รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓
ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญถามได้เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องขอบคุณ ท่านประธานนะครับที่กรุณาเลื่อนกระทู้ถามขึ้นมาเปึนอันดับ ๑ ผมได้รับหนังสือแจ้ง จากท่านรัฐมนตรีก็ยินดีครับ ผมอยากกราบเรียนว่าที่ผมขอตั้งกระทู้ถามเรื่องการดําเนินงาน ของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกว่า บสท. ที่ไม่โปร่งใส ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่าการก่อตั้ง บสท. ขึ้นมาในป้ ๒๕๔๔ วัตถุประสงค์ ที่สําคัญครับท่านประธาน ต้องการให้ฟุ๋นฟูกิจการของลูกหนี้เพื่อให้สามารถดําเนินกิจการ ต่อไปได้ นี่เปึนหัวใจหลัก ไปดูประวัติการที่ต้องตั้ง บสท. ออกเปึนพระราชกําหนดเลยนะครับ เพราะอะไรครับ มันมีเอ็นพีแอล (NPL) เมื่อเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๔๒ เอ็นพีแอล สูงถึง ๒.๗ ล้านล้านบาทหรือเทียบเท่ากับร้อยละ ๔๗.๗ ของสินเชื่อรวมของสถาบันการเงิน จําเปึนต้องตั้งขึ้นมา ก็สมัยรัฐบาลพวกผม ผมคิดว่ามันจะดําเนินการไปด้วยดี คิดว่า จะไปฟุ๋นฟูลูกหนี้ให้เขาสามารถที่จะดําเนินกิจการได้ นั่นเปึนวัตถุประสงค์หลักเลยครับ วัตถุประสงค์ที่ ๒ คือลดความเสี่ยงของประเทศ คือถ้าลูกหนี้ที่เปึนหนี้ที่เสีย หนี้ด้อยคุณภาพ เราสามารถไปปรับปรุง เหมือนกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําลังจัดการ เรื่องหนี้นอกระบบ ความจริงเรื่องนี้จัดการง่ายกว่าหนี้นอกระบบเยอะ แต่ปรากฏว่า ท่านประธานทราบไหมครับ ช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา บสท. ดําเนินกิจการที่ผมรู้สึก ไม่ค่อยเข้าใจ หรือเปึนเพราะว่าเขาใกล้จะหมดวาระนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจครับ ตอนนี้ ส่งลูกน้อง ผมเชื่อว่าบอร์ด (Board) ใหญ่คงไม่ทราบ มันมีบอร์ดเยอะไปหมด บอร์ดใหญ่ บอร์ดตรวจสอบ บอร์ดกรรมการผู้จัดการ แล้วก็มีการลาออกเข้าไปเข้ามาจนงง ไปหมดครับ ตอนนี้ใครเปึนใครผมก็จําไม่ได้แล้ว ความจริง พ.ร.ก. ฉบับนี้เปึนสิ่งที่ มีประโยชน์สําหรับคนที่มีหนี้ด้อยคุณภาพ แต่ปรากฏว่าทําไปทํามาท่านประธาน ทราบไหมครับ กลับไปช่วยพวกที่แบบง่าย ๆ เอาหลักทรัพย์ที่ไม่ดีไปค้ําประกัน แต่คนที่มี หลักทรัพย์ดี ๆ ถ้าใครอยู่ใน บสท. นี่เจ็บทุกคนครับ คุยไม่ได้ ถ้าหลักทรัพย์ดีทําตัว พูดง่าย ๆ ครับไม่ยอมเลย คนที่มีนิสัยดี ๆ จะไม่ได้รับความเอื้อประโยชน์จาก บสท. แต่คนที่เอาหลักทรัพย์ที่แย่จริง ๆ เช่น มีแค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปตีเกือบ ๑๐๐ ล้านบาท พวกนี้จะได้ประโยชน์จาก บสท. ซึ่งผมดูแล้วเปึนสิ่งที่ผิดนโยบาย เพราะเราจะไปฟุ๋นฟูเขา พวกที่มีทรัพย์สินดี ๆ นี่ครับท่านประธาน สามารถที่จะฟุ๋นฟูกิจการได้ แต่ปรากฏว่า ไม่ได้รับผลเท่าที่ควรจาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับการควบคุมมีปัญหา ค่อนข้างเยอะ ไปแข่งประมูลครับ ส่งเจ้าหน้าที่ไปแข่งประมูล ไปดึงราคาแทนที่นะครับ โดยเฉพาะถ้าบังคับขายทอดตลาดเขาจะส่งคนไปปัืนราคา ส่งคนไปแกล้งผู้ประกอบการ ซึ่งผมดูแล้วมันไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่ตั้ง บสท. ขึ้นมาเลย ตั้ง บสท. ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือ ผู้ที่มีสินทรัพย์ที่ด้อยคุณภาพแล้วอยู่ในภาวะที่จําเปึน ผมถึงอยากกราบเรียนท่านประธาน เพื่อตั้งคําถามถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดังนี้นะครับ
ข้อ ๑ รัฐบาลได้เข้าไปตรวจสอบการดําเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย อย่างเข้มงวดหรือไม่ และมีการตรวจสอบพบข้อผิดพลาดหรือไม่ เพียงใด ขอทราบรายละเอียด
ข้อ ๒ รัฐบาลได้เข้าดูแลเรื่องการประมูลสินทรัพย์ของ บสท. เพียงใด ผลที่ประมูลคุ้มค่าหรือไม่ ขอทราบรายละเอียด บสท. มีวาระดําเนินการอีกประมาณ ๑ ป้ คือเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ เขาจะหมดวาระ รัฐบาลมีนโยบายในการบริหารสินทรัพย์ ที่ยังเหลืออยู่อย่างไร ขอบคุณครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบคุณท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้หยิบยกประเด็นของ บสท. ขึ้นมาเปึนกระทู้ถาม ต้องเรียนตามข้อเท็จจริงว่าตัว บสท. นั้นเองก็มีบทบาทความสําคัญ ในการแก้ไขปัญหาหนี้ไม่ก่อรายได้ตลอดช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมาตามที่ท่านประสิทธิ์ได้นําเรียน แต่ก็มีประเด็นที่เปึนข้อครหาต่อการดําเนินการของทาง บสท. มาตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ สมัยป้ ๒๕๔๕ เคยมีการอภิปรายในเรื่องของความโปร่งใสในการทํางานของทาง บสท. มาตลอดช่วงนั้น สมัยที่ทางผมเองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านก็เคยได้มี การอภิปรายโดยเพื่อนสมาชิกในพรรคฝ์ายค้านต่อความโปร่งใสในการดําเนินการของ บสท. มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเมื่อทางกระผมเองได้เข้ามารับภาระหน้าที่ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้เข้ามาตรวจแนววิธีการทํางานของทาง บสท. เพื่อให้มี ความกระชับ มีความโปร่งใส แล้วที่สําคัญที่สุด ตอบโจทย์เปัาหมายวัตถุประสงค์ของ การออกพระราชกําหนดเมื่อป้ ๒๕๔๕ ตามที่ท่านสมาชิกได้อ้างถึงเมื่อสักครู่นะครับ เท้าความนิดหนึ่งว่าสถานะ ณ ปัจจุบันของทาง บสท. เปึนอย่างไร เดิมทีมูลค่าหนี้ ณ มูลค่าราคาตามบัญชีที่ทาง บสท. ได้รับโอนเข้ามาหรือซื้อเข้ามาจากสถาบันการเงิน ทั้งในส่วนของสถาบันการเงินที่เปึนของรัฐและสถาบันการเงินเอกชนมีมูลค่าตามราคา ทางบัญชีทั้งหมด ๗๗๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ โดยที่ราคาซื้อโดย บสท. กําหนดไว้ โดยเฉลี่ย ๓๒ เปอร์เซ็นต์ของราคาตามบัญชีก็คือประมาณ ๒๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ไป ผมขอใช้คําว่าเพียง ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าหนี้ทั้งหมดที่ได้ซื้อเข้ามาบริหารจัดการ ผมใช้คําว่าเพียง เพราะว่าระยะเวลา ที่ค่อนข้างนาน ค่อนข้างยากลําบากสําหรับ บสท. ในการที่จะได้รับความร่วมมือ จากลูกหนี้ ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าลูกหนี้ที่มีการขาย มีการโอนเข้ามา ไว้ที่ บสท. จะเปึนลูกหนี้กลุ่มที่มีปัญหามากจริง ๆ ที่สถาบันการเงินไม่อยากที่จะเก็บไว้เอง นี่คือสาเหตุที่แต่แรกเขายอมที่จะขายมาที่ บสท. นะครับ เพราะฉะนั้นความยากลําบาก ในการที่จะบริหารจัดการส่วนนี้ก็เปึนสิ่งที่ผู้บริหาร บสท. ตลอดช่วง ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลก็ประสบมาโดยตลอด อย่างไรก็แล้วแต่จากการปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ทําให้ ณ ปัจจุบันมีการชําระคืนให้กับ บสท. เปึนเม็ดเงินโดยรวมประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ บสท. ก็ได้นําไปชําระหนี้ของ บสท. ที่มีกับกองทุนฟุ๋นฟูเรียบร้อยแล้ว ผลตรงนี้เปึนประเด็นสําคัญนะครับ ผมอยากจะเรียน กับท่านสมาชิกว่าเมื่อ บสท. ใช้เงินแต่เดิม ๒๔๕,๐๐๐ ล้านบาทในการซื้อหนี้ทั้งหมด เข้ามา ๒๔๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้เปึนหนี้สาธารณะของประเทศ ก็คือเปึนหนี้ของพี่น้อง ประชาชนตามที่พวกเราเข้าใจกันนะครับ เพราะฉะนั้นภาระหน้าที่ที่สําคัญของทาง บสท. นอกจากจะช่วยฟุ๋นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว ซึ่งก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม ในวาระต่อไป ก็มีภาระหน้าที่ในการที่จะต้องชําระหนี้คืนให้กับทางประเทศด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ๒๔๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ณ ปัจจุบันเปึนหนี้สาธารณะ ซึ่ง ณ วันนี้มีการชําระคืนไปแล้ว ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นภารกิจต่อเนื่องของ บสท. ก็คือบริหารในส่วนของหนี้ อีก ๔๕ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่ารวมที่รับเข้ามาที่ยังไม่ได้เข้าสู่การปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งสาเหตุที่มาของความไม่สําเร็จในการปรับโครงสร้างก็มีมากมายหลากหลาย บางกรณี ก็คือลูกหนี้ป่ดกิจการแล้วอย่างถาวร ไม่ประสงค์ที่จะดําเนินกิจการต่อไป ประเด็นนี้ ก็ต้องเข้าสู่การบังคับขายหลักประกันตามขั้นตอนปกติ บางส่วนที่พูดง่าย ๆ ยังเจรจากันไม่ได้ หรือยังไม่มีข้อตกลงก็มีความพยายามโดยคําสั่งของทางกระทรวงการคลัง ให้ บสท. เร่งรัด ในการดําเนินการที่จะหาข้อตกลงเพื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการการปรับโครงสร้างหนี้ ตามเปัาหมายและวัตถุประสงค์ เพราะฉะนั้นต่อคําถามของท่านว่าการกํากับดูแล เปึนเช่นใด แล้วก็ระหว่างวันนี้จนถึงวันที่ บสท. จะหมดอายุมีนโยบายอย่างไรให้กับ บสท. นั้น ผมขอชี้แจงสั้น ๆ ว่าทางกระทรวงการคลังเองมอบหมายตาม มาตรา ๘๓ วรรคสอง ของ พ.ร.ก. บสท. ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเปึนผู้ตรวจสอบกิจการครับ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะเข้าไปตรวจสอบทุก ๆ ๑ ป้ นอกจากนั้นก็จะมี สตง. เข้าไปตรวจสอบในเรื่องของการบังคับขายแล้วก็ขั้นตอนอื่น ๆ ทุก ๆ ๖ เดือน ซึ่งตลอดช่วง ที่ผ่านมารายงานที่ทางกระทรวงการคลังได้รับจากทั้งทางแบงก์ชาติและ สตง. ก็ไม่พบว่า มีการกระทําใด ๆ ที่เปึนประเด็นปัญหาในทางกฎหมายหรืออาจจะส่อไปในเชิงทุจริต ตามที่ท่าน ส.ส. ได้ถามถึง
ส่วนระยะเวลาที่คงเหลือ ผมอนุญาตเรียนนะครับว่าทางกระทรวงการคลังเอง ก็เพิ่งได้มีจดหมายออกไปที่ทาง บสท. ในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ได้รับรายงาน ล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยถึงสถานะของทาง บสท. ว่ากระทรวงการคลังอยากให้ บสท. จําเปึนที่จะต้องเร่งที่จะขายทรัพย์สินที่เปึนหลักประกันที่อยู่ในมือของ บสท. อยู่แล้ว ให้ทันท่วงทีต่อการครบวาระตามกําหนดกฎหมายของตัว บสท. เอง ซึ่งจะครบในช่วงป้หน้า
ประเด็นที่ ๒ ก็ให้กําหนดแนวทางการจัดสรรเงินและดําเนินการคืนเงิน ให้กับลูกหนี้ที่มีสิทธิได้รับเงินส่วนเกินจากการบังคับคดียึดทรัพย์มาประกันชําระหนี้ ให้เสร็จโดยเร็ว ก็คือพูดง่าย ๆ ถ้ามีหลักประกันที่ยึดมาขายทอดตลาดส่วนต่างที่ได้รับ ก็ขอให้คืนลูกหนี้โดยเร็ว
ประเด็นที่ ๓ ก็คือให้กําหนดเปัาหมายแล้วก็เร่งการขายทรัพย์สินที่รอการขาย สําหรับระยะเวลาคงเหลือก่อนยุบเลิกกิจการในป้ ๒๕๕๔ ตรงนี้ก็เพื่อที่จะตอบโจทย์ว่า บสท. มีภาระหนี้สินอยู่กับทางกองทุนฟุ๋นฟูซึ่งเปึนหนี้สาธารณะอยู่อีกประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งยังต้องรีบดําเนินการในการที่จะหาแนวทางการชําระเพื่อที่จะลด ความเสี่ยงระดับประเทศลง
ประเด็นที่ ๔ ก็คือให้กําหนดแนวทางในการสรรหาผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน หรือแนวทางในการตีราคาทรัพย์สิน เพื่อให้มีการประเมินราคาหรือการตีราคาทรัพย์สิน คงค้างให้ทราบมูลค่าที่เปึนปัจจุบันได้ทันการก่อนที่จะมีการยุบเลิกกิจการ ก็คือยุบเลิก กิจการวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ เราก็บอกว่า ณ วันนั้นเราอยากที่จะมีความชัดเจนว่า ราคาตามประเมิน ณ วันนั้นมีราคาในส่วนของหลักประกันที่ยังเหลืออยู่ที่ บสท. เปึนปริมาณเท่าใด
ประเด็นที่ ๕ ก็คือให้ปรับปรุงข้อมูลระบบงานหลักประกันและการรายงาน ตามรายงานให้มีความถูกต้องตามความเปึนจริงตามนัยที่กล่าวในข้อรายงานการตรวจสอบ ทางแบงก์ชาติก็ได้มีการท้วงติงขึ้นมาเล็กน้อยซึ่งเปึนเรื่องของระบบข้อมูลซึ่งทาง กระทรวงการคลังก็ได้กําชับไปว่าให้ทาง บสท. นําไปดําเนินการ
ทีนี้ตอบคําถามว่าเมื่อครบกําหนดวาระก็คือเดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๕๔ จะดําเนินการต่อไปในส่วนของตัว บสท. และทรัพย์สินรวมไปถึงลูกหนี้ที่ยังอยู่ที่ บสท. ทาง บสท. ก็ได้เสนอแนวทางมาให้กับทางกระทรวงการคลังพิจารณา ซึ่งอยู่ในช่วงของ การพิจารณาในรายละเอียดโดยกระทรวงการคลัง แนวทางก็คือมันจะมีตัวบรรษัท บริหารสินทรัพย์ในลักษณะคล้าย ๆ กับ บสท. แต่ก็มีความแตกต่างในรายละเอียดอยู่ ๒ บริษัทด้วยกัน ก็คือบรรษัทบริหารหลักทรัพย์สุขุมวิท แล้วก็บรรษัทบริหารหลักทรัพย์กรุงเทพ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปคือ บสส. กับ บสก. ซึ่งแนวทางที่ บสท. นําเสนอก็เพื่อให้มี ความต่อเนื่องและไม่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการตัวทรัพย์สินที่ บสท. ถืออยู่ หรือตัวลูกหนี้ที่ได้มีการปรับโครงสร้างหนี้แล้วแต่ยังไม่ได้ชําระหนี้ครบถ้วน หรือลูกหนี้ ที่ยังอยู่ในช่วงของการเจรจา แต่ยังไม่ได้มีการเข้าสู่กระบวนการการปรับโครงสร้างหนี้ ก็อยากที่จะเสนอให้โอนทรัพย์สินทั้งหมดเหล่านี้ไปที่ ๒ บรรษัทนี้เพื่อดําเนินการต่อไป ซึ่งก็เปึนแนวทางที่กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วว่าน่าที่จะเหมาะสม แต่ก็กําลังทบทวนอยู่ ในรายละเอียดว่าจะดําเนินการตามนั้นได้อย่างไร ขออนุญาตชี้แจงเบื้องต้นแค่นี้ ขอบคุณครับ
เชิญผู้ถาม ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก็ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้ข้อมูล ความจริงเราก็ทราบว่าท่านจะเข้าไปตรวจสอบทั้งหมดนั้นยาก เพราะว่าคนที่ตรวจสอบจริง ๆ คือ สตง. แล้วก็ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเปึนหน่วยงาน ที่พูดง่าย ๆ ก็เหมือนกับอิสระ จริง ๆ ผมอยากเรียนว่า แต่เม็ดเงินมันจะมีผลกระทบ กระเทือน เพราะว่าถ้าเราไม่ไปควบคุมจริง ๆ มันจะมีปัญหา มีแต่คนกล่าวหา ผมเคยเปึน รองประธานคณะอนุกรรมการ บสท. เข้าไปดูก็เปึนเรื่องจริงครับ แต่คนที่มาบอกไม่กล้า เปึนพยาน ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่จริง ๆ แต่จนป์านนี้จับไม่ได้ เราจะไปหวังพึ่ง สตง. อย่างเดียวตอนนี้ สตง. ก็เดี้ยง เฉพาะใน สตง. ก็ไม่รู้อะไรเปึนอะไร ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็งานเยอะมาก ความจริง บสท. ท่านน่าจะเข้าไปดูโดยตรง โดยท่านเปึนผู้บังคับบัญชา กับธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านน่าจะตั้งหน่วยงานขึ้นไปตรวจสอบ รายงาน สตง. ทุกครั้งที่มารายงาน มารายงานสภาเมื่อไรก็มีแต่เรื่องจิ๊บจ๊อย เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องผิดระเบียบ จริง ๆ เรื่องทุจริตมันเยอะมาก ยิ่งปัจจุบันผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านก็ทราบ เยอะไปหมดครับอะไรเปึนอะไรก็ไม่รู้ เรียกเปอร์เซ็นต์กัน ๓๕-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่ารู้ครับ แต่จะให้คนมาเปึนพยานยาก อันนี้ก็เช่นเดียวกันอยากให้ท่านรัฐมนตรี เข้าไปดูหน่อย ผมกังวลใจนะครับ พวกผมออก พ.ร.ก. ก็ถูกสมัยพวกท่านว่าใช้อํานาจไม่ดี แต่จริง ๆ มันเปึนสิ่งที่ดี พ.ร.ก. เพราะว่ามันแก้เอ็นพีแอล ใครที่เปึนเอ็นพีแอลไม่สามารถ เลือกได้ ธนาคารทุกธนาคารต้องโอนให้ บสท. ทันที ไม่มีสิทธิไปปรับอะไร เพราะว่า เขามีตัวเลขชัดเจน ไม่ใช่ว่าอันนี้หนี้ด้อยคุณภาพเอาเก็บไว้ ไม่ใช่ครับ กฎหมายบังคับ ให้โอนทันทีเลยนะครับ เวลานั้น ๆ ต้องโอนหมดเลยไม่ใช่จะเก็บไว้ได้ ไม่ได้ต้องโอนทันที ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าผมอยากฝากท่านให้ไปดูรายละเอียดและมีคําถาม ข้อที่ ๒ ผมอยากเรียนถามท่าน เพราะว่า บสท. ดําเนินการมา ๙ ป้แล้ว เดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ก็หมดวาระ ผมอยากถามท่านว่า กระทรวงการคลังได้ประเมินไหมที่ บสท. ดําเนินการ มีกรรมการบอร์ดมีอะไรเยอะแยะไปหมดเลย ค่าเช่า ค่าอะไรทั้งหลายที่เขา ดําเนินการ ถ้าเปรียบเทียบอย่าง บสก. ที่ท่านว่าเอาให้เอกชนเขาทําเปรียบเทียบแล้ว คิดว่าท่านเคยประเมินไหมว่า ตั้ง บสท. เปรียบเทียบกับธนาคารทั่วไปมันดีกว่ากันขนาดไหน แล้วท่านเคยเอาตัวเลขมาดูไหม เพราะในความเห็นผม พ.ร.ก. นี้ดีจริง ๆ แต่ว่าตอนทํา มันมีบอร์ดเต็มไปหมด แล้วกรรมการผู้จัดการทําไปสักครู่หนึ่งก็ลาออก แล้วก็ได้แต่ พวกเดียวกัน ผมดูรายชื่อประธานบอร์ดใหญ่ผมก็พอใจแล้วครับ เรื่องซื่อสัตย์สุจริตพอใจ แต่ทําไปทํามาเด็ก ๆ ที่อยู่ใน บสท. เปึนมาเฟ้ย (Mafia) เลย ผมอยากถามท่านว่า ถ้าเทียบกับธนาคารทั่ว ๆ ไปที่มาจัดการสินทรัพย์ที่ด้อยคุณภาพ เปรียบเทียบกัน ท่านคิดว่าอันไหนไม่ดีกว่ากัน ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ
ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเด็นปัญหา ที่ท่านพูดถึงผมคิดว่าเปึนเรื่องจริง ในอดีตที่ผ่านมาจะมีข้อกล่าวหาแล้วก็ข้อครหา กับแนวทางการบริหารจัดการในส่วนระดับเจ้าหน้าที่ของ บสท. มาตลอดนะครับ แล้วตามที่ผมได้เรียนก็มีการอภิปรายกันเกือบจะโดยทุกพรรคแล้วเกี่ยวกับเรื่องของ บสท. ทีนี้ประเด็นในอดีตกับประเด็นปัญหา ณ ปัจจุบันกลับต่างกัน คือสลับทางกัน ในอดีตสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็มีข้อกล่าวหาในประเด็นนี้ค่อนข้างมาก ก็มีการสมรู้ร่วมคิดกัน กับทางเจ้าหน้าที่ในการที่จะนําหลักประกันออกมาขายในราคาที่อาจจะต่ําเกินไป แล้วก็มีผู้โน้นผู้นี้ซึ่งเปึนผู้มีอิทธิพลบ้าง อ้างว่ามีเส้นมีสายกับผู้มีอิทธิพล รวมไปถึง นักการเมืองบ้างนะครับ เข้ามาซื้อหลักประกันเหล่านี้ไปในราคาที่อาจจะไม่ได้เปึน ผลตอบแทนที่สูงที่สุดให้กับทาง บสท. แล้วสุดท้ายก็มีผลกระทบต่อความสามารถ ในการชําระหนี้ของ บสท. นั่นคือปัญหาในอดีตนะครับ ณ ปัจจุบันปัญหากลับกลายเปึนว่า เมื่อเวลางวดเข้ามา ก็คือพูดง่าย ๆ บสท. เริ่มที่จะใกล้หมดอายุ เหลืออีกเพียงแค่ ประมาณ ๘ เดือน ก่อนที่จะต้องยุติการดําเนินการตามอายุเวลาของพระราชกําหนด ก็เริ่มมีประเด็นปัญหาว่าลูกหนี้ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งอีก ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผมขออนุญาต ใช้คําว่าบางกรณี ก็คือยื้อการที่จะเข้ามาทําข้อตกลงกับทาง บสท. ในการที่จะปรับ โครงสร้างหนี้ ก็เริ่มที่จะต้องร้อนตัว เพราะ บสท. มาถึงเวลานี้เมื่อเริ่มที่จะหมดเวลา ก็ต้องใช้อํานาจอย่างเด็ดขาดว่าถ้าคุณไม่ปรับโครงสร้างหนี้ เราก็ต้องบังคับคดีเพื่อที่จะนํา หลักประกันมาขายทอดตลาดนะครับ แล้วก็นํารายได้ที่ได้จากการขายหลักประกันนั้น มาชดเชยหนี้ของ บสท. เองก่อนที่ บสท. จะหมดอายุ ตรงนี้ก็เริ่มเปึนปัญหากับกลุ่มลูกหนี้ อีกมากรายที่ยังไม่สามารถจะเข้าสู่กระบวนการการประนอมหนี้ได้ ซึ่งถามว่าเปึนไปตาม หลักเกณฑ์ที่ถูกต้องหรือไม่ ก็ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าเปึนเช่นนั้นนะครับ เมื่อเปึนหนี้ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มานานเปึนสิบ ๆ ป้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาสู่กระบวนการ การปรับโครงสร้างหนี้ได้ ก็เหลือช่องทางเดียวให้กับ บสท. ที่เขาต้องทําตามกฎหมาย ที่รัฐบาลของท่าน ณ เวลานั้นได้กําหนดออกมา ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าเปึนกฎหมายที่มี ความเหมาะสม ก็คือต้องนําหลักประกันที่มีอยู่ในมือไปขายแล้วก็นําผลที่ได้จาก การประมูลนั้นมาชําระหนี้ของตนเอง ทีนี้ประเด็นก็คือ บสท. แน่นอนที่สุดเขาก็มีหน้าที่ ที่จะต้องขายหลักประกันในราคาที่สูงที่สุดนะครับ อันนั้นเปึนหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งก็สร้างปัญหา ให้กับลูกหนี้ในมุมกลับที่อยากจะเข้ามาซื้อทรัพย์สินของตนเองในราคาที่ต่ํากว่า อันนี้ พูดกันตามตรงนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ร้องเรียน ณ เวลานี้สลับกันกับเมื่อสมัยก่อนว่า ทําไมเอาของดีมาขายคนอื่นในราคาถูก กลับกลายเปึนว่าทําไมเอาของมาขายในราคา แพงเกินไป ลดราคาหน่อยได้ไหม ฉันในฐานะเจ้าหนี้จะได้ซื้อทรัพย์สินของฉันกลับคืนมา ในราคาที่ถูกลง ซึ่ง บสท. ก็มีมาตรการในการที่จะควบคุมไม่ให้เจ้าหน้าที่ท่านใดท่านหนึ่ง มีอํานาจ แม้แต่ตัวผู้บริหารระดับสูงสุดก็จะไม่มีอํานาจแต่เพียงผู้เดียวในการที่จะมาเคาะได้ว่า ราคาทรัพย์สินที่จะต้องขายทอดตลาดนั้นจะต้องมีการตั้งราคากลางหรือราคาขั้นต่ําราคาใด จะเปึนขั้นตอนของคณะกรรมการที่จะต้องตัดสินใจร่วมกัน เพื่อที่จะปัองกันไม่ให้มีการฮั้วกัน พูดง่าย ๆ นะครับ ระหว่างผู้ซื้อกับทาง บสท. ทีนี้ต่อคําถามของท่านว่า บสท. ทํา มีผลตอบแทนดีมากกว่าหรือน้อยกว่าถ้าให้เอกชนทําอย่างไร อันนี้ก็ต้องเรียนตามตรงว่า ตอบยากนะครับ แต่ข้อเท็จจริงก็คือ บสท. รับซื้อทรัพย์สินเหล่านี้เข้ามาในราคาตามที่ ผมได้เรียนไปเบื้องต้นนะครับ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๑ ใน ๓ ของราคาตามบัญชีนะครับ ถามว่าขาออกแนวโน้มเขาจะได้กลับคืนมาเท่าไร ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า ณ ปัจจุบัน ทรัพย์สินของ บสท. นี้มีมากกว่าหนี้สินนะครับ แล้วแนวโน้มโอกาสก็คือสุดท้ายแล้ว น่าจะได้กลับคืนมามากกว่า ๓๒ เปอร์เซ็นต์เล็กน้อยนะครับ แต่ว่า ผมต้องใช้คําว่าแต่ว่า ข้อเท็จจริงก็คือเขายังดําเนินการไม่แล้วเสร็จนะครับ ก็คือพูดง่าย ๆ ดําเนินการไปแล้วกับ ทรัพย์สินเพียงแค่ประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินทั้งหมด เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพ ในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมาในการบริหารจัดการตามระยะเวลาที่กฎหมายได้กําหนดเอาไว้นั้น ค่อนข้างด้อยแล้วก็ช้ากว่าที่ควร คือพูดง่าย ๆ กฎหมายกําหนดไว้ประมาณ ๑๐ ป้ เจตนา ก็คือ ๑๐ ป้ต้องสะสางให้หมด แต่ ณ ปัจจุบันคําตอบที่แท้จริงก็คือไม่ได้เปึนไปตามนั้น ก็เลยอาจจะมีความจําเปึนที่จะต้องโอนทรัพย์สินส่วนที่เหลือนี้ไปให้กับเอกชนดําเนินการ ต่อไปนะครับ แล้วก็อาจจะมีคําตอบในอนาคตให้กับท่านว่าสุดท้ายแล้วเอกชนเขาทําได้ ดีกว่าหรือไม่นะครับ ขอบคุณครับ
คงจบนะครับ กระทู้ถามที่ ๑ ต่อไปเปึนกระทู้ถามอันดับ ๑ เมื่อสักครู่อันดับ ๔ นะครับ
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๔๕ เรื่องการปรับปรุงระบบขนส่งรถไฟสายใต้ (นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็ได้ขออนุญาตรูปถ่าย ๒-๓ รูป ก็อนุญาตแล้วครับ เพิ่งได้รับทีหลังนะครับ ถ้าใคร จะตั้งกระทู้ถามก็ควรจะส่งให้เขาตรวจสอบล่วงหน้าสักวันหนึ่ง อย่างวันพุธอย่างนี้ ก็ควรจะให้เขาดําเนินการนะครับ เพื่อเขาจะได้ตรวจสอบ ทุก ๆ ท่านที่ตั้งกระทู้ถาม เพื่อเขาจะได้ดูนะครับ เปึนผลดีแก่ผู้ถามกระทู้เองครับ
ต่อไปเชิญเจ้าของกระทู้ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามของดิฉันไว้ เปึนอันดับแรก แต่เปึนกระทู้ถามที่ ๒ ของวันนี้นะคะ หลังจากที่ได้เลื่อนมาจากสัปดาห์แรก ที่มีการเป่ดประชุมสภา แล้วขอกราบขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรี โสภณ ซารัมย์ ที่ท่านได้มาตอบกระทู้ด้วยตัวเองในวันนี้นะคะ ท่านประธานคะ ระบบขนส่งสายใต้เปึนระบบขนส่งมวลชนที่มีความสําคัญต่อการคมนาคมขนส่งของ พี่น้องประชาชนคนใต้มากนะคะ ท่านรัฐมนตรีเชื่อไหมคะว่าในอดีตการเดินทางโดยรถไฟ เปึนเส้นทางเดียวที่คนใต้ใช้เดินทางมายังกรุงเทพมหานครเท่านั้น และทุก ๆ คนที่เดินทาง โดยรถไฟเขาก็เชื่อเหมือนกับดิฉันว่าเดินทางโดยรถไฟเปึนการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด แต่ตอนนี้กลับตรงกันข้ามกันค่ะ เมื่อไม่นานมานี้เองได้มีอุบัติเหตุทางรถไฟที่เขาเต่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดิฉันขออนุญาตให้ท่านได้ดูรูปของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้น ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้นถือว่าเปึนการเกิดอุบัติเหตุที่มีความร้ายแรงมากในรอบป้ ๒๕๕๒ มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเปึนจํานวนมากนะคะ ถึงแม้ว่าการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้น เบื้องต้นเราเชื่อว่าพนักงานขับรถไฟหลับใน แต่ดิฉันคิดว่าจุดหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุ ก็คือการไม่ได้รับการปรับปรุงดูแลในระบบของการรถไฟมาเปึนระยะเวลานานแล้ว ท่านประธานคะ เมื่อเราดูสถิติการเกิดอุบัติเหตุในระบบขนส่ง ระบบราง ในป้ ๒๕๕๒ พบว่าอุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรดีเซลชํารุดในขณะทํางานมีมากถึง ๓,๖๙๐ ครั้ง และจํานวนเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากรถดีเซลรางชํารุดขณะนําขบวนมีมากถึง ๙๑๔ ครั้ง และดิฉันยังได้รับฟังข้อมูลจากท่านผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วยว่าปัจจุบันนี้ อุปกรณ์และเครื่องมือ ทั้งรถจักร ล้อเลื่อน และขบวนรถมีอายุการใช้งานนานมาก เฉลี่ยมากกว่า ๒๐ ป้แล้ว อีกทั้งยังไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลในเรื่องงบประมาณ การจัดหารถจักรและขบวนรถใหม่ รวมทั้งยังขาดงบประมาณในเรื่องของการซ่อม บํารุงรักษารถให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ แล้วก็มีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูง แต่เปึน การซ่อมเพื่อที่จะให้มีการใช้งานได้ ณ ตอนนั้นเท่านั้นเองค่ะ และในส่วนตู้รถโดยสารก็มี อายุการใช้งานนานมาก ดิฉันขออนุญาตให้ข้อมูล โดยรถโดยสารปรับอากาศชั้น ๑ มีอายุการใช้งานเฉลี่ย ๑๒ ป้ รถโดยสารปรับอากาศชั้น ๒ มีอายุการใช้งานเฉลี่ย ๒๓-๒๔ ป้ รถโดยสารชั้น ๓ ที่มีพี่น้องคนใต้ใช้มากที่สุดก็คือมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ ๒๗ -๓๐ ป้ แล้วก็พบว่ารางรถไฟที่อยู่ในสภาพดีมากมีเพียง ๒๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น รางที่อยู่ในสภาพดี มีเพียง ๓๘.๖ เปอร์เซ็นต์ และรางที่อยู่ในสภาพพอใช้งานได้มีเพียง ๒๘.๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นค่ะ ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้แล้วก็ข้อมูลเหล่านี้ที่ดิฉันได้กล่าวถึง ดิฉันคิดว่าท่านรัฐมนตรี ควรที่จะเข้ามาดูแลระบบการขนส่งรถไฟทั้งระบบเพื่อที่จะให้พ่อแม่พี่น้องคนใต้หรือว่า คนที่ใช้รถไฟทั่ว ๆ ไปได้มีความสะดวกสบายแล้วก็ปลอดภัยในการใช้การรถไฟแห่งประเทศไทย
สําหรับคําถามของดิฉันข้อแรกก็คือ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายในการปรับปรุง ซ่อมแซม การให้บริการขนส่งรถไฟสายใต้หรือไม่ แล้วก็อย่างไรค่ะ ขอบคุณค่ะ
สภายินดีต้อนรับครู และนักเรียนจากโรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้ สภากําลังพิจารณาเรื่องกระทู้ถามทั่วไป เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ที่ได้เอากระทู้ถามที่เปึนกระทู้ถามที่ประชาชนได้ให้ความสนใจและเปึนกระทู้ถามที่ทัน ต่อสถานการณ์ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ว่าในป้นี้เปึนป้ที่ รัฐบาลได้ประกาศ และเปึนป้ที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ประกาศเปึนป้ปรับปรุงการรถไฟครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศนะครับ หลังจากที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งมาแล้ว ๑๑๓ ป้ ป้นี้รัฐบาลได้อนุมัติในเงินที่จะปรับปรุงรถไฟถึง ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้รับทราบถึงสถานะของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่รัฐบาลได้ปรับปรุงครั้งนี้
ประการแรกก็คือ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับปรุงรางรถไฟเดิมที่มี รางอยู่แล้ว ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรทั่วประเทศ เพื่อที่จะปรับปรุงที่เรียกว่าระบบรางคู่ เมื่อจบโครงการนี้ป้ ๒๕๕๗ เราจะได้เห็นรถไฟซึ่งวิ่งด้วยความเร็วได้ประมาณสัก ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ประการที่สอง ที่โครงการนี้ได้ดําเนินขึ้นก็คือรัฐบาลต้องการเห็นรถไฟ เกิดเพิ่มขึ้นอีกก็คือที่เราวางแผนกันไว้ที่จะมีรถไฟอีก ๒ สาย ก็คือจากบัวใหญ่ผ่านไป จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ ไปจังหวัดนครพนม แล้วก็รถไฟจาก อําเภอเด่นชัย จังหวัดเชียงราย อําเภอเชียงแสน เรื่องที่ ๓ ที่รัฐบาลอยากเห็นก็คือ รถไฟความเร็วสูง ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนให้เห็นคือภาพที่รัฐบาลต้องการปรับปรุงกิจการรถไฟ หลังจากที่ตั้งมาแล้ว ๑๑๓ ป้ ส่วนประเด็นที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นก็คือเรื่องรถไฟสายใต้ ที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าขณะนี้ที่ ท่านสมาชิกพูดถึงไม่ว่าจะเปึนเรื่องระบบนะครับ เรื่องความเก่าของราง เรื่องหัวรถจักร หัวรถจักรเก่าสุด ๔๕ ป้ ใหม่สุด ๑๒ ป้ที่มีใช้อยู่ขณะนี้ แต่ถามว่าทําไมเราอยู่ได้ เราซ่อม มาเปึนระยะ แต่สิ่งที่การรถไฟอยู่ได้ก็คือเราอยู่ตามอัตภาพ ขาดทุนมาเรื่อย ๆ พอขาดทุน มาเรื่อย ๆ จนนําไปสู่การปรับปรุงนะครับ คราวนี้เมื่อปรับปรุงเสร็จแล้วอย่างเราทําอยู่ เรื่องดังต่อไปนี้
เรื่องแรกก็คือ ปรับปรุงระบบรางที่ท่านบอกผมว่าเรื่องระบบรางก็คือ เปลี่ยนไม้หมอนจากไม้เปึนคอนกรีต ในภาคใต้ก็จะทําประมาณ ๙๐๐ กว่ากิโลเมตร ไม่ว่าจะเปึนทุ่งสง-กลันตัน หรือหนองปลาดุก-สุพรรณบุรี อะไรทั้งหลายนี้ใน ๙๐๐ กว่ากิโลเมตร สายใต้ที่ท่านถามผม
เรื่องที่สองก็คือ ปรับปรุงที่เรียกว่าสะพานที่มีอยู่เก่า เราก็จะเปลี่ยนเปึน สะพานเหล็กที่สามารถรับน้ําหนักได้ ๒๐ ตัน อันนี้เส้นทางใต้มีอยู่ ๙๐๐ กว่าแห่ง ก็จะได้รับการปรับปรุงตามแผนที่เราดําเนินการ ส่วนเรื่องที่มีปัญหาที่สุดคือจุดตัดรถไฟ ที่มีเครื่องกั้น วันนี้เราไปทดลองนําร่องที่หัวหินโดยใช้หน่วยงานของสถาบันการบินพลเรือน ไปทดลองใช้โดยใช้เครื่องกั้นอัตโนมัติ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปเปึนประธานเป่ดในครั้งนั้น ทั่วประเทศมีทั้งหมดอยู่ ๒,๐๐๐ กว่าจุด สายใต้เราเครื่องกั้นนี้ที่จะดําเนินการแก้ไขก็คือ ๓๐๐ กว่าแห่งที่เปึนจุดตัดที่ทําให้เกิดอุบัติเหตุ
เรื่องที่สามที่จะต้องดําเนินการก็คือเรื่องระบบอาณัติสัญญาณ ระบบ อาณัติสัญญาณทุกวันนี้เราใช้ระบบอาณัติสัญญาณไฟสี ก็จะได้ดําเนินการติดตั้ง ในรถไฟต่อไป ส่วนเรื่องการปรับปรุงรางรถไฟ เขาเรียกว่าจุดลักผ่านที่เปึนปัญหาให้เกิด อุบัติเหตุที่เราอ่านข่าวแต่ละครั้งว่าจะมีรถไฟชนรถ อะไรก็แล้วแต่นี้เปึนจุดที่ลักผ่าน วันนี้เราได้ร่วมมือกับทาง อปท. คือทั้งหมดที่จะดําเนินการต่อไปนี้จะมีเครื่องกั้น ทั้งหลาย ทั้งปวงที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้รัฐบาลเองต้องการเห็นการรถไฟแห่งประเทศไทย พัฒนาอยู่ ๒ แนวทาง
แนวทางแรกก็คือที่ผมเพิ่งเดินทางกลับจากจีน ที่ประชุมของการขนส่ง ทางรางของประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องการเห็นรถไฟความเร็วสูง วันนี้ทางประเทศจีน เขาก่อสร้างรถไฟจากประเทศจีนมายังประเทศลาวเปึนรถไฟความเร็วสูง รัฐบาลของเราเอง ก็อยากเห็นรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้นในเมืองไทย วันนี้ที่ได้วางแผนกันเอาไว้ก็คือรถไฟความเร็วสูง ที่จะเกิดขึ้นจากจังหวัดหนองคาย-กรุงเทพฯ และปาดังเบซาร์ก็คือสุดทางที่ภาคใต้ ฉะนั้น ในอนาคตถามว่าจะปรับปรุงรถไฟทางใต้อย่างไร ก็คือนอกจากที่ผมกราบเรียนคือ บูรณะของเก่า บูรณะของเก่าให้มีความมั่นคงสามารถวิ่งได้ด้วยความปลอดภัย วิ่งได้ประมาณสัก ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง อันนี้คือของเก่าที่เราจะดําเนินการปรับปรุง ที่งบประมาณรัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินขึ้น ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะพัฒนา โครงการนี้ จะไปเสร็จสิ้นเมื่อป้ประมาณ ๒๕๕๗ ก็จะได้เห็น
ส่วนเรื่องที่ ๒ ที่บอกก็คือรถไฟความเร็วสูงจากจังหวัดหนองคายไปถึง ปาดังเบซาร์ ฉะนั้นจะได้เห็นภาพว่าสิ่งที่เราพูดถึงเรื่องการรถไฟว่าเปึนรถไฟที่ล้าสมัย เปึนรถไฟที่ไม่ปลอดภัย ในอนาคตโดยรัฐบาลชุดนี้ได้ริเริ่ม แล้วในเร็ว ๆ นี้ผมเองก็จะได้นํากรอบการเจรจาลงทุนร่วมกับประเทศจีนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ก็จะได้พิจารณากรอบการเจรจาเพื่อนําไปสู่การลงทุนร่วมกันในการที่จะพัฒนารถไฟ ครั้งยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกครับ
เชิญถามอีกครั้ง เชิญครับ
ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของระบบรถไฟของประเทศไทยเรา ซึ่งก็ตรงกับคําถามที่ดิฉันจะถามในข้อที่ ๒ แล้วดิฉันก็เชื่อว่าพี่น้องคนใต้ที่ได้ฟังอยู่ ทางบ้านเขาคงจะดีใจแล้วก็สบายใจที่ท่านรัฐมนตรีได้มีความดูแล แล้วก็ห่วงใยในเรื่อง ระบบการรถไฟเปึนอย่างดีนะคะ
สําหรับคําถามข้อที่ ๒ ดิฉันก็ยังอยากจะเห็นว่าในอนาคตการรถไฟสายใต้ เปึนระบบรถไฟรางคู่เพื่อที่จะให้คนใต้ได้เดินทางสะดวก แล้วก็สามารถที่จะขนส่งสินค้า โดยเฉพาะยางพาราแล้วก็ข้าวซึ่งเปึนสินค้าหลักของคนใต้ สามารถที่จะกระจายไปได้ทั่ว แล้วก็ยังอยากที่จะเห็นการรถไฟระบบขบวนรถไฟความเร็วสูงที่ท่านรัฐมนตรีได้กราบเรียน ไว้แล้วว่าควรที่จะมีรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราชไปยัง ประเทศมาเลเซีย แล้วก็ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเปึนประเทศเพื่อนบ้านของเราให้กับ นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวยังประเทศของเราได้มากขึ้นนะคะ แล้วก็อยากจะเห็น สถานีรถไฟของแต่ละจังหวัดได้มีการสร้างสัญลักษณ์ที่มีจุดเด่น หรือว่าลักษณะเด่น ๆ ของแต่ละจังหวัด เพื่อที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวในแต่ละจังหวัดนั้น ๆ อย่างเช่น จังหวัดพัทลุงของดิฉันก็จะมีแหล่งท่องเที่ยวก็คือแหล่งนกน้ําทะเลน้อย อาจจะมีรูปภาพ หรือว่ามีการปัุนของทะเลบัวหรือว่านกต่าง ๆ อยู่ที่สถานีรถไฟตรงนั้นเพื่อที่จะดึงดูด นักท่องเที่ยวไปเที่ยวของแต่ละจังหวัดได้นะคะ
แล้วสุดท้ายก็คือ ดิฉันคิดว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถที่จะทําได้ เบื้องต้นแล้วก็อันดับแรกโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ก็คือในเรื่องของความสะอาดค่ะ ดิฉันเห็นว่าสถานีรถไฟแต่ละที่เรื่องความสะอาดน้อยมากค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึน ห้องน้ําก็ดี หรือว่าบริเวณที่จุดพักรอรถไฟก็ดี ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยว่าสิ่งสําคัญที่พี่น้องประชาชนรอ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการเดินทาง ความปลอดภัย แล้วสุดท้ายก็คือเรื่องความสะอาดค่ะ ท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อผู้ฟังทางบ้านจะได้เข้าใจว่า ณ วันนี้รถไฟผมได้ให้นโยบาย เรื่องความสะอาดเปึนสําคัญ แต่หลังจากที่ผมเข้าบริหารกระทรวงคมนาคมผมได้กํากับ เรื่องห้องน้ํา เรื่องอะไรต่าง ๆ สมัยก่อนที่มีข่าวว่ามีเห็บ มีหมัด อะไรต่าง ๆ จะไม่มีแล้วครับ ซึ่งขณะนี้เปึนรถไฟยุคใหม่แล้วนะครับ ผมก็กราบเรียนว่าหลังจากที่เมื่อสิ้นป้ ๒๕๕๗ โดยรัฐบาลได้อนุมัติเงิน ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ผมกราบเรียนไปแล้ว เราจะได้เห็น รถไฟไทยใหม่ แล้วยังจะได้เห็นรถไฟความเร็วสูงที่เกิดขึ้น ฉะนั้นผมกราบเรียนอย่างที่ ท่านสมาชิกได้เสนอแนะ วันนี้การรถไฟได้ทําแล้ว แล้วที่จะต้องกราบเรียนเพิ่มเติมก็คือ นอกจากนี้เราได้อนุรักษ์รถไฟเก่า ทุกวันสําคัญเราจะได้มีรถไฟนําเที่ยวก็คือเอารถหัวจักรไอน้ํา ออกมาวิ่งเพื่อเปึนการหารายได้ในเชิงพาณิชย์ ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ สิ่งที่เราอยากเห็นมานานก็คือการพัฒนารถไฟจะได้ดําเนินการแล้วครับ ขอบคุณครับ
จบกระทู้ถามที่ ๑ นะครับ ต่อไป
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๔๗ เรื่อง ความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้าม แม่น้ําปะเหลียน จังหวัดตรัง (นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ซึ่งผม ได้อนุมัติเอกสารเมื่อสักครู่ที่จะชี้แจงนะครับ
เชิญเจ้าของกระทู้ถามได้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมถามกระทู้เรื่องความคืบหน้าของการก่อสร้างสะพาน ข้ามแม่น้ําปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําปะเหลียน จังหวัดตรัง เปึนโครงการที่ได้มีการศึกษากันมาเปึนระยะเวลายาวนานกันพอสมควร ท่านประธาน ที่เคารพครับ ตามที่ผมได้ขออนุญาตท่านประธานใช้รูปในการประกอบการถามกระทู้ ท่านประธานครับ นี่เปึนภาพถ่ายทางอากาศของแม่น้ําปะเหลียนครับท่านประธาน ซึ่งมี ระยะทางยาวประมาณ ๗๐ กว่ากิโลเมตรครับ การเดินทางระหว่างพี่น้องชาวอําเภอกันตัง กับอําเภอหาดสําราญ หรืออําเภอปะเหลียน ซึ่งมีแม่น้ําปะเหลียนกั้นกลาง มีระยะทาง ประมาณกิโลเมตรเศษ ๆ ครับ ถ้าเกิดพี่น้องจะเดินทาง มีการเดินทางอยู่ ๒ ลักษณะครับ ๑. ก็คือการเดินทางโดยเรือ ท่านประธานครับ ระหว่างอําเภอกันตัง กับอําเภอหาดสําราญ หรืออําเภอปะเหลียน ไม่มีเรือโดยสารประจําทาง ถ้าเกิดพี่น้องจะเดินทางก็คือต้อง เดินทางด้วยเรือส่วนตัว ๒. ก็คือการเดินทางทางบกหรือทางถนนหลวงนั่นเอง จะเดินทาง ตั้งแต่อําเภอกันตัง ผ่านอําเภอเมือง ผ่านอําเภอย่านตาขาว เข้าสู่อําเภอปะเหลียน แล้วก็ มาสู่อําเภอหาดสําราญ ตามภาพที่ผมแสดงให้ท่านประธานก็คือเปึนเส้นสีเหลืองนี่ครับ ท่านประธานจะเห็นว่านี่เปึนระยะทางที่พี่น้องประชาชนเดินทางไปมาหาสู่กันทั้ง ๆ ที่ ระยะห่างกันเพียงแค่ ๑ กิโลเมตรเศษ แต่ต้องเดินทางกันด้วยทางบกระยะทางเกือบ ๘๐ กิโลเมตรครับท่านประธาน หลังจากที่การพัฒนาในเรื่องของการเดินทางของ พี่น้องประชาชน ตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ในป้ ๒๕๔๒ ได้ให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองมีการสํารวจเส้นทางการพัฒนาเส้นทางของฝัืงอันดามัน ก็สํารวจว่าน่าจะมี การก่อสร้างสะพานดังกล่าวครับ ระหว่างอําเภอกันตังกับอําเภอหาดสําราญ หลังจากที่มี การออกแบบโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนรัฐบาลตามที่ ท่านประธานก็คงทราบ ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านประธานครับ บ้านผมงบประมาณแทบจะไม่ได้กันเลยเนื่องจากมีนโยบายว่าจะพัฒนาเฉพาะจังหวัด ที่เลือกพรรคไทยรักไทยเท่านั้น เราไม่ได้งบประมาณครับ จนกระทั่งรัฐบาลดังกล่าว ถูกปฏิวัติไป หลังจากนั้นผมได้ทําหนังสือถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ขอให้พิจารณาดูแลเรื่องโครงการดังกล่าวกลับขึ้นมาใหม่ แต่เนื่องจากมันติดขัดอยู่ที่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ว่าห้ามใช้ พื้นที่ป์าชายเลนโดยเด็ดขาดครับ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสมัยนั้น ก็เลยสั่งให้มีการศึกษาโครงการครับ การศึกษาโครงการดังกล่าวต้องมีการศึกษา ๖ ประเด็นด้วยกันครับท่านประธาน
๑. ศึกษาว่าถ้าเกิดมีการก่อสร้างสะพานดังกล่าวจะเปึนเส้นทางลัดได้จริง หรือเปล่า พี่น้องประชาชนลัดการเดินทางหรือร่นระยะเวลาการเดินทางได้จริงหรือไม่
๒. เปึนการเอื้อประโยชน์ต่อทางเศรษฐกิจระหว่างท่าเรือ ซึ่งอําเภอกันตัง มีท่าเรือน้ําลึกอยู่ครับ และขณะนี้กระทรวงคมนาคมโดยท่านรัฐมนตรีได้อนุมัติงบก่อสร้าง ท่าเรือน้ําลึกอีกแห่งหนึ่งที่อําเภอนาเกลือ ซึ่งเปึนความร่วมมือระหว่างองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดตรัง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนายกิจ หลีกภัย กับกระทรวงคมนาคม เพราะฉะนั้นเส้นทางการขนถ่ายสินค้าจากอําเภอกันตัง ที่จะไปจังหวัดสตูล ที่ท่าเรือปากบารา มันจะลดระยะการเดินทางได้หรือไม่นะครับ ต้องมีการศึกษา
๓. การท่องเที่ยวหรือไม่ เนื่องจากบริเวณฝัืงทะเลอันดามันครับท่านประธาน จะเปึนสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเล ชายหาด แล้วก็โดยเฉพาะกระทบกับสัตว์ที่หายากมาก ในประเทศไทยของเราก็คือพวกพะยูน หรือพวกสัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ ว่ากระทบหรือไม่ ต้องมีการศึกษา
๔. ต้องศึกษาว่าที่ตั้งระหว่างอําเภอกันตังกับอําเภอหาดสําราญ หรืออําเภอปะเหลียนตรงจุดไหนจะเหมาะสมที่สุดไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมนะครับ
๕. ต้องไปศึกษาว่าเรื่องทางด้านเศรษฐกิจ ถ้าเกิดมีการก่อสร้างสะพานแล้ว จํานวนการจราจรในการใช้สะพานดังกล่าวคุ้มค่าหรือไม่นะครับ หลักทางวิศวกรรม เปึนอย่างไรบ้าง มีการวางตอม่อกันขนาดไหน
๖. ก็คือศึกษาเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่า เหมือนที่ผมกราบเรียนครับว่าพื้นที่จังหวัดตรังอยู่ในพื้นที่ของฝัืงอันดามัน แล้วโดยเฉพาะ ฝัืงอันดามัน ท่านประธานคงทราบว่าเคยเกิดปัญหาเรื่องของสึนามิด้วย การสร้างสะพาน มันจะกระทบมากน้อยแค่ไหน เปึนที่อยู่ของพะยูน เปึนที่หากินของพี่น้องประชาชน ในการเลี้ยงหอยตลับนะครับ และสิ่งสําคัญก็คือต้องไปศึกษาว่ามันมีผลกระทบต่อประชาชน มากน้อยแค่ไหน ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญมาก ก็มีการไปศึกษาว่าพี่น้อง ทั้ง ๒ ฝัืงครับ ฝัืงอําเภอกันตัง ฝัืงอําเภอหาดสําราญ หรืออําเภอปะเหลียน มีผลกระทบ อย่างไรบ้าง อยากจะได้สะพานนี้หรือไม่ ถ้าเกิดทางรัฐบาลจะสร้างสะพานจะเอารูปแบบไหน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเวลานิดเดียวครับ ก็คือรูปแบบสะพานครับ กรมทางหลวงชนบท ไปกําหนดรูปแบบสะพานออกมาทั้งหมด ๓ รูปแบบด้วยกันครับ
แบบที่ ๑ ต้องใช้ระยะทางการก่อสร้างประมาณ ๓ กิโลเมตรเศษ หลีกเลี่ยง ป์าชายเลน หลีกเลี่ยงป์าทุกอย่าง
แบบที่ ๒ ขึ้นที่บริเวณบ้านแหลมตรงมาที่อําเภอหาดสําราญ
แบบที่ ๓ ขึ้นที่บ้านแหลมตรงมาที่อําเภอหาดสําราญเช่นเดียวกันนะครับ หลังจากที่มีการกําหนดแบบแล้วก็ให้พี่น้องประชาชนได้เลือกรูปแบบนะครับ ซึ่งขณะนี้ ในการศึกษาจํานวน ๒๑๐ วันก็เปึนที่เสร็จสิ้นแล้วนะครับ แน่นอนครับทั่วทั้งประเทศ ท่านประธานก็คงนึกภาพออกบริเวณชายฝัืงทะเลที่มีแม่น้ําตัดผ่านนะครับ ทุกจังหวัดก็จะ มีการสร้างสะพานเพื่ออํานวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน ท่านดูแม่น้ําบางปะกงครับ ก็จะมีสะพานข้ามแม่น้ําบางปะกง ที่แม่น้ําแม่กลองก็จะมีสะพานข้ามทุกแห่งครับ เมื่อมีแม่น้ํากั้นกลางก็เพื่ออํานวยความสะดวกก็จะมีการก่อสร้างสะพาน ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาเรื่องการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําปะเหลียนเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ผลการศึกษาเปึนอย่างไรบ้างครับท่านประธาน ขออนุญาตสอบถามทางท่านรัฐมนตรี แล้วก็ความคืบหน้าหลังจากมีการศึกษาแล้ว ขณะนี้กระทรวงได้ดําเนินการอย่างไรบ้าง ขออนุญาตเปึนคําถามครั้งที่ ๑ ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องกราบเรียนถามท่านประธานด้วยความชื่นชมท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ที่ได้นําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาพูดในสภาครับ แต่ว่าเรื่องนี้ก็เรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าสะพานแห่งนี้ กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบทไม่ได้นิ่งนอนใจเคยดําริที่จะทํา แต่ต้องเรียน อย่างที่ท่านสมาชิกพูดถึงว่าพื้นที่ตรงนี้นอกจากกระทบกับป์าชายเลนแล้วยังกระทบกับ พื้นที่ชุ่มน้ําระหว่างประเทศ ซึ่งเปึนเรื่องละเอียดอ่อนมาก ฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่า วันนี้ตรงนี้เมื่อเราไปรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นก็มีทั้งประชาชนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทั้งกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผมเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากที่ได้รับทราบกระทู้ถามของท่านสมาชิกก็ลองไปเอาแผนที่ทางดาวเทียมมาดู ปรากฏว่าพื้นที่ตรงนี้ก็อยู่ในเขตป์าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ําอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว และที่สําคัญแนวถนนที่เราตัดผ่านเราก็เห็นว่าจะมีเกาะแก่งอีกจํานวนหนึ่ง ฉะนั้นตรงนี้ เปึนเรื่องของคนจังหวัดตรังและเปึนเรื่องที่จะทําความเข้าใจกับองค์กรที่เขาอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม ฉะนั้นกระทรวงคมนาคมหลายเรื่องที่เราอยากทําความเจริญให้แก่พื้นที่ หลายเรื่องที่เราอยากพัฒนาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่ว่า ก็ต้องไปกระทบกับสิ่งแวดล้อม คือนําความเจริญเข้าไปก็ไปกระทบกับสิ่งแวดล้อม เปึนธรรมดา อย่างที่ท่านสมาชิกพูดที่กล่าวถึง อย่างการเดินทางจากอําเภอกันตัง มาอําเภอหาดสําราญหรืออําเภอปะเหลียน มี ๒ เส้นทาง อ้อมไปจนถึง ๘๐ กิโลเมตร และลัดสุดก็คือประมาณ ๒๐ กว่ากิโลเมตร มีอีกเส้นหนึ่ง ฉะนั้นเราก็เห็นความสําคัญ ตรงนี้ประชาชนเดือดร้อนจริง ถ้าดูจากผลการศึกษาทั้งในเรื่องของวิศวกรรมและ เรื่องเศรษฐกิจคุ้มค่านี่คุ้มค่าครับ แต่ว่าการประเมินไปในเรื่องการที่จะต้องไปกระทบกับ สิ่งแวดล้อมนี้ต้องประเมินอย่างละเอียดอ่อนว่าจะคุ้มหรือเปล่า เพราะวันนี้ผมขอกราบเรียน ท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งแวดล้อมของเราที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ ไม่ว่าจะเปึนป์าชายเลน ไม่ว่าจะเปึนอะไรก็แล้วแต่ก็ถูกบั่นทอนไปพอประมาณ ฉะนั้น สะพานแห่งนี้จะเกิดได้หรือไม่ได้ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงคมนาคม เพราะว่ากระทรวงคมนาคม ผมก็กราบเรียนแล้วว่ามีหน้าที่สร้างให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อการคุ้มค่าในการขนส่งเรายินดีทําให้ แต่ว่าถ้าไปกระทบกับสิ่งแวดล้อมต้องเปึนเรื่อง ของสังคมที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ก็คือชาวจังหวัดตรัง แล้วก็ประเทศนี้ที่จะต้องอนุรักษ์ป์าแห่งนี้ เอาไว้หรือทะเลแห่งนี้เอาไว้ ฉะนั้นในเบื้องต้นเราทําศึกษาผลกระทบไปเบื้องต้นแล้ว แต่เมื่อได้รับเสียงคัดค้านก็ได้ส่งเรื่องนี้ให้จังหวัดตรังไปพิจารณา ฉะนั้นก็อยู่ระหว่าง การพิจารณาของทางจังหวัดว่าจะดําเนินการทําความเข้าใจกับองค์กรต่าง ๆ และพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่อย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบกับสิ่งแวดล้อม และผมกราบเรียนไปยัง ท่านประธานว่าการก่อสร้างเมื่อมีการพัฒนาเกิดขึ้นนําไปสู่ความขัดแย้งของสังคม ซึ่งเปึนเรื่องที่กระผมเองไม่ปรารถนาอย่างยิ่ง หลายโครงการที่ดําเนินการไปแล้ว แม้ว่า ไม่ติดหลักกฎหมาย แต่ว่าไปกระทบกับสิ่งแวดล้อมก็ทําให้ผมมีความเสียใจอย่างยิ่ง ที่เหมือนว่าเราไปทําลายสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นโครงการนี้ไม่มีความประสงค์ที่จะเกิดเรื่อง ความขัดแย้งระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา เรียนเบื้องต้นกับท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ตามนี้ครับ
สภายินดีต้อนรับผู้นําชุมชน โครงการเศรษฐกิจพอเพียงจากจังหวัดยโสธร ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้สภากําลัง พิจารณากระทู้ถาม ต่อไปเชิญเจ้าของกระทู้ถาม
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ตอบกระทู้ถามในข้อที่ ๑ ในเรื่องผลการศึกษา ท่านประธานครับ ผมมีเอกสารอยู่ชิ้นแรกอยากให้ท่านประธาน ได้เห็น กระทรวงคมนาคมปลายทางอยู่ที่ความสุข เปึนหนังสือที่น่าชื่นชมมากครับ อย่างน้อยถ้าเกิดกระทรวงคมนาคมได้ดูแลทุกปัญหาพี่น้องประชาชนมีความสุขแน่นอนครับ ท่านประธานครับ เรื่องการศึกษาผลกระทบในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําปะเหลียน ท่านประธานครับ ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนชี้แจงบางประเด็น ผมขออนุญาตนํา ผลการศึกษา ซึ่งกระทรวงคมนาคมเองเปึนผู้ให้บริษัทหนึ่งทําการศึกษา ในรายละเอียดลงลึก ทั้งเนื้อหาทางวิชาการ รวมทั้งศึกษาถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอสรุปเปึนประเด็นสําคัญ ๆ เช่น
๑. เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเคยมีผลกระทบต่อเรื่องของสึนามิครับ ทางกระทรวงคมนาคมก็เลยศึกษาว่ามันกระทบรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ผลปรากฏว่า ผลกระทบต่อเรื่องของภัยธรรมชาติน้อยมาก
๒. พื้นที่บริเวณดังกล่าวเปึนพื้นที่ที่อยู่ในเขตความเสี่ยงเกิดความเสียหาย ในเรื่องของแผ่นดินไหวระดับน้อยถึงปานกลาง เพราะฉะนั้นกระทรวงหลังจากมีการศึกษา ก็พิจารณาว่าสามารถที่จะก่อสร้างได้
เรื่องทรัพยากรป์าไม้ครับ โครงการดังกล่าวอยู่บริเวณบ้านท่าเรือ และฝัืงบ้านหินคอกควาย ไม่อยู่ในเขตป์าสงวนแห่งชาติ ท่านประธานครับ เพราะว่า แนวดังกล่าวเปึนแนวถนนเดิมระหว่างอําเภอ เปึนสวนยางพาราที่โล่ง กลุ่มไม้ตะแบกนา นากุ้ง แล้วก็สวนบ้าน สวนบ้านนี่คือพวกหมาก มะพร้าว กล้วย ปาล์มน้ํามัน เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ที่ตั้งของโครงการบนหัวสะพานไม่มีการกระทบของป์าไม้เลย ไม่กระทบ เหมือนกับปัญหาของประเทศ ทั้งเรื่องของที่เขาใหญ่หรือของที่ไหนก็แล้วแต่ ที่นี่ไม่กระทบเลย ท่านประธานครับ
ส่วนที่ ๓ สิ่งสําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องพะยูน ท่านประธานครับ บริเวณ ที่ไปสํารวจทุกสถานีไม่พบปะการังมีชีวิตและหญ้าทะเล ก็หมายถึงว่าไม่กระทบต่อ ความเปึนอยู่ของพะยูน โลมา หรือสัตว์ทะเลทั้งหลาย ตรงนี้ไม่กระทบครับท่านประธาน
เรื่องต่อไปครับ เรื่องการคมนาคมจะทําให้การใช้เวลาเดินทางน้อยลง จริง ๆ ครับท่านประธาน เหมือนที่ผมอนุญาตให้ท่านประธานได้เห็นก็คือเส้นทางสีเหลือง นี่คือเส้นทางที่ต้องเดินทาง แต่ว่าถ้าเกิดสร้างสะพานก็คือเส้นสีชมพู ใช้เวลานิดเดียวเอง จากที่ต้องเดินทาง ๒ ชั่วโมง ถ้าเกิดมีสะพานเดินทางเพียงแค่ ๕ นาทีแค่นั้นเอง ต่างกัน มากครับ ถ้าเกิดปริมาณรถต่อวันเดินทางวันละเปึนพันคันท่านประธานลองคิดดูครับว่า ภาวะเศรษฐกิจ ค่าน้ํามัน การเสียเวลาของพี่น้องประชาชน แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุ มันก็จะลดน้อยลง
ท่านประธานครับ มีการศึกษาต่อไปว่าพี่น้องประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าอาจจะเกิดมีความแตกแยกกัน พี่น้องประชาชนกลุ่มหนึ่งเอา ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งไม่เอา ก็มีการไปสํารวจครับ สํารวจ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทั้งริมฝัืงแม่น้ําปะเหลียนทั้ง ๒ ฝัืง ทั้งฝัืงอําเภอกันตังและฝัืงอําเภอ ปะเหลียนหรืออําเภอหาดสําราญ มีการทําสํารวจทัศนคติของพี่น้องประชาชน ๓๙๓ ตัวอย่าง เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนประชากรบริเวณนั้นครับ ประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างข้ามแม่น้ําปะเหลียนร้อยละ ๙๑.๐๙ ครับ ท่านประธาน ร้อยละ ๙๑.๐๙ ท่านรัฐมนตรีครับ ไม่เห็นด้วยร้อยละ ๑.๗๙ ไม่แสดงความคิดเห็นร้อยละ ๗.๑๒ ท่านประธานเห็นไหมครับ เปึนโครงการที่ประชาชนเห็นด้วยถึง ๙๑ เปอร์เซ็นต์ ไม่แสดงความคิดเห็น ๗ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เห็นด้วยเพียงแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ถ้าเกิดการไม่เห็นด้วยและไปกระทบกับเรื่องของป์าไม้ เรื่องของป์าชายเลน เรื่องของ ทรัพยากรใด ๆ ทั้งสิ้น ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึงแม้เห็นความเดือดร้อน แต่ถ้าไปกระทบต่อธรรมชาติ ไปกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างครับ และโดยเฉพาะ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ท่านประธานที่เคารพครับ ถือว่าเปึนผู้นําในการรักษาธรรมชาติ ท่านเปึนห่วงมากเรื่องธรรมชาติของบ้านเมืองเรา แต่ว่าหลังจากมีการศึกษาแล้วครับ ท่านประธาน นี่คือผลการศึกษาที่ ๑. ไม่มีป์าไม้ ๒. ไม่กระทบป์าชายเลน เหตุผลที่ไม่กระทบ ป์าชายเลนท่านประธานครับ เดิมทําท่าจะกระทบครับ แต่หลังจากที่กระทรวงคมนาคม ไปออกแบบทั้ง ๓ รูปแบบ เหมือนที่ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่าควรจะใช้รูปแบบใด ที่มันไม่กระทบกับพื้นที่ ท่านประธานดูภาพนี้อีกครั้งหนึ่ง แนวทางที่ ๓ ถัดจากบ้านแหลม ตรงมา อันนี้สั้นมาก เส้นสีแดงตัดมา ตรงนี้มีป์าชายเลนอยู่บ้าง มีป์าชายเลนบางส่วน แนวที่ ๒ ตัดป์าชายเลนบางส่วนเช่นเดียวกัน นี่คือบริเวณป์าชายเลนครับท่านประธาน แต่ว่าพอแนวที่ ๑ ตัดจากบ้านท่าเรือมาตามลําน้ํา ท่านประธานครับ เลี่ยงป์าชายเลน เพราะฉะนั้นไม่กระทบป์าไม้ ไม่กระทบป์าชายเลน ไม่กระทบที่อยู่ของพวกพะยูนหรือ สัตว์หายากในทะเลตรัง ไม่กระทบใด ๆ เลยครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเมื่อโครงการดังกล่าว เปึนความต้องการของพี่น้องประชาชน แล้วใช้งบประมาณไม่มากครับ ใช้เวลาการก่อสร้าง ประมาณ ๓๖ เดือนแค่นั้น ผมคิดว่าท่านประธานครับ ขออนุญาตให้ทางกระทรวงคมนาคม อย่างน้อยได้ให้ความหวังกับพี่น้องชาวตรังนะครับ แล้วก็พี่น้องทั่วทั้งประเทศเวลาจะเดินทาง จากจังหวัดตรังผ่านอําเภอกันตังไปจังหวัดสตูลมันจะได้สะดวกขึ้น ถือว่าตรงตามวัตถุประสงค์ ของท่านครับ กระทรวงคมนาคมปลายทางที่ความสุขครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านรัฐมนตรีตอบ มีอะไรครับ ให้กระทู้จบ กําลังจะจบอยู่แล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้ถามกระทู้ได้พาดพิงไปถึงอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร บอกว่าภาคใต้หรือจังหวัดตรังไม่ได้งบประมาณ เพราะว่าไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย หรือพรรคไทยรักไทย มันทําให้เกิดความเสียหายสําหรับบุคคลภายนอก ซึ่งไม่มีสิทธิ ที่จะมาตอบโต้ได้ จากคําตอบของท่านรัฐมนตรีก็รู้แล้วว่ามันมีปัญหาหลายด้านติดขัด เรื่องสิ่งแวดล้อมอะไรต่าง ๆ แล้วท่านมาใส่ร้าย เสียดสี ตามข้อบังคับของสภาข้อ ๖๑ ผมขอให้ท่านถอนคําพูดว่า นายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ให้งบประมาณ เพราะว่าไม่ได้เลือก พรรคไทยรักไทย ขอให้ท่านถอนคําพูดครับ
ก็ความจริงนะครับ
ท่านประธานบอกว่าเปึนความจริง ได้อย่างไร
ผมกําลังวินิจฉัยอยู่ครับ ท่านให้ถอนคําว่าอะไรครับ
ขอให้ท่านวินิจฉัยนะครับ ไม่ใช่ว่า ท่านประธานจะมาตอบว่าเปึนความจริงนะครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัย
กําลังจะวินิจฉัยท่านจะให้ ถอนคําว่าอะไรครับ
ผมขอให้ถอนคําใส่ร้ายของผู้ถาม กระทู้ว่า นายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ให้งบประมาณไปที่จังหวัดตรัง เพราะว่าคนจังหวัดตรัง ไม่เลือกพรรคไทยรักไทย มันเสียหายครับ ท่านประธานพอเข้าใจไหมครับ
ผมเข้าใจแล้วครับ เพราะพรรคไทยรักไทยก็ไม่มีอยู่แล้ว ถ้าจะถอนได้ก็ถอนเพื่อความสบายใจของทุกฝ์ายครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเกิดผมกล่าวเท็จในสภาผมจะถอนทันทีครับท่านประธาน แต่คํากล่าวที่บอกว่า ถ้าไม่เลือกพรรคไทยรักไทยไม่ให้งบประมาณเปึนคําพูดของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งพูดหลายแห่งด้วยกัน แล้วก็เปึนข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ให้งบประมาณไปกับพื้นที่ภาคใต้ จนกระทั่งเกิดปัญหาภาคใต้จนปัจจุบันนี้ ผมขอยืนยันคําพูดว่าผมพูดความจริงครับ
ขอบคุณ คุณรับผิดชอบก็แล้วกัน ถ้ามีการฟัองร้องนะครับ
ท่านประธานครับ ไม่ต้องถอนก็ได้ครับ
เขารับผิดชอบคําพูดของเขา
ท่านผู้ถามกระทู้ไม่ต้องถอนก็ได้ แต่นายกรัฐมนตรีชวนเปึนนายกรัฐมนตรี ๒ สมัยยังไม่มีปัญญาเอาสะพานไปให้เลยครับ ขอบคุณครับ
ก็กลับคนละคําไม่เปึนไรนะครับ ตอบเสร็จแล้วก็หมดแล้วครับ
ท่านประธานขออนุญาตครับ
ให้ท่านรัฐมนตรีท่านตอบก่อนครับ แล้วก็ท่านจะสร้างได้หรือ ไม่ได้ มีเท่านั้นเองครับความประสงค์ของท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ผมทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนระหว่าง ๒ อําเภอ เราจึงได้ จัดงบประมาณไปบูรณะเส้นทางของกรมทางหลวงจากบ้านป์าเตียวไปจนถึงทุ่งค่าย ซึ่งร่นระยะการเดินทางจาก ๘๐ กิโลเมตร เปึน ๑๒ กิโลเมตร ในวงเงินงบประมาณ ๑๘ ล้านบาท ซึ่งจะดําเนินการแล้วเสร็จในป้นี้ ฉะนั้นนี่คือการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และการแก้ปัญหาของกระทรวงคมนาคม ส่วนเรื่องที่ท่านสมาชิกกล่าวถึงว่าไม่ได้อยู่ ในเขตป์าชายเลน ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า พื้นที่ตรงที่จะสร้างเปึนเขตกันชน ซึ่งเรียกว่า บัฟเฟอร์ โซน (Buffer zone) ฉะนั้นเราเองถ้าไม่อยู่ในเขตป์าชายเลนแล้ว พื้นที่ตรงนี้อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วเปึนพื้นที่ ชุ่มน้ําระหว่างประเทศ ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศเขาให้ความสําคัญ ฉะนั้นผมกราบเรียน ยืนยันว่าเรื่องผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมเกินหน้าที่ที่กระทรวงคมนาคมจะตัดสินว่ากระทบ หรือไม่กระทบ ฉะนั้นเปึนหน้าที่ของชาวจังหวัดตรังที่จะต้องไปทําความเข้าใจกับองค์กร ที่เกี่ยวข้องว่าไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ถ้าข้อสรุปทั้งหลายที่เห็นพ้องต้องกันว่าไม่กระทบ สิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคมก็ยินดีที่จะสร้างสะพานเส้นนี้ให้ ขอบคุณครับ
ก็คงจบครับ คือท่านก็ไปดําเนินการ ในเรื่องสิ่งแวดล้อมเสร็จ มันก็หมดเท่านั้นเองคุณสมบูรณ์ ทางกระทรวงคมนาคมเขาก็ทําได้
ขอบคุณครับท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียว
หากเวลามันพอสมควร ก็ให้ถามได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๗ เขียนไว้ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตชี้แจง เรื่อง ฯพณฯ ชวน ๑ นาทีครับท่านประธาน เมื่อสักครู่แจ้งแต่เพียงว่า
ก็ไม่มีอะไรครับ เล็ก ๆ น้อย ๆ ขอกันกินได้ครับ
ท่านชวนเปึนนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย แต่ทําไมยังไม่สร้างครับท่านประธาน ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ท่านชวนเปึนนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยก็ต้องดูแลพี่น้องกันทั่วทั้งประเทศ ไม่ดูแลเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งนะครับ
ถูกต้องครับ
ท่านเปึนคนเห็นแก่ส่วนรวม ไม่ได้เห็น แก่ส่วนตัว ตอนนี้ท่านก็เปึน ส.ส. อยู่ในสภา ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุด แต่คนเห็นแก่ตัว อยู่ที่ไหนละครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ก็จบกระทู้ถามที่ ๒
ต่อไปกระทู้ถามที่ ๓ ขอเลื่อนนะครับ เนื่องจากได้รับหนังสือจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านติดภารกิจก็ขอเลื่อนไปตอบคราวหน้านะครับ
(นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณยุคลมีอะไรก็เลื่อนแล้ว คุณยังติดใจอยู่อาทิตย์หน้าค่อยถาม
นิดเดียวครับ
มีอะไร อยากจะออกทีวี ยังไม่ถึงเวลานะครับ ยังไม่ออก
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การที่ผมได้รับหนังสือขอเลื่อนที่ท่านประธานได้บอกว่าเลื่อน เลื่อนไปเปึนเดือนเลยนะครับ ท่านประธาน วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ คือเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมมีข้อสังเกตครับ คือผมได้ส่งหนังสือเปึนกระทู้ถามตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ กว่าท่านประธานจะได้ วินิจฉัยและบรรจุวาระการประชุมถึง ๓ เดือน แล้วเลื่อนไปอีก ๑ เดือนถึงเดือนตุลาคม มัน ๔ เดือน ท่านประธาน ผมขอความกรุณาให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยให้เปึนสัปดาห์ หน้าได้ไหม
คือจะพยายามเร่งรัดให้ ถ้าเขาตอบได้เร็วกว่านั้นก็จะได้แจ้งให้ท่านทราบครับ คือทางสภาจะได้บอกว่าคุณมี ความประสงค์อยากจะให้ตอบเร็ว ก็จะพยายามติดต่อประสานงาน
ผมขอให้เปึนวันที่ ๙ กันยายน ได้ไหมครับท่านประธาน
ผมไม่มีความสามารถ ที่จะเรียนต่อท่าน เท่ากับเปึนการโกหกท่าน ไม่ได้ครับ ต้องไปติดต่อประสานงานก่อน ถ้าผู้ตอบกระทู้ถามเขามีเวลา วันไหนก็จะได้แจ้งให้ท่านทราบ แต่เขากําหนดเวลามาเปึน วันที่ ๗ ตุลาคม ก็ต้องเอากําหนดนั้นก่อนนะครับ แล้วคนอื่นก็ตั้งกระทู้ถามมีความจําเปึน มากกว่าท่านอีก แต่ว่าท่านได้รับเกียรติจากสภาบรรจุก่อน ก็ขอบคุณนะครับ เพื่อไม่ให้ เสียเวลาคนอื่น จะดําเนินการให้ครับ
ขอบพระคุณมากท่านประธาน ขอให้เร่งรัดด่วนด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
กระทู้ถามทั่วไปก็จบแล้ว ต่อไปเปึนกระทู้ถามสด ผมขอให้ผู้ถามกระทู้ถามสดได้กระชับเวลานะครับ ทั้งผู้ตอบ ผู้ตั้งกระทู้ถามสด ๒๐ นาทีเท่านั้นเราตั้ง พอพ้น ๒๐ นาทีเราจะไม่อนุญาตต่อ
๑.๒ กระทู้ถามสด
๑.๒.๑ กระทู้ถามสดที่ ๑๒๒ ส. เรื่อง การชันสูตรพลิกศพ (พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี คือ ฯพณฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ เปึนผู้ตอบ
เชิญเจ้าของกระทู้ถามครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน กระผมขอถามกระทู้ถามไปยังรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภาดังต่อไปนี้ ในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน และเปึนผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติตํารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ และรักษาการตามประมวล วิธีพิจารณาความอาญา ในเนื้อหาที่ผมถามกระทู้ถามในเรื่องการชันสูตรพลิกศพ กรณีที่ เจ้าพนักงานทําให้ผู้อื่นตายโดยอ้างว่ากระทําการตามหน้าที่ดังต่อไปนี้ ในการชุมนุม ของ นปช. เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและให้รัฐบาลยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทางรัฐบาล ได้มีคําสั่งให้ ศอฉ. ไปขอพื้นที่คืนในการชุมนุมในพื้นที่ถนนราชดําเนินบริเวณสะพาน ผ่านฟัาลีลาศ และในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ มีการกระชับพื้นที่ในพื้นที่การชุมนุม อย่างต่อเนื่องในบริเวณสี่แยกราชประสงค์จนถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ในการสลาย การชุมนุมครั้งนี้เปึนเหตุให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ ๙๑ คนนั้น ผู้เสียชีวิตนั้นมีผู้ชุมนุม ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเปึนผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ซึ่งเปึนผู้สื่อข่าวประเทศญี่ปุ์นและอิตาลี ตามปรากฏข่าวสารทั่วไปนั้น และนอกจากนี้แล้วยังมีผู้ชุมนุมที่ไปช่วยเหลือผู้ชุมนุม พวกพยาบาล อาสาสมัครหรือพวกหมออาสาสมัครและหน่วยกู้ภัยต่าง ๆ ได้ประสบ การสูญเสียชีวิตในครั้งนี้ด้วย การสลายการชุมนุมของ ศอฉ. โดยใช้กําลังพลเรือน ตํารวจ ทหารในการสลายการชุมนุมนั้นเปึนเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจํานวน ๙๑ ศพดังกล่าวนั้นด้วย การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ศอฉ. ครั้งนี้ถือได้ว่าเปึนการกระทําของเจ้าพนักงานตาม พนักงานฝ์ายปกครองหรือตํารวจ ตาม พ.ร.บ. ประมวลวิธีพิจารณาความอาญาและตาม พ.ร.บ. ฉุกเฉิน จึงถือว่าคดีดังกล่าวนั้นเปึนวิสามัญฆาตกรรม ตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐ ในสํานวนวิสามัญฆาตกรรมนั้นกําหนดให้พนักงาน สอบสวนท้องที่ ในกรณีนี้พนักงานสอบสวนท้องที่นี้คือพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจ นครบาลร่วมกับแพทย์ ร่วมกับพนักงานอัยการ ร่วมกับแพทย์นิติเวชและพนักงานฝ์าย ปกครอง ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ จึงขอกราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานสภาดังต่อไปนี้ จึงขอถามว่าในการชันสูตรพลิกศพดังกล่าวที่เหตุเกิดขึ้น ทําให้ผู้เสียชีวิตระหว่าง ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ นั้น ได้มี พนักงานสอบสวน นครบาล อัยการ แพทย์นิติเวชและพนักงานฝ์ายปกครองได้ทําการชันสูตร ผู้ตายนั้นจํานวนกี่ศพ กี่ราย และก่อนที่จะชันสูตรพลิกศพได้มีการแจ้งให้ผู้เสียหายคือ ญาติผู้ตาย ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานให้ทราบล่วงหน้าหรือเปล่า จึงเปึนคําถามที่ ๑ ครับผม
กระทรวงนี้ผู้ตอบ ๒ ท่าน ท่านแรก เชิญ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ท่านที่ ๒ คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ เชิญ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีตอบ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กระผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าคําถามของท่านก่อนที่ท่านจะถามนั้น ท่านได้บรรยายความว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเปึนกรณีที่ผู้ชุมนุม สื่อมวลชน อาสาสมัคร พยาบาล เสียชีวิตในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ แล้วท่านก็กล่าวว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของ ศอฉ. ถือเปึน วิสามัญฆาตกรรม ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานตรงนี้ก่อนว่า ตรงนี้คือเรื่องที่ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเปึนการคลาดเคลื่อน ที่จริงท่านก็เปึนข้าราชการตํารวจมาตลอดชีวิต น่าจะเข้าใจคําว่าวิสามัญฆาตกรรมเปึนอย่างดี ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้ท่านประธานและท่านสมาชิกท่านอื่นได้เข้าใจว่าคําว่าวิสามัญฆาตกรรมนั้น หมายความว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ แล้วในขณะที่ไปปฏิบัติหน้าที่นั้นได้เกิด การต่อสู้กันกับคนร้ายแล้วก็ยิงคนร้ายตาย อย่างนี้เจ้าหน้าที่คนนั้นเขาก็ไปแจ้งความบอกว่า เขาเปึนคนทําให้มีคนตายเพราะการปฏิบัติหน้าที่ของเขา กรณีอย่างนี้ถึงจะเรียกว่า เปึนวิสามัญฆาตกรรม ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่ากรณีที่มีผู้เสียชีวิตในระหว่าง วันที่ ๑๐ เมษายน ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครมี ๘๙ คนเท่านั้นครับ ๘๙ ราย ไม่ใช่ ๙๑ ราย อีก ๒ รายเสียชีวิตที่ต่างจังหวัดในระยะเวลา เดียวกัน มีข้อกฎหมายกําหนดเอาไว้ชัดเจนครับท่านประธานว่าในกรณีที่จะต้องมี การชันสูตรพลิกศพ มันจะต้องเปึนเหตุที่คนตายโดยผิดธรรมชาติ คือฆ่าตัวตาย ถูกผู้อื่น ทําให้ตาย ถูกสัตว์ร้ายทําตาย ตายโดยอุบัติเหตุ ตายโดยไม่ปรากฏเหตุ อย่างนี้เจ้าหน้าที่ เขาต้องไปชันสูตรพลิกศพ กรณีนี้เปึนกรณีที่ถูกผู้อื่นทําให้ตาย มีข้อกฎหมายในมาตรา ๑๕๐ เขากําหนดไว้ว่าในกรณีอย่างนี้เมื่อจะต้องมีการชันสูตรพลิกศพจะต้องมีพนักงานสอบสวน ในท้องที่ที่พบศพ แล้วก็แพทย์ทางนิติเวชเข้าไปร่วมกันชันสูตร สําหรับกรณีที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติกล่าวอ้างว่าเปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่ ตรงนี้ครับที่ผมคิดว่ายังจะต้องเปึน ข้อโต้แย้งกันอยู่ ในกฎหมายนั้นเขาเขียนไว้ชัดครับ ในมาตรา ๑๕๐ วรรคสามว่า กรณี ที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทําของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ให้พนักงานอัยการ พนักงานฝ์ายปกครอง ตําแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดอําเภอหรือเทียบเท่า ขึ้นไปแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่เปึนผู้ชันสูตรพลิกศพร่วมกับพนักงานสอบสวนและแพทย์ ตามวรรคหนึ่ง ผมอธิบายท่านประธานอย่างนี้ครับว่ากรณีอย่างนี้ เจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงาน จะต้องเปึนคนไปบอก หรืออ้างว่าได้ทําให้คนตายในระหว่างเหตุการณ์นั้น หรือว่าเปึนกรณี ที่ตายในความควบคุมก็เช่นเสียชีวิตอยู่ในเรือนจําอย่างนี้เปึนต้นท่านประธาน แต่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม มันเปึนเหตุการณ์ของ ความชุลมุนวุ่นวาย ความไม่สงบที่เกิดขึ้น แต่ละคนที่เสียชีวิตไปนั้นไม่มีใครระบุได้ว่า เสียชีวิตเพราะใครทําให้ตาย ไม่มีพยานหลักฐานหรือบุคคลที่จะไปยืนยันว่า นาย ก นาย ข นาย ค ที่ตายเมื่อวันที่เท่านั้น เวลานั้น เปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่จนบัดนี้ เพราะฉะนั้น การชันสูตรพลิกศพที่ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ดําเนินการไปก็ได้ดําเนินการตามกฎหมาย มาตรา ๑๕๐ วรรคหนึ่ง คือไปทําการพิสูจน์พลิกศพโดยพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่พบศพ แล้วก็เจ้าหน้าที่ทางนิติเวช อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อโปรดทราบครับ
เชิญผู้ถาม ถามครับ
เมื่อผมได้ถามคําถามที่ ๑ ท่านไปแล้ว แล้วพอดีท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะเข้าใจ คลาดเคลื่อนอีกเหมือนกัน เพราะประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่โดยส่วนตัวของ กระผมเองในเรื่องการชันสูตรพลิกศพหรือการทําสํานวนการสอบสวนการชันสูตรพลิกศพ ตลอดชีวิตที่ผ่านมานั้น การอ้างว่าเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่นั้น ผู้ที่จะอ้าง หมายความว่าเจ้าพนักงานอ้างเองหรือเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยพฤติการณ์ว่ามันมีการกระทํา ของเจ้าพนักงานที่เกิดขึ้น และในกรณีนี้มีผู้เสียหายหรือพยานในบางรายนั้นได้ไปยื่น คําร้องว่ามีเจ้าหน้าที่ของทหารใช้อาวุธป๋นยิงเปึนเหตุให้ญาติของเขานั้นได้ถึงแก่ความตาย โดยพฤติการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นนี้ แม้แต่คดีที่เกิดขึ้นท่านว่าตํารวจไปจับคนร้าย เรื่องนี้ ผมก็ขอเรียนให้ท่านทราบว่าเจ้าพนักงานใด ๆ ที่ทําตามคําสั่งของ ศอฉ. นั้น เปึนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาคือเปึนเจ้าพนักงานฝ์ายปกครอง หรือตํารวจ ทหารเข้าไปทํางานก็ไปทํางานในฐานะตํารวจ ไม่ได้ไปทํางานในฐานะ เจ้าหน้าที่ฝ์ายทหาร พลเรือนเข้าไปทํางานก็ไปทํางานในฐานะพนักงานฝ์ายปกครอง หรือตํารวจ คือทําหน้าที่ตํารวจ ถ้าจะเข้าไปขอพื้นที่คืนคือไปสลายการชุมนุมถือว่าการเข้าไป นั้นเปึนการกระชับพื้นที่หรือขอพื้นที่คืน คือไปดําเนินการจับกุมหรือดําเนินการเจรจาให้ การชุมนุมสลายออกไป ก็เปึนการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยที่ชัดเจน คดีดังกล่าวนี้เปึนคดีที่เจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่เปึนเหตุให้ชีวิตของประชาชนนั้น เสียชีวิตไป กระผมจึงเห็นว่าในเรื่องนี้จะต้องถือว่าเปึนการกระทําของเจ้าพนักงานกระทําการ ตามหน้าที่ อ้างว่ากระทําตามหน้าที่ทําให้ผู้เสียชีวิต ซึ่งท่านบอกว่าจริง ๆ ในพระนคร เปึน ๘๙ คนนั้น กระผมก็รับทราบไว้ แต่เปึนข่าวสารทั้งหมด ๙๑ คน สิ่งที่ผมจะถาม ก็คือว่า กระบวนการในมาตรา ๑๕๐ นั้นเปึนกระบวนการที่ทําให้เจ้าหน้าที่ทั้งหลายนั้น ได้พิจารณาว่าการกระทําของเจ้าหน้าที่นั้นชอบหรือไม่ชอบ ชอบด้วยเหตุผลหรือไม่ชอบ ด้วยเหตุผล การที่อ้างว่าไม่ไปชันสูตรพลิกศพโดยให้พนักงานอัยการเข้าไปก็ตาม หรือไม่ เอาพนักงานฝ์ายปกครองไปก็ตามนั้น กระผมเห็นว่าในเรื่องดังกล่าวนี้เปึนหน้าที่ของ พนักงานสอบสวนที่จะต้องแจ้งให้พนักงานอัยการไปร่วมชันสูตรพลิกศพ เปึนหน้าที่ของ พนักงานฝ์ายปกครองไปร่วมชันสูตรพลิกศพ อย่างนั้นเปึนหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่จะต้องดําเนินการ คือพนักงานสอบสวนท้องที่ ถ้าเหตุเกิดในนครบาลก็โรงพักนครบาล พนักงานสอบสวนในนครบาลต้องเปึนคนไปแจ้ง ผมจึงขอถามคําถามที่ ๒ ว่าในกรณีเช่นนี้ มีรายใดไหมที่พนักงานสอบสวนแจ้งให้พนักงานอัยการไปร่วมชันสูตรพลิกศพ และตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๕๐ วรรคสาม เขากําหนดมาว่า หลังจากชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการร่วมกันทําสํานวนชันสูตรพลิกศพ การสอบสวนนั้น ให้อยู่ในอํานาจของพนักงานอัยการเปึนผู้สั่งให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติ กรณีเช่นนี้ มีการสอบสวนโดยพนักงานอัยการและพนักงานตํารวจมีกี่ราย ผมขอเรียนถามท่าน ในคําถามที่ ๓ ครับ
เชิญ ฯพณฯ ตอบ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขอเรียนตอบคําถามอย่างนี้ครับว่าคนที่เสียชีวิตทั้งหมดนะครับ จนวันนี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าใครเปึนคนทําให้เขาเสียชีวิต ผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุม ในกรุงเทพมหานครในช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม มีทั้งสิ้น ๘๙ ราย ท่านประธานครับ เปึนพลเรือน ๗๘ ราย เปึนทหาร ๙ ราย เปึนตํารวจ ๒ ราย ใน ๘๙ คน ที่เสียชีวิตในกรุงเทพฯ มีที่เสียชีวิตที่จังหวัดอุดรธานี ๒ ราย ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าในส่วนที่เสียชีวิตอยู่ที่กรุงเทพมหานครทั้ง ๘๙ รายนี้จนถึงวันนี้ครับ ยังไม่มีใครรู้ว่าผู้เสียชีวิตแต่ละรายนั้นใครเปึนคนทําให้เขาเสียชีวิต ที่ผมต้องเรียนย้ํากับ ท่านประธานอย่างนี้การที่รู้ว่าใครเปึนคนทําให้เสียชีวิต มันเปึนที่มาของการใช้อํานาจ หน้าที่ตามกฎหมายในการชันสูตรพลิกศพ กรณีที่ไม่รู้ว่าใครเปึนผู้ทําให้เสียชีวิตก็ชันสูตร พลิกศพโดยเจ้าหน้าที่ตํารวจซึ่งอยู่ในท้องที่ที่พบศพกับแพทย์ทางนิติเวช ซึ่งในกรณี ทั้งหมดนี้ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติโดยกองบัญชาการตํารวจนครบาลได้ดําเนินการ ครบถ้วนทั้ง ๘๙ ราย แล้วก็ได้ส่งรายงานผลการชันสูตรพลิกศพให้กับกรมสอบสวน คดีพิเศษเพื่อไปประกอบในการสอบสวนต่อไป ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับสํานวนรายงานการชันสูตรพลิกศพทั้งหมดนี้แล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ได้แต่งตั้งคณะทีมงานขึ้นเปึนการเฉพาะ ๑๒ ชุดด้วยกัน เพื่อที่จะไปสอบสวนในเรื่องรายละเอียดการเสียชีวิตของผู้ที่เสียชีวิตทั้งหมด โดยเปึน การดําเนินการตามมติของ ศอฉ. ซึ่งได้บอกให้กรมสอบสวนคดีพิเศษไปดําเนินการ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน บัดนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ได้ตั้งชุดพนักงานสอบสวน เปึนทีมพิเศษขึ้นมา ๑๒ ทีมที่ผมกราบเรียน แล้วก็ยืนยันว่าจะดําเนินการให้แล้วเสร็จได้ ภายใน ๔๕ วัน นี่เปึนเรื่องของการดําเนินงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนที่ท่านบอกว่าคนที่ เสียชีวิตทั้งหลายเหล่านั้นเสียชีวิตเพราะการกระทําของเจ้าหน้าที่ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่า นั่นท่านสรุปเอาเอง ท่านเข้าใจเอาเอง มันไม่มีพยาน ไม่มีหลักฐาน ไม่มีคนระบุชัดเจนว่า แต่ละรายนั้นเสียชีวิตเพราะการกระทําของเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่เองก็ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใด ที่มาอ้างว่าเขาเปึนคนทําให้คนนั้นคนนี้เสียชีวิต เพราะฉะนั้นการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ตํารวจจึงได้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย มาตรา ๑๕๐ ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ส่วนกรณีถ้าท่านอ้างว่ามีผู้เสียหายได้ไปยื่นคําร้องว่าเจ้าหน้าที่เปึนผู้ใช้อาวุธทําร้ายญาติ ของเขาจนเสียชีวิตนั้น อ้ายนั่นเปึนการไปแจ้งภายหลังที่ได้มีการชันสูตรพลิกศพไปแล้ว แต่ว่าเมื่อมีผู้แจ้ง เมื่อมีผู้ร้องทุกข์อย่างนี้ ก็เปึนหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่จะได้ ดําเนินการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานตามที่ผู้เสียหายได้กล่าวอ้างเพื่อที่จะมา ประกอบการในการดําเนินคดีต่อไป ผมขออนุญาตกราบเรียนตอบคําถามที่ ๒ นี้ครับ
ก็คงเหลือเวลา ๑๘ นาที ขอเชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เรื่องการชันสูตรพลิกศพ ตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๕๐ โดยที่ผมกล่าวข้างต้นว่า สรุปสั้น ๆ เปึนวิสามัญฆาตกรรมนั้น วัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้เปึนการให้ ความคุ้มครองแก่ผู้ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานฝ์ายปกครองหรือตํารวจ และมาตรการที่เกิดขึ้นนี้ ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๕๐ นี้ ในเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในรัฐบาล ของท่านสุรยุทธ์ได้มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เดิมทีมีแต่อัยการ ตํารวจ แพทย์ พนักงาน สอบสวนไปชันสูตรพลิกศพด้วยกัน แต่ต่อมาการแก้กฎหมายฉบับนี้เพื่อความคุ้มครอง แก่ผู้เสียหายหรือผู้ตาย แล้วขณะเดียวกันเปึนการคุ้มครองแก่เจ้าพนักงานด้วย ก็ได้มี การแก้ว่าให้พนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนร่วมทําการสอบสวนให้คดีวิสามัญนั้น หรือคดีที่เจ้าพนักงานอ้างว่าบุคคลกระทําให้ตายเพื่อปฏิบัติหน้าที่นั้นให้สอบสวนร่วมกัน ให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน เมื่อสอบสวน ๓๐ วันไม่เสร็จให้ขยายไปอีก ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน รวม ๒ ครั้ง เบ็ดเสร็จแล้วการสอบสวนของพนักงานอัยการและพนักงาน สอบสวนนั้นจะอยู่ภายใน ๙๐ วัน พอ ๙๐ วันเสร็จแล้วให้พนักงานยื่นคําร้องต่อศาล ให้ศาลไต่สวนเรื่องการชันสูตรพลิกศพว่าให้สั่งว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน ตายเมื่อไร เหตุแห่งการตาย พฤติการณ์แห่งการตาย ถ้ามีการถูกทําร้ายก็ให้ระบุคนที่ทําร้ายเท่าที่ สามารถกระทําได้ และการที่ศาลไต่สวนนี้เขาให้ศาลแจ้งให้ผู้เสียหายคือญาติผู้ตาย ได้ตั้งทนายเข้าไปซักค้านในศาลในการไต่สวนหรือพยานเพิ่มเติมเข้าไปในการไต่สวน และนอกจากนี้แล้วศาลอาจจะใช้อํานาจของศาลเองเรียกพยานเพิ่มเติมหรือเรียกผู้เชี่ยวชาญ มาประกอบการสอบสวน มาตรการเช่นนี้เปึนมาตรการที่อํานวยความยุติธรรมทางอาญา ให้แก่ผู้เสียหายและแก่ผู้ถูกกล่าวหาเปึนมาตรการที่เป่ดเผยอยู่ในศาล การที่ผมใช้ คําว่าการที่พนักงานสอบสวน หรือการหลีกเลี่ยงของพนักงานสอบสวนครั้งนี้โดยไม่มี การชันสูตรพลิกศพนั้นเปึนการหลีกเลี่ยงชนิดหนึ่ง ผมอยากจะกล่าวฝากท่านเรียนผ่าน ท่านนายกรัฐมนตรีว่า ถึงแม้จะชันสูตรพลิกศพไปแล้ว แต่กระบวนการสอบสวน การไต่สวน สามารถที่จะนําเข้าไปสู่ศาลภายหลังก็ได้ ผมว่ามาตรการการไต่สวนนี้ผมอยากให้ พนักงานสอบสวนท้องที่กับพนักงานอัยการสอบสวนแล้วนําคดีไต่สวนในชั้นศาลจะสามารถ ดําเนินการได้หรือไม่เปึนคําถามสุดท้ายครับ
หมดเวลาแล้วท่านจะตอบ สักนิดหน่อยก็แล้วกัน ๒๐ นาที อันนี้มันเกินไป ๓ นาที
ท่านประธานครับ ที่ท่านพูด เรื่องหลักกฎหมายตอนที่อ้างมานั่นใช่ แต่ว่าเวลาตอนพูดข้อเท็จจริงคงไม่ใช่ข้อกฎหมาย ชัดเจนท่านประธานครับ ในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทําของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ คือเจ้าพนักงานเปึนคนอ้างว่าเขาทําให้ตาย เพราะเขาปฏิบัติหน้าที่ถึงจะต้องสอบสวน โดยมีอัยการ มีฝ์ายปกครอง มีเจ้าพนักงาน สอบสวน มีแพทย์ตามที่ท่านกล่าวว่า แล้วก็ส่งผลไปให้ศาลทําการไต่สวนแล้วก็มีคําสั่ง แต่ว่าในกรณีอย่างนี้ กรณีที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม นี่ครับยังไม่ปรากฏว่ามีเจ้าพนักงานผู้ใดมาอ้างว่าเปึนผู้กระทําให้ใครตาย แล้วก็ไม่ปรากฏ พยานหลักฐานว่าการกระทําเกิดจากการกระทําของเจ้าพนักงานแต่อย่างใด ยังเปึนเรื่อง ที่จะต้องสอบสวนพิสูจน์กันอยู่ แล้วก็มีข้อเท็จจริงปรากฏครับว่านอกจากเจ้าพนักงานแล้ว วันนั้นยังมีคนร้ายแต่งชุดดําอยู่ในเหตุการณ์เอาป๋นมาไล่ยิงเด็กด้วย อันนี้เปึนข้อเท็จจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่เขากําลังดําเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่ครับ
จบกระทู้ถามที่ ๑ นะครับ
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๑๒๓ ส. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการที่ไม่เปึนธรรม (นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี และผู้ชี้แจงก็คือ นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญจงครับ
เชิญเจ้าของกระทู้ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก่อนอื่น ผมอาจจะขออนุญาตอ่านในเอกสารบ้างนะครับท่านประธาน
คือพยายาม เวลา ๒๐ นาที เมื่อสักครู่เกินไป ๓ นาทีกว่า
ท่านประธานอย่าไปเคร่งครัดมากนัก เดี๋ยวมันจะเครียด เมื่อวานก็เครียดแล้วท่านประธาน
ไม่มีเครียดแล้วครับ เชิญถามตามเวลาครับ
