ณัฐวุฒิ สนับสนุนบังคับใช้ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายภายใน 60 วัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม แสดงความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ โดยเสนอให้บังคับใช้กฎหมายภายใน 60 วันแทน 120 วัน เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย พร้อมย้ำว่าหน่วยงานและระเบียบที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการดำเนินการทันที จึงไม่ควรเลื่อนเวลาออกไปอีก

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็นในการแก้ไขมาตรา ๒ ของ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณทางกระทรวงยุติธรรมนะครับ และผมคิดว่า ต้องขอบคุณเป็นพิเศษต่อท่านประธานกรรมาธิการ ท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ กฎหมายฉบับนี้ มีความสำคัญยิ่งครับ เพราะว่าเป็นกฎหมายที่มีการเปลี่ยนหลักการในการเคารพและ คุ้มครองตลอดจนการชดเชยเยียวยา ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นกฎหมายมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ๆ อยู่แค่ ๒ กลุ่ม ก็คือผู้เสียหายที่เป็นผู้เสียหายในคดีอาญาที่ถูกกระทำจากบุคคลอื่นและ ตัวจำเลย ซึ่งต่อมาปรากฏว่าจำเลยนั้นไม่ได้มีความผิด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ศาลยกฟ้องหรือ ศาลพิพากษาว่าเขาไม่ได้กระทำความผิดก็แล้วแต่ แต่กฎหมายไม่ได้คุ้มครองไปถึงสิทธิของ ผู้ต้องหาครับ คือคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา แต่ท้ายที่สุดนั้นหลายครั้งผู้ต้องหา เหล่านี้นั้นพนักงานสอบสวนเองก็สั่งไม่ฟ้อง พนักงานอัยการก็สั่งไม่ฟ้องหรือแม้กระทั่ง ในกรณีการสั่งไม่ฟ้องนั้นหลายครั้งก็เพราะมักไม่มีพยานหลักฐาน แล้วก็ไม่พบว่ามีการกระทำ ความผิดด้วยซ้ำ ฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นหมุดหมายที่สำคัญในการขยาย แล้วก็เคารพ การคุ้มครองสิทธิของบุคคลมากยิ่งขึ้น ถึงแม้อาจจะยังไม่ได้ครบทั้งหมดในทุกประการ ก็แล้วแต่ ประเด็นที่ผมสงวนไว้ในมาตรา ๒ ครับ มาตรา ๒ คือประเด็นเรื่องของวันบังคับใช้ กฎหมายครับ ในตัวร่างที่ผ่านกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นเป็นถ้อยคำเดียวกับที่ผ่านมาในชั้น รับหลักการก็คือว่า ให้พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๑๒๐ วัน นับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผมขอสงวนความเห็นโดยขอปรับแก้ถ้อยคำครับ ขอให้ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ผมมีเหตุผลอยู่หลายประการที่อยากจะขอให้สภาแห่งนี้พิจารณาว่า เพราะเหตุใด ผมถึงย่นระยะเวลาของการบังคับใช้กฎหมายให้เร็วขึ้น

ในประการที่ ๑ เราต้องยอมรับครับว่ากรณีกฎหมายนั้นหากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในทางบวกต่อพี่น้องประชาชนนั้นควรจะมี วันบังคับใช้เร็วที่สุด เป็นวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้เป็นสิ่งที่ดี เป็นวันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ยิ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ในกรณีของกฎหมายฉบับนี้นั้นแม้ไม่ได้ กำหนดแบบนั้นไว้ตั้งแต่ต้นแต่ก็ควรจะเป็นระยะเวลาเร็วที่สุด ซึ่ง ๑๒๐ วันอาจจะไม่ได้ ตอบโจทย์หลักการที่เรากำลังเคารพและคืนสิทธิบางประการให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากคดีอาญา

ในประการที่ ๒ เวลาที่เราพูดถึงการมีวันบังคับใช้กฎหมายนั้นก็จะมีอยู่ ๒ เหตุผลที่ถูกใช้เป็นประจำครับ ก็คือเหตุผลในการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานกับ เหตุผลในเรื่องของการเตรียมเรื่องของหลักการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศหรือแบบต่าง ๆ ที่ให้สอดคล้องต่อกฎหมาย ถ้าเป็นกฎหมายใหม่ไม่เคยมีกฎหมายนั้น มาก่อนผมย่อมเห็นด้วยครับ เช่นอาจจะมีการตั้งสำนักงานต่าง ๆ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้มา เป็นระยะเวลากว่า ๒๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ฉะนั้นวันนี้เรื่องของหน่วยงานนั้นมีความชัดเจน ทั้งในระดับกระทรวง ระดับกรม แม้กระทั่งในระดับจังหวัดผ่านสำนักงานยุติธรรมจังหวัด ที่ท่านสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้ ฉะนั้นเรื่องหน่วยงานไม่ใช่ประเด็นครับ กรณีของ ระเบียบประกาศนั้นก็ต้องเป็นระเบียบประกาศที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ว่าในระเบียบประกาศ ที่ผมได้พยายามอ่านว่าจะต้องมีการออกระเบียบประกาศมีกฎกระทรวงใด ๆ ต่าง ๆ บ้าง ซึ่งก็แน่นอนครับ ยอมรับว่าจะต้องมีการออกเกือบในทุกมาตรา เช่น การออกระเบียบตาม มาตรา ๖ การออกระเบียบตามมาตรา ๗ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๖/๑ การออกกฎกระทรวง ตามมาตรา ๙ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๑๙/๑ มาตรา ๑๙/๒ ตามมาตรา ๑๐ ที่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ แม้กระทั่งระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๕ เป็นต้น แต่ก็พบว่ามีการยกร่างไว้ในระดับหนึ่งและเป็นการปรับแก้เพียงเล็กน้อย ไม่ใช่การ ปรับแก้หลักการสำคัญแต่ประการใด ฉะนั้นอันนี้ก็ไม่ควรเป็นประเด็นที่ทำให้วันบังคับใช้ ถูกยืดระยะเวลาออกไป

ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะนำเรียน ในกรณีของกฎหมายนั้นหลายครั้งที่มีการ ขยายวันบังคับใช้นั้น ก็เพราะว่าจะมี Gap หรือช่องว่างระหว่างวัน เวลาต่าง ๆ แต่ผมเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าเมื่อได้อ่านถ้อยคำในมาตรา ๑๕ ครับ มาตรา ๑๕ ของ พ.ร.บ. ประกาศไว้ชัดเจนว่าบรรดากฎระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ ที่ออกตาม พ.ร.บ. ที่มีผลบังคับใช้อยู่ก่อน ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง และเมื่อมีกฎระเบียบ ลำดับรองออกมาใหม่ก็ไร้รอยต่อ สามารถดำเนินการต่อได้ทันที ฉะนั้นนี่ไม่ใช่ประเด็นที่จะ เป็นข้ออ้างในการยืดระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ออกไปเช่นเดียวกันครับ โดยเหตุผลที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทั้งหมดใน ๓ ประการ ผมคิดว่า วันบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้หากจะสามารถย่นระยะเวลาลงมาต่ำได้ถึงเป็น ๖๐ วัน แม้ใจ อยากจะลงไปอีกเหลือ ๓๐ วัน ก็น่าจะสอดคล้องและตอบต่อเจตนารมณ์ของผู้ผลักดัน กฎหมายตลอดจนตอบเจตนารมณ์ของกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการดูแลและคุ้มครองตาม กฎหมายฉบับนี้ ฉะนั้นในเบื้องต้นผมขอฟังเหตุและผลจากกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ให้ต่อ สภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง แล้วถึงจะพิจารณาตัดสินใจว่าผมเองยังติดใจหรือไม่ติดใจต่อข้อสงวน ของผมที่ได้ตั้งไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ กราบขอบพระคุณครับ