็นจุดของการรวบรวมสินค้าเพื่อส่งไปยังประเทศอื่น เช่น ประเทศมองโกเลีย แล้วก็ ประเทศรัสเซีย ถือได้ว่าเป็นความรู้สึกลึก ๆ ของคนที่เป็นคนไทย และอยากจะเห็นรถบรรทุก ผลไม้ซึ่งเป็นผลไม้ที่ไปจากภาคตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ภาคเหนือบางส่วนนั้น มีป้ายทะเบียน ว่าประเทศไทย ความจริงการขนส่งหลายพันกิโลเมตรไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าทุกประเทศในการที่เราเป็นศูนย์กลางของการขนส่งและเส้นทาง การขนส่ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโชคดีที่ภูมิประเทศของเรานั้นสามารถสร้างเส้นทางเชื่อมโยง ไม่ใช่เฉพาะในกลุ่มประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือในกลุ่มอาเซียน แต่เรายังมีเส้นทางทางบกที่เรียกว่า แลนด์บริดจ์ (Land bridge) เชื่อมโยงไปยังเอเชียใต้ผ่านทางประเทศพม่า ผ่านประเทศบังคลาเทศ ไปยัง ประเทศอินเดีย จะไปประเทศภูฏาน ประเทศเนปาล แล้วก็ต่อเชื่อมไปประเทศปากีสถาน ต่อเชื่อมไปประเทศอัฟกานิสถาน ต่อเชื่อมออกไปยังตะวันออกกลางและยุโรป หรือว่าทาง ตอนบนเราสามารถที่จะขนส่งโดยผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า ประเทศลาว หรือประเทศกัมพูชาไปยังประเทศเวียดนาม หรือว่าไปยังประเทศจีน ความจริงความตกลง ในเรื่องของ ๖ เหลี่ยมเศรษฐกิจจีเอ็มเอส หรือว่าความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้น ก็ได้พัฒนา ผมเองได้มีประสบการณ์ตอนที่เป็นเลขานุการนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย สมัยชวน ๒ เมื่อปี ๒๕๔๒ มันได้มีการพัฒนาความตกลงระหว่างไทย-ลาว ในการที่จะเชื่อมโยง การขนส่งทั้งของและคน ก็คือทั้งสินค้า รวมไปถึงผู้โดยสาร จากนั้นก็พัฒนาเรื่อยมานะครับ มาสู่ ๖ ประเทศ ที่เราเรียกว่าความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและความร่วมมือ ในความตกลงว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนที่เรียกว่าซีบีทีเอ (CBTA) ตรงนี้เองคือ การเจรจาความตกลงระหว่างประเทศที่เปิดโอกาสให้กับประเทศของเรา โดยมีวัตถุประสงค์ ๒-๓ ประการครับ ซึ่งฝากท่านรัฐมนตรี

ประการที่ ๑ ก็คือว่าต้องการที่จะช่วงชิงโอกาสให้กับประเทศในฐานะ การเป็นผู้นำทางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ พูดง่าย ๆ คือเป็นฮับ (Hub) ทางด้านการค้า และโลจิสติกส์นั่นเอง โดยไม่ใช่จำกัดเฉพาะในส่วนของประเทศที่มีพรมแดนติดกับเรา ๔ ประเทศ คือประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา แล้วก็ประเทศมาเลเซีย แต่ยังขยาย วงเชื่อมโยงที่เราเรียกว่ายุทธศาสตร์เชื่อมไทย เชื่อมโลก ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ที่สามารถที่จะ มีหลักกิโลเมตรต่อเชื่อมจากหลักกิโลเมตรที่ ๐ ไปจนกระทั่งสุดแล้วแต่ความสามารถของ เราที่จะไปได้ แต่ความตกลงระหว่างประเทศเป็นเสมือนหัวสว่านที่จะเจาะไป แต่ของเรานั้น เมื่อเราตั้งเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์และการค้า สิ่งที่เราวางเป้าหมาย นอกเหนือจากนั้นก็คือการสนองตอบต่อการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ครับ อันนี้อาจจะกล่าว ได้ว่าในช่วงเพียง ๒-๓ ปีมานี้ เราเริ่มที่จะวางเป้าหมายใหม่ เพราะฉะนั้นการขนส่งข้ามแดน หรือว่าการขนของข้ามแดนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนั่นหมายความว่าไม่ใช่แต่เพียง เรื่องของการขนสินค้าผ่านแดนกันและกันเท่านั้น แต่เป็นการขนอย่างมีเป้าหมายเฉพาะ นั่นก็คือในเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีในฐานะ ตัวแทนคณะรัฐมนตรีนะครับว่าในช่วง ๒-๓ ปีมานี้เราได้เริ่มแนวคิดของการกระจาย การลงทุนและความเจริญออกไปยังชายแดนครับ เพื่อให้สอดรับต่อการเกิดประชาคม อาเซียน และการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการเกิดประชาคมการเมืองและ ความมั่นคงอาเซียน และการเกิดประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในอีก ๒ ปี ๑๐ เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้นการเตรียมความพร้อมประเทศไม่ใช่เตรียมพร้อมได้ภายในเดือน ๒ เดือน และไม่ใช่ การเตรียมความพร้อมเฉพาะในส่วนรัฐบาล คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาคเอกชน รวมไปถึงประชาชน รวมไปถึงชุมชนต่าง ๆ ที่ได้รับทั้งผลกระทบ ในทางบวกและทางลบ เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งเป็นนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ นโยบายของประเทศภายใต้รัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และได้แต่งตั้งให้ผมเป็น ประธานคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้าและคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เราจึงได้ขับเคลื่อนโดยที่เรียนท่านประธานว่าสมาชิกหลายคนได้พูดถึงความตกลงที่เห็นเป็น ตัวอย่างก่อนที่จะเอาไปเป็นกฎหมายภายในของเราฉบับนี้ในเรื่องของซีบีทีเอ อันนั้นก็เป็น กรอบ ๖ ประเทศภายใต้กรอบลุ่มน้ำโขง หรือว่าการที่เราย้อนกลับไปเมื่อ ๕๖ ปีที่แล้ว ที่ยุโรปได้เริ่มในการที่จะเป็นประชาคมยุโรป เพราะฉะนั้นการขนคน ขนของ การโดยสาร ทั้งส่วนตัวและสาธารณะจำเป็นจะต้องมีการทำความตกลงที่เรียกว่าซีเอ็มอาร์ ต่อด้วยซีวีอาร์ (CVR) ในปี ๑๙๗๓ เริ่มจากขนของต่อมาก็ขนคนแล้วก็รถโดยสาร เพราะฉะนั้นการที่ ประเทศไทยในฐานะที่เราอยู่ในกรอบความร่วมมือหลายกรอบ ทั้งอาเซียน ทั้งแม่น้ำโขง และอื่น ๆ จึงได้พยายามที่จะเดินหน้าในการทำความตกลงทั้งสนธิสัญญา อนุสัญญา และไป ถึงเรื่องของความตกลงเอ็มโอยู (MOU) แบบ ๒ ฝ่าย ๓ ฝ่าย และแบบพหุภาคี แต่ในที่สุดแล้ว เป้าหมายเป็นตัวกำหนดว่าเราจะต้องเตรียมตัวอย่างไร เตรียมพร้อมอย่างไร แล้วก็จะต้อง ปรับปรุงตัวเองอย่างไร โดยเฉพาะสิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราไม่มี กฎหมายกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็น อุปสรรคครับท่านประธาน กลายเป็นความล่าช้าอยู่ที่กฎหมายของเรา ความจริงมีอยู่ ๓ ฉบับ ที่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นพวงเดียวกัน ลงมติไปเมื่อสักครู่นี้นั่น ๑ ฉบับนะครับในเรื่องการ อำนวยความสะดวกในการขนของข้ามพรมแดน ฉบับนี้เป็นอีกฉบับหนึ่ง อีกฉบับหนึ่งก็คือ ฉบับที่เรียกว่าการรับขนคนโดยสารและสัมภาระทางถนนระหว่างประเทศ เฉพาะตรงนี้ ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อพูดถึงเป้าหมายที่ ๒ ของประเทศในการที่จะสร้างเขตเศรษฐกิจ พิเศษชายแดนขึ้นมาตรงนี้ก็จะสอดคล้องต่อกฎหมายที่เราพูดถึงความตกลงในเรื่องของซีบีทีเอ แล้วก็กฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ จุดที่สำคัญก็คือเช็กพอยท์ (Check point) นั่นคือจุด ณ พรมแดนครับ จุด ณ พรมแดนนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าเรามี การปรับตัวน้อยมากครับ ผมเองไปประเทศลาว ไปเยือนลาว นั่งรถจากจำปาสักไปสะหวันนะเขต บอลิคำไซ นครหลวงเวียงจันทน์ไปถึงไชยบุรีแล้วตอนเหนือเราก็ไปที่ห้วยทราย บ่อแก้ว ไปจนถึงบ่อเต็น แต่สิ่งที่ได้เห็นในปีถัดมา ในปี ๒๕๕๓ ก็คือว่าการสร้างเช็กพอยท์ของเขา ซึ่งปี ๒๕๕๒ ดอกเตอร์นาม วิยะเกด ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม คุยกับผมเจรจากันก็บอกว่าประเทศลาวไม่มีงบประมาณที่จะทำ แต่หลังจากนั้นอีกปีเดียว ปี ๒๕๕๓ ตอนที่ผมมีโอกาสได้ไปจัดการประชุมที่ว่าไทย-ลาวบิสซิเนส ซัมมิท (Business Summit) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ กลไกใหม่ที่เราออกแบบ แล้วก็ร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ผมได้ไปดูเช็กพอยท์ของเขาปรากฏว่าเขาให้เอกชนลงทุนแล้วครับ มันเป็น การเอาท์ซอสซิ่ง (Outsourcing) ในส่วนของการบริหารจัดการภาครัฐที่มีข้อจำกัด ด้านงบประมาณ และนำรูปแบบใหม่ของการบริหารก็คือให้เอกชน เช่นเดียวกันครับ ที่ผมยกตัวอย่างตรงนี้เพื่อให้เห็นว่าขณะที่ด่านของเราจำนวนมากเลยครับที่ไปเห็นแล้ว บางครั้งก็น่าอับอายอยู่เหมือนกัน จะด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณหรือว่าข้อจำกัดทางด้าน การไม่บริหารจัดการที่อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนสำคัญ ซึ่งผมบอกว่าตรงนี้ เป็นการเชื่อมเลย เชื่อมลาว เชื่อมโลก ก็เห็นไม่ต่างจากคุณอิทธิเดชเท่าไรนักก็คือว่าลาว นี่ไม่ใช่แลนด์ล็อก (Land lock) นะครับ ไม่ใช่เป็นประเทศแลนด์ล็อกอย่างที่เราเรียนในสมัย เรายังเป็นเด็กอยู่ แต่ประเทศลาวเป็นแลนด์ลิงก์ (Land link) ไปแล้ว แต่การที่เราจะเชื่อมไทย เชื่อมลาว เชื่อมโลกนั้น ยกตัวอย่างบริเวณท่าลี่ท่านประธานเชื่อไหมครับถ้าไปอยู่ที่ตรงนั้น แล้วไปอยู่ฝั่งแก่นท้าว ไชยบุรีของประเทศลาว ถ้านักท่องเที่ยวไปที่ด่านของเขาแล้วมองมายัง ฝั่งไทยที่อำเภอท่าลี่ เขาจะมีความรู้สึกว่าประเทศไทยล้าหลังกว่าลาว ๒๐ ปี เพราะของเรายังเป็นกระต๊อบอยู่เลยครับ ซีไอคิวของเรา ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมืองนี้ยังเป็นกระต๊อบอยู่เลยครับ ในขณะที่ฝั่งลาวนั้น ได้สร้างอาคารคอนกรีตโอ่โถงมาก แยกระหว่างจุดที่เป็นจุดตรวจร่วม จุดที่เป็นจุดด่าน ศุลกากร จุดคนเข้าเมือง จุดที่ตรวจในเรื่องของพืชและสัตว์ แต่ขณะเดียวกันเขาได้ปรับ ในเรื่องของการสร้างด่านตรวจใหม่ โดยการให้เอกชนลงทุนครับ วันนี้ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด ไหนก็ตาม ผมเชื่อว่าถ้าเราไม่เปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการในการพัฒนาจุดพรมแดน ซึ่งเป็นหัวใจส่วนหนึ่งของกฎหมายฉบับนี้ด้วยนี่ เราไม่ทันหรอกครับ เพราะว่าการขนส่ง ระหว่างประเทศมันเหมือนปรบมือต้องปรบพร้อมกันสองมือมันถึงจะดังครับ ถ้าฝ่ายหนึ่ง มีกฎหมาย ฝ่ายหนึ่งมีระเบียบ กฎเกณฑ์ กฎกระทรวง แต่อีกประเทศหนึ่งถึงแม้จะลงนามไป แล้วมีความตกลงกันแล้ว ก็ยังเดินรถเดินรากันไม่ได้ครับ เพราะมันยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของ สิทธิการจราจรภายในและอื่น ๆ อีกมาก เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมเรียนว่าในกรณีของ เขตเศรษฐกิจพิเศษ คราวที่แล้วได้วางไว้ไปถึงขั้นที่วันนี้เดินหน้านับ ๑ ไปได้เลยนะครับ อย่างเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดที่เชื่อมเมียวดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจุดผ่านแดนสำคัญที่อยู่ ในความตกลงของความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามแดนลุ่มแม่น้ำโขง ซีบีทีเอเป็นหนึ่งในจุด ที่อยู่ในความตกลงแล้วแต่ยังไม่มีทางปฏิบัติ เพราะว่ายังไม่ได้ปฏิบัติภายใต้การมีกฎหมาย ภายใน แล้วก็เช็กพอยท์ที่ตรงนั้น เพราะตรงนี้จะต้องเร่งรีบในการที่จะตรากฎหมายตรงนี้ แล้วก็ดำเนินการเพื่อให้เช็กพอยท์บริเวณที่เป็นความตกลงอยู่แล้วได้มีผลทางปฏิบัติ ขณะเดียวกันไม่ใช่แค่เช็กพอยท์ที่เป็นจุดด่านพรมแดนเท่านั้น แต่วันนี้แนวคิดของการสร้าง ประเทศมันได้ตอบสนองด้วยการให้มีการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดครับ ๕,๖๐๑ ไร่ ผ่านคณะรัฐมนตรีทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วครับ วันนี้เหลือแต่รัฐบาลใหม่ออกพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งองค์การบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเท่านั้น แล้วก็สามารถที่จะดำเนินการ ผมถึง ได้เรียนว่าการขนส่งข้ามพรมแดนตามกฎหมายฉบับนี้ มันไม่ใช่แต่เพียงการที่จะทำให้การค้า อำนวยความสะดวกเกิดขึ้นในระหว่างกฎเกณฑ์ใหม่ที่จะมีการกำหนดเรื่องของผู้ส่ง ผู้ขนส่ง หรือว่าผู้รับสินค้า แล้วก็บุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ รวมทั้งเรื่องกฎเกณฑ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของข้อพิพาท การจ่ายค่าสินไหมทดแทนอะไรให้เป็นที่ยอมรับในระดับ มาตรฐานสากล อันนี้เป็นตัวบทกฎหมายซึ่งไม่มีใครปฏิเสธอยู่แล้ว แต่ว่าผลของกฎหมาย มันจะต้องทำให้เกิดวัตถุประสงค์ที่เป็นผลประโยชน์กว้างกว่าที่เราคิด ไม่ใช่เพียงแค่การให้มี การขนสินค้าข้ามพรมแดน หรือข้ามจุดผ่านแดนเท่านั้น แต่ต้องให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น ตะวันตกก็จะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด แล้วก็มาที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรีบริเวณที่บ้านเก่า อำเภอเมือง ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือน้ำลึก ทวายเข้ามา ๑๗๐ กิโลเมตรมายังจุดผ่านแดนตรงนี้ ต้องรีบทำนะครับ เพราะว่าอีกปีเศษ เท่านั้นเองถนนไฮเวย์ (Highway) จากท่าเรือน้ำลึกทวายมากาญจนบุรีก็จะเสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นตัวด่านพรมแดนตรงนั้นตลอดจนซีไอคิวจะต้องเรียบร้อย รวมทั้งการบังคับใช้ ภายใต้กฎหมายที่เราพิจารณาในวันนี้ ลงต่ำลงไปก็คือมาเลเซีย-ไทย ซึ่งค้าขายมากที่สุดอย่าง ที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ตรงนั้นจะเห็นว่าบางครั้งถ้าเราไปดูว่าความตกลง ขนส่งสินค้าไทย-มาเลเซีย ตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ ๓๓ ปีแล้วครับ ๓๓ ปีที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง และเป็นข้อจำกัดสำหรับสินค้าเน่าเสียที่เราเรียกว่าเพอริชะเบิล กูดส์ (Perishable goods) ของเรานี้ครับ ถูกจำกัดอยู่ ๓๐,๐๐๐ ตันต่อปี จะผ่านไปสิงคโปร์ก็โดนข้อจำกัดตรงนี้ แล้วท่านประธานก็คงจะทราบนะครับว่าโครงสร้างการขนส่งโลจิสติกส์ของเรานี่ เรามี โครงสร้างสัดส่วนการขนส่งทางถนนสูงถึง ๘๘ เปอร์เซ็นต์ครับ ขนส่งทางรางเหลือแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ขนส่งทางน้ำบวกกับทางอากาศและอื่น ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการขนส่งทางถนน ของเราจึงมีความสำคัญต่อโครงสร้างธุรกิจและเศรษฐกิจ ซึ่งปีหนึ่งมีมูลค่า ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ และ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (SME) ของไทย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งรัดในการที่จะมีกฎหมายเพื่อสร้างความมั่นใจ สร้างความเสมอภาคในการทำธุรกิจด้วยความเชื่อมั่น เพราะเมื่อมีการขนส่ง มันมีทั้งผู้ส่ง ผู้รับครับ ทั้งอิมพอร์ต เอ็กซพอร์ต การนำเข้าและส่งออก และการขนส่ง และยานพาหนะ สิ่งเหล่านี้มีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดตลอดเวลา แต่ปัจจุบันนี้เรามีเพียงกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์เท่านั้นเองว่าด้วยการขนของทั่วไปนะครับ ซึ่งมันไม่เป็นที่สากลรองรับในเรื่อง ของการขนส่งระหว่างประเทศ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมเน้นมากก็เพราะว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เราออกแบบไว้ อย่างเช่น ที่จังหวัดปัตตานี ที่จังหวัดนราธิวาส ที่จังหวัดสตูล หรือว่าที่จังหวัดสงขลาก็ดี ในการเชื่อมโยงภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจใหม่ นิว อิคอนอมิก คอร์ริดอร์ (New economic Corridor) ที่ลีมาดาซา (Lima dasar) ๕ รัฐภาคเหนือประเทศมาเลเซีย แล้วก็ ๕ จังหวัด ภาคใต้ของเรา แล้วก็มีการประชุมลีมอร์ดาซา ซัมมิท (Lima dasar summit) ติดต่อกันมา ๒ ปีแล้วนะครับ สลับเป็นเจ้าภาพ อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีสาขาโลจิสติกส์เป็นหนึ่งใน ๕ ของสาขาความร่วมมือ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าถ้า ๒ วัตถุประสงค์ ในการที่เราต้องการจะเป็นฮับ ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์และการค้า ผนวกกับ วัตถุประสงค์ของการที่จะสนองตอบต่อกฎหมายฉบับนี้ให้สนองตอบต่อเป้าหมายการสร้าง เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และรวมไปถึงที่ฝั่งตะวันออก ประตูตะวันออก ก็คือทางด้าน ของประเทศกัมพูชาที่ปอยเปต ซึ่งบัดนี้กำลังขับเคลื่อนเขยิบเปลี่ยนแนวเป็นที่หนองเอี่ยน ตรงนั้นจำเป็นจะต้องมีเขตเศรษฐกิจพิเศษของเราสร้างประกบกับของประเทศกัมพูชาครับ ไม่อย่างนั้นเราจะเสียเปรียบ เขตเศรษฐกิจชายแดนที่จะต้องมีประกบกันเหมือนอย่างที่ บาเวท มอคูไบ ระหว่างประเทศเวียดนามกับประเทศกัมพูชา ขึ้นมาทางด้านของจังหวัดมุกดาหาร กับสะหวันนะเขตก็ดี หรือว่าสะพานเปิดใหม่ที่จังหวัดนครพนมก็ดี แล้วก็ขึ้นมาที่จังหวัดบึงกาฬ แล้วก็มาสู่ที่จังหวัดหนองคาย แล้วก็ไปที่ท่าลี่ จังหวัดเลย หรือแม้แต่ภูดู่ขึ้นไปทางจังหวัดอุตรดิตถ์ ทางโน้น ผมเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่าต้องเร่งครับ วันนี้รูปแบบโมเดล (Model) เศรษฐกิจ และธุรกิจใหม่ของเราจะต้องย้ายฐานการผลิตให้ไปอยู่ใกล้ตลาดมากที่สุด ไปใกล้กับแรงงานที่เอื้ออำนวยในด้านของต้นทุนต่ำ และขณะเดียวกันทรัพยากรธรรมชาติ วัตถุดิบ ที่อยู่ตลอดแนวพรมแดนของเราที่ติดกับประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศเมียนมาร์ ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา และรวมถึงประเทศมาเลเซีย ไม่เช่นนั้นประเทศที่เป็นคู่ค้า คู่แข่งกับเรา ประเทศจีน ประเทศเกาหลี ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย จะช่วงชิง โอกาสตรงนั้นไป เราจำเป็นที่จะต้องขึ้นพร้อม ๆ กันนะครับ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๓ วงแหวน ๕ ประตู ๕ ประตูการค้าเศรษฐกิจที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานั้น ประตูใต้ ประตูตะวันตกพูดไปแล้ว ประตูตะวันออก ประตูเหนือที่จะไปสู่ประเทศจีน อย่างที่ได้ฝันถึงนะครับ ท่านประธานว่าเมื่อไปยืนอยู่ที่ตลาด อย่างเจียงหนานที่กวางเจาซึ่งก็เป็นตลาดใหญ่ที่สุด ในประเทศจีนทางตะวันออกเฉียงใต้ ตรงนั้นเป็นจุดสินค้าของไทยเข้าที่นั่นมากที่สุดครับ โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร ซึ่งพี่น้องเกษตรกรทั้งข้าว ทั้งลำไย ทั้งผลไม้ ทุเรียน และอื่น ๆ ได้เข้าไปสู่ที่นั่นมากที่สุด เข้าไปที่ท่าเรือที่นั่น ทั้งที่ความจริงเราสามารถที่จะใช้ข้อได้เปรียบ ในการขนส่ง ไม่ต้องต่อเนื่องหลายรูปแบบเลยครับ ขนส่งทางถนนผ่านขึ้นไปยังประเทศจีน ทางตะวันออกเฉียงใต้ไปทางใต้ ไปที่จิ่งหงก็ได้ บนเส้นอาร์ ๓ แล้วก็ไปสิบสองปันนา แล้วก็ เข้าไปสู่ยูนนานนะครับ แล้วก็ผ่านเข้าไปอย่างมณฑลเสฉวนที่มีประชากรมากที่สุด หรือมหานครฉงชิ่งหรือไปกุ้ยโจว หรือจะออกไปทางซินเกียง ถนนในประเทศจีนเอื้ออำนวยต่อการที่เราอยากจะมีกองทัพ รถบรรทุกไทยครับ ท่านประธานครับ กฎหมายแต่ละฉบับที่สภาพิจารณาหรือที่คณะรัฐมนตรี เสนอมานี้นั้น มันควรจะไม่ใช่สร้างโอกาสที่บอกว่าเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้า และโลจิสติกส์เท่านั้น หรือการสนองตอบต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่เราต้องการมีไว้ใน ๕ ประตูเศรษฐกิจการค้า ทั้งประตูเหนือ ประตูใต้ ประตูตะวันออก ประตูอีสาน ประตูตะวันตก เท่านั้น แต่ว่าอีกประการคือการสร้างศักยภาพและความเป็นผู้นำของภาคการขนส่ง ของประเทศไทย เหมือนอย่างที่เราเคยคิดว่าเราควรจะมีกองเรือพาณิชย์นาวีจำได้ไหมครับ ในที่สุดเราก็ทำไม่ได้เพราะว่าเราเริ่มช้าเกินไป กองเรือเราเล็กเกินไปที่จะขึ้นไปแข่งขันระดับ เมอร์สกไลน์ (Maersk line) หรือระดับเอเวอร์กรีน (Evergreen) ไม่ว่าจะเป็นของประเทศไต้หวัน ของประเทศจีน ของประเทศญี่ปุ่น ของประเทศสหรัฐอเมริกาหรือของทวีปยุโรป แต่ถ้าพูดถึง กองทัพรถบรรทุกผมเชื่อว่าความที่เราเป็นดีทรอยท์ ออฟ เอเชีย (Detroit of asia) ความที่เราเป็น ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมรถยนต์ และเรามีไซซ์ (Size) ขนาดของธุรกิจโลจิสติกส์ปีหนึ่ง เกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เรามีรถบรรทุกเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนระหว่างไทย-ลาว เท่าไรรู้ไหมครับ ๑๖,๐๐๐ คันครับ นี่ขนาดว่าเปิดเสรียังไม่ขึ้นเต็มรูปแบบนะครับ แล้วท่านคิดว่าจำนวนปริมาณกองทัพ รถบรรทุกไทยซึ่งผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าด้วยความสามารถทางการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ ของเรา ด้วยความสามารถในการดัดแปลง ด้วยความสามารถในการใส่เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร เข้าไป การบริหารจัดการของเราด้านนี้เหนือกว่าเกือบทุกประเทศในอาเซียนครับ ศักยภาพ ตรงนี้เราเหนือกว่า เพราะฉะนั้นนี่คือวัตถุประสงค์ที่ ๓ ที่กฎหมายเหล่านี้จะต้องพยายาม ส่งเสริมให้เกิดขึ้นคือกองทัพรถบรรทุกไทย อย่างที่บอกไปตลาดเจียงหนาน ขนสินค้าผลไม้ ข้าวจากประเทศลาวไปที่กวางตุ้ง ผ่านผิงเสียง กวางสี เข้าไปกวางตุ้ง แล้วจากนั้นอย่างที่บอก ที่ผมบอกว่าไปเปิดตู้คอนเทนเนอร์ รถบรรทุกที่ตลาดซินฟาตี้ที่ปักกิ่งผลไม้ประเทศไทยทั้งนั้น เลยครับ แต่รถเป็นรถของประเทศจีน ทำไมไม่ใช่รถของประเทศไทย เช่นกันไปที่ตลาดอู่ลี่ถิง แม้แต่ใกล้ อู่ลี่ถิงที่กวางสี ข้ามพรมแดนประเทศเวียดนามไปแค่ ๒ ชั่วโมง ที่ตลาดอู่ลี่ถิง ซึ่งเป็นตลาดกลางเกษตรสินค้าใหญ่ที่สุดของตะวันออกเฉียงใต้ยกเว้นที่เจียงหนานอยู่ที่กวางสี นี่ครับ ผมฝันที่จะเห็นรถบรรทุกไทย ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็แล้วแต่ หรือแม้แต่ขนไปถึงกุลาวาติ ที่เมืองเอกของแคว้นอัสสัมของประเทศอินเดีย ซึ่งระยะทางเพียง ๑,๓๖๐ กิโลเมตร เราควรจะต้อง ขนสินค้าของเราไปที่โน่น เราควรจะส่งสินค้าของเราเข้าไปที่จิตตะกอง เข้าไปที่เมืองธากา ที่ประเทศบังกลาเทศด้วยระยะทาง ๑,๓๐๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นการที่กฎหมายแต่ละฉบับ ที่ตราออกมาจริง ๆ ฟอร์แมท (Format) กฎหมายไม่เท่าไรมันมีอยู่ ๗-๘ เรื่องเท่านั้นเอง แต่ว่าสิ่งที่สำคัญคือเมื่อกฎหมายเหล่านี้ได้ผ่านความเห็นชอบมันทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์ เกิดขึ้นตามความตกลงการขนสินค้าระหว่างประเทศ และเหนืออื่นใดก็คือว่าการอำนวย ความสะดวกให้กับผู้ประกอบการซึ่งเป็นประเด็นสุดท้ายที่อยากจะเห็นว่าภายใต้กฎหมาย ฉบับนี้เราจะเตรียมความพร้อมในการที่จะให้มีการพัฒนาผู้ประกอบการครับ ที่เรียกว่า ออนเทอร์เวชั่น ดิวิลอปเมนท์ (Ontervention development) คราวที่แล้วผมได้ตั้งโลจิสติกส์ อะคาเดมี (Logistics academy) เป็นการประสานร่วมระหว่างสมาพันธ์โลจิสติกส์ ๑๒ สมาคม ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และกรรมการโลจิสติกส์การค้าที่ผมเป็นประธาน แล้วก็มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีที่บางมด ตั้งเป็นโลจิสติกส์อะคาเดมี ตรงนั้นมันทำเรื่องของ โนฮาว (Know-how) โนว เลดจ (Knowledge) นะครับ และที่สำคัญคือการพัฒนา ผู้ประกอบการ เรายังได้ บัซเซิล คอลเลจ ท่านรัฐมนตรีคงรู้จักดีว่า บัซเซิล คอลเลจ เป็นมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งของโลกทางด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ แล้วก็ได้มี ความร่วมมือกันนะครับ การพัฒนาคนสำคัญที่สุด เมื่อเราพูดถึงการพัฒนากฎหมาย การพัฒนาความตกลง การพัฒนาฮาร์ดแวร์ (Hardware) ทั้งหลาย แต่ท้ายที่สุดถ้าเป้าหมายสุดท้ายที่ผมอยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีฝากไว้ในการพิจารณา เชิงหลักการของกฎหมายฉบับนี้ก็คือการให้กฎหมายฉบับนี้ได้คำนึงถึงการพัฒนาคน ท่านคงเห็นว่า ในกฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับคน ๔ กลุ่มเท่านั้นนะครับ ๑. ก็คือผู้ส่งของ ๒. คือผู้รับของ ๓. ก็คือคนขนของ ๔. ก็คือคนที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น เจ้าหน้าที่รัฐหรือว่าธุรกิจต่อเนื่อง ตรงนี้ ครับจำเป็น ถ้าเราอาจจะมาช้าในเชิงกฎหมายฉบับนี้กว่าประเทศอื่น ๆ แต่ว่าถ้าเราเร็วกว่า เขาเปลี่ยนมาเป็นทำงานเชิงรุกและเราเปลี่ยนมาสู่การสร้างคนของเราใน ๔ กลุ่มนี้ให้เข้มแข็ง เราจะได้ประโยชน์เกินร้อยจากกฎหมายฉบับนี้

