สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องขึ้นเงินเดือนให้กับศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. และไม่เห็นด้วยว่าจะยุบ 3 องค์กรดังกล่าว

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

กรุณาเปิดไมโครโฟน ขอบคุณครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อผมลุกขึ้นพูด ความจริงในสภาผู้แทนราษฎรผมก็ไม่หวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้น และผมถือว่าสิ่งที่ผมอภิปรายนั้น เป็นความจริง ท่านประธานจะวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นสิทธิของท่านประธาน ผมนั้นสนับสนุน แน่นอนครับในการที่จะขึ้นเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใด ของท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายฉบับนี้ท่านจะขึ้น เงินเดือนให้กับ ๕ องค์กรก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน รวม ๕ องค์กร แต่ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเราจะขึ้นเงินเดือนให้กับ ๕ องค์กรดังกล่าว แต่ปรากฏว่ากำลังมีความพยายามที่จะยุบ ๓ องค์กร ใน ๕ องค์กรนี้ ท่านประธานครับ แล้วเรา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้กับทั้ง ๕ องค์กร แต่อีก ๓ องค์กร คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และ กกต. กลับมีข่าวว่าจะถูกยุบ และถ้าถูกยุบเราจะพิจารณา ออกกฎหมายฉบับนี้ไปเพื่ออะไร การออกกฎหมายเราต้องมองการณ์ไกลและพิจารณาไป ในอนาคตข้างหน้าว่าถ้าออกกฎหมายดังกล่าวแล้วสามารถปฏิบัติได้จริง ท่านประธานครับ แม้ว่าใครจะพูดอย่างไรว่าไม่มีการยุบองค์กรอิสระแต่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศฉลาดไม่ได้โง่ครับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศติดตามข่าวสารข้อมูลเท่าเทียมกับท่านประธานและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน เขารู้ว่าใครคิดเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชน ใครคิดเพื่อผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นท่านประธานครับการที่ผมเป็น ส.ส. พรรคฝ่ายค้านลุกขึ้นมาสนับสนุนเพื่อเพิ่มเงินเดือนให้กับท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำงานอย่างหนัก และศาลรัฐธรรมนูญยุคนี้แทรกแซงไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญยุคนี้ ไม่สามารถที่จะแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ได้ ศาลรัฐธรรมนูญยุคนี้ไม่สามารถที่จะเอาตำแหน่ง เอาเงินหรือเอาสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปแลกเปลี่ยนเพื่อให้วินิจฉัยไปในตามสิ่งที่ต้องการได้ ท่านประธานครับ และศาลรัฐธรรมนูญยุคนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีถุงขนมแต่อย่างใด ท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นการที่จะขึ้นเงินเดือนองค์กรอิสระทั้ง ๕ แห่ง ผมเห็นด้วย แต่ผมรู้สึกว่า ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะองค์การมหาชน ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาลก่อนโน้น ปรากฏว่าองค์การมหาชน ท่านประธานทราบไหมครับว่า เงินเดือนเท่าไร ท่านประธานก็ทราบและเงินเดือนผู้อำนวยการองค์การมหาชนมากกว่าท่านประธาน ๓ เท่า ท่านประธานได้ขณะนี้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท องค์การมหาชนได้เงินเดือน เดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมาเปรียบเทียบกันแล้วผมเห็นว่า การเสนอขึ้นเงินเดือนให้กับองค์กรอิสระทั้ง ๕ แห่งของรัฐบาลนั้นน้อยเกินไปไม่คุ้มกับสถานะ ทางวิชาชีพที่ต้องเสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย เสี่ยงกับการข่มขู่ ขู่ฆ่า ขู่ล้อม ขู่จะเผาและเกิดขึ้นจริง ท่านประธานครับ การที่ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ได้ยินไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้ผมก็ไม่ทราบว่าคณะรัฐมนตรีทั้งชุดมีเพียงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านเดียวหรืออย่างไรที่ต้องมาชี้แจงกฎหมายนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ทำไมไม่ให้รองนายกรัฐมนตรี มาชี้แจง แต่ไม่เป็นอะไรครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าองค์กรอิสระทั้ง ๕ แห่ง ที่รัฐบาลเสนอมานั้นเพื่อที่จะขึ้นเงินเดือนผมเห็นด้วยและควรจะขึ้นมากกว่านี้ อย่างน้อยที่สุดควรที่จะเทียบเท่ากับองค์การมหาชนซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ให้เงินเดือนตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท แพงเกินไปไหมครับ แพงกว่าประธานศาลฎีกา แพงกว่านายกรัฐมนตรี แพงกว่าประธานรัฐสภา และแพงกว่า ผู้ทำหน้าที่ประธานสภาซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ในนาทีนี้ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น การเสนอขึ้นเงินเดือนของรัฐบาลในครั้งนี้ต้องมีเหตุผลมากกว่านี้ และควรจะขึ้นให้มากกว่านี้ เพราะเท่าที่ขึ้นมาผมยังมีความเห็นว่าน้อยเกินไป กราบเรียนท่านประธานโดยสรุปแม้ว่า สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะพยายามผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อขึ้นเงินเดือนให้กับ ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. แต่กลับมีคนจะยุบ ๓ องค์กรดังกล่าว ผมจึงไม่เห็นว่าจะเป็น ประโยชน์อะไรเลยที่เราจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ เพราะพิจารณาไปแล้วต่อไปท่านก็ยุบ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมอยากเห็น การพิจารณากฎหมายในสภาเป็นประโยชน์กับองค์กรทุกองค์กร และสามารถที่จะปฏิบัติได้ ในอนาคต และถ้าอนาคตอันใกล้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เราก็ต้องมาแก้กฎหมาย เสนอกฎหมายในลักษณะนี้อีกครั้งหนึ่ง และกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า อย่าได้มองว่าพรรคฝ่ายค้านนั้นมีอำนาจเหนือกว่าท่าน เพราะแท้ที่จริงแล้วรัฐบาลและ ส.ส. พรรครัฐบาลนั้นมีอำนาจมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งสามารถที่จะดลบันดาลอะไรก็ได้ แต่ควรให้ ความเป็นธรรมกับพรรคฝ่ายค้านด้วยเช่นเดียวกัน ขอขอบคุณ