สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องการเพิ่มเงินเดือนให้กับหมอและตำแหน่งที่ปรึกษาของประธานศาลฎีกา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายบัญชีเงินเดือนและช่วยเหลือคนงานในกระทรวงสาธารณสุข

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าต่อการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ มีความละเอียดอ่อนหลายเรื่อง จะต้องพูดผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลในบางเรื่อง แล้วก็ พูดเพื่อแลกเปลี่ยนกับสาธารณชนซึ่งกำลังรับฟังอยู่ เพราะว่าท่านมีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของ ประเทศร่วมกันและเสนอความเห็นมายังพวกเรา ผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมาธิการในการเขียน กฎหมายต่อ ท่านประธานที่เคารพ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับเงินเดือนส่วนราชการต่าง ๆ เป็นความจำเป็นของรัฐสภาต้องทำ ๑๐ กว่าปีมานี้ท่านประธานครับ เราได้ออกกฎหมาย บัญชีเงินเดือนต่าง ๆ หลายส่วนแล้ว เริ่มจากกฎหมายเงินเดือนศาลยุติธรรม กฎหมาย เงินเดือนอัยการ ในกระบวนการยุติธรรม เราทำมา ๒ ฉบับ กฎหมายเงินเดือนตำรวจ กฎหมายเงินเดือนครูวันนี้ก็มาพิจารณากฎหมายเงินเดือนขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเสนอมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน ท่านประธานครับ ในส่วนนี้ผมต้องเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบที่มาชี้แจงว่ายังมีความไม่ปกติอยู่อีกหลายหน่วยงาน ซึ่งผมคิดว่า จำเป็นที่รัฐบาลต้องออกกฎหมายบัญชีเงินเดือนอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยกตัวอย่าง องค์กรที่สำคัญองค์กรหนึ่งซึ่งนับวันจะมีปัญหามากขึ้น มีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง องค์กรที่ผมพูดถึงก็คือหมอครับ ท่านประธานรู้ไหมครับวันนี้นายแพทย์หรือคุณหมอ หรือโรงพยาบาลที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เขาอยู่ เขาต่อสู้กับกระบวนการเขาอย่างไร ท่านประธานครับ ถ้าไม่นำเรื่องที่ผมพูดในสภาวันนี้เพื่อประกอบกับการพิจารณากฎหมาย ฉบับนี้ ผมไม่ทราบว่าเราจะแก้ปัญหาให้องค์กรสาธารณสุขที่เกี่ยวกับชีวิตและความผาสุก ของประชาชนได้อย่างไร ยกตัวอย่างอำเภอหนึ่งถ้ามีคนแสนคน มีโรงพยาบาล ๑ โรงพยาบาล โรงพยาบาลนี้ถือว่าให้บริการประชาชนในอำเภอนี้ ๑๐๐,๐๐๐ คน ก็ประมาณการเก่าอยู่ว่า ๒,๘๐๐ บาทต่อหัว ต่อคนต่อปี คูณไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท คือ ๒๘๐ ล้านบาท เงิน ๒๘๐ ล้านบาท ถ้าเป็นโรงพยาบาลใหญ่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขเกินครึ่งหนึ่ง เป็นเงินเดือน ที่เหลือถึงนำมาเป็นส่วนบริการประชาชน นี่เราจะให้หมอในกระบวนการสาธารณสุขเหมือน อบต. เลย ถ้าหลักการนี้ถูกต้อง กระทรวงคมนาคม ของท่านรัฐมนตรีก็ต้องให้เงินไปกี่หมื่นล้านบาท ก็ต้องแบ่งเอาเงินเดือนของข้าราชการ ในสังกัดทั้งหมดใส่ลงไป ที่เหลือถึงจะทำถนนหนทาง เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ฝากท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าสมควรหรือยังที่จะออกกฎหมายบัญชีเงินเดือนหมอ วันนี้หมอสังกัด มหาวิทยาลัยเงินเดือนสูงกว่าหมอสาธารณสุข ๓ เท่าท่านประธาน เป็นไปได้อย่างไร ในประเทศไทย คนที่ทำงานช่วยเหลือหมอมีอยู่ส่วนหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนท่านประธาน ทั่วประเทศนี่ วันนี้ไม่ได้รับสิทธิ ๑๕,๐๐๐ บาท หรือเงินช่วยเหลือค่าครองชีพไม่ได้รับสิทธิ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีที่มารับฟังต้องไปพิจารณารีบด่วนเลย เพราะว่ามันมีคำสั่ง มีระเบียบ ของรัฐบาลชุดก่อนไปล็อก (Lock) ไว้ เขาเดือดร้อนมากนะครับท่านประธาน ทำไมผมพูด ประเด็นนี้ในโอกาสนี้ เหตุผลก็เพราะว่าสภาแห่งนี้กำลังพิจารณาเงินเดือน บัญชีเงินเดือนของ คนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลจะต้องดูในประเด็นนี้ก่อน คือบัญชีเงินเดือนหมอเรา จะปล่อยให้หมอมีความแตกต่างกันระหว่างหมอมหาวิทยาลัย ยิ่งมหาวิทยาลัยออกนอก ระบบนี่ หมอในมหาวิทยาลัยยิ่งมีเงินเดือนสูงกว่าหมอโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข มากมาย ท่านประธานครับ นี่คือมุมหนึ่งที่สำคัญเฉพาะหน้า ผมอยากจะบอกท่านประธานว่า วันนี้มีกลุ่มคนเดือดร้อน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าชีวิต ๑๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ที่เขาเข็นล้อ ที่เขาอยู่ประจำห้องไอซียู (ICU) ที่เขาช่วยหมออยู่ จบปริญญาทั้งนั้น ไม่มีสิทธิจะรับเงิน หรือว่า เข้าสู่นโยบายของรัฐในการปรับปรุง ดูแลวิถีชีวิตของคนในสังคมนี้เข้าไม่ได้ ผมฝากไว้ให้ ท่านช่วยไปพิจารณาด้วยครับ เรื่องนี้สำคัญมาก ผมดูความสำคัญตรงไหน ผมดูว่าหลักการ ผมจะพูดเรื่องหลักการ วันนี้เห็นด้วยไหมกับกฎหมายฉบับนี้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะมันไม่ได้ หมายถึงบัญชีเงินเดือนที่เราเจอในเอกสารนี้ มีตัวประธาน ถ้าจะพูดถึงศาลรัฐธรรมนูญ ต้องบอกว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทุกองค์กรก็จะบอก ประธานและองค์ประกอบ อย่างเช่นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินก็บอกว่าประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีเงินเดือนเท่านี้ มีเงินเดือนประจำตำแหน่งเท่านี้ แล้วก็ผู้ตรวจการแผ่นดินคนอื่นมีเงินเดือนเท่านี้ มีเงินประจำตำแหน่งเท่านี้ ไม่ได้หมายถึงแค่นี้ มันหมายถึงองคาพยพขององค์กรนี้ทั้งองค์กร วันนี้ฝ่ายประจำของศาลเหล่านี้ ฝ่ายประจำของ กกต. ฝ่ายประจำของ ป.ป.