ท้ายที่สุดผมเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าความเป็นประชาคม แห่งความเชื่อมโยงที่ประเทศไทยได้ประกาศไว้ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อ ปี ๒๕๕๒ ที่อำเภอชะอำนะครับ นั่นคือหัวใจของยุทธศาสตร์ครับ มันคือการทำให้ความเป็น ประชาคมแห่งความเชื่อมโยงมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของเป้าหมายดังกล่าวในความเป็น อาเซียนทั้งหมดครับ และนี่คือส่วนหนึ่งของกฎหมายที่มีการทำอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาล ที่ผ่านมาถึงชุดปัจจุบัน ผมจึงเรียนท่านประธานว่าพร้อมให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็มีเพียงนิดเดียวครับที่เป็นคำถาม อยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ ถ้าหากว่าตอบได้ ชัดเจนก็ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะลองทบทวนหรือไม่ บทเฉพาะกาล บทเฉพาะกาลในกฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ว่ากำหนดไม่ให้บังคับร่างพระราชบัญญัตินี้แก่สัญญา รับขนของทางถนนระหว่างประเทศ ที่ผู้ขนส่งได้รับมอบของไว้แล้วก่อนที่ร่าง พ.ร.บ. นี้ มีผลใช้บังคับ ถามว่าแล้วที่ระหว่างผล ระหว่างขึ้นของมันยังมีช่องว่างของการบังคับใช้ กฎหมายอยู่บ้างบางประการ ก็ไม่อยากจะให้มีช่องโหว่ช่องว่าง หรือถ้ามีบทมาตราใด ที่ครอบคลุมไว้แล้ว กระผมก็ไม่ติดใจครับ เพียงแต่อ่านแล้วได้เห็นในเชิงตัวบทเพียงเล็กน้อย ว่าในส่วนนี้มันจะครอบคลุมหรือไม่ รอบคอบหรือไม่ อย่างไร ก็ขอขอบคุณท่านประธาน กรุณาโดยให้โอกาสผมได้อภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวนี้ แล้วก็ ยินดีที่จะยกมือสนับสนุนนะครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับนักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา ๔๕ ท่าน เชิญท่านวรชัย เหมะ ท่านสุดท้าย แล้วผมจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ ข้อซักถามของท่านอลงกรณ์และของท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปแล้ว เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขอบคุณรัฐบาลที่เห็น ความสำคัญของการขนส่งแถวชายแดน เพราะว่าวันนี้เรามีการเปิดการค้าเสรีสินค้าเกษตร ๒๑ ชนิด เพราะฉะนั้นการขนส่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งครับ เป็นต้นทุนของราคาสินค้า ท่านประธานครับ ในอดีตที่ผ่านมานั้นเราจะเห็นว่าแถวพรมแดนหลายประเทศที่ติดกับ ประเทศไทย การขนส่งทางบกมันยากลำบากจริง ๆ ครับ รถติดยาวหลายกิโลเมตรครับ กว่าจะนำสินค้าเข้าและออกตามพรมแดนได้ ไม่ว่าแถวตะวันออกหรือว่าชายแดนทางภาคอีสาน ผมได้ไปเห็นกับตาเองครับ เพราะฉะนั้นบางครั้งรถบรรทุกบรรทุกของเต็มอัตราศึก น้ำหนัก ต้องค้างที่ด่าน บางครั้งถึง ๒ วันครับท่านประธาน กว่าจะมีเงื่อนไขในการที่จะติดต่อในส่วน ราชการด้วยความยากลำบาก เพราะฉะนั้นสินค้าเกษตรบางชนิดครับ ต้องอยู่ในรถค้างตั้ง ๒ วัน ทำให้คุณภาพของสินค้าต่ำลงครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลเห็นคุณค่าของการค้าชายแดน การอำนวยความสะดวกในเรื่องการขนส่งจะต้องทำให้จริงจังครับ

อีกด้านหนึ่งก็คือ การขนส่งสินค้าทางเรือครับ เราจะเห็นว่าทางเรือนั้นวันนี้ เราสามารถบรรทุกสินค้าได้มาก สามารถลดต้นทุนของสินค้า เพราะฉะนั้นไม่ว่าการขนส่ง ทางเรือแล้วก็ขนส่งทางบก ทางรถไฟ มันต้องเชื่อมเข้าหาให้ถึงกันให้หมดครับ การขนส่ง ทางรถไฟวันนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่ลดต้นทุนของราคาสินค้า ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่า การขนส่งวันนี้นับวันน้ำมันแพงขึ้นทุกวัน ต้นทุนการขนส่งนี่ท่านทราบไหมครับว่าวันนี้ เพิ่มต้นทุนประมาณ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของการขนส่ง ของราคาสินค้า เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจำเป็นอย่างยิ่งครับ ต้องอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจ พ่อค้า ในการที่จะนำสินค้า ข้ามพรมแดน ไม่ว่านำเข้าหรือนำออกไปขายต่างประเทศ ภาคอุตสาหกรรมหลายส่วน พยายามที่จะตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแถวชายแดนครับ เพราะว่าวันนี้ในแถวชายแดน ของบ้านเรานั้นเอาแรงงานต่างชาติ แรงงานต่างด้าวเข้ามาเพื่อลดต้นทุนสินค้าแล้วก็ลดการขนส่ง วันนี้ถ้าเราไม่สามารถอำนวยความสะดวกเรื่องนี้นะครับ ความลำบากของนักธุรกิจจะลำบาก มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าเราไม่สามารถอำนวย ความสะดวกให้นักลงทุนต่างประเทศเขามาลงทุนในประเทศไทยต้องการทำกำไรครับ แล้วก็ สินค้าส่วนมากจะนำไปขายในประเทศเพื่อนบ้านเยอะ วันนี้การค้าแถวพรมแดนครับ ชายแดนที่ในประเทศเพื่อนบ้านด้วยกันนั้นท่านทราบไหมครับว่ามูลค่าต่อปี ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในพื้นที่ปักษ์ใต้นั้นวันนี้นะครับ มูลค่าที่ส่งออกทางใต้ปีหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านประธานครับ สร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชน สร้างรายได้ให้ประเทศ โดยเฉพาะคนปักษ์ใต้ครับ ได้นำยางออกไปส่งทางเรือ ไม่ใช่ว่าประเทศไทยจะนำขนส่งทางเรือ ในประเทศไทยได้ครับ ต้องผ่านประเทศมาเลเซียครับ ต้องผ่านประเทศอื่นครับ เพราะฉะนั้น ต้องอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจ พ่อค้า หรือว่าภาคอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าออกไปต่อ อีกช่วงหนึ่งครับ วันนี้อุปสรรคอย่างยิ่งครับ ถ้าเราไม่มีการอำนวยความสะดวกดูแลให้ ต่อไป ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ล้าหลัง เพราะว่าประเทศเพื่อนบ้านเรานั้นวันนี้เขามีการดูแล ในเรื่องขนส่ง เขาดูแล เขาอำนวยความสะดวกให้ นักลงทุนก็มองประเทศเพื่อนบ้านว่าเป็น ประเทศที่น่าลงทุน เขาเจอปัญหาวิกฤติน้ำท่วมในบ้านเรา เพราะฉะนั้นทุกเรื่องครับ เราต้อง ทำพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการขนส่ง การลงทุน การเยียวยา ทุกอย่างต้องทำพร้อมกันไป เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนมาลงทุนบ้านเรา อีกต่อไป เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้มีความจำเป็นจริง ๆ ที่รัฐบาลจะต้องออกมาดูแลพี่น้อง ประชาชน ดูแลนักธุรกิจ ดูแลสินค้าเกษตรของไทยที่จะสามารถนำไปขายต่างประเทศ โดยเฉพาะวันนี้ท่านทราบไหมครับว่าสินค้าเกษตรบางชนิด เช่น ลำไย ผลไม้หลายชนิด ที่จะต้องอาศัยความรวดเร็ว ถ้าช้าคือเน่า คือเสียนะครับ โดยเฉพาะเงาะ ลำไย ถ้าสะดวก รวดเร็วเกษตรกรก็จะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นครับ เป็นการกระตุ้น เป็นการให้ความสำคัญกับสินค้า เกษตร เป็นการช่วยเหลืออีกทางหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบข้อซักถามท่านสมาชิกครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผมขอตอบประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับพระราชบัญญัตินี้สั้น ๆ ๕ ประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก เผอิญมีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านวัชระ เพชรทอง ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ได้ถามตั้งแต่คราวที่แล้วครับ เผอิญต้องมาตอบครั้งนี้ เพราะคราวที่แล้วเป็นอีกวาระหนึ่งนะครับ ประเด็นที่ท่านถามคือมาตรา ๓๔ มีกำหนดไว้ว่ามีค่าความเสียหายกำหนดไว้ไม่เกิน ๘.๓๓ เอสดีอาร์ (SDR) ทำไมจึงกำหนดเป็นอัตราต่างประเทศ ก็ต้องกราบเรียนว่าเอสดีอาร์ คือ สเปเชียล ดรออิง ไรท์ (Special drawing right) นี่เป็นมาตรฐานเงินที่ไอเอ็มเอฟกำหนด นะครับ แล้วก็ใช้บังคับสำหรับกฎหมายขนส่งระหว่างประเทศเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เราจึงต้องใช้เงินสกุลนี้ในการบังคับใช้นะครับ ก็คือ ๑ เอสดีอาร์ประมาณ ๗๐ บาท ณ ปัจจุบัน ก็ให้สอดคล้องกันนะครับระหว่างประเทศเรา แล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้เกิด ความเป็นธรรมของผู้ประกอบการขนส่ง

ประเด็นที่ ๒ ก็คงเป็นเรื่องบูรณาการของกฎหมายครับ ก็เป็นประเด็นเดียว ที่เคยมีการอภิปรายคราวที่แล้วครับ ทางกระทรวง ทางรัฐบาลก็จะพยายามนำกฎหมาย ต่อไปนี้เข้าให้เป็นแพ็คเกจ (Package) มากขึ้นนะครับ คือเป็นกลุ่มเพื่อให้การพิจารณา นี่สะดวกและเห็นภาพรวมมากยิ่งขึ้นนะครับ ที่จะเข้าต่อไปก็เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการขนส่ง ผู้โดยสารแล้วก็สัมภาระระหว่างแดนซึ่งคงเข้าได้ภายในปลายปีนี้ครับ

ประเด็นที่ ๓ เรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายว่าอาจจะมีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องอีกหลายเรื่อง คือในชั้นที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณานี่ได้มีการพิจารณา กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือกฎหมายพระราชบัญญัติขนส่งทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ แล้วก็ กฎหมายพระราชบัญญัติขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. ๒๕๔๘ ก็ได้มีปรับถ้อยคำเพื่อให้เกิด ความสอดคล้องกันใน พ.ร.บ. ฉบับนี้กับ พ.ร.บ. อื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนะครับ ก็ได้มี การปรับตัวเนื้อความแล้วก็คำจำกัดความให้มีความสอดคล้องกันแล้วนะครับ

ประเด็นที่ ๔ ก็คือเรื่องของเออีซีคือในระยะเวลาอันใกล้นี้เราจะมีการเข้าสู่ เออีซี (AEC) ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมสำหรับเออีซีแต่ไม่ใช่ ทั้งหมดครับ อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายแล้วคือว่าอันนี้เป็นแค่ตัวเหมือนกับ ซอฟต์แวร์ (Software) แต่ตัวฮาร์ดแวร์ ทั้งหลายเช็กพอยท์หรือว่าโครงสร้างความพร้อมของ ผู้ให้บริการเราต้องมีการเตรียมครับ ซึ่งทางรัฐบาลก็จะต้องเร่งดำเนินการในส่วนนี้เพื่อให้ สอดคล้องกับการดำเนินการของเออีซีต่อไปครับ

ส่วนประเด็นที่ ๕ เรื่องบทเฉพาะกาลนี่เราเขียนไว้เพื่อให้กฎหมายนี้ใช้บังคับ เฉพาะสัญญาที่เกิดขึ้นใหม่ครับ แต่ว่าเพื่อความรอบคอบในชั้นกรรมาธิการคงไปดู รายละเอียดให้เหมาะสมแล้วก็พิจารณาตรงนี้ให้ละเอียดถี่ถ้วนเพิ่มขึ้นครับ

ส่วนประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้เพิ่มเติมที่อาจจะยังไม่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยตรง แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ทางคณะรัฐมนตรีคงน้อมรับไปพิจารณานะครับ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับกองทัพรถบรรทุกไทยครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจแล้วเราคงรับไป พิจารณาต่อนะครับ เรื่องการเตรียมความพร้อม เรื่องโลจิสติกส์อะคาเดมี ซึ่งก็ต้อง กราบเรียนว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ บุคลากรด้านโลจิสติกส์เราตอนนี้ขาดแล้วในอนาคตอันใกล้ ผมคิดว่าถ้าเราไม่เตรียมตัวนี่อาจจะไม่พอเพียงกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วนะครับ

แล้วก็ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ อันนี้น่าสนใจเพราะว่า เรามีการเปิดด่านพรมแดนจำนวนมากนะครับ แล้วก็ปริมาณการขนส่งข้ามแดนปัจจุบัน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นการเปิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณใกล้เคียงกับลูกค้า นี่ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ ทั้งหมดทั้งปวงครับทางคณะรัฐมนตรีจะน้อมรับ ความเห็นของท่านสมาชิกเพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเห็นว่า เราได้อภิปรายพอสมควร ขอปิดการอภิปรายนะครับ เมื่อปิดอภิปรายแล้วผู้เสนอญัตติไม่ติดใจ ที่จะสรุปนะครับ ต่อไปผมจะขอลงมติรับร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้หรือไม่นะครับ ก่อนจะรับร่าง ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบเพื่อทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะลงมติรับหลักการหรือไม่รับหลักการของ ร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นะครับ ก่อนจะลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญท่านกดปุ่มแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อย เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๙๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่นะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควร รับหลักการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ทั้ง ๒ ฉบับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลการลงคะแนน เห็นด้วย ๓๗๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการทั้ง ๒ ฉบับนะครับ

ต่อไปขอเชิญตั้งคณะกรรมาธิการ เชิญด้านหลังครับ กรรมาธิการกี่ท่านครับ

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กี่ท่านครับ กรรมาธิการ

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ ค่ะ เผอิญบัตรที่เสียบไว้ไฟไม่ติดค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่บันทึกว่าท่านเทียบจุฑาได้ลงคะแนนเห็นด้วยใช่ไหมครับ รับหลักการ

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

เห็นด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญครับ ตั้งกรรมาธิการกี่ท่านครับ

นายธนิก มาสีพิทักษ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิก มาสีพิทักษ์ ครับ เช่นกันครับ บัตรมีปัญหาครับ เห็นด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้บันทึกไว้นะครับ เชิญคุณหมอชลน่าน กรรมาธิการกี่ท่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่าน ใช้ชุดเดียว กับร่างพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ซึ่งเรา รับหลักการไปเรียบร้อย ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าใช้กรรมาธิการชุดเดียวกันนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

วันแปรญัตติ กี่วันครับ เชิญ รัฐบาลกี่วัน ตามข้อบังคับ ๗ วันนะครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

๗ วันครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตามข้อบังคับ ๗ วันนะครับ จบการพิจารณาร่างทั้ง ๒ ฉบับนี้นะครับ ต่อไปจะเป็นเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ให้เสร็จก่อนนะครับ เดี๋ยวผมชี้แจงให้เสร็จก่อน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ต่อเนื่องเมื่อสักครู่นี้ครับ เรื่องเวลาแปรญัตติของร่างพระราชบัญญัติเมื่อสักครู่นี้นะครับ เนื่องจากเป็นพระราชบัญญัติใหม่และมีเนื้อหาสาระมาก ผมขออนุญาตเจรจากับฝ่ายรัฐบาลว่า ขอเป็น ๑๕ วันได้ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ไหมครับ ไม่ขัดข้องนะครับ ๑๕ วันนะครับ ในการขอแปรญัตตินะครับ ต่อไปผมจะพิจาณาเรื่องด่วน เนื่องจากมี ๒ ร่างนะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ เอาร่างไหนเป็นหลักครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี เอาร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักนะครับ จบการพิจารณานะครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณา เรื่องด่วนนะครับ

เรื่องด่วน

๑. ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทน อื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการ การเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)

เชิญรัฐบาลแถลงหลักการ เหตุผลครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอนำเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร

โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภา ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ดังต่อไปนี้

๑. เปลี่ยนชื่อพระราชบัญญัติและแก้ไขคำว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็นคำว่า ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน

๒. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓ โดยแก้ไขบทนิยามคำว่า กรรมการและประธาน กรรมการ

๓. เพิ่มเติมมาตรา ๔/๑ โดยกำหนดให้การปรับอัตราเงินเดือนของประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการการตรวจเงิน แผ่นดิน ในกรณีที่เป็นการปรับเพิ่มเป็นร้อยละเท่ากันทุกอัตรา และไม่เกินร้อยละสิบของ อัตราที่ใช้บังคับอยู่สามารถกระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

(๔) แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการการตรวจเงิน แผ่นดิน

(๕) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙ โดยเพิ่มเติมประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้เป็น ผู้รักษาการตามกฎหมาย

เหตุผล ที่ต้องมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยที่เป็นการสมควร แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธาน กรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยปรับอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ ๓ ร้อยละ ๕ และร้อยละ ๔ เพื่อให้สอดคล้อง กับการปรับเงินเดือนภาครัฐ และในกรณีที่มีการปรับอัตราเงินเดือนเพิ่มเป็นร้อยละเท่ากัน ทุกอัตราและไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของอัตราที่ใช้บังคับอยู่สมควรให้กระทำได้โดยตราเป็น พระราชกฤษฎีการวมทั้งเปลี่ยนชื่อผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อที่ บัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้

อนึ่ง ผมขอกราบเรียนต่อที่ประชุมในเบื้องต้นว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วและรอการพิจารณารับหลักการ ในวาระที่หนึ่ง จนมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ต่อมาคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันได้ร้องขอให้รัฐสภามีมติเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ต่อไปตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ได้มีมติเห็นชอบแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ตามที่ ท่านประธานได้อนุญาตให้ผู้แทนของคณะรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีชัชชาติได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการ การเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและ กรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและประธานกรรมการและกรรมการตรวจ เงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพ กระผมเห็นชอบเห็นด้วยกับการรับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างยิ่งนะครับ ในเบื้องต้นซึ่งผมจะกราบเรียนเหตุผลให้ ท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้เพื่อได้พิจารณาให้การรับหลักการในโอกาสต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า เป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิม ก็คือกฎหมายเงินเดือน เงินประจำ ตำแหน่งขององค์กรอิสระที่ออกเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า องค์กรอิสระที่ออกเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ ก็เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ ก็มีกฎหมายเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เฉพาะขององค์กรอิสระ เหล่านั้นคือ ๔ องค์กร ในเฉพาะของตัวประธาน ตัวกรรมการ ก็มีเงินเดือนเป็นเฉพาะ มีกฎหมายเฉพาะขึ้นมา แต่มีตำแหน่งหนึ่ง ท่านประธานครับที่ไม่มีตำแหน่งประธานคือ ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา รัฐธรรมนูญ ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ องค์กรอิสระ ๑ องค์กร มีผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ ๓ ท่านเป็นผู้ดำเนินการ เขาเรียกผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนั้นเป็นกฎหมายเดิม กฎหมายฉบับนี้ต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าเป็นกฎหมายที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ๑ ใน ๒๔ ฉบับที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบให้มีการพิจารณาต่อไปได้จากสมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๓ ที่ผ่านมา จากรัฐบาลชุดที่ผ่านมามีการเสนอผ่านสภาเข้ามา นั่นหมายความว่ารัฐบาลชุดนี้ ซึ่งนำโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เห็น ความสำคัญกับการที่จะนำกฎหมายฉบับนี้มาพิจารณาต่อเนื่อง ถ้าปล่อยให้ไม่มีการยืนยัน จากคณะรัฐมนตรี ไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา กฎหมายฉบับนี้ก็มีอันตกไป ถ้าจะมี การนำเสนอก็ต้องเสนอเข้ามาใหม่ตามวิธีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติซึ่งจะใช้เวลา พอสมควร ท่านประธานที่เคารพครับ หลักการของกฎหมายฉบับนี้ในข้อเท็จจริงมีอยู่หลัก ๆ คือ ๓ หลักการใหญ่ เขียนเป็น ๕ หลักการย่อย ๓ หลักการใหญ่ที่มีมูลเหตุจำเป็นต้องแก้ กฎหมายฉบับนี้

หลักการอันที่ ๑ ซึ่งเขียนไว้ในมาตรา ๔/๑ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔/๑ นั่นคือมีการเปลี่ยนแปลงการขึ้นเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐทุกหน่วยงาน ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๗ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันรวม ๓ ครั้งครับท่านประธาน ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๗ ขึ้นอัตราร้อยละ ๓ องค์กรภาครัฐทุกส่วนขึ้นร้อยละ ๓ อีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘ มีการขึ้นอีกครั้งหนึ่งเป็นร้อยละ ๕ นั่นหมายความว่า ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ นั่นคือขึ้นร้อยละ ๓ ของทุกภาคส่วนนะครับ ถามว่าท่านประธานองค์กรอิสระ ตัวกรรมการ ท่านกรรมการองค์กรอิสระ หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการนี่แล้วแต่จะเรียกชื่อนะครับท่านประธาน ผมใช้ว่า กรรมการ ถ้าเป็นกรรมการของศาลรัฐธรรมนูญเขาเรียกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการ ที่เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินก็เรียกเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน สมัยนั้นเขาเรียกผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา ก่อนวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ เรียกผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา การขึ้นเงินเดือน ของภาครัฐ ถามว่ามีผลต่อการขึ้นเงินเดือนของท่านประธานและท่านกรรมการขององค์กร อิสระเหล่านี้หรือไม่ ต้องตอบว่าไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนครับท่านประธาน มีการขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ ๑ ตุลาคม ปี ๒๕๔๘ เป็นร้อยละ ๕ ขึ้นร้อยละ ๕ มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๐ ขึ้นร้อยละ ๕ ท่านประธานองค์กรอิสระ หรือท่านกรรมการ องค์กรอิสระแล้วแต่จะเรียกชื่อก็ไม่ได้รับอานิสงส์จากส่วนนี้ มีการขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ร้อยละ ๔ ท่านประธานองค์กรอิสระ ตัวคณะกรรมการองค์กรอิสระทั้งหลายก็ไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือน เนื่องจากอะไรครับท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเป็นหลักการข้อที่ ๒ ที่ต้องแก้กฎหมาย ฉบับนี้ เนื่องจากว่าในการเขียนกฎหมายเดิมที่เป็นเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง กฎหมายเดิม ของท่านประธานองค์กรอิสระ ตัวท่านกรรมการองค์กรอิสระไม่ได้เขียนบทบัญญัติรองรับไว้ กรณีถ้ามีการขึ้นเงินเดือนในสัดส่วนอัตราร้อยละที่เท่ากัน อัตราร้อยละที่เท่ากันไม่เกิน ร้อยละ ๑๐ ไม่ได้เขียนกฎหมายรองรับเอาไว้เหมือนกับหน่วยงานอื่น ๆ ถึงแม้จะมีหน่วยงาน บริหารบุคคลที่แตกต่างกันไป ผมยกตัวอย่างเช่น ของ ก.พ. ข้าราชการพลเรือน กับของ คณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ตร. หรือ ก อะไรก็แล้วแต่ที่แตกต่าง ออกไปเขาจะมีการเขียนบทบัญญัติในกฎหมายรองรับเอาไว้ กรณีถ้าขึ้นในอัตราส่วน ที่เท่ากัน ร้อยละที่เท่ากัน ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีการองรับในการขึ้น เงินเดือนนั้นได้ แต่กฎหมายฉบับนี้ หมายถึงปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ ไม่ได้ตราไว้ ก็เลยไม่มีผล บังคับใช้

เพราะฉะนั้นหลักการอันที่ ๒ นี้ก็เลยจำเป็นต้องแก้กฎหมาย พุทธศักราช ๒๕๔๑ ให้มีบทบัญญัติตัวนี้รองรับไว้ กรณีที่จะขึ้นเงินเดือนของท่านประธาน ของคณะกรรมการของ องค์กรอิสระในอัตราร้อยละที่เท่ากัน ไม่เกินร้อยละ ๑๐ นะครับ ก็ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา มารองรับ ก็สามารถที่จะขึ้นเงินเดือนได้ ท่านประธานที่เคารพ หลักการข้อที่ ๑ ที่มีการขึ้น เงินเดือน ๓ ครั้งที่ผ่านมา จำเป็นต้องตรากฎหมายมารองรับเพื่อให้สิทธิของท่านประธาน คณะกรรมการองค์กรอิสระ และตัวท่านกรรมการองค์กรอิสระให้ได้รับสิทธินั้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ก็จะมีบัญชี แนบท้ายอยู่ ๔ บัญชีเพื่อรองรับ นั่นคือหลักการอันที่ ๑ นะครับ

หลักการอันที่ ๒ ก็คือการไปแก้ให้มีบทรองรับกรณีจะขึ้นให้มีผลต่อเนื่องกรณีขึ้น ในอัตราร้อยละเท่ากัน แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐

ท่านประธานครับ หลักการอันที่ ๓ นี่เป็นผลสืบเนื่องของการมีบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ บังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ ถามว่า ทำไมเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ เกี่ยวข้องโดยตรงท่านประธานครับ เนื่องจากว่ากฎหมาย เดิมนะครับ ตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้มีบทบัญญัติไว้ แต่มีบทบัญญัตินี้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๒ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นะครับ เดิมเราเรียกว่า ผู้ตรวจการ แผ่นดินของรัฐสภา องค์กรอิสระนี้เมื่อตรารัฐธรรมนูญ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ เปลี่ยนชื่อจาก ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในโครงสร้างของผู้ตรวจการแผ่นดิน นะครับ ให้มีการเลือกประธานผู้ตรวจการแผ่นดินขึ้นมา เหมือนกับองค์กรอิสระอื่นอีก ๓ องค์กร องค์กรอิสระอื่น ในปี ๒๕๔๐ มีประธาน มีตัวท่านกรรมการ ยกเว้นผู้ตรวจการ แผ่นดินของรัฐสภาที่ไม่มีประธาน มีแต่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓ ท่าน และกินอัตราเงินเดือน เท่ากัน ด้วยเหตุนี้เองครับ จึงจำเป็นต้องแก้ไขให้มันสอดรับกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในมาตราที่เกี่ยวข้องกับผู้ตรวจการแผ่นดิน การแก้ไขอันที่หนึ่งครับ ชื่อของกฎหมาย จากชื่อเดิมเป็นพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ตรงนี้เปลี่ยนเลยนะครับ เปลี่ยนเป็น ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน เดิมไม่มี ประธาน ท่านประธานครับ พอเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่มี ของรัฐสภา และผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากนั้นชื่อก็เหมือนเดิมนะครับ นี่คือการแก้ให้สอดรับกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในชื่อของ ตัวพระราชบัญญัตินะครับ ก็เป็นชื่อร่างพระราชบัญญัติที่ต้องมีการแก้ไข บทบัญญัติที่ว่าด้วย กรรมการเดิมไม่คลุมนะครับ บทบัญญัติที่ว่าด้วยกรรมการและประธานกรรมการเดิมไม่มี ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินก็เติมคำว่า ประธาน หมายถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย ตัวกรรมการก็หมายถึงผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย อันนั้นคือแก้ไขให้สอดรับไป และ

