รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันอังคารที่ ๑๗ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
คุณชัยวัฒน์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา
ขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขออนุญาตอย่างนี้ครับว่า ขอหารือเรื่อง ในขณะนี้พี่น้องเกษตรกรที่เข้ารับจํานําเกี่ยวกับพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะ ผู้ที่ทําในด้านของมันสําปะหลัง ในขณะนี้ต้องเรียนต่อท่านประธานครับ มีปัญหาติดขัด ในเรื่องของการเบิกจ่ายเงินครับท่านประธาน ว่าพี่น้องเกษตรกรเอาผลผลิตไปจํานํา พอสมควรแล้วยังไม่ได้รับครับ ยังรับไม่ได้ล่าช้ามากครับ เปึนเดือนแล้วครับท่านประธาน ตรงนี้ก็ขอท่านประธานช่วยเร่งในการเบิกจ่ายเพื่อพี่น้องเกษตรกรจะได้เอาเงินไปใช้ ใน ขณะเดียวกันต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า ที่ได้รับฟังมาก็คือว่าพี่น้องเกษตรกร บางท่านอาจจะเห็นว่ามันล่าช้ามากเกินไป เขาก็เลยไม่สามารถที่จะไปขาย ในลักษณะของการจํานําได้ ก็เลยไปขายในลักษณะของขายเอาเงินสดเลย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็คือเปึนปัญหาต่อพี่น้องเกษตรกรว่าเขาได้รับเงินค่าตอบแทนในผลผลิตน้อยเกินไป
อีกเรื่องหนึ่ง ผมได้เคยปรึกษาหารือท่านประธานในเรื่องของการถ่ายโอน ถนนหนทางท่านประธานครับ ถนนหนทางบางเส้นเราต้องสํารวจว่าควรจะอยู่ในโครงข่าย ของถนนทางหลวงชนบท หรือโครงข่ายของถนนทางหลวงแผ่นดิน หรือทางหลวงพิเศษ อย่างไรก็ตามแต่ ซึ่งตรงนั้นมันควรจะมีครับ หรือถนนเส้นใดอยู่ในองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด หรือเส้นใดอยู่ในองค์การบริหารส่วนตําบล ตรงนั้นต้องสํารวจให้เปึนแผน ที่ชัดเจนนะครับ ในขณะนี้ปรากฏว่าเราไม่ได้ทํากันอย่างนั้นนะครับท่านประธานครับ ผลออกมาก็คือ บางเส้นควรจะอยู่ในทางหลวงแผ่นดินก็ไปอยู่ในทางหลวงชนบท หรือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอย่างนี้ ซึ่งไม่มีกําลังเม็ดเงินในการที่จะดูแล ถนนหนทาง ส่วนใหญ่บางเส้นไม่สามารถทํานุบํารุงได้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยาก กราบเรียนท่านประธานครับว่า ตรงนี้น่าจะเปึนแผนแม่บททําลงไปให้มันชัดเจน เพื่อจะได้ ทํานุบํารุงให้มันสอดคล้องต้องด้วย มิฉะนั้นมันจะเปึนผลเสียทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับว่า การขนพืชผลการเกษตรก็ดี การที่จะไปมาหาสู่ก็ดี มันก็เกิดความ สูญเสียในด้านเศรษฐกิจนะครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ ขอท่านประธานช่วย กรุณาด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ครับ เชิญครับ สลับกันครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ใคร่ขอเรียนถามท่านประธานถึงระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันนี้ ซึ่งใน (๓) ได้กําหนดไว้ว่าให้พิจารณาเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ มี ๒ เรื่อง คือ
เรื่องที่ ๑ คือกรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กร สิทธิมนุษยชนอาเซียน
เรื่องที่ ๒ คือกรอบการเจรจาประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียน ภายใต้การพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน ซึ่งถ้าท่านประธานดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมนี้ ก็แสดงว่า ท่านประธานมีความตั้งใจที่จะจัดให้มีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณา
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงาน แห่งสาธารณรัฐเกาหลี และกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการจัดส่ง แรงงานไทยไปสาธารณรัฐเกาหลีภายใต้ระบบการจ้างแรงงานแห่งชาติ ซึ่งเปึนเรื่อง ที่รัฐสภาแห่งนี้ได้มอบให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้พิจารณาใน ๒ เรื่องแรก ได้พิจารณาเรื่องนี้ไปด้วย แต่เมื่อไม่ได้กําหนดไว้ในระเบียบวาระการประชุมแสดงว่าท่าน อยากจะให้มีการประชุมร่วมกันอีกครั้งหนึ่งใช่หรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ
ผมอยากจะให้ประธาน คณะกรรมาธิการชี้แจงครับ เชิญช่วยชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขอกราบเรียนว่าในรายงานนี้มีทุกเรื่องครับ
ประการแรก ก็คือว่ามีเรื่องหลักอยู่ ๒ เรื่อง ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เรียนถามไปแล้ว แล้วในขณะเดียวกันนั้นที่ประชุมนั้นได้มอบหมายให้ไปศึกษา
เรื่องที่ ๓ ก็คือว่า ผลการพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวง แรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วย การจัดส่งแรงงานไทยไปสาธารณรัฐเกาหลีภายใต้ระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ เรื่องหนึ่ง
แล้วเรื่องถัดไปก็เรื่องที่ ๔ ก็เปึนเรื่องที่ให้ตั้งข้อสังเกตเรื่อง การให้ ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอาเซียนและการรวมตัวเปึน ประชาคมอาเซียน และเรื่อง การให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือ กับประเทศคู่เจรจาในกรอบอาเซียน +๓ และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ซึ่งอยู่ใน รายงานเดียวกันครับ
ครับ ก็คงจะเปึนที่เข้าใจนะครับ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช นะครับ ความจริงท่านเข้าใจ แต่ท่านอยากจะถามเท่านั้น ผม เข้าใจดี
ขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๒๒ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วครับ องค์ประชุม ๓๐๖ ท่าน ขณะนี้ครบแล้วนะครับ ผมขอดําเนินการประชุม เนื่องจากว่าวาระ ของเรานี้มันจะเสียเวลาเปล่า ๆ ครับ ให้จบเรื่องแล้วก็ค่อยเรื่องอื่น ๆ นะครับ ก็ขออนุมัติ ที่ประชุมดําเนินการประชุมต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มีอะไรครับ ผมกําลังดําเนินการอยู่คุณไพจิต
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมขออนุญาตปรึกษาท่านประธานครับ
คือมันพ้นเรื่องปรึกษาแล้วนะครับ
แต่ก่อนที่ ท่านประธานจะเข้าระเบียบวาระที่ ๓ นี่นะครับ ผมขออนุญาตได้เสนอความเห็นต่อ ท่านประธานว่า เรื่องที่ท่านประธานจะเข้าระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว คือรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ คือผมทราบดีว่าเปึนความ รับผิดชอบร่วมกันของสภา แล้วก็จะพยายามทําภาระหน้าที่ให้เสร็จสมบูรณ์ตาม เจตนารมณ์หน้าที่ของเรา ท่านประธานครับ แต่ว่าขอความกรุณาท่านประธานว่า เสร็จจากวาระนี้แล้วจะมีเรื่องด่วนที่คอยการพิจารณาอยู่คือเรื่อง ร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ของพี่น้องประชาชน ๗๒,๕๐๐ คนเศษ ที่รอการพิจารณาอยู่หลายรอบแล้วครับท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่มี ความจําเปึนที่ผมอยากจะให้เวลาของรัฐสภาที่วันนี้มีการนัดวิสามัญ ซึ่งพวกผมก็ทราบว่า มีความจําเปึนต้องมาร่วมประชุม เพราะฉะนั้นการใช้เวลาในการพิจารณาในกรอบวาระ สาม ถ้าเสร็จแล้วขอความกรุณาท่านประธานว่าให้พิจารณาเรื่องด่วนต่อ อย่าเพิ่งป่ด การประชุมนะครับท่านประธาน เพราะเปึนความจําเปึนที่จะให้มีการพิจารณาครับ
ท่านไพจิตครับ คงไม่ป่ดหรอกครับ เพราะเราจะเลือกคณะกรรมาธิการร่วมร่างข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภานะครับ ก็จะต้องใช้เวลาเหมือนกันมันยังไม่ป่ดหรอกครับ ท่านไพจิตอย่าไปห่วงนะครับ อย่างไรเรา ก็จะต้องดําเนินการ ผมขอดําเนินการต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากรอบการเจรจา ยกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนและกรอบการเจรจา ประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียนภายใต้การพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญด้าน กฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎหมายบัตรอาเซียน ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เสร็จแล้วนะครับ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
แต่ก่อนที่จะดําเนินการนะครับ ผมขอ อนุญาต เนื่องจากประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือขออนุญาตให้คุณปกรณ์ อมรชีวิน รองอธิบดีกรมการจัดหางานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงกับ คณะกรรมาธิการในวันนี้นะครับ ผมอนุญาต เห็นว่ามันเปึนเรื่องสําคัญนะครับ ขออนุญาตให้เข้ามาร่วมชี้แจงได้ มีอะไรครับ ท่านชลน่านครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ท่านประธาน จะอนุญาตให้ทางกรรมาธิการได้ชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ผมมีข้อกราบเรียนท่านประธาน ในเรื่องข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ถ้าเราจะใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ เปึนข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเรายังไม่ มีข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ท่านประธานครับ ในข้อบังคับข้อนี้เพื่อจะได้เกิด ประโยชน์กับการพิจารณาของที่ประชุม ข้อบังคับข้อนี้เขาบอกว่า เรื่องข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการจะให้พิจารณาโดยไม่มีการอภิปราย
อันนี้ยังไม่ถึงนะครับ เอาไว้ถึงตรงนั้น ก่อนนะครับคุณชลน่าน อันนี้ผมใช้อํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๙๖ ที่ให้คุณปกรณ์เข้ามา นะครับ
ผมไปข้อ ๙๖ ไม่มีใครติดใจครับ ท่านประธานครับ ข้อ ๙๗ มันเปึนเรื่องของข้อสังเกต ทีนี้รายงานของ กรรมาธิการวิสามัญที่ไปพิจารณาส่วนใหญ่เปึนเรื่องของข้อสังเกต ตัวร่างเดิมแทบจะไม่มี การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพื่อยังประโยชน์ให้กับสภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณา ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานว่า ถ้าสมาชิกจะอภิปรายในข้อสังเกตโดยการยกเว้น ข้อบังคับจะเปึนไปได้หรือไม่
ผมว่าคงทําไม่ได้กระมังครับ มันต้อง ยกเว้นข้อบังคับ แล้วก็ต้องเสนอ แล้วก็มีมติกันครับ
ผมหารือ ท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้เขียนขึ้นมาตรงนี้เปึนข้อสังเกตที่ถ้าสภาแห่งนี้ลงมติรับก็ต้องส่งให้ ครม. นําไปสู่ การปฏิบัติ ซึ่งเขาต้องนําไปเปึนเครื่องมือในการเจรจาด้วย ทีนี้ถ้าสมมุติไม่ให้พวกเรา ช่วยกันดู ไม่ให้พวกเราช่วยอภิปรายอะไรนี่นะครับ ในบางเรื่องบางประเด็นผมคิดว่าน่าจะ ไม่ชอบ
เอาอย่างนี้ครับ คุณชลน่าน ระหว่าง ที่ผมเชิญให้อภิปรายนะครับ ตอนนี้ก็มีการอภิปราย เพราะว่าไม่มีการแปรญัตติ แต่ว่า เราเป่ดโอกาสให้มีการอภิปรายให้ข้อสังเกตไปในตัวนะครับ แล้วถึงข้อสังเกตก็ค่อยผ่าน อีกเรื่องหนึ่ง เอาอย่างนั้นนะครับ
ท่านประธานครับ ผมหารือล่วงหน้าเลยครับ เพราะมันจะคาบเกี่ยวกันครับ
ผมก็เข้าใจครับ
มันจะคาบเกี่ยวกัน ถ้าท่านประธานคิดว่ามันมีความจําเปึนที่จะต้องยกเว้นข้อบังคับ ก็อาศัยเสียงของสมาชิก เราก็สามารถกระทําได้นี่ครับท่านประธานครับ ฝากท่านประธานช่วยพิจารณาครับ
ครับ ผมพิจารณาแล้วว่าไปตามเรื่อง ที่ได้พิจารณาในระเบียบวาระไปก่อนครับ เพื่อเปึนการไม่ให้เสียเวลานะครับ ขอเชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ เชิญครับ
ขอประทานกราบเรียน ประธานรัฐสภาที่เคารพและสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษากรอบการเจรจายกร่าง ขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนและกรอบการเจรจาประเด็น กฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียนภายใต้การพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย สูงสุดว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน และขอนําเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ต่อรัฐสภา ดังนี้
๑. ผลการพิจารณากรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กร สิทธิมนุษยชนอาเซียน
คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้มีมติเห็นควรเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ ความเห็นชอบกรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนตาม กรอบการพิจารณาที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ โดยให้มีการจัดทําขอบเขต อํานาจหน้าที่ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้มีการจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนในช่วงที่ ไทยดํารงตําแหน่งประธานอาเซียน ระหว่างเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ ถึง เดือนธันวาคม ๒๕๕๒ ทั้งนี้ โดยให้ขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรดังกล่าว มีองค์ประกอบสําคัญ ได้แก่ ความมุ่งประสงค์ หลักการ องค์กรปรึกษาหารือระหว่าง รัฐบาล อํานาจหน้าที่ องค์ประกอบ แนวทางการดําเนินงาน บทบาทของเลขาธิการและ สํานักงานเลขาธิการอาเซียน แผนงานและงบประมาณ บทบัญญัติทั่วไปและบทบัญญัติ สุดท้าย
นอกจากนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญยังได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนดังกล่าวว่า ควรเป่ดช่องสําหรับ การพิจารณาจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนรายสาขาในอนาคตได้ตามความเหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของกลุ่มเปัาหมายเฉพาะ รวมทั้งต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้ ของทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ สมาชิกอาเซียนในการปัองกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิ ซึ่งรวมถึงสิทธิของ มนุษยชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ แม้ในหลักการจะมีการกําหนดว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนต้องเคารพหลักการห้ามแทรกแซงกิจการภายใน ซึ่งเปึนหลักการพื้นฐานของการดําเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีปรากฏทั้งใน กฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน แต่ก็ควรจะตีความหลักการดังกล่าว อย่างยืดหยุ่นและสมดุลกับหลักการอื่น ๆ ที่สมาชิกอาเซียนมีพันธกรณีที่ต้องยึดมั่นและ ปฏิบัติตาม เช่น หน้าที่ของรัฐในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ ขั้นพื้นฐาน การเคารพและปฏิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ การส่งเสริม ประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล เปึนต้น
