สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๒ นาฬิกา)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิก ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือ ในปัญหาของประชาชนตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยจะอนุญาตให้ท่านใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ตามรายชื่อที่ท่านได้มาลงชื่อไว้แล้ว ท่านแรกขอเชิญคุณมานพ คีรีภูวดล ครับ

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ เรื่องแรกผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึง นายกรัฐมนตรีคนใหม่ คนที่ ๓๒ ให้เร่งผลักดัน พ.ร.บ. สวนป่า ปี ๒๕๓๕ ซึ่งผมได้แก้ไขแล้วก็ ได้ยื่นให้ท่านประธานเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ซึ่งท่านประธานวินิจฉัยว่า เป็น พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับการเงิน แล้วก็ในกระบวนการขั้นตอนก็ต้องให้นายกรัฐมนตรีให้ความเห็น พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมหาศาลนะครับ เราจะเพิ่มป่าในประเทศ โดยเฉพาะป่าเศรษฐกิจ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประมาณ ๗๐ ล้านไร่ และที่สำคัญคือจะสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เป็นการสร้างป่าสร้างรายได้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและที่สำคัญ คือประเทศไทยสามารถที่จะไปพูดได้ว่าเราสามารถที่จะทำพื้นที่ Credit Carbon ได้มหาศาล ครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ รักษาข้อตกลงที่ได้ทำไว้ ในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพรรคประชาชนนะครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่จะต้อง รักษาและต้องทำก็คือว่า ๑. เรื่องของการทำประชามติ เรื่องนี้จะเป็นเส้นทางเดียวที่จะปูทาง ไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันเป็นปรากฏการณ์ที่ผมคิดว่าทุกคนรับทราบภายใน ๒ ปีครึ่ง เราเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ๔ ครั้ง มีนายก ๓ คน และที่สำคัญคือรองประธานรัฐสภามีถึง ๕ คน เพราะฉะนั้นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ปัญหาหลักก็อยู่ที่รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ก็คือว่าภายใน ๔ เดือนนี่ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นท่านนายกรัฐมนตรีทำก็คือ ๑. ผลักดันเรื่องของ พ.ร.บ. สวนป่าให้สำเร็จ ๒. ก็คือเรื่องประชามติ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมีคำวินิจฉัยเรื่องที่เราถามไป เรื่องจะต้องทำประชามติกี่ครั้ง แล้วก็อย่างไร ก็คงประมาณสัก ๓ โมง ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญนัด ก็จะสอดคล้องกับที่ท่านพูด เมื่อสักครู่ครับ ต่อไปคุณอภิชา เลิศพชรกมล ครับ

นายอภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะเรียนท่านประธาน ๒ เรื่อง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรกก็คือเรื่องสะพานของ พี่น้อง หมู่ที่ ๒ ตำบลแชะ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา สะพานแห่งนี้หัก ไม่ได้ชำรุด หัก แล้วก็ทิ้งร้างไปประมาณสัก ๑๐ กว่าปีแล้ว ประมาณ ๑๒ ปีแล้ว ซึ่งทางจังหวัดนครราชสีมา ได้ทำเรื่องของบประมาณมาที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อปี ๒๕๖๖ ปรากฏว่าเรื่องยังคงค้างอยู่ที่ กระทรวงมหาดไทย ผมก็หวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านใหม่ ท่านคงจะ อนุมัติโครงการนี้เพื่อที่จะให้พี่น้องชาวตำบลแชะ อำเภอครบุรี ได้สัญจรไปมา ท่านจะเห็นว่า สะพานแห่งนี้มันข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งหนึ่งนั้นชาวบ้านที่สัญจรไปมาต้องเดินอ้อมไป ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ถึงจะไปถึงที่นาของพวกเขา ดังนั้นแล้วความสำคัญตรงนี้อยากจะให้ ทางกระทรวงมหาดไทยได้เห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชนได้จัดสรรงบประมาณให้

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ คือเรื่องของสินค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะ มันสำปะหลังและข้าวโพด ณ วันนี้เราทราบกันดีว่าเราได้เงินชดเชยจากนาปีและนาปรังแล้ว ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ต้องกราบขอบพระคุณทางรัฐบาลท่านแพทองธาร ชินวัตร ที่อนุมัติ โครงการนี้ไป แต่ส่วนหนึ่งอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องมันสำปะหลังและข้าวโพด ซึ่งทุกคนทราบดี ว่ามันเป็นเรื่องของสินค้าทางการเกษตรตกต่ำแล้วก็มันมีผลกระทบจากทางภาษีทรัมป์ แต่ส่วนหนึ่งก็อยากจะให้รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญถึงพี่น้องเกษตรกรอยากหาเงินชดเชย ให้กับพวกเขาเพื่อที่เขาจะลืมตาอ้าปากได้ โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ราคามันสำปะหลังตอนนี้ ตกต่ำมาก สส. เราทุกคนได้พูดถึงเรื่องราคามันตกต่ำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากจะให้ทางรัฐบาล ได้ให้ความสำคัญ แล้วก็หาเงินชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกฤช ศิลปชัย ครับ

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่อง ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับถนน ไฟฟ้า ไฟส่องสว่างที่ถนนในจังหวัดระยองพื้นที่ของผม ไปที่ ๒ หน่วยงานครับ สไลด์ขึ้นนิดหนึ่งครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

หน่วยงานแรกเป็นของแขวงทางหลวงชนบท ระยอง บริเวณ รย ๑๐๐๑ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าไฟดับตั้งแต่บริเวณ สะพานลานหินขาวมุ่งหน้าไปถึงก้นอ่าวตรงบริเวณอุทยานเขาแหลมหญ้าดับมาสักพักหนึ่งแล้ว

สไลด์ต่อไป จุดที่ ๒ ถนนเส้นเดียวกันครับ รย ๑๐๐๑ ไฟดับบริเวณร้านค้า ตั้งแต่ปากทางแยกตะพงลงไปจนถึงหมู่บ้านปรีชา ไพรเวท บีช เป็นถนนเส้นเดียวกัน รย ๑๐๐๑ เหมือนกัน อยู่ในความดูแลของทางหลวงชนบทระยอง ก็ขอท่านประธานประสาน ไปยังหน่วยงานด้วยว่าให้เร่งแก้ไขให้พี่น้องประชาชนครับ

สไลด์ต่อไป จุดที่ ๓ จุดนี้เป็นของแขวงทางหลวงระยอง บริเวณถนนทางหลวง หมายเลข ๓ พบเสาไฟ High Mast ดับตั้งแต่บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกตะพงจนถึงหน้าตลาด ผลไม้ตะพงครับ

สไลด์ต่อไป จุดที่ ๔ ของแขวงทางหลวงระยองเช่นเดียวกันบริเวณทางหลวง หมายเลข ๓๖ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าเสาไฟเกาะกลางบริเวณ หน้าโรงเรียนหนองจอก บ้านหนองจอก ดับมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว เนื่องจากตรงนี้ มีพี่น้องประชาชนสัญจรเยอะ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยก็ต้องฝากอีกจุดหนึ่งนะครับ

จุดสุดท้าย จุดที่ ๕ ทางหลวงหมายเลข ๓๖ เช่นเดียวกันครับ อันนี้พี่น้อง ประชาชนได้ร้องเรียนว่าเสาไฟบริเวณด้านล่างสะพานแยกเฮ้าส์ซิ่งดับมาหลายเดือนแล้วเช่นกัน จึงขอท่านประธานประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ เข้าใจอยู่ว่ามีปัญหาเกิดการขโมย สายไฟบ่อยมาก แต่ว่าก็ต้องฝากทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นแขวงทางหลวงชนบท ระยอง แขวงทางหลางระยอง แล้วก็เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันดูแลด้วย ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณวิรัช พิมพะนิตย์ ครับ

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมวิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

วันนี้ผมมีเรื่องหารือและขอความ ช่วยเหลือจากท่านประธาน คือปัจจุบันนี้จังหวัดกาฬสินธุ์โดยเฉพาะเทศบาลเมือง แล้วก็ เทศบาลใกล้เคียงอีก ๒-๓ เทศบาล ใช้น้ำประปาจากอ่างห้วยสีทน ท่านประธาน ดูในรูป อ่างห้วยสีทนนี้เกิดวิกฤติ เกิดมาหลายปีแล้ว มีเห็ด เขาเรียกจอกหูหนูยักษ์เต็มในพื้นที่เลย และจอกหูหนูยักษ์ในประเทศไทยตอนนี้มีอยู่ที่ห้วยสีทนกับอยู่ที่เขตท่าน สส. ธีระชัย กุมภวาปี แต่กุมภวาปีเขาใช้วิธีกั้นไว้ในเกาะ แต่ของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ห้วยสีทนถูกกั้นไม่ได้ มันเป็นบึงเต็มไปหมดเลย แล้วก็ทำให้น้ำเสีย แล้วบึงแห่งนี้เป็นที่ผลิตน้ำประปาเลี้ยงคน ๕๐,๐๐๐ คน ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ มีมูลนิธิของไทย-ออสเตรเลียให้เงินมา ๑๐ ล้านบาท โดยท่านสุรพล สวนจันทร์ ผอ. ชลประทาน ก็ร่วมกันทำ แต่ทำอย่างไรก็ไม่หาย ไม่ว่าจะทำน้ำยาฆ่ามันก็ทำไม่ได้ พอฆ่าปุ๊บน้ำประปาที่ไหลออกมาก็เป็นพิษกับคน ๕๐,๐๐๐ กว่าคนของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์และเทศบาลใกล้เคียง ผมจึงกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าท่านอธิบดีกรมชลประทาน ผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคก็พยายามจะ ทำทุกอย่างอยู่แต่ยังทำไม่ได้ ผมบอกว่าถ้าทำอย่างนี้ไม่ได้ระดับอธิบดีกรมชลประทาน ยังแก้ปัญหาเรื่องจอกหูหนูยักษ์แค่นี้ไม่ได้ก็ไม่รู้จะเป็นอธิบดีกรมชลประทานไปทำไม ก็ฝากกับ ท่านอธิบดีหน่อยว่าให้ช่วยแก้ปัญหาให้ความเดือดร้อนของประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ หมดไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือปัญหาเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอ กันทรารมย์

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมได้รับการร้องเรียนจาก ประชาชนชาวบ้านเจี่ย ตำบลทาม และประชาชนชาวบ้านแสงใหญ่ ตำบลหนองแวง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษว่าถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ศก.ถ. ๘๓/๐๑๓ บ้านเจี่ย ตำบลทาม เชื่อมกลับบ้านแสงใหญ่ ตำบลหนองแวง อำเภอกันทรารมย์ ถนนสายนี้เป็นถนน เชื่อมระหว่างตำบลต่อตำบลชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เพราะว่าถ้าถนนสายนี้เป็นถนนที่ ลาดยางหรือคอนกรีตชาวบ้านก็จะได้สัญจรไปมาอย่างสะดวก โดยเฉพาะเป็นทางลัดไปทาง จังหวัดอุบลราชธานีก็ได้ ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลที่เข้ามาทำงานใหม่ช่วยดูแลถนนเส้นนี้ ให้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านยางน้อย บ้านกอก ตำบลละทาย และชาวบ้านผึ้ง ตำบลทาม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษว่าถนนทางหลวง หมายเลข ๒๐๑๓ จากบ้านละทายถึงบ้านผึ้ง ตำบลทาม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ถนนเส้นนี้ เป็นถนนเชื่อมระหว่างตำบลต่อตำบล ซึ่งชาวบ้านสัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน เป็นจำนวนมาก ถนนสายนี้เป็นถนนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือรัฐบาลและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นช่วย ดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสุรทิน พิจารณ์

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่องที่กราบเรียน ท่านประธานเป็นปัญหาครับ

ปัญหาเก่าคือปัญหาแรก กราบเรียนท่านประธานคือปัญหาพี่น้อง ผรท. และผู้ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามของรัฐ ท่านประธานครับ เมื่อวานพี่น้องแห่ลงมา เป็นพัน มารอที่ข้างคลองเทเวศร์ที่จะมาสภา ผมก็เลยขอร้องว่าไม่ต้องมา วันนี้จะหารือ ถามท่านประธานว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการให้เขาหรือไม่ ถ้าไม่ตั้งผมว่าอาทิตย์หน้าเขาคง ห้ามยากที่จะมาทวงถามที่สภา ผู้ร้องก็คือดอกเตอร์ละเอียด อีกคนหนึ่งคือประธานบุญญาภา เป็นผู้รับร้อง ผู้รับผิดชอบคือสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องไฟฟ้าที่ซอยลุงสวาทและซอยยุพินของตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ไม่มีไฟฟ้ามาประมาณ ๑๐ ปีแล้วครับ เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปที่การไฟฟ้าปทุมธานีและการไฟฟ้าหนองเสือช่วยเร่งรัดให้ พี่น้องมีไฟฟ้าใช้ด้วย ผู้ร้องคือ อบต. แผ้ว ไกรสอน แล้วก็นายก อบต. ไพศาล

เรื่องที่ ๓ เรื่องชาติพันธุ์หลาย ๆ กลุ่มที่มาอยู่ในประเทศไทยนี้ อย่างเช่น ชาติพันธุ์ไทยใหญ่ ชาติพันธุ์กระเหรี่ยง ก็มาอยู่เป็นพี่น้องเรา บัตรประจำตัวประชาชน ๔๘๐,๐๐๐ ใบ พูดมาตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา รัฐบาลแพทองธาร แล้วก็รัฐบาลที่ ๓ ก็คือ นายกรัฐมนตรีอนุทิน อยากจะให้ทางมหาดไทยเร่งรัดด้วย ที่จริงมันผ่าน ครม. ไปแล้ว น่าจะ มอบให้พี่น้องชาติพันธุ์เหล่านี้ เพราะพี่น้องเหล่านี้เกิดอยู่ในประเทศไทย เพียงแต่แม่เป็น คนไทย พ่อเป็นคนไทยใหญ่ พ่อเป็นคนไทย แม่เป็นคนกระเหรี่ยงเท่านั้น เขาก็รักประเทศไทย อยากจะให้ทางรัฐบาลมอบให้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ตามสัญญา ตาม MOA ที่ให้ไว้ ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องแรก เรื่องที่ชาวบ้านเป็นพันจะมาสภานั้น ขอให้ท่านช่วยสุรทินช่วยประสานกับวิปทั้ง ๒ ฝ่าย โดยด่วนนะครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เขาเริ่มทยอยมาทวงถาม คือเขาก็อยากเร่งรัด เพราะว่าได้กราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้วว่าจะ ช่วยเหลือพี่น้อง แต่ว่ารายชื่อที่จะให้รัฐบาลมอบให้ว่ามันเหลือกี่คน ๆ อยากให้ทางสภา ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเร่งด่วนเลยครับ มีกี่คน นายกรัฐมนตรีว่าจะจ่ายเท่านั้นเลย ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องตั้ง กรรมาธิการขอให้ประสานกับวิปทั้ง ๒ ฝ่าย ต่อไปขอเชิญคุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียน จากนายพล ผัดผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ในพื้นที่ตำบลเมืองจังได้รับผลกระทบจากพายุวิภา ทำให้เกิดน้ำท่วมทุกหมู่บ้าน และเกิดการกัดเซาะตลิ่งทำให้บ้านเรือนเสียหาย ผมจึงขอเรียนไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ช่วยได้จัดงบประมาณไปก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งให้กับหมู่บ้านที่ เสียหายทั้ง ๓ หมู่บ้าน คือหมู่บ้านที่ ๒ ตำบลเมืองจัง และหมู่บ้านที่ ๓ ตำบลเมืองจัง และ ๔. หมู่บ้านที่ ๙ บ้านใหม่สามัคคี ตำบลเมืองจัง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ได้รับ ผลกระทบเสียหายเป็นอย่างมาก ผมจึงเรียนท่านประธานไปถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจความเสียหายทั้ง ๓ หมู่บ้านด้วยครับ

เรื่องต่อมาขอประชาสัมพันธ์ให้จังหวัดน่านหน่อยครับ พี่น้องครับ วันนี้ จังหวัดน่านของเราได้ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว อย่างเต็มที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ น่านยังคงงดงามด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ วิถีชุมชน ที่อบอุ่น วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง และมนต์เสน่ห์ของเมืองน่านที่ไม่เคยเสื่อมคลาย ผมจึงขอ เชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสความงดงามเหล่านี้ด้วยตนเอง แล้วคุณจะรักน่านครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตประธานประชาสัมพันธ์ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครกู้ภัย แห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผมเป็นผู้เสนอพร้อมกับคณะ ก็ขอให้พี่น้องประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัย ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ได้เข้ามารับฟังข้อคิดเห็นแล้ว ก็ได้เสนอแนะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ซึ่งหมดเขตวันที่ ๒๘ กันยายนนี้นะครับ

เรื่องที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานครับ ตอนนี้เราได้เห็นข่าวในเรื่องของ การฆ่าตัวตายมาก แล้วก็ในเรื่องของภาวะเศรษฐกิจแล้วก็ภัยทางสังคม แล้วก็ในเรื่อง ของจิตซึมเศร้า เราจะเห็นได้ว่าในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นสะพานพระราม ๖ สะพานพระราม ๘ ก็จะมีพี่น้องที่ซึมเศร้า หรือว่าไปฆ่าตัวตาย เพราะฉะนั้นผมอยากเรียน เสนอท่านประธานไปยังหน่วยงานที่ดูแลเรื่องสะพาน ต้องทำเหมือนกับประเทศเกาหลีใต้ ในเรื่องของการนำระบบเอไอเข้ามาจับ เพื่อที่จะช่วยเหลือได้ทันท่วงที

เรื่องที่ ๓ ในเรื่องของจังหวัดกระบี่ ในเรื่องของการจัด Zoning แหล่งท่องเที่ยว ในอำเภอเหนือคลองที่บริเวณบ้านหาดยาวน่าจะมีศูนย์กีฬาทางน้ำ ก็กราบเรียนท่านประธาน ไปยังหน่วยงานในส่วนกลางเพื่อที่จะไปจัด Zoning เพื่อที่จะให้นักท่องเที่ยวได้กระจาย รายได้ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดกระบี่

เรื่องสุดท้ายครับ ในเรื่องของการเชื่อมถนน ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านใหม่ ในเรื่องของการเชื่อมโยงจังหวัดท่องเที่ยวไปสู่จังหวัดชายแดน ไม่ว่าจะเป็นอำเภออ่าวลึก พังงา อำเภอปลายพระยา สุราษฎร์ธานี อำเภอเขาพนม นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานีและอำเภอลำทับ อำเภอคลองท่อม ไปจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือบ้านคลองพน คลองท่อมเหนือไปจังหวัดตรัง ก็ขอให้ขยายถนน เนื่องจากว่ามีรถบรรทุก พร้อมกับในเรื่องของกระแสไฟฟ้าให้พี่น้องประชาชนได้รับความปลอดภัย สะดวกยิ่งขึ้นครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้แทนหน้ามนคนขอนแก่น เขต ๓ พรรคประชาชน ขออนุญาต นำเรียนปัญหาพื้นที่ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก พี่น้องอยากให้มีการติดตั้ง ไฟส่องสว่างเพิ่มเติม พิกัดถนนทางหลวง ขก. ๔๐๐๓ จากตัวเมืองเขาสวนกวางมุ่งหน้าไปยัง สี่แยกป่าหวายนั่ง ถนนเส้นนี้กลางคืนสัญจรไปมาด้วยความยากลำบากครับ จึงขออนุญาต นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงชนบทขอนแก่นให้ช่วยดำเนินการด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ พี่น้องอยากให้มีการทำถนนใหม่เป็นถนนเลียบคลองชลประทาน จากบ้านคูคำถึงบ้านบ่อใหญ่ อำเภอซำสูง ถนนเส้นนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักชลประทานที่ ๖ ขอนแก่น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวายครับ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับทาง เจ้าหน้าที่หลายครั้ง เจ้าหน้าที่บอกว่าการทำถนนไม่ใช่พันธกิจหลักของทางชลประทาน จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังทั้ง ๒ หน่วยงานนี้พิจารณาที่จะถ่ายโอน ถนนเส้นนี้ให้กับแขวงทางหลวงชนบทขอนแก่นให้ช่วยดูแลนะครับ ถนนเส้นนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องชาวอำเภอซำสูง เนื่องจากเป็นเส้นทางลัดที่มุ่งหน้าไปยังอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคามครับ

เรื่องที่ ๓ เรื่องปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเทศบาลเมืองกระนวน สาเหตุ ส่วนหนึ่งมาจากบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนมีการขยายเขตชุมชน ผังเมืองก็มีการ แปรเปลี่ยนสภาพไปตามกาลเวลา เรื่องนี้ทางเทศบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมีการขุดลอก รางระบายน้ำ ซึ่งเป็นการบรรเทาปัญหา แต่ปัญหาหลักนี้ได้มีการพูดคุยกับทางโยธาธิการ จังหวัดขอนแก่นไปแล้วนะครับ ทราบข้อมูลมาว่าแผนการศึกษาเรื่องการป้องกันน้ำท่วม ในเขตเทศบาลเมืองกระนวนได้สำเร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ และบรรจุในแผนรอการอนุมัติ งบประมาณครับ จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมืองและโยธาธิการจังหวัดขอนแก่นให้ช่วยเร่งดำเนินการด้วยครับ

เรื่องสุดท้ายครับ ขออนุญาตเป็นปากเป็นเสียงแทนเกษตรกรคนเลี้ยงโคนม เรื่องนี้ผมเคยนำเรียนผ่านท่านประธานในสภาแห่งนี้ไปแล้วนะครับ ทาง กสค. เคยติดหนี้ เกษตรกรรวมกว่า ๗๐๐ ล้านบาทครับ ณ ปัจจุบันหนี้ก็งอกเงยรวมกันกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท หลาย ๆ มาตรการที่เราได้ลงไปเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการขอกู้กองทุนฟื้นฟู เกษตรกร ๒๐๐ ล้านบาท ก็ยังไม่สามารถผ่อนหนักเป็นเบาให้กับเกษตรกรได้ มิหนำซ้ำทาง อสค. ยังเอานมที่เอาจากเกษตรกรไปแปรรูปแล้วส่งกลับไปให้เกษตรกร บังคับให้เขาซื้อ เพื่อเป็นการการลด Stock ของตัวเองด้วยนะครับ เรื่องเหล่านี้ถือว่าเป็นการเพิ่มภาระ ให้เกษตรกร ๒ เด้ง จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีนะครับ แต่ข่าวร้ายแว่ว ๆ มาว่าพรรคเดิมยังดูแลกระทรวงเกษตร และสหกรณ์อยู่ ทุกท่านขอให้เร่งหามาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยนะครับ อย่าปล่อยให้อาชีพพระราชทานนี้ต้องสูญพันธุ์ตายไปจากประเทศนี้เลย ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอลงกต มณีกาศ

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย ขอสไลด์เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จาก ราษฎรในเขตตำบลเรณู บ้านโนนสังข์และบ้านโนนทองว่า ถนนเชื่อมระหว่าง ๒ บ้านนี้ ชำรุดครับ เรียนท่านประธานช่วยกรุณาเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไข อย่างเร่งด่วนครับ

เรื่องที่ ๒ ถนนสายทางเส้นระหว่างบ้านหนองหญ้าม้า ตำบลนาถ่อน ที่เชื่อมไปยังบ้านตาลกุดแล้วก็บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลโพนแพง ชำรุดจากพายุที่ผ่ามา ก็ฝากส่วนที่เกี่ยวข้อง กรมทางหลวงชนบท ซึ่งเส้นนี้เพิ่งได้รับการปรับปรุงแก้ไขยังไม่ถึงปี ก็ชำรุดแล้ว

เรื่องที่ ๓ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากนายปัญญา เจริญนาม ราษฎร บ้านดอนนางหงส์ท่า หมู่ที่ ๗ ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม ว่าบ้านของเขาอยู่ติด ลำน้ำบางฮวก ซึ่งตัวบ้านที่เขาอาศัยอยู่ถูกน้ำเซาะบ้านเรือนเริ่มเสียหายแล้ว ฝากท่านประธาน ประสานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ช่วยดำเนินการแก้ไขด้วยครับ

เรื่องที่ ๔ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากราษฎรทั้ง ๒ อำเภอว่าถนนเลี่ยงเมือง หรือถนน Bypass ไม่ว่าจะเป็นของทางอำเภอเรณูนคร หรือของอำเภอธาตุพนม ยังไม่คืบหน้าแต่อย่างใดทั้งที่มีการสำรวจมีการออกแบบมานานแล้วครับ

เรื่องที่ ๕ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากท่าน อบต. ชูเกียรติ มูลไชย ว่าไฟฟ้า ส่องสว่างสายทาง ๒๑๒ หรือถนนชยางกูรไฟดับมานานแล้ว อยากให้กรมทางหลวง ช่วยดำเนินการแก้ไขด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๖ ชรบ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ริมโขงที่ออกลาดตระเวนทุกคืนร้องมา ว่าอยากได้ไฟส่องสว่างริมโขง รวมถึงป้อมยามที่พักของ ชรบ. ที่ออกลาดตระเวนตรวจการ ในช่วงกลางคืน

เรื่องที่ ๗ ถนนนาคาวิถี ซึ่งจากอำเภอธาตุพนมไปมุกดาหาร การสร้าง ค่อนข้างจะล่าช้าแล้วเป็นอุปสรรคในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยต่อระหว่าง บ้านทรายมูลและบ้านคับพวง ตำบลน้ำก่ำ

เรื่องที่ ๘ เรื่องเอกสารสิทธิของตำบลอุ่มเหม้า อำเภอธาตุพนม โดยเฉพาะ บ้านชาติพัฒนาชาติไทยซึ่งเป็นบ้านของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ได้รับงานจากทางราชการมา ประมาณปี ๒๕๒๓ แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ

เรื่องสุดท้ายครับ ได้รับการร้องทุกข์จากราษฎรบ้านโพธิ์ทอง ในเรื่องน้ำท่วม พื้นที่ที่จะเพาะปลูกมะเขือเทศ ก็ฝากทางจังหวัดนครพนม โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตอนนี้ยังไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ รอผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ กราบขอบคุณ ท่านประธานมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณทวิวงศ์ โตทวิวงศ์

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวเมืองอยุธยาและบางบาลครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำที่ ๑,๙๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อปกป้องให้ สส. และสภาแห่งนี้ยังคงทำงาน ต่อไปได้ นั่นจึงส่งผลให้ชุมชนนอกคันกั้นน้ำโดยเฉพาะริมแม่น้ำน้อย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองบางหลวงของอยุธยาน้ำเข้าท่วมแทบทุกหลังคาเรือน และท่วมสวนพืชผลของ พี่น้องประชาชน ขอความร่วมมือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ

๑. ขอให้มีการเริ่มเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องที่จุดประตู ลาดชิด และโดยเฉพาะประตูน้ำเจ้าเจ็ด และประตูน้ำขนมจีน เพราะเป็นจุดที่เป็นคอขวด ที่เป็นแม่น้ำน้อยและคลองบางหลวงจะไหลมาบรรจบกัน แล้วจะสามารถระบายน้ำผ่านไปได้ ในคลองชลประทานในทุ่งเจ้าเจ็ด แล้วจะเข้าสู่คลองพระยาบันลือ แล้วระบายน้ำสู่แม่น้ำ เจ้าพระยาได้เร็วมากขึ้นครับ จึงขอให้กรมชลประทานได้ดำเนินการ และมีการจัดสรร เรือเก็บผักตบชวาเพื่อทำการเปิดทางคลอง และเตรียมความพร้อมในการระบายน้ำให้มากขึ้น และเร็วขึ้นก่อนถึงวันที่ ๑๕ กันยายน ซึ่งเป็นวันที่จำเป็นจะต้องมีการระบายน้ำเข้าทุ่ง มากขึ้นอยู่แล้วครับ

๒. ขอให้มีการเริ่มระบายน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำทีละน้อย ประมาณ ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของทุ่งรับน้ำ ในช่วงก่อน ๑๕ กันยายนนี้ และหลังจาก ๑๕ กันยายนนี้ก็ขอให้มีการ เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็นระยะ ๆ เพื่อลดผลกระทบแก่บ้านนอกคันกั้นน้ำที่น้ำเพิ่มสูง มากขึ้น รวมไปถึงยังพอมีพื้นที่ของทุ่งรับน้ำให้สามารถรับน้ำได้ในระดับที่น้ำวิกฤติ ทั้งหมดนี้ ขอส่งผ่านไปถึง สนทช. และกรมชลประทานครับ

๓. ย้ำแล้วย้ำอีกครับขอให้มีการเปลี่ยนการเยียวยาเป็นการชดเชยค่าครองชีพ ที่หายไปของพี่น้องประชาชนในอยุธยา โดยในปีนี้อยุธยาบางแห่งท่วมมา ๕ ครั้งแล้ว และทุกครั้งเรามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราขาดโอกาสในการสร้างรายได้มากขึ้น จึงขอให้กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับกรมชลประทานมีการพิจารณาการชดเชยค่าครองชีพ ในทุก ๆ เดือน ที่น้ำท่วม เช่น ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน ต่อหลังคาเรือน และค่าเสียโอกาส ในการทำนาสำหรับทุ่งนาที่กำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำ เช่น ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ต่อเดือน คืออย่าซ้ำเติมกันเลย จนรอให้น้ำท่วมแล้วถึงจะไปเยียวยา เยียวยาตั้งแต่น้ำเข้ามาเลยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ครับ

นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พรชัย ศรีสุริยันโยธิน เขต ๗ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับ การประสานจากท่านกำนันจุฑารัตน์ สุดสายเนตร กำนันตำบลเมืองฝ้าย หญิงเหล็กของ อำเภอหนองหงส์ เรื่องถนน ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้จากหน้า อบต. เมืองฝ้าย ไปหมู่ที่ ๓ ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร สร้างมานานแล้ว ๒ ฟากข้างมีทั้งไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ปลูกเข้ามาแต่ไม่มีไฟส่องสว่าง หารือหลายครั้ง ท่านกำนัน ท่านนายกก็ฝาก มาว่าช่วยพูดในสภาหน่อย เปลี่ยนรัฐบาลแล้วหวังว่าคงจะได้ไฟส่องสว่างเส้นนี้

เรื่องที่ ๒ ถนนจากหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๐ บ้านเมืองฝ้าย ตำบลเมืองฝ้าย ถึงบ้านหนองบัวลี ตำบลไทยสามัคคี อำเภอหนองหงส์ ถนนเส้นนี้คับแคบความกว้างไม่ถึง ๖ เมตร แล้วก็ไม่มีไหล่ทาง เป็นถนนที่ใช้สัญจรไปยังอำเภอ เด็กนักเรียนต้องไปเรียน ที่หนองหงส์พิทยาคมซึ่งเป็นโรงเรียนใหญ่ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง บาดเจ็บก็มี เสียชีวิตก็มี ฝากท่านประธานด้วยว่าอยากเห็นลูกหลานบ้านเราได้ปลอดภัย

เส้นที่ ๓ จาก อบต. โคกสว่าง ไปยังบ้านเขื่อนด่านของอำเภอหนองกี่ เส้นนี้ เช่นเดียวกันครับ ถนนสร้างมานานแล้วแต่ไม่มีไฟส่องสว่าง เรื่องเดียวครับท่านประธาน ที่พี่น้องอยากขอก็คือให้ถนนมีความปลอดภัยแล้วสัญจรไปมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมหารือ วันนี้คงจะได้ให้พี่น้องชื่นใจครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณคริษฐ์ ปานเนียม ครับ

นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๑ พรรคประชาชน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมขอหารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของ จังหวัดตากในพื้นที่ลุ่มน้ำวังที่เป็นพื้นที่ตอนท้ายที่รับน้ำทั้งหมดทั้งมวลจากจังหวัดลำปาง ท่านประธานทราบไหมครับว่าปัญหานี้เรื้อรังมาหลายปี พี่น้องประชาชนในอำเภอสามเงา อำเภอบ้านตากได้รับผลกระทบอย่างนี้มาอย่างยาวนาน ปัญหาคือน้ำมันไปไหนไม่ได้ ท่านประธานดูที่ภาพสไลด์ได้ นี่คือผังน้ำที่บอกว่าพื้นที่หน้าตัดของลำน้ำในแต่ละช่วงรองรับ การไหลได้เท่าไร จุดที่ผมบอกว่ามีปัญหาคือจุดท้ายสุด คือโซน W.4A ล่างสุด ท่านจะเห็นว่า พื้นที่หน้าตัดของลำน้ำไล่เลียงลงมาเป็น Step ไม่มีปัญหาอะไร จนมาถึงช่วงท้าย ๆ จากที่ไหลมาดี ๆ ๘๙๗ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วมันลดลงเหลือ ๕๘๐ ลูกบาศก์เมตร แล้วน้ำมันจะไปได้อย่างไร สุดท้ายท่วมเอ่อล้นข้ามตลิ่ง ข้ามคันดิน แล้วก็ไปท่วมไร่นา บ้านเรือนประชาชนเสียหายแบบนี้ทุกปี สิ่งที่ผมจะร้องขอก็คืองบประมาณในการขุดลอก กรมเจ้าท่าแจ้งว่าขอไปทุกปี สำนักงบประมาณก็ตัดทุกปีเช่นกัน ปีนี้ยังดีหน่อยได้มาในส่วน ของแผนบูรณาการ แต่ก็ได้เพียง ๑๐ กิโลเมตรเท่านั้น เรื่องนี้สำคัญและเห็นควรว่าเร่งด่วน ในการแก้ปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนทั้งจังหวัดตากและจังหวัดลำปางครับ ก็ขอเรียน ไปทางสำนักงบประมาณพิจารณาอนุมัติงบช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยครับ

ต่อมาพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ไม่สามารถทำกินได้เพราะว่า ถูกน้ำกัดเซาะที่ดินหายไป บางแห่งหายลึกไปหลายเมตร บางแห่งก็มีทรายทะลักเข้ามา ไม่สามารถทำกินได้ วันนี้แม้มีการก่อสร้างซ่อมแซมไปบ้างแล้ว แต่เรื่องการชดเชย ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ก็ขอให้ทางกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาช่วยเหลือเรื่องนี้ด้วย

สุดท้าย เรื่องเงินเยียวยา กว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับก็ตามแล้วตามอีก เงินปีที่แล้วยังไม่ได้เลยปีนี้ แล้วปีนี้ก็ท่วมอีกแล้ว ก็ขอให้เร่งรีบจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ จังหวัดปัตตานี

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

วันนี้มีเรื่องหารือกับ ท่านประธาน เนื่องจากว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง ประชาชน คุณครู แล้วก็ผู้นำชุมชน ที่ในเขตตำบลตะลุโบะ แล้วก็ตำบลปะกาฮะรัง คือถนนสาย ๔๒ และสายเอเชีย แล้วก็มีถนน ที่ทางเข้าถนนพลสวัสดิ์ ทางเข้าไปทางสถาบันการศึกษาหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ๔ หรือโรงเรียนอนุบาล หรือวิทยาลัยเทคนิคปัตตานี แล้วก็ข้างนอกมีโรงเรียนบ้านปะกาฮะรัง โรงเรียนอิบนูอัฟฟานบูรณวิทย์ ซึ่งชุกชุมมากและเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุบ่อย เนื่องจากว่า ที่บริเวณนั้นเป็นทางที่สี่แยกไปเข้าตำบลปะกาฮะรังและสี่แยกเข้าเมืองปัตตานี มีประชาชน เรียกร้องให้มีการสร้างทางลอดหรือที่เรียกว่าบริเวณทางกลับรถเพื่อความปลอดภัย ที่ทาง แขวงการทางได้สร้างแล้วจุดหนึ่งที่ตำบลตะลุโบะในเขตหมู่ที่ ๒ ขณะนี้กำลังก่อสร้างอยู่ตรงนี้ เกิดเหตุการณ์บ่อยมาก เพราะขี่รถสวนทางกัน ที่สำคัญการจราจรหนาแน่น เพราะว่าจะ เข้าเมือง แล้วก็โรงเรียนเวลาช่วงชั่วโมงเร่งด่วนจะมีผู้คนที่สวนทางกัน แล้วก็เลี้ยวเข้าไปแล้ว ก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ประชาชนและผู้นำชุมชน ครูบาอาจารย์แถวนั้น จึงเรียกร้องอยากจะ ให้ทางแขวงการทางปัตตานีช่วยหาทางในการที่จะสร้างทางลอด หรือจุดกลับรถที่ให้ความ ปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางการเข้าเมืองปัตตานี และเส้นทางที่จะเข้าไป ในหมู่บ้านปะกาฮะรังต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธนยศ ทิมสุวรรณ ครับ

นายธนยศ ทิมสุวรรณ เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขอหารือ ท่านประธาน ๓ ประเด็น

เรื่องที่ ๑ ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำบ้านหัวนายูง ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย เขื่อนนี้อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างตำบลกกสะทอนกับตำบลด่านซ้าย สามารถกักเก็บน้ำและชะลอน้ำได้ในฤดูฝน แล้วก็จะป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาท่วมในพื้นที่ของ อำเภอด่านซ้าย อีกทั้งช่วงแล้งชาวบ้านก็สามารถใช้น้ำในเขื่อนนี้ทำการเกษตรได้ด้วย ดังนั้น เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นน้ำแล้งหรือน้ำท่วม ก็ขอความกรุณาสภา ทำหนังสือติดตามความคืบหน้าถึงกรมชลประทานให้ชาวบ้านด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมน้ำเหือง บริเวณบ้านนาโพธิ์ ตำบลนาแห้ว อำเภอนาแห้ว พื้นที่ดังกล่าวเป็นแนวเขตแดนระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศลาว ซึ่งพื้นที่บางส่วนถูกน้ำกัดเซาะ ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ได้ หากได้รับการปรับปรุงก่อสร้างเป็นแนวป้องกันตลิ่งจะลดการสูญเสียพื้นที่ แล้วก็เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอนาแห้วได้อีกด้วย จึงขอความกรุณาท่านประธาน ทำหนังสือถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามเร่งรัดแล้วก็จัดสรร งบประมาณมาเพื่อดำเนินโครงการด้วยครับ

เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง ว่าถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๑๖ ระหว่างอำเภอวังสะพุง กับอำเภอภูหลวง บริเวณบ้านโพนงาม หมู่ที่ ๓ ถนนชำรุดทรุดโทรมและมีผิวถนนที่หลุดร่อนหลายกิโลเมตร ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลัก แล้วก็เป็นถนนเส้นเดียวที่ใช้สัญจรไปมาระหว่างอำเภอ จึงขอความกรุณากระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องด้วย ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณอรพรรณ จันตาเรือง ครับ

ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชียงใหม่

ขอบคุณท่านประธาน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ พรรคประชาชน ท่านประธานวันนี้ดิฉันมีเรื่องมาหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่อง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ถนนแม่ข้อน-นาหวาย หมายเลข ๑๑๗๘ ถนนเส้นนี้สร้างมา ๓ ปี แล้วก็ซ่อมทั้ง ๓ ปี เรื่องนี้ดิฉันเคยหารือ เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคมปีที่แล้ว ปีนี้จะครบอีก ๑ ปีแล้วยังซ่อมไม่เสร็จ ดิฉันอยากเรียน ท่านประธานฝากไปยังกระทรวงคมนาคมว่า เร่งดำเนินการตรวจสอบก่อนที่พี่น้องประชาชน จะหมดความอดทน ไผว่าสักเตื้อ ซ่อมแล้วซ่อมแหมค่ะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันมีเรื่องได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านผู้อำนวยการสุชาดา โรงเรียนบ้านรินหลวง อำเภอเชียงดาว ท่านดอกเตอร์อัครเดช โรงเรียนหนองปิด อำเภอพร้าว เกี่ยวกับปัญหาโรงเรียนน้ำท่วม อุปกรณ์การเรียนการสอนเสียหายทั้งปีที่แล้วและปีนี้ยังไม่ได้ รับการช่วยเหลือเลยค่ะ ดิฉันเห็นว่าปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นกับหลาย ๆ โรงเรียนในประเทศไทย แน่นอน จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งดำเนินการตรวจสอบและเยียวยาให้กับโรงเรียน ที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับน้ำท่วมโดยเร่งด่วนด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๓ ในฐานะที่ดิฉันทำหน้าที่กรรมาธิการการศึกษา พบว่าหลายโรงเรียน ยังขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด เด็กนักเรียนต้องซื้อน้ำดื่มเอง โรงเรียนและผู้ปกครองก็จะต้อง ได้รับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น คำว่าความจนใครที่มีไม่เข้าใจหรอกค่ะ ดิฉันจึงขอเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้เร่งดำเนินการ ๑. สนับสนุนเครื่องกรองน้ำ และถังเก็บน้ำให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน ๒. จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือโรงเรียนชายขอบ ชายแดนที่ประสบปัญหา เพื่อให้กับน้อง ๆ นักเรียนทุกคนได้เข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด เท่าเทียมกัน ซึ่งอันนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพที่เด็กนักเรียนจะต้องได้รับ และเราไม่ควรจะมองข้าม ด้วยค่ะ และต้องขอขอบคุณเสียงสะท้อนจากท่าน ผอ. เสกสันต์ ครองสมบัติ จากโรงเรียน บ้านเวียงแหงด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ขณะนี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจาก มรสุมทำให้หลายจังหวัดน้ำท่วม เช่นเดียวกับจังหวัดฉะเชิงเทราที่ฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันมา ๕ วันส่งผลให้น้ำท่วมหลายตำบลด้วยกันน้ำได้เอ่อท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของ ประชาชนอย่างกว้างขวาง น่าเห็นใจพี่น้องประชาชนมากค่ะ โดยเฉพาะชาวนา ยกตัวอย่าง นาของคุณอุดร บุญล้อม ตำบลเกาะไร่ ข้าวกำลังออกรวงสวยงามเลย กำลังใกล้เก็บเกี่ยว ข้าวก็มาล้มจมน้ำเสีย อันนี้น่าเห็นใจมาก ๆ เมื่อวานดิฉันเองได้มอบหมายให้ทีมผู้ช่วย สส. ได้ลงพื้นที่ไปร่วมประชุมกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองพระองค์ไชยานุชิต พบว่า ปัญหาหลักเกิดจากการระบายน้ำจากคลองสายต่าง ๆ ลงสู่ทะเลไม่สะดวก เนื่องจากว่า มีผักตบชวา มีหญ้า มีขยะจำนวนมากเลยที่ไปติดอยู่ปากท่อที่สูบน้ำ ทำให้การสูบน้ำออก ได้น้อย เครื่องสูบน้ำหลายจุดก็ชำรุด เสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ ดังนั้นจึงใคร่ขอให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน ทั้งการกำจัดสิ่งกีดขวาง ซ่อมบำรุง เครื่องสูบน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่ ๕ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่าถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ บริเวณสะพาน ข้ามทางรถไฟใกล้วัดเกาะจันทาราม ถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทค่ะ

เรื่องที่ ๓ ถนนทางคู่ขนานกรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ ทางไปวิทยาลัยการอาชีพ บางปะกงถึงนิคมทีเอฟดีเป็นหลุมเป็นบ่อหลายจุด นอกจากนั้นแล้วหลุมบ่อนี้ก็ยังมีคนมา ทิ้งขยะที่ข้างสะพานข้าม Motorway เป็นปริมาณมากทีเดียว ขอให้กรมทางหลวงช่วยมา แก้ไข

เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของจังหวัดฉะเชิงเทรา บนถนน สาย ๓๑๔ บางปะกง-ฉะเชิงเทรา ฝั่งขาเข้าฉะเชิงเทรา บริเวณหน้าห้างไทยวัสดุ ป้ายบอกทาง ชำรุดทรุดโทรม สีซีดมาก น่าเกลียดมากเลยทีเดียว ไม่สามารถจะมองเห็นว่าบอกทางไป ที่ไหน ขอให้แขวงการทางแก้ไขด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณพิทักษ์เดช เดชเดโช ครับ

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากลุ่มน้ำปากพนัง พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานอยู่จำนวน ๔ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายทรงวุฒิ หมื่นราษฎร์ ศอ.บจ. อำเภอ หัวไทร นายวิลาศ มีฮิ่น นายก อบต. ทรายขาว และพี่น้องประชาชน เนื่องจากทางถนน นศ. ๓๐๕๓ แยก ทล. ๔๐๘ ถึงเขตเทศบาลตำบลระโนด ตอนจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความคับแคบ ซึ่งพี่น้องประชาชนใช้สัญจรขนย้ายสินค้าทางการเกษตร ท่องเที่ยว สู่จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง มีระยะทาง ๑๙ กิโลเมตร โดยผ่านตำบลทรายขาว ตำบลแหลม ตำบลควนชะลิก อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝากกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้ก่อสร้างขยายผิวจราจรเป็นขนาดกว้าง ๑๒ เมตร สอดคล้องกับทางหลวงสงขลา ซึ่งขยาย สอดรับไปแล้ว

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกร ในตำบลบ้านราม ตำบลบางนบ ตำบลท่าซอม อำเภอหัวไทร เนื่องจากคลองชักน้ำ สายที่ ๑ ของกรมชลประทาน เป็นสันดอน ซึ่งสร้างความลำบากให้กับพี่น้องประชาชนที่จะต้องสูบน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงปลายน้ำ ซึ่งที่เป็นสันดอนในช่วงตำบลบางนบ ตำบลบ้านราม ฝากสำนักงานโครงการปากพนังล่าง สำนักงานชลประทานที่ ๑๕ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ดำเนินการ ขุดลอกคลองชักสายที่ ๑ ช่วงตำบลบ้านรามถึงตำบลบางนบที่เป็นสันดอนที่เป็นปัญหาของ พี่น้องเกษตรกรในการสูบน้ำในครั้งนี้เป็นการเร่งด่วนด้วย

เรื่อง ๓ ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายพรชัย ทองขาว สมาชิก อบจ. เขตอำเภอปากพนัง เนื่องจากถนนสาย นศ. ๔๐๒๙ แยก ทล. ๔๐๑๓ ถึงบ้านสระกำ ตำบลเกาะทวด อำเภอปากพนัง มีสะพานอยู่ ๒ สะพาน มีความคับแคบและเป็นคอขวด แล้วยังไม่มีแสงสว่างตลอดสาย ฝากกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมขยายความกว้าง สะพาน พร้อมปรับปรุงถนนเชิงลาดที่สะพานคลองวัดลาวและสะพานคลองทอนจาก ซึ่งอยู่ในตำบลเกาะทวด เพิ่มไฟแสงสว่างตลอดสายซึ่งเป็นถนนของกรมทางหลวงชนบท

เรื่องที่ ๔ ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายพรชัย ทองขาว นายวันชัย แพรกปาน นายโสภา แก้วจีน และพี่น้องประชาชนในเขตตำบลขนาบนาก ตำบลปากแพรก ได้มีปัญหา การใช้น้ำเพื่อการเกษตร ขอฝากสำนักงานโครงการชลประทานที่ ๑๕ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสถานีสูบน้ำ บางขนาบนาก พร้อมระบบส่งน้ำเพื่อพี่น้องเกษตรกรในตำบลปากแพรก ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง เป็นการเร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสยาม เพ็งทอง ครับ

นายสยาม เพ็งทอง บึงกาฬ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบึงกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ปัญหาที่จะขอสะท้อนวันนี้คือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยในการสัญจรบนท้องถนนของพี่น้องประชาชนในแต่ละตำบล

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่และ ได้ไปตรวจสอบพร้อมกับทั้งนายก อบต. ฝ่ายท้องถิ่น และฝ่ายปกครองของแต่ละตำบล แล้วพบปัญหาหลายพื้นที่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขดังนี้ครับ

จุดที่ ๑ ตำบลคำนาดี อำเภอบึงกาฬ ถนนบ้านห้วยเรือใหญ่ หมู่ที่ ๔ จากสามแยกไร่คุณลัดดาและคุณกาญจนา เส้นนี้ความยาวประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ เมตร

จุดที่ ๒ ตำบลนาสวรรค์ อำเภอบึงกาฬ บริเวณสามแยกทางหลวงชนบท บก. ๔๐๐๑ หมู่ที่ ๔ บ้านหนองแสง ความยาวประมาณ ๘๐๐ เมตร

จุดที่ ๓ ตำบลชัยพร อำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นสายทางภายในหมู่บ้าน หมู่ที่ ๒ บ้านห้วยเซือมใต้ เส้นนี้ความยาวประมาณ ๒,๐๐๐ เมตร

จุดที่ ๔ ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ ถนนสายอ่างเก็บน้ำ บ้านกำแพงเพชร ความยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร และถนนสายข้างโรงเรียน บ้านกำแพงเพชรเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข ๒๒๒ หมู่ที่ ๕ ตรงนี้ความยาวประมาณเกือบ ๕๐๐ เมตร

จุดที่ ๕ ตำบลโป่งเปือย อำเภอเมืองบึงกาฬ ถนนบ้านห้วยกกต้อง และบ้านห้วยบอน บริเวณบ้านเหล่าถาวร ห้วยกกต้อง โป่งเปือย เส้นนี้ความยาวประมาณ ๒,๕๗๕ เมตร

จุดที่ ๖ ตำบลชุมภูพร อำเภอศรีวิไล เป็นถนนหมู่ที่ ๑๑ บ้านโนนไทยประสิทธิ์ เส้นหนองกลางดงความยาว ๑,๑๖๐ เมตร

จุดที่ ๗ ตำบลนาสะแบง อำเภอศรีวิไล ถนนบริเวณบ้านสันทรายงาม หมู่ที่ ๘ เส้นนี้ระยะทางยาว ๒,๖๐๐ เมตร

จุดที่ ๘ ตำบลนาสิงห์ อำเภอศรีวิไล ถนนสายโคกปลายนาความยาวเกือบ ๒,๐๐๐ เมตร

จุดที่ ๙ ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล ถนนบริเวณสายข้างหนองบ่อ บ้านนาแสงสาครไปบ้านคำไชยวาน หมู่ที่ ๗ ความยาว ๒,๘๗๕ เมตร

โดยจากการลงพื้นที่เห็นว่าถนนแต่ละเส้นที่ได้กล่าวไปนั้นเป็นเส้นทางที่พี่น้อง ประชาชนใช้สัญจรจำนวนมากครับ แล้วก็บางเส้นนั้นใช้เพื่อขนส่งพืชผลทางการเกษตร บางเส้นใช้ในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ บางเส้นก็ชำรุดทรุดโทรมหลายจุด เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วบางพื้นที่ยังเป็นทางลูกรังอยู่เลยครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นเส้นทาง ที่สามารถใช้เดินทางเชื่อมต่อไประหว่างตำบลอื่น ๆ ได้ จึงอยากฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยขอให้ช่วยพิจารณาแก้ไขและเร่งดำเนินการ เพื่อความสะดวกปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของพี่น้องประชาชนและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ของพี่น้องคนบึงกาฬด้วยครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธานขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสุรพันธ์ ไวยากรณ์ ครับ

นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน ขอหารือในความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรีในเรื่องของ ปัญหาการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ หรือ กทบ. นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ในจังหวัดนนทบุรีอยู่ในความรับผิดชอบ ของสำนักงาน กทบ. ที่ ๑๓ ซึ่ง กทบ. ที่ ๑๓ จะดูแลถึง ๘ จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สระบุรี และลพบุรี รวมแล้วกว่า ๖,๓๐๗ กองทุน แต่มีเจ้าหน้าที่ใน กทบ. เขต ๑๓ เพียงแค่ ๑๕ คนเท่านั้นเฉลี่ยแล้วก็คือ เจ้าหน้าที่ กทบ. ๑ คนจะดูแลประมาณ ๔๒๐ กองทุน ในจังหวัดนนทบุรีเพียงจังหวัดเดียว มีกองทุนถึง ๕๑๓ กองทุน แต่แบ่งเจ้าหน้าที่ กทบ. ดูเพียงแค่ ๒ คนเท่านั้น ส่งผลให้ หลายกองทุนไม่ได้รับการกำกับดูแล ไม่ได้รับคำปรึกษาการสนับสนุนข้อมูลอย่างทั่วถึง ทำให้ หลายกองทุนขาดทิศทางไม่สามารถต่อยอด แล้วสุดท้ายก็ล้มเหลวขาดทุนไม่สามารถ ดำเนินการต่อได้ นอกจากนี้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติยังมีโครงการ พัฒนาของหมู่บ้านและชุมชน หรือโครงการ SML ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งระดมความคิดเห็น การสังเคราะห์ความต้องการของชุมชน การบริหารจัดการงบประมาณเพื่อเป็นประโยชน์ ส่วนรวมของหมู่บ้านและชุมชน แต่ปัจจุบันกับติดปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายล่าช้า หลักเกณฑ์ การจัดสรรงบประมาณที่ซับซ้อนและไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของครัวเรือน ส่งผลให้หลายชุมชนไม่สามารถเดินหน้าในโครงการ SML ได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้ ปัญหาที่กล่าวมา ไม่ใช่เป็นแค่เพียงตัวเลขหรือขั้นตอน แต่มันคือความหวังของพี่น้องประชาชนในระดับชุมชน ที่จะต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการพัฒนาอาชีพ การสร้างรายได้ การยกระดับคุณภาพ ชีวิต ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกองทุนหมู่บ้าน ควรมีการเพิ่มบุคลากร ปรับปรุงโครงสร้างการกำกับดูแลและปรับหลักเกณฑ์การใช้ งบประมาณให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความเป็นจริงเพื่อให้กองทุนหมู่บ้านและโครงการ SML สามารถเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอเชิญคุณทรงยศ รามสูต ครับ

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย วันนี้มายืนที่ใหม่ หารือเรื่องแรก ในส่วนตามที่มีงบกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล มีการแจ้งไปว่าในการประชุมการจัดสรรครั้งที่ ๒๗๓๔ หรือ ๒๗๓๕ จังหวัดน่านได้รับ โครงการสถานีสูบน้ำพลังไฟฟ้า เพราะระบบส่งน้ำที่บ้านนาแห้ว แต่ไปลงพิกัดว่าเป็น ตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง เงิน ๔๔ ล้านบาท ซึ่งชลประทานทำเรื่องมันเป็นตำบลกองควาย ซึ่งปรากฏว่าโครงการก็ลงไป แพอะไรก็ลงไป ผมเคยปรึกษาหารือเขาบอกมันจบที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ปรากฏว่าเขาบอกมันอยู่ที่สำนักงบประมาณ ตอนนี้แพหรืออุปกรณ์ ต่าง ๆ ขนกลับไปแล้ว ก็อยากจะฝากรัฐบาล และสำนักงบประมาณ และชลประทาน ได้แก้ พิกัดให้ถูกต้อง แล้วก็ได้อนุมัติงบแก้ให้เป็นจากบ้านนาแห้ว ตำบลไชยสถาน เป็นนาแห้ว ตำบลกองควาย อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

เรื่องที่ ๒ ก็คือเนื่องจากตอนพายุวิภา ที่ลานกิจกรรมของตำบลม่วงตึ๊ด มันได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ปรากฏว่าสนามฟุตซอลหญ้าเทียม ๔๘ คูณ ๓๑ เมตร แล้วก็ลานแอโรบิกพื้นที่ ๑,๑๗๖ ตารางเมตรเสียหาย แผ่นปูยางลอยไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะระบบไฟฟ้า ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าท้องถิ่น หรืองบกลางอะไรต่าง ๆ จะไป ดูแล

เรื่องสุดท้าย ก็คือจากพายุวิภาแล้วก็ก่อนวิภาที่อ่างน้ำเกี๋ยน ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง เมื่อสักครู่ท่าน สจ. และเจ้าหน้าที่ท่านนายกพาผมไปดู ช่วงแรก ๆ น้ำปริ่ม ทางชลประทานก็ไปเจาะเพื่อระบายน้ำ พอพายุวิภาเข้ามาทำให้พื้นที่ข้างอ่างมันทรุด ๓-๔ ช่วง ช่วงละประมาณ ๓๐ เมตร ซึ่งปรากฏว่าชลประทานก็ไปตรวจสอบหลายครั้ง ไปดูแล ก็อยากจะฝากว่าให้หางบมาดูแลตรงนี้ เพราะว่าอ่างตรงนี้พังไปมันจะส่งผลต่อ น้ำอุปโภคบริโภคของพี่น้องชาวตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง ก็ฝากรัฐบาลชุดใหม่ได้เร่ง ดำเนินการด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ผมขอเป็นกำลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๓ ของประเทศไทย ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ สมัยท่านทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลพิพากษาจำคุก เมื่อวานนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ท่านและครอบครัวด้วย

เรื่องที่ ๒ ก็คุกเหมือนกันครับ ตอนนี้ตำรวจเขมร ผมได้รับคำร้องเรียนจาก นางสุมาลี บัณฑิตคูณ ว่าตำรวจเขมรได้จับลูกชายพร้อมเพื่อนอีก ๑๐ คน ซึ่งมีจังหวัดอุดรธานี คนหนึ่งที่ผมได้เรียนมานี้ และจังหวัดสกลนคร ๑ คน ชัยภูมิ ๑ คน นครปฐม ๑ คน ราชบุรี ๑ คน นครพนม ๑ คน พะเยา ๑ คน สระแก้ว ๒ คน บุรีรัมย์ ๑ คน รวมชาย ๗ คน หญิง ๓ คน ตอนนี้อยู่ในคุกที่ศรีโสภณ ผมอยากจะขอเรียนท่านประธานว่า ขอฝากไว้ด้วย เนื่องจากว่าคราวที่แล้วผมก็ได้มีการหารือไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่ใช่รายนี้ Call Center กำลัง จะเริ่มมาระบาดแล้วครับ ถูกล่อลวงเข้าไปในช่องทางธรรมชาติ หลังจากนั้นก็ถูกเขมรจับไป เรียกค่าไถ่ ติดต่อกับญาติบอกว่าขอ ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย ซึ่งญาติเขาก็เป็นคนยากจนอยู่ แล้วไม่สามารถที่จะไปได้ ในรายนี้ก็คือว่านายสหรัฐ บัณฑิตกุล ซึ่งญาติเขาได้มาร้องเรียนกับ ผมเมื่อ ๒ วันก่อนนั้นได้ข้ามไปเขมร โดยถูกล่อลวงเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคมที่ผ่านมา ตอนนี้ ก็ยังถูกจองจำอยู่ แล้วก็ขอฝากให้ทางรัฐบาลท่านใหม่ที่คอยเจรจากับเขมรว่าเขมรกับไทย ก็ข้ามไปข้ามมานะครับ แต่ทางเขมรก็อยากจะมาทำงานในประเทศไทย ไทยก็ถูก Call Center หลอกลวงเอาไปอย่างที่ผมได้เรียน แล้วทีนี้พอเขมรข้ามมาก็จะถูกเจ้าหน้าที่ เอาค่าหัวอีกคนละ ๔,๐๐๐ บาท ก็ขอฝากไว้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ครับ

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ วันนี้ดิฉันมีเรื่องประเด็นเดียวที่จะหารือกับท่านประธาน ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุก ๆ จังหวัด ก็อาจจะมีปัญหาเหมือนกับจังหวัดของดิฉันนะคะ ดิฉันได้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณศิริวรรณ อำนวยสินสิริ เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเพชรบุรี ท่านได้รับการร้องเรียน จากชาวบ้านเกี่ยวกับปัญหาสายไฟและสายสื่อสารที่ได้ติดตั้งไว้ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ในหลายจุด อาทิเช่น จุดที่หนึ่งช่วงบริเวณถนนเพชรเกษมต้นมะม่วงข้างสะพานยกระดับ ไปบิ๊กซี จุดที่ ๒ บริเวณแยกหมู่ที่ ๑ ตำบลต้นมะม่วง และจุดที่ ๓ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี ถนนเพชรเกษม แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ จุดในจังหวัดเพชรบุรีที่มีปัญหานี้ โดยส่วนใหญ่ ได้มีการพาดสายบนเสาไฟฟ้าในลักษณะที่พันกันและไม่เป็นระเบียบทำให้ดูไม่สวยงามและ ยังเป็นอุปสรรคและเป็นอันตรายต่อชาวบ้าน อีกทั้งอาจมีสายไฟที่ชำรุดตกลงมาบนทางเท้า บนพื้นถนนทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่สัญจรผ่านไปมาได้ และมีการพาดสายสื่อสารอื่นที่ไม่ได้ รับอนุญาตทำให้สายไฟและสายสื่อสารทับซ้อนกันมากเกินไป ทำให้มีน้ำหนัก ทำให้สายไฟ ตกหย่อนและขาดได้ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ประสบกัน ทุกจังหวัด ดิฉันจึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังการไฟฟ้าจังหวัดและสำนักงาน กิจการกระจายเสียงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ท่านให้ช่วยกันจัดระเบียบเรื่องสายไฟ และสายไฟสื่อสารในแต่ละท้องที่ เพื่อที่จะทำให้แต่ละพื้นที่สวยงามและลดการเกิดอุบัติเหตุ ที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณรวี เล็กอุทัย ครับ

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมขอปรึกษาหารือในประเด็นปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุหลายลูก ที่ผ่านมาครับ ทั้งวิภา คาจิกิ และหนองฟ้า ทำให้เกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ของอุตรดิตถ์ โดยในส่วนแรกคือ บริเวณฝายสีสวาทในพื้นที่หมู่ที่ ๙ ตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งผมได้เคยหารือในสภาถึงเรื่องการของบประมาณซ่อมแซมฝายสีสวาทนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๗ ไปแล้ว เพราะตัวฝายนี้มีความชำรุดเป็นอย่างมาก แต่ก็สายไปแล้ว เพราะตอนนี้ตัวฝายทั้งหมดได้พังทลายจนไม่สามารถใช้การได้เนื่องจากถูกมวลน้ำมหาศาล ในช่วงพายุมรสุมหลายลูกถล่มในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงทำให้ถนนหลายเส้นในบริเวณดังกล่าว ถูกน้ำกัดเซาะจนมีสภาพที่ไม่สามารถใช้การได้ในหลายจุด ท่านประธานครับ การที่ ฝายสีสวาทนี้แตกนอกจากจะทำให้เกิดน้ำท่วมไร่นาและไร่ข้าวโพดของเกษตรกรแล้ว ยังส่งผลให้ในอนาคตมีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร เนื่องจากไม่มีฝาย ที่จะช่วยชะลอหรือกักเก็บน้ำในหน้าแล้ง ดังนั้นผมจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล โปรดช่วยจัดสรรงบกลางในการก่อสร้างฝายสีสวาทนี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาความ เดือดร้อนเร่งด่วนนี้ให้แก่พี่น้องประชาชนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ นั่นคือการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนในพื้นที่อุตรดิตถ์ โดยรวมที่ได้รับผลกระทบจากพายุทั้ง ๓ ลูก ทั้งในความเสียหายที่ส่งผลต่อพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของพี่น้องประชาชนครับ ทั้งข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง และปลาเลี้ยงในกระชัง รวมไปจนถึงตลิ่งที่พังลงมาจากการถูกมวลน้ำกัดเซาะและบ้านเรือน ของพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมครับ ผมเข้าใจดีว่าการช่วยเหลือจำเป็นต้องยึดตามระเบียบ กฎหมายที่มีอยู่ แต่ผมก็อยากให้ทางรัฐบาลได้คำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นสำคัญ และไม่อยากให้ผู้ที่กำลังเดือดร้อนอยู่ต้องเจอกับเงื่อนไขและเงื่อนเวลาของการ ช่วยเหลือเยียวยาที่ไม่สมเหตุสมผลและล่าช้าเป็นอย่างมากอีก ดังนั้น ผมจึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โปรดเร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุมรสุมที่ผ่านมานี้ให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และเป็นธรรมด้วย ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณเจษฎา ดนตรีเสนาะ

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุมลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับ ขออนุญาตนำปัญหาของพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ปรึกษา ท่านประธานสัก ๓ ประเด็นครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรกครับเป็นการเกี่ยวกับ ประกาศเตือนภัยของกรมชลประทาน รวมทั้งของ ปภ. ด้วยนะครับ เนื่องจากพื้นที่เสี่ยง ที่ระบุในประกาศส่วนใหญ่จะแค่จังหวัดอ่างทองและจังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ แต่แม่น้ำเจ้าพระยามีต่อจากอยุธยาอีก ๔ จังหวัด ก็คือ ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร แล้วก็สมุทรปราการ อย่างไรก็อยากจะขอให้กรมชลประทาน แล้วก็ ปภ. ช่วยปรับปรุง ประกาศฉบับนี้ให้มีพื้นที่ท้ายน้ำทั้งหมดด้วยนะครับ เพื่อที่ประชาชนจะได้ใช้ในการ เตรียมการแล้วก็ระมัดระวังป้องกัน

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เนื่องจากในพื้นที่ปทุมธานีบ้านผมมีน้ำท่วมนอกแนวคันกั้นน้ำเป็นจำนวนมาก ทั้ง ๒ อำเภอ คืออำเภอสามโคก แล้วก็อำเภอเมืองปทุมธานี ในช่วงนี้มีฝนตกมากและน้ำเหนือก็มา น้ำทะเลก็หนุน ทำให้มีน้ำท่วมในระดับที่สูงขึ้น จึงขอให้จังหวัดปทุมธานี กองอำนวยการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม แล้วก็ส่งข้อมูลของแต่ละท้องถิ่น แต่ละ อปท. ให้กับ ปภ. จังหวัด เพื่อที่ท่าน ปภ. จังหวัดจะได้นำเสนอให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี แล้วก็ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเพื่อที่จะได้ใช้เงินแล้วก็ดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงครับ

อันที่ ๓ เป็นจุดแยกโค้งบางพูน ถนน ๓๔๖ ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานีนะครับ มีการดำเนินการล่าช้าทำให้มีการจราจรติดขัดเป็นอย่างมากในช่วง เช้า-เย็น ก็ขอให้แขวงทางหลวงปทุมธานีเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธัญธร ธนินวัฒนาธร ครับ

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแคและภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธาน จำนวน ๕ เรื่องนะครับ

เรื่องแรกครับ ปัญหาไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณซอยอินทาปัจครับ โดยเฉพาะ บริเวณซอย ๑๑-๑-๒ เสี่ยงต่อปัญหาอาชญากรรมและอุบัติเหตุนะครับ ขอให้การไฟฟ้า นครหลวงและสำนักงานเขตบางแคสำรวจจุดเสี่ยงแก้ปัญหาครับ

เรื่องที่ ๒ สะพานข้ามคลองภาษีเจริญในซอยเกษม ๒๓ เพิ่งเกิดปัญหา ขโมยสายไฟทำให้ไฟบนสะพานข้ามคลองดับ ขอให้รีบดำเนินการแก้ไขครับ

เรื่องที่ ๓ การก่อสร้างบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ยังคงไม่เสร็จสิ้นนะครับ มีปัญหาที่กั้นและแสงไฟส่องสว่างนะครับ ผมลงพื้นที่กับกรรมาธิการติดตามงบครับ หน่วยงานก็รับปากว่าจะเสร็จในเดือนสิงหาคม ล่าช้าไม่เกินกันยายนปีนี้นะครับ ก็ขอให้ ผู้ควบคุมงานและกรุงเทพมหานครเข้ากำกับให้แล้วเสร็จทันเวลา เดือนที่ผ่านมาก็เกิด อุบัติเหตุขึ้นหลายเคสนะครับ

เรื่องต่อไปครับ กรมควบคุมโรคได้ออกคำแนะนำการฉีดวัคซีนไข้เลือดออก ประจำปี ๒๕๖๘ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง วัคซีนคิวเดงกาชนิดใหม่สามารถ ฉีดได้ทั้งผู้ที่เคยเป็นและไม่เคยเป็น อายุ ๔ ปีขึ้นก็ไปก็ฉีดได้ ป้องกันการนอนโรงพยาบาล มากกว่าร้อยละ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ในกลุ่มเสี่ยงและเด็กเล็ก ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อมากนะครับ

และเรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. พิจารณาแก้ไข กรณีที่สถานพยาบาลปฐมภูมิจำกัดจำนวนและระยะเวลาออกใบส่งตัวขึ้นเอง โดยไม่มี มาตรฐาน และการเพิ่มขึ้นของการจดทะเบียนเป็นรูปแบบสหคลินิก เพื่อเบิกงบประมาณจาก โครงการ ๓๐ รักษาทุกที่ โดยเพิ่มหลายสหวิชาชีพมาอยู่ด้วยกันในที่เดียว บางแห่งก็อาศัย การทำยอด แต่ให้การรักษาพี่น้องประชาชนไม่เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น เสี่ยงเกิดปัญหาทาง งบประมาณและการทุจริตเบิกงบอย่างที่เคยเกิดมาแล้วในอดีต ก็ขอฝากไว้ด้วยครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมมี ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี พี่น้องชาวบ้านโป่งนำกราบเรียน ท่านประธานเพื่อประสานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการครับ

เรื่องแรก เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการขยายสะพานเบิกไพร-บ้านโป่งจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร ตามที่ผมได้นำหารือประธาน แล้วปัจจุบันนี้กรมทางหลวงได้ขยาย ให้กับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งเพื่อให้เดินทางสะดวกขึ้น ที่ผ่านมามีการปิดสะพานนี้ ทำให้ต้องไปใช้สะพานค่ายหลวงอย่างหนาแน่น ที่ผ่านมาทำให้สะพานค่ายหลวงนั้น มีความชำรุด ทรุดโทรม พี่น้องประชาชนเกรงว่าในอนาคตสะพานจะไม่แข็งแรง จึงขอให้ท่านประธานได้ ประสานกรมทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการปรับปรุง พื้นผิวการจราจรของสะพาน แล้วก็ไฟส่องสว่างตลอดจนความแข็งแรงของสะพานด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากมีสะพานข้ามทางแยกสี่แยกไฟแดงบ้านโป่ง ซึ่งเป็นแยกใหญ่ ปัจจุบันนี้มีสะพานข้ามอยู่ ซึ่งสะพานข้ามดังกล่าวนี้จะมีทางเลี้ยวขวาไปจังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันนี้เนื่องจากสะพานนี้มีการก่อสร้างก็คือบนสะพานมีทางแยก แยกตรงลงไปข้ามแม่น้ำ แม่กลอง กับอีกแยกหนึ่งเลี้ยวขวาไปที่จังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันนี้รถเกิดอุบัติเหตุบ่อย เพราะว่าไม่มีป้ายสัญญาณ หรือป้ายบอกว่าเลี้ยวขวาไปเมืองกาญจน์ ทางตรงลงไปที่ตัวตลาด บ้านโป่งทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย เพราะว่าพี่น้องประชาชนจากต่างถิ่นพอขึ้นสะพานมาก็ไม่รู้ ว่ามีทางแยกข้างบนก็ทำให้เกิดมีการเปลี่ยนเลนกะทันหัน หรือเบรกทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น บ่อย ชนเกาะกลางบ้าง เบรกชนท้ายกันบ้าง จึงขอให้กรมทางหลวง ซึ่งเป็นเจ้าของสะพานนี้ ได้ดำเนินการทำป้ายจราจรให้ชัดเจน ตั้งแต่ต้นสะพาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับพี่น้อง ประชาชน ตลอดจนพี่น้องที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่ จึงขอนำเรียนท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเฉลิมชัย กุลาเลิศ

นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม เฉลิมชัย กุลาเลิศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เขตห้วยขวาง วังทองหลาง วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือกับท่านประธาน ในเรื่องของผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนถึงปัญหาโครงการปรับปรุงถนนพระยาประเสริฐ ขอสไลด์ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

โดยเป็นการวางท่อระบาย และปรับปรุงผิวถนนครับ เริ่มการก่อสร้างเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วโดยกำหนดจะสิ้นสุด สัญญาลงเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ยังเสร็จไปเพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทางทีมงานและผมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบได้รับแจ้งจากชาวบ้านในซอยเพิ่มเติมว่าบางสัปดาห์ มีช่างเข้ามาทำงานแค่ ๑-๒ วัน และวันที่ผ่านมาก็มีช่างเพียงไม่กี่คน ปัญหา ณ ตอนนี้จริง ๆ ก็คือมันจะต้องมีการวางท่อของสำนักงานประปาด้วยนะครับ แต่ประเด็นคือการที่ถนนนี้ จะก่อสร้าง ถ้าการประปายังวางไม่สำเร็จแล้วทางสำนักงานเขตก็ไม่สามารถทำงานได้นะครับ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้มีการประสานงานเพื่อที่จะทำให้การประปาสามารถวางท่อ ได้เสร็จ แล้วถนนถึงจะสามารถทำงานได้เสร็จ อย่างไรก็ขอเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกัน แล้วก็หาทางแก้ไขปัญหาครับ

และอีกประเด็นหนึ่ง อยากจะฝากถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชน ใน ณ ตอนนี้ อยากจะประชาสัมพันธ์ให้คนที่ตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ ๓ รับการฉีดวัคซีน RSV โดย ณ ตอนนี้ ถึงแม้จะยังไม่ได้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ถ้าใครฉีดก็สามารถทำให้เด็กทารกที่เกิดมา ๖ เดือน มีภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ต้องเสี่ยงในการเกิดปอดอักเสบ และรวมถึงมีภาวะในการที่จะเกิด หลอดลมตีบตัน หรือ Asthma ในอนาคตได้ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณชัชวาล แพทยาไทย

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ เกษตรวิสัย ปทุมรัตน์ เมืองสรวง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมมีเรื่องหารือแล้วก็เรื่องชี้แจง แล้วก็ฝากไปยังหน่วยงานผ่านท่านประธาน ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณทางรัฐบาลรักษาการที่ท่านได้ปลดล็อกเงื่อนไขสำคัญทำให้ ชาวนาทั่วประเทศได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทง่ายขึ้น จากแต่ก่อนนโยบายท่าน ก็คือจะให้ลงทะเบียนผ่าน Application ทางรัฐ แต่ท่านยกเลิกแล้ว ผมต้องขอชื่นชม แต่มีปัญหาที่ผมต้องได้ชี้แจงผ่านสภานี้ไปยังพี่น้องเกษตรกรชาวนา แล้วก็ฝากไปยัง หน่วยงานอย่างนี้ครับ ตอนนี้พี่น้องชาวนาหลายท่านมีความกังวล เพราะว่ารอบแรกที่มีการ โอนเงินไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท หลายคนได้รับ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้รับ สาเหตุสำคัญที่ผม ได้หาข้อมูล ขอข้อมูลจากทางเกษตรอำเภอ และ ธ.ก.ส. แบ่งออกเป็นประเด็น ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนแรกที่ยังไม่ได้รับนั้นเกิดจากการยืนยันสิทธิการประชาคมยังไม่เสร็จสมบูรณ์ครับ เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ปีนี้ต้องบอกว่ามาเร็วกว่าปกติครับ ก่อนหน้านี้ เงินช่วยเหลือถูกเรียกว่าเงินค่าเก็บเกี่ยว กว่าจะได้ก็ต้องรอเก็บเกี่ยวเสร็จ แต่ปีนี้มาเร็ว กว่าปกติ ทำให้กระบวนการต่าง ๆ จึงยังไม่แล้วเสร็จ ตัวเลขผู้ลงทะเบียนอยู่ที่ ๔.๗ ล้านครัวเรือน แต่ปรากฏว่าตัวเลขที่ยืนยันสิทธิแล้วมาอยู่ที่ ธ.ก.ส. มีเพียงแค่ ๑.๗ ล้านครัวเรือน เพราะฉะนั้นอีก ๓ ล้านครัวเรือน เป็นรายชื่อที่ยังค้างอยู่ ผมได้รับ คำชี้แจงจาก ธ.ก.ส. ว่าทาง ธ.ก.ส. จะโอนเป็นรอบ ๆ ในทุก ๆ เดือนจากนี้ไปถึง เดือนธันวาคม ก็ต้องนำเรียนพี่น้องประชาชนว่าก็ขอให้อดทนรออีกสักนิดหนึ่ง

ประเด็นที่ ๒ เหตุผลที่ล่าช้าเกิดจากบัญชีไม่ตรงกับบัญชีผู้ลงทะเบียน ขอเวลาท่านประธานอีกสักนิดหนึ่งครับ บัญชีไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นต้องให้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาไปติดต่อที่ ธ.ก.ส. เพื่อยืนยันเลขบัญชีให้ตรงกัน นี่คืออุปสรรค นี่คือข้อชี้แจง ที่ผมอยากจะนำเรียนผ่านท่านประธาน ในขณะเดียวกันก็อยากฝากไปยังหน่วยงานครับ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลังว่าในปีฤดูกาลต่อ ๆ ไปถ้าท่านจะยังมี นโยบายนี้ท่านต้องมีแผนงานที่ชัดเจน ระบุวันที่ให้ชัดเจน เพื่อให้มีการเตรียมการที่รัดกุม แล้วก็รวดเร็วกว่านี้ครับ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเฉลิมพงศ์ แสงดี ครับ

นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตมาหารือเพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องแก้ไข ๓ เรื่องดังนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ที่ตำบลป่าตอง จังหวัดภูเก็ต กำลัง เผชิญปัญหาการจอดรถรับจ้างที่ไม่เป็นระเบียบ ส่งผลกระทบต่อการจราจรที่ติดขัดครับ กระทบการสัญจรของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ไม่เคารพกฎจราจร จอดในพื้นที่ ขาวแดงห้ามจอดและเจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการแก้ไข ควรเร่งจัดระเบียบจุดจอดรถรับจ้างให้ชัดเจน เพิ่มพื้นที่รองรับเพื่อยกระดับความปลอดภัย แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรป่าตองและนายกเทศมนตรีเมืองป่าตองครับ

เรื่องที่ ๒ ปัญหาการจราจรติดขัดในจังหวัดภูเก็ตยังเป็นปัญหาใหญ่ครับ ผมเคยนำเสนอต่อสภาแห่งนี้มาแล้วหลายครั้ง จนถึงขณะนี้ใกล้เข้าสู่ช่วง High Season แล้ว ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขครับ แถมซ้ำเติมกระทบต่อชีวิตการเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว และแม้ว่าจะมีการแก้ไขบางส่วนแล้วแต่ยังไม่ครอบคลุมนะครับ แก้ไขเฉพาะหน้า หากกระทรวงไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ขอให้มอบอำนาจให้กับองค์การ บริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตไปดำเนินการในระบบขนส่งมวลชนที่ติดปัญหาอยู่ เพื่อให้ จังหวัดภูเก็ตเดินหน้าและเพิ่มศักยภาพเมืองท่องเที่ยว ควรเร่งออกมาตรการแก้ไข อย่างจริงจังครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงคมนาคม นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดภูเก็ตครับ

เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหายาเสพติดในจังหวัดภูเก็ตยังคงเป็นปัญหาใหญ่ และระบาดหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะตำบลป่าตอง ตำบลราไวย์ ตำบลวิชิต ล่าสุดครับ มีเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและพ่อค้ายา ทำให้ ร้อยตำรวจโท ประจักษ์ ทหารไทย เสียชีวิต ผมขอสดุดีความกล้าหาญและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง มา ณ โอกาสนี้ครับ นี่คือสะท้อนถึงปัญหาความรุนแรงของปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบ ร้ายแรงต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณรัชนก สุขประเสริฐ ครับ

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแสดง ความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ด้วย ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๗ กันยายนที่ผ่านมา มีฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังในแทบทุกพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ แล้วก็ได้เกิดเหตุการณ์ ที่เศร้าสลดที่ถนนพุทธรักษา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าถนนแพรกษา ตรงบริเวณโครงการ ปรับปรุงผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก เนื่องจากมีไฟฟ้ารั่วตรง Barrier ของการก่อสร้าง ดังกล่าวค่ะ ทำให้หนุ่มวัย ๑๗ ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่า ผู้รับเหมามักง่ายแอบต่อไฟตรงเสา High Mast ที่ไม่ผ่าน Breaker หรืออุปกรณ์ตัดไฟฟ้า อัตโนมัติ เมื่อเกิดไฟรั่ว Breaker จึงไม่ตัด แล้วกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลสู่ Barrier จนกลายเป็นกับดักมรณะอย่างร้ายแรงที่ไม่ใช่แค่ความประมาท แต่นี่คือความมักง่ายที่เอา ชีวิตคนมาแลก เรื่องนี้ใครคือคนรับผิดชอบคะ โครงการของใคร หน่วยงานไหน ท่านเคย ลงมาตรวจสอบไหมคะ ท่านเคยลงมาดูหน้างานไหมว่าผู้รับเหมาแอบดำเนินการอย่างไรและ ดำเนินการเช่นนี้ได้อย่างไร สไลด์ถัดไปได้เลยจะเห็นภาพเลยว่าแอบต่อกันอย่างไร เรื่องนี้จะต้องไม่จบแค่เพียงแค่คำว่าเสียใจ หรือคำว่าขอโทษนะคะ แต่ต้องลากคอผู้รับเหมา ที่ไร้จรรยาบรรณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบทั้งหมด และจะต้องมีการ ทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยของงานก่อสร้างทั้งหมดภายในจังหวัดสมุทรปราการ หรือทั่วประเทศ ต้องไม่ยอมให้โครงการก่อสร้างไหนทำงานแบบมักง่าย แล้วปล่อยให้ ประชาชนตายฟรีอีกต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผู้รับเหมาทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้เกิดการสูญเสีย ครอบครัวผู้เสียชีวิตเขาต้องสูญเสียลูกในวัย ๑๗ ปีไป ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ที่รับไม่ได้จริง ๆ ค่ะ แล้วก็ที่สำคัญดิฉันไม่ทราบว่า กรมชลประทานของจังหวัดสมุทรปราการ ท่านทราบหรือยังว่าน้ำท่วมทั้งจังหวัดสมุทรปราการมา ๒-๓ วันแล้ว ท่านมีมาตรการในการ ดำเนินการอย่างไรบ้าง ก็ฝากไปยังกรมชลประทานด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณพลากร พิมพะนิตย์ ครับ

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ ประเด็นครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ประเด็นที่ ๑ คือพี่น้องประชาชน บ้านโนนศิลาเลิง ตำบลโนนศิลาเลิง หมู่ที่ ๑ อำเภอฆ้องชัย เนื่องจากพี่น้องเยาวชนมีความ ต้องการใช้พื้นที่ในการออกกำลังกายเล่นกีฬา ยังไม่มีลานกีฬาอเนกประสงค์ ส่งผลให้เยาวชน ในชุมชนขาดโอกาสในการสร้างกิจกรรมครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องปัญหาถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อมีน้ำขังก่อให้เกิดอันตราย เวลาสัญจร เส้นที่ ๑ สายร้านวิเชียรเซียงกงถึงบ้านพ่อประสาท หมู่ที่ ๕ ตำบลโนนศิลาเลิง ระยะทาง ๒๔๐ เมตร เส้นที่ ๒ สายบ้านแม่มะลิถึงบ่อขยะ บ้านโนนศิลาเลิง หมู่ที่ ๗ ตำบลโนนศิลาเลิง อำเภอฆ้องชัย ระยะทาง ๒๔๐ เมตร เส้นที่ ๓ สายหนองขามถึง ห้วยเขายอด บ้านดงบ่อ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด ระยะทาง ๓๙๐ เมตร เส้นที่ ๔ บ้านจอมศรี หมู่ที่ ๑๕ ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด ระยะทาง ๔๖๐ เมตร เส้นที่ ๕ สายซุ้มประตูหมู่บ้านไปวัดศรีธาตุกุดสังข์ บ้านกุดสังข์ หมู่ที่ ๔ ตำบลหัวงัว ระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร เส้นที่ ๖ สายริมคลองชลประทาน บ้านนาเชือกใต้ หมู่ที่ ๑ ถึงบ้านนาเชือกใหม่ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลนาเชือก เส้นที่ ๗ สายไปวัดสวนป่า บ้านสามัคคี หมู่ที่ ๘ ตำบลดอนสมบูรณ์ อำเภอยางตลาด เส้นที่ ๘ บ้านห้วยเตยกลาง หมู่ที่ ๕ ตำบลเว่อ ถนนสายวัดป่าเวฬุวัน เชื่อมสามแยกบ้านนากุง หมู่ที่ ๘ ตำบลเขาพระนอน อำเภอยางตลาด ระยะทาง ๘๙๐ เมตร เส้นที่ ๙ สายข้างลำห้วยแดง บ้านนาแกใต้ หมู่ที่ ๑๔ ถึงบ้านโนนลาน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด ระยะทาง ๑ กิโลเมตร เส้นที่ ๑๐ สายถนนตะวันยอแสง จากสามแยกถนนสายใต้ถึงบ้านโนนทัน หมู่ที่ ๘ ตำบลเหล่ากลาง อำเภอฆ้องชัย ระยะทาง ๑.๒ กิโลเมตร จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณการณิก จันทดา ครับ

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ดิฉันได้รับทราบปัญหาจากท่านกำนัน อุดม พงษ์จา แล้วก็เหล่าผู้ใหญ่บ้านตำบลสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และทาง คณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาลตำบลสันทรายมหาวงศ์ เป็นประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาน้ำแล้งและปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ที่เป็นทั้งชุมชนที่เป็นที่อยู่อาศัย แล้วก็เป็นแหล่ง เพาะปลูกลำไย ที่ปลูกผักสวนครัวสำหรับหาเลี้ยงชีพ

เรื่องแรกขอฝากผ่านท่านประธานสภาไปยัง ผอ. โครงการชลประทานลำพูน สำนักชลประทานที่ ๑ ช่วยพิจารณาการปรับ หรือเปลี่ยน หรือแก้ไขขนาดเครื่องสูบน้ำ ที่โรงสูบน้ำบริเวณเหมืองร้องเสือเต้นอยู่ระหว่างบ้านปิงน้อย หมู่ที่ ๘ แล้วก็บ้านล้องปู่หม่น หมู่ที่ ๑๑ ให้มีขนาดแล้วก็มีกำลังการระบายน้ำให้เพียงพอต่อปริมาณน้ำที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติ เพราะว่าเมื่อฝนตกหนัก ณ จุดนี้จะเป็นจุดสุดท้ายที่รองรับน้ำจาก หลายตำบล เวลาฝนตกหนักจะต้องไปยืม ไปเอาสูบจากที่อื่นมาขวางถนนแบบนี้เพื่อเร่ง การระบายน้ำ ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำขังท่วมกันก็เป็นเวลาหลายเดือน ส่งผลให้ น้ำเน่าเหม็น ต้นลำไย พืชผักสวนครัวเน่าเสีย ขาดรายได้

