เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ โดยอธิบายว่าเป็นมาตราที่เชื่อมต่อกัน และเป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ซักถามหลายประเด็น รวมถึงคำถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ เจริญ จรรย์โกมล ยังหารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการสูงสุด และเรียกร้องการการชี้แจงเกี่ยวกับกรอบในการวินิจฉัยเรื่องสุจริตและเที่ยงธรรม นอกจากนี้ เจริญ จรรย์โกมล ยังหารือเรื่องความไม่เที่ยงธรรมของอัยการและเรียกร้องการสอบพยานเพิ่มเติมในคดีอัยการ และถามอัยการสูงสุดว่า จะมีการสอบพยานเพิ่มเติมหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ นี้ต่อเนื่องเชื่อมกัน ผมเองเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในชุดนี้เหมือนกันก็มีการซักถามในหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสกลนคร ท่านนิยม เวชกามา ว่า
ประเด็นแรก ซึ่งอยากจะให้ทางกรรมาธิการโดยเฉพาะท่านอัยการสูงสุด ได้ชี้แจงเพื่อคลายความวิตกกังวลของ ส.ส. ในสภาว่ากรอบที่ใครจะเปึนผู้วินิจฉัยว่าอะไร คือสุจริต อะไรคือเที่ยงธรรม อันนี้เรื่องใหญ่ เพราะว่าบุคคลที่จะให้คุณให้โทษก็คือ พนักงานอัยการนี้แหละ ซึ่งมันน้อยมากเหลือเกินที่จะมีคนที่จะกล้าร้องเรียนในประเด็น เหล่านี้ ฉะนั้นอะไรซึ่งเกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่แล้วก็มีส่วนได้เสียกับบุคคลที่เขาร้องเรียน เปึนเรื่องใหญ่เรื่องสําคัญ แล้วเขาก็มีความวิตกกังวลว่าเขากลัวจะได้รับผลกระทบ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ในข้อเท็จจริงท่านต้องยอมรับวันนี้เห็นไหมครับในสภาแห่งนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของมาตรา ๒๒ ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ด้วยความวิตกกังวลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นไหมครับ นี่คือความสง่างาม ซึ่งผมอยากจะให้ทางอัยการทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่รับไป เห็นไหมครับถ้าท่านยอมรับ ในการวิพากษ์วิจารณ์การทํางานของท่านจะเกิดการยอมรับมากขึ้น ความศรัทธา ก็จะตามมา ผมก็พยายามอธิบาย ซึ่งผมเปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ท่าน ส.ส. เอง ในพรรคของผมก็ถามผมเยอะแยะเหลือเกินในประเด็นเหล่านี้ ผมบอกว่าคนที่จะตอบ ได้ดีที่สุดก็คือคนจะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้นเอง แล้วก็ต้องให้ตอบในสภาด้วย เพราะว่า เปึนหลักฐานในการยืนยัน แต่ที่ผมเปึนห่วงที่ผมตอบคําถามเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ก็คือว่า ประเด็นที่ พวกเรากําลังใส่คําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม เข้าไป เราไม่ปฏิเสธหรอกครับว่าบางทีสุจริต แต่ประมาทก็ต้องรับผิดชอบด้วย ท่านอัยการสูงสุดนั่งอยู่นี่ ท่านรองอัยการสูงสุด ท่านนั่งอยู่นี่หลายท่าน แล้วท่านก็เปึนประธานอะไรไม่รู้ของอันนั้น มีท่าน ส.