๒. ผลการพิจารณากรอบเจรจาประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียน ภายใต้การพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน
คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้มีมติเห็นควรเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ ความเห็นชอบกรอบการเจรจาดังกล่าวตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ โดยมีสาระสําคัญใน ๓ ประเด็นคือ ๑. นิติฐานะของอาเซียน ๒. กลไกระงับข้อพิพาท และ ๓. ประเด็นกฎหมายอื่น ๆ ภายใต้กฎบัตรอาเซียน
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญมีข้อสังเกตเพิ่มเติม ในประเด็นเรื่องการ พิจารณาความเปึนไปได้ในการจัดทําบัญชีรายการตราสารทางกฎหมายและกฎระเบียบ ในการเจรจาประเด็นกฎหมายอื่น ๆ ภายใต้กฎบัตรอาเซียน ที่จะต้องมีการเจรจาต่อไป เท่าที่จะไม่เปึนข้อจํากัดแก่ประเทศในการเจรจา
การพิจารณาความเปึนไปได้ในการใช้กลไกระงับข้อพิพาท เพื่อแก้ไข ปัญหาเขตแดนระหว่างประเทศและการเจรจารับรองสถานะชนกลุ่มน้อยในประเทศ ที่ประสบปัญหา เปึนต้น
๓. ผลการพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงาน แห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการจัดส่ง แรงงานไทยไปสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้ระบบการจ้างแรงงานแห่งชาติ
คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้มีมติเห็นควรนําเสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ ความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าวตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยกําหนดให้ กรมการจัดหางานมีหน้าที่แต่เพียงผู้เดียว ในการรับสมัครสรรหาคนงาน และให้สถาบัน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกาหลีเปึนหน่วยงานผู้รับหน้าที่ในการจัดทําบัญชีรายชื่อ คนหางาน การรับคนหางานเข้าไปทํางานในสาธารณรัฐเกาหลี รวมทั้งจัดทดสอบ ความสามารถภาษาเกาหลี บันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่อมีการลงนาม ร่วมกันทั้งสองฝ์าย และมีกําหนดระยะเวลา ๒ ป้
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในอนาคตควรจะมี การเจรจาด้านแรงงานกับประเทศต่าง ๆ โดยร่วมมือกับประเทศผู้ส่งออกแรงงานอื่น ๆ เช่น ฟ่ลิปป่นส์ เวียดนาม เพื่อสร้างอํานาจต่อรองในประเด็นที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
๔. นอกจากนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญยังได้พิจารณาจัดทําข้อสังเกต เกี่ยวกับเรื่องการให้ความเห็นชอบเอกสารในความรับผิดชอบของกระทรวง การต่างประเทศที่จะมีการลงนามหรือรับรองในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ซึ่งรัฐสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว จํานวน ๙ ฉบับ ได้แก่
เอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอาเซียนและการรวมตัวเปึน ประชาคมอาเซียน และ
เอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาในกรอบอาเซียน +๓ และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ดังมีรายละเอียดปรากฏตามรายงานผล การพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้เสนอให้สมาชิกสภาทุกท่าน พิจารณาแล้ว
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมชี้แจง รวมทั้งได้เชิญผู้แทนขององค์กรสิทธิมนุษยชน เช่น องค์การฮิวแมน ไรท์ วอช (Human Rights Watch) ประจําประเทศไทย สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชนและ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตลอดจนนักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนมาให้ข้อมูล เพิ่มเติมแก่คณะกรรมาธิการ
กระผมในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญ จึงขอนําเสนอรายงาน การพิจารณาศึกษากรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชน อาเซียนและกรอบการเจรจาประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียนภายใต้การพิจารณา ของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน ร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไทยไปสาธารณรัฐเกาหลีภายใต้ระบบการจ้างแรงงานแห่งชาติ พร้อมทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตลอดจนรายงานการจัดทําข้อสังเกต การให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอาเซียนและ การรวมตัวเปึนประชาคมอาเซียน และเรื่อง การให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับ ความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาในกรอบอาเซียน +๓ และการประชุมสุดยอดเอเชีย ตะวันออก ซึ่งเปึนเอกสารที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบแล้ว มาเพื่อ ประกอบการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปก็จะขอเชิญท่านสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ ก็ควรรวบรัดหน่อยนะครับ เชิญคุณฮอชาลี ม่าเหร็ม เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับจากรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนและกรอบการเจรจาประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตร ของอาเซียนนั้น กระผมสนใจและขออภิปรายให้ความเห็นในกรอบการเจรจายกร่าง ขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ดังนี้ครับ
ท่านประธานครับ นี่คือความก้าวหน้าประการหนึ่งที่จะทําให้สมาชิก สมาคมอาเซียน ๑๐ ประเทศ บรรลุความสําเร็จใน ๓ เสาหลัก ซึ่งเสาหลักแรกก็คือ ในเรื่องของด้านการเมืองและความมั่นคง เสาหลักที่สองก็คือ ในเรื่องของทางด้าน เศรษฐกิจ เสาหลักที่สามก็คือ ในเรื่องของวัฒนธรรม การที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณา วางกรอบในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนไปตามความต้องการของสมาชิกสมาคม อาเซียนที่จะให้บรรลุความสําเร็จในเรื่องของทางด้านการเมืองการปกครอง และก็ในเรื่อง ของสิทธิมนุษยชนนั้น ท่านประธานครับ ก็เปึน ๑ ในหลายข้อ เปึน ๑ ใน ๕๕ ข้อ ซึ่งอยู่ใน ข้อที่ ๑๔ ในกฎบัตรของอาเซียนที่สมาชิกสมาคมของอาเซียนนั้นจะต้องปฏิบัติตาม และ จะต้องยอมรับแล้วก็ลงนามพร้อม ๆ กัน นั่นก็คือการที่ให้มีองค์กรสิทธิมนุษยชนของ อาเซียนขึ้นมา และในวันนี้ทางสภาของเรานั้นก็ได้มีการพิจารณารับทราบความเห็นของ คณะกรรมาธิการที่ได้เสนอมานั้น ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมขอเรียนกับท่านประธาน ว่าในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนเรื่องที่มีความล่อแหลม แล้วก็เปึนเรื่องที่มีความไวต่อ ความรู้สึกของประชาคมโลก ซึ่งหลัก ๆ มีอยู่ ๓ เรื่อง ก็คือเรื่องของประชาธิปไตย แล้วก็ เรื่องของสิทธิมนุษยชน แล้วก็เรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ในเร็ว ๆ นี้ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ในประเทศไทยของเราเองนั้นก็มีเรื่องที่อยู่ในกระแสความสนใจของ ประชาคมชาวโลก ก็คือ เรื่องของการหลบภัยของผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราเรียก กันว่าพวกโรฮิงยา (Rohingya) ซึ่งปัญหาของโรฮิงยานั้นเปึนปัญหาที่ประชาคมทั่วโลกให้ ความสนใจ และก็กลายเปึนข่าวที่ตีแผ่ไปยังสื่อมวลชนในทุกแขนง และก็กลายเปึนว่าเรา ซึ่งเปึนประเทศที่อยู่ใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหากับโรฮิงยานั้น เราต้องมารับในปัญหาตรงนี้ และกลายเปึนว่าเราทําให้ถูกประชาคมโลกเข้าใจว่าละเมิด สิทธิมนุษยชน ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก เพราะว่า ชาวโรฮิงยานั้นก็เปึนชาติพันธุ์หนึ่ง เปึนประชากรกลุ่มหนึ่งซึ่งมีถิ่นที่อยู่ที่ได้รับการยอมรับ โดยถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ในประเทศซึ่งปกครองชาวโรฮิงยานั้น เขาไม่ยอมรับในสถานภาพของความเปึนพลเมือง ไม่ยอมรับสถานภาพของการมี การศึกษา ไม่ยอมรับสถานภาพในการทํางาน ไม่ยอมรับสถานภาพในการแต่งงาน และก็ ไม่ยอมรับในความเปึนพลเมืองของชาวโรฮิงยา และเกิดปัญหาในพื้นที่ที่อยู่ใน รัฐอาราข่านเปึนเวลาเนิ่นนาน ท่านประธานครับ ปัญหาตรงนี้นั้นได้ส่งผลกระทบต่อไม่ใช่ เฉพาะประเทศไทย ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งย่านภูมิภาคอาเซียน เพราะมีความจําเปึน ที่ชาวโรฮิงยาจะต้องหลบภัยจากการคุกคาม จากการทรมานจากประเทศที่ปกครองของ ชาวโรฮิงยานั้น มีผลกระทบต่อทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย ตลอดจน หลาย ๆ ประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้รับชาวโรฮิงยาเข้าไปอยู่ในการดูแลของแต่ละประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วนั้นในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้น ทางกรรมาธิการควรที่จะได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ ให้น้ําหนักให้ความสําคัญในเรื่องนี้ เพราะว่าเปึนเรื่องของการรับรองสิทธิ รับรองศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ แท้จริงแล้วนั้น ชาวโรฮิงยาจํานวนมาก ซึ่งมีประชากรจํานวนประมาณเกือบ ๒ ล้านคนในรัฐอาราข่านนั้น ก่อนหน้าที่มีรัฐบาลซึ่งมีการปกครองโดยระบบเผด็จการนั้น ก่อนหน้านั้นก็เคยมี ส.ส. ซึ่งเปึนตัวแทนของชาวโรฮิงยาอยู่ในรัฐสภาของประเทศเพื่อนบ้านของเรา เคยมีรัฐมนตรี ที่มาจากชาวโรฮิงยา แต่เมื่อสถานภาพของการเมืองเปลี่ยนแปลงไปก็ทําให้ชาวโรฮิงยา ก็เปลี่ยนสถานภาพไป กระผมเองมีประเด็นสั้น ๆ ที่อยากจะขอฝากไปยังทางกรรมาธิการ แล้วก็ฝากไปยังรัฐบาลเพื่อที่จะนําไปเปึนกรณีเปึนประเด็นในการที่จะถกร่วมกันระหว่าง สมาชิกสมาคมทั้ง ๑๐ ประเทศ ในเรื่องของสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ โรฮิงยา ดังนี้นะครับ
ประการแรก สถานภาพของชาวโรฮิงยา ซึ่งหลบภัยจากการคุกคาม จากการทรมานจากเมืองอาราข่านนั้น เมื่อเดินทางเข้ามาในขอบเขต ในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเปึนอาเซียน หรือเปึนประเทศซึ่งอยู่นอกประชาคมอาเซียนนั้น สถานภาพของเขาถูกชี้ว่าเปึนผู้ที่อพยพหลบภัย หรือเปึนผู้ซึ่งหลบหนีเปึนคนต่างด้าว หลบเข้าเมือง ตรงนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก เพราะถ้าหากว่าถูกชี้ให้เปึนคนที่ หลบหนีเข้าเมืองก็จะมีกฎหมายก็จะมีการปฏิบัติอีกด้านหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าถูกชี้ให้เปึน ผู้ซึ่งลี้ภัย เปึนผู้ซึ่งอพยพก็จะมีในเรื่องของการดูแล จะมีในเรื่องของ ยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR) เข้ามาเกี่ยวข้อง ตรงนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ดังนั้นองค์กร สิทธิมนุษยชนของอาเซียนนั้นจะต้องมีมาตรการ จะต้องมีหลักเกณฑ์ในการที่จะ ชี้ให้ชัดเจนว่าชาวโรฮิงยานั้นอยู่ในสถานภาพเปึนผู้ซึ่งหลบภัยเข้าเมืองหรือเปึนผู้ซึ่งอยู่ใน สถานภาพของผู้อพยพ นี่คือเปึนเรื่องที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าประเทศไทย เรานั้นไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการลี้ภัยใน ค.ศ. ๑๙๕๑ ก็ตาม แต่เราก็ยังมี ข้อผูกพันที่ว่าเราเปึนภาคีในอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน ซึ่งการที่จะส่งตัวผู้หลบภัย กลับไปประเทศบ้านเกิดเมืองนอนเดิมให้ถูกทรมานต่อไปนั้นถือว่าเปึนการละเมิดในการที่ เราเปึนภาคี ในการที่จะดูแลผู้อพยพด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่อยากจะขอฝากท่านกรรมาธิการก็คือว่า สิทธิในการผลักดันผู้ลี้ภัยนั้นเปึนสิทธิที่แต่ละประเทศจะพึงมีหรือเปล่านะครับ การที่เกิด เหตุชาวโรฮิงยาเข้ามาในน่านน้ําของไทยแล้วก็มีการผลักดันออกไปนั้น ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะมี มาในยุคนี้ แต่มีมาก่อนจากนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเปึนการอพยพเข้ามาทางบกหรือเปึน การอพยพเข้ามาทางน้ํา สิ่งเหล่านี้ได้เคยมีการปฏิบัติกันมา แต่เพียงแต่ว่ามันกลายเปึน ประเด็นที่สื่อให้ความเข้าใจ แล้วก็ชี้เปึนประเด็นว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านประธานครับ อเมริกาเองก็เคยมีการผลักดันผู้อพยพชาวเม็กซิกัน ออสเตรเลียเองก็เคยมี การผลักดันผู้อพยพชาวต่างชาติซึ่งเข้ามาในประเทศออสเตรเลีย หลายประเทศใช้สิทธิ ในการที่จะผลักดันผู้ซึ่งอพยพเข้ามา ผู้ซึ่งหลบภัยเข้ามา เพียงแต่ว่ามาตรฐานในการ ปฏิบัติต่อผู้ที่หลบภัยนั้นเรามีมาตรฐานแล้วก็มีมาตรการ แล้วก็มีความนุ่มนวล มีจริยธรรม มีความเปึนหลักสากลแค่ไหนในการปฏิบัติ ในกรณีที่มันเกิดขึ้นตรงนี้รัฐบาล จะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งให้ชัดเจนในการสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วก็ แถลงให้กับชาวโลก แถลงให้กับสื่อให้มีความชัดเจนว่ารัฐบาลแล้วก็ผู้ซึ่งปฏิบัติในด้าน ความมั่นคงนั้นมีการปฏิบัติต่อผู้หลบภัยชาวโรฮิงยาอย่างไร ก็จะทําให้เราสามารถที่จะไม่ ถูกตราหน้า ไม่ถูกบอกว่าเปึนผู้ซึ่งละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้ข้อเท็จจริงให้กับชาวโลก เรื่องนี้ ก็สามารถจะคลี่คลายไปได้
ท่านประธานครับ อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งผมอยากจะขอฝาก ในที่ประชุมตรงนี้ว่า การให้เหตุผลในการผลักดันชาวโรฮิงยานั้นเราจะต้องให้เหตุผล ที่ไม่สร้างความคลุมเครือ การให้เหตุผลโดยมองว่าชาวโรฮิงยามีส่วนในการก่อการร้าย ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ซึ่งออกมาแถลง ผู้ซึ่งให้ข่าวในลักษณะทํานองนี้ จะต้องมีข้อมูล จะต้องมีหลักฐาน จะต้องมีพยานที่ชัดเจนว่าชาวโรฮิงยาเข้ามามีส่วน ในการก่อการร้ายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เปึนการพูดเพื่อจะอ้างเหตุผล ในการผลักดัน แต่สิ่งที่รัฐบาลไทยจะต้องพึงปฏิบัตินั้น ก็คือให้เหตุผลว่า ณ ขณะนี้นั้น เรายังไม่มีความชัดเจนว่าทางสหประชาชาติ ทาง ยูเอ็นเอชซีอาร์ จะเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ ได้อย่างไร ถ้าหากว่าเรารับเขาเปึนผู้ที่ลี้ภัย เปึนผู้ที่อพยพ นั่นหมายความว่าเปึนภาระกับเรา งบประมาณในการดูแล งบประมาณในการที่จะให้ที่อยู่ที่กินก็จะเปึนเรื่องที่สามารถจะ สร้างเปึนภาระให้กับประเทศไทยเราได้
ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ อยากจะฝากกรรมาธิการไปถึงรัฐบาล แล้วก็ไปยังประเทศสมาชิกสมาคมในอาเซียนก็คือว่า ต้นตอหลักของปัญหาก็คือ การคุกคามแล้วก็การกดขี่ แล้วก็สถานภาพของชาวโรฮิงยาในประเทศที่เปึนต้นน้ํา ดังนั้นเมื่อเรามีการผ่านกรอบการเจรจาตรงนี้ แล้วก็รัฐบาลนําไปปฏิบัติ แล้วก็มีการ ลงนามว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียนนั้น อยากจะฝากท่านประธาน ไปถึงกรรมาธิการว่า อาเซียนนั้นจะต้องแสวงหาความร่วมมือ อย่างน้อยหลัก ๆ จาก ๒ องค์กร
องค์กรแรกก็คือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ หรือว่าข้าหลวงใหญ่ของผู้ลี้ภัยแห่ง สหประชาชาติ ซึ่งรับผิดชอบมีภารกิจในการดูแลผู้อพยพ จะต้องมาร่วมมือกับอาเซียน และจะต้องมาร่วมมือกันทั้งในงบประมาณ แล้วก็การชี้ถึงในสถานภาพของชาวโรฮิงยา ว่าเปึนผู้อพยพหรือเปึนผู้หลบหนีเข้าเมือง
องค์กรที่ ๒ ซึ่งอาเซียนจะต้องเข้าไปแสวงหาความร่วมมือด้วยนั่นก็คือ โอไอซี (OIC) หรือว่าประเทศสันนิบาตของโลกมุสลิม ซึ่งเปึนประเทศที่รวมประเทศในโลก อาหรับทั้งหมด ให้เขามาช่วยดูแลในตรงนี้ด้วย เพราะโดยสถานภาพของการเปึนศาสนา เดียวกัน สถานภาพของการมีจิตวิญญาณร่วมกัน ความเปึนพี่น้องร่วมกันนั้นประเทศ เหล่านี้ มีศักยภาพ มีความสามารถ มีทุนพอในการที่จะดูแลผู้อพยพ ซึ่งมาจากประเทศพม่า ดังนั้นอาเซียนจะต้องให้ความแสวงหาความร่วมมือจากองค์กรระหว่างประเทศหลัก ๆ ใน ๒ องค์กรนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะขอฝากเปึนประเด็นให้กับท่านประธานแล้วก็ผ่านไป ยังกรรมาธิการ แล้วก็ให้รัฐบาลได้นําไปปฏิบัตินะครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิก กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ จากข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งกระผมเองได้มีส่วนนําเสนอ ให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาในเรื่องของการเดินทางไปทํางานต่างประเทศ ในประเทศเกาหลีของแรงงานไทยนะครับ ซึ่งจากรายงานและก็ข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมีข้อสังเกตเพิ่มเติมที่อยากจะผ่านคณะกรรมาธิการแห่งนี้ไปถึงรัฐบาลผู้ซึ่งจะเปึน ผู้ดําเนินการเจรจากับรัฐบาลที่เกี่ยวข้องนั่นคือรัฐบาลเกาหลี ท่านประธานครับ เปึนที่แน่ชัด แล้วนะครับ จากที่กรรมาธิการได้ชี้แจงเรานะครับ นั่นก็คือกรมการจัดหางานจะเปึน หน่วยงานราชการเพียงหน่วยเดียวที่เปึนผู้รับผิดชอบในการรับสมัครคนที่จะเดินทางไป ทํางานยังประเทศเกาหลี เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตนะครับว่า กรมการจัดหางาน จะต้องมีความโปร่งใส จะต้องมีการตรวจสอบที่ชัดเจนในค่าธรรมเนียมในการจัดส่ง เพราะขณะนี้ในอดีตที่ผ่านมาท่านประธานครับ แรงงานหลายคนที่เดินทางไปทํางานที่ ประเทศเกาหลี ซึ่งผมมีโอกาสได้สัมผัสเปึนการส่วนตัว สอบถามแต่ละท่านค่าใช้จ่าย ไม่ตรงกันครับ บางท่านก็บอกว่ามีการเรียกรับค่าใช้จ่าย ถ้าหากว่าต้องการเดินทางไปเร็ว ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนั้นไม่มีค่าธรรมเนียมไม่มีใบเสร็จ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ฝากทางกรมการจัดหางานจะต้องเขียนออกมาให้ชัดเจนนะครับว่า จะเดินทางไป ประเทศเกาหลีจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่าไร ค่าเครื่องบินเท่าไร ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ค่าตรวจโรค ทุกอย่างจะต้องชัดเจน โปร่งใสและเปึนธรรมนะครับ
อันที่ ๒ ท่านประธานครับ รัฐบาลเกาหลีจัดทําบัญชีรายชื่อคนหางาน โดยหน่วยงานที่เรียกว่าสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกาหลี ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อตกลงตรงนี้ที่รัฐบาลไทยโดยกระทรวงแรงงานได้ทํากับกระทรวงแรงงานเกาหลี ผมเห็นว่าเปึนข้อตกลงที่ยังไม่เปึนธรรม เนื่องจากว่าการขึ้นบัญชีผู้ประสงค์จะเดินทางไป ทํางานยังประเทศเกาหลีนั้น ทางเกาหลีได้กําหนดให้หน่วยงานที่ว่านั้นคือ เอชดีอาร์ (HDR) เปึนผู้สอบ สอบขึ้นทะเบียนโดยให้แรงงานไทยไปสอบ ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ครับ ที่สมัครไปเมื่อสักครู่ สอบไปเมื่อสักครู่ สมัครไป ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ผมเรียนย้ําข้อมูล อีกครั้งหนึ่งว่า คนงานไทยที่ประสงค์จะไปทํางานประเทศเกาหลีต้องไปเสียค่าสมัคร ค่าสอบนะครับ คนละ ๑๘ ดอลลาร์ นั่นคือคนละประมาณ ๖๐๐ บาท ท่านประธานลอง คิดเอาว่า ๒๐,๐๐๐ คน ไปสมัครแล้วก็เสียค่าสมัครคนละ ๖๐๐ บาท ถามว่าสมัครแล้ว สอบผ่านกี่เปอร์เซ็นต์ สอบผ่านไม่ถึง ๕๐๐ คน ท่านประธานครับ เพราะเปึนภาษาเกาหลี ล้วน ๆ ตรงนี้จะเปึนประเด็นปัญหาที่ทําให้การที่แรงงานไทยประสงค์ที่จะไปทํางาน ประเทศเกาหลีมีปัญหาแน่นอน เพราะว่าท่านจะต้องสอบหลายครั้ง และเป่ดสอบแต่ละครั้ง ก็ต้องเสียเงินค่าสมัครสอบ ๑๘ ดอลลาร์ ถ้ามีความตั้งใจไปจริงนะครับ เป่ดสอบป้ละ ๒ ครั้ง ก็เสียป้ละ ๑,๒๐๐ บาท แล้วไม่มีการันตี (Guarantee) ว่าจะสอบได้หรือสอบไม่ได้ เพราะเปึนภาษาเกาหลีล้วน ๆ ผมฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะได้มีโอกาสเจรจากัน ในการประชุมอาเซียนที่จะถึง ได้กรุณาคุยกันกับรัฐบาลเกาหลี รัฐบาลฟ่ลิปป่นส์ และ รัฐบาลเวียดนาม ซึ่งกรรมาธิการเองก็ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าจะร่วมกันกับฟ่ลิปป่นส์ กับ เวียดนามที่จะต่อรองกับรัฐบาลเกาหลีในตรงนี้ ผมเห็นว่าเปึนประเด็นที่สําคัญจะต้อง ปลดล็อก เพราะไม่เช่นนั้น ท่านประธานครับ ถ้าไม่ปลดล็อก เป่ดสอบ มีความต้องการสูง คนก็จะมาสมัครสูง เสียเงินคนละ ๖๐๐ บาท เสียแล้วก็สอบไม่ได้ เงินไปที่ไหน ก็ไปประเทศเกาหลีครับ สุดท้ายแทนที่จะได้ไปทํางานเกาหลีแก้จนก็จะเพิ่มความยากจนอีก เพราะสมัครแล้วสมัครอีกสอบไม่ผ่าน
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของกรมการจัดหางาน ผมอยากจะ ให้กรมการจัดหางานเปึน วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ฝากทางรัฐบาล ฝาก ทางท่านกรรมาธิการด้วย คุยกับรัฐบาลว่ากรมการจัดหางานนอกจากจะขึ้นบัญชี คนสมัครเรียบร้อยแล้ว กรมการจัดหางานจะต้องหาเงินครับ หรือว่าหาทุนในการที่จะให้ ผู้ที่ต้องการเดินทางไปทํางานต่างประเทศได้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ํา ถามว่าเปึนสิ่งที่ดี หรือไม่ เปึนสิ่งที่ดีแน่นอนครับ แรงงานในประเทศไทย โดยเฉพาะคนที่ยากจนใน ภาคอีสานต้องการไปทํางานที่เกาหลีครับ ต้องการไปทํางานต่างประเทศ แต่ไม่มีทุนที่จะ ไปซื้อตั๋วเครื่องบิน ที่จะไปเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพราะฉะนั้นกรมการจัดหางานน่าจะเปึน หน่วยงานหลักที่ทั้งหางานต่างประเทศ หางบประมาณให้ด้วย แล้วก็ฝ๊กอบรมนะครับ ฝ๊กอบรมนั่นก็คือการเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของภาษาหรือเรื่องของ ความสามารถ ความรู้ความชํานาญต่าง ๆ ในงานที่ต่างประเทศที่ต้องการ โดยเฉพาะ เกาหลี สั้น ๆ ท่านประธานครับ เกาหลีเปึนประเทศที่พัฒนาอุตสาหกรรมไปไกลมาก และงานที่เปึนงานใช้แรงงานขณะนี้คนเกาหลีไม่ต้องการทําครับ คนเกาหลีไม่ต้องการ เปึนแม่บ้าน คนเกาหลีไม่ต้องการเปึนประมง คนเกาหลีไม่ต้องที่จะทํางานเก็บขยะ ซึ่งงาน เหล่านี้คนไทยพร้อม เราพร้อมที่จะเข้าไปทํางานตรงนี้ถ้าหากให้โอกาสกับเรา ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการ แล้วก็ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงานที่จะแก้ไขตรงนี้ เพื่อให้การส่งคนงานไปประเทศเกาหลีสามารถดําเนินการไปได้ ด้วยความสะดวกยุติธรรมแล้วก็เปึนธรรมครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านชลน่าน ศรีแก้ว
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานว่าในการ พิจารณาในระเบียบวาระที่ท่านประธานกรุณาบรรจุเข้ามาเปึนการประชุมร่วมของ รัฐสภาเรา เปึนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ผมเองอยากจะฝากข้อสังเกต ประเด็นนี้ก่อนที่จะลงในรายละเอียด ท่านประธานครับ เราเองยังไม่มีวิธีการปฏิบัติที่ ชัดเจนในเรื่องนี้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๒ ผมจําได้ เราเคยประชุมอย่างนี้ครั้งหนึ่งแล้วมีการมอบให้กรรมาธิการไปพิจารณาแล้ว กลับมาแจ้งต่อสภา มารายงานต่อสภาเรา วิธีการพิจารณาในชั้นนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าเราเองไม่มีความชัดเจนในการพิจารณานี่ครับ ทุกอย่างจะวนกลับมาที่เดิม ทุกอย่างจะวนกลับมาที่เดิม หมายความว่าอย่างไรท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ยึดถือ ข้อบังคับการประชุมและมันเปึนแนวที่ชัดเจน ในวาระที่เราพิจารณาเรื่องของกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว ข้อคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกที่นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังทาง กรรมาธิการ ผมคิดว่าเปึนเรื่องเดิม และถามว่าเรื่องเดิมข้อเสนอดี ๆ เหล่านี้จะถูก กรรมาธิการไปพิจารณาและไปปรับแก้ไหม เสนอรัฐบาลไหม ไม่มีครับ หมดวาระ หมดโอกาส เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าในชั้นนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เราน่าจะใช้แนวทางการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเข้ามาเปึนแนวทางในการพิจารณา ความหมายผมก็คือว่าในชั้นวาระแรก ที่เราพิจารณานั่นมีการรับร่างเข้าไป รับกรอบเข้าไป กรอบเจรจาเสมือน ร่างพระราชบัญญัติที่เราพิจารณา รับกรอบเจรจาแล้วเรามีมติให้กรรมาธิการวิสามัญไป พิจารณาเสร็จแล้วมารายงานต่อเรา ถ้าสมมุติสภาแห่งนี้ยึดถืออย่างนั้นท่านประธานครับ เราก็แค่มาดูในสิ่งที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ๔ เรื่องที่ได้รับมอบหมายไป ท่านประธานครับ ผมพยายามตรวจสอบ ไม่มีเรื่องใดใหม่เลยครับ เปึนเรื่องกรอบเดิม ทั้งหมด
เรื่องแรก กรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กร สิทธิมนุษยชนอาเซียน ก็คือกรอบเดิม กรรมาธิการก็สรุปว่าเห็นชอบตามกรอบที่ คณะรัฐมนตรีเสนอมา เห็นควรให้สภารับรองได้
เรื่องที่ ๒ กรอบการเจรจาประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียน ก็เหมือนเดิม ข้อสรุปกรรมาธิการเหมือนเดิม เห็นชอบกับกรอบที่คณะรัฐมนตรีเสนอ เห็นควรให้สภาพิจารณาที่จะให้ความเห็นชอบได้
เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานแห่ง สาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการจัดส่งแรงงาน ไทยไปสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้ระบบการจ้างแรงงานแห่งชาติ ผมไปตรวจสอบดู ก็เหมือนเดิม ท่านประธานครับ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมา ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หัวข้อที่จะไปเจรจา ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อที่จะไปเจรจาตกลง เพราะฉะนั้น การพิจารณาตรงนี้มันเปึนประเด็นที่ค่อนข้างลําบากท่านประธานครับ สิ่งที่แปลกใหม่ ขึ้นมาก็คือข้อสังเกตของกรรมาธิการ
เรื่องที่ ๔ ที่ท่านกรรมาธิการได้รับมอบหมายจากสภาให้ไปทํา ข้อสังเกตเรื่องการให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เราจะไปลงนามในกรอบของอาเซียน กับอาเซียน +๓ ท่านก็ทํามา ๕ เรื่อง ก็เปึนเรื่องเดิมครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะหารือท่านประธานว่า ต่อไปผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า แนวทางการพิจารณาน่าจะใช้แนวทางการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเปึนแนวทาง วาระแรกเมื่อพิจารณาแล้วเห็นชอบไปดําเนินการอย่างไร ถ้าจะอนุมัติตั้งแต่วาระแรก ก็อนุมัติไป ถ้าไม่เห็นชอบจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษาไปพิจารณา ในรายละเอียดเพื่อกลับมาให้ความเห็นเรา ก็ควรทําเหมือนร่างพระราชบัญญัติ แล้วเรา ก็มาดูในวาระสอง ซึ่งมันจะทําให้การพิจารณาของเรามีประสิทธิภาพ เรื่องไหนที่ไม่มีการ เปลี่ยนแปลงแก้ไข สมาชิกไม่จําเปึนต้องอภิปรายให้ความเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถลงนาม ให้ความเห็นชอบได้เลย เว้นแต่นะครับท่านประธานครับ ถ้าไม่ทําอย่างนั้นผมมี ข้อเสนอกับท่านประธานว่าถ้าไม่ทําอย่างนั้น เมื่อสักครู่นี้ผมเสนอท่านประธานว่าน่าจะยกเว้น ข้อบังคับ ข้อ ๙๗ เรื่องข้อสังเกต แต่ถ้าท่านประธานไม่รับนะครับ ใช้เสียง ๒ ใน ๓ ของรัฐสภาแห่งนี้ยกเว้นข้อบังคับ ทําได้ ครับ แต่ว่าถ้าท่านประธานไม่ทําผมมีข้อเสนอครับ ในการพิจารณาต่อเพื่อทรง ประสิทธิภาพ อย่าใช้คําว่า จัดทําข้อสังเกต ครับ ให้กรรมาธิการไปพิจารณาแล้วเสนอ ความเห็นมาให้เราให้ความเห็นชอบเพิ่มเติม เสนอความเห็นครับ อย่าคิด อย่าเขียนเปึน ข้อสังเกตครับ ถ้าข้อสังเกตเข้าตามร่างข้อบังคับทันทีเลย ทําความเห็น ท่านมีความเห็น ผมยกตัวอย่างความเห็นดี ๆ ที่อยู่ในกรอบของการยกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ของ องค์กรสิทธิมนุษยชนครับ ซึ่งแตกต่างไปจากกรอบของคณะรัฐมนตรีที่ทํา มีข้อเสนอที่ดี ๆ ครับ แต่ท่านเขียนเปึนข้อสังเกต จริงอยู่ครับ ในการพิจารณาตรงนี้ส่วนหนึ่งท่านเอา แนวทางของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาใช้ ก็คือมีข้อสังเกตแนบท้าย แล้วให้สภา ให้ความเห็นชอบ ครม. รับไปดําเนินการ ซึ่งเราไม่มีสิทธิที่จะไปแก้ใด ๆ ทั้งสิ้นเลยครับ เพราะไม่มีสิทธิอภิปราย ยกเว้นจะรับหรือไม่รับ แน่นอนครับ รัฐสภาอาศัยเสียงข้างมาก กรอบไหนที่เปึนประโยชน์กับทางฝ์ายบริหารก็รับไป ยกเว้นฝ์ายบริหารจะบอกว่ารับไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเปึนอย่างนั้นท่านประธานครับ ส่วนใหญ่ฝ์ายบริหารบอกรับข้อสังเกตนี้ไม่ได้ โหวตมาก็ไม่รับ ผมไม่แน่ใจวันนี้มติจะออกเปึนอย่างนั้นหรือเปล่า เพราะมีหลายเรื่อง นะครับที่รัฐบาลรับไปแล้วอาจจะทําไม่ได้ อาจจะเจรจาไม่ได้ด้วยนะครับ เพราะว่ามันเปึน กรอบที่จะไปเจรจา เจรจาเสร็จแล้วมาให้เราให้ความเห็นชอบเรื่องของการลงสัตยาบัน อีกครั้งหนึ่งท่านประธานครับ ตามมาตรา ๑๙๐ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าควรทําให้สอดคล้องกับมาตรา ๑๙๐ ให้ถูกต้อง โดยเฉพาะ การพิจารณาในชั้นของรัฐสภาของเรา กรณีที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้าจะกรุณานะครับ ให้พวกเราพิจารณา ข้อสังเกตที่เปึนข้อเพิ่มเติมได้ ท่านประธานก็ทําเหมือนผมเสนอ ถ้าท่านรับนะครับ ผมจะเสนอเปึนญัตติรับรองแค่ ๒๐ คน ผมใช้สิทธิ ๒ ใน ๓
