สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ กันยายน ๒๕๕๓

กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงปัญหาการบริหารจัดการของธนาคารสหกรณ์การเกษตร (บสท.) โดยมีการอภิปรายเกี่ยวกับการขายหลักประกันของธนาคาร และผลกระทบต่อลูกหนี้

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเด็นปัญหา ที่ท่านพูดถึงผมคิดว่าเปึนเรื่องจริง ในอดีตที่ผ่านมาจะมีข้อกล่าวหาแล้วก็ข้อครหา กับแนวทางการบริหารจัดการในส่วนระดับเจ้าหน้าที่ของ บสท. มาตลอดนะครับ แล้วตามที่ผมได้เรียนก็มีการอภิปรายกันเกือบจะโดยทุกพรรคแล้วเกี่ยวกับเรื่องของ บสท. ทีนี้ประเด็นในอดีตกับประเด็นปัญหา ณ ปัจจุบันกลับต่างกัน คือสลับทางกัน ในอดีตสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็มีข้อกล่าวหาในประเด็นนี้ค่อนข้างมาก ก็มีการสมรู้ร่วมคิดกัน กับทางเจ้าหน้าที่ในการที่จะนําหลักประกันออกมาขายในราคาที่อาจจะต่ําเกินไป แล้วก็มีผู้โน้นผู้นี้ซึ่งเปึนผู้มีอิทธิพลบ้าง อ้างว่ามีเส้นมีสายกับผู้มีอิทธิพล รวมไปถึง นักการเมืองบ้างนะครับ เข้ามาซื้อหลักประกันเหล่านี้ไปในราคาที่อาจจะไม่ได้เปึน ผลตอบแทนที่สูงที่สุดให้กับทาง บสท. แล้วสุดท้ายก็มีผลกระทบต่อความสามารถ ในการชําระหนี้ของ บสท. นั่นคือปัญหาในอดีตนะครับ ณ ปัจจุบันปัญหากลับกลายเปึนว่า เมื่อเวลางวดเข้ามา ก็คือพูดง่าย ๆ บสท. เริ่มที่จะใกล้หมดอายุ เหลืออีกเพียงแค่ ประมาณ ๘ เดือน ก่อนที่จะต้องยุติการดําเนินการตามอายุเวลาของพระราชกําหนด ก็เริ่มมีประเด็นปัญหาว่าลูกหนี้ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งอีก ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผมขออนุญาต ใช้คําว่าบางกรณี ก็คือยื้อการที่จะเข้ามาทําข้อตกลงกับทาง บสท. ในการที่จะปรับ โครงสร้างหนี้ ก็เริ่มที่จะต้องร้อนตัว เพราะ บสท. มาถึงเวลานี้เมื่อเริ่มที่จะหมดเวลา ก็ต้องใช้อํานาจอย่างเด็ดขาดว่าถ้าคุณไม่ปรับโครงสร้างหนี้ เราก็ต้องบังคับคดีเพื่อที่จะนํา หลักประกันมาขายทอดตลาดนะครับ แล้วก็นํารายได้ที่ได้จากการขายหลักประกันนั้น มาชดเชยหนี้ของ บสท. เองก่อนที่ บสท. จะหมดอายุ ตรงนี้ก็เริ่มเปึนปัญหากับกลุ่มลูกหนี้ อีกมากรายที่ยังไม่สามารถจะเข้าสู่กระบวนการการประนอมหนี้ได้ ซึ่งถามว่าเปึนไปตาม หลักเกณฑ์ที่ถูกต้องหรือไม่ ก็ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าเปึนเช่นนั้นนะครับ เมื่อเปึนหนี้ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มานานเปึนสิบ ๆ ป้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาสู่กระบวนการ การปรับโครงสร้างหนี้ได้ ก็เหลือช่องทางเดียวให้กับ บสท. ที่เขาต้องทําตามกฎหมาย ที่รัฐบาลของท่าน ณ เวลานั้นได้กําหนดออกมา ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าเปึนกฎหมายที่มี ความเหมาะสม ก็คือต้องนําหลักประกันที่มีอยู่ในมือไปขายแล้วก็นําผลที่ได้จาก การประมูลนั้นมาชําระหนี้ของตนเอง ทีนี้ประเด็นก็คือ บสท. แน่นอนที่สุดเขาก็มีหน้าที่ ที่จะต้องขายหลักประกันในราคาที่สูงที่สุดนะครับ อันนั้นเปึนหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งก็สร้างปัญหา ให้กับลูกหนี้ในมุมกลับที่อยากจะเข้ามาซื้อทรัพย์สินของตนเองในราคาที่ต่ํากว่า อันนี้ พูดกันตามตรงนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ร้องเรียน ณ เวลานี้สลับกันกับเมื่อสมัยก่อนว่า ทําไมเอาของดีมาขายคนอื่นในราคาถูก กลับกลายเปึนว่าทําไมเอาของมาขายในราคา แพงเกินไป ลดราคาหน่อยได้ไหม ฉันในฐานะเจ้าหนี้จะได้ซื้อทรัพย์สินของฉันกลับคืนมา ในราคาที่ถูกลง ซึ่ง บสท. ก็มีมาตรการในการที่จะควบคุมไม่ให้เจ้าหน้าที่ท่านใดท่านหนึ่ง มีอํานาจ แม้แต่ตัวผู้บริหารระดับสูงสุดก็จะไม่มีอํานาจแต่เพียงผู้เดียวในการที่จะมาเคาะได้ว่า ราคาทรัพย์สินที่จะต้องขายทอดตลาดนั้นจะต้องมีการตั้งราคากลางหรือราคาขั้นต่ําราคาใด จะเปึนขั้นตอนของคณะกรรมการที่จะต้องตัดสินใจร่วมกัน เพื่อที่จะปัองกันไม่ให้มีการฮั้วกัน พูดง่าย ๆ นะครับ ระหว่างผู้ซื้อกับทาง บสท. ทีนี้ต่อคําถามของท่านว่า บสท. ทํา มีผลตอบแทนดีมากกว่าหรือน้อยกว่าถ้าให้เอกชนทําอย่างไร อันนี้ก็ต้องเรียนตามตรงว่า ตอบยากนะครับ แต่ข้อเท็จจริงก็คือ บสท. รับซื้อทรัพย์สินเหล่านี้เข้ามาในราคาตามที่ ผมได้เรียนไปเบื้องต้นนะครับ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๑ ใน ๓ ของราคาตามบัญชีนะครับ ถามว่าขาออกแนวโน้มเขาจะได้กลับคืนมาเท่าไร ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า ณ ปัจจุบัน ทรัพย์สินของ บสท. นี้มีมากกว่าหนี้สินนะครับ แล้วแนวโน้มโอกาสก็คือสุดท้ายแล้ว น่าจะได้กลับคืนมามากกว่า ๓๒ เปอร์เซ็นต์เล็กน้อยนะครับ แต่ว่า ผมต้องใช้คําว่าแต่ว่า ข้อเท็จจริงก็คือเขายังดําเนินการไม่แล้วเสร็จนะครับ ก็คือพูดง่าย ๆ ดําเนินการไปแล้วกับ ทรัพย์สินเพียงแค่ประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินทั้งหมด เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพ ในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมาในการบริหารจัดการตามระยะเวลาที่กฎหมายได้กําหนดเอาไว้นั้น ค่อนข้างด้อยแล้วก็ช้ากว่าที่ควร คือพูดง่าย ๆ กฎหมายกําหนดไว้ประมาณ ๑๐ ป้ เจตนา ก็คือ ๑๐ ป้ต้องสะสางให้หมด แต่ ณ ปัจจุบันคําตอบที่แท้จริงก็คือไม่ได้เปึนไปตามนั้น ก็เลยอาจจะมีความจําเปึนที่จะต้องโอนทรัพย์สินส่วนที่เหลือนี้ไปให้กับเอกชนดําเนินการ ต่อไปนะครับ แล้วก็อาจจะมีคําตอบในอนาคตให้กับท่านว่าสุดท้ายแล้วเอกชนเขาทําได้ ดีกว่าหรือไม่นะครับ ขอบคุณครับ