เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้บริหารต่างๆ และสนับสนุนการแก้ไขเพื่อให้เข้ากับปัจจุบัน โดยเฉพาะการเพิ่มเงินเดือนของศาลรัฐธรรมนูญให้เท่ากับองค์กรอิสระอื่น ๆ และเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการงานและเงินเดือนของพนักงาน โดยเน้นความสำคัญของการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน และการลดค่าใช้จ่ายของเงินเดือน
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เราพิจารณากฎหมายชื่อยาวเหลือเกินนะครับ คือเกี่ยวกับพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งผมดีใจครับ ความจริงนี่พูดกันส่วนตัวมันน่าจะดองกฎหมายนี้ไว้นาน ๆ ครับ แต่พอมาดู เหตุผลแล้วก็ต้องสนับสนุนเพราะอะไรครับ กฎหมายฉบับนี้มีตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ มา ตอนนี้ ปี ๒๕๕๔ คนเราต้องเป็นปัจจุบันนะครับ ไม่ว่าอะไรก็ตามอดีตก็ว่าไป แต่ปัจจุบันต้องทำให้ดี ที่สุดนะครับ อนาคตก็ยังมาไม่ถึงก็ควรจะดูไว้เฉย ๆ ระวังแค่นั้นเอง ที่ต้องเป็นปัจจุบันก็คือ อะไรครับตามที่ทางรัฐบาลเสนอมาก็คือเรื่องเศรษฐกิจ อันนี้ก็คงไม่มีใครคัดค้าน
อันที่ ๒ ก็คือข้อความต่าง ๆ มันไม่เป็นปัจจุบัน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ก็เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน มันก็ต้องแก้กฎหมาย เพราะว่ากฎหมายที่ล้าหลังก็คงใช้ไม่ได้ ท่านประธานครับเป็นความใจกว้างของรัฐบาลนะครับ ที่ว่าใจกว้างอย่างไรครับ ผมอาจจะพูดอดีต นิดหนึ่งครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญที่ว่ามีการยุบพรรคต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีการผูกใจเจ็บ ก็ยังปรับให้จากบัญชีเป็นบัญชีที่ ๔ แล้วก็เงินที่เพิ่มขึ้นก็ไม่มากเท่าไร อย่างที่คุณหมอชลน่าน ขอเอ่ยนามนิดหนึ่งครับพูด ผมลองบวกลบแล้วนะครับ ท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เพิ่มขึ้น ๖,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นก็เกือบ ๖,๐๐๐ บาท ท่านกรรมการอื่น ๆ ก็เพิ่มขึ้น ๖,๘๐๐ บาท ก็เป็นสิ่งที่ไม่มาก แต่ก็เป็นกำลังใจ แล้วยังไม่พอครับ รัฐบาลนี้ยัง ใจกว้างอีกนะครับ เพราะว่าองค์กรอิสระหรือศาลต่าง ๆ ท่านก็มีศักดิ์ศรี ก็เคยมีสมัยหนึ่ง ที่ว่ามีการเพิ่มเงินเดือนของ กกต. อะไรก็ผิดกฎหมายไป รัฐบาลใจกว้าง คือถ้าเงินเดือน ถ้าเพิ่มไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เพิ่มทุกระดับก็สามารถจะออกเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ ตามมาตรา ๔/๑ ซึ่งอันนี้เป็นความใจกว้างเพราะว่าไม่ต้องมาขอทางสภาอีก ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าท่านกรรมการทั้งหลายท่านก็เป็นคนไทย เป็นคนก็ต้องการเงินเพื่อเป็นปัจจัยในการดำรงชีพ ตามฐานะนะครับ เงินอาจจะไม่สำคัญแต่ก็มีความจำเป็นที่จะใช้เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมขอเสนอประเด็นนิดหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับองค์กรอิสระที่ว่านี้นะครับ งานที่ท่านรับผิดชอบเป็นงานที่สูงส่งนะครับ แล้วก็กำหนดในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ด้วยและ ปี ๒๕๕๐ ด้วย เพราะฉะนั้นลักษณะการทำงานของท่าน ผมไม่อยากจะใช้คำ มาตรฐาน หรืออะไรนะครับ การตัดสินใจของท่าน การปฏิบัติงานของท่านควรจะต้องเป็นธรรมนะครับ ความเป็นธรรมว่ากันไปเราก็ทราบอยู่คืออะไรนะครับ ไม่พูดในที่นี้นะครับ อันที่ ๑