อีกเรื่องนะคะ เพื่อเป็นการแก้ไขบรรเทาปัญหาภัยแล้งในระยะยาว ดิฉันขอฝาก ผ่านท่านประธานไปยัง ผอ. โครงการชลประทานลำพูน กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้าง ประตูระบายน้ำแบบเปิด-ปิด บริเวณจุดที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำปิงกับลำเหมืองเภไร ซึ่งบริเวณนี้ จะเป็นตำแหน่งที่น้ำปิงไหลเข้าสู่ลำเหมืองเภไรได้โดยตรง หากพิจารณาก่อสร้างประตูระบายน้ำ จะทำให้เกิดการบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม สามารถช่วยให้น้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ในตำบลสันทรายได้อย่างทั่วถึง ไม่ต้องรอการจัดสรรน้ำจากแหล่งน้ำอื่น ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณโกศล ปัทมะ

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๖ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านให้กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง จัดสรรงบประมาณ ไปดำเนินการขยายทางหลวง แล้วก็ปรับปรุงจุดกลับรถดังนี้ครับ ขอให้กรมทางหลวง โดยกระทรวงคมนาคม ขยายถนนหมายเลข ๒๓๖๙ ช่วงดอนไผ่-แก้งสนามนาง โดยเฉพาะ ช่วงตำบลสีสุกถึงตำบลบึงสำโรง อำเภอแก้งสนามนาง ที่มีสภาพชำรุด แล้วก็คับแคบ

เรื่องที่ ๒ ให้กรมทางหลวงจัดสรรงบประมาณไปดำเนินการขยายประสิทธิภาพ ถนนหมายเลข ๒๒๔๖ ตอนตะโก-โคกสี โดยเฉพาะบริเวณช่วงโคกสี แยกโคกสีถึงแยก หนองโคบาล บริเวณหน้าโรงเรียนเกล็ดลิ้นวิทยาที่ลูกหลานใช้รถใช้ถนนแล้วก็มีสภาพคับแคบ ไม่ปลอดภัย

เรื่องที่ ๓ ให้กรมทางหลวงจัดสรรงบประมาณไปดำเนินการขยายหรือ ซ่อมแซมถนน ๒๐๒ ช่วงตอน แก้งสนามนาง-ดอนตะหนิน โดยเฉพาะขยายช่วงบริเวณ บ้านศูนย์กลาง โรงพยาบาลแก้งสนามนาง และขยายช่วงสามแยก ปตท. บริเวณหน้าวัด ประชานิมิตร อำเภอบัวใหญ่ ถึงสะพานข้ามทางรถไฟ และจุดต่อไป จุดกลับรถ ซึ่งพี่น้อง ประชาชนประสบอุบัติเหตุเป็นประจำคือช่วงไฟแดงสามแยก Bypass บ้านโนนใบบัว แล้วก็ ณ ขณะนี้ได้รับการปิดถาวร แล้วพี่น้องประชาชนร้องเรียนขอให้เปิดจุดกลับรถเพิ่มเติม โดยให้กรมทางหลวงจัดสรรงบประมาณไปดำเนินการเปิดจุดกลับรถให้กับพี่น้องประชาชน ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ในการได้รับความปลอดภัย ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณกาญจนา จังหวะ

นางสาวกาญจนา จังหวะ ชัยภูมิ

กราบท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกาญจนา จังหวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๔ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือ ท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องประชาสัมพันธ์ค่ะ ดิฉันจะมาขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องชาวไทยมาเที่ยวชมร่วมงานประเพณีบุญกระธูป ประจำอำเภอหนองบัวแดง ชาวอำเภอหนองบัวแดงที่จัดขึ้นภายในวันที่ ๓-๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ นี้ค่ะ ซึ่งเป็นงานประเพณีหนึ่งเดียวในประเทศไทยของชาวอำเภอหนองบัวแดง ๑ ปี มี ๑ ครั้ง และจากศรัทธาท้องถิ่นสู่เวทีโลกท่านยังได้ร่วมเที่ยวชมต้นกระธูปยักษ์ที่มีความสูง กว่า ๗ เมตร โดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทั้ง ๙ แห่ง และนักท่องเที่ยวยังจะได้เห็น ความสวยงามจากศาสนาประเพณีอันล้ำค่าของชาวอำเภอหนองบัวแดงอีกมากมายค่ะ ดิฉันก็ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยถ้ามีโอกาสมาเที่ยวบุญประเพณีบุญกระธูปของ ชาวอำเภอหนองบัวแดงค่ะ

ประเด็นที่ ๒ ดิฉันขอหารือท่านประธานถึงปัญหาเรื่องถนนทางหลวง หมายเลข ๒๑๕๙ จากจุดตำบลห้วยต้อนจนถึงผาเกิ้ง ซึ่งเป็นถนนที่ใช้มานานกว่า ๔๐ ปีแล้ว ที่ยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ๒ ข้างทาง ซึ่งเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทางเกษตรกรใช้เส้นทางนี้ ลำเลียงสินค้าทางเกษตรไปสู่ตัวเมืองจังหวัด ซึ่งจะเป็นอันตรายมากถ้าเราไม่มีไฟฟ้า ส่องแสงสว่าง ๒ ข้างทาง จึงฝากเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผลักดัน งบประมาณติดตั้งไฟฟ้าส่องแสงสว่างให้พื้นที่อำเภอหนองบัวแดงได้ใช้ถนนที่มีความ ปลอดภัยสูง ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณจรัญ พันธุมจินดา

นายอรัญ พันธุมจินดา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อรัญ พันธุมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมได้รับทราบถึงปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์จะเปิดโรงเรียนกวดวิชา โรงเรียน สอนทำอาหาร โรงเรียนสอนดนตรี สอนศิลปะ สอนกีฬา รวมทั้งสอนอาชีพต่าง ๆ เนื่องจาก ไม่สามารถยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบได้ เพราะว่าในการยื่นขออนุญาตจะต้อง ยื่นสำเนาใบอนุญาตเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารหรือสำเนาใบรับรองการก่อสร้างอาคาร ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. ๒๕๕๕ กฎกระทรวงดังกล่าวไม่ได้กำหนดว่าในใบอนุญาตก่อสร้างจะต้องระบุว่าอาคารที่ใช้เป็น สถานศึกษาเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. กำหนดให้ผู้ยื่นจะต้องแนบเอกสารที่ระบุว่าสถานศึกษาไว้ในใบอนุญาตก่อสร้าง ทำให้ประชาชนจะต้องไปยื่นขอแก้ไขใบอนุญาตก่อสร้างก่อน แต่ในบางครั้งเป็นสถานที่เช่า ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะไปขอแก้ไขใบอนุญาตก่อสร้างได้ อาคารที่จะนำมาใช้ในการ จัดตั้งโรงเรียนก็จะเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีกฎหมายควบคุมอาคารรองรับ บางแห่งเป็น อาคารใหญ่พิเศษซึ่งมีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยเป็นพิเศษอยู่แล้ว สามารถที่จะจัด การประชุมจัดสัมมนารองรับคนเป็นพันได้ แต่ไม่สามารถจะนำอาคารเหล่านั้นมาจดทะเบียน เป็นโรงเรียนกวดวิชาได้ ทั้ง ๆ ที่ใช้พื้นที่เพียง ๑๐๐ ตารางเมตรเท่านั้นเอง ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะว่าการตีความกฎหมายคลาดเคลื่อนโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือจะเป็นเพราะว่ากฎกระทรวงไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงให้รอบด้านในการพิจารณา ออกกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว ประกอบกับระยะเวลาในการประกาศใช้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ จึงสมควรที่จะมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย เพื่อไม่ให้กฎกระทรวงฉบับนี้เป็นปัญหา ในการประกอบอาชีพให้กับพี่น้องประชาชน ขอท่านประธานโปรดมีหนังสือถึงท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เพื่อดำเนินการ ปรับปรุงกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อให้ เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ปี ๒๕๕๐ ต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณประภาพร ทองปากน้ำ

นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากดิฉันได้รับฟังปัญหา จากพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกตกต่ำ อย่างต่อเนื่อง พี่น้องเกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่ขายข้าวได้ในราคาที่ถูกลง จนเกิดหนี้สะสม ท่านประธานคะ ปี ๒๕๖๘ นี้มีจำนวนผู้มาขึ้นทะเบียนปลูกข้าวที่จังหวัด สุโขทัย ปลูกข้าวนาปรังแล้วกว่า ๕.๕ แสนไร่ ข้าวนาปีแล้วกว่า ๑.๐๖ ล้านไร่ โดยปัจจุบัน จากที่ดิฉันได้สอบถามมาจากเกษตรกรในพื้นที่ทราบว่าเมื่อวันที่ ๕ กันยายนที่ผ่านมา ที่จังหวัดสุโขทัยสามารถขายข้าวเปลือกได้ในราคาเพียง ๕,๕๐๐-๖,๐๐๐ บาทต่อตัน ที่ความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ บางรายเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อพายุวิภา พายุคาจิกิ และพายุ เอื้องฟ้าพัดผ่านเข้ามาที่ประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ผ่านมาจนเกิด อุทกภัยเกือบทั้งจังหวัด เกษตรกรในพื้นที่ต้องเกี่ยวข้าวหนีน้ำ ขายได้ในราคาเพียงตันละ ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ บาท โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะได้รับค่าชดเชยหรือไม่ บางรายเกี่ยวไม่ทันต้องยอม ให้น้ำไหลเข้าท่วมนาจนข้าวเน่าตายคาต้น น้ำตาและเงินไหลไปกับสายน้ำโดยไม่รู้ชะตากรรม ดิฉันจึงขอเป็นตัวแทนเกษตรกรขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคา ข้าวเปลือกตกต่ำ และขอให้รัฐบาลช่วยลดต้นทุนการผลิต ช่วยดูแลมาตรการด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ ขอให้รัฐบาลมีมาตรการชดเชยให้กับเกษตรกรที่ขายข้าวไปแล้ว และมีการ ประกันราคาข้าวเปลือกสำหรับผู้ที่กำลังจะขายโดยความชื้นไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ราคา ๙,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท

๒. ขอให้รัฐบาลมีมาตรการควบคุมราคาปุ๋ย ราคายาปราบศัตรูพืช น้ำมัน เชื้อเพลิง ให้เป็นสินค้าควบคุม และมีราคาไม่ต่ำลง ไม่น้อยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์

๓. ขอให้รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการลดต้นทุน ปัจจัยการเพาะปลูก เช่นเมล็ดพันธุ์ข้าวต้องมีจำหน่ายสายพันธุ์ในราคาถูก ทันท่วงทีเพื่อจูงใจ ให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวชนิดนี้ค่ะ

สุดท้ายนี้ดิฉันขอฝากความหวังและชีวิตพี่น้องเกษตรกรไว้ที่รัฐบาลใหม่ เร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ขอบพระคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณยูนัยดี วาบา

นายยูนัยดี วาบา ปัตตานี

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี ประกอบไปด้วย อำเภอสายบุรี อำเภอกะพ้อ อำเภอไม้แก่น อำเภอปานาเระ พรรคประชาธิปัตย์

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

กระผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง ด้วยกันนะครับ คือเรื่องปัญหาที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ กรณีที่ดินไม่ได้ทับซ้อนกับป่าอุทยาน และป่าไม้ ปัญหาสำคัญของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้คือปัญหาที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยไม่มีโฉนด ทำให้ไม่มีต้นทุนของชีวิต ไม่สามารถขอบ้านเลขที่ ขอมิเตอร์ไฟ ไม่ได้รับสิทธิต่าง ๆ จากรัฐ กรมที่ดินได้เสนอแผนปฏิบัติการโครงการเดินสำรวจขอออก โฉนดที่ดินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕-๒๕๗๐ เป็นโครงการต่อเนื่อง ๖ ปีต่อที่ประชุม กพต. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เดินสำรวจออกโฉนด เป้าหมายจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และ ๔ อำเภอในสงขลา รวม ๙๐,๐๐๐ แปลง เป้าหมายปีละ ๑๕,๐๐๐ แปลง ท่านประธานครับ เฉลี่ยแล้วไม่ถึง ๕,๐๐๐ แปลงต่อปี ต่อจังหวัด ซึ่งมันน้อยมากกับความต้องการ เฉพาะจังหวัดปัตตานียังไม่มี โฉนดประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ แปลง ถ้าจะให้ออกโฉนดชาวบ้านต้องรออีกประมาณ ๓๖ ปีครับ อยากให้กรมที่ดินเพิ่มศูนย์สำรวจ ตอนนี้มี ๓ ศูนย์ ๓๐ สายสำรวจ ๑ สายสำรวจทำได้ ประมาณ ๗๐๐ แปลง ขอให้กรมที่ดินเพิ่มงบประมาณและอัตรากำลังบรรจุลูกจ้าง เอาคน ในพื้นที่ที่ทำงานแก้ปัญหาการว่างงานด้วย และขอให้ต่อมติ กพต. ซึ่งจะหมดในปี ๒๕๗๐ นี้ จึงอยากฝากท่านประธานนะครับ ฝากไปยังกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ให้รีบดำเนินการ แก้ปัญหาให้ชาวบ้านโดยด่วน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนาและเจ้าหน้าที่โครงการจากคณะกรรมาธิการ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษของ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังเข้าฟังการประชุมอยู่ชั้นบนในขณะนี้ ขอขอบคุณทุกท่านครับ ต่อไปขอเชิญคุณอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ผมขอปรึกษาหารือท่านประธาน เพื่อประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๓ เรื่องดังต่อไปนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ช่วงนี้ทั่วทั้ง ประเทศไทย รวมถึงจังหวัดสมุทรสงครามมีฝนตกชุก น้ำฝนมีปริมาณมาก ปัญหาที่ตามมา อย่างหนึ่งคือปัญหาน้ำท่วมขัง ท่านประธานครับ มีประชาชนร้องเรียนมาว่าซอยขุนปรกปราบพาล ถนน Bypass โรงเรียนสารสาสน์ ตำบลแม่กลอง เกิดน้ำท่วมขัง เนื่องจากถนนนี้ไม่มีระบบ ระบายน้ำ ถ้าฝนตกหนักน้ำจะไหลเข้าบ้านเรือนประชาชน โดยในซอยนี้มีบ้านพักอาศัยอยู่ ประมาณ ๓๐ หลัง คือบ้านเลขที่ที่ขึ้นต้นด้วยเลข ๑๕๔ เกิดปัญหาน้ำท่วมเข้าบ้านมานาน หลายปีได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ผมจึงขอให้ท่านประธานประสานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม อบจ. หรือหน่วยงานอื่น ๆ ให้ช่วยจัดทำโครงการ ก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหานี้ด้วย

เรื่องต่อมาครับ ปัญหาจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองดอนจั่น ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๕ หรือถนนพระราม ๒ มีน้ำท่วมขังสูง อยู่ตลอดไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ปัญหาความเดือดร้อนนี้ผมเคยปรึกษาหารือกับ ท่านประธานในสภาแห่งนี้ไปแล้วเมื่อปี ๒๕๖๖ ผ่านมา ๒ ปี ปัญหายังคงเหมือนเดิมมีแค่หนังสือตอบกลับของกรมทางหลวงแจ้งถึงสาเหตุ และวิธีแก้ไข แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ผมจึงขอให้ท่านประธานติดตามไปยังกระทรวง คมนาคม ถึงท่านรัฐมนตรีคนใหม่ให้ช่วยจัดการแก้ไขปัญหานี้ให้กับประชาชนด้วยครับ

เรื่องสุดท้าย ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนสายหลักในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ดับมืดมีอยู่หลายจุดเลยนะครับ ซึ่งปัญหาไฟทางบนถนนนี้ผมได้นำปรึกษาหารือกับ ท่านประธานอยู่บ่อย ๆ ครั้งนี้จึงขอแจ้งเพิ่มอีก ๒ สายทางคือ ๑. ทางหลวง ชนบท ๒๐๐๑ เลยวัดบังปืนไปถึงคลองกก ดับมาตั้งแต่ปีใหม่ ๘ เดือนแล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข ๒. ทางหลวง จังหวัด ๓๐๙๒ หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่ ตลาดนัดอินจัน ตรงนี้เป็นแหล่ง ชุมชนอันตรายมากนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุดท้ายครับ ที่หารือวันนี้ ขอเชิญคุณวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ วันนี้ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากท่านนายกศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศบาลเมืองชุมพร ในเรื่องของการแก้ไขปัญหา น้ำตื้นเขินและเป็นที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำของลำคลองในเขตเทศบาล โดยเฉพาะคลองวังเกลือ ได้มีปัญหาเกิดขึ้นมานานพอสมควร คลองเส้นนี้โดยเฉพาะในเรื่องของการถ่ายน้ำเวลาน้ำหลาก โดยเฉพาะในเรื่องฝนตกน้ำท่วมขังในเขตเทศบาล ไม่ว่าที่หน้าโรงพยาบาลชุมพรก็สู่คลองนี้ น้ำตื้นเขินและทำให้ตลิ่งทรุดตัวพังมาตลอด ตอนนี้ได้รับการอนุเคราะห์จากท่านนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้นำเครื่องจักรโดยเฉพาะท่านนายกนพพร อุสิทธิ์ ได้นำเครื่องจักรเข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหาบางส่วน แต่ผมเองนั้นอยากจะให้นำเรียนถึง ท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยไปดูแล และแก้ไขปัญหาปรับปรุงลอกคลอง ทำกันตลิ่งเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าน้ำมีกลิ่นเน่าเหม็น และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของปลาหมอคางดำด้วย ขอฝาก นำเรียนท่านประธาน แล้วขอกราบขอบพระคุณ กอ.รมน. จังหวัด เรือนจำจังหวัดชุมพร ประมงจังหวัดชุมพร และเทศบาลร่วมมือกันจับปลาหมอคางดำ เพื่อที่จะให้หมดไป

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกอำพัน มากอำไพ นายกเทศบาล เมืองท่ายางและผู้บริหารสมาชิกสภาเมืองท่ายาง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการดู สะพานท่านางสังข์-บางตุ่ม หมู่ที่ ๗ เกิดการชำรุดเสียหาย เพราะสะพานแห่งนี้สร้างมาเมื่อ ๒๓ ปีที่ผ่านมา ตอนนี้เสาตอม่อ เสาสะพานเกิดการร้าวอย่างหนัก ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมชลประทานเข้าดูแลและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และดูเรื่องประตูระบายน้ำให้กับพี่น้องชาวหมู่ที่ ๗ ตำบลท่ายางด้วย น้ำเค็มไหลเข้าสวน น้ำเค็มไหลสู่สวนปาล์ม ทำให้สวนปาล์มเสียหายเยอะมาก เพราะฉะนั้นก็ขอนำเรียน ท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ช่วยไปดูแลและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องของฝาปิดท่อระบายน้ำ แล้วก็ในเรื่อง ของสะพาน ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าในเรื่องของการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน ถ้าเกิด สะพานชำรุดอย่างนี้ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมชลประทานเข้าดูแล เพราะเป็นสะพานที่กรมชลประทานได้สร้างให้กับพี่น้องประชาชน ขอนำเรียนท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จบการปรึกษาหารือในวันนี้นะครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม คน

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม ๒๙๙ ท่านแล้ว ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งยังไม่ปรากฏอยู่ใน ระเบียบวาระ

๑. รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ผมจึงขอเชิญท่านสมาชิกทุกท่านโปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ และขอเชิญ ท่านเลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)
ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“ประกาศ

แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ

พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า

ด้วยความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบมาตรา ๑๖๐ (๕) และประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๘ เห็นชอบด้วย ในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร”

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงครับ

๒. รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้ที่มีรายชื่อในลำดับถัดไป ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง รวมจำนวน ๓ ท่าน

ตามที่นายนพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๐ นายสุชาติ ชมกลิ่น และนายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อของพรรครวมไทยสร้างชาติได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๘ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพทั้ง ๓ ท่าน สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ วรรคสาม โดยในส่วนของผู้ที่มีรายชื่อในลำดับที่ ๑๙ ของบัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติสิ้นสมาชิกภาพลงนั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้มีการประกาศสภาผู้แทนราษฎรให้ผู้ที่มีรายชื่อลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของ พรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๒๐๕ วรรคสอง คือพรรคเพื่อไทย นายรุ่งเรือง พิทยศิริ ลำดับที่ ๔๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ๑. นางสาวทิพานัน ศิริชนะ ลำดับที่ ๑๘ และ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ลำดับที่ ๒๐ ถึงแจ้งมาให้ ที่ประชุมทราบครับ

๓. ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผมจึงขอเชิญ คุณรุ่งเรือง พิทยศิริ คุณทิพานัน ศิริชนะ และ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง กรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวปฏิญาณตน โดยผมจะกล่าวนำและขอให้ท่านระบุชื่อของท่าน ในตอนต้นที่บอกว่าข้าพเจ้า และท่านระบุชื่อท่าน ผมจะกล่าวนำช้า ๆ และขอให้ท่านได้กล่าว ปฏิญาณตามที่ผมกล่าวนำครับ

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลื่อนลำดับได้ยืนขึ้นและกล่าวคำปฏิญาณตน ต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)

“ข้าพเจ้า (ผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงได้ครับ ขอแสดงความยินดีทั้ง ๓ ท่านนะครับ ดังนั้นในขณะนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้เท่ากับ ๔๙๑ คน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งต้องไม่น้อยกว่า ๒๔๖ คน

๔. รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘

ด้วยวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติให้ขยายเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ออกไป เป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ ตามที่มีอยู่ในระเบียบวาระ ๒.๑ และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎรในร่างพระราชบัญญัติ กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และได้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ จึงแจ้งมาให้ที่ประชุมทราบ

๕. รับทราบผลการพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร

(รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบ ข้อ ๑๐๕ วรรคสาม นั้น

เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ และให้สำนักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีนำเหตุผลตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเป็นเหตุผลของ ร่างพระราชบัญญัตินี้ในการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป และได้ส่งข้อสังเกตไปยัง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาต่อไปตามรายละเอียดเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ สมาชิกแล้วนะครับ ทั้งนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่แจ้งไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการเพื่อทราบด้วยแล้ว จึงเรียนมาเพื่อทราบ

๖. รับทราบผลการพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสามนั้น เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณาข้อสังเกตดังกล่าว ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเสนอ และได้แจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป รายละเอียดตามเอกสาร ซึ่งได้วางไว้ให้สมาชิกแล้วนะครับ ทั้งนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภา ผู้แทนราษฎรและฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวเพื่อทราบด้วยแล้ว จึงแจ้งมาให้ที่ประชุมทราบ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๑. ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย แก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว (ในระเบียบวาระที่ ๔.๑)

ผมขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ ซึ่งในการนี้คณะกรรมาธิการ ได้ขอให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วมชี้แจงในที่ประชุมด้วย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ซึ่งผมอนุญาตให้บุคคลต่อไปนี้เข้าร่วมประชุมชี้แจงด้วย คือ ๑. นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ อนุกรรมาธิการ ๒. นายอิสรพน เปรมกมล อนุกรรมาธิการ ๓. นายอังคาร เพชรอาวุธ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ และ ๕. นางสาวจิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เชิญเข้ามาในห้องได้ครับ

ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่สอง ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ เรียงลำดับมาตราจนจบ โดยผมจะให้กรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติไว้ได้อภิปรายก่อน ส่วนท่านสมาชิก จะอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่คณะกรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น และเมื่อ คณะกรรมาธิการชี้แจงจบแล้วก็จะลงมติตามมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ จึงขอให้ สมาชิกเตรียมตัวที่จะลงมติแต่ละมาตราด้วย ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลงครับ

นายขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒๙ มกราคม และ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนดให้ มีการแปรญัตติภายใน ๑๕ วันนั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยในการพิจารณาคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นได้เอาผลการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน ปรากฏผลตามรายงานคณะกรรมาธิการที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน ๙ มาตรา ได้แก่ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๔ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และจำเลยในคดีอาญา ได้รับความช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม รวมถึงสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ได้อย่างสะดวก ทั่วถึง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ในการนี้ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติตามที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม และข้อสังเกตมาพร้อมนี้ด้วยแล้ว ก่อนการพิจารณาตามรายมาตรา กระผมใคร่ขออนุญาตให้ท่านธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดี ในฐานะอนุกรรมาธิการได้เสนอภาพรวมเพื่อความเข้าใจแก่สมาชิกเพิ่มขึ้นครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาและ ที่ประชุมที่เคารพครับ กระผม ธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และอนุกรรมาธิการ ขออนุญาตนำเสนอภาพรวมการเสนอร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทน ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยที่ ประเทศไทยเรามีการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ และมีการแก้ไข เพิ่มเติมเมื่อปี ๒๕๕๙ โดยกฎหมายให้มีการให้การช่วยเหลืออยู่ ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ ก็คือ กลุ่มที่ ๑ เป็นผู้เสียหายในคดีอาญาหรือว่าเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งเป็นคนที่ได้รับความเสียหาย ถึงแก่ชีวิต ร่างกาย หรือจิตใจ ขออนุญาตสไลด์ประกอบด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เนื่องจากการกระทำความผิดอาญา ของบุคคลอื่นโดยที่ตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มจำเลย ในคดีอาญา หรือว่าแพะคือบุคคลที่ถูกพนักงานอัยการฟ้องต่อศาลว่าได้กระทำความผิด อาญาและถูกจำคุกในระหว่างพิจารณาคดี ต่อมาได้มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าข้อเท็จจริง ฟังเป็นที่ยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำผิด จากการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมาพบว่ายังมี กลุ่มบุคคลผู้บริสุทธิ์ถูกจับกุมดำเนินคดีเป็นผู้ต้องหาและถูกควบคุมในชั้นสอบสวน ต่อมา จับผู้กระทำความผิดที่แท้จริงและปล่อยตัวผู้นั้นไป ซึ่งผู้นั้นไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เนื่องจากว่าไม่มีกฎหมายบัญญัติรองรับสิทธิไว้ ประการที่ ๒ จำเลยหรือว่าแพะในคดีอาญา ไม่ได้รับการเยียวยาครอบคลุมในชั้นสอบสวน เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติฉบับเดิมกำหนด ให้ช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะในชั้นพิจารณาคดีของศาลเท่านั้น ประการที่ ๓ ประชาชนเอง ไม่ทราบสิทธิที่จะทำให้ผู้เสียหายและจำเลยยื่นขอรับการเยียวยาเกินระยะเวลา ๑ ปี รวมไปถึงเมื่อผู้เสียหายและจำเลยที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมได้รับอนุมัติ การช่วยเหลือเยียวยาแล้วจะต้องมีการยื่นคำขออีกครั้งเพื่อแสดงตนทำให้เกิดเป็นภาระกับ ประชาชน สำหรับกระบวนการยกร่างกฎหมายเราก็มีการทบทวนกฎหมายภายในประเทศ ทั้งรัฐธรรมนูญ นโยบาย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึง งานวิจัย ในระดับต่างประเทศเราก็ได้นำมาตรฐานสากลของสหประชาชาติ รวมไปถึง การศึกษา Best Practice ในประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในทางยุโรปหรือในเอเชีย รวมไปถึง เรื่องของกระบวนการยกร่างกฎหมายและมีการรับฟังความคิดเห็น โดยผลการรับฟังความ คิดเห็นร้อยละ ๙๑.๙๐ เห็นด้วยว่าควรที่จะมีการช่วยเหลือเยียวยาทั้งกลุ่มผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และจำเลยในคดีอาญา

สำหรับกรอบในการแก้ไขกฎหมายเรามีการยกระดับขึ้นมาเป็น ๓ ส่วน ด้วยกันคือ ๒ ขยาย ๒ เพิ่ม ๑ ลด ๒ ขยายก็คือ ๑. ขยายการช่วยเหลือจำเลยที่ศาลสุดท้าย ตัดสินยกฟ้องให้ครอบคลุมในชั้นสอบสวน ซึ่งกฎหมายฉบับเดิมช่วยเหลือเฉพาะชั้นพิจารณาคดี ๒. เรื่องของการขยายก็คือขยายระยะเวลาในการยื่นคำขอจาก ๑ ปี เป็น ๒ ปี ๒ เพิ่มก็คือ ๑. เพิ่มเรื่องของการช่วยเหลือผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องและไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด หรือว่าเราเรียกว่าแพะในชั้นสอบสวน เพิ่มที่ ๒ ก็คือเพิ่ม การบริการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ๑ ลดก็คือลดขั้นตอนการช่วยเหลือเยียวยาให้สั้นลง

สำหรับสาระสำคัญในการเสนอร่างพระราชบัญญัติซึ่งก็มีการผ่าน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ มีการเสนอแก้ไขทั้งหมด ๑๖ มาตราด้วยกัน โดยสาระสำคัญก็คือ

๑. เรื่องของชื่อและบทนิยามยังคงใช้ชื่อพระราชบัญญัติเดิม แล้วก็มีการแก้ไข บทนิยามของผู้ต้องหาค่าทดแทน และแก้ไขนิยามของพนักงานอัยการตามมาตรา ๓ ถึงมาตรา ๕

๒. มีการเพิ่มการช่วยเหลือผู้ต้องหาและขยายการช่วยเหลือจำเลย ก็คือ เพิ่มการช่วยเหลือผู้ต้องหาที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องและไม่ได้กระทำความผิด อันนี้ในมาตรา ๙ และขยายการช่วยเหลือจำเลยหรือว่าแพะที่ศาลตัดสินยกฟ้องใน มาตรา ๑๐

๓. เรื่องของการแจ้งสิทธิ ในมาตรา ๗ ในเรื่องของการแจ้งสิทธิผู้เสียหาย ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา

๔. เป็นการขยายระยะเวลาในการยื่นคำขอจาก ๑ ปี เป็น ๒ ปีตามมาตรา ๑๑

๕. เรื่องของการเพิ่มช่องทางเป็นการช่วยเหลือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในมาตรา ๑๑

๖. การช่วยเหลือเยียวยาไม่อยู่ในข่ายการบังคับคดี

ตามมาตรา ๖ ซึ่งหากมีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้แล้วก็จะทำให้ประชาชน ที่ตกเป็นผู้เสียหายผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญาได้รับการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมและ เป็นธรรม ประเทศไทยเราก็จะมีกฎหมายการช่วยเหลือประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อ ในคดีอาญาได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมมาตรฐานสากล ทั้งนี้กฎหมายฉบับนี้ก็ผ่าน กระบวนการพิจารณาตามกระบวนการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้วครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพและทัศนศึกษา ดูงานของท่านอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ในเขตเทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี นะครับ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมชมและฟังการประชุมสภา ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการ แก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านผู้แปรญัตติยังติดใจจะอภิปรายเชิญได้ครับ ไม่ติดใจแล้วนะครับ ถ้าไม่ติดใจแล้ว กรรมาธิการก็ไม่ต้องมาชี้แจง เชิญท่านเลขาธิการต่อไปเลยครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

คำปรารภไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญครับ ผู้แปรญัตติยังติดใจไหมครับ ผู้แปรญัตติไม่ติดใจแล้วนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการต่อไปนะครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการ สงวนความเห็นนะครับ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ยังติดใจไหมครับ เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็นในการแก้ไขมาตรา ๒ ของ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณทางกระทรวงยุติธรรมนะครับ และผมคิดว่า ต้องขอบคุณเป็นพิเศษต่อท่านประธานกรรมาธิการ ท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ กฎหมายฉบับนี้ มีความสำคัญยิ่งครับ เพราะว่าเป็นกฎหมายที่มีการเปลี่ยนหลักการในการเคารพและ คุ้มครองตลอดจนการชดเชยเยียวยา ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นกฎหมายมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ๆ อยู่แค่ ๒ กลุ่ม ก็คือผู้เสียหายที่เป็นผู้เสียหายในคดีอาญาที่ถูกกระทำจากบุคคลอื่นและ ตัวจำเลย ซึ่งต่อมาปรากฏว่าจำเลยนั้นไม่ได้มีความผิด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ศาลยกฟ้องหรือ ศาลพิพากษาว่าเขาไม่ได้กระทำความผิดก็แล้วแต่ แต่กฎหมายไม่ได้คุ้มครองไปถึงสิทธิของ ผู้ต้องหาครับ คือคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา แต่ท้ายที่สุดนั้นหลายครั้งผู้ต้องหา เหล่านี้นั้นพนักงานสอบสวนเองก็สั่งไม่ฟ้อง พนักงานอัยการก็สั่งไม่ฟ้องหรือแม้กระทั่ง ในกรณีการสั่งไม่ฟ้องนั้นหลายครั้งก็เพราะมักไม่มีพยานหลักฐาน แล้วก็ไม่พบว่ามีการกระทำ ความผิดด้วยซ้ำ ฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นหมุดหมายที่สำคัญในการขยาย แล้วก็เคารพ การคุ้มครองสิทธิของบุคคลมากยิ่งขึ้น ถึงแม้อาจจะยังไม่ได้ครบทั้งหมดในทุกประการ ก็แล้วแต่ ประเด็นที่ผมสงวนไว้ในมาตรา ๒ ครับ มาตรา ๒ คือประเด็นเรื่องของวันบังคับใช้ กฎหมายครับ ในตัวร่างที่ผ่านกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นเป็นถ้อยคำเดียวกับที่ผ่านมาในชั้น รับหลักการก็คือว่า ให้พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๑๒๐ วัน นับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผมขอสงวนความเห็นโดยขอปรับแก้ถ้อยคำครับ ขอให้ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ผมมีเหตุผลอยู่หลายประการที่อยากจะขอให้สภาแห่งนี้พิจารณาว่า เพราะเหตุใด ผมถึงย่นระยะเวลาของการบังคับใช้กฎหมายให้เร็วขึ้น

ในประการที่ ๑ เราต้องยอมรับครับว่ากรณีกฎหมายนั้นหากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในทางบวกต่อพี่น้องประชาชนนั้นควรจะมี วันบังคับใช้เร็วที่สุด เป็นวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้เป็นสิ่งที่ดี เป็นวันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ยิ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ในกรณีของกฎหมายฉบับนี้นั้นแม้ไม่ได้ กำหนดแบบนั้นไว้ตั้งแต่ต้นแต่ก็ควรจะเป็นระยะเวลาเร็วที่สุด ซึ่ง ๑๒๐ วันอาจจะไม่ได้ ตอบโจทย์หลักการที่เรากำลังเคารพและคืนสิทธิบางประการให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากคดีอาญา

ในประการที่ ๒ เวลาที่เราพูดถึงการมีวันบังคับใช้กฎหมายนั้นก็จะมีอยู่ ๒ เหตุผลที่ถูกใช้เป็นประจำครับ ก็คือเหตุผลในการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานกับ เหตุผลในเรื่องของการเตรียมเรื่องของหลักการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศหรือแบบต่าง ๆ ที่ให้สอดคล้องต่อกฎหมาย ถ้าเป็นกฎหมายใหม่ไม่เคยมีกฎหมายนั้น มาก่อนผมย่อมเห็นด้วยครับ เช่นอาจจะมีการตั้งสำนักงานต่าง ๆ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้มา เป็นระยะเวลากว่า ๒๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ฉะนั้นวันนี้เรื่องของหน่วยงานนั้นมีความชัดเจน ทั้งในระดับกระทรวง ระดับกรม แม้กระทั่งในระดับจังหวัดผ่านสำนักงานยุติธรรมจังหวัด ที่ท่านสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้ ฉะนั้นเรื่องหน่วยงานไม่ใช่ประเด็นครับ กรณีของ ระเบียบประกาศนั้นก็ต้องเป็นระเบียบประกาศที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ว่าในระเบียบประกาศ ที่ผมได้พยายามอ่านว่าจะต้องมีการออกระเบียบประกาศมีกฎกระทรวงใด ๆ ต่าง ๆ บ้าง ซึ่งก็แน่นอนครับ ยอมรับว่าจะต้องมีการออกเกือบในทุกมาตรา เช่น การออกระเบียบตาม มาตรา ๖ การออกระเบียบตามมาตรา ๗ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๖/๑ การออกกฎกระทรวง ตามมาตรา ๙ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๑๙/๑ มาตรา ๑๙/๒ ตามมาตรา ๑๐ ที่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ แม้กระทั่งระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๕ เป็นต้น แต่ก็พบว่ามีการยกร่างไว้ในระดับหนึ่งและเป็นการปรับแก้เพียงเล็กน้อย ไม่ใช่การ ปรับแก้หลักการสำคัญแต่ประการใด ฉะนั้นอันนี้ก็ไม่ควรเป็นประเด็นที่ทำให้วันบังคับใช้ ถูกยืดระยะเวลาออกไป

ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะนำเรียน ในกรณีของกฎหมายนั้นหลายครั้งที่มีการ ขยายวันบังคับใช้นั้น ก็เพราะว่าจะมี Gap หรือช่องว่างระหว่างวัน เวลาต่าง ๆ แต่ผมเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าเมื่อได้อ่านถ้อยคำในมาตรา ๑๕ ครับ มาตรา ๑๕ ของ พ.ร.บ. ประกาศไว้ชัดเจนว่าบรรดากฎระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ ที่ออกตาม พ.ร.บ. ที่มีผลบังคับใช้อยู่ก่อน ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง และเมื่อมีกฎระเบียบ ลำดับรองออกมาใหม่ก็ไร้รอยต่อ สามารถดำเนินการต่อได้ทันที ฉะนั้นนี่ไม่ใช่ประเด็นที่จะ เป็นข้ออ้างในการยืดระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ออกไปเช่นเดียวกันครับ โดยเหตุผลที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทั้งหมดใน ๓ ประการ ผมคิดว่า วันบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้หากจะสามารถย่นระยะเวลาลงมาต่ำได้ถึงเป็น ๖๐ วัน แม้ใจ อยากจะลงไปอีกเหลือ ๓๐ วัน ก็น่าจะสอดคล้องและตอบต่อเจตนารมณ์ของผู้ผลักดัน กฎหมายตลอดจนตอบเจตนารมณ์ของกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการดูแลและคุ้มครองตาม กฎหมายฉบับนี้ ฉะนั้นในเบื้องต้นผมขอฟังเหตุและผลจากกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ให้ต่อ สภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง แล้วถึงจะพิจารณาตัดสินใจว่าผมเองยังติดใจหรือไม่ติดใจต่อข้อสงวน ของผมที่ได้ตั้งไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ

นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ กรรมาธิการ

ผม เอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ กรรมาธิการ ขอสงวนไว้เช่นเดียวกันครับท่านประธาน ตามที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้พูดถึงเหตุผลในเรื่องของการให้เหลือระยะเวลาจาก ๑๒๐ วันในร่างที่รับมาเหลือเป็น ๖๐ วัน ความจริงในที่ประชุมได้คุยกันว่าเราพิจารณาร่างฉบับนี้ซึ่งเป็นกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ของเดิม ๒๕๔๔ จะเห็นได้ว่าร่างที่ผมถือในมือใน ๒๕๔๔ นั้นประกาศวันถัดจากที่ใช้ใน ราชกิจจานุเบกษา ใช้วันถัดจากประกาศ แปลความว่าหน่วยงานที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ ย่อมจะมีความพร้อมมากกว่าฉบับแก้ไข แล้วทำไมฉบับแก้ไขถึงขยายไปถึง ๑๒๐ วัน ตามเหตุและผลที่ท่านณัฐวุฒิได้นำเรียนไปเมื่อสักครู่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ความยุติธรรม ของสังคม การประกาศใช้กฎหมายโดยเร็วย่อมแน่นอนว่าเป็นหลักประกันที่จะทำให้ ประชาชนถือว่าเป็นการสร้างระเบียบทางสังคม ความยุติธรรมไม่สามารถจะรอได้ ที่สำคัญไป กว่านั้นกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่พี่น้องประชาชนรอคอย วันนี้จะเห็นได้ว่าตามรอย ตะเข็บชายแดนก็มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเรื่องของการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งแน่นอนที่สุดว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้เร็วขึ้น ซึ่งในที่ประชุมเราอยากจะได้วันถัด ด้วยซ้ำ แต่เพื่อความพร้อมบางเรื่องบางประการของสำนักงานจะได้ไปทำกฎหมายลูก หรือกฎหมายลำดับรอง เราก็เหลือเป็น ๖๐ วัน ผมอยากจะขอเสียงจากสภาแห่งนี้ว่า อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้เร็วขึ้น อย่าไปถึง ๑๒๐ วันเลยครับ เพราะขนาด ฉบับแรกยังประกาศใช้ในวันรุ่งขึ้น ฉบับนี้เป็นฉบับแก้ไขใหม่แล้ว มีความพร้อมมากแล้ว เพราะฉะนั้นสังคมก็เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเหลือเกิน เพราะฉะนั้นความยุติธรรมเป็นปัญหา ใกล้ตัวพี่น้องประชาชนจริง ๆ เพราะฉะนั้นเกิดทุกวินาที เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จะเป็น ที่หวัง เป็นที่พึ่งพิงของพี่น้องประชาชน รีบประกาศใช้เถอะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า ผมติดใจและอยากจะขอเสียงสภาแห่งนี้ให้เหลือ ๖๐ วันจาก ๑๒๐ วันครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีกรรมาธิการที่สงวนความเห็นท่านอื่นอีกหรือไม่ เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการได้รับฟังข้อสงวนของกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยแล้ว แต่ว่าด้วยเหตุผลของสำนักงานกระทรวงยุติธรรม ผู้ซึ่งเสนอร่างก็มี ข้อสนับสนุนให้ขยายเวลา ให้ยืนเวลาเดิม เชิญกรรมาธิการที่เป็นตัวแทนกระทรวงยุติธรรม อธิบายต่อที่ประชุมครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานและที่ประชุม ผม ธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและอนุกรรมาธิการ ตามที่ทางฝ่ายผู้เสนอร่างกฎทำไมในเรื่องของการแก้ไขที่ยังคงมาตรา ๒ ไว้ที่ ๑๒๐ วัน เนื่องจากว่าในเรื่องของกระบวนการเตรียมอนุบัญญัติ เรามีการเตรียมอนุบัญญัติที่จะออก ทั้งหมด ๗ ฉบับ โดยเฉพาะในเรื่องของกฎกระทรวงที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของ ค่าตอบแทน แล้วก็เรื่องของการสูญเสียอวัยวะ ซึ่งกฎหมายฉบับเดิมในการเยียวยาในกรณีนี้ ยังไม่เคยมีมาก่อน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องใช้กระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ แล้วก็ขอความเห็นชอบจากหน่วยที่จะต้องดูแลในเรื่องของงบประมาณไม่ว่าจะเป็น สำนักงบประมาณ หรือว่ากรมบัญชีกลางนะครับ

อันที่ ๒ มีการเพิ่มในเรื่องของการช่วยเหลือกลุ่มผู้ต้องหาขึ้นมา ซึ่งตรงนี้เรามี ความจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งเป็นหน่วยงานที่อยู่ในระดับ ส่วนกลางและหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ อันนี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องขออนุญาตทำความเข้าใจในห้วงระยะเวลา ๑๒๐ วันตามที่ได้เสนอ ในตัวร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการ ได้ชี้แจงแล้ว กรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังติดใจไหมครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับด้วยความเคารพ เหตุผลของหน่วยงานเป็นเหตุผลที่เราควรรับฟังเป็น อย่างยิ่งครับ แล้วก็วันนี้เราพิจารณากฎหมายหลายฉบับก็ต้องลงมติกันโดยตลอด ฉะนั้น เฉพาะมาตรานี้ผมเองในฐานะเสียงข้างน้อย ไม่ติดใจครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อีกท่านหนึ่ง ไม่ติดใจนะครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเลขาธิการครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ มีการแก้ไข