ผมว่าท่านอภิปรายไปเลยดีกว่า ท่านจะเอาข้อสังเกตเข้ามารวมเลยก็เอาไปเลยครับ ให้เวลาท่านครับ
ท่านประธานครับ ผมขอบคุณท่านประธานที่ทักท้วงประเด็นนี้ ผมอภิปรายตรงนี้ไว้เพื่อเปึนแนวทางที่ให้ ท่านประธานและรัฐสภาแห่งนี้ใช้เปึนแนวทางในการพิจารณาในครั้งต่อไป ครั้งนี้อาจจะ ไม่มีผล แต่ผมคิดว่าการทําอย่างนี้ ผมจะกล่าวหาท่านประธานทําผิดข้อบังคับก็คงไม่ได้ เพราะว่ามันไม่มีแนวทางที่เขียนไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นฝากกรรมาธิการที่จะยกร่าง ข้อบังคับการประชุมรัฐสภานะครับ ไปเติมตรงนี้ด้วย ผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ ไม่อย่างนั้นการพิจารณาของเรา ถ้าสมาชิกอภิปรายอีก ๑๐ ท่าน ก็วนมาที่เดิมครับ วนมา ว่าฝากประเด็นที่เปึนข้อสังเกตของสมาชิกให้กรรมาธิการรับไป ฝากไปให้ทาง คณะรัฐมนตรี ถามว่ากรรมาธิการรับไปกรรมาธิการทําอะไรได้ครับ ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรับไปแล้วท่านจะทําอย่างไร ครับ ไม่มีอํานาจหน้าที่ใดที่จะทําได้เลย ฝากท่านประธานเปึนประเด็น ผมคิดว่าท่านน่าจะ ทําสิ่งที่มันถูกต้องเพื่อเปึนประโยชน์ในการพิจารณาของเรา กราบขอบคุณท่านประธาน ครับ
ขอบคุณครับ ข้อสังเกตของท่าน เอาไว้ตอนดําเนินการเกี่ยวกับการร่างข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภานะครับ เชิญ คุณเจะอามิง โตะตาหยง สรุป ๆ หน่อยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในการพิจารณาร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กร สิทธิมนุษยชนอาเซียนและกรอบการเจรจา เปึนประเด็นกฎหมายที่รัฐบาลจะต้องไปนํา ในการเจรจา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตเรียนว่าในช่วงก่อนหน้านี้ ไม่กี่อาทิตย์ ในประเทศไทยจะถูกข้อครหาอยู่ตลอดว่า ประเทศไทยได้ละเมิด สิทธิมนุษยชนกันอยู่เปึนเนือง ๆ ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาเรียนต่อที่ประชุม เมื่อสักครู่ก็คือในกรณีของโรฮิงยา ชาวโรฮิงยาเปึนมนุษย์ที่อังกฤษลืมไว้ในประเทศพม่า ท่านประธานครับ กระผมได้ให้ความสนใจในฐานะที่กระผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ ในเมื่อประเทศไทยได้ถูกข้อครหาจากต่างประเทศว่าประเทศไทย ได้มีการละเมิดในด้านสิทธิมนุษยชนต่อมนุษย์โรฮิงยา กระผมได้ไปตรวจสอบครับ ท่านประธาน มันเปึนเรื่องแปลกว่า ในช่วงที่มีการใกล้การประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN SUMMIT) ที่ประเทศไทย เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้จะมีเกิดขึ้นเปึนประเด็นและเปึนข่าวนําไปสู่ทั่วโลก สิ่งที่สําคัญคือข่าวในช่วงแรกที่เกิดขึ้นเท่าที่ได้ตรวจสอบแล้วนี่ มันไม่ได้เริ่มต้นเกิดขึ้น ในประเทศไทย การเริ่มต้นการให้ข่าวว่ามนุษย์โรฮิงยา ประเทศไทยได้มีการละเมิดสิทธิ มนุษยชนนั้น ในเริ่มต้นของข่าวคือเกิดที่ฮ่องกง และต่อมาก็ไปเกิดข่าวที่บังคลาเทศ และ ประเทศอินโดนีเซีย ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่แปลกว่าข่าวเหล่านี้นักข่าวในประเทศไทย ไม่มีใครรู้เลย ประเด็นที่สําคัญทําไมนักข่าวต่างประเทศถึงได้ทราบข่าวเหล่านี้ กระผม ได้ให้ความสนใจได้ไปตรวจสอบกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐที่จังหวัดระนอง ท่านประธานครับ ในเมื่อเข้าไปดูในเหตุการณ์จริง ๆ แล้วไปสอบถามชาวโรฮิงยาโดยผ่าน ล่าม เขาเรียนยืนยันไว้เลยครับว่า เขาไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยละเมิดสิทธิแต่ประการใด แต่กระบวนการทั้งหลายก่อนที่จะมาถึงประเทศไทย ชาวโรฮิงยาเหล่านี้ถูกจับกุมไว้ที่ เกาะ ๆ หนึ่งก่อนที่จะมาถึงเกาะในประเทศไทย และถูกกลุ่มทหารประเทศต้นทางได้ใช้ อํานาจในทางที่มิควรด้วยการทุบตี การเฆี่ยนซึ่งเกิดจากนอกประเทศทั้งนั้นละครับ แต่ในประเด็นที่ใกล้การประชุมของกรอบอาเซียน มันเกิดการให้ข่าวว่าประเทศไทยมีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในประเทศไทย ก็เปึนเรื่องแปลกที่ว่า กระผมอยากจะฝากทาง กรรมาธิการ ท่านจะต้องให้ความสนใจเรื่องนี้ใหม่ ว่าในขณะนี้เท่าที่เราดูแล้วเท่าที่กระผม ได้ตรวจสอบแล้วนี่นะครับ ว่ากระบวนการการทําลายชื่อเสียงของประเทศ ณ วันนี้ โดยอาศัยช่องทางสื่อมวลชนต่างประเทศทํากันเปึนกระบวนการเพื่อทําลายชื่อเสียงของ ประเทศไทย โดยอาศัยช่องทางการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากการสอบถามท่านประธาน ก่อนที่จะมีการสอบถามกระผมได้ไปล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประชุมต่าง ๆ จากหน่วย องค์กรของรัฐ ได้ไปตามมัสยิด ตรวจสอบซึ่งเปึนชาวบ้าน ตรวจสอบชาวพม่าซึ่งมาก่อน หน้านี้แล้วที่อยู่ในจังหวัดระนอง ทุกคนยืนยันครับว่า ทั้งชาวบ้านเองเขามีปฏิญาณ เขาเรียกว่า ปฏิญาณชาวเล หากคนทะเลมาแล้วเกิดมีความเดือดร้อนกันก็ต้องให้ ความช่วยเหลือกัน นั่นแสดงให้เห็นว่า ขนาดชาวบ้านเองเขายังให้ความช่วยเหลือ แล้วก็ ชาวบ้านเองก็ยืนยันครับว่า รัฐโดยเฉพาะกองกําลังทหารในพื้นที่ก็จะให้อาหาร ให้ถิ่นที่อยู่ แก่ชาวโรฮิงยาที่มาก่อนหน้านี้ มิได้เปึนไปตามที่ข่าวออกทางหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ประการใด แต่เหตุการณ์ที่แปลกก็คือว่า ทําไมเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแบบเนือง ๆ เหมือนกับเสมือนว่าตั้งใจที่จะสร้างข่าวและประณามประเทศไทย สิ่งที่สําคัญกระผมได้ นั่งเรือลงไปอีกครับท่านประธาน ได้นั่งเรือลงไปยังเกาะทรายแดง ห่างจากฝัืงของระนอง ๑ ชั่วโมงครึ่ง โดยได้รับความร่วมมือจากเรือของตํารวจน้ําระนอง กระผมได้ไปดูครับ ท่านประธาน ไปดูในพื้นที่จริง ๆ อยากจะเห็นจริง ๆ ว่ามีการละเมิดจริงไหม แต่พอไปถึง ในพื้นที่จริง ๆ ครับท่านประธาน ไปดูแล้วมีการให้อาหาร มีการหุงอาหาร มีการจัดหา อาหารปลากันเต็มที่ที่เกาะทรายแดง แม้กระทั่งกองทัพบกเองกระผมก็ได้หลักฐานมาชิ้น หนึ่งว่า กองทัพเองโดยได้มีถุงพลาสติกเขียนไว้ว่า กรมพลาธิการทหาร เปึนถุงพลาสติกซึ่ง เปึนอาหารตั้งกองกันอยู่อีกเยอะแยะบนทรายแดง นั่นแสดงให้เห็นว่า การที่หนังสือพิมพ์ การที่ข่าวที่ออกจากต่างประเทศทางทีวีได้ให้ร้ายกับประเทศไทยว่าประเทศไทยมีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น มันไม่ใช่ มันไม่ใช่ตามที่เปึนข่าว นั่นคือสิ่งที่สําคัญ แต่ว่าประเด็น ที่สําคัญครับท่านประธาน แนวทางในการแก้ปัญหา มันไม่ใช่ว่าประเทศไทยจะต้องเปึน คนที่กระบวนการในการแก้ไขปัญหา กระบวนการในการแก้ปัญหาจริง ๆ คือต้องไปหาที่ต้นเหตุ ต้นเหตุของปัญหาที่กล่าวหาว่าไทยนี่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ คือประเทศเพื่อนบ้านของเราครับ เพราะคนที่มา ณ วันนั้นกระผมถามถึงวัตถุประสงค์มา เพื่ออะไร เขาบอกครับ เขาอยู่ในประเทศเขานี่เขาอยู่ไม่ได้ เพราะถูกละเมิดสิทธิ ถูกทําร้าย ถูกกดดัน ถูกดขี่ ถูกข่มเหงในประเทศต้นทาง ฉะนั้นแนวทางในการแก้ปัญหาจริง ๆ คือ ต้องไปแก้ที่ต้นทาง ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศ อินโดนีเซีย หรือประเทศอื่น ๆ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องต่อไปนี้เปึนประเทศปลายทางซึ่งไม่ สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ แต่ในกรอบการเจรจาในกรอบอาเซียนคือรัฐบาลจะต้องนําเรื่องนี้ เข้าไปเจรจา เข้าไปนั่งพูดคุย ถ้าตราบใดไม่คุยที่ต้นทาง กระบวนการที่เพื่อนสมาชิกได้ พูดถึงเมื่อสักครู่อีก ๒ ล้านกว่าคนในรัฐยะไข่จะต้องเคลื่อนย้ายกันออกมา เขาบอกว่าวันนี้ เขาขอร้องอย่างเดียวครับ ขอร้องว่าชาวโรฮิงยาขอร้องว่า อย่าส่งตัวเขากลับไปยังประเทศ ต้นทาง ก็ด้วยเหตุผลอะไรครับ ถ้ากลับไปแล้วเขาบอกว่าชีวิตของเขานี่อาจจะ ไม่รอด ถึงขนาดนั้นครับท่านประธาน นั่นแสดงให้เห็นว่าในประเทศไทยไม่มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างนี้ กระผมฝากถึงทางคณะกรรมาธิการและฝากผ่านประธานไปถึงยัง รัฐบาลว่า เรื่องเหล่านี้ต้องให้ความดูแล โดยเฉพาะถ้าไม่ดูแล ถ้าไม่นําไปสู่ในการเจรจา เรื่องเหล่านี้ยังที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและประเทศไทยจะถูกข้อครหาตลอด แต่ประเด็นก็คือกระผมอยากจะฝากทางประธานคณะกรรมาธิการผ่านไปถึงท่านประธาน รัฐสภา ไปถึงยังรัฐบาล สิ่งที่กระผมแปลกใจได้ข้อมูลมาและรัฐบาลต้องนําไปดูนะครับ โดยเฉพาะรัฐมนตรีซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง กระผมเชื่อว่าชาวโรฮิงยาที่เคลื่อนย้ายกําลังมาใน ประเทศไทย ๗๐ กว่ารายนี่นะครับ มีกระบวนการการค้ามนุษย์ร่วมอยู่ด้วย ด้วยเหตุผลที่ กระผมกล้าพูดอย่างนี้ เพราะกระผมไปได้หลักฐานอย่างนี้ครับ ชาวโรฮิงยาประมาณ ๑๐ กว่ารายครับท่านประธาน จะมีเบอร์โทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์ติดไว้ตามตัว ติดไว้ ตามตัวครับท่านประธาน บางรายก็ติดไว้ที่เสื้อผ้า และกระผมเองในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการก็ได้ไปตรวจสอบครับท่านประธาน นี่คือหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้จากตัว ของชาวโรฮิงยาซึ่งขึ้นบกในช่วงก่อนหน้านี้ นั่นแสดงให้เห็นว่ากระบวนการกระผมสอบถาม ลึกลงไปอีกครับว่า เบอร์โทรศัพท์ที่เห็นเปึนเบอร์โทรศัพท์ในเมืองไทยหรือไม่ ก็ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเขาได้ไปตรวจสอบครับท่านประธาน ตรวจสอบ แล้ว ๓ หมายเลขที่ได้ตรวจสอบเบื้องต้น หมายเลขที่ ๑ กระผมขออนุญาตไม่บอกเลขท้าย ๓ ตัวข้างหลังนะครับ ๐๘๕-๗๘๒๙ และอีก ๓ ตัวข้างหลังนี่นะครับ ตรวจสอบแล้วเปึนคน ที่อยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช หมายเลขที่ ๒ ที่ตรวจสอบไปแล้ว ๐๘๗-๘๘๒๘ อีก ๓ ตัวหลังขออนุญาตไม่บอกนะครับ เปึนคนที่อยู่ในจังหวัดระนอง ๐๘๒-๒๗๘๘ อีก ๓ ตัวหลังไม่ขอเป่ดเผยนะครับ ตรวจสอบแล้วอยู่ที่จังหวัดระนองเปึนโทรศัพท์ซึ่งอยู่ใน เมืองไทย นั่นแสดงให้เห็นว่ากระบวนการการเคลื่อนย้ายของชาวโรฮิงยาจากรัฐยะไข่ ก่อนที่จะมาถึงเมืองไทยก็ได้มีการประสานงานจากต้นทางก็คือในประเทศไทย นี่เปึนส่วน หนึ่งที่รัฐบาลจะต้องไปขบคิด จะต้องคิดดูว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้มันจะแก้ อย่างไร ในเมื่อมี
๑. ขบวนการการค้ามนุษย์ยังเกิดขึ้นในเมืองไทย ถามว่าขบวนการการค้า มนุษย์เหล่านี้มันต้องอาศัยความเชื่อมโยงอีกหลายขั้นตอน กระผมเชื่อครับว่าจะมี หน่วยงานซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหลายรายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการการค้ามนุษย์ เหล่านี้ เหตุผลเพราะอะไรครับ เพราะชาวโรฮิงยาที่ได้พูดผ่านล่ามที่กระผมได้สอบถามไว้ เขาบอกว่าบางรายก็ต้องเสียเงินถึง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท นั่นแสดงให้เห็นว่า ขบวนการการค้ามนุษย์มี แล้วในที่สุดประเทศไทยจะถูกข้อครหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน นะครับ แต่ดูในสภาพข้อเท็จจริงแล้วชาวโรฮิงยาเปึนคนที่น่าสงสารครับท่านประธาน เปึนคนที่น่าสงสาร เพราะเปึนคนที่โลกมหาอํานาจลืมไว้ในประเทศต้นทาง จะกลับไปประเทศเดิมซึ่งเปึน ประเทศบังคลาเทศ ประเทศบังคลาเทศก็ไม่ยอมรับว่าเปึนคนของชาติเขา จะอยู่ที่ประเทศ ต้นทาง ประเทศต้นทางก็ไม่ยอมรับว่าเปึนประเทศเขา เปึนชนของเขา ณ วันนี้ก็คือ เปึนคนที่ไร้สัญชาติ เขาบอกครับ เขาต้องการออกจากพื้นที่ประเทศต้นทาง
พอสรุปโรฮิงยาได้แล้วครับ พอสรุป ได้แล้วครับ
กระผมกําลังจะบอกว่า โรฮิงยาเปึนคนที่น่าสงสาร เปึนมนุษยชาติร่วมกับเรานี่ละครับ เปึนคนที่น่าสงสาร และที่สําคัญที่สุดก็คือโรฮิงยาจะเปึนต้นเหตุที่กล่าวหาประเทศไทย เลยออกข่าวกล่าวหาประเทศไทยว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และเปึนปัญหาของรัฐบาลที่นําไปสู่ในการเจรจาของอาเซียน กระผมถึงเคยสรุปในเรื่อง เหล่านี้ไว้ในส่วนหนึ่งว่าจะต้องมีการเจรจาในกรอบของยูเอ็นเอชซีอาร์ และสิ่งที่สําคัญ เหมือนที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่า โอไอซี จะต้องกลับมามีส่วนเกี่ยวข้องในประเด็นเหล่านี้ ด้วย เหตุผลเพราะอะไรครับ เพราะชาวโรฮิงยาเปึนคนมุสลิม เปึนชาวมุสลิม นับถือศาสนาอิสลาม เพราะฉะนั้น โอไอซี เปึนองค์กรซึ่งต้องมาดูแลคนที่ได้รับ ความเดือดร้อน ซึ่งเปึนมุสลิมที่ได้รับความเดือดร้อนต้องเข้ามาดูแล ไม่ใช่จะปล่อยให้ ประเทศไทยมานั่งแก้ปัญหาอยู่ฝ์ายเดียวซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่กระบวนการทั้งหลาย ในการแก้ไขปัญหาของชาวโรฮิงยาที่ประเทศไทยถูกกล่าวหาว่ามีการละเมิดนั้นไม่จริงครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นกระผมฝากประเด็นเหล่านี้ไว้ยังท่านประธานคณะกรรมาธิการถึง ทางรัฐบาลว่า ท่านจะต้องมีข้อมูลในเชิงลึกในการเจรจา ในกรอบของการละเมิดสิทธิ มนุษยชน สิ่งที่สําคัญอีกหลายประเด็นครับท่านประธาน กระผมขออนุญาตใช้เวลาเพียง ไม่มากเปึนข้อสรุป ๒-๓ ประเด็นให้ท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้นะครับ กระผมเพียง การนําเสนอเพื่อผ่านไปถึงประธานคณะกรรมาธิการถึงรัฐบาลครับ กระผมขออนุญาต เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ จบได้ก็ดีมากครับ ขอบคุณครับ ต่อไปคุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา
ท่านประธานครับ ก่อนอื่นที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ วันนั้นกระผมก็ได้ อภิปรายด้วย ต้องขอขอบคุณที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากรอบ การเจรจาการตกลงต่าง ๆ ทั้งหลาย แล้วก็เนื้อหาเท่าที่กระผมจําได้ก็คือว่า มีเนื้อหาที่ขอ อนุมัติกรอบการเจรจาข้อตกลงทั้งหลายมีอยู่ถึง ๒๐ กว่าเรื่องเศษ ๆ กระผมรู้สึกเสียใจ ครับ ก็ได้เปึนกรรมาธิการวิสามัญด้วยนะครับ แต่ว่าพอเข้าไปดูแล้วก็มีแต่เรื่องของ สิทธิมนุษยชน ปัญหาแรงงานนะครับ แล้วยังมีกฎต่าง ๆ แต่ว่ามันมีอยู่ ๒ เรื่องที่กระผม รู้สึกว่าน่าจะมีรายละเอียดให้กับเรา ก็คือเรื่องการเจรจาทางการค้านะครับ เรื่องของ กําแพงภาษี เรื่องของการบังคับใช้ ซึ่งการอยู่เปึนอาเซียนเจรจาอาเซียน ซัมมิทครั้งนี้ กระผมเข้าใจว่ากรอบต่าง ๆ พวกนี้ซึ่งมีความสําคัญมากกว่า เพราะว่ามันจะทําให้ชีวิต ของทั้งคนไทยและของพี่น้องในประเทศอาเซียนนี่ได้มีโอกาสได้มีความเท่าเทียมที่ ใกล้เคียงกัน มีความยุติธรรมให้เกิดขึ้น แต่ว่าเสียดายครับที่ไม่มีเรื่องในการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องของกําแพงภาษีก็ดีนะครับ ราคาสินค้าต่าง ๆ ในอนาคต จะทําอย่างไร ท่านจะเก็บภาษีตรงไหนในลักษณะนี้ วันนี้ครับท่านประธานครับ แม่ค้าที่ สําโรงเหนือเขาบอกว่าเขาขายเนื้อวัวมา เขาเลี้ยงวัว เขาบอกว่า วันนี้เสียใจเหลือเกิน หนังวัวที่เคยมีราคากิโลกรัมละ ๔๔ บาท ลดเหลือ ๓๓ บาท แล้วก็ลดไปเรื่อย ๆ ครับ ตอนนี้เหลือเท่าไรท่านทราบไหมครับ ๑๒ บาทครับ จาก ๔๔ บาท ลดเหลือ ๑๒ บาทครับ น้ํามันบัวครับที่จะเอามาทําไบโอดีเซลนี่ครับ เอามาเปึนน้ํามันทดแทนนี่ เขาบอก จากราคา ๑๒ บาท ตอนนี้ราคามันตกครับเหลือเท่าไรครับ เหลือ ๒ บาทครับ ท่านประธานครับ นี่คือเรื่องที่กระผมเปึนห่วง และกระผมก็ไม่เข้าใจว่าเรื่องอย่างนี้ เราจะไปผูกพันกันในอาเซียนทันมากน้อยแค่ไหนอย่างไร แต่กระผมเข้าใจว่าวันนี้หนังที่ดีครับ ในโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่ปากน้ํานี่เองครับ ต้องสั่งหนังจากประเทศอังกฤษครับ ผมก็ ไม่ได้ตามเข้าไปดูในรายละเอียด แต่โรงงานฟอกหนังที่ปากน้ํามีเยอะมาก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนพลังในการต่อรองหรือเปล่าครับ หรือมันเปึนพลังในทางเศรษฐกิจ ในทางการค้า ที่เราจะเป่ดโอกาสให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ นี่คือเรื่องที่กระผมกราบเรียนว่า เปึนเรื่องที่ไม่มีเนื้อหาอยู่ในสาระสําคัญที่มีการประชุมในวันนี้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนะครับ แล้วก็ในเรื่องของปัญหาแรงงานนี่ กระผมก็เข้าใจว่า มันมีความสําคัญมาก เพราะจะว่าไปแล้วนะครับ ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ไม่ใช่เฉพาะ มนุษย์คนไทยครับ ทั้งมนุษย์ในอาเซียนทั้งหมด อย่างน้อยเขาก็เปึนคน ไม่ว่าโรฮิงยา นะครับ ไม่ว่าความขัดแย้ง พวกกะเหรี่ยงนะครับในประเทศพม่า หรือแม้กระทั่งในประเทศเขมร มีการรุกล้ําสิทธิมนุษยชนกัน หรือแม้กระทั่งในประเทศไทยนี่ละครับท่านประธานครับ กระผมถึงกล่าวว่าวันนี้ครับประเทศไทยเราไม่แข็งแรงครับ ในทางการเมืองแล้วเรา ไม่แข็งแรง เพราะฉะนั้นวันนี้ในฐานะที่เราเปึนประธานจัดการประชุมซัมมิทอาเซียน มันมี ความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ถ้ามีใครจะขึ้นมาพูดเรื่องโรฮิงยานะครับ ท่านปล่อยให้เขาพูดครับ กระผมคงไม่ลงรายละเอียดในเรื่องนี้มาก แต่กระผมดูซีเอ็นเอ็น (CNN) อยู่ตลอด กระผมดูแล้วกระผมก็เสียใจ ทําไมประเทศของกระผมนี่มันใจร้ายมาก หรืออย่างไรนะครับ ข่าวซีเอ็นเอ็น ออกไปบอกว่ามีการทําร้ายนะครับ มีการเฆี่ยน มีการตี มีการยิงนะครับ ทั้ง ๆ ที่ผมเชื่อว่าคนไทยเรานี่เปึนเมืองพุทธนะครับ เปึนคนที่มีเมตตา มีกรุณานะครับ เข้ามา โอ.เค. เราจะผลักดันเขาออกไป แต่ว่าภาพข่าวมันออกไปอย่างนั้นนี่ กระผมถามว่าใครจะเปึนคนแก้ข่าวนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่เราดูอยู่ในฐานะที่เรา เปึนคนไทย เรารักคนไทย เรารักประเทศไทย และเราไม่ยอมให้คุณมากล่าวหาเราอย่างนี้ แต่ผมถามว่ากระทรวงการต่างประเทศท่านไปแก้ได้หรือเปล่านะครับ รัฐบาลไปแก้ได้ หรือเปล่า นายกรัฐมนตรีไปแก้ได้ไหม ท่านมีความน่าเชื่อถือมากพอที่จะทําให้ ซีเอ็นเอ็นเขาเปลี่ยนใจ เขาเสนอข่าว โอ้ ประเทศไทยนี้ดีนะครับ มีการดูแลนะครับ ผู้อพยพก็ดีนะครับ ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศไหนก็ดี ถึงแม้ว่าจะเข้ามาทํางาน ในประเทศไทยก็ดีนะครับ โอ.เค. เราก็ยังมีน้ําใจ ถ้าเราขาดแคลนแรงงาน โอ.เค. เรารักกัน อย่างนี้ แสดงอย่างนี้ให้เห็นหรือเปล่านะครับ เพราะเราไม่มีการไปทําร้ายทําลายผู้ที่อพยพ มา ผู้ที่เขาลําบากอยู่แล้วนะครับ ท่านประธานครับ กระผมดูปัญหาเรื่องแรงงานนะครับ ผมเองดูในกรอบวันนี้ดีมากเลยครับ ในการอนุมัติบันทึกความเข้าใจ นี่ในหน้า ๙ นะครับ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เปึนฉบับที่ ๓ ซึ่งประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ร่วมลงนามโดยฉบับที่ ๑ ทําขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๗ และฉบับที่ ๒ ทําขึ้นเมื่อ วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๙ นะครับ โดยที่ผมสนใจในข้อ ๒ ครับ นี่ยังไม่ทันไรเลยครับ บอกว่า กําหนดให้กรมจัดหางานมีหน้าที่แต่เพียงผู้เดียวในการรับสมัครสรรหาคนงานที่มี คุณสมบัติ ท่านฟังดี ๆ นะครับ ที่มีคุณสมบัติและจัดส่งคนงานไปให้ทางสาธารณรัฐ เกาหลีเปึนผู้คัดเลือก คือในเมืองไทยนี้คัดเลือกอยู่แล้วก็ยังไม่พอเลย จัดหาให้มีคุณสมบัติ ให้อย่างดีแล้ว ไปให้ประเทศเกาหลีคัดอีกทีหนึ่ง แล้วถ้าเกิดเขาไม่พอใจล่ะครับ แล้วเขา ตีกระเด้งกลับมาทําอย่างไรล่ะครับ ค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปมากมายนี่ครับ ผมก็ไม่ทราบว่า กรอบอย่างนี้เมื่อพิจารณาท่านต้องไปแก้นะครับ อย่าให้มันไปถึงขนาดว่า คือบีบเรา กดดันเรา คัดเลือกเรา เราคัดคนดีไปอยู่แล้ว คัดคนไทย คนที่ต้องไปทํางานต่างประเทศ ต้องอะไรล่ะครับ ต้องมาตกงานนี่ครับ มาตกงานในเมืองไทย หรือว่ามันอาจจะมีความรู้ ความสามารถมากกว่า ไปทํางานต่างประเทศก็ดีครับ ได้เงินเดือนมากขึ้น ได้ผลตอบแทน มากกว่า แต่ว่าข้อ ๒ นี่ครับ ยังไม่ทันไรเลยนะครับ บอกว่านี่ครับ ให้กรมการจัดหางาน จัดส่งแต่เพียงผู้เดียว จัดส่งแต่เพียงผู้เดียวหมายความว่าอย่างไร หมายความว่า คุณมีความสามารถมากนักหรืออย่างไร คนไทยทั้งประเทศนี่ คุณจะไปรู้หรือว่าคนไทย ทั้งประเทศจังหวัดไหนเขาจะมีความรู้ความสามารถในการที่จะไปทํางานที่ประเทศเกาหลีได้ แล้วคุณบอกคุณจัดส่งแต่เพียงผู้เดียว ผมว่าคําว่า จัดหางานแต่เพียงผู้เดียว ก็คงจะเลิกได้แล้ว อย่าไปลงครับ อย่าไปเกริ่น ในลักษณะอย่างนี้ ถ้าเราพบว่าไม่ถูกต้องแล้วเราก็แก้สิครับ เพราะฉะนั้นมันเปึนเรื่อง เจ็บปวดจริง ๆ ว่าจัดหาไปแล้วยังไปให้เกาหลีเขาคัดอีกทีหนึ่ง
แล้วมาในข้อที่ ๔ เขาบอกว่า การดําเนินการจัดสอบความสามารถภาษี เกาหลี อีพีเอส (EPS) และต่อด้วย เคแอลที (KLT) กระทรวงแรงงานเกาหลี จะเปึนผู้รับผิดชอบ เพื่อวัตถุประสงค์ในการคัดเลือกคนหางานตามพระราชบัญญัติ การจ้างแรงงานแห่งชาติ โดยกระทรวงแรงงานเกาหลีได้แต่งตั้งให้เอชอาร์ดี (HRD) เกาหลี เปึนหน่วยงานผู้จัดสอบ ดีนะครับ เขามีเอชอาร์ดี ฮิวแมน รีซอร์สเซส ดิวีลอปเมนท์ (Human Resources Development) ดีมากเลย หน่วยงานนี้รู้จักกันหรือเปล่า เอชอาร์ดี เอชอาร์เอ็ม (HRM) เอชอาร์ดี รู้จักกันหรือเปล่า แต่ผมสงสัยว่าไปทํางานเกาหลี โอ้โฮ คุณ อย่างนี้เอาไปเปึนผู้บริหารที่บริษัทเกาหลีใช่ไหมครับ มีความชํานาญเชี่ยวชาญทางด้าน ภาษานี่ไปจ้างเปึนผู้บริหารระดับสูงเลย หรือไม่ก็เปึนหัวหน้างานคุมเกาหลีอีกที ก็ได้ แต่มันไม่ใช่ มันมีปัญหาว่าเอาเรานั้นไปทํางานกินแรงงาน ท่านทราบไหมครับ ผมอยู่ โรงงานอุตสาหกรรมทํางานกับฝรั่ง ทํางานกับญี่ปุ์นมายังมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ อีกเยอะแยะมากในประเทศนี้จะบอกเลย ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านประธาน ท่านเจริญ คันธวงศ์ เปึนผู้ที่ผมให้ความเคารพ ผมบอกเลยแค่นี้ท่านก็ตายแล้ว ท่านยังไม่ได้ไปเจรจา กรอบการค้าต่าง ๆ ทั้งหลาย ราคาสินค้า กําแพงภาษีต่าง ๆ ซึ่งไม่มีในนี้อีกจะทําอย่างไร แล้วยังมีอีกนะครับ
ข้อที่ ๕ มีการกําหนดค่าธรรมเนียมการจัดส่ง เจ็บปวดจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ไปแต่ประเทศเกาหลี เราไม่ต้องไปประเทศเกาหลี ประเทศเดียวก็ได้ไปตั้งหลายประเทศได้ ผมเท่าที่ทราบก็คือคนไทยเขาเรียกว่าช่างสิบหมู่ ท่านเข้าใจคําว่า ช่างสิบหมู่ ไหม คือมีฝ้มือท่านจะทําอะไรก็แล้วแต่ในงานฝ้มือมีฝ้มือ ดีมาก บริษัทรถยนต์จากญี่ปุ์นยังย้ายมาประเทศเรา การทําโมลด์ (Mold) การทําอะไร ต่าง ๆ ดีมาก ผมเองเปึนวิศวกรคิดสูตรทํา อีซี แคร์ (Easy care) ในโลกไม่กลัวใคร ที่วันนี้ แอร์โร (Arrow) ขายได้นั้น สูตรในญี่ปุ์นว่าดีที่สุดยังสู้ผมไม่ได้เลย ไม่คุย แต่จะบอกว่ามา วัดกันมาฟัดกัน แต่ทําให้ดีนะ ทําไม่ดีผ้าคุณเป๋ือยหมดเลย สีเพี้ยนหมด โดนปรับไป เยอะแยะมากมาย ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าเปึนอย่างนี้ วันนี้ท่านทําให้คนไทยซึ่งมีฝ้มือ ท่านไม่พัฒนาเขา แต่ท่านบอกว่าท่านคัดไปแล้ว ท่านส่งไปให้เขาคัดอีกที แต่วันนี้ เอาภาษามาเปึนเงื่อนไขอีก เอาค่าธรรมเนียมมาเปึนเงื่อนไข ค่าธรรมเนียมก็ไม่บอกว่า เท่าไร แล้วจะให้ทําอย่างไรละครับ วันนี้ครับท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียน อยู่เสมอว่า ประเทศไทยของเรานี้ดีนักหนา ในน้ํามีปลาในนามีข้าว หิมะไม่ตก ไม่ร้อน แบบทะเลทราย แค่หิมะไม่ตก ไม่ร้อนแบบทะเลทราย ผมบอกว่าขอให้นายกรัฐมนตรีท่าน เก่งเถอะ ขอให้รัฐบาลท่านเชี่ยวชาญเถอะ ให้ท่านรู้จริง ถ้าท่านไม่รู้จริงท่านต้องฉลาด ฉลาดที่จะรับฟัง แล้วท่านก็รวบรวมคนดีคนเก่งมา แล้วท่านก็สร้างขึ้นมา ผมบอกว่า ในประเทศของผมจริง ๆ ไม่ต้องแข่งกับมาเลเซียหรอก ประเทศของผมต้องแข่งกับญี่ปุ์นครับ วันนี้ประเทศญี่ปุ์นมาบ้านเรายิ้มแย้มแจ่มใสชอบคนไทยครับ เพียงแต่รู้จุดอ่อนเราอยู่ อย่างเดียวเท่านั้น ก็คือการเมืองไม่ดีครับ การเมืองมันดิ้นไปดิ้นมา เด๊าะ ๆ แด๊ะ ๆ อย่างนี้ มันจะไปรอดได้อย่างไร วันนี้พูดในสภานี้ก็เหมือนกัน ท่านประธานครับ กระผมก็บอกแล้ว ไม่อยากเห็นเปึน โพลิติคอล พาร์ลิเมนท์ (Political Parliament) ไม่อยากให้รัฐสภาแห่งนี้ เปึนการเมือง เสียงข้างมากโหวตไปทางโน้นทางนี้ แต่ไม่เคยดูเนื้อหาสาระเลยว่าจะเปึน แบบอเมริกา คุณจะออกอะไรมา ออกกฎหมายมา เดี๋ยวพรรคเดโมแครต (Democrat) ก็ได้ พรรคริพับลิกัน (Republican) ก็ได้ เห็นว่ากฎหมายดี ๆ ก็โหวตกันไป อย่างนี้ สิครับ วันนี้ต้องการเห็นสภาแห่งนี้ใช้หลักการ ใช้เหตุผล มีไหวพริบเปึน ไซเอินทิฟ่ค พาร์ลิเมนท์ (Scientific Parliament) เปึนรัฐสภาที่เปึนวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่บอกว่ามีแค่ เหตุผลนะครับ ท่านเข้าใจคุณสมบัติของวิทยาศาสตร์ไหม คุณสมบัติของวิทยาศาสตร์ ก็คือ คุณต้องหารายละเอียด อย่างวันนี้ผมหาดูแค่รายละเอียดนี้ ท่านก็ตายแล้ว นี่เจรจา แค่ประเทศเดียวนะครับ เดี๋ยวไปไต้หวัน จะไปมาเลเซีย จะไปไหนอีกล่ะครับ ประเทศ ที่เจริญผมก็ไม่อยากจะพูดไปไหน แต่ผมบอกว่าเราเสียเปรียบ ท่านไปตกลงในกรอบ อย่างนี้ ท่านเชี่ยวชาญฉลาดไม่พอท่านก็เสียเปรียบเขา เพราะฉะนั้นปัญหาด้านแรงงาน ผมดูแค่นี้ครับ ขอให้ท่านเวลาไปวางกรอบกําหนดการเจรจาการตกลง อย่าไปบอกนะครับ กรมจัดหางานจัดหาแต่เพียงผู้เดียว ท่านต้องทําหน้าที่เปึนผู้แนะนําเปึนผู้ที่ช่วยพยุง บริษัทกี่บริษัทก็ได้จัดส่งมา แต่ตรวจสอบความถูกต้อง และไปกําหนดค่าธรรมเนียมให้ดี ว่าอย่าให้มันแพง ไปประเทศไหนก็แล้วแต่ไปดูค่าครองชีพเขาเท่าไร ประเทศไทยเท่าไร ได้เงินค่าตอบแทนเท่าไร ส่งกลับบ้านเท่าไร อยู่นั่นเท่าไร เขาอย่างนี้เลย ส่งแรงงานไปทั่วประเทศทั่วทั้งโลกนี้ก็ได้นะครับ ในประเทศทําให้มันพอกินพอใช้ เอาแบบในประเทศญี่ปุ์นนี่นะครับ แต่ของดี ๆ ส่งไปทั่วโลกเลย วันนี้ไม่มีปัญญาไปตั้ง บริษัททั่วโลก ส่งแรงงานเข้าไป แล้วก็สินค้าเกษตรผมดู ซีเอ็นเอ็น อยู่ ดีนะ ประเทศ มาเลเซียโฆษณาครับ ทุเรียน คิง ออฟ ฟรุต (King of fruit) เลย แต่ผมสงสัยจังเลยว่า ทุเรียนประเทศมาเลเซียกับทุเรียนประเทศไทยใครจะอร่อยกว่ากันนะครับ แต่ ควีน ออฟ ฟรุต (Queen of fruit) มังคุดอยู่ประเทศไทย ดีนะเขาไม่ได้โฆษณา เขาโฆษณา แต่ คิง ออฟ ฟรุต ทุเรียน ดิวเรียน (Durian) แต่ผมเข้าใจว่าเมืองไทยทุเรียนอร่อย แต่ก็มัน ไม่มีกรอบการเจรจาตรงนี้ ผมไม่รู้ว่าต่อไปในอนาคต ผมไม่ทราบว่าท่านจะไปเจรจา กรอบการค้าตั้งกําแพงภาษีกันอย่างไร จะกําหนดสินค้าเกษตรราคาตัวละเท่าไรนะครับ ทั้งข้าวและข้าวเปลือก ข้าวสาร ทั้งยางพารา ทั้งน้ํามันปาล์ม อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ผมว่าอย่ามาคุยเลยเรื่องแค่นี้เรื่องแรงงาน หรือเรื่องสิทธิมนุษยชน เดี๋ยวผมจะเข้าเรื่อง สิทธิมนุษยชนเลยครับ ท่านประธานครับ ผมขอพูด ๒ ประเด็น สิทธิมนุษยชนกับศักดิ์ศรี ของความเปึนคนไทย และการยอมรับ