อันที่ ๒ งานต้องไม่ค้าง และต้องรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน เช่น ในหลาย ๆ อย่างที่มันจะหมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. พวกนี้ก็ต้องเอามาดูก่อนนะครับว่าเพื่อรักษา ประโยชน์ของประเทศชาติคดีต่าง ๆ ที่จะหมดอายุความต้องรีบทำให้มันเสร็จนะครับ ถ้าไม่เสร็จเสียหายเยอะ แล้วพอมาพูดถึงเงินเดือนคนเขาก็จะว่าอีก
อันที่ ๓ เกี่ยวกับศาลกับอัยการต่าง ๆ อายุ ๗๐ ปีที่เกษียณ คือผมมีความเห็นว่า อายุมากท่านก็มีประโยชน์ละครับ แต่น่าจะเป็นที่ปรึกษาแล้วก็ไม่ควรจะกินเงินเดือนมาก ๆ
อันที่ ๔ อันนี้เป็นตัวอย่างของการคานอำนาจนะครับ เพราะว่าในเมืองไทย เราลืมพูดเรื่องนี้ครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อาจจะมีการให้อำนาจทางศาลมาก อาจจะ คิดว่าท่านเป็นคนตรงไปตรงมา แต่มันก็เป็นพิษเหมือนกันครับ เพราะว่าการที่ดึงท่านมายุ่ง กับการเมืองมาก มันก็ทำให้เกิดมีปัญหาในประเทศไทย เงินเดือนเป็นตัวอย่างเลยนะครับว่า ท่านต้องเสนอเข้ามาในสภาใช่ไหมครับ สภาจะไม่ให้ก็ได้ แล้วท่านต้องเสนอผ่าน ครม. ด้วยนะครับ เพราะ ครม. เป็นฝ่ายบริหารเงินทอง ต้องหาเงิน เห็นไหมครับ การคานอำนาจต่าง ๆ ขณะเดียวกัน เมื่อท่านตัดสินหรืออะไรต่าง ๆ ก็ต้องให้มันเป็นธรรมนะครับ ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกพูด เรื่องหมอนะครับ ผมขอให้ข้อเท็จจริงนิดหนึ่งนะครับ ความจริงหมอในมหาวิทยาลัยกับหมอ ในกระทรวงก็ไม่ค่อยให้เงินเดือนต่างกันเท่าไรครับ ผมรับราชการทั้งกระทรวงสาธารณสุข แล้วตอนหลังไปเป็นอาจารย์ในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เงินเดือนไม่ต่างกัน เท่าไรครับ แต่เงินเดือนของหมอในทั่ว ๆ ไปมันต่ำอยู่แล้วนะครับ คือต่ำเมื่อเทียบกับอย่างอื่น โดยเฉพาะกับสภาวะเศรษฐกิจ หรือว่าทางเอกชน มีการพูดกันมากมายว่าจะมีการปรับปรุง เงินเดือนหมอเหล่านี้ หรือบุคลากรด้านการแพทย์อื่น ๆ ด้วยนะครับ ผมเห็นด้วยนะครับว่า ควรจะมีการพิจารณาฝากทางท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับว่าบุคลากรด้านสุขภาพ ก็มีความสำคัญ ประเทศที่เขาเจริญแล้วนอกจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การให้สุขภาพ ของคนที่ดีกับการศึกษามันจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการที่จะพัฒนาประเทศไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะพูดมากนะครับ ก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่ชื่อยาว ๆ นี้นะครับ แล้วก็อยากจะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นไปดูในความเหมาะสมของเงินเดือน ขององค์กรต่าง ๆ ว่ามันสอดคล้องกันไหม แล้วก็อยากจะให้ไปดูองค์กรมหาชนที่ว่าเงินเดือน เยอะ ๆ มันมากเกินไปหรือเปล่า แล้วก็เปรียบเทียบกับรายได้ของประเทศด้วยนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