ท่านนายกรัฐมนตรียังยิ้มแย้มแจ่มใส ต่อวันนี้ ๘๑ ศพก็โทษสไนเปอร์ไรเฟ่ลเปึนคนฆ่าก็แล้วกัน ก็อยากเรียนท่านประธานว่า วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามเพื่อถามนายกรัฐมนตรีเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการที่ไม่เปึนธรรม เปึนเรื่องที่กระทบกระเทือนถึงจิตใจข้าราชการเปึนจํานวนมากครับ มีการแต่งตั้ง ที่ผม อยากกราบเรียนว่าตั้งแต่ผมเกิดมาเพิ่งเคยเห็นการแต่งตั้งข้าราชการที่เปึนแบบนี้ ท่านประธานครับ ในอดีตเราแต่งตั้งเราจะดู ๑. อาวุโส ความสามารถ ดูถึงความซื่อสัตย์ สุจริต และผลงาน แต่ท่านประธานครับ ท่านไปดูสิครับเขาดูกันตรงไหนตอนนี้
เรื่องแรกที่เขาดูครับเขาไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์ เขาใช้อภินิหาร ๑๑ เดือน เปึนปลัดกระทรวง เปึนอธิบดี ใช้อภินิหาร ยังไม่พอครับ ยังใช้ยาดีอีก นี่ ๒ เรื่อง รัฐบาลชุดนี้ ใช้อภินิหารกับใช้ยาดี ไม่เชื่อผมไปดูครับ นี่ครับท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล มท. ๑ โพสต์ ทูเดย์ วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ ท่านอธิบายปรากฏการณ์ครั้งนี้แบบติดตลกว่าอาจเปึนเพราะ เขามียาดี ยาดีก็บํารุงร่างกายให้โตได้นี้ไปดูครับท่านประธาน ใช้ยาดี ผมก็เลยสงสัย รัฐบาลชุดนี้ การแต่งตั้งโยกย้ายผมอยากจะกราบเรียนครับว่ามีปัญหาเยอะ แม้แต่ หนังสือพิมพ์ ขออ่านหน่อยครับ นี่ การ์ตูน เซีย ไทยรัฐ เขาบอกเหยียบบ่า เหยียบหลัง เหยียบศพไพร่ เหยียบหัวนาย แทงข้างหลัง เอาแต่พวก หนังสือพิมพ์เขาเขียนออกมาชัดเจน ไม่ทราบว่า นายกรัฐมนตรีท่านเห็นไหมครับ เขาไม่ได้ใช้ท่านนะครับ เขาใช้อภินิหาร เขาไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์ การใช้อภิสิทธิ์ก็ยังมีข้อจํากัดอยู่ แต่ใช้อภินิหารมันรู้สึกจะมากเกินไป อยากกราบเรียน ท่านประธานครับว่าถึงวันนี้เมืองไทยเรามีตัวอย่างที่ดี ตัวอย่างที่ประเสริฐ ในการปกครอง บ้านเมืองของเรา นั่นคือองค์พระมหากษัตริย์ท่านประธาน ผมอยากอ่านนิดหนึ่ง พระปฐมบรมราชโองการ วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ มีความว่า เราจะปกครองแผ่นดิน โดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวสยาม นี่ครับเปึนสิ่งที่พวกเราต้องน้อมรับ เปึนสิ่งที่มีความสําคัญต่อประเทศไทยเปึนอย่างมาก แต่ท่านประธาน เปึนอย่างไรครับ เดี๋ยวผมได้เล่าต่อไปว่าเขาแต่งตั้งกันอย่างไร นี่กระแสพระราชดํารัสเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ท่านตรัสไว้หลายที่มากครับ นี่ผมค้นมาได้ ๘-๙ ที่ ท่านมีกระแสพระราชดํารัส แม้แต่คําปฏิญาณ ของท่านนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ผมขออ่านนิดหนึ่งครับ คําถวายสัตย์ปฏิญาณ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ซื่อสัตย์ สุจริตเลยนะครับ ท่านถวายสัตย์นี่ แต่เปึนอย่างไรท่านประธาน แม้แต่กฎ ๙ ข้อท่านครับ กฎ ๙ ข้อท่านทําหมดหรือยังครับ กฎ ๙ ข้อท่านจําได้ไหม ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจําได้ไหม ข้อ ๑ คือการน้อมนําพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววันเข้าเฝัา ถวายสัตย์ปฏิญาณ เปึนแนวทางปฏิบัติ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เห็นไหมครับ เน้นเรื่องซื่อสัตย์สุจริตมากเลย ท่านทําหรือยังครับ ผมอยากเรียนนะครับ เรามาดูครับว่า ท่านทําอย่างไร ในทางปฏิบัติเปึนอย่างไรครับ ดูกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ครับ ผมดูแล้วท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมคนใหม่อาจจะดีเลิศประเสริฐศรีก็ได้ ผมไม่ทราบ แต่ปรากฏว่าท่านเปึนอธิบดี กรมทรัพยากรน้ําบาดาลเพียง ๑๑ เดือน ๑๑ เดือนครับขึ้นไปเปึนปลัดกระทรวงได้เลย เปึนปลัดกระทรวงที่มีอายุน้อยที่สุด น้อยที่สุดตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมาเลยนะครับ แต่ผม ไม่ได้ว่าท่านไม่ดีนะครับ แต่มันเปึนเรื่องแปลกครับ อายุ ๔๘ ป้ก็เปึนปลัดกระทรวงแล้ว หรือเขาจะเอาอย่างท่านอภิสิทธิ์ครับ เปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีก็เปึน นายกรัฐมนตรีเลย แต่ไม่ได้ครับ การเมืองนี่อยู่ที่ดวง การจะเปึนนายกรัฐมนตรี แต่ว่า เปึนข้าราชการมันต้องไต่เต้าครับ มันต้องมีความอาวุโส มีความเหมาะสม มีหลายเรื่อง ที่จะต้องยึดถือนะครับเปึนข้าราชการ ถ้าอยากก้าวกระโดดก็ต้องลงมาเล่นการเมือง แต่ตอนนี้ข้าราชการเกิดการก้าวกระโดด มีการใช้อภินิหาร มีการใช้ยาดี ท่านประธานครับ แล้วบ้านเราเมืองเรามันจะไปได้หรือถ้าไม่ยึดหลักคุณธรรมทั้งหลาย ท่านประธานครับ กระทรวงการคลังโอเค (OK) ครับ ก็พอรับได้ แต่ไม่ค่อยได้เห็นกรมสรรพสามิตไปเปึน ปลัดกระทรวง ส่วนใหญ่กรมสรรพากรครับ กระทรวงพาณิชย์ก็มีปัญหา ยังดีตอนนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังไม่แต่งตั้ง อาทิตย์หน้าผมว่าเข้าแล้ว ผมจะรอดูครับว่าเปึนอย่างไร อยากเรียนนะครับ เอาเข้ามาถึงกรมตํารวจ ศาลปกครอง ท่านให้ความเปึนธรรมแล้วครับ ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีเหนื่อยแน่ ไม่รู้จะทําอย่างไร แต่งตั้งไปแล้วเขาให้ถอน
คุณหมอครับ ๗ นาทีแล้ว ยังไม่มีคําถามเลยครับ
ท่านประธานไม่ทัก เดี๋ยวก็จะใกล้แล้วครับ ท่านต้องตัดนะครับท่านทักผม
แล้วเดี๋ยวจากท่านมีเวลา มันไม่ให้นะครับ
คําถามสั้น ๆ ไม่เปึนไรท่านครับ ผมอยากเรียนนะครับว่าตอนนี้ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูเรื่องตํารวจ ขอให้ท่าน ไปขอพื้นที่คืนเสีย ผมว่าท่านไปกระชับวงล้อมดูเถอะตํารวจนี่ ท่านน่าจะทําตรงนี้ ถ้าท่านปล่อยตอนนี้มีเจ้าพ่อ ๒ คน ส กับ น ไม่อยากเอ่ยชื่อเดี๋ยวท่านลุกขึ้นมาตอบ เดี๋ยวมันจะเสียเวลาเกินไปอีก ๒๐ นาที ศาลปกครองเขาสั่งแล้วครับให้ยกเลิกคําสั่ง ผมว่าเกิดมาไม่เคยเห็น ไม่เคยเห็นครับศาลปกครองลงมาสั่งเอง บอกว่าที่สั่งไปไม่ชอบ อาวุโสเปึนอันดับ ๒ ยังสั่งว่าให้ยกคําสั่งแต่งตั้ง คุณพัชรวาทก็ถูกให้ปลดออก เกิดยกเลิก คําสั่งอีก ความจริงศาลปกครองกับทางท่าน เมื่อก่อนผมคิดว่ายังเปึนส่วนที่ช่วยเหลือกัน ผมไม่บอกว่าเปึนพวกเดียวกันนะครับ เปึนส่วนที่ช่วยเหลือกัน ผมอยากเรียนครับว่ามาถึง ตํารวจข้อหาหลาย ๆ อย่าง ตอนนี้ตั้งด่านกันเขาบอกกําลังหาเงินไปจ่าย เขาเล่ามาว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตําแหน่งต่าง ๆ ในตํารวจขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูด้วย ตอนนี้ กําลังตั้งมาแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าคนจ่ายได้ไหม คนไม่จ่ายได้ไหม ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรี ก็กําชับตลอด เห็นใจท่านครับ เพราะท่านปล่อยให้คนอื่นทํา แม้แต่ท่านปทีป ตันประเสริฐ รักษาการท่านออกมาพูดในหนังสือพิมพ์ว่าการแต่งตั้งรอง ผบ.ก. สารวัตรมีคนฝาก ๒,๐๐๐ รายครับฝาก ท่านพูดเองเลย แล้วตอนนี้ท่าน พลตํารวจเอก สมเพียร ท่านไปถึงไหนแล้ว ผมยังดูและวังเวง เขาบอกไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายอย่างครับ รวมไปถึง ท่านเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เปึนรอง ผบ. มา ๖ ป้แล้ว ผมถึงบอกว่าอย่างนี้หรือครับ ท่านให้ความเปึนธรรม
มาถึงกระทรวงมหาดไทยเรื่องใหญ่แล้วครับตอนนี้ฉาวโฉ่ไปทั้งหมด ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยลุกขึ้นมา อดีตปลัดกระทรวงไม่รู้กี่ท่าน ส.ว. ที่เปึน ผู้ว่าราชการออกมา ท่านประธานครับ สมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพท่านทรงเปึน องค์พระปฐมเสนาบดีของกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ ท่านเปึนพระบิดา แห่งประวัติศาสตร์ไทยด้วย แม้แต่องค์การยูเนสโก (UNESCO) แห่งสหประชาชาติ วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๐๕ ประกาศให้เปึนบุคคลสําคัญของโลก เนื่องครบ ๑๐๐ ชันษา ของสมเด็จ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ รัฐมนตรีว่าการคนแรกของกระทรวงมหาดไทย เปึนเสนาบดี ก็เทียบเท่ากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอนนี้ มท. ๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านยึดหลักความชอบธรรมไหม ผมอยากถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า ดูสิครับการแต่งตั้ง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมอยากเรียนครับ ผมว่าท่านมงคลเปึนคนดีครับ แต่ผมดูการปฏิบัติ เปึนผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ขึ้นเปึนอธิบดีและเปึนปลัดกระทรวงใช้เวลา ๑ ป้กับประมาณ ๙ เดือน ก็ประมาณ ๒ ป้ มาดูท่านพงศ์โพยม วาศภูติ ท่านบอกว่าท่านเปึนนายอําเภอ ไปถึงปลัดใช้เวลา ๒๗ ป้ แต่ท่านมงคลเปึนนายอําเภอไปถึงปลัดประมาณ ๑๔-๑๖ ป้ ท่านวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงจากผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนปลัด ๘ ป้ ท่านสั่งสมบารมีให้ลูกน้อง เชื่อฟัง ผมดูแล้วท่านปลัดมงคลอาวุโสที่ ๕๔ สายสะพายเพิ่งได้สาย ๒ เอง ผมว่าทําไม กระโดด นี่เขาเรียกว่าใช้ยาดีครับ กระทรวงมหาดไทยใช้ยาดี ผมอยากเรียนครับว่า หลายฝ์ายออกมาพูด ท่านพงศ์โพยมท่านบอกว่ากระทรวงมหาดไทยน่าจะมีหลักเสมอภาค ความสามารถ ความมั่นคงในอาชีพ และความเปึนกลางทางการเมือง ตรงนี้สําคัญครับ ตอนนี้การแต่งตั้งในกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดบางท่านประกาศชัดเจนครับ อยู่พรรคท่านตะโกนออกมาผมก็ตกใจทําไมกลายเปึนอย่างนี้ ประกาศต่อหน้าชุมชน ต่อหน้าใครก็ช่าง
ท่านเจ้าของกระทู้ถาม อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๔๘ ผมว่ากระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ์มเฟ๋อย เวียนวนอะไรซ้ําซาก มีลักษณะเปึนการอภิปราย นี่เปึนการอภิปรายครับ ผมอยากจะให้ท่านถามประเด็น เพราะเหลือ ๗ นาทีเท่านั้นเองครับ
กําลังจะจบแล้วครับท่านประธาน กําลังจะจบแล้ว มันต้องพูดถึงความไม่ชอบธรรม ถ้าไม่พูดถึงความไม่ชอบธรรม แล้วผมจะถามได้อย่างไร อันนี้ความไม่ชอบธรรมครับแต่งตั้ง ถ้ามันชอบธรรมผมไม่ถาม ผมอยากเรียนว่าตอนนี้มีหลายฝ์ายครับ ท่านพงศ์โพยม ท่านโชดก ท่านไพโรจน์ หลายคน ส.ว. ก็ประมาณ ๖-๗ ท่านออกมาพูดบอกเปึนภาวะที่ตกต่ําที่สุดตั้งแต่ตั้งกระทรวงมหาดไทยมา ผมอยากเรียนเพื่อให้ท่านประธานสบายใจ ผมอยากตั้งคําถาม
คําถามแรก การแต่งตั้งโยกย้ายของเกือบทุกกระทรวงที่มีปัญหาข้ามหัว เตะตัดขา แทงข้างหลัง เล่นพวก กระทั่งมีคําพูดว่า กระทรวงมหาดไทยไม่เคยตกต่ําเช่นนี้มาก่อน ผมอยากถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านได้ยินไหม เรื่องนี้ท่านได้ยินไหมครับ ท่านเห็นไหม ท่านจะดําเนินการเรื่องนี้อย่างไร และท่านจะนําพระบรมราโชวาทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านให้ปกครองโดยธรรมมาใช้หรือไม่
เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ตอบครับ เวลาเหลือ ๕ นาที ๕๔ วินาที
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กระทู้ถามเปึนการถามทั่วไป แต่บังเอิญท่านผู้ถามเจาะจงไป ในส่วนที่ท่านติดใจ ๒ กระทรวง ซึ่งผมก็จะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ กระทรวงนั้น เปึนผู้ตอบนะครับ แต่กราบเรียนในเบื้องต้นก่อนครับว่า โดยปกติทุกยุคทุกสมัย การแต่งตั้ง โยกย้ายถ้าเปึนเรื่องของการบริหารจัดการภายในกระทรวงด้วยกัน ทางรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง จะเปึนผู้ใช้ดุลยพินิจ ในตําแหน่งที่ต้องเสนอเข้ามาสู่คณะรัฐมนตรีทางคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ ก็จะตรวจสอบในเรื่องของคุณสมบัติว่ามีความครบถ้วนในการที่จะดํารงตําแหน่งดังกล่าว ส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวกระผม ขอกราบเรียนว่าจะมีในเรื่องของการโยกย้ายที่จําเปึนจะต้อง ปรับข้ามกระทรวงอย่างนี้เปึนต้น ซึ่งปัจจุบันมีปลัดกระทรวง อย่างเช่นปลัดกระทรวงพลังงาน ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ครบวาระที่กําหนดเอาไว้ ในกฎระเบียบต่าง ๆ ผมก็พยายามที่จะจัดให้บุคคลเหล่านั้น ซึ่งมีความรู้ความสามารถ ไปดํารงตําแหน่งที่เปึนประโยชน์กับทางราชการ เช่น ปรับท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติไปเปึนเลขาธิการ ครม. ปลัดกระทรวงพลังงานไปดํารงตําแหน่ง ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างนี้เปึนต้น กรณีที่เคยมีการโยกย้ายแต่งตั้ง มีการร้องเรียนเช่นกรณีของตํารวจ ผมก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะในเรื่องนี้ ก็กราบเรียนว่าในการแต่งตั้งครั้งนั้นที่มีปัญหาก็มีการสอบสวน มีการดําเนินการ มีการลงโทษ พร้อม ๆ กันไป ก็มีการเสนอแนะหลักเกณฑ์ใหม่ เช่นการที่จะเพิ่ม สัดส่วนของการใช้ความอาวุโส การที่จะต้องมีการประกาศบัญชีผู้ที่มีความเหมาะสมขึ้น ดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ให้เปึนที่เป่ดเผย สามารถที่จะมีการท้วงติงได้ ซึ่งขณะนี้ก็ได้นําเสนอ ก.ตร. โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ และ ก.ตร. ก็ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว บางกรณี เช่นกระทรวงมหาดไทยได้ขอยกเว้นกฎของ ก.พ. เช่นการทําบัญชีรายชื่อของผู้ที่มีความเหมาะสม ๒ เท่าของจํานวนตําแหน่ง แต่บังเอิญของกระทรวงมหาดไทยพิเศษ ก็คือกรณีของ ผู้ว่าราชการจังหวัด ๒๒ ตําแหน่งที่ว่างลง แต่ว่ามีผู้ที่จะมีคุณสมบัติที่จะดํารงตําแหน่ง ได้ถึงเกือบ ๒๐๐ ท่าน ก็มาขอยกเว้น ก.พ. ก.พ. ก็ไม่ได้ยกเว้นว่าให้ได้ทั้ง ๒๐๐ ท่าน เพราะเขาเกรงว่าจะมีการหยิบยกในอันดับที่ต่ําจนเกินไป ก็ผ่อนผันว่าทําจาก ๒ เท่า เพิ่มขึ้นเปึน ๔ เท่าเฉพาะกรณีนี้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในส่วนของผมในการทําหน้าที่ ก็มีการติดตามตรวจสอบกํากับเช่นนี้ ส่วนถามว่าเสียงท้วงติงเสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้น ผมได้ยินหรือไม่อย่างไร กราบเรียนว่าได้รับฟังแล้วก็ได้มีการให้ทางท่านรัฐมนตรีทุกท่าน ได้ตระหนักในเรื่องนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีการร้องเรียนของคณะกรรมการสมาคม หรือชมรมข้าราชการผมก็ได้ถ่ายทอดให้รัฐมนตรีทุกท่านทราบ แล้วก็ให้สามารถที่จะ อธิบายได้ว่าการโยกย้ายแต่งตั้งแต่ละตําแหน่งนั้นเปึนอย่างไร แล้วก็พยายามที่จะเข้มงวด กวดขันมากขึ้น แต่ก็กราบเรียนว่าตามอํานาจหน้าที่แล้วก็โดยหลักปฏิบัติการบริหารนั้น เรื่องใดซึ่งเปึนสิ่งที่ผมเข้าไปมีส่วนร่วมได้เต็มที่ก็จะทํา เรื่องใดที่เปึนเรื่องของดุลยพินิจ ของเจ้ากระทรวงเราก็เคารพซึ่งกันและกัน แต่เรื่องใดถ้าผิดเราก็ไม่ปล่อยไว้ เรื่องของ ศาลปกครองนั้นก็ขอกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วการดําเนินการเช่นนี้มันเปึนปัญหา ข้อกฎหมาย แล้วก็เคยทํากันมาในอดีตหลายยุคครับ แต่บังเอิญไม่มีการไปร้องศาลปกครอง การที่มีบางคนข้ามอาวุโสตามหลักการที่ศาลปกครองชี้ไว้อย่างเคร่งครัดเกิดขึ้นมา หลายรัฐบาลแล้วบังเอิญไม่มีคนร้องครับ แต่เมื่อมีคนร้องและเมื่อมีการวินิจฉัยหรือร้องเรียน สมมุติว่าไปที่ ก.พ.ค. ก็ดี ศาลปกครองก็ดี ผมก็กําชับว่าเมื่อมีความชัดเจนทุกหน่วยราชการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องปฏิบัติตามนั้นเพื่อให้เกิดความถูกต้อง เพราะฉะนั้นก็ขอ กราบเรียนว่ารัฐบาลทําเต็มที่ในการที่จะดูแลระบบเพื่อให้เกิดความเปึนธรรมมากที่สุด ส่วนกรณีที่ท่านติดใจนั้นก็จะให้ทางเจ้ากระทรวงเปึนผู้ชี้แจงครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้กํากับดูแลงาน ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมขออนุญาต
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับ เดี๋ยวผมจะให้ เวลาท่านสัก ๒ นาที ไม่เปึนอะไรครับ
ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านพูดถึงเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้งตํารวจ แล้วท่านกลัวว่า จะไม่เปึนธรรม ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ การโยกย้ายแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตํารวจ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามกฎของคณะกรรมการตํารวจ คือ ก.ตร. ซึ่งเขาจะยึดหลัก ในการแต่งตั้ง ๒ ประการด้วยกัน คือ ๑. อาวุโส ๒. ก็คือความรู้ความสามารถ เดิมโดยหลัก อาวุโส กฎ ก.ตร. กําหนดไว้ว่า ถ้ามีตําแหน่งว่างจะต้องเอาผู้อาวุโสเรียงตามลําดับบรรจุ แต่งตั้งเปึนจํานวน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของตําแหน่งที่ว่างอยู่ มาในสมัยนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้ผมนําเรื่องเข้าไปปรึกษาหารือใน ก.ตร. ว่าขอให้เพิ่มจาก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ แล้ว ก.ตร. ก็ได้เห็นชอบดําเนินการตามนั้น ตามบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ได้ใช้ในการโยกย้ายแต่งตั้งคราวนี้แล้วซึ่งจะมีความชัดเจน ในหลักประการที่ ๒ ส่วนที่เกินจาก ๓๓ เปอร์เซ็นต์เปึนการพิจารณาจากประวัติการทํางาน ความรู้ความสามารถ โดยยึดหลักว่าจะต้องเอาเจ้าหน้าที่ตํารวจมาทําหน้าที่เปึนผู้รักษากฎหมายที่เข้มแข็ง ดูแลความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน การปฏิบัตินี้ จะต้องทําอย่างโปร่งใสชัดเจนในยุคนี้ โดยจะทําบัญชีผู้อาวุโสให้ตํารวจทุกคนได้รู้ว่า ตัวเองอยู่ลําดับที่เท่าไร จัดทําบัญชีผู้ที่มีความเหมาะสมในกรณีเราพิจารณาความรู้ ความสามารถ แล้วมีคณะกรรมการกลั่นกรอง กลั่นกรองเสร็จถึงจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ของ ก.ตร. ถ้าท่านเห็นมีหลักฐานว่ามีใครที่วิ่งเต้นใช้เงินใช้ทองส่งมาครับ จะดําเนินการให้ ที่ท่านถามเรื่อง พลตํารวจเอก สมเพียร ผมกราบเรียนว่าขณะนี้รัฐบาลกําลังสอบสวนอยู่ ไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง
ก็จะให้เวลาท่านสุวิทย์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคนละ ๒ นาที แล้วก็จะปัดไปให้ผู้ถาม
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณคุณหมอประสิทธิ์ที่พูดชัดเจนว่า ท่านปลัดกระทรวงคนใหม่ไม่ใช่ว่าท่านไม่ใช่คนดี จริง ๆ แล้วท่านก็เปึนคนดีเพียงแต่ว่า ท่านอาจจะอายุน้อยไปนิดหนึ่งในสายตาของหลายคน แต่ว่าคนที่อายุน้อยที่ใกล้เคียงกัน ในลักษณะนี้คือท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ เมื่อได้รับแต่งตั้งก็อายุมากกว่าท่านปลัดกระทรวง เพียงเดือนเดียวเท่านั้นเองนะครับ แต่ว่าพูดถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ ที่ผมทํางานกับท่านมา เนื่องจากผมทํางานกระทรวงนี้มาหลายครั้ง แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็รู้จักผู้บริหารในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนอย่างดี ทั้งที่มาจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจากหน่วยงานอื่น ในส่วนกระทรวงเองผู้บริหารระดับสูงวันนี้มีผู้อาวุโสที่ใกล้เกษียณ อยู่หลายท่าน แล้วก็มีช่องว่างอยู่เยอะ แล้วก็ผู้บริหารส่วนใหญ่ได้รับการแต่งตั้งใกล้เคียง กันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมก็ต้องใช้วิจารณญาณในการที่จะคัดเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน และความต้องการของการบริหารจัดการในขณะนี้มา เพื่อทําให้อุดช่องว่างที่จะต้อง ทิ้งช่วงไประหว่างผู้ที่กําลังจะเกษียณป้หน้า หรือป้เดียว หรือป้เศษ ๆ ก็จะมีคนรุ่นใหม่ เข้ามารองรับ แล้วคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมที่จะรับกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ๆ การเปลี่ยนแปลง ที่จะเกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน แล้วก็จะต้องเข้ามามีบทบาทสําคัญในการบริหารจัดการ จากประสบการณ์ที่ได้ทํางานกับคนเหล่านี้มาก็คิดว่าการคัดเลือกในครั้งนี้ก็ถือว่าคัดเลือก คนที่เหมาะสมที่สุดแล้วสําหรับกระบวนการขั้นตอนที่จะทํางานต่อเนื่องจากท่านปลัด ที่ได้เสียชีวิตจากเฮลิคอปเตอร์ตกในคราวนี้ แล้วคุณสมบัติของผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นก็ครบถ้วน สมบูรณ์ตามระเบียบและกฎหมายทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไรครับ ที่สําคัญก็คือว่า เปึนคนที่สมถะแล้วก็เปึนคนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ ก็กราบเรียนท่านประธานครับ
เชิญทางกระทรวงมหาดไทย ๒ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ในส่วนที่เกี่ยวกับ การแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย ผมต้องเรียนท่านประธานว่ากระทรวงมหาดไทย เปึนกระทรวงที่ดูแลรับผิดชอบกว้าง และทุกครั้งเมื่อมีการแต่งตั้ง ไม่ว่าจะเปึนปัจจุบัน หรืออดีตเราจะเห็นว่าจะตกเปึนข่าวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเปึนการแบ่งสถาบัน แบ่งสี แบ่งพวก ก่อนฤดูการโยกย้ายก็จะมีใบปลิว นี่คือสิ่งที่เปึนภาพกระทรวงมหาดไทยมาตลอด ผมต้องเรียนว่าการแต่งตั้งข้าราชการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้ยึดแนวทาง ของกฎหมาย ระเบียบ หรือหนังสือสั่งการทุกเรื่องเปึนสําคัญ เพราะรู้อยู่ว่าเมื่อมีการแต่งตั้ง แต่ละครั้งผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งก็ดีใจ ผู้ผิดหวังก็ใช้สิทธิตัวเองไป ไม่ว่าจะเปึนกระบวนการ ยุติธรรมก็ว่ากันไป ส่วนประเด็นที่ท่าน ส.ส. สอบถามคือประเด็นของการแต่งตั้งปลัด กระทรวงมหาดไทย คือนายมงคล ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เปึนปลัดกระทรวงมหาดไทย แทนตําแหน่งปลัดกระทรวงปัจจุบันที่ว่าง มีประเด็นที่ท่านคงเข้าใจผิดว่าปลัดคนนี้ ที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นอาวุโสลําดับ ๕๔ ซึ่งความจริงไม่ใช่ ไม่โกรธท่าน ไม่โทษกัน เพราะว่า อ่านจากหนังสือพิมพ์ วันนี้การแต่งตั้งปลัดกระทรวงมันมีระเบียบ มีกฎหมาย ก.พ. กําหนด ชัดเจนเปึนการแต่งตั้งข้าราชการ ระดับ ๑๐ ขึ้นระดับ ๑๑ ผู้ที่จะถูกเสนอชื่อได้นั้นจะต้อง เปึนคนที่เปึนอธิบดีหรือรองปลัดกระทรวง หรือเคยเปึนอธิบดี หรือเคยเปึนรองปลัดกระทรวง ทั้งหมดมี ๑๒ คนครับ นายมงคลเปึน ๑ ใน ๑๒ ที่เขามีสิทธิที่จะรับการเสนอชื่อแต่งตั้ง เปึนปลัดกระทรวงได้ กระบวนการก็มีการแสดงวิสัยทัศน์ มีการแสดงผลงานของตัวเอง ต่อผู้บังคับบัญชา จากนั้นผู้บังคับบัญชาก็เปึนคนตัดสินใจที่จะเลือกโดยยึดแนวทางของ ก.พ. ความรู้ ความสามารถ ความมีวิสัยทัศน์ มีผลงาน กล้าตัดสินใจ กล้าแก้ปัญหา เผชิญปัญหา ส่วนหลักอาวุโสที่ว่านี่ ก.พ. กําหนดเขียนชัดเจนว่าจะใช้พิจารณาก็ได้ แต่เปึนลําดับสุดท้าย ระบุเปึนลายลักษณ์อักษรอย่างนี้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมด ผมขอเรียนว่าปลัดกระทรวงที่ได้รับการแต่งตั้งคนปัจจุบันนี้ มีความเหมาะสม รับราชการ อยู่กระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ปลัดอําเภอ เปึนนายอําเภอ เปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัดนี่ ๓๑ ป้ครับ ฉะนั้นต้องขอให้เข้าใจให้ถูกต้องนะครับ ไม่ใช่ลําดับที่ ๕๔ นะครับ คุณสมบัติ เขาครบถูกต้อง และผู้บังคับบัญชาเชื่อว่าเขาสามารถบริหารกระทรวงมหาดไทย ดูแลทุกข์สุข ของประชาชนได้ จึงเสนอให้มีการแต่งตั้งครับ ขอเรียนครับ
เชิญเจ้าของกระทู้ ๒ นาทีครับ
มีอีก ๒ คําถามนะครับ จริง ๆ ผมพอใจ ที่นายกรัฐมนตรีตอบแล้ว เพียงแต่ท่านตอบว่าได้ยิน ผมไม่ได้ถามเลย กระทรวงต่าง ๆ ผมไม่ได้ถามเลย คําถามผมไม่มี ผมพูดเฉย ๆ ผมพูดเพื่อให้ประกอบ
เชิญครับ ๒ นาที
นี่อย่างไรก็ไปตอบเอง ไม่ได้ถามเลย ลุกขึ้นมาตอบทําไม ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีได้ยินผมพอใจแล้ว แต่ท่านบุญจงตอบ ผมว่าท่านต้องไปคุยกับ มท. ๑ นะ เขาใช้ยานะ เขาใช้ยาดีนะ นี่เรื่องจริงท่านพูดเองนะ มียาดีถึงโต ผมถึงบอกว่า แล้วผมอยากถามแล้วท่านพระนาย สุวรรณรัฐ เปึนคนที่เหมาะสมไหม รับใช้ โอ้โฮผมไม่อยากจะพูดเลยนะ ท่านตั้งท่านพระนายนะ ยกโปังเลย นี่ท่านตั้งคนที่มา จากจังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้นหรือ นี่คือคําถามที่เขาถาม ผมอยากเรียนครับที่ผมอยากถามท่านนายกรัฐมนตรีอีกคําถามที่ ๒ คือเรื่องท่านทราบไหม มันซื้อขายตําแหน่งกัน ทราบไหมครับ ตอนนี้แล้วเปึนเรื่องจริง แต่คนที่ตบทรัพย์ไม่กล้า เปึนพยานหรอกครับ ไม่มีใครหรอกที่จะเปึนพยาน ผู้ว่าราชการจังหวัด ๒๐ ๑๗ ๑๕ ๙ ท่านทราบไหม ตํารวจ ๓ ๕ ๗ ๙ ๒๐ ท่านเคยได้ยินหรือไม่ ถ้าท่านทราบท่านจะแก้ปัญหานี้ อย่างไรครับ
ให้เวลาท่าน ๒ นาทีครับ แล้วให้จบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมได้ยินครับ แต่ไม่ใช้คําว่าทราบ แล้วก็ยืนยันว่า ถ้ามีกรณีดังกล่าวพอมีมูลยินดีที่จะตั้งกรรมการสอบ แล้วก็ใครเปึนพยานจะคุ้มครองให้ครับ
จบแล้วนะครับ หมดเวลาแล้ว จบแล้วครับ ต่อไปเปึนกระทู้ถามที่ ๓
ผมบอกแล้วท่านให้เขา
ก็ท่านคนเดียว ๑๖ นาทีครับ
ท่านประธาน ท่านไปให้เวลารัฐมนตรี ซึ่งผมไม่ได้ถามเลย จริง ๆ ผมไม่น่าจะพาดพิงเขา
ท่านพาดพิงเขาครับ แล้วเขามานั่งอยู่ตรงนี้
ท่านเกิน เพราะว่ารัฐมนตรีตอบไป ตั้ง ๖ นาที ๖ นาทีต้องตัดออกครับ เพราะผมไม่ได้ถามรัฐมนตรี ผมถามนายกรัฐมนตรี
ผมให้ ๒ นาที อีก ๒ นาที สุดท้ายครับ เชิญครับ
ไม่นานครับเรื่องนี้ คําถามที่ ๓ ผมอยากถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะปล่อยให้ข้าราชการถูกรังแกขณะนี้ไปนานอีกเท่าไร ผมอยากจะ เปรียบเทียบตอนนี้ประเทศไทยเหมือนโจรปล้นชาติ เรียกค่าคุ้มครองไม่จบไม่สิ้นเลย เรียกแล้วเรียกอีก อ้างสถาบัน ซึ่งผมสะท้อนใจมาก แล้วยึดอํานาจกับท่านทุกอย่าง ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหม ท่านเปึนเพียงพิธีกร ท่านตอนนี้เปึนเพียงพิธีกร ผมอยากถามว่า เมื่อไรท่านจะลุกขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรี เมื่อไรท่านจะทําหน้าที่เปึนที่พึ่งของข้าราชการ ท่านจะนําพระบรมราโชวาทปกครองแผ่นดินโดยธรรมมาปฏิบัติในรัฐบาลท่านจะได้หรือไม่ ขอบคุณครับ
ก็ไม่ต้องตอบกระมังครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอยืนยันว่าผมทําหน้าที่ของผมโดยการให้ ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย แล้วก็จะเห็นว่าที่ผ่านมาการทักท้วงในเรื่องใด ๆ หรือมี การวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ผมกราบเรียนว่า ผมไม่เคยละเลย แล้วก็มีการสอบและหลายเรื่องก็ส่งผล มีการปรับปรุง มีการแก้ไข เพราะผมถือเปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็ผมเองดูแลครับ คนที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมจะเป่ดโอกาส ให้มาพบ ให้มาพูดคุย ให้มาสื่อสารสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ได้ แล้วก็จะมีการกําชับไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผมกราบเรียนว่าจริง ๆ วันนี้ท่านอภิปรายมาท่านบอกท่านติดใจ จริง ๆ ท่านก็พูดอยู่ ๒ กระทรวง แล้วก็อาจจะมีเรื่องของตํารวจ แต่การโยกย้ายแต่งตั้งแต่ละป้ มีไม่ใช่น้อยนะครับ แล้วก็อย่างที่ผมกราบเรียนก็คือว่ามันเปึนความรับผิดชอบแต่ละระดับกันไป และในส่วนของคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ก็จะให้เกียรติเจ้ากระทรวง ส่วนของผมนั้นจะดู ในกรณีที่มีความจําเปึนที่จะต้องโยกย้ายข้ามกระทรวงเปึนกรณีพิเศษ แล้วก็ได้กําชับว่า กรณีของ ก.พ. หรือหน่วยงานอื่น ๆ ก็จะต้องมีความเคร่งครัดตามสมควรในเรื่องของ กฎระเบียบต่าง ๆ ก็ปฏิบัติเช่นนี้ครับ ส่วนที่ท่านพยายามจะบอกว่าผมจะทําหน้าที่ นายกรัฐมนตรีเมื่อไร อย่างไร ป้กว่า ๆ ที่ผ่านมาผมบริหารราชการแผ่นดิน ผมดูผลแล้วก็ดูงาน เปึนหลักครับ ผมคิดว่านโยบายสําคัญซึ่งมาจากความริเริ่มของผมเอง เรื่องการศึกษา เรื่องการเรียนฟรี เรื่องเบี้ยยังชีพ เรื่องประกันรายได้ อันนี้ครับคือผลที่มันตกไปยังพี่น้อง ประชาชน ผมสนใจตรงนั้นครับ ผมอาจจะไม่เหมือนนักการเมืองหลายท่านที่สนใจอยู่กับ เรื่องงบประมาณกับคน ผมสนใจงานที่ลงไปสู่พี่น้องประชาชน และผมกล้าพูดเต็มปาก เต็มคําครับว่าผมทําหน้าที่นายกรัฐมนตรีเข้มแข็งมากกว่าที่ท่านเปึนฝ์ายค้านครับ
ขอบพระคุณครับ จบกระทู้ถามที่ ๒
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๑๒๔ ส. เรื่อง แนวทางปัองกันน้ําท่วมซ้ําซาก (นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เชิญเจ้าของกระทู้ถาม พยายามจํากัดเวลานะครับ ๒๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านคะ ดิฉันถามท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ เมื่อสักครู่ดีใจค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนี้ ขอท่านนายกรัฐมนตรีช่วยนั่งฟังด้วยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ได้ยินแล้ว ถามไปเถอะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ดีใจที่ได้ถามกระทู้ถามสดเรื่องน้ําท่วมซ้ําซาก แนวทางปัองกัน น้ําท่วม เหตุมาจากที่ว่าเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ ก่อนวันที่ ๒๖ นั้นภัยแล้งเกิดขึ้น ที่จังหวัดมุกดาหารและภัยแล้งเกิดขึ้นอยู่ทั่วทั้งภาคอีสาน ๑๙ จังหวัดรอคอยการช่วยเหลือ จากรัฐบาล ก็ได้รับการช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสํานักงานปัองกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แล้วก็ อบต. จังหวัด มีการแจกจ่ายน้ํา แล้วก็โดยท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายศุภชัย โพธิ์สุ ก็ได้พยายามทําฝนหลวง เพื่อให้มีน้ํามา แต่อนิจจานะคะท่าน คนภาคอีสานหลังสู้ฟัาหน้าสู้ดิน หลังจากที่ภัยแล้ง ผ่านไปไม่กี่วัน ตอนนี้น้ําท่วมค่ะ ท่านคะจะทําอย่างไรคะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเปึน ผู้ดูแลภาษีแผ่นดินทั้งประเทศ ท่านเปึนผู้ดูแลประชาชนทั้งประเทศ ท่านจะสามารถช่วยเหลือ แล้วก็หาวิธีแนวทางปัองกันภัยแล้งซ้ําซาก แล้วก็น้ําท่วมซ้ําซากนี้ได้อย่างไร ดิฉันขอชี้แจง ถึงจะตั้งกระทู้ถามท่านว่า ในวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ นะคะ เกิดน้ําท่วม ๑๒ จังหวัด ในป้นั้น ป้ ๒๕๔๘ แต่อยากจะบอกว่ากรณีน้ําท่วมนี้เกิดขึ้นมาทุก ๆ ๕ ป้ ทุก ๆ ๑๐ ป้ ป้ ๒๕๑๙ ป้ ๒๕๒๑ ป้ ๒๕๓๗ ป้ ๒๕๔๘ แล้วก็ป้ ๒๕๕๓ ท่านคะ น้ําท่วมเกิดขึ้นมี ๑๒ จังหวัดและ ๑๕ จังหวัดนี้รองรับ ไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒ ภาคนี้ล่ะคะได้รับอิทธิพลจากพายุต่าง ๆ ในกรณีน้ําท่วมเกิดขึ้น ดิฉันขออนุญาตท่านประธาน อ่านให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบว่า ๑๒ จังหวัด และ๑๕ จังหวัดนั้นคือจังหวัดอะไร ๑๒ จังหวัดเมื่อป้ ๒๕๔๘ ได้รับรายงานนะคะ มีจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดลําปาง จังหวัดพะเยา จังหวัดลําพูน จังหวัดสุโขทัย จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอํานาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี นี่คือ ๑๒ จังหวัดในป้ ๒๕๔๘ ในป้ ๒๕๕๓ ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม วันเดียวกัน เวลาเดียวกัน แต่ต่างป้เท่านั้นเองนะคะ ๑๕ จังหวัด เพิ่มขึ้น ๓ จังหวัด ใน ๑๕ จังหวัดนั้นดิฉันจะขออ่าน ให้ท่านทราบนะคะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําปาง จังหวัดลําพูน จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครนายก ท่านคะ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ๒ ภาคนี้ที่ได้รับการกระทบซ้ําซากมา ตลอดทั้ง ๕ ครั้งที่มีพายุหรืออะไรถล่มทลายลงมา ประชาชนได้รับความเสียหายไม่ใช่ว่า เฉพาะแค่ ๑ ตําแหน่งที่ท่านเถียงกันอยู่ในสภานี้ว่าจะเอาตําแหน่งนั้นให้ใคร ท่านดูแล ประชาชนด้วยนะคะ ประชาชนผู้ที่เปึนเกษตรกรหลังสู้ฟัาหน้าสู้ดิน จะทําอย่างไรเขาจะได้ สามารถเงยหน้าอ้าปากได้ท่านคะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ดิฉันบอกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มีรัฐมนตรีที่เข้าไปดูแลเมื่อป้ ๒๕๓๗ ท่านรัฐมนตรีสุทัศน์ เงินหมื่น เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย โดยผ่านทางท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปช่วยเหลือเปึนการเฉพาะหน้า พูดถึงเลยว่าเปึนการเฉพาะหน้านะคะ เอาถุงยังชีพไปให้ เอาเรือยางไปให้เพื่อที่จะได้ให้ กลับไปบ้านได้ อย่างนี้ค่ะ พอมาป้ ๒๕๔๘ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ก็เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกเช่นเดียวกันนําอะไรให้เขาไป นําถุงยังชีพ ไปเหมือนเดิม นําถุงยังชีพไปเหมือนกัน แล้วก็นําเรือยางไปอีกเช่นเดียวกัน นี่คือเปึนการจัด งบประมาณไปให้ พอมาถึงป้ ๒๕๕๓ นี้ ดิฉันก็ได้รับทราบจากทางกระทรวงมหาดไทยว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ จะไปจังหวัดมุกดาหารวันที่ ๔ ที่จะถึงนี้คือ มะรืนนี้ค่ะจะไป สิ่งที่ท่านจะนําไปก็คือถุงยังชีพอีกเช่นเดียวกันนะคะ ดิฉันจึงอยากจะขอตั้งคําถาม ในคําถามแรกนะคะ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมในครั้งนี้ เปึนคําถามแรกนะคะ ท่านประธาน ขออนุญาตให้ถามอยู่ ๓ คําถามนะคะ ดิฉันขอใช้คําถามนี้เปึนคําถามแรกว่า ในความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ได้รับรายงานมาตลอดทั้งหมด ไม่ว่าจะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ไม่ว่าจะกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะกระทรวงคมนาคม ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นนี้ได้รับเปึนรายงานแต่ละครั้ง ๆ ดิฉันให้ท่านดูเลยค่ะ ไม่ว่าจะดินถล่มโคลนทลาย ถนนน้ําท่วม ที่ไร่ ที่นา ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้รับรายงานในป้นี้ เปึนคําถามแรกนะคะ ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ผู้ประสบภัยทั้งหมด ๘,๙๒๗ ครอบครัวในจังหวัดมุกดาหาร ในเขตเทศบาลด้วย แล้วก็ ๒๒,๙๑๐ คน แล้วก็พื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ๗๓,๑๖๔ ไร่ แยกเปึนนาข้าว ๗๒,๕๙๔ ไร่ และอื่น ๆ อีก ๕๗๐ ไร่ บ่อปลา บ่อกุ้ง รวมแล้ว ๔๑๔ บ่อ ถนนที่ถูกน้ําท่วมและไหลผ่านนะคะ ขอวีดีทัศน์ให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยดูด้วย เมื่อสักครู่ดิฉันได้ขออนุญาตแล้วก็ให้ขอผ่านทางวีดีทัศน์นะคะว่าเหตุการณ์น้ําท่วมค่ะ
ก็ถาม
ก็มีถนนที่น้ําท่วมและไหลผ่าน เปึนช่วง ๆ และถนนขาด ถนนขาดไปอยู่ ๑๐ สาย แล้วก็ถนนลูกรังอีกในหมู่บ้าน ท่านดูในภาพ ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยดูในภาพนั้นนะคะ นั่นล่ะค่ะคือจังหวัดมุกดาหารเปึนน้ําที่มันท่วม ทั้งจังหวัดมุกดาหารเลยนะคะ แนวทางการก่อสร้าง แนวทางการที่จะปัองกันนั้น ท่านดูสิคะ ๑๐ กว่าป้แล้วค่ะ คนภาคอีสานและคนภาคเหนือถูกหลอกมาตลอดเวลา ถูกหลอกว่า จะมีทางแก้ไขแล้วก็มีแนวทางปัองกันที่จะให้มา ไม่ว่าจะรัฐบาลชุดไหน ที่เมื่อสักครู่ดิฉัน ได้บอกไปนั้นก็ ๓ รัฐบาลแล้วค่ะ ๓ นายกรัฐมนตรีที่ดิฉันเปึนผู้แทนราษฎร ถนนลูกรัง ๒๐๕ เส้น ท่อระบายน้ํา ๒๕ แห่ง ฝายน้ําล้น ๑๒ แห่ง ท่านดูสิคะที่ท่อน้ําล้นทั้งถนน ให้ท่านดูเลยค่ะว่าน้ํามันพังทลายลงไปได้อย่างนี้อย่างไร ท่านดูภาพที่ให้ท่านเห็นนะคะ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้เปึนคําถามว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ท่อระบายน้ํา ๒๕ แห่ง ฝายน้ําล้น ๑๒ แห่ง ถนนลาดยาง ๑๐ สาย ถนนลูกรัง ๒๐๕ สาย นาข้าว ๗๒,๕๙๔ ไร่ สวนมันสําปะหลัง ๕๗๐ ไร่ บ่อปลา ๔๑๔ ไร่ ๑๔ บ่อ ในความเสียหายเบื้องต้นนี้ทําให้มี ผู้ประสบภัยเกิดขึ้น ๘,๙๒๗ ครอบครัว ประชาชนที่ได้รับความเสียหายแล้วก็ทนทุกข์ทุรนทุราย อยู่ขณะนี้ ๒๒,๙๑๐ คน ในความเสียหายครั้งนี้ท่านจะให้แก้ไขเฉพาะหน้าโดยเอาถุงยังชีพ ไปมอบให้เท่านั้นหรือ อยากจะถามว่าในความเสียหายเบื้องต้นที่สํารวจในจังหวัดมุกดาหารนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะแก้ไขอย่างไร
เชิญตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ที่ได้แสดงออก ถึงความห่วงใยผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แล้วก็รวมถึงท่าน ส.ส. อีกหลายจังหวัด ที่ได้กรุณาให้ข้อมูลกับผมนะครับในกรณีที่เกิดปัญหาอุทกภัย เช่นที่จังหวัดสุโขทัย กราบเรียนว่ามาตรการเฉพาะหน้านั้นอย่างไรก็เปึนเรื่องจําเปึนนะครับ แล้วก็เปึนสิ่งที่ ทางกระทรวงมหาดไทยได้มีการรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทุกสัปดาห์อยู่แล้ว ในเรื่องของผลเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วก็การช่วยเหลือเฉพาะหน้า กรณีของงบประมาณนั้น ก็เปึนเรื่องที่ผมได้สั่งการว่าถ้าเปึนหน่วยงานปกติ เช่น หน่วยงานที่ดูแลถนนหนทาง หรือว่าสิ่งก่อสร้างที่ได้รับความเสียหายก็ต้องเร่งพิจารณา ขณะเดียวกันในส่วนของ งบกลางที่เปึนงบสํารองฉุกเฉินผมก็ได้มีนโยบายมาตั้งแต่ประมาณ ๓ เดือนที่แล้วว่า จะไม่เอาไปใช้ในด้านอื่นเลย ยกเว้นเรื่องของปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม กับเรื่องของภัยพิบัติ เพราะฉะนั้นกรณีของภัยแล้งก่อนหน้านี้แล้วก็น้ําท่วมก็สามารถ ที่จะมาใช้งบกลางตรงนี้ได้อย่างเต็มที่ กรณีของจังหวัดมุกดาหารเองก็มีในส่วนของ ท้องถิ่นและผู้เกี่ยวข้องมาร้องเรียน ซึ่งผมก็ได้สั่งการให้สํานักงบประมาณเร่งพิจารณา ในเรื่องนี้ พร้อม ๆ กับท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี องอาจ คล้ามไพบูลย์ ซึ่งบังเอิญ ท่านเปึนรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้กํากับดูแลพื้นที่ดังกล่าวด้วย ส่วนการแก้ปัญหา ระยะยาวคงเปึน ๒ ส่วนนะครับ
ส่วนแรก ก็คือปัญหาของการที่จะต้องไปดูโครงการที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบ ซึ่งก็จะเกิดขึ้นเรื่องของการ คือทางไหลของน้ําเปึนสําคัญ อันนี้ก็เปึนเรื่องซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ก็กําลังมีการศึกษาดําเนินการอยู่
ส่วนที่ ๒ ก็คือว่าระบบการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของเกษตรกร รัฐบาลจะเร่งทําในเรื่องของโครงการประกันในเรื่องของความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นจากภัยแล้งแล้วก็น้ําท่วม คือปัจจุบันนี้เราก็ต้องมารอเรื่องของการสํารวจความเสียหาย แล้วก็ของบกลาง แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจจะทําต่อไปเหมือนกับที่เราทําประกันรายได้ ให้แก่เกษตรกร เราจะประกันในเรื่องของภัยพิบัติด้วย ขณะนี้ก็มีการเร่งรัดอยู่ กระทรวงการคลัง ก็ได้มีการศึกษาเบื้องต้นแล้วก็คงจะสามารถนําเสนอ อย่างน้อยก็คงจะเริ่มมีโครงการนําร่อง ได้ในเร็ว ๆ วันนี้ ส่วนรายละเอียดนั้นจะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปึนผู้ชี้แจงครับ
เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. วรศุลี ท่านประธานครับ วันนี้ผลกระทบจากพายุมินดอนเล ทําให้พี่น้องคนไทยเดือดร้อน ๑๗ จังหวัด หลายหมู่บ้านหลายตําบล พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบทั้งที่อยู่อาศัยพืชผลทางการเกษตร ซึ่งผมต้องเรียนว่ารัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการใน ครม. ให้ทางกระทรวงมหาดไทยนั้น ติดตามสถานการณ์ตรวจสอบความเสียหายแนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ทั้ง ๑๗ จังหวัดในภาคอีสานก็มีอยู่ส่วนหนึ่งไม่ว่าจะเปึนจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดมุกดาหาร หรือจังหวัดอุดรธานี สําหรับจังหวัดมุกดาหารเปึนจังหวัดที่เปึนพื้นที่ของ ท่าน ส.ส. วรศุลี นั้น ก็เปึนจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานที่ได้รับผลกระทบทั้งจังหวัด ๗ อําเภอ ไม่ว่าในเขตเทศบาล นอกเขตเทศบาล พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายมาก ผมต้องเรียน ท่านประธานว่าแนวทางการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ําท่วมในแต่ละจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับคําสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องตั้งทีมลงไป ดูแลอย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจะช่วยเหลือเฉพาะหน้า เร่งด่วนกรณีฉุกเฉินอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัด แต่ละตําบล แต่ละเทศบาล อบต. นั้น ได้รับคําสั่งให้มีหน้าที่ลงไปช่วยเหลือในทุกด้าน รวมทั้งงบประมาณ ซึ่งขณะนี้ท้องถิ่นแต่ละแห่งรู้หน้าที่ รู้สิ่งที่รับผิดชอบ ในส่วนภาพรวม ของจังหวัดนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดจะมีงบประมาณจํานวนหนึ่ง ๕๐ ล้านบาท ในการแก้ปัญหาภัยน้ําท่วม งบประมาณดังกล่าวนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถนําไปใช้ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ ๙ ด้าน ไม่ว่าจะเปึนการช่วยเหลือเรื่องของเครื่องอุปโภค บริโภค ถุงยังชีพ อย่างที่ท่าน ส.ส. พูดถึง ซึ่งความจริงมันก็จําเปึนครับ เวลาพี่น้องประชาชน เดือดร้อนข้าวของที่อยู่ในบ้านถูกน้ําท่วมหมด เครื่องอุปโภคบริโภคที่จําเปึนในการดํารงชีพ ประจําวันก็คือสิ่งที่สามารถอุปโภคบริโภคได้ รวมทั้งสงเคราะห์ด้านฟุ๋นฟูช่วยเหลือผู้สูงอายุ คนพิการ รวมทั้งด้านพืช ด้านประมง ปศุสัตว์ ทั้ง ๙ ด้าน เงินจํานวนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด จะเปึนผู้ดูแล ถ้าใช้เงินจํานวนดังกล่าวหมดแล้วไม่พอก็สามารถจะขอขึ้นมาที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อจะทําเรื่องของบประมาณไปดูแลในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจํานวนมาก ๆ ปัญหา มีอยู่ว่าโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดความเสียหายที่ท่าน ส.ส. นํารูปมาปรากฏให้เห็นนั้น นั่นคือภาพจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ วันนี้แน่นอนครับเมื่อถนนเสียหาย งบ ๕๐ ล้านบาทที่มีอยู่ ถ้าสามารถแก้ปัญหาได้ในทันท่วงทีก็สามารถใช้ได้ แต่ถ้าเสียหายจํานวนมาก ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับคําสั่งมีหน้าที่สํารวจภาพรวมทั้งจังหวัด อะไรต้องใช้เงินงบประมาณ จํานวนมากในการทําถนน ไม่ว่าจะผ่านหน่วยงานทางหลวงชนบทหรือกรมทางหลวง ก็ต้องทําแผนงาน/โครงการงบประมาณเพื่อจะของบประมาณของจังหวัด ถ้าไม่มีก็ขอขึ้นมา ส่วนกลางเพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในส่วนหลังจากที่น้ําลดแล้ว นี่ก็คือปัญหา ไร่นาเสียหาย ที่อยู่อาศัยเสียหาย วันนี้ทางจังหวัดแต่ละจังหวัดนั้นก็ได้ออกคําสั่งตั้ง คณะกรรมการสํารวจความเสียหายหลังจากภัยน้ําท่วมลดลง จะดูอะไรครับ ในระดับอําเภอ ก็จะมีนายอําเภอในฐานะเปึนประธานในการเปึนผู้สํารวจความเสียหาย มีปลัดอําเภอ มีตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปดูไร่นาของชาวบ้านว่า นาย ก นาย ข เสียกี่ไร่ แล้วก็มาสํารวจเปึนความเสียหายเกิดขึ้น แล้วก็ของบประมาณเพื่อจะช่วยเหลือตามระเบียบ ของราชการ ฉะนั้นแนวทางอย่างนี้ผมต้องเรียนว่า
ท่านรัฐมนตรีสรุปหน่อยครับ เหลือเวลา ๔ นาที
คือสิ่งที่ ทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีได้กําชับเพื่อจะให้ดูแลพี่น้องประชาชนในการช่วยเหลือ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ก็เริ่มคลี่คลายลงนะครับ มีน้อยจังหวัดมากที่มีปัญหามากครับ ขอเรียนเบื้องต้นครับ
เชิญผู้ตั้งกระทู้ถามถาม
ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรี ตอบยาวทีนี้ต้องให้เวลาเราด้วยนะคะ ยังเหลืออยู่ ๒ คําถาม ท่านประธาน จากเหตุการณ์
ก็อย่าบรรยายสิ ถามเลย
ถ้าไม่บรรยาย ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็จะไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแนวทาง ที่ดิฉันถามนั้นคืออะไร
เข้าใจ เขาเข้าใจ
ขอบคุณมากค่ะท่าน
ถ้าเขาไม่เข้าใจเขาเปึน นายกรัฐมนตรีไม่ได้ เปึนรัฐมนตรีไม่ได้หรอกครับ
ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบ คําถามเมื่อกี้นี้นะคะ ก็เปึนคําถามต่อเนื่องจากคําถามที่ ๒ ท่านบอกว่าท่านจะใช้งบกลาง มาในการช่วยเหลือ ซึ่งเปึนแนวทางคําถามอยู่แล้วว่าแนวทางปัองกันน้ําท่วมภัยแล้งซ้ําซาก ระยะยาว ดิฉันก็คงจะต้องขอสอบถามและขออภิปรายไว้ก่อนแล้วนะคะว่าในกรณีที่ท่าน ใช้งบกลางนั้นท่านเปึนตัวแทนของประเทศ ท่านสามารถใช้งบกลางของท่านที่จะใช้เยียวยา แล้วก็ปัองกันให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนทุก ๆ หน่วยงานนะคะ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านก็ได้ตอบว่าท่านจะสามารถให้ทาง อบต. ทางเทศบาลนั้นเปึนส่วนหนึ่ง เท่านั้นเอง เพราะว่าในถนนหรือแหล่งน้ําที่อยู่ในพื้นที่ อบต. นั้น ก็อยู่ในส่วนดูแลของ กระทรวงมหาดไทย แต่ในส่วนอื่นละคะ ไม่ว่าถนนทางหลวงชนบท ทางหลวงแผ่นดิน ดิฉันได้ส่งภาพไว้ภาพหนึ่งนะคะ เปึนถนนทางหลวงแผ่นดินจากตําบลพังแดง อําเภอดงหลวง ภาพไม่ออกมาเลยค่ะ ทางภาพช่วยเอามาให้ด้วยนะคะ สุดแดนตําบลพังแดง นั่นคือ ถนนทางหลวงแผ่นดินนะคะ น้ําท่วมขึ้นมาถึง ๑.๓๐ เมตร ต้องใช้เรือยางที่จะต้องขน ผู้ประสบภัยต่าง ๆ และนําสิ่งของต่าง ๆ เอาไปให้นั้นจะต้องนั่งเรือยางเข้าไป นั่นแหละค่ะ แล้วก็มีถนนทางหลวงชนบทที่มองอยู่ในภาพ เมื่อกี้ทางวีดีทัศน์เขาไม่ฉายให้เลยนะคะ ก็ขาด แล้วก็ที่ไร่ที่นาที่เสียหายที่ดิฉันได้บอกไว้เมื่อสักครู่นี้ ท่านบอกว่าถุงยังชีพนั้นมีประโยชน์ มีประโยชน์ค่ะ ในเฉพาะหน้าในช่วงนี้ เพราะว่าดิฉันได้รับคําตอบแล้วก็ได้บอกไว้เบื้องต้น แล้วว่าได้รับการช่วยเหลือมาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๙ ป้ ๒๕๒๑ ป้ ๒๕๓๗ และป้ ๒๕๔๘ หลายนายกรัฐมนตรี ๒-๓ นายกรัฐมนตรี มาถึงครั้งนี้เปึนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งแรกนั้นเปึนท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ครั้งที่ ๒ นั้นเปึนนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ทุก ๆ ครั้งก็จะนําถุงยังชีพไปให้ แล้วหลังจากนั้นก็จะมีคําตอบแบบที่ท่านว่าจะนําเงินสํารอง ฉุกเฉินของจังหวัด ๕๐ ล้านบาทนั้นแก้ไขเปึนเบื้องต้น แต่หลังจากนั้นดิฉันก็ได้ยื่นกระทู้ถาม เข้ามาทุก ๆ ครั้งในครั้งนี้ก็ได้ยื่นกระทู้ถามมาสมัยนี้ เพราะเนื่องจากว่าสอบตกไป ๘ ป้กระทู้ถามนั้น ก็เลยไม่ได้เข้ามา มาในป้นี้ได้เข้ามาเปึนผู้แทนราษฎร กระทู้ถามก็ได้เข้ามาถึงในสภาผู้แทนราษฎร ในกระทู้ถามนี้ละค่ะ ท่านรัฐมนตรีก็บอกอยู่แล้วว่าปัญหาเรื่องความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น เรื่องน้ําท่วมซ้ําซาก ดิฉันได้แจ้งไว้อยู่ในนี้ว่าในโครงการจังหวัดนั้นทําขึ้นมาว่าในแนวทาง ปัองกันระยะยาวนั้น โครงการก่อสร้างเขื่อนประตูเป่ด-ป่ดน้ําห้วยบางทราย เขตเทศบาล บางทรายใหญ่ ๔๕๐ ล้านบาท โครงการก่อสร้างเขื่อนประตูเป่ด-ป่ดน้ําห้วยแข้เทศบาลเมืองมุกดาหาร ๙๘ ล้านบาท โครงการก่อสร้างเขื่อนประตูเป่ด-ป่ดน้ําห้วยมุก ๙๘ ล้านบาท โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ํา ห้วยคันแท ๕๒๔ ล้านบาท ในโครงการนี้ดิฉันได้ตั้งกระทู้สอบถามมาทางท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ แล้วได้รับคําตอบกลับมาเมื่อวันที่ ไม่เห็นวันที่นะคะ
จะหมดเวลาแล้ว
ก่อนที่จะมีคําถามนี้ต้องมี คําอภิปรายด้วยนะคะท่าน ในโครงการนี้ตอบออกมานะคะ วันที่นั้นก็คงเปึนวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ ในโครงการที่ดิฉันได้บอกไว้เบื้องต้นว่าโครงการประตูเป่ด-ป่ดน้ํา ห้วยบางทราย ๔๕๐ ล้านบาท ท่านตอบไปว่าท่านจัดสรรงบประมาณให้ ๓๖๑ ล้านบาท ได้ดําเนินการสํารวจปักหลักเขตแล้ว แต่ยังไม่ได้ประกวดราคา ๒. โครงการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ําห้วยคันแท ๕๒๔ ล้านบาท ท่านบอกว่าจัดงบประมาณให้ในแผนงานก่อสร้าง ๒๙๑ ล้านบาท นี่คือคําตอบของท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ แล้วก็มาถึงกระทรวงมหาดไทย โครงการก่อสร้างเขื่อนประตูเป่ด-ป่ดน้ําห้วยแข้ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ๙๘ ล้านบาท ก็ได้ ๙๘ ล้านบาทนะคะ ไม่มีคําตอบว่าจะก่อสร้างให้ได้เมื่อไร แต่มีคําตอบว่าในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ นี้จะมีการก่อสร้าง แค่ประกวดราคาก็จะมีการก่อสร้าง ณ ปัจจุบัน เวลานี้คืองบประมาณป้ ๒๕๕๔ แล้วนะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่ผงกหัวอยู่ แปลว่าท่านรับทราบนะคะ ว่าโครงการนี้จะต้องนําเข้าไปก่อสร้างและเปึนแนวทางปัองกัน น้ําท่วม ภัยแล้งระยะยาวด้วยซ้ํานะคะ ถ้าหากว่าโครงการนี้ท่านเข้าไปถึงจังหวัดมุกดาหาร น้ําที่ท่วมเทศบาลก็จะไม่เกิดขึ้น น้ําป์าที่ไหลทะลักลงมาก็จะสามารถเป่ดให้ไหลลงแม่น้ําโขงได้ นี่ละค่ะสามารถช่วยเหลือกันได้เลยน้ําท่วมและภัยแล้งซ้ําซากที่เกิดขึ้น ๒๐ กว่าป้ ๓๐ กว่าป้ ที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนะคะท่านนายกรัฐมนตรี
ไม่ต้องอภิปราย ให้ถาม
ก็จะขอถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะกรมทางหลวงชนบท ประมงจังหวัด เกษตรจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ได้รับการแก้ไขเบื้องต้นแล้ว อนาคตจะได้รับนโยบายการปัองกันน้ําท่วมระยะยาวนี้อย่างไร จะสามารถใช้เงินงบประมาณ งบกลางป้ ๒๕๕๔ ๑๓๒,๕๐๐ ล้านบาท ที่ดิฉันได้แปรญัตติ ตัดไปนะคะแต่ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่ ขอสอบถามท่านนายกรัฐมนตรีค่ะ
เวลาจะหมดแล้วล่ะครับ ท่านตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีครับ เพื่อให้กระชับเวลานะครับ โดยสรุปก็คือว่าโครงการ ที่มีอยู่แล้วก็จะไปติดตามตามที่ท่าน ส.ส. ได้สอบถามความคืบหน้าเพิ่มเติม ส่วนประเด็นที่ว่า จะสามารถนําเอางบกลางมาจัดสรรได้เพิ่มเติมหรือไม่สําหรับป้งบประมาณ ๒๕๕๔ ก็ขอกราบเรียนว่าจะดูตามความจําเปึนความคืบหน้าของงาน แล้วถ้าเข้าหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะดําเนินการให้ครับ
สภายินดีต้อนรับ ท่านสมาชิกรัฐสภาสหราชอาณาจักรที่ท่านมาชมนะครับ แล้วก็คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรีและผู้สูงอายุ ด้วยความยินดีนะครับ ก็จบแล้ว หมดเวลาแล้ว
เหลืออีกคําถามสุดท้ายค่ะ ท่านประธาน สั้น ๆ ค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบไปแล้วว่าจะพยายามใช้ในสิ่งที่มีความจําเปึน ดิฉันก็ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ เพียงแต่จะขอถามว่า ท่านไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะว่าเกษตรกรชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วก็ชาวภาคเหนือ ชาวอีสานทั้งหลาย ๑๙ จังหวัด แล้วก็ภาคเหนือ ไม่ทราบจําไม่ได้ว่ากี่จังหวัดนะคะ ที่โดนหลอกมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๑๙ ป้ ๒๕๒๑ ป้ ๒๕๓๗ ป้ ๒๕๔๘ จนป้ ๒๕๕๓ จะไม่โดนหลอกอีกนะคะ คงจะไม่โดนหลอก อีกนะคะว่าโครงการที่ท่านจะใช้ช่วยเหลือชาวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น จะประสบความสําเร็จในงบประมาณป้นี้ น่าจะเห็นผลในป้นี้ค่ะ ขอสอบถามแค่นี้ล่ะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
สอบถามท่านก็รับไปครับ ท่านนายกรัฐมนตรีรับไป ก็จบกระทู้ถามที่ ๓ แล้วนะครับ
ต่อไปผมจะเข้าสู่ระเบียบวาระ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๖๕ ท่าน ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมช่วยเข้ามาข้างในด้วยนะครับ เพื่อจะได้ ดูว่ามันครบ ๓๖๕ ท่านไหมครับ
เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ผมจะแจ้งให้ทราบดังนี้นะครับ เนื่องจากวันที่ ๘ ๙ ๑๐ เราจะประชุม ๓ วัน คือประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันพุธเราจะประชุมร่วมกันของรัฐสภา เนื่องจากทางรัฐบาลได้เสนอเกี่ยวกับกรอบสัญญาต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๙๐ จํานวนเกือบร่วม ๒๐ ฉบับ เราต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ ก็จะพยายามประชุมทุก ๆ วันประชุม อาจจะเปึนวันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี หรืออาจจะ เปึนวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ แต่ว่าอาทิตย์หน้าขอแจ้งให้ทราบด้วยนะครับ วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ถ้าท่านมีภารกิจท่านต้องเลิก มาประชุมสภา เพราะว่าเขาเลือกท่าน มาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อประชุมสภาผู้แทนราษฎร แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ก็แจ้งให้ ที่ประชุมทราบ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี คุณวิทยาเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเข้า ระเบียบวาระที่ ๔ ผมขออนุญาตประธานสภาที่จะขอเลื่อนระเบียบวาระ ขออนุญาตเลื่อน ระเบียบวาระที่ ๒๙ เรื่อง ขอให้สภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. .... ตามมาตรา ๑๔๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาต่อในวาระที่ ๔.๔ เพื่อผลในการพิจารณาคราวหน้า
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีท่านผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมนี้ให้เลื่อนระเบียบวาระของ สตง. มาประชุม ในการประชุมคราวหน้าต่อจากร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... แล้วครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
การพิจารณาในวาระ ๒ นี้ จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา แล้วให้สมาชิกอภิปรายได้ เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น เชิญท่านประธานแถลงครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ขอกราบเรียนให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ทราบว่า
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓ ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) กําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันตามข้อบังคับ
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว เสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนําเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป อนึ่ง ฝ์ายเลขานุการของที่ประชุมได้จัดทําตารางเปรียบเทียบร่างพระราชบัญญัติองค์กร อัยการและพนักงานอัยการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งได้เปรียบเทียบร่างของคณะรัฐมนตรี กับร่างของคณะกรรมาธิการ จึงขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้เจ้าหน้าที่ แจกเอกสารดังกล่าวให้กับสมาชิกทุกท่าน เนื่องจาก พ.ร.บ. ดังกล่าวเกี่ยวกับอัยการมี พ.ร.บ. ที่เปึนกฎหมายทํานองเดียวกันอีก ๓ ฉบับ ผมขออนุญาตที่จะแจกเอกสารในคราวเดียวครับ
ประธาน อนุญาตนะครับ เจ้าหน้าที่แจกเอกสารได้เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการแจกเอกสาร)
เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดําเนินการครับ
ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ มีการแก้ไข
มีท่านใด ติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีเชิญต่อครับ
มาตรา ๖ มีการแก้ไข
เดี๋ยวนะครับ มาตรา ๖ มีการแก้ไข มีผู้ติดใจ เชิญท่านประยุทธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมติดใจประเด็นที่ทาง คณะกรรมาธิการไปแก้ไขในมาตรา ๖ เกี่ยวกับเรื่องของผู้รักษาการ ตามตัวร่างที่ผ่านวาระที่หนึ่ง ไปแล้วก็ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ กระผมคงไม่จําเพาะเจาะจงว่า นายกรัฐมนตรีผู้นั้นคือใคร แต่ผมเชื่อว่ากระบวนการที่ประชาชนที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะ ตรวจสอบ ในการที่จะควบคุม ในการที่จะให้นายกรัฐมนตรีผู้รักษาการนั้นได้ปฏิบัติ ตามกฎหมาย หรือปฏิบัติตามทํานองคลองธรรมนั้นคงจะมีมาตรการที่เปึนกติกาค่อนข้าง จะเข้มข้น กระผมไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการได้ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขว่าให้อัยการสูงสุด เปึนผู้รักษาการ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่ากระผมไม่ได้มองว่าอัยการสูงสุดนั้นคือ นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ซึ่งกระผมรู้จักคุ้นเคยกันมาหลายป้ กระผมเชื่อมั่นในตัวท่านไม่มี อะไรที่เคลือบแคลงสงสัยว่าบุคคลคนนี้จะทํามิดีมิร้าย แต่ท่านประธานจะต้องไปดูตั้งแต่ รัฐธรรมนูญที่ว่าสถานะของอัยการสูงสุดนั้นมันเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ แปลว่าเปึน องค์กรอิสระใช่หรือไม่ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่หมายความว่าอย่างนั้นองค์กรอัยการนั้นจะเปึน องค์กรที่อยู่ในเครือข่าย โครงข่ายที่จะเชื่อมโยงกับฝ์ายบริหารอย่างชัดเจน ไม่ว่ากฎหมาย ชันสูตรพลิกศพ ไม่ว่ากระบวนวิธีพิจารณาความใด ๆ นั้นองค์การอัยการนั้นจะต้องมี ส่วนร่วมกันอยู่ตลอด มันผิดฝาผิดตัวแล้วละครับว่าเอาอัยการไปวางไว้ตรงนั้นทําให้เกิด ความเคลือบแคลงสงสัยว่าจริงหรือที่จะเปึนองค์กรที่จะมีความเปึนอิสระในการทําหน้าที่ จริงหรือที่อัยการที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ให้เอื้อประโยชน์ต่อประชาชน ข้อเท็จจริง ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมยกตัวอย่าง เช่นอัยการไปเปึนกรรมการตรงนั้นกรรมการ ตรงนี้ ผมยกตัวอย่างมาสักตัวอย่างหนึ่งให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้ทราบว่า อย่างอัยการ เปึนกรรมการ ศอฉ. อย่างนี้เปึนต้น กระผมไม่ได้มองว่า ศอฉ. เปึนองค์กรที่เลวร้าย แต่ ศอฉ. เปึนกระบวนการ เปึนองค์กรที่จะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชนของบ้านของเมือง จะต้องกล่าวหา จะต้องค้นหาหลักฐาน เพื่อนําไปสู่ การฟัองร้องหรือการดําเนินคดี เพื่อให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ยุติลงโดยเร็วในทางที่ดีงาม แต่ทําไมละครับ อัยการก็ไปเปึนกรรมการอยู่ในนั้น ผมไม่ได้อิจฉาตาร้อนหรอกครับ ถ้าหากเปึนกลไก ที่เปึนเรื่องปกติ แต่ผมมองเปรียบเทียบว่าอัยการนั้นอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ทําไม ไม่เอาศาลไปเปึน ทําไมไม่เอาตุลาการไปเปึน ทําไมเอาอัยการไปเปึน อัยการนี่หมายความว่า อยู่ในกระบวนการวิธีพิจารณาความที่จะต้องให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย จะต้องเปึน ทนายของแผ่นดิน ทนายของส่วนราชการ และพร้อมกันนั้นจะต้องเอื้อความยุติธรรมให้กับ พี่น้องประชาชน แต่ท่านไปเปึนอย่างนั้นเสียแล้ว แล้วตกกลับมาที่ความเชื่อมั่นตรงนี้ เกิดในวันหนึ่งข้างหน้าจะเปึน นาย ก นาย ข ไม่ใช่นายจุลสิงห์ ไม่ใช่คนที่ผมไว้วางใจ ไม่ใช่คนที่จะให้ความเชื่อมั่น แล้วตรงนี้จะมีมาตรการในการควบคุมอย่างไรที่จะให้ ประชาชนหรือกลไกอื่นใดมาปกปัอง เพื่อมาควบคุมกํากับดูแลตรงนี้ได้ ผมจึงอยากจะ ถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าทําไมจะต้องแก้ไขจากนายกรัฐมนตรี มาเปึนอัยการสูงสุด
มีสมาชิกท่านอื่นจะอภิปรายไหมครับ เพราะมีการแก้ไข ถ้าไม่มี เชิญท่านกรรมาธิการ ได้ชี้แจง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ในชั้นกรรมาธิการได้พิจารณาในเรื่องนี้ก็มีความเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญนั้น องค์กรอัยการเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการมีอัยการ เปึนผู้บังคับบัญชาสูงสุด ดังนั้นอัยการไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีอีกต่อไป ดังนั้นเพื่อให้มีความอิสระที่แท้จริง จึงเห็นว่าในการที่อัยการสูงสุด เปึนผู้รักษาการนั้นน่าจะเหมาะสมกว่า นอกจากนี้เราได้พิจารณากฎหมายที่ใกล้เคียง คือกฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญเหมือนกัน อยู่ใกล้ ๆ กับบทกฎหมายขององค์กรอัยการ ก็ให้ท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เปึนผู้รักษาการตามกฎหมายเช่นกันนะครับ เมื่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญให้ผู้นําองค์กร หรือประมุขขององค์กรเปึนผู้รักษาการตามร่างพระราชบัญญัติ ทางคณะกรรมาธิการ ก็เห็นว่าเพื่อความเหมาะสม เพื่อความเปึนอิสระที่แท้จริง ก็อยากจะให้อัยการสูงสุด เปึนผู้รักษาการ แล้วอัยการสูงสุดก็เปึนผู้รับผิดชอบในการบริหารงานต่อวุฒิสภาด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านประยุทธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมได้รับคําชี้แจงจาก ท่านคณะกรรมาธิการว่าตรงนี้เปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ท่านยกตัวอย่างว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็อยู่ในหมวดหมู่เดียวกันในรัฐธรรมนูญ ผมได้กราบเรียน ท่านประธานแล้วตั้งแต่เบื้องต้นว่าผิดฝาผิดตัวที่เอาองค์กรอัยการไปอยู่ตรงนั้น ไม่ว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความใด ๆ จนกระทั่งกฎหมายชันสูตรพลิกศพ ซึ่งอัยการจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการที่จะ เสาะแสวงหาข้อเท็จจริงหลักฐานพยานต่าง ๆ มาประกอบคดีเพื่อดําเนินคดี ท่านไปอยู่ ตรงนั้นท่านอยากจะเปึนองค์กรอิสระ จริงครับ ผมเห็นด้วยในเรื่องของความเปึนอิสระ แต่ท่านอยู่ตรงนั้นก็ไม่ใช่องค์กรอิสระเช่นกัน แต่อยากจะให้เกิดความอิสระในการทํางาน เพราะว่าจะใช้ผดุงความยุติธรรมให้กับบ้านกับเมืองให้กับชาวบ้าน ตรงนั้นมันไม่ใช่ครับ มันผิดฝาผิดตัว ที่ผมถามต่อไปว่ามันจะมีความคล่องตัวได้อย่างไร ระหว่างนายกรัฐมนตรี ที่จะรักษาการกับอัยการสูงสุด ผลสะท้อนกลับที่กฎหมายฉบับนี้โดยตรงเท่านั้น ในขณะที่ นายกรัฐมนตรีรักษาการไม่ดีอย่างไร ในขณะที่อัยการสูงสุดรักษาการมันจะดีอย่างไร ผมอยากจะรู้ข้อเปรียบเทียบตรงนั้น แต่ความเปึนอิสระไม่ต้องพูดถึงหรอกครับ ผมเข้าใจ ผมเห็นด้วย และไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เพราะว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นเปึนสิ่งที่ทุกคน ต้องการ ทุกคนใฝ์ฝันถึง แต่สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการจะต้องเปรียบเทียบให้สภาเห็นว่า นายกรัฐมนตรีรักษาการจะช้าอย่างไร จะดีอย่างไร เสียอย่างไร แล้วอัยการสูงสุดรักษาการจะดีอย่างไร เสียอย่างไร เท่านั้นที่มาเปรียบเทียบ ถ้าผมจะ ถามต่อไปว่าไม่เคยคิดบ้างหรือ ก่อนหน้านี้ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกา ผ่าน ครม. มา กว่าจะมาผ่านสภาในวาระที่หนึ่ง กระบวนการของรัฐบาลต้องมาผ่านวิป (Whip) ผ่านอะไรสารพัด ไม่เคยคิดบ้างหรือ ทําไมไม่เปลี่ยนกันตั้งแต่ท่อนล่าง ที่กระผมรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ผมได้กราบเรียนแล้วว่ากระผมไม่ได้ติดใจหรอกในเรื่องของคนที่จะนั่น ผมเชื่อใจว่าอัยการ นี่เปึนคนดีในฝ์ายกฎหมายที่เรียนกฎหมายกันมา ไม่ว่าญาติ ไม่ว่าคนที่เคารพนับถือ ผมก็มีอยู่ในอัยการ แต่ผมอยากจะให้เกิดข้อเปรียบเทียบว่าตรงนี้มันมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร
เดี๋ยวนะครับ ให้ท่านสุทัศน์อีกท่านหนึ่งแล้วเดี๋ยวชี้แจงทีเดียว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเห็นชอบด้วยที่จะให้ท่านอัยการสูงสุด เปึนผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตามเหตุผลที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงไปแล้ว แต่กระผมมีข้อข้องใจว่าความคิดดังกล่าวนั้นก่อนที่จะเสนอร่างนี้ทําไมจึงไม่คิดให้รอบคอบ
ประการต่อมา เมื่อมีการประชุมคณะกรรมาธิการครั้งแรกที่พิจารณา มาตรา ๖ ก็ไม่ได้พูดถึงการแก้ไขตรงนี้ ในการประชุมครั้งที่ ๒ ในการพิจารณามาตรา ๖ ก็ไม่ได้มีการแก้ไขมาตรานี้ จนกระทั่งมีกรรมาธิการท่านชลน่านได้เสนอขอให้เปึนประธาน อัยการสูงสุดเปึนผู้รักษาการ จึงได้มีการหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา ประเด็นตรงนี้ก็คือ คําถามว่าก่อนนั้นท่านไม่ได้คิดเรื่องนี้หรืออย่างไร
อีกประการหนึ่ง กระผมขอถามว่าสมมุติอัยการสูงสุดเปึนผู้รักษาการ หากในอนาคตจะต้องมีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ใครจะเปึนผู้เสนอกฎหมาย ต่อสภา เมื่ออัยการสูงสุดไม่มีอํานาจที่จะเสนอกฎหมายต่อสภา ท่านจะดําเนินการ ประการใดครับ
ท่านชลน่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในร่างมาตรา ๖ ของร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ผมเองคงต้องขออนุญาตท่านประธาน ที่จะนําเรียนท่านประธาน เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะเปึนกรรมาธิการ เปึนผู้ได้สงวน ความเห็น เสนอความเห็นไว้ต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ จนกระทั่ง มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เปึนไปตามข้อเสนอความเห็นของกระผมเอง ผมต้องกราบ ขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่โดยรวมที่มี ความเห็นพ้องในลักษณะที่เปึนไปตามที่ผมได้กราบเรียนไป ท่านประธานครับด้วยเหตุผล ที่ผมนําเรียนต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการ ต่อกรรมาธิการ ในขณะที่มีการพิจารณานั้น ผมได้ยึดโยงเอาร่างกฎหมายฉบับนี้ที่จะต้องออกตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญถึงแม้ไม่เปึน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ ที่ว่าด้วยองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวเนื่องกับองค์กรอัยการและพนักงานอัยการได้มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรานี้ไว้ ให้ตรากฎหมายเกี่ยวกับองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการขึ้นมารองรับ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ก็ดําเนินการมา ผมขออนุญาตกราบเรียนเรื่องที่เปึนร่างเดิมของทางที่อัยการได้เสนอเข้ามา ในร่างแรกผู้รักษาการเอง ผู้เสนอก็เสนอเปึนท่านอัยการสูงสุดเปึนผู้รักษาการ แต่เท่าที่ได้ ตรวจสอบ ติดตาม มีการปรับแก้ในชั้นของกฤษฎีกา ด้วยเหตุผลว่าต้องการที่จะยึดโยง อํานาจระหว่างองค์กรที่เปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญคือองค์กรอัยการกับฝ์ายบริหารคือ ท่านนายกรัฐมนตรีให้มีความยึดโยงผูกพันกัน นั่นคือเหตุผลที่ทางกฤษฎีกาได้ปรับแก้มา ท่านประธานครับผมก็มีคําถามว่าความจําเปึนที่จะต้องยึดโยงระหว่างท่านนายกรัฐมนตรี กับองค์กรอัยการจําเปึนต้องมาเขียนไว้ในกฎหมายหรือไม่ เพราะว่าเขียนไว้ก็เขียนไว้เฉพาะว่านายกรัฐมนตรีเปึนผู้รักษาการ แต่การนําสู่การปฏิบัติ ที่แท้จริงจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นั่นคือท่านอัยการสูงสุดในฐานะที่เปึนผู้บังคับบัญชา สูงสุดตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ รัฐธรรมนูญเองเขียนไว้ว่า อัยการสูงสุด เปึนผู้บังคับบัญชาสูงสุด ในมาตรา ๒๕๕ เพราะฉะนั้นกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ออกตามนัยของกฎหมายฉบับนี้ล้วนแต่ออกโดยท่านอัยการสูงสุด การติดตาม การนําสู่ การปฏิบัติก็ท่านอัยการสูงสุดเปึนผู้ดําเนินการ ผมเองก็เลยมีความเห็นว่าเขียนชื่อ ท่านนายกรัฐมนตรีรักษาการไว้ทําไม ถ้าเขียนไว้เปึนประเพณีปฏิบัติ เขียนไว้เพื่อเปึนยันต์ กันอะไรบางสิ่งบางอย่างผมไม่เห็นด้วย เพราะว่าลักษณะของกฎหมายยุคใหม่โดยอาศัย กระบวนการการจัดการ กระบวนการการตรวจสอบ มันคงไม่ต้องอาศัยอํานาจ บารมี ที่นอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในกฎหมายมาดําเนินการอีกแล้ว นั่นก็เปึนเหตุผลของผม
๑. เหตุผลที่ชัดเจนคือต้องเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ให้อํานาจ อัยการสูงสุดไว้
๒. ความสะดวกในการนํากฎหมายสู่การปฏิบัติ ผู้รักษาการคือผู้ที่จะนํา กฎหมายไปสู่การปฏิบัติให้เปึนไปตามบทบัญญัตินี้
๓. ได้ยึดโยงเอาลักษณะเทียบเคียงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เราต้อง ยอมรับครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัตินอกเหนือมาจาก รัฐธรรมนูญฉบับเดิม ๆ ที่ให้หน่วยงานองค์กรสามารถเสนอกฎหมายได้ นั่นหมายถึง องค์กรอิสระที่ประธานองค์กรนั้นเปึนผู้รักษาการและปฏิบัติตามกฎหมายนะครับ แม้จะไม่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับทางองค์กรอัยการเขาเทียบเคียงมา องค์กรสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเขามีกฎหมายของเขาเองเปึนพระราชบัญญัติว่าด้วยองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมก็ไปเทียบเคียงดู เขาก็เปึนหนึ่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน เหมือนที่ท่านอัยการสูงสุด ได้ชี้แจงต่อสภา ขออนุญาตที่ได้กล่าวถึงท่านว่ากฎหมายฉบับนั้นเขาให้อํานาจท่านประธาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนผู้รักษาการตามกฎหมาย ก็สามารถทําหน้าที่ได้ อย่างดียิ่ง
ประการสุดท้าย ท่านประธานครับ ถึงแม้องค์กรอัยการไม่ใช่เปึนองค์กรอิสระ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่เปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ ชัดเจนว่า ให้มีความเปึนอิสระในการบริหารจัดการ นอกจากมีความเปึนอิสระในการ พิจารณาคดีแล้ว ความเปึนอิสระในการบริหารจัดการเรื่องคน เรื่องงบประมาณต่าง ๆ ก็กําหนดไว้ แล้วก็สามารถที่จะส่งคําขอเรื่องคน เรื่องงบประมาณ ได้โดยตรงตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ อีกด้วยนะครับท่านประธาน และเรื่องนี้เอง ผมก็เลยกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการกับท่านผู้ที่มีความเห็น ขออนุญาตครับที่มีข้อซักถามกรรมาธิการว่าทําไมกรรมาธิการได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง เปึนอย่างนี้ ผมฟังข้อเสนอของท่านแล้วท่านเองท่านก็ไม่ได้ค้านหรอกครับ ท่านก็มีความเห็น เพียงแต่ว่าอยากจะทราบเหตุและผลว่าอันไหนดีกว่ากันอย่างไร ไม่ได้ค้าน ท่านประยุทธ์เอง ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านก็ไม่ได้ค้านเพียงแต่ท่านแสดงความเห็นว่าอยากจะทราบ เหตุและผลว่าการรักษาการระหว่างนายกรัฐมนตรีกับอัยการสูงสุดอันไหนมันมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ผมกราบเรียนในฐานะเปึนกรรมาธิการที่มี ส่วนเกี่ยวข้องครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านประเกียรติเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย อันที่จริงสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานก็คล้ายกันกับของคุณหมอ ที่พูดไปคืออยากจะตอกย้ําให้ทราบว่าทางคุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามท่านที่อภิปรายไปแล้วนั้น ท่านได้คัดค้านที่จะมีอัยการสูงสุดเปึนผู้รักษาการตาม ร่างพระราชบัญญัติอัยการ แต่อยากจะทราบเหตุผลว่าข้อดีข้อเสียระหว่างนายกรัฐมนตรี กับอัยการสูงสุดรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้เปึนอย่างไร ผมอยากจะชี้แต่ก็คงจะ ไม่ใช่คําตอบของท่านที่จะชัดเจน แต่ผมเห็นตามรัฐธรรมนูญ เกี่ยวเนื่องกับองค์กรอัยการ มาตรา ๒๕๕ ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่าองค์กรอัยการให้มี หน่วยงานธุรการที่เปึนอิสระ ทีนี้การบริหารบุคคลก็ดี การบริหารงบประมาณก็ดี ให้ดําเนินการอย่างอิสระภายใต้ผู้บังคับบัญชาสูงสุด เพราะฉะนั้นการที่จะไปบริหาร ภายใต้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดที่เปึนหัวหน้าหน่วยงานอื่น แน่นอนมันคงไม่สะดวก เพราะฉะนั้น การที่แก้ไขกลับมาให้อัยการสูงสุดเปึนผู้รักษาการตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ผมจึงเห็น สอดคล้องด้วยและก็คงไม่แตกต่างจากท่านประยุทธ์ได้สอบถาม แต่ก็อย่างว่าท่านเปึน คนละเอียดท่านก็อยากจะสอบถาม และที่อภิปรายนี้ก็ไม่ได้คัดค้านกัน และขอสนับสนุนด้วย ขอบพระคุณครับ
ก็คง ไม่มีท่านผู้ใดติดใจแล้วนะครับ จะได้ผ่านไปเลยนะครับ ท่านชลน่านก็ทําหน้าที่ชี้แจง ในฐานะกรรมาธิการไปแล้ว ท่านประยุทธ์มีอะไรอีกครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมต้องขอประทานโทษ ท่านประธานหน่อยนะครับ ที่ผมมาอภิปรายนี้ก็ไม่ใช่ว่ากระผมอยากอภิปราย กระผม มีความตั้งใจที่จะอภิปรายเพื่อให้เกิดเนื้อหา ผมไม่มีอคติหรอก อย่างเช่นท่านรัฐมนตรี มานั่งอยู่เมื่อสักครู่อัยการเก่าก็ไม่ใช่ว่าหมายความว่าท่านมาลอบบี้ (Lobby) ผม แต่ผม จากเนื้อแท้ของความรู้สึกกันจริง ๆ ผมบอกแล้วว่าผมกับอัยการสูงสุดนี่ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๖ ท่านรู้จักผม ผมรู้จักท่าน ผมศรัทธาท่าน ถึงแม้ว่าโทรศัพท์ไปไม่รับสายก็ไม่เปึนอะไรครับ มันเรื่องต่างหาก แต่เรื่องศรัทธามี แต่การสั่งคดีตามมาตรา ๒๕๕ ก็ตามหรือตามอํานาจ หน้าที่ที่บัญญัติไว้ก็ตาม ผมห่วงว่าความยุติธรรมนั้นมันมีไหม ผมเพียงแต่ต้องการที่จะพูด แล้วให้กําลังใจท่าน ผมจึงมาถามข้อเปรียบเทียบว่าถ้าเปึนนายกรัฐมนตรีรักษาการกับ อัยการสูงสุดรักษาการมันแตกต่างกันอย่างไร นี่คือข้อติดใจ ถ้าท่านตอบมาอย่างที่ผมรับได้ ผมไม่ติดใจ ผมจะปล่อยให้ท่าน ไม่เปึนอะไรหรอกครับ ผมไม่ถ่วงไม่ทําให้ท่านเสียเวลา
เชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงข้อซักถามของ เพื่อนสมาชิกครับ ที่จริงเรื่องนี้ต้นร่างอย่างที่ท่านสมาชิกคุณหมอชลน่านและท่านประเกียรติ ได้กล่าวว่าความเปึนมาเริ่มต้นนายกรัฐมนตรีรักษาการตามร่างพระราชบัญญัติ แต่ในชั้นกรรมาธิการเอง กรรมาธิการหลายท่านก็ได้แสดงความคิดเห็นว่าการรักษาการ ตามร่างพระราชบัญญัติก็คือการกํากับให้กฎหมายฉบับนี้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติ เมื่อดูแล้วหน้าที่ในการรับผิดชอบในการบริหารองค์กรอัยการตามทั้งหมดในกฎหมาย เปึนหน้าที่ของอัยการสูงสุดที่จะต้องทําหน้าที่ในการบังคับการปฏิบัติงานทั้งหมดแล้ว เพราะฉะนั้นกรรมาธิการก็คิดว่าน่าจะเปึนการสะดวกกว่าแล้วก็น่าจะเปึนการทําให้องค์กร เกิดความคล่องตัวสูง ถ้ามอบหมายให้อัยการสูงสุดเปึนผู้ทําหน้าที่รักษาการ นอกจากนี้ กรรมาธิการก็ได้เปรียบเทียบกฎหมายที่ใกล้เคียงฉบับอื่น ๆ ซึ่งหลายฉบับก็มีทิศทาง ไปในทางนี้ ก็คือให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานนั้นเปึนผู้ที่จะทําหน้าที่รักษาการ ตามพระราชบัญญัติเอง เช่นพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งเปึนกฎหมายบริหารศาลยุติธรรมเช่นเดียวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็กําหนดให้ท่านประธานศาลฎีกาเปึนผู้รักษาราชการตามพระราชบัญญัติเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกที่ว่าถ้าเกิดอัยการสูงสุดรักษาการตาม ร่างพระราชบัญญัติแล้ว เวลาเสนอกฎหมายแก้ไของค์กรอัยการจะมีสิทธิเสนอกฎหมาย หรือไม่ ก็ได้มีการหารือกันครับ ก็ได้เปึนข้อยุติว่าการนําเสนอกฎหมายเปึนหน้าที่ อสส. จะต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อนําเสนอกฎหมายต่อรัฐสภาเปึนการต่อไปครับ จึงขออนุญาตเรียนชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกครับ
เชิญท่านประยุทธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการและไปยังคณะอัยการสูงสุดว่า
ประการที่ ๑ ผมให้ความเชื่อมั่นในตัวท่านและองค์กรของท่าน ขอให้ท่านทํางาน อย่าได้เกรงกลัว อย่าได้ลูบหน้าปะจมูก อย่าได้เปึน ๒ มาตรฐาน หรืออย่างไม่มีมาตรฐาน
ประการที่ ๒ ผมขอต่อไป ณ ที่แห่งนี้ว่าการอํานวยความยุติธรรมให้กับ คนในบ้านในเมืองนั้นองค์กรของท่านเปึนสิ่งที่จําเปึน อย่าสร้างความเจ็บปวดให้เกิดรอยร้าว ขึ้นในสังคมไทย อย่าให้หมู่ประชาชนคนไทย ขอให้ผดุงความยุติธรรม ผมจะเปึนกําลังใจ คนหนึ่งที่ให้ท่าน ถ้าเห็นว่าท่านประธานได้ชี้แจงว่าเพื่อความคล่องตัวเพื่อความอะไร เปรียบเทียบอะไรต่าง ๆ ก็รับได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ว่าช้างขี้จะขี้ตามช้างเสมอไป แต่ไม่ว่ากันหรอกครับ ผมยอมรับได้ กระผมขอกราบเรียนผ่านท่านประธานว่ากระผมขอผ่าน
ก็ตกลงผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านวัชระมีอะไรอีกครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ การที่สมาชิกยกมือก็หมายความว่าสมาชิกมีความประสงค์ที่จะอภิปราย ท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ที่กรรมาธิการได้แก้ไข มานั้น ผมก็จะขออนุญาตอภิปรายในมาตรา ๖ ที่ท่านได้ตัดอํานาจของนายกรัฐมนตรี ออกไปแล้วให้อํานาจอัยการสูงสุดรักษาการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งผมมี ความเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการ เพราะถือว่าเปึนการกระจายอํานาจอย่างหนึ่ง และอํานาจไม่จําเปึนต้องรวมศูนย์อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่ากรรมาธิการที่ได้ แก้ไขมาให้อัยการสูงสุดรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น นับว่าเปึนทิศทาง ในการพัฒนากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรในฐานะเปึนฝ์ายนิติบัญญัติในการออกกฎหมาย ในการที่จะให้หน่วยงานผู้มีอํานาจสูงสุดในหน่วยงานนั้น ๆ เปึนผู้รักษาการตาม ร่างพระราชบัญญัติของอัยการ ผมขอสนับสนุน ขอบคุณครับ
ก็ไม่มีท่านใดติดใจ เชิญต่อครับ ท่านเลขาธิการครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเจริญมีอะไรอีกครับ ท่านไม่เห็นด้วยหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดชัยภูมิ เมื่อสักครู่ฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญท่านได้ตอบถึงประเด็นของท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประเด็นหนึ่งซึ่งอันนี้จะฝาก เปึนข้อสังเกตให้ท่านอัยการสูงสุดลองไปพิจารณานะครับ อันนี้เปึนประสบการณ์แล้ว มันเกิดขึ้นแล้วในสภาของเราก็คืออย่างนี้ครับท่านประธาน การที่ให้ท่านอัยการสูงสุด รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านก็ตอบว่าเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการบริหาร การจัดการ
อีกประการหนึ่ง ซึ่งเราอย่าไปมองข้ามในประเด็นในเรื่องของ ถึงแม้จะมี การเสนอร่างกฎหมายนี้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญก็ตาม ระเบียบต่าง ๆ ซึ่งอีกหลาย ฉบับที่จะต้องเข้ามาสู่การพิจารณาในเรื่องต่อไป ท่านประธานครับ ประเด็นหนึ่งอยากจะ ขอฝากเปึนข้อสังเกตท่านแล้วมันเกิดขึ้นในสภาเราแล้ว ก็คือการที่ให้องค์กรซึ่งจะเปึน อิสระแล้วนําไปสู่การบริหารการจัดการ อันนั้นผมเองไม่ติดใจ แต่ประเด็นปัญหา มันเกิดขึ้นว่าในองค์กรอิสระต่าง ๆ เวลาจะขอแก้ไขกฎหมายของเขาที่เกี่ยวข้องก็ดี ระเบียบหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ดี ท่านประธานเห็นไหมครับในสภาเรา สตง. ก็เข้า ศาลรัฐธรรมนูญก็เข้ามา อะไรเกิดขึ้นท่านประธานเห็นแล้วใช่ไหมครับ สตง. ผ่านไปด้วย อย่างทุลักทุเลมากในสภา แล้วก็เปึนที่ครหานินทากันมากเหลือเกิน การเขียนกฎหมาย ให้กับตัวเองเพื่อไปใช้กับสังคม อันนี้อันตรายมาก แล้วให้ตัวเองมีอํานาจเยอะแยะ โดยไม่ฟังการทักท้วงคัดค้านของสภานี้เลย จะเอาเสียงข้างมากอย่างเดียว
