สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕

อิทธิเดช แก้วหลวง หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ โดยเรียกร้องให้ใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีอยู่แล้วแทน และเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาโครงข่ายถนนและเตรียมตัวของไทยให้พร้อมกับสถานการณ์การค้าเสรีที่จะเกิดขึ้นในปี 2558

นายอิทธิเดช แก้วหลวง เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ซึ่ง ครม. ได้นำเข้าสู่ การพิจารณาของสภาในวันนี้นั้น ผมเองนั้นได้ศึกษาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ซึ่งได้ผ่าน ความเห็นชอบของสภาไปแล้วฉบับแรกนะครับ ส่วนฉบับนี้ความจริงแล้วก็เป็นฉบับที่ มีความเกี่ยวเนื่องกับฉบับที่ผ่านมา ผมคิดว่าบทบัญญัติต่าง ๆ ที่เรามีกฎหมายอยู่แล้ว คือกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของการรับขนของนั้น ก็สามารถที่จะมาใช้ ในการบังคับตามกฎหมายได้ แต่มีความไม่ชัดเจนแล้วก็ความไม่เหมาะสมหลายประการ ซึ่งอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น ในอนาคต จึงทำให้คณะรัฐมนตรีนำเอาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเข้ามาพิจารณาในวันนี้ ซึ่งตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กราบเรียนแล้วว่าแม่บทจริง ๆ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ นั้นมาจากอนุสัญญาซึ่งสหภาพยุโรปได้ทำขึ้นมาแล้วเมื่อปี ๑๙๕๖ ที่เรียกว่าซีเอ็มอาร์ (CMR)

และอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องจีเอ็มเอส ซีบีทีเอ (GMS-CBTA) ซึ่งเป็นข้อตกลงว่า ด้วยการขนส่งข้ามพรหมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้นแล้วผมคิดว่าในฐานะที่ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย และประการที่สำคัญนั้นผมเป็นผู้ที่อยู่ตาม แนวชายแดนมาตลอด เคยประกอบอาชีพเป็นนักธุรกิจค้าขายข้ามพรมแดนมาโดยตลอด ก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสร่วมงานกับหอการค้าจังหวัดเชียงราย ในโครงการพัฒนาสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ได้ติดตามความคืบหน้าในกรอบข้อตกลงต่าง ๆ ของจีเอ็มเอส (GMS) มาโดยตลอด แต่ผมยังเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้องกับกิจการดังกล่าวนี้ยังถือว่าเป็นการตรากฎหมายที่ค่อนข้างจะ ช้าด้วยซ้ำไป เมื่อดูเนื้อหาสาระของพระราชบัญญัติดังกล่าว ผมคิดว่าเมื่อเอา ๒ แม่บท มารวมกันแล้วจะเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เข้าเสนอในสภาวันนี้มีความครอบคลุมชัดเจน แต่ก็คงจะต้องมีการไปดูให้ละเอียดในชั้นคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งนะครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องขอบเขต การบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลักษณะของสัญญารับขนของทางถนนต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องของการคิดคำนวณค่าเสียหาย การมีข้อขัดแย้ง สิทธิเรียกร้องต่าง ๆ ผมคิดว่า ครบถ้วนนะครับ ผมเองนั้นอยากจะอภิปรายให้ท่านประธานสภาได้มีความเข้าใจลึกซึ้งถึง ความคืบหน้าหลาย ๆ ประการเกี่ยวกับการรับขนของระหว่างประเทศ ผมเห็นว่าในส่วนของ ทางเหนือนั้น การรับขนของระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะประเทศจีนเอง ซึ่งรวมไปถึงประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซียเองมีความเกี่ยวเนื่องกันโดยตลอด แต่เราไม่มีกฎหมายที่จะมีลักษณะของ การอำนวยความสะดวก หรือทำให้กิจกรรมทั้งหลายเหล่านั้นมีความก้าวหน้า รุดหน้าทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าข้อตกลงการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศ ซึ่งเอาง่าย ๆ ว่า ซีบีทีเอ ซึ่งจีเอ็มเอสเป็นเจ้าภาพ ได้ทำสัญญาตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ และล่าสุดที่กรุงปักกิ่ง ปี ๒๕๕๐ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรครับ เพราะว่าการบันทึกความเข้าใจว่าด้วย การขนส่งข้ามพรมแดนต่าง ๆ ที่ผ่านด่านต่าง ๆ หรือการเปลี่ยนสิทธิจราจรต่าง ๆ ในจุด ผ่านแดนต่างๆ ก็ไม่ได้มีความคืบหน้าเท่าที่ควร มีการทำข้อตกลงการขนส่งข้ามประเทศลาว ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม ก็ไม่มีความคืบหน้า หรือมีความรุดหน้า ในขณะที่เราจะเข้าสู่ การเป็นประชาคมประชาชาติอาเซียนในปี ๒๐๑๕ ที่จะถึงนี้ การขนส่งทางถนนระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศลาว เราก็มีข้อตกลงในเรื่องการขนส่งสินค้า ผู้โดยสาร หรืออำนวย ความสะดวกในการสัญจรของบุคคล หรือการเปิดเสรีจำนวนผู้ประกอบการขนส่งระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศลาว วันนี้มันไม่ใช่เฉพาะประเทศลาวเท่านั้น มันรวมทั้งประเทศจีน ตอนใต้ รวมทั้งประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา และอีกไม่นานนี้ก็จะไปเกี่ยวดองกับ ประเทศเมียนมาร์ หรือประเทศพม่าอย่างแน่นอน นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานมาในโอกาสนี้นะครับ ส่วนกรอบความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ในกรอบอื่น ๆ นั้น ไม่ว่าเป็นกรอบอาเซียน ท่านเชื่อไหมว่ากรอบอาเซียนขณะนี้ที่มีผลทางปฏิบัติแล้ว มีเพียงแค่ การยอมรับใบขับขี่ของประชาชนในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ชาติ รวมทั้งการยอมรับเรื่องของ การตรวจสภาพรถยนต์ ยังไม่มีข้อตกลงในเรื่องการใช้ถนน ไม่มีเรื่องข้อตกลงอื่น ๆ ที่มี ความคืบหน้าแต่อย่างใดนะครับ กราบเรียนท่านประธานไว้ ยิ่งเรามาดูทางภาคใต้ ภาคใต้ มีกรอบความตกลง ไอเอ็มทีจีที (IMT-GT) ความร่วมมือ ๓ ชาติ ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย แต่ปรากฏว่าข้อตกลง หรือกรอบที่จะนำไปสู่การเป็นสากลนั้นไม่มีเลย กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ เราได้ทำ ข้อตกลงความเข้าใจกันกับประเทศมาเลเซียในเรื่องของการขนส่งสินค้าเน่าเสียผ่านแดนจาก ประเทศไทยสู่ประเทศมาเลเซีย และสิ้นปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์ ทำไว้เมื่อไรครับ ปี ๒๕๒๒ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าวันนี้การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ไม่ใช่เท่านั้นนะครับ อาจจะมาจากปักกิ่งผ่านประเทศลาว ที่อาร์ ๓ (R3) ผ่านประเทศพม่าที่อาร์ ๓ บี (R3B) หรือว่าอาจจะผ่านมาทางกวางสี ลงมาทาง ประเทศเวียดนามเอง เข้ามาทางประเทศกัมพูชา หรือเข้ามาทางประเทศลาวผ่านประเทศไทย ไปสู่ประเทศสิงคโปร์ โดยผ่านยะโฮร์บาห์รู นั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มี กฎหมายที่เป็นสากลในการที่จะให้กลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหลายเหล่านั้นได้มีกติกา มีกฎหมายที่เป็นอย่างเดียวกัน นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบนำเรียนท่านประธานไว้ ในโอกาสนี้นะครับ