ท่านประธานที่เคารพครับ สิทธิมนุษยชน ผมถึงบอกว่าเดี๋ยวเขาพูดโรฮิงยา ท่านให้พูดไปเรื่อย ๆ นะครับ แล้วถ้าท่านมีเหตุผลก็พูดไป แล้วก็พูดทัน ถ้าใครมีปัญญา รัฐบาลนี้ขอให้ท่านไปพูดกับ ซีเอ็นเอ็น ไปออกรายการ ซีเอ็นเอ็น หน่อยเถอะ ไปบอกเขาว่าประเทศไทยมันไม่ได้มีความใจร้ายอย่างนั้น ประเทศเราเปึนเมืองพุทธ มันมีความรักความห่วงใยกันอยู่ วันนี้ประเทศของผมถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่าง เปึน ความแตกแยกทางความคิดทางการเมือง เปึนสีเหลือง สีแดงก็ดีนะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้ว เรายังไม่เข้าใจในหลายเรื่อง เรายังไม่เข้าใจในกฎกติกามารยาท หรือว่าเราได้ทําอะไร ผิดไปหรือเปล่าถึงทําให้ประเทศไทยเปึนอย่างนี้ จนทําให้เกิด ท่านมาพูดตรงนี้แก้เรื่อง โรฮิงยาที่นี่นะครับ ท่านแก้ไม่ได้ผมจะบอกเลย ท่านต้องไปแก้ที่ ซีเอ็นเอ็น ให้ ซีเอ็นเอ็น ส่งภาพที่ดีออกไป ท่านถึงจะแก้ได้ นั่นก็คือการยอมรับเขาเชื่อว่าที่ผ่านมา ผมบอกเลย นะครับว่าการยึดทําเนียบได้ โอ้โฮ แสดงว่าเมืองไทยสิทธิมนุษยชนมันเยอะเหลือเกินเลย ก็ไม่เปึนไรครับ อยู่ภายในประเทศไม่เปึนไร อย่างนี้อย่างไรผมก็ยังถือว่ายังไม่กระทบมาก แต่พอไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิเปรี้ยงเดียวเข้าไปนี้ท่านประธานครับ ผมบอกตาย เลยครับ เขาถึงได้กลัว เขาถึงได้เกรงบอกว่าโรฮิงยาที่ท่านมาพูดมาแก้มันจะถูกหรือเปล่า คุณหมอพรทิพย์ท่านก็ใช้ความพยายามออกรายการทีวีไป ก็ไม่รู้ว่าฝรั่งหรือว่าคนทั่วโลก เขาดูหรือเปล่า ท่านดูสิครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ สิทธิมนุษยชน กระผมอยากจะกล่าวว่าในกลุ่มนี้มันมีอยู่ ๓ คํา ก่อนที่ท่านจะมิสิทธิมนุษยชน ผมถามว่า ท่านให้ศักดิ์ศรีกับเขาหรือเปล่า ฮิวเมน ไรท์ส (Human rights) ที่คุณบอกสิทธิมนุษยชน ผมถามว่าคุณได้ให้ ฮิวแมน ดิกนิตี้ (Human dignity) เขาก่อนหรือเปล่า ศักดิ์ศรีความเปึน มนุษย์นี่ละครับ ถ้าคุณมีฮิวแมน ดิกนิตี้ คุณมีการยอมรับ คุณไม่ทําร้ายทําลายกัน คุณไม่ กล่าวหากัน โดยคิดว่าเขาก็เปึนมนุษย์คนไทยคนหนึ่งเปึนเพื่อนเรา หรือว่ามนุษย์ ในอาเซียนทุกคนนะครับ วันนี้เราไปเจรจานะครับ ผมขอแนะนําเลยว่านายกรัฐมนตรีเรา ประเทศไทยเรารีแชร์แมน (Re-chairman) เราเอาคุณเข้าไปจัดแล้วไปบอกเลยว่าประเทศ ไทยเราพร้อมเรื่องสิทธิมนุษยชน เราจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเลยว่าประเทศไทยของเรามีความ เจริญแล้ว มีความศิวิไลซ์ (Civilize) แล้ว จะมีการสิทธิมนุษยชนเราทํามากกว่านี้อีก เราทํา ฮิวแมน ดิกนิตี้เลย คือเราเคารพศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ของคนไทย และเราจะ เคารพศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ของพี่น้องที่อยู่ในอาเซียนนี้ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ท่านต้อง แสดงให้มันเหนือกว่าสิทธิมนุษยชนไว้ท่านถึงจะได้รับการยอมรับ หลังจากนั้นแล้วเราบอก ว่าเราจะทําฮิวแมน ซิเคียวริตี้ (Human Security) เปึนลําดับสุดท้ายลําดับที่ ๓ ซึ่งบอก แล้วประเทศไทยมันแสนดี เพราะมันมีตั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ขึ้นมา ผมก็ยังไม่เห็นอเมริกามันตั้งกระทรวงแบบนี้เลย ทั่วทั้งโลกนี้ท่านไปเช็กดูจะ มีกี่ประเทศนะครับ ตั้งแต่ ยูเอ็น (UN) ประกาศมาบอกว่าให้ตั้งฮิวแมน ให้รณรงค์ในเรื่อง ของความมั่นคงของชีวิตมนุษย์ เพราะเขาเห็น เขาได้เห็นความยากลําบากความเจ็บปวด เหลือเกิน ผมเห็นโรฮิงยาเห็นแล้วก็สงสาร คนหนุ่มทั้งนั้นแข็งแรง เปึนผมนะครับ เมืองไทย อะไรนี่ งานก่อสร้าง งานกรีดยาง งานประมง ไม่มีคน งานหนัก ๆ งานที่เหม็น ๆ เชิญมา ทํางาน จัดมาทํางาน เพราะคนไทยเรามีฝ้มือมากกว่าแล้ว เราเอาคนไทยนั้นไปเปึน หัวหน้า เดี๋ยวนี้ถ้าเรามาอย่างนี้เราไม่ไป ไม่ใช่ไปอัดปลากระปิองเข้าไปตายถึง ๕๓ ศพ อย่างนี้ ทางใต้บอกว่าลักลอบขนแรงงานต่างชาติเขาไม่เชื่อเรา เพราะมันมีตัวอย่างหลายตัวอย่าง วันนี้ต้องไปพิสูจน์แล้ว ผมแนะท่านถึงบอกว่า ในกลุ่มนี้ นะ ฮิวแมนซีเคียวริตี้ ฮิวแมน ไรท์ส และก็ฮิวแมน ดิกนิตี้ ฮิวแมน ดิกนิตี้ ท่านอัดลงไป ก่อนเลย แล้วท่านจะได้เสียง แต่ท่านต้องทําให้เขาเห็นว่า ท่านทําอย่างนี้จริง ๆ ท่านต้อง ให้เห็นจริง ๆ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมอยากเห็นประเทศไทยวันนี้ ปัญหาด้านการเมืองส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อระบบสังคม เกิดความแตกแยกอย่างใหญ่หลวงมหาศาล วันนี้เศรษฐกิจไม่ดีรองรับทั่วทั้งโลกนี่ไม่ได้ แต่ว่าการเมืองเราแตกแยกอย่างนี้ วันนี้ผมไม่อยากให้เสียหน้า
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอฝากประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมก็เปึนคนไทย ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ กรรมกร พ่อค้า แม่ขาย คนใช้แรงงาน กินเงินเดือน พี่น้องข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ นายจ้าง ผู้ประกอบการ นายทุน ผู้ลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาประเทศเรา วันนี้ทุกคนต้องมีศักดิ์ศรีครับ ต้องมีสิทธิ ในฐานะที่ถ้าเข้ามาแล้ว ถ้าเสียภาษี มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ประเทศไทย รัฐบาลไทย คุณต้องทําให้เขามีศักดิ์ศรีให้ได้ ไม่ใช่ไปทําร้ายไปทําให้คนไทยเขารู้สึกว่า เปึนคนไทย คนหนึ่งนี่มันไม่มีศักดิ์ศรี มันนึกจะกล่าวหากันก็กล่าวหา มันนึกจะว่าร้ายก็ว่าร้าย มันนึก จะปลุกเรื่องอะไรมันก็ปลุก สมัยก่อนนะครับ ปลุกผีคอมมิวนิสต์ ปลุกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ ผมจําความได้ ผมเกิด พ.ศ. ๒๕๐๐ จําความได้ก็มีเรื่องคอมมิวนิสต์เข้ามาอยู่ในหัวแล้ว แล้วก็สู้กัน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็มีการจับ จับ จับ ไม่พอใจก็ชี้เลยนี่ คอม คอม คอม จับนั่งยาง ถังแดงเผายางกัน ทําอย่างนี้นี่แหละ แล้วสุดท้ายกฎหมาย คอมมิวนิสต์ ประเทศไทยเราก็รับไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่เปึนอย่างนั้น เราไม่ใช่คอมมิวนิสต์ที่ เราต่อสู้ เพราะเราต้องต่อสู้เพื่อความต้องการสิทธิของเรา สิทธิมนุษยชน ต้องการ ความมั่นคงของชีวิต แล้วก็ไม่อยากให้มีการทําร้ายทําลายเราคนไทยด้วยกัน เพื่อที่จะ ต่อสู้กัน แต่ว่าถูกกล่าวหาว่าคุณเปึนคอมมิวนิสต์ก็ จับ จับ จับ แต่ว่าต้องขอขอบคุณ นะครับ ที่กฎหมายนี้ถูกยกเลิกแล้ว แต่วันนี้รัฐบาลไทยนําโดยนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีรองนายกรัฐมนตรี ท่านรองสุเทพ เทือกสุบรรณ วันนี้ท่านกล้ากลับมาปลุกผี ประธานาธิบดี กล่าวหาคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งเปึนคู่แข่งทางการเมือง บอกว่าเปึน ประธานาธิบดี
ท่านประเสริฐครับ ผมว่าพูดกับ กรรมาธิการเขา เรื่องกรอบอาเซียน
ท่านประธานครับ ผมกําลังพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนอยู่นะครับ สิทธิของ คนไทยคนหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ผมก็บอกแล้วว่า ฮิวแมน ดิกนิตี้ ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ท่านมาทําลายไว้เฉย ๆ อย่างนี้ แล้วท่านจะบอก ท่านจะเปึนประธานอาเซียน ประชุม อาเซียน เพื่อกําหนดกรอบของสิทธิมนุษยชน ผมถามว่า ท่านจะทําอย่างนี้ก็ตามสบาย นะครับ ก็เชิญเลยครับ ถ้าท่านคิดว่าท่านทําอย่างนี้แล้วอาเซียนเขาจะเชื่อท่าน คิดว่า คนทั่วทั้งโลกนี้เขาจะเชื่อท่าน ถ้าท่านทําอย่างนี้ มันไม่ใช่ไม่เกี่ยวนะ มันเกี่ยวตรง ๆ นี้ ละครับ พวกเราเวลาเปึนกรรมาธิการไปตรวจงานต่างประเทศ เรายังรู้เลยว่าเปึน กระเหรี่ยงเลย บางทีเดินไปในประเทศเขา ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์คนไทยมันอยู่ ที่ไหนครับ วันนี้ผมถึงถาม ผมในฐานะผู้แทนประชาชน ผมพูดแทนคนไทยทั้งประเทศ เลยครับ ท่านประธานครับ ผมถึงบอกว่า อย่าไปทําอย่างนั้นเลยนะครับ จะให้ผมกราบ ผมกราบได้ ผมกราบเดี๋ยวนี้ยังได้เลยนะครับ ผมขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ถอนที่กล่าวหานายกรัฐมนตรี ทักษิณว่า จะมาเปึนประธานาธิบดีของ ประเทศไทย เพื่อให้ท่านไปประชุมกรอบซัมมิทอาเซียนได้อย่างมีศักดิ์ศรี มาพูดได้ เต็มปากเต็มคํา ท่านถอนเถอะครับ คํานั้น ที่ไปกล่าวหาครับว่า คนไทยคนหนึ่งจะมาเปึน ประธานาธิบดีของประเทศนี้ เพราะมันเปึนไปไม่ได้ มันไม่มีทางเปึนไปได้เลย ผมไม่ยอม ให้ใครมาเปึนประธานาธิบดีประเทศนี้แน่นอน
(นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ได้ยืนและ ยกมือขึ้น
ท่านประธานครับ
ดูเหมือนจะจบแล้ว ใกล้จบแล้วครับ
ผมใกล้จบแล้วครับ อย่ามาประท้วงผมเลยครับ เดี๋ยวผมจะสวนเอา ท่านอย่านะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวทะเลาะกันที่นี่แหละครับ ผมกําลังพูดถึงศักดิ์ศรีความ เปึนมนุษย์ มากกว่าสิทธิมนุษยชนอีก ฮิวแมน ดิกนิตี้ ถ้าใครก็แล้วแต่มาเปึน นายกรัฐมนตรีนะครับ
คุณประเสริฐครับ คุณธนา เขาประท้วง
เปึนหัวหน้ากระทรวง ทบวงกรม ท่านต้องเข้าใจคํานี้ ท่านต้องเรียนรู้ คํานี้
พักสักหน่อยครับ คุณธนา เขาประท้วงครับ
จะประท้วงใช่ไหมครับ ได้ครับท่านประธานครับ
ให้หายเหนื่อยสักหน่อยครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ต้องขออนุญาต ความจริงไม่อยากใช้สิทธิประท้วงละครับ เพราะว่ากําลัง อภิปรายอย่างเต็มที่ก็อยากให้สภาแห่งนี้ได้มีโอกาสรับฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในเรื่อง ข้อคิดเห็น แต่ผมเกรงว่าถ้าท่านประธานไม่กําชับเพื่อนสมาชิก เพราะว่าผมว่า มันไม่ตรงตามข้อบังคับการประชุม วันนี้เปึนเรื่องที่กรรมาธิการไปพิจารณาแล้วนํามา รายงาน ท่านสมาชิกต้องซักถามครับว่าสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วย กรรมาธิการ จะตอบว่าอย่างไร แล้วจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นชอบอย่างไรก็ว่ากันในการลงมติ แต่วันนี้ กลายเปึนว่าเพื่อนสมาชิกอภิปรายเหมือนวาระที่หนึ่ง ท่านประธาน ซึ่งมันไม่ถูก ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านประธานปล่อยอย่างนี้นะครับ
ผมก็จะพยายามควบคุมให้ดีที่สุดครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ คุณธนาครับ เชิญ คุณประเสริฐให้เข้ากรอบอาเซียนก็แล้วกันครับ ใน ๒ เรื่องนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ สิทธิมนุษยชนนี้เข้ากรอบไหมครับ ให้ตั้งสติใช้ปัญญาให้ดี ๆ นะครับ ตอบผมนะครับ ผมก็บอกแล้วว่าผมนี่ผู้หลักผู้ใหญ่สอนมา ผมอยากจะ แก่ลายคราม ผมอยากจะเปึนคนแก่ แก่ลายคราม เปึนคนที่คนเขาเห็นแล้วเขาให้ความรัก ผม เคารพผม ผมไม่อยากจะว่าผมแก่แล้วผมแก่กะโหลกกะลาผมก็ไม่อยากแก่ อย่างนั้น ผมไปเผาไฟทิ้งก่อนก่อนที่ผมจะแก่ ท่านประธานที่เคารพครับ สิทธิมนุษยชน ผมกําลังพูด อยู่นี้ครับ ผมกําลังบอกให้ท่านแก้ ผมกําลังบอกว่ามันมีคําหนึ่งที่เหนือกว่าสิทธิมนุษยชน อีกก็คือ ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ และโดยเฉพาะท่านไปเจรจากรอบ การเจรจา ความตกลง ท่านยิงคํานี้เข้าไปเถอะเขาจะเชื่อท่าน หมายความว่าท่านมีความรู้มากกว่า สิทธิมนุษยชนมันอยู่ในขั้นที่ ๒ ขั้นที่ ๓ ถ้าท่านมีแล้ว มันจะเกิดความ ฮิวแมน ซีเคียวริตี้ มันจะเกิดความมั่นคงของชีวิตมนุษย์ขึ้นมา แต่ถ้าท่านยังไม่รับ ท่านยังไม่ให้ศักดิ์ศรีของเขา ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็แล้วกัน ท่านเคยเลี้ยงหมาไหมครับ เลี้ยงลูกหมา นี่ละครับ หรือว่าลูกสาว หรือว่าลูกชาย หรือว่าญาติพี่น้องเคยเลี้ยงหมา ผมถามว่าบางที เขารักลูกหมาเขาเอาลูกหมาไปให้มันนอนอยู่บนเตียง คือมานอนอยู่บนเตียงด้วยกัน กอดกันนี่แหละ ลูกหมาตัวนั้นมีศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีของหมา ผมถึงบอกว่าวันนี้นะครับ แต่ว่า ท่านเชื่อไหมครับ พอท่านปล่อยมันแล้วมันชอบนอนไปซุกอยู่ใต้เตียง ท่านก็ไม่ได้ จับหมา ไม่ได้ เดี๋ยวมันสกปรกอาบน้ําอาบท่าให้ เพราะเราให้ศักดิ์ศรีเขา เรารักเขา มันก็เลยมีสิทธิ ของสุนัข แล้วมันก็เลยเกิดความมั่นคงของชีวิตของเขา สุนัขตัวนั้นละ เจ้าของรักก็เลยให้ อาหารให้อะไรกิน กินเข้าไป วันนี้ผมถึงบอกว่าศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ท่านต้องสร้าง ขึ้นมา ผมถึงบอกเวลาท่านไปเจรจากรอบการตกลง ข้อตกลงทั้งหลายท่านพูดเพราะว่า วันนี้เราโดนโจมตีเรื่องโรฮิงยา เราโดนโจมตีเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิที่ถูกยึด เราโดนโจมตี อีกหลายเรื่อง หรือว่าแม้กระทั่งคนพม่าที่ตายไป ๕๓ คน อัดกันเปึนปลากระปิอง หรือ แม้กระทั่งการปราบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ตายกันไปตั้งหลายคนที่ทหาร ก็พยายามเคลียร์ แต่ว่าวิธีการลําเลียงมันผิดก็เลยตายกันเปึนเบือ เขาก็เลยไม่เชื่อ ประเทศไทย แต่ว่าท่านอย่าไปบอกว่าไปช่วยแล้วเขายิ้มแย้มแจ่มใสนะครับ โธ่ ท่านประธานครับ ผมค้าขายอยู่ ท่านเดินมาคุยกับผม ผมก็ยิ้มให้กับท่าน วันนี้ ส.ส. ที่มา คุยเขาก็ยิ้มกัน ก็เปึนเพื่อนกันทั้งนั้นคือไม่ว่า แล้วแต่คุณทํา แล้วแต่ความสามารถของคุณ แล้วแต่สติ แล้วแต่ปัญญาของคุณ ถ้าสติปัญญาคุณแล้วความรักคุณมี คุณมีความรู้ ความสามารถเดี๋ยวเขาเชื่อคุณเองนั่นแหละ แต่ผมกําลังบอกว่าหลักเกณฑ์ หลักการ วันนี้สิทธิมนุษยชนที่เปึนเรื่องสําคัญมาก เมื่อสักครู่ผมยกตัวอย่างที่แรงน้อยกว่าเรื่อง แรงงานนะครับ ผมบอกท่านยังพลาดเลย ไปกําหนดอะไรต่าง ๆ ไปทํางานประเทศเขา ต้องไปพูดภาษาเขาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมถึงเปึนห่วง แล้วก็ผมบอกว่าผมเปึนห่วงมาก ก็คือกําแพงภาษีต่อไปจะเปึนอย่างไร ข้าวสาร ข้าวเปลือก หอมหัวใหญ่ หอมหัวเล็ก พริก แล้วก็น้ําตาล
ผมขอความกรุณาคุณประเสริฐ ช่วยสรุปสักหน่อยเถอะครับ
ผมขอสรุป ๓๐ วินาที ผมขอสรุปว่า ขอให้รัฐบาลไปทําหน้าที่เปึนประธานอาเซียนให้ดี และให้ท่านแก้ตรงนี้ให้ได้ว่าประเทศไทยของเราจะเข้าสู่การสมานฉันท์ มีความยุติธรรม จริง กฎหมายต่าง ๆ ความยุติธรรมจะมีให้ แล้วก็คนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีแห่งความเปึน มนุษย์ เรามี ฮิวแมน ไรท์ส มีสิทธิมนุษยชนดีมาก และในอนาคตเราจะสร้างความมั่นคง ของชีวิตมนุษย์ แล้วก็คนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีแห่งความเปึนมนุษย์ เรามี ฮิวเมน ไรท์ส มีสิทธิมนุษยชน ดีมาก และในอนาคตเราจะสร้างความมั่นคงของชีวิตมนุษย์ โดยที่พิสูจน์ให้เห็น โดย การให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ถอนแล้วก็ขอโทษที่ได้พูดกล่าวหา คนไทยคนหนึ่งว่าจะมาเปึนประธานาธิบดีของประเทศนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ คุณประเสริฐมากครับ ก็มีอยู่ตั้ง ๔ ท่าน แต่ก่อนที่จะถึงที่ผมจะเรียนนะครับ
เนื่องจากได้รับหนังสือจากท่านรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการวุฒิสภา คนที่หนึ่ง แทนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา คือ ท่านดิเรก ถึงฝัืง ท่านได้แจ้งมายังประธานรัฐสภาว่าท่านไม่ติดใจที่จะอภิปรายทั้งคณะคือ วุฒิสภาไม่อภิปรายนะครับ ก็ด้วยความขอบคุณ ท่านพยายามที่จะให้งานนี้เดินไป ข้างหน้า ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่งครับ ในนามของประธานรัฐสภาครับ ต่อท่านวุฒิสมาชิกทุกท่านครับ ต่อไปก็เปึนรายการก่อนท่านสุนัยนะครับ คือท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลครับ ตามลําดับนะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แล้ว
ในข้อ ๕.๒ ผมมีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่ผมเห็นด้วยนะครับว่า ในข้อ ๓ เกี่ยวกับกรอบการเจรจาควรเป่ดกว้างต่อการเจรจารับรองสถานะชนกลุ่มน้อย ในแต่ละประเทศที่ประสบปัญหา ให้ชนกลุ่มน้อยซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและ วัฒนธรรม ได้รับการรับรองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในอนาคต เช่น ชาวกะเหรี่ยง ชาวโรฮิงยา ชาวไทยใหญ่ และชาวกะยาแดง