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ มีการแก้ไข แล้วก็มีสมาชิกขออภิปราย ๑ ท่าน ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขในหลายมาตรา ในมาตรานี้กระผมอยากจะขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายเพื่อสนับสนุนในการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ โดยมีเหตุผล ดังนี้

ท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญฉบับหลังสุดของไทยเราทั้งหมดเมื่อปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๖๐ แล้วก็เขียนรับรองสิทธิของพี่น้องประชาชน เพื่อเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม อย่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เขียนไว้ในมาตรา ๒๙ บุคคลไม่ต้องรับโทษทางอาญา เว้นแต่ได้กระทำความผิดและมีบทกำหนดโทษไว้ในกฎหมายว่า ทำอย่างนั้นเป็นความผิด และมีโทษ แล้วในคดีอาญา ในมาตรา ๒๙ นี้ยังบอกว่า สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือ จำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติ ต่อบุคคลนั้นเสมือนผู้กระทำความผิดไม่ได้ แล้วการจะควบคุม หรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลย ทำได้เพียงแต่เท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนีเท่านั้น ท่านประธานครับบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ผมต้องอ้างรัฐธรรมนูญก่อนที่กำลังทำอยู่นี่ ที่บัญญัติขึ้นมาเช่นนี้ก็เพราะว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจะต้องมีหลักการคุ้มครอง สิทธิพี่น้องประชาชน โดยหลักสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อนจนกว่าศาลพิพากษาถึงที่สุด ว่าบุคคลนั้นมีความผิด แล้วยังมีการรับรองสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม สิทธิในการ ปล่อยชั่วคราว และสิทธิที่ได้รับการเยียวยา ในเมื่อภายหลังพิสูจน์ว่า ผู้นั้นไม่ผิดจะต้องได้รับ การเยียวยา เช่น การชดเชยค่าเสียหาย หรือทดแทน ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๗ ของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามาในชั้นรับหลักการ วาระที่หนึ่งบอกเพียงแค่ว่าการแจ้งสิทธิที่จะได้รับค่าตอบแทนและสิทธิที่จะได้ค่าใช้จ่ายตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้ กลับบอกว่าให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้กำหนดเท่านั้น การที่ร่างเขียนว่าเป็นไปตามกฎกระทรวงเท่านั้น ผมมีความเห็นว่า มันจะไม่สมเหตุสมผลในหลักการกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ เลย นะครับ แต่เมื่อคณะกรรมการชุดนี้ได้นำร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๗ ไปพิจารณาแก้ไข เพิ่มเติมให้มีการแจ้งสิทธิแก่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย รวมทั้งทายาทที่ได้รับความเสียหาย และเพิ่มวรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่มาอย่างชัดเจนมากขึ้นกว่าร่างแรก นั่นคือบอกว่า พนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งสิทธิแก่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย รวมทั้งทายาทที่ได้รับความ เสียหายได้รับว่าสิทธิในการรับค่าตอบแทนตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าเกิดกรณีอย่างใด อย่างหนึ่งขึ้น มันต้องทำความเข้าใจ ผมถึงสนับสนุน มันต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบด้วยกฎหมายแต่ละฉบับ ประชาชนต้องรู้กฎหมาย ให้เขาได้รู้นะครับ เช่นกรณี ผู้ต้องหาถูกควบคุมหรือขังในกรณีสอบสวนแล้ว ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง คดีหรือมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินคดี จะต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาหรือทายาททราบสิทธิในการรับ ค่าชดเชยและค่าใช้จ่ายที่จะได้รับเพื่อการชดเชยเยียวยากับการที่ผู้ต้องหานั้นถูกควบคุม หรือขังในการสอบสวน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเห็นว่าการแก้ไขในมาตรา ๓ ถึงมาตรา ๗ จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทางอาญา และจะเกิดประโยชน์มากมายต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย รวมถึงช่วยให้เกิด พัฒนากระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติและหลักการต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ให้สูงยิ่งขึ้น สุดท้ายกระผมเชื่อว่าสิทธิเสรีภาพในกระบวนการ ยุติธรรมทางอาญาในระหว่างพิสูจน์ผู้บริสุทธิ์ทุกรายที่สูญเสียอิสรภาพในการสอบสวน รวมทั้งพิจารณาคดี ไม่มีสิ่งใดชดเชยเยียวยาได้ เงินตรา ค่างวด เงินทดแทน ค่าตอบแทน ต่าง ๆ ไม่สามารถจะเยียวยาในทุกสิ่ง ความยุติธรรมไม่สามารถวัดได้ด้วยเงินตรา ดังนั้น กระผมขอสนับสนุนกฎหมายไทยทุกฉบับและทุก ๆ ขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมของไทย ที่จะต้องพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อลดการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ให้สอดคล้องกับหลักการ ให้สันนิษฐานก่อนว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษา ถึงที่สุดว่ามีความผิด ขอขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คณะกรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอใช้สิทธิ สมาชิกเนื่องจากมีการแก้ไขนะครับ สั้น ๆ ครับไม่มีอะไรมากครับ ผมขอถามกรรมาธิการว่า นิยามของผู้ต้องหาทำไมท่านไม่ใช้นิยามให้เหมือนกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาครับ มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมท่านจะต้องเขียนนิยามของคำว่าผู้ต้องหา ต่างจากนิยามของคำว่าผู้ต้องหาในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาครับ มันขลัง หรืออย่างไรครับ ถ้าไม่มีคำว่าอาญานี้หมายความว่าไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือครับ ง่าย ๆ ครับ ผมถามสั้น ๆ เท่านั้นเองว่าทำไมท่านไม่ใช้นิยามของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ขอเหตุผลด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คณะกรรมาธิการครับ

นายอิสรพน เปรมกมล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผม นายอิสรพน เปรมกมล อนุกรรมาธิการ ในการที่ขอเพิ่มเติม คำว่าอาญาลงไปในมาตรา ๓ ในคำนิยามของคำว่าผู้ต้องหา ก็ตามที่ที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไปในคำนิยามตามที่ท่านว่าที่ไม่มีคำว่าอาญา นี่มันเป็นไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ถ้าท่านดูในพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนค่าใช้จ่าย แก่จำเลยในคดีอาญาฉบับนี้จะมีคำนิยามคำว่า ผู้เสียหายหมายความว่าบุคคลผู้ซึ่งได้รับ ความเสียหายถึงแก่ชีวิตหรือร่างกายหรือจิตใจ เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น จะมีคำว่าอาญาอยู่ด้วยและคำนิยามของคำว่าจำเลยหมายความว่า บุคคลซึ่งถูกฟ้องต่อศาล ว่าได้กระทำความผิดอาญา ในคำนิยาม ทั้ง ๒ คำในพระราชบัญญัตินี้จะมีคำว่าอาญาอยู่ ทั้ง ๒ คำนิยาม แล้วก็เราได้มีขอร่างพระราชบัญญัตินี้ได้มีการขอเติมคำนิยามคำว่า ผู้ต้องหา ลงไปจึงเห็นสมควรว่าควรจะเพิ่มคำนิยามผู้ต้องหาหมายความว่า บุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำ ความผิดอาญา เติมคำว่าอาญาลงไป เพื่อให้สอดคล้องกับคำนิยามของคำว่าผู้เสียหายและ จำเลยในพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้ข้อความสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้นครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ กรรมาธิการครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ผมจึงต้องถามจากที่ประชุม ว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนจะลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับกรุณาเข้ามาเพื่อลงมตินะครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่ ในห้องแล้วก็เดินเข้ามานะครับ กรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ท่านสมาชิกอาจจะอยู่ ข้างนอกอีกหลายท่านครับ

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

๒๙๔ แสดงตนค่ะ

นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน สุราษฎร์ธานี

๒๔๖ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่จดด้วย ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกหรืออยู่ในห้องกรรมาธิการกรุณาเข้ามาเพื่อลงมติช่วยแจ้งด้วย คนที่เข้ามาแล้วถ้าเผื่อทราบว่ามีสมาชิกที่อยู่ในห้องกรรมาธิการอาจจะยังไม่ได้ยินก็กรุณา แจ้งด้วย ผมจะรอสักครู่นะครับ

นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ชลบุรี

๐๕๒ รายงานตัวครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านที่เข้ามา กรุณากดบัตรแสดงตนเลยนะครับ ถ้ามีปัญหาเรื่องแสดงตนแจ้งด้วยนะครับ

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

๔๘๔ แสดงตนครับ

นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ แบบบัญชีรายชื่อ

๐๘๙ แสดงตนครับ

นายราชิต สุดพุ่ม นครศรีธรรมราช

๓๐๖ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่ยังอยู่ข้างนอกเข้ามานะครับ เพราะพระราชบัญญัติฉบับนี้มีประโยชน์ต่อ ประชาชนมากครับ

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

๒๔๓ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่จดนะครับ

นายรชตะ ด่านกุล นครราชสีมา

๒๙๓ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๓ นะครับ สมาชิกกำลังเดินเข้ามาหลายท่าน

นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ๐๗๕ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่จดนะครับ สมาชิกที่อยู่ในห้องมีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ แสดงตนทุกท่านแล้ว

นางทิพา ปวีณาเสถียร ลำปาง

ท่านประธานคะ ๑๕๒ แสดงตนค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังมีไหมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องยังไม่ได้แสดงตนครับ ไม่มีแล้วนะครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ ข้างล่างมีผู้แสดงตนโดยเสียงกี่ท่านแล้วครับ มีผู้มาแสดงตน เสียบบัตร ๓๑๓ บวกกับ ๑๐ เป็น ๓๒๓ ท่าน

ถือว่าครบองค์ ประชุมนะครับ ผมจึงจะขอถามมติจากที่ประชุมนะครับ ถ้าท่านผู้ใดเห็นด้วยที่กรรมาธิการ แก้ไขกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใด เห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงมติทุกท่าน หรือยังครับ ลงมติทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าลงมติทุกท่านแล้วแสดงผล

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานขออนุญาตครับ ๓๒๓ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๓ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยครับ

นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ แบบบัญชีรายชื่อ

๐๘๙ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยนะครับ ยังมีอีกไหมครับ ถ้าไม่มีก็ปิดการลงคะแนน แสดงผลนะครับ เจ้าหน้าที่เอาจำนวนที่ออกเสียง กี่ท่านครับ มีผู้มาลงมติ ๓๔๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๖ บวกกับ ๒ เป็น ๓๓๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๒ ท่าน

เพราะฉะนั้น ที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญเลขาธิการดำเนินการ ต่อนะครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ มีการแก้ไข

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ มีการ แก้ไขนะครับ เชิญสมาชิกอภิปราย สมาชิกที่ลงชื่อขออภัยเชิญครับ เชิญท่านศาสตราจารย์ คุณหมอครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมขออภิปรายเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ค่าตอบแทน ผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา และในมาตรา ๘ เนื่องจาก มีการแก้ไข ท่านประธานครับ ความอยุติธรรมทำให้คนอยู่ร่วมกันไม่ได้ก็จะเกิดความวุ่นวาย ไปหมด แล้วอีกอย่างหนึ่งเรามักจะบอกว่าประชาชนต้องรู้กฎหมาย แต่จริง ๆ รู้หรือเปล่า ก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราที่เป็นตัวแทนประชาชนต้องอธิบาย ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณกระทรวงยุติธรรม ท่านทวี สอดส่อง และท่านขจิตร์ พาชีรัตน์ และ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ออกกฎหมายที่ดีอย่างนี้ ท่านประธานครับ ดังที่เราทราบกันแล้ว ในจำนวนมาตรา ๒๙ วรรคสอง ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลย ไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าบุคคลได้กระทำความผิดจะปฏิบัติ ต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดไม่ได้ อันนี้สำคัญที่สุด แล้วเราได้ทำอย่างนั้น จริงหรือเปล่าในปัจจุบันนี้ แล้วมาตรา ๒๕ ที่เขียนชัดเจนในวรรคสี่ว่าบุคคลที่ได้รับความ เสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ หรือจากการกระทำความผิดอาญา ของบุคคลอื่นย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมานี้เราจะมีคำว่าผู้ถูกกักขัง ผู้ต้องหา ผู้ต้องสงสัย ผู้ถูกควบคุม เหล่านี้ล่ะ ในมาตราที่แก้ไขได้กำหนดชัดเจนว่าให้ค่าทดแทนครับหมายความว่าเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับเนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ในคดีอาญา และถูกควบคุมหรือขัง เพิ่มคำว่าก่อนหรือในระหว่างการสอบสวน หรือการพิจารณาคดีนั้นเป็นเรื่องจำเป็น ท่านประธานครับ ผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวหาว่า เป็นจำเลย และครอบครัวต้องรับภาระจำนวนมากในการที่จะมาแก้ไข ค่าคดีของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นค่ารถค่าลา ค่าทนายนัดแล้วนัดอีก มีการสืบต่าง ๆ เลื่อนนัดใช้จ่ายทั้งสิ้น อันนี้ ถ้ามีสตางค์ก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ยังมีรายได้น้อยอยู่ เพราะฉะนั้น พวกที่เรียกว่าเป็นเหยื่อเมื่อถูกตัดสินออกมาแล้วเสียเงินเสียทองไปเรียบร้อย แล้วจะ ทำอย่างไร ในกฎหมายนี้ดีมากที่ได้ช่วยเหลือความผิดพลาดจากกระบวนการยุติธรรม เป็นการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นใจให้กระบวนการยุติธรรม ผมขอยกตัวอย่าง เช่นคนถูกมาตรา ๑๑๒ แค่ไปแจ้งความถูกกักตัวแล้ว ถูกขังแล้วไม่ให้ประกันตัวแล้วเป็นอย่างไร ค่าต่าง ๆ แล้วใครจะรับผิดชอบ ต่อมาเมื่อศาลมีคำพิพากษาบอกว่าบริสุทธิ์แล้วเป็นอย่างไร มันไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นการที่กฎหมายบัญญัติว่าต้องมีการเยียวยา จึงเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการกระทำความผิดจากบุคคลอื่น ทำอย่างไรการบรรเทา การตอบแทนจำเป็นมากจริง ๆ ที่จะต้องบรรเทาเขาอย่างยุติธรรม แล้วมันจะได้แสดงว่า กระบวนการการยุติธรรมของไทยยังน่าเชื่อถือ ถ้าเราไม่แก้ไขฉบับนี้ ไม่มีเรื่องพวกนี้เขาก็ว่า กฎหมายของเรามันยังล้าหลัง แล้วกระบวนการยุติธรรมเราก็จะไม่ได้รับการยอมรับ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมการได้แก้ไขโดยคำนึงถึงเรื่องพวกนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรจะยกย่อง แล้วผมหวังว่าสมาชิกทุกท่านคงจะเห็นด้วยขอบพระคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายไชยา พรหมา รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกจะขอใช้สิทธิอภิปรายอีกไหมครับ มาตรานี้มีการแก้ไข ไม่มีนะครับ กรรมาธิการไม่ชี้แจงอะไรนะครับ ในเมื่อไม่มีผู้อภิปรายแล้วก็ไม่มีท่านใดสงวน คำแปรญัตติ มาตรานี้มีการแก้ไข ดังนั้นผมก็ต้องขอถามมติในที่ประชุมว่าท่านสมาชิก จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ดังนั้นก่อนที่จะถามมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาเพื่อแสดงตนก่อนลงมติครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก ที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านสมาชิก เข้ามาแล้วกรุณากดปุ่มแสดงตนนะครับ มีท่านใดบัตรมีปัญหาไหม แสดงตนกันครบถ้วน หรือยังครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนบ้างครับ ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๘๘ ท่าน

ครบองค์ประชุมครับ ต่อไปผมจะขอมติในที่ประชุมว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการคือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ใช้สิทธิ ลงคะแนนกันครบถ้วนหรือยังครับ รอท่านสมาชิกที่กำลังเข้ามาสักครู่ ลงคะแนนกันครบแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๔๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ขอเชิญท่านเลขาธิการมาตราต่อไปครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๕ และมาตรา ๖ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรานี้ มีการแก้ไขนะครับ แล้วมีกรรมาธิการได้สงวนความเห็น เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน เนื่องจากมี ๒ มาตรา ท่านประธานจะไปทีละมาตราก่อนไหม ผมจะได้รออภิปรายมาตรา ๖ ที่แก้ไข มาตรา ๖ อย่างเดียวครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๕ นะครับ และมาตรา ๖ มีการแก้ไข เนื่องจากมาตรา ๖ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๕ และมาตรา ๖ ในกฎหมายเดิมกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะให้ที่ประชุมพิจารณา เรียงตามลำดับมาตราที่แก้ไขเพิ่มเติมในกฎหมายเดิมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ วรรคสอง ขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีกรรมาธิการสงวนความเห็น ขอเชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็นในมาตรา ๖ ที่มีการแก้ไขใน พ.ร.บ. เดิมในมาตรา ๖ เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๖ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ เพราะเป็นประเด็นเรื่องของสิทธิของทายาท ซึ่งแต่เดิมนั้นทายาทก็มีสิทธิอยู่แล้วในกรณีของ การจะเป็นทายาทของผู้เสียหาย หรือเป็นจำเลยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามกฎหมายฉบับนี้ แต่เมื่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้มีการขยายหลักการก็จำเป็นที่จะต้องใส่ หลักการที่ถูกขยายคือการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา และรวมถึงสิทธิของทายาทของ ผู้ต้องหาเข้าไปในมาตรา ๖ ในประเด็นที่มีการแก้ไขในครั้งนี้ มาตรา ๖ มี ๒ วรรคด้วยกัน ผมขออนุญาตว่าในส่วนที่ผมติดใจที่จะอยากให้มีการพิจารณานั้นเป็นในส่วนวรรคสอง ในกรณีของวรรคแรกนั้นเป็นกรณีที่มีการขยายสิทธิอย่างที่ผมได้นำเรียน แล้วในมาตรา ๖ วรรคแรกนั้นก็มีคำว่า ทายาท ซึ่งได้รับความเสียหายของผู้เสียหาย ผู้ต้องหาหรือจำเลย อยู่แล้ว แต่ในกรณีมาตรา ๖ ที่มีการแก้ไข ผมเองมีทั้งส่วนที่เห็นด้วยแล้วก็ส่วนที่ สงวนความเห็นไว้ครับ ร่างที่เข้ามาในสภาใช้คำว่า ทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย ได้แก่ บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภรรยา หรือบุคคลใด ๆ ซึ่งให้การอุปการะหรืออยู่ในการ อุปการะของผู้เสียหาย ผู้ต้องหาหรือจำเลย แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ทายาทมีสิทธิขอรับค่าตอบแทน ค่าทดแทน ค่าใช้จ่ายต้องเป็นทายาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากความเสียหายด้วย ก็เรียนว่า ส่วนที่เห็นด้วยคือ ส่วนที่มีการแก้ไข แล้วผมก็ต้องขอแปรญัตติหรือสงวนไว้โดยถ้อยคำ เดียวกันก็คือ การเปลี่ยนจากคำว่าสามีหรือภรรยาเป็นคู่สมรส เนื่องจากว่าในขณะที่มีการ ยกร่างกฎหมายฉบับนี้ในส่วนของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่าด้วยสมรสเท่าเทียมนั้น ยังไม่ผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้ แต่ในวันนี้ในเมื่อกฎหมายฉบับนั้นมีผลบังคับใช้แล้ว คำว่าสามีหรือภรรยานั้นถูกเปลี่ยนเป็นคู่สมรสแล้ว ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากและในส่วนที่ ผมสงวนต้องยืนยันตามกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานะคำว่า สามีหรือภรรยาเป็นคู่สมรส อันนี้คือถ้อยคำที่มีการแก้ไขที่ผมเห็นด้วยครับ แต่ถ้อยคำที่ไม่ได้ มีการแก้ไข แต่ผมคิดว่ามีความซ้ำซ้อนและจำเป็นต้องตัดออกครับ ก็คือถ้อยคำในตอนท้าย ที่บอกว่าทายาท ซึ่งได้รับความเสียหายได้แก่ใครบ้างในตอนต้น แล้วมีตอนท้ายที่บอกว่าทั้งนี้ ทายาทมีสิทธิขอรับค่าตอบแทน ค่าทดแทนหรือค่าใช้จ่ายต้องเป็นทายาท ซึ่งได้รับผลกระทบ จากความเสียหายด้วย ถ้าเพื่อนสมาชิกอ่านคำนี้ครับ เพื่อนสมาชิกจะงงทันทีว่าตกลงมันต้อง พิสูจน์กันอย่างไร การพิสูจน์ประการที่ ๑ คือการพิสูจน์ความเป็นทายาท คนที่เรียนกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรียนเรื่องของมรดกก็จะทราบดีว่า ทายาทนั้นตามมาตรา ๑๖๒๙ ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิดหมายถึงอย่างไรบ้าง ขึ้นลงลำดับชั้น อย่างไร ซ้าย ขวาลำดับชั้นอย่างไร กฎหมายฉบับนี้ก็เป็นแค่เพียงการอธิบายความว่าทายาท ได้แก่ บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส หรือบุคคลซึ่งให้การอุปการะหรืออยู่ในการอุปการะของบุคคลดังกล่าว อันนี้เป็นส่วนที่ดี แต่ถ้อยคำในตอนท้ายที่ผมคิดว่าอยากจะให้พิจารณาเพราะว่ากลายเป็นว่าสิทธิในความเป็น ทายาทเขาเกิดขึ้นแล้ว แต่สิทธิที่จะได้รับเงิน หรือค่าทดแทน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ เป็นทายาทของผู้ต้องหา เป็นทายาทของจำเลยหรือเป็นทายาทของผู้เสียหาย เขาต้องมา พิสูจน์สิทธิตอนท้ายอีกว่าทายาทนั้นต้องเป็นทายาทซึ่งได้รับผลกระทบจากความเสียหายนั้นด้วย ซึ่งผมคิดว่าเป็นการใช้ถ้อยคำขยายความโดยไม่จำเป็น เป็นการใส่ถ้อยคำที่อาจจะนำไปสู่ การจำกัดสิทธิบางประการ ผมยกตัวอย่างเช่นในกรณีถ้าเขาเป็นลูกของคนที่ถูกฆ่าเสียชีวิต เขาเป็นทายาทครับ แต่พอเขาจะขอรับเงินชดเชยเยียวยาในสถานะของบุตรที่ถูกคนอื่น มาทำร้ายบุพการีของเขาจนเสียชีวิต เขาต้องมาพิสูจน์อีกว่าการที่บุพการีของเขาถูกฆ่า จนเสียชีวิตนั้นก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายต่อตัวเขาอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าเป็น การเพิ่มภาระการพิสูจน์โดยไม่จำเป็นต่อพี่น้องประชาชน ถ้าท่านบอกว่าจำเป็นเพราะว่า คณะกรรมการต้องมีเกณฑ์คณะกรรมการต้องพิจารณา คณะกรรมการต้องดูข้อเท็จจริง เป็นราย มันก็อยู่ในตอนต้นของวรรคสองอยู่แล้ว ซึ่งใช้คำว่าให้อุปการะหรืออยู่ในอุปการะ ฉะนั้นผมคิดว่าด้วยเหตุที่ผมได้นำเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ เมื่อพิจารณาจากถ้อยคำที่มีความ ซ้ำซ้อน เมื่อพิจารณาจากการดูเสมือนเป็นการเพิ่มภาระต่อตัวบุคคลที่เป็นทายาทในการ จะต้องพิสูจน์ ทั้งพิสูจน์ความเป็นทายาทและพิสูจน์ความเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากความ เสียหาย และเมื่อต้องพิจารณาจากแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องเรียนว่าระบบ ไม่ได้อัตโนมัติ ระบบการพิจารณาค่าตอบแทน ค่าชดเชย ค่าเยียวยาผู้เสียหายนั้นเป็นระบบที่ ต้องมีการยื่นคำขอต่อคณะกรรมการ ฉะนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าคณะกรรมการพิจารณาให้รายหนึ่ง แบบนี้ แต่กับอีกรายหนึ่งอาจจะไม่ให้ หรืออาจจะให้ในนัยที่แตกต่างกัน คณะกรรมการของ จังหวัด ก กับคณะกรรมการของจังหวัด ข คณะกรรมการในระดับจังหวัดกับคณะกรรมการ ส่วนกลางก็อาจจะไม่ได้วินิจฉัยไปในทางเดียวกัน ไม่รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในกรณีที่ ไม่เห็นด้วย แล้วก็จะมีการอุทธรณ์ต่อศาลซึ่งเป็นความยากลำบากต่อตัวทายาทโดยไม่จำเป็น ผมคิดว่าด้วยเหตุผลที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธาน ได้นำเรียนต่อเพื่อนสมาชิกคงต้องขอ คำตอบชัด ๆ ว่าในหลักการเป็นอย่างที่ผมได้นำเสนอและท่านมีเหตุผลที่จะตอบหรือไม่ หรือในทางปฏิบัติท่านจะย้ำบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ที่เป็นสภาที่ศักดิ์สิทธิ์และนำไปสู่แนวทาง ปฏิบัติในระดับพื้นที่ว่าในกรณีของการที่เขาเป็นทายาทและเขาควรได้รับเงิน ไม่ว่าจะเป็น ค่าชดเชยค่าเยียวยา ค่าทดแทนต่าง ๆ นั้น เขาควรจะไม่ต้องเป็นบุคคลที่เพิ่มภาระการพิสูจน์ หรือเพิ่มการพิสูจน์ที่ยุ่งยากต่อการตีความขึ้นแบบใด อย่างไร ประการใด ฉะนั้นในเบื้องต้น ผมขอยืนยันในถ้อยคำที่ผมได้สงวนไว้ดังที่ปรากฏอยู่ในจอ และขอฟังคำตอบจากทาง กรรมาธิการเสียงข้างมาก หากคำตอบนั้นเป็นเหตุผลที่ชัดเจน มีเหตุ มีผล แล้วก็สามารถ ไม่นำไปปฏิบัติแล้วส่งผลกระทบต่อทายาทผมเองก็ยอมรับได้ แต่ถ้าเป็นประเด็นที่ยังตอบได้ ไม่ชัดเจนก็ขออนุญาตท่านประธานว่าอาจจะติดใจเพื่อจะให้มีการลงมติต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกขออภิปราย ๑ ท่าน เชิญท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ เชิญครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุนกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยทั้ง ๔ ท่าน คือท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม นายธนะชัย แสวงศิริผล และศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวรรคสอง ของมาตรา ๖ นี้ ผมเรียนอย่างนี้ ผมดูร่างของ กรรมาธิการผมมีความรู้สึกว่า ๑. การเขียนกฎหมายนี้ท่านเขียนเพิ่มภาระให้ประชาชนครับ แทนที่ท่านเขียนให้ภาระประชาชนน้อยลง ท่านกลับเขียนภาระให้กับประชาชน คือความ พิสูจน์เป็นทายาทนี่มันก็เป็นทายาทอยู่แล้ว แต่ท่านจะต้องให้คล้าย ๆ กับท่านณัฐวุฒิ ขอโทษที่เอ่ยนามท่าน ต้องมาพิสูจน์อีกว่าเกิดผลกระทบ ผมถามว่าผลกระทบด้านไหนครับ ผลกระทบด้านการเงินหรือเปล่า หรือผลกระทบด้านจิตใจ แล้วผลกระทบด้านจิตใจผมต้องไปหาจิตแพทย์มาพิสูจน์อีกไหม เขียนอย่างนี้เป็นการ เปิดโอกาสให้ดุลยพินิจของกรรมการ ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เหมือนเดิม ครอบประชาชนเอาไว้ ทำไมไม่เปิดเพียงแต่ว่าพิสูจน์ว่าเป็นทายาท ซึ่งพิสูจน์ไม่ยากความเป็น ทายาท แต่พิสูจน์ผลกระทบไม่ใช่พิสูจน์ง่าย ๆ เรื่องนี้ยังมีอีก ผมจะต้องวิพากษ์วิจารณ์ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ มาตรา ๒๒ อีกมาตราหนึ่งซึ่งถึงแล้วเดี๋ยวผมจะอภิปรายถึง ท่านผลักภาระให้ประชาชนเหมือนกับเขียนไว้อย่างนี้เลย ผมขอสรุปอย่างนี้ผมเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงส่วนน้อย แล้วผมขอเชิญชวนให้เพื่อนสมาชิกอย่าผลักภาระให้ประชาชน โดยไม่จำเป็น ประชาชนต้องพิสูจน์อีกด้วยว่ามีผลกระทบอย่างไร เขียนก็ไม่ชัดเจนว่า ผลกระทบอย่างไร ผลกระทบการเงิน หรือผลกระทบทางจิตใจ หรือผลกระทบอย่างอื่น เขียนมาเฉย ๆ ว่าผลกระทบ แล้วปล่อยให้เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมาธิการ ขอย้ำอีกที ครึ่งหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เราต้องเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญกรรมาธิการชี้แจง ท่านประธานกรรมาธิการเชิญครับ

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อนุกรรมาธิการ ขออนุญาตนำเรียนในเรื่องของเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมีการระบุเรื่องของทายาทที่ได้รับ ความเสียหายและรวมไปถึงเรื่องของการพิสูจน์ผลกระทบด้วย ต้องขออนุญาตกราบเรียน อย่างนี้ว่า การเยียวยาตามกฎหมายฉบับนี้ วัตถุประสงค์หลัก ๆ ก็คือเพื่อบรรเทาความ เสียหายเดือดร้อนเบื้องต้น ซึ่งตามหลักก็คือเราไม่ได้เอาเรื่องของมรดกตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์มาเป็นหลักที่กำหนดอย่างชัดเจน สิ่งหนึ่งที่ขออนุญาตกราบเรียน ก็คือว่าเมื่อมีผู้เสียหายเกิดขึ้น เกิดการสูญเสียขึ้น บุคคลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเกิดความ เสียหายว่าเขาเองจะต้องมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูหรือการใช้ ชีวิตต่าง ๆ กับผู้ที่ได้เสียชีวิตไป ซึ่งในกระบวนการทำงานของเราก็คือว่าในการที่จะระบุว่า ทายาทนั้นได้รับผลกระทบหรือไม่ เราจะมีพนักงานเจ้าหน้าที่ในการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า เขาเหล่านั้นควรได้รับการเยียวยาหรือไม่ อย่างไร เพื่อป้องกันการเรียกร้องและข้อขัดแย้ง ที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินในกรณีทายาทมีหลายบุคคล ขอยกตัวอย่าง เป็นตัวประกอบเล็กน้อยว่ามีกรณีของผู้เสียหายซึ่งพ่อกับแม่มีลูก ๑ คน พ่อได้ทิ้งแม่และลูกไป ตั้งแต่เด็กเลย และไม่เคยส่งเสียใด ๆ ทั้งสิ้น อยู่มาวันหนึ่งลูกถูกคนกระทำผิดทำให้ลูกเสียชีวิต ซึ่งกรณีนี้ถ้าจะพูดตามเรื่องของทายาทแล้ว พ่อในฐานะผู้เป็นบุพการีก็ควรที่จะมีสิทธิ แต่เมื่อ เราพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่เคยใยดีไม่เคยเลี้ยงดูใด ๆ เลย กรณีนี้แม่จึงเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับการ เยียวยา หรือกรณีที่เป็นกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกรณีที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา มีกรณีที่เหตุเกิดที่ จังหวัดหนองบัวลำภู ขอยกตัวอย่างว่าพ่อกับแม่หย่าร้างกันแล้วก็ทิ้งลูกไว้ให้ยายเป็นผู้ดูแล ต่อมาเมื่อลูกเสียชีวิตจากการกระทำนั้น การเยียวยาก็เลยต้องครอบคลุมไปถึงทั้งตัวยาย ที่เป็นผู้อุปการะด้วย อันนี้ขออนุญาตกราบเรียนว่าเหตุผลทำไมที่จำเป็นจะต้องระบุทายาทไว้ ในตัวกฎหมายด้วยนะครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ มีเพิ่มเติมอีกไหมครับ

นายอังคาร เพชรอาวุธ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายอังคาร เพชรอาวุธ พนักงานอัยการและที่ปรึกษากรรมาธิการ ท่านประธานก่อนอื่นเราต้อง พิจารณาเป็น ๒ เรื่องสำหรับคำว่า ทายาท คำว่าทายาทตามกฎหมายฉบับนี้ใช้สำหรับ ค่าทดแทนเท่านั้นครับ แต่ทายาทนี้ไม่ใช่ทายาทที่มีสิทธิรับมรดก ทายาทที่มีสิทธิรับมรดก เงินที่ได้ของทายาทคือเงินของเจ้ามรดก แต่เงินตัวนี้เป็นเงินที่ได้จากรัฐ เงินที่ได้เรียกว่า ค่าทดแทน ค่าทดแทนกับมรดกเป็นเรื่องที่ต่างกัน ค่าทดแทนโดยหลักการแล้วควรจะได้ เฉพาะผู้ถูกกระทำ ผู้ถูกกระทำในเนื้อตัวร่างกายเขามีสิทธิจะได้ คนอื่นไม่ได้ผูกพันด้วย ไม่มีสิทธิได้ครับ แต่กฎหมายเราก็ยังให้ความเป็นธรรมกับทายาท เพราะบางครั้งแล้วทายาท ต้องสูญเสียหลายอย่าง เช่นค่าปลงศพ เมื่อผู้เสียหายถูกกระทำแล้วตายลง ญาติหรือบุคคลใด ๆ บางครั้งไม่ใช่พ่อแม่ ไม่ใช่ผู้สืบสันดาน ต้องมาจ่ายค่าปลงศพ เป็นพี่เป็นน้อง อันนี้คือความ เสียหายตามความเป็นจริงครับ กฎหมายเลยขยายคำว่าบุพการีออกไปและผู้สืบสันดาน แต่เราจะไม่เขียนคำว่า พ่อแม่ พี่น้อง ลุงป้า น้าอา เพราะมันเยอะเกินไป มันเป็นเพียง ค่าตอบแทน แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ยังให้ความเป็นธรรม ยังเขียนคำว่าบุคคลใด ๆ ซึ่งอุปการะหรืออยู่ในอุปการะ คำว่าบุคคลใด ๆ มีความหมายกว้างออกไปอีก ถ้าบุคคลใด ๆ นั้น ไม่ถูกจำกัดความขึ้นมารัฐจะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมหาศาล เพราะฉะนั้นบุคคลใด ๆ เหล่านี้ต้องได้รับผลกระทบด้วย ต้องมีเหตุมีผลในการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้น ทายาทผู้สืบสันดาน หรือบุคคลใด ๆ เหล่านี้ควรจะเป็นบุคคลที่ได้รับผลกระทบ ยกตัวอย่าง เช่น มีพี่น้อง ๒ คน คนหนึ่งไม่ได้เป็นทายาท แต่เป็นบุคคลใด ๆ ที่อุปการะ เป็นคนชำระ ค่าปลงศพ น้องชายอีกคนหนึ่งไม่ได้ชำระครับ เมื่อน้องชายอีกคนไม่ได้ชำระเขาก็ไม่ควรจะ ได้รับ เพราะฉะนั้นการตีความกฎหมายและการใช้งานผมมองว่าควรจะนำไปปฏิบัติได้ตาม ความเป็นจริง ดังนั้นผมจึงมองว่าคณะกรรมาธิการได้ยืนยันร่างเดิม ไม่ได้แก้ไขร่างนะครับ เป็นร่างเดิมที่มา และยืนยันในหลักการร่างเดิม อันนี้น่าจะชอบด้วยหลักการแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญทาง กรรมาธิการชี้แจงครับ

นายชัย จันเฮียงมิ่ง กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ ที่ประชุมครับ ผม ชัย จันเฮียงมิ่ง กรรมาธิการ ขออนุญาตเสริมท่านอังคารไว้นิดหนึ่งครับ คือประเด็นตรงนี้ในเรื่องกฎหมายที่เราแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. เรื่องค่าตอบแทน ไม่ใช่เรื่องมรดก เพราะฉะนั้นเราก็เลยจำกัดไว้ตรงนี้ว่าต้องเป็นทายาทผู้ได้รับผลกระทบ เท่านั้น เพราะเงินตรงนี้ไม่ใช่เงินมรดกที่คนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทายาทผู้ได้รับผลกระทบจะต้อง ได้รับ ผมเลยนำเรียนที่ประชุมครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ชี้แจง ครบถ้วนแล้วนะครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังติดใจอยู่ไหมครับ ท่านณัฐวุฒิ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เนื่องจากว่ากฎหมายฉบับนี้ มีหลายมาตรา แล้วก็มีมาตราอื่นที่มีความสำคัญกว่า เฉพาะในส่วนนี้ผมก็ขอกล้ำกลืนฝืนทน นิดหนึ่งว่าขอผ่านไปก่อน รอวันพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกท่านอื่นติดใจไหมครับ ท่านจุลพงศ์ไม่ติดใจนะครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่ติดใจครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ ในเมื่อไม่มีท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วก็ท่านสมาชิกที่มีความเห็นไม่ติดใจ ก็ต้องขอมติ ว่าเราจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ดังนั้นก่อนที่จะลงมตินั้นผมก็ต้อง ขอตรวจสอบองค์ประชุม เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก เข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมแล้วก็กำลังเข้ามากรุณาเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมรัฐสภา ๓๖๐ องศา เรียนรู้ระบบงานรัฐสภากับประธานคณะกรรมาธิการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ซึ่งจัดโดย สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทย จำนวน ๑๒๐ ท่าน เข้าเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎรและเข้ารับฟังการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครับ ขอบคุณมากครับที่ให้ ความสนใจ เชิญนั่งครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนนะครับ

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

๑๖๙ แสดงตนค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๖๙ นะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกขอเชิญเข้าห้องประชุมนะครับ เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรกดปุ่ม แสดงตนครับ แสดงตนกันครบถ้วนหรือยังครับ เชิญครับกำลังเข้ามา กฎหมายฉบับนี้ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนนะครับ ในขณะนี้เรายังไม่มีวิปฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล อย่างไร ก็รบกวนท่านสมาชิกจากพรรคการเมืองต่าง ๆ กรุณาตามเพื่อน ๆ ได้เข้ามาโหวตกฎหมาย ที่มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชนนะครับ แสดงตนกันครบหรือยังครับ ผมขอปิดการ แสดงตนครับ ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๖๐ ท่าน บวก ๑ เป็น ๒๖๑ ท่าน

ครบองค์ประชุม ผมจะถามท่านสมาชิกว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าท่าน เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

๔๗๓ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๗๓ เห็นด้วย ลงคะแนนกันครบหรือยังครับ มีท่านใดเครื่องลงคะแนนมีปัญหา

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

๒๒๖ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๒๖ ครับ มีท่านใดอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๖ บวกอีก ๒ ท่าน เป็น ๓๑๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญมาตราต่อไปครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีกรรมาธิการสงวนความเห็นไหมครับ ไม่มีนะครับ ท่านสมาชิกมีท่านใดอภิปรายไหมครับ มาตรานี้มีการแก้ไข ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดอภิปรายนะครับ เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข ดังนั้นผมก็จะต้องถามมติในที่ประชุมว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมการหรือไม่ ก่อนลงคะแนนนั้นผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตร แสดงตนครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก เสียบบัตรแสดงตนนะครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ ช่วยตามกันหน่อย อย่าเพิ่งออกไปไหน

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีท่านใด ยังไม่แสดงตนบ้างครับ ไม่มีมาเพิ่มแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตนครับ ส่งผลครับ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๒๕๓ ท่าน

ครบองค์ประชุม นะครับ ต่อไปผมจะถามมติ เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข ผมจะถามมติว่าท่านสมาชิก ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่มีการแก้ไขกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการ คือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่แก้ไขให้กดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ คือคงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านใดงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนนกันครบหรือยังครับ ผมขอปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๖ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๐๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญเลขาธิการครับ มาตราต่อไปครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ เพิ่มหมวด ๔/๑ มาตรา ๑๙/๑ และมาตรา ๑๙/๒ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก มาตรา ๙ ซึ่งเพิ่มหมวด ๔/๑ มาตรา ๑๙/๑ และมาตรา ๑๙/๒ ในกฎหมายเดิม คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ ดังนั้นผมจะให้ที่ประชุมพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ที่แก้ไขเพิ่มเติมในกฎหมายเดิมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ วรรคสอง ขอเชิญท่านเลขาธิการ ต่อไปนะครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

หมวด ๔/๑ การจ่ายค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่ผู้ต้องหา ในคดีอาญา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙/๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและ มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านกรรมาธิการที่สงวนคำแปรญัตติครับ อภิปรายครับ มีไหมครับ เชิญครับ

นายธนะชัย แสวงศิริพล กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ธนะชัย แสวงศิริพล ในฐานะคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนความเห็น ในร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยในมาตรา ๙ เป็นการเพิ่มหมวด ๔/๑ การจ่ายค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายให้แก่บุคคลที่เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาซึ่งในอดีตกฎหมายฉบับเดิมไม่มีการ เขียนถึงผู้ต้องหาในคดีอาญาไว้ว่าให้เป็นผู้ที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนในอาญาด้วย ในส่วนของ ในหมวด ๔/๑ นั้นมีอยู่ ๒ มาตรา มีอยู่ในมาตรา ๑๙/๑ และมาตรา ๑๙/๒ อันเป็นการเพิ่ม สิทธิให้แก่บุคคลที่ยังอยู่ในสถานะเป็นผู้ต้องหาให้มีสิทธิในการได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย ในคดีอาญาด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมหลักการของพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ในส่วนที่ผมได้มีการแปรญัตติ ในมาตรา ๑๙/๑ นั้นเป็นบทบัญญัติที่เขียนเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นผู้ต้องหาในลักษณะใดบ้างที่ จะมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในคดีอาญา ซึ่งมีการเขียนไว้ทั้งหมด ๓ วรรค ๒ อนุมาตรา ในส่วนที่ผมมีความเห็นแตกต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างมาก และอยู่ใน (๒) ของมาตรา ๑๙/๑ ซึ่งในร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นมีการบัญญัติว่า (๒) พนักงาน อัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือมีคำสั่งยุติคดี และคณะกรรมการพิจารณาแล้วปรากฏว่า ผู้ต้องหามิได้กระทำความผิดหรือการกระทำของผู้ต้องหาไม่เป็นความผิด ซึ่งสามารถตีความ ได้ว่าผู้ต้องหาที่จะมีสิทธิได้รับค่าทดแทน ค่าใช้จ่ายในคดีอาญานั้นหากพนักงานอัยการมี คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีในทุกกรณีจะต้องผ่านด่านอรหันต์ ที่ชื่อว่าคณะกรรมการ จะต้องมีการพิจารณาแล้วว่าบุคคลนั้นไม่ได้ทำผิดหรือการกระทำนั้น ไม่เป็นความผิดก่อนถึงจะมีสิทธิได้รับค่าทดแทนในคดีอาญา เห็นไหมครับว่ามันมีองค์กร องค์กรหนึ่งที่ชื่อว่าคณะกรรมการใหญ่กว่าคำสั่งของพนักงานอัยการ ผมจึงเรียกองค์กรนี้ว่า อรหันต์ มาตรวจสอบว่าคำสั่งของพนักงานอัยการที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนั้นถูกต้องหรือไม่ หากพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแต่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าคำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องคดีนั้นไม่จริง ก็จะมีการพิจารณาว่าผู้ต้องหานั้นเป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำ ของผู้ต้องหาเป็นความผิด จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะเป็นผู้ต้องหาที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนตาม มาตรา ๑๙/๑ นอกจากเป็นการเขียนกฎหมายที่ย้อนแย้ง หน่วยงานรัฐด้วยกันยังไม่เชื่อเลยว่า คำสั่งของพนักงานอัยการที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องถูกต้องหรือไม่ แล้วประชาชนแบบผม จะเชื่อในระบบกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร ซึ่งในห้องกรรมาธิการก็มีการถกเถียงกันถึง ประเด็นนี้ว่าคำสั่งของพนักงานอัยการบางท่านที่เป็นเนื้อร้ายในองค์กรจนไปถึงพนักงาน สอบสวนบางท่านที่เป็นเนื้อร้ายในองค์กร ที่อาจทำสำนวนในลักษณะที่แบบพึ่งพาอาศัยกัน จะทำให้รัฐต้องมาจ่ายค่าทดแทนเป็นจำนวนมาก ซึ่งยังมีความจำเป็นต้องผ่านคณะกรรมการ ในการพิจารณาในทุกกรณี ซึ่งผมไม่เห็นด้วยในประเด็นนี้ ซึ่งจากข้อกังวลดังกล่าวนั้น เป็นข้อกังวลที่ผมก็เชื่อว่ามีอยู่จริง แต่ก่อนอื่นพระราชบัญญัติที่เรากำลังพูดคุยกันในสภา ในครั้งนี้เป็นปลายทางของระบบกระบวนการยุติธรรม เราจะต้องทำให้ดีที่สุดครับ ตั้งแต่ เริ่มต้นเราต้องไม่นำตัวผู้บริสุทธิ์เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา และการที่จะแก้ ระบบกระบวนการยุติธรรมอาญาได้นั้นจะต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำ จะต้องมีการปฏิรูปองค์กร ต่าง ๆ ปฏิรูปการปล่อยตัวชั่วคราว ปฏิรูประบบการคุ้มครองพยาน ปฏิรูประบบการบังคับใช้ กฎหมาย ถ้าผมจะอภิปรายในประเด็นดังกล่าวนี้จะเป็นการเกินหลักการมากเกินไป แต่ในส่วน กรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีนั้น ต้องมีการผ่านคณะกรรมการ ผมเห็นด้วย เพราะคำสั่งยุติการดำเนินคดีจะเกิดได้ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดถึงแก่ความตาย หรือในกรณีที่คดีขาดอายุความ หรือในกรณีที่มีการถอนฟ้องยอมความ ซึ่งเป็นกรณีที่ยังไม่มี การพิจารณาว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิดแล้วหรือไม่ เราจึงควรจะต้องมีการพิจารณา เป็นราย ๆ ไปว่าควรได้รับค่าทดแทนหรือไม่ ผมจึงขอสงวนคำแปรญัตติดังนี้ ใน (๒) พนักงาน อัยการมีคำสั่งยุติการดำเนินคดี เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้วข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาไม่ได้ กระทำความผิดหรือการกระทำของผู้ต้องหาไม่เป็นความผิด แต่ในกรณีที่พนักงานอัยการ มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้วหาจำต้องผ่านคณะกรรมการที่จะต้องมานั่งวินิจฉัยว่าคำสั่ง เด็ดขาดไม่ฟ้องคดีนั้นชอบหรือไม่ชอบ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกที่แปรญัตตินะครับ สงวนคำแปรญัตติ ๑ ท่านนะครับ เชิญท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ขออภิปรายในส่วนของการที่ผมได้แปรญัตติในมาตรา ๑๙/๑ หลักการของกฎหมายฉบับนี้ค่าตอบแทนผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา หลักการเดิม มันมีปัญหาซึ่งจำเลยหรือผู้ต้องหานั้นไม่ได้รับค่าตอบแทน เนื่องจากเดิมนั้นใช้ แต่หลัง คำพิพากษาถึงที่สุด และจะต้องให้ศาลตัดสินว่าจำเลยมิได้กระทำผิด และการกระทำของ จำเลยนั้นมิได้กระทำผิดกฎหมายฉบับนี้ เจตนารมณ์ต้องการที่จะผ่อนปรนเพื่อจะไม่ให้แข็ง ขนาดนั้น ที่ผ่านมานั้นศาลจะตัดสินก็คือยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย ก็จะทำให้ ศาลไม่ได้ลงให้ถึงว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ได้กระทำผิด หรือการกระทำไม่เป็นความผิด ตรงนั้นทำให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ได้รับการเยียวยาทั้งหมด หลักการตรงนี้เป็นหลักการ ที่สำคัญ เราต้องการปลดปล่อยตรงนั้นและเพื่อให้รับรอง หลักการที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่า เมื่อรัฐเป็นผู้มีความบกพร่องเอง บกพร่องเองนะครับ ในการที่ดำเนินคดีบุคคล ประชาชน ให้ได้รับความเสียหาย และไม่ว่าทั้งชั้นตำรวจ ชั้นอัยการ ชั้นศาล มีการสั่งไม่ฟ้องยุติคดี หรือว่ายกฟ้องขึ้นมา กรณีอย่างนี้ก็จำเป็นที่รัฐจะต้องรับผิดชอบ เมื่อสักครู่ที่ผมฟังท่านกรรมาธิการที่บอกว่ามีการถกเถียงว่าจะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมา กลั่นกรองว่าในกรณีนี้อาจจะมีเกิดขึ้นจริง เช่นพนักงานสอบสวนหรือตำรวจทำสำนวนอ่อน แล้วก็สั่งไม่ฟ้อง อัยการทำสำนวนอ่อนและสั่งไม่ฟ้อง มันคนละกรณีกันนะครับ กรณีอย่างนั้น เป็นความบกพร่องในกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำเอง แต่ทำไมต้องไปตัดสิทธิของคนที่ถูก ดำเนินคดีล่ะครับ เขาทำสำนวนอ่อนไม่ว่าด้วยประโยชน์อะไร เขาทำสำนวนอ่อนอาจจะเป็น ทุจริตประพฤติมิชอบในหน้าที่ก็เป็นเรื่องที่อัยการ ที่ตำรวจจะต้องไปแก้ไขระบบกระบวนการ ยุติธรรมภายในเอง มิใช่เอากฎหมายนั้นมาตัดสิทธิการรับค่าเสียหาย ค่าทดแทนของจำเลย ในคดีอาญา ผมเชื่อว่าตรรกะแบบนี้น่ากลัวมากครับ ตรรกะที่คิดเอาเอง หรืออาจจะมี ข้อเท็จจริงก็ได้ แต่เอาสิ่งที่ผิดพลาดในองค์กรเหล่านั้นมาตัดสิทธิผู้ต้องหาหรือจำเลย ผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะออกมาเป็นกฎหมาย และมากีดกันการรับผิดชอบ รัฐถ้าดำเนินคดีแล้ว ผิดพลาดต้องรับผิดชอบต่อประชาชน เรื่องนี้ผมอาจจะไม่เห็นด้วยกับทางในส่วนของ กรรมาธิการเสียงข้างมากเลย และควรจะตัด ข้อความที่ผมจะตัดก็คือ ตัดในเรื่องของ คณะกรรมการที่ปรากฏข้อเท็จจริงผู้ต้องหาได้กระทำผิด หรือการกระทำของผู้ต้องหา หรือจำเลยไม่เป็นความผิด ตัดข้อหานี้ไป เพียงแค่ว่าพนักงานอัยการ คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี ก็พอแล้ว ตรงนี้เป็นการเปิดสิทธิและเป็นความรับผิดชอบจริง ๆ อย่าไปกั๊กอีกเลยครับ ผมอยากจะให้ท่านถอนเถอะครับ ตั้งคณะกรรมการเพื่อกว้างอย่างนี้ และมีหลายมาตรา ถอนทุกกระบวนการเลยครับ คือมีการเข้ามาแทรกคณะกรรมการ คณะกรรมการจะรู้ดีกว่า คนทำสำนวนได้อย่างไร คณะกรรมการเป็นคนนอกอัยการเป็นคนที่ทำสำนวน พนักงาน สอบสวนเป็นคนที่ทำสำนวนรายละเอียดทุกอย่างรู้ ศาลเป็นคนที่ทำสำนวน เขาก็รู้ดีมากกว่า การสั่งยกฟ้องก็คือ อย่างน้อยก็มีเหตุสงสัยแล้ว อย่างน้อย ๆ ก็อาจจะผิดก็ได้แต่ไม่กล้าที่จะ ลงลึกถึงเหตุว่าไม่เป็นความผิดจริง ๆ เพราะยังมีความไม่ชัดแจ้งบางประเด็น แต่นั่นก็คือ ความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าตำรวจ อัยการหรือในส่วนกระบวนการพิจารณา ที่ศาล มีความคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงอยู่ เราจะออกกฎหมายเพื่อกีดกันเขา เอากรรมการเข้าไปใส่เพื่ออะไร ทำไมไม่เปิดให้หมด ทำไมลักปิดลักเปิดแบบนี้ แล้วกั๊กอำนาจ ให้คณะกรรมการอะไรก็ไม่รู้ ผมอยากให้ท่านตอบให้ชัดเป็นอย่างไรบ้าง ฉะนั้นผมยืนยันที่จะ ตัดคณะกรรมการที่ออกในทุกมาตรา เริ่มต้นจากมาตรา ๑๙/๑ นี้ครับท่านประธาน

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย จริง ๆ ไม่ตั้งใจอภิปรายนะครับ เมื่อสักครู่ฟังท่านธีรัจชัยพูด ผมเป็นผู้ประสบภัย เรื่องนี้มาแล้ว สู้คดีติดคุกอยู่ ๒๒ เดือน ทันทีที่ชนะคดีถึงที่สุดแล้วทำเรื่องไปคณะกรรมการ เขาไม่ให้ ผมบอก เออ เขาจะมองว่าเรามีสตางค์หรือเปล่า ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่มันเป็นสิทธิ ตามกฎหมาย แต่คู่คดีผมเขาเป็นคนจน เขาสูญเสียไป แล้วขอไปก็ไม่ให้อีก แล้วเรื่องนี้ ผมบอกได้เลยมันมีผลถึงความมาตรฐานทางความยุติธรรม ระบบของเราเป็นระบบกล่าวหา การกล่าวหาบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นจำเลยนั้นมันง่ายมาก ในเมื่อเขาชนะต้องให้เงินเขา แล้วถ้าเกิดเงินเยียวยาเยอะ ๆ นั่นแสดงว่าคนทำงานเบื้องต้นห่วย มันจะได้ปรับตัวเองขึ้นไป ด้วยนะครับ ผมว่าเรื่องนี้จริง ๆ ไม่อยากอภิปราย แต่ก็ต้องอภิปราย แล้วผมเห็นด้วยว่ามันไป อยู่กับคณะกรรมการจะไปรู้กันในสำนวนอย่างไร ท่านธีรัจชัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านเป็นทนาย ท่านต้องเข้าใจ บางคดีนี้มันชนะจริง แต่เหตุแห่งความสงสัยเขายกให้จำเลย อย่างนี้ต้องเอาผู้พิพากษา หรืออัยการเข้ามามีส่วนที่จะให้ใครหรือไม่ให้ใคร แต่มันมีผล ถ้ามีการเยียวยาบ่อย ๆ แสดงว่ากระบวนการยุติธรรมทำงานมีปัญหามันก็จะฟ้องออกมาเลย ผมเรียนด้วยความเคารพว่าดูให้ดีครับมีกฎหมายแล้วจะเยียวยาประชาชน แต่ไม่ถึงประชาชน มันจะมีปัญหา ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุลพงศ์ครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ผมขอใช้สิทธิ สมาชิกเนื่องจากมีการแก้ไขนะครับ ผมมีแนวโน้มจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงส่วนน้อย ๒ ชุดนะครับ คือท่านธนะชัยกับท่านอาดิลันกับของท่านธีรัจชัย แต่ของท่านธนะชัย ผมขออนุญาตถามความชัดเจนท่านหน่อยครับ ใน (๒) พนักงานอัยการมีคำสั่งยุติ การดำเนินคดีเมื่อคณะกรรมการพิจารณา นี่อาจเป็นพืดไปหรือเปล่าครับ หรืออย่างใด อย่างหนึ่งครับ ทำไมถ้าเป็นหรืออย่างใดอย่างหนึ่งทำไมท่านไม่ใส่คำว่า หรือ ไปหน่อยครับ ถ้าอ่านอย่างนี้แค่เคาะแป้นพิมพ์เท่านั้นความหมายก็เปลี่ยนไป ท่านกรุณาชี้แจงหน่อยครับว่า อ่านเป็นพืดไปเลยหรือเปล่าครับ พนักงานอัยการมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีเมื่อคณะกรรมการ พิจารณา ถ้าเป็นอย่างนั้นผมเห็นด้วยกับท่านธีรัจชัย ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านคือพนักงาน อัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดียังไม่พอหรือครับ ยังต้องไปขึ้นกับคณะกรรมการอีกหรือครับ คณะกรรมการพิจารณาหรือครับ เมื่อสักครู่ผมอภิปรายไปแล้วว่าคณะกรรมการพิจารณา มีข้าราชการอยู่ครึ่งหนึ่งนะครับ มีคนบอกผมว่าเกรงใจมีข้าราชการอยู่ครึ่งหนึ่ง ผมก็แปลกใจ แต่ต้องการพูดเพราะว่าผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องอะไร ถ้าสร้างความลำบากให้ประชาชนมันควรจะลดทอนลง เรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับท่านธีรัจชัยว่า พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีก็ควรจะพอแล้ว ไม่ต้องให้คณะกรรมการพิจารณา ไปพิจารณาอีกนะครับ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไรหากอัยการบอกว่าไม่ผิดแล้วยังต้องไปอยู่ ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอีกหรือครับ กรรมาธิการชุดแรกที่ผมถาม ท่านธนะชัยนะครับ ตกลงมันหรือ หรือเมื่อ หรืออย่างไรครับ อ่านอย่างไรครับ ท่านช่วยชี้แจง ได้ไหมครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ ชี้แจงครับ เชิญครับ

นายธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ผม ธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตชี้แจงท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ประเด็นที่พนักงาน อัยการจะมีการสั่งสำนวนคดีนะครับ มันจะมีอยู่ ๒ ลักษณะ คือสั่งแบบยุติการดำเนินคดี กับมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีครับ ในกรณีที่มีการสั่งยุติการดำเนินคดีจะเกิดขึ้นในกรณีที่ ผู้ต้องหาเสียชีวิตในระหว่างที่พนักงานอัยการยังไม่ได้มีคำสั่งหรือกรณีที่มีการถอนฟ้อง หรือยอมความ เมื่อสักครู่ผมอภิปรายไปแล้วท่านอาจจะฟังไม่ชัด ประเด็นตรงนี้ในกรณีที่ พนักงานอัยการมีคำสั่งยุติการดำเนินคดี หากไม่มีการผ่านคณะกรรมการในการ พิจารณา กลั่นกรองก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ เราจะเอาเงินรัฐที่เป็นภาษีของ ประชาชนไปจ่ายให้บุคคลนั้นอย่างสบายใจได้อย่างไร แต่ในกรณีที่พนักงานอัยการ มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี ผมเห็นด้วยกับท่านธีระชัย แสนแก้ว และเห็นด้วยกับท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ เพราะผมไม่ต้องการให้มีการใช้อำนาจที่มันซ้ำซ้อนของคณะกรรมการที่มันเกินกว่า สิทธิของประชาชนโดยทั่วไป ขอตอบประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธีรัจชัยครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

พอดีเมื่อสักครู่เขาบอกท่านธีระชัย แสนแก้ว ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ นะครับ ไม่ใช่ แสนแก้ว นะครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการ จะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ มีไหมครับ ท่านใดครับ

นายอังคาร เพชรอาวุธ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน กระผม นายอังคาร เพชรอาวุธ พนักงานอัยการและที่ปรึกษากรรมาธิการครับ ในฐานะพนักงานอัยการนะครับ ผมจะอธิบายเรื่องของคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ การที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง ไม่ได้ แปลว่าเขาไม่ได้กระทำความผิดนะครับ คำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ อย่างเช่นปี ๒๕๖๖ มีคำสั่งไม่ฟ้องทั้งหมด ๖,๓๖๑ คดี มีข้อมูลที่น่าตกใจครับ มีประเด็นเหตุผลที่สั่งไม่ฟ้องเพราะพยานหลักฐานไม่พอ จำนวน ๔,๗๑๗ คดี จาก ๖,๐๐๐ คดี ใน ๔,๗๑๗ คดีนี้มีคนที่กระทำความผิดแต่อัยการไม่มี พยานหลักฐาน ถามว่าทำไมอัยการถึงไม่มีพยานหลักฐานแล้วจำเป็นต้องสั่งไม่ฟ้อง เพราะระบบประเทศไทยนั้นอัยการไม่สามารถเข้าถึงพยานหลักฐานได้ อัยการไม่ได้เป็นผู้ไป รวบรวมพยานหลักฐาน พยานหลักฐานอาจจะเกิดไปปีหนึ่งแล้ว มาตรวจสำนวนเมื่อครบ ๑ ปีให้หลัง พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุสูญหายครับ การสูญหายท่านอย่าบอกว่าการสูญหายนี้เกิดจากกระบวนการยุติธรรมอย่างเดียว เกิดจาก ผู้ต้องหาก็ได้ครับ เข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม วิ่งเต้นคดีดำเนินการทั้งหลายให้ พยานหลักฐานอ่อนแทรกแซงพยานหลักฐานเข้าถึงพยานบุคคล บิดคำพูดของพยานบุคคล ซึ่งอัยการไม่มีโอกาสได้เข้าไปตรวจสอบเลยครับ เราจำเป็นต้องสั่งไม่ฟ้องคดีพวกนี้ ท่านครับ ถ้าวันนี้ท่านเชื่อในข้อเท็จจริงไหมว่าคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ๑๐๐ คดีนี้คือเขาไม่ผิดจริง ท่านครับ ถ้าเกิดปัญหาว่าผู้ต้องหาคนนี้กระทำความผิดวิ่งเต้นทำให้กระบวนการยุติธรรม บิดเบี้ยว พนักงานอัยการจำเป็นต้องสั่งไม่ฟ้องเพราะมาตรฐานทางคดี อย่างนี้เขาได้โชคดี ครั้งที่ ๑ ถ้าเราให้เงินเขาอีกเขาโชคดีครั้งที่ ๒ ทั้งที่พยานหลักฐานหรือคนชาวบ้านเขาอาจจะ รู้กันก็ได้ว่าผู้ต้องหานี้ล่ะทำผิด ทำผิดแล้วไม่ถูกลงโทษแล้วยังได้เงินรัฐอีก ตรงนี้ท่านต้องคิด ให้ดีว่าจะตอบคำถามประชาชนอย่างไร การมีคณะกรรมการไม่ได้แปลว่าใหญ่กว่าอัยการ การมีคณะกรรมการแปลความหมายได้ว่า Fact Finding ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากที่อัยการ เข้าไม่ถึง จากที่กระบวนการยุติธรรมถูกปิดกั้น คณะกรรมการมีหน้าที่ต้องไปตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเพิ่มว่าเกิดอะไรขึ้น คณะกรรมการมีหน้าที่ต้องเรียกพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องบุคคล ที่หล่นหายไปจากคดีเข้ามาให้การ คณะกรรมการต้องจ่ายเงินของรัฐอย่างมีเหตุผล ในกระบวนการยุติธรรมมาตรฐานมันสูงเพราะต้องเอาคนไปติดคุกเลยต้องปล่อยคนผิดไป แต่ในมาตรการการใช้เงินของแผ่นดินต้องมีเหตุมีผล สมเหตุสมผลต้องมีการ Fact Finding ข้อเท็จจริงกันใหม่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่หล่นหาย อันนี้คือเหตุผลที่ผมสนับสนุน คณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านธีรัจชัยก่อน แล้วท่านจุลพงศ์ครับ เชิญครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ด้วยความเคารพท่านกรรมาธิการที่กรุณาชี้แจงในเรื่องของ ความคลาดเคลื่อนทั้งหมด ๖,๓๖๖ คดีต่อปี แล้วก็มีผู้ที่ไม่กระทำผิด ๔,๗๐๗ คดีต่อปี กรณีอย่างนั้นมันคนละกรณีกับการที่ความผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนของการดำเนินคดีของ ภาครัฐกับการชดเชยค่าเสียหายกับจำเลย ผู้ต้องหาในคดีอาญาผมว่ามันเป็นหลักการ คนละเรื่องกัน ในกรณีของความผิดพลาดควรจะไปแก้ไขที่ระบบที่ทำให้อัยการไม่สามารถ เข้าถึงข้อเท็จจริง ควรจะให้อัยการนั้นมีอำนาจแค่ไหน อย่างไร ที่เหมาะสมในกระบวนการ ยุติธรรมปกติ แต่ไม่ควรเอามาผูกพันกับการชดเชยค่าเสียหาย ในเมื่อรัฐพลาดคลาดเคลื่อน ดำเนินคดีเขาไม่ว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไร จำเป็นจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือเยียวยา ให้เขา นี่คือหลักสากลที่ควรจะเป็น แต่ไม่ใช่เอาความผิดพลาดของตัวเองมาบอกว่าตัวเอง ไม่มีอำนาจ ตัวเองนั้นทำผิดพลาดคลาดเคลื่อน มีกระบวนการภายใน มีคนทุจริตมีอะไรขึ้นมา แล้วบอกว่าจะต้องมีกรรมการมากลั่นกรองแล้วไปรื้อข้อเท็จจริงใหม่ ถามว่านี่มันใช่หรือ หลักการนี้ถูกต้องหรือผมว่ามันย้อนแย้งอย่างมาก ด้วยความเคารพจริง ๆ ผมยังเห็นว่ายังไม่ควรมีคณะกรรมการ ถ้าอัยการเรามีมาตรฐานจริง ๆ ถ้าพนักงานอัยการ มีมาตรฐานจริง ๆ ยืนยันไปให้เขา อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่เขา ถ้าเขาผิดไปตรวจสอบลงโทษ ถ้าเขาทำแล้วกระบวนการมีปัญหาแก้ไขกฎหมายตรงนั้นครับ เราไม่ควรเขามาปนบอกว่า เขาผิดพลาดแล้ว ๖,๐๐๐ กว่าคดีไปให้กรรมการกลั่นกรองอีกทีหนึ่ง ถามว่ากรรมการจะ ยุติธรรมแค่ไหน รู้จักแค่ไหนครับ แล้วหลักการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศมันอยู่ตรงไหนครับ มันไม่มีเลย ผมคิดว่าการออกกฎหมายโดยตรรกะแบบนี้ค่อนข้างจะย้อนแย้งและแก้ไม่ถูกจุด มิฉะนั้นทำแบบนี้แล้วกรรมการกลั่นกรองและถามว่าไม่แก้หรือครับ ๖,๐๐๐ ต่อปี ไม่แก้อะไรเลย ใช่ไหมครับ จะปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมของเราเละเทะแบบนี้ไหมครับ อัยการของเรา สามารถทำสำนวนคดีอ่อนใช่ไหมครับ อัยการจะเข้าถึงข้อมูลไม่ได้ใช่ไหมครับ เอกสารหาย ต่าง ๆ ไม่มีใครรับผิดชอบเลยใช่ไหมครับ คือกระบวนการประเทศเราเป็นอย่างนี้ใช่ไหม ผมว่าไม่ใช่นะครับ ดังนั้นทางกรรมาธิการทบทวนตัดคณะกรรมการออกได้ไหมครับ ท่านจะ เพิ่มว่าการยุติคดีเพิ่มไปก็ได้ตัดเรื่องคณะกรรมการพิจารณาในมาตรานี้ออกไปแล้วให้สิทธิ อัยการเราไปร่วมกันแก้ตรงนั้นให้กระบวนการยุติธรรมของเรามีประสิทธิภาพดีไหมครับ ขอฝากท่านด้วยนะครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพงศ์ครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอบคุณ ท่านกรรมาธิการที่เป็นพนักงานอัยการที่ลุกขึ้นมาชี้แจงสักครู่นะครับ แต่ด้วยความเคารพ ผมผิดหวังจริง ๆ ครับ ผมผิดหวังจริง ๆ ท่านลุกขึ้นมาชี้แจงในฐานะอัยการ ผมก็ไม่รู้ถ้าผมไป คุยกับเพื่อนร่วมรุ่นผมที่จุฬาที่เป็นอดีตอัยการสูงสุดเขาจะคิดอย่างไรที่พนักงานอัยการ คิดแบบนี้ เขาก็เขียนไว้ชัดแล้วพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้วท่านยังไปมอบ อำนาจให้คณะกรรมการพิจารณาอีก ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาไม่ได้กระทำความผิด ก็จ่ายค่าเสียหาย ผมถามอย่างนี้ครับ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า ดูข้อเท็จจริงจริง ๆ แล้วปรากฏว่าเขากระทำความผิดล่ะครับ เป็นอย่างไรครับ ท่านคิดครบวงจรหรือเปล่าครับ ถ้าเกิดคณะกรรมการพิจารณาแล้วจากข้อเท็จจริงแล้วพบว่าเขากระทำความผิดพนักงาน อัยการจะเอาหน้าไปไว้ไหน ผมจึงเห็นว่าอันนั้นคือทฤษฎีทางกฎหมายว่าจริง ๆ แล้ว ความคิดมันต้องคิดให้ครบ Loop ว่ามันเกิดขึ้น ถ้าเขาไม่ผิด ใช่จ่าย แต่ถ้าเขาผิดล่ะครับ พนักงานอัยการรับผิดชอบไหมครับ ถ้าปล่อยอำนาจให้เขาอย่างนี้ครับ ผมจึงเห็นว่าอย่างนี้ ด้วยความเคารพกรรมาธิการ แล้วก็ท่านประธานอย่าเพิ่มภาระให้กับประชาชนมากเลย ผ่านพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีก็ไม่พอหรือครับ ผมแปลกใจมาก ท่านกรรมาธิการเมื่อสักครู่ลุกขึ้นมาชี้แจงทั้ง ๆ ที่ท่านก็เป็นอัยการเอง ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการว่าอย่างไรครับ เชิญครับมีท่านใดจะตอบ

นายคุณากร มั่นนทีรัย นนทบุรี

ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายคุณากร มั่นนทีรัย นนทบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม คุณากร มั่นนทีรัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสัดส่วนแบบแบ่งเขต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จากที่มีผู้อภิปรายหลายท่านผมก็มีความเห็นว่าการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองจ่ายค่าตอบแทนให้กับ ผู้เสียหายผมมีคำถามเล็ก ๆ ครับ ถ้าสมมุติว่าคณะกรรมการกลั่นกรองออกมาแล้วบอกว่า ไม่ควรจ่ายค่าเสียหาย ผมถามกลับไปครับ แล้วทำไมชั้นอัยการก่อนที่จะตัดสินไม่หาหลักฐาน มาล่ะครับว่าเขาผิดหรือไม่ผิด ถ้าเกิดเขาผิดมันก็ไม่มาถึงคณะกรรมการกลั่นกรองถูกไหมครับ อันนี้พูดแบบ General แบบคนทั่วไปเข้าใจง่าย ๆ เลยถูกไหมครับ ดังนั้นคณะกรรมการ ไม่ควรมีครับ กฎหมายเมื่อประกาศใช้แล้วต้องเท่าเทียมแล้วก็เสมอกัน แล้วก็สามารถใช้ได้ เท่ากันทุกคนไม่ใช่ประกาศ เราบอกว่าเราจะจ่ายค่าตอบแทนแล้วทีนี้ต้องมีคณะกรรมการ กลั่นกรองอีก ผมก็คิดว่าไม่อาจจะเห็นด้วยได้ว่าจะต้องมีคณะกรรมการตรงนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ ยังยืนไหมครับ เชิญครับ

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ กรรมาธิการ

ธีรยุทธ แก้วสิงห์ อนุกรรมาธิการครับ ขออนุญาตนำเรียนว่าในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้แล้วโดยหลักการแล้ว เราไม่ได้มีการแก้ไขหมวด ๒ เรื่องของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน ซึ่งตัวกฎหมายเดิม ได้กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการไว้ในมาตรา ๗ แล้วก็กำหนดเรื่องของอำนาจ หน้าที่ของกรรมการไว้ในมาตรา ๘ ซึ่งในมาตรา ๘ (๑) บอกอย่างชัดเจนว่าคณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายตาม พระราชบัญญัตินี้ นอกจากนั้น (๒) ก็ยังบอกเรื่องของการเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับ มาตรการในการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ตลอดจนออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศต่าง ๆ เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) บอกถึงเรื่องของการมี หนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือ ข้อมูล หรือสิ่งอื่นที่จำเป็นมาเพื่อประกอบการพิจารณา อันนี้คือเหตุผลที่ขออนุญาตว่า ยังมีความจำเป็นที่จะคงเอาเรื่องของคณะกรรมการไว้ใน มาตรา ๑๙/๑ ประกอบกับ ในร่างกฎหมายที่เสนอมาทางกรรมาธิการเองก็ไม่ได้มีปรับเรื่องของคณะกรรมการ มีเพียงแค่ เรื่องของการเพิ่มหรือมีคำสั่งยุติการดำเนินการตาม มาตรา ๑๙/๑ (๒) ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ มีชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ

นายอังคาร เพชรอาวุธ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ผม นายอังคาร เพชรอาวุธ พนักงานอัยการและที่ปรึกษากรรมาธิการ จริง ๆ แล้วที่ผมชี้แจง ไปเมื่อสักครู่นี้ผมไม่ได้บอกว่าที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องเพราะชี้ว่าผู้ต้องหาไม่ได้กระทำ ความผิด พนักงานอัยการชี้ว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ และเราไม่อาจเข้าถึงพยานหลักฐานได้ ผมยกตัวอย่างเคสคดีตายเคสหนึ่งซึ่งเป็นหมอ ต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้อง ต่อมาภายหลังพบว่าไป พบชิ้นเนื้อและตรวจดีเอ็นเอขึ้นมา พนักงานอัยการสามารถกลับความเห็นเป็นสั่งฟ้องได้ ความเห็นของพนักงานอัยการที่สั่งไม่ฟ้องมีได้หลายกรณี ๑. พยานหลักฐานไม่เพียงพอ แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ได้ห้ามพนักงานราชการที่จะฟ้องคดีนั้นใหม่ ถ้าพบพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้นคำสั่งของพนักงานอัยการที่สั่งไม่ฟ้องไม่ใช่เป็นสาธารณะแล้ว ยุติแล้ว อันที่ ๒ คำสั่งของพนักงานอัยการที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะของแผ่นดิน เป็นหลักดุลยพินิจที่การจะสั่งไม่ฟ้องก็ได้แม้ผู้ต้องหากระทำความผิดจริง อันนี้คือหลักการ และตามที่ท่านรองอธิบดีขึ้นชี้แจงคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนนี้มีมาแต่เดิมแล้ว ผมไม่ได้มากลับความเห็น Bluff ว่าอัยการทั้งหลาย มีมาแต่เดิมแล้วและองค์ประกอบของ คณะกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีปลัดกระทรวงเป็นประธานกรรมการ มีผู้แทน กระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทน กรมการปกครอง มีผู้แทนจากสำนักงานอัยการด้วย มาเป็นกรรมการ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาวุโส มากกว่าอัยการที่สั่งคดีนั้นที่มากลั่นกรองข้อเท็จจริงในสำนวนนั้นอีก อันนี้เป็นเหตุผลที่ผม เห็นว่าการมีคณะกรรมการจะทำให้ยืดหยุ่นมากขึ้น คณะกรรมการไม่ได้แปลว่าไม่ให้ แต่แปลว่าให้เท่าไร มีข้อสงสัยไหม ท่านครับ ถ้าไม่ได้เลยพอได้เลย พอได้เลยกฎหมายลูก ก็ต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่มีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินมันไม่สมเหตุสมผลในคดี อันนี้ผมขอชี้แจงในประเด็นนี้ สุดแท้แต่สภาแห่งนี้ว่าท่านจะมีความเห็นอย่างไร ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธีรัจชัย ติดใจอยู่ไหม เชิญครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชนนะครับ ขออนุญาตด้วยความเคารพท่านผู้แทนกรรมาธิการ ซึ่งเป็นพนักงานอัยการ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ หลักความรับผิดชอบของคนที่ทำสำนวนคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตรงนี้เมื่อคลาดเคลื่อนผิดพลาดต้องมีความรับผิด ผมเห็นท่านพูดถึง เรื่องกรรมการมามิได้มาตัดไม่ให้รับผิด แต่ในกฎหมายเขียนว่าถ้าจะพิสูจน์ว่าผู้ต้องหามิได้ กระทำผิดหรือการกระทำผู้ต้องหามิได้กระทำผิด นี่คือสามารถตัดได้ในคำที่ท่านพูดผมคิดว่า อาจจะยังคลาดเคลื่อนต่อตัวบทกฎหมายที่ได้แก้ออกมาตรงนี้ครับ

ประเด็นต่อมาก็คือว่า ในส่วนของพนักงานอัยการ ท่านพูดในเชิงของว่า มีปลัดกระทรวงมีอะไรมันไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือรัฐรับผิดชอบหรือไม่ ในกรณีที่ ดำเนินคดีเขาแล้วเขาต้องถูกคุมขัง ระหว่างพิจารณาคดีต้องเสียสิทธิ เสียทางเศรษฐกิจต่าง ๆ จะต้องเยียวยาแค่ไหนอย่างไร กรรมการถ้าเกิดมาบอกว่าเยียวยาแก้ไขปัญหาอย่างไรนั้น ผมไม่ติดใจครับ แต่ถ้ากรรมการมาเพื่อตัดสิทธิไม่ให้รับ ผมอาจจะคิดว่าน่าจะคลาดเคลื่อน ต่อหลักการตรงนี้และคิดว่าน่าจะไม่ใช่ สิ่งที่สำคัญมันจะต้องดูว่าถ้าคดีที่ไม่ฟ้องหรือยกฟ้อง ในกระบวนเองของตำรวจ ของพนักงานอัยการหรือในส่วนของศาลมีข้อบกพร่องอย่างไร ตัวบุคคลที่กระทำ กระทำถึงทำให้มีการยกฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องนั้นอย่างไร มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไร ต้องไล่เบี้ย มิฉะนั้นประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรมเรายังแย่เหมือนปัจจุบันนี้ มีการสูญเสียถึง ๖,๐๐๐ กว่าคดี ยกฟ้อง เราต้องการแบบนั้นหรือครับ และกฎหมาย ทำแบบนี้บอกว่าให้กรรมการตัดสินแล้วก็แล้วไปไม่เคยตรวจสอบ ถามว่าอัยการเคย ตรวจสอบทานไหมครับ ๖,๐๐๐ กว่าคดี มีทุจริตกี่คดี ไม่มีการพูดถึงนะครับ นี่คือ กระบวนการยุติธรรมของเราที่ถอยหลังลงคลอง เอาคนผิดบางทีฟ้องเกิน เกินข้อหา บางที ฟ้องคนไม่ผิด บางทีก็กลัวอำนาจแล้วก็ฟ้องไปแล้วปล่อยให้ศาลตัดสิน สิ่งเหล่านี้ มันเกิดขึ้นแต่อัยการของเรา ท่านลองไปตรวจสอบดู ดังนั้นผมขอทางออกที่ง่ายที่สุด ผมนั่งดู คำแปรญัตติ ในส่วนของท่านธนะชัย แสวงศิริผล ท่านแก้มา ผมดูแล้วท่านบอกว่าใน (๒) ของมาตรา ๑๙/๑ พนักงานอัยการภายใต้บทบังคับ หมวด ๔ การจ่ายค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายให้กับจำเลยคดีอาญา ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายต้อง (๒) พนักงานอัยการมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีและเมื่อคณะกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริงเห็นว่า ผู้ต้องหาไม่ได้กระทำผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่กระทำผิด อันนี้คือส่วนหนึ่งนะครับ ถ้าเป็นการยุติคดีจะต้องพิจารณาหลักการตรงนี้ หรือพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องคดี นั่นหมายความว่ากรณีมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีต้องจ่ายเท่านั้นนะครับ แต่กรณี ของยุติคดีอาจจะใช้พิจารณาได้ เรื่องนี้ผมพอรับได้นะ พอรับได้แต่ว่าไม่เห็นด้วยทั้งหมด ผมเห็นด้วยคือตัดออกไปเลยและให้พิจารณาเฉพาะในส่วนของว่าจ่ายเท่าไร เพียงใด เท่านั้นเอง ถ้าเกิดว่าจะต้องมีการโหวตเสียงข้างน้อยผมขอสละร่างของผมเป็นร่างของ ท่านธนะชัยแทนในการที่โหวตตรงนี้ ขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ ยังยืนอยู่ไหมหรืออย่างไร

นายขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ

ขออนุญาตนิดหนึ่ง เนื่องจากกฎหมายนี้มันเป็นกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เราพูดเรื่องคณะกรรมการมาก ผมก็ขอ ให้ทางตัวแทนจากกระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็นเจ้าของร่างได้ยืนยันเรื่องหลักของคณะกรรมการ มีความจำเป็นอย่างไรเวลานำไปปฏิบัติเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตัดสินใจ ถูกครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นางสาวจิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน จิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์มาก อย่างที่ทาง ท่านกรรมาธิการได้พยายามชี้แจงว่าการที่มีคณะกรรมการ ในส่วนที่ผ่านมาที่คณะกรรมการ ได้เข้ามาพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ จริง ๆ คือช่วยแพะในชั้นสอบสวน ที่ท่านอังคารได้พยายามชี้แจงว่าคำสั่งพนักงานอัยการมี คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องมีหลายเหตุผล และบางเหตุผลไม่ใช่แพะจริง ๆ ซึ่งไม่ใช่แพะจริง ๆ มีอัตรา สถิติค่อนข้างสูงคือ ๔,๐๐๐ กว่าราย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ถ้าเกิดสมมุติไม่มีกรรมการเข้ามา กลั่นกรองก็จะเป็นการจ่ายคนที่กระทำความผิดและให้ได้รับการเยียวยาด้วย ซึ่งจะเป็น ในส่วนที่เขาจะได้รับในส่วนนี้เข้าไป การที่มีกรรมการอย่างที่นำเรียนว่าไม่ได้เข้าไปก้าวล่วง ในส่วนที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง แต่จะมาดูว่าในรายละเอียดเขาควรได้รับการเยียวยาไหม เขาเป็นแพะในชั้นสอบสวน หรือเปล่าส่วนนี้มีส่วนสำคัญของการจ่ายเงิน เพราะเงินที่จ่ายในแต่ละปีเราใช้งบประมาณถึง ๕๐๐ ล้านบาทนะคะ หรือถ้าตั้งแต่มีกฎหมายก็เกือบ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ต้องขออนุญาต นำเรียนท่านในเจตนารมณ์ จึงมีคณะกรรมการเข้ามากลั่นกรองค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ ก็ยืนตามกรรมาธิการนะครับ ท่านธีรัจชัยกรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังติดใจอยู่ไหมครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ผมติดใจครับ

นายธนะชัย แสวงสิริผล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ธนะชัย แสวงสิริผล กรรมาธิการครับ ยังติดใจครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ ยังยืนนะครับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการครับ กรรมาธิการได้ถกเถียงกันเรื่องนี้มาก แล้วก็ฟังเหตุผลทางตัวแทนกระทรวงยุติธรรมมีความเห็นว่าต้องยืนตามเดิมครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในเมื่อ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ เสียงข้างมากยังยืนตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ต้องขอถามมติ ในที่ประชุมนะครับว่าเราจะเห็นด้วย ก็จะเป็นการถาม ๒ ครั้งนะครับว่าเนื่องจากมาตรานี้ มีการแก้ไข ยังมีท่านสมาชิกประสงค์จะอภิปรายอีกท่านหนึ่ง เชิญคุณหมอเชิดชัยครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ คือความจริงผมไม่ได้สนใจอันนี้เลยครับ เพราะคณะกรรมการเป็นอย่างไร เลยไปดูใน พ.ร.บ. เก่า เขาเขียนว่าคณะกรรมการพิจารณา ค่าตอบแทนผู้เสียหายและทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ประกอบด้วย ท่านปลัดกระทรวง ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนศาลยุติธรรม อัยการสูงสุด กระทรวงการคลัง กรมการปกครอง เยอะแยะเต็มไปหมดนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นไปตาม มาตรา ๗ และมาตรา ๘ คืออำนาจและหน้าที่พิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนหรือค่าใช้จ่ายตาม พ.ร.บ. นี้เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการใช้มาตรการคุ้มครอง ถ้ายังสงสัยก็มีหนังสือ สอบถามแล้วเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำได้ หรือส่งให้ผู้เกี่ยวข้องหาข้อมูลเพิ่มเติม ปฏิบัติตาม วัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. นี้ ผมดูแล้วมันไม่เกี่ยวกัน อัยการเขาก็ว่าไปอัยการ เพียงแต่ถ้าเขามีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง เมื่อสักครู่นี้ท่านอัยการบอกว่าไม่ฟ้องก็เป็นเพราะว่า อาจจะหลักฐานไม่พอ แต่หมายความว่ายังย้อนกลับมาได้ ส่วนในคำสั่งยุติคดีก็คือ เรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าก็จะมีเขียนได้ว่าคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงผู้ต้องหามิได้กระทำผิดหรือกระทำของผู้ต้องหาไม่เป็นความผิด อันนี้เป็นการกรอง สำหรับจ่ายเงิน คงไม่ได้ไปเกี่ยวกับอัยการเท่าไร แต่อัยการก็ยังสามารถที่จะมาพิจารณาได้อีก อันนี้ก็เป็นการที่จะป้องกันพวกที่เหยื่อปลอม ผมเห็นว่ามันก็ยุติธรรมดี เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะเป็นการ ถามมตินะครับ เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข ดังนั้นผมจะขอถามเป็น ๒ ครั้งนะครับ ครั้งแรก จะถามว่าท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าหากว่าที่ประชุม เสียงส่วนใหญ่นั้นเห็นควรให้มีการแก้ไข ก็จะถามต่อว่าท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผู้แปรญัตติสงวน คำแปรญัตตินะครับ จะถามเป็น ๒ ครั้ง ดังนั้นก่อนจะถามมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาเพื่อเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิก แสดงตนด้วยการเสียบบัตรกดปุ่มนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณากดปุ่มแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธาน ณัฐวุฒิ ครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้อาจจะมี ๒ คำถาม รบกวนท่านประธานกรุณารอแล้วก็ย้ำเพื่อนสมาชิก นิดหนึ่งครับ กลัวความผิดพลาดในการลงมติได้ครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะถาม เป็น ๒ ครั้ง ครั้งแรกจะถามว่าที่ประชุมนั้นเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าผลว่าเห็นด้วยกับเสียงข้างมากเห็นด้วยกับให้มีการแก้ไขก็จะถามต่อว่าท่านจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยหรือกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ เป็น ๒ ครั้ง แสดงตนกันครบหรือยังครับ ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๕๙ ท่าน

ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมจะถามมติว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยให้มีการแก้ไขหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข คือให้คงไว้ตามร่างเดิม กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิลงคะแนนครับ ท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไข ให้มีการแก้ไขกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขคือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ๑๗๑ ธีรรัตน์ เห็นด้วยค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๗๑ นะครับ ลงคะแนนกันครบหรือยังครับ ผมขอปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๔ บวก ๑ เป็น ๓๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นควรให้มีการแก้ไข ต่อไปจะถามมติว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งครับ กรุณาเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก กรุณาแสดงตนครับ กรุณาเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