ทีนี้มันมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่งครับว่าปรัชญาจริง ๆ ของจีเอ็มเอส (GMS) คืออะไรครับ ปรัชญาจริง ๆ ของจีเอ็มเอสก็คือการที่จะให้เกิดความเชื่อมโยงในระบบ โครงข่ายคมนาคมและการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนุภูมิภาค ดังนั้นเรื่องระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ก็คือส่วนหนึ่งครับ ที่เป็นกิจกรรมที่จะทำให้ประเทศภาคี ทั้งหลายที่อยู่ในอนุภูมิภาคนี้ได้มีความสามารถในการแข่งขัน แต่ประเด็นปัญหาที่ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อเนื่องไปอีกนิดหนึ่งครับว่าในปี ๒๐๑๕ ที่จะถึงนี้ จะมีการเปิดเสรีการบริการโลจิสติกส์ นี่เป็นข้อหนึ่งครับ ที่ฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับว่าการที่ให้ผู้ถือหุ้นต่างชาติประกอบการในเรื่องของโลจิสติกส์ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ จะกระทบต่อผู้ประกอบการไทยหรือไม่ หรือความสามารถในการแข่งขัน ของผู้ประกอบการไทยจะสามารถอยู่ได้หรือไม่ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่เป็นห่วงแล้วก็ฝากให้สภา รับไปพิจารณานะครับ ท่านประธานมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผมขอฝากท่านประธานนิดหนึ่งครับ เผอิญผมในฐานะที่เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการ กิจการชายแดนไทย ได้มีโอกาสไปดูการพัฒนาและการมองเห็นการณ์ไกลของรัฐบาลจีน เส้นทางที่เขาเชื่อมต่อประเทศอาเซียนที่ผ่านกวางสีนั้น วันนี้ที่เมืองผิงเสียงกำลังจะจัดตั้ง เมืองเศรษฐกิจพิเศษซึ่งจะมีความยิ่งใหญ่ จะมีปริมาณสินค้าที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศจีน กับประเทศอาเซียน มูลค่าการค้าผมคิดว่ามากกว่าแสนล้านบาทต่อปี สิ่งหนึ่งนั้นเขามี ต้นแบบที่จะให้เป็นต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจพิเศษอีกแห่งหนึ่งคือเมืองมุยลี่ จังหวัดเต๋อหง ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงลงไปยังประเทศพม่า เพื่อเข้าไปสู่มหาสมุทรอินเดีย วันนี้เมืองมุยลี่เป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ มูลค่าการค้า แสนล้านบาท วันนี้ท่านประธานถ้าหากว่าท่านเดินทางไปในมณฑลยูนนานท่านจะเห็น การก่อสร้างทางรถไฟ เส้นทางทางรถไฟที่จะมุ่งไปสู่ประเทศพม่าที่มุยลี่ก็ดี หรือจะลงมาทาง ประเทศลาวผ่านมายังประเทศไทย หรือผ่านประเทศพม่าเอง ปี ๒๐๑๕ นั้นรถไฟประเทศจีน นั้นจะมาจอดที่ชายแดนเรียบร้อยหมดครับ ยังไม่อ่านถนนอาร์ ๓ เอ ซึ่งเป็นถนนมอเตอร์เวย์ (Motor way) ที่ฝรั่งมองเห็นแล้วก็ตกใจ เพราะเมื่อท่านเห็นภูเขาเลากาใหญ่โตจากระยะทาง จากชายแดนโมฮั้นไปยังคุนหมิงปกติต้องใช้เวลาเดินทางถึง ๓ วัน แต่เมื่ออาร์ ๓ เอเสร็จ แทบจะไม่รู้เลยว่าเราอยู่บนถนนที่เป็นภูเขา เพราะถ้าเป็นภูเขาเจาะเป็นอุโมงค์ครับ ถ้าเป็น