ช. เขาถูกสกัดกั้นหมด โอกาสขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ๆ ไม่ถึงเขาเลย เพราะอะไรครับ เพราะยังไม่มีพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับบัญชีเงินเดือน ถ้ามีแล้วจะเกิดอะไรขึ้นครับ เงินเดือนเหล่านั้นจะถูกรัฐบาลยกเป็น พระราชกฤษฎีกาก็ให้เขาได้ ท่านประธานครับ เลยต้องมีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ความสำคัญ มันอยู่ตรงนี้ มันตีระนาดไปถึงข้างล่างเลย ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาทั้ง ๒ สภา เข้าสู่ กระบวนการขึ้นไป จนกระทั่งจบประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านครับ จะเป็นอานิสงส์ อย่างยิ่งสำหรับองคาพยพขององค์กรเหล่านี้ ท่านครับ ผมดีใจครับ ดีใจที่กฎหมายฉบับนี้ แม้เสนอจากรัฐบาลชุดก่อนก็ตรงใจผมครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งน้อยกว่าประธานศาลฎีกา ถูกต้องครับ เพราะประธานศาลฎีกา เขาเป็นหัวหนึ่งของอำนาจอธิปไตย เพราะฉะนั้นประธานศาลฎีกาเท่าไรครับ ท่านประธาน ผมดูนะครับ นี่บัญชีสุดท้ายนะครับ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ๗๑,๐๐๐ กว่าบาท ประจำตำแหน่ง ๕๐,๐๐๐ บาท ประธานศาลฎีกา ๗๕,๐๐๐ กว่าบาท ประจำตำแหน่ง ๕๐,๐๐๐ บาท เหมือนกัน ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันผมก็บอกผ่านทางท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าในกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ก็ต้องมีพระราชกฤษฎีกาเพิ่มเติม ท่านประธานฟังนะครับ พระราชกฤษฎีกากฎหมาย เงินเดือนของศาลรัฐธรรมนูญของศาลยุติธรรมและดาโต๊ะยุติธรรมออกเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๔ ไม่กี่เดือนนี้เองนะท่านประธานยังล้าสมัยไปแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะสภาแห่งนี้ ได้อนุมัติตำแหน่งให้กับกระบวนการยุติธรรมคือตำแหน่งรองอธิบดีเพิ่มขึ้นจากไม่มีเลย เป็นมี ๓ ท่านไม่เกิน ๖ ท่าน วันนี้ผมดู ดูว่ารัฐบาลจะต้องออกพระราชกฤษฎีกาเพิ่มเติม แก้ไขพระราชกฤษฎีกาที่ผมบอก ฉบับที่ ๒ เพราะอะไรครับ เพราะว่าในท้ายพระราชกฤษฎีกา เขียนว่าการปรับครั้งนี้ปรับเพื่ออะไรครับ เขาบอกว่าการปรับครั้งนี้ปรับเพื่อสอดคล้องกับ สถานะเศรษฐกิจในขณะปี ๒๕๕๔ แต่เงินค่าตอบแทนดาโต๊ะ ๗,๙๐๐ บาท ท่านประธานครับ ได้ ๗,๙๐๐ บาทน้อยกว่านโยบายรัฐบาลเกือบครึ่งเป็นไปไม่ได้ ตรงนี้ต้องออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ แล้วท่านมาไล่ดูเงินเดือนมันมีฝ่ายบริหารและฝ่ายดำเนินการโดยปกติ ถ้าฝ่ายบริหารมันถึง กระบวนการบังคับบัญชามันเป็นศักดิ์ศรีขององค์กรเขา วันนี้เงินค่าตอบแทนของ กระบวนการศาลยุติธรรม ผมพูดเรื่องนี้ทำไมครับ เพื่อจะย้อนมาอภิปรายเรื่องที่กำลังจะแก้ไข กำลังจะปรับปรุง กำลังจะเปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ ประธานศาลฎีกาเงินเดือน ๗๕,๕๙๐ บาท เงินประจำตำแหน่ง ๕๐,๐๐๐ บาท รองประธานศาลฎีกา ๗๓,๒๔๐ บาท แล้วเงินประจำตำแหน่ง ๔๒,๕๐๐ บาท นี่ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา แล้วก็ เลยลงมาเป็นรองประธานศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค รองประธานผู้พิพากษา