ประการที่ ๒ ท่านเห็นไหมครับกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญที่เข้าสภานี้ ยังถอนออกจากสภานี้ยังพิจารณากันไม่เสร็จอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะว่าอัยการรักษาการนี่ละครับ เวลาท่านเขียนกฎหมายท่านก็มองแต่ในรูปแบบ ของท่านว่าสะดวกอย่างไร รวดเร็วอย่างไร ท่านจะคิดอย่างเดียวว่าให้การบริหาร การจัดการของท่านเปึนไปด้วยความสะดวกเรียบร้อย รวดเร็ว แต่ในระบบของสังคม ประชาธิปไตยมันก็ต้องฟังหลาย ๆ ส่วนที่เข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ว่าสิ่งซึ่งท่านอยากจะทํา กฎหมายระเบียบ แนวทางปฏิบัติของท่านให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของท่านก็จริง แต่ในสภาแห่งนี้มีหลากหลายอาชีพเข้ามานั่ง ถ้าจะมองเห็นในส่วนทางปฏิบัติว่าถ้าท่าน เขียนกฎหมายอย่างนี้ แนวทางปฏิบัติอย่างนี้มันจะเปึนอุปสรรคและมันจะเปึนอุปสรรค ต่อการพัฒนาในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมหรือการแสวงหาพยานหลักฐานหรือ แสวงหาความยุติธรรมด้วยซ้ําไป อันนี้มันเกิดขึ้นแล้วในสภาครับท่านประธาน แล้วขณะนี้ กฎหมายยังไม่เดินหน้าเลยยังถอยออกไปนั่งอยู่นอกสภา ยังอยู่นอกห้องประชุมแห่งนี้ ด้วยซ้ําไป เช่นกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ท่านเห็นไหมของ สตง. เกิดขึ้นแล้ว อันนี้เกิดจากอะไร เกิดจากการที่ไม่ค่อยฟังในสภาแห่งนี้แล้วก็จะดื้อเอาอย่างเดียว ฉะนั้น ผมเปึนห่วงว่าหลังจากกฎหมายฉบับนี้ผ่านไปแล้วท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเอง ท่านก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ไม่ได้เข้าไปนั่งในอัยการกับเขาด้วยก็มี ท่านอัยการ มีท่านอัยการสูงสุดแล้วท่านเองก็ต้องเกษียณไป ท่านอื่นมา อย่างน้อย เราก็ยืนอยู่นี้เราก็บอกว่าข้อสังเกตนี้มันเกิดขึ้นแล้วในสภา ผมไม่รู้ว่าท่านอัยการสักกี่ท่าน ที่นั่งอยู่นี้จะนําไปปฏิบัติหรือเปล่า บางท่านเมื่อวานนี้เรื่อง ปปง. ท่านก็นั่งอยู่ในนี้ด้วย ท่านอาจจะมุ่งเน้นไปงาน ปปง. ของท่าน อันนี้เรื่องสําคัญท่านประธาน ผมเห็นใจว่า อยากให้ท่านทํางานสะดวก มันเกิดขึ้นแล้วครับท่าน สตง. ก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี แทนที่กฎหมายมันจะเดินได้เร็วขึ้น วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังคงค้างในสภาแห่งนี้เห็นไหมครับ ท่านจะคิดแต่สะดวกรวดเร็วของท่านมันไม่ได้ ท่านต้องฟังเขา เหตุผลที่ผมยกเรื่องนี้ ขึ้นมาก็เพราะว่าตอนที่ท่านเสนอเข้าสู่สภานี้มันไม่ได้ผ่านรัฐบาล วิปรัฐบาลก็ไปประชุมกัน ไม่เอาด้วยอย่างนั้นอย่างนี้ ฝ์ายค้านก็ไม่รับรู้ด้วย เสร็จแล้วเข้ามามันก็ถกกันไม่จบ ไม่จบพอเข้าสภาเสร็จมันก็ไปไม่ได้ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลหรือสภาแห่งนี้เขาไม่เห็นด้วย มันก็ถอยออกไป กฎหมายไม่เดินหน้า ถามว่ามันสะดวกรวดเร็วไหมครับ มันไม่สะดวก และไม่รวดเร็วด้วยในขณะนี้ ฝากทางท่านอัยการสูงสุด คณะอัยการทั้งหลายที่นั่งอยู่ในนี้ ท่านลองคิดเอาประสบการณ์ที่มันเกิดขึ้น ท่านอย่าไปเอาประสบการณ์จากการทํางาน ของท่าน อันนั้นมันด้านเดียว อันนี้มันเกิดขึ้นแล้วในสภาแห่งนี้ ผมเปึนห่วงมากเลย ที่ท่านบอกว่า มาตรา ๖ มันจะสะดวกรวดเร็ว การบริหารการจัดการอาจจะใช่ แต่การบริหาร การจัดการของท่านมันจะต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายให้อํานาจนะครับ และท่าน อย่าคิดนะครับว่าเราเสนอวันนี้ผ่านแล้วมันจะไม่แก้ไข มันต้องมีการปรับปรุงแก้ไขไปเรื่อย ๆ ท่านลองคิดให้มันรอบคอบ อันนี้ผมเปึนห่วงผมก็มานั่งคิด ผมก็สงสัยว่าของ สตง. มันมี อุปสรรคปัญหาอะไรจึงผ่านสภายาก แล้วศาลรัฐธรรมนูญยังอยู่นะครับ ถอยออกไปแล้ว ไม่จบ ผมเปึนห่วงว่าต่อไปอัยการจะเกิดขึ้นอย่างนี้อีก ยิ่งไปมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มันจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ขึ้นมา ในเรื่องบริสุทธิ์ ในเรื่องเที่ยงธรรมของท่าน ผมฝากไว้อันนี้เรื่องใหญ่นะครับ ถ้าเราไม่เริ่มต้นคิดตั้งแต่วันนี้แล้วต้องยอมรับและท่านเอง ท่านก็ต้องเกษียณไป แล้วคนใหม่มาจะคิดแบบพวกเราหรือเปล่าไม่รู้และอนาคต ภายภาคหน้าจะเปึนอย่างนี้หรือเปล่า อันนี้ผมฝากไว้ท่านประธาน เรื่องใหญ่เลยครับ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่าง สตง. กับศาลรัฐธรรมนูญในสภาแห่งนี้ ซึ่งกฎหมาย คงค้างอยู่ ยังไม่เดินหน้าท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
ก็เปึน ข้อสังเกต ข้อฝาก ซึ่งอัยการไม่ใช่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเสนอกฎหมายเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องผ่าน ครม. หรือ ส.ส. ช่วยเสนอ ไม่ติดใจเชิญผ่านนะครับ หมวด ๑ ต่อ เชิญท่านเลขาธิการ
หมวด ๑ องค์กรอัยการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ มีการแก้ไข
มีใครติดใจไหมครับ มาตรา ๗
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญครับ
มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ พนักงานอัยการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และ มาตรา ๑๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ มีการแก้ไข
ติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เชิญต่อครับ
มาตรา ๑๕
เดี๋ยว ๆ ท่านประยุทธ์ มาตรา ๑๔ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ในมาตรา ๑๔ ถ้าผมดูผิวเผิน (๑๑) (๑๒) มีการแก้ไขเพิ่มเติมเข้ามา คําว่า อํานาจและหน้าที่ เติมคําว่า และ เข้ามา แล้วก็มีกฎหมายที่เปึนกฎหมายพวงที่อยู่หลายมาตรา กระผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า คําว่าอํานาจหน้าที่นั้นเปึนภาษาที่ใช้ทั่วไปในกฎหมายอื่นแม้แต่ รัฐธรรมนูญก็ตาม ในร่างที่ท่านร่างมาก็บอกอํานาจหน้าที่ แต่ท่านกรรมาธิการเขียนไป ขยันนะครับ เติมคําว่า และ เข้าไป อํานาจและหน้าที่ คําว่าอํานาจหน้าที่ในสามัญสํานึก ของภาษาที่ใช้ในทั่วไปเปึนภาษาพูดก็ตาม ก็เปึนที่เข้าใจ ภาษากฎหมายที่มีใช้ในกฎหมายอื่นก็ตาม เขาใช้คําว่าอํานาจหน้าที่ทั้งนั้น แต่ทําไมละครับ จากตัวร่างที่ร่างมาว่า อํานาจหน้าที่ ท่านก็เติมคําให้มันวิจิตรหรือว่ามันจะเปึนอิสระมากขึ้น เติมคําว่า และ เข้าไป มันจําเปึน กันแค่ไหน มันแตกต่างกันอย่างไร กระผมขอเรียนถามคณะกรรมาธิการ
เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
กระผม จุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองประธานคณะกรรมาธิการ จริง ๆ ถ้าดูผิวเผิน อํานาจหน้าที่ กับ อํานาจและหน้าที่ ดูมันจะไม่ต่างกัน แต่ว่าผมลอกจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ ที่เขียนว่า พนักงานอัยการ มีอํานาจหน้าที่ แต่ต่อด้วยว่า ตามกฎหมายว่าด้วยอํานาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ และกฎหมายอื่น เพราะฉะนั้นก็กอปรกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ ที่ว่ากฎหมายว่าด้วย อํานาจและหน้าที่ เพราะฉะนั้นกฎหมายองค์กรอัยการก็คือกฎหมายว่าด้วยอํานาจ และหน้าที่ ก็เลยจะต้องใส่ไว้นะครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านประยุทธ์ไม่ติดใจนะครับ ก็ล้อตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เชิญต่อครับ
มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านบอกว่า ล้อมาจากมาตรา ๒๕๕ กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่กระผมดูกฎหมายอื่น เท่าที่เราเคยบัญญัติศัพท์ในทั่วไปแล้วเปึนอํานาจหน้าที่ สิ่งที่ผมเห็นมาสิ่งที่ผมรู้มา และที่ผมยังไม่รู้ผมถึงถามไปว่า คําว่า อํานาจหน้าที่ กับ อํานาจและหน้าที่ มันแตกต่างกัน อย่างไร นั่นคือคําถามของตัวผม ผมอยากจะรู้ว่าความหมายระหว่างมี และ กับไม่มี และ มันแตกต่างกันอย่างไร
เชิญท่านกรรมาธิการ
จุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองประธาน คณะกรรมาธิการ จริง ๆ แล้วโดยถ้อยคําไม่แตกต่างกันนะครับ อํานาจและหน้าที่ก็ต้องมี ทั้งอํานาจและมีทั้งหน้าที่ แต่ที่เขียนไว้ในกฎหมายก็คือให้ล้อรัฐธรรมนูญเท่านั้น คือ เปึนเรื่องความสละสลวยของการเขียนกฎหมาย คําว่า อํานาจหน้าที่ เปึนคํารวม ๆ ว่า พนักงานอัยการมีอํานาจหน้าที่ แต่ถ้าพูดถึงกฎหมายแล้วนะครับ คือตามกฎหมายว่าด้วย อํานาจและหน้าที่ ก็เลยใส่อํานาจและหน้าที่เข้าไปนะครับ แต่โดยภาพรวมแล้วก็มี ทั้งอํานาจและหน้าที่ ทั้ง ๒ คํานะครับ กราบขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวท่านประยุทธ์ก่อน แล้วท่านประเกียรติต่อ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ก็ได้รับคําตอบจาก ท่านกรรมาธิการซึ่งเปึนอัยการสูงสุดว่าความหมายไม่น่าจะแตกต่างกัน อาจจะเกิดขึ้น อยู่ในวรรคหนึ่งของมาตรา ๒๕๕ ซึ่งกระผมไม่เข้าใจนะครับว่าตรงนั้นมีความหมาย อย่างไร ที่จะบัญญัติอํานาจและหน้าที่อย่างไร แต่กระผมมีความเห็นอย่างเคร่งครัดว่า การเติมเข้ามานั้น มันอาจจะขี้ริ้วขี้เหร่มากกว่าการที่ไม่เติม นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ไม่ว่า และ ไปเติมที่ไหน มันจะเกิดการตีความ จะเปึนปัญหา ข้อกฎหมาย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมจึงอยากกราบเรียนถามท่านประธานไปยัง ท่านกรรมาธิการว่า ผมอ่านนี่อาจจะไม่ลึกซึ้งพอเพียงเหมือนคณะกรรมาธิการได้ทํากัน แต่หมายความว่า โดยสามัญสํานึกและตรรกในการที่จะออกกฎหมาย ในการที่จะเขียน กฎหมายนั้นก็มีข้อจํากัดเหมือนกันว่า การเติมคําว่า และ เข้าไปนั้น มันจะทําให้เกิดข้อความ ที่สมบูรณ์มากขึ้นหรือไม่ ถ้าเปึนการสมบูรณ์มากขึ้นกระผมไม่ได้ขัดข้องเลย แต่เท่าที่ฟัง มันไม่ใช่นี่ครับ ผมเกรงว่าจะเกิดปัญหาในอนาคต เติมคําว่า และ เข้าไปนั้นปัญหามันจะเกิด ไม่ใช่ว่าตรงวงเล็บที่ผ่านมาในมาตรานี้เท่านั้น ในกฎหมายฉบับต่อไป ๆ ที่จะนําเสนอ ผมคิดว่าการเติมเข้าไปแล้วแทนที่มันจะสละสลวยเกิดความชัดเจนไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งในทาง ข้อกฎหมาย มันไม่ใช่ท่านครับ มันจะเกิดการโต้แย้งในทางกฎหมาย ซึ่งผมเปึนห่วงเท่านั้น ส่วนตัวไม่มีอะไรที่ไม่เข้าใจ แต่ผมเกรงว่าจะเปึนปัญหา ผมจึงกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังคณะกรรมาธิการได้ไหมว่า เอาละฉบับนี้ก็ตาม ตัดคําว่า และ ออก ฉบับต่อไปผมก็ไม่ติดใจที่จะอภิปรายตรงนั้น คือตัดคําว่า และ ออกเช่นกัน แต่ถ้าหากมันมีความหมายที่มันจําเปึนที่จะต้องแตกต่างกัน ผมก็ไม่ว่าเช่นกัน
เชิญ ท่านประเกียรติก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่จริงผมเองก็เข้าใจว่า ผมเปึนกรรมาธิการด้วยในคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมอยากจะขอชี้แจงในลักษณะที่ เปึนความเห็นส่วนตัว มาตรา ๒๕๕ ของรัฐธรรมนูญที่มีบัญญัติว่าอํานาจหน้าที่ ก็คือ อํานาจหรือหน้าที่ ไม่ใช่ อํานาจและหน้าที่ เมื่อไรถ้าเขียน อํานาจและหน้าที่ แสดงว่า ทั้ง ๒ อันต้องคู่กันไป แต่ที่เขียน อํานาจหน้าที่ กฎหมายประสงค์จะให้แยกกัน ไม่ให้รวมกัน อํานาจก็คืออํานาจ หน้าที่ก็คือหน้าที่ พอไปถึงตอนแถวที่ ๒ ต่อแถวที่ ๓ ที่มีคําว่า และ มาเชื่อม พูดถึงกฎหมาย กฎหมายที่ให้อํานาจ และกฎหมายที่ให้หน้าที่ เพราะฉะนั้น ถ้ามาดูตามร่างพระราชบัญญัติที่เขียนในมาตรา ๑๔ เข้าใจ ที่ผมเป่ดดูคร่าว ๆ จะมีในข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ใช่ไหมครับ เปึนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด เปึนอํานาจ และหน้าที่ของพนักงานอัยการ ทีนี้ถ้าหากเปึนเรื่องว่าด้วยตัวกฎหมายหรือข้อบังคับ หรือข้อปฏิบัติ จะเขียนเรื่องอํานาจเปึนอีกเรื่องหนึ่ง เปึนข้อปฏิบัติเปึนระเบียบอีกอันหนึ่ง แล้วก็เขียนเรื่องข้อปฏิบัตินี้เปึนอีกเรื่องหนึ่ง อันนี้จะทําให้เข้าใจได้ว่าอํานาจและหน้าที่ มันเปึนเรื่องของการปฏิบัติ เปึนเรื่องกฎ เปึนเรื่องกฎหมายที่แยกกัน แต่ถ้าหากว่า เปึนอํานาจหน้าที่เฉย ๆ มันก็สามารถที่จะแปลความได้ว่าอํานาจก็คือการใช้อํานาจ หน้าที่ ก็คือการปฏิบัติ มันคนละเรื่องกัน ผมอยากจะกราบเรียนเปึนอย่างนั้น ไม่ทราบจะเข้าใจ หรือเปล่า แต่ว่าผมพยายามที่จะทําให้เข้าใจที่สุดครับว่าถ้ามี และ ผมดูตามรัฐธรรมนูญ จะชัดเจน ถ้าเปึน และ จะพูดถึงตัวกฎหมาย ตัวกฎหมายที่ให้อํานาจและกฎหมาย ที่ให้ปฏิบัติ ถ้าพูดถึงอํานาจหน้าที่เขาจะไม่มีคําว่า และ มาเชื่อม เพราะฉะนั้นจะมองเห็น ได้ชัดว่ามันมีความแตกต่างกันอยู่ครับ
เชิญ ท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ ผมคิดว่ามาตรา ๑๔ นี้ที่กรรมาธิการต้องเติมคําว่า และ เข้าไป ท่านสมาชิกจะเห็นได้ว่าในมาตรา ๑๔ ท่านจะสังเกตเห็นนะครับว่า พนักงาน อัยการมีอํานาจและหน้าที่ ซึ่งในมาตรา ๑๔ เองมีคําว่าและหน้าที่มาตลอด (๑) อํานาจ และหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ (๒) อํานาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา (๓) ก็ไล่มามี และ เชื่อมอยู่ตลอด ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการเขียน กฎหมายในชั้นกรรมาธิการ เรามาพิจารณาว่าใน (๑๐) กับ (๑๑) นี้ ทําไมเราไม่เติม คําว่า และ เข้าไป เพราะว่าในวงเล็บอื่นมันมีคําว่า และ อยู่ เพราะฉะนั้นนั่นคือเหตุผลหนึ่ง ที่กรรมาธิการคิดว่า เมื่อเราประสงค์ที่จะให้รูปแบบของกฎหมายที่เขียนมาตลอดนั้นเปึนรูปแบบเดียวกัน เพราะไม่เช่นนั้นเราต้องตอบคําถามอีกว่าในมาตรา ๑๔ ทําไมมีคําว่า และ (๑) มีคําว่า และ (๒) มีคําว่า และ ไล่มา (๓) แล้วก็วงเล็บอื่น ๆ จนกระทั่ง (๑๐) ท่านจะเห็นได้ว่า อํานาจและหน้าที่อื่นตามที่ กอ. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบ นี่คือรูปแบบของการเขียน กฎหมาย เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เติมคําว่า และ ลงไปใน (๑๑) (๑๒) จะถามอีกว่าทําไม วงเล็บนี้จึงไม่เขียนคําว่า และ ลงไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่านี่คือเหตุผลหนึ่งที่ในชั้นกรรมาธิการ เราบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราจะต้องเติมคําว่า และ เข้าไปใน ๒ วงเล็บนี้ด้วย จึงกราบเรียน เพื่อนสมาชิกครับท่านประธาน
ท่านประยุทธ์ยังติดใจอะไรไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ผมต้องกราบเรียนว่าตรรก ในการเขียนกฎหมายนั้นก็เปึนที่เข้าใจกันว่าเราจะเขียนกฎหมายให้เกิดความสมบูรณ์ แม้ว่าอยู่ในมาตราเดียวกันนั้นจะต้องเติมถ้อยคําที่ให้มันคล้ายคลึงกัน แต่ท่านประธาน ต้องคํานึงถึงว่าทําไมผมไม่ไปทักท้วงในประเด็นที่ในมาตรา ๑๔ ในวรรคแรก กระผม ก็ไม่ได้ท้วงติง ในวงเล็บอื่นผมก็ไม่ได้ท้วงติง ตรรกของการเขียนนั้นผมเข้าใจว่าคนเขียน คนยกร่างมาเขาก็มีตรรกเหมือนกันว่าตรงวงเล็บแต่ละวงเล็บนั้นจะมีอํานาจและหน้าที่ พ่วงเข้าไปแค่ไหน เพียงใด จะเอากันแค่ไหน เพียงใด ผมเข้าใจว่าตรรกในการเขียนนั้น ต้องมีอยู่ในต้นร่างคนยกร่างกันจริง ๆ ไม่ใช่ความบกพร่องผิดพลาดที่เขาเจตนาไม่ใส่ หรือบกพร่องที่ตกหล่นไป ไม่ใช่ครับ ตรรกในการเขียนมันมีอยู่ว่าแต่ละวงเล็บ จะเปึนอย่างไร แม้จะต้นมาตราผมยังไม่ทักท้วง ผมยกตัวอย่าง เช่นอย่างว่าถ้ามาเติม เข้าใน (๑๑) และ (๑๒) เท่านั้น ซึ่งมันมีในกฎหมายถัดไปในกฎหมายเรื่องอื่นที่ผมทักท้วง ก็ไม่มีอะไรหรอกครับว่าอยู่ในหัวใจในความเปึนที่คนเรียนกฎหมายมาก็พอเขาอ่านเข้าใจ แต่ผมเกรงว่านําไปสู่การปฏิบัติจะเกิดปัญหาในอนาคตเมื่อเติม และ เข้าไป ท่านต้อง ตอบคําถามผมสิครับว่า (๑๑) (๑๒) เติมคําว่าและกับไม่เติม มันจะมีความแตกต่างกัน อย่างไร ผมว่าตรรกะอยู่ในเรื่องนี้มันซ่อน ๆ อยู่พอสมควรครับท่านประธาน
ท่านกรรมาธิการมีอะไรจะตอบชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ผม ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ กรรมาธิการ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องของ คําว่า อํานาจและหน้าที่ ที่จะต้องมีเขียนแยกไว้จากกัน แล้วก็ต้องมาระบุในที่นี้เพื่อให้เห็นว่า ทั้ง ๒ นั้นจะต้องไปด้วยกัน ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า ในเรื่องของอํานาจนั้นถ้าจะอธิบายคือ มีหลายอาจารย์ที่เขียนในลักษณะที่ใกล้เคียงกันก็คือว่าเปึนลักษณะเปึนความสามารถ ในการที่จะสั่งการ อันนั้นคือเปึนอํานาจ ส่วนหน้าที่นั้นเปึนเรื่องของพันธะที่จะต้องปฏิบัติ ฉะนั้นถ้าให้ทางพนักงานอัยการหรือท่านใดท่านหนึ่งที่มีอํานาจแต่เพียงอย่างเดียว แล้วไม่มีหน้าที่นั้นก็เท่ากับว่าเปึนสิ่งที่จะทําให้ดําเนินการเพียงด้านเดียว ฉะนั้นถ้ามี ทั้งหน้าที่ด้วย การไม่ปฏิบัติตามก็ถือว่าเปึนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้นเมื่อต้องการ ที่จะให้เห็นชัดจึงได้เขียนคําว่า อํานาจและหน้าที่ แต่ถ้าถามว่าใช้คําว่า อํานาจหน้าที่ ก็ลักษณะเดียวกัน เพราะว่าก็มีคําทั้ง ๒ อยู่ด้วยกันก็ไม่ผิดเพี้ยนแต่ประการใดก็อยู่ที่ ที่ประชุม แต่เนื่องจากว่าทางพนักงานอัยการนั้นได้ดําเนินการในลักษณะใช้อํานาจ และหน้าที่มาโดยตลอดตามกฎหมายดั้งเดิมตั้งแต่ พ.ร.บ. พนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘ แล้วก็ใช้คําว่า อํานาจและหน้าที่ ฉะนั้นในปัจจุบันเพื่อให้มีความสอดคล้องกับกฎหมายที่ ใช้มาในอดีตจึงได้มีการปรับให้ตรงกับกฎหมายในอดีตและตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๒๕๕ ในวรรคแรกด้วย ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกทุกท่าน ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ ท่านบุญยอด เดี๋ยวให้ท่านบุญยอดก่อน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตถามเพื่อให้เกิดความสบายใจนะครับ ท่านแบ่งคําว่า อํานาจและหน้าที่ ออกจากกัน คําถามก็คือว่า ในหมวดนี้บอกว่า การกําหนดอํานาจ และหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสํานักงานอัยการสูงสุดเปึนประกาศ กอ. ถูกไหมครับ คําถามจึงว่า ท่านประธานครับ ทางหน่วยงานของท่านเองจะประกาศอํานาจด้วยตัวเอง ถ้าท่านจะเขียนอํานาจเพิ่มเติมขึ้นมาท่านมีสิทธิที่จะเขียนอย่างนั้นไหม ท่านจะทําได้หรือไม่ และถ้าหากว่ามันไม่มีขอบเขตอะไรจะเปึนคํารับรองละครับว่า ท่านจะประกาศอํานาจ ด้วยตัวท่านเองนั้นจะเปึนเรื่องที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ
เชิญ ท่านประยุทธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน และท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ วรรคแรก บรรทัดแรก จริง ๆ มีอํานาจหน้าที่เท่านั้นไม่ใช่มีอํานาจและหน้าที่ แต่บรรทัดถัดมาบรรทัดที่ ๒ เขาเขียนว่า อํานาจหน้าที่ มันระบุว่าจะต้องไปออกกฎหมายว่าด้วยอํานาจและหน้าที่ ซึ่งผมก็เข้าใจ ผมไม่โต้แย้งในเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ท่านจะไปล้อเอาเสียทั้งหมดท่านทําไม ไม่ล้อบรรทัดแรก นี่ประการที่หนึ่ง
ประการที่สอง ท่านประธานผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นถึงข้อแตกต่าง ในมาตรา ๑๔ พนักงานอัยการมีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ผมก็ไม่ได้ติดใจ (๑) อํานาจ และหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้ติดใจ (๒) (๓) (๔) (๕) เขาจั่วหัวเริ่มต้นด้วยว่า ในคดีอาญา ในคดีแพ่ง ในคดีอะไรต่าง ๆ ผมก็ไม่ติดใจ ท่านจะเขียนอะไรผมก็ไม่ติดใจ ใน (๖) (๗) (๘) (๙) ท่านก็ไม่ได้หมายความว่าอํานาจหน้าที่หรอก เพราะว่ามันมาล้อจาก วรรคหนึ่งอยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้ติดใจ (๑๐) ท่านอยากจะขยายความตรงนี้ อํานาจและหน้าที่ อื่นตามที่ กอ. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เปึนไปตามกฎหมาย หรือมติ คณะรัฐมนตรี กระผมก็ไม่ติดใจ ผมเข้าใจในเรื่องของการบริหารและการบังคับใช้แต่ ท่านประธานต้องละเอียดรอบคอบสิครับว่าถ้าเหมือนกันเขียนไปทําไมให้มันรุงรังทําให้ เกิดปัญหา กระผมติดใจใน (๑๑) และ (๑๒) เริ่มต้นด้วยถ้อยคําว่า ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ กฎหมายกําหนดให้เปึนอํานาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ ถ้ากฎหมายอื่นบัญญัติ ให้เปึนอํานาจหน้าที่จะได้หรือไม่ สมมุติว่ามันมี ถ้าบัญญัติให้มันรุงรังพันเตอะไรละครับ บังคับใช้แล้วมันจะก่อให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้ เกิดการโต้แย้งในทางข้อกฎหมาย อย่าง (๑๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กําหนดให้เปึนอํานาจและหน้าที่ของสํานักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด ท่านประธานครับ ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กําหนด ให้เปึนอํานาจหน้าที่ของสํานักงานอัยการสูงสุดตามที่ได้รับมอบหมาย ท่านอ่านดูสิครับ (๑๒) นี่น่าอายเลยนะครับถ้าเขียนไว้อย่างนี้น่าอายเลยผมบอกให้ ตรรกะในการเขียน เท่านั้น กระผมไม่ได้ติดใจในเรื่องของสาระของความหมาย แต่ผมเกรงว่าจะเกิดปัญหา ถ้าตัดไปเสียมันก็ไม่ทําให้ขี้ริ้วขี้เหร่หรือไม่ทําให้สภาพการบังคับใช้กฎหมายมันเสียไป แต่ทางตรงกันข้ามครับท่านประธาน ถ้าตัดไปเสียปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ปัญหา ข้อกฎหมายที่จะโต้แย้งในทางข้อกฎหมายมันจะไม่มี ผมหมายถึงอย่างนั้นครับท่านประธาน
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียน ชี้แจงเพื่อนสมาชิกเปึน ๒ ประเด็น
ประเด็น ๑ การเขียนกฎหมายฉบับนี้อย่างที่ท่านว่าก็คือเราพยายามล้อ ทั้งหมดให้เปึนไปในทิศทางเดียวกัน
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่า (๑๑) และ (๑๒) การปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมาย กําหนดให้เปึนอํานาจ ถ้าใช้คําว่าอํานาจหน้าที่เฉย ๆ ก็จะทําให้เกิดความรู้สึกว่าอัยการ มีลักษณะของการใช้อํานาจได้อย่างเดียว แต่ในองค์กรของอัยการจริง ๆ แล้วกฎหมาย กําหนดหลายเรื่องให้เปึนหน้าที่ เพราะฉะนั้นการใช้คําว่า และ เพื่อมาเน้นคําให้เห็นว่า องค์กรอัยการนอกจากมีอํานาจต้องมีหน้าที่ คือและต้องมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามด้วย ส่วนข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกว่าถ้าการจะใช้อํานาจนั้นจะมีใครควบคุมครับ กฎหมาย จะเปึนตัวควบคุมเองว่าองค์กรอัยการจะใช้อํานาจได้ขนาดไหน ไม่สามารถใช้อํานาจได้ ตามอําเภอใจเกินหลักกฎหมายที่ให้ไว้ ขออนุญาตเรียนชี้แจงครับ
เชิญ ท่านประเกียรติ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประยุทธ์ที่ได้ท้วงติงเรื่องตัวต่อคําว่า และ กับ อํานาจหน้าที่ ผมเห็นว่ามันมีความสําคัญ พอสมควร สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตจะเปึนผลกระทบต่อตัวอัยการผู้ปฏิบัติและผู้ใช้อํานาจ ถ้าหากว่าท่านไม่คํานึงถึงรายละเอียดในกฎหมายให้ดี มันจะทําให้อํานาจหน้าที่ต้องคู่กัน ท่านเป่ดไปดูมาตราที่ยังไม่ถึงเช่นมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๖ จะมีความชัดเจนอยู่ในตัวเลย ที่ยังไม่แก้ แล้วแถวที่ ๒ บรรทัดที่ ๒ เขียนว่า ในการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่เฉพาะในคดี ที่ตั้งต้นที่พนักงานอัยการหรืออะไร พอมาแก้ไขก็เติมคําว่า และ เข้าไป ความจริงแล้ว ถ้าอ่านต่อไปในมาตรานี้จะเปึนบทที่จะทําให้เห็นว่าการเติมและเข้ามา บางแห่งก็มี ประโยชน์ บางแห่งก็ไม่มีประโยชน์ บางแห่งจะกลายเปึนโทษด้วยซ้ําไป ผมได้อภิปราย เกี่ยวกับมาตรา ๒๕๕ ของรัฐธรรมนูญไว้เปึนเบื้องต้นแล้วว่าอํานาจหน้าที่แยกกัน แต่เมื่อไร ก็ตามที่พูดถึงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย อาจจะเขียนคําว่า และ ก็ได้ เช่น อํานาจ และหน้าที่ตามกฎหมายบัญญัติ ไปพูดถึงเรื่องกฎหมายไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ คือมาตรา ๑๖ อํานาจในการรวบรวม อํานาจในการที่จะแสวงหาข้อเท็จจริง และส่วนที่ มีหน้าที่เขาเรียกว่าหน้าที่ในการรวบรวม จะชัดเจน เพราะฉะนั้นข้อท้วงติงอันนี้น่าจะมี เหตุผลและน่าจะมีความสําคัญต่อการวินิจฉัย ถ้าหากว่ามีในอนาคตต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของพนักงานอัยการ ผมเห็นว่าควรพิจารณาให้จงหนักว่าควรจะตัดออกหรือจะคงไว้ อย่างที่แก้ไข ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ กรรมาธิการ กระผมขออนุญาตเรียนชี้แจงเพิ่มเติมในส่วนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องอํานาจและหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง คือในเรื่องของอํานาจและหน้าที่ เหตุที่ต้องให้มีการเขียนแยกแล้วก็ไม่เขียนรวมปน ๆ กันไปก็ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าหาก เขียนปน ๆ กันไปจะไม่เห็นชัดเจนว่าเปึนเรื่องที่ทั้งสองนั้นจะต้องแยกออกจากกัน เนื่องจากว่ากฎหมายเดิมที่ใช้มาอย่างใน พ.ร.บ. พนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘ ในมาตรา ๑๑ และในมาตรา ๑๒ ก็เขียนแยกชัดเจนออกจากกัน โดยในมาตรา ๑๑ ของ พ.ร.บ. พนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘ นั้นใช้คําว่าอํานาจและหน้าที่ คือแยกให้เห็น ชัดเลยว่ามีอํานาจด้วยและมีหน้าที่ด้วย ถ้าไม่ปฏิบัติตามหน้าที่นั้นจะมีผลเปึนประการใด ส่วนในมาตรา ๑๒ นั้นแยกชัดเจนเช่นเดียวกันว่าให้มีเฉพาะอํานาจ ก็ขออนุญาตอ่าน คร่าว ๆ ในมาตรา ๑๑ พนักงานอัยการมีอํานาจและหน้าที่ดังนี้
(๑) ในคดีอาญา มีอํานาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาและตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเปึนอํานาจและหน้าที่ของสํานักงาน อัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
ส่วนในมาตรา ๑๒ จะเขียนไว้บอกว่า อัยการสูงสุดและรองอัยการสูงสุด มีอํานาจแต่ไม่ได้ระบุว่ามีหน้าที่ มีอํานาจดําเนินคดีทุกศาลลักษณะนี้ครับ ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านสมาชิกเพิ่มเติมว่ามีตัวอย่างที่แยกออกจากกันให้ชัดเจน ถ้าจะเขียนรวม ๆ กัน ก็จะไม่เห็นชัด จึงได้เขียนแยกออกจากกันว่าทั้งอํานาจและหน้าที่นั้นมีความแตกต่างกัน ฉะนั้นถ้าหากว่าเว้นอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นจะมีผลตามมาตามที่ระบุไว้ในกฎหมายครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านชัยวัฒน์
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ คงต้องขออนุญาตครับ การร่างกฎหมาย หรือการยกร่างกฎหมาย หรือการบัญญัติกฎหมาย ก็ต้องถือว่าเปึนเรื่องที่มีมาช้านาน คงไม่ใช่เฉพาะประเทศเรา ทุกประเทศก็ทํากัน แต่ที่เรากําลังพูดกันอยู่นี้ก็คือในเรื่องของ อํานาจหน้าที่เปึนตัวบัญญัติว่าคําที่เราจะใช้คําว่ารวมกัน หรือไม่รวมกัน หรือแยกกัน โดยภาษาไทยเราก็จะมีคําว่า และ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างนั้นเปึนต้น แต่ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าอํานาจและหน้าที่มันเปึนของรวมกัน และบางครั้งมันก็เปึนของ แยกกัน แต่โดยนัยสําคัญเมื่อคนเราเช่นยกตัวอย่างมีสิทธิก็ต้องมีหน้าที่ ในขณะเดียวกัน มีอํานาจก็เช่นเดียวกันก็ต้องมีในเรื่องของส่วนอื่นที่จะต้องเปึนองค์ประกอบนั่นก็คือหน้าที่ ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าอาจจะยกในเรื่องของพระราชบัญญัติอื่น ๆ ขึ้นมาเกี่ยวข้อง บอกว่าเช่น พระราชบัญญัติอัยการฉบับเก่า ๆ ขึ้นมาอ้างบอกว่า มีคําว่า และ หรือไม่มี ก็ตามแต่ ตรงนั้นก็ต้องบอกว่าเปึนวิวัฒนาการของการเขียน แน่นอนที่สุดโลกเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไป เราจะเอาไว้แบบเดิมหรือไม่ หรือเราจะพัฒนาการ เราจะอนุรักษ์ไว้ไหม ถ้าเราอนุรักษ์ไว้ก็ต้องอนุรักษ์เอาไว้ แล้วเราต้องถือเปึนแบบอย่างของสังคมเปึนแบบอย่าง ของประเทศเรา นั่นหมายถึงว่าเอากฎหมายทุกฉบับ หรือเรื่องทุกเรื่องเราจะต้องเขียนไป ในลักษณะแบบนั้น นั่นคือการอนุรักษ์ เราจะไม่พัฒนาการ ถือว่าคําพูดนั้น หรือว่า ศัพท์นั้นถือว่าเปึนแม่บท เปึนบรรทัดฐานที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็คือไม่ตายแล้ว คือเกิด อยู่ตลอดเวลา แล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลง ศัพท์ใดก็ตามแต่ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือไม่มี การพัฒนาการนั้น แสดงว่ามันตายไป มันมีการเคลื่อนไหวพัฒนาการของมันไป เพื่อให้เกิด ความสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ เราจะใช้คําว่า และ หรือไม่ ก็เปึนเรื่องที่สังคมเราหรือฝ์ายนิติบัญญัติของเรา ซึ่งเปึนผู้ตรากฎหมาย จะเปึนผู้ที่ดําเนินการ ในบางเรื่องเราได้พูดกันไว้ แล้วผมเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะ ยกร่างหรือแก้ไขในชั้นกรรมาธิการหรืออะไรก็ตามแต่ ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า เราก็พูดกันอยู่เปึนประจําในเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนว่า ตรงนี้เราก็ต้องถือว่า เราจะเอากันอย่างไร ถ้าเราจะเอาเปึนลักษณะของเปึนแม่บทบรรทัดฐานเราก็เอาอย่างใด อย่างหนึ่งให้เปึนที่สิ้นสุดไป ขออนุญาตกราบเรียนครับ ขอบคุณครับ
ท่านประยุทธ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมต้องการให้ความร่วมมือ กับท่านนะครับ การชี้แจงมันเปึนคําชี้แจงที่พอเข้าใจได้ระดับหนึ่ง แต่ผมต้องกราบเรียน ให้ปรากฏในสภาแห่งนี้ว่า ตรรกในการเขียนนั้นมันก็ต้องมีฐานที่ไปที่มาของการบัญญัติศัพท์ ในเรื่องของการใช้ ผมเกรงว่าจะเกิดปัญหาต่อไปว่าถ้ากฎหมายบัญญัติไว้ให้เปึนเพียง อํานาจของท่าน ท่านจะไปติดต่อประสานงานอย่างในมาตรา ๒๓ ก็เช่นกันว่า อย่างใน (๗) ผมขอประทานโทษว่าอยู่ในอํานาจและหน้าที่ในการติดต่อประสานงานกับองค์กรหรือ หน่วยงานต่างประเทศ เกี่ยวกับเรื่องอยู่ในอํานาจและหน้าที่ อย่างนี้เปึนต้น ถ้าเขียนว่า อํานาจหน้าที่ อย่างเดียวนั้น อยู่ในอํานาจก็ประสานงานได้ อยู่ในหน้าที่ก็ประสานงานได้ ความหมายของผมอย่างนั้น คือมันยืดหยุ่น และมันสามารถปฏิบัติได้ แต่ถ้าหากท่านกรรมาธิการชี้แจงยืนยันอย่างนั้น ผมไม่ทําให้เสียเวลาหรอกครับ ก็ผ่านไป แต่ผมติงไว้ว่าจะเกิดปัญหาในอนาคตเท่านั้น
ก็ถือว่าได้ตั้งข้อสังเกตนะครับ ได้พูดถึงเจตนารมณ์ของคําที่เติมคําว่า และ เข้าไว้แล้วครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข
ไม่ติดใจแล้วนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เชิญต่อ
มาตรา ๑๗ มีการแก้ไข
ติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ มีการแก้ไข
ติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่ติดใจ เชิญต่อครับ
มาตรา ๒๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๒ มีการแก้ไข
เชิญท่านประยุทธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ตรงมาตรานี้ผมต้องบอกท่าน ประธานก่อนล่วงหน้าว่า กระผมต้องติดใจแม้กระทั่งถึงโหวตก็ต้องโหวต เพราะว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องความเปึนความตายของบ้านเมือง จริงอยู่การบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญที่จะให้ ท่านเปึนอิสระในการที่จะสั่งคดีหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกระผม ก็เห็นด้วย ในการออกกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๒๒ ท่านมาเติมถ้อยคําว่า โดยสุจริต และเที่ยงธรรม เข้าไปนั้นก็พอมองเห็น มันแปลความได้ว่าท่านต้องการให้มีความสุจริต และเที่ยงธรรม แต่ทีนี้ท่านเติมคําว่า ไม่ต้องรับผิดชอบทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ท่านครับ บ้านนี้เมืองนี้มันเปึนอย่างนี้กันมากมาย ระหว่างระบบกฎหมายที่ใช้บังคับ ในประเทศไทย ระบบกล่าวหากับระบบไต่สวนมันสวนกันไปสวนกันมาหมดแล้ว ไม่ว่า บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ ก็เขียนว่าเปึนกฎหมายนิรโทษกรรมทําอะไร ก็ไม่ผิด ท่านมาเขียนอย่างนี้ไว้หมายความว่าท่านทําอะไรก็ไม่ผิดแปลความว่าอย่างนั้น แต่ท่านก็อาจจะโต้แย้งว่าต้องเปึนการกระทําที่สุจริตและเที่ยงธรรม ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าการสั่งคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการนั้นเปึนสิ่งที่มีความจําเปึน มีสาระสําคัญ มีน้ําหนัก เปึนหัวใจในการดําเนินคดี ไม่ว่าท่านจะอยู่ในสถานะที่เปึนทนาย ของรัฐบาลก็ตามในการแก้ต่าง หรือการผดุงความยุติธรรมให้กับคนในบ้านในเมืองก็ตาม การที่จะมาบัญญัติ ท่านเอาตัวของท่านเองเปึนที่วัดที่ตั้ง เราบริสุทธิ์ เราเที่ยงธรรม เราสุจริต ไม่มีปัญหา ท่านครับ ลูกพ่อแม่เดียวกันแท้ ๆ นิสัยใจคอไม่เหมือนกันนะครับ บางคนเปึนตํารวจ บางคนเปึนโจรเปึนอย่างนั้นก็มี ท่านจะไปรับรองได้อย่างไรละครับว่าอัยการในภายใต้ การปกครองของท่านบริสุทธิ์ทุกคน ที่จะต้องได้รับความคุ้มครองว่าถ้าทําโดยสุจริตและ เที่ยงธรรมแล้วไม่ต้องรับผิดชอบทางแพ่ง ทางอาญา ทางปกครอง และบ้านนี้เมืองนี้ มันวิจารณ์กันได้อย่างมากมายถึงแม้ว่าสมัยนี้ก็ตาม ผมไม่อยากหยิบยกในประเด็นของ ข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นในบ้านในเมืองให้เกิดความแตกร้าว ท่านประธานก็รู้ว่าผมไม่ใช่ คนหักดิบประเภทนั้น แต่ผมห่วงบ้านเมืองในฐานะคนที่อยู่ในสภาแห่งนี้มานาน อายุ ก็มากแล้ว การที่จะออกกฎหมายอย่างสุกเอาเผากิน แล้วมีกําแพงปัองกันให้คนทุจริต ในบ้านในเมืองมีเกราะกําบังอย่างนี้แล้ว มันไม่ใช่นี่ครับ ท่านประธานครับ ผมจึงอยาก กราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าเปึนไปได้หรือไม่กลับไปสู่ร่างเดิมเถอะ มันสมมาพาควรแล้ว ถ้าหากใครผิดก็เอามาลงโทษ ถ้าใครทุจริตก็ควรที่จะได้รับโทษ แต่ท่านไม่เว้นโทษกันไว้อย่างนี้แล้ว มันเปึนเหตุเว้นโทษกันไว้อย่างนี้ ความตั้งใจจะทําความผิดของคนที่จะทําทุจริตมันจะเกิดเกราะกําบังที่ให้เกิดความเสียหาย ต่อบ้านต่อเมืองต่อไป จึงอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับ
เชิญ ท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นข้อความที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมแล้วผมไม่สบายใจเพราะว่า กฎหมายนั้นทุกฉบับต้องบัญญัติไว้เพื่อกําหนดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ที่ทุกฝ์ายไม่ว่าจะฝ์ายใดจะต้องทําด้วยความเปึนธรรม ความถูกต้อง แล้วไม่ต้องมาเขียน ไว้หรอกว่าถ้าทําโดยสุจริตและเที่ยงธรรมแล้วย่อมได้รับความคุ้มครอง มันเปึนหลักทั่วไป ของกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าใครทําถูกก็ไม่มีโทษและก็ไม่ไปละเมิด แต่ที่บอกว่าย่อมไม่ต้อง รับผิดทางแพ่ง ท่านประธานครับ เรื่องทางแพ่งนั้นมันเปึนเรื่องลูกหนี้กับเจ้าหนี้ เจ้าหนี้คือ ผู้ที่ถูกละเมิดไม่ว่าจะละเมิดในทางแพ่งหรือในทางอาญา เมื่อเขาถูกทําละเมิดค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทนเกิดขึ้นกับเขาแล้ว เขาย่อมมีฐานะเปึนเจ้าหนี้ มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ ลูกหนี้คือผู้ที่ก่อการละเมิดปฏิบัติการชําระหนี้ แล้วรัฐบาลหรือรัฐจะมาออกกฎหมายว่า ลูกหนี้ไม่ต้องชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ อย่างนี้ทําได้หรือครับ ไม่ได้นะครับ เจ้าหนี้เท่านั้น ที่จะยกหนี้ให้กับลูกหนี้ได้ ถ้ารัฐหรือรัฐบาลจะมาบอกว่าไม่ผิด นั่นหมายความว่ารัฐบาล ต้องรับใช้หนี้ให้แก่ลูกหนี้ แล้วก็เจ้าหนี้ได้รับการปฏิบัติการชําระหนี้จนครบถ้วนแล้ว หนี้จึงจะยุติ หนี้จึงจะหมดไป เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปใส่หรอกครับ ถ้าทําโดยสุจริตแล้ว มันได้รับความคุ้มครองโดยหลักกฎหมายโดยทั่วไปอยู่แล้ว ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านกรรมาธิการอย่าใส่ลงไปเลยมันหลักทั่วไปของกฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายแปลว่าอะไร แปลว่าธรรมะ แปลว่าธรรมชาติ แปลว่าความเปึนธรรมอยู่แล้ว ผมเห็นอย่างนี้แล้ว รัฐบาล มายกหนี้ให้แก่ลูกหนี้ผมไม่เห็นด้วยเลยครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านนิยมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมคนหนึ่งที่เห็นด้วยเรื่องใช้คําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ของคณะกรรมาธิการ เพียงแต่ผมมีความสงสัยในประเด็นคําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม มันเปึนนามธรรมตรงนี้มันคุ้มครองค่อนข้างชัดเจนเพราะคณะกรรมาธิการระบุไปเลยว่า ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางการปกครอง มันไปคุ้มครองไว้หมด ในความเห็นของผม ความสุจริตและเที่ยงธรรมมันเปึนเรื่องที่ผู้สั่งคดีมีความเห็นต้อง สุจริตและเที่ยงธรรมจริง ๆ แต่บังเอิญคํานี้มันเปึนนามธรรม ผมไปเป่ดดูในมาตราอื่น ในกฎหมายฉบับเดียวกัน ไม่พบว่าคําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ใครเปึนคนการันตี (Guarantee) อย่างที่ผมพูดว่ามันเปึนนามธรรม ได้พูดไว้ในมาตราไหนไหมครับ ท่านกรรมาธิการว่า ใครเปึนคนการันตีว่าในเมื่อสุจริตหรือคําว่าเที่ยงธรรมตรงนี้เอาอะไรมาเปึนเครื่องวัด ในความรู้สึกของผู้ถูกกล่าวหาเขาก็บอกว่าเขาไม่ได้รับการพิจารณาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จากพนักงานอัยการ ในขณะเดียวกันในลักษณะของโจทก์คือผู้เสียหาย ถ้าเกิดสั่งการคดีที่เปึนประโยชน์ของ เขาเขาก็บอกว่าสุจริต ถ้าไม่เปึนประโยชน์เขาก็บอกว่าไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม ลักษณะแบบนี้ ผมอยากจะเรียนถามว่าเอาบรรทัดฐานไหนมาพูดมาวัดกันว่าคําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ของทางกรรมาธิการที่เขียนไว้มีลักษณะแบบนี้วัดด้วยอะไร วัดนามธรรมแบบนี้ เพราะเอา ความรู้สึกวัด ผมว่ามันดูแล้วไม่ทราบว่าจะทําอย่างไรของคนของสังคมเขาออกมาลักษณะนี้ โดยเฉพาะไปเขียนไว้ชัดเจนในตอนท้ายว่า ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทาง การปกครอง วัดไว้หมดเลย ผมจึงกราบเรียนถามทางคณะกรรมาธิการว่าคําว่า โดยสุจริต และเที่ยงธรรม ตัวนี้ใช้บรรทัดฐานอะไร เพราะไม่ได้เขียนไว้ในที่อื่นว่าให้องค์กรไหน มาการันตีให้ อันนี้ต้องเรียนถามทางคณะกรรมาธิการด้วยครับ