หุบเหวเป็นหน้าผาทำเป็นสะพานหมด อันนั้นคือสิ่งหนึ่งที่ประเทศจีนรุดหน้าไป และวันนี้ ความแตกต่างระหว่างโมฮั้น ชายแดนจีนกับบ่อเต็นชายแดนประเทศลาวนั้นมีความแตกต่าง กันโดยสิ้นเชิง นั่นคือส่วนหนึ่งครับ และวันนี้ผมถามว่าเรากำลังมานั่งพิจารณาเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ แล้วเรายังไม่มีการวางแผนรองรับในการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน การที่เราจะต้องตกอยู่ในภาวะที่จำยอมในปี ๒๐๑๕ ความเข้มแข็งของผู้ประกอบการไทยนั้น มีความพร้อมหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นผมเห็นว่ากฎหมายที่เรากำลังตราขึ้นและที่ ตราสำเร็จไปแล้วหลายฉบับ ยกตัวอย่างเช่น พ.ร.บ. การรับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ หรือร่างพระราชบัญญัติการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ซึ่งเราตราขึ้นในปี ๒๕๔๘ และวันนี้ เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีความสำคัญกับประเด็นที่ผมกล่าวมาข้างต้น ๒-๓ ฉบับนั้น ก็ยังเห็นว่ายังไม่เพียงพอที่จะสามารถนำไปใช้ในความเป็นจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังมี พ.ร.บ. อีกฉบับหนึ่งครับที่รอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอยู่ และเป็น พ.ร.บ. ที่มีความสำคัญต่อเนื่องกับ พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับที่ผ่านมา ก็คือเรื่องของ พ.ร.บ. รับขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระทางถนนระหว่างประเทศ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมไม่เข้าใจ ว่าทำไมไม่เอาเข้ามาพร้อมกันครับ ถ้าเอาเข้ามาพร้อมกันให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายพร้อม กันและนำเสนอสู่การพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นในคราวเดียวกัน ผมว่า จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานครับ วันนี้ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ พยายามที่จะผลักดันให้ด่านชายแดนของตนเองให้เป็นสากลมากขึ้น ก็คือ เป็นด่านชายแดนที่เป็นซีไอคิว (CIQ) หรือเป็นซิงเกิล วินโดว์ อินสเปคชั่น (Single window inspection) หรือซิงเกิล สต็อป อินสเปคชั่น (Single stop inspection) วันนี้ถามว่า ประเทศไทยเรามีความพร้อมแล้วหรือไม่ อย่างไรที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาด่านชายแดน ทั้งหลาย เพื่อให้เป็นระบบซีซีเอ (CCA) ซึ่งต่อไปนี้กฎหมายฉบับก่อน อำนวยความสะดวก โดยการข้ามแดน มันมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะเป็นสากลแล้วมีเจ้าหน้าที่ของประเทศภาคี ทั้งหลายเข้ามาตรวจร่วมกัน มาทำงานร่วมกัน นั่นคืออุปสรรคประการที่ ๒ ที่เราจะต้องเร่ง นำเอากฎหมายทั้งหลายเหล่านี้เข้ามาสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานครับ การผลักดันในเรื่องที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง ที่ผมเห็นว่ามันจะเป็นอุปสรรคปัญหาในข้างหน้า ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของระเบียบการจราจร ที่จะต้องเป็นสากลครับ วันนี้เราข้ามพรมแดนปุ๊บเรารู้เลยว่า แต่ละประเทศนั้น มีความเข้าใจในเรื่องกฎระเบียบจราจรแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นในประเทศพม่าครับ เวลาท่านประธานต้องการจะให้รถยนต์แซงท่าน ท่านต้องเปิดไฟด้านที่ให้เขาแซงนะ ท่านเข้าใจไหมครับ ถ้าหากว่าวันนี้ท่านขับรถอยู่ท่านต้องการให้คนขับรถแซงท่าน ท่านต้อง เปิดไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อให้เขาแซงขวา แต่ในความเข้าใจของผู้ขับขี่ประเทศพม่า ถ้าหากท่าน ต้องการให้เขาแซง ท่านต้องเปิดไฟให้เขาในตรงกันข้าม สมมุติเขาขับพวงมาลัยซ้าย เขาต้องการ ให้คนแซงเขาเปิดไฟเลี้ยวขวาให้ท่าน อนุญาตให้ท่านแซงได้แล้ว เห็นไหมครับ อันนี้ ความแตกต่างกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คือเป็นสิ่งที่ประเทศภาคีทั้งหลายหรือประเทศในอาเซียน ทั้งหลายต้องหาวิธีการออกระเบียบกฎจราจรต่าง ๆ ร่วมกัน

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของมาตรฐานเครื่องยนต์และมาตรฐานรถยนต์ วันนี้ รถยนต์ของประเทศไทยเราเป็นพ่วงเป็นส่วนใหญ่ มีรถเทรลเลอร์ (Trailer) แต่ประเทศ เพื่อนบ้านเราเป็นอย่างไรครับ รถจีนเขาไม่มีรถพ่วงนะครับ เขามีรถประเภทสิบสองล้อ สิบสี่ล้อยาว ๆ เพราะฉะนั้นแล้วเครื่องยนต์ที่สามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากจะสามารถวิ่งเข้ามาขนส่งถ่าย สินค้าในบ้านเราได้หรือไม่ อย่างไร หรือในกรณีที่เป็นพวงมาลัยที่ต่างกัน ท่านเชื่อไหมครับ จีเอ็มเอสมีทั้งหมด ๖ ประเทศ ๖ ประเทศหมายความว่าประเทศจีน ประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศไทย ประเทศพม่า ๖ ประเทศนะครับ แต่ ๕ ประเทศนั้น เขาพวงมาลัยซ้ายหมดนะครับ เราประเทศเดียวในจีเอ็มเอสที่เป็นพวงมาลัยขวา วันนี้คนไทย หรือว่ารถบรรทุกไทยวิ่งข้ามไปหาประเทศเหล่านี้ใน ๕ ประเทศเราเป็น เขาเรียกว่ากะเหรี่ยง ในความหมายนะครับ ทีแรกเราอยู่บ้านเรา เราคิดว่าเขาเป็นกะเหรี่ยง ความจริงถ้าเราอยู่ใน ๖ ชาติ ลุ่มแม่น้ำโขงเราเป็นกะเหรี่ยงนะ เพราะฉะนั้นแล้วเวลารถบรรทุกของเราที่จะไป ประเทศเวียดนามไปอะไรนี่ ก็เลยกลายเป็นข้อด้อยของเรา สุดท้ายแล้ววันนี้ผมคิดในใจนะ ท่านประธาน ผมว่าลาวเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ของจีเอ็มเอสโดยแท้จริง ท่านเชื่อไหมครับ วันนี้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวเวียดนาม โดยผ่านมุกดาหาร หรือนครพนมก็ดี หรือจะไปทางเชียงรายก็ดี พอข้ามแดนปุ๊บ รถโดยสาร สัญชาติลาวมารับผู้โดยสารไทย สามารถไปได้ทั่วหมดครับ นักท่องเที่ยวทางบกที่ผ่านอาร์ ๙ (R9) มุกดาหารไปสะหวันเขตลาวบาวเข้าไปเวียดนามตอนกลางปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนนะครับ เป็นนักท่องเที่ยวไทย แต่นั่งรถสัญชาติลาวนะครับ ๑. อาจจะเป็นเพราะว่าเขาขับพวงมาลัย เดียวกัน ๒. เพื่อนบ้านทั้งหลายอาจจะให้เขาเรียกว่าสิทธิพิเศษกับลาวเป็นกรณีพิเศษ ดังนั้น ผมคิดว่าในศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์ขณะนี้ของจีเอ็มเอส ลาวเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ วันนี้ท่านไปจีนตอนใต้กวางสี หรือท่านไปที่ยูนนาน หรือท่านจะไปที่ พัทยาก็ได้ ท่านจะเห็นรถส่วนบุคคลครับ ป้ายทะเบียน สปป. ลาวนี่นะครับ สามารถขับไป ทั่วได้หมด แต่วันนี้ท่านอาจจะไม่เห็นเลยนะครับรถสัญชาติไทยที่ไปวิ่งอยู่ทางประเทศจีนตอนใต้หรือที่ กวางสี เพราะการข้ามแดนทั้งหลายมันมีความรู้สึกว่า ๑. คุณแตกต่างจากชาวบ้าน อันที่ ๒ นี่นะครับคล้าย ๆ กับว่าเขายังเห็นว่าเราเป็นคู่แข่ง เขายังไม่เห็นว่าเราเป็นผู้ที่น่าจะให้ ความเอื้อเฟื้อพิเศษเหมือนกับพี่น้องที่อยู่ฝั่งประเทศลาว นี่คือยกตัวอย่างให้ท่านง่าย ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับที่ผมเดินทางไปทั้งหมดนี่ ถ้าหากประเทศในอาเซียนทั้งหลายนี่พัฒนา โครงข่ายถนนให้เป็น ๔ เลน หมายความมันมีระบบมอเตอร์เวย์เหมือนจีนตอนใต้นะครับ ที่กวางสีจากหนานหนิงมาถึงผิงเสียงเป็น ๔ เลน เป็นมอเตอร์เวย์หมด คุนหมิงไปชายแดน ไม่ว่าตะวันตกตะวันออกมาถึงโมฮั้นมาถึงชายแดนที่ท่าล้อ สิบสองปันนาก็เป็น ๔ เลนทั้งหมด เป็นมอเตอร์เวย์ทั้งหมด ประเทศไทยเราเองนะครับ วันนี้รถเวียดนามบรรทุกผู้โดยสารวิ่ง ในภาคอีสานเกือบทุกวันนะครับ ที่เขาทำได้เพราะอะไรครับ เป็นถนน ๔ เลน แต่ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว หรือกรณีประเทศพม่าด้วยนี่ต้องใช้เวลาในการที่จะพัฒนา โครงข่ายถนนให้เป็น ๔ เลน แต่ถ้าเป็น ๔ เลนแล้วนะครับไม่ว่าคุณจะพวงมาลัยซ้ายหรือขวา ผมว่าไม่มีอุปสรรคในการขับขี่ยวดยาน นี่คือยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบครับ

ประเด็นที่ ๓ ภาษาราชการครับ วันนี้ต้องให้อาเซียนประกาศว่าภาษาราชการ ของอาเซียนคืออะไร และอาเซียน+๓ ตอนนี้อาเซียน+๓ ใครครับ ประเทศจีน ประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น และอาเซียน+๕ ก็จะมีประเทศนิวซีแลนด์กับประเทศออสเตรเลีย แล้วผมเชื่อ ได้เลยครับว่าปี ๒๐๑๕ เมื่อเป็นการประกอบเสรีในเรื่องของโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการ ทั้งหลายที่มาจากสัญชาติต่าง ๆ เหล่านั้นจะเป็นคู่แข่งสำคัญ แล้วจะถามว่าผู้ประกอบการไทย ที่รับขนของระหว่างประเทศทั้งหลายนั้นจะอยู่รอดได้อย่างไร นี่คือสิ่งหนึ่งที่ฝากให้ทาง ท่านรัฐมนตรีให้ไปกระชับให้กับกระทรวงที่ท่านดูแลกำกับอยู่นี่พัฒนาผู้ประกอบการไทย ไม่ว่าเรื่องของการติดตั้งระบบที่เป็นประโยชน์ในการที่จะให้ผู้ประกอบการเข้มแข็ง ไม่ว่าเป็น การตั้งสถาบันขนส่งวิชาชีพ หรือว่าการให้ความรู้เรื่องของการติดตั้งจีพีเอส (GPS) จีพีอาร์เอส (GPRS) ให้กับรถบรรทุกนะครับ หรือว่าการติดตั้งอาร์เอฟไอดี (RFID) ให้กับตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ต่าง ๆ แล้วก็ให้ผู้ประกอบการไทยนั้นได้อยู่รอดในปี ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้นะครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน คราวที่แล้วผมก็ฝากไว้ในเรื่องของ การคิดไว้ก่อนว่าเมื่อมีการขนส่ง เมื่อมีการเคลื่อนย้ายของสินค้า เมื่อมีการไปมาหาสู่กัน ระหว่างรถบรรทุกต่าง ๆ นี่ ผมคิดว่าที่ลืมไม่ได้คือระบบประกันภัย ประกันเกี่ยวกับ เรื่องสินค้า เรื่องของรถ แล้วก็เรื่องของรถบรรทุก ที่เป็นเรื่องที่ผมเป็นห่วงอยู่นะครับ เพราะวันนี้ เรายังไม่มีกฎหมาย ยังไม่มีข้อบังคับระเบียบต่าง ๆ ไว้เลยนะครับ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านนั้น ผมคิดว่าเขาไปไกล ไกลกว่าเราพอสมควรในเรื่องนี้ สุดท้ายผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเห็นด้วย แล้วยินดีที่จะให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่หนึ่งครับ ขอบคุณครับ