สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕

กนก วงษ์ตระหง่าน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยอ้างว่าองค์กรเหล่านี้มีความสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย และควรได้รับความเข้าใจและความสำคัญที่มากกว่า

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ คือศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าในการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วก็ควรจะทำ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย ถ้าเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การพัฒนาทางการเมืองของประเทศไทยตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๗๕ เป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัง พ.ศ. ๒๕๐๐ เราพบว่าประชาธิปไตยของประเทศไทย ได้มีการพัฒนามาตามลำดับ สภาของเรา พรรคการเมืองของเราก็เริ่มที่จะเข้มแข็ง การเลือกตั้งก็ได้รับความสนใจและความสำคัญจากพี่น้องประชาชนมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมานี้ ได้มีความเห็นของพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ตั้งข้อสังเกต ต่อโครงสร้างและระบบการเมืองของเราว่าระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่เรากำลังใช้อยู่ ในปัจจุบันหรือในช่วง ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปีที่ผ่านมานี้ เป็นระบบการเมืองที่การตรวจสอบและ ถ่วงดุลยังอ่อนเกินไป ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าในระบบรัฐสภาของเราอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารถึงแม้ว่าจะแยกกันตามทฤษฎีก็ตาม แต่ในทางปฏิบัตินั้นมักจะอยู่ใน ข้างเดียวกันเสมอ จนกระทั่งเป็นที่กล่าวหรือพูดกันของคนจำนวนมากและยอมรับร่วมกันว่า เสียงข้างมากชี้ไปในทางใดก็จะไปในทิศทางนั้น บ่อยครั้งเสียงข้างมากก็เป็นการชี้ไป ในทิศทางที่ถูกต้อง แต่บ่อยครั้งเช่นเดียวกันเสียงข้างมากก็ชี้ไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องได้ ดังปรากฏที่เห็นที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลของการที่เราไม่มีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลที่เข้มแข็งผ่าน ๓ อำนาจ ในระบอบประชาธิปไตยที่เรามีอยู่ จึงทำให้เกิดแนวความคิดของคนจำนวนหนึ่งที่นำไปสู่ การยกร่างรัฐธรรมนูญ ในปี ๒๕๔๐ ที่ให้มีการจัดตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญขึ้น นั่นก็หมายความว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเข้ามาทำหน้าที่เพื่อช่วยเสริมระบบ การตรวจสอบและถ่วงดุลของระบอบประชาธิปไตยให้สามารถที่จะใช้อำนาจอธิปไตย ในทิศทางที่ถูกต้อง ถูกต้องตามกฎหมาย ถูกต้องตามศีลธรรม และที่สำคัญก็คือเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงถือว่า เป็นกลไกทางการเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญในความหมายดังกล่าว จำเป็นที่เราจะต้อง ให้ความเข้าใจและให้ความสำคัญกับองค์กรเหล่านี้ เพราะว่าถ้าเรามีองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญแล้ว เราก็จะต้องช่วยกันเพื่อที่จะให้องค์กรดังกล่าวสามารถทำหน้าที่ของตนเอง ภายใต้หลักคิดในเรื่องของระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลให้ได้ผล ไม่ใช่สักแต่ว่ามีองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ แต่ในการปฏิบัติจริงไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิผล และอย่างเป็นอิสระ เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจึงให้ความสำคัญกับความเป็น วิชาชีพ และให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรเหล่านั้นให้ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะที่เป็น มืออาชีพ ไม่ใช่มือสมัครเล่น ความเป็นมืออาชีพนี้สิ่งที่สำคัญมากไม่ใช่เฉพาะแค่เพียงความมั่นคง และแม่นยำในเรื่องของกฎหมาย และความหมายของกฎหมาย หรือระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เท่านั้น แต่ได้ครอบคลุมไปถึงความเข้าใจในเรื่องของจริยธรรม ศีลธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่สังคมไทยของเรายอมรับและถือว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของ ความชอบธรรมในการทำงานในทางการเมือง นั่นก็หมายความว่าบุคคลที่จะทำหน้าที่ ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยคุณสมบัติและเพื่อเป้าหมาย สุดท้ายในความหมายที่ผมได้กล่าวแล้ว