ประการสุดท้ายที่ต้องแก้ไขให้สอดรับนะครับ คือผู้รักษาการตามร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ คือฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมตรงนี้ เดิมไม่มีผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็เพิ่มประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้เหมือนประธานองค์กรอิสระอื่นด้วยนะครับ นั่นคือผู้ที่ จะรักษาการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่เราจะรับหลักการก็จะมีประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและประธานกรรมการการตรวจเงิน ท่านประธาน ที่เคารพครับ นั่นคือบทบัญญัติที่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม

ท่านประธานครับ มีอีกเรื่องหนึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าแล้วเงิน ที่เป็นบัญชีแนบท้ายกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้มีทั้งหมด ๔ บัญชี จะมีผลกระทบต่อภาระ งบประมาณของประเทศหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมเองไปดูในรายละเอียด เบื้องต้น ผมต้องกราบเรียนนะครับ บัญชีหนึ่งเป็นบัญชีที่ปรับตามการขึ้นในอัตราร้อยละ ๓ ในการขึ้น ครั้งแรก เดิมท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีเงินเดือนอยู่ที่ ๖๔,๐๐๐ บาท ก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ ๖๔,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ ท่านจะได้รับเงินเดือนอยู่ที่ ๖๕,๙๒๐ บาท นี่คือท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นตัวตุลาการเองได้ ๖๓,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ๖๓,๘๖๐ บาท จากเดิมที่ท่านได้รับเพียง ๖๒,๐๐๐ บาท คือเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓ เงินประจำตำแหน่งคงเดิมครับ ถ้าเป็นตัวตุลาการเองได้ ๖๓,๐๐๐ ครับท่านประธานครับ ๖๓,๘๖๐ บาท จากเดิมที่ท่านได้รับเพียง ๖๒,๐๐๐ บาท คือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ เงินประจำตำแหน่งคงเดิมครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา เดิมนะครับได้ ๖๓,๘๖๐ บาทเท่ากับท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ถ้าเป็น ประธานองค์กรอิสระอื่นที่ไม่ใช่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เช่น ประธานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ก่อนปี ๒๕๔๗ คือก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ ท่านจะได้รับอยู่ที่ ๖๓,๐๐๐ บาท พอปรับให้ร้อยละ ๓ ก็จะขึ้นมาที่ ๖๔,๘๙๐ บาท ขึ้นมาในร้อยละ ๓ ท่านประธานครับ บังคับใช้บัญชีหนึ่งถึงวันที่ ๓๐ กันยายน คิดเม็ดเงินที่รัฐจะต้องเสียให้กับท่านประธานและ ท่านกรรมการองค์กรอิสระคิดเป็นเงินไม่กี่บาทครับท่านประธานครับ โดยภาพรวมทั้งหมด ๔ บัญชีไม่เกินโดยประมาณ ๒๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง โดยประมาณ ท่านประธานครับ เพราะว่าคิดเบ็ดเสร็จสาระตะนะครับท่านประธานขออนุญาตใช้คำพื้น ๆ ไล่เรียงมาจนถึง ปัจจุบันท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญจะมีเงินเพิ่มจากบัญชีเดิม ปัจจุบันท่านจะรับอยู่ที่ ๗๑,๙๙๐ บาท เพิ่มเพียง ๖,๐๗๐ บาทเท่านั้นเอง ตัวท่านประธานกรรมการการเลือกตั้ง ก็เพิ่มเพียง ๕,๙๘๐ บาท คิดเม็ดเงินออกมาแล้วไม่ได้เป็นภาระกับงบประมาณแผ่นดินและ เป็นสิทธิที่ท่านพึงจะได้รับด้วย เพราะหน่วยงานของภาครัฐได้รับหมดแล้ว แต่ว่าข้อจำกัด ไม่มีกฎหมายรองรับของท่านเท่านั้นเอง ท่านเลยไม่ได้รับ เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาเรื่อง งบประมาณแผ่นดินผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ไม่ได้เป็นภาระต่อ งบประมาณ และเป็นสิทธิที่ทางท่านประธานองค์กรอิสระ กรรมการองค์กรอิสระ ทุกองค์กร ควรจะได้รับตามบทบัญญัติของกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมเองมีประเด็นกราบเรียน ท่านประธานอีกประเด็นหนึ่งก็คือ สิ่งที่พวกเรากริ่งเกรง พวกเรามีความสงสัย เนื่องจากว่า กฎหมายฉบับนี้เข้ามาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมานะครับ ด้วยความที่มันมีความซับซ้อน ค่อนข้างมากก็เลยได้รับการพิจารณาในรายละเอียดค่อนข้างน้อย แต่โดยข้อเท็จจริงผมยืนยัน กับท่านประธานอีกครั้งว่า เมื่อลงไปดูในเนื้อในแล้ว มันสมควรอย่างยิ่งครับที่เราจะต้องให้ ความเห็นชอบรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ และเข้าสู่กระบวนการในการพิจารณาให้เป็น พระราชบัญญัติ เพื่อท่านจะได้สิทธิเหล่านั้น และจะได้สิทธิในการที่กรณีมีการขึ้นเงินเดือน ในโอกาสต่อไป ก็ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายเข้ามาที่สภาเรา ก็ตราเป็นพระราชกฤษฎีการองรับ เหมือนกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ อันนี้คือสิ่งที่ผมเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นประธานองค์กรอิสระ หรือตัวกรรมการองค์กรอิสระเอง ย่อมได้รับสิทธิเหมือนเจ้าหน้าที่ภาครัฐของบ้านของเมือง ของเรา เฉกเช่นเดียวกันตามบทบัญญัติของกฎหมายที่รองรับ ด้วยความเห็นอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ได้โปรดให้ ความเห็นชอบรับหลักการร่างพระราชบัญญัตินี้ และตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา ในรายละเอียดนะครับ แล้วจะได้ให้โอกาสกับผู้คนเหล่านั้นได้มีโอกาสเหมือนกับ พี่น้องประชาชนคนไทยหรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐคนอื่น ๆ ต่อไป ด้วยความเห็นชอบ ขอให้ท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกได้โปรดพิจารณา ผมเห็นชอบรับหลักการอย่างยิ่ง กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน และในแฟ้มของฝ่ายค้านก็ไม่ได้ปรากฏ ร่างพระราชบัญญัติที่กำลังพิจารณานี้แต่ประการใด ขอให้ท่านประธานได้โปรดสั่งให้ เจ้าหน้าที่นำมาให้ฝ่ายค้านเพื่อที่จะอภิปรายได้ในรายละเอียด ยังไม่มีเลยครับท่านประธานครับ แม้นว่าท่านจะอ้างว่าเป็นกฎหมายที่ค้างจากการประชุมสภาครั้งที่แล้วก็ตาม ผมขออภิปราย สนับสนุนหลักการไปเลยนะครับ ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง แน่นอนครับผมย่อมสนับสนุนการขึ้นเงินเดือนขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการ และกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการ และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนให้ขึ้นเงินเดือนองค์กรอิสระ ดังกล่าว เพราะผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการที่จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตย แต่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าในขณะที่เราจะขึ้นเงินเดือนให้กับประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่กลับปรากฏข่าวคราวว่าจะยุบองค์กรดังกล่าว จะยุบศาลรัฐธรรมนูญ จะยุบศาลปกครอง แม้นว่าศาลปกครองจะไม่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ มีผู้ประท้วง

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วงสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่กำลังอภิปราย อยู่กระทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ๒ ประเด็นหลักครับ

ประเด็นที่ ๑ กล่าวหาว่าเสมือนว่าฝ่ายค้านไม่ได้รับร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๆ ที่มี บรรจุในระเบียบวาระอยู่ในบันทึกการประชุม แล้วก็อยู่ในแฟ้มที่เจ้าหน้าที่จัดไปให้ทุกโต๊ะ เหมือนกันหมด นี่กล่าวนอกเหนือ

ประเด็นที่ ๒ พูดนอกประเด็น กฎหมายฉบับนี้ไม่มีประเด็นใดที่บอกว่าจะยุบ องค์กรอิสระเลย ท่านประธานกรุณาเตือนเพื่อนสมาชิกให้อยู่ในประเด็นและอภิปราย สร้างสรรค์เหมือนกับอยู่ที่นอกสภา อยู่นอกสภาเขาเป็นคนน่ารักมากครับ แต่อยู่ในสภา แสดงอำนาจเกินเหตุ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเมื่อสักครู่นี้ ผมกำลังรอฟังท่านอยู่ คืออย่างนี้ท่านวัชระ เอกสารประกอบการพิจารณาในระเบียบแล้วก็ ทางปฏิบัติของสภาเขาจะจัดอยู่ในแฟ้มของท่านสมาชิกที่วางอยู่ข้างหน้าทุกท่านนะครับ อันนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา แต่ของท่านอาจหาไม่เจอหรือมีท่านใดหยิบออกไป อันนี้ผมว่า ก็เป็นเรื่องเล็กน้อยซึ่งเราสามารถจะตรวจสอบได้

ประเด็นที่ ๒ ที่คุณหมอชลน่านประท้วง ผมขอวินิจฉัยว่าขอให้ท่านอภิปรายอยู่ในกรอบ ในประเด็น ในสาระที่เรากำลังพิจารณาอยู่นะครับ อันนี้เป็นเรื่องของเงินประจำตำแหน่งและ ประโยชน์ตอบแทนอื่นนะครับ เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นั้นผมนั่งอยู่ด้านหลังห้องประชุมและ ในแฟ้มไม่มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จริง ๆ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาว่า ต่อไปเลยนะครับ ถ้าไม่มีเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จัดหาให้ท่านสักฉบับหนึ่ง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

แล้วกราบเรียนท่านประธานว่าการที่ เพื่อนสมาชิกกล่าวหาว่าแสดงอำนาจเกินเหตุนั้น ผมถือว่าเป็นถ้อยคำที่ทำให้ผมเสียหาย ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขอให้ท่านชลน่านกรุณาถอนคำพูดดังกล่าว เพราะทำให้ผมเสียหายครับ ผมไม่ได้แสดงอำนาจเกินขอบเขตในสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด แต่ผมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่ได้เป็นผู้แทนของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ คุณวัชระผมอยากให้การอภิปรายนี้ได้สาระนะครับ การที่คุณหมอชลน่านประท้วงท่านผมฟังแล้ว คือสรุปได้ว่าท่านอภิปรายนอกประเด็นที่ไม่อยู่ในประเด็นที่เรากำลังประชุมปรึกษาหารือกัน ตามข้อบังคับ ซึ่งตามเนื้อหาในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลแล้วก็หน่วยงานอิสระนะครับ เขาพูดถึงในเรื่อง ของเงินเหล่านี้ และท่านก็หยิบยกขึ้นมานี่นะครับ ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องนอกประเด็นนะครับ แต่ผมยังไม่ทักท้วงเพราะว่าผมจะรอให้ท่านอภิปรายไปสักระยะหนึ่ง เพราะเดี๋ยวท่านก็กลับเข้ามา แต่ท่านก็ถูกประท้วงก่อนนะครับ ส่วนที่ท่านวัชระอภิปรายไปจนให้คุณหมอชลน่าน ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับว่าก็ไม่ต้องถอนละครับ เพราะว่าท่านกำลังได้พูดถึงประเด็นในเรื่อง ของท่านอภิปรายอยู่นอกประเด็นอยู่ เชิญท่านอภิปรายในประเด็นนี้ต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานวินิจฉัยเข้าข้างพรรครัฐบาลด้วยกันครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ตามข้อบังคับเมื่อผมวินิจฉัยแล้วถือว่าเด็ดขาดนะครับ ขอเชิญอภิปรายต่อนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานเปิดไมโครโฟน (Microphone) สิครับ ท่านประธานครับ ผมก็จะไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับสมาชิกพรรครัฐบาล แต่อยากกราบเรียนว่าผมอภิปรายอยู่ในประเด็น อยู่ในประเด็นเพราะอะไรครับ เรากำลังจะ พิจารณาขึ้นเงินเดือนให้กับท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่กลับมี ความพยายามที่จะยุบองค์กรดังกล่าว แล้วไม่เกี่ยวกับประเด็นตรงไหนครับ เพราะถ้าเราขึ้น เงินเดือนไปแล้ว แล้วถ้ายุบองค์กรดังกล่าวในอนาคตอันใกล้นี้แล้วจะมีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นเราต้องมาแก้กฎหมายใหม่ เราก็ต้องมาแก้กฎหมายตามที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอีก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ในหลักการกับเนื้อหาของร่างฉบับนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการยุบองค์กรเขาเลยนะ อ่านให้ชัดเจน เขาพูดถึงเรื่องของการใช้จ่ายเงินที่เขาจะต้องมีกฎหมายรองรับ ฉะนั้นที่ท่านหยิบยกประเด็นนี้ ขึ้นมามันจึงไม่อยู่ในประเด็นอย่างไรครับ ผมจึงขอเตือนท่านบอกว่าขอให้อภิปรายในเรื่องของ เนื้อหาสาระที่ได้เสนอต่อสภาแห่งนี้แล้วกันนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ไม่เข้าใจว่าท่านประธานแกล้งไม่เข้าใจหรือว่าไม่เข้าใจ โดยเจตนา เพราะผมอภิปรายชัดเจนว่าการที่ท่านจะขึ้นเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์อื่นให้กับท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผมถามท่านประธาน เพื่อฝากไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้น ท่านประธานครับว่า ในกรณีอย่างนี้ ถ้าท่านจะยุบองค์กรนี้ในอนาคตแล้วเราจะออกกฎหมายนี้ไปทำไม และอีกอย่างหนึ่งในการที่ ท่านจะขึ้นเงินเดือนให้กับประธานกรรมการ และกรรมการการเลือกตั้ง ผมก็เห็นด้วยครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อ ๖๑ พูดเท็จใส่ร้ายป้ายสี สสร. ยังไม่ได้ตั้งเลยครับ ท่านประธานครับ แล้วจะพูด ล่วงหน้าได้อย่างไร แล้วรู้ได้อย่างไรว่าจะยุบองค์กรอิสระครับ เป็นการพูดเท็จ พูดล่วงหน้า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ใส่ร้ายป้ายสีล่วงหน้าครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผม วินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ผมได้วินิจฉัยคำประท้วงของคุณหมอชลน่าน แล้วก็ท่านมาประท้วงว่า ท่านวัชระ เพชรทอง อภิปรายนอกประเด็น ผมก็ได้เตือนท่านแล้วนะครับ ผมเตือนท่านบอกว่า ขอให้อภิปรายในเรื่องของเนื้อหาสาระ ในเรื่องของเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และค่าตอบแทนพิเศษ ท่านกำลังเอาความคิดของท่านว่ามันน่าจะเกิดอย่างนี้ อย่างนี้ ผมเชื่อว่า ในสภาแห่งนี้ใช้ดุลยพินิจได้ว่าสิ่งซึ่งท่านพูดออกไปจะเป็นจริง เป็นเท็จนะครับ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มี อะไรเกิดขึ้น แต่ประธานก็เตือนว่าขอให้อภิปรายในสาระที่กฎหมายฉบับนี้ เชิญท่านอภิปรายต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าผมสนับสนุนในการที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะขึ้นเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์อื่นใดของท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และการที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่ากำลังจะมีคนที่จะยุบองค์กรดังกล่าว ก็คือ นาย ว สังกัดพรรครัฐบาลได้ให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ถ้าท่านไม่พูดในเนื้อหาสาระ ผมจะไม่ให้ท่านพูดนะครับ อ้าย ว สังกัดรัฐบาลนั้น รัฐบาล เขาเสียหายนะครับ ท่านจะพูดในสาระของท่านไหม

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมพูดไปชัดเจนแล้ว ท่านประธานจะวินิจฉัยแบบเผด็จการ ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ผมบอกว่านายวัฒนา เมืองสุข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านต้องฟังผม ถ้าท่านไม่ฟังผม ผมจะไม่ให้ท่านพูดนะครับ คือใครจะคิดอย่างไร ใครจะออก ความเห็นอย่างไรนะครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องของสาระในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะครับ ฉะนั้นท่านวัชระ เพชรทอง ก็เป็นนักกฎหมายแล้วก็เป็นคนที่พูดมีเนื้อหาสาระอยู่ ฉะนั้นผมขอเตือนท่านอีกครั้งหนึ่งถ้าท่านยังไม่พูดในเนื้อหาสาระแล้วไปพาดพิงถึง บุคคลภายนอกหรือบุคคลอื่นจะไม่ให้ท่านอภิปราย เชิญต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

กรุณาเปิดไมโครโฟน ขอบคุณครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อผมลุกขึ้นพูด ความจริงในสภาผู้แทนราษฎรผมก็ไม่หวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้น และผมถือว่าสิ่งที่ผมอภิปรายนั้น เป็นความจริง ท่านประธานจะวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นสิทธิของท่านประธาน ผมนั้นสนับสนุน แน่นอนครับในการที่จะขึ้นเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใด ของท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายฉบับนี้ท่านจะขึ้น เงินเดือนให้กับ ๕ องค์กรก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน รวม ๕ องค์กร แต่ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเราจะขึ้นเงินเดือนให้กับ ๕ องค์กรดังกล่าว แต่ปรากฏว่ากำลังมีความพยายามที่จะยุบ ๓ องค์กร ใน ๕ องค์กรนี้ ท่านประธานครับ แล้วเรา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้กับทั้ง ๕ องค์กร แต่อีก ๓ องค์กร คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และ กกต. กลับมีข่าวว่าจะถูกยุบ และถ้าถูกยุบเราจะพิจารณา ออกกฎหมายฉบับนี้ไปเพื่ออะไร การออกกฎหมายเราต้องมองการณ์ไกลและพิจารณาไป ในอนาคตข้างหน้าว่าถ้าออกกฎหมายดังกล่าวแล้วสามารถปฏิบัติได้จริง ท่านประธานครับ แม้ว่าใครจะพูดอย่างไรว่าไม่มีการยุบองค์กรอิสระแต่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศฉลาดไม่ได้โง่ครับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศติดตามข่าวสารข้อมูลเท่าเทียมกับท่านประธานและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน เขารู้ว่าใครคิดเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชน ใครคิดเพื่อผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นท่านประธานครับการที่ผมเป็น ส.ส. พรรคฝ่ายค้านลุกขึ้นมาสนับสนุนเพื่อเพิ่มเงินเดือนให้กับท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำงานอย่างหนัก และศาลรัฐธรรมนูญยุคนี้แทรกแซงไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญยุคนี้ ไม่สามารถที่จะแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ได้ ศาลรัฐธรรมนูญยุคนี้ไม่สามารถที่จะเอาตำแหน่ง เอาเงินหรือเอาสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปแลกเปลี่ยนเพื่อให้วินิจฉัยไปในตามสิ่งที่ต้องการได้ ท่านประธานครับ และศาลรัฐธรรมนูญยุคนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีถุงขนมแต่อย่างใด ท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นการที่จะขึ้นเงินเดือนองค์กรอิสระทั้ง ๕ แห่ง ผมเห็นด้วย แต่ผมรู้สึกว่า ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะองค์การมหาชน ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาลก่อนโน้น ปรากฏว่าองค์การมหาชน ท่านประธานทราบไหมครับว่า เงินเดือนเท่าไร ท่านประธานก็ทราบและเงินเดือนผู้อำนวยการองค์การมหาชนมากกว่าท่านประธาน ๓ เท่า ท่านประธานได้ขณะนี้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท องค์การมหาชนได้เงินเดือน เดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมาเปรียบเทียบกันแล้วผมเห็นว่า การเสนอขึ้นเงินเดือนให้กับองค์กรอิสระทั้ง ๕ แห่งของรัฐบาลนั้นน้อยเกินไปไม่คุ้มกับสถานะ ทางวิชาชีพที่ต้องเสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย เสี่ยงกับการข่มขู่ ขู่ฆ่า ขู่ล้อม ขู่จะเผาและเกิดขึ้นจริง ท่านประธานครับ การที่ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ได้ยินไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้ผมก็ไม่ทราบว่าคณะรัฐมนตรีทั้งชุดมีเพียงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านเดียวหรืออย่างไรที่ต้องมาชี้แจงกฎหมายนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ทำไมไม่ให้รองนายกรัฐมนตรี มาชี้แจง แต่ไม่เป็นอะไรครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าองค์กรอิสระทั้ง ๕ แห่ง ที่รัฐบาลเสนอมานั้นเพื่อที่จะขึ้นเงินเดือนผมเห็นด้วยและควรจะขึ้นมากกว่านี้ อย่างน้อยที่สุดควรที่จะเทียบเท่ากับองค์การมหาชนซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ให้เงินเดือนตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท แพงเกินไปไหมครับ แพงกว่าประธานศาลฎีกา แพงกว่านายกรัฐมนตรี แพงกว่าประธานรัฐสภา และแพงกว่า ผู้ทำหน้าที่ประธานสภาซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ในนาทีนี้ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น การเสนอขึ้นเงินเดือนของรัฐบาลในครั้งนี้ต้องมีเหตุผลมากกว่านี้ และควรจะขึ้นให้มากกว่านี้ เพราะเท่าที่ขึ้นมาผมยังมีความเห็นว่าน้อยเกินไป กราบเรียนท่านประธานโดยสรุปแม้ว่า สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะพยายามผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อขึ้นเงินเดือนให้กับ ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. แต่กลับมีคนจะยุบ ๓ องค์กรดังกล่าว ผมจึงไม่เห็นว่าจะเป็น ประโยชน์อะไรเลยที่เราจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ เพราะพิจารณาไปแล้วต่อไปท่านก็ยุบ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมอยากเห็น การพิจารณากฎหมายในสภาเป็นประโยชน์กับองค์กรทุกองค์กร และสามารถที่จะปฏิบัติได้ ในอนาคต และถ้าอนาคตอันใกล้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เราก็ต้องมาแก้กฎหมาย เสนอกฎหมายในลักษณะนี้อีกครั้งหนึ่ง และกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า อย่าได้มองว่าพรรคฝ่ายค้านนั้นมีอำนาจเหนือกว่าท่าน เพราะแท้ที่จริงแล้วรัฐบาลและ ส.ส. พรรครัฐบาลนั้นมีอำนาจมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งสามารถที่จะดลบันดาลอะไรก็ได้ แต่ควรให้ ความเป็นธรรมกับพรรคฝ่ายค้านด้วยเช่นเดียวกัน ขอขอบคุณ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสงวน พงษ์มณี