หัวหน้าศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดี รองอธิบดีก็ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง ท่านครับองค์กร ทุกองค์กรต้องมีศักดิ์ศรี อย่าเสียดายเงิน ค่าเงินเป็นจารบีเท่านั้นเอง องค์กรเขาจะอยู่ได้ อย่างมีศักดิ์ศรี เมื่อองค์กรในกระบวนการยุติธรรมมีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์ ไม่ต้องมาลักลั่น กันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ประชาชนก็จะได้รับผลจากความยุติธรรมนั้น โดยคนที่อยู่ในองค์กรนี้ ผมพูดเรื่องนี้เพื่อฝากให้รัฐบาลไปทบทวนพระราชกฤษฎีกาที่ผม กำลังถืออยู่ ไปทบทวนพระราชกฤษฎีกาการปรับปรุงอัตราเงินเดือนของข้าราชการตุลาการ และดาโต๊ะยุติธรรม ท่านประธานครับ ย้ำอีกทีบัญชีเงินเดือนท้ายพระราชกฤษฎีกานี้บัญชี อัตราประจำตำแหน่งดาโต๊ะยุติธรรมอัตราต่อบาท ต่อเดือน ๗,๙๐๐ บาท ไหวไหมครับ ท่านประธาน เขาไม่ได้ต้องการเงินแต่ศักดิ์ศรีความเป็นคนของเขาเขาต้องเข้าถึงนโยบาย รัฐบาล ขั้นต่ำ ๑๕,๐๐๐ บาทอย่าเสียดายครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมย้ำว่าเมื่อมีตำแหน่ง ก็ต้องมีเงินประจำตำแหน่ง อย่าทำให้ผู้พิพากษาศาลไปเป็นตำแหน่งรองอธิบดียังไม่มีเงิน ประจำตำแหน่ง อธิบดีก็ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง ไปมีระดับสูง แล้วมันจะมีความหมายอะไร นั่งทำงานมากขึ้นแต่ไม่มีค่าตอบแทนครับท่านประธาน นี่ผมคิดว่าท่านประธานใกล้ชิด กระบวนการยุติธรรมมากกว่าผมมากมาย เพราะท่านประธานมีอาชีพเดิมหรือว่าอาชีพที่ เกี่ยวข้องคือผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ท่านเป็นมาจากทนายความท่านเข้าใจเรื่องนี้ดี เรื่องนี้เพราะว่าบัญชีเงินเดือนคือการให้ของนิติบัญญัติเพื่อให้องค์กรนั้นมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามมาตรา ๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้และฉบับต่อไป ผมคิดว่าหมวดทั่วไปคงแก้ไม่มาก ทีนี้ผมจะพูดถึงบัญชีเงินเดือนเหล่านี้นิดหนึ่งเท่านั้นเองท่านประธาน คนที่ไปเป็นกรรมาธิการ จะต้องสอบถามผู้ที่มาชี้แจงจากองค์กรเหล่านี้ว่า ท่านมีสิทธิมีอำนาจตั้งที่ปรึกษาขึ้นมา ผมทราบว่าบางองค์กรอาจจะไม่ใช่ในนี้ องค์กรตามรัฐธรรมนูญนี้ล่ะ ตั้งที่ปรึกษาขึ้นมา ท่านประธาน ตั้งคนที่มีอายุเกิน ๗๐ ปี เงินเดือน ๖๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ ผมถามว่ามีอำนาจ ตั้งหรือเปล่า ถ้ามีอำนาจตั้งอำนาจนั้นเหมาะสมหรือเปล่า ท่านประธานครับ วันนี้คนที่อยู่ใน กระบวนการยุติธรรมขยายจาก ๖๕ ปีเป็น ๗๐ ปี ถือว่าคน ๗๐ ปีมีศักยภาพมันสมองที่จะ ตัดสินได้แต่เป็นที่ปรึกษายังได้ไหม ถ้ายังได้เงินเดือน ๖๐,๐๐๐ บาทตั้งเองได้ไหม หรือต้องมี พระราชกฤษฎีกาให้ หรือไม่ต้อง นี่คือสิ่งที่ผมถามครับ ผมอยากจะให้พวกเราไปดู ผมพูด ตั้งแต่ต้นมานี้ผมย้ำอยู่ ๓ เรื่อง ๒ ส่วน ท่านประธานครับ ส่วนที่เกี่ยวกับรัฐบาลผมอยากให้ ท่านไปออกบัญชีเงินเดือน บัญชีคุณหมอทั่วประเทศมาเป็นบัญชีแพทย์ ไม่ให้มันลักลั่นกับหมอ ในมหาวิทยาลัยมากถึง ๓ เท่า อันตรายมากท่านประธาน วันนี้อีกเรื่องหนึ่งในนี้มันสอดเข้าไป ในนั้น คน ๑๐๐,๐๐๐ คน หายไปจากการดูแลของสายตารัฐบาลได้อย่างไรโดยคำสั่งของ กระทรวงการคลัง เป็นไปได้อย่างไรท่านประธานครับ วันนี้ตอบว่าคน ๑๐๐,๐๐๐ คน ไม่มีสิทธิเป็นไปได้อย่างไร ลูกจ้างของกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ในโรงพยาบาลหายไปจาก กระบวนการภาครัฐทั้งหมด เสมือนเขาไม่ใช่คนอยู่ในกระบวนการ เหมือนเขาไม่ใช่ คนในประเทศนี้เพราะอะไรครับ เพราะเขาไม่ได้รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญในกรอบหมวดทั่วไป มาตรา ๕ ท่านประธาน มาตรา ๔ ไม่มีครับ ระเบียบใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้ ตามมาตรา ๖ ต้องเป็นอันใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นระเบียบนี้ต้องใช้ไม่ได้ท่านประธาน ต้องเรียน รัฐบาลไป

เรื่องที่ ๒ กฎหมายที่เขียนขึ้นมาวันนี้จะต้องมีสักมาตราหนึ่งที่ไปตรวจสอบ ให้เห็นว่าคุณจะตั้งเงินเดือนได้ จ้างใครก็ได้ไม่เกินเท่าไร อันนี้เกินกว่าเงินประจำตำแหน่ง เงินประจำตำแหน่งประธานศาลฎีกา ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ที่ปรึกษาของประธานบางประธาน ๖๐,๐๐๐ บาท ตั้งได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมบอก นี่คือสิ่งที่ผมเห็น นี่จะเป็นคำถามจากคนหนึ่ง ที่จะต้องไปนั่งเขียนกฎหมาย แล้ววันนี้รัฐสภาจะต้องช่วยกันอนุมัติ ช่วยกันดูแล เรื่องทั้งหมด จะต้องพูดคุยกันนานมาก เราจะไปปรับปรุงศาลก็ต้องถามคนศาล ไปปรับปรุงองค์กร ตามรัฐธรรมนูญก็ต้องถามเขา เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาจินตนาการว่าจะยุบหรือไม่ยุบ วันนี้ กระบวนการทุกอย่างของรัฐธรรมนูญถ้ามีการร่างต้องถามประชาชนทั้งสิ้น ทุกองค์กร ในกระบวนการยุติธรรมต้องอิสระจากฝ่ายบริหาร นี่เป็นหลักการครับ แต่ทุกองค์กรไม่มีสิทธิ จะเป็นอิสระจากกระบวนการของประชาชน มาตรา ๓ นี้ครับ ทั้งหมดนี้เป็นหลักวิธีคิดที่จะ ประกอบพิจารณาเรื่องเหล่านี้ ผมสรุปทั้งหมดที่ผมพูดมา ผมชี้เป้าไปตรงที่ว่าภาระการขึ้น เงินเดือนเหล่านี้เป็นภาระของรัฐบาล เอกสารทั้งหมดนี้ทำไมเท่านั้นเท่านี้ ก็มาจากรัฐบาล ของท่านอภิสิทธิ์ แต่เมื่อเราเห็นด้วยก็ออกมา วันนี้เรายกขึ้นมาเพราะคิดว่าเป็นสถานการณ์ที่ เหมาะสม ก็ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลช่วยดูแลองค์กรของรัฐให้ทั่วถึง โดยเฉพาะคนงาน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนในกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีบัญชีเงินเดือนหมอและคนงานเหล่านี้ ต้องเข้ารับนโยบายของรัฐบาลได้ และต้องไปดูพระราชกฤษฎีกาของศาลยุติธรรมให้เงิน ทุกตำแหน่งที่มีอยู่ในกฎหมาย ให้ตำแหน่งเขาไปก็ต้องให้เงินเขาด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