สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕

ศุภชัย ใจสมุทร หารือเรื่องการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและเรียกร้องให้รัฐบาลเสนอกฎหมายที่ครอบคลุมถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับ รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่น ผมต้องขอเรียนว่าผมเห็นด้วยกับการที่ทางรัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้เข้าสู่สภา เพื่อให้สภาได้มีการพิจารณากัน แต่อย่างที่ผมได้มีการอภิปรายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับว่า จริง ๆ แล้ววันนี้ปัญหาสำคัญของรัฐบาลก็คือการที่รัฐบาลไม่ค่อยจะมีความเป็นเอกภาพ หรือการทำงานลักษณะที่เป็นบูรณาการในการที่จะต้องเสนอกฎหมายที่เป็นชุดเดียวกัน ซึ่งอาจจะมีร่างพระราชบัญญัติหลายพระราชบัญญัติในการที่จะเสนอเข้ามาพร้อม ๆ กัน เพื่อให้สภาได้มีโอกาสได้เห็นภาพรวม หรือภาพใหญ่ที่ได้เห็นว่ากฎหมายอันใดมีความจำเป็น ด้วยเรื่องอะไรบ้างนะครับ ซึ่งก็ได้ฝากท่านรัฐมนตรีไปนะครับว่าต่อไปก็อยากจะให้ทำเรื่องนี้ จริง ๆ กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งที่ท่านกำลังส่งมาให้สภาได้มีการพิจารณากันนี้ ผมก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและจำเป็นเร่งด่วน ในเมื่อเราเอง เราต้องมีการค้าขาย กันระหว่างประเทศมากขึ้นก็แปลว่าเราจะต้องมีเครื่องมือ ซึ่งผมใช้คำว่า เครื่องมืออันสำคัญ ก็คือการมีกฎหมายที่พร้อมที่จะทำให้คู่ค้า ซึ่งการค้าระหว่างประเทศก็คือคู่ค้าอยู่กันคนละ ประเทศ อยู่ต่างแดนกัน ได้มีความสะดวกและมีความมั่นใจว่าประเทศไทยของเรามีกฎหมาย ที่เป็นเครื่องมือในการที่จะคุ้มครอง ในการที่จะทำให้การค้าของเขาได้บรรลุถึงเป้าหมายที่เขา อยากจะทำก็คือความสะดวกในการที่จะได้ทำมาค้าขายระหว่างกันด้วยความปลอดภัย ในเรื่องของการค้าระหว่างประเทศที่ผมพูดตรงนี้หรือที่จะขออนุญาตก็คือเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล เทรด (International trade) จริง ๆ แล้วความหมายมันก็คงแคบ ไม่ได้หมายถึงอินเตอร์ เนชั่นแนล บิสซิเนส (International business) ซึ่งมันครอบคลุมถึงมากกว่าในเรื่องของ การขนส่งตัวสินค้าหรือที่เราเรียกภาษาอังกฤษกันว่า กู้ดส์ (Goods) นี่นะครับ เพราะความจริงแล้ว การขนส่งเฉพาะสินค้าก็คงจะหมายถึงการค้าขายกัน ข้ามแดนกัน เป็นลักษณะของอิมพอร์ต (Import) เอ็กซพอร์ต (Export) ท่านประธานครับ ในเรื่องการออกกฎหมายที่เรากำลังพูดกัน อยู่ตรงนี้ ผมอยากจะเรียนว่าก็คงเป็นเรื่องกฎหมายการค้าระหว่างประเทศที่ถือว่า เป็นภาคเอกชนหรือเป็นไพรเวท อินเตอร์เนชั่นแนล เทรด ลอว์ (Private international Trade law) ซึ่งหมายถึงกฎหมายข้อตกลงหรือกฎเกณฑ์ที่อยู่ในระดับภายในประเทศหรือ ระหว่างประเทศที่มุ่งกำหนด มุ่งหมายในการที่จะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างเอกชน กับเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของการค้าต่างประเทศ กฎหมายที่ท่านกำลังเสนอมานี้มันก็คง เป็นเรื่องของการสนับสนุนกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการซื้อขายระหว่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า การซื้อขายสินค้าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือเรื่องของการรับขนสินค้าระหว่างประเทศหรือที่เรา เรียกกันว่าอินเตอร์เนชั่นแนล แคร์ริเอจ (International carriage) นะครับ ในเรื่อง การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ หลายท่านก็คงจะทราบนะครับว่าจริง