สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ กันยายน ๒๕๕๓

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอัยการ โดยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการคุ้มครองอัยการจากความผิดพลาด และเสนอให้คณะกรรมาธิการกลับไปใช้ร่างเดิม

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่ผม อยากจะเรียนกับทางท่านประธานและคณะกรรมาธิการในการพิจารณาร่างฉบับนี้ วันนี้ พวกเราทุกคนทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือเพื่อดูแลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประโยชน์ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ถ้าเราดูในอดีต ที่ผ่านมาปัญหาของอัยการกับกระบวนการยุติธรรมผมเชื่อว่าสังคมเองก็ยังมีปมประเด็น ที่ยังไม่สบายใจในบางเรื่อง เราต้องยอมรับว่าขณะนี้อัยการก็คือเหมือนคอขวด กระบวนการ ผ่านจากขั้นตอนของตํารวจไปสู่อัยการแล้วก็ไปสู่ศาล อัยการก็จะมีหน้าที่ในการ ใช้คําว่า สกรีน (Screen) หรือว่าดูผ่าน ๆ แล้วก็ค่อย ๆ จะนําเสนอฟัองร้องต่อศาลเปึนคดีเปึนคดีไป หลาย ๆ คดีอัยการเองก็อาจจะไม่มีการฟัองร้อง ถือว่ายกฟัองไปเพื่อเปึนประโยชน์ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเปึนประโยชน์ของส่วนไหน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาในปมพวกนี้เองก็ยังเปึน จุดอ่อนที่ทําให้สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการทํางานของอัยการ ถามว่า กฎหมายของอัยการในอดีตที่ผ่านได้เขียนไว้ในมาตรา ๒๒ ผมขออนุญาตอ่านก็คือ ดุลพินิจ ของพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๑ ย่อมได้รับ ความคุ้มครอง ลําพังเขียนแค่นี้ผมเชื่อว่ามันก็เปึนปัญหาต่อกระบวนการยุติธรรมของอัยการ ดังนั้นถ้าคณะกรรมาธิการได้มีการเติมถึงจะเติมคําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรมย่อมได้รับ ความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ผมว่ามันเปึนจุดที่ น่ากังวลครับ เพราะวันนี้เราไม่ได้สนใจว่าใครเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล แต่พวกเราทุกคน ในฐานะผู้แทนราษฎรกําลังจะสร้างกฎหมายขึ้นมาชิ้นหนึ่งเพื่อสร้างความเปึนธรรมให้กับ พี่น้องประชาชน ผมมีความกังวลเหมือนเพื่อนสมาชิกครับ เพราะคําว่า โดยสุจริตและ เที่ยงธรรม มันเปึนนามธรรมที่สูงมาก มันไม่มีเครื่องมือหรือตัวชี้วัดทางวิทยาศาสตร์ ที่มีความถูกต้องแม่นยําสูง คําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ก็เกิดจากคณะกรรมการ ขึ้นชุดหนึ่งในการเข้ามาตรวจสอบการทํางานของบุคคลคนนี้ และสุดท้ายถ้าคณะกรรมการ ชุดนี้บอกว่าคนคนนี้ทํางานด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม คนเหล่านั้นก็จะหลุดคดีไป ดังนั้นคําว่า โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ก็เหมือนคําขยายที่ไม่มีผลอะไรในทางปฏิบัติ เพราะเรา จะสังเกตเห็นว่าในหลาย ๆ องค์กรที่มีคําว่า เปึนที่ประจักษ์ ความซื่อสัตย์สุจริต เปึนที่ประจักษ์ก็ไม่เคยได้รับเอามาพิจารณา ผมก็เกรงว่าคําคํานี้ที่บอกว่าอัยการทําหน้าที่ ตามมาตรา ๒๑ โดยสุจริตและเที่ยงธรรม คําคํานี้ก็เปึนคําขยายที่ไม่สามารถจับต้องได้ แต่ผลข้างเคียงของประโยคตามมาที่บอกว่าไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทาง ปกครอง ก็เท่ากับว่า มาตรา ๒๒ นี้คุ้มครองอัยการไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าความผิดพลาดนั้นจะเกิดขึ้นอย่างไร ผมมีความกังวลใจครับ ท่านประธานครับ และคําอธิบายเหตุผลของการแก้ไขที่ท่านมีการเปรียบเทียบกับการคุ้มครองคณะกรรมการ การเลือกตั้งหรือการคุ้มครองผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมว่ามันเปรียบเทียบกันไม่ได้ครับ ผมเชื่อว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนองค์กรอิสระที่มีภารกิจเฉพาะ ซึ่งจัดขึ้นตามสถานการณ์ที่มี การเลือกตั้งเกิดขึ้น และการใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการการเลือกตั้งก็เปึนการใช้ ดุลยพินิจเฉพาะภายใต้เงื่อนไขของเวลาที่จํากัด ซึ่งใน ๑๐๐ ครั้งอาจจะมีผิดพลาด สัก ๑๐ ครั้ง ๒๐ ครั้งนี่ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งบางครั้งก็ต้องคุ้มครองเขาเพื่อเขาจะต้อง ตัดสินใจในช่วงเวลาที่กฎหมายให้เวลาเขา แต่กระบวนการยุติธรรมของอัยการเขามี เวลาเยอะ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าคุณจะต้องตัดสินใจภายใน ๓ วัน ๕ วัน เผื่อผิดพลาด ถึงจะคุ้มครองครับ ดังนั้นผมจึงกังวลนะครับว่า ถ้าปล่อยมาตรานี้ออกไปในรูปแบบนี้ เกรงว่ากระบวนการอัยการจะยิ่งทําให้เกิดผลเสียต่อองค์กร และอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่า เมื่อสักครู่ก็มีท่านบรรพตได้พูดถึงการคุ้มครองผู้ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งจะคล้าย ๆ กันครับ คนที่ให้การรักษาพยาบาลไม่มีใครหรอกครับที่จงใจที่จะให้คนไข้ เสียชีวิต แต่ทุกคนก็ทํางานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเหมือนกัน แต่ก็ยังต้องรับผิดชอบ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ดังนั้นใจผม ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านนะครับ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการต้องกลับไปใช้ร่างเดิม ซึ่งผมว่าร่างเดิมคุ้มครองเยอะพอสมควรแล้ว แต่ถ้าเราไปใส่ประโยคเหล่านี้เข้าไปแล้วจะยิ่งทําให้อัยการเหมือนแตะต้องไม่ได้ครับ ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการพิจารณาด้วย ขอบคุณครับ