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าต่อการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ มีความละเอียดอ่อนหลายเรื่อง จะต้องพูดผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลในบางเรื่อง แล้วก็ พูดเพื่อแลกเปลี่ยนกับสาธารณชนซึ่งกำลังรับฟังอยู่ เพราะว่าท่านมีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของ ประเทศร่วมกันและเสนอความเห็นมายังพวกเรา ผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมาธิการในการเขียน กฎหมายต่อ ท่านประธานที่เคารพ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับเงินเดือนส่วนราชการต่าง ๆ เป็นความจำเป็นของรัฐสภาต้องทำ ๑๐ กว่าปีมานี้ท่านประธานครับ เราได้ออกกฎหมาย บัญชีเงินเดือนต่าง ๆ หลายส่วนแล้ว เริ่มจากกฎหมายเงินเดือนศาลยุติธรรม กฎหมาย เงินเดือนอัยการ ในกระบวนการยุติธรรม เราทำมา ๒ ฉบับ กฎหมายเงินเดือนตำรวจ กฎหมายเงินเดือนครูวันนี้ก็มาพิจารณากฎหมายเงินเดือนขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเสนอมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน ท่านประธานครับ ในส่วนนี้ผมต้องเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบที่มาชี้แจงว่ายังมีความไม่ปกติอยู่อีกหลายหน่วยงาน ซึ่งผมคิดว่า จำเป็นที่รัฐบาลต้องออกกฎหมายบัญชีเงินเดือนอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยกตัวอย่าง องค์กรที่สำคัญองค์กรหนึ่งซึ่งนับวันจะมีปัญหามากขึ้น มีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง องค์กรที่ผมพูดถึงก็คือหมอครับ ท่านประธานรู้ไหมครับวันนี้นายแพทย์หรือคุณหมอ หรือโรงพยาบาลที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เขาอยู่ เขาต่อสู้กับกระบวนการเขาอย่างไร ท่านประธานครับ ถ้าไม่นำเรื่องที่ผมพูดในสภาวันนี้เพื่อประกอบกับการพิจารณากฎหมาย ฉบับนี้ ผมไม่ทราบว่าเราจะแก้ปัญหาให้องค์กรสาธารณสุขที่เกี่ยวกับชีวิตและความผาสุก ของประชาชนได้อย่างไร ยกตัวอย่างอำเภอหนึ่งถ้ามีคนแสนคน มีโรงพยาบาล ๑ โรงพยาบาล โรงพยาบาลนี้ถือว่าให้บริการประชาชนในอำเภอนี้ ๑๐๐,๐๐๐ คน ก็ประมาณการเก่าอยู่ว่า ๒,๘๐๐ บาทต่อหัว ต่อคนต่อปี คูณไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท คือ ๒๘๐ ล้านบาท เงิน ๒๘๐ ล้านบาท ถ้าเป็นโรงพยาบาลใหญ่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขเกินครึ่งหนึ่ง เป็นเงินเดือน ที่เหลือถึงนำมาเป็นส่วนบริการประชาชน นี่เราจะให้หมอในกระบวนการสาธารณสุขเหมือน อบต. เลย ถ้าหลักการนี้ถูกต้อง กระทรวงคมนาคม ของท่านรัฐมนตรีก็ต้องให้เงินไปกี่หมื่นล้านบาท ก็ต้องแบ่งเอาเงินเดือนของข้าราชการ ในสังกัดทั้งหมดใส่ลงไป ที่เหลือถึงจะทำถนนหนทาง เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ฝากท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าสมควรหรือยังที่จะออกกฎหมายบัญชีเงินเดือนหมอ วันนี้หมอสังกัด มหาวิทยาลัยเงินเดือนสูงกว่าหมอสาธารณสุข ๓ เท่าท่านประธาน เป็นไปได้อย่างไร ในประเทศไทย คนที่ทำงานช่วยเหลือหมอมีอยู่ส่วนหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนท่านประธาน ทั่วประเทศนี่ วันนี้ไม่ได้รับสิทธิ ๑๕,๐๐๐ บาท หรือเงินช่วยเหลือค่าครองชีพไม่ได้รับสิทธิ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีที่มารับฟังต้องไปพิจารณารีบด่วนเลย เพราะว่ามันมีคำสั่ง มีระเบียบ ของรัฐบาลชุดก่อนไปล็อก (Lock) ไว้ เขาเดือดร้อนมากนะครับท่านประธาน ทำไมผมพูด ประเด็นนี้ในโอกาสนี้ เหตุผลก็เพราะว่าสภาแห่งนี้กำลังพิจารณาเงินเดือน บัญชีเงินเดือนของ คนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลจะต้องดูในประเด็นนี้ก่อน คือบัญชีเงินเดือนหมอเรา จะปล่อยให้หมอมีความแตกต่างกันระหว่างหมอมหาวิทยาลัย ยิ่งมหาวิทยาลัยออกนอก ระบบนี่ หมอในมหาวิทยาลัยยิ่งมีเงินเดือนสูงกว่าหมอโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข มากมาย ท่านประธานครับ นี่คือมุมหนึ่งที่สำคัญเฉพาะหน้า ผมอยากจะบอกท่านประธานว่า วันนี้มีกลุ่มคนเดือดร้อน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าชีวิต ๑๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ที่เขาเข็นล้อ ที่เขาอยู่ประจำห้องไอซียู (ICU) ที่เขาช่วยหมออยู่ จบปริญญาทั้งนั้น ไม่มีสิทธิจะรับเงิน หรือว่า เข้าสู่นโยบายของรัฐในการปรับปรุง ดูแลวิถีชีวิตของคนในสังคมนี้เข้าไม่ได้ ผมฝากไว้ให้ ท่านช่วยไปพิจารณาด้วยครับ เรื่องนี้สำคัญมาก ผมดูความสำคัญตรงไหน ผมดูว่าหลักการ ผมจะพูดเรื่องหลักการ วันนี้เห็นด้วยไหมกับกฎหมายฉบับนี้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะมันไม่ได้ หมายถึงบัญชีเงินเดือนที่เราเจอในเอกสารนี้ มีตัวประธาน ถ้าจะพูดถึงศาลรัฐธรรมนูญ ต้องบอกว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทุกองค์กรก็จะบอก ประธานและองค์ประกอบ อย่างเช่นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินก็บอกว่าประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีเงินเดือนเท่านี้ มีเงินเดือนประจำตำแหน่งเท่านี้ แล้วก็ผู้ตรวจการแผ่นดินคนอื่นมีเงินเดือนเท่านี้ มีเงินประจำตำแหน่งเท่านี้ ไม่ได้หมายถึงแค่นี้ มันหมายถึงองคาพยพขององค์กรนี้ทั้งองค์กร วันนี้ฝ่ายประจำของศาลเหล่านี้ ฝ่ายประจำของ กกต. ฝ่ายประจำของ ป.ป.ช. เขาถูกสกัดกั้นหมด โอกาสขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ๆ ไม่ถึงเขาเลย เพราะอะไรครับ เพราะยังไม่มีพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับบัญชีเงินเดือน ถ้ามีแล้วจะเกิดอะไรขึ้นครับ เงินเดือนเหล่านั้นจะถูกรัฐบาลยกเป็น พระราชกฤษฎีกาก็ให้เขาได้ ท่านประธานครับ เลยต้องมีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ความสำคัญ มันอยู่ตรงนี้ มันตีระนาดไปถึงข้างล่างเลย ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาทั้ง ๒ สภา เข้าสู่ กระบวนการขึ้นไป จนกระทั่งจบประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านครับ จะเป็นอานิสงส์ อย่างยิ่งสำหรับองคาพยพขององค์กรเหล่านี้ ท่านครับ ผมดีใจครับ ดีใจที่กฎหมายฉบับนี้ แม้เสนอจากรัฐบาลชุดก่อนก็ตรงใจผมครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งน้อยกว่าประธานศาลฎีกา ถูกต้องครับ เพราะประธานศาลฎีกา เขาเป็นหัวหนึ่งของอำนาจอธิปไตย เพราะฉะนั้นประธานศาลฎีกาเท่าไรครับ ท่านประธาน ผมดูนะครับ นี่บัญชีสุดท้ายนะครับ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ๗๑,๐๐๐ กว่าบาท ประจำตำแหน่ง ๕๐,๐๐๐ บาท ประธานศาลฎีกา ๗๕,๐๐๐ กว่าบาท ประจำตำแหน่ง ๕๐,๐๐๐ บาท เหมือนกัน ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันผมก็บอกผ่านทางท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าในกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ก็ต้องมีพระราชกฤษฎีกาเพิ่มเติม ท่านประธานฟังนะครับ พระราชกฤษฎีกากฎหมาย เงินเดือนของศาลรัฐธรรมนูญของศาลยุติธรรมและดาโต๊ะยุติธรรมออกเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๔ ไม่กี่เดือนนี้เองนะท่านประธานยังล้าสมัยไปแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะสภาแห่งนี้ ได้อนุมัติตำแหน่งให้กับกระบวนการยุติธรรมคือตำแหน่งรองอธิบดีเพิ่มขึ้นจากไม่มีเลย เป็นมี ๓ ท่านไม่เกิน ๖ ท่าน วันนี้ผมดู ดูว่ารัฐบาลจะต้องออกพระราชกฤษฎีกาเพิ่มเติม แก้ไขพระราชกฤษฎีกาที่ผมบอก ฉบับที่ ๒ เพราะอะไรครับ เพราะว่าในท้ายพระราชกฤษฎีกา เขียนว่าการปรับครั้งนี้ปรับเพื่ออะไรครับ เขาบอกว่าการปรับครั้งนี้ปรับเพื่อสอดคล้องกับ สถานะเศรษฐกิจในขณะปี ๒๕๕๔ แต่เงินค่าตอบแทนดาโต๊ะ ๗,๙๐๐ บาท ท่านประธานครับ ได้ ๗,๙๐๐ บาทน้อยกว่านโยบายรัฐบาลเกือบครึ่งเป็นไปไม่ได้ ตรงนี้ต้องออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ แล้วท่านมาไล่ดูเงินเดือนมันมีฝ่ายบริหารและฝ่ายดำเนินการโดยปกติ ถ้าฝ่ายบริหารมันถึง กระบวนการบังคับบัญชามันเป็นศักดิ์ศรีขององค์กรเขา วันนี้เงินค่าตอบแทนของ กระบวนการศาลยุติธรรม ผมพูดเรื่องนี้ทำไมครับ เพื่อจะย้อนมาอภิปรายเรื่องที่กำลังจะแก้ไข กำลังจะปรับปรุง กำลังจะเปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ ประธานศาลฎีกาเงินเดือน ๗๕,๕๙๐ บาท เงินประจำตำแหน่ง ๕๐,๐๐๐ บาท รองประธานศาลฎีกา ๗๓,๒๔๐ บาท แล้วเงินประจำตำแหน่ง ๔๒,๕๐๐ บาท นี่ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา แล้วก็ เลยลงมาเป็นรองประธานศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค รองประธานผู้พิพากษา หัวหน้าศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดี รองอธิบดีก็ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง ท่านครับองค์กร ทุกองค์กรต้องมีศักดิ์ศรี อย่าเสียดายเงิน ค่าเงินเป็นจารบีเท่านั้นเอง องค์กรเขาจะอยู่ได้ อย่างมีศักดิ์ศรี เมื่อองค์กรในกระบวนการยุติธรรมมีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์ ไม่ต้องมาลักลั่น กันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ประชาชนก็จะได้รับผลจากความยุติธรรมนั้น โดยคนที่อยู่ในองค์กรนี้ ผมพูดเรื่องนี้เพื่อฝากให้รัฐบาลไปทบทวนพระราชกฤษฎีกาที่ผม กำลังถืออยู่ ไปทบทวนพระราชกฤษฎีกาการปรับปรุงอัตราเงินเดือนของข้าราชการตุลาการ และดาโต๊ะยุติธรรม ท่านประธานครับ ย้ำอีกทีบัญชีเงินเดือนท้ายพระราชกฤษฎีกานี้บัญชี อัตราประจำตำแหน่งดาโต๊ะยุติธรรมอัตราต่อบาท ต่อเดือน ๗,๙๐๐ บาท ไหวไหมครับ ท่านประธาน เขาไม่ได้ต้องการเงินแต่ศักดิ์ศรีความเป็นคนของเขาเขาต้องเข้าถึงนโยบาย รัฐบาล ขั้นต่ำ ๑๕,๐๐๐ บาทอย่าเสียดายครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมย้ำว่าเมื่อมีตำแหน่ง ก็ต้องมีเงินประจำตำแหน่ง อย่าทำให้ผู้พิพากษาศาลไปเป็นตำแหน่งรองอธิบดียังไม่มีเงิน ประจำตำแหน่ง อธิบดีก็ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง ไปมีระดับสูง แล้วมันจะมีความหมายอะไร นั่งทำงานมากขึ้นแต่ไม่มีค่าตอบแทนครับท่านประธาน นี่ผมคิดว่าท่านประธานใกล้ชิด กระบวนการยุติธรรมมากกว่าผมมากมาย เพราะท่านประธานมีอาชีพเดิมหรือว่าอาชีพที่ เกี่ยวข้องคือผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ท่านเป็นมาจากทนายความท่านเข้าใจเรื่องนี้ดี เรื่องนี้เพราะว่าบัญชีเงินเดือนคือการให้ของนิติบัญญัติเพื่อให้องค์กรนั้นมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามมาตรา ๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้และฉบับต่อไป ผมคิดว่าหมวดทั่วไปคงแก้ไม่มาก ทีนี้ผมจะพูดถึงบัญชีเงินเดือนเหล่านี้นิดหนึ่งเท่านั้นเองท่านประธาน คนที่ไปเป็นกรรมาธิการ จะต้องสอบถามผู้ที่มาชี้แจงจากองค์กรเหล่านี้ว่า ท่านมีสิทธิมีอำนาจตั้งที่ปรึกษาขึ้นมา ผมทราบว่าบางองค์กรอาจจะไม่ใช่ในนี้ องค์กรตามรัฐธรรมนูญนี้ล่ะ ตั้งที่ปรึกษาขึ้นมา ท่านประธาน ตั้งคนที่มีอายุเกิน ๗๐ ปี เงินเดือน ๖๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ ผมถามว่ามีอำนาจ ตั้งหรือเปล่า ถ้ามีอำนาจตั้งอำนาจนั้นเหมาะสมหรือเปล่า ท่านประธานครับ วันนี้คนที่อยู่ใน กระบวนการยุติธรรมขยายจาก ๖๕ ปีเป็น ๗๐ ปี ถือว่าคน ๗๐ ปีมีศักยภาพมันสมองที่จะ ตัดสินได้แต่เป็นที่ปรึกษายังได้ไหม ถ้ายังได้เงินเดือน ๖๐,๐๐๐ บาทตั้งเองได้ไหม หรือต้องมี พระราชกฤษฎีกาให้ หรือไม่ต้อง นี่คือสิ่งที่ผมถามครับ ผมอยากจะให้พวกเราไปดู ผมพูด ตั้งแต่ต้นมานี้ผมย้ำอยู่ ๓ เรื่อง ๒ ส่วน ท่านประธานครับ ส่วนที่เกี่ยวกับรัฐบาลผมอยากให้ ท่านไปออกบัญชีเงินเดือน บัญชีคุณหมอทั่วประเทศมาเป็นบัญชีแพทย์ ไม่ให้มันลักลั่นกับหมอ ในมหาวิทยาลัยมากถึง ๓ เท่า อันตรายมากท่านประธาน วันนี้อีกเรื่องหนึ่งในนี้มันสอดเข้าไป ในนั้น คน ๑๐๐,๐๐๐ คน หายไปจากการดูแลของสายตารัฐบาลได้อย่างไรโดยคำสั่งของ กระทรวงการคลัง เป็นไปได้อย่างไรท่านประธานครับ วันนี้ตอบว่าคน ๑๐๐,๐๐๐ คน ไม่มีสิทธิเป็นไปได้อย่างไร ลูกจ้างของกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ในโรงพยาบาลหายไปจาก กระบวนการภาครัฐทั้งหมด เสมือนเขาไม่ใช่คนอยู่ในกระบวนการ เหมือนเขาไม่ใช่ คนในประเทศนี้เพราะอะไรครับ เพราะเขาไม่ได้รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญในกรอบหมวดทั่วไป มาตรา ๕ ท่านประธาน มาตรา ๔ ไม่มีครับ ระเบียบใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้ ตามมาตรา ๖ ต้องเป็นอันใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นระเบียบนี้ต้องใช้ไม่ได้ท่านประธาน ต้องเรียน รัฐบาลไป

เรื่องที่ ๒ กฎหมายที่เขียนขึ้นมาวันนี้จะต้องมีสักมาตราหนึ่งที่ไปตรวจสอบ ให้เห็นว่าคุณจะตั้งเงินเดือนได้ จ้างใครก็ได้ไม่เกินเท่าไร อันนี้เกินกว่าเงินประจำตำแหน่ง เงินประจำตำแหน่งประธานศาลฎีกา ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ที่ปรึกษาของประธานบางประธาน ๖๐,๐๐๐ บาท ตั้งได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมบอก นี่คือสิ่งที่ผมเห็น นี่จะเป็นคำถามจากคนหนึ่ง ที่จะต้องไปนั่งเขียนกฎหมาย แล้ววันนี้รัฐสภาจะต้องช่วยกันอนุมัติ ช่วยกันดูแล เรื่องทั้งหมด จะต้องพูดคุยกันนานมาก เราจะไปปรับปรุงศาลก็ต้องถามคนศาล ไปปรับปรุงองค์กร ตามรัฐธรรมนูญก็ต้องถามเขา เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาจินตนาการว่าจะยุบหรือไม่ยุบ วันนี้ กระบวนการทุกอย่างของรัฐธรรมนูญถ้ามีการร่างต้องถามประชาชนทั้งสิ้น ทุกองค์กร ในกระบวนการยุติธรรมต้องอิสระจากฝ่ายบริหาร นี่เป็นหลักการครับ แต่ทุกองค์กรไม่มีสิทธิ จะเป็นอิสระจากกระบวนการของประชาชน มาตรา ๓ นี้ครับ ทั้งหมดนี้เป็นหลักวิธีคิดที่จะ ประกอบพิจารณาเรื่องเหล่านี้ ผมสรุปทั้งหมดที่ผมพูดมา ผมชี้เป้าไปตรงที่ว่าภาระการขึ้น เงินเดือนเหล่านี้เป็นภาระของรัฐบาล เอกสารทั้งหมดนี้ทำไมเท่านั้นเท่านี้ ก็มาจากรัฐบาล ของท่านอภิสิทธิ์ แต่เมื่อเราเห็นด้วยก็ออกมา วันนี้เรายกขึ้นมาเพราะคิดว่าเป็นสถานการณ์ที่ เหมาะสม ก็ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลช่วยดูแลองค์กรของรัฐให้ทั่วถึง โดยเฉพาะคนงาน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนในกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีบัญชีเงินเดือนหมอและคนงานเหล่านี้ ต้องเข้ารับนโยบายของรัฐบาลได้ และต้องไปดูพระราชกฤษฎีกาของศาลยุติธรรมให้เงิน ทุกตำแหน่งที่มีอยู่ในกฎหมาย ให้ตำแหน่งเขาไปก็ต้องให้เงินเขาด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

วิภูแถลง พัฒนภูมิไท

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และผลประโยชน์ ตอนแทนอื่น ๆ ของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง กรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธาน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผมได้พิจารณาด้วยหลักการ เหตุผลตามพระราชบัญญัตินี้ บอกว่ามีความจำเป็นที่จะต้อง พูดภาษาชาวบ้านครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จะต้องขึ้นเงินเดือน ขึ้นเงินประจำตำแหน่ง ให้กับองค์กรอิสระดังที่ผมได้กราบเรียน ด้วยเหตุผลสำคัญสืบเนื่องจากว่ามีการเปลี่ยนแปลง สภาวะทางเศรษฐกิจ ก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นเงินเดือนให้กับองค์กรอิสระดังที่ผม ได้กราบเรียน ตรงนี้ครับ เป็นประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าเหตุผล เพียงแต่สภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียว แล้วเพิ่มเงินเดือนให้กับข้าราชการ องค์กรอิสระดังที่กราบเรียนในเบื้องต้น ผมว่าไม่น่าจะเป็นการเพียงพอในการที่จะนำมา พิจารณาขึ้นเงินเดือน อะไรเป็นเหตุผลที่จะต้องนำมาประกอบเพิ่มเติมนอกเหนือจาก การเปลี่ยนแปลงสภาวะทางเศรษฐกิจ ผมเห็นว่าสิ่งที่จำเป็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภาวะ เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป นั่นก็คือต้องคำนึงถึงเนื้องานด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ต้องคำนึงถึงคุณภาพของงานด้วยครับ และที่สำคัญที่สุดนั่นคือต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ ในการทำงาน ในองค์กรธุรกิจเขาจะมีหลักคิดแบบนี้ เนื้องานดีขึ้นไหม คุณภาพงานเป็นอย่างไร ประสิทธิภาพการแล้วเสร็จตามเวลาอยู่ในเกณฑ์ไหน อย่างไร จึงมาประกอบในการพิจารณา เรื่องของเงินเดือน เรื่องของรายได้ ฉะนั้นตรงนี้ผมอยากจะกราบเรียนกับประธานว่าวันนี้ ผมตั้งใจและคิดว่าจะมีตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญ จะมีตัวแทนจาก กกต. มาฟังในที่ประชุม ของสภาแห่งนี้ด้วย แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีตัวแทนขององค์กรอิสระดังกล่าว รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในองค์กรอิสระ ที่ต้องนำมาประกอบในการพิจารณาขึ้นเงินเดือนนั้น คือการอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้น ได้มากน้อยเพียงใด นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พระบิดา แห่งกฎหมายไทย พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ได้พูดถึงตุลาการ ไม่ว่าจะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการในศาลยุติธรรมไว้ดีมากครับ ท่านบอกว่าเอ็งกินเหล้า เมายาไม่ว่าหรอก แต่อย่าออกนอกทางไปให้เสียผล อย่าไปกินสินบาทคาดสินบน เรามันชนชั้น ปัญญาตุลาการ นี่คือแนวทางที่พระบิดาแห่งกฎหมายไทยได้เขียนเป็นร้อยกรองเพื่อเป็นคติเตือนใจไว้สำหรับ ตุลาการเพราะเกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย ฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่าสังคมก็นินทากัน เหมือนกัน วิกฤติศรัทธาก็เกิดเช่นเดียวกันกับศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นที่ติดปากของชาวบ้านว่า มีการบังคับใช้กฎหมายอย่าง ๒ มาตรฐานมีอยู่จริงและดำรงอยู่จริง ชาวบ้านรู้สึกอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ต้องนำมาประกอบมาพิจารณาร่วมกันกับ การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจด้วยในการที่จะขึ้นเงินเดือนขอเรียกง่าย ๆ อย่างนั้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วไปได้เข้าใจ ฉะนั้นตรงนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทีนี้ผมไม่เข้าใจอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนผ่านประธาน ไปยังองค์กรที่รับผิดชอบ เมื่อไม่กี่วันมานี้ปรากฏว่าในองค์กรอิสระที่เรียกว่าศาลปกครอง ปรากฏว่าได้แต่งตั้งที่ปรึกษาของศาลปกครองแต่ละท่านอายุก็อยู่ที่ ๗๐ ปีกว่า ๆ ไปถึง ๘๐ ปีกว่าก็ยังมี กินเงินเดือน ๆ ละ ๕๐,๐๐๐ บาท ลักษณะอย่างนี้วิธีการอย่างนี้ผมไม่มั่นใจ ว่ามันจะเกิดขึ้นได้ไหมในองค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญหรือว่าอย่าง กกต. ถ้ามันจะเกิดขึ้น ผมว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องให้สภานี้ที่ยึดโยงกับประชาชนได้มีส่วนร่วม

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะท่านครับ มีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วงครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

ประเด็นแรก ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธาน กรุณาเปิดอ่าน ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมและต้องอยู่ในประเด็น ผมไม่ทราบว่า ท่านประธานปล่อยให้ผู้อภิปรายพูดเลยเถิดไปนอกประเด็นโดยท่านประธานไม่เตือนได้อย่างไร

ประเด็นที่ ๒ ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายที่ได้กล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญอย่างไม่ เป็นธรรม กล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญว่า ๒ มาตรฐาน ขอให้ผู้อภิปรายถอนคำพูดเพราะเป็น การใส่ร้ายป้ายสีศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยทั้ง ๒ ประเด็น ขอขอบคุณ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็นแรก ผมควบคุมการอภิปรายแล้วก็อยู่ในประเด็นอยู่นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านประท้วงผู้อภิปรายนี่ผู้อภิปรายกำลังอธิบายความว่า การที่จะขึ้นเงินและเงินค่าตอบแทนหรือเงินประจำตำแหน่ง ท่านบอกว่ามันจะใช้เหตุผล อย่างเดียวไม่ได้คือสถานะทางเศรษฐกิจ ท่านกำลังอธิบายถึงว่ามันจะต้องมาดูในเรื่อง ประสิทธิภาพของการทำงานขององค์กรอิสระแล้วผลของงานแล้วก็งานของหน่วยงานอิสระด้วย อันนี้เป็นเหตุผลของท่านที่จะประกอบให้กับทางรัฐบาลได้ทราบ

แล้วประเด็นที่ ๓ ที่ท่านอธิบายก็คือความซื่อสัตย์หรือซึ่งเราเรียกว่าความโปร่งใส ในการวินิจฉัยพิจารณาคดี ท่านก็หยิบยกเอาความเห็นของบุคคลภายนอกที่เขาเล่าว่า แต่ความจริงจะเป็นความจริงหรือไม่ไม่ทราบแต่มันเป็นข้อเท็จจริง ท่านก็หยิบยกขึ้นมาใน ๓ เหตุผลของท่านนี้ในเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ผมฟังดูก็อยู่ในประเด็นว่าในเรื่องซึ่งเรากำลัง พิจารณากฎหมายฉบับนี้ในเรื่องของเงินเดือนและเงินค่าตอบแทน ท่านก็เลยเสนอขึ้นมาว่า น่าจะมีเหตุผล ๓ ประการนี้ประกอบไปด้วย ฉะนั้นอยู่ในประเด็นอยู่เชิญอภิปรายต่อไปครับ

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมได้วินิจฉัย ไปเรียบร้อยแล้วนะครับในประเด็นท่านประท้วง เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมใคร่ขอความกรุณาท่านประธาน ได้โปรดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและด้วยความ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งลง ผมจะให้อภิปรายต่อนะครับ ผมไม่ให้แล้วครับ ผมกำลังควบคุมการประชุมอยู่นะครับ ที่ผมวินิจฉัยอาจจะไม่ถูกใจของคุณวัชระก็เป็นอำนาจหน้าที่ของประธานนะครับ ซึ่งเขากำลัง อภิปรายประกอบเหตุผลของเขาอยู่ เขาไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสี เขาเอาข้อเท็จจริงที่ประชาชน พูดขึ้นมาเป็นเหตุผลในข้อที่ ๓ ของเขา ส่วนความจริงจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ประชาชนเขารู้เอง เชิญนั่งลงครับ ผมจะได้ให้ท่านอภิปรายต่อไป ไม่ให้ประท้วงแล้ว เพราะท่านไม่ได้ประท้วง ท่านโต้แย้งคำวินิจฉัยของประธานนะครับ ก็ประท้วงแล้ว ผมก็วินิจฉัยแล้วอย่างไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานต้องฟังเหตุผลด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็ฟัง จนหมดแล้ว แล้วผมจึงวินิจฉัยอย่างไร

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานต้องลงมาอภิปราย ข้างล่างครับ ถ้าท่านประธานจะวินิจฉัยอย่างนั้นนะครับ ท่านประธานลงมาอภิปรายข้างล่าง ในฐานะ ส.ส. อภิปรายไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ไม่นั่งครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่นั่ง ใช่ไหมครับ ก็ยืนอย่างนั้นต่อไป เชิญ

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้เลยนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ต้องถอนคำพูดครับ ไม่ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผม ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในการประชุม ถ้าคุณวัชระไม่ฟังประธาน ผมขอเชิญออก นอกห้องประชุมครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมไม่ออกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญเจ้าหน้าที่ ถ้าท่านไม่ออกก็ขอให้เชิญออกนะครับ แล้วไม่ให้เข้าประชุมจนวันนี้ประชุมเสร็จนะครับ เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานไม่เป็นธรรมนะครับ ท่านไม่ควรให้สมาชิกกล่าวร้ายศาลรัฐธรรมนูญโดยท่านประธานรู้เห็นเป็นใจ ท่านประธาน วินิจฉัยไม่ยุติธรรมครับ และผมไม่ออกถ้าท่านประธานวินิจฉัยอย่างนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่เชิญเขาออกไป ถ้าคนเราไม่เคารพกติกาก็ร่วมประชุมกับเขาไม่ได้ เชิญนะครับ เจ้าหน้าที่เอาออกไป แล้ววันนี้ไม่ให้เข้าประชุมด้วยนะ เชิญครับ ให้เอาผู้กำลังยืนอยู่นี่ ออกจากห้องประชุม ถ้าไม่ออกก็อุ้มออกไป ท่านผู้ประท้วงใจเย็น ๆ ครับ เอาทีละท่าน ใจเย็น ๆ ก่อน เดี๋ยวให้ท่านออกไปก่อน เดี๋ยวผมจะให้ท่านประท้วง ทีละเรื่องก่อน คือท่านสมาชิก ต้องฟังประธานในที่ประชุมนะครับ เมื่อประธานวินิจฉัยแล้วก็คือต้องยุตินะครับ เจ้าหน้าที่ เอาออกไปก่อน เพราะผู้ประท้วงเขาไม่ฟังประธาน เขาก็บอกว่าไม่ฟังประธาน ถ้าไม่ฟังผม ก็มีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ ไม่มีอะไรมากเลย คุณหมอเดี๋ยวนะครับ เอาทีละเรื่องก่อนนะครับ เอาท่านออกไปก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะให้ท่านประท้วง เอาท่าน ออกไปก่อนครับ ก็ท่านไม่ออกอย่างไร ผมจึงให้ออกไปก่อน เจ้าหน้าที่เอาออกไป จะไม่ให้ ประท้วงนะครับ นั่งก่อนครับ เดี๋ยวออกไปทีละท่านก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะให้ท่านสมาชิกที่อยู่ ทางนี้ประท้วงก่อน เพราะว่าท่านยืนแล้ว จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ นั่งลงก่อนยังไม่ให้ประท้วง เอาทีละเรื่องก่อนครับ เจ้าหน้าที่เอาออกไป คุณออกไปก่อน คุณออกไปก่อนนะครับ ผมวินิจฉัยแล้วออกไปก่อน เพราะคุณไม่ฟังประธานแล้วก็ไม่เคารพ ก็ต้องออกไป เดี๋ยวผมจะให้ท่านอื่นประท้วงนะครับ ถ้ายังไม่จบ คือเดี๋ยวท่านจะประท้วงผมบอกต้องรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อความสงบเรียบร้อย ในการประชุมของพวกเรา เชิญออกไปก่อนนะครับ เชิญออกไปก่อน ผมเชิญด้วยคำสุภาพ แล้วขอให้หลาย ๆ อย่างเรียบร้อย ท่านก็ไม่ยอมนะครับ ก็มีความจำเป็นต้องเชิญออกจาก ห้องประชุม ครับนี่ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวคุณออกไปก่อน

เชิญเจ้าหน้าที่เอาออกไปก่อนครับ ไม่มีต่อรองครับ เชิญออกไปก่อน เดี๋ยวผมจะ ให้ท่านยืนนี่ประท้วงผมก่อนนะครับ ไม่ออกก็อุ้มออกไปเจ้าหน้าที่ ก็คุณไม่ออก เขาก็ต้อง เอาออกไปสิครับ เอาออกไป เจ้าหน้าที่เอาออกไป เอาออกไป ผมไม่ลุอำนาจหรอกครับ เชิญออกไป ผมจะไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรนะครับ ออกไปก่อน เดี๋ยวค่อยประท้วง อย่างนั้น สถานการณ์มันจะไม่สงบเรียบร้อยครับ ใจเย็น ๆ ไม่มีอะไรมาก ก็คือเชิญออกไปก่อน ออกไปก่อน แล้วก็บรรยากาศทุกอย่างจะสงบเรียบร้อยนะครับท่านบุญยอด ใจเย็น ๆ ครับ ก็ไม่ปฏิบัติตามที่ ประธานพูดอย่างไรครับ พวกเราลองนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่เอา ๆ ผมวินิจฉัยไปแล้ว เชิญออกไปครับ เชิญออกไปครับ เชิญออกไปก่อนครับ เดี๋ยวทุกอย่างจะสงบเรียบร้อยเองครับ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวถ้าออกไปมันก็เรียบร้อย ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเขาไม่ยอมออกให้ ถ้าออกไปแล้วทุกอย่าง ก็เรียบร้อย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เพราะบรรยากาศการประชุมก็สงบเรียบร้อยดีอยู่แล้ว คือประธานปฏิบัติตามข้อบังคับอยู่แล้ว แล้วก็คุณเองไม่ฟังประธาน เขาบอกว่าให้นั่งลงแล้วก็ ไม่พูด ท่านก็บอกผมไม่ฟัง เมื่อไม่ฟังประธาน ผมก็เชิญออกเท่านั้นเองนะครับ ไม่มีอะไรมาก เท่านั้นเอง เจ้าหน้าที่ทำไมไม่เอาออกไปละ เดี๋ยวท่านนิพนธ์ใจเย็น ๆ ครับ คือเดี๋ยวให้ออกไป แล้วท่านก็ต้องคุยกับคนของท่านเองว่าบรรยากาศมันเป็นอย่างไรนะครับ ก็เขาบอกว่าไม่ฟังผม

(นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านนิพนธ์ มีอะไรครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมไม่อยากจะให้ท่านประธานสร้างบรรทัดฐานอย่างนี้ ด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้าเพียงแต่ว่าท่านสมาชิกพูดว่าไม่ฟังท่านประธาน แล้วท่านประธานถึงกับไล่ออก ผมไม่อยากเห็นบรรยากาศอย่างนี้ ท่านอาจจะให้ท่านสมาชิก ถอนคำพูดก็ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องให้สมาชิกออกจากห้องประชุม ผมเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับว่าท่านอาจจะให้โอกาสท่านสมาชิกได้บอกว่า คำพูดอย่างนี้ไม่เหมาะสม ก็ให้ถอนคำพูดเสีย คือก็แค่นี้ครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านนิพนธ์ครับ ท่านอาจจะเข้ามาภายหลัง

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ผมอยู่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือข้อเท็จจริง มันปรากฏว่าท่านวัชระประท้วงประธาน ข้อที่ ๑ แล้วก็ประท้วงผู้กำลังอภิปราย ผมก็ได้ วินิจฉัย ข้อที่ ๑ และข้อที่ ๒ เสร็จแล้ว เขาไม่พอใจคำวินิจฉัยเท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับเรื่อง คำพูดนะครับ ผมก็บอกว่าเมื่อประธานวินิจฉัยเสร็จแล้วก็ต้องเด็ดขาดนะครับ สมาชิกต้องฟัง ถึงจะไม่ถูกใจหรือถูกใจอย่างไรก็ตามนะครับ ขณะนี้ผู้ประท้วงเองไม่พอใจในคำวินิจฉัย ผมก็บอกว่ามันเป็นเด็ดขาดแล้วก็ต้องฟัง เขาบอกเขาไม่ฟัง ผมบอกให้นั่งเขาก็ไม่นั่งนะครับ อย่างนั้นเมื่อไม่ฟังประธานก็ต้องเชิญออกไปก็เท่านั้นเอง ไม่มีประเด็นอะไรมากมายนะครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ผมฟังอยู่ข้างนอกเมื่อสักครู่นี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไรครับ ผมเดี๋ยวจะเอาให้จบ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