ๆ แล้วกฎหมายรับขน ที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดเรามาจากหลักกฎหมายของคอมมอน ลอว์ (Common law) ซึ่งแตกต่างจากของเราที่ใช้ระบบซิวิล ลอว์ (Civil law) นะครับ คอมมอน ลอว์ที่เราได้มา ก็คือเป็นระบบของอังกฤษ ซึ่งก็มีวิวัฒนาการมาพร้อม ๆ กับการค้าของต่างประเทศนะครับ การค้าระหว่างประเทศของประเทศอังกฤษ นอกจากนั้นแล้วถึงอยากจะฝากต่อทางท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีก็คือว่ากฎหมายที่ท่านเสนอเข้ามานี้ ผมหวังว่าก็คงจะสามารถที่จะ ร่างมาแล้วมีความครอบคลุมถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ การรับขนระหว่างประเทศนะครับ อนุสัญญาที่ผมได้เคยอภิปรายไปเมื่อคราวที่แล้วนะครับ ซึ่งผมเห็นว่าก็เป็นเรื่องที่น่าจะเกี่ยวข้องก็คืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการทำให้เป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับเรื่องของใบตราส่งหรือที่เรียกเป็น ภาษาอังกฤษว่า อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเวนชั่น ฟอร์ เดอะ ยูนิฟิเคชัน ออฟ เซอร์เทน รูลส์ ออฟ ลอว์ รีเลตติง ทู บิลส์ ออฟ เลดดิง (International convention for the unification of certain rules of law relating to bills of lading) ปี ๑๙๒๔ หรือที่เราเรียกกันว่าเป็น เฮกรูลส์ (Hague rules) รวมถึงพิธีสารแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งเรียกว่า เฮก-วิสบี รูลส์ (Hague-visby rules) นอกจากนี้ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือความเป็นจริงแล้วท่านกำลังเสนอ มาเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งที่ว่ามันเป็นเรื่องของการขนส่งทางบกนะครับ จริง ๆ แล้วประเทศไทยเรา การค้าขายนอกจากเรื่องของการขนส่งทางบกแล้ว เรื่องสำคัญที่เรามีการขนส่งกันในทั่วโลก ตลอดเวลาก็คือการขนส่งทางทะเลครับ การขนส่งทางทะเล ซึ่งผมเชื่อว่าวันหนึ่งท่านก็คง ต้องเสนอกฎหมายปรับปรุงแก้ไขให้มันมีความเหมาะสม ผมก็อยากจะเสนอว่าท่านก็ต้องไปดู อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการขนส่งทางทะเลหรือ ยูไนเต็ด เนชั่นส์ คอนเวนชั่น ออน เดอะ แคริเอจ ออฟ กู้ดส์ บาย ซี (United nations convention on the carriage of goods by sea) หรือที่เรียกว่า ฮัมเบิร์ก รูลส์ (Hamburg rules) นะครับ แล้วก็ข้อสำคัญก็คือ เราเองเราก็มีพระราชบัญญัติการขนของทางทะเลเป็นกฎหมายภายในประเทศของเรามาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๔ นอกจากการขนส่งที่ท่านกำลังเสนอมาแล้ว ผมก็อยากให้ท่านได้ไปศึกษา ได้ไปล้อตาม พระราชบัญญัติการขนส่งทางทะเลด้วย ซึ่งมันย่อมมีความเกี่ยวข้อง เกี่ยวพัน และจะเป็นประโยชน์ สำหรับการขนส่งทางบกที่ท่านกำลังเสนอมานะครับ เรามีอนุสัญญาที่เราเข้าไปผูกพันก็คือการขนส่งทางอากาศหรือเรียกว่าคอนเวนชัน ฟอร์ เดอะ ยูนิฟิเคชั่น ออฟ เซอเทน รูลส์ รีเลทติง ทู อินเตอร์เนชั่นแนล แคริเอจ บาย แอร์ (Convention for the unification of certain rules relating to international carriage by air) หรือที่เขาเรียกว่าวอร์ซอ คอนเวนชัน (Warsaw convention) เป็นต้นนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่มันมีสำคัญที่สุดก็คืออนุสัญญาว่าด้วยการขนส่งทางบกที่เราได้มีการไปทำความตกลงกัน ไว้ก็คือคอนเวนชัน ออฟ เดอะ คอนแทรคท์ ฟอร์ เดอะ อินเตอร์เนชั่นแนล แคริเอจ ออฟ กู๊ดส์ บาย โรด (Convention of the contract for the international Carriage of goods by road) เมื่อปี ๒๔๕๖ นอกจากนั้นก็มีเรื่องที่เราไปศึกษาถึงกฎเกณฑ์ของสภาหอการค้า นานาชาติหรือไอซีซี (ICC) ในเรื่องของการขนส่งหลายรูปแบบซึ่งนอกจากจะเป็นเรื่องของ การขนส่งทางบกอย่างเดียวซึ่งท่านรัฐมนตรีก็คงทราบว่าสินค้าบางอย่างที่มานี้มาโดยเครื่องบิน ลงเรือ มาด้วยทางบก แล้วก็บ่อยครั้งที่มีการขนด้วยคนก็มี หลายเรื่องครับกว่าจะมาถึงมันมี การขนกันด้วยการขนส่งหลายรูปแบบที่เขาเรียกว่ามัลติโมดัล ทรานสปอร์ท (Multimodal transport) ซึ่งเหล่านี้ท่านก็ต้องไปดูด้วย ตอนนี้มีการขนกันเฉพาะเรื่องของทางบกอย่างเดียว ไม่พอ วันนี้สิ่งที่ท่านจะต้องทำตามก็คือกรอบข้อตกลงของอาเซียนว่าด้วยการขนส่ง หลายรูปแบบหรือที่เราเรียกกันว่าอาเซียน เฟรมเวิร์ค อะกรีเม้นท์ ออน มัลติโมดัล ทรานสปอร์ท (ASEAN Framework agreement on multimodal transport) แล้วก็มี เรื่องรูลส์อีกหลายรูลส์ ที่อยากจะเรียนตรงนี้ทั้งหมดก็คือบอกว่าวันนี้เมื่อโลกมันเป็น โลกเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีเองต้องกำชับผู้ที่เสนอกฎหมายมาว่ามันต้องไปดูให้ครอบคลุม อย่าให้มันมีปัญหาเพราะสิ่งที่มันจะตามมาวันนี้เราพูดเรื่องของบิล ออฟ แลดดิ้ง (bill of lading) ใบตราส่งสินค้าก็จริงอยู่ครับ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเราสามารถที่จะเขียนกฎหมายให้มัน ครอบคลุม ถ้าเป็นไปได้เรื่องความรับผิดและเรื่องของการประกันอะไรต่าง ๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ถ้ามีการศึกษากฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการประกันภัยโดยเฉพาะการประกันภัยทางทะเล เราก็จะได้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันจะช่วยคลายความรู้สึกของนักธุรกิจหรือผู้ที่ส่งออก นำเข้า เอ็กซพอร์ต อิมพอร์ต ว่าเรามีกฎหมายดี ๆ ที่สร้างความคุ้มครอง ผมเคยอภิปรายไปในคราวที่แล้วว่า การทำธุรกิจระหว่างประเทศ นักธุรกิจเองเขาก็จะพิจารณาถึงองค์ประกอบในการทำธุรกิจ กับประเทศใดประเทศหนึ่งในเรื่อง ๒ ประการ อันแรกสุดก็คือเรื่องกฎหมายหรือที่เขา เรียกว่าเรื่องของชอยซ์ ออฟ ลอว์ (Choice of law) ว่ามันมีกฎหมายที่อำนวยความสะดวก เขาไหม แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าเมื่อมีปัญหา มีข้อพิพาทกัน มันก็มี ชอยซ์ ออฟ ฟอรัม (Choice of forum) ตกลงกันว่าจะมีข้อพิพาทแล้วจะตกลงไประงับข้อพิพาทกันยังประเทศใด โดยกฎหมายอะไร อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ท่านเสนอกฎหมายฉบับนี้มา ผมคิดว่ามันก็คงเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมเรื่องของการทำมาค้าขายกันระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยซึ่งเราเป็นหน้าด่านในการไปยังทั้งในอาเซียนด้วยกันเอง หรือไปยังประเทศจีน ไปยังประเทศอินเดีย หรือประเทศใหญ่ ๆ ใกล้เคียงอีกหลายประเทศในเรื่องของการขนส่ง ถ้าท่านทำกฎหมายดี ๆ เป็นประโยชน์ ผมก็เชื่อว่าในที่สุดแล้วก็เป็นการยิ่งส่งเสริมให้ประเทศ เราจะได้เป็นผู้นำในเรื่องของการเป็นหน้าด่านในการค้าขายและเครื่องมือที่ท่านสามารถ อำนวยความสะดวกให้กับบรรดาผู้ประกอบการนักธุรกิจข้ามแดน สินค้าข้ามแดนทั้งหลายที่ดี อย่างกฎหมายที่ท่านกำลังเสนอมาก็จะเป็นประโยชน์ อย่างที่เรียนไปนะครับ อยากจะฝากว่า กฎหมายอะไรที่คั่งค้างรีบเร่งเสนอมาให้มันเป็นระบบ เป็นแพคเกจ (Package) แล้วเราก็ สามารถที่จะเดินหน้าใช้ประโยชน์จากกฎหมายนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมเรื่องของการค้าขายได้ เป็นอย่างดีที่สุดครับ ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