เชิญ ท่านบรรพต แล้วต่อด้วยท่านวัชระนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมก็มีความสงสัยเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกอื่น โดยผมเอาไปเปรียบเทียบ กับในวงการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขนะครับ มีความพยายามของแพทยสภา จะเสนอร่างกฎหมายไม่ให้ฟัองอาญากับทางผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านการแพทย์และ สาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าปฏิบัติงานในโรงพยาบาลของรัฐนะครับ แต่ก็ได้รับ การท้วงติงก่อนกฎหมายจะออกมาเปึนร่างเสียด้วยซ้ําว่าไม่สมควร เพราะมันผิด ในเรื่องของบรรทัดฐานของการออกกฎหมายว่าถ้าออกไปแล้วเหมือนกับวิชาชีพทางด้าน การแพทย์และสาธารณสุขจะมีอภิสิทธิ์เปึนอภิสิทธิ์ชนนะครับ ก็เลยเลิกรากันไปครับ ทีนี้ก็เลยมีความสงสัยในประเด็นการแก้ไขของกรรมาธิการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อความ ที่ว่า ย่อมได้รับการคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางการปกครอง ถ้ามาเปรียบเทียบกับข้าราชการสาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการให้บริการทางด้าน การแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชน จริงอยู่ครับเขาอาจจะไม่ได้เปึนเจ้าหน้าที่ที่เปึน เจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมาย แต่ว่าทําหน้าที่ให้บริการกับประชาชนอยู่ในหน่วยงานของ รัฐ สิ่งที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเดียวคือเรื่องของการฟัองแพ่งตามพระราชบัญญัติความรับผิด ทางละเมิด พ.ศ. ๒๕๓๙ คุ้มครองแค่เบื้องต้นเท่านั้น คือหมายความว่าไม่สามารถที่จะฟัอง ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลของรัฐได้ ต้องไปฟัองหน่วยงานของรัฐที่เปึนผู้รับผิดชอบที่เปึนนิติบุคคลก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดว่าฟัองแพ่งประมาทเลินเล่อแล้วเปึนการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงก็ถูกไล่เบี้ย ท้ายที่สุดก็ไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างสมบูรณ์ จึงมีความสงสัยว่าทางพนักงานอัยการ ถึงแม้จะเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐมี กอ. ดูแลอยู่นะครับ ถ้าได้รับการคุ้มครองทั้ง ๓ เรื่องเลย ทั้งทางแพ่ง ทั้งทางอาญา และทางการปกครอง ผมก็เลยไม่เข้าใจตรรกตรงนี้ว่าท่าน จะอธิบายอย่างไร ก็เข้าใจครับว่าพนักงานอัยการถ้าปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระแล้ว เปึนกลาง แล้วก็น่าจะได้รับการคุ้มครอง แต่ว่าถ้าเขียนอย่างนี้ผมก็ต้องขอคําอธิบายว่าถ้าข้าราชการอื่น ที่ปฏิบัติงานให้กับองค์กรของรัฐเหมือนกันแล้วเขาไม่ได้มีเจตนา ไม่มีความตั้งใจที่จะ ทําให้เกิดความเสียหายขึ้นมาเขาจะได้รับการคุ้มครองอย่างนี้บ้างจะได้หรือเปล่า ก็อยากจะขอใช้สิทธินี้ในการที่จะขอคําตอบจากกรรมาธิการด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านวัชระ ต่อด้วยท่านเจริญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๒ ท่านประธานคงได้ฟังเสียงเพื่อนสมาชิกหลายท่านไปแล้ว โดยเฉพาะจากพรรคฝ์ายค้าน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ได้เขียนเพิ่มเติมว่า ดุลพินิจของพนักงานอัยการโดยสุจริตและเที่ยงธรรมนั้นไม่ต้องรับผิดชอบทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ผมแม้ว่าจะเปึน ส.ส. พรรครัฐบาล ผมก็ไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธาน และกราบเรียนท่านประธานว่าความคิดเห็นในวันนี้ก็ตรงกับท่านอาจารย์ มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ โดยบังเอิญเพราะว่าไม่เคยมีความคิดเห็นที่ตรงกันมาก่อน ผมเห็นว่าการที่กรรมาธิการได้บัญญัติอย่างนี้ลงไปเปึนการตัดสิทธิพี่น้องประชาชน ๖๕ ล้านคนทั้งประเทศ ไม่ให้ฟัองอัยการได้เลย มันเปึนไปได้อย่างไรครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ในองค์กร อัยการของท่านเกือบ ๓,๐๐๐ ท่านที่เปึนอัยการนั้น มีทั้งอัยการที่ดีและไม่ดี มีทั้งอัยการ ที่เดินตามปกติและมีทั้งการวิ่งอัยการ คําว่า วิ่งอัยการ ในบรรดากระบวนการยุติธรรม ทนายความ ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ตํารวจต่างทราบดีครับว่าศัพท์คํานี้หมายความว่า อย่างไร วิ่งอัยการ ถ้าไปวิ่งอัยการแล้วหลุดแน่คดีนี้ ถ้าไปวิ่งอัยการแล้วได้ผลแน่ ท่านประธานครับ การที่สภาผู้แทนราษฎรคือสภานิติบัญญัติแห่งนี้จะบัญญัติกฎหมาย ตัดสิทธิพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไม่ให้มีการฟัองร้องต่ออัยการทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองนั้น ผมเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เรากําลังเปึนเผด็จการและเปึน เผด็จการที่ตัดอํานาจอธิปไตยโดยตรงของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในการที่จะใช้สิทธิ ทางศาล เพราะอะไรครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าบังเอิญท่านอดีต อัยการชั้นผู้ใหญ่เดินมา ซึ่งปัจจุบันเปึนท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับผมกราบเรียน อย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าผมมีอคติต่อเพื่อนอัยการ เพราะเพื่อนหลายคนที่รักกันก็เปึน อัยการ เพื่อนหลายคนที่รักกันก็เปึนผู้พิพากษา แต่กราบเรียนท่านประธานว่าการเขียน กฎหมายในลักษณะอย่างนี้ ในศาลยุติธรรมยังไม่มีเลยครับ แล้วอัยการเมื่อสภาผู้แทนราษฎร มอบอํานาจให้เต็มที่อย่างนี้ ให้ท่านมีอิสระแล้วมิหนําซ้ํายังตัดอํานาจนายกรัฐมนตรีทิ้งไป ให้อํานาจท่านอัยการสูงสุดมีอํานาจเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านยังจะตัดอํานาจการใช้สิทธิ ทางศาลของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอีกหรือ ผมไม่เชื่อว่าองค์กรของท่านเปึนคนดี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกันครับสังคมทุกสังคมมีทั้งคนดีคนไม่ดีปะปนกัน ท่านอัยการ สูงสุดนั้นท่านทราบดี และผมเห็นว่าการที่ท่านเขียนกฎหมายในลักษณะอย่างนี้ ผมในฐานะ ซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในชายขอบของกรุงเทพมหานครผมไม่อาจเห็นด้วย แม้ว่า วิปรัฐบาลจะบอกให้ยกมือผ่านกฎหมายฉบับนี้ แต่ในมาตรา ๒๒ ที่ท่านได้บัญญัติเพิ่มเติม ขึ้นมานั้นผมไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ผมต้องการให้ท่านได้ตัดคําว่า ไม่ต้องรับผิด ทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ทิ้งไป แล้วผมอยากจะให้บรรดาเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนตัวแทนจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ตระหนักและได้ลุกขึ้นอภิปรายในมาตรานี้ ในสภาแห่งนี้ ก่อนที่กฎหมายนี้จะผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปและกลายเปึนผลร้ายต่อพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศในภายหลัง เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าต่อไปอะไรครับ ประชาชน จะฟัองร้องอัยการทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองไม่ได้เลย เพราะอัยการจะอ้างว่า ใช้สิทธิโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ทั้ง ๆ ที่อาจจะไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมก็ได้ และคําคํานี้ ผมไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการไปล้อเอาคําขวัญของคณะกรรมการการเลือกตั้งมาใช้ หรือเปล่า แต่ท่านลองไตร่ตรองดูนะครับ แม้แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ใช้คําขวัญว่า สุจริตและเที่ยงธรรม เปึนอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขนาดนั้นยังมีปัญหา แล้วเมื่อนํามาใช้ในอัยการระบุไปลักษณะอย่างนี้ ผมจึงไม่เห็นด้วยต้องการให้กรรมาธิการ ได้โปรดทบทวนและได้อธิบายให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ทราบหน่อยครับ ท่านต้องอธิบายครับท่านกรรมาธิการ ท่านต้องลุกขึ้นอธิบายต่อพี่น้องประชาชนทั้ง ๖๕ ล้านคนว่า เหตุใดท่านจึงจะตัดอํานาจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในการฟัองร้อง อัยการที่เกี่ยวกับคดีทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ฟัองร้องไม่ได้เลยเปึนไปได้ อย่างไรครับ
เชิญ ท่านเจริญครับ
(นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยว ท่านมานิตย์ ท่านอภิปรายไปแล้วรอบหนึ่งนะครับ ท่านจะใช้สิทธิประท้วงหรือครับ อย่างนี้ ได้ไหมครับ ให้ท่านอื่นก่อนแล้วให้กรรมาธิการชี้แจงสักรอบหนึ่งถ้าท่านยังติดใจเดี๋ยวจะให้ อภิปรายต่อ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ
มีอะไรครับ
นิดเดียวจริง ๆ ครับ ก่อนอื่น ก็ต้องขอบคุณคุณวัชระ เพชรทอง นะครับ นี่แสดงว่าคําอภิปรายในเรื่องกฎหมายของผม หลาย ๆ ครั้งทําให้คุณวัชระเริ่มเข้าใจภาษากฎหมายมากขึ้น จึงมาเห็นพ้องด้วยกับผม
พอแล้วครับ
อีกนิดเดียวที่จะต้องแถม ท่านประธานครับ การทําละเมิดแม้สุจริตก็เปึนเปึนละเมิด ถ้าประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นจะมายกหนี้ให้กับคนทําผิดฐานละเมิดอย่างร้ายแรง มันทํา ไม่ได้ครับ มันขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญที่บอกว่าสิทธิและเสรีภาพย่อมได้รับความคุ้มครอง ขอบพระคุณครับ
ท่านวัชระพาดพิงเดี๋ยวนะครับจะได้จบ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเห็นพ้องกับท่านอาจารย์มานิตย์เฉพาะประเด็นนี้เท่านั้นครับ เรื่องอื่นหรือท่านอภิปราย ที่ผ่านมาในหลายครั้งผมไม่เคยเห็นด้วยเลย ขอบคุณครับ
เชิญท่านเจริญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ นี้ต่อเนื่องเชื่อมกัน ผมเองเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในชุดนี้เหมือนกันก็มีการซักถามในหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสกลนคร ท่านนิยม เวชกามา ว่า
ประเด็นแรก ซึ่งอยากจะให้ทางกรรมาธิการโดยเฉพาะท่านอัยการสูงสุด ได้ชี้แจงเพื่อคลายความวิตกกังวลของ ส.ส. ในสภาว่ากรอบที่ใครจะเปึนผู้วินิจฉัยว่าอะไร คือสุจริต อะไรคือเที่ยงธรรม อันนี้เรื่องใหญ่ เพราะว่าบุคคลที่จะให้คุณให้โทษก็คือ พนักงานอัยการนี้แหละ ซึ่งมันน้อยมากเหลือเกินที่จะมีคนที่จะกล้าร้องเรียนในประเด็น เหล่านี้ ฉะนั้นอะไรซึ่งเกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่แล้วก็มีส่วนได้เสียกับบุคคลที่เขาร้องเรียน เปึนเรื่องใหญ่เรื่องสําคัญ แล้วเขาก็มีความวิตกกังวลว่าเขากลัวจะได้รับผลกระทบ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ในข้อเท็จจริงท่านต้องยอมรับวันนี้เห็นไหมครับในสภาแห่งนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของมาตรา ๒๒ ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ด้วยความวิตกกังวลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นไหมครับ นี่คือความสง่างาม ซึ่งผมอยากจะให้ทางอัยการทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่รับไป เห็นไหมครับถ้าท่านยอมรับ ในการวิพากษ์วิจารณ์การทํางานของท่านจะเกิดการยอมรับมากขึ้น ความศรัทธา ก็จะตามมา ผมก็พยายามอธิบาย ซึ่งผมเปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ท่าน ส.ส. เอง ในพรรคของผมก็ถามผมเยอะแยะเหลือเกินในประเด็นเหล่านี้ ผมบอกว่าคนที่จะตอบ ได้ดีที่สุดก็คือคนจะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้นเอง แล้วก็ต้องให้ตอบในสภาด้วย เพราะว่า เปึนหลักฐานในการยืนยัน แต่ที่ผมเปึนห่วงที่ผมตอบคําถามเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ก็คือว่า ประเด็นที่ พวกเรากําลังใส่คําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม เข้าไป เราไม่ปฏิเสธหรอกครับว่าบางทีสุจริต แต่ประมาทก็ต้องรับผิดชอบด้วย ท่านอัยการสูงสุดนั่งอยู่นี่ ท่านรองอัยการสูงสุด ท่านนั่งอยู่นี่หลายท่าน แล้วท่านก็เปึนประธานอะไรไม่รู้ของอันนั้น มีท่าน ส.ส. มานะด้วย อยู่กับท่าน เมื่อวานนี้ก็เรื่อง ปปง. ของท่าน ท่านต้องเข้าใจอย่างนี้ครับ อย่างพวกผมเปึน ประชาชนซึ่งได้รับเลือกจากประชาชนมาเปึนผู้แทนราษฎร ท่านลองหลับตาดูนะครับ เราไปอยู่ต่างจังหวัดมีสักกี่คนจะกล้าร้องเรียนอัยการ ศาล มีสักกี่คน ตํารวจด้วย ทั้งที่รู้อยู่ว่า จะทําอะไรอยู่ มันเปึนเรื่องยุ่งยากและเปึนเรื่องสลับซับซ้อนและเรื่องซึ่งตัวเองไม่มีศักยภาพ เพียงพอ แต่ในสภาแห่งนี้กําลังพิจารณาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เห็นไหมครับ ท่านต้องมอง มุมกลับอีกมุมหนึ่งว่าในทางปฏิบัติมันยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินที่จะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา อะไรก็ตามซึ่งอยู่ในอํานาจที่สูงเราต้องพึงระมัดระวังยิ่งกว่าวิญ็ูชนด้วยซ้ําไป เหมือนกับที่ พวกเรากําลังเข้าใจว่าพวกเราอยู่ในสถานะของการเปึนนักกฎหมายซึ่งใช้กฎหมายในการดูแล อํานวยความยุติธรรม มันต้องอยู่เหนือวิญ็ูชนทั่วไป อันนี้ประเด็นหนึ่งซึ่งท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา หยิบยกขึ้นมาน่าคิด
ประเด็นที่สอง ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมเองตอบปัญหาไม่ได้ก็คือว่า ผมเปึนกรรมาธิการด้วยกัน ผมก็พยายามถามประเด็นในเรื่องของพนักงานอัยการ เวลาประชาชนตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินเปึนที่ยุติเราอย่าไปกล่าวหาเขาว่าเปึนอย่างนั้น เปึนอย่างนี้ ผมตอบไม่ได้เลยเพราะว่าเขาถามผมในฐานะกรรมาธิการว่าเวลาประชาชน ถูกกล่าวหาว่าเปึนผู้ก่อการร้าย ซึ่งเขาใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในการเรียกร้อง ของเขาตามปกตินั้นละครับ แต่จะเกิดเหตุการณ์อย่างไรก็ตาม อันนั้นเปึนเรื่องของ ทางกฎหมายจะต้องว่ากัน เมื่อเขาถูกจับกุมคุมขังอยู่ในขณะนี้เขาก็ยื่นคําร้องต่ออัยการ เขาบอกว่าช่วยสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมหน่อยว่าที่เขามาเรียกร้องนี่เขามาเรียกร้อง โดยอํานาจของกฎหมายรัฐธรรมนูญคุ้มครองเขา เขามาโดยสงบ แล้วเขาเรียกร้อง ในสิทธิพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ เขาบอกว่าเขาไม่ได้เปึนผู้ก่อการร้าย เขาอยากให้ สอบพยานเพิ่มเติมหน่อย หลายคนก็มาถามผมว่าแล้วทําไมอัยการไม่สอบพยานเพิ่มเติม กลับฟัองเขาเลยล่ะ แล้วเสื้อสีเหลืองทําไมเวลาให้สอบพยานเพิ่มเติมทําไมสอบล่ะ นี่คือ คําถามว่า เที่ยงธรรม หรือเปล่า ผมบอกประเด็นนี้เราก็พูดกันอยู่ แต่ขณะที่มีการถาม ในห้องนั้นมันยังไม่เกิดขึ้นวันนี้ แต่ผมเคยทักท้วงในเรื่องนี้ขึ้นมา ระวังนะในเรื่องเหล่านี้ มันจะเกิดขึ้น ท่านอัยการเองผมก็ไม่รู้ว่าจะถูกสอดแทรก ที่กําลังจะพูดในมาตรา ๖ ผมจะไม่พูด มาพูดในมาตรานี้ จริงเท็จไม่รู้ มีคําสั่งให้รีบฟัอง แล้วมันจะสุจริตและเที่ยงธรรม อย่างไรถ้าเปึนอย่างนี้ ผมจึงถือโอกาสนี้ให้ทางอัยการท่านได้มีโอกาสชี้แจงต่อพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศให้คลายความสงสัย ท่านต้องพูดนะครับเรื่องนี้ ผมจะถามแล้ว ท่านจะได้ตอบ วันนี้ประชาชนทั้งประเทศสงสัยว่ามันจะโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไร อีกฝัืงหนึ่งยื่นคําร้องขอให้ทางอัยการช่วยสอบพยานเพิ่มเติมหน่อยเสื้อสีเหลืองนี่ ท่านก็สอบให้ อีกฝัืงหนึ่งบอกว่าช่วยยื่นหน่อย สอบหน่อย ไม่สอบ ฟัองเลย สิ่งเหล่านี้ผมเห็นมาตั้งแต่ อยู่ในชนบท ผมเปึน ส.ส. บ้านนอกท่านครับ ผมเห็นมาแล้วหลายเรื่อง ผมเห็นอัยการ ในพื้นที่ของผม ประชาชนเขาร้องเรียนขอให้สอบพยานเพิ่มเติมหน่อย เขาอยู่ในพื้นที่ป์าสงวน มานานแล้ว อัยการเขายังสอบเลยครับ ขนาดเรื่องป์านะ อันนี้เรื่องใหญ่ของชาติบ้านเมือง เกี่ยวกับเรื่องความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน เรื่องทางการเมือง จริงเท็จ ไม่รู้ ท่านไม่ได้สอบ ฟัองเลย ได้ข่าวว่ามีผู้มีอํานาจเรียกมาให้ท่านสั่งฟัองมันจริงเท็จ หรือเปล่าไม่รู้ สื่อลงนะครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ผมก็ไม่เชื่อ อันนั้นผมดู จากทางสื่อ อันนี้ท่านต้องตอบครับ ผมถือโอกาสนี้ใช้สิทธิของผมถามท่าน แล้วผมก็ตอบ ไม่ได้เลยว่ามีสมาชิกทางพรรคเองก็เชิญผมไปชี้แจง พอกฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาพรรค ก็ให้ผมไปชี้แจงว่าในกรณีอย่างนี้ในมาตรา ๒๒ โดยสุจริตกับเที่ยงธรรมมันควบคู่กัน มันต้องโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เขาถามประเด็นนี้ขึ้นมา แล้วคําถามถามต่อไปว่าถ้าเราผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปแล้วเราจะมีหลักประกันอะไร มีความมั่นใจอะไรว่าอัยการซึ่งถือว่าเปึนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมที่จะแสวงหาพยาน หลักฐานให้กับความเปึนธรรมกับคู่กรณีได้ด้วย ให้กับประชาชนได้ด้วย ท่านเองไม่ใช่ จะไปว่าความเปึนคดีอาญาอย่างเดียว ในหน่วยงานราชการอื่น ๆ เขายังใช้อัยการเลย หลายเรื่อง อย่างเช่นการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หลายหน่วยงาน ในขณะนี้ซึ่งท่านไป เชื่อมโยงและท่านเข้าไปเกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งท่านก็เปึนบอร์ดอยู่เยอะแยะ ในขณะนี้ เขาก็มีความวิตกกังวลเช่นเดียวกัน เผลอ ๆ เดี๋ยวท่านไปนั่งในอนุญาโตตุลาการอีก ฉะนั้นในประเด็นนี้ผมก็ตอบปัญหาในที่ประชุมพรรคผมก็ไม่ได้เหมือนกัน ผมบอกว่า ผมจะขออาสามาถามวันนี้กับท่านอัยการสูงสุด ผมเชื่อว่าท่านอัยการสูงสุด ท่านเปึนคน มีมนุษยสัมพันธ์ดี ผมว่าท่านเปึนคนมีน้ําใจท่านจะต้องมาแน่นอน ก็เห็นท่านมา มีท่านรอง อัยการสูงสุดด้วยมานั่งตรงนี้ เมื่อวานนี้ก็พูดถึงท่านอยู่ท่านจะอยู่ ปปง. ผมเองไม่ได้ เกี่ยวข้องเลยถูกเขาอายัดเงินไว้ ประชาชนเขาเดือดร้อนพอพูดวันเดียวรีบถอนให้ผม อันนี้ มันไม่ถูกต้อง ถอนมันต้องถอนมีหลักการไม่ใช่ว่ามาพูดสภาแล้วมาถอนกันมันไม่ใช่ นี่เปึน เรื่องน่าเปึนห่วง อย่างที่ท่าน ส.ส. พูดหลายท่าน ท่านต้องตอบให้เคลียร์ (Clear) ปัญหา ทั้งหมดว่าการใช้อํานาจหน้าที่มันเปึนเรื่องใหญ่ ถามส่วนตัวของผมนี่ผมก็ไม่ได้เข้าข้างใคร อย่างถ้าผ่านตั้งแต่กระบวนการการพิจารณาตั้งแต่ต้น ถามเริ่มตั้งแต่พนักงานสอบสวนเรา มีความมั่นใจไหม ถ้าเรามีความมั่นใจเราจะตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) ขึ้นมา ทําอะไร ผมเปึนกรรมาธิการคนหนึ่งตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษขึ้นมา มีการหยิบยกประเด็น เรื่องของความไม่ได้รับความเปึนธรรมของประชาชนขึ้นมา จึงตั้งกรมนี้ขึ้นมา เจตนารมณ์ ต้องการเพื่อจะคุ้มครองสิทธิของประชาชน แต่วันนี้มันก็เปลี่ยนหน้ามือเปึนหลังมือ สุดท้ายมาคืออัยการ ท่านต้องเข้าใจว่าวันนี้เรามีความหวังกับพนักงานอัยการ เราก็ให้ ค่าตอบแทนของท่านสูงสุดเทียบเท่ากับทางศาล แล้วอายุราชการของท่านก็เทียบเท่า กับทางศาล แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ให้อํานาจท่านเปึนอิสระ ท่านจะใช้ความเปึนอิสระ ของท่านให้ความมั่นคง มั่นใจ กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนนั่งอยู่นี้ได้อย่างไร ผมยังไม่เชื่อว่าสิ่งซึ่งท่านได้สั่งฟัองกลุ่มคนเสื้อแดงในข้อหา ก่อการร้ายไป ถ้าเขามีการร้องขอท่านไปจริง ในการขอให้สอบพยานเพิ่มเติม ถ้าท่าน ไม่สอบอย่างนี้ละมันเคลือบแคลงสงสัยทําให้ประชาชนเขาเกิดความว่ามัน ๒ มาตรฐาน ผมเปึนคนพูดในสภาแห่งนี้เรื่อง ๒ มาตรฐานเปึนคนแรก วันนี้ถ้าเปึนอย่างนี้ประเทศไทย จะไม่มีมาตรฐานนะครับ ไร้มาตรฐานเลย พวกเราเปึนนักกฎหมายซึ่งจะต้องมีความรับผิดชอบ มากกว่าวิญ็ูชนทั่วไป อย่างนี้ไม่มีมาตรฐาน ท่านเห็นไหมครับ สังคมแตกแยก บ้านเมือง ปัืนป์วนเพราะเราไม่รักษากติกา เขาไม่เชื่อมั่น ไม่เชื่อใจ วันนี้องค์กรของท่านเราจะสร้าง อย่างไรให้อัยการของเรามีความมั่นคงเชื่อมั่นของสังคมนี้ ท่านต้องตอบนะครับ ผมตอบ ไม่ได้ เขาเชิญผมไปชี้แจง ผมก็บอกว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นขณะที่ผมไปประชุมกับท่านผมก็ พยายามซักถาม ผมยังถามเลยว่าเอารวมถึงขั้นในชั้นตอนที่รวบรวมพยานหลักฐานด้วย หรือเปล่า เริ่มตั้งแต่ตอนนั้นใช่ไหมในมาตรา ๒๒ แล้วท่านก็บอกว่าเริ่มตั้งแต่มีการที่ส่ง สํานวนมาและมีการสั่งในสํานวนดุลยพินิจของท่าน นี่ละครับ ฉะนั้นท่านอย่าลืมในมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มันเปึนเรื่องใหญ่ รวมไปถึงอุทธรณ์ ฎีกา ถอนคําอุทธรณ์ ถอนคําฎีกาอีก หลายเรื่อง เรื่องนี้ขอใช้เวลา ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ
ก็กระชับหน่อยแล้วกันมีผู้อภิปรายอีกหลายท่านนะครับ
จะได้ถาม ขอให้ท่านตอบก่อนได้ไหม เรื่องนี้เรื่องสําคัญ
เดี๋ยวให้ท่านเก็บประเด็นก่อน แล้วก็เดี๋ยวให้ตอบทีเดียวนะครับ
ได้ครับ
ก่อนท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จากอําเภอ ขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กร อัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... อยู่นะครับ อยู่ในวาระที่สอง เชิญคุณหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่ผม อยากจะเรียนกับทางท่านประธานและคณะกรรมาธิการในการพิจารณาร่างฉบับนี้ วันนี้ พวกเราทุกคนทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือเพื่อดูแลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประโยชน์ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ถ้าเราดูในอดีต ที่ผ่านมาปัญหาของอัยการกับกระบวนการยุติธรรมผมเชื่อว่าสังคมเองก็ยังมีปมประเด็น ที่ยังไม่สบายใจในบางเรื่อง เราต้องยอมรับว่าขณะนี้อัยการก็คือเหมือนคอขวด กระบวนการ ผ่านจากขั้นตอนของตํารวจไปสู่อัยการแล้วก็ไปสู่ศาล อัยการก็จะมีหน้าที่ในการ ใช้คําว่า สกรีน (Screen) หรือว่าดูผ่าน ๆ แล้วก็ค่อย ๆ จะนําเสนอฟัองร้องต่อศาลเปึนคดีเปึนคดีไป หลาย ๆ คดีอัยการเองก็อาจจะไม่มีการฟัองร้อง ถือว่ายกฟัองไปเพื่อเปึนประโยชน์ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเปึนประโยชน์ของส่วนไหน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาในปมพวกนี้เองก็ยังเปึน จุดอ่อนที่ทําให้สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการทํางานของอัยการ ถามว่า กฎหมายของอัยการในอดีตที่ผ่านได้เขียนไว้ในมาตรา ๒๒ ผมขออนุญาตอ่านก็คือ ดุลพินิจ ของพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๑ ย่อมได้รับ ความคุ้มครอง ลําพังเขียนแค่นี้ผมเชื่อว่ามันก็เปึนปัญหาต่อกระบวนการยุติธรรมของอัยการ ดังนั้นถ้าคณะกรรมาธิการได้มีการเติมถึงจะเติมคําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรมย่อมได้รับ ความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ผมว่ามันเปึนจุดที่ น่ากังวลครับ เพราะวันนี้เราไม่ได้สนใจว่าใครเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล แต่พวกเราทุกคน ในฐานะผู้แทนราษฎรกําลังจะสร้างกฎหมายขึ้นมาชิ้นหนึ่งเพื่อสร้างความเปึนธรรมให้กับ พี่น้องประชาชน ผมมีความกังวลเหมือนเพื่อนสมาชิกครับ เพราะคําว่า โดยสุจริตและ เที่ยงธรรม มันเปึนนามธรรมที่สูงมาก มันไม่มีเครื่องมือหรือตัวชี้วัดทางวิทยาศาสตร์ ที่มีความถูกต้องแม่นยําสูง คําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ก็เกิดจากคณะกรรมการ ขึ้นชุดหนึ่งในการเข้ามาตรวจสอบการทํางานของบุคคลคนนี้ และสุดท้ายถ้าคณะกรรมการ ชุดนี้บอกว่าคนคนนี้ทํางานด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม คนเหล่านั้นก็จะหลุดคดีไป ดังนั้นคําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ก็เหมือนคําขยายที่ไม่มีผลอะไรในทางปฏิบัติ เพราะเรา จะสังเกตเห็นว่าในหลาย ๆ องค์กรที่มีคําว่า เปึนที่ประจักษ์ ความซื่อสัตย์สุจริต เปึนที่ประจักษ์ก็ไม่เคยได้รับเอามาพิจารณา ผมก็เกรงว่าคําคํานี้ที่บอกว่าอัยการทําหน้าที่ ตามมาตรา ๒๑ โดยสุจริตและเที่ยงธรรม คําคํานี้ก็เปึนคําขยายที่ไม่สามารถจับต้องได้ แต่ผลข้างเคียงของประโยคตามมาที่บอกว่าไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทาง ปกครอง ก็เท่ากับว่า มาตรา ๒๒ นี้คุ้มครองอัยการไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าความผิดพลาดนั้นจะเกิดขึ้นอย่างไร ผมมีความกังวลใจครับ ท่านประธานครับ และคําอธิบายเหตุผลของการแก้ไขที่ท่านมีการเปรียบเทียบกับการคุ้มครองคณะกรรมการ การเลือกตั้งหรือการคุ้มครองผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมว่ามันเปรียบเทียบกันไม่ได้ครับ ผมเชื่อว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนองค์กรอิสระที่มีภารกิจเฉพาะ ซึ่งจัดขึ้นตามสถานการณ์ที่มี การเลือกตั้งเกิดขึ้น และการใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการการเลือกตั้งก็เปึนการใช้ ดุลยพินิจเฉพาะภายใต้เงื่อนไขของเวลาที่จํากัด ซึ่งใน ๑๐๐ ครั้งอาจจะมีผิดพลาด สัก ๑๐ ครั้ง ๒๐ ครั้งนี่ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งบางครั้งก็ต้องคุ้มครองเขาเพื่อเขาจะต้อง ตัดสินใจในช่วงเวลาที่กฎหมายให้เวลาเขา แต่กระบวนการยุติธรรมของอัยการเขามี เวลาเยอะ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าคุณจะต้องตัดสินใจภายใน ๓ วัน ๕ วัน เผื่อผิดพลาด ถึงจะคุ้มครองครับ ดังนั้นผมจึงกังวลนะครับว่า ถ้าปล่อยมาตรานี้ออกไปในรูปแบบนี้ เกรงว่ากระบวนการอัยการจะยิ่งทําให้เกิดผลเสียต่อองค์กร และอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่า เมื่อสักครู่ก็มีท่านบรรพตได้พูดถึงการคุ้มครองผู้ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งจะคล้าย ๆ กันครับ คนที่ให้การรักษาพยาบาลไม่มีใครหรอกครับที่จงใจที่จะให้คนไข้ เสียชีวิต แต่ทุกคนก็ทํางานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเหมือนกัน แต่ก็ยังต้องรับผิดชอบ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ดังนั้นใจผม ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านนะครับ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการต้องกลับไปใช้ร่างเดิม ซึ่งผมว่าร่างเดิมคุ้มครองเยอะพอสมควรแล้ว แต่ถ้าเราไปใส่ประโยคเหล่านี้เข้าไปแล้วจะยิ่งทําให้อัยการเหมือนแตะต้องไม่ได้ครับ ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการพิจารณาด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิรมิตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... มาตรา ๒๒ ผมมีความเห็นว่ากฎหมาย ทุกฉบับที่รัฐออกมาเพื่อที่จะคุ้มครองปกปัองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน เปึนตัวตั้ง แต่วันนี้ผมมาดูมาตรา ๒๒ ว่าดุลพินิจของพนักงานอัยการในการพิจารณา สั่งคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๑ โดยสุจริตและเที่ยงธรรมย่อมได้รับ ความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ท่านประธานที่เคารพ ท่านอัยการเปึนอาชีพที่สังคมให้การยอมรับ เงินเดือนก็สูง ศักดิ์ศรีในตําแหน่งนั่งอยู่ ในระดับจังหวัดอยู่ต้น ๆ เลยครับหัวแถว และขณะเดียวกันคนที่จะเข้าสู่ในอาชีพ ของอัยการได้ต้องเปึนบุคคลที่ได้ผ่านกระบวนการฝ๊กอบรมมาอย่างดี ถือว่าเปึน ผู้เชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นจากเหตุผลดังกล่าวมานี้ การใช้อํานาจของท่านอัยการ ต้องใช้อํานาจตามกฎหมายโดยเคร่งครัด แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือต้องคุ้มครองปกปัอง เปึนคดีเรื่องของการบุกบ้าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ๔ ท่านนี้ถูกฟัอง ๗ กรกฎาคม แต่มีอีก ๓ ท่าน ยังไม่โดนฟัอง ๓ ท่าน เปึน ส.ส. ในสภาแห่งนี้ละครับ นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ผมจึงตั้งคําถามว่า กรณีที่ไม่ฟัองรวมไปทั้ง ๆ ที่เปึนคดีเดียวกัน บ้านหลังเดียวกัน เหตุการณ์วันเดียวกัน ทําไมท่านฟัองไม่ครบครับ จะบอกว่า ส.ส. เหล่านี้มีเอกสิทธิ์ก็ไม่ใช่ครับ เพราะว่า ในวันที่ ๗ กรกฎาคม นั้นไม่ได้อยู่ในสมัยประชุมครับ ท่านสามารถเรียกตัวมาแล้วก็ ฟัองได้ ท่านตามหาที่อยู่ของพวกเขาเหล่านี้ได้ คดีนี้ก็ฟัองคนอื่นก่อนหน้านี้ไปแล้วด้วย อีก ๔-๕ คนด้วยกัน นายนพรุจอะไรอย่างนั้นเปึนต้น ผมขออนุญาตถามท่านประธานว่า ถ้าผมมีความเห็นแย้งมาว่า พนักงานอัยการนั้นปฏิบัติหน้าที่โดยที่ไม่ครอบคลุมหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ ผมไปฟัองทางฝ์ายปกครองบ้างได้ไหมครับ ถ้าข้อนี้เขียนมาอย่างครบถ้วน อย่างนี้ก็เท่ากับผมฟัองไม่ได้ถูกไหมครับ อย่างไรก็ตามท่านก็ต้องไปสู้กันว่าสิ่งที่ท่านทํางานนั้น เปึนไปตามหน้าที่ของท่านจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเด็นนี้ก็ควรจะต้องตัดออก เพื่อที่จะทําให้ท่านนั้นมีสิทธิที่จะขึ้นไปอธิบายตัวเองในคดีความต่าง ๆ ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านจตุพร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ฉบับนี้นั้น ที่มีการแก้ไขในมาตรา ๒๒ ว่า ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๑ โดยเพิ่มคําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรมย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ผมเรียนกับท่านประธานว่า หลักคิดเหมือนกับที่ผมได้เคย แสดงความคิดเห็นกรณีศาลรัฐธรรมนูญ คือเวลานี้แต่ละองค์กรมักจะไปวางกติกาไม่ให้ ผู้อื่นละเมิดหรือไปกระทําการอะไรโดยความอยุติธรรมแล้วไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบ สํานักงานอัยการสูงสุดก็เช่นเดียวกัน หลักสุจริตและเที่ยงธรรมที่หยิบยกกล่าวอ้างมานั้น ถ้าตราบใดท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ประเด็นเหล่านี้จะมีหรือไม่มี ไม่มีใครไปวิพากษ์วิจารณ์ ผมเรียนในฐานะที่เกิดมาเปึนคนไทยย่อมที่จะแสวงหาความยุติธรรม เมื่อองค์กรคนในอัยการ เวลานี้ศาลก็แตะต้องไม่ได้ ทั้งที่ศาล อัยการหรือพนักงานสอบสวน ความจริงโดยหลักกระบวนการยุติธรรมต้องแตะต้องได้ทั้งหมด แต่วันนี้เมื่อกระบวนการ ยุติธรรมในศาลล้อมสายสิญจน์เอาไว้วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ หมิ่นศาล ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เอาอย่าง ก่อนหน้านี้ศาลปกครองก็เอาอย่างไปแล้ว แปลความว่าการตัดสินคําวินิจฉัย ต่าง ๆ นั้นถ้าผมพูดอย่างนี้นอกสภาก็พูดไม่ได้ เวลานี้อัยการก็ทําตัวเปึนศาลเสียอีก ทําตัวเปึนเหนือมนุษย์ คือหมายความว่าใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบอย่างไรก็ได้โดยที่ตัวเอง ไม่ต้องรับผิดชอบ หลายเรื่องหลายคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เอ่ยนามคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ดาราหนังผู้หญิง ๕ บาป ที่ได้พูดกรณีคดีบ้านสี่เสาเทเวศร์ อัยการไม่สั่งฟัองพวกผมแล้วก็ทําสํานวนกลับไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เวลานั้น เปลี่ยนรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล พลตํารวจเอก พัชรวาทก็แทงความเห็นแย้ง อัยการแล้วก็ฟัอง อัยการซึ่งเคยให้เหตุผลว่าพวกผมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพราะไป หน้าบ้านเฉย ๆ ไม่ได้ขับรถทับใครขาหัก ถอยหลังทับ หรือแม้กระทั่งว่าจะไปทําความเสียหายอะไร ยึดสนามบินหรือไปทําอะไรก็ตาม แต่ปรากฏว่าอัยการแทงความเห็นสวนทางกับที่ตัวเอง เคยสวนทางเอาไว้ ที่นายกรัฐมนตรีพยายามอธิบายความว่าทําไมคดีนี้มีความเนิ่นนาน ก็เพราะอัยการไม่สั่งฟัอง อัยการไม่สั่งฟัองส่งสํานวนกลับไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เสร็จแล้วสํานักงานตํารวจแห่งชาติเปลี่ยนรัฐบาลแทงความเห็นแย้ง แล้วอัยการก็เลือก สั่งฟัองสวนกับที่ตัวเองเคยสั่ง แล้วก็เลือกวันที่พวกผมรวบรวมรายชื่อถวายฎีกา คือการเลือกวันของอัยการก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นที่อธิบายความว่าทําไม พวกผมอีก ๓-๔ คนได้อภิสิทธิ์อะไรหรือเปล่า เพราะคดีนี้มันไปหน้าบ้านเฉย ๆ และถูกทําร้าย เจ้าหน้าที่ตํารวจไปให้ปากคํา แล้วก็ปรากฏว่าอัยการเห็นควรไม่สั่งฟัอง แล้วก็มีการแทง ความเห็นแย้ง แล้วก็ไปสั่งสวนกับตัวเอง คดีจึงเกิดความล่าช้า พวกผมก็ใช้สิทธิตามกฎหมาย ที่พึงจะใช้สิทธิ แต่คดีบางคดีเช่นคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่พวกท่านอวดตนอวดตัวกัน นักหนาที่ปกปัองสถาบัน มีคดีหนึ่งหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เอาคุณสนธิ ลิ้มทองกุล แต่ผมไม่อยากจะเอ่ยว่าเปึนบุคคลที่สาม พวกทางอัยการใช่ไหมที่ยื่นฟัองต่อศาล ศาลประทับ เกิดการยึดอํานาจและพวกที่ยึดอํานาจบางคนบอกว่าอย่าผลักมิตรไปเปึนศัตรู หลังจากนั้น อัยการสูงสุดไปล้วงคดีที่ตัวเองสั่งฟัองในศาลดึงออกมา แล้วก็บอกว่าฟัองไปก็ไม่มี ประโยชน์ ไม่เกิดผลประโยชน์อะไรกับใคร ท่านลองไปดูเหตุผลสิครับ ต่อมาอะไรครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกกระผม และกรณีของการเทียบเคียง คดีบุกยึดทําเนียบรัฐบาล ที่พวกบางคนเจื้อย ๆ ไปร่วมยึดกันด้วย ยึดตั้งแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๑ สํานวน เจ้าหน้าที่ตํารวจส่งให้อัยการ เวลานี้ดองบนโต๊ะในสํานักงานอัยการสูงสุดเกือบร่วมค่อนป้แล้ว ไม่ยอมดําเนินการอะไรทั้งสิ้น ลดข้อหา ลดเรื่อย ๆ แต่ไม่มีการสั่งฟัอง เหมือนกับ คดีก่อการร้ายของพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ โทษเดียวกันนะครับ โทษเดียวกันกับ ที่พวกผมได้รับก็คือประหารชีวิต แปลความกันว่าคุณจะมีพฤติการณ์อย่างไรแต่โทษเดียวกัน แต่ปรากฏว่าไปสอบพยาน เฉพาะพยานโจทก์ ๑,๐๐๐ ปาก ป้แรกทักท้วงบอกว่ารอให้ครบ ๓๐๐ ปาก หลังจากนั้นก็ไปแสวงหาให้ครบอีก ๗๐๐ ปาก เปึน ๑,๐๐๐ ปาก เหลือแต่ สนามบินกับเครื่องบินเท่านั้นที่ไม่สอบ ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่าเวลานี้เอาอีกแล้ว เพราะว่าตํารวจก็ต้องส่งเรื่องให้อัยการ อัยการเพิ่งรับสํานวนคดีก่อการร้ายของคนเสื้อแดง นี่นะครับ ๑๒ วันสั่งฟัอง ทีนี้ถามว่าอย่างไรกระบวนการยุติธรรมที่ว่า สุจริตเที่ยงธรรมที่ว่า ก็มีคนสั่งนายตํารวจ ๓ นายให้ไปพบกับประธานคณะกรรมาธิการของ ส.ว. คนหนึ่ง พอไปถึงปรากฏว่าใน ๓ นายไป ๑ นาย อธิบดีดีเอสไอมานั่งรออยู่แล้วก็เพื่อจะเอาคดี ไปดอง เพราะพวกท่านพวกอัยการรับคดีของคนเสื้อแดงไป ๑๒ วัน ทั้งที่ดีเอสไอได้ละเลย อย่างชัดเจนในการไม่แสวงหาข้อเท็จจริง โดยไม่มีการสอบสวนพยานฝ์ายจําเลยแม้แต่ เพียงปากเดียว ทีมทนายความ ทีมกฎหมายเขาก็มีความคาดหวังกันว่าในชั้นพนักงานอัยการ ควรจะได้รับความเปึนธรรม ความเปึนธรรมที่ว่าไม่ใช่ว่าท่านจะสั่งฟัองหรือท่านจะไม่สั่งฟัอง ความเปึนธรรมที่ว่าก็คือการให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาเหมือนกับคดีอื่น ๆ ทําไมคดียึด ทําเนียบรัฐบาลยึดเปึน ๒-๓ เดือน สร้างความเสียหายมากมาย ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) สํานักงานของ สมช. ก็หาย ทําเนียบรัฐบาลเกิดความเสียหายมากมาย พวกท่านนั่งดอง อยู่บนโต๊ะโดยไม่อับอายอะไรเลยเวลาค่อนป้ ถ้าจะแสวงหาหาอะไรละครับ หาข้อเท็จจริง เรื่องอะไร เรื่องยึดจริงหรือไม่ยึดจริง แต่กรณีของคนเสื้อแดงนั้นที่เวลานี้ความแตก ที่ว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการนั้นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นเมื่อท่านบอกว่าถ้าดําเนินการโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แล้วใครเปึนคนตีความละครับ ใครเปึนคนตีความว่า สุจริตและเที่ยงธรรมคืออะไร ที่ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง พนักงานอัยการย่อมรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าความตายที่ผิดธรรมชาติ มาตรา ๑๔๘ ถึงมาตรา ๑๕๖ ที่ พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ตั้งกระทู้ถามนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ มาตอบในวันนี้ ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ แพทย์ พนักงานสอบสวน พนักงานปกครอง และพนักงานอัยการต้องเอาผลการชันสูตร สถานที่เกิดเหตุ วิถีกระสุน สาเหตุที่ตาย นําไปร้อง ต่อศาลเพื่อศาลจะได้ไต่สวนว่าความตายที่เกิดขึ้น ผู้ตายตายด้วยอาวุธอะไร แล้วศาล ก็จะถามว่าใครเปึนคนร้าย กฎหมายระบุเองไม่ใช่หรือครับว่าให้ลูก เมีย ญาติ สามารถตั้ง ทนายความในการซักได้ แล้วคดีความคดีฆ่าคนตายก็เริ่มจากการชันสูตรพลิกศพแล้วก็ ศาลถามว่าใครเปึนคนร้าย ประจักษ์พยานเหมือนกรณีนักข่าวญี่ปุ์นซึ่งเปึนนักข่าว รอยเตอร์ส (Reuters) ชาวญี่ปุ์น ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเขาต้องมา คารวะต้นไม้บริเวณจุดที่นักข่าวคนนั้นตาย นักข่าวชาวญี่ปุ์นคนนี้ก็เหมือน ๙๑ ศพ วันนี้ มานับ ๘๙ ศพ เพราะว่า ๒ ศพจังหวัดอุดรธานีไม่นับ เอาอะไรมาคิด แต่ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าการที่อัยการละเลย เวลาท่านฟัองฟัองอย่างไรท่านประธาน บอกว่า การตาย ๙๑ ศพโดยไม่มีการชันสูตรพลิกศพไต่สวน ระบุว่าตายเพราะอะไร ใครทําให้ตาย แต่อัยการสั่งฟัองว่าการตายที่เกิดขึ้นเกิดจากแกนนํา นปช. ทั้งที่ไม่ได้ผ่านการชันสูตร พลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๘ ถึงมาตรา ๑๕๐ เวลานี้ปรากฏว่าไปฟัองศาลก่อนแล้ว แล้วไปชันสูตรพลิกศพตามหลัง เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าความรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองไม่ต้องรับผิดชอบ อ้ายนี่สิครับเปึนปัญหาท่านประธาน เวลานี้เราไม่ต้องการให้องค์กรอัยการ สํานักงาน อัยการสูงสุด ซึ่งเมื่อก่อนขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทยจะบอกว่านักการเมืองมาอย่างไรก็ได้ แต่นี่เขาให้อัยการปลดแอกตัวเองพ้นจากความเปึนทาสแล้ว ผมไม่ทราบนะครับว่าวันที่ ๑๑ สิงหาคมนั้น อ้ายพวกท่านเร่งจนกระทั่งเกือบจะห้าโมง สี่โมงกว่าต้องฟัองให้ได้ ต้องให้ได้ ภายในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ทั้งที่ไม่ได้ฟังความเปึนธรรมอะไรเลย หลักคิดท่านอยู่ที่ไหนหรือ สํานักงานอัยการสูงสุดเคยไปเตือนทางดีเอสไอไหมครับในฐานะที่ท่านร่วมสอบบางคดี ร่วมมาตั้งแต่ต้น การชันสูตรพลิกศพเปึนหัวใจที่สําคัญที่สุดในการที่จะดําเนินคดีฆ่าคนตาย หรือใช้บงการจ้างวานฆ่าที่มันจะเริ่มต้นคดี
ท่านจตุพรมีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน พจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เพราะท่านพูดออกนอกประเด็นมาก เกินไป ขอให้ท่านกลับเข้าสู่วาระที่สองหรือวาระที่สามนะคะ แล้วดิฉันสังเกตว่าตั้งแต่ดิฉัน เปึนผู้แทนราษฎรมา ท่านสมาชิกผู้นี้จะพูดเกี่ยวกับคดีของพันธมิตรหรือว่าการสลาย การชุมนุมหรือไม่ก็เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ก็นักโทษชายนายทักษิณ ชินวัตร เสียมากกว่านะคะ
เอาล่ะครับ พอแล้วครับ ไปใหญ่แล้ว เอาอย่างนี้ประธานวินิจฉัยนะครับคือผู้อภิปรายกําลังยกประเด็น ที่กรรมาธิการแก้ไขในมาตรา ๒๒ พูดถึงเรื่องสุจริตและเที่ยงธรรมและความไม่รับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง แล้วก็ยกตัวอย่างกระบวนการที่อัยการทําอยู่ก็ยังอยู่ใน ประเด็นนะครับ ให้สิทธิท่านได้อภิปรายต่อ ถ้าจะเปึนไปได้ก็กรุณาเพราะมีเพื่อนสมาชิก หลายท่านรออยู่นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ เรื่องกฎหมาย ถ้าไม่นั่นจริง ๆ ท่านประธานก็รู้ว่าผมจะพยายามไม่อธิบาย แต่ผมจะยกตัวอย่างอะไรที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของอัยการมันเรื่องของผม มันกงการอะไรของใคร เพราะว่าผมอภิปราย ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการทําหน้าที่ของอัยการ ผมเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับว่ามาตรานี้ อัยการสูงสุดหรือสํานักงานอัยการสูงสุดและพนักงานอัยการที่ผมต้องการที่จะอภิปราย ก็คือว่า ผมเองความจริงตั้งใจจะไม่อภิปรายว่าความสุจริตและเที่ยงธรรมของมนุษย์ถ้ามนุษย์ ท่านนั้นได้แสดงจิตวิญญาณให้เห็น ไม่มีใครไปสงสัย ไม่มีใครว่า มีหรือไม่มีก็ไม่มีใครสงสัย เหมือนอย่างที่อาจารย์คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุดที่ทําปรัชญาว่าเรื่องการประกันตัว ต้องเปึนเรื่องหลัก การไม่ให้ประกันตัวเปึนเรื่องงดเว้น นั่นก็จิตวิญญาณของอัยการว่า ก็ไปยึดหลักรัฐธรรมนูญว่าตราบใดที่คําพิพากษาไม่ถึงที่สุดว่าให้ผู้นั้นยังเปึนผู้บริสุทธิ์อยู่ ผมเรียนกับท่านประธานว่าถ้าวันนี้สภาออกกฎหมายเวลานี้แต่ละองค์กรท่านประธาน ไม่เห็นหรือครับว่าไม่ว่าองค์กรอิสระมาออกกฎหมาย เมื่อก่อนฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายนิติบัญญัติ เวลานี้เหมือนไปรษณีย์ แต่องค์กรต่าง ๆ คิดกฎหมายมาเอง เสร็จแล้วก็ให้สภานี้ประทับตรา เสร็จแล้วแต่ละองค์กรก็ยึดหลักตัวเองปลอดภัยไว้ทั้งหมด แต่วันข้างหน้าประเทศมีปัญหา เรื่องกรณีศาลรัฐธรรมนูญเราก็วิพากษ์วิจารณ์ไปแล้วทีหนึ่งว่าถ้ารัฐธรรมนูญไปยึดหลัก ศาลปกครองและศาลยุติธรรม ทั้งที่เปึนศาลการเมืองวันข้างหน้ายิ่งหนักเข้าไปอีก เพราะมนุษย์ปุถุชนมีเลวมีดีมีชั่ว แล้วก็เปึนสัจธรรมว่าไม่มีมนุษย์คนหน้าไหนที่มันดีวิเศษวิโส ไปมากกว่ากันนั้น เวลา ๙ ป้ก่อนหน้านี้บอกว่ามันเปึนปัญหาได้ แล้วยิ่งถ้าวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบไม่ได้ยิ่งเปึนปัญหาใหญ่ เวลานี้ก็เช่นเดียวกันท่านประธาน เพื่อให้พนักงานอัยการ เขาได้ดําเนินไปอย่างสุจริต ถ้าสุจริตไม่ต้องไปเกรงอะไร แต่ไม่จําเปึนจะต้องมีเอาไว้ ไว้เปึนยันต์ปกปัองตัวเอง ถามว่าในอัยการแต่ละป้ไม่มีการไล่พนักงานอัยการออก หรืออัยการที่ผ่านมาประพฤติตัวดีกันทั้งหมดมันก็เหมือนกับทุกองค์กร ศาลสถิตยุติธรรม แต่ละป้ก็ยังมีการตัดสินของคณะกรรมการตุลาการไล่ศาลซึ่งกระทําความผิดวินัย อย่างร้ายแรง อัยการก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นนี่เปึนหลักสัจธรรมเลยว่าความเปึนมนุษย์ ย่อมมีเลวมีดีมีชั่วกันได้ ส่วนที่ดีไม่เปึนปัญหาครับท่านประธาน แต่การเขียนเอาไว้นี้ มันคุ้มครองชั่วด้วยไม่ใช่เฉพาะคุ้มครองดี ผมเรียนกับท่านประธานว่ามาตรา ๒๒ คงไว้ เหมือนเดิมมันพอแล้วครับ แต่ว่าการมาเพิ่มใหม่นั้นมันทําให้องค์กรนี้เปึนอภิสิทธิ์ชน ต่อไปนี้กระทําการอะไรกันก็ได้ คําว่าไม่เกรงกลัวต่อบาปหิริโอตัปปะเรื่องเล็กครับ ท่านประธาน หน้าด้านอย่างไรใครก็ทําได้ไม่ว่าองค์กรไหน ผมไม่ได้ว่าเฉพาะอัยการ แต่ว่า การบอกว่าไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองนั้น มันทําให้องค์กรนี้ จะไม่ได้รับการตรวจสอบและคนที่เขาไม่มีเส้น ผมยกตัวอย่างคดียึดทําเนียบรัฐบาล ไปดองบนโต๊ะเปึนป้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คดีคนเสื้อแดง ๑๒ วัน ยิ่งกว่าเอ็ม ๑๕๐ โฆษณาอีก รู้แล้ว ๆ ท่านประธานที่เคารพ
มีผู้ประท้วงนะครับ ท่านวัชระประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง และประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมประท้วงท่านผู้อภิปราย เพราะว่า ท่านผู้อภิปรายได้อภิปรายวนเวียนซ้ําซาก โดยเฉพาะเรื่องคดีพันธมิตรยึดทําเนียบรัฐบาล ท่านผู้อภิปรายจะพาคนไปตายอย่างไรเปึนเรื่องของผู้อภิปราย แต่ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าท่านประธานต้องควบคุมการประชุม เพราะถ้าสมาชิกอภิปรายนอกประเด็น ที่อภิปรายท่านประธานต้องตักเตือน แล้วการที่ผู้อภิปรายได้กล่าวพาดพิงถึงบุคคลภายนอก คือคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ท่านประธานก็ต้องตักเตือนอย่าปล่อยให้สมาชิกได้ฉวยโอกาสใช้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ตีกิน กล่าวหาบุคคลที่อยู่นอกเวทีสภาผู้แทนราษฎร ผมขอประท้วง ท่านประธานและประท้วงผู้อภิปราย