นิดเดียวครับ เพราะว่าท่านประธาน บอกว่าให้ออกไปแล้ว วันนี้ไม่ให้เข้าเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ซึ่งเป็น อำนาจของประธานอย่างไรครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ก็เราไม่เคยปฏิบัติอย่างนี้กันมาในสภา ผมไม่อยากเห็นท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็น อำนาจของประธานอย่างไรครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ผมด้วยความหวังดีท่านประธานนะครับ และอยากจะเห็นบรรยากาศการประชุมดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าถ้า ท่านประธานให้ท่านวัชระถอนคำพูดแค่นี้ ผมเชื่อว่าการประชุมเดินต่อเนื่องไปได้ ผมไม่อยากจะ ให้มีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น ท่านประธานคงเข้าใจผมแล้วก็ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เขาไม่ฟัง ประธานอย่างไร ท่านฟังประธาน ท่านไม่ฟังประธานท่านก็บอกว่าไม่ถอนไม่อะไร ท่านก็เถียง อยู่อย่างนี้

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ผมไม่อยากจะพูดโต้แย้งกับประธาน อย่างนี้ ผมก็เคารพท่านประธาน ผมไม่อยากจะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้น ผมเชิญท่านออกไปก่อนนะครับ เชิญออกไปก่อน เดี๋ยวผมจะได้ประชุมต่อ เจ้าหน้าที่ เอาออกไปก่อนครับ ให้ออกไปสงบสติอารมณ์นิดหนึ่งแล้วเดี๋ยวผมจะอนุญาตอีกทีหนึ่ง เชิญก่อน ผมขอร้องคุณวัชระ เพชรทอง ครับ เชิญก่อนครับ เดี๋ยวอาจารย์รัชฎาภรณ์ใจเย็น เชิญก่อนครับ เชิญออกไปก่อนครับ เดี๋ยวผมประชุมแล้วเดี๋ยวผมจะอนุญาตให้เข้ามา เชิญครับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญ คุณหมอชลน่านมีอะไรเมื่อสักครู่นี้

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๔ ประท้วงท่านสมาชิกที่ฝ่าฝืนข้อบังคับข้อนี้ ผมเอง ต้องด้วยความเคารพจริง ๆ นั่งฟังในที่ประชุมมาตลอด คำสั่งประธานถือเป็นเด็ดขาด ถ้าผมถูกสั่งให้ถอนคำพูดผมก็ถอนก็จบไป แต่ด้วยข้อบังคับข้อนี้มันก็จำเป็นที่ท่านประธาน จะให้สมาชิกได้นั่งลง เมื่อไม่นั่งท่านก็ทำตามข้อบังคับ ก็คือขอให้ออกจากห้องประชุม เมื่อไม่ออก ท่านประธานก็มีอำนาจชอบที่จะขอให้เจ้าหน้าที่นำตัวออกไป ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๔ เขียนชัด ถ้าไม่ทำตามนี้ผมเองก็ประท้วงท่านประธานให้ท่านประธานวินิจฉัยอีกคราวหนึ่งเพื่อความสงบ เรียบร้อยของการประชุมนะครับ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยข้อบังคับเพื่อการประชุม จะได้ดำเนินการไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมปฏิบัติ ตามข้อบังคับทุกประการแล้วตามที่คุณหมอชลน่านพูดนี้ คือเหลืออย่างเดียวก็คือวิธีปฏิบัติ เท่านั้นเองนะครับ ก็ขอความร่วมมือด้วยความร่วมมือดี ๆ นะครับ เหตุผลอื่นเราฟัง ข้อเท็จจริง ไม่มีอะไรเลยในการประชุมวันนี้ไม่มีอะไรเลย เป็นการให้เหตุผลประกอบในการ ที่จะพิจารณาเรื่องเงินเดือนและเงินค่าตอบแทนเท่านั้นเอง เพียงแต่เขาไปหยิบยกในเหตุผล ข้อที่ ๓ ขึ้นมาเท่านั้นเอง คุณบุญยอดช่วยเจรจาหน่อยนะครับ ท่านนิพนธ์ไม่เป็นอะไรครับ คือถ้าออกไปทุกอย่างมันก็สงบ คือถ้าจะให้เขาไปถอนกัน มันไม่มีอะไรจะถอนเลยนะครับ เพราะว่าท่านไม่ได้โต้เถียงที่จะต้องถอนคำพูดอะไรเลย ท่านวัชระนะครับ เพียงแต่ว่าท่าน ไม่ฟังประธานเท่านั้นเอง ก็มีเท่านี้ เชิญท่านก่อนครับ เดี๋ยวท่านนิพนธ์ก่อนครับ ท่านนิพนธ์ ใจเย็น ๆ ครับ เชิญท่านนิพนธ์ บุญญามณี ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ผมนิดเดียวจริง ๆ ครับท่านประธาน ไม่เป็นอย่างอื่นเลย นอกจากด้วยความปรารถนาดีว่า ผมเกรงว่าท่านประธานจะวินิจฉัย เกินเลยข้อบังคับ เพราะนั่งฟังอยู่ ครั้งแรกอยู่สภานี้มาพรุ่งนี้ครบ ๒๐ ปี พรุ่งนี้ผมเป็น ส.ส. ครบ ๒๐ ปีในสภาแห่งนี้ ไม่เคยได้ยินที่บอกว่าห้ามเข้าประชุมอีก เพราะการเข้าประชุม ของสมาชิกมันเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไร ท่านดูข้อบังคับก่อน ท่านนิพนธ์ใจเย็น ๆ ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ท่านให้ออกได้ แต่ท่านไม่สามารถสั่ง บอกว่าไม่ให้เข้าวันนี้ ถ้าหากกฎหมายอื่นเข้ามา กฎหมายฉบับนี้ผ่าน กฎหมายฉบับอื่นเข้ามา ต่อจากการประชุมฉบับนี้ก็ต้องมีสิทธิเข้ามา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไรครับ ผมเข้าใจ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานวินิจฉัยเลยข้อบังคับ ผมกลัวเพื่อนผมจะเสียหาย ด้วยความปรารถนาดี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไร ผมเข้าใจข้อแนะนำของท่านนิพนธ์ ท่านบุญยอดช่วยเจรจาหน่อย ปกติท่านก็เป็นคนที่นั่นอยู่

นายนิพนธ์ บุญญามณี สงขลา

ที่จริงถ้าท่านประธานเชื่อผมเรื่องจบเลย ถ้าท่านประธานเชื่อผมเรื่องจบเลยครับ และประชุมต่อได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านนิพนธ์ ผมก็บอกเขาไม่ฟัง ผมก็เชิญออกนะครับ ถ้าออกไปก็เป็นอำนาจที่ประธาน จะกำหนดหลักเกณฑ์ไว้เบื้องต้นนะครับ เดี๋ยวท่านออกไปผมก็อนุญาตให้เข้ามา ตอนนี้ให้ ท่านไปสงบสติอารมณ์ก่อน เชิญครับ ท่านมีอะไรครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า เมื่อสักครู่ผมฟังอยู่ด้านนอกนะครับ แต่ด้วยความเคารพว่าพวกเราก็ฟังการประชุมถ่ายทอดสภา โดยสม่ำเสมอ ผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ แต่ต้อง กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าที่จริงเรามีวิธีการที่เราปฏิบัติทำกันอยู่ อย่างเช่น ท่านสมาชิก ที่ไม่ปฏิบัติตามสภา หรือมีสมาชิกประท้วงหลายคน หรือประสงค์ให้ที่ประชุม ผู้ที่ยืนขึ้นนั่งลง ท่านประธานยืนขึ้นได้ หรือท่านประธานใช้มาตรการอื่น แต่ว่าเมื่อสักครู่ผมตกใจเหมือนกัน ที่ได้ยินท่านประธานบอกว่าถ้าไม่ออกอุ้มไปเลย ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า บังเอิญคงจะมีอารมณ์ด้วยกัน แต่ว่าวิธีการอย่างนั้นไม่มีในข้อบังคับใด ๆ แล้วผมทราบดีว่า กรณีสมาชิกถ้าเราพูดกันด้วยดี ๆ เราก็สามารถเชิญสมาชิกออกไปนอกห้องประชุมเมื่อไม่เห็นด้วย กับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือกรณีไม่ถอนคำพูด กรณีที่ท่านประธานสั่งให้ถอน เราก็ใช้วิธีเดินออกนอกห้องประชุม หรือเชิญออกจากห้องประชุมเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าบางครั้ง เมื่อสักครู่ท่านประธานก็พูดผิดไปเรื่องว่าถ้าไม่ออกก็อุ้มไป ผมตกใจครับ เพราะว่าในสภานี้ เราไม่เคยเกิด แล้วเราคิดว่าพวกผมก็จะพยายามที่จะช่วยกันพูด แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องขอ ท่านประธานนะครับว่า คงไม่สามารถที่จะบอกสมาชิกว่าออกจากห้องประชุมแล้วห้ามเข้ามาอีก มันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีในข้อบังคับใด ๆ จริง ๆ ไม่ว่าประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือประชุมรัฐสภาก็ตาม ท่านประธานครับ ผมขอให้ท่านประธานกลับคำวินิจฉัยหน่อยได้ไหมครับ แล้วให้สมาชิก ปฏิบัติตามท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้น ผมเชิญออกนอกห้องประชุมครับ เชิญไปก่อนนะครับ ไม่เป็นอะไรเชิญออกไปก่อน ไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญออกไปก่อนครับ เชิญออกนอกห้องประชุมก่อนครับ เดี๋ยวผมจะได้ ประชุมต่อ เชิญครับ เพราะท่านไม่ฟัง ขนาดผมเชิญแล้วยังไม่ฟังเลย จะให้ผมทำอย่างไร ก็ต้องให้ออกไปเชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

สั่งให้เจ้าหน้าที่มาอุ้มไม่ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่อุ้มหรอกครับ เชิญท่านออกไปดี ๆ ครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ให้ท่านถอนอุ้มสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมถอน อุ้ม ออกไปครับ ผมถอนแล้วครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ถ้าถอนคำว่า อุ้ม ผมก็ออกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ขอบคุณมาก เชิญท่านครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อยากเรียนกับท่านประธานว่าผมรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่าท่านประธานนอกจากสมาชิกที่ท่านประธานเห็นว่ามีส่วนผิดพลาดแล้วผมคิดว่า ท่านประธานเองท่านก็มีส่วนหนึ่งที่ท่านควรจะทบทวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการ ที่ท่านประธานได้ทำกับสมาชิก เพราะขั้นตอนในการที่จะเชิญสมาชิกออกนอกห้องมันยังมี ขั้นตอนในการที่ท่านประธานให้ท่านสมาชิกนั่งลง เมื่อท่านสมาชิกไม่นั่งลงท่านประธาน ก็สามารถยืนขึ้นได้และท่านสมาชิกก็นั่งลง แต่ว่าท่านประธานก็ข้ามขั้นตอนแล้วก็รวบรัดที่จะ ไล่สมาชิกออกจากนอกห้องไป นี่ประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ ท่านประธานวินิจฉัยผมนั่งอยู่ข้างนอกผมฟังนะครับว่า ผู้อภิปรายได้เอาเรื่องที่บุคคลภายนอกกล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน คือท่านประธานวินิจฉัยว่าเอามาพูดได้ คือการกล่าวหาของผู้บุคคลภายนอกมาพูดในสภา ไม่ได้ท่านประธาน ถ้าหากว่าใครจะกล่าวหาท่านประธานว่าท่านประธานเป็นนักตกทรัพย์อย่างนี้ แล้วผมบอกว่าคนข้างนอกมาพูดอย่างนี้ แล้วท่านประธานเสียหายไหม กล้าให้พูดไหมล่ะ ไม่ได้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ใครอ้างจากภายนอกว่าบุคคลภายนอกพูดว่าอย่างนั้นว่า อย่างนี้มาพูดในสภาไม่ได้ ท่านประธานต้องให้ถอนคำพูด เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับที่ คุณวัชระ เพชรทอง ให้ถอนคำพูดที่กล่าวหาว่าศาล ๒ มาตรฐาน โดยท่านประธานวินิจฉัยว่า เป็นคำพูดจากบุคคลภายนอก ซึ่งไม่ถูกต้องครับท่านประธาน ผมอยากให้ท่านประธาน ได้วินิจฉัยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก เชิญอภิปรายต่อครับ เดี๋ยวให้ท่านอภิปรายเสร็จแล้วท่านค่อยพูด เชิญครับ

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ บรรยากาศก็กำลังดี ๆ อยู่นะครับ ผมเองก็เป็นห่วงความรู้สึกของประชาชน แต่ผมไม่ได้ติดใจ หรอกครับ ผมก็ขออภิปรายต่อก็แล้วกันครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมกำลังเรียนกับ ท่านประธานว่าในการพิจารณาขึ้นเงินเดือนขององค์กรอิสระตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เห็นด้วย สนับสนุน แต่การเห็นด้วยและสนับสนุนนั้น ผมให้ข้อคิดว่าไม่น่าจะมีเหตุผลเพียงเหตุผลเดียว คือสภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป มันน่าจะมีเหตุผลอื่น ๆ นำมาประกอบในหลักการ และเหตุผลในการทำกฎหมายฉบับนี้ นั่นก็คือต้องคำนึงถึงเนื้องานด้วย ต้องคำนึงถึง การอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นด้วย และ

ประเด็นต่อไปที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานซึ่งถือว่าสำคัญที่สุด ผมคิดว่า เงินเดือนที่ขึ้นน้อยไปเสียด้วยซ้ำไป เพราะว่าภารกิจขององค์กรอิสระผมดูแล้วก็หนักหนา สาหัสอยู่ ฉะนั้นเรื่องอื่น ๆ ที่ผมคิดว่าจะต้องนำมาประกอบในการที่จะพิจารณาขึ้นเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์อื่น ๆ ก็ต้องคำนึงถึงว่าองค์กรอิสระเหล่านั้นน่าจะยึดโยง กับอำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก วันนี้เราต้องยอมรับ ความจริงอย่างหนึ่งว่าที่มาขององค์กรอิสระ ท่านประธานที่เคารพรักครับ หลายคนก็ไม่สบายใจ เรื่องของที่มาขององค์กรอิสระ ไม่มีความชอบธรรม เป็นที่กล่าวกันทั่วไปครับ นี่คือข้อคิด นี่คือทัศนะ ฉะนั้นถ้าทำตรงนี้ให้เรียบร้อย ทำตรงนี้ให้ยึดโยงกับอำนาจอธิปไตยที่เป็นของ ปวงชน อย่าว่าแต่ขึ้นเงินเดือนตามที่เสนอต่อสภานี้เลย ขึ้นมากกว่านี้ก็ยังเป็นการสมควร เสียด้วยซ้ำไปครับ ท่านประธานครับ เหตุผล ๒ เหตุผลที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อ นั่นก็คือ น่าที่จะปรับปรุงโครงสร้างขององค์กรอิสระที่ยังไม่ยึดโยงตอบโจทย์กับการที่ประเทศปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมคิดว่ามันจะงดงาม มันจะสง่างาม และจะมีความชอบธรรมกว่านี้ และ

ข้อสุดท้ายนะครับ ผมมีความเห็นว่าองค์กรต่าง ๆ นี่ในประเทศที่ปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย ปรัชญาและอุดมการณ์ของประชาธิปไตยเราเชื่อว่ามนุษย์มีความโลภ มีความโกรธ มีความหลง มนุษย์หลงในลาภยศสรรเสริญสุข ฉะนั้นมนุษย์ไม่ใช่ผู้วิเศษ มนุษย์ ไม่ใช่เป็นเทวดา ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อมนุษย์มีลาภยศสรรเสริญสุข สิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งองค์กรอิสระก็อยู่ ในกฎเกณฑ์นี้ต้องมีกระบวนการการตรวจสอบและถ่วงดุลเพื่อให้องค์กรอิสระสง่างาม ความชอบธรรม ความเหมาะสม ความเป็นเหตุเป็นผลในการที่จะพิจารณาตอบแทนในการ ขึ้นเงินเดือนก็ดี เพิ่มเงินประจำตำแหน่งก็ดี หรือผลตอบแทนในเชิงผลประโยชน์อื่น ๆ ใด ๆ ก็ดี จะดูเหมาะสมและสง่างามกว่านี้ แต่เอาเถอะครับท่านประธานที่เคารพ เพียงแต่สภาวะ เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปในวันนี้ ผมเองก็เห็นด้วย ผมเองก็สนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ กราบเรียนท่านประธานแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธนิตพล

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก เมื่อสักครู่นี้ผมจะขอท่านประธาน พูดถึงกรณีที่ท่านประธานได้วินิจฉัยไปเมื่อสักครู่ครับ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในวิปของฝ่ายค้านครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ในส่วนของคำวินิจฉัยของท่านประธานตามระเบียบ ข้อบังคับ ผมไม่ขัดข้องใจนะครับว่า ถ้าท่านประธานบอกว่าข้อบังคับเขียนไว้ว่าอำนาจที่ท่านประธาน ตัดสินนั้นเป็นอำนาจที่ที่สุดแล้วตามข้อบังคับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในฐานะวิปฝ่ายค้าน ก็คือว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ครับ เราประชุมสภากันหลายครั้ง และท่านประธาน ทั้ง ๓ ท่านมีหลายครั้งที่บางครั้งคำวินิจฉัยของท่านมันเป็นคำวินิจฉัยที่ตึงเกินไปจนกระทั่ง พวกเราที่เป็นฝ่ายค้านเราทำงานกันลำบาก แน่นอนครับว่า สิ่งที่เขียนในข้อบังคับมันเขียนไว้ สำหรับการควบคุมการประชุม แต่ผมคิดว่าท่านประธานเองท่านก็ต้องช่วยวิปทั้ง ๒ ฝ่าย ในการบริหารอารมณ์ เพราะถ้าท่านไม่ช่วยในการบริหารอารมณ์ของเพื่อนสมาชิก ผมคิดว่า การประชุมต่าง ๆ ที่จะดำเนินต่อไปในอนาคตและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มันไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมก็จะถามท่านประธานครับในฐานะวิปฝ่ายค้าน ท่านประธาน คิดว่าการประชุมแต่ละครั้ง ถ้าไม่มีฝ่ายค้านร่วมในการประชุมไปได้ไหมครับสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานตอบได้ไหมครับว่า ท่านคิดว่าอย่างไรเรื่องนี้ก่อน ถ้าท่านคิดว่ามันไปได้พวกผม ไม่เป็นไรครับ ท่านเอากฎหมายเข้ามา พวกเรามีบ้างครับที่อารมณ์เสีย มีบ้างครับที่จะต้อง ปกป้องสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และแน่นอนครับบางครั้งมันก็ทำรุนแรงบ้าง ไม่รุนแรงบ้าง แต่ในส่วนนี้ผมคิดว่าเป็นความรับผิดชอบท่านประธานว่าต้องช่วยวิปทั้ง ๒ ฝ่าย ในการบริหารอารมณ์ ท่านประธานคิดว่าอย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมต้อง ขอบคุณท่านธนิตพลนะครับ คือประเด็นที่เกิดเหตุการณ์เมื่อกี้นี้นะครับ ถามว่าเกี่ยวข้องกับ การบริหารการจัดการวิปทั้ง ๒ ฝ่ายหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวข้อง ท่านให้ความร่วมมือดีมาก ในฐานะวิปทั้ง ๒ ฝ่าย แต่ประเด็นข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนี้ครับ ผมนั่งอยู่แล้วก็หลายท่าน อาจจะไม่อยู่ในที่แห่งนี้นะครับ คือท่านวิภูแถลงท่านอธิบายประกอบข้อคิดเห็นของท่านว่า การจะขึ้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของ ๕ องค์กรอิสระ ท่านให้ความเห็นของท่าน อย่างนี้ว่า มันไม่ใช่จะมาดูในเรื่องเฉพาะเหตุผลที่รัฐบาลเสนอต่อสภาแห่งนี้ว่าเรื่องฐานะ ทางเศรษฐกิจ ท่านก็บอกว่ามันน่าจะมีเหตุผลอื่นประกอบไปด้วย ท่านก็ลำดับเรื่องของท่าน มาถึงลำดับที่ ๓ อยู่ ซึ่งผมนั่งจดอยู่ ของท่านมีอยู่ ๕ ประเด็น ซึ่งจบเมื่อกี้นี้ ประเด็นที่ ๑ ท่านบอกว่านอกจากดูฐานะทางเศรษฐกิจแล้วนะครับ ท่านก็บอกว่าน่าจะดูเรื่อง ประสิทธิภาพในการทำงาน อันที่ ๑ ที่ท่านนำเสนอมา ท่านก็อธิบายประสิทธิภาพของท่านไป อันที่ ๒ ท่านก็ดูเนื้อของงานคืองานในหน่วยงานที่ ๕ หน่วยงานนี้ น่าจะดูประกอบในเรื่อง ของการปรับขึ้น เรื่องที่ ๓ ที่มีปัญหากันเกิดขึ้นก็คือ เรื่องที่ ๓ ท่านก็บอกว่ามันจะต้องมี ความซื่อสัตย์โปร่งใสและท่านก็หยิบยกเหตุผลในเรื่องของบุคคลภายนอกพูดขึ้นมาในเรื่องของ ๒ มาตรฐานก็เท่านั้นเอง แล้วก็มีการประท้วงขึ้นมา ประท้วง ๒ ข้อ ข้อที่ ๑ ประท้วงว่าประธานไม่ดำเนินการตามข้อ ๘ ประท้วงที่ ๒ ก็คือผู้อภิปรายอภิปรายนอกจากที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็ได้ วินิจฉัยว่าผมได้ควบคุมการอภิปรายอยู่ในประเด็น แล้วก็ผู้อภิปรายกำลังเสนอเหตุผลอยู่นะครับ ในขณะนั้นยังไม่มีข้อที่ ๔ ข้อที่ ๕ แล้วก็ผมวินิจฉัยว่ายังอยู่ในประเด็นในเหตุผลสนับสนุน แล้วท่านให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมนะครับ ผมวินิจฉัยเสร็จเรียบร้อย แต่ท่านผู้ประท้วงนี่ ท่านไม่พอใจคำวินิจฉัยของผมเท่านั้นเองนะครับ ผมก็บอกว่าเมื่อผมวินิจฉัยแล้วก็ต้องเป็นไป ตามนี่ล่ะ ท่านก็ไม่พอใจ ผมก็เลยบอกว่าคำวินิจฉัยจะให้ถูกใจและพอใจทุก ๆ ฝ่ายไม่ได้ ประเด็นปัญหาต่อมาก็คือว่าเมื่อวินิจฉัยเสร็จแล้ว ผมก็เชิญบอกนั่งลงนะครับ เมื่อท่านบอกว่า ท่านไม่นั่ง แล้วท่านก็ไม่ปฏิบัติตามนะครับ ผมบอกอย่างนั้นก็เชิญออกไป ก็เท่านั้นเอง มีเท่านี้ ไม่มีอะไรเลย ในฝ่ายของท่านให้ความร่วมมือดี เพราะเราก็ประชุมกันมาตลอด อันนี้ เป็นเรื่องของการควบคุมการประชุมเท่านั้นเองนะครับ เชิญท่านธนิตพล ท่านจะได้นำ ข้อคิดเห็นของท่านต่อไป เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผมเรียนท่านประธาน อย่างที่ผม กราบเรียนนะครับว่าถ้าท่านประธานบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องของวิปทั้ง ๒ ฝ่าย ผมคิดว่า ไม่ใช่ละครับ เพราะผมพูดย้อนกลับไปถึงว่าตลอดระยะเวลาที่เราประชุมกัน ท่านประธาน ไม่ได้ช่วยพวกเราโดยเฉพาะพวกผมนี่นะครับ เพื่อบริหารอารมณ์ของสภาผู้แทนราษฎรเลย ถามว่าทำไมต้องบริหารเพื่อให้การประชุมเดินหน้าได้ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อยครับ ท่านประธานจะบอกว่าท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ผมไม่เอ่ยนามท่านเพื่อจะได้ไม่ต้องพาดพิง ท่านจะบอกว่าเรื่องต่าง ๆ เป็นอย่างไร แล้วท่านพูดอีกว่าผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังการประชุมตลอด แล้วท่านประธานก็รู้ว่าผมเป็นวิปทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลมา ผมไม่ค่อยพลาดนะครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่ผมถามก็คือว่าถ้าท่านประธาน ยังเห็นว่าการประชุมนั้นจำเป็นต้องมีฝ่ายค้านในการตรวจสอบอย่างเช่นกฎหมายฉบับนี้นะครับ หรือกฎหมายที่สำคัญในอนาคตนี่ ผมคิดว่าท่านประธานใช้วิธีการวินิจฉัยที่ตึงเกินไปนี่ พวกผมก็ไม่เห็นด้วยครับ แล้วมันจะนำไปสู่การที่จะไม่สามารถประชุมร่วมกันได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ เดี๋ยวใจเย็น ๆ ครับ คือต้องฟังเพื่อนสมาชิกก่อนนะ ท่านยังพูดไม่จบ อดทนนิดหนึ่ง เดี๋ยวค่อยประท้วงครับ ท่านกำลังอธิบาย ไม่เป็นอะไรครับ ท่านกำลังหารืออยู่ในประเด็นนี้ เชิญต่อครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ประเด็นต่อมาครับท่านประธานครับ ผมก็กำลังจะถามท่านประธานว่าที่ท่านประธานไล่ให้ผมฟังโดยที่ผม ท่านประธานก็ให้เกียรติผม โดยการไม่ปิดไมโครโฟนผมนี่นะครับ ผมก็อยากจะบอกท่านประธานว่าตลอดระยะเวลา ที่ท่านผู้อภิปรายได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ มีเรื่องหนึ่งที่เราเคยเจอกันในสภาหลายครั้งคือ เรื่องที่มีเพื่อนสมาชิกได้อ้างถึงบุคคลภายนอกว่ากล่าวอย่างโน้น กล่าวอย่างนี้ แล้วทำให้อีก บุคคลหนึ่งเสียหาย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เราควรจะมีโอกาสให้คนที่เอาเรื่องของใครไม่รู้ ที่เราไม่รู้มาพูดอ้างเพื่อด่าอีกคนหนึ่งนี่ ผมก็จะถามความเห็นที่ ๒ ท่านประธานว่า ท่านประธานเห็นว่าเรื่องอย่างนี้พูดได้ไหมครับ ถ้าคำวินิจฉัยของท่านประธานต่อท่านวัชระแล้ว ท่านบอกว่าพูดได้ไหม ถ้าท่านบอกว่าพูดได้นี่ผมเลยอยากรู้ว่าเหตุผลอะไรที่ท่านอนุญาต ให้เพื่อนสมาชิกอ้างคำพูดของคนคนหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าใคร แล้วก็บอกด่าคนโน้นที ด่าคนนี้ที ผมคิดว่าถ้าท่านประธานไม่อนุญาตก็ต้องไม่อนุญาตทั้งหมด ถ้าอนุญาตก็ต้องอนุญาตทั้งหมด แล้วขอเหตุผล แต่เหตุผลแรกที่ผมถามท่านประธานว่าท่านเห็นว่าฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ควรประชุมร่วมกันไหมนี่ อยากจะได้คำตอบเช่นเดียวกันครับ เชิญครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ผมตอบ ท่านไปแล้วอย่างไรครับ ทุกอย่างว่าต้องร่วมกัน เราก็ประชุมกันหารือหลายครั้งในนอกรอบนี่ ผมก็เชิญทั้งทุกฝ่ายมาเพื่อที่จะให้การดำเนินกิจกรรมของสภานี่เป็นไปด้วยความราบรื่นนะครับ ในข้อที่ ๑ นะครับ เชิญท่านนั่งลงได้ครับ คุณหมอมีอะไรไหมครับ หมดแล้วครับ ข้อที่ ๒ ก็คืออย่างนี้ครับ การจะวินิจฉัยประเด็นอะไรที่เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นประท้วงนี่นะครับ มันไม่ใช่ดูเฉพาะถ้อยคำอย่างเดียว มันต้องดูประโยคที่เขานำเสนอทั้งประโยคว่าเขากำลัง พูดกล่าวหาพาดพิงกระทบกระทั่งใคร อย่างไร ฉะนั้นอันนี้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงแต่ละเรื่อง แต่ละเรื่องไป จะเอาเรื่องเดียวแล้วก็มาเป็นบรรทัดฐานไม่ได้นะครับ เชิญคุณหมอสุกิจครับ ผมว่าน่าจะพอแล้ว เชิญท่านครับ เดี๋ยวคุณหมอสุกิจนั่งลงก่อน ให้ท่านธนิตพล