ท่านประธาน ๒๐๔ แสดงตนค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๐๔ ครับ

นายสันต์ แซ่ตั้ง ชุมพร

ท่านประธาน ๔๑๑ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๑๑ ครับ

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

ท่านประธาน ๑๑๗ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๑๗ ครับ

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

๔๗๓ แสดงตนครับ

นางอรอุมา บุญศิริ สระแก้ว

ท่านประธาน ๔๕๑ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๕๑ ครับ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

๒๖๐ แสดงตนค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๖๐ ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ถามท่านประธานสักนิดหนึ่ง ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในระหว่างที่รอ เพื่อนสมาชิกแสดงตน เนื่องจากว่าในร่างนี้มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๔ ท่านที่ขอ สงวนความเห็นไว้ ท่านธีรัจชัยท่านประกาศไปแล้วว่า ท่านไม่ติดใจก็เอาตามของท่านธนะชัย ซึ่งของท่านธนะชัยจะเหมือนกับของท่านอาดิลัน แล้วก็เมื่อสักครู่นี้ท่านยืนยันว่าท่านติดใจ ก็จะเหลือของท่านชัย จันเฮียงมิ่ง ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ว่าท่านไม่ได้ขึ้นอภิปราย ผมไม่แน่ใจว่าเราจะอนุมานได้หรือไม่ว่าท่านเองไม่ติดใจ ก็จะเหลือเฉพาะที่เป็นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยเหลือแค่ ๑ ร่างก็คือร่างของท่านธนะชัยกับท่านอาดิลันซึ่งข้อความเหมือนกัน ทางที่ประชุมจะได้เข้าใจตรงกัน บันทึกได้ถูกต้องก่อนที่จะลงมติท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้แสดงตน กันครบก่อนเดี๋ยวจะถามนะครับ ครบหรือยังครับ มีท่านใดเพิ่มเติมไหม ถ้าไม่มีผมขอปิด การแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๗๒ บวก ๖ เป็น ๒๗๘ ท่าน

ครบองค์ประชุม ต่อไปผมจะถามมติในที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เมื่อสักครู่นี้ท่านณัฐวุฒิได้สอบถามผู้ที่สงวนคำแปรญัตติ ที่เป็นกรรมาธิการ สรุปอย่างไร เชิญครับ

นายชัย จันเฮียงมิ่ง กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ผม ชัย จันเฮียงมิ่ง กรรมาธิการ คือที่ผมสงวนความเห็นไว้ ผมขออนุญาตสละสิทธิตรงนี้ผมมีความเห็นตามที่ท่านณัฐวุฒิได้ชี้แจงไว้แล้ว ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ของท่านชัย จันเฮียงมิ่ง ก็ไม่ติดใจนะครับ แล้วอีกท่านหนึ่งท่านอาดิลันครับ

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ กรรมาธิการ

ท่านประธาน ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นร่างลักษณะเดียวกันกับของท่านธนะชัย ยังคงติดใจครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ติดใจ

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ กรรมาธิการ

เป็นร่างเดียวกันกับของท่านธนะชัย ยังคงติดใจครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงว่าเป็น ข้อความเดียวกัน เอาอย่างไรครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธาน ผมขออนุญาตอธิบาย

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าท่านที่มีการสงวนไว้มีทั้งหมด ๔ ท่าน ๓ ข้อความ ซึ่งในส่วน ของข้อความของท่านธนะชัย แสวงศิริผล และท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นถ้อยคำเดียวกัน ส่วนของท่านชัย จันเฮียงมิ่ง จะเป็นอีกหนึ่งถ้อยคำ แล้วก็ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ จะเป็นอีกหนึ่ง ถ้อยคำซึ่งท่านธีรัจชัยได้สละสิทธิไม่ติดใจไปก่อนแล้วในการอภิปราย แล้วก็เมื่อสักครู่ท่านชัย จันเฮียงมิ่ง ท่านขึ้นมาท่านก็ไม่ติดใจเช่นเดียวกัน ก็จะเหลือของท่านอาดิลันกับท่านธนะชัย ซึ่งเป็นถ้อยคำเดียวกัน แล้วทั้ง ๒ ท่านยืนยันที่จะติดใจท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงว่าต้องโหวต ทั้ง ๒ ความเห็นใช่ไหมครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

เป็น ๑ ความเห็น ๒ คน ๑ ความเห็น ครับท่านประธาน

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้น ก็ขอถามมติว่าท่านสมาชิกจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ หรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติ ดังนั้นจะต้องลงมติ ทำไมตัวเลขมันวิ่งอยู่ ขอใหม่ได้ไหมครับ ขอล้างข้อมูล ผมจะถามมติใหม่ เดี๋ยวสับสน เจ้าหน้าที่ล้าง เอาใหม่นะครับ ต่อไปผมจะถามมติว่าท่านสมาชิกเห็นด้วย กับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย เดี๋ยวนะครับ ผมกำลังสับสนแล้ว เมื่อสักครู่ตรวจสอบองค์ประชุมเสร็จแล้ว ต่อไปจะลงมตินะครับ ถามกันไป ถามกันมาก็เลยสับสนเลย

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ตอนนี้เป็นกระบวนการคำถามที่ ๒ ว่าเห็นด้วยกับเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปจะขอ ถามมติว่า ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วย กับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง กรุณาใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๓๒ ไม่เห็นด้วย สีแดงครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนนกันครบถ้วนยังครับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนน หรือว่าเครื่องมีปัญหาไหมครับ ถ้าลงคะแนนกันครบถ้วนแล้วขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๓ ท่าน เห็นด้วย ๘๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๔๔ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๔๕ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นนะครับ เชิญมาตราต่อไปเชิญครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๙/๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการจะใช้สิทธิอภิปรายไหมครับ กรรมาธิการไม่ใช้สิทธิในการอภิปราย สงวนความเห็นนะครับ มีท่านสมาชิกที่ขอแสดงความคิดเห็นนะครับ เนื่องจากมาตรานี้มีการ แก้ไข เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เป็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ผมจะขอใช้สิทธิสมาชิกท่านจะให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก่อนไหมครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่ไม่ได้ส่งรายชื่อผมก็เลยไม่ทราบว่ามีท่านกรรมาธิการ เชิญท่านกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยครับ

นายธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้มีการสงวน ความเห็นในมาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. .... ในมาตรา ๑๙/๒ ที่ผมได้มีการสงวนความเห็นนั้น เป็นบทบัญญัติที่เขียนเกี่ยวกับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายที่จะจ่ายให้กับบุคคลตามมาตรา ๑๙/๑ ว่ามีหลักเกณฑ์การจ่ายอย่างไร มีการเขียนไว้ใน ๔ วรรค ๕ อนุมาตรา ในส่วนที่ผม มีความเห็นแตกต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างมากจะอยู่ในเรื่องที่ผมมีการเสนอเพิ่มเติม บทบัญญัติขึ้นมา ๑ วรรคอยู่ในวรรคสามดังนี้ ค่าทดแทนตาม (๑) คือเมื่อพนักงานอัยการ มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีให้ถือเป็นเงินเยียวยาความเสียหายเบื้องต้น เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ให้จ่ายค่าทดแทนดังกล่าวให้แก่ผู้ต้องหาทันทีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง แล้วผมก็ยังมีการเพิ่มเติมถ้อยคำในวรรคท้ายที่เพิ่มเติมคำว่า ภายใต้บทบังคับบทบัญญัติ ในวรรคสาม ซึ่งเหตุผลที่ผมมีการขอเพิ่มเติมวรรคสามและเติมถ้อยคำในวรรคท้ายดังกล่าว ดังได้อภิปรายนั้นเป็นการเพิ่มเติมประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิให้กับผู้ต้องหา ในคดีอาญา อีกทั้งเป็นการยกระดับระบบการจ่ายค่าทดแทนคดีอาญา อีกทั้งให้ดียิ่งขึ้น รวดเร็วขึ้น แต่ก่อนที่จะใช้ระบบใหม่ที่ผมจะเสนอต่อสภาได้ ทางสภาผู้แทนราษฎรจะต้อง เห็นด้วยกับความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ผมได้มีการเสนอคำแปรญัตติ ไว้ในมาตรา ๑๙/๑ ก่อน ซึ่งตอนนี้ความเห็นของผมตามมาตรา ๑๙/๑ ก็ได้มีการผ่าน เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมจึงขออธิบายมาตรา ๑๙/๒ ต่อนะครับ ผมขออ่านวรรคหนึ่ง มาตรา ๑๙/๒ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเรื่องค่าทดแทน ค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัติที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากมีการแสดงความเห็นไว้มีดังนี้ (๑) ค่าทดแทนการถูกควบคุมหรือขังก่อน หรือในระหว่างสอบสวน ให้คำนวณจากวันที่ถูกคุมขังก่อนหรือในระหว่างสอบสวนในอัตรา ที่กำหนดไว้สำหรับการกักขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา (๒) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ในการรักษาพยาบาล รวมทั้งค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ หากความเจ็บป่วย ของผู้ต้องหาเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี (๓) ค่าทดแทนในกรณีที่ผู้ต้องหา ถึงแก่ความตายและความตายนั้นเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี จำนวนไม่เกิน ที่กำหนดในกฎกระทรวง (๔) ค่าขาดประโยชน์ทางทำมาหาได้ในระหว่างถูกดำเนินคดี (๕) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดี ท่านประธานครับ ใน ๕ อนุมาตราที่ผมได้กล่าวไปนั้น ตามความเห็นของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นั้นมันจะมีอยู่ ๑ อนุมาตราคือ (๑) คือค่าทดแทนการควบคุมหรือขังก่อนหรือในระหว่างสอบสวนนั้น เป็นเงินที่สามารถ คำนวณได้ทันที ไม่จำเป็นต้องผ่านระบบคณะกรรมการ เพราะวันที่ถูกคุมขังเราสามารถ ทราบได้อยู่แล้วตามหมายขังว่า บุคคลที่เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาเขาถูกควบคุมขังมาเป็น ระยะเวลาเท่าไร ถ้าเราทำตามหลักเกณฑ์ของผมที่มีการสงวนไว้จะเป็นการลดเวลา ลดขั้นตอน ลดการใช้ ดุลพินิจของคณะกรรมการพิจารณาเราจะทำให้การขอรับค่าทดแทนจากปกติเร็วที่สุด หลังจากที่มีการยื่นคำร้องขอต่อยุติธรรมจังหวัดจนถึงผู้เสียหายได้รับเงินค่าทดแทนจะใช้เวลา ๓ เดือน จะลดเหลือเพียงแค่ ๑ เดือน อีกทั้งจะทำให้ผู้ต้องหาที่เป็นผู้เสียหายมีเงินทุนเริ่มต้น ชีวิตต่อไป อีกทั้งเป็นการเยียวยาจิตใจให้กับบุคคลดังกล่าว นอกจากนั้นการที่เราสร้าง วรรคสามนี้ขึ้นมาจะทำให้ประชาชนทุกคนมีตาข่ายดักกรองว่าหากพวกเขาต้องถูกตกเป็น จำเลยในคดีอาญาและต้องเป็นแพะในคดีอาญานั้นอย่างน้อยก็จะมีเงินที่เรียกว่า ค่าทดแทน การถูกควบคุมหรือขังจ่ายให้กับเขาอย่างแน่นอน เหตุผลที่มีการเขียนกฎหมายในลักษณะ แบบนี้เพราะผมเชื่อว่าความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม โดยในห้องประชุม กรรมาธิการมีการถกเถียงในประเด็นที่ผมมีการเสนอหลักการใหม่นี้ว่าจะเป็นการทำงาน ที่ซ้ำซ้อน เพิ่มงานให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่ผมมีความเห็นที่แตกต่างจากกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ เพราะหากที่ประชุมเห็นด้วยกับความเห็นของผม ค่าทดแทนจากการ ถูกควบคุมหรือขังตามมาตรา ๑๙/๒ (๑) จะต้องไม่มีการพิจารณาโดยคณะกรรมการอีกต่อไป เพราะถ้าพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้ว ผู้ต้องหาเพียงแค่ยื่นคำร้องต่อหน่วย รับเรื่องเสร็จก็จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนให้กับผู้ต้องหาในทันที จะเหลือการพิจารณาเพียง กรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งยุติการดำเนินคดี และพิจารณาจ่ายเงินกรณีที่พนักงานอัยการ มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องเฉพาะเงินตามมาตรา ๑๙/๒ (๒) (๓) (๔) และ (๕) เท่านั้น อีกทั้ง เป็นการบังคับให้มีการจ่ายเงินค่าทดแทนการถูกควบคุมทุกกรณีอันเป็นการแสดงความ รับผิดชอบของรัฐที่ทำให้บุคคลนั้นได้รับความเสียหายจากกระบวนการยุติธรรมที่ผิดพลาด ผมจึงได้มีการสงวนความเห็นไว้ตามที่แจ้งครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนความเห็นอีกไหมครับ ไม่มีนะครับ ขอเชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ในฐานะสมาชิกผู้อภิปราย เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ถึงแม้ผมจะเป็นกรรมาธิการ แต่ว่าในมาตรา ๑๙/๒ นั้น ผมจะขอใช้สิทธิ ในฐานะสมาชิกอภิปรายด้วยเหตุที่ ๒ ประการด้วยกัน ประการที่ ๑ ก็คือว่ามีการแก้ไข ในส่วนของกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็ประการที่ ๒ นั้นมีบางประเด็นของกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยที่ผมคิดว่า จำเป็นต้องปักหมุดทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนต่อผู้นำกฎหมายฉบับนี้ไปบังคับใช้ ท่านประธานครับ กรณีของมาตรา ๑๙/๒ นั้นเป็นกรณีที่มีการแก้ไขว่าในท้ายที่สุดนั้นการกำหนดค่าทดแทนหรือค่าใช้จ่ายต่อกรณีของ ผู้ต้องหาที่มีการเพิ่มเข้ามาในพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นจะต้องมีเรื่องของหลักเกณฑ์และ วิธีการในการดำเนินการอย่างไร สิ่งที่กรรมาธิการเพิ่มเข้าไปมีอยู่ ๓ จุดด้วยกันครับ ซึ่งก็สอดคล้องกับกรณีของมาตรา ๑๙/๑ ที่ได้มีการแก้ไขไปก่อนหน้านี้แล้ว จุดที่ ๑ ก็คือว่า เวลาที่เราพูดถึงค่าทดแทนนั้นให้หมายถึงการถูกควบคุมหรือขังก่อน หรือในระหว่าง การสอบสวน อันนี้สำคัญนะครับ เพราะว่าเวลาเราพูดถึงกระบวนการในการสอบสวน เรามักจะนึกถึงกระบวนการเมื่อเริ่มขึ้นในขั้นการสอบสวนที่เป็นทางการแล้วเท่านั้นแต่ว่า ในหลายครั้งคนที่เรียนกฎหมาย คนที่เคยสัมผัสอยู่กับพี่น้องประชาชน ท่านสมาชิก หลายท่านมาจากต่างจังหวัดท่านทราบดีว่ามีการนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปจับตัว ไปคุมขังไว้ก่อน แม้กระทั่งในบางคดีเมาไม่ขับต่าง ๆ ก็มีการคุมขังไว้ก่อน ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วมันส่งผลกระทบ ต่อสิทธิและเสรีภาพของเขา ฉะนั้นจุดนี้จึงมีการแก้ไข ซึ่งผมคิดว่าเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนครับ อีกจุดหนึ่งที่มีการแก้ไข ก็คือในวรรคสาม ที่พูดถึงว่ากรณีที่ผู้ต้องหามีคำขอนั้นมันจะต้องมีรายละเอียดที่เห็นชัด ระหว่างเรื่องของการยุติการดำเนินคดีกับมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี เพื่อนสมาชิกผม ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ หรือแม้กระทั่งท่านอัยการที่ตอบหลาย ๆ ท่าน ก็ตอบชัดเจนว่ามันมีทั้งความเหมือน มีทั้งความซับซ้อน มีทั้งความแตกต่างระหว่างกรณีของ การยุติการดำเนินคดีหรือสั่งไม่ฟ้องคดีแบบใดอย่างไรในมาตราก่อนหน้านี้ไปแล้ว ๒ สิ่งนี้ เป็นประเด็นที่ผมเห็นด้วยครับ แต่สิ่งที่ผมจำเป็นต้องอธิบายครับเพราะว่าเมื่อสักครู่ในการ ทำความเข้าใจต่อมาตรา ๑๙/๑ ที่วันนี้เสียงข้างน้อยกลับมาเป็นเสียงข้างมากแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติไปแล้วนั้นมีอยู่ ๑ ประโยคที่สำคัญครับว่าในท้ายที่สุดหาก แก้ไปตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นจะถือเป็นการตัดอำนาจของคณะกรรมการหรือไม่ ท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายครับว่าการที่มีคณะกรรมการนั้นเป็นไปตามมาตรา ๗ แล้วก็มาตรา ๘ เป็นต้นไปที่ว่าด้วยหมวดหมู่ของคณะกรรมการ และหากจะมีการแก้ไข มาตรา ๑๙/๑ ที่ลงมติไปแล้วโดยเฉพาะกรณีมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนั้นเท่ากับว่าต่อไปนี้ คณะกรรมการจะไม่มีแล้วหรือ คณะกรรมการจะไม่มีสิทธิพิจารณาอีกแล้วหรือ อันนี้เป็นการ แก้ไปขัดต่อหลักการที่ไม่ได้รับมาหรือไม่ ผมยืนยันในสภาแห่งนี้นะครับไม่ได้กระทบต่อ หลักการตรงนี้อย่างไร ในขณะเดียวกันครับไม่ได้เป็นการตัดสิทธิคณะกรรมการแบบเด็ดขาด หรือในทำนองกลับกันก็คือว่าบทบาทของคณะกรรมการยังมีอยู่ครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ทาง ท่านธนะชัยก็อธิบายเพิ่มเติมว่าเมื่อมีการแก้ไขมาตรา ๑๙/๑ ไปแล้ว เพื่อให้ล้อกันก็ต้องมี การแก้ไขมาตรา ๑๙/๒ ไปพร้อมกันด้วย มาตรา ๑๙/๒ คืออะไรครับ มาตรา ๑๙/๒ ก็คือ กรณีที่เขาบอกว่าค่าทดแทนตาม (๑) พูดง่าย ๆ ก็คือว่าค่าที่ไปจำกัดหรือไปกระทบต่อ สิทธิเสรีภาพของเขานี่เมื่อเราแก้มาตรา ๑๙/๑ ไปแล้วเฉพาะจุดนี้คณะกรรมการไม่ต้องมี อำนาจในการพิจารณาอีกครับ ขังเขามากี่วัน ขังเขามาเท่าไรโดยที่ท้ายที่สุดมีคำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องคดี แบบนี้ต้องจ่ายเต็มร้อยที่เรียกว่าค่าทดแทนตาม (๑) แต่อย่างไรก็ตามค่าทดแทน มันไม่ได้มีแค่วงเล็บเดียวครับ มันยังมีค่าใช้จ่ายใน (๒) มีค่าตอบแทนใน (๓) มีค่าขาดประโยชน์ (๔) มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดีใน (๕) ต่าง ๆ ร่างมาตรา ๑๙/๒ ที่ท่านธนะชัย ได้ขอสงวนความเห็นไว้นี้เขียนไว้ชัดในบรรทัดสุดท้ายเลยครับหรือในวรรคท้าย บอกชัดเจนว่า ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคสาม พูดง่าย ๆ ก็คือแล้วเขียนต่อมีถ้อยคำ ซึ่งเป็นถ้อยคำ ที่อยู่ในร่างหลักอยู่แล้วก็คือว่า คณะกรรมการอาจกำหนดให้ผู้ต้องหาได้รับค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายเพียงใดหรือไม่ก็ได้โดยคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีความเดือดร้อนของผู้ต้องหา และโอกาสที่ผู้ต้องหาจะได้รับการชดเชยความเสียหายทางอื่นด้วย พูดกันแบบสรุปความ ก็คือว่าต้องยืนยันครับว่าอันนี้ไม่ใช่เป็นการตัดอำนาจคณะกรรมการเด็ดขาด คณะกรรมการ ตัดเด็ดขาดเฉพาะกรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีเรื่องค่าทดแทนต้องจ่าย แต่ในรายละเอียดว่าจะจ่ายแค่ไหน จะมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอย่างไร จะมีค่าขาดประโยชน์ อย่างไร มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดีแบบใดประการใด ผมเห็นว่าซึ่งทางผู้แทน หน่วยงานท่านอาจจะช่วยยืนยันว่าความเห็นผมถูกต้องหรือไม่ ผมเห็นว่าคณะกรรมการยังมี อำนาจในการพิจารณาอยู่ครับ และคณะกรรมการก็มีอำนาจในการพิจารณาโดยคำนึงถึง ความหนักเบา ความเดือดร้อนต่าง ๆ ฉะนั้นในประเด็นที่ผมนำเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อยืนยันว่าเราพิจารณาไม่ได้กระทบต่อหลักการที่รับมา ไม่ได้กระทบต่ออำนาจของ คณะกรรมาธิการที่ไม่ได้มีการแก้ไขมา หากจะกระทบก็เฉพาะประเด็นเดียวคือการที่ พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีและต้องจ่ายค่าทดแทนเขา ส่วนรายละเอียด ค่าอื่น ๆ นั้นคณะกรรมการยังมีอำนาจในการพิจารณาอยู่ ผมยืนยันว่านี่คือเจตจำนงของ ท่านธนะชัยแล้วก็ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ในการสงวนความเห็น และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ขอความเห็นจากท่านทางกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า ท่านอยากจะตอบท่านธนะชัย ก็ได้ แต่มาตรา ๑๙/๑ เราแก้มาแล้ว มาตรา ๑๙/๒ อาจจำเป็นต้องแก้ให้สอดคล้องกัน หรือในขณะเดียวกันท่านอาจจะตอบให้ผมสบายใจ ให้เพื่อนสมาชิกชัดเจนนิดหนึ่งว่าสิ่งที่ ผมคิดนั้นสอดคล้องกับร่างของท่านธนะชัยที่ได้มีการสงวนความเห็นหรือไม่นะครับ ก็ขอ อนุญาตนำเรียนต่อท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกทั้งหมด กราบขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ ชี้แจงครับ เชิญท่านประธานครับ

นายขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม ประธานกรรมาธิการ ในประเด็นนี้เราถกเถียงกันมาก มีทั้งอัยการ ทนาย ผู้พิพากษา และข้าราชการตำรวจ และสำนักงานกระทรวงยุติธรรม ในประเด็น ๑๙/๒ นี้ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ยังยืนยันตามร่างที่ได้แก้ไขมา ส่วนเหตุผลนั้นขอเชิญตัวแทนจาก กระทรวงยุติธรรมซึ่งอยู่ในอนุกรรมาธิการและกรรมาธิการชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา และที่ประชุมที่เคารพ ผม ธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และในฐานะอนุกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่าที่ทางท่านกรรมาธิการ ธนะชัยได้กรุณานำเสนอต่อที่ประชุม ซึ่งขออนุญาตนำเรียนโดยเฉพาะประเด็นในค่าทดแทน (๑) ว่าที่ท่านเสนอเรื่องของค่าทดแทนตาม (๑) เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี ให้ถือเป็นการเยียวยาค่าเสียหายเบื้องต้น เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วให้จ่ายค่าทดแทนดังกล่าว ให้ผู้ต้องหาทันทีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้ว่า เหตุที่ทางกรรมาธิการไม่ได้กำหนดตรงนี้ลงไปในร่างฉบับที่กรรมาธิการพิจารณาเนื่องจากว่า

ประเด็นแรก ในแนวปฏิบัติที่ผ่านมาในเรื่องของการขอรับการเยียวยา ซึ่งในการ เยียวยานี้มีหลาย Item ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าทดแทนการถูกคุมขังค่าใช้จ่ายที่ จำเป็นต่อการรักษาพยาบาล ค่าทดแทนกรณีที่ถึงแก่ความตาย หรือค่าขาดประโยชน์ ทำมาหาได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินคดี ซึ่งเวลาที่ตัวไม่ว่าจะเป็น ผู้เสียหาย จำเลย หรือผู้ต้องหาที่จะมายื่น ในการพิจารณานี้ก็จะเป็นการพิจารณาในทุก รายการไปในครั้งเดียว ซึ่งในการปฏิบัติที่ผ่านมาโดยเฉพาะกรณีของจำเลยต่าง ๆ เราไม่ได้มี การพิจารณาที่ใช้ระยะเวลานานเกินเหตุ โดยแนวปฏิบัตินี้เรากำหนดมาตรฐานในเรื่องของ การพิจารณาการเยียวยาไว้อยู่ที่ ๒๑ วัน ซึ่งตรงนี้แล้วทางกรรมการก็ได้พิจารณาเป็นไปตาม แนวทางและขั้นตอนที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน หากเรื่องของการกำหนดค่าทดแทน มีการจ่ายทันทีเมื่ออัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีให้เป็นลักษณะของการจ่ายอัตโนมัติ ก็อาจจะกระทบต่อหน่วยปฏิบัติที่จำเป็นจะต้องมีการดำเนินการที่ซ้ำซ้อนหลายอย่างตามที่ ท่านให้ข้อสังเกตไว้ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีเพิ่มเติม หรือไม่ครับกรรมาธิการ เชิญครับ

นายธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่มีการสงวน ความเห็นในมาตรานี้ไว้ ขออนุญาตครับ สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงมากกว่าการทำงานมากขึ้น ของหน่วยงานที่พิจารณาเรื่องเกี่ยวกับค่าทดแทนคดีอาญาคือความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความ ไม่ยุติธรรมครับ ซึ่งการที่จะพิจารณาจ่ายเงินค่าทดแทนให้กับผู้เสียหายในคดีอาญาเท่าที่ผม สัมผัสและมีการพูดคุยกับหน่วยงานที่เป็นผู้รับเรื่องคือยุติธรรมจังหวัด ในเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีการพูดคุยกับหน่วยงานนั้น ประเด็นคือระยะเวลาในปัจจุบันเร็วสุดคือ ๓ เดือน แต่ถ้าเกิด สมมุติว่ามาตรา ๑๙/๒ ของเราผ่าน ระยะเวลาจะร่นไป ๑ เดือน หลังจากที่มีการยื่นคำร้อง ต่อหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งผมมองว่าเราไม่ควรที่จะเอาเรื่องที่ว่าหน่วยงานราชการจะต้องทำงาน หนักขึ้นไปจำกัดสิทธิของประชาชน ประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ เสียงข้างมากก็ยืนนะครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังติดใจครับ

นายธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ผมติดใจครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังติดใจ อย่างนั้นก็ต้องขอโหวตนะครับ ก่อนที่จะขอมติก็จะต้องตรวจสอบองค์ประชุม ในเมื่อมี กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็น แล้วก็ยังติดใจในคำชี้แจง ดังนั้นแล้วก็จะเป็น ๒ คำถามนะครับ คำถามแรกก็จะเป็นเรื่องของจะเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ หลังจากนั้นแล้ว มติในที่ประชุมถ้าเห็นด้วยกับการแก้ไขก็จะถามต่อเนื่องว่า จะเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวน คำแปรญัตติ เพราะฉะนั้นเป็น ๒ คำถาม ดังนั้นก่อนที่จะถามมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกได้เข้ามา กดบัตรแสดงตนครับ เชิญครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก กรุณาเข้ามาเพื่อเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

๒๒๖ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๒๖ นะครับ ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วเสียบบัตร กดปุ่มแสดงตนครับ ยังมีท่านสมาชิกอีกจำนวนมากที่กำลัง ทยอยกันเข้ามา รอสักครู่นะครับ แสดงตนกันครบหรือยังครับ ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๖๒ บวก ๑ เป็น ๒๖๓ ท่าน

ครบองค์ประชุมครับ ต่อไปผมจะถามมติในที่ประชุมเป็น ๒ คำถามนะครับ คำถามแรก จะถามว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ หลังจากนั้นถ้ามีการแก้ไขก็จะถามต่อว่าท่านจะ แก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนคำแปรญัตติ ถามคำถามแรกนะครับ ต่อไปเป็นการลงมติว่าท่านผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไขกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขคือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ ท่านเห็นด้วย กับการแก้ไขให้กดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดควร งดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนน กันครบหรือยังครับ มีท่านใดเครื่องมีปัญหา

นายทรงยศ รามสูต น่าน

ทรงยศ ๑๔๓ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๔๓ ครับ

นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

๑๖๖ เห็นด้วย

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๖๖ ครับ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนนะครับส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๘ บวก ๒ เป็น ๓๒๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ ต่อไปจะถามว่าท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ก่อนลงคะแนน ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

กรุณา แสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ ท่านกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

แสดงตน กันหรือยังครับ มีท่านใดเครื่องมีปัญหาไหมครับ แสดงตนกันครบหรือยังครับ มีเพิ่มเติม ไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตนครับ ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๖๑ ท่าน

ครบองค์ประชุม ต่อไปจะถามมติที่ประชุมว่า ถ้าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ใช้สิทธิลงคะแนนได้แล้วครับ ท่านใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น คือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนกัน ครบหรือยังครับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนบ้างครับ หรือบัตรมีปัญหา ไม่มีเพิ่มเติมนะครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๔ ท่าน เห็นด้วย ๘๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ต่อไปเชิญมาตรา ต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ แก้ไข มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก มาตรา ๑๐ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ ในกฎหมายเดิม คณะกรรมาธิการ มีการแก้ไข ดังนั้นผมจะให้ที่ประชุมพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราที่แก้ไขเพิ่มเติมตาม กฎหมายเดิม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ วรรคสอง ขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๐ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีกรรมาธิการ ที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ๓ ท่าน มีท่านธนะชัย แสวงศิริผล ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ และ ท่านเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ ๓ ท่านนะครับ ขอเชิญท่านแรกก่อนครับท่านธนะชัย แสวงศิริผล เชิญครับ

นายธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม ธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้มีการสงวนความเห็น ในร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา มาตรา ๑๐ นี้โดยมาตรา ๑๐ นี้ประกอบด้วย ๒ มาตรา ของพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ซึ่งจะเป็นกรณีที่ คล้าย ๆ กับประเด็นที่ผมได้มีการอภิปรายไว้ในมาตรา ๙ เมื่อสักครู่แต่ที่แตกต่างกันก็คือ ในมาตรา ๙ จะเป็นการบัญญัติสิทธิของผู้ต้องหา แต่ในมาตรา ๑๐ จะเป็นการพูดถึงบุคคล ที่ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาแล้ว ผมขอพูดถึงมาตรา ๒๐ ที่เป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับบุคคล ที่เป็นจำเลยในลักษณะใดบ้าง ที่จะมีสิทธิได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายในคดีอาญา ซึ่งมีการ เขียนเงื่อนไขไว้ทั้งหมด ๓ วรรค ๒ อนุมาตรา ส่วนที่ผมมีความเห็นแตกต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างมากจะอยู่ใน (๑) และใน (๓) มาตรา ๒๐ (๑) ของกรรมาธิการเสียงข้างมากบัญญัติไว้ดังนี้ (๑) เป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดี โดยพนักงานอัยการซึ่งในกรณีนี้ถ้าเกิดจำเป็นที่ประเทศญี่ปุ่นที่มีการฟ้องคดีอาญาเพียงระบบ เดียวคือพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องผมก็คงไม่ติดใจที่จะมีปัญหาสงวนคำแปรญัตติไว้ตามนี้ แต่หากกฎหมายของประเทศไทยการที่จะตกเป็นจำเลยในคดีอาญานั้นตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาสามารถมาได้ ๒ ทางคือ โดยช่องทางที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง กับกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องเอง โดยหากมีการเขียนกฎหมายเช่นตามที่ความเห็นของ กรรมาธิการเสียงข้างมากก็จะเกิดจำเลย ๒ ประเภท จำเลย ๒ แบบ จำเลยประเภทหนึ่ง มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในคดีอาญา จำเลยอีกประเภทหนึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ในคดีอาญา ซึ่งผมมองว่ามันขัดต่อหลักความเท่าเทียมของบุคคลในประเทศนี้

ประเด็นต่อไป หากจำเลยที่ถูกฟ้องโดยพนักงานอัยการกับจำเลยที่ถูกฟ้อง โดยราษฎรมีความแตกต่างกันนั้นมันทำให้สิทธิของจำเลยทั้ง ๒ คนนี้แตกต่างกันเป็น อย่างมาก ในห้องกรรมาธิการเรามีการถกเถียงในประเด็นนี้โดยมีการให้เหตุผลว่าในกรณี ที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องเองความผิดไม่ได้เกิดจากกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้เกิดความ เสียหาย ความเสียหายไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งผมเห็นต่างจากความเห็นของกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่เพราะผมเห็นว่าผู้พิพากษาที่พิจารณามีคำสั่งประทับรับฟ้องหรือมีคำสั่งใหม่ ประทับรับฟ้องก็ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานรัฐเช่นกัน การสั่งปล่อยตัวไม่ปล่อยตัวชั่วคราวก็เป็น อำนาจของศาลที่พิจารณาเช่นกัน คนที่พิจารณาก็คือผู้พิพากษาก็เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เราจะ บอกว่าการที่บุคคลตกเป็นจำเลยในกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้ ก่อให้เกิดความเสียหายนั้นผมว่าฟังไม่ขึ้นครับ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมไม่ขัดต่อหลัก รัฐธรรมนูญเรื่องความเสมอภาคผมจึงขอสงวนคำแปรญัตติดังนี้ ใน (๑) เป็นจำเลย ในคดีอาญาที่ศาลรับฟ้องไว้ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ฟ้องโดยพนักงานอัยการเป็นผู้เสียหายหรือ หน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา ๒๐ (๓) ของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีการ บัญญัติว่ามีการถอนฟ้องในระหว่างการดำเนินคดีศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องและคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดซึ่งสามารถอธิบายความ ได้ว่าจำเลยมีสิทธิจะได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีการถอนฟ้องต่อศาลมีคำสั่ง จำหน่ายคดีหรือกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องนั้นจะต้องผ่านด่านอรหันต์ เหมือนเช่นมาตรา ๑๙/๑ ที่ชื่อว่าคณะกรรมการเป็นองค์กรเหนือคำพิพากษาศาลชี้ถูกชี้ผิด ได้ว่าคำพิพากษาของศาลนั้นถูกหรือไม่ เป็นการใช้อำนาจตุลาการที่ซ้ำซ้อน อำนาจตุลาการ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องแต่คณะกรรมการพิจารณาว่าจำเลยไม่ควรได้ เงินค่าทดแทนเพราะเป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด สรุปอำนาจของอรหันต์ใหญ่กว่าศาล ไม่จ่ายเงินให้กับจำเลยเป็นการเขียนกฎหมายที่ ย้อนแย้งเป็นอย่างมากทำให้เกิดความลักลั่นมากหากคณะกรรมการวินิจฉัยขัดกับศาล ผมจึงไม่เห็นด้วยกับความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมากในประเด็นนี้ แต่ในส่วนกรณีที่มี การถอนฟ้องในระหว่างการดำเนินคดีหรือศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นผมเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากว่าจะต้องมีการผ่านคณะกรรมการก่อน เนื่องจากในกรณีที่มีการสั่งจำหน่ายคดีนั้นยังไม่ได้มีการพิจารณาว่า บุคคลที่จำเลย ที่ศาลมี คำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ เราจึงต้องมีการพิจารณาเป็นราย ๆ ไปว่า บุคคลนั้นควรได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ ผมจึงขอแปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติดังนี้ (๓) เมื่อมีการถอนฟ้องในระหว่างการดำเนินคดี หรือศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี และคณะกรรมการ พิจารณาแล้วปรากฏว่าข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลย ไม่กระทำความผิด หรือเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็น กรรมาธิการที่สงวนความเห็นอีกท่านหนึ่งครับ ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เชิญครับ

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ต่อประเด็นตามมาตรา ที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการแก้ไขไว้ด้วย ส่วนตัวผมเองแล้วก็ ได้เห็นด้วยในส่วนที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้เพิ่มเติมเข้าไปในมาตรา ๒๐ ของพระราชบัญญัติค่าเสียหาย ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายจำเลยในคดีอาญา แต่มีในส่วนที่ผม จะขอเพิ่มเติมเข้าไปในมาตรา ๒๐ ก็คือเป็นกระบวนการพิจารณาจ่ายตามมาตรา ๒๐ (๓) ในมาตรา ๒๐ (๓) เราสามารถจะแยกกลุ่มคนที่มีสิทธิที่จะได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายได้ เป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ ก็คือกลุ่มเมื่อคดีมีการถอนฟ้องในระหว่างการดำเนินคดี กับกลุ่มที่ ๒ ก็คือเมื่อคดีศาลสั่งจำหน่ายคดี กรณี ๒ กลุ่มนี้ผมเห็นด้วยที่ต้องให้มีคณะกรรมการพิจารณา ในเนื้อหาสำนวนว่า จำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามที่ถูกฟ้องหรือไม่ อย่างไร หรือการ กระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดต่อกฎหมายหรือไม่ เหตุผลที่ต้องให้คณะกรรมการ พิจารณาก่อนจ่ายค่าทดแทนเนื่องจากว่าข้อเท็จจริงในสำนวนตามข้อกล่าวหาหรือคำฟ้อง เรายังไม่ได้รับการพิสูจน์ในกระบวนการพิจารณาของศาลแต่อย่างใด จึงเห็นสมควรที่จะต้อง ให้มีคณะกรรมการพิจารณาลงไปในเนื้อหาว่าผู้ที่ถูกกล่าวหานั้น หรือผู้ที่เป็นจำเลยนั้น เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่ อย่างไร แต่อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่จำเลย ที่เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง กลุ่มนี้คณะกรรมการมีหน้าที่พิจารณาเช่นเดียวกัน แต่มีหน้าที่พิจารณาว่าคนกลุ่มนี้ครบองค์ประกอบที่จะต้องจ่ายหรือไม่ อย่างไร ไม่ได้ไปพิจารณา ในเนื้อหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานที่ทำให้ศาลพิพากษายกฟ้องด้วยเหตุอันควร สงสัยหรือไม่ อย่างไร แต่คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาเพียงว่าเขาเหล่านั้นเป็นบุคคล ตรงตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๐ หรือไม่เท่านั้นเอง จำเลยกลุ่มนี้คือกลุ่มที่ศาลพิพากษายกฟ้องแล้ว มันผ่านกระบวนการสืบสวนสอบสวน ผ่านกระบวนการพิจารณาของศาลยกฟ้อง ไม่ว่า จะเป็นยกฟ้องด้วยเหตุอะไร ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้มันสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ไม่ว่า จะเป็นมาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๙ ซึ่งหลายท่านได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบุคคล ผู้ซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพมีสิทธิได้รับการเยียวยาจากรัฐ หรือให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาจำเลยไม่มีความผิด แล้วก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า บุคคลใดได้กระทำผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ การแก้ไข ในมาตรา ๒๐ (๓) นี้ถือว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชน องคาพยพต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรมของไทยจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เพื่อยกมาตรฐานเช่นเดียวกัน งานสืบสวน งานสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐาน การใช้กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้พยานหลักฐานมีความน่าเชื่อถือ ศาลพิพากษาได้เที่ยงตรงและแม่นยำ การควบคุมตัว การคุมขัง ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในระหว่างการพิจารณา ในระหว่างการต่อสู้คดี ให้ทำเท่าที่จำเป็นอันนี้ระบุไว้ชัดในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ การไม่ให้ประกันตัวต้องเป็นไป ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หลักแล้วต้องให้ได้รับการประกันตัว การไม่ให้ประกันตัว เป็นข้อยกเว้นก็ต้องไปว่ากันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งหมดนี้ เป็นหลักการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ทั้งสิ้น แม้ว่าในอดีตอาจจะเคยมีคดีที่ศาล พิพากษายกฟ้องและคณะกรรมการเองได้รับคำร้องขอรับเงินเยียวยาค่าทดแทนค่าใช้จ่าย แต่มีการพิสูจน์ว่าคดีบางคดียังมีข้อสุ่มเสี่ยงว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะเหตุอันควรสงสัยในพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดียาเสพติด มีการยกประเด็นมาในการถกเถียงกันในคณะกรรมาธิการว่า จำเลยเป็นผู้ที่กระทำความผิด คดียาเสพติด ได้ถูกลงโทษในคดีหนึ่ง แต่อีกคดีหนึ่งศาลพิพากษายกฟ้องเราจะไปเหมารวม เลยว่าคนที่กระทำความผิดในคดีอาญา ๑ คดี และอีกคดีจะต้องเป็นผู้กระทำความผิด อย่างแน่นอน อันนี้เป็นหลักการที่ไม่น่าจะถูกต้องนัก หรือกรณีที่มีการยกมา ตัวอย่าง ในกรณีศึกษาในกรรมาธิการในชั้นพิจารณาว่าในคดีลักทรัพย์มีการเก็บรวบรวม พยานหลักฐาน นิติวิทยาศาสตร์ ลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุได้ แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง และบุคคลดังกล่าวมาขอรับเงินเยียวยา เงินค่าทดแทนค่าใช้จ่ายจำเลยในคดีอาญา คณะกรรมการก็ไม่จ่ายให้ แต่เราไม่สามารถจะรู้ลึกลงไปได้ว่าเหตุใด อะไร ทำไมถึงให้ศาล พิพากษายกฟ้อง ยกตัวอย่าง ๒ กรณีนี้นะครับ เป็นกรณีที่ไม่ใช่เป็นกรณีปกติ มันเกิดจาก ความบกพร่องของพยานหลักฐาน เกิดจากความบกพร่องของการรวบรวมพยานหลักฐาน เกิดจากความหละหลวมในการใช้หลักการที่ถูกต้องในการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เราจะ เอาเหตุที่มีความบกพร่องเหล่านั้นมาทำลายหลักการใหญ่ในการคุ้มครองสิทธิของ พี่น้องประชาชนผมยังมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก ประเด็นเหล่านี้ผมเชื่อว่าท่านที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนตลอดระยะเวลาที่ พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีการบังคับใช้นะครับ คดีที่ศาลพิพากษายกฟ้อง ไปขอรับเงิน เยียวยาก็ไม่ได้รับการเยียวยาเพราะคณะกรรมการไม่จ่ายให้ โดยเฉพาะท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาสและ ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา ผมเชื่อว่าตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมาท่านได้รับเรื่องร้องเรียน โดยเฉพาะคดีความมั่นคง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๙๙ เปอร์เซ็นต์ผมว่าได้ ไม่เคยได้รับการ เยียวยาตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้เลย กฎหมายฉบับนี้เราแก้ไขเพื่อให้คนทั้งประเทศได้รับความ เป็นธรรม ได้รับการอำนวยความยุติธรรมอย่างแท้จริงตามกฎหมาย แต่เนื่องจากคำสงวน ของผมนี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับที่ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านธนะชัย แสวงศิริผล ได้ขอสงวน ไว้แล้วก็ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้แล้ว ผมถือว่าเนื้อหาของผมในมาตรา ๒๐ (๓) สอดคล้องกัน เป็นเนื้อหาเดียวกัน จึงขอถือตามร่างที่ท่านธนะชัยได้ขอสงวนไว้ ในส่วนของผมนี้ผมไม่ติดใจ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายฉลาด ขามช่วง รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ คุณเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ

นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม เอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมขอสงวนไว้ในประเด็นของ ความยุติธรรมหรือการคุ้มครองสิทธิที่น่าจะทั่วถึงกับทุกคนในประเด็นส่วนของมาตรา ๑๐ ที่ไปแก้ไขมาตรา ๒๐ ผมติดใจเฉพาะ (๑) เท่านั้นเองครับ เราเริ่มจากนิยามก่อนนะครับ นิยามคำว่า จำเลย หมายความว่าบุคคลซึ่งถูกฟ้องต่อศาลว่าได้กระทำความผิดอาญา อันนี้ ไม่มีข้อทุ่มเถียงแต่ประการใด เพราะเป็นข้อความตามร่างกฎหมายเดิมที่ประกาศใช้ไว้ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ แต่พอเรามาจับร่างที่เราดำเนินการแก้ไขที่รับหลักการ แล้วที่เสียงส่วนใหญ่ ให้ความเห็นชอบด้วยบอกว่าจำเลยที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทน ค่าใช้จ่ายต้องเป็นจำเลย ที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ ตรงนี้มาสะดุด สะดุดตรงไหนครับ เพราะว่าในประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีครับว่าการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ปัจจุบันนี้เป็น ๓ ช่องทางแล้วครับ ช่องทางที่ ๑ คือผู้เสียหายเป็นคนฟ้องคดีได้ด้วย ช่องทางหลักคือพนักงานอัยการแล้วก็ยังมี หน่วยงานอื่น แต่เมื่อปรากฏว่าร่างฉบับนี้ที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่รับมาบอกว่าจำเลย ที่จะได้รับทดแทนค่าเสียหายในคดีอาญาได้เฉพาะบุคคลที่พนักงานอัยการฟ้องต่อศาลเท่านั้น ผมยกตัวอย่างให้ท่านสมาชิกได้เห็นภาพมากขึ้นนะครับ คดีที่เกิดจากการกระทำความผิด จากการใช้เช็ค ผู้เสียหายเขาฟ้องเอง สุดท้ายก็ไปแจ้งความดำเนินคดี เจ้าพนักงานตำรวจ ก็ออกหมายเรียกแล้วก็ประกันตัว หรือถ้าไม่ได้ประกันตัวประการใดก็จะต้องถูกขังไว้ที่โรงพัก หรือที่ใดก็สุดแท้แต่นะครับตั้งหลายวัน ก็เกิดกระบวนการความเสียหายเกิดขึ้นทั้งตัวจำเลยเอง เมื่อหลังจากนั้นถูกฟ้องต่อศาล มีกระบวนการไต่สวนมีมูลหรือไม่มีมูลก็ว่ากันไปครับ แต่ก่อนหน้านั้นเขาถูกขังมาแล้ว นอกจากนั้นในระหว่างที่เขาถูกจับตัวมา มีหมายจับไปจับตัวมา เขากำลังจะประกอบอาชีพทำหน้าที่การงานอยู่ จะมีรายได้วันละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ก็สุดแท้แต่ แต่เมื่อเขาต้องผละจากร้านที่เขาประกอบอาชีพอยู่แล้วไปถูกจำคุกถูกขังระหว่าง สอบสวนอยู่ที่ สน. รายได้เขาหายไป ๒๐-๓๐ วันตรงนี้ ถ้าเป็นจำเลยตามกฎหมายที่เรารับมา ปรากฏว่าเราเป็นผู้เสียหายฟ้องเองนะครับ จำเลยคนนี้ไม่ได้รับการชดเชยและเยียวยาตาม พ.ร.บ. นี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยขอสงวนเติมไปใน (๑) ว่าจำเลยในที่นี้ให้หมายความ รวมถึงจำเลยที่ถูกฟ้องโดยผู้เสียหายหรือหน่วยงานอื่นด้วย ส่วนข้อความอื่น ๆ นั้นผมก็ เห็นด้วยกับร่างของท่านธนะชัย แสวงสิริผล ที่ผมสงวนไว้ผมก็ไม่ติดใจ ขอถือว่าร่างคุณธนะชัย แสวงสิริผล เป็นการโหวตในวันนี้ครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปผู้แปรญัตติครับ เชิญคุณธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชนครับ ผมขออนุญาตอภิปรายท่านในฐานะแปรญัตติและ สงวนคำแปรญัตติ รวมถึงร่าง สส. ไปเลยเพื่อจะได้อภิปรายในส่วนของร่างคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากด้วย ในส่วนของมาตรา ๒๐ เขาบัญญัติไว้ว่าจำเลยที่มีสิทธิรับค่าทดแทนและ ค่าใช้จ่ายต้อง (๓) มีการถอนฟ้องในระหว่างการดำเนินคดีหรือศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี เสียออกจากสาระบบความ หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องและคณะกรรมการ พิจารณาแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้กระทำผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่ได้ กระทำความผิด นี่คือสิทธิที่จะรับ ในส่วนร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีข้อที่จะต้อง สังเกตอย่างแรงอย่างน้อย ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของที่บอกว่าศาลมีคำสั่งให้ จำหน่ายคดีเสียออกสารบบความ กรณีศาลจำหน่ายสารบบความจริง ๆ แล้วลึกลงไปตาม มาตรา ๑๓๒ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและประมวล วิ.อาญาก็ต้องใช้ด้วยกัน การจำหน่ายไม่ใช่มีอย่างเดียว การจำหน่ายคดีสารบบความมีทั้งหมด ๒ แบบ คือแบบ จำหน่ายคดีเด็ดขาดกับจำหน่ายคดีชั่วคราว การจำหน่ายคดีเด็ดขาดเช่นการถอนฟ้อง จำเลย ทิ้งฟ้องไม่มาศาล คู่ความทั้ง ๒ ฝ่ายไม่มาระหว่างคดี อันนี้สั่งจำหน่ายคดีเด็ดขาดออกเสียจาก ระบบความ นั่นคือก็ตัดขาดไปเลย แต่อีกกรณีหนึ่งเป็นกรณีของการจำหน่ายคดีชั่วคราว การจำหน่ายคดีชั่วคราว เช่น การที่ จำเลยหลบหนี วิกลจริต ไม่สามารถดำเนินคดีต่อไปได้หรือไม่สามารถมาศาลได้ กรณีนี้สำคัญ ถ้าเราเขียนกว้าง ๆ ว่าจำหน่ายคดีเสียโดยความแล้วสามารถได้รับค่าชดเชยโดยกรรมการ พิจารณาได้แล้วอันนี้มีปัญหาค่อนข้างแน่ เพราะว่าถ้าจำเลยหลบหนีถามว่าได้เลยใช่ไหม ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากตอบได้ไหม จำหน่ายคดีชั่วคราว ผมว่าตอบยากว่าหลบหนี เสร็จแล้วจ่ายค่าชดเชยให้กรรมการพิจารณา ผมว่าตรงนี้มันจะขัดแย้งและคลาดเคลื่อน และลักลั่นกัน ตรงนี้ในส่วนตัวผมเอง ผมเห็นร่างของท่านธนะชัยกับท่านอาดิลันค่อนข้างจะ แก้ปัญหานี้ไว้ ในกรณีของการจำหน่ายคดีชั่วคราวนั้นก็ให้กรรมการพิจารณาได้ว่าจะจ่ายให้ หรือไม่เพียงใด กรณีมีทางออกที่ดี ส่วนตอนท้ายของท่านท่านธนะชัย ท่านอาดิลันก็บอกว่า ถ้าเป็นการยกฟ้องทั้งหมดก็ต้องจ่าย ไม่มีข้อยกเว้นกรณีอย่างนี้เป็นร่างที่ค่อนข้างลงตัว ผมคิดว่าในส่วนคณะกรรมการนี่ควรจะพิจารณาถึงเพียงใด หรือกรณีของจำหน่าย คดีชั่วคราวว่าควรจะให้เพราะมันมีแยกทั้งชั่วคราวแล้วก็ในกรณีที่จำหน่ายคดีเด็ดขาดจะมา ใช้ทุกกรณีและกรรมการขึ้นมา โดยหลักการแล้วเหมือนกับมาตรา ๑๑๙/๑ มาตรา ๑๑๙/๑ ก็คือให้สิทธิจ่ายความผิดของรัฐที่ดำเนินคดีจะต้องจ่ายทุกกรณี แต่มีข้อยกเว้นบางกรณี ที่จะต้องพิจารณาในส่วนตรงนี้เท่านั้นเอง กรณีของท่านธนะชัยผมพอรับได้ ท่านอดิลัน และผมเชื่อว่าในส่วนของการพัฒนาตรงนี้มันจะสอดคล้องกับมาตรา ๑๙/๑ และเป็น แนวเดียวกัน ตรงนี้การร่างกฎหมายถ้าเกิดมันลักลั่นมาเอาเป็นร่างของฝ่ายเสียงข้างมากอีก ก็จะกลับกัน หลักมันจะขัดกันในกฎหมายฉบับเดียวกัน ดังนั้นในส่วนที่สงวนคำแปรญัตติไว้ ผมขออนุญาตไม่ติดใจ แต่ขอให้ใช้ในส่วนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านธนะชัยกับท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เพื่อเป็นร่างหนึ่งที่ให้สอดคล้องกับมาตรา ๑๙/๑ แล้วก็มาตรา ๒๐ นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ เชิญคุณปิยรัฐ จงเทพ ผู้แปรญัตติครับ เชิญครับ

นายปิยรัฐ จงเทพ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ปิยรัฐ จงเทพ ผู้แทนราษฎรเขตพระโขนงและบางนา พรรคประชาชน ขออนุญาตร่วมในการอภิปรายในการสงวนคำแปรญัตติ ผมขอสงวนในมาตรา ๑๐ ไว้ ในเรื่อง ของการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย แก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๒๐ วรรคสาม วรรคแรก (๓) และวรรคสอง โดยผมขอตัดคำว่า ถึงที่สุด ออก อันนี้คือความตั้งใจของผมว่าทำไมถึงต้องตัดเพราะว่า ในใจความของมาตรานี้เป็นการกำหนดสิทธิของจำเลย ในการได้รับสิทธิค่าทดแทน แล้วก็ สิทธิในการรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งใน (๓) วรรคแรกนั้นให้สิทธิจำเลยในการเรียกร้อง ค่าทดแทนได้ หากว่ามีการถอนฟ้องในระหว่างหรือคำพิพากษาถึงที่สุด คำนี้ครับ ท่านประธาน ผมถึงบอกว่าขอคำว่า ถึงที่สุด ตัดออก เนื่องจากว่าอะไร เนื่องจากว่าเราเชื่อ ในเรื่องของหลักคุ้มครองสิทธิของจำเลย เราเขียนอยู่ในรัฐธรรมนูญชัดเจน หลายท่าน พูดถึงแล้วในมาตรา ๒๙ วรรคสอง ก็เขียนไว้ชัดเจนว่าถ้ายังไม่ถึงที่สุด ยังไม่มีการพิพากษา ถึงที่สุดเขาคือผู้บริสุทธิ์อยู่ ถ้าเราเชื่อหลักนี้ โดยเฉพาะหลักการสากลก็มีรับรองเรื่องนี้ไว้ ที่เราเรียกว่า Perception of Innocent ก็อยู่ในกฎหมายสากลระหว่างประเทศ ถ้าเราเชื่อ ในเมื่อเขาอยู่ในกระบวนการที่ยังไม่ได้พิพากษาให้จำคุกถึงที่สุด นั่นหมายความว่าเขายังคือ ผู้บริสุทธิ์อยู่ และยิ่งศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ก็แล้วแต่ยกฟ้อง ต่อให้ถูกจำคุกอยู่ หรือถูก ใส่โซ่ตรวน ถูกใส่กุญแจมือก็ต้องปล่อยทันที นั่นถือว่าเขาบริสุทธิ์แล้ว เหตุไฉนเราจึงไม่ตัด คำนี้ออกเพื่อเยียวยาชดใช้ให้เขาจะได้หมดวาระในเรื่องของการต้องมาเยียวยาต่อเนื่อง หลังจากที่ศาลฎีกาหรือศาลสูง ต่อให้กลับคำพิพากษาก็แล้วแต่ สุดท้ายแล้วเราก็จะต้องมา ดำเนินการโดยกลไกที่เราเรียกว่าคณะกรรมการอยู่ดี ตามมาตรา ๑๙ ก็ระบุไว้ชัดว่า หากปรากฏในภายหลังว่ามีแนวทางการกลับคำพิพากษาหรืออะไรก็แล้ว ก็ให้หน่วยงาน ที่เป็นคณะกรรมการเป็นเรียกไล่เบี้ยกลับคืนมาในส่วนที่ได้จ่ายไป มันก็มีกลไกนี้รองรับกัน อยู่แล้ว เพราะผมเข้าไปในห้องประชุมกรรมาธิการท่านกรรมาธิการก็ชี้แจงแบบนี้ว่าอาจจะเป็นภาระ ในช่วงที่เกิดมีการกลับคำพิพากษาในศาลสูง ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วยทำไมต้องผลักภาระไป ให้ประชาชนที่เขาต่อสู้คดีอยู่ แล้วก็มาบอกว่าเป็นภาระของหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ มีเงินเดือนกิน เจ้าหน้าที่รัฐมีกฎหมายคุ้มครอง ฉะนั้นเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ลำบากเท่ากับ ประชาชนที่เขาต้องพิสูจน์สิทธิตัวเอง พิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเองก็นานพออยู่แล้ว ยังต้องมา รอกระบวนการที่ล่าช้าไม่รู้อาจจะเสียชีวิตไปก่อนก็ได้และถ้าท่านบอกว่าเป็นห่วงว่ารัฐจะต้อง มาแบกรับความเสี่ยงนี้ ผมถามว่าท่านไม่แบกรับความเสี่ยงเพิ่มหรือเกิดกรณีศาลสูงยืน ตามศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ว่ายกฟ้อง ค่าเสียหายที่เพิ่มขึ้นแต่ละวัน ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น แต่ละวันที่เขาจะฟ้องร้องรัฐเสียหายเหมือนกัน รัฐก็ต้องชดใช้เหมือนเดิม ฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าเรายึดมั่นตามหลักการสากลอย่างที่ท่านกรรมาธิการพูดเกริ่นตอนต้นว่าเรากำลังจะทำ กฎหมายให้เป็นสากลขึ้น ผมถามว่าทำไมไม่ทำให้สุดไปเลย แบบประเทศฝรั่งเศส แบบประเทศ เยอรมนี เขาก็มีตั้งแต่คุ้มครองตั้งแต่สิทธิจำเลย หลังศาลชั้นต้นยกฟ้องเขาชดเชยให้ทันทีเลย ไม่ต้องไปรอศาลอุทธรณ์ ไม่ต้องไปรอศาลฎีกา ฉะนั้นผมจึงบอกว่าถ้าจะทำให้เป็นสากลก็ทำ ตั้งแต่ตอนนี้ คุ้มครองสิทธิประชาชนจริง ๆ ไม่ต้องไปรอให้มีกระบวนการถึงศาลฎีกา เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไร ฉะนั้นผมอยากจะให้เป็นไปตามแนวทางนี้ เพียงแต่ว่าได้มีการพูดคุยกับ เพื่อน ๆ กรรมาธิการหลายท่าน ก็เข้าใจว่ายังมีหลายเรื่องที่ต้องปรับต้องแก้ โดยเฉพาะ กระบวนการที่ผมว่ามาในการทวงเงินติดตามเงินต้องมีกระบวนการออกระเบียบออกมา เพิ่มเติมซึ่งยังไม่พร้อมในเวลานี้ผมก็เข้าใจได้ ฉะนั้นผมจึงบอกว่าถ้าเป็นไปในทางนี้เข้าใจ แนวทางนี้ผมก็เห็นด้วยแล้วเข้าใจในสถานการณ์ ณ เวลานี้ท่านประธาน จึงไม่ได้ติดใจ ในประเด็นนี้ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณหมอ ชลน่าน ครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผม อดิศรครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณหมอ ชลน่านก่อนครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานอนุญาตผมหรือยังครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณหมอ ชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิสมาชิกในร่างมาตรา ๑๐ แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๒๐ เอาเฉพาะมาตรา ๒๐ เรื่องสิทธิของจำเลยที่จะได้รับค่าตอบแทน ท่านประธาน ประเด็นที่ผมอภิปรายจริง ๆ ผมต้องอภิปรายเฉพาะประเด็นที่กรรมาธิการ แก้ไข นั่นคือตามข้อบังคับ แต่ด้วยความเคารพท่านประธานเท่าที่ผมได้ตรวจสอบดูจาก เพื่อนสมาชิกที่ได้สงวนคำแปรญัตติเป็นเสียงข้างน้อย พยายามมาตั้งแต่มาตรา ๑๙/๑ มา ประเด็นที่ผมจะสอบถามท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ ก็คือว่าสิทธิที่จำเลยจะได้รับค่าตอบแทนท่านเขียนไว้ในมาตรา ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติม (๑) (๒) (๓) หรือ (๓) ประเด็นที่ผมดูแล้วในชั้นรับหลักการจริงอยู่พวกเราดูเฉพาะหลักการ ตัวบท อาจจะไม่ดูรายละเอียดมาก เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการต้องไปดู แต่พอกลับมาในชั้นนี้ กรรมาธิการมีการแก้ไขมาตรานี้ ผมเลยมีคำถามเพิ่มเติม ต้องขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ อาจจะไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ผมไม่มีสิทธิที่จะอภิปรายในประเด็นที่ไม่แก้ไข ไม่มีสิทธิอภิปราย ในประเด็นที่เพื่อนกรรมาธิการสงวนความเห็นหรือเพื่อนสมาชิกได้สงวนคำแปรญัตติไว้ ผมในฐานะที่ไม่เป็นผู้แปรญัตติหรือไม่เป็นผู้ที่สงวนความเห็นไว้ไม่มีสิทธิ แต่ว่าในมาตรานี้ ผมมีข้อสอบถามไปยังกรรมาธิการ เมื่อท่านแก้ไขแล้วถ้อยคำที่น่าจะขัดกันในกฎหมายฉบับนี้ กับกฎหมายหลัก ใน (๓) ผมขออนุญาตอ่านให้ประธานฟัง ประโยคสำคัญ และกรรมการ พิจารณาแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลย ไม่เป็นความผิด ซึ่งเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการเสียงข้างน้อยพยายามแปรญัตติ แล้วเสนอ ความเห็นสงวนความเห็นเอาไว้มาปรับแก้ อย่างเช่นท่านอาดิลัน แล้วก็กรรมาธิการที่พยายาม สู้อยู่ข้างบน ผมขออนุญาตผมจำชื่อท่านไม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่กรรมาธิการต้องไปดูว่าการเขียนอย่างนี้ในกฎหมายฉบับนี้สามารถถือปฏิบัติ ได้หรือไม่ เพราะอะไรครับ เพราะกรรมการชุดนี้เขามีหน้าที่และอำนาจที่บันทึกหรือเขียนไว้ ในมาตรา ๘ ของกฎหมายหลักเดิม กรรมาธิการชุดนี้เรียกกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน ผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ผมขออนุญาตท่านประธาน อ่านบทบาทหน้าที่ของกรรมการชุดนี้ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ จะช่วยดูว่า การไปเพิ่มหน้าที่ให้กรรมการชุดนี้ไปพิจารณาคดีชอบด้วยหน้าที่และอำนาจเขาหรือไม่ หน้าที่ของกรรมการ มีอำนาจดังต่อไปนี้ ๑. พิจารณาอนุญาตค่าตอบแทน ค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ พิจารณาอนุญาตค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทนนะครับ ๒. เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการในการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายและจำเลย ในคดีอาญา ตลอดจนออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศต่าง ๆ เพื่อดำเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ๓. มีหนังสือสอบถามไปยังบุคคลให้มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือข้อมูลหรือสิ่งอื่นจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา พิจารณาในการ ให้ค่าตอบแทน ๔. ปฏิบัติการอื่นใดที่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ตรงไหนครับ เขียนไว้ตรงไหนที่ให้คุณมีหน้าที่ไปดูว่าเขาทำผิด ไม่ทำผิด เขียนไว้ตรงไหนครับ ฝากท่านประธานให้กรรมาธิการช่วยชี้แจงด้วย ถ้าเขียนอย่างนี้ในกฎหมายฉบับเดียวกัน ตัวบทบัญญัติมันขัดแย้งซึ่งกันและกัน ถ้ายอมรับอย่างนี้เรามีโอกาสครับ ถ้ามันขัดแย้งกัน เราไปแก้ในชั้นของการพิจารณาหลังจากพิจารณาครบทุกมาตรา กลับมาทบทวนเรื่องของ ถ้อยคำหรือข้อความที่มันขัดแย้งกัน เราอาจจะปรับแก้ตรงนั้นได้ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะเยาวชนและประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เข้าร่วม สัมมนา เรื่อง คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การ มหาชน และกองทุน กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ตามวิถี ประชาธิปไตย รุ่นที่ ๒ จำนวน ๑๗๐ ท่าน ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น มาตราที่เรา กำลังอภิปรายนี้คือมาตรา ๑๐ มีการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ก่อนที่ผมจะสอบถามเรื่อง ค่าเสียหายที่ท่านแก้ไขไป ผมเปิดดูใน (๔) ว่ากรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ท่านได้มีโอกาสเดินทาง ไปดูงานต่างประเทศด้วย ผมอ่านแล้วอ่านอีกจริงหรือเปล่า ก็ได้ความว่าคณะกรรมาธิการ วิสามัญเดินทางไปศึกษาดูงานและเจรจาธุรกิจในต่างประเทศเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นด้านกฎหมาย นโยบาย มาตรการและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการช่วยเหลือ เยียวยา ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และจำเลยในคดีอาญา ในระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑๕ ถึงวันศุกร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ณ ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะลงรายละเอียดผมอยากสอบถามว่าที่ท่านไป ดูงาน ผมก็ดีใจด้วยนะครับ จะได้หูกว้างตาไกลดูว่าประเทศญี่ปุ่นเขามีวิธีที่จะให้ค่าตอบแทน ต่อผู้เสียหายหรือจำเลยอย่างไร ท่านไปดูงานนั้นท่านได้เอาประสบการณ์ที่ท่านไปดูงานมา บรรจุแก้ไขในกฎหมายที่ท่านได้แก้ไขไว้ประการใดบ้าง เพราะว่าการไปดูงานโดยกรรมาธิการ วิสามัญ หรือแม้กระทั่งกรรมาธิการสามัญบางคนก็คัดค้านว่าไม่ควรเดินทางไป เดี๋ยวนี้ เทคโนโลยีทันสมัยกดปั๊บก็ดูได้เลย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากดูรายชื่อว่าท่านไปศึกษาดูงานได้ประการใด เพื่อมาประกอบใน กระบวนการยุติธรรม ผมมีปัญหากับอัยการมากครับ เพราะผมเป็นผู้ใช้บริการตกเป็นจำเลย ในคดีอาญาหลายคดีแต่เป็นคดีอาญาในทางการเมือง พนักงานอัยการมีอำนาจหน้าที่ในการที่ จะวินิจฉัยสั่งไม่ฟ้องคดีก็ได้ ท่านมีอำนาจตุลาการครึ่งหนึ่งของท่าน แต่ส่วนมากอัยการไม่ใช้ คำสั่งไม่ฟ้องครับ เรื่องอะไรจะรับเรื่องต่าง ๆ มาไว้ที่อัยการ โยนไปให้ศาลดีกว่า ยกตัวอย่าง กรณีของผมนี่ล่ะครับ ผมได้รับความเมตตากรุณาสูงสุดจากพนักงานอัยการของท่านนั่นล่ะ วินิจฉัยว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ผ่านฟ้าราชประสงค์ ท่านวินิจฉัยบอกว่าเป็น ผู้ก่อการร้าย ท่านสั่งฟ้องผู้ก่อการร้าย ๒ ชุด ชุดแรกคนที่ไม่ได้ไปไหน ส่วนชุดที่ ๒ จับกุม คุมขังไม่ทันการณ์กับกรณีของจำเลยชุดแรก ลี้ภัยไปต่างประเทศ ในที่สุดสู้คดีไปสู้คดีมา ชุดแรกศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นก็ยกฟ้องไปหมดคดีถึงที่สุด อัยการสูงสุดไม่ฎีกา ส่งอานิสงส์ มาพวกผมก่อการร้ายชุดที่ ๒ เอาไปเอามาอัยการสูงสุดขอถอนฟ้อง ผมเลยไม่เชื่อน้ำยา พวกท่าน ท่านมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องตั้งแต่ต้นแล้ว คดีการเมืองไม่ควรไปรกโรงรกศาล แต่ท่าน ไม่ได้ใช้อำนาจนี้ ผมถามหน่อยพวกผมจะมีโอกาสได้รับค่าเสียหายจากกรรมาธิการเสียงข้างมาก แก้ไขหรือเปล่าครับ เสียเวลาเหมือนกันประกัน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ มีบางครั้งคนไม่ไปพัทยา ท่านตัดสินคดีแรกไปแล้ว ๔ ปี วันที่ ๗ ตุลาคมนี้จะพิพากษาคดี พวกผม พวกผมไม่ได้เดินทางไปพัทยาเลย ไม่ได้ปฏิกิริยาอะไรทั้งสิ้นที่พัทยา แต่ได้รับเกียรติ จากอัยการสั่งฟ้องพวกผมให้เป็นจำเลย ยุ่งยากจนปัจจุบันนี้ครับ อย่างนี้เรียกค่าเสียหายได้ หรือเปล่า ไม่ได้ถามเล่น วันนี้ใส่เสื้อพระราชทานของคนยโสธรมาเพื่อประกาศศักดิ์ศรีว่า อีสานลาวผมก็มีสีสันเหมือนกัน แต่ไม่อยากให้ถูกอัยการสั่งฟ้องโดยโยนอะไรก็ไม่รู้ไปให้ศาล ทั้ง ๆ ที่ตนเองมีบทบาทมีอำนาจหน้าที่ในการทำหน้าที่ได้ กรรมาธิการชุดนี้ไปดูงานถึงญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเขามีเรื่องอย่างพวกเราหรือเปล่า ขังไว้ก่อนไม่ให้ประกัน หรือว่าให้ประกันก็มีเงื่อนไข ญี่ปุ่นเขาทำแบบประเทศไทยเราหรือไม่ ไม่ทราบว่าผมอภิปรายเรื่องอะไรนะครับ แต่สุดท้าย ก็คือว่าที่ถูกฟ้องและถูกสั่งจำหน่ายคดีเป็นจำเลยจะมีโอกาสได้รับค่าตอบแทน ค่าทดแทน ค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาดังที่ผมกราบเรียนย่อ ๆ หรือเปล่า ขอเอกสารรายการสรุปที่ ไปดูงานญี่ปุ่นหน่อย ไม่ได้อิจฉาตาร้อนนะครับ ก็อยากให้หูแจ้งตาสว่าง จะได้ไม่ต้องมาโจมตีกัน ว่าคุณไปต่างประเทศคุณก็ใช้เงินภาษีอากร ไม่ต้องโจมตี ถ้ามีก็มอบให้แก่ที่ประชุมด้วย ขอกราบ ขอบพระคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ สำหรับร่างในมาตรา ๒๐ นี้ก่อนอื่นผมเห็น กรรมาธิการเสียงข้างมากที่ทำออกมาแล้วผมคิดว่าเสียของ เพราะว่าในการที่จะชดเชย ตามข้อความในมาตรา ๒๐ (๑) จำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการเท่านั้น ผมคิดว่า เป็นการจำกัดสิทธิ ประชาชนราษฎรที่ฟ้องคดีด้วยกันเองแล้ว Pass ไปอยู่ในเขตอำนาจ ศาลเลย เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกก็พูดถึงบทบาทของอัยการ บทบาทในชั้นตำรวจไปแล้ว ก็คงไม่ปฏิเสธว่าเห็นไปในทำนองเดียวกัน แต่มันจะมีคดีอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับที่เพื่อนสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนามก็คือท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ซึ่งได้สงวนความเห็นและแปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติเอาไว้ ซึ่งผมเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่จะต้องแก้ไขว่าใน (๑) ควรจะเป็นกรณีที่ผู้เสียหายหรือหน่วยงาน อื่น ๆ ที่ถูกศาลรับฟ้องไว้ด้วย เพราะอะไรครับท่านประธาน จำนวนมากในคดีที่ศาลมีคำสั่ง มีมูลแล้วมิให้ประกันตัว สุดท้ายราษฎรต้องถูกคุมขัง และเวลาในคดีของศาลยุติธรรมก็จะมี การลงตารางกำหนดการพิจารณา ซึ่งคดีที่อัยการฟ้องจำนวนหนึ่งจะพิจารณาเร็วหน่อย อาจจะเดือน เดือนครึ่ง แต่อันนี้เป็นไปไม่ได้ครับ ถ้าคดีที่ราษฎรฟ้องเองยิ่งเป็นคดีฉ้อโกง คดีทั่วไป ไปโน่นเลยครับ ๖ เดือน ปีหนึ่ง ดังนั้นในคดีที่ถูกคุมขังอยู่ในความรับผิดชอบที่มี หมายขัง สุดท้ายเมื่อพิจารณามาแล้วไม่ผิด ไม่ผิดเราจะชดเชยเขาอย่างไรครับท่านประธาน ดังนั้นในส่วนที่ท่านณัฐวุฒิแปรญัตติเอาไว้ว่า ใน (๑) เป็นจำเลยในคดีอาญาที่ศาลรับฟ้องไว้ แล้วไม่ว่าจะเป็นในคดีที่ฟ้องโดยพนักงานอัยการ ผู้เสียหายหรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมาย บัญญัติน่าจะครอบคลุมมากกว่านี้ ผมขออภิปรายในฐานะสมาชิกว่าจริง ๆ ควรจะเป็นแนวนี้ ๒. ก็คือเรื่องของประเด็นที่บอกว่าการถูกควบคุมหรือขัง ก่อนหรือในระหว่างการสอบสวนคดี หรือในการพิจารณา ซึ่งกรรมาธิการก็ได้เห็นไปในแนวทางเดียวกันซึ่งไม่ติด และในส่วนที่ ๓ ก็คือ (๓) และมีการถอนฟ้องในระหว่างการดำเนินคดีหรือศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสีย ออกจากสารบบความ ซึ่งในส่วนของการจำหน่ายคดีก็มีความเป็นห่วงเช่นกัน เหมือนที่ เพื่อนสมาชิกท่านธีระชัยได้อภิปรายไปแล้ว ดังนั้นเมื่อดูโดยภาพรวมทั้งหมดที่กรรมาธิการ ได้แปรญัตติมา ผมในฐานะสมาชิกผมไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติไว้คือท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม น่าจะมีน้ำหนัก และบังคับใช้ ในทางปฏิบัติที่เป็นธรรม นี่ผมยังไม่พูดว่าในเรื่องของการช่วยเหลือเท่ากับว่าท่านเลือกปฏิบัติ คดีหนึ่งที่ไปสายพนักงานสอบสวนซึ่งดำเนินคดีช้า กว่าจะไปถึงขั้นตอนต่าง ๆ นี่ท่านบอกว่า โอเค ชดเชยเยียวยาให้ถ้ากรณีไม่ผิด แต่อีกสายหนึ่งที่ไปฟ้องคดีต่อศาลเองท่านมองไม่เห็นเลย และผมถามว่าการที่เขาไปร้องทุกข์เอาไว้ที่ สน. เช่น เป็นคดีที่ต้องร้องทุกข์ภายใน ๙๐ วัน คดีที่เป็นความผิดต่อส่วนตัว อย่างนี้เขาไม่ควรได้รับการชดเชยหรือครับ อย่ามองข้ามนะครับ อย่างคดีง่าย ๆ หมิ่นประมาท แม้ว่าศาลให้ประกันตัว แต่บางคนต้องถูกไปขัง ๑ วัน ก็มีแบบนี้ ท่านน่าจะดูให้รอบด้าน และที่เพื่อนสมาชิกท่านชลน่าน ศรีแก้ว ถามขึ้นไป ผมก็ถามอยากให้ กรรมาธิการตอบในทำนองเดียวกันว่ามันตัดอำนาจคณะกรรมการหรือเปล่า อยากให้ ท่านกรรมาธิการช่วยชี้แจงหน่อยว่าสุดท้ายรวมทั้งระบบหากเราแก้แบบนี้แล้วคณะกรรมการ ชุดนี้ถูกตัดอำนาจไหม ท่านช่วยยืนยันบันทึกไว้ในที่ประชุมนี้หน่อย ขอบพระคุณท่านประธาน ครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญกรรมาธิการตอบชี้แจงครับ เชิญครับท่านประธานกรรมาธิการ เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้แสดง ความเห็นอย่างกว้างขวาง ก็ขออนุญาตเรียนท่านอย่างนี้ครับ กฎหมายนี้เป็นกฎหมายแก้ไข และเรื่องอำนาจของคณะกรรมการที่พิจารณานั้นเราต้องเขียนให้มันสอดคล้องกับอำนาจของ คณะกรรมการ บางอย่างที่เราต้องการเราไม่อาจไปถึงที่สุดได้นะครับ ประเด็นที่คงความเห็น ตามร่างที่เราเสนอมานี้จะได้ให้ท่านธีรยุทธ แก้วสิงห์ ได้ยืนยันเหตุผลว่าเราทำไมส่วนใหญ่ ถึงมีความเห็นตามที่เสนอมานี้ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ตอบคำถามท่านอดิศรด้วยว่ากรณีที่ เกิดขึ้นกับท่านนี่มีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว หรือกฎหมายที่แก้ไขใหม่นี้ หรือไม่ แล้วก็ประเด็นที่กรณีที่ต้องมีคำว่าถึงที่สุด มีความจำเป็นอย่างไร เดี๋ยวท่านอังคาร ขอความกรุณาได้ชี้แจงประเด็นนี้ด้วยนะครับ เพราะเรียนว่าในฐานะที่ผมเป็นประธาน กรรมาธิการได้ระดมความเห็นของกรรมาธิการ ซึ่งมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ กระบวนการยุติธรรมนี้อย่างกว้างขวางมาก แล้วประเด็นที่เราไปต่างประเทศเดี๋ยวจะมี กรรมาธิการที่ไปดูงานต่างประเทศสัก ๑ หรือ ๒ ท่าน ลุกขึ้นชี้แจงว่าไปทำอะไรได้มา แล้วก็ ท่านอดิศรก็อยากจะได้เอกสาร ก็จะมอบให้นะครับ ก็เรียนท่านประธานว่าในประเด็นที่เรา รับฟังท่านมาทั้งหมดนั้น ด้วยความเคารพต่อความเห็นของทุกท่าน ด้วยข้อจำกัดในหลักการ และกฎหมายเดิมที่มีอยู่เราคิดว่าร่างที่เสนอนี้เป็นร่างที่ดีที่สุดแล้วที่สอดคล้องกับกฎหมายเดิม ส่วนรายละเอียดผมจะให้ท่านธีรยุทธได้ชี้แจง และท่านอังคารได้ชี้แจง หรือกรรมาธิการอื่น ต้องการจะชี้แจงก็เชิญได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญกรรมาธิการตอบคำถามเพื่อนสมาชิกที่ยังสงสัยอยู่นะครับ ตอบสั้น ๆ ตรงประเด็น เชิญครับ

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธีรยุทธ แก้วสิงห์ อนุกรรมาธิการ ขออนุญาตนำเรียนในข้อชี้แจง ในการแก้ไขมาตรา ๑๐ โดยเฉพาะมาตรา ๒๐ ในเรื่องของ (๑) ที่บอกว่า จำเลยที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนและ ค่าใช้จ่ายต้องเป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ ด้วยกฎหมายฉบับนี้นะครับ เจตนารมณ์เดิมของกฎหมายก็คือว่าต้องการที่จะให้เกิดการเยียวยาในกรณีของจำเลย ที่เกิดขึ้นจากเรื่องของความบกพร่องของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องของ การช่วยเหลือจากกรณีที่เกิดจากการกระทำของรัฐเป็นสำคัญนะครับ ซึ่งในกรณีนี้ ในกระบวนการพิจารณาที่ผ่านมาโดยเฉพาะกระบวนการดำเนินคดีอาญา หลัก ๆ นี้จำเลย ก็จะถูกดำเนินคดีอาญาโดยรัฐก็คือพนักงานอัยการในการสั่งฟ้อง เหตุที่ยังคงให้เป็นคดี ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ในการฟ้องเนื่องจากว่ารัฐเองมีบทบาทสำคัญตั้งแต่กระบวนการ จับกุมสอบสวนการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องของการตรวจสอบก่อนที่จะ มีความเห็นสั่งฟ้องคดี ซึ่งในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์นั้นรัฐมีบทบาทน้อยกว่า แล้วก็ความ เสียหายที่เกิดขึ้นนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวก็อาจจะเป็นได้ หรืออาจจะมี การใช้สิทธิดังกล่าวโดยไม่สุจริตหรือว่ามีการกลั่นแกล้งผู้อื่นได้นะครับ เหตุผลที่เราคงในส่วน ของการที่จะให้จำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ขออนุญาตนำเรียนว่าในเหตุที่ไม่อาจที่จะตัดในเรื่องของคดี ถึงที่สุดออกจากตัวร่างกฎหมาย เนื่องจากว่าในกรณีที่ต้องรอคดีถึงที่สุดนะครับเพราะว่า ที่ผ่านมานี้มีหลายกรณีที่ศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้อง แล้วก็ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาตัดสิน ลงโทษ ซึ่งก็จะไม่ไปสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ต้องการเยียวยาผู้ที่เป็นผู้บริสุทธิ์จริง ๆ อันนี้ ก็เลยต้องคงเรื่องของศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องไว้ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ มีกรรมาธิการจะตอบไหมครับ

นายอังคาร เพชรอาวุธ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายอังคาร เพชรอาวุธ พนักงานอัยการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการครับ มีหลาย ประเด็นที่จะต้องตอบ มีทั้ง (๑) (๒) และ (๓) เมื่อสักครู่นี้ (๑) ท่านรองอธิบดีได้ตอบที่ประชุม ไปแล้ว ประเด็นต่อมาเป็น (๓) เหตุผลว่าทำไมจำเลยที่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนนั้น จะต้อง เป็นคดีที่ถึงที่สุดก่อน เพราะว่าผลของคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น มันมีการเปลี่ยนแปลง ศาลมี ๓ ชั้น ชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาครับ ทีนี้เราต้องไปพิจารณาว่าคำพิพากษาของ ศาลชั้นต้นเท่าไร ที่ศาลฎีกากลับ ศาลชั้นต้นก็มีไม่น้อยครับ มีไม่น้อยที่สุดท้ายแล้วมีการ เปลี่ยนแปลงและกลับความเห็น ถ้ากรณีคณะกรรมการได้จ่ายหรือชำระไปก่อนแล้ว ในขณะที่ ศาลยกฟ้องแต่ท้ายที่สุดศาลตัดสินลงโทษเขา แสดงว่าการดำเนินการ การถูกควบคุมต่าง ๆ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อการดำเนินการหรือการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐต่าง ๆ ตั้งแต่ศาลชั้นต้นเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายเขาจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนครับ เพราะสุดท้ายเราต้องถือคำพิพากษาศาลสูงสุดครับ คือคดีในศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์ แล้วแต่กรณีครับ กรณีนี้ถ้าเราจ่ายก่อนแสดงว่าเขาไม่มีสิทธิได้รับนะครับ อันนี้ประเด็นที่ จะต้องนำไปพิจารณา

ส่วนอีกประเด็น ๑ ที่เป็นข้อน่ากังวลที่ท่านหมอชลน่านตั้งข้อสังเกตมา ซึ่งท่านตั้งข้อสังเกตมาก็ถือว่าเป็นข้อสังเกตที่ดี ท่านถามว่าในข้อที่ ๓ ทำไมคณะกรรมการถึง มีอำนาจ ไปเขียนว่ากรรมการมีอำนาจพิจารณาความผิดของจำเลยอีกครั้งหนึ่ง การเขียน เช่นนี้จะไปขัดแย้งกับมาตรา ๘ เดิมหรือไม่ ตรงนี้ในขณะที่เข้าประชุมผมก็เห็นแล้วแต่ไม่ได้ โต้แย้งหรือทักท้วงใด ๆ เพราะอย่างนี้ครับ เพราะเหตุผลว่ามาตรา ๘ ของกฎหมาย เป็นอำนาจของคณะกรรมการครับ เขาเขียนไว้กว้าง ๆ ครับท่าน เขาเขียนว่ามีอำนาจอนุมัติ แต่ข้อ ๑๙ และ ๒๐ ไม่ใช่อำนาจครับ เป็นหลักเกณฑ์ครับ หลักเกณฑ์ที่จะต้องอนุมัติ การจะอนุมัติได้เป็นข้อจำกัดของคณะกรรมการครับ คณะกรรมการจะอนุมัติได้ต้องผ่าน หลักเกณฑ์ ๑ ๒ และ ๓ ของ (๑๙) และ (๒๐) มาก่อน ของ (๒๐) มาก่อน เพราะฉะนั้นเมื่อ มันเป็นข้อจำกัดการใช้อำนาจ อย่างไรเสียผมก็มองว่าไม่ขัดแย้งกับมาตรา ๘ ครับ ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการตอบครบถ้วนนะครับ กรรมาธิการตอบอีกหรือไม่ครับ มีสมาชิกสงสัยครับ เชิญคุณชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ด้วยความเกรงใจท่านประธานและ ท่านประธานกรรมาธิการ และกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกครับ คำถามที่ผมถามไป ผมไม่ได้รับคำตอบครับ ประเด็นเรื่องของผู้ต้องหากับจำเลย ผู้ต้องหานี่ยังไม่เข้าสู่ กระบวนการ จำเลยเข้าสู่กระบวนการแล้วนี่แน่นอนครับหลักการถ้าจำเลยหรือผู้ต้องหา ถูกพิสูจน์ว่าไม่เป็นผู้กระทำความผิด เขาได้รับการเยียวยาทดแทน ในหลักการที่เรารับมา นะครับ พิสูจน์ว่าเขาไม่ได้กระทำความผิด เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่คุณไปจองจำเขา ไปจับกุมเขา คุมขังเขา ในช่วงนั้นเขาต้องได้รับค่าทดแทนเยียวยาตามกฎหมายบัญญัติ ได้อะไรว่าไป แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมเองติดใจ และกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ติดใจ คุณธนะชัยก็ติดใจ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านกรรมาธิการซีกเราหลายท่านก็ติดใจ ประเด็นคือเพิ่มอำนาจกรรมการ คณะกรรมการตามมาตรา ๗ ที่เรียกว่าคณะกรรมการพิจารณาจ่ายค่าทดแทนเยียวยานั่นล่ะครับ ท่านไปเพิ่มอำนาจเขาให้มีหน้าที่ในหลายมาตราเลย ตั้งแต่มาตรา ๑๙ เป็นต้นมา มาตรา ๑๙/๑ ท่านใช้คำว่าและคณะกรรมการพิจารณาแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ต้องหามิได้กระทำ ความผิด หรือการกระทำของผู้ต้องหาไม่เป็นความผิด มาตรา ๒๐ ก็เติมหลังจาก ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว กรณีเป็นจำเลย ท่านเติมอีกบอกว่า และปรากฏข้อเท็จจริงว่า กรรมการตรวจแล้วพบว่าไม่เป็นความผิด สังเกตนะครับมันมีคำว่า และ ต่อท้าย หลายท่าน พยายามช่วยแก้ เสียงข้างน้อยชนะมาแล้วในมาตรา ๑๙/๑ ท่านยอมว่า ถ้าเป็นอัยการหรือ ชั้นอัยการถ้ายุติคดีถอนฟ้องนั้นก็ให้กรรมการไปช่วยดูได้ว่าผิดหรือไม่ผิด ผมเองไม่ได้เห็นด้วย นะครับ แม้จะพยายามแก้อย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าอำนาจหน้าที่ของกรรมการชุดนี้ ท่านไปอ่านมาตรา ๗ องค์ประกอบกรรมการในมาตรา ๗ และมาตรา ๘ ที่เป็นหน้าที่และ อำนาจของกรรมการชุดนี้ มีอนุมาตราไหนที่ให้เขาไปพิจารณาว่าผิดหรือไม่ผิด เขามีหน้าที่ เฉพาะว่าเขาไม่ผิดแล้วมาพิจารณาค่าเสียหายให้จะจ่ายมากจ่ายน้อยใจจ่ายใคร จ่ายคนเดียว จ่ายหลายคน ตามหน้าที่และอำนาจเขาในมาตรา ๘ ทีนี้พอท่านมาแก้ไขเพิ่มเติม ท่านไปเพิ่ม หน้าที่ว่าและพิจารณาความผิดเขาว่าผิดหรือไม่ผิดถึงจะไปจ่าย แม้ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ผมถามประเด็นนี้ครับ ถามว่าทำไมท่านไม่แก้ออก เพราะเรารู้ว่าเรารับหลักการไปเราไม่ได้ดู ตัวบทในรายละเอียดมันมีปรากฏอันนี้อยู่ แต่ท่านไปดูรายละเอียดแล้ว ถ้าท่านเห็นว่า มันน่าจะย้อนแย้งกันกับหน้าที่และอำนาจ ท่านก็ใช้หน้าที่ของกรรมการแก้ตัดออกเสีย ผมถามอย่างนี้ถ้าท่านไม่ตอบผมว่ามันมีหลายมาตรามากที่มันย้อนแย้งกันอย่างนี้ วิธีการ ถ้าท่านเห็นชอบกับผม ท่านพิจารณาไปทั้งร่าง จบแล้วกลับมาพิจารณาถ้อยคำ ข้อความที่ ขัดแย้งกัน ท่านมาขอตัดตรงนั้นกฎหมายก็จะได้ไปไว แต่ถ้าท่านไม่ทำตรงนั้น ท่านถอน เอาไปทำใหม่ตั้งแต่มาตรา ๑๙/๑ ไล่ไปจนถึงมาตราที่มีคำว่า และคณะกรรมการพิจารณา แล้วว่าไม่เป็นความผิด เอาออกให้หมดในความเห็นผมนะ ไม่อย่างนั้นท่านต้องไปแก้ มาตรา ๘ ครับ เติมอำนาจหน้าที่ของเขาเข้าไป ถ้าท่านจะคงตรงนี้อยู่ท่านไปแก้มาตรา ๘ ด้วย ในกฎหมายที่รับเข้ามา ผมฝากเพื่อนสมาชิกซีกผู้เสนอความเห็นและสงวนคำแปรญัตติไว้ ท่านเห็นเหมือนผมครับ ท่านพยายามตัดออก แล้วเอาถ้อยคำว่า พิพากษาถึงที่สุดมาไว้ทีหลัง ให้อันนี้ไปพิจารณาก่อนศาล แต่ผมดูแล้วถึงเอาไว้ตรงไหนก็ไว้ไม่ได้ เพราะไม่ได้เขียนหน้าที่ ให้ในมาตรา ๘ ด้วยความขอบคุณท่านประธาน ฝากพิจารณาครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการกรุณามาตอบครับ เอาให้ชัด ๆ นะครับตรงประเด็นเลย