ส. มานะด้วย อยู่กับท่าน เมื่อวานนี้ก็เรื่อง ปปง. ของท่าน ท่านต้องเข้าใจอย่างนี้ครับ อย่างพวกผมเปึน ประชาชนซึ่งได้รับเลือกจากประชาชนมาเปึนผู้แทนราษฎร ท่านลองหลับตาดูนะครับ เราไปอยู่ต่างจังหวัดมีสักกี่คนจะกล้าร้องเรียนอัยการ ศาล มีสักกี่คน ตํารวจด้วย ทั้งที่รู้อยู่ว่า จะทําอะไรอยู่ มันเปึนเรื่องยุ่งยากและเปึนเรื่องสลับซับซ้อนและเรื่องซึ่งตัวเองไม่มีศักยภาพ เพียงพอ แต่ในสภาแห่งนี้กําลังพิจารณาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เห็นไหมครับ ท่านต้องมอง มุมกลับอีกมุมหนึ่งว่าในทางปฏิบัติมันยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินที่จะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา อะไรก็ตามซึ่งอยู่ในอํานาจที่สูงเราต้องพึงระมัดระวังยิ่งกว่าวิญ็ูชนด้วยซ้ําไป เหมือนกับที่ พวกเรากําลังเข้าใจว่าพวกเราอยู่ในสถานะของการเปึนนักกฎหมายซึ่งใช้กฎหมายในการดูแล อํานวยความยุติธรรม มันต้องอยู่เหนือวิญ็ูชนทั่วไป อันนี้ประเด็นหนึ่งซึ่งท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา หยิบยกขึ้นมาน่าคิด
ประเด็นที่สอง ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมเองตอบปัญหาไม่ได้ก็คือว่า ผมเปึนกรรมาธิการด้วยกัน ผมก็พยายามถามประเด็นในเรื่องของพนักงานอัยการ เวลาประชาชนตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินเปึนที่ยุติเราอย่าไปกล่าวหาเขาว่าเปึนอย่างนั้น เปึนอย่างนี้ ผมตอบไม่ได้เลยเพราะว่าเขาถามผมในฐานะกรรมาธิการว่าเวลาประชาชน ถูกกล่าวหาว่าเปึนผู้ก่อการร้าย ซึ่งเขาใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในการเรียกร้อง ของเขาตามปกตินั้นละครับ แต่จะเกิดเหตุการณ์อย่างไรก็ตาม อันนั้นเปึนเรื่องของ ทางกฎหมายจะต้องว่ากัน เมื่อเขาถูกจับกุมคุมขังอยู่ในขณะนี้เขาก็ยื่นคําร้องต่ออัยการ เขาบอกว่าช่วยสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมหน่อยว่าที่เขามาเรียกร้องนี่เขามาเรียกร้อง โดยอํานาจของกฎหมายรัฐธรรมนูญคุ้มครองเขา เขามาโดยสงบ แล้วเขาเรียกร้อง ในสิทธิพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ เขาบอกว่าเขาไม่ได้เปึนผู้ก่อการร้าย เขาอยากให้ สอบพยานเพิ่มเติมหน่อย หลายคนก็มาถามผมว่าแล้วทําไมอัยการไม่สอบพยานเพิ่มเติม กลับฟัองเขาเลยล่ะ แล้วเสื้อสีเหลืองทําไมเวลาให้สอบพยานเพิ่มเติมทําไมสอบล่ะ นี่คือ คําถามว่า เที่ยงธรรม หรือเปล่า ผมบอกประเด็นนี้เราก็พูดกันอยู่ แต่ขณะที่มีการถาม ในห้องนั้นมันยังไม่เกิดขึ้นวันนี้ แต่ผมเคยทักท้วงในเรื่องนี้ขึ้นมา ระวังนะในเรื่องเหล่านี้ มันจะเกิดขึ้น ท่านอัยการเองผมก็ไม่รู้ว่าจะถูกสอดแทรก ที่กําลังจะพูดในมาตรา ๖ ผมจะไม่พูด มาพูดในมาตรานี้ จริงเท็จไม่รู้ มีคําสั่งให้รีบฟัอง แล้วมันจะสุจริตและเที่ยงธรรม อย่างไรถ้าเปึนอย่างนี้ ผมจึงถือโอกาสนี้ให้ทางอัยการท่านได้มีโอกาสชี้แจงต่อพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศให้คลายความสงสัย ท่านต้องพูดนะครับเรื่องนี้ ผมจะถามแล้ว ท่านจะได้ตอบ วันนี้ประชาชนทั้งประเทศสงสัยว่ามันจะโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไร อีกฝัืงหนึ่งยื่นคําร้องขอให้ทางอัยการช่วยสอบพยานเพิ่มเติมหน่อยเสื้อสีเหลืองนี่ ท่านก็สอบให้ อีกฝัืงหนึ่งบอกว่าช่วยยื่นหน่อย สอบหน่อย ไม่สอบ ฟัองเลย สิ่งเหล่านี้ผมเห็นมาตั้งแต่ อยู่ในชนบท ผมเปึน ส.ส. บ้านนอกท่านครับ ผมเห็นมาแล้วหลายเรื่อง ผมเห็นอัยการ ในพื้นที่ของผม ประชาชนเขาร้องเรียนขอให้สอบพยานเพิ่มเติมหน่อย เขาอยู่ในพื้นที่ป์าสงวน มานานแล้ว อัยการเขายังสอบเลยครับ ขนาดเรื่องป์านะ อันนี้เรื่องใหญ่ของชาติบ้านเมือง เกี่ยวกับเรื่องความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน เรื่องทางการเมือง จริงเท็จ ไม่รู้ ท่านไม่ได้สอบ ฟัองเลย ได้ข่าวว่ามีผู้มีอํานาจเรียกมาให้ท่านสั่งฟัองมันจริงเท็จ หรือเปล่าไม่รู้ สื่อลงนะครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ผมก็ไม่เชื่อ อันนั้นผมดู จากทางสื่อ อันนี้ท่านต้องตอบครับ ผมถือโอกาสนี้ใช้สิทธิของผมถามท่าน แล้วผมก็ตอบ ไม่ได้เลยว่ามีสมาชิกทางพรรคเองก็เชิญผมไปชี้แจง พอกฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาพรรค ก็ให้ผมไปชี้แจงว่าในกรณีอย่างนี้ในมาตรา ๒๒ โดยสุจริตกับเที่ยงธรรมมันควบคู่กัน มันต้องโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เขาถามประเด็นนี้ขึ้นมา แล้วคําถามถามต่อไปว่าถ้าเราผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปแล้วเราจะมีหลักประกันอะไร มีความมั่นใจอะไรว่าอัยการซึ่งถือว่าเปึนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมที่จะแสวงหาพยาน หลักฐานให้กับความเปึนธรรมกับคู่กรณีได้ด้วย ให้กับประชาชนได้ด้วย ท่านเองไม่ใช่ จะไปว่าความเปึนคดีอาญาอย่างเดียว ในหน่วยงานราชการอื่น ๆ เขายังใช้อัยการเลย หลายเรื่อง อย่างเช่นการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หลายหน่วยงาน ในขณะนี้ซึ่งท่านไป เชื่อมโยงและท่านเข้าไปเกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งท่านก็เปึนบอร์ดอยู่เยอะแยะ ในขณะนี้ เขาก็มีความวิตกกังวลเช่นเดียวกัน เผลอ ๆ เดี๋ยวท่านไปนั่งในอนุญาโตตุลาการอีก ฉะนั้นในประเด็นนี้ผมก็ตอบปัญหาในที่ประชุมพรรคผมก็ไม่ได้เหมือนกัน ผมบอกว่า ผมจะขออาสามาถามวันนี้กับท่านอัยการสูงสุด ผมเชื่อว่าท่านอัยการสูงสุด ท่านเปึนคน มีมนุษยสัมพันธ์ดี ผมว่าท่านเปึนคนมีน้ําใจท่านจะต้องมาแน่นอน ก็เห็นท่านมา มีท่านรอง อัยการสูงสุดด้วยมานั่งตรงนี้ เมื่อวานนี้ก็พูดถึงท่านอยู่ท่านจะอยู่ ปปง. ผมเองไม่ได้ เกี่ยวข้องเลยถูกเขาอายัดเงินไว้ ประชาชนเขาเดือดร้อนพอพูดวันเดียวรีบถอนให้ผม อันนี้ มันไม่ถูกต้อง ถอนมันต้องถอนมีหลักการไม่ใช่ว่ามาพูดสภาแล้วมาถอนกันมันไม่ใช่ นี่เปึน เรื่องน่าเปึนห่วง อย่างที่ท่าน ส.