ณัฐวุฒิ ชี้มาตรา 19/2 คุมขังก่อนสอบสวนกระทบสิทธิประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายเหตุผลการแก้ไขมาตรา 19/2 เกี่ยวกับการชดเชยค่าเสียหายให้ผู้ต้องหา ยืนยันว่าไม่ได้ตัดอำนาจคณะกรรมการ แต่กำหนดให้จ่ายค่าทดแทนเต็มจำนวนเมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี ขณะที่คณะกรรมการยังมีบทบาทพิจารณาค่าใช้จ่ายอื่นตามความเหมาะสม

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ถึงแม้ผมจะเป็นกรรมาธิการ แต่ว่าในมาตรา ๑๙/๒ นั้น ผมจะขอใช้สิทธิ ในฐานะสมาชิกอภิปรายด้วยเหตุที่ ๒ ประการด้วยกัน ประการที่ ๑ ก็คือว่ามีการแก้ไข ในส่วนของกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็ประการที่ ๒ นั้นมีบางประเด็นของกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยที่ผมคิดว่า จำเป็นต้องปักหมุดทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนต่อผู้นำกฎหมายฉบับนี้ไปบังคับใช้ ท่านประธานครับ กรณีของมาตรา ๑๙/๒ นั้นเป็นกรณีที่มีการแก้ไขว่าในท้ายที่สุดนั้นการกำหนดค่าทดแทนหรือค่าใช้จ่ายต่อกรณีของ ผู้ต้องหาที่มีการเพิ่มเข้ามาในพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นจะต้องมีเรื่องของหลักเกณฑ์และ วิธีการในการดำเนินการอย่างไร สิ่งที่กรรมาธิการเพิ่มเข้าไปมีอยู่ ๓ จุดด้วยกันครับ ซึ่งก็สอดคล้องกับกรณีของมาตรา ๑๙/๑ ที่ได้มีการแก้ไขไปก่อนหน้านี้แล้ว จุดที่ ๑ ก็คือว่า เวลาที่เราพูดถึงค่าทดแทนนั้นให้หมายถึงการถูกควบคุมหรือขังก่อน หรือในระหว่าง การสอบสวน อันนี้สำคัญนะครับ เพราะว่าเวลาเราพูดถึงกระบวนการในการสอบสวน เรามักจะนึกถึงกระบวนการเมื่อเริ่มขึ้นในขั้นการสอบสวนที่เป็นทางการแล้วเท่านั้นแต่ว่า ในหลายครั้งคนที่เรียนกฎหมาย คนที่เคยสัมผัสอยู่กับพี่น้องประชาชน ท่านสมาชิก หลายท่านมาจากต่างจังหวัดท่านทราบดีว่ามีการนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปจับตัว ไปคุมขังไว้ก่อน แม้กระทั่งในบางคดีเมาไม่ขับต่าง ๆ ก็มีการคุมขังไว้ก่อน ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วมันส่งผลกระทบ ต่อสิทธิและเสรีภาพของเขา ฉะนั้นจุดนี้จึงมีการแก้ไข ซึ่งผมคิดว่าเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนครับ อีกจุดหนึ่งที่มีการแก้ไข ก็คือในวรรคสาม ที่พูดถึงว่ากรณีที่ผู้ต้องหามีคำขอนั้นมันจะต้องมีรายละเอียดที่เห็นชัด ระหว่างเรื่องของการยุติการดำเนินคดีกับมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี เพื่อนสมาชิกผม ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ หรือแม้กระทั่งท่านอัยการที่ตอบหลาย ๆ ท่าน ก็ตอบชัดเจนว่ามันมีทั้งความเหมือน มีทั้งความซับซ้อน มีทั้งความแตกต่างระหว่างกรณีของ การยุติการดำเนินคดีหรือสั่งไม่ฟ้องคดีแบบใดอย่างไรในมาตราก่อนหน้านี้ไปแล้ว ๒ สิ่งนี้ เป็นประเด็นที่ผมเห็นด้วยครับ แต่สิ่งที่ผมจำเป็นต้องอธิบายครับเพราะว่าเมื่อสักครู่ในการ ทำความเข้าใจต่อมาตรา ๑๙/๑ ที่วันนี้เสียงข้างน้อยกลับมาเป็นเสียงข้างมากแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติไปแล้วนั้นมีอยู่ ๑ ประโยคที่สำคัญครับว่าในท้ายที่สุดหาก แก้ไปตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นจะถือเป็นการตัดอำนาจของคณะกรรมการหรือไม่ ท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายครับว่าการที่มีคณะกรรมการนั้นเป็นไปตามมาตรา ๗ แล้วก็มาตรา ๘ เป็นต้นไปที่ว่าด้วยหมวดหมู่ของคณะกรรมการ และหากจะมีการแก้ไข มาตรา ๑๙/๑ ที่ลงมติไปแล้วโดยเฉพาะกรณีมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนั้นเท่ากับว่าต่อไปนี้ คณะกรรมการจะไม่มีแล้วหรือ คณะกรรมการจะไม่มีสิทธิพิจารณาอีกแล้วหรือ อันนี้เป็นการ แก้ไปขัดต่อหลักการที่ไม่ได้รับมาหรือไม่ ผมยืนยันในสภาแห่งนี้นะครับไม่ได้กระทบต่อ หลักการตรงนี้อย่างไร ในขณะเดียวกันครับไม่ได้เป็นการตัดสิทธิคณะกรรมการแบบเด็ดขาด หรือในทำนองกลับกันก็คือว่าบทบาทของคณะกรรมการยังมีอยู่ครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ทาง ท่านธนะชัยก็อธิบายเพิ่มเติมว่าเมื่อมีการแก้ไขมาตรา ๑๙/๑ ไปแล้ว เพื่อให้ล้อกันก็ต้องมี การแก้ไขมาตรา ๑๙/๒ ไปพร้อมกันด้วย มาตรา ๑๙/๒ คืออะไรครับ มาตรา ๑๙/๒ ก็คือ กรณีที่เขาบอกว่าค่าทดแทนตาม (๑) พูดง่าย ๆ ก็คือว่าค่าที่ไปจำกัดหรือไปกระทบต่อ สิทธิเสรีภาพของเขานี่เมื่อเราแก้มาตรา ๑๙/๑ ไปแล้วเฉพาะจุดนี้คณะกรรมการไม่ต้องมี อำนาจในการพิจารณาอีกครับ ขังเขามากี่วัน ขังเขามาเท่าไรโดยที่ท้ายที่สุดมีคำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องคดี แบบนี้ต้องจ่ายเต็มร้อยที่เรียกว่าค่าทดแทนตาม (๑) แต่อย่างไรก็ตามค่าทดแทน มันไม่ได้มีแค่วงเล็บเดียวครับ มันยังมีค่าใช้จ่ายใน (๒) มีค่าตอบแทนใน (๓) มีค่าขาดประโยชน์ (๔) มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดีใน (๕) ต่าง ๆ ร่างมาตรา ๑๙/๒ ที่ท่านธนะชัย ได้ขอสงวนความเห็นไว้นี้เขียนไว้ชัดในบรรทัดสุดท้ายเลยครับหรือในวรรคท้าย บอกชัดเจนว่า ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคสาม พูดง่าย ๆ ก็คือแล้วเขียนต่อมีถ้อยคำ ซึ่งเป็นถ้อยคำ ที่อยู่ในร่างหลักอยู่แล้วก็คือว่า คณะกรรมการอาจกำหนดให้ผู้ต้องหาได้รับค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายเพียงใดหรือไม่ก็ได้โดยคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีความเดือดร้อนของผู้ต้องหา และโอกาสที่ผู้ต้องหาจะได้รับการชดเชยความเสียหายทางอื่นด้วย พูดกันแบบสรุปความ ก็คือว่าต้องยืนยันครับว่าอันนี้ไม่ใช่เป็นการตัดอำนาจคณะกรรมการเด็ดขาด คณะกรรมการ ตัดเด็ดขาดเฉพาะกรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีเรื่องค่าทดแทนต้องจ่าย แต่ในรายละเอียดว่าจะจ่ายแค่ไหน จะมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอย่างไร จะมีค่าขาดประโยชน์ อย่างไร มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดีแบบใดประการใด ผมเห็นว่าซึ่งทางผู้แทน หน่วยงานท่านอาจจะช่วยยืนยันว่าความเห็นผมถูกต้องหรือไม่ ผมเห็นว่าคณะกรรมการยังมี อำนาจในการพิจารณาอยู่ครับ และคณะกรรมการก็มีอำนาจในการพิจารณาโดยคำนึงถึง ความหนักเบา ความเดือดร้อนต่าง ๆ ฉะนั้นในประเด็นที่ผมนำเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อยืนยันว่าเราพิจารณาไม่ได้กระทบต่อหลักการที่รับมา ไม่ได้กระทบต่ออำนาจของ คณะกรรมาธิการที่ไม่ได้มีการแก้ไขมา หากจะกระทบก็เฉพาะประเด็นเดียวคือการที่ พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีและต้องจ่ายค่าทดแทนเขา ส่วนรายละเอียด ค่าอื่น ๆ นั้นคณะกรรมการยังมีอำนาจในการพิจารณาอยู่ ผมยืนยันว่านี่คือเจตจำนงของ ท่านธนะชัยแล้วก็ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ในการสงวนความเห็น และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ขอความเห็นจากท่านทางกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า ท่านอยากจะตอบท่านธนะชัย ก็ได้ แต่มาตรา ๑๙/๑ เราแก้มาแล้ว มาตรา ๑๙/๒ อาจจำเป็นต้องแก้ให้สอดคล้องกัน หรือในขณะเดียวกันท่านอาจจะตอบให้ผมสบายใจ ให้เพื่อนสมาชิกชัดเจนนิดหนึ่งว่าสิ่งที่ ผมคิดนั้นสอดคล้องกับร่างของท่านธนะชัยที่ได้มีการสงวนความเห็นหรือไม่นะครับ ก็ขอ อนุญาตนำเรียนต่อท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกทั้งหมด กราบขอบพระคุณครับ