ถ้าเราพิจารณาถึงความสำคัญของบุคคลและองค์กรอิสระ ในฐานะที่เป็นกลไกทางการเมืองในความหมายดังกล่าว ผมคิดว่าถ้าเรากลับมาดูในเรื่องของ ค่าตอบแทนในจำนวนแสนกว่าบาท แล้วก็ขึ้น ๓ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ตามนั้น ถ้าเทียบกันในภาระหน้าที่และผลกระทบต่อประเทศชาติของเราแล้ว ผมคิดว่า ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์เหล่านั้นน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราควรจะต้อง ช่วยกันพิจารณาก็คือว่า นอกเหนือจากเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ เราจะช่วยกันพิจารณาว่าเรา จะช่วยกันอย่างไร จึงจะทำให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญสามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วย ความเที่ยงตรง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดหลักของความถูกต้อง จริยธรรม ศีลธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของสังคมไทยเป็นหลัก โดยไม่หวั่นไหวต่ออามิสสินจ้าง โดยไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน โดยไม่หวั่นไหวต่อผลประโยชน์ที่นำมาเสนอ อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงอยากที่จะขออนุญาตเสนอกับท่านประธาน เพื่อเรียนไปยังรัฐบาลและคณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นว่าในการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้น จริง ๆ แล้วเราคงไม่ปฏิเสธว่าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยังคงมีข้อบกพร่อง มีจุดอ่อน หรือแม้กระทั่งอาจจะมีข้อผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่บางประการ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเราคง ปฏิเสธไม่ได้ แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านั้น แล้วก็ปรับปรุงข้อบกพร่องเหล่านั้น และที่สำคัญก็คือว่าเราต้องเชื่อมั่นในหลักการว่าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเสริมให้ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลของระบอบ ประชาธิปไตยมีความเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนั้นจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ และพวกเราก็จะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อป้องกันสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้น ถ้าเรามั่นคง ในหลักการของระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลในความหมายดังกล่าวเราก็จะเห็นคุณค่า ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญตามที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนไปยังรัฐบาลที่จะต้องช่วยกันในการที่จะเพิ่มเงินเดือน หรือค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์นั้น ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ที่บุคลากรขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะได้รับนั้น เป็นการได้รับที่จะต้องเหมาะสมกับความรับผิดชอบ เหมาะสมกับเกียรติยศ เหมาะสม กับหน้าที่และเหมาะสมกับความซื่อสัตย์สุจริตและความเที่ยงธรรมขององค์กรและบุคลากร ดังกล่าว นั่นหมายความว่าการได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์นี้เป็นสิทธิอันชอบธรรม ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราให้และจะต้องเป็นหนี้บุญคุณต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่จะทำให้เกิดความเข้าใจว่าการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ของคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่สภาให้ไปนั้นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจะต้อง เป็นหนี้บุญคุณต่อสภา ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นความเหมาะสมตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ที่ท่านพึงจะได้ และในเวลาเดียวกันการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์นี้ไม่ใช่ให้เพื่อที่จะ ปรองดองในชาติของเรา การปรองดองในชาติของเราเป็นคนละเรื่องกันและเป็นสิ่งที่จะต้องทำ เพราะว่าการปรองดองในชาติของเราวันนี้มันเกิดขึ้นจากสาเหตุที่สลับซับซ้อนและมี ความละเอียดอ่อนมากมายหลายประการ ถ้าจะหยิบในประเด็นใดประเด็นหนึ่งขึ้นมา ก็อาจจะมีปัญหาและโต้เถียงกันได้ เพราะฉะนั้นการปรองดองเป็นเรื่องที่ต้องทำ เป็นเรื่องที่ เราจะต้องพูดคุยกันและเคารพในเหตุผลซึ่งกันและกัน เพราะว่าประเทศชาติของเราต้องการ ให้มีการปรองดองเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะฉะนั้นการปรองดองตรงนี้จึงไม่ใช่ เป็นเหตุผลที่จะมาขึ้นเงินเดือนหรือสิทธิประโยชน์ของศาลรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ถ้าเราเข้าใจในความหมายว่าการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์เพื่อให้ เหมาะสมและสอดคล้องกับหน้าที่และความสำคัญขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวแล้ว ผมเชื่อว่า เราจะช่วยรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเหล่านั้นไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการตรวจสอบของระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภาที่ประเทศไทยของเรายึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าการปฏิบัติตามกฎหมายขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญนั้นถ้าพิจารณาให้ถึงที่สุดแล้วเป็นการปฏิบัติหน้าที่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ในความเป็นจริง เราคงไม่ปฏิเสธว่ากฎหมายไม่เท่ากับความยุติธรรม แต่กฎหมายเป็นเครื่องมือที่จะอำนวย ให้เกิดความยุติธรรมขึ้นในบ้านเมืองของเรา ในหลายกรณีที่เรามีปัญหา มีข้อขัดแย้ง ในบ้านเมืองของเราถ้าเราใช้ลำพังเพียงกฎหมายอย่างเดียวเป็นเครื่องมือในการแก้ไขเราก็คง จะแก้ไขไม่ได้ และในที่สุดความยุติธรรมก็ไม่เกิดขึ้นความขัดแย้งก็ตามมา ตรงกันข้าม นอกจากกฎหมายเรายังจะต้องใช้ขนบธรรมเนียมประเพณี ศีลธรรม จริยธรรมที่สังคมไทย ของเรา ที่คนไทยของเราได้ให้ความเคารพ ได้ให้การยึดถือตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงปัจจุบัน ขนบธรรมเนียมประเพณี ศีลธรรมและจริยธรรมที่เป็นแบบแผนของคนไทยเหล่านี้จะเป็น ปัจจัยที่ประกอบเข้ากับกฎหมาย เข้ากับการใช้กฎหมายเพื่อที่จะอำนวยให้เกิดความยุติธรรม และเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทยของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เกิดขึ้นกับการใช้อำนาจ ทางการเมืองของระบอบประชาธิปไตยของเรา เมื่อเราเข้าใจอย่างนี้เราจะเห็นว่าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าถ้าใช้ลำพังเพียงกฎหมายอย่างเดียว ตัดสินเราจะมีปัญหาในบางกรณี ผมไม่ปฏิเสธครับว่าในหลายกรณีความยุติธรรมสามารถอำนวยได้โดยการใช้กฎหมายตามลำพัง เหมือนกับคำพิพากษาของศาลยุติธรรมเป็นต้น แต่ในหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองนั้น มีความละเอียดอ่อนอีกมาก เพราะฉะนั้นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือกฎหมายที่มีความถูกต้องและ ชอบธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ และสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็คือเกิดขึ้นโดยอาศัยองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญนี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมจึงอยากขอให้ ที่ประชุมของเรามีความเข้าใจที่ตรงกันว่าการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญนี้เป็นการขึ้นให้เพราะความเหมาะสม เพราะคุณค่า เพราะความสำคัญของ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และผมอยากจะขออนุญาตพูดตรง ๆ วันนี้ว่าผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ และเงินเดือนหรือค่าตอบแทนต่าง ๆ จาก พ.ร.บ. ที่จะเกิดขึ้นนี้ ท่านไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใคร แล้วท่านไม่จำเป็นต้องปรองดองกับใคร ขอแต่เพียงอย่างเดียวว่าขอให้ท่านยึดหลักของความถูกต้อง ของกฎหมาย ขอให้ยึดหลักของความสุจริต ยุติธรรม เที่ยงธรรม ขอให้ยึดถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี ขอให้ยึดถึงจริยธรรมศีลธรรมที่คนไทยของเรายอมรับร่วมกัน ผมคิดว่าถ้าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญปฏิบัติตามนี้ เงินเดือนที่เราขึ้นให้ สิทธิประโยชน์ที่เรามอบให้ด้วย กระบวนการทางรัฐสภาของเราวันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีประโยชน์เช่นเดียวกัน และในทางกลับกันสภาผู้แทนราษฎรของเราที่ได้ทำหน้าที่ในความหมายดังกล่าว เราก็จะได้ ภาคภูมิใจในตัวของเราว่าเราได้มีส่วนในการช่วยส่งเสริมให้ระบบและกลไกการตรวจสอบ และถ่วงดุลของระบอบประชาธิปไตยของเรามีความเข้มแข็งและมีความเชื่อมั่นและเชื่อถือได้ ในสังคมไทยของเรา ในระบบการเมืองไทยของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงอยากจะ ขออนุญาตสนับสนุนการขึ้นเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ในความหมายดังกล่าวไว้ ณ ที่นี้ครับ ขอบคุณครับ