นายอังคาร เพชรอาวุธ กรรมาธิการ 🔗

ก็ยังคงเป็นประเด็นเดิมว่าในมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ คืออะไร มาตรา ๒๐ คือหลักเกณฑ์ครับ มาตรา ๘ และมาตรา ๗ คืออำนาจ เพราะฉะนั้นแม้จะมีอำนาจ อนุมัติ แต่การอนุมัติต้องมีหลักเกณฑ์ อย่างเช่น ข้อที่ ๑ ต้องเป็น อัยการ เขียนอยู่ในมาตรา ๘ ไหมครับ (๑) มีอยู่ในมาตรา ๘ ไหมครับ (๒) ถูกควบคุมหรือขังก่อน หรือระหว่างการสอบสวน มีอยู่ในมาตรา ๘ ไหมครับ ท่านต้องดูตรงนี้ (๑) กับ (๒) ไม่มีอยู่ใน มาตรา ๘ ทำไมถึงเขียนได้ อันที่ ๓ เป็นกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า จากเดิมกฎหมายเดิม การพิจารณาผู้ที่จะได้รับค่าตอบแทนไม่มีคณะกรรมการเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะมันมีตัวบท เขียนอย่างนี้ ตัวบทของหมวดที่ ๕ มาตรา ๒๐ เดิม จำเลยมีสิทธินั้นต้องปรากฏหลักฐาน ชัดเจนว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดี หรือปรากฏ ตามคำพิพากษาถึงที่สุด ว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด ปัญหานี้เป็น ปัญหาใหญ่ เป็นปัญหาใหญ่เพราะอะไรครับ เพราะไม่มีศาลไหนเขียนชัดเจนขนาดนี้ เมื่อไม่มีศาลไหนเขียนชัดเจนขนาดนี้ ท่านครับเกิดอะไรขึ้นครับ ศาลยกฟ้องเพราะเหตุสงสัย ไม่มีคนได้รับเลยเพราะมาตรานี้ ผมถามว่ามาตราเดิมนี้ขัดแย้งกับมาตรา ๘ ไหมครับ มาตราเดิมเขียนถึงขนาดต้องปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนเลยครับ แต่มาตราใหม่ที่แก้ไขนี้ ลดทอนความแข็งกระด้างนี้ลงไปครับท่านครับ โดยตัดคำว่าพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงยุติ ออกไป เพื่อให้จำเลยมีสิทธิได้รับมากขึ้น ไม่ติดล็อกหรือ Deadlock ด้วยคำพิพากษา แต่อย่างไรก็ตามจำเลยมีสิทธิได้รับมากขึ้นจะต้องมีหลักเกณฑ์กลั่นกรอง จึงให้อำนาจ คณะกรรมการมากลั่นกรองอีกครั้งหนึ่ง เดิมตัวบทเขียนเลยครับข้อเท็จจริงต้องเป็นอย่างไร ถึงจะได้ ถ้าท่านมองว่า (๓) ขัดแย้งกับมาตรา ๘ ผมว่าข้อที่ ๓ นี้ก็ขัดแย้งถูกไหมครับ เพราะไปตัดอำนาจคณะกรรมการเลย เพราะฉะนั้นผมมองว่ามาตรา ๒๐ นี้เป็นเพียง หลักเกณฑ์และข้อจำกัดเท่านั้น นอกจากนี้ในมาตรา ๘ คณะกรรมการยังกระทำการอื่นใด ได้ด้วยนะครับ กฎหมายไม่ได้ Deadlock ตลอดเวลาว่าทำได้เท่านั้นเท่านี้ กระทำการอื่นด้วย ในกรณีมาตรา ๘ นะครับ ท่านก็ไปดูที่ (๔) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ กฎหมายกำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ทีนี้มาตรา ๒๐ นี้ทำไมยังคงยืนยันร่างเดิม กรรมาธิการก็ยังคงยืนยันร่างเดิมว่าคำพิพากษาศาลให้ยกฟ้องแล้วก็จะต้องมีคณะกรรมการ ตรวจสอบ เพราะเหตุผลอย่างนี้ครับ เพราะเหตุผลว่าคดีที่พนักงานอัยการฟ้องตั้งแต่ต้น ที่ผมบอกว่าอัยการสั่งไม่ฟ้องหรือสั่งฟ้อง เท็จจริงบิดเบี้ยว เราต้องยอมรับข้อเท็จจริงนี้ ผมไม่ได้มากล่าวร้ายใครทั้งนั้น แต่ข้อเท็จจริงที่ไม่สมบูรณ์เกิดจากอัยการไม่ได้เข้าร่วม สอบสวนตั้งแต่ต้น ทำให้อัยการรับรู้ข้อเท็จจริงน้อย มันส่งผลตั้งแต่ชั้นสั่งคดีและส่งผลถึง ชั้นพิจารณา ชั้นพิจารณาในระบบกล่าวหาครับท่านครับ ในระบบกล่าวหานั้นโจทย์จะต้อง พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย ถ้าปรากฏว่าข้อเท็จจริงมันไม่เพียงพอท่านครับ ข้อเท็จจริงมันบิดเบี้ยว ศาลก็จะยกฟ้อง ไม่ใช่ยกฟ้องเพราะจำเลยไม่มีความผิดครับ เพราะกฎหมายเขียนชัดเจนครับ ในกรณีสงสัยให้ศาลยกฟ้องครับ ศาลใช้มาตรานี้เป็นประโยชน์ตลอดเพราะสงสัยตลอด เหตุที่สงสัยเพราะข้อเท็จจริงมีข้อสงสัยครับ และเราไม่อาจแก้ข้อเท็จจริงนี้ได้แม้แต่พนักงาน อัยการที่เก่งที่สุด เพราะข้อเท็จจริงมันต้องเริ่มจากการรวบรวมมาครับ พอเราทำไป Present ไปศาลเราไม่ได้รวบรวมมาเอง เรา Present ในศาลอะไรเกิดขึ้นครับ ข้อเท็จจริงไม่สมบูรณ์ ศาลยกฟ้องครับ ๑๐๐ คดี โอกาสยกฟ้องมีถึง ๕๐ คดีครับ จากข้อเท็จจริงที่ไม่สมบูรณ์ ๕๐ คดี ก็มีข้อกังวลต่อไปว่า ๕๐ คดีนี้จะให้เลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ใช่ไหม กลับด้านกันเลยครับ เดิมไม่ให้เลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่เขียนว่าบริสุทธิ์ แต่ร่างกฎหมายใหม่ออกไปให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้ายกฟ้อง สวนทางกลับกันเลยครับโดยหาจุดกึ่งกลางไม่ได้เลยครับ ถ้ามีคณะกรรมการอยู่ อย่างน้อยที่สุดได้กลั่นกรองข้อเท็จจริงที่สมเหตุสมผลในการใช้เงิน ของรัฐไปเยียวยาบุคคลที่ถูกต้องจริง ๆ อันนี้ผมก็คิดว่ากรรมาธิการยังยืนยันหลักการเดิม แต่ความเห็นก็แล้วแต่สภาอย่างนี้ครับ แต่หลักการที่เรายืนยันมาจะได้ตอบสภาได้ว่าทำไม คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ถึงเห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมาธิการครับ มีการ วิเคราะห์กันมาแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ คุณชลน่าน ยังติดใจนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ไม่ใช่กระทู้ ไม่ได้โต้ตอบ แต่ว่าถ้าไม่ได้แสดงความเห็นไว้นี้ การบันทึกสภาแห่งนี้มันจะมีประวัติศาสตร์ในการสืบค้นว่า เราทำงานกันอย่างไร ผมจำเป็นต้องลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งจริง ๆ ครับ หลังจากที่ฟังท่านกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจง ท่านตั้งประเด็นตอบคำถามผมว่าทำไม (๑) (๒) ไม่ขัดมาตรา ๘ ไม่ว่าจะเป็น มาตรา ๑๙/๑ หรือ มาตรา ๒๐ ที่ท่านเขียนมานี่นะครับ มันไม่ขัด มันไม่ขัดเพราะว่า (๑) (๒) มันไม่ได้เขียนหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณา ค่าตอบแทนตามมาตรา ๘ ไปไว้ในนั้น แต่ (๓) เขียนไว้ อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ตัวบทมันแยกกันชัดเจนว่า มาตรา ๑๙/๑ มาตรา ๒๐ ที่ท่าน แก้ไขใหม่ มันเป็นกรณีว่าจะชดเชยเยียวยาเมื่อไร กรณีไหน กรณีที่ ๑ กรณีที่ ๒ กรณีที่ ๓ ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ผิด เขาไม่ได้รับโทษแล้ว คณะกรรมการพิจารณา ค่าเสียหาย ชื่อนะครับ พิจารณาค่าเยียวยา ค่าเสียหาย ค่าทดแทน เพราะฉะนั้นมันไม่มี หน้าที่ที่จะไปพิจารณาคดีว่าผิดหรือไม่ผิด เมื่อท่านแก้ให้อ่อนตัวผมเห็นด้วยเลยครับ ท่านแก้ ให้อ่อนตัวแล้วเมื่อกระบวนการในการพิจารณาว่าเขาไม่ผิดตั้งแต่ชั้นอัยการหรือชั้นศาล กรณี เป็นจำเลยว่าเขาไม่ผิดแล้ว แสดงว่าข้อพิจารณานั้นถึงที่สุด หน้าที่ของกรรมการตามมาตรา ๗ หน้าที่ตามมาตรา ๘ กรรมการตั้งมาตรา ๗ นี้ กรรมการพิจารณาค่าเสียหาย มีหน้าที่ตาม มาตรา ๘ ก็นำเอาความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาถูกจับกุมคุมขังดำเนินคดีไปพิจารณา ทดแทนเยียวยาให้ มีหน้าที่พิจารณาค่าเสียหาย ค่าทดแทน เยียวยา หน้าที่ตาม (๔) ปฏิบัติการอื่นใดที่จะเป็นประโยชน์กับพระราชบัญญัตินี้ ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อบรรลุ วัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ นี่เขาเขียนเปิดช่องที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ หลัก ๓ หน้าที่ข้างบน ที่มันเกี่ยวเนื่องที่ต้องบัญญัติไว้ แต่หน้าที่อื่นที่เขียนตามนี้ถ้าหมายถึง ไปพิจารณาคดีด้วย สภาแห่งนี้กำลังเพี้ยนแล้วครับ ถ้าต้องการให้เขาพิจารณาคดีด้วย เช่นเมื่อศาลถึงที่สุดแล้วให้อำนาจไปพิจารณาดูว่าข้อเท็จจริงเสียหายจริงไม่จริง โดนจริง ไม่จริง ถ้าเขียนไม่ตรงนี้ต้องเป็น (๑) เลยนะครับ มันต้องเขียนในตัวบทให้ชัด อันนี้คือสิ่งที่ผม อยากจะบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ท่านบอกเองนะครับว่าสภาแห่งนี้จะพิจารณาอย่างไรแล้วแต่ เสียงข้างมาก สำหรับผมแล้วผมยอมรับผิดว่าอันนี้เป็นร่างของสภาผู้แทนราษฎร ร่างของ ผมด้วย ผมไม่ได้ดูแต่แรกเมื่อมันผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปแล้วไปอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ท่านต้องช่วยดูให้พวกผมด้วย ในมุมผมมันผิดพลาดคลาดเคลื่อน ไปบัญญัติเอาหน้าที่ที่ไม่มี ไปใส่ให้มี แล้วมันก็ย้อนแย้งกัน อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องทักท้วงไว้แล้วแต่สภาแห่งนี้จะว่าอย่างไร แต่ตัวผมเหมาะที่สุด ท่านประธานขอถอนครับ เอาไปแก้เสียให้มันดีมันเรียบร้อยเสีย ถ้าท่าน ทำมาอย่างนี้ผมเองก็ได้แต่ไปหวังพึ่งวุฒิสภานั่นเองครับว่าช่วยไปดูหน่อย ช่วยดูมาตรานี้ ให้หน่อย อันนั้นก็กระบวนการจะทำอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ทั้ง ๒ มาตรานี้ไม่ว่ามาตรา ๑๙ ที่เราผ่านความเห็นไปแล้วเอาตามเสียงข้างน้อยดีขึ้นมาหน่อยครับ ดีขึ้นมาหน่อย แต่ยังใส่ หน้าที่เข้าไปในชั้นของท่านอัยการ ผมเองอย่างนี้ครับ ด้วยความเคารพ ผมบอกกับ ท่านประธานเลยว่าผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการกระบวนการนี้และขออนุญาตลงคะแนน ไม่เห็นด้วย ขอบพระคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะครู ผู้บริหารและกรรมการสภานักเรียน โรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จำนวน ๒๒ คน เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

คณะที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร นำโดย สส. เอกราช อุดมอำนวย จำนวน ๑๕๐ คน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ เชิญนั่งครับ กรรมาธิการยกมือ เชิญตอบครับ จะได้ลงคะแนนครับ

นายขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขออนุญาตชี้แจงว่าในประเด็นที่ ท่านมีความเห็นว่าเราไปเพิ่มอำนาจในมาตรา ๒๐ ท่านไปดูให้ดีเราไม่ได้เพิ่ม ร่างที่เป็น คณะกรรมการพิจารณาแล้วได้มีคำอธิบายจากตัวแทนของกระทรวงยุติธรรมในการทำ เรื่องนี้ ท่านรองอธิบดีก็อยู่นี่ ได้ยืนยันว่าคณะกรรมการได้ไปพิจารณาในรายละเอียด ส่วนท่านที่ปรึกษาที่ท่านเป็นอัยการมาก่อน ท่านก็ยืนยันว่ามันมีการยกฟ้องแต่ว่ามันมี รายละเอียดเยอะแยะไปหมดตามที่ท่านแถลงครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยเหตุผลเหล่านี้เราจึงคิดว่า ร่างที่ผ่านรัฐบาลมา ร่างที่ผ่านกฤษฎีกามา เราไม่ได้แก้ให้ท่านหรอกครับเพราะว่าเรามี ความเห็นต่างจากท่านว่ามันเป็นอำนาจของคณะกรรมการในชุดเดิม ในกฎหมายเดิม คณะกรรมการก็มีบทบาท แต่ว่าเรากำลังเขียนรายละเอียดคุ้มครองประชาชนมากขึ้น คุ้มครองผู้ต้องหา หรือคุ้มครองจำเลยผู้ถูกกล่าวหาให้มันกว้าง หลักเกณฑ์ของกฎหมายนี้ ทำให้กว้างขึ้น แต่มันอาจจะไม่กว้างที่สุดฟ้าเหมือนที่หลายท่านต้องการมันทำไม่ได้ ส่วนกรณี ที่ว่าไปต่างประเทศ ไปญี่ปุ่นได้อะไรมา คณะไปญี่ปุ่นก็ได้ข้อสรุปมา ผมจำได้เท่าที่เขารายงาน แล้วผมเป็นประธานรับรายงานอยู่ผมไม่ได้ไปแต่ว่าผมก็เห็นด้วยกับการไป ก็เป็นข้อสรุปที่มี กระบวนการแตกต่างจากเรามีความก้าวหน้าแต่เราไม่สามารถเอามาเขียนไว้ได้เพราะเขาไม่มี คณะกรรมการก็อยากให้คนที่ไปได้อธิบายรายละเอียดขึ้นนิดหนึ่งสำหรับประเด็นนี้ กรณีที่บทบาทของคณะกรรมการกับเรื่องที่พิพากษาเสร็จแล้วและกรรมการมาทำการวินิจฉัย อะไรอย่างไร มีจำเป็นอย่างไรก็อยากให้คุณธีรยุทธได้อธิบายชัดเจนในวิธีปฏิบัติเพราะท่านได้ ปฏิบัติมานานแล้วตามกฎหมายเดิม แล้วกฎหมายใหม่นี้จะขยายเพื่อที่จะให้ประชาชนได้รับ สิทธิมากขึ้นอย่างไรได้อธิบายย้ำอีกครั้งหนึ่งด้วย ก็เชิญท่านไปต่างประเทศได้เล่าถึงกรณีไป ต่างประเทศก่อน

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ ผมคิดว่าเราก็ไม่ต้อง เราไปศึกษาดูงานกันมาเยอะแยะเนื่องจาก มาตรานี้เราใช้เวลาพอสมควร กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นยังติดใจไหมครับ ยังติดใจอยู่นะครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมการมีการแก้ไขครับ ดังนั้นผมจะถามมติ จากที่ประชุมก่อน

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ก่อนที่จะถาม มติผมเอาเรื่องจริงที่ปรากฏในชีวิตผมถูกฟ้อง โดยพนักงานอัยการแล้วก็ถอนฟ้องไป เป็นจริง เรื่องในทางการเมือง ลักษณะอย่างนี้ชี้ถึงอำนาจหน้าที่ท่าน ผมผ่านไปแล้วแต่ไม่อยากให้ เกิดขึ้นอีก เรื่องอย่างที่ผมถูกกล่าวหา ถูกฟ้องเสียเวลาเป็นผู้ก่อการร้ายถึงที่สุดจำหน่ายคดี เรียบร้อยเราจะได้รับค่าเสียหายเช่นเดียวกับจำเลยทั่วไปจากกรณีที่ท่านไปแก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้หรือไม่ ต้องตอบนะครับ ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้น ขออนุญาตสั้น ๆ ตอบได้หรือไม่ได้ เชิญครับสั้น ๆ เลย คุ้มครองย้อนหลังหรือเปล่า เชิญครับ สั้น ๆ เลย

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ กรรมาธิการ

เนื่องจากว่าในเรื่องของการแก้ไข กฎหมายเดิมนะครับ คือเดิมในกรณีที่จำเลยมีสิทธิที่จะได้ขอรับการเยียวยาต้องยื่นภายใน ๑ ปี หลังจากที่ศาลยกฟ้อง กฎหมายฉบับใหม่ที่เราแก้ไขขึ้นมานี้ก็คือขยายระยะเวลา ออกเป็น ๒ ปี ซึ่งในกรณีของท่านอดิศรผมไม่แน่ใจว่าเหตุเกิดเมื่อใด ขออนุญาตนำเรียนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นข้อเท็จจริง หลังจากกฎหมายผ่านแล้วค่อยไปดำเนินการ ขออนุญาตต่อนะครับ เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นควรให้มีการ แก้ไขหรือไม่ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือของกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็น ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตน มาตรานี้มีความสำคัญนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ขอนแก่น

ท่านประธานคะ ๔๐๓ แสดงตนค่ะ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เชิญนะครับ

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ๐๑๖ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๑๖ แสดงตนครับ

นายปะดิธ สังขจาย พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธาน ๒๐๖ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๐๖ แสดงตน ท่านที่อยู่ด้านนอก ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการขอเชิญนะครับ ท่านที่เข้ามาแล้วใช้สิทธิ แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ท่านประธานครับ ๓๐๐ แสดงตน

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๐๐ แสดงตน มีท่านใดบัตรขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีบัตรยกมือขึ้น แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ หรือขานชื่อบอกหมายเลข แสดงตนได้ ขอเชิญท่านสมาชิกทุกฝ่ายเข้าห้องประชุมครับ

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

๒๒๖ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๒๖ แสดงตนครับ

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ๓๕๒ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๕๒ แสดงตนครับ

นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

๐๘๐ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๘๐ แสดงตนครับ มีไหมครับ ท่านใดขัดข้องบัตรใช้ไม่ได้

นายจุติ ไกรฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

๐๕๗ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๕๗ แสดงตน ครบถ้วนนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใช้สิทธิแสดงตนอีกผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๕๓ ท่าน บวกอีก ๗ ท่าน เป็น ๒๖๐ ท่าน

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข ให้คงไว้ตาม ร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ขอนแก่น

ท่านประธานคะ ๔๐๓ เห็นด้วยค่ะ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๐๓ เห็นด้วย มีท่านใดขัดข้องไหมครับ ลงคะแนนครบถ้วนแล้วนะครับ ถ้าลงคะแนนครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๖ ท่าน บวก ๑ ท่านเป็น ๓๐๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยให้มีการแก้ไขนะครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ จะขอ อนุญาตสอบถามท่านประธานสักเล็กน้อยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานกำลังจะขานคะแนน แล้วก็จะไปคำถามถัดไป แต่ว่าประเด็นที่ผมอยากจะสอบถามก็คือ เนื่องจากว่าในมาตรานี้ มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยแล้วก็มีผู้แปรญัตติไว้ถึง ๗ ท่านด้วยกัน ใน ๔-๕ ข้อความ ก่อนที่จะ ไปคำถามที่ ๒ ผมอยากจะเรียนสอบถามว่าขณะนี้มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ยังติดใจอยู่ หรือมีผู้แปรญัตติที่ยังติดใจอยู่ทั้งหมดกี่ส่วนครับ เราจะได้ประกอบการพิจารณาว่าจะเห็น ควรให้มีการแก้ไขตามเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อยต่อไปครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่สงวนความเห็นของกลุ่มนายธนะชัย ก่อนลงมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ระหว่างรอ ผลการแสดงตน ผมถามให้ Clear อีกรอบหนึ่งครับ เนื่องจากว่าในส่วนที่ผมสงวน ความเห็นไว้ของผมเอง นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ผมไม่ติดใจแล้วก็ที่ฟังเพื่อนสมาชิกอภิปราย บางท่าน เช่น ท่านปิยรัฐ จงเทพ ท่านก็บอกว่าท่านไม่ติดใจในส่วนที่ท่านแปรญัตติไว้ ตกลงว่าตอนนี้เหลือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นไว้ เฉพาะของท่านธนะชัย แสวงศิริผล มาตรา ๒๐ ถ้อยคำเดียวใช่หรือไม่ครับ จะได้ประกอบการพิจารณาว่าเราจะ ลงมติต่อไปอย่างไรครับ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ท่านก็บอกว่าที่ท่านแปรญัตติไว้ก็ไม่ติดใจแล้ว แต่จะได้สอบถามให้ชัดเจนก่อนจะได้ไม่ต้องมีการลงมติถึง ๓ รอบ เอาแค่ ๒ รอบครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กลุ่มแรก กลุ่มนายชัยติดใจหรือไม่ครับ

นายชัย จันเฮียงมิ่ง กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ผม ชัย จันเฮียงมิ่ง กรรมาธิการครับ ขออนุญาตคือในประเด็นที่ผมขอสงวนความเห็นไว้นี้เป็นประเด็น คล้าย ๆ กับของท่านธนะชัย ดังนั้นผมไม่ติดใจครับ ขอถอนครับ ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ไม่ติดใจครับ เชิญกลุ่มที่ ๒ ครับ กลุ่มคุณธนะชัยยังติดใจอยู่ไหมครับ

นายธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการ

ยังติดใจครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กลุ่มที่ ๓ กลุ่มคุณอาดิลันติดใจไหมครับ

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ กรรมาธิการ

ของผมเนื้อหาถ้อยคำเช่นเดียวกัน กับของท่านธนะชัย ผมไม่ติดใจครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ติดใจครับ มี สส. แปรญัตติไว้ ๒ ท่าน มีคุณธีรัจชัย กับคุณปิยรัฐ ยังติดใจไหมครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผมไม่ติดใจ ถือตามร่างท่านธนะชัยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณปิยรัฐ

นายปิยรัฐ จงเทพ กรรมาธิการ

ผม ปิยรัฐ จงเทพ ครับท่านประธาน ไม่ติดใจครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ติดใจนะครับ ขอบคุณมากครับ เมื่อมีติดใจอยู่ท่านเดียวผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ จะเห็นด้วยกับการ แก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นที่ติดใจอยู่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ สมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีท่านใด ขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๖๙ ท่าน

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญทุกท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ถ้าลงคะแนนครบถ้วนแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติจำนวน ๓๑๖ ท่าน เห็นด้วย ๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น เป็นมติที่ประชุม แล้วนะครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการครับ

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๒๑ มีการแก้ไข กรรมาธิการและผู้แปรญัตติไม่ติดใจนะครับ มีสมาชิกท่านใดอภิปรายไหมครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานด้วยความเคารพ มีท่านผู้สงวนเขาติดใจอยู่

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอโทษที ไม่เห็นส่งชื่อมา ผมต้องขออภัย เชิญครับ

นายธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ท่านธนะชัย แสวงศิริผล กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในส่วนที่มี การสงวนความเห็นคำแปรญัตติของมาตรา ๒๑ ไว้ดังนี้ มาตรา ๒๑ เป็นบทบัญญัติที่เขียน เกี่ยวกับค่าทดแทนค่าใช้จ่ายที่จะให้แก่บุคคลตามมาตรา ๒๐ ว่ามีอะไรบ้าง มีหลักเกณฑ์ การจ่ายอย่างไร มีการเขียนไว้ ๔ วรรค ๕ อนุมาตรา ในส่วนที่ผมมีความเห็นแตกต่างจาก กรรมาธิการเสียงข้างมากจะอยู่ในเรื่องที่ผมมีการเสนอเพิ่มเติมบทบัญญัติขึ้นมาวรรคหนึ่ง อยู่ในวรรคสาม ดังนี้ ค่าทดแทน (๑) คือเมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี ให้ถือว่าเป็นเงินเยียวยาความเสียหายเบื้องต้น เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วให้จ่ายค่าทดแทนดังกล่าว ให้กับจำเลยทันทีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง และมีการเพิ่มเติมถ้อยคำ ในวรรคท้าย ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคสาม โดยเหตุผลที่มีการขอเพิ่มเติมวรรคสาม ตามถ้อยคำที่ผมมีการกล่าวข้างต้นนั้นเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิให้กับ ผู้ต้องหาในคดีอาญา อีกทั้งเป็นการยกระดับระบบการจ่ายค่าทดแทนคดีอาญาให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีหลักประกันให้กับประชาชนทุกคนว่าวันหนึ่งถ้าเกิดเขาต้องตกเป็นจำเลย หรือผู้ต้องหาในคดีอาญาเขาจะต้องมีสิทธิได้รับค่าทดแทนในส่วนนี้อย่างแน่นอน โดยมาตรา ๒๑ นั้น ซึ่งเป็นการบัญญัติถึงค่าตอบแทนค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ว่ามีอะไรบ้าง โดยมาตรา ๒๑ ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการเขียนไว้ก็คือค่าทดแทนการถูกควบคุมหรือขังก่อน หรือในระหว่างสอบสวน หรือการพิจารณาคดีโดยให้คำนวณจากจำนวนวันที่ถูกควบคุม หรือขังในระหว่างการสอบสวน หรือการพิจารณาดำเนินคดีในอัตราที่กำหนดไว้ ในการกักขัง แทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา (๒) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล รวมทั้งค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ หากความเจ็บป่วยของจำเลยเป็นผล โดยตรงจากการถูกดำเนินคดี (๓) ค่าทดแทนในกรณีที่จำเลยถึงแก่ความตายและความตาย นั้นเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี จำนวนไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง (๔) ค่าขาด ประโยชน์ทางทำมาหาได้ในระหว่างถูกดำเนินคดี (๕) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดี โดยเราจะเห็นว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ใน ๑ อนุมาตรา คือ (๑) ของมาตรา ๒๑ ที่เป็นค่าใช้จ่าย ที่สามารถคำนวณได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องมีการให้คณะกรรมการพิจารณาว่าบุคคลนั้นควรจะ ได้ค่าใช้จ่าย ค่าทดแทนแทนการถูกคุมขังเป็นจำนวนเท่าไร ผมจึงคิดว่าหากเราต้องการให้มี การยกระดับสิทธิในเรื่องค่าตอบแทนให้กับจำเลยในคดีอาญา การบัญญัติกฎหมาย ในลักษณะที่ให้มีสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับบุคคลที่ตกเป็นจำเลยและเป็นแพะ ไม่ว่าเขา จะตกเป็นแพะขาว แพะดำหรือแพะเทา ให้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาในส่วนนี้ ผมจึงเห็นว่า ควรมีการแปรญัตติครับ ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีกรรมาธิการอีกท่านนะครับ เชิญท่านประธานครับ

นายขจิตร ชัยนิคม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม ประธานกรรมาธิการ ในประเด็นนี้กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็ได้อภิปราย กันแล้ว ก็ยืนตามร่างที่กรรมาธิการเสนอขึ้นมา ขออนุญาตให้คุณธีรยุทธได้ให้เหตุผลเล็กน้อย เชิญครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการ เสียงข้างมากครับ เชิญครับ

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ธีรยุทธ แก้วสิงห์ อนุกรรมาธิการ ประเด็นที่จะขออนุญาตชี้แจงก็จะเป็นประเด็น เหมือนกับกรณีของผู้ต้องหาคือเรื่องของการจ่ายเงินอัตโนมัติ โดยเฉพาะเรื่องของค่าทดแทน ตาม (๑) ที่ทางขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านธนะชัยได้กรุณาเสนอเมื่อสักครู่นี้ว่าเมื่อศาล มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องให้ถือเป็นเงินเยียวยาค่าเสียหายเบื้องต้น และเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ให้จ่ายค่าทดแทนดังกล่าวให้จำเลยทันทีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ผมขออนุญาต กราบเรียนในความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมากบอกว่าในเรื่องของการเยียวยามีอยู่ หลายรายการด้วยกัน ซึ่งโดยวิธีปฏิบัติแล้วในการเยียวยาเราจะพิจารณาไปในคราวเดียวกัน และที่ผ่านมาในการพิจารณาการเยียวยาต่าง ๆ ก็อยู่ในห้วงระยะเวลาตามมาตรฐานกำหนด ก็คือ ๒๑ วัน ซึ่งอันนี้คงไม่กระทบมากนักหากว่าจะเป็นการพิจารณาไปในคราวเดียวกัน ทั้ง ๕-๖ รายการ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตอบครบถ้วนนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหาร ผู้ช่วยผู้บริหาร สมาชิกสภา พนักงานส่วนท้องถิ่น และพนักงานจ้าง จากองค์การบริหารส่วนตำบลกาลูปัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เข้าเยี่ยมชมสภาจำนวน ๓๐ ท่าน ยินดีต้อนรับครับ เชิญนั่งครับ เนื่องจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เสียงข้างมาก ได้ตอบกันแล้ว ไม่มีสมาชิกท่านใดอภิปราย กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นยังติดใจหรือไม่ครับ

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ กรรมาธิการ

ยังติดใจครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ ยังติดใจนะครับ เมื่อกรรมาธิการยังติดใจจำเป็นจะต้องมีการลงมติตามข้อบังคับ เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นควรให้มี การแก้ไขหรือไม่ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่ขอ สงวนความเห็น ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอก กรุณาเข้าห้องประชุมใช้สิทธิแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านที่กำลังเข้ามาใช้สิทธิ แสดงตนครับ ท่านใดบัตรขัดข้องใช้ไม่ได้กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ ขอเชิญนะครับ กฎหมายนี้ มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

๑๙๒ แสดงตนค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธาน ๒๗๑ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๙๒ ๒๗๑ แสดงตน มีท่านใดขัดข้องไหมครับ ครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๐ ท่าน บวกอีก ๒ ท่าน เป็น ๒๕๒ ท่าน

เป็นอันว่า ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปขอให้ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรให้มี การแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข คงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญทุกท่านใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ขอนแก่น

ท่านประธานคะ ๔๐๓ เห็นด้วยค่ะ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๐๓ เห็นด้วย เชิญนะครับ ท่านใดขัดข้องกรุณาแจ้งด้วยนะครับ

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

ท่านประธานครับ ๔๗๔ เห็นชอบ ด้วยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๔ เห็นชอบ ลงคะแนนเสียงครบถ้วนแล้วนะครับ เมื่อสมาชิกลงคะแนนเสียงครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๖ ท่าน เพิ่มอีก ๒ ท่าน เป็น ๒๙๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับ การแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขอเชิญนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกขอความกรุณาเข้ามาเสียบบัตร แสดงตนที่ห้องประชุมครับ ใช้สิทธิแสดงตนครบถ้วนแล้วนะครับ เมื่อสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน ครบถ้วน ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน ๒๕๔ ท่าน

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วย กับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ขอนแก่น

ท่านประธานคะ ๔๐๓ เห็นด้วยค่ะ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๐๓ เห็นด้วยนะครับ

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

ท่านประธานครับ ๔๗๔ เห็นด้วยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๔ เห็นด้วย มีท่านใดขัดข้องไหมครับ ไม่มี ทุกท่านลงคะแนนเสียงเรียบร้อยนะครับ ผมขอปิด การลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๐ ท่าน เห็นด้วย ๖๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๙ บวก ๒ เป็น ๒๔๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ต่อไปเชิญ ท่านเลขาธิการครับ

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ แก้ไข มาตรา ๒๒ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๑๑ มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ มีการแก้ไข ขอเชิญผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ อภิปรายครับ มีคุณธีรัจชัย พันธุมาศ และคุณปิยรัฐ จงเทพ ติดใจไหมครับ

นายปิยรัฐ จงเทพ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ ไม่ติดใจครับท่านประธานครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ติดใจ ทั้ง ๒ ท่านนะครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ไม่ใช่ครับ ผมติดใจครับ ท่านประธานครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณธีรัจชัย ติดใจอยู่ เชิญครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน สำหรับในส่วนของมาตรา ๒๒ นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจ่าย ค่าชดเชย ค่าทดแทน และเงินเยียวยาต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และการที่ผมมีความเห็นแตกต่างกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนี้ก็มีอยู่ ดังนี้

อันที่ ๑ ก็คือหลักการที่ว่าผู้ที่ทำความเสียหายให้เกิดกับผู้ต้องหาหรือจำเลย ในคดีอาญานั้นจะต้องจ่ายค่าทดแทนโดยไม่ต้องร้องขอหรือไม่ เป็นภาระของผู้กระทำ ทำให้ เกิดความเสียหายแล้วก็จ่าย หลักการนี้ผมเห็นว่าเป็นหลักการที่ควรจะเกิดขึ้น ในอดีต ที่เกิดขึ้นยังมีคนจำนวนมาก ไม่ว่าจำเลยในกฎหมายเก่า จำเลยที่ศาลยกฟ้องหรืออะไร ก็แล้วแต่ไม่ได้มายื่นภายใน ๑ ปี แล้วก็ถูกตัดสิทธินั้นไปเลย สิ่งเหล่านี้โดยที่เขาอาจจะ ไม่รู้กฎหมาย อาจจะเจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งเขา ศาลไม่ได้แจ้งเขา ก็ทำให้เขาเสียสิทธิตรงนี้ไป หลักการที่ผมเสนอในการแปรญัตติครั้งนี้ก็คือว่าให้ตัวของหน่วยงานนั้น ๆ เช่นศาล เช่นอัยการและองค์กรอื่น ๆ หรือคณะกรรมการต่าง ๆ จะต้องแจงต่อเขาให้เขารับแล้วก็มี หน้าที่จ่ายเลย ไม่ต้องมายื่นอีก แต่ในส่วนของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็เป็นลักษณะ ของการระบุว่าต้องให้ใช้สิทธิภายใน ๒ ปีในการยื่นคำขอทุกกรณีในส่วนกรณีอย่างนี้ ผมว่า ในส่วนตัวนี้ถึงอย่างไรเราก็จะช่วยแล้วนะครับ แต่ทำไมถึงช่วยแบบกั๊ก ๆ แล้วถ้าเกิดเขาลืม เขาไม่รู้และเจ้าหน้าที่ไม่แก้มันก็ทำให้เขาถูกตัดสิทธิในส่วนนี้ กฎหมายฉบับนี้เน้นของการ คุ้มครองผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา แต่ทำไม่เราต้องกั๊กด้วย เอาล่ะ แต่ไม่เป็นอะไร ในส่วนตัวผมยังพอรับได้แต่ขอตั้งข้อสังเกตแบบนี้ในส่วนคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ถ้าเกิดอัยการ ศาล หรือองค์กรใดที่ตัดสินไป หรือยกฟ้อง ถอนฟ้อง จำหน่ายคดี ยุติคดี ทั้งหมดจะต้องแจ้งแก่เขาถึงสิทธิอันนี้ ต้องแจ้งนะครับ ระเบียบต่าง ๆ ออกมาเพื่อรองรับ กฎหมายตัวนี้จะให้ศาล อัยการ จะต้องแจ้งเขาว่ามีสิทธิภายใน ๑๒ ปี หรือให้แนบแบบฟอร์ม ให้เขากรอกแล้วก็ให้เขาทำได้เลย เขาจะได้ไม่ต้องหลุดจาก ๒ ปีนี้ อย่างไรในส่วนตัวนี้ ผมยืนยันตรงนี้นะครับ เพราะว่ายังเป็นคุ้มครองสิทธิ แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ ก็พัฒนามาไกลตัดกรรมการในการนั้นออกไป แล้วก็มาได้ดีแล้ว เรื่องนี้ผมถือว่าผมไม่ติดใจ นะครับ แต่ว่าขอตั้งข้อสังเกตแล้วก็ให้ไปออกระเบียบภายในให้แจ้งแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย ที่เขาได้สิทธินั้น ๆ ด้วย ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านกรรมาธิการจะตอบไหมครับ ท่านใดติดใจ ไม่ติดใจก็ไม่เป็นอะไร เข้าใจ

ขออนุญาตก่อนที่จะถามมติ สภาผู้แทนราษฎรยินดีตอนรับคณะตัวแทน ชาวสวนลำไยภาคเหนือ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นำโดย สส. รังสรรค์ มณีรัตน์ จังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๐๐ ท่าน เข้าฟังการประชุม ยินดีต้อนรับทุกท่าน เชิญนั่งได้ครับ

มาตรานี้มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนไม่ติดใจนะครับ เนื่องจากมีการ แก้ไข ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ กรณี ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการ แก้ไขของกรรมาธิการ หรือของผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ต่อไปนะครับ ผมจะถาม มติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมครับ ใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกนะครับ ขอความกรุณาเข้าประชุม เข้ามาแล้วเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตนครับ

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

ท่านประธานครับ ๔๘๔ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๘๔ แสดงตนนะครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล จะแจ้งท่านประธานนะครับ เมื่อสักครู่เห็นท่านประธานพูด ถึงคำถามนะครับ จะแจ้งว่ามาตรานี้ผู้ที่สงวนคำแปรญัตติทั้ง ๒ ท่านไม่ติดใจแล้วนะครับ ดังนั้นเราจะมีการลงมติแค่ครั้งเดียวคือ เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ หรือว่า ให้คงกลับไปร่างเดิมครับท่านประธาน

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจาก มีการแก้ไขนะครับ ผมกำลังตรวจสอบองค์ประชุมครับ เชิญนะครับใช้สิทธิแสดงตน ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ถ้าท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครบถ้วนแล้วนะครับ ผมขอปิด การแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๕๐ ท่าน

เป็นอันว่า ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปขอให้ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรให้มี การแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข ให้คงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ทุกท่านได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนครับ

นายทรงยศ รามสูต น่าน

ทรงยศ ๑๔๓ เห็นด้วยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๔๓ เห็นด้วยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๕ บวก ๑ เป็น ๒๙๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าย ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ ต่อไปครับ

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ไม่มีผู้ติดใจอภิปรายนะครับ ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุม

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านใด บัตรขัดข้องยกมือขึ้นแจ้งเจ้าหน้าที่ได้นะครับ หรือขานชื่อและขานหมายเลข แจ้งความจำนง ด้วยนะครับ มีท่านใดขัดข้องหรือไม่ครับ

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

๔๗๓ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อมี ผู้แสดงตนครบถ้วน ผมขอปิดการแสดงตน แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๕๐ บวก ๒ ท่าน เป็น ๒๕๒ ท่าน

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม ต่อไปผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ คือให้คงไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญทุกท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ขอความ กรุณาทุกท่านนะครับ ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ทุกท่านอยู่ในห้องประชุมได้ใช้สิทธิออก เสียงลงคะแนนแล้วนะครับ เมื่อไม่มีท่านใดขัดข้อง ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน