เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการให้อิสระแก่องค์กรและกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้อัยการสูงสุดพิจารณาผลกระทบและเตือนภัยว่าการให้อิสระอาจนำไปสู่การเขียนกฎหมายเพื่อตัวเองและไม่ฟังการทักท้วงคัดค้านของสภา และยังเรียกร้องการฟังและปรับปรุงแก้ไขเพื่อความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรม
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดชัยภูมิ เมื่อสักครู่ฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญท่านได้ตอบถึงประเด็นของท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประเด็นหนึ่งซึ่งอันนี้จะฝาก เปึนข้อสังเกตให้ท่านอัยการสูงสุดลองไปพิจารณานะครับ อันนี้เปึนประสบการณ์แล้ว มันเกิดขึ้นแล้วในสภาของเราก็คืออย่างนี้ครับท่านประธาน การที่ให้ท่านอัยการสูงสุด รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านก็ตอบว่าเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการบริหาร การจัดการ
อีกประการหนึ่ง ซึ่งเราอย่าไปมองข้ามในประเด็นในเรื่องของ ถึงแม้จะมี การเสนอร่างกฎหมายนี้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญก็ตาม ระเบียบต่าง ๆ ซึ่งอีกหลาย ฉบับที่จะต้องเข้ามาสู่การพิจารณาในเรื่องต่อไป ท่านประธานครับ ประเด็นหนึ่งอยากจะ ขอฝากเปึนข้อสังเกตท่านแล้วมันเกิดขึ้นในสภาเราแล้ว ก็คือการที่ให้องค์กรซึ่งจะเปึน อิสระแล้วนําไปสู่การบริหารการจัดการ อันนั้นผมเองไม่ติดใจ แต่ประเด็นปัญหา มันเกิดขึ้นว่าในองค์กรอิสระต่าง ๆ เวลาจะขอแก้ไขกฎหมายของเขาที่เกี่ยวข้องก็ดี ระเบียบหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ดี ท่านประธานเห็นไหมครับในสภาเรา สตง. ก็เข้า ศาลรัฐธรรมนูญก็เข้ามา อะไรเกิดขึ้นท่านประธานเห็นแล้วใช่ไหมครับ สตง. ผ่านไปด้วย อย่างทุลักทุเลมากในสภา แล้วก็เปึนที่ครหานินทากันมากเหลือเกิน การเขียนกฎหมาย ให้กับตัวเองเพื่อไปใช้กับสังคม อันนี้อันตรายมาก แล้วให้ตัวเองมีอํานาจเยอะแยะ โดยไม่ฟังการทักท้วงคัดค้านของสภานี้เลย จะเอาเสียงข้างมากอย่างเดียว
ประการที่ ๒ ท่านเห็นไหมครับกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญที่เข้าสภานี้ ยังถอนออกจากสภานี้ยังพิจารณากันไม่เสร็จอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะว่าอัยการรักษาการนี่ละครับ เวลาท่านเขียนกฎหมายท่านก็มองแต่ในรูปแบบ ของท่านว่าสะดวกอย่างไร รวดเร็วอย่างไร ท่านจะคิดอย่างเดียวว่าให้การบริหาร การจัดการของท่านเปึนไปด้วยความสะดวกเรียบร้อย รวดเร็ว แต่ในระบบของสังคม ประชาธิปไตยมันก็ต้องฟังหลาย ๆ ส่วนที่เข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ว่าสิ่งซึ่งท่านอยากจะทํา กฎหมายระเบียบ แนวทางปฏิบัติของท่านให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของท่านก็จริง แต่ในสภาแห่งนี้มีหลากหลายอาชีพเข้ามานั่ง ถ้าจะมองเห็นในส่วนทางปฏิบัติว่าถ้าท่าน เขียนกฎหมายอย่างนี้ แนวทางปฏิบัติอย่างนี้มันจะเปึนอุปสรรคและมันจะเปึนอุปสรรค ต่อการพัฒนาในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมหรือการแสวงหาพยานหลักฐานหรือ แสวงหาความยุติธรรมด้วยซ้ําไป อันนี้มันเกิดขึ้นแล้วในสภาครับท่านประธาน แล้วขณะนี้ กฎหมายยังไม่เดินหน้าเลยยังถอยออกไปนั่งอยู่นอกสภา ยังอยู่นอกห้องประชุมแห่งนี้ ด้วยซ้ําไป เช่นกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ท่านเห็นไหมของ สตง. เกิดขึ้นแล้ว อันนี้เกิดจากอะไร เกิดจากการที่ไม่ค่อยฟังในสภาแห่งนี้แล้วก็จะดื้อเอาอย่างเดียว ฉะนั้น ผมเปึนห่วงว่าหลังจากกฎหมายฉบับนี้ผ่านไปแล้วท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเอง ท่านก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ไม่ได้เข้าไปนั่งในอัยการกับเขาด้วยก็มี ท่านอัยการ มีท่านอัยการสูงสุดแล้วท่านเองก็ต้องเกษียณไป ท่านอื่นมา อย่างน้อย เราก็ยืนอยู่นี้เราก็บอกว่าข้อสังเกตนี้มันเกิดขึ้นแล้วในสภา ผมไม่รู้ว่าท่านอัยการสักกี่ท่าน ที่นั่งอยู่นี้จะนําไปปฏิบัติหรือเปล่า บางท่านเมื่อวานนี้เรื่อง ปปง. ท่านก็นั่งอยู่ในนี้ด้วย ท่านอาจจะมุ่งเน้นไปงาน ปปง. ของท่าน อันนี้เรื่องสําคัญท่านประธาน ผมเห็นใจว่า อยากให้ท่านทํางานสะดวก มันเกิดขึ้นแล้วครับท่าน สตง. ก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี แทนที่กฎหมายมันจะเดินได้เร็วขึ้น วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังคงค้างในสภาแห่งนี้เห็นไหมครับ ท่านจะคิดแต่สะดวกรวดเร็วของท่านมันไม่ได้ ท่านต้องฟังเขา เหตุผลที่ผมยกเรื่องนี้ ขึ้นมาก็เพราะว่าตอนที่ท่านเสนอเข้าสู่สภานี้มันไม่ได้ผ่านรัฐบาล วิปรัฐบาลก็ไปประชุมกัน ไม่เอาด้วยอย่างนั้นอย่างนี้ ฝ์ายค้านก็ไม่รับรู้ด้วย เสร็จแล้วเข้ามามันก็ถกกันไม่จบ ไม่จบพอเข้าสภาเสร็จมันก็ไปไม่ได้ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลหรือสภาแห่งนี้เขาไม่เห็นด้วย มันก็ถอยออกไป กฎหมายไม่เดินหน้า ถามว่ามันสะดวกรวดเร็วไหมครับ มันไม่สะดวก และไม่รวดเร็วด้วยในขณะนี้ ฝากทางท่านอัยการสูงสุด คณะอัยการทั้งหลายที่นั่งอยู่ในนี้ ท่านลองคิดเอาประสบการณ์ที่มันเกิดขึ้น ท่านอย่าไปเอาประสบการณ์จากการทํางาน ของท่าน อันนั้นมันด้านเดียว อันนี้มันเกิดขึ้นแล้วในสภาแห่งนี้ ผมเปึนห่วงมากเลย ที่ท่านบอกว่า มาตรา ๖ มันจะสะดวกรวดเร็ว การบริหารการจัดการอาจจะใช่ แต่การบริหาร การจัดการของท่านมันจะต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายให้อํานาจนะครับ และท่าน อย่าคิดนะครับว่าเราเสนอวันนี้ผ่านแล้วมันจะไม่แก้ไข มันต้องมีการปรับปรุงแก้ไขไปเรื่อย ๆ ท่านลองคิดให้มันรอบคอบ อันนี้ผมเปึนห่วงผมก็มานั่งคิด ผมก็สงสัยว่าของ สตง. มันมี อุปสรรคปัญหาอะไรจึงผ่านสภายาก แล้วศาลรัฐธรรมนูญยังอยู่นะครับ ถอยออกไปแล้ว ไม่จบ ผมเปึนห่วงว่าต่อไปอัยการจะเกิดขึ้นอย่างนี้อีก ยิ่งไปมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มันจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ขึ้นมา ในเรื่องบริสุทธิ์ ในเรื่องเที่ยงธรรมของท่าน ผมฝากไว้อันนี้เรื่องใหญ่นะครับ ถ้าเราไม่เริ่มต้นคิดตั้งแต่วันนี้แล้วต้องยอมรับและท่านเอง ท่านก็ต้องเกษียณไป แล้วคนใหม่มาจะคิดแบบพวกเราหรือเปล่าไม่รู้และอนาคต ภายภาคหน้าจะเปึนอย่างนี้หรือเปล่า อันนี้ผมฝากไว้ท่านประธาน เรื่องใหญ่เลยครับ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่าง สตง. กับศาลรัฐธรรมนูญในสภาแห่งนี้ ซึ่งกฎหมาย คงค้างอยู่ ยังไม่เดินหน้าท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