ประธานวินิจฉัยนะครับ ๑. ท่านผู้อภิปรายกําลังสรุปแล้วท่านก็ได้ยกประเด็นเรื่อง การทํางานของอัยการ เรื่องการสั่งฟัอง ไม่ฟัอง ตัวอย่างที่ยกก็อย่าจะให้วนหลายรอบนะครับ
ไม่วนหรอกครับท่านประธาน
เดี๋ยวผมวินิจฉัยก่อน ส่วนเรื่องการพาดพิงบุคคลภายนอกเนื่องจากรัฐธรรมนูญก็บัญญัติ ชัดเจน ถ้าทําให้บุคคลภายนอกเขาเสียหายก็เปึนสิทธิที่บุคคลภายนอกเขาจะสามารถ ฟัองร้องผู้อภิปรายได้ ท่านต้องรับผิดชอบ แต่ในข้อบังคับเราถ้าไม่จําเปึนก็ไม่ควรจะไป พาดพิงถึงบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เปึนสมาชิกรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีนะครับ ขอความกรุณา ท่านสรุปได้แล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ ก็เชิญ ฯพณฯ สนธิ ฟัองได้ตามสบาย เพราะว่าเปึนข้อเท็จจริงที่ปรากฏเปึนข่าวได้ทั่วอยู่แล้ว เหมือนกรณีที่ผู้ลุกขึ้นประท้วงกระผม ผมจะถามพนักงานอัยการ ในกรณีการตั้งข้อกล่าวหา คดีที่คาเรื่องกรณียึดทําเนียบรัฐบาล ถ้ามาตรา ๒๒ ว่าถ้าการกระทําใด ๆ ของพนักงาน อัยการ โดยอ้างว่าสุจริตและเที่ยงธรรมไม่ต้องรับผิดชอบทางแพ่ง ทางอาญา และทาง ปกครอง ในข้อเท็จจริงเขาร่วมยึดทําเนียบรัฐบาลอยู่ด้วย แต่ในชั้นพนักงานสอบสวน ไม่มีชื่อนายวัชระ เพชรทอง และผมมีสิทธิจะไปร้องดําเนินคดีกับใคร หรือแม้แต่กระทั่ง วันไปเอ็นบีที (NBT) ก็ไป อัยการก็ไม่มีคดีฟัองนายวัชระ เพชรทอง
ท่านใช้สิทธิถูกพาดพิงใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานก็รู้อยู่แล้วว่าพาดพิง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์
ถ้าเขาใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ท่านประธานต้องไว้ทีหลังครับ
ท่านประธานอนุญาตให้ผมพูด
เอาอย่างนี้ครับ ให้ท่านได้ชี้แจงเลยจะได้จบ เดี๋ยวท่านอภิปรายแล้วสรุปได้เลย
ควรจะมีมารยาทกันบ้าง
มันไม่ใช่มารยาท
เอาอย่างนี้ อย่าต่อล้อต่อเถียงกันเลยครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงของท่าน เดี๋ยวท่านจตุพร จะได้สรุป เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้ไปยึดทําเนียบรัฐบาล หรือไปยึดอะไรที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้กล่าวหาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ การที่พี่น้องประชาชนในนามของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไปดําเนินการดังกล่าวนั้น เปึนเรื่องเฉพาะตน ของแต่ละบุคคล ผมไม่ได้ไปร่วมยึดอย่างที่นายจตุพรได้กล่าวหา เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะว่าความจริงนั้นเปึนอย่างไรพี่น้องประชาชนก็ทราบ และนายจตุรพรนั้นพาคนไปตาย ที่ราชประสงค์
เอาละครับท่านได้ใช้สิทธิพาดพิงของท่านแล้ว เชิญท่านจตุพรสรุปได้แล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็น พาคนไปตายรอผลชันสูตรพลิกศพว่าสุนัขขี้เรื้อนที่ไหนเปึนคนยิงกันแน่
เข้าประเด็นแล้วก็สรุปได้แล้วครับ
แต่ประเด็นเรื่องการยึดทําเนียบ รัฐบาล นี่อย่างไรครับมาตรฐาน คนขึ้นเวทีกี่คน อัยการที่ทําสํานวนอยู่เวลานี้ผมก็สงสัยว่า หน้าตาที่ผมเห็นเหมือนคุณวัชระ เพชรทอง ปรากฏว่าไม่ใช่ เอาละไม่รู้หมาขี้เรื้อนที่ไหน ก็แล้วกัน ไม่ใช่คุณวัชระ
เอาอย่างนี้ท่านจตุพรครับ ขอความกรุณาช่วยถอน
ไม่ใช่คุณวัชระ ผมก็บอกว่า เปึนหมาขี้เรื้อนก็แล้วกัน
ถอนคําว่า หมาขี้เรื้อน ดีกว่า
ถอนก็ไม่ได้ไม่มีปัญหาท่านประธาน เพราะว่าไม่ใช่เขา เขาเดือดร้อนอะไร ก็ถือว่าเปึนหมาขี้เรื้อน ผมก็ถอนที่ไปว่าหมาขี้เรื้อน ต้องขออภัยหมาขี้เรื้อนด้วยท่านประธาน
ท่านวัชระ ไม่ได้หมายถึงท่านนะครับ
ผมว่าหมาขี้เรื้อนครับ ไม่ได้ว่า คุณวัชระ
เชิญครับ
ท่านประธานเชิญนะครับ ท่านประธานก็ต้องเป่ดไมโครโฟน (Microphone) ให้พูดครับ
เป่ดแล้วครับ ท่านกดบ่อยมันเลยป่ด ๆ เป่ด ๆ
มิได้ครับ ผมเป่ดครั้งเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วงว่าเขากล่าวหาผมว่าเปึนเช่นนั้น แต่ผมประท้วง ท่านประธานว่าท่านประธานปล่อยให้สมาชิกพูดคําไม่สุภาพในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้อย่างไร
เอาละครับ ประธานให้เขาถอนแล้วนะครับ ท่านไม่ต้องทักท้วงก็ให้ถอนก่อนแล้ว อย่างนั้น นั่งลงครับ เชิญต่อ
ผมขอกราบอภัยหมาขี้เรื้อนจริง ๆ ขอถอนครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นคดีความที่โดยหลักเมื่ออัยการได้รับเรื่อง
เขาถอนแล้วครับ ท่านวัชระครับ
ท่านประธานเป่ดให้พูดสิครับ ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงครับท่านประธาน แต่เขาได้พูดคําว่าหมาขี้เรื้อน เขาจะเปึนหมาขี้เรื้อนอย่างไรผมไม่ว่าครับ แต่เขาได้พูดคําว่าหมาขี้เรื้อนอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานก็ต้องให้ถอนอีกครั้งหนึ่งครับ คุณหมาขี้เรื้อนต้องถอนครับ
ท่านจตุพรถอนเสีย
ท่านประธานที่เคารพ แล้วดูลีลา ท่านประธานต้องเตือนเขาครับ คือผมประเภทลูกผู้ชาย ถ้าไปยืนอยู่ในทําเนียบผมก็บอกว่า ยืนอยู่ในทําเนียบ ถ้าผมยืนอยู่ในทําเนียบในขณะที่ใช้กําลังเข้าไปยึดนั้น
เอาอย่างนี้ เอาประเด็นอย่างนี้ครับ ท่านจตุพรถอนคําว่า หมาขี้เรื้อน แล้วท่านอภิปรายต่อ แล้วพอแล้วครับอย่าไปวนเวียนเรื่องทําเนียบเลยครับ เอาเข้าประเด็นอัยการ เดี๋ยวท่านอื่น จะได้อภิปรายต่อครับ
ก็ผมขอถอน ผมขออภัยหมาขี้เรื้อน จริง ๆ ก็ถอนครับ เพราะลูกผู้ชายทําอะไรก็ต้องยอมรับ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ในกรณีที่ทําความผิดอย่างเดียวกัน ในชั้นพนักงานสอบสวนฟัองเฉพาะบุคคลหนึ่ง แต่เมื่อบุคคลอีกบุคคลหนึ่งก็ไปร่วมกระทําความผิดด้วย แล้วอัยการก็ไม่สนใจที่จะบอก พนักงานสอบสวนตามหลักฐานที่ปรากฏ แล้วก็ฟัองเฉพาะตามความพึงพอใจอย่างนี้ คดียึดทําเนียบรัฐบาลชัดเจนที่สุดที่ดองอยู่บนโต๊ะนะครับ แล้วคดีที่ฟัองแล้ว คดียึดเอ็นบีที ชัดเจนที่สุด บางคนได้ถูกละเลยไม่ถูกส่งฟัอง ทั้งที่ไปร่วมกระทําความผิดในลักษณะ เดียวกัน มีพฤติการณ์อย่างเดียวกัน อย่างนี้แหละครับ ที่บอกว่าถ้าเปึนการกระทําอย่างสุจริต เที่ยงธรรมไม่ต้องรับผิดชอบ ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าทั้งหมดผมต้องการว่าบ้านเมืองนี้ไม่ใช่ ๒ มาตรฐานครับท่านประธาน ที่ผมต้องว่ากับพนักงานอัยการด้วยความรู้สึกครับ เพราะโดยส่วนใหญ่องค์กรท่านดีงาม งดงามไม่มีปัญหาอะไรเลยนะครับ แต่ที่ผมหยิบยกเวลานี้เพราะบ้านเมืองเราไร้ซึ่งมาตรฐาน ซึ่งปราชญ์เขาก็บอกชัดเจนว่า ยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด ถามว่าสามัคคีจะเกิดขึ้นมา ได้อย่างไรครับ เกิดได้จากความยุติธรรม และความเสมอภาคในการที่จะดําเนินคดี ในเรื่องกฎหมายเดียวกัน ไม่มีสีครับ เรื่องความยุติธรรม ไม่ว่าจะเปึนแดง เปึนเหลือง เปึนน้ําเงิน หรือจะเปึนสีใด ๆ ก็ตาม ความยุติธรรมจะมีสีไม่ได้ เพราะฉะนั้นนะครับ เมื่อการกระทําของอัยการในช่วงที่ผ่านมานั้นเปึนการกระทําหลายเรื่องที่ไม่ใช่ ๒ มาตรฐาน แต่ไม่มีมาตรฐาน เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนยืนยันว่ามาตรานี้สภาแห่งนี้เราจะให้ผ่านไปไม่ได้ ผมเคารพอัยการที่ดีงาม ผมไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์คนที่กระทําความดี แต่ใครก็ตามนี่นะครับ ถ้าไปกระทําสวนต่อหลัก นี่ผมยกตัวอย่างแค่คดีเดียวนี่นะครับ ยึดทําเนียบดองคดีเกือบป้ คดีคนเสื้อแดง ๑๒ วันไม่แสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่ม แต่อีกฝ์ายหนึ่งคดีจะเปึนอย่างไรก็ช่าง บางคดีเข้าไปในศาลแล้วยังดึงออกมา เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการที่มาเพิ่มถ้อยคําดังกล่าว ผมไม่เห็นด้วย ขอบคุณท่านประธาน
พอแล้วครับ จบแล้วครับ ท่านสุนัยครับ เชิญท่านสุนัย
ท่านประธานครับ ท่านผู้เปึนประธาน กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากนครสวรรค์ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นว่ากันจริง ๆ แล้วต้องถือว่าทั้งฝ์ายค้าน และฝ์ายรัฐบาลนั้น สําหรับฝ์ายรัฐบาลนี้แน่นอนครับ ประธานคณะกรรมาธิการก็คือ ประธานวิปนั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว แต่ฝ์ายค้านก็มีคําสั่งออกมาแล้วครับให้ผ่าน ถือว่าเปึน กฎหมายที่โดยหลักการพื้นฐานเราก็ด้วยความเอื้ออาทร ด้วยความรักกัน ด้วยความเข้าใจกัน ก็จะพยายามให้ผ่านไป ตั้งแต่ตอนที่เข้าวาระที่หนึ่ง ผมเองก็ได้พยายามประสานกันกับ ทางอัยการ โดยเฉพาะท่านอัยการสูงสุด ก็เกรงว่าอยากจะให้มันเข้าไว ๆ เพราะสภานี่ครับ การเมืองไทย มันวางใจไม่ได้เหมือนกัน อาทิตย์ต่ออาทิตย์ ผมยังเสียว ๆ อยู่เหมือนกัน ตอนที่ก่อนจะ เข้าแล้วก็เกิดคลาดเคลื่อนไป เลื่อนไป ก็ยังคิดว่ากฎหมายจะแท้ง วันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เราก็พยายามจะให้มันผ่านไปโดยเร็ว แต่บังเอิญว่ามาติดเอามาตรานี้ ว่ากันจริง ๆ แล้ว ฝ์ายค้านก็ได้พยายามสงวนข้อคิดเห็นไว้เยอะครับ อย่างมาตรา ๖ เรื่องแก้ไขให้จาก นายกรัฐมนตรีเปึนอัยการสูงสุดรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผมเองก็เห็นแตกต่าง แต่ก็ไม่พูดครับ มานั่งอยู่ข้าง ๆ ท่านประยุทธ์ บอกว่าท่านประยุทธ์ ประเด็นนี้คลายตัว สักหน่อยไม่ได้หรือ ไม่ต้องโหวตได้ไหม เขาบอกว่าอย่างไรก็ไม่ได้ ผมก็เกรงว่าจะล่าช้า เพราะถ้าโหวตเมื่อไรมันก็จะต้องเริ่มต้นจากแสดงตนนับองค์ประชุม ซึ่งวันนี้ผมได้ทราบว่า เขาจะมากันอีกทีตอนปลาย ๆ ครับ ระหว่างทางนี้ถ้านับองค์ประชุมกันทุกมาตราแล้วก็ต้อง ป่ดประชุมทันที เชื่อแน่เหลือเกิน ก็อยากจะให้มันผ่านไปโดยเร็ว ทีนี้จึงเรียนมาทาง ท่านอัยการสูงสุด ซึ่งท่านจุลสิงห์ก็เปึนรุ่นพี่ที่ผมเคารพ แล้วก็ได้รับความเชื่อถือจากสังคม มากว่าท่านเปึนอัยการสูงสุดคนหนึ่งที่ได้รับความเชื่อถือในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต แต่ทีนี้ในมาตรานี้ผมเองอยากจะนําเสนอว่าถ้าเปึนไปได้ ถ้าท่านจะพิจารณาว่าขอให้ กลับไปเหมือนเดิมเสีย จบเลยครับ ผ่านเลยครับ ถ้าท่านบอกว่าจะยืนตามนี้ผมก็อยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสักนิดหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๒๒ ที่แก้ไข ความไม่ต้องรับผิดทางแพ่งและทางอาญา โดยวัฒนธรรมชาวบ้านไม่กล้าฟัองอัยการอยู่แล้ว ไม่กล้าฟัองนะครับ แล้วมาตรานี้บังเอิญมันไม่ใช่เรื่องบอกว่าดุลยพินิจของอัยการสูงสุด ถ้าดุลยพินิจของอัยการสูงสุดคนเดียวผมว่าเขายอมเลยครับ แต่อันนี้เปึนดุลยพินิจของ พนักงานอัยการทุกท่าน ดังนั้นการเขียนอย่างนี้กระผมเองคิดว่า มันทําให้ ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายค้านหลายท่าน ซึ่งก็เข้าใจ กราบเรียนท่านอัยการสูงสุดนิดหนึ่งครับ พวกผู้แทนราษฎร ก็จะเปึนอย่างนี้ว่าเมื่อเขามาจากประชาชนเขาก็จะต้องพูดถึงสิทธิของประชาชนที่จะต้อง โต้แย้งในบางเรื่อง อย่างกรณีที่ท่านประธานบอกว่า มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน มานั่งฟังด้วย เขายิ่งต้องนําเสนอว่าสิทธิของประชาชนนั้นจะต้องได้รับการคุ้มครอง ถ้าเขียนอย่างตาม มาตรา ๒๒ ที่ท่านแก้ไขนี่อันที่หนึ่ง โดยวัฒนธรรม ประชาชนก็ไม่กล้าฟัองอัยการอยู่แล้ว ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริง ๆ ผมว่าไม่เคยเห็นครับ ไม่เคยเห็น อันที่ ๒ พอท่านมาเขียน บอกว่าไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา ผมว่าไม่มีทนายกล้ารับฟัองครับ ทนายไม่กล้า เปึนทนายของโจทก์ที่จะฟัองอัยการโดยเด็ดขาด เพราะกฎหมายมันแพ้กันตั้งแต่ต้น ถ้าท่าน จะบอกว่าเปึนไปตามหลักการเหมือนกับกฎหมายอื่นตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ตรงนี้ผมเลยต้องเรียนพี่ชายผมสักนิดหนึ่งว่า การเมืองวันนี้อยู่ในภาวการณ์ที่น่าอึดอัดมาก โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ไม่ใช่ต้นแบบของรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย แต่ว่า กฎหมายนี้เมื่อออกไปแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ล้มแล้วกฎหมายนี้ยังอยู่ครับ ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญต้นแบบประชาธิปไตย กฎหมายที่พยายามเกาะ รัฐธรรมนูญทุกประการ มันก็จะกลายเปึนคลอดลูก เปึนกฎหมายที่เปึนผลจากรัฐธรรมนูญนั้น ไม่เปึนประชาธิปไตยยาวไปหมด ผมกราบเรียนท่านด้วยความเคารพจริง ๆ ผมว่าคําว่า ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางการปกครอง นั้น ผมว่าเปึนการตัดสิทธิพลเมือง และไม่เปึนประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เพราะคําว่า ประชาธิปไตย นั้นก็ได้แสดงออกชัดเจนแล้วว่า ประชาชนเขาต้องเปึนใหญ่ เขาต้องมีสิทธิของเขา นี่วัฒนธรรมก็ถูกตัดสิทธิไปแล้วครับ โดยความกล้าของชาวบ้านไม่กล้าหรอกครับ ทนายต่างจังหวัดกล้ารับคดีไหมครับ ฟัองอัยการผมบอกถ้าไม่ได้ค่าแรงมากหน่อย เขาไม่กล้าหรอกครับ พอเขียนกฎหมายอีกไปเลยครับ ทําไมถึงว่าเปึนการตัดสิทธิ เพราะโดยภาระทางกฎหมายพิสูจน์ก็ยากเต็มที เพราะภาระการพิสูจน์ไปตกอยู่กับโจทก์ เลยครับ สบาย ๆ ฝ์ายจําเลยที่เปึนอัยการนั้นไม่ต้องรับผิดชอบตรงนี้เลย ท่านครับ ถ้าเรา จะมองถึงหลักการประเทศไทยไม่ได้อยู่แค่วันนี้นะครับ อยู่ถึงอนาคตชั่วกัปชั่วกัลปี เราอยากจะเห็นชื่อคําว่าไทยแลนด์ยังอยู่ในโลกนี้อย่างเสมอภาคกับรัฐอื่น เราต้องดู วิวัฒนาการของโลกด้วยว่าวิวัฒนาการของโลกที่เจริญแล้วในประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น สิทธิแห่งพลเมืองนั้นเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานจริง ๆ สิทธิขั้นพื้นฐานจริง ๆ วันนี้ประชาธิปไตย ของเราก็ครึ่งลูก ครึ่งดอก ครึ่งใบ อยู่อย่างนี้ละครับ เรายังจะมาออกกฎหมายกันอย่างนี้อีก ผมว่าไปไม่ไหวหรอกครับ ดังนั้นกระผมกราบเรียนท่านว่าสิ่งที่มันเปึนอยู่ขณะนี้ผมก็เห็นใจ ทางอัยการมากนะครับ ไม่ใช่เห็นใจอัยการอย่างเดียว ผมเชื่อว่าศาลเราก็น่าเห็นใจเขา มันเปึนภาวการณ์อย่างที่ท่านประจวบ ไชยสาส์น บอกว่าการเมืองไทยวันนี้พูด ก็พูดยาก เขียนก็เขียนลําบาก พูดภาษาชาวบ้านคือน้ํามันท่วมปาก ขออนุญาตนิดเดียว ยกตัวอย่างง่าย ๆ ผมว่าใครก็อึดอัดครับ กรณีสั่งไม่ฟัองเขายายเที่ยงอึดอัดทั้งนั้นครับ ไม่ต้องพูดครับ อึดอัด แต่มันไปกระทบความรู้สึกของชาวบ้านว่าทีชาวบ้านไปเจาะป์าอยู่ เอามือนี่ครับ จับด้ามพร้าฟันต้นไม้เพื่อจะปลูกข้าวเลี้ยงตัวเอง การบุกรุกป์าสงวนนั้น ร้อยละร้อยอัยการไม่เคยสั่งไม่ฟัองในข้อหาว่าขาดเจตนาเลย แต่กรณียอดเขายายเที่ยง ขาดเจตนา แต่กลางเขาติดตะรางไปแล้ว ผมไม่โทษท่านนะไม่โทษจริง ๆ ผมกําลังโทษ ระบบที่ใครก็ตามทีที่เข้ามาแทรกแซงระบบจนพังพินาศอย่างนี้ มันทําให้ทุกคนต้องรักษา ตัวรอด และบางเรื่องแม้เราจะมีอุดมการณ์อย่างไรก็ไปไม่ไหว ผมเข้าใจ ดังนั้นถ้าเปึน อย่างนี้จริง ๆ เราเก็บอย่างนี้ไว้มันก็สะเทือนใจประชาชน มันก็สะเทือนใจว่าโดยปกติ ก็ไม่กล้าฟัองอยู่แล้ว พอมาเจอกฎหมายเขียนอีกไปไม่รอดเลยครับ และปรากฏว่า ตามมาตรา ๒๒ นี้กว้างขวางมากครับท่านประธาน พูดถึงอ้างอิงว่าการใช้สิทธิแห่ง มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๑ ไม่ใช่เรื่องการสั่งฟัองคดี ไม่สั่งฟัองคดี เท่านั้นนะครับ เปึนการปฏิบัติ หน้าที่ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญเกือบทุกเรื่องเลย เปึนอนุญาโตตุลาการก็ใช่ เปึนที่ปรึกษา โครงการต่าง ๆ ก็ใช่ทุกอย่างเลย ผมว่าไหน ๆ ท่านอัยการสูงสุดก็มาจากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ผมว่าถ้าท่านได้แสดงสักนิดหนึ่งสมมุตินะครับ ท่านบอกคุณสุนัยมีเหตุผล ถอนไปเลยครับเอาเหมือนเดิม เพื่อให้สังคมยอมรับว่าอัยการก็ไม่เอาเปรียบใคร ถ้าอัยการ ทําถูกต้องอย่างที่ท่านอาจารย์มานิตย์บอกแล้วว่าถ้าสุจริตเที่ยงธรรมอยู่แล้วก็ฟัองไม่ได้ อยู่แล้ว เมื่อเราเชื่อมั่นอย่างนี้พอเราถอนตรงนี้ปัูบผ่านเลยครับ เพราะไม่อย่างนั้นผมก็ไป ขอร้องแล้วว่าท่านประยุทธ์อย่างไรก็ผ่านไปก่อน ท่านบอกไม่ได้จะต้องเอาอย่างนี้ ก็ขอความกรุณาท่านให้เข้าใจกันว่าเราเปึนอย่างนี้เอง ก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ เพราะถ้าเกิด พอโหวตปัูบองค์ประชุมไม่ครบทันทีต้องสัปดาห์หน้าว่ากันใหม่ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ในช่วงนี้ผมจะให้ท่าน ทําไมครับ จะอภิปรายก่อน เชิญครับท่านชัยวัฒน์ คือพูดกันมา หลายท่านแล้ว ก็วนว่าเราไม่เห็นด้วยนะครับ ก็มีเหตุผลหลากหลายเดี๋ยวจะได้ให้ทาง คณะกรรมาธิการได้ชี้แจง เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาต กราบเรียนครับ วันนี้เราได้พิจารณาในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ซึ่งถือว่าเปึนหัวใจอย่างหนึ่งในกระบวนการของความยุติธรรม ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ ในประเทศเราหรือในชาติบ้านเมืองเรามีความยุติธรรม ไปเพื่ออะไร ตรงนี้เปึนหลักสําคัญ ความยุติธรรมถ้ามันเกิดความผาสุกมันก็จะเกิดขึ้น ในชาติบ้านเมือง ความร่มเย็นมันก็จะเกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองกับทุกคน ถ้าความยุติธรรม มันไม่มี ความร่มเย็นหรือความผาสุกของคนในชาติบ้านเมืองย่อมมีไม่ได้ เพราะฉะนั้น ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ไปพิจารณาฉบับดังกล่าว องค์กรอิสระของอัยการเปึนองค์กรอิสระเห็นด้วย ผมสนับสนุนอย่างยิ่งเลย การสนับสนุน ให้องค์กรของอัยการมีฐานเงินเดือนที่มาก เพื่อตําแหน่งหน้าที่การงานอันรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรม และความบริสุทธิ์ของมวลหมู่พี่น้องประชาชน ซึ่งจะต้องได้รับจากกระบวนการในสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเปึนที่พึ่งที่หมายหนึ่งที่ไม่มีสิ่งอื่นที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะต่อสู้ได้ ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ในวันนี้ต้องถามว่ากระบวนการของความยุติธรรมเราเริ่มต้น ตั้งแต่ตํารวจ อัยการ แล้วก็ไปสู่ศาล นี่ก็คือกระบวนการของความยุติธรรมของประเทศเรา แต่ถามจริง ๆ และถามไปในสิ่งเหล่านี้ว่าวันนี้ภารกิจและหน้าที่ตรงนี้ของประเทศเรา ในเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่เราได้ยินได้ฟังมันเปึนอย่างนั้นจริงหรือไม่ ถ้ามันไม่จริงในอดีต ในปัจจุบันพวกเรานั้นต้องแสวงหาความชัดเจนและความจริงให้ปรากฏให้ได้ เพื่อยังลูกหลาน แล้วก็ความมั่นคงของประเทศของเรา เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชนอยู่ร่วมกัน เพราะแน่นอนที่สุดครับ ไม่มีใครสักคนเดียวหรือไม่มีใครอยู่ได้แม้แต่คนเดียวในตําแหน่งหน้าที่ ของตนเองโดยตลอดไป แล้วก็ไม่มีใครสามารถบันดาลดลให้ลูกหลานสืบต่อเนื่องในอํานาจ หน้าที่ของตนเองได้ตลอดไปชั่วกัปชั่วกัลปี ไม่มีครับ ในประวัติศาสตร์ไม่มีครับ ท้ายที่สุด มันต้องเปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนแปลงเพราะมันไปตามเวลาของธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าวันนี้ผมเองมีคํานิยามอยู่คําหนึ่งที่ได้นิยามเอาไว้ แล้วก็ อยากจะกราบเรียนไปทางท่านประธานนะครับว่า นิยามในความหมายของผมก่อนที่จะไป ในมาตรา ๒๒ กับมาตรา ๒๑ นั้นผูกพันกันก็คือคุกมีเอาไว้ทําอะไร ในนิยามของคุกนั้น มีไว้ขังเพื่อขังคนจนกับคนที่ไม่ใช่เปึนพวกใช่ไหม ถ้านิยามของคุกมีเอาไว้สําหรับขังคนที่ ไม่ใช่คนที่มีฐานะก็คือคนจนและคนที่ไม่ใช่เปึนพวกเรานั้น ถามคําถามว่าแล้วกระบวนการ ของตํารวจ กระบวนการของอัยการ กระบวนการของศาล ซึ่งเปึนกระบวนการยุติธรรม ก็คือกระบวนการของการจับคน ขังคนไม่ใช่คนรวยก็คือคนจนใช่ไหม และคนที่ไม่ใช่เปึน พวกใช่ไหม ถ้าเปึนอย่างนี้ถามว่านิยามในความหมายของความร่มเย็น ความผาสุก หรือความยุติธรรม มันหาใช่เปึนอย่างนั้นไม่ วันนี้ชาติบ้านเมืองถ้าพูดถึงว่าสถิติของการจับคนที่มีฐานะยากจน หรือคนที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ต้องไปลักเล็กขโมยน้อย ไปปล้น ไปจี้ ไปอะไร ถามคําถามว่าเขาไม่มีกินความผิดของเขาหรือ ความผิดของรัฐใช่ไหม ความผิดของ นโยบายประเทศใช่ไหม ในการแบ่งสันปันส่วนของที่มีอยู่ในชาติในแผ่นดินนี้ ตั้งแต่แผ่นดิน ตั้งแต่ผืนดิน ตั้งแต่เงิน ทุกอย่าง แล้วแบ่งไม่เท่าเทียมใช่ไหม ถ้าเราแบ่งเท่าเทียมแล้ว มันจะเกิดได้อย่างไร ถามว่าใครเกิดมาในโลกนี้หรือในประเทศนี้ใครอยากขโมยใครกิน ใครอยากที่จะฉกชิงวิ่งราว ไม่มีหรอกครับ ทุกคนเปึนผู้บริสุทธิ์ ทุกคนนั้นปรารถนาสิ่งที่ เรียกว่ามีความเปึนผู้มีเกียรติทุกคน แต่ที่ต้องเปึนอย่างนั้นเพราะอะไร ก็เพราะว่าภาระหน้าที่ ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าหากมีผู้ชายคนใดคนหนึ่งหรือผู้หญิงคนใดคนหนึ่งก็ตามแต่ที่อายุ พอสมควร ถ้าไม่มีภาระหน้าที่ในความผูกพัน เช่น ลูก พ่อแม่ ญาติ พี่น้อง แล้วไซร้ ผมเชื่อว่าเขาถ้าได้รับความลําบากจากความทุกข์เข็ญในชาติแผ่นดินนี้ที่ไม่ให้ความยุติธรรม กับเรื่องการมีอยู่ มีกิน มีใช้ เขาพร้อมที่จะลาโลกนี้ เขาพร้อมที่จะตาย พร้อมที่จะฆ่าตัวตาย แต่ที่เขาไม่ฆ่าตัวตายเพราะว่าเขามีภาระหน้าที่ต้องเลี้ยงดู ต้องดูแลพ่อแม่ ต้องดูแลลูก ดูแลผัว ดูแลเมีย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถามว่าเปึนกระบวนการอะไรกันแน่ เปึนกระบวนการ ของความยุติธรรมอันแท้จริงหรือไม่ อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการทุกท่านว่าและท้ายที่สุดเราจะดําเนินการเช่นไรในแผ่นดิน ของเรา ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ ผมอยากจะเห็นแผ่นดินประเทศไทยของผม เปึนแผ่นดินที่คนทั้งโลก ทุกชาติ ทุกภาษา เขาจะเห็นว่าแผ่นดินของเราเปึนแผ่นดินซึ่งมี ความยุติธรรมอันแท้จริง เปึนแผ่นดินที่มีความสุขอย่างแท้จริงที่ทุกคนอยากจะหาหรือ แสวงหาต้องมาอยู่ในชาติในแผ่นดินของเรา นี่คือสิ่งที่อยากได้หรือสิ่งที่ปรารถนา ท้ายที่สุด มนุษย์เราไม่ได้อยู่ด้วยเงิน เงินนั้นเปึนที่ตั้งส่วนหนึ่งความสําเร็จส่วนหนึ่งนั้นมาจากฐานะ มาจากการเงิน ส่วนหนึ่งใช่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ความดํารงอยู่ได้นั้นไม่ใช่อยู่ได้เพราะเงิน เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๒๒ นั้นผมเองต้องขออนุญาต กราบเรียนว่าไม่ได้ตําหนิคณะกรรมาธิการว่าทําไม่ดี ทําไม่งาม แต่ต้องขออนุญาต กราบเรียนว่าในมาตรา ๒๒ ทั้งมาตรา และมาตรา ๒๑ ทั้งมาตรา ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ยิ่งเปึนการตอกย้ําอย่างใหญ่หลวงในการที่ผมได้ให้คํานิยามว่าคุกมีเอาไว้ทําอะไร เอาไว้ ขังคนที่ไม่ใช่เปึนพวกกับคนจนเท่านั้น ถ้าเปึนอย่างนี้มาตรา ๒๑ กับมาตรา ๒๒ เปึนบทบัญญัติหรือเปึนบทที่เรียกว่าเสริมความหมายหรือคํานิยามที่บอกว่าคุกมีไว้ขัง คนจนและคนที่ไม่ใช่เปึนพวก ถ้าเราจะทําในแผ่นดินนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่าน ทั้งหลายครับ ผมเองต้องฝากไว้ว่าไม่ใช่ ที่ผมพูดอย่างนั้นเพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าในที่นี้เขาบอกว่าถ้าพูดถึงอัยการถ้าจะไม่สั่งฟัองใครก็ได้ในมาตรา ๒๑ เพราะเห็นว่าสิ่งที่เรียกว่าถ้าฟัองไปนั้นมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคง ของชาติ ในมาตรา ๒๑ ให้อํานาจไว้ว่าจะไม่สั่งฟัองใครก็ด้วยความไม่ปลอดภัยหรือความมั่นคง ของชาติ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อ้างไปได้เรื่อยครับ คนที่จะหลุดรอด คนที่จะพ้นภัย พ้นอะไร ตรงนี้ก็อ้างตรงมาตรานี้ อ้างตรงข้อความนี้ ท้ายที่สุดก็จะหลุดรอดไปหมด นั่นก็คือคนที่มี อํานาจในทิศทางเดียวกัน คนที่มีอํานาจในทิศทางเดียวกันคือผู้มีอํานาจสูงสุดในที่นี้ ผมอยากจะกราบเรียนครับ แผ่นดินของเรา ประเทศของเรา ทําไมถึงเปึนอย่างนี้ ทําไม ตีกันไม่เลิก แล้วเมื่อไรจะเลิกตีกัน ก็บอกได้เลย ยังครับ ที่ผ่านมา ๑๐๐ กว่าป้หรือว่า ๖๐ ป้ หรือมา ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ เริ่มต้นครับ ของแท้ยังไม่เกิดครับ ถามว่าทําไมยัง ไม่เกิด ก็เพราะว่าสิ่งที่ตีกันนั้นมันตีกันยังเรียกว่าความทุกข์เข็ญยังไม่พอ ตีกันแค่ประปราย ก็ถามบอกทําไมถึงตีกันประปราย เปึนประปรายบางครั้งเรียกว่าอย่างไร ท่านตกปลาออกมา ถือว่าพี่น้องประชาชนเปึนปลา พอท้ายที่สุดเกล็ดติดเบ็ดท่าน ท่านก็ปล่อยสายสักหน่อยหนึ่ง ยอม แล้วท้ายที่สุดก็กระตุกต่ออีก ที่ผมเปรียบเปรยอย่างนั้นบางท่านอาจจะไม่เข้าใจ หรือตามไม่ทันก็ต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานว่าในเรื่องของสิ่งที่มัน เกิดขึ้นในตอนนี้ถามว่ามีพี่น้องประชาชนกลุ่มใดก็ตามแต่มีการเรียกร้อง และจนกระทั่ง เรียกว่าอย่างไร ความเห็นว่าบ้านเมืองโดนพี่น้องประชาชนเรียกร้องมากขึ้น กระบวนการ ใหญ่โตมากขึ้น ก็ยอมที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยที่จะปฏิรูปประเทศไทยเราใหม่ โดยที่จะ ยอมปฏิรูปประเทศไทยใหม่ในการที่จะแก้ไขในสิ่งที่แก้ไขยอมรับ โดยเฉพาะในเรื่องของ ความเหลื่อมล้ําทางสังคม นั่นก็คือความยากจนกับความร่ํารวยที่มีความแตกต่างกัน วันนี้ คนในชนบทไม่มีกิน ยากจน ไม่มีกินมีใช้ น้ําไม่มีทํานา นาล่ม เพลี้ยกิน ฝนตกมาน้ําท่วมอีก ป้ที่แล้วทั้งป้ทําได้ครั้งเดียวเพลี้ยกิน แล้วก็หนูกิน ผลผลิตไม่ได้ ราคาตกต่ํา ท่านลองคิดดู เกิดอะไรขึ้นในแผ่นดินนี้ เขาได้ตั้งความหวังไว้แล้ว ในเรื่องของค่าใช้จ่ายต้องมี ในเรื่อง ของการส่งลูกเรียน ในการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนอะไร ท้ายที่สุดมันไม่มีรายได้จะผ่อน ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ความล้มเหลว ความล้มละลาย เกิดขึ้นในบ้านเขา ในตระกูลของเขา ในครอบครัวของเขา แล้วท่านก็ใช้กระบวนการของท่านในการที่จะไปจับให้ได้ไล่ให้ทัน จับใส่คุกให้หมด สิ่งเหล่านี้มันถูกต้องหรือไม่อย่างไร ผมไม่ได้เถียง ผมไม่ได้ว่าใคร แต่ผม ว่าที่ทํามาทั้งหมดนั้น นโยบายของประเทศเราล้มเหลว แล้วก็ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เราต้องช่วยกันแก้ครับ คนรุ่นของเราต้องช่วยกันแก้ โดยท่านประธานอัยการสูงสุดก็ดี ซึ่งเปึนหนึ่งในกระบวนการของความยุติธรรม ท่านก็ต้องเปึนเสาหลักท่านหนึ่งในองค์กร ของท่าน ผู้พิพากษาศาลก็เช่นเดียวกัน ตํารวจก็เช่นเดียวกัน ต้องช่วยกันครับ ถ้าสิ่งเหล่านี้ ช่วยกันดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกระแสรับสั่งว่า ความยุติธรรมจะให้ ชาติบ้านเมืองของเราอยู่รอดปลอดภัย แล้วก็เปึนไปด้วยความดีความงาม เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้สําคัญมากนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตกราบเรียนว่า ในมาตรา ๒๑ กับมาตรา ๒๒ ถ้าจะใช้ผมเองไม่บอกให้ตัดด้วย แต่ผมก็บอกว่าถ้าจะใช้ ใช้ให้เปึนประโยชน์ ทุกฝ์าย แต่อย่าฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งถ้าเปึนฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ชาติบ้านเมืองไม่มีความร่มเย็น ไม่มีความผาสุกแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาต กราบเรียนว่า โดยดุลยพินิจของท่านทั้งหลายซึ่งเปึนบุคคลที่เปึนผู้ใหญ่ของชาติบ้านเมือง ผมขออนุญาต กราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าจะนําพาไปซึ่งความผาสุกของมวลหมู่พี่น้องประชาชน ทั้งแผ่นดินได้ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าอย่างไรก็ตามแต่ผมก็ขออนุญาต แสดงความคิดเห็น แล้วถ้าเปึนไปได้ตรงส่วนมาตรา ๒๒ ที่เพิ่มเติมมาเล็กน้อยในส่วนต้น โดยสุจริตและเที่ยงธรรมนั้น ก็ขออนุญาตเปึนภาระเก็บเอาไว้ เห็นด้วยครับ แต่ในส่วนของหลัง ตรงคําว่า ไม่ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางการปกครอง นั้น ขออนุญาต ตัดออก เพราะว่าท่านได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายอื่นอยู่แล้ว แล้วก็โดยสุจริตเที่ยงธรรม โดยข้อความนั้นก็บอกอยู่แล้วครับ ถ้าอ่านโดยรวมไม่ต้องมีต่อหลัง มันก็คุ้มครองอยู่แล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานครับ อ่านอย่างนี้ ในมาตรา ๒๒ ดุลพินิจของ พนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๑ โดยสุจริต และเที่ยงธรรมย่อมได้รับความคุ้มครอง ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วไม่ต้องต่อหรอกครับ กราบขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ได้รับแจ้งจากท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าคณะกรรมาธิการ ได้ประชุมตกลงกันแล้วจะนํากลับไปสู่ร่างเดิม เพราะฉะนั้นมาตรา ๒๒ ก็ถือเสมือนว่า ไม่มีการแก้ไข เราก็ไม่จําเปึนจะต้องอภิปรายในมาตรานี้ ขอท่านเลขาธิการดําเนินการ ในมาตราต่อไปเลยครับ
(ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเชาวรินธร์ประท้วงอะไรหรือเปล่าครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากพื้นที่จังหวัดราชบุรี ที่ท่านประธานแจ้งว่าคณะกรรมาธิการได้หารือ ในทํานองว่าถอนส่วนที่เพิ่มเติมมากลับไปสู่ร่างเดิมนั้น ผมคิดว่าผมในฐานะสมาชิก คนหนึ่งในสภาแห่งนี้ผมย่อมมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นเพื่อให้บันทึกไว้ในรายงาน การประชุมสภา ท่านประธานครับ ผมยอมรับว่าวันนี้ผมมาประชุมสาย เพราะตอนเช้า มีภาระที่จังหวัดราชบุรี แล้วเดินทางจากจังหวัดราชบุรีมาประชุมเริ่มรับวิทยุรัฐสภาได้ ในเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐม เพราะฉะนั้นตอนช่วงแรก ๆ สมาชิกอภิปรายนั้นผมจะไม่มี โอกาสได้รับฟัง แต่ได้รับฟังตอนหลัง ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตว่าร่างเดิมที่อัยการเสนอมา ดีแล้ว ที่ผ่าน ครม. ดีแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการท่านใดไปเพิ่มข้อความตรงนี้ แล้วสมาชิกก็เข้าใจผิดคิดว่าอัยการขอเพิ่มมา เหมือนอย่างกับชงเองกินเองประมาณนั้น สมาชิกบางท่านถึงขนาดอภิปรายว่าอัยการต้องการเพิ่มพูนอํานาจอะไรต่ออะไรต่าง ๆ ให้แก่ตัวเอง ซึ่งความจริงไม่ใช่ ผมมีความรู้สึกว่าเปึนการประจบสอพลอของกรรมาธิการ บางคนที่ไปเพิ่มมา อัยการเขาไม่ได้ต้องการหรอก อัยการเดิมอยู่นั้นมีศักดิ์ศรีจะตายไป ยิ่งสมัยก่อนนี้มีอธิบดีกรมอัยการคนเดียวผมจําได้ อาจารย์ประเทือง กีรติบุตร อาจารย์สุจินต์ ทิมสุวรรณ อะไรอย่างนี้มีหนึ่งเดียวเปึนปูชนียบุคคลของวงการนักกฎหมาย ผมบอกว่า ไม่ต้องใส่ตรงนี้เพราะอะไร เพราะผมเคยเปึนพนักงานสอบสวนและส่งสํานวนอัยการ เดินตัวลีบยิ่งกว่าไปหาสารวัตรใหญ่สมัยผมนะครับ อัยการนี่ยิ่งใหญ่ครับ แล้วสถานะ ของท่านทุกวันนี้ก็ใหญ่อยู่แล้ว
ผมต้องเรียนชี้แจงท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับ เมื่อท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านได้ แจ้งว่าท่านขอกลับไปสู่ร่างเดิม มันก็เสมือนหนึ่งว่ามาตรา ๒๒ นี้ไม่มีการแก้ไข เมื่อไม่มี การแก้ไขก็จะไม่เป่ดโอกาสให้อภิปรายต่อนะครับ ต้องขอความกรุณาท่านเชาวรินธร์ ด้วยครับ แล้วเดี๋ยวท่านไปอภิปรายในมาตราอื่นนะครับ คือถ้าผมเป่ดโอกาสให้ ท่านเชาวรินธร์ก็ต้องเป่ดโอกาสให้ทุกท่าน แต่ขณะนี้เมื่อเรารับทราบว่าคณะกรรมาธิการ ท่านนํากลับไปสู่ร่างเดิมก็คือไม่มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นประธานก็จะต้องดําเนินการต่อ ในมาตราต่อไปนะครับ คืออย่างนี้ครับ ผมก็จะต้องปฏิบัติไปตามข้อบังคับของการประชุม สภาอย่างเคร่งครัดนะครับ
(นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประยุทธ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมคิดว่าท่านประธาน ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประท้วงท่านประธาน การที่ท่านกรรมาธิการเสนอกฎหมาย เข้ามาถึงแม้ว่าท่านจะยอมภายหลังมันจะเข้าองค์ประกอบตามข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ท่านอ่านดู จะต้องได้รับความยินยอมจากที่ประชุมไม่ว่าข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ก็ตาม ข้อ ๘๐ ก็ตาม ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในฐานะที่ผมเปึนคนเป่ดประเด็นนอกจาก คุณเชาวรินธร์จะขอสงวนสิทธิในการพูดแล้ว ผมก็ต้องขอสงวนสิทธิเพราะว่าที่ประชุม จะยินยอมหรือไม่ไม่จําเปึนต้องเปึนมติ ซึ่งผมก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับท่านประธาน รวมทั้งคณะกรรมาธิการ แต่ผมก็ต้องพูดความจริงว่าผมเป่ดประเด็นนี้เพื่ออะไร ไม่เช่นนั้น อารมณ์ค้างก็อาจจะตกอยู่ในหัวใจของท่าน ในฐานะที่กระผมเปึนคนเป่ดประเด็นก่อน ผมก็ต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ในการที่จะพูดเปึนคนสุดท้ายอีกเช่นกันครับ
ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับ ผมก็ต้องวินิจฉัยไปตามข้อเท็จจริง เมื่อคณะกรรมาธิการเสนอ ร่างขึ้นมามีการแก้ไขเพิ่มเติม แต่คณะกรรมาธิการเองเปึนผู้เสนอกลับมาว่าจะกลับไปสู่ ร่างเดิม เพราะฉะนั้นจะต้องวินิจฉัยว่ามาตรา ๒๒ นี้เสมือนหนึ่งไม่มีการแก้ไขนะครับ เมื่อไม่มีการแก้ไขก็จะไม่เป่ดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายครับ
(นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ไหน ๆ ถ้าหาก ยังไม่เข้าใจกัน กระผมจะขออนุญาตขอประทานโทษท่านประธานนะครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ญัตติที่บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมแล้วหากผู้เสนอญัตติจะถอนญัตติ หรือแก้ไขเพิ่มเติม หรือจะถอนชื่อออกจากการร่วมการเสนอ หรือผู้รับรองจะถอน การรับรองญัตติจะต้องได้รับความยินยอมของที่ประชุม
ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับท่านประยุทธ์ ในเรื่องนี้ไม่ได้ถือว่าเปึนญัตติที่เสนอเข้ามานะครับ เปึนร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านคณะกรรมาธิการนําเสนอเข้ามาสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร แล้วคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้เสนอถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ออกไป ถ้าเสนอถอนจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเหมือนเมื่อวานที่เราทํา แต่วันนี้เฉพาะมาตรา ๒๒ คณะกรรมาธิการเสนอไม่แก้ไขนะครับ ทําได้ครับ เชิญนั่งเถอะ ผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญนั่งเถอะครับ
ท่านประธานให้ผมชี้แจงบ้างสิครับ
เชิญนั่งเถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับเพราะว่ามันเปึนประเด็นเดิมนะครับ แล้วเดี๋ยวผม จะให้โอกาสท่านอภิปรายในมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องท่านก็พูดได้ที่เกี่ยวข้องในประเด็นนะครับ รวมทั้งท่านเชาวรินธร์ด้วย เชิญนั่งเถอะครับเราจะได้ดําเนินการในมาตราต่อไปครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมจะเป่ดโอกาส ให้ท่านเชาวรินธร์ได้อภิปรายในมาตราที่มีการแก้ไขแล้วท่านก็พูดเกี่ยวเนื่องได้ เชิญ นั่งลงเถอะครับ
ท่านประธานต้องให้ ประธานคณะกรรมาธิการเอ่ยวาจาว่าขอถอนคําแปรญัตติ
อย่างนี้ครับ ผมได้รับหนังสือเปึนลายลักษณ์อักษรจากประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งไม่จําเปึน ผมเปึนผู้พูดแทนประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ก็เสมือนหนึ่ง ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เปล่งวาจาในที่ประชุมแห่งนี้เหมือนกันนะครับ
ถ้าเปึนอย่างนั้น ท่านประธานต้องสําเนาหนังสือให้สมาชิกทราบครับ
ถ้าอย่างนั้นเพื่อปัองกันข้อผิดพลาดนะครับ ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการพูดด้วย ตัวเองสักนิดครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ มาตรา ๒๒ คณะกรรมาธิการก็ได้ อภิปรายกันมากพอสมควรครับ และนํามาสู่การแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ๒ ตอนนะครับ คือตอนแรกเราเพิ่มเติมคําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเปึนข้อความที่ล้อมาจาก มาตรา ๒๑ อย่างต่อเนื่อง ประเด็นที่ ๒ ที่เพิ่มเติมก็คือการคุ้มครองเราก็ขยายความคุ้มครอง ให้ชัดเจนนะครับว่าคุ้มครองเฉพาะ ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญาและทางปกครอง แต่เมื่อฟังข้ออภิปรายของเพื่อนสมาชิกในสภาทั้งหมดนะครับ ก็เห็นว่าเพื่อนสมาชิก ค่อนข้างจะกังวลในเรื่องของความคุ้มครองนะครับ กรรมาธิการได้หารือกันทั้งหมดแล้ว ไม่ขัดข้องที่จะตัดถ้อยคําทั้งสองที่เติมเข้าไปแล้วก็ยึดถือตามร่างเดิมครับ
ขอเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
หมวด ๓ สํานักงานอัยการสูงสุด ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๓ มีการแก้ไข
คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมอายนะครับที่จะเล่น แบบเด็กเล่นขายของ แต่ท่านประธานแนะนําว่าให้อภิปรายในวาระต่อไป ท่านประธาน เดาใจผมผิดครับ ความจริงถ้าผ่านมาตรา ๒๒ แล้วกลับไปแล้วผมเพียงสรุป ผมเพียง อยากสะท้อนภาพว่าที่ผมอภิปรายคนแรก เป่ดประเด็นคนแรกนั้น หมายความว่าอย่างไร ผมมีญาติเปึนอัยการครับ ผมรู้ว่าอัยการถูกฟัอง อัยการทั้งหลายเจ็บปวดทั่วประเทศ ไม่ว่าอัยการที่นั่งอยู่บนนี้หรืออัยการที่ไม่มานั่ง เขาก็มีความรู้สึกว่าเขาเปึนเจ้าหน้าที่ เขาเปึนเจ้าพนักงาน โดยความบริสุทธิ์ใจของเขาแต่เขาถูกฟัอง เขาต้องไปต่อสู้คดี เขาเจ็บครับ ผมรู้ แต่อีกมุมหนึ่งเขาสะท้อนภาพข้อเท็จจริงหลายคน คุณสุนัยก็ตาม พยายามเหลือเกินว่าเอาหยวน ๆ ยอม ๆ ไป ซึ่งใจผมก็อย่างนั้นอยู่แล้ว คุณจตุพร ก็ทําตาม ก็สะท้อนภาพข้อเท็จจริงขึ้นมา ซึ่งผมต้องกราบเรียนว่าในขณะที่ผมทํางาน ในเรื่องนี้ เป่ดประเด็นเรื่องนี้ ผมบอกท่านประธานในขณะนั้นว่าผมไม่ต้องการที่จะนํา ข้อเท็จจริงเข้ามากล่าวอ้าง ซึ่งมันเปึนข้อความที่อาจจะเห็นตรงกันบ้าง ไม่เห็นตรงกันบ้าง แต่กราบเรียนท่านประธานว่าแท้ที่จริงแล้วผมไม่ได้มีความปรารถนาที่จะให้ผ่านเฉพาะ ฉบับนี้นะครับ อีก ๓ ฉบับ ผมจะนั่งให้ความร่วมมือกับท่านไม่ว่าจะโหวตหรือไม่โหวต ก็ตามผมจะไม่อภิปรายเสียด้วยซ้ําไป ตั้งใจว่ามาตรา ๒๒ เปึนมาตราสุดท้ายที่ผมจะพูด แต่ให้ผมพูดบ้างสิครับว่าผมมีความรู้สึกอะไรกับอัยการ
ผมต้องเรียนท่านประยุทธ์อย่างนี้นะครับ จริง ๆ แล้วในมาตรา ๒๓ ท่านก็ต้องอภิปราย ในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการแก้ไขในมาตรา ๒๓ ผมอะลุ่มอล่วยให้ แต่ก็ต้องโยงให้ เกี่ยวข้องกับมาตรา ๒๓ นะครับ
ท่านประธานครับ ท่านไม่ต้อง เตือนผมหรอกครับ ผมอยู่ในตรงนี้มาพอสมควร ผมรู้ว่าอะไรควรพูดหรืออะไรไม่ควรพูด เอาเทป (Tape) มารีวายด์ (Rewind) กลับสิครับว่าให้ผมพูดในมาตราที่มีการแก้ไข ผมบอกว่าเด็กเล่นขายของผมอายนะครับ ผมพูดเพียงแค่นี้ล่ะ ขอให้กรรมาธิการทั้งหลาย ได้เข้าใจว่าเจตนานี่ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นเลย เจตนาที่อยากจะให้ผลบังคับใช้และตรรก ในการออกกฎหมายให้มันถูกต้องเท่านั้น
คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ เรากําลังอภิปรายกฎหมายว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) กฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบในวาระที่หนึ่ง ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ ผมก็เปึน ผู้หนึ่งที่เห็นชอบในวาระที่หนึ่ง ในการรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะโดยเนื้อหา สาระสําคัญจริง ๆ การร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาก็เพื่อที่จะอํานวยความสะดวกให้กับ พนักงานอัยการในการปฏิบัติหน้าที่ และที่สําคัญไปกว่านั้นก็เพื่อที่จะสะท้อนกลับไปยัง รัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องขององค์กรอิสระ ซึ่งพนักงานอัยการก็คือองค์กรอิสระหนึ่ง ในรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๕๕ ของรัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้แล้วว่าพนักงานอัยการ จะต้องทํางานโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ในมาตรา ๒๓ ฉบับนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าส่วนใหญ่เนื้อหา ในข้อกฎหมายจะเปึนการว่าด้วยสํานักงานอัยการสูงสุดว่ามีหน้าที่อะไรเพิ่มเติมกันขึ้นไป ไม่ว่าจะด้วยของงานธุรการ งานวิชาการ หรืองานสนับสนุนอํานวยความสะดวกให้กับ พนักงานอัยการแล้ว ยังมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน ให้คําปรึกษา ให้คําแนะนํา ตรวจร่างสัญญาต่าง ๆ ทางกฎหมาย และทางกรรมาธิการได้เพิ่มข้อ (๓/๑) มา ดําเนินงาน เกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐซึ่งพนักงาน อัยการได้รับดําเนินคดีให้ (๓/๑) นี้กระผมเห็นด้วยกับคณะทางกรรมาธิการที่มีการแก้ไข ปรับปรุงให้กฎหมายฉบับนี้ให้ความสะดวกแก่พนักงานอัยการในการปฏิบัติหน้าที่ตาม กฎหมาย ท่านประธานครับ ค้างมาจากมาตราเมื่อสักครู่นี้ ผมเรียนท่านประธานนะครับ มาตรา ๒๓ เปึนการแก้ไขกฎหมาย เปึนการเพิ่มเติมถ้อยคําที่ให้ประโยชน์กับพนักงาน อัยการและประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ร่างกฎหมายมาตรา ๒๒ ที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการเพิ่งถอนไปเมื่อสักครู่นี้ ผมขออนุญาตกลับไปนิดหนึ่งตามที่ท่านประธาน ได้ให้แนวทางไว้ นั่นก็คือว่าตอนที่เรารับหลักการไม่ได้มีการเพิ่ม ๓-๔ บรรทัดเข้ามา ขออนุญาตอ่านอีกสักครั้งหนึ่ง นั่นคือ ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดี หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๑ ของเดิมบอกว่า ย่อมได้รับความคุ้มครอง แค่นั้น ของใหม่ต่อขึ้นมาอีก โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทาง ปกครอง ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการที่ถอนให้ ที่ถอนตรงนี้ออกไป แล้วก็ไปใช้ตามมาตรา ๒๒ เดิม เพราะผมและเพื่อนสมาชิกหลายท่านซึ่งอภิปรายไปแล้ว ก็อาจจะทําให้ความไม่สบายใจเกิดขึ้นแก่พนักงานอัยการทั่วประเทศว่าพวกเรามีความคิด แตกแยกหรือไม่เห็นชอบกับท่านอัยการเหล่านั้น ไม่ใช่ครับท่านประธาน พวกเราเข้าใจภาระหน้าที่ของพนักงานอัยการทั้งประเทศว่า ทํางานเพื่อประเทศนี้ เปึนทนายหน้าหอให้กับรัฐบาลทุกเรื่อง เพราะคนที่จะฟัองไม่ว่า จะเปึนประชาชนหรือฟัองใครก็ตามแต่ พนักงานอัยการเปึนด่านแรกของรัฐบาล ผมก็ คิดว่าอาจจะมีท่านกรรมาธิการท่านใดท่านหนึ่งที่หวังดีกับพนักงานอัยการก็เลยใส่ ๓ ถ้อยคํานั้นเข้าไป แต่ผมเรียนท่านประธานว่าถ้าหากใส่เข้าไปมันประหนึ่งว่าเราเอา พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาใส่ไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งโชคดีที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เฉลียวใจและถอนออกไปก่อน ไม่อย่างนั้นจะต้องอภิปรายกันจน ๓ วัน ๓ คืนก็ไม่จบ มาตราเดียว ท่านประธานครับ การแก้ไขกฎหมาย ถ้าแก้อย่างมาตรา ๒๓ พวกผมไม่ว่า เปึนเสียงข้างน้อยก็ขออนุญาตสะท้อนเสียงไปให้ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากได้รับฟัง แต่ถ้าแก้ไขกฎหมายและทําแบบมาตรา ๒๒ พวกเราก็รับไม่ได้ สุดท้ายสรุปก็คือว่า พวกเราเองแม้จะเปึนเสียงข้างน้อยในสภา แต่เราไม่มีปัญหากับพนักงานอัยการ ตอนที่ท่านเสนอเข้ามาวาระที่หนึ่ง ไม่ได้มีถ้อยคําต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วถ้อยคําที่ทาง พนักงานอัยการขอเข้ามาก็สละสลวยเราเห็นชอบไปแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธาน เชิญท่านถวิล ก่อนหรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการที่ได้ถอนในมาตรา ๒๒ กลับไปใช้แบบเดิม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าอัยการนั้นเปรียบเสมือนกับเปึนทนายของแผ่นดิน อัยการ คือทนายของแผ่นดิน แต่พี่น้องทนายความทั่วประเทศก็คือทนายความของเอกชน คือทนายความของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป เพราะฉะนั้นเมื่อท่านได้ถอนกลับไปสู่ร่างเดิม ก็ย่อมเปึนการชอบแล้ว และทําให้อัยการนั้นสามารถที่จะแตะต้องได้ ท่านประธานครับ ในคณะกรรมาธิการชุดนี้นั้นก็มีท่านถาวร พานิชพันธ์ เปึนประธานรุ่นใน ปปร. รุ่น ๑๔ แต่ผมในฐานะการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราก็ทําอย่างตรงไปตรงมา และเมื่อท่านได้มีการแก้ไขในมาตรา ๒๓ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังพ่อแม่ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศและท่านกรรมาธิการว่าในภารกิจอํานาจและหน้าที่ของอัยการ ในข้อ ๑ พี่น้องประชาชนควรที่จะสดับตรับฟังเปึนอย่างยิ่ง อํานาจข้อ ๑ ของอัยการคือ ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดําเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครอง ปัองกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน ท่านประธานครับ ปัจจุบันอัยการมี สคช. สํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชน มีการตั้งทนายอาสาว่าความให้พี่น้องประชาชนฟรี แต่ต้องเข้า เงื่อนไขว่า ๑. พี่น้องประชาชนนั้นต้องยากจน ๒. ไม่ได้รับความเปึนธรรม ก็สามารถไปหา อัยการได้ นี่คือประโยชน์อย่างยิ่ง ท่านประธานครับ และเมื่อแก้ไขเพิ่มเติมเข้ามาใน (๓/๑) ให้อัยการนั้นมีอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่งและคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดําเนินคดีให้ก็ย่อมเปึนการชอบแล้ว ผมเห็นด้วย ท่านประธานครับ กระผมค่อนข้างที่จะกังวลใจเมื่อเพื่อนสมาชิกบางท่านได้เอ่ยว่าคุกนั้นไว้ สําหรับขังคนที่เปึนคนจนเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เปึนความจริงแต่อย่างใด เพราะว่าคุกหรือ เรือนจํานั้นเอาไว้ขังคนที่กระทําผิดและศาลได้ตัดสินลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ เรากําลังพิจารณาร่างกฎหมายที่สําคัญยิ่ง ในกระบวนการยุติธรรมคือร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการฉบับนี้ และผมเห็นว่าการทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการโดยท่านประธานวิทยา แก้วภราดัย ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม แล้วบังเอิญว่าเปึนประธานวิปรัฐบาลสั่งซ้ายหันเราก็ต้อง ซ้ายหัน สั่งขวาหันเราก็ต้องขวาหัน แต่ในกรณีมาตรา ๒๒ นั้นผมเห็นสวนกับท่านประธาน วิปรัฐบาล และเมื่อท่านประธานวิปรัฐบาลได้กรุณาถอนออกไป ก็ต้องขอขอบคุณแทน พี่น้องประชาชนทั้ง ๖๕ ล้านคน
ท่านถวิล ไพรสณฑ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงขอถือโอกาสท่านประธานว่าขอถามกรรมาธิการนิดเดียวว่าที่เติมข้อ (๓/๑) ไป ผมสงสัยว่าเปึนประเด็นหลักที่สําคัญทําไมการร่างตั้งแต่กฤษฎีกาอะไรมาจึงไม่ได้ระบุ ประเด็นนี้เอาไว้ในตัวมาตราทั้ง ๆ ที่เปึนประเด็นสําคัญเปึนอย่างยิ่ง ผมไม่แน่ใจว่า เพราะเหตุใดที่ไม่ได้ใส่เปึนหลักอันนี้เอาไว้ อยากถามข้อมูลที่มานิดหน่อยเท่านั้นเองครับ ขอบพระคุณครับ
คุณนิยม เวชกามา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากผมอ่านดูในร่างของ พ.ร.บ. อัยการ มาตรา ๒๓ (๓/๑) ผมเกิด การข้องใจว่ามีความจําเปึนอย่างไรถึงขนาดคณะกรรมาธิการเอามาเขียนไว้ในตรงนี้ว่า เกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่งหรือคดีปกครองแทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการ ได้ดําเนินคดีอยู่แล้ว ผมอยากจะเรียนถามทางคณะกรรมาธิการว่าตรงนี้โดยปกติก็มี สํานักงานบังคับคดีซึ่งทําหน้าที่อยู่แล้ว แล้วเราจําเปึนหรือไม่ทางอัยการต้องเข้าไปทํา ซ้อนงานอีก หรือว่าเมื่อตั้งขึ้นมาแล้วในด้านนี้มีงบประมาณเพิ่มขึ้นหรืออย่างไร ซึ่งอันนี้ ต้องเรียนถามทางคณะกรรมาธิการด้วย เพราะผมไปดูแล้วมันมีข้ออื่น ร่างเดิมก็ไม่มี แต่พอเพิ่มขึ้นมาแล้วที่ถือว่าสําคัญมันเปึนวงเล็บขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง มันไปซ้อนกับ สํานักงานบังคับคดีหรือไม่ อย่างไร หรือว่าในส่วนของงบประมาณมีความผูกพันกัน อย่างไรไหม เพราะว่าทําให้ส่วนนั้นงานมันซ้อนงาน ผมดูแล้วงานซ้อนงานครับ
เชิญท่านคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม ถาวร พานิชพันธ์ กรรมาธิการ ก็ขอชี้แจงท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเนื่องจากเดิมคือทางอัยการนอกจากดําเนินคดีอาญาแล้ว เรายังมี หน้าที่ดําเนินคดีแพ่งแล้วก็คดีปกครองให้กับรัฐ แล้วก็หน่วยงานของรัฐด้วย แต่คราวนี้ การบังคับคดีนี้เมื่อเราฟัองเสร็จดําเนินคดีเสร็จแล้วก็จะส่งผลของคดีให้หน่วยงานของ รัฐต่าง ๆ เพื่อไปดําเนินการบังคับ ไปยื่นการบังคับเอง ซึ่งปรากฏว่าในทางปฏิบัติก็ได้แต่ลายลักษณ์อักษรไปว่าผลคดีชนะ แต่การบังคับคดีจริง ๆ หน่วยงานของรัฐเอง เจ้าหน้าที่อาจจะไม่คล่องตัวในการที่จะไป เมื่อสืบทราบหลักทรัพย์ ก็ไม่รู้จะบังคับคดีกันอย่างไรนะครับ ทางอัยการเองก็คิดว่าน่าจะรับดําเนินการให้นะครับ ซึ่งตอนนี้เราเองก็เริ่มดําเนินการอยู่แล้ว ซึ่งเราคิดว่าการที่มีอํานาจดําเนินคดีแพ่งนั้น ก็หมายถึงว่ารวมถึงการบังคับคดีด้วยนะครับ แต่คราวนี้เนื่องจากว่ามันเขียนไว้ไม่ชัดว่า การดําเนินคดีแพ่งจะรวมถึงชั้นบังคับคดีด้วย ดังนั้นทางกรรมาธิการก็กรุณาว่าให้เพิ่มเติม ให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งตรงนี้เกี่ยวกับการบังคับคดีที่อัยการว่ามีหน้าที่บังคับคดีนั้น ไม่ได้รวมถึงว่า จะไปแย้งหรือไปแย่งงานทางกรมบังคับคดี เพียงแต่ว่าขั้นตอนที่การยื่นเมื่อทราบหลักทรัพย์ ของจําเลยหรือผู้ที่แพ้คดีแล้ว ทราบหลักทรัพย์แล้วทางอัยการก็จะดําเนินการขอหมาย บังคับคดีแล้วก็ขอหมายยึดอายัดให้ เมื่อติดตามทรัพย์ได้แล้วก็ขอหมายยึดอายัดให้ แล้วก็ไม่ได้เปลืองหรือว่าเพิ่มเงินทางงบประมาณแต่อย่างใดครับ เพราะว่าทางพนักงาน อัยการเราก็มีอยู่แล้วครับ ถ้าสมมุติว่ามีการติดตามทรัพย์มาก ๆ ขึ้นอาจจะเพิ่มคนละ อีกเล็กน้อยหรืออะไรนั้นก็ไปทีหลังครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิทยา แก้วภราดัย ครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งอาจจะทําให้เกิดความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนกันได้นะครับ มีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวว่า การถอนร่างที่เพิ่มเติมในมาตรา ๒๒ ออกไปเหมือนเด็กเล่นขายของนะครับ ผมขออนุญาตเรียน ชี้แจงว่า ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอยู่ที่นี่มานาน ผมเปึนคนที่ไม่ยึดติด แล้วก็รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกมาตลอด ในการประชุมของคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการกว่าจะถกกันและเพิ่มเติมถ้อยคําดังกล่าวขึ้นมาก็ได้ใช้เหตุและผลในการเพิ่มเติม ขึ้นมา สุดท้ายเมื่อเพื่อนสมาชิกในสภาอภิปรายกัน ผมก็คิดว่าข้อวิพากษ์วิจารณ์ของ เพื่อนสมาชิกอาจทําให้องค์กรอัยการกระทบกระเทือนเสียหาย ที่จริงแล้วการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการเปึนการพิจารณาร่วม อัยการก็เปึนส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการ แต่ความเห็นที่เพิ่มเติมเปึนความเห็นของคณะกรรมาธิการทั้งหมดข้อวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนสมาชิก เสมือนประหนึ่งว่าอัยการอยากได้ ซึ่งผมก็ไม่มั่นใจว่าในการอภิปรายในชั้นกรรมาธิการนั้น อาจจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรามากกว่าด้วยซ้ําไปที่ให้ความคิดเห็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าการที่กลับไปสู่ร่างเดิมนั้นเปึนเรื่องที่กรรมาธิการนั่งตรงนี้และฟัง เพื่อนสมาชิกครับ รับรองได้ครับว่าคนแบบผมไม่ใช่เด็กเล่นขายของครับ
ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ จะใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ ความจริงท่านประธานไม่ได้พาดพิง และทําให้ท่านประยุทธ์เสียหายนะครับ ต้องขอให้ท่านอภิปรายในมาตรา ๒๓ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ผมนี่สิครับเสียหาย ทําไมไม่เสียหาย คําว่า เด็กเล่นขายของ ผมไม่ได้กล่าวหาท่านประธานและไม่ได้กล่าวหา ผมกล่าวหาว่าผม ผมต้องการที่จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ในการที่จะเป่ดประเด็นแล้วสรุป ในตรงนั้น ท่านประธานไม่ได้เป่ดให้ ผมเลยบอกว่าผมเหมือนเด็กเล่นขายของ ผมรู้ แล้วผมไม่ต้องการที่จะอภิปรายในมาตรา ๒๓ หรือมาตราใด ๆ เลยอีกทั้ง ๓ ฉบับด้วย ผมจะบอกให้ท่านรู้ ผมไม่ได้ว่าท่าน ผมว่าผม ผมรู้นี่ครับ วิธีการออกกฎหมายว่า วาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม หรือการอภิปรายเปึนเช่นไร ท่านเข้าใจผิดแล้วครับท่านประธาน ผมว่าผมเองครับ
ท่านประธานวิทยาครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย กรรมาธิการ ขออนุญาตขอประทานโทษนะครับ เพื่อนสมาชิก ถ้าผมเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างนั้นจริง ๆ แล้วอย่างไรก็ตามเรียนยืนยันครับว่า ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ข้ออภิปรายของเพื่อนสมาชิกไม่ใช่เรื่องเด็กเล่นขายของครับ ท่านทําด้วยความตั้งใจจริง ๆ ครับ
ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๒๓ มีท่านสมาชิกท่านใดยังติดใจ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ เปึนอันว่าสมาชิกทุกท่านเห็นด้วยกับร่างที่แก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๗ มีการแก้ไข
ไม่มีสมาชิกติดใจนะครับ เชิญดําเนินการต่อครับ
บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๘ มีการแก้ไข
ไม่ติดใจครับ
มาตรา ๒๙ มีการแก้ไข มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ ไม่มีการแก้ไข
เราได้พิจารณาจนจบทุกมาตราแล้วนะครับ ผมจะต้องขอเรียนเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ เมื่อท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๖๕ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปจะเปึนการลงมติในวาระที่สาม จะขอถามว่าสมาชิกท่านใดเห็นชอบ ตามร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบตามร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย เชิญลงมติ ได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติ ขอเชิญส่งผลการลงมติครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๑๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๐ ท่าน เปึนอันว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. …. ในวาระที่สาม เรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ์ายอัยการ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงต่อที่ประชุมแห่งนี้ด้วยครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ขอกราบเรียนให้ท่านประธานและสมาชิกทราบครับว่า
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓ ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓ ได้ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ์ายอัยการ พ.ศ. .... และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... เปึนผู้พิจารณากําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน ตามข้อบังคับนั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว เสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนําเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการครับ
ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ์ายอัยการ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ มีการแก้ไข
ไม่มีสมาชิกติดใจนะครับ
ลักษณะ ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข
ไม่มีสมาชิกติดใจครับ
มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข ลักษณะ ๒ คณะกรรมการอัยการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ มีการแก้ไข
ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ เชิญดําเนินการต่อ
มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๙ มีการแก้ไข มาตรา ๓๐ มีการแก้ไข
ไม่ติดใจครับ
มาตรา ๓๑ ไม่มีการแก้ไข ลักษณะ ๓ ข้าราชการอัยการ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ การบรรจุการแต่งตั้งและการเลื่อนขั้นเงินเดือนไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ มีการแก้ไข
ไม่ติดใจครับ
มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๖ มีการแก้ไข
คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๔๓ นั้นในเรื่องของการที่อัยการได้ไป ปฏิบัติหน้าที่อื่นในกระทรวง ทบวง กรมอื่น นี่คือข้อความสรุป แล้วก็เมื่อมีความต้องการ ในการที่จะขอกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกรมอัยการหรือในอัยการใหม่นั้น ในฐานะเปึน อัยการนั้นก็สามารถดําเนินการได้ อันนี้คือข้อความหรือความหมายนะครับ ผมเองคงต้อง ขออนุญาตกราบเรียนว่ามีความเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งในเรื่องดังกล่าว แต่ก็อยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานไว้ในที่นี้เพื่อที่จะได้แก้ไขในพระราชบัญญัติหรือกฎหมายอื่น ของกระทรวง ทบวง กรมอื่น เช่นเดียวกันครับ ข้าราชการนั้นคงไม่ได้หมายความว่า มีเฉพาะอัยการเพียงอย่างเดียว ในกรม กองอื่นก็มี ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือว่าสํานักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการครู หรืออื่นใด ก็ตามแต่ ทหาร ตํารวจ เมื่อวันหนึ่งนั้นได้เห็นช่องทางในการที่จะไปปฏิบัติหน้าที่อื่น หรือว่าลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ไปชั่วครั้งชั่วคราวเมื่อด้วยความจําเปึน ถ้าเขาต้องขอ กลับเข้ารับราชการนั้นต้องดําเนินการให้เขาครับ ในขณะนี้มีข้าราชการไม่น้อยเลย ที่มีภารกิจมีหน้าที่ในการที่ต้องไปดูแล ไม่ว่าจะดูแลคุณพ่อคุณแม่หรือดูแลบุตรหลาน แต่ปรากฏว่าวันหนึ่งนั้นภาระหน้าที่ส่วนเหล่านั้นสามารถปฏิบัติได้โดยสัมฤทธิผล แล้วขอกลับเข้ารับราชการก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ ส่วนเหล่านี้เพื่อเปึนขวัญกําลังใจ แล้วก็เพื่อให้เปึนเกียรติของข้าราชการที่จะรักษาให้คงอยู่นั้น ผมคิดว่าเราคงต้องแก้ไข พระราชบัญญัติอื่นในกระทรวง ทบวง กรมอื่นให้สามารถที่จะมีความสอดคล้องต้องด้วย กับของพระราชบัญญัติอัยการปัจจุบันนี้ ก็คือให้ข้าราชการทุกคนเมื่อประสงค์จะลาออก ไปแล้วกลับเข้ารับราชการก็ต้องดําเนินการให้ครับ ก็ขอฝากไว้ด้วยครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
ไม่มีท่านอื่นติดใจนะครับ เชิญดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๔๗ มีการแก้ไข มาตรา ๔๘ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ การสอบคัดเลือก การทดสอบความรู้ และการคัดเลือกพิเศษ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๑ มีการแก้ไข มาตรา ๕๒ มีการแก้ไข มาตรา ๕๓ มีการแก้ไข มาตรา ๕๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๕ คณะกรรมาธิการตัดออก หมวด ๓ การพ้นจากตําแหน่ง ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๖ มีการแก้ไข มาตรา ๕๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๘ มีการแก้ไข
ไม่ติดใจครับ
มาตรา ๕๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๐ มีการแก้ไข ลักษณะ ๔ วินัย การดําเนินการทางวินัย และการลงโทษ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ วินัย ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๓ มีการแก้ไข
ท่านถวิล ไพรสณฑ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงไม่เน้นประเด็นสําคัญ แต่อยากจะเรียนถามท่านกรรมาธิการ ผมไม่แน่ใจว่า จะถูกต้องหรือไม่เท่านั้นเองครับ ถ้าท่านยืนยันว่าถูกต้องก็ไม่ติดใจครับ คือในวรรคสอง ใช้คําว่า ในการเลือกตั้งสมาชิก เลือกตั้งนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นถูกต้องครับ สมาชิกวุฒิสภาถูกต้อง สมาชิกสภาท้องถิ่นถูกต้อง ผู้บริหารท้องถิ่นถูกต้อง ผู้แทน ทางการเมืองถูกต้อง กํานัน ตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ที่ได้มีการแก้ไขนั้น กํานันไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่เปึนเรื่องที่ผู้ใหญ่บ้านเขาเลือกกัน เพราะฉะนั้นจะใช้คําว่า เลือกตั้ง ถูกหรือไม่ ส่วนผู้ใหญ่บ้านเลือกแต่ประชาชนใช้คําว่า เลือกตั้ง ถูก กํานันที่จริงเขาต้องใช้คําว่า เลือกกํานัน ทีนี้ถ้าหากว่ากรรมาธิการเห็นว่า ไม่เปึนไรก็ไม่เปึนไรผมไม่ติดใจครับ แต่ให้บันทึกไว้เปึนหลักฐานในสภาก็แล้วกันครับ เพราะกํานันไม่ใช่เลือกตั้งโดยประชาชนตามกฎหมายใหม่ เลือกโดยผู้ใหญ่บ้าน เท่านั้นเองครับ
ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ เชิญดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ มาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๘ มีการแก้ไข มาตรา ๖๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗๐ มีการแก้ไข มาตรา ๗๑ มาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ มาตรา ๗๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ การดําเนินการ ทางวินัย ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗๖ มีการแก้ไข มาตรา ๗๗ มาตรา ๗๘ มาตรา ๗๙ มาตรา ๘๐ มาตรา ๘๑ และมาตรา ๘๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘๓ มีการแก้ไข
ไม่ติดใจนะครับ เชิญต่อครับ
หมวด ๓ การรักษาจริยธรรมและจรรยา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ การลงโทษ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๘๗ มาตรา ๘๘ มาตรา ๘๙ มาตรา ๙๐ และมาตรา ๙๑ ไม่มีการแก้ไข ลักษณะ ๕ ข้าราชการธุรการ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๒ และมาตรา ๙๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ การสรรหา การบรรจุ และการแต่งตั้ง ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๔ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ มาตรา ๙๙ มาตรา ๑๐๐ และมาตรา ๑๐๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๓ การพัฒนาคุณภาพในการดําเนินคดี ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐๒ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ วินัย การรักษาวินัยและดําเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๕ การรักษาจริยธรรม และจรรยา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐๔ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๐๗ มาตรา ๑๐๘ มาตรา ๑๐๙ มาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ และมาตรา ๑๑๓ ไม่มีการแก้ไข บัญชีอัตราเงินเดือน และเงินประจําตําแหน่งข้าราชการอัยการ ไม่มีการแก้ไข
เปึนอันจบการพิจารณาเรียงตามลําดับรายมาตราเรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกครับ เราได้จบการพิจารณาเรียงตามลําดับรายมาตราไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไปจะเปึนการพิจารณาทั้งร่างเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่ง มีสมาชิกท่านใดต้องการจะแก้ไข ถ้อยคําในวาระที่สองไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจแก้ไขถ้อยคํา ต่อไปจะเปึนการลงมติในวาระที่สาม ก่อนลงมติ ขอเชิญท่านสมาชิกกดบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกกดบัตรแสดงตนได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ขอส่งผลการแสดงตนครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๔ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบตามร่างแก้ไข ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๑๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ ท่าน เปึนอันว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ในวาระที่สามเรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อไปจะเปึนการพิจารณาพระราชบัญญัติต่อเนื่อง คือร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ขอให้ท่านสมาชิกนั่งอยู่ในห้องนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะมีการลงมติบ่อย สักครู่ก็จะลงมติแล้วครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อนสมาชิกครับว่า ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓ ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และคณะกรรมาธิการคณะเดียวกับ ที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... เปึนผู้พิจารณา กําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันตามข้อบังคับนั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับดังกล่าวข้างต้นเปึนที่เรียบร้อย จึงขออนุญาตที่จะนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป
ขอเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการได้เลยครับ
ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข
เปึนอันว่าสมาชิกไม่ติดใจนะครับ เราได้จบการพิจารณาเรียงลําดับตามมาตราเรียบร้อย แล้วนะครับ ต่อไปจะเปึนการพิจารณาทั้งร่าง เปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่ง มีสมาชิกท่านใด ต้องการจะแก้ไขถ้อยคําบ้างไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มีนะครับ ต่อไปจะเปึนการลงมติในวาระที่สาม ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ขอส่งผลการแสดงตนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๕๗ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมครับ
ผมจะถามสมาชิกทุกท่านนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามร่างแก้ไขของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๑๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียงอีก ๑๒ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติเห็นชอบตามร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในวาระที่สาม ท่านสมาชิกครับ
ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ จะเปึน การลงมติว่าท่านเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่ต้องมี การอภิปรายนะครับ ผมก็จะถามเลยนะครับ ไม่ต้องแสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ขอถามว่าสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ กรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ครับ ขอเชิญลงมติ ได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๐๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน เปึนอันว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการ
ต่อไป ๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเสร็จ
ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ขออนุญาต กราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓ ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญ ทั่วไป) วันพุธที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกับ ที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... เปึนผู้พิจารณา
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับ ดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงขออนุญาตกราบเรียนนําเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป ขออนุญาตกราบเรียนครับ
ขอเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการครับ ท่านสมาชิกยังไม่ต้องไปไหน เพราะว่าแก้ไข ไม่แก้ไขครับ
ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข
เปึนอันได้จบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านผู้ใดจะแก้ไข ถ้อยคําไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มีนะครับ เปึนอันจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ ต่อไปจะขอเชิญลงมติในวาระที่สาม ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วนะครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอเชิญกดบัตร แสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ส่งผลการแสดงตนครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๖๕ ท่าน ครบองค์ประชุม
ผมจะถามท่านสมาชิกว่าท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างแก้ไขร่างของคณะกรรมาธิการ ซึ่งไม่มีการแก้ไขในนะครับในวาระที่สาม กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย กดปุ์ม ไม่เห็นด้วยครับ ขอเชิญลงมติได้นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ส่งผลการลงมติแล้วนะครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๑๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติ เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สาม เรียบร้อยแล้วนะครับ
เนื่องจากมีข้อสังเกตซึ่งได้แจกให้กับสมาชิกไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ก็จะต้องมีการลงมติว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ผมจะถามว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบตามข้อสังเกตของคณะกรรมการ กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติครับ ผลการลงมติจํานวนผู้เข้าประชุม ๓๐๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๕ ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ เปึนอันว่าที่ประชุม แห่งนี้มีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตนะครับ
เผอิญเมื่อสักครู่ตอนท่านเลขาธิการดําเนินการท่านอ่านชื่อร่างพระราชบัญญัติ ผิดนะครับ แต่เผอิญไม่ได้เป่ดไมโครโฟน ผมเองก็ฟังไม่ถนัด ก็จะต้องขอให้ท่านเลขาธิการ ลุกขึ้นมาแก้ด้วยตัวเองนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
ขออนุญาตครับ ระเบียบวาระที่ ๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เมื่อสักครู่นี้ที่เผอิญไมโครโฟรไม่ติดก็เลยฟังกันไม่ถนัด แต่ท่านจําได้ว่าท่านอ่านผิดนะครับ เชิญอาจารย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตกราบเรียน เพราะดิฉันได้นั่งฟังอยู่ตลอดเดี๋ยวจะผิดอีก เมื่อสักครู่ท่านพูด ๔.๓ ก็คือ ๔.๓ เปึนร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็ ๔.๔ ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เมื่อตอนที่ท่านอ่านครั้งแรกท่านอ่าน เปึน ๔.๓ สลับกันค่ะ ก็ขอให้แก้ไขให้ถูกต้องเท่านั้นเองค่ะ
ขอบคุณทุกท่านนะครับ ขอบคุณคณะกรรมาธิการครับ ท่านไพจิตมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาต เลื่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อที่จะได้ใช้การประชุมในสัปดาห์หน้าครับ ท่านประธาน เปึนเรื่องที่สําคัญที่คณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะได้เสนอกฎหมาย จะขออนุญาตท่านประธานครับ ขอเสนอเปึนญัตติเพื่อเลื่อนการพิจารณาในสัปดาห์หน้าครับ ร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ข้อ ๔.๖ ขอผู้รับรองครับ
ขอผู้รับรองด้วยนะครับ ขออนุญาตผู้รับรองให้ชัดเจนกันสักนิด ยกมือเยอะ ๆ หน่อยครับ ผมจะได้ไม่ต้องนับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องครับ มีท่านผู้ใดขัดข้องไหมครับ มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เชิญอาจารย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ท่านไพจิตตามที่ท่านได้เสนอเลื่อนวาระนั้น ดิฉันขอกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วได้ประสานงานกัน ทั้ง ๒ ฝ์าย ยังมีกฎหมายหลายฉบับที่จะได้เสนอเลื่อนในคราวเดียวกัน แล้วก็มีเรื่องจําเปึน เร่งด่วนขออนุญาตว่า
ขอเชิญอาจารย์ผ่องศรีขอเลื่อนพร้อมกันไปเลยครับ
ขอเปึนสัปดาห์หน้าได้ไหมคะ เนื่องจากว่า ดิฉันหารืออยู่ว่าเนื่องจากมีเรื่องที่ได้พิจารณาเรื่องคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. ที่จะได้บรรจุ แล้วก็เรื่องที่ดิฉันได้เลื่อนไว้เมื่อช่วงเช้านี้ ตลอดจนเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไข ก็เห็นด้วยกับร่างที่ท่านขอเลื่อน แต่จะมีหลายร่างที่วุฒิสภาแก้ไขแล้วเราเห็นชอบด้วย จะเลื่อนเปึนชุดเลยนะคะ ก็จะขอกราบเรียนว่าปรึกษากันและเดี๋ยวขอเลื่อนในคราวหน้า ได้ไหมคะ เพราะว่าครั้งหน้าเมื่อเช้าที่เลื่อนไว้ก็เปึนเรื่องเร่งด่วนเรื่องของกฎหมาย สตง. คิดว่าสัปดาห์หน้าจะเริ่มต้นด้วยเรื่องนั้นก็จะได้มีผลต่อไปนะคะ
ขอเชิญวิปได้ประสานกันด้วยนะครับ เชิญคุณไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย แท้จริงแล้วที่เสนอเลื่อนวันนี้เพื่อที่จะให้ได้พิจารณา ในสัปดาห์หน้าตามข้อบังคับอยู่แล้ว ผมเห็นว่ากฎหมายที่สําคัญทางฝ์ายค้านก็ได้ให้ ความร่วมมือกับรัฐบาลมาโดยตลอดอยู่แล้วและเปึนครั้งแรกที่ในสมัยประชุมนี้ที่จะขอ เสนอกฎหมายซึ่งไม่ใช่ของฝ์ายค้านด้วย เปึนร่างพระราชบัญญัติในการบริหารงาน ฝ์ายนิติบัญญัติทั้งของ ส.ส. ส.ว. ซึ่งออกตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องให้มีร่างกฎหมายนี้ ในการที่จะให้การทําหน้าที่ของสภาได้มีประสิทธิภาพ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น ความจริง ร่างนี้ได้เข้ามาสู่สภาครั้งหนึ่งก็ให้คณะกรรมาธิการกลับไปเพื่อทบทวน เมื่อทําเสร็จแล้วก็ ได้เสนอเข้ามาก็ถามไถ่กันจนท้ายที่สุดเห็นอยู่ในวาระการประชุมแล้ว ก็อยากขอความกรุณา จากรัฐบาลเถอะครับ ท่านยังไม่พร้อมที่จะเสนอเลื่อนวันนี้ท่านไปเสนอเลื่อนอาทิตย์หน้า ก็จะไปพิจารณาอาทิตย์ถัดไป เพราะฉะนั้นร่างที่มาตามระเบียบวาระก็จะได้พิจารณาอยู่แล้ว เผอิญเห็นว่าร่างนี้ควรที่จะเปึนประโยชน์ร่วมกัน ได้พิจารณาเปึนความเห็นต่อจากที่ของ รัฐบาลได้เลื่อนไว้แล้วฉบับนี้ ขอความกรุณานะครับ เผอิญได้ปรึกษาท่านวิทยาอยากจะขอว่า เปึนความต้องการเปึนความเห็น ผมเปึนคนเสนอตั้งแต่วาระที่หนึ่งครับท่านประธาน อยากให้กฎหมายฉบับนี้ออกมา แม้ว่าจะต้องมีการปรับถ้อยคําบางเรื่องโดยอาศัยเสียง ในที่ประชุมก็ยินดีครับ อยากให้ที่ประชุมพิจารณา
คุณผ่องศรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ ดิฉันกราบเรียนด้วยความเคารพนะคะ ถ้าดูจากวาระแล้วที่เหลือ คราวหน้าสมมุติว่าเรื่อง สตง. ที่ได้พิจารณาไว้ แล้วก็จะต่อด้วยร่างพระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรซึ่งมีความสําคัญและมีความจําเปึนนะคะ แล้วก็จะถึงร่าง ที่ท่านไพจิตเสนอแล้วค่ะคิดว่าไม่จําเปึนต้องเลื่อน นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเรื่องด่วน เรื่องของผู้ทรงคุณวุฒิของ ปปง. ที่คิดว่าจะได้พิจารณาเลื่อนขึ้นมาก็ขอความกรุณาว่า ถ้าให้คงไปตามร่างนี้คิดว่าถึงค่ะ สัปดาห์หน้าก็ถึงแล้วค่ะท่านแล้วช่วยกัน เราก็จะพิจารณา ได้เรียบร้อยแน่นอน ขอบพระคุณมากค่ะ
ถ้าอย่างนั้นต้องขอคุณไพจิตถอนญัตติเลื่อนด้วยนะครับ คุณไพจิตครับ ถ้าตกลงกัน อย่างนั้นก็ต้องขอให้ถอนญัตติเลื่อนด้วยนะครับ ก็ขอเวลาสัก ๒ นาที ให้ท่านปรึกษาหารือ กันระหว่างประธานคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ นะครับ เชิญคุณไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมให้ ทางฝ์ายเจรจากันอยู่ แต่ต้องกราบเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนความเห็น และเปึนเครื่องไม้เครื่องมือน่าจะออกมา คนร่างรัฐธรรมนูญเขาไม่เคยร่างอันนี้ไว้ก็อยากให้ พิจารณาเสีย ส่วนเรื่องกฎหมายที่จําเปึนที่ฝ์ายรัฐบาลเลื่อนไว้แล้วก็ให้ต่อจากฉบับนั้น เพียงแต่ว่าในขณะนี้เจรจาขอให้ออกไปก่อนแล้วจะมาพิจารณา เดี๋ยวรัฐบาลก็เลื่อนมาเสียบอีก ก็ไม่ถึงกฎหมายฉบับนี้เสียที ก็อยากขอความกรุณาว่าถ้าจะพิจารณาได้นะครับ ความจริง ท่านประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลน่าจะมีความเห็น ที่ชัดเจนได้นะครับ ผมไม่ได้เปึนประธานแต่ผมสํานึกว่าการทําหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ มันควรจะมีอะไรบ้างพอที่จะเปึนดุลในการพิจารณาร่วมกัน เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะ ให้ได้พิจารณา ความเห็นท่านประธานช่วยคิดหน่อยนะครับ เพราะว่าเท่าที่บอกผม ท่านเจริญก็บอกว่าให้เสนอผมก็อยากเสนออยู่แล้ว อยากให้กฎหมายนี้เข้าเพราะทวง ท่านนิพนธ์อยู่หลายรอบว่าเมื่อไรจะเข้า ถอนออกไปแล้วทําไมไม่เข้า คราวนี้มาแล้วผมว่า น่าจะพิจารณากันเสีย
คุณเจริญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล ทางกรรมาธิการเมื่อสักครู่ปรึกษาหารือกันแล้วนะครับว่าในสัปดาห์หน้ามันน่าจะถึง เหมือนกันนะครับ แล้วถ้าทุกฝ์ายร่วมมือกันเพื่อที่จะให้กฎหมายเรื่องกองทุน ผ่านแล้วเมื่อสักครู่ประสานกับวิปรัฐบาลเขาก็ยืนยันบอกว่าจะไม่เลื่อนในวาระอื่นขึ้นมา ผมเองก็ไม่ขัดข้องเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านไพจิตถอนก็ได้แล้วเราจะได้ พิจารณาในสัปดาห์หน้าครับ
อาจารย์ผ่องศรีครับ ตกลงไม่ขัดข้องนะครับ ท่านประธานวิทยาเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ตามระเบียบวาระเรื่องดังกล่าวก็อยู่ในระเบียบที่จะพิจารณาเรื่องที่ ๒ ครับ แต่สัปดาห์หน้าเรานัดหมายกันเรื่อง สตช. กับเรื่องรับรองคุณสมบัติซึ่งถอนไปเมื่อวาน ก็เหลืออีก ๒ เรื่องเข้าใจว่าถึงแน่ครับ ไม่จําเปึนต้องเลื่อนครับ
สรุปแล้วไม่ขัดข้องใช่ไหมครับ ก็ไม่ต้องลงมตินะครับ ท่านประธานวิทยาครับ
ที่ไม่ขัดข้องที่ท่านเจริญได้กล่าว ก็คือคงตามระเบียบวาระไปครับ ถ้าท่านไพจิตไม่ติดใจขยับก็ขยับข้ามวาระเดียวครับ ไม่น่าจะมีผล สัปดาห์หน้าเราได้พิจารณาแน่ครับ
ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานและสมาชิกด้วยความจริงใจว่ากฎหมายฉบับนี้ได้มีการถอนไป ครั้งหนึ่ง แล้วมีการปรับปรุงโดยกรรมาธิการอีกครั้งแล้วก็นําเข้าสู่สภา เรื่องนี้ความจริง มีความสําคัญมากสําหรับบทบาทและการทําหน้าที่ของกรรมาธิการ เพราะเปึนบทเรียน ที่สําคัญมากเลยครับในการทํางานของคณะกรรมาธิการมีอุปสรรคปัญหา เพราะเชิญ บางครั้งไม่มาถึง ๑๓ ครั้ง ๑๔ ครั้ง การไม่ให้เกียรติคณะกรรมาธิการถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ อย่างยิ่ง ทําให้การทํางานของคณะกรรมาธิการชะงักงันลง เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้เปึนไป ตามที่ประธานวิปรัฐบาลได้เสนอว่าถ้าตามระเบียบวาระแล้ว แล้วไม่มีการมาเปลี่ยนแปลง อะไรก็น่าจะยอมกันได้ เพราะคิดว่าคงไม่เกินอีกสัปดาห์หนึ่งก็คงได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ แล้วผมต้องเรียนครับว่า ผมไม่ได้เปึนประธานคณะกรรมาธิการคณะใดเลย แต่ว่าเปึน การเรียกร้องของกรรมาธิการทุกคณะที่อยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ออกไป เพื่อได้ทําหน้าที่ การทํางานของกรรมาธิการให้มีบทบาทสมบูรณ์อย่างเต็มที่ อันนี้ผมอยากจะฝากเรียน เปึนข้อพิจารณาไว้นะครับว่า ถ้าเปึนไปตามที่ท่านประธานวิทยาว่าก็คงไม่น่ามีปัญหา ท่านไพจิตครับ เราก็เอาตามนั้นก่อนนะครับ
ตามที่ท่านประธานวิปรัฐบาลได้ชี้แจงก็จะมีวาระของ พ.ร.บ. ว่าด้วยเรื่องของ ปปง. แล้วก็จะ มีระเบียบวาระ ๔.๕ แล้วก็จะเปึนระเบียบวาระ ๔.๖ นะครับ ท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย สัปดาห์หน้าถ้าเปึนตามนี้นะครับ พิจารณาร่างที่รัฐบาล ขอเลื่อนแล้ว แล้วก็มาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. .... ถ้ามันเสร็จไม่เปึนไรครับท่านประธาน ผมเกรงว่าพอไม่เสร็จแล้วรัฐบาลก็จะเสียบฉบับอื่นมา อันนี้ก็ถูกไล่ไปอีก เพราะฉะนั้นขอคํายืนยันว่า ไม่มีเสียบฉบับใดเข้ามาเลยนะครับ ไม่ใช่อาทิตย์หน้าพอไม่เสร็จก็มาเสียบ ไล่ตัวนี้กลับออกไปอีก
ชี้แจงแทนท่านประธานวิปรัฐบาลได้ เมื่อสักครู่ท่านประธานวิปรัฐบาลพูดชัดเจนนะครับ เลื่อนขึ้นมาอยู่หลังร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... นี่นะครับ อย่างนี้ตกลงกันได้นะครับ ไม่ติดใจนะครับ ก็ต้องขอ คุณไพจิตถอนญัตติด้วยนะครับ
ผมขอถอนข้อเสนอครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกครับ ตกลงว่าไม่มีการเลื่อนวาระการประชุมนะครับ วันนี้ เราได้ประชุมกันมาเปึนเวลานานพอสมควรนะครับ ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ป่ดประชุมครับ