ส. พูดหลายท่าน ท่านต้องตอบให้เคลียร์ (Clear) ปัญหา ทั้งหมดว่าการใช้อํานาจหน้าที่มันเปึนเรื่องใหญ่ ถามส่วนตัวของผมนี่ผมก็ไม่ได้เข้าข้างใคร อย่างถ้าผ่านตั้งแต่กระบวนการการพิจารณาตั้งแต่ต้น ถามเริ่มตั้งแต่พนักงานสอบสวนเรา มีความมั่นใจไหม ถ้าเรามีความมั่นใจเราจะตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) ขึ้นมา ทําอะไร ผมเปึนกรรมาธิการคนหนึ่งตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษขึ้นมา มีการหยิบยกประเด็น เรื่องของความไม่ได้รับความเปึนธรรมของประชาชนขึ้นมา จึงตั้งกรมนี้ขึ้นมา เจตนารมณ์ ต้องการเพื่อจะคุ้มครองสิทธิของประชาชน แต่วันนี้มันก็เปลี่ยนหน้ามือเปึนหลังมือ สุดท้ายมาคืออัยการ ท่านต้องเข้าใจว่าวันนี้เรามีความหวังกับพนักงานอัยการ เราก็ให้ ค่าตอบแทนของท่านสูงสุดเทียบเท่ากับทางศาล แล้วอายุราชการของท่านก็เทียบเท่า กับทางศาล แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ให้อํานาจท่านเปึนอิสระ ท่านจะใช้ความเปึนอิสระ ของท่านให้ความมั่นคง มั่นใจ กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนนั่งอยู่นี้ได้อย่างไร ผมยังไม่เชื่อว่าสิ่งซึ่งท่านได้สั่งฟัองกลุ่มคนเสื้อแดงในข้อหา ก่อการร้ายไป ถ้าเขามีการร้องขอท่านไปจริง ในการขอให้สอบพยานเพิ่มเติม ถ้าท่าน ไม่สอบอย่างนี้ละมันเคลือบแคลงสงสัยทําให้ประชาชนเขาเกิดความว่ามัน ๒ มาตรฐาน ผมเปึนคนพูดในสภาแห่งนี้เรื่อง ๒ มาตรฐานเปึนคนแรก วันนี้ถ้าเปึนอย่างนี้ประเทศไทย จะไม่มีมาตรฐานนะครับ ไร้มาตรฐานเลย พวกเราเปึนนักกฎหมายซึ่งจะต้องมีความรับผิดชอบ มากกว่าวิญ็ูชนทั่วไป อย่างนี้ไม่มีมาตรฐาน ท่านเห็นไหมครับ สังคมแตกแยก บ้านเมือง ปัืนป์วนเพราะเราไม่รักษากติกา เขาไม่เชื่อมั่น ไม่เชื่อใจ วันนี้องค์กรของท่านเราจะสร้าง อย่างไรให้อัยการของเรามีความมั่นคงเชื่อมั่นของสังคมนี้ ท่านต้องตอบนะครับ ผมตอบ ไม่ได้ เขาเชิญผมไปชี้แจง ผมก็บอกว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นขณะที่ผมไปประชุมกับท่านผมก็ พยายามซักถาม ผมยังถามเลยว่าเอารวมถึงขั้นในชั้นตอนที่รวบรวมพยานหลักฐานด้วย หรือเปล่า เริ่มตั้งแต่ตอนนั้นใช่ไหมในมาตรา ๒๒ แล้วท่านก็บอกว่าเริ่มตั้งแต่มีการที่ส่ง สํานวนมาและมีการสั่งในสํานวนดุลยพินิจของท่าน นี่ละครับ ฉะนั้นท่านอย่าลืมในมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มันเปึนเรื่องใหญ่ รวมไปถึงอุทธรณ์ ฎีกา ถอนคําอุทธรณ์ ถอนคําฎีกาอีก หลายเรื่อง เรื่องนี้ขอใช้เวลา ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