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผมขอท่านประธานอีกนิดเดียวครับ ผมถามท่านประธานสั้น ๆ นะครับว่ากรณีของเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายโดยอ้างคำพูดของ บุคคลหนึ่ง แล้วใส่ร้ายหรือกล่าวหาบุคคลอีกบุคคลหนึ่ง หรือองค์กร ๆ หนึ่งให้เสียหาย อย่างนี้ครับ ท่านประธานวินิจฉัยว่าสามารถพูดในสภาแห่งนี้ได้ หรือวินิจฉัยว่าไม่สามารถพูด ในสภาแห่งนี้ได้ครับ ผมต้องการคำตอบเท่านี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมอธิบายไปแล้ว ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอสุกิจเชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๖๑ ครับ ตอนที่ท่านประธานตอบคุณธนิตพลนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงครับ เพื่อความเป็นธรรมกับคุณวัชระ เพชรทอง เพราะว่าประเด็นที่คุณวัชระประท้วงคุณวิภูแถลง ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ก็คือว่าให้ถอนคำพูดที่ว่าคุณวิภูแถลงได้กล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญมี ๒ มาตรฐาน แล้วท่านประธานก็ได้วินิจฉัยว่าคุณวิภูแถลงไม่ต้องถอน โดยให้เหตุผลว่า คุณวิภูแถลงอ้างเอาคำพูดของพี่น้องประชาชนข้างนอกมาพูด ซึ่งอันนี้ที่ทำให้คุณวัชระ ไม่พอใจท่านประธานว่าท่านประธานวินิจฉัยไม่ถูกต้องครับ ประเด็นเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ผมนั่งอยู่ในห้องนี้ตลอดครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานจะเล่าอะไรก็โปรดให้เป็นธรรม กับคนอื่นด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยไปแล้ว ไม่เป็นอะไรครับ คือถ้าโต้กันไปโต้กันมามันไม่จบ คือเมื่อประธาน ได้วินิจฉัยแล้วก็ถือว่าข้อเท็จจริงก็ยุติไปแล้วนะครับ ผมไม่อนุญาตนะครับ เพราะประธาน ได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ผมวินิจฉัยประเด็นของท่านไปแล้ว เพราะว่าท่านวัชระ เพชรทอง ประท้วง ๒ ประเด็น ผมก็วินิจฉัยเป็นประเด็น ๆ ให้ ไม่เป็นอะไรครับ มันบันทึกไว้ คือมันก็ ไม่ได้เสียหายนะครับ เชิญนั่งลงเถอะ เดี๋ยวผมจะให้ท่านนิยม เวชกามา อภิปรายต่อ

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท บัญชีรายชื่อ

ผมเสียหายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ เอาสั้น ๆ เสียหายประเด็นอะไรครับ

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท บัญชีรายชื่อ

เสียหายประเด็นที่บอกว่า ผมได้ใส่ร้ายศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้ใส่ร้ายเลย ผมเพียงแต่เล่าให้ฟังว่าเสียงจากภายนอก เขาซุบซิบกันถึงเรื่องอย่างนี้ แล้วก็ผมบอกว่าขอเรียนไปยังผู้ประท้วงนะครับ อุปนิสัยใจคอผม ไม่ใช่คนประเภทตอดเล็กตอดน้อย ผมขอบคุณเสียด้วยซ้ำไปช่วยใส่ปุ๋ยให้ผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ใจเย็น ๆ ครับ เอาทีละท่าน เอาจ่าประสิทธิ์ก่อน เพราะจ่าประสิทธิ์ยืนมาครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ได้ประท้วงเลย

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอหารือท่านประธานนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ให้หารือครับ ท่านใช้สิทธิประท้วง

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผมประท้วงก็แล้วกัน ท่านประธานต้องใช้กฎข้อบังคับ ข้อ ๘ โดยเคร่งครัด และในกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๓ คำวินิจฉัย ของประธานถือว่าเด็ดขาด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านประท้วงอะไร

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผมประท้วงท่านประธาน ท่านประธานไม่ได้ฟังหรือครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ว่าผมทำผิด ข้อ ๘ ใช่ไหม

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานฟังผมก่อนนะครับ ก่อนที่ประธานจะวินิจฉัย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. และเพิ่งเป็น ส.ส. ใหม่ ผมรู้สึกละอายแก่ใจเหลือเกิน โดยเฉพาะ ส.ส. รุ่นพี่ที่เขาเป็น ส.ส. มานานแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ เดี๋ยวฟังก่อน คือเดี๋ยวเอาอย่างนี้ คือเวลาประท้วงท่านบอกหน่อยว่าประธาน หรือท่านอธิบายข้อเท็จจริงก็ได้ แล้วก็บอกว่าฝ่าฝืนข้อบังคับเรื่องอะไรนะครับ แต่ถ้าท่านประท้วงแล้วไม่พอใจเพื่อนสมาชิก มันไม่ได้นะครับ เดี๋ยวท่านสมาชิกที่ถูกกระทบกระทั่งท่านก็ขอใช้สิทธิมันไม่จบนะครับ เอาใหม่ครับ เชิญครับ ให้สิทธิท่านประท้วงอยู่ คุณหมอเชิดชัยช่วยหน่อยสิ เปิดข้อประท้วงด้วย

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานผมจำข้อบังคับได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วง ท่านประธานกระทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ และผมอยากให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ให้เคร่งครัดโดยเฉพาะวรรคท้าย ผมเป็น ส.ส. ใหม่ ผมรู้สึกอายแก่ใจเหลือเกินเห็น ส.ส. รุ่นพี่บางคน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอานะ ผมจะได้วินิจฉัยนะครับ ท่านอย่าไปถึงท่านสมาชิกคนอื่น เอาเฉพาะเนื้อหาของท่าน

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ในเมื่อประธานมีคำวินิจฉัย ให้เจ้าหน้าที่สภา ให้ตำรวจสภามาเชิญตัวออกไป ทุกครั้งที่ผมเป็น ส.ส. อยู่ตรงนี้เห็นทุกครั้ง ผมรู้สึกว่าเขาเสียเกียรติเหลือเกินตำรวจสภาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนั่งลง ผมจะวินิจฉัยข้อประท้วง เดี๋ยวนะครับ ที่ท่านประท้วงว่าผมไม่ปฏิบัติตามข้อ ๘ เราก็ได้ ปฏิบัติตามข้อบังคับแล้วถือว่าชอบนะครับ เชิญท่านประท้วงอีกท่านหนึ่งจากจังหวัดอุดรธานี เชิญครับ ท่านจะประท้วงนะครับ เอาให้คราวเดียวกันให้จบ ถ้าไม่ประท้วงเชิญท่านนิยม เวชกามา อภิปรายต่อ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมไม่ให้ ประท้วงแล้ว ผมให้สิทธิท่านท่านไม่ใช้สิทธิก็นั่งลงครับ เชิญนั่งลงครับ ท่านไม่ประท้วง เมื่อสักครู่นี้ เชิญท่านนิยมอภิปรายต่อครับ ไม่ให้ประท้วงครับ เชิญนั่งลงครับ ผมให้สิทธิแล้ว ท่านไม่ใช้สิทธิ นั่งลงครับ เชิญท่านนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองเป็นคนหนึ่งที่รับฟังการชี้แจงจากคณะองค์กรนอกรัฐธรรมนูญ ผมขอร่วมแสดง ความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินประโยชน์ตอบแทนอื่น ของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมต้องชื่นชมรัฐบาลยุคนี้ครับ รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้นำ เป็นความกล้าหาญจริง ๆ ท่านประธาน กล้าหาญที่นำเอากฎหมายตัวนี้เข้ามาสภาเพื่อปรับเงินเดือน ความจริงจะมาก จะน้อยผมไม่ว่า แต่กฎหมายฉบับนี้ค้างเติ่งมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้วแล้ว ไม่กล้าแสดง ไม่กล้านำเข้ามา ผมจึงบอกว่าเป็นความกล้าหาญจริง ๆ บางครั้งผมก็ได้สอบถามผู้มาชี้แจงในวิปรัฐบาลแล้วว่า ถ้ารัฐบาลนี้นำกฎหมายนี้เข้าสภาเพราะเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติ ฉบับเดิมปี ๒๕๔๑ เพราะฉะนั้นการปรับเงินเดือนวันนี้ปรับถึง ๔ ขั้น หมายความว่าปรับถึง ๔ บัญชีพร้อมกันถ้าดูแล้วมันก็ไม่ใช่น้อยท่านประธาน ปรับครั้งเดียว ๔ บัญชี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นเงิน ๒๐ กว่าล้านบาท ไม่มากในความรู้สึกของผู้มีเงินทั้งหลายแหล่ แต่พี่น้องประชาชนบ้านผม เขาบอกว่ามหาศาล แต่นั่นไม่เป็นอะไร ไม่ใช่ประเด็น ผมจึงกราบเรียนว่าหลายท่านบอกว่าจะยุบบ้าง อะไรบ้างไม่ใช่หรอกครับ รัฐบาลนี้จำเป็นต้องทำเพื่อเอาความถูกต้อง ถูกต้องอย่างไร กฎหมายถึงได้ค้างเติ่งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ปีนี้ปี ๒๕๕๕ กี่ปีท่านประธานก็ทราบ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าเป็นความกล้าหาญ เพราะฉะนั้นผู้ที่ทำหน้าที่ไม่ว่าศาล รัฐธรรมนูญก็ดี กกต. ก็ดี ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดี รวมทั้ง ป.ป.ช. และ กกต. ถือว่ารัฐบาลนี้ ใจกว้างที่สุด ครั้งที่แล้วไปดองไว้ตั้ง ๒-๓ ปี ไม่นำเข้ามาในสภาทำให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ค้างอยู่ พอค้างอยู่ก็เป็นปัญหา คนที่นำเสนอยอมให้ถูกประชาชนด่าว่าทำไมถึงปล่อยมาอยู่ มาเอาครั้งเดียว ๒๐ กว่าล้านบาท ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แล้วเงินคราวนี้ผมไปไล่ดูแล้วได้ตกเบิก ย้อนหลังคนละหลายแสนบาท เป็นเงินจำนวนมหาศาลเหมือนกัน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพียงแค่ฝากถึงกรรมการทุกองค์กรที่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนคราวนี้ว่า ขอให้ท่านฝากเป็น ความหวังของพี่น้องประชาชน ขอเพียงให้ท่านทำหน้าที่ตัวเองให้ซื่อสัตย์สุจริตให้ดีที่สุด อย่าให้เป็นที่ครหานินทาอย่างที่ผ่านมา ผมเองในฐานะที่เป็น ส.ส. ที่อยู่ในสภาไม่มากไม่มาย ๔- ๕ ปี แต่ว่าก็มีความสนใจว่ารัฐบาลนี้กล้าหาญที่สุด ผมขอนำเสนอเท่านั้นครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ คุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เราพิจารณากฎหมายชื่อยาวเหลือเกินนะครับ คือเกี่ยวกับพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งผมดีใจครับ ความจริงนี่พูดกันส่วนตัวมันน่าจะดองกฎหมายนี้ไว้นาน ๆ ครับ แต่พอมาดู เหตุผลแล้วก็ต้องสนับสนุนเพราะอะไรครับ กฎหมายฉบับนี้มีตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ มา ตอนนี้ ปี ๒๕๕๔ คนเราต้องเป็นปัจจุบันนะครับ ไม่ว่าอะไรก็ตามอดีตก็ว่าไป แต่ปัจจุบันต้องทำให้ดี ที่สุดนะครับ อนาคตก็ยังมาไม่ถึงก็ควรจะดูไว้เฉย ๆ ระวังแค่นั้นเอง ที่ต้องเป็นปัจจุบันก็คือ อะไรครับตามที่ทางรัฐบาลเสนอมาก็คือเรื่องเศรษฐกิจ อันนี้ก็คงไม่มีใครคัดค้าน

อันที่ ๒ ก็คือข้อความต่าง ๆ มันไม่เป็นปัจจุบัน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ก็เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน มันก็ต้องแก้กฎหมาย เพราะว่ากฎหมายที่ล้าหลังก็คงใช้ไม่ได้ ท่านประธานครับเป็นความใจกว้างของรัฐบาลนะครับ ที่ว่าใจกว้างอย่างไรครับ ผมอาจจะพูดอดีต นิดหนึ่งครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญที่ว่ามีการยุบพรรคต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีการผูกใจเจ็บ ก็ยังปรับให้จากบัญชีเป็นบัญชีที่ ๔ แล้วก็เงินที่เพิ่มขึ้นก็ไม่มากเท่าไร อย่างที่คุณหมอชลน่าน ขอเอ่ยนามนิดหนึ่งครับพูด ผมลองบวกลบแล้วนะครับ ท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เพิ่มขึ้น ๖,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นก็เกือบ ๖,๐๐๐ บาท ท่านกรรมการอื่น ๆ ก็เพิ่มขึ้น ๖,๘๐๐ บาท ก็เป็นสิ่งที่ไม่มาก แต่ก็เป็นกำลังใจ แล้วยังไม่พอครับ รัฐบาลนี้ยัง ใจกว้างอีกนะครับ เพราะว่าองค์กรอิสระหรือศาลต่าง ๆ ท่านก็มีศักดิ์ศรี ก็เคยมีสมัยหนึ่ง ที่ว่ามีการเพิ่มเงินเดือนของ กกต. อะไรก็ผิดกฎหมายไป รัฐบาลใจกว้าง คือถ้าเงินเดือน ถ้าเพิ่มไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เพิ่มทุกระดับก็สามารถจะออกเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ ตามมาตรา ๔/๑ ซึ่งอันนี้เป็นความใจกว้างเพราะว่าไม่ต้องมาขอทางสภาอีก ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าท่านกรรมการทั้งหลายท่านก็เป็นคนไทย เป็นคนก็ต้องการเงินเพื่อเป็นปัจจัยในการดำรงชีพ ตามฐานะนะครับ เงินอาจจะไม่สำคัญแต่ก็มีความจำเป็นที่จะใช้เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมขอเสนอประเด็นนิดหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับองค์กรอิสระที่ว่านี้นะครับ งานที่ท่านรับผิดชอบเป็นงานที่สูงส่งนะครับ แล้วก็กำหนดในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ด้วยและ ปี ๒๕๕๐ ด้วย เพราะฉะนั้นลักษณะการทำงานของท่าน ผมไม่อยากจะใช้คำ มาตรฐาน หรืออะไรนะครับ การตัดสินใจของท่าน การปฏิบัติงานของท่านควรจะต้องเป็นธรรมนะครับ ความเป็นธรรมว่ากันไปเราก็ทราบอยู่คืออะไรนะครับ ไม่พูดในที่นี้นะครับ อันที่ ๑

อันที่ ๒ งานต้องไม่ค้าง และต้องรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน เช่น ในหลาย ๆ อย่างที่มันจะหมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. พวกนี้ก็ต้องเอามาดูก่อนนะครับว่าเพื่อรักษา ประโยชน์ของประเทศชาติคดีต่าง ๆ ที่จะหมดอายุความต้องรีบทำให้มันเสร็จนะครับ ถ้าไม่เสร็จเสียหายเยอะ แล้วพอมาพูดถึงเงินเดือนคนเขาก็จะว่าอีก

อันที่ ๓ เกี่ยวกับศาลกับอัยการต่าง ๆ อายุ ๗๐ ปีที่เกษียณ คือผมมีความเห็นว่า อายุมากท่านก็มีประโยชน์ละครับ แต่น่าจะเป็นที่ปรึกษาแล้วก็ไม่ควรจะกินเงินเดือนมาก ๆ

อันที่ ๔ อันนี้เป็นตัวอย่างของการคานอำนาจนะครับ เพราะว่าในเมืองไทย เราลืมพูดเรื่องนี้ครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อาจจะมีการให้อำนาจทางศาลมาก อาจจะ คิดว่าท่านเป็นคนตรงไปตรงมา แต่มันก็เป็นพิษเหมือนกันครับ เพราะว่าการที่ดึงท่านมายุ่ง กับการเมืองมาก มันก็ทำให้เกิดมีปัญหาในประเทศไทย เงินเดือนเป็นตัวอย่างเลยนะครับว่า ท่านต้องเสนอเข้ามาในสภาใช่ไหมครับ สภาจะไม่ให้ก็ได้ แล้วท่านต้องเสนอผ่าน ครม. ด้วยนะครับ เพราะ ครม. เป็นฝ่ายบริหารเงินทอง ต้องหาเงิน เห็นไหมครับ การคานอำนาจต่าง ๆ ขณะเดียวกัน เมื่อท่านตัดสินหรืออะไรต่าง ๆ ก็ต้องให้มันเป็นธรรมนะครับ ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกพูด เรื่องหมอนะครับ ผมขอให้ข้อเท็จจริงนิดหนึ่งนะครับ ความจริงหมอในมหาวิทยาลัยกับหมอ ในกระทรวงก็ไม่ค่อยให้เงินเดือนต่างกันเท่าไรครับ ผมรับราชการทั้งกระทรวงสาธารณสุข แล้วตอนหลังไปเป็นอาจารย์ในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เงินเดือนไม่ต่างกัน เท่าไรครับ แต่เงินเดือนของหมอในทั่ว ๆ ไปมันต่ำอยู่แล้วนะครับ คือต่ำเมื่อเทียบกับอย่างอื่น โดยเฉพาะกับสภาวะเศรษฐกิจ หรือว่าทางเอกชน มีการพูดกันมากมายว่าจะมีการปรับปรุง เงินเดือนหมอเหล่านี้ หรือบุคลากรด้านการแพทย์อื่น ๆ ด้วยนะครับ ผมเห็นด้วยนะครับว่า ควรจะมีการพิจารณาฝากทางท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับว่าบุคลากรด้านสุขภาพ ก็มีความสำคัญ ประเทศที่เขาเจริญแล้วนอกจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การให้สุขภาพ ของคนที่ดีกับการศึกษามันจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการที่จะพัฒนาประเทศไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะพูดมากนะครับ ก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่ชื่อยาว ๆ นี้นะครับ แล้วก็อยากจะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นไปดูในความเหมาะสมของเงินเดือน ขององค์กรต่าง ๆ ว่ามันสอดคล้องกันไหม แล้วก็อยากจะให้ไปดูองค์กรมหาชนที่ว่าเงินเดือน เยอะ ๆ มันมากเกินไปหรือเปล่า แล้วก็เปรียบเทียบกับรายได้ของประเทศด้วยนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัย เหมะ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ สภาพภาวะปัจจุบันนี้ ผมเห็นด้วยครับกับการขึ้นเงินเดือนขององค์กรอิสระตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. กกต. นะครับ แต่ว่าในทางความเป็นจริงแล้วในส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยครับ แต่ว่าในเมื่อ รัฐบาลเสนอมาผมก็ต้องเห็นด้วยครับ แต่ว่าผมมีข้อท้วงติงนิดหนึ่งครับว่าวันนี้ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบนั้นทุกองค์กรครับ ไม่ว่าทุกอาชีพได้รับผลกระทบทั้งหมด วันนี้องค์กรอิสระนั้น อย่างเมื่อกี้เพื่อนผมได้พูดว่ามีครหาจากพี่น้องประชาชน เรื่องนี้เรื่องจริงครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เรื่องจริงครับท่านประธาน เพราะว่าองค์กรอิสระนั้นวันนี้ถ้ามาตามองค์กร ตามรัฐธรรมนูญของประชาชนไม่เป็นอะไรครับ แต่วันนี้องค์กรอิสระมาตามรัฐธรรมนูญของ คมช. ครับ นี่คือที่มาครับท่านประธาน แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือว่าวันนี้องค์กรอิสระอยู่ถึง ๙ ปี ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. สิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับเป็นสิ่งที่อยู่ยาวนานเกินไปหรือเปล่าครับ เพราะฉะนั้น ๓ อำนาจครับท่านประธาน อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ อำนาจบริหาร ๒ อำนาจนั้นมาจากพี่น้องประชาชน คืออำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ แต่อำนาจตุลาการนั้น ยังไม่มีส่วนเชื่อมโยงกับประชาชนเลยครับ เพราะฉะนั้นการใช้อำนาจเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การใช้อำนาจนั้นจะต้องคิดถึงความยุติธรรม ความถูกต้องแล้วก็ไม่ ๒ มาตรฐานครับ นี่คือ สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งของตุลาการ เพราะฉะนั้นถ้าตุลาการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ด้วยความสุจริต เราจะเห็นว่าที่ผ่านมาระยะเวลา ๔-๕ ปีมานี้ปัญหาเกิดขึ้นมากมายครับ มีการชุมนุมประท้วงของหลายกลุ่ม หลายองค์กร และการตัดสินหลายคดีครับถูกมองว่า ไม่ยุติธรรมสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง สีเสื้อหนึ่ง แต่ว่าอีกสีเสื้อหนึ่งนั้นได้รับความยุติธรรมทุกครั้ง ตลอดเลยครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาระยะเวลาที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นวันนี้ถึงแม้ว่าสิ่งจำเป็น อย่างยิ่งก็คือเศรษฐกิจที่มันค่าครองชีพที่สูงขึ้น อาชีพอื่น ๆ ล่ะครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะคุณหมอที่จะต้องเหนื่อยยากลำบาก ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เข้าเวรทำงานตั้งแต่ กลางคืนถึงตีสี่ บุคลากรทางการแพทย์ทั้งหลายเราต้องดูแลส่วนนี้ ส่วนนี้คือส่วนที่บริการ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงครับ เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ก็ดี ผมว่าท่านก็ทำหน้าที่ของท่านมา แล้วหลายชุดด้วยกันที่ผ่านมานั้น เราจะเห็นว่า กกต. บางชุดท่านให้ความยุติธรรม ป.ป.ช. ก็ดี ที่ผ่านมานั้นเราจะเห็นว่า ความยุติธรรมบางอย่างมันไม่ได้รับความยุติธรรมจากหลาย ๆ ส่วน หลาย ๆ พวกด้วยกัน นะครับ หลายคดีวันนี้ยังอยู่ใน ป.ป.ช. ไม่มีการขับเคลื่อนเลย แต่ว่าอีกชุดหนึ่งวันนี้คดีเสร็จสรรพ นี่คือความอยุติธรรม การยุบพรรคการเมืองก็เหมือนกันครับท่านประธาน คดีคล้าย ๆ กัน พรรคการเมือง ๒ พรรค ๓ พรรค ที่ร่วมรัฐบาลกับฝ่ายประชาธิปไตยโดนยุบหมดครับ แต่อีกพรรคหนึ่งที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารเขาก็ยังอยู่รอดครับ เขาไม่เป็นอะไรครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มีความยุติธรรมหรือเปล่า มีความถูกต้องหรือเปล่า ขอให้ท่านประธานได้คิดได้ไตร่ตรองว่าเรื่องนี้ท่านช่วยฝากบอกรัฐบาลด้วยครับว่า การพิจารณาในการขึ้นเงินเดือนนี้ก็ต้องให้มีการพูดถึงเรื่องหน้าที่กระบวนการทั้งหมดว่าท่านทำ ต้องทำด้วยความเป็นธรรม ทำด้วยความถูกต้อง ทำตามตัวบทกฎหมายที่แท้จริงอย่าลำเอียง ข้างใดข้างหนึ่งครับท่านประธาน ถ้าลำเอียงข้างใดข้างหนึ่งความสงบสุขของประเทศไม่เกิดแน่นอน ความยุติธรรมไม่มี ความสงบไม่เกิดแน่นอน สิ่งเหล่านี้องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องใช้ดุลพินิจ จะต้องใช้ความถูกต้อง ความยุติธรรม มาพิจารณาคดี ไม่เช่นนั้นแล้วบ้านเมืองไม่สงบ บ้านเมืองก็วุ่นวาย องค์กรอิสระเหล่านี้ถูกตั้งมาจาก คมช. เพราะฉะนั้นการใช้อำนาจขอให้อย่ารับใช้คนที่มีอำนาจที่ยึดอำนาจจากพี่น้องประชาชนไป ขอให้ถือความถูกต้อง ความชอบธรรม ไม่ใช่บอกว่ามาจากการยึดอำนาจแล้วนั้นทำงานให้ ความเป็นธรรมไม่ได้ แต่วันนี้ที่ผ่านมาครับ ความยุติธรรมมันไม่มีจริง ๆ ครับ จึงออกมา ชุมนุมต่อสู้เรียกร้องอะไรกันเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอฝากบอกองค์กรอิสระ ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครับ ป.ป.ช. ก็ดี กกต. ก็ดีนะครับ ขอให้ท่านรักษา ความยุติธรรม ขอให้ท่านรักษาหน้าที่เพื่อที่จะไม่ถูกครหาครับ วันนี้ยังไม่ทราบหรอกครับว่า สสร. เขาจะมีการยุบหรือเปล่า ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ไม่มีใครรู้ครับ ท่านประธานครับ ผมขอเสริมอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าวันนี้เรามีท่านประธานสภาในการประชุมสภาแห่งนี้ ท่านประธานสภานั้นเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก ส.ส. ทุกคน ส.ส. นั้นได้รับมอบอำนาจ จากประชาชน เพราะฉะนั้นสภาใช้อำนาจแทนประชาชนครับ สภาแห่งนี้ต้องมีระเบียบ มีข้อบังคับ มีกฎเกณฑ์ครับ ไม่อย่างนั้นก็เกิดอาณาธิปไตยในสภาแห่งนี้ ใครจะลุกขึ้นพูดอะไรก็พูด ใครจะลุกขึ้นทำอะไรก็ทำ มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องครับ ท่านประธานก็ไม่สามารถดูแลควบคุม ในการประชุมให้มีความสงบเรียบร้อย เพราะฉะนั้นทุกท่านครับต้องเคารพกติกาของสภาแห่งนี้ ไม่เช่นนั้นพี่น้องประชาชนเขาก็มองว่า ส.ส. ไม่มีระเบียบไม่เคารพในกติกา ท่านประธานสภา คือผู้เป็นประธานสูงสุดที่ได้รับมอบอำนาจจากประชาชนครับ ท่านต้องทำตามข้อบังคับครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านทำถูกต้องแล้วครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านขจิตร ชัยนิคม

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ ท่านขจิตรครับ ท่านบุญยอดประท้วงหรือครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ต้องขออนุญาตท่านขจิตร นะครับ สั้น ๆ เท่านั้นเองครับ ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธานเพราะว่ามีสมาชิก ที่พยายามที่จะกล่าวที่ผ่านมานี้นะครับ ใช้วิธีการเดิม ๆ ก็คืออาจจะไม่ได้เอ่ยชื่อแต่ว่ากล่าวถึง หน่วยงานภายนอกนี้นะครับ แล้วเป็นการโจมตี หน่วยงานภายนอกไม่สามารถที่จะเข้ามา อธิบายในสภาแห่งนี้ได้ ผมคิดว่าท่านประธานเองอาจจะไม่ได้ตั้งใจฟังทุกคำพูดก็เลยอาจจะ ไม่ได้คิดว่าเป็นคำที่เหมือนกับการเสียดสีหรือไม่นะครับ แต่ผมคิดว่าท่านประธานคงจะต้อง พยายามตั้งใจสักหน่อยนะครับ ๒ ท่านที่แล้ว ทั้ง ๒ ท่านกล่าวในทำนองที่เป็นการให้ร้ายกับ องค์กรภายนอกนะครับ ก็ไม่อยากจะลุกขึ้นมาประท้วงในขณะนั้นเพราะว่าไม่อยากให้ บรรยากาศของการประชุมนั้นต้องสูญเสียไปนะครับ เพียงแต่ขอติงท่านประธานสักนิดหนึ่ง นะครับว่าในการอภิปรายของสมาชิกก็ต้องอยู่ในข้อบังคับด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมยึด ข้อบังคับเป็นหลักครับ เชิญท่านขจิตรครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเอาเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ ก็แล้วกันครับ เชิญท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่จะเพิ่มเงินเดือน เป็นเรื่องร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ถ้าพี่น้องประชาชน ผมเห็นกฎหมายฉบับนี้เขาคงจะบอกผมพูดดังต่อไปนี้

ข้อที่ ๑ จากเหตุผลที่บอกว่าสภาวะทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปแต่มาดู รายละเอียดการเพิ่มเงินเดือนแต่ละคนเงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และเงินค่ารับรอง เงินเดือนบวกกันแล้วเป็น ๑๑๐,๐๐๐ บาท แล้วมาเพิ่ม ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทนี่ มันไม่ใช่นัยสำคัญในการที่จะอธิบายเหตุผลตามที่ หลักการและเหตุผลที่อธิบายในกฎหมายฉบับนี้นะครับ แล้วก็กฎหมายฉบับนี้เสนอเมื่อ ๓ ปี ๒ ปีที่แล้ว ในภาวะบ้านเมืองที่น้ำยังไม่ท่วม มหาอุทกภัยยังไม่มา สถานการณ์ ๒ ปีที่ผ่านมา นี่มันเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหรือเดือนที่แล้ว ปลายเดือนนี่เราได้เห็นว่า สภาวะบ้านเมืองมีความจำเป็น เกิดวิกฤติแล้วก็ส่งผลกระทบมากมาย ในภาวะอย่างนี้ ผมไม่ได้กล่าวถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง ผมกำลังพูดถึงหลักการของบ้านเมืองว่าในภาวะอย่างนี้ ผมเห็นในต่างประเทศเขา คนที่มีตำแหน่งเยอะ เงินเดือนเยอะล้วนแต่จะต้องลดเงินเดือนลง มาเพื่อแสดงถึงความเสียสละ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากไปยังรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะรัฐมนตรี ที่มีส่วนในการเสนอความเห็นนี้ต่อ ครม. นะครับ ผมฝากไปเป็นอนุสติด้วย ผมเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้เข้ามาไม่ถูกกาลเวลา ไม่ได้สอดคล้องเลยกับเหตุผลที่เขียนไว้ นี่คือ ความบริสุทธิ์ใจที่ผมมีต่อกฎหมายฉบับนี้ ผมไม่เห็นด้วยนะครับ โดยหลักการหรือ รายละเอียดนี่ผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าโดยภาวะของรัฐบาลที่ผมสังกัดพรรคนี่ผมอาจจะ ลงคะแนนให้ แต่ผมขอพูดหน่อยในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรว่าหลักการและเหตุผล ในกฎหมายนี่มันไม่สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันเลย บ้านเมืองผ่านวิกฤติมา กำลังขออนุมัติ สภาไปยืมซึ่งผมเห็นด้วย ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ว่าพอมา ๒ อาทิตย์นี่กลายเป็นว่าต้องมาเพิ่ม เงินเดือนให้กับคนที่มีเงินเยอะ ๆ แล้ว แล้วการเพิ่มก็เพิ่มเฉลี่ยตำแหน่งละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐- ๕,๐๐๐ บาท ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับ ไม่ใช่นัยสำคัญทางเศรษฐกิจ แม้ว่าผมจะเป็นผู้แทน จากชนบทก็ตาม แต่ผมยืนยันครับ โดยหลักเศรษฐกิจไม่มีอะไรกระทบกับบุคคลที่มีเงินแสนบาท หรือแสนเอ็ดบาท แล้วมาเสนอบัญชีเพิ่มขึ้น แต่มันมีผลกระทบกับสิ่งที่จะต้องลงไปหา พี่น้องประชาชนคนยากคนจน มีแน่นอนครับ เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าหลักการที่อ้าง ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมไม่เห็นด้วยในรายละเอียดนี่ ในหลักการผมไม่เห็นด้วยแล้ว รายละเอียดที่ผมดูผมก็ไม่เห็นด้วยอีก ท่านประธานครับ ถ้าท่านจะดูไปถึงเกือบหน้าสุดท้าย หน้า ๓ นี่ บอกว่าบัญชีนี้ บัญชี ๑ ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๓๑ กันยายน ๒๕๔๘ เอามาเขียนทำไมครับ ไปขึ้นย้อนหลังหรืออย่างไร แล้ว (๒) หน้า ๔ บัญชี ๒ ใช้ตั้งแต่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘ ถึงวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๐ มันผ่านมาแล้วครับ เอามาใส่ทำไมครับ ทำไมไม่ตัดออก ถ้าจำเป็นก็เอาเฉพาะ (๔) นี่จะขึ้นมาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปก็ว่ากันไป อันนี้มัน ย้อนหลังไปหมดเลย ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลยนี่ครับ หรือท่านคิดว่าเงินจำนวนที่เพิ่มนี่น้อย อาจจะน้อยสำหรับความคิดท่าน แต่สำหรับพี่น้องประชาชนผู้ทุกข์ยาก คนที่จะเป็นเจ้าของภาษี ที่จะเก็บเงินภาษีที่จะใช้จ่ายเรื่องนี้นี่ ผมฝากท่านรัฐมนตรีที่ฟังอยู่ด้วยนะครับ อ่านรายละเอียดนี่ผมไม่เห็นด้วยเลย ไม่มีความจำเป็น ไม่เหมาะกับสภาวการณ์ของประเทศ ในวันนี้ ในวันนี้ถ้าประชาชนผู้เดือดร้อนทั้งหลายเขาเรียกร้องได้นี่ เขาเรียกร้องให้บุคคล ที่ดำรงตำแหน่งสูง ๆ ต้องลดเงินเดือนเพื่อที่จะช่วยชาติบ้านเมือง ไม่ใช่มาขอขึ้นเงินเดือน แบบนี้ ขอขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเหวง เชิญครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่าผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ

ประการแรก ท่านประธานครับ คำหรือความที่ใช้เรียกผู้ตรวจการแผ่นดิน มีการเปลี่ยนแปลงครับจากรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ซึ่งเรียกผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา แต่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้เรียกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินเฉย ๆ ดังนั้นถ้อยคำที่เรียกต้องให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนะครับ กฎหมายฉบับนี้จงใจ ในการที่จะทำให้สิ่งที่คลาดเคลื่อนไปจากรัฐธรรมนูญนี่ให้ถูกต้องตรงกับทางรัฐธรรมนูญ มิฉะนั้นนี่ก็จะมีปัญหาในอนาคตนะครับว่ากฎหมายฉบับลูกนี่ไปขัดแย้งกับกฎหมายฉบับแม่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้นะครับ ดังนั้นเนื้อความที่สำคัญที่สุดของกฎหมายฉบับนี้ก็คือให้เปลี่ยนถ้อยคำทุก ๆ ถ้อยคำที่เรียกผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งรัฐสภานี่นะครับให้เปลี่ยนเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินเฉย ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญดังนั้นไม่รับไม่ได้ครับ

ข้อต่อมาต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ต้องรับครับ เพราะว่าบัญชีเงินเดือน เราต้องคุ้มครองเขานะครับว่าบัญชีเงินเดือนเขานี่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ ก็เลยให้ความคุ้มครองบัญชีเงินเดือนนี่ บัญชีที่ ๑ ที่จริงใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ นี่ใช้ไปแล้วนะครับ เราต้องคุ้มครองให้เขาถูกต้อง ตามกฎหมายครับ เพราะเขาเป็นองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นองค์กรที่เป็นประโยชน์ ต่อประชาชนซึ่งผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไป นี่คือบัญชีที่ ๑ เพราะฉะนั้นกฎหมาย ฉบับนี้ให้ความคุ้มครองบัญชีที่ ๑ และบัญชีที่ ๒ ด้วยนะครับ ก็คือวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘ จนถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๐ นะครับ เช่นกันบัญชีที่ ๓ กฎหมายต้องให้ความคุ้มครอง ความถูกต้องชอบธรรมด้วยกฎหมายของเขานะครับ ก็คือตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ ขอท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านอย่าได้สงสัยนะครับว่า เรามีความจำเป็นที่ต้องคุ้มครองความถูกต้องตามกฎหมายของบัญชีเงินเดือนทั้ง ๓ อย่าง แล้วปัจจุบันนี้ก็เพื่อให้เงินเดือนซึ่งได้รับตามบัญชีที่ ๔ ถูกต้องตามกฎหมาย กฎหมายฉบับนี้ ก็เลยให้ความคุ้มครองไว้นะครับ บัญชีที่ ๔ ให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นไป ดังนั้นต้องรับรองกฎหมายฉบับนี้ครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมรับรอง กฎหมายฉบับนี้

ข้อต่อมานะครับ กฎหมายฉบับนี้ก็ให้ความสะดวกกับคณะรัฐมนตรีว่าในกรณี ที่ขึ้นเงินเดือนในอัตราที่เท่าเทียมกันทุกอัตรานะครับ คือว่าชั้นของเงินเดือนและใช้อัตรา เปอร์เซ็นต์ถ้าขึ้นในอัตราเปอร์เซ็นต์ที่เท่าเทียมกัน แล้วก็ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่สามารถ ที่จะออกเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ไปเลยแล้วถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าหลักการของกฎหมายฉบับนี้ดีครับแล้วผมก็รับรอง ทีนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะที่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย ผมถึงอยากจะเห็นองค์กรอิสระทั้งหลายซึ่งได้รับ ความคุ้มครองตามกฎหมายที่ผมรับรองแล้วนี่ขอให้ท่านทำงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ของ ประเทศนี่เป็นสำคัญ ผมเองมีข้อข้องใจอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังองค์กรต่าง ๆ และขอได้โปรดว่าอย่าประท้วงผมนะครับ เพราะผมถามถึงผลงานขององค์กรต่าง ๆ ที่ผม ได้รับรองเรื่องบัญชีไปแล้ว เรื่องแรกนี่ผมอยากจะถามท่านประธานนะครับให้ท่านประธาน โปรดถามต่อด้วยครับ ป.ป.ช. ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถาม ป.ป.ช. หน่อยว่า ความคืบหน้าในเรื่อง ปรส. ไปถึงไหนครับท่านประธาน ผมเป็นห่วงมากเพราะว่า ปรส. นี่ก็เป็นที่รู้ของคนทั่วทั้งประเทศนี่ไม่มีใครโต้แย้งผมอย่างแน่นอนว่ามีการประมูลทรัพย์สิน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วได้มาเพียงแค่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้มันใกล้จะ หมดอายุความแล้วครับท่านประธาน เราจะปล่อยเรื่องนี้ให้หมดอายุความไปไม่ได้นะครับ นี่ประการที่ ๑ แล้วผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยัง ป.ป.ช. นะครับว่าคดีความ ที่กำลังเดินหน้าเข้าไปสู่ ป.ป.ช. นี่ขอได้โปรดกรุณาอย่านะครับ อย่าดึงเวลา อย่าถ่วงเวลา อย่าเตะถ่วงนะครับ นี่ด้วยความเคารพนะครับ คือกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ป.ป.ช. นั่นก็คือเรื่องที่ประชาชนโดนสังหารเมื่อเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ คดีความ กำลังเดินทางไปสู่ ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ขอให้ท่านมีตารางเวลา ใจผมนะครับท่านประธานผมคิดว่าภายในเวลา ๑ ปีนี้น่าจะมี ความชัดเจนนะครับว่าใครสั่งให้สังหารประชาชน แล้วบรรดาผู้ที่สั่งให้สังหารประชาชน สมควรได้รับโทษตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ผมอยากเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของ ป.ป.ช. มิฉะนั้นแล้วผมสงสัยว่า ป.ป.ช. ยังทำงานเพื่อรับใช้แผ่นดินอยู่หรือเปล่า หรือรับใช้ บางองค์กร หรือรับใช้บุคลากรบางส่วนหรือเปล่า ผมเพียงแต่ตั้งข้อสงสัยให้ท่านประธานได้พิจารณานะครับ เพราะผมเป็นห่วงเรื่อง ปรส. และเรื่องการเข่นฆ่าประชาชนซึ่งกำลังเดินทางเข้าไปสู่ ป.ป.ช. คราวนี้อีกเรื่องหนึ่ง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพราะผมเป็นห่วงความศักดิ์สิทธิ์ของ กกต. ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ไม่ทราบว่าท่านอยู่ในที่นี้หรือเปล่า ถ้าท่านอยู่ในที่นี้ ท่านได้โปรดแสดงตัวด้วยก็คือท่านจตุพร พรหมพันธุ์ นะครับ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเดียวกับผม ผมเป็นห่วงจริง ๆ ท่านประธาน เพราะผมมีความรู้สึกว่า กกต. ดำเนินการในเรื่องของ คุณจตุพรชักเข้าชักออกครับ ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปถาม กกต. หน่อยว่าถ้าคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่มีสมาชิกภาพแห่งความเป็นพรรคเพื่อไทย ในวันที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ โดนจำขัง ทำไมวันนั้นคุณไม่ชี้ให้ชัด ในวันนั้นคุณชี้ชัดเลยนะครับว่าคุณจตุพร พรหมพันธุ์ นี่มีความเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ต่อมาเมื่อคุณจตุพร พรหมพันธุ์ มีความเป็นสมาชิกพรรคแล้ว คุณจตุพร พรหมพันธุ์ แสดงเจตจำนงในการสมัครเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย วันนั้นทำไมคุณไม่ตัดสิทธิเขา ทำไมคุณไม่ชี้ให้ชัดเจนว่าคุณจตุพร พรหมพันธุ์ สมัครไม่ได้ ก็ผ่านไปนะครับ ผ่านไปว่าสมัครได้ ต่อมาหลังจากที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้รับการเลือกตั้ง ๑๕,๗๐๐,๐๐๐ เสียง คุณก็มีสิทธิในการที่จะชี้ได้เหมือนกันว่าคุณจตุพร พรหมพันธุ์ นี่ได้ใบแดงหรืออะไรก็ว่ากันไป คือไม่มีสถานภาพในการเป็น ส.ส. แล้วทำไมคุณรับรองครับ แล้วมาวันนี้คุณกลับกลายว่าปฏิเสธทุกอย่างของคุณจตุพร พรหมพันธุ์ แล้วย้อนหลังด้วย นะครับว่าคุณไม่ได้เป็น ส.ส. คุณไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมสงสัยครับท่านประธาน สงสัยตั้งแต่วันนั้นแล้วครับ สงสัยตั้งแต่วันที่ กกต. ให้เลขาธิการพรรคของผม ขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่ได้เสียหายอะไร คุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รับรองความเป็นสมาชิกภาพของพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงท่านหัวหน้าพรรคของผมก็คือคุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ให้รับรองความเป็นสมาชิก พรรคของพรรคเพื่อไทย ผมสงสัยว่า กกต. มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า คือมันจะย้อนหลังได้ครับ คือสามารถที่จะกล่าวหาได้ว่าทั้งที่คุณรู้ว่าคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ได้มีความเป็นสมาชิกพรรคอยู่ คุณเสนอมาทำไม นี่ย้อนไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย ผมสงสัยครับว่า กกต. คุณกำลังทำอะไร เพื่อไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยหรือเปล่าครับ ตรงนี้ผมสงสัยครับ ผมสนับสนุนนะครับ ระบบเงินเดือนอะไรต่าง ๆ แล้วผมสนับสนุนนะครับ ไม่ใช่ผมไม่สนับสนุน แต่นี่ผมกำลังจะ กราบเรียนท่านประธาน องค์กรอิสระนี้ต้องทำงานโดยเคารพหลักนิติรัฐ นิติธรรมที่เที่ยงธรรม ที่ถูกต้องถ่องแท้นะครับ แต่หากว่าองค์กรต่าง ๆ อาทิเช่น ป.ป.ช. อาทิเช่น กกต. ถ้าพิสูจน์ต่อสายตาประชาชนว่าไม่ได้ใช้หลักนิติรัฐ นิติธรรมที่เที่ยงธรรม ผมเป็นห่วงว่า ประชาชนทั่วทั้งประเทศจะลุกขึ้นมาชี้บอกว่าไม่สมควรจะมี ๒ องค์กรนี้อีกต่อไป โปรดฟัง ให้ดี ๆ นะครับ ไม่ใช่ผมพูดนะครับ ผมเพียงแต่อยากจะบอกว่าถ้าการทำงานของ ป.ป.ช. และ กกต. พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้คงความเป็นนิติรัฐ นิติธรรมที่ถูกต้อง ผมเชื่อว่าประชาชนทั่วทั้ง ประเทศมีสิทธิในการที่จะบอกว่าไม่สมควรจะมีอีกต่อไป แล้วผมก็สงสัยนะครับ ท่านประธาน ผมมีสิทธิสงสัยนะครับ ผมสงสัยว่าในกรณีของการพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์นี่นะครับ ทำไมผลการวินิจฉัยออกมาว่าหมดอายุความ มีการสมรู้ร่วมคิดระหว่าง กกต. กับศาลรัฐธรรมนูญ หรือเปล่า ผมไม่รู้นะ เพราะผมดูแล้วสงสัยจริง ๆ เลย ทำไม กกต. จงใจในการส่งไปตอนที่ หมดอายุความไปแล้ว คุณก็รู้นี่ คุณเป็นนักกฎหมายทั้งสิ้น หลายคนก็ทำงานเป็นศาลฎีกามาก่อน คุณก็รู้แล้วคุณส่งไปทำไม มีการเล่นอะไรกันอยู่หรือเปล่าครับ ถ้าหากว่าคุณภาพขององค์กร ที่ผมสนับสนุนอยู่เป็นอย่างนี้ ผมก็คิดว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็มีสิทธิที่จะบอกว่า ไม่สมควรจะมีครับ หรือถ้าจะมีนี่ ก็ไม่ควรจะมาจากปากกระบอกปืนหรือศาลเตี้ยนะครับ ดังนั้นท่านประธานผมจะไม่ใช้เวลามากนะครับ เพียงแต่กราบเรียนท่านประธานว่า ผมสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ แล้วผมสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ บ้านเมืองที่ทำให้หลักนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศไทยแข็งแรง แต่หากองค์กรทั้งหลาย ที่ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมเองไม่เห็นด้วย แล้วผมเชื่อว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็ไม่เอาด้วยเช่นกัน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านไพจิต ศรีวรขาน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติในการขึ้นเงินเดือนให้กับองค์กรอิสระในคราวนี้นี่ เป็นกฎหมายที่สำคัญ ที่ขัดกับความรู้สึกในการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของกระผม ต้องใช้สิทธิ ในการที่สะท้อนถึงความเป็นจริงทั้ง ๕ องค์กร ทั้งในเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ความจริงเป็น ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ตามโครงสร้างเดิม แต่ว่าเมื่อปี ๒๕๕๐ ก็ได้มาติดเขี้ยวเล็บเป็น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตัดคำว่า รัฐสภา ออก แล้วก็คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ท่านประธานครับ ที่มาของทั้ง ๕ องค์กรมีผู้เสนอความเห็นว่ามี ความคลางแคลงใจอยู่พอสมควร ไม่ค่อยสวย จะรักจะชอบกันอย่างไรต้องมีที่มาที่ไปที่บอก ถึงความที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทั้ง ๕ องค์กร ท่านประธานครับ ถือกำเนิดเกิดขึ้น จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่เราถือว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ด้วยความคาดหวังที่จะมา แก้ไขปัญหาต่าง ๆ แต่กาลเวลาผ่านไป ท่านประธานครับ ผลที่เกิดขึ้นมีความที่มีความเห็น หลายส่วนว่าเราต้องทบทวน ต้องฝากผู้ที่เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นคนที่ สะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชน มันค่อนข้างชัดนะครับ ท่านประธานครับ ความไม่ถูก กาลเทศะในการขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่าเวทนา วันนี้ผมในฐานะที่เป็นรัฐบาลต้องมายกมือขึ้น ย้อนหลังนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลที่ผ่านมาควรจะทำไปแล้วสัก ๒-๓ ช่วง แทนที่จะมาให้ขึ้น ๓ บัญชีพวกผมยกมือนี่นะครับ ย้อนหลังไปหมด ท่านประธานครับ รัฐบาลที่อุตส่าห์ส่งมาครั้งที่แล้ว ส่งมา ๓ เดือน ก่อนจะสิ้นอายุของรัฐบาล เสนอต่อสภา ผมก็ฝ่ายค้าน ผมก็ดูอยู่ แล้วก็คิดว่าถ้ามีความตั้งใจที่จะตอบแทนให้บุคคลที่มีคุณูปการต่อ งานทั้งหลายก็ควรที่จะเอาเข้าสภา เสียงมากอยู่แล้วก็สำเร็จอยู่แล้ว แต่ไม่หรอกครับ ก็ปล่อย ให้กฎหมายอยู่แล้วก็ตกไป ผมยังต้องชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาลบอกว่ายืนยัน เอากฎหมายนี้เข้ามา เป็น ๑ ในไม่กี่ฉบับที่ต้องตกไป ตกไป แต่ว่าคราวนี้เอาเข้ามา ด้วยความรับผิดชอบ ต้องการที่จะให้เกิดความปรองดอง ผมทักท้วงไปแล้วว่าถ้าจะต้องให้ทำ หน้าที่โดยสุจริต โดยความรับผิดชอบก็ขอขึ้นบัญชีสุดท้ายอย่างเดียว อย่าไปย้อนหลังมา ใครที่ทำไว้ก็ไปรับภาระกันย้อนหลัง แต่ว่าเมื่อรัฐบาลบอกว่าต้องเอาบัญชีทั้งหมดมาบวก ลบ คูณ หารกัน ชุดที่ ๑ ๓ เปอร์เซ็นต์ ชุดที่ ๒ ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วบัญชีชุดสุดท้ายอีก ๔ เปอร์เซ็นต์ รวมเป็นขึ้นคราวนี้ต้อง ๑๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ย้อนหลัง ท่านประธานครับ บัญชีสุดท้ายเป็นบัญชีที่ ๔ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ ก็แปลว่าวันนี้ด้วยความหวังจากอดีตที่ ได้เกิดผลต่อการทำหน้าที่ ผมก็ไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจะเกิดขึ้นในอนาคต หรอกครับ แต่ว่ามันเป็นเครื่องสะท้อนความรู้สึกก่อนที่จะต้องให้ความเห็นชอบ ผมเข้าใจว่า คนที่จะไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาในรายละเอียดก็ทำอะไรไม่ได้มากนะครับ ก็คงจะ เห็นชอบตามกรอบ ตามบัญชีที่ทำมาให้ทั้งหมดนี้ แต่ว่าขอให้ทราบความรู้สึกของพวก เราว่าเราต้องการความหวัง เราต้องการคุณประโยชน์ในการที่จะทำให้การทำอะไรหลาย อย่างที่เป็นภาระหน้าที่ ขอให้อำนวยประโยชน์ความสุขให้เกิดกับประชาชน เงินจำนวน ๒๐-๓๐ ล้านบาทนะครับท่านประธานครับ มันมีคุณค่าต่อความรู้สึกในการที่จะ ยกมือให้ความเห็นชอบอย่างตรงไปตรงมา ผมเข้าใจว่าถ้าพี่น้องประชาชนฟังอยู่ก็คงจะมี ความรู้สึกไม่แตกต่างจากที่ผมได้อภิปราย ท่านประธานครับ ขออย่าได้ค้างไว้อีกถ้าใครมี หน้าที่ที่จะต้องทำตามภาระ ตามเงื่อนเวลา ไม่ใช่ว่าบอกพอจะต้องตอบแทนกันไม่กล้าขึ้น พอมาถึงก็พอกมา พอกมา จนถึงเป็นย้อนหลังไปตั้งแต่ปฏิวัติแล้วก็มาทำภาระหน้าที่มาให้กับ รัฐบาลที่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จากความทุ่มเทของคนยากคนจน ได้รัฐบาลมา ต้องมาทำให้ เอาล่ะครับท่านประธานครับ ก็เราหวังว่าทั้งหมดทั้งมวลจะนำไปสู่การพัฒนา ในแนวทางที่สร้างสรรค์ ยุติความขัดแย้งนะครับ เงินไม่สำคัญมาก จำนวนไม่มากแต่ว่ามัน มีค่าต่อความรู้สึก ผมมีความเห็นว่าถ้าจะต้องยกมือครั้งเดียวในการปรับทีละ ๓ บัญชี ๑๒ เปอร์เซ็นต์ อย่าได้เอามาทำอีกนะครับ อะไรที่ค้าง อะไรที่ดู ถ้าเหตุการณ์มันเปลี่ยนไป เหมือนท่านขจิตร ชัยนิคม ที่อภิปรายว่ามันไม่ได้รุ่งเรือง วันนี้เราต้องสะท้อนถึงภาระที่เป็นจริง ของเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ว่าก็จะทำแล้วเพื่อให้เกิดความทัดเทียมกับข้าราชการส่วนอื่น ๆ ที่ได้ขึ้นกันมา ก็เป็นธรรมเนียมที่ขึ้นแต่ไม่ควรที่จะเป็นภาระให้กับคนอื่น ใครมาถึงตรงไหน ก็ทำให้เสียให้เสร็จนะครับ ทำให้ทัดเทียมกันอย่างทั่วถึงจากนั้นสิ่งที่เรียกร้องก็คือภาระหน้าที่ ความจริงใจต่อภาระบทบาทที่มี ไม่ใช่ว่าพอ ๔ เสียงบอกว่าผิด ๑ เสียงบอกไม่ผิด ยกประโยชน์ว่าไม่ต้องผิด อะไรผิดก็ควรจะผิด อะไรที่ถูกก็ขอให้ถูก ไม่ควรจะมีข้อยกเว้นครับ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจความรู้สึกในการให้ความเห็นชอบ แท้จริงแล้วถ้าเลือกได้ ก็เอาเฉพาะตอนที่เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายรัฐบาล แต่ภาระความรับผิดชอบต้องย้อนหลังก็ จำเป็นนะครับท่านประธาน ขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่าแม้นไม่เห็นด้วยในหลักการ แต่จำเป็นต้องทำหน้าที่เพื่อให้ทุกอย่างได้ยุติแล้วก็เดินทางไปสู่จุดข้างหน้าอย่างเป็นธรรม เท่าเทียมแล้วเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ด้วยความจริงใจครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิชิต

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน ครับ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อกฎหมายขึ้นเงินเดือนนี้นะครับ โดยหลักการอ้างเรื่องสภาวะทางเศรษฐกิจ โดยส่วนตัวแล้วก็เห็นว่าผมมองว่าเพื่อให้เป็นเกียรติและศักดิ์ศรีมากกว่า บุคคลหลายบุคคลที่ ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระหรือศาลรัฐธรรมนูญ หลายคนหลายท่านผมรู้จัก ถ้าโดยพูดถึง เรื่องสภาวะเศรษฐกิจนี้ ผมดูแล้วไม่เดือดร้อนหรอกครับ หลายท่านไม่เดือดร้อน หลายท่านถึงแม้ ไม่ได้ขึ้นเงินเดือนก็มีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย แต่ผมเห็นว่าการที่ขึ้นเงินเดือนในครั้งนี้น่าจะ เป็นไปเพราะว่าให้เกียรติแล้วก็การทำหน้าที่ก็ค่อนข้างปิดประตูบ้าน คบกับใครไม่ได้ ทำมาหากิน เรื่องอื่นไม่ได้ ก็เห็นว่าโดยหลักการก็สนับสนุน แต่เมื่อมีการเปลี่ยน มีการขึ้นเงินเดือนแล้ว สิ่งที่ผมจะร้องขอก็คือเปลี่ยนทัศนคติด้วยครับ นับแต่วันนี้อย่าเห็นว่าบุคคลหนึ่งบุคคลใด เป็นศัตรูกับชาติบ้านเมือง ขอให้เป็นกลางนะครับ วันนี้เริ่มต้นนะครับ เมื่อได้รับการขึ้น เงินเดือน เปลี่ยนฐานเงินเดือนก็ขอให้เปลี่ยนทัศนคติด้วย ผมขอกล่าวแสดงความเห็นแล้ว ก็ขอสนับสนุนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนครมาฉิม

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ผมเองได้เคยชื่นชมแล้วก็ยังคงชื่นชม แล้วก็เป็นกำลังใจให้กับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็ ป.ป.ช. ท่านประธานที่เคารพ เหตุผลที่ผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอที่จะเพิ่มเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งให้กับ องค์กรอิสระ ขออนุญาตที่จะนำกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อที่จะให้องค์กรอิสระต่าง ๆ เหล่านี้มีขวัญและกำลังใจที่จะทุ่มเททำงานเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างเต็มกำลังความรู้ ความสามารถ มีศักดิ์ศรี แล้วก็ปกป้องผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน อย่างเต็มที่

ประเด็นแรก ที่ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นศาลที่จะต้องพิจารณาวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจสูงสุด ก็คือตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ บางคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมานั้นพูดกันง่าย ๆ ก็คือสามารถที่จะ พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ครับท่านประธาน เพราะคำวินิจฉัยในแต่ละเนื้อหา ในแต่ละประเด็น ในแต่ละคดีมันหมายถึงว่าเป็นการวางกฎเกณฑ์ให้กับประเทศ เป็นการวางกฎกติกาเพื่อที่จะ ชี้ให้เห็นว่าประเทศของเราควรที่จะเดินทางไปในทิศทางไหนที่มันถูกต้องตามหลักของ นิติธรรม ตามหลักของนิติรัฐ แล้วก็ครรลองในระบอบการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างประเทศไทยของเรา ว่าทิศทางที่ถูกต้องควรที่จะมี บรรทัดฐานอยู่ที่ตรงไหน จุดยืน หรือระบอบการเมืองการปกครองควรที่จะเดินไปในทิศทาง แบบไหนถึงจะเดินเข้าไปสู่ทางที่ถูกต้อง รวมไปถึงกฎหมายฉบับไหนที่ขัดหรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายแม่บท หรือกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะฉะนั้นความเห็น เหตุผล คำวินิจฉัย หรือบทสรุปของศาลรัฐธรรมนูญจึงถือว่าเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญที่สุดของ ประเทศ องค์กรอื่น ๆ ก็จะต้องเคารพในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้อย่างไรครับ คือความสำคัญยิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสามารถที่จะคว่ำฟ้าพลิกแผ่นดินได้ ต่อคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับ คำวินิจฉัยบางคดี คำวินิจฉัยบางอย่างอาจจะถูกใจของคนบางคน หรือบางกลุ่ม แน่นอนถ้าเกิดว่าไปขัดหรือแย้ง ผลของคำวินิจฉัยที่ไปกระทบต่อกลุ่มบุคคล หรือว่าพรรคการเมือง หรือว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เป็นผลลบ เขาก็อาจจะมองว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ถูกต้อง หรือว่าไม่เป็นที่พอใจ เพราะฉะนั้นผมยังเชื่อมั่นในกระบวนการตุลาการ และกระบวนการยุติธรรมว่าบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้นั้น คือทิศทางที่ ประเทศควรเดินไปในครรลองนั้น แล้วก็ยังเชื่อมั่นในเจตนคติของตุลาการทุกท่านว่า ท่านคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง และคำนึงถึงผลประโยชน์ของ ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นที่ตั้ง ต่อมาก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง อันนี้ แม้ว่าจะสนับสนุน แต่ว่าขอท้วงติงครับ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ขอท้วงติงเพราะว่าปัจจุบันมีใครบ้างที่จะ ปฏิเสธว่าการเมืองทุกระดับตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นถึงในระดับชาติ เงินยังคงเป็นปัจจัยในการ ชี้แพ้ ชี้ชนะอยู่มากทีเดียว การเมืองทุกระดับไม่ใช่เป็นไปตามทฤษฎีทางการเมืองที่ได้มา โดยสุจริตและเที่ยงธรรม การเมืองในปัจจุบันมีการใช้เงินเป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง ในทุกวิถีทาง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคยยกตัวอย่างขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งก็คือแม้กระทั่งการเมืองที่มีการเลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมสัมผัสมาเองครับ ผลเป็นอย่างไรครับท่านประธาน แต่ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะมีการยึดอำนาจกฎหมายลักษณะ ปกครองท้องที่ ท้องถิ่นให้เลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้านโดยประชาชนโดยตรง แล้วก็ให้ ผู้ใหญ่บ้านดำรงตำแหน่งให้ครบวาระ ๕ ปี ถ้าไม่ดีคนในหมู่บ้านก็จะเลือกใหม่ แต่หลังจากที่ มีการยึดอำนาจสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้นก็ได้ไปปรับแก้กฎหมายโดยให้ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งจนครบ ๖๐ ปี แล้วก็ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้เลือกกำนัน ท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนข้อเท็จจริงเลยก็คือตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านบางหมู่บ้าน บางตำบลในการเลือกตำแหน่ง กำนันขึ้นไปที่หัวละ ๒๕๐,๐๐๐ บาทครับ คือข้อเท็จจริงเลยครับ ซื้อกัน สมมุติว่าตำบลนี้มี ๑๐ หมู่บ้าน ซื้อแค่ ๖ หมู่บ้าน รวมกับตนเองเผื่อแพ้ เผื่อชนะกัน หัวละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท มันเป็นไปได้อย่างไรครับ ในการซื้อ กกต. แน่นอน กฎหมายคนละฉบับอย่างไรครับ เพราะ กกต. ก็อาจจะอ้างว่าอันนี้เป็นกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ให้กระทรวงมหาดไทย ว่ากันไป ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่าให้กระทรวงมหาดไทยไปปรับแก้กฎหมายลักษณะ ปกครองท้องที่เพื่อเข้ามาสู่มาตรฐานเดียวกันกับกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. แล้วก็การได้มาซึ่งการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจะได้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าไปกำกับดูแลไม่ให้มีการซื้อเสียงกันถึงขนาดนี้

ประเด็นต่อมา ขออนุญาตนำเรียนต่อท่านประธานในปัญหาข้อเท็จจริง การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นขนาดเล็ก ก็คือ อบต. หรือองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จะมีขึ้นในอีกหลาย ๆ จังหวัด มีจังหวัดไหนบ้าง ที่ปฏิเสธว่าไม่มีการใช้เงินในการซื้อเสียงและการจัดตั้ง มีจังหวัดไหนบ้างท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นครับ รวมมาถึงการเมืองในระดับชาติ ท่านประธาน เงินยังคงเป็นปัจจัยในการ ชี้แพ้ ชี้ชนะอยู่ และมีการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ที่ กกต. กำหนดบอกว่า การเลือกตั้ง ส.ส. เขต ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็นแค่เพียงทฤษฎีครับ เป็นแค่เพียงตราที่กำหนด ไว้เป็นตัวหนังสือในกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติมีใครบ้างครับ ที่จะปฏิเสธความจริงอันนี้ว่า มีใครที่ใช้เงินน้อยกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อเขตเลือกตั้ง เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง เพราะถ้าเกิดว่าไม่มีการปฏิรูปการเมือง อย่างแท้จริงครับ กกต. เป็นแค่เพียงเสือกระดาษ กกต. มีแต่เพียงอำนาจแต่ไม่สามารถที่จะ บังคับใช้กฎหมายให้เกิดอำนาจให้ศักดิ์สิทธิ์ได้ ไม่สามารถหรอกครับที่จะให้ กกต. นำหรือ ขับเคลื่อนไปสู่การปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง ผมต้องการมองเห็นครับ ท่านประธานครับ นักการเมืองทุกระดับ ทุกคน ผมเชื่อครับว่าเจตจำนงของท่านแล้วก็ทุกคนคงไม่มีใครหรอก อยากจะไปซื้อเสียงกัน เพราะมันเสี่ยง แต่ท่านประธานครับ มีใครจะปฏิเสธว่าไม่มีการใช้เงิน อันนี้คือข้อเท็จจริง แต่ที่ผมต้องย้อนกลับมาพูดก็คือผลงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่กฎหมายให้อำนาจต่อท่านในการขับเคลื่อนเดินเข้าไปสู่การปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง และทำการเมืองให้บริสุทธิ์ ให้การเมืองสร้างคุณูปการและประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริงนั้น กกต. ทำได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าผมเป็นกรรมการในการให้คะแนนต่อ กกต. กราบเรียนท่านประธานครับ ตกครับ แล้วก็ต้องซ่อมอีกเยอะมาก เพราะเป้าหมายหรือเจตนารมณ์ที่รัฐธรรมนูญ มอบภารกิจอันยิ่งใหญ่ให้กับ กกต. ปฏิรูปการเมืองนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของผู้ตรวจการแผ่นดิน ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าต้องขอชื่นชมผ่านท่านประธานไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านทุ่มเททำงาน เห็นเป็นมรรคเป็นผล สามารถที่จะแก้ปัญหาทุกข์ร้อนที่กลไกของรัฐอาจจะเลือกปฏิบัติบ้าง ละเว้นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่บ้างหรือว่าหย่อนยานในการปฏิบัติหน้าที่ จนก่อให้เกิด ความเดือดร้อนกับประชาชน ประชาชนไม่มีที่พึ่ง ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเป็นผู้อุดช่องว่าง เพื่อแก้ไขปัญหาทุกข์ร้อนให้กับพี่น้องประชาชน

สุดท้ายก็คือ ป.ป.ช. ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่อง ป.ป.ช. นี้มีทั้งสิ่ง ที่จะต้องฝากท่านประธานก่อนที่จะขึ้นเงินเดือนให้และผ่านความเห็นชอบจากสภา และต้อง ขอตำหนิติติงและขอเป็นกำลังใจไปพร้อม ๆ กัน ที่ต้องขอเป็นกำลังใจเพราะอะไรครับท่านประธาน ผมดูข้อมูลจากเพิร์ก (PERC) จากสถาบันตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ทั้งในประเทศ ทั้งในภูมิภาคและในระดับสากล ประเทศของเรามีการคอร์รัปชันที่สูงมากที่สุด ประเทศหนึ่ง ประเทศของเราได้คะแนนเต็ม ๑๐ อยู่ในระดับ ๓ ต้น ๆ ท่านประธานครับ ประเทศในภูมิภาคของเราอย่างประเทศสิงคโปร์เขาได้ ๙ กว่า ๙.๒ แต่ประเทศของเราสูงสุด ได้ประมาณ ๓.๗ คือตกอยู่อย่างเดียว คะแนนต่ำหมายถึงว่าคอร์รัปชันสูง คะแนนสูงอย่าง ประเทศสิงคโปร์ได้ ๙.๒ ของเพิร์กหมายถึงว่าคอร์รัปชันต่ำมาก การลงทุนความโปร่งใส ความมีธรรมาภิบาลก็ได้รับความเชื่อถือ ได้รับเครดิต (Credit) ได้รับความเชื่อมั่นจาก ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก แต่ประเทศของเราครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การทุจริตคอร์รัปชัน ในปัจจุบันมันวนและครบวงจร คือกินกันอย่างครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่โครงการในระดับ ขนาดเล็กไปจนถึงโครงการในระดับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทรวมไปถึงการคอร์รัปชัน ในเชิงนโยบาย ป.ป.ช. มีมาตรการใด ๆ ที่จะขจัดเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้กับสังคม คอร์รัปชันที่ทางสถาบันวิจัยได้ทำการศึกษามาแล้วงบประมาณแผ่นดินในงบลงทุนมีคอร์รัปชัน ปีหนึ่งประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธานครับ ถ้า ป.ป.ช. สามารถที่จะป้องกัน ปราบปรามและขจัดการคอร์รัปชันให้หมดไปจากแผ่นดิน ไม่ต้องหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอให้ยืนอยู่ในระดับฮ่องกงหรือประเทศสิงคโปร์หรือประเทศสวิสเซอร์แลนด์หรือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านประธานครับ ผมเชื่อ เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ถูกคอร์รัปชันไป สามารถนำไปพัฒนาถนน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาแหล่งน้ำให้กับประเทศไม่รู้กี่ร้อยกี่พันแห่ง ประเทศของเราคงเจริญก้าวหน้าและทัดเทียมกับประเทศต่าง ๆ ที่เป็นอารยะแล้วทั่วโลก ขอให้ กำลังใจว่า ป.ป.ช. จะต้องทำงานให้เข้มแข็ง เข้มข้น และจำเป็นต้องเพิ่มบุคลากรเข้าไปใน ป.ป.ช. อีก แต่สิ่งที่ผมขอฝากแล้วก็ขอตำหนิด้วย ทาง ป.ป.ช. แต่ว่าเป็นบางเรื่อง ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงที่ผมเป็นคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ด้วย และเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหากฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน ผมเป็นผู้ตรวจสอบเอง เรื่องการทุจริต การออกโฉนดที่ดินที่ดอยแม่สลองและกิ่วทับยั้งที่จังหวัดเชียงราย ปรากฏว่า ป.ป.ป. ในขณะนั้นได้ชี้มูลความผิดว่ามีข้าราชการและมีผู้ที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันออกโฉนดทับที่ ป่ากิ่วทับยั้งและดอยแม่สลอง ๑๓,๗๐๐ ไร่ ได้ชี้มูลความผิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ท่านประธานครับ ตั้งแต่สมัย ป.ป.ป.ก่อนที่จะมาเป็น ป.ป.ช. ปรากฏว่า ป.ป.ป. ในขณะนั้นบอกว่าได้ส่งเรื่องให้กรมที่ดินได้เพิกถอนโฉนดที่ดินแล้ว แต่กรมที่ดินก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่โดยกรมที่ดินเป็นผู้ตั้งแล้วก็กลับมติของ ป.ป.ป. ก็คือ ป.ป.ป. เป็นเสือกระดาษ ไม่สามารถที่จะเอาผิด บางคนเป็นใหญ่ไปจนถึงเป็นระดับ ปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี ทั้ง ๆ ที่คดียังคงค้างคาอยู่ พอมาเป็น ป.ป.ช. ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องนี้ยังถูกดองเงียบอยู่เป็นเวลา ๑๗ ปีเศษ ไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมา โดย ป.ป.ช. เลย ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. ท่านปัจจุบันซึ่งผมชื่นชมแล้วก็เคารพนับถือท่านมากว่าขอให้ท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. ท่านปัจจุบันซึ่งเป็นเปาบุ้นจิ้นเมืองไทยคนหนึ่ง เป็นคนซื่อ เป็นคนตรง มือสะอาด แล้วก็ผมเชื่อว่า ป.ป.ช. ทุกท่านที่เป็นคณะกรรมการอยู่จะไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ แอบแฝงและมุ่งมั่นที่จะปกป้องรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชนและแผ่นดิน ป.ป.ช. ช่วยหยิบยกเรื่องกิ่วทัพยั้งและดอยแม่สลองที่มีการทุจริตออกโฉนดที่ดินทับที่ป่า ๑๓,๗๐๐ ไร่ คืนให้กับแผ่นดินได้ไหมครับ ถ้าเกิดว่าท่านทำไม่สำเร็จเอาเฉพาะเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญ ๆ หรือว่ามีหน้าสื่อออกไปผมว่าอันนั้นไม่ใช่ เราไม่ต้องการให้เห็นองค์กรอิสระมาทำงานที่หน้าสื่อ หรือหน้าจอทีวี แต่เราต้องการมองเห็นผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันของ ป.ป.ช. และเป้าหมาย โดยสรุปภาพรวมออกมา ประชาชนได้ประโยชน์ การขึ้นค่าตอบแทนเล็กน้อยแค่นี้ถือว่าเกินคุ้ม ถ้าเกิดว่าท่านสามารถที่จะปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วงตามเป้าหมาย ขอฝากแล้วก็ขอชื่นชม ขอเป็นกำลังใจ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกนกครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ คือศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าในการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วก็ควรจะทำ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย ถ้าเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การพัฒนาทางการเมืองของประเทศไทยตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๗๕ เป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัง พ.ศ. ๒๕๐๐ เราพบว่าประชาธิปไตยของประเทศไทย ได้มีการพัฒนามาตามลำดับ สภาของเรา พรรคการเมืองของเราก็เริ่มที่จะเข้มแข็ง การเลือกตั้งก็ได้รับความสนใจและความสำคัญจากพี่น้องประชาชนมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมานี้ ได้มีความเห็นของพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ตั้งข้อสังเกต ต่อโครงสร้างและระบบการเมืองของเราว่าระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่เรากำลังใช้อยู่ ในปัจจุบันหรือในช่วง ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปีที่ผ่านมานี้ เป็นระบบการเมืองที่การตรวจสอบและ ถ่วงดุลยังอ่อนเกินไป ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าในระบบรัฐสภาของเราอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารถึงแม้ว่าจะแยกกันตามทฤษฎีก็ตาม แต่ในทางปฏิบัตินั้นมักจะอยู่ใน ข้างเดียวกันเสมอ จนกระทั่งเป็นที่กล่าวหรือพูดกันของคนจำนวนมากและยอมรับร่วมกันว่า เสียงข้างมากชี้ไปในทางใดก็จะไปในทิศทางนั้น บ่อยครั้งเสียงข้างมากก็เป็นการชี้ไป ในทิศทางที่ถูกต้อง แต่บ่อยครั้งเช่นเดียวกันเสียงข้างมากก็ชี้ไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องได้ ดังปรากฏที่เห็นที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลของการที่เราไม่มีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลที่เข้มแข็งผ่าน ๓ อำนาจ ในระบอบประชาธิปไตยที่เรามีอยู่ จึงทำให้เกิดแนวความคิดของคนจำนวนหนึ่งที่นำไปสู่ การยกร่างรัฐธรรมนูญ ในปี ๒๕๔๐ ที่ให้มีการจัดตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญขึ้น นั่นก็หมายความว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเข้ามาทำหน้าที่เพื่อช่วยเสริมระบบ การตรวจสอบและถ่วงดุลของระบอบประชาธิปไตยให้สามารถที่จะใช้อำนาจอธิปไตย ในทิศทางที่ถูกต้อง ถูกต้องตามกฎหมาย ถูกต้องตามศีลธรรม และที่สำคัญก็คือเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงถือว่า เป็นกลไกทางการเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญในความหมายดังกล่าว จำเป็นที่เราจะต้อง ให้ความเข้าใจและให้ความสำคัญกับองค์กรเหล่านี้ เพราะว่าถ้าเรามีองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญแล้ว เราก็จะต้องช่วยกันเพื่อที่จะให้องค์กรดังกล่าวสามารถทำหน้าที่ของตนเอง ภายใต้หลักคิดในเรื่องของระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลให้ได้ผล ไม่ใช่สักแต่ว่ามีองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ แต่ในการปฏิบัติจริงไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิผล และอย่างเป็นอิสระ เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจึงให้ความสำคัญกับความเป็น วิชาชีพ และให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรเหล่านั้นให้ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะที่เป็น มืออาชีพ ไม่ใช่มือสมัครเล่น ความเป็นมืออาชีพนี้สิ่งที่สำคัญมากไม่ใช่เฉพาะแค่เพียงความมั่นคง และแม่นยำในเรื่องของกฎหมาย และความหมายของกฎหมาย หรือระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เท่านั้น แต่ได้ครอบคลุมไปถึงความเข้าใจในเรื่องของจริยธรรม ศีลธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่สังคมไทยของเรายอมรับและถือว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของ ความชอบธรรมในการทำงานในทางการเมือง นั่นก็หมายความว่าบุคคลที่จะทำหน้าที่ ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยคุณสมบัติและเพื่อเป้าหมาย สุดท้ายในความหมายที่ผมได้กล่าวแล้ว ถ้าเราพิจารณาถึงความสำคัญของบุคคลและองค์กรอิสระ ในฐานะที่เป็นกลไกทางการเมืองในความหมายดังกล่าว ผมคิดว่าถ้าเรากลับมาดูในเรื่องของ ค่าตอบแทนในจำนวนแสนกว่าบาท แล้วก็ขึ้น ๓ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ตามนั้น ถ้าเทียบกันในภาระหน้าที่และผลกระทบต่อประเทศชาติของเราแล้ว ผมคิดว่า ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์เหล่านั้นน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราควรจะต้อง ช่วยกันพิจารณาก็คือว่า นอกเหนือจากเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ เราจะช่วยกันพิจารณาว่าเรา จะช่วยกันอย่างไร จึงจะทำให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญสามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วย ความเที่ยงตรง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดหลักของความถูกต้อง จริยธรรม ศีลธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของสังคมไทยเป็นหลัก โดยไม่หวั่นไหวต่ออามิสสินจ้าง โดยไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน โดยไม่หวั่นไหวต่อผลประโยชน์ที่นำมาเสนอ อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงอยากที่จะขออนุญาตเสนอกับท่านประธาน เพื่อเรียนไปยังรัฐบาลและคณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นว่าในการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้น จริง ๆ แล้วเราคงไม่ปฏิเสธว่าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยังคงมีข้อบกพร่อง มีจุดอ่อน หรือแม้กระทั่งอาจจะมีข้อผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่บางประการ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเราคง ปฏิเสธไม่ได้ แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านั้น แล้วก็ปรับปรุงข้อบกพร่องเหล่านั้น และที่สำคัญก็คือว่าเราต้องเชื่อมั่นในหลักการว่าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเสริมให้ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลของระบอบ ประชาธิปไตยมีความเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนั้นจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ และพวกเราก็จะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อป้องกันสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้น ถ้าเรามั่นคง ในหลักการของระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลในความหมายดังกล่าวเราก็จะเห็นคุณค่า ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญตามที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนไปยังรัฐบาลที่จะต้องช่วยกันในการที่จะเพิ่มเงินเดือน หรือค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์นั้น ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ที่บุคลากรขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะได้รับนั้น เป็นการได้รับที่จะต้องเหมาะสมกับความรับผิดชอบ เหมาะสมกับเกียรติยศ เหมาะสม กับหน้าที่และเหมาะสมกับความซื่อสัตย์สุจริตและความเที่ยงธรรมขององค์กรและบุคลากร ดังกล่าว นั่นหมายความว่าการได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์นี้เป็นสิทธิอันชอบธรรม ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราให้และจะต้องเป็นหนี้บุญคุณต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่จะทำให้เกิดความเข้าใจว่าการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ของคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่สภาให้ไปนั้นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจะต้อง เป็นหนี้บุญคุณต่อสภา ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นความเหมาะสมตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ที่ท่านพึงจะได้ และในเวลาเดียวกันการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์นี้ไม่ใช่ให้เพื่อที่จะ ปรองดองในชาติของเรา การปรองดองในชาติของเราเป็นคนละเรื่องกันและเป็นสิ่งที่จะต้องทำ เพราะว่าการปรองดองในชาติของเราวันนี้มันเกิดขึ้นจากสาเหตุที่สลับซับซ้อนและมี ความละเอียดอ่อนมากมายหลายประการ ถ้าจะหยิบในประเด็นใดประเด็นหนึ่งขึ้นมา ก็อาจจะมีปัญหาและโต้เถียงกันได้ เพราะฉะนั้นการปรองดองเป็นเรื่องที่ต้องทำ เป็นเรื่องที่ เราจะต้องพูดคุยกันและเคารพในเหตุผลซึ่งกันและกัน เพราะว่าประเทศชาติของเราต้องการ ให้มีการปรองดองเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะฉะนั้นการปรองดองตรงนี้จึงไม่ใช่ เป็นเหตุผลที่จะมาขึ้นเงินเดือนหรือสิทธิประโยชน์ของศาลรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ถ้าเราเข้าใจในความหมายว่าการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์เพื่อให้ เหมาะสมและสอดคล้องกับหน้าที่และความสำคัญขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวแล้ว ผมเชื่อว่า เราจะช่วยรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเหล่านั้นไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการตรวจสอบของระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภาที่ประเทศไทยของเรายึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าการปฏิบัติตามกฎหมายขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญนั้นถ้าพิจารณาให้ถึงที่สุดแล้วเป็นการปฏิบัติหน้าที่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ในความเป็นจริง เราคงไม่ปฏิเสธว่ากฎหมายไม่เท่ากับความยุติธรรม แต่กฎหมายเป็นเครื่องมือที่จะอำนวย ให้เกิดความยุติธรรมขึ้นในบ้านเมืองของเรา ในหลายกรณีที่เรามีปัญหา มีข้อขัดแย้ง ในบ้านเมืองของเราถ้าเราใช้ลำพังเพียงกฎหมายอย่างเดียวเป็นเครื่องมือในการแก้ไขเราก็คง จะแก้ไขไม่ได้ และในที่สุดความยุติธรรมก็ไม่เกิดขึ้นความขัดแย้งก็ตามมา ตรงกันข้าม นอกจากกฎหมายเรายังจะต้องใช้ขนบธรรมเนียมประเพณี ศีลธรรม จริยธรรมที่สังคมไทย ของเรา ที่คนไทยของเราได้ให้ความเคารพ ได้ให้การยึดถือตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงปัจจุบัน ขนบธรรมเนียมประเพณี ศีลธรรมและจริยธรรมที่เป็นแบบแผนของคนไทยเหล่านี้จะเป็น ปัจจัยที่ประกอบเข้ากับกฎหมาย เข้ากับการใช้กฎหมายเพื่อที่จะอำนวยให้เกิดความยุติธรรม และเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทยของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เกิดขึ้นกับการใช้อำนาจ ทางการเมืองของระบอบประชาธิปไตยของเรา เมื่อเราเข้าใจอย่างนี้เราจะเห็นว่าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าถ้าใช้ลำพังเพียงกฎหมายอย่างเดียว ตัดสินเราจะมีปัญหาในบางกรณี ผมไม่ปฏิเสธครับว่าในหลายกรณีความยุติธรรมสามารถอำนวยได้โดยการใช้กฎหมายตามลำพัง เหมือนกับคำพิพากษาของศาลยุติธรรมเป็นต้น แต่ในหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองนั้น มีความละเอียดอ่อนอีกมาก เพราะฉะนั้นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือกฎหมายที่มีความถูกต้องและ ชอบธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ และสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็คือเกิดขึ้นโดยอาศัยองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญนี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมจึงอยากขอให้ ที่ประชุมของเรามีความเข้าใจที่ตรงกันว่าการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญนี้เป็นการขึ้นให้เพราะความเหมาะสม เพราะคุณค่า เพราะความสำคัญของ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และผมอยากจะขออนุญาตพูดตรง ๆ วันนี้ว่าผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ และเงินเดือนหรือค่าตอบแทนต่าง ๆ จาก พ.ร.บ. ที่จะเกิดขึ้นนี้ ท่านไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใคร แล้วท่านไม่จำเป็นต้องปรองดองกับใคร ขอแต่เพียงอย่างเดียวว่าขอให้ท่านยึดหลักของความถูกต้อง ของกฎหมาย ขอให้ยึดหลักของความสุจริต ยุติธรรม เที่ยงธรรม ขอให้ยึดถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี ขอให้ยึดถึงจริยธรรมศีลธรรมที่คนไทยของเรายอมรับร่วมกัน ผมคิดว่าถ้าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญปฏิบัติตามนี้ เงินเดือนที่เราขึ้นให้ สิทธิประโยชน์ที่เรามอบให้ด้วย กระบวนการทางรัฐสภาของเราวันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีประโยชน์เช่นเดียวกัน และในทางกลับกันสภาผู้แทนราษฎรของเราที่ได้ทำหน้าที่ในความหมายดังกล่าว เราก็จะได้ ภาคภูมิใจในตัวของเราว่าเราได้มีส่วนในการช่วยส่งเสริมให้ระบบและกลไกการตรวจสอบ และถ่วงดุลของระบอบประชาธิปไตยของเรามีความเข้มแข็งและมีความเชื่อมั่นและเชื่อถือได้ ในสังคมไทยของเรา ในระบบการเมืองไทยของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงอยากจะ ขออนุญาตสนับสนุนการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ในความหมายดังกล่าวไว้ ณ ที่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี จะตอบไหมครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก ก็คือจุดมุ่งหมายของ พ.ร.บ. ฉบับนี้เพียงแค่ปรับเงินเดือน ของบุคลากรในองค์กรอิสระให้สอดคล้องกับการปรับเงินเดือนของภาครัฐเท่านั้นเองครับ

ประเด็นที่ ๒ การประเมินการทำงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้อง ขอมตินะครับ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมครับ เพื่อลงมติรับหลักการครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ ผมจะขอมตินะครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

กรุณา เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผล ลงคะแนนครับ จำนวนผู้ประชุมในห้องประชุม ๒๗๐ ท่านนะครับ

ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ส่งผลคะแนน ด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๐๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ต่อไปเป็นขั้นตอนของการตั้งกรรมาธิการนะครับ จำนวนกรรมาธิการ ๓๑ ท่านนะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนา และพรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญท่านรัฐมนตรี เสนอรายชื่อครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในส่วนของคณะรัฐมนตรีจำนวน ๕ ท่านครับ ๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒. นายตุลยวัต พรหมพันธ์ใจ ๓. นางสุริศา ไขว้พันธุ์ ๔. นายสมหมาย ลักขณานุรักษ์ ๕. นายยุทธนา สาโยชนกร ครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๔ ท่านครับ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการ และกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการ และกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการ และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๔ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายนิรมิต สุจารี ๒. นายวันชัย บุษบา ๓. นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ๔. นายฉลาด ขามช่วง ๕. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ๖. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ๗. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ๘. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๙. นายสหรัฐ กุลศรี ๑๐. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๑๑. นายสงวน พงษ์มณี ๑๒. นางสิรินทร รามสูต ๑๓. นายอำนาจ ชุนหะนันท์ และ ๑๔. นางสาววิลาวัลย์ ธรรมชาติ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๘ ท่านนะครับ

นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จำนวน ๘ ท่านนะครับ ๑. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๒. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๓. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๔. นายเชน เทือกสุบรรณ ๕. นายสาธิต ปิตุเตชะ ๖. นายศุภชัย ศรีหล้า ๗. นายไพศาล จันทวารา ๘. นายเชิงชาย พงษ์พานิช ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการ และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยดังนี้ค่ะ ๑. นายมนู พุกประเสริฐ ๒. นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่านครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนาครับ ขอเสนอรายชื่อ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือคุณนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชล จำนวน ๑ ท่านครับ

นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังชล ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ พิจารณาร่างในสัดส่วนของพรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนาจำนวน ๑ ท่าน คือ นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ่านรายชื่อทั้งหมดครับ

นางพรรณิภา เสริมศรี รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒. นายตุลยวัต พรหมพันธ์ใจ ๓. นางสุริศา ไขว้พันธุ์ ๔. นายสมหมาย ลักขณานุรักษ์ ๕. นายยุทธนา สาโยชนกร ๖. นายนิรมิต สุจารี ๗. นายวันชัย บุษบา ๘. นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ๙. นายฉลาด ขามช่วง ๑๐. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ๑๑. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ๑๒. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ๑๓. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๑๔. นายสหรัฐ กุลศรี ๑๕. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๑๖. นายสงวน พงษ์มณี ๑๗. นางสิรินทร รามสูต ๑๘. นายอำนาจ ชุนหะนันทน์ ๑๙. นางสาววิลาวัลย์ ธรรมชาติ ๒๐. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๒๑. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๒. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒๓. นายเชน เทือกสุบรรณ ๒๔. นายสาธิต ปิตุเตชะ ๒๕. นายศุภชัย ศรีหล้า ๒๖. นายไพศาล จันทวารา ๒๗. นายเชิงชาย พงษ์พานิช ๒๘. นายมนู พุกประเสริฐ ๒๙. นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา ๓๐. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ๓๑. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ระยะเวลาการแปรญัตติครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน แปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

วันนี้ ผมว่าประชุมมาพอสมควรครับ ขอปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๓๐ นาฬิกา