ผมเพียงแต่มีข้อสังเกตเพิ่มเติมเล็กน้อยครับว่าในการที่รัฐบาลจะไปพูดจา กับสมาชิกในกลุ่มอาเซียน จะต้องใจกล้า จะต้องนําความจริงไปพูดให้เขาฟัง วันนี้เปึน ที่น่าสังเกตนะครับว่าฝรั่งมังค่าต่างชาติเขาไม่ค่อยสบายใจกับสิ่งที่เราได้ปฏิบัติกับ ชนกลุ่มน้อยอย่างโรฮิงยา เขาพยายามที่จะกล่าวหาว่าประเทศไทยเราไร้ซึ่งมนุษยธรรม ไม่ให้ความเปึนธรรม ไม่ดูแลคนอพยพเหล่านี้ แต่ข้อเท็จจริงแล้วผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังรัฐบาล ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ปัญหาคนกลุ่มน้อยที่ ยูเอ็นเอชซีอาร์ เอามาให้เราดูแลรับผิดชอบ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนจังหวัด แม่ฮ่องสอน มีชนกลุ่มน้อยเปึนจํานวนมากเข้ามาอาศัยอยู่ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นครับ รัฐบาลไทยต้องเอางบประมาณแผ่นดินไปสนับสนุน ยกตัวอย่างเช่น การรักษาพยาบาล เข้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาลที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มาแย่งเตียงนอนของผู้ป์วย ที่โรงพยาบาล ในแต่ละป้เราได้ใช้งบประมาณของคนไทยทั้งประเทศ เงินภาษีประชาชน ป้ละกว่า ๑๐ ล้านบาท เพื่อจะดูแลชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ แต่ถามว่าฝรั่งมังค่า ยูเอ็นเอชซีอาร์ หรือองค์กรสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ นั้น เคยเหลียวแลคนเกลุ่มนี้หรือไม่ ประเทศไทยไม่ได้เปึน ประเทศที่ร่ํารวยครับท่านประธาน วันนี้เราอยู่ในระดับกําลังพัฒนา วันนี้หนี้สินมากมาย อย่างที่รัฐบาลชุดนี้กําลังทําก็เห็นอยู่แล้วว่ามีหนี้สินเพิ่มจาก๕ แสนล้านบาท เปึนเกือบ ๙ แสนล้านบาท สําหรับป้งบประมาณใหม่ด้วย คนไทยเกิดมาทุกคนมีหนี้ครับ ผมนั่งคํานวณง่าย ๆ เลยว่าตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบริหารคนไทยแต่ละคนเปึนหนี้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อหัว ต่อคน อย่างนี้เรายังจะต้องเอางบประมาณของเราไปสนับสนุนคน ชนกลุ่มน้อย ผู้อพยพเหล่านี้ให้อยู่สุขสบาย เราไม่มีเงินพอครับ ทําไมรัฐบาลไม่คุยกับฝรั่งมัน ก็เอาคนพวกนี้อพยพชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ใส่เรือบรรทุกเครื่องบินที่เรามีอยู่นะครับ ที่กองทัพเรือซื้อมาไว้จอดไว้จนตะไคร่ขึ้นเต็มเรือแล้วแต่ไม่มีเครื่องบินรบลงมาเลย เอาใส่ เครื่องบินเหล่านี้แล้วไปส่งประเทศนั้น ๆ สิครับ ไปส่งแถวยุโรป พวกที่รักสิทธิมนุษยชนหวงแหน เอาไปให้ประเทศเขาดูแล เราทําการส่งไปเลยเสีย ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าอีก แล้ววันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยท่านประธาน วันนี้ต้องฝาก รัฐมนตรีฝ้ปากกล้า ต้องกล้าพูดกล้าพูดภาษาฝรั่งกับพวกฝรั่งมัน ให้มันเห็นครับว่า คนดี ๆ คัดเอาไป เอาคนหัวสมองดีไป เอาคนที่มีคุณภาพดีไป แต่ทิ้งคนที่ไม่มีคุณภาพไว้ ในประเทศไทย คนพิการไว้ให้เราดูแล แบบนี้มันเปึนธรรมไหมครับ แล้วก็ฝาก ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปคุยกับดาราหนังฝรั่ง สวย ๆ น่ะ แองเจลีน่า โจลี อะไรนั่นน่ะ อย่ามายุ่งกับประเทศไทยให้มันมากนัก ตัวเอง ร่ํารวยก็เอาไปเลี้ยงเยอะ ๆ สิครับ เอาภาระนี้ให้คนไทยได้อย่างไร วันนี้คนพม่าเข้ามา มาก่อปัญหาให้ประเทศไทยไม่ใช่น้อย วันก่อนมีการฆ่ากันครับท่านประธาน ฆ่านักศึกษา แม่โจ้ ป้ ๓ คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงมา ส่งมาศึกษาจนจบชั้นป้ที่ ๓ แล้ว กําลังจะเปึนบัณฑิต ก็ถูกฆ่าโดยคนกลุ่มน้อยที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย คนเหล่านี้ถ้ามาทําประโยชน์เรา ไม่ว่า แต่มาข่มขืน มาฆ่าคนไทยอย่างนี้เรายอมได้อย่างไร วันนี้เราต้องเอาความจริงไปพูด สังคมโลกครับ ผมเชื่อครับว่ารัฐมนตรีพูดภาษาฝรั่งปร๋อเลย เห็นพูดฟุตฟ่ตฟอไฟ นายกรัฐมนตรีก็จบเมืองนอกเมืองนา กล้าที่จะพูดกับเขาไหมครับ ไม่ใช่กล้าเฉพาะมาอวด โชว์ให้คนไทยเห็นว่าฉันนั้นพูดภาษาอังกฤษเปึน มันต้องเถียงฝรั่งเปึนด้วยครับ ทีด่าคนไทยด้วยกันเองยังด่าได้ ต้องไปด่าฝรั่งบ้าง เอาความจริงไปพูด กรรมาธิการ ก็เหมือนกันผมก็ดีใจที่ท่านขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ครบทุกคนนี่นะครับ ท่านก็ควรจะ เสนอแนะให้รัฐบาลเอาความจริงไปพูดกับเขา กล้าพูด ไม่ใช่ฝรั่งพูดอะไรมาก็ เยส (Yes) เยสลูกเดียวประเทศชาติเสียหายไหมครับ วันนี้ผมอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศปากกล้าไปให้สัมภาษณ์ ซีเอ็นเอ็น บอกมาเลยว่าความจริงมันเปึน อย่างไร ความเสียหายมันเกิดขึ้นกับประเทศไทยมากี่ป้แล้ว มันแทบจะกลืนชน แม่ฮ่องสอนทั้งจังหวัดแล้วครับ วันนี้เราให้ความเมตตามนุษยธรรมแก่คนต่างประเทศ พวกที่อยู่แนวชายแดนพม่า ลาว กะเหรี่ยง เราให้ความเมตตากับเขา เขาถึงได้ไหลทะลัก เข้ามาในประเทศไทย เพราะเขาคิดว่าประเทศไทยเปึนสถานที่สุขสบายที่เขาจะสามารถ สร้างชีวิตเขาได้ แต่เขาไม่รู้ละครับว่าเรานี่ถูกประณามโดยต่างชาติ ฝรั่งตาน้ําข้าวไปกลัว มันทําไม มันจะเก่งกว่าเราได้อย่างไรใช่ไหมครับ เรายังมีระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เปึน ประชาธิปไตย เรายังทําได้เลย การปล้นกระบวนการยุติธรรมเราก็ทําได้ เราไม่ต้องไปกลัวมัน ฝากไว้ครับท่านประธาน ผมคงมีประเด็นแค่นี้ละครับ ฝากไว้ครับ ต้องกล้า ๆ หน่อย นะครับ เปึนรัฐมนตรี เปึนนายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ คุณบรรพต ต้นธีรวงศ์ สักนิดหน่อยนะครับ อีกสักครู่รัฐมนตรี อย่าเพิ่งต่อความยาวสาวความยืด เลยครับ ใจเย็น ๆ ครับ อดทน หูตึงบ้างครับ ท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ความจริงผมไม่ควรจะ ออกมาอภิปราย แต่เห็นว่ามีประเด็นที่น่าจะเปึนประโยชน์และสร้างสรรค์ ซึ่งอยากจะ เสนอผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยังคณะกรรมาธิการและไปยังคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะไป เจรจากรอบอาเซียนในเรื่องของกรอบของสิทธิมนุษยชนในคราวนี้ครับ คือผมได้ดูในกรอบ อาเซียนเกี่ยวกับเรื่องการระงับข้อพิพาท ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งก็เปึนสิ่ง ที่ดีนะครับในหลาย ๆ ประการ แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้น่าจะมีข้อเสนอที่ทําให้เกิด ความชัดเจนมากขึ้นในแนวทางเรื่องการระงับข้อพิพาทในสมาชิกอาเซียนด้วยกันนะครับ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน สิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายและนําเสนอก็คือว่า มันเปึนโอกาสที่ดีที่ว่าอาเซียนหลาย ๆ ชาติ ซึ่งมาประชุมพร้อมกันในคราวนี้ และก็ ประเทศไทยก็เปึนประเทศที่เปึนผู้นําในเรื่องของการจัดตั้งสมาคมอาเซียนนี้ขึ้นมา ผมมีความเห็นว่าเราในฐานะผู้นํานั้น เราน่าจะเปึนผู้นําในการเสนอ กล้าที่จะเสนออีกเรื่องหนึ่ง ครับ ซึ่งผมคิดว่าจะทําให้แนวทางการระงับข้อพิพาทนั้นมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ก็รู้สึกดีใจ ที่ว่าในการที่รวมตัวเปึนอาเซียนนั้น เปรียบเหมือนกับว่าเรานั้นมาสร้างความเข้มแข็ง ให้กับชุมชนของเรา ซึ่งอันนี้เปึนรากเหง้าของประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเลยนะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเรามีปัญหาอะไรขึ้นมาในหมู่มวลสมาชิกประเทศอาเซียนด้วยกัน เราก็คุยกันเองครับ ไม่ต้องให้ประเทศมหาอํานาจมาตัดสินใจแทนเรา หรือมาตัดสินแทน เรา หรือไม่ต้องให้ศาลโลกมาตัดสินแทนเรา ในอดีตที่ผ่านมาเราเจ็บปวดกับเรื่องนี้มามาก นะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องของประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้นได้ในหมู่มวลสมาชิกของ อาเซียนด้วยกันเอง เมื่อเรารวมตัวเปึนประชาคมแล้ว เราก็ต้องมีแนวทางการระงับ ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในประชาคมของเราเองเปึนการสร้างความเข้มแข็ง เปึนการตัดสินใจที่ จะระงับข้อพิพาทของเราเอง สิ่งที่ผมจะนําเสนอคือว่า เมื่อเรามีกรอบที่จะระงับข้อพิพาท แล้ว ผมก็คิดว่าต้องทําให้เปึนรูปธรรม ต้องเสนอให้เปึนรูปธรรม นั่นก็คือว่าแนวทางการ ระงับข้อพิพาทนั้นก็ทําได้ ๒ ทาง ก็คือการเจรจาไกล่เกลี่ยกับเรื่องของการใช้ อนุญาโตตุลาการ แน่นอนละครับ มันจําเปึนต้องมีนะครับ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เปึนที่ยอมรับและรวมตัวเปึนลักษณะของสํานักระงับข้อพิพาท หรืออนุญาโตตุลาการ ขึ้นมา โดยการยอมรับในหมู่มวลสมาชิกของอาเซียนด้วยกันเอง ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ สําคัญครับ ที่ว่าจะต้องเสนอขึ้นมาให้เปึนรูปธรรม ไม่ว่าจะเปึนปัญหาความขัดแย้งใด ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของชายแดน ในเรื่องของแรงงาน หรือเรื่องบรรดาอื่นใดก็ตาม ซึ่งประเทศ เราเริ่มต้นไว้ดีนะครับ พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ เราก็เริ่มต้นไว้ดีมาก แต่เรายังขาด ถ้าเกิดว่ามีข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียนด้วยกัน เราจะมีระบบ ในการจะระงับข้อพิพาทนี้อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าเรามีสํานักก่อตั้งเปึนสํานักขึ้นมาเสนอ ในที่ประชุมอาเซียน ให้มีสํานักการไกล่เกลี่ยและอนุญาโตตุลาการขึ้นมา ผมคิดว่า เปึนเรื่องที่ดีมาก และกระบวนการนั้นเราทําได้โดย ถ้ามีกรณีพิพาทเกิดขึ้นมาระหว่าง ประเทศสมาชิกอื่นใดนะครับ ๒ ประเทศขึ้นไป เราก็สามารถที่จะใช้ผู้ไกล่เกลี่ยหรือ อนุญาโตตุลาการจากสํานักนี้ไปใช้ในการระงับข้อพิพาทนั้น เราจัดการกันเอง เกิดกรณี พิพาทขึ้นมาในหมู่มวลสมาชิกของเรา เราก็จัดการกันเอง โดยพวกเรากันเอง แล้วสิ่งที่ น่าจะต้องทําก็คือว่า ใช้การเจรจาก่อนครับ ใช้ผู้ไกล่เกลี่ยที่เปึนที่ยอมรับของประเทศที่มี ข้อพิพาทกัน แล้วเจรจาก่อน และได้ข้อสรุปข้อตกลงอย่างไร เปึนเรื่องของการตัดสินใจ ของประเทศที่เปึนคู่กรณีพิพาทนั้นโดยปราศจากการบังคับ ผมคิดว่าแนวทางนี้เปึน แนวทางที่เสนอเปึนอันดับแรก ๆ ถ้าหากว่าตกลงกันไม่ได้จริง ๆ และข้อพิพาทนั้น จําเปึนต้องระงับ เพราะมิฉะนั้นจะทําให้เกิดปัญหาความขัดแย้งมันบานปลาย ทําให้ ความไม่สงบ ไม่สันติสุขเกิดขึ้นในประชาคมอาเซียนเรา เราก็มีแนวทางสุดท้ายก็คือเรื่อง ของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งอันนั้นก็เรียกได้ว่าอนุญาโตตุลาการก็จะตั้งขึ้นโดยความยอมรับ ของหมู่มวลสมาชิกในประชาคมนี้ แล้วก็มีอํานาจที่จะฟังข้อพิพาท เหตุผล มุมมองของ แต่ละฝ์าย และนําไปสู่ในเรื่องตัดสินว่าควรจะตัดสินว่าอย่างไร อันนั้นก็เปึนเรื่องของ อนุญาโตตุลาการ ซึ่งเปึนขั้นตอนที่ ๒ โดยสรุปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ขอใช้ เวลามาก ก็อยากจะเสนอเพิ่มเติมในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการในเรื่องนี้นะครับ ว่าควรจะเสนอเพิ่มเติมไปเลยว่าแนวทางการระงับข้อพิพาทของเรานั้น ประเทศเราอยากจะเสนอให้มีสํานักงานไกล่เกลี่ยและอนุญาโตตุลาการขึ้นมา เพราะว่า มันจะทําให้เกิดการพัฒนา เกิดมีองค์กรกลางที่จะมาระงับข้อพิพาทในหมู่ประชาคม อาเซียนของเราเอง ซึ่งไม่จําเปึนต้องให้มหาอํานาจใด ๆ หรือศาลโลก หรือศาลใด ๆ มาตัดสินใจแทนในประชาคมอาเซียนของเรา ขอบคุณมากครับ
ขอขอบคุณครับ ขออีกสัก ๒ ท่าน ท่านที่สําคัญที่สุดคือ ท่านสุนัย จุลพงศธร ให้ลัดคิวก่อนคุณทองดีครับ
ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะได้พูดต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน เมื่อสักครู่ ผมเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านยกมืออยากจะชี้แจง
ผมจะให้สรุปชี้แจงตอนหลัง
นึกว่าให้ท่านชี้แจงก่อนก็ได้ครับ ผมยินดีที่จะรอฟังท่าน
เดี๋ยวครับ ให้ท่านพูดก่อน เดี๋ยวเวลา มันน้อย เชิญก่อนเถอะครับ
ถ้าอย่างนั้นบางทีผมมีบางประเด็นที่จะถามท่านด้วย เผื่อว่าถ้าท่านได้ชี้แจงก่อน ผมจะได้ ถามท่านเสียทีเดียวในครั้งนี้ แต่ถ้าท่านประธานจะให้ผมพูดก่อนและให้ท่านชี้แจง ในภายหลังนั้น เผื่อมีข้อขัดข้องผมต้องขออนุญาตท่านประธานถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทยในนามสมาชิกรัฐสภา กระผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานที่กระผมเองเปึนกรรมาธิการในชุดนี้ด้วย แต่ว่า ขออภิปรายในฐานะสมาชิกรัฐสภา เพราะว่ามีประเด็นหลายประเด็นที่อยากจะฝาก ท่านรัฐบาลเพื่อเปึนประโยชน์ในการที่จะเป่ดประชุมซัมมิทอาเซียนในประเทศไทย ท่านประธานครับ การประชุมกรอบอาเซียนในประเทศไทยนี้เราก็เห็นว่ามีความสําคัญ แต่ว่ากระผมเองเห็นว่าหัวข้อที่จะประชุมนี่ครับ มันเปึนเรื่องของสิทธิมนุษยชน และโดยเฉพาะ เรื่องแรงงานผมเองคิดว่าอยากจะถือโอกาสนี้ได้อภิปราย เพื่อให้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่เปึนการกําหนดครั้งแรกว่า การจะทําสนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่สําคัญนั้นจะต้องผ่าน รัฐสภาก่อน จึงขอใช้เวลานี้สร้างประโยชน์สูงสุด ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐
ในเรื่องแรกจะขอพูดในกรอบกว้าง ๆ ที่จะฝากท่านรัฐบาลผ่าน ท่านประธานสภาก็คือ เรื่องของสิทธิมนุษยชน เราได้พูดถึงเรื่อง โรฮิงยา ว่ากันจริง ๆ แล้ว ก็คือชนกลุ่มน้อยในพม่า ที่มีข้อขัดแย้งทางการเมืองกับผู้มีอํานาจส่วนกลางของประเทศ เพื่อนบ้านเรา ความขัดแย้งทางการเมืองนั้นก็มักจะใช้ความรุนแรงที่จะกระทําต่อกัน ซึ่งว่าจริง ๆ อาเซียน ๔ ประเทศนี้ก็เหลือน้อยเต็มทีแล้วนะครับ เท่าที่จะเห็นริ้วรอยของ การละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นก็เห็นริ้วรอยอยู่ที่พม่า แต่ไม่น่าเชื่อครับ ประเทศที่เปึนแกนนํา ของอาเซียนในช่วงระยะเวลา ๔-๕ ป้ที่ผ่านมานี้ กลับกลายเกิดริ้วรอยของการละเมิด สิทธิมนุษยชนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองในพม่า คือ กรณีของ ประเทศไทยครับ ผมจึงเห็นว่ากรอบกติกาที่จะไปตกลงกันนั้นในการประชุมซัมมิท อาเซียน นั้นอยากจะฝากข้อเสนอให้รัฐมนตรีต่างประเทศ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เตรียม คิดไว้เสียก่อนว่า เราจะพูดคุยกันอย่างไร ในเรื่องของโรฮิงยาในประเทศไทยบ้าง โรฮิงยา ในประเทศไทยนั้น ผมว่าถ้าได้ดูเหตุการณ์ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมานี้ ผมว่าประเทศไทยได้มีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่น้อยไปกว่าโรฮิงยาที่เปึนอยู่ ขณะนี้ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ได้มีคนไทยนี่ครับ ลอบอพยพหนีจากประเทศไทยไปอย่างเงียบ ๆ ครับ เพียงแต่มีสตางค์ เพราะเขารู้ว่าสังคมไทยกําลังส่งสัญญาณวิกฤติทางการเมืองอย่างรุนแรงและ ยากที่จะประนีประนอมกันได้ สังคมไทยกําลังส่งสัญญาณวิกฤติทางการเมืองอย่างรุนแรง และยากที่จะประนีประนอม กันได้ การจุดปะทุความขัดแย้งที่ชัดเจนที่สุดก็คือการฉวยโอกาสการยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านครับ วันที่ ๑๙ กันยายน พอยึดอํานาจเสร็จ วันที่ ๒๐ ขณะนั้น ไม่มีใครรู้ คิดแต่ว่าเปึนเรื่องดี ๆ แต่ความรุนแรงแห่งการใช้กําลังนั้น การรัฐประหารไม่เคย มีปราณีใครสักทีครับ ท่านประธานก็คงจะเพิ่งเห็นเหมือนผม เมื่อสักสัปดาห์ที่แล้วก็เห็นรูป คณะบุคคลหนึ่งแต่งตัวคล้ายทหาร แสดงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง บุกเข้าไป ในบ้านของบุคคลที่มีฐานะเหมือนท่านประธาน คือเปึนประธานรัฐสภา คือ นายยงยุทธ ติยะไพรัช หลายคนตอบบอกว่า คงไม่ใช่ทหารกระมัง คงจะแต่งตัวสีเขียวเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ วันที่ ๑๙ กันยายน เขายังยึดอํานาจกันอยู่ มีไทยยามที่ไหนจะกล้า แต่งตัวชุดทหาร ใส่หมวกทหาร ใส่เสื้อเกราะ ถือป๋น เอ็ม ๑๖ ที่ผมเห็นในโทรทัศน์บุก เข้าไปเช่นนั้น จะพูดกับเขาอย่างไรครับ จะพูดกับเขาอย่างไร ความรุนแรงอย่างนั้นเกิดขึ้น ในประเทศเรา ในขณะที่เราจะต้องเปึนเจ้าภาพพูดเรื่ององค์กรสิทธิมนุษยชน นั่นใช่ สิทธิมนุษยชนไหม หรือว่าคุณยงยุทธไม่ใช่ราษฎรไทย หรือว่าเปึนประธานรัฐสภา หรือว่าเปึนนักการเมืองจึงถูกตัดสิทธิที่จะกล่าวอ้างถึงสิทธิมนุษยชน นี่เรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ ในอาเซียนยังไม่เห็นเลยครับ การตัดสิทธินักการเมืองในรูป การแฝงเร้นเข้ามาในการใช้สถาบันตุลาการภิวัตน์ดําเนินการ เจอเข้าไป ๒ รอบ รอบแรก ๑๑๑ คน ลูกชายของท่านประธานก็เจอด้วย รอบ ๒ อีก ๑๐๙ คน คนดี ๆ ถูกตัดสิทธิ ทางการเมือง อันนี้ใช่เปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนไหมครับ เปึนรูปธรรมที่แปลกมาก ซึ่งในสิงคโปร์ไม่เห็นนะครับ ในเพื่อนอาเซียนมีหรือเปล่าไม่ทราบ อันนี้เปึนเรื่องที่อยู่ใน ประเด็นที่ท่านต้องเตรียมการเจรจาตอบ ท่านประธานครับ ผมฝากกรณีนี้มิได้ว่าจะมา รื้อฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่มันเปึนปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เปึนข้อขัดแย้งทางการเมืองจริง ถูกตัดสิทธิจริง และรัฐบาลนี้ยังปฏิเสธการปรองดองแห่งชาติ ยังยืนยันที่จะให้เกิด การละเมิดเช่นนั้นอยู่ต่อไป ท่านจะไปตอบคําถามในอาเซียนอย่างไร
ท่านประธานครับ
มีผู้ประท้วง เชิญ ประท้วงอะไร ประท้วงผมใช่ไหมครับ
ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงผู้ที่อภิปรายอยู่ครับ ประเด็นที่อภิปรายนั้นไม่มีส่วนใดเลย ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการประชุมในวันนี้คือ เรื่องกรอบการเจรจาอาเซียน นั่นเปึนปัญหา ในประเทศของเรา ซึ่งสุดที่จะตีความไปตามมุมมองของแต่ละคน แต่ไม่ได้เกี่ยวกับ การประชุมอาเซียนตรงไหนเลย ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้อยู่ในประเด็น ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมวินิจฉัย นะครับ เขาพูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนครับอยู่ในกรอบ เชิญพูดได้แต่ว่าอย่าไปนอกเรื่อง นะครับ
ท่านประธานครับ ไม่ได้แตะให้ลึกไปถึงขนาดว่าจะไปตําหนิติติงว่าบางคนยังอาศัย ขี่กระแสอํานาจเผด็จการนอกระบบเข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีในสภายังไม่พูดถึงตรงนั้น ครับท่านประธาน เอาแค่ว่าแตะให้เห็นว่าประเด็นอย่างนี้มันเปึนอยู่ ก็ในเมื่อสิทธิของ ชาวโรฮิงยายังพูดถึงกัน ผมก็เห็นใจ ทําไมคนไทยมันไม่ได้ หรือว่าความเปึนนักการเมืองนี้ มันไม่ใช่มนุษย์ ท่านประธานครับ เอาละ พอหอมปากหอมคอ เดี๋ยวให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตอบ
อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ เปึนประเด็นเรื่องโรฮิงยาไทย อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคล้ายกันครับ อาจต่างกันในแค่รูปแบบ แต่เนื้อหาคล้ายกัน นั่นคือการค้า มนุษย์ข้ามชาติแฝงเร้นในรูปของแรงงานต่างประเทศ ผมได้ใช้เวลาหนึ่ง ในการที่จะได้เข้าไปร่วมกับท่านกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้เวลา ตรงนี้ เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคกลางตอนล่าง หรือภาคเหนือ ตอนล่างนี่นะครับ ที่ส่วนใหญ่เปึนเขตพื้นที่แรงงานที่เข้ามาหางานทําในกรุงเทพฯ และ ออกไปหางานทําในต่างประเทศ ผมจําเปึนที่ต้องอาศัยเวทีตรงนี้กล่าว เพราะว่าบทบาท ของกระทรวงแรงงานจะมีความสําคัญมากอย่างยิ่ง เนื่องจากตอนนี้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ และประเทศไทยเจอ ๒ เด้ง คือ วิกฤตการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่ทําให้คนไม่มา ลงทุนที่นี่ และทุนที่นี่ก็หนีออกไปต่างประเทศ โรงงานจึงป่ด คนว่างงาน เชื่อเหลือเกินว่า ความว่างงานที่มีอยู่เดิมกับการว่างงานใหม่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจนี้ไม่น่าจะน้อยกว่า ๒ ล้านคน พอ ๒ ล้านคนเปึนอย่างนี้ ภาวการณ์ของข้อตกลงที่ท่านจะต้องไปตกลงกับ ประเทศเกาหลี ตกลงในอาเซียนก็ยิ่งมีกระบวนการสําคัญมากขึ้นสิครับ เพราะว่า คนเมื่อตกงานมากขึ้นก็ต้องหางานทํา บทบาทที่สําคัญที่สุดจะมาอยู่ที่กระทรวงแรงงาน และในการเจรจากับกรอบอาเซียนครั้งนี้เกิดเชื่อมโยงกัน ผมจะจับเฉพาะในประเด็น อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของแรงงานไทยที่จะไปทํางานในประเทศเกาหลี ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงตรงนี้ ขออนุญาตท่านประธานสักนิดหนึ่งที่จะต้องกล่าวถึงโครงสร้างของระบบ โลกที่โยงใยกัน เพราะมันบอกถึงความได้เปรียบเสียเปรียบต่อการเจรจา วันนี้ นักรัฐศาสตร์คนหนึ่งชื่อ เอ็มมานูเอล วอลเลอร์สไตน์ (Immanuel Wallerstein) ได้อธิบายโครงสร้างของระบบโลกของการยึดโยงของความได้เปรียบเสียเปรียบในโลกนี้มี ๓ กลุ่ม
กลุ่มที่ ๑ คือประเทศแกนกลาง ท่านนึกถึงวงกลมและมีตรงกลางวงนั้น เปึนกลุ่มหนึ่ง เปึนประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจและมหาอํานาจทางการเมือง ได้แก่ กลุ่มประเทศ จี ๘ (G ๘) กลุ่มจี ๘ นี่ขายเทคโนโลยีเปึนด้านหลักให้แก่กลุ่มประเทศ ด้อยพัฒนาทั้งหลาย นี่คือกลุ่มที่ ๑ ๘ ประเทศนี่ละครับยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
อีกกลุ่มหนึ่งคือประเทศชายขอบ ได้แก่ ไทย พม่า กัมพูชา แถวนี้ละครับ เปึนประเทศการเกษตร เปึนประเทศที่ต้องขายแรงงาน เปึนประเทศที่ทําอุตสาหกรรม ขั้นต้นที่กลุ่มแกนกลางถ่ายทอดเทคโนโลยีมาให้ แต่เปึนเทคโนโลยีขั้นต่ํา เอาว่าตัดเสื้อ เย็บเสื้อ ทอผ้า แล้วส่งไปที่กลุ่มประเทศแกนกลาง
อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มประเทศกึ่งกลาง ได้แก่ ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ประเทศที่พัฒนาแล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่มหาอํานาจ ได้แก่ เกาหลี ซึ่งจะมีบทบาท ในการเจรจากับเราที่ผมต้องกล่าวอ้างอิงเพราะอย่างนี้ กลุ่มประเทศกึ่งกลาง ได้แก่ ประเทศเกาหลี ประเทศไต้หวัน ประเทศสิงคโปร์ และกลุ่มประเทศยุโรปอีกหลายประเทศ ที่เอารัดเอาเปรียบประเทศชายขอบด้วย
ดังนั้นกลุ่มประเทศชายขอบอย่างประเทศไทยนี้ยังจะต้องต่อสู้การกดขี่กับ ประเทศแกนกลางและประเทศกึ่งกลางด้วย ผมเห็นเข้าตรงนี้พอรู้ระบบโลก เราได้เห็น ความเปึนจริงว่า ในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลทักษิณพยายามจะผลักดันประเทศให้เปึน ประเทศพัฒนาเพื่อก้าวจากชายขอบมาอยู่ประเทศกึ่งกลาง พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ก็เคยพยายามจะทําให้ประเทศไทยก้าวเข้ามาสู่ประเทศกึ่งกลาง ในฐานะเปึนนิกส์ (NICS) หรือเสือตัวที่ ๕ แต่ก็ถูกตําหนิว่า เปึนคนดี ๆ ไม่ชอบ ชอบเปึนสัตว์เดรัจฉาน แท้จริงแล้วนั่นคือประเทศอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเข้าไปอยู่ในประเทศที่ได้เปรียบต่อ ประเทศชายขอบทั้งหลาย เราพยายามจะหนีชายขอบ แต่แล้ววันที่ ๑๙ กันยายน ก็ทําการรัฐประหารฉุดประเทศกลับมาใหม่อีก กลายเปึนประเทศคนตกงาน และวันนี้ จะต้องไปเจรจาของ้อเกาหลีใต้ให้รับคนงานของเรา สิ่งเหล่านี้เจ้าหน้าที่แรงงาน ไม่มีความผิดเลยครับ ท่านทํางานเลยครับ แต่ว่าท่านจะทํางานหนักขึ้น เพราะประเทศ ของเราได้ถูกฉุดกลับมาสู่ประเทศชายขอบใหม่อีกแล้ว และที่เจ็บปวดที่สุดเมื่อไปนั่งประชุมในคณะกรรมาธิการก็ได้เห็นความเปึนจริงว่า การตกลงกับเกาหลีนี้ความได้เปรียบอยู่ที่เกาหลีเปึนหลักครับ ผมถามเจ้าหน้าที่จาก กระทรวงแรงงาน เขาบอกว่าเกาหลีก็รับไม่เท่ากันครับ จะรับเวียดนามมาก รับฟ่ลิปป่นส์มาก หรือไทยมากหรือน้อยเปึนเรื่องของเกาหลี แต่แน่นอนครับ ประเทศอย่างฟ่ลิปป่นส์หรือ ประเทศในอาเซียนหลายประเทศที่เคยเปึนเมืองขึ้นเขาได้เปรียบทางด้านภาษา เขาอาจจะพิจารณามากขึ้นกว่าเรา ตรงนี้เองครับท่านประธาน ผมก็ได้เห็นว่า นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชายขอบกับประเทศกึ่งกลางที่มันเปึนอุตสาหกรรมใหม่ มันเจริญกว่าเรา มันรวยกว่าเรา วันนี้เราที่พยายามจะพัฒนาจากประเทศชายขอบก้าว เข้าสู่ประเทศกึ่งกลางต้องถูกถอยหลังมาเมื่อเกิดการรัฐประหารโดยประชาชนไม่รู้เรื่องเลย ประชาชนรู้เรื่องเพียงบอกว่า ที่รัฐประหารเพราะกลัวจะตีกัน แต่ความจริงเปล่าละครับ ลึกไปกว่านั้นก็คือการช่วงชิงอํานาจของอมาตยาธิปไตยที่พยายามจะดึงประเทศให้ ถอยหลังกลับมา เอาเถอะ วันนี้ได้เห็นผลแล้วครับ จะมีการเจรจากับเกาหลีมันก็ตั้งท่าเล่น แล้วว่า ฉันจะเอาเท่าไรเปึนเรื่องของฉัน
ประการที่ ๒ คุณจะส่งคนมานั้น คัดเลือกมาให้ฉันแล้วฉันเลือกอีกที เอ๊ะ นี่คนไทยเปึนไทยหรือเปึนทาสครับ แต่ผมรู้ครับเปึนความจําเปึนในภาวการณ์ ที่วิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้คนว่างงานมีแต่จะวิ่งไปหาเพื่อจะยื่นหัวให้เกาหลีมันหยิบหัวขึ้น ไปเปึนคนงาน ท่านประธานครับ ข้อตกลงอย่างนี้ผมรู้ว่ายากที่ท่านจะเจรจาได้ เพราะ ตลาดเปึนของเขา เพราะใครก็อยากจะไปทํางานกับเขา ผมเห็นใจครับ แต่ถ้ามาดู ในโครงสร้างระบบทั้งหมดและเกิดการเคลื่อนตัวทางการเมืองทั้งหมดนั้นเราเสียเปรียบ และเรากําลังถดถอยอย่างยิ่ง เราจําต้องสู้ในภาวการณ์อย่างนี้ เมื่อสู้อย่างนี้ก็ขอฝาก ประเด็นเขาไว้แล้วครับในการประชุมว่า
๑. อาเซียนทุกคนต้องร่วมประชุมกันจับมือกัน เมื่อเกาหลีจะเอา ตลาดแรงงานจากอาเซียนต้องต่อรองครับ ถ้าคุณอยากจะได้แรงงานจากลาตินอเมริกา จากเม็กซิโกคุณก็ไปเอาสิมันอยู่ไกลนี่ แต่ว่าอยู่ในอาเซียนมันใกล้ใช่ไหมล่ะ คุณได้ คนวัฒนธรรมเดียวกัน กินข้าวเหมือนกัน มีความเข้าใจต่อปรัชญา ศาสนาพุทธใกล้เคียงกัน ก็ได้เปรียบอยู่แล้ว ผมจึงเสนอว่า
ประเด็นที่ ๑ ขอให้เจ้าหน้าที่ของเราประสานกับทางรัฐบาลครับ เป่ดการ ต่อรองไม่ใช่ให้เกาหลีมาเลือกเอามาว่าจะเอาไทยเท่านี้ จะเอาฟ่ลิปป่นส์มากกว่าไม่ได้ ต้องให้อยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน
และประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือว่า เกาหลีก็เลือกดําเนินการที่จะเลือก อีกต่างหาก ผมว่ากรณีนี้ขอให้มีการเจรจาต่อรองว่า ไทยได้เลือกแล้วส่วนหนึ่ง น่าจะ รับไปเลย เพราะว่าคนงานนี่ครับกว่าจะได้มาเปึนคนเลือกต้องเสียเงินเสียทองเดินทาง มาแล้ว ถ้ากระทรวงแรงงานได้เลือกแล้วตามข้อตกลงนี้ ก็น่าจะให้เกาหลีเลือกไปเลย อย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คุณต้องเอาไปก่อน ไม่ใช่คัดไป ๑๐๐ คน มันเอา ๑๐ คน ทิ้งไป ๙๐ คนแล้วเอามาใหม่ อย่างนี้ไม่ได้ครับ มันเปึนความเจ็บปวดที่สุดในโครงสร้าง ของระบบโลกนี้ ที่เรากําลังเปึนประเทศที่จะก้าวสู่การพัฒนา เปึนประเทศ ที่จะไม่ขอพึ่งใคร กลายมาเปึนประเทศที่ขอเงินกู้เขาทั่วไปหมด เมื่อเปึนอย่างนี้ก็เสีย การต่อรองเราแพ้หมดครับ
ท่านประธานครับ การเจรจาอีกอันหนึ่ง เกาหลีบอกว่าคนจะไปนี่ต้องเรียน ภาษาเกาหลีด้วย ผมก็จี้ ท่านประธานเรียนนานสักเท่าไรครับ เขาบอกก็ไปเรียนสักคอร์ส (Course) หนึ่ง ๒-๓ เดือน ท่านประธานครับ คนไทยในสภาแห่งนี้เรียนจบปริญญาตรี บางคนเรียนจบปริญญาเอกเรียนภาษาอังกฤษมาเปึนสิบ ๆ ป้ยังใช้ภาษาไม่ได้ แล้วชาวนาชาวไร่จะต้องมาเรียนภาษาเกาหลีเพื่อที่จะไป มันจะเปึนไปได้อย่างไรครับ ท่านประธาน ผมเชื่อเหลือเกินว่าคนเวียดนามที่มีลักษณะภาษาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ เกาหลีก็อยู่ในฐานะเดียวกัน ฟ่ลิปป่นส์ก็เช่นเดียวกัน เอ๊ะ แต่ว่าเราจะมาตั้งหลักว่าคุณกําหนดมาว่าให้เรียนรู้ภาษา ฉันก็ทําให้เรียนรู้ภาษา มันไม่ต่อรองได้อย่างไรครับท่านประธาน เรารู้ว่าเราเปึนประเทศ ชายขอบเสียเปรียบ แต่วันนี้ต้องผนึกกําลังประเทศชายขอบเพื่อต่อรองกับประเทศ กึ่งกลางอย่างเกาหลีใต้ ผมก็ฝากประเด็นนี้ไปเพราะอะไรครับ เพราะที่ต้องพูด ท่านประธานจะเห็นด้วยกับผมทันที อย่างน้อยที่สุดคนบุรีรัมย์ของท่านก็จะต้องเสียเงิน ค่าเรียนภาษาเกาหลี ๖,๕๐๐ บาทครับ ถามว่าเรียนภาษาเกาหลี ๖,๕๐๐ บาท จริง ๆ พูด ภาษาเกาหลีได้ไหม ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงานท่าน รู้สึกจะเปึน ท่านรองอธิบดีหรืออย่างไรไม่ทราบ ท่านบอกว่าเกาหลีก็ติมาก เพราะที่ผ่านมานั้นเขาได้ ไปเป่ดศูนย์ภาษาเกาหลีอยู่ ๑๖ แห่ง เดี๋ยวนี้ก็กลายเปึนแหล่งธุรกิจหากินกันเลยครับ พวกเกาหลีก็มาตั้งโรงเรียนเกาหลีร่วมกับคนไทยเป่ดรับเรียนภาษาเกาหลี ๒ เดือน ๓ เดือน เอาไป ๖,๕๐๐ บาท เสร็จเรียบร้อยผ่าน ผ่านไปก็แสตมปี (Stamp) แสตมปี ไปสมัคร แต่เกาหลีบอกว่าพูดไม่รู้เรื่องเลย ก็แสดงว่าอะไรครับ ก็แสดงว่า ๖,๕๐๐ บาท นี่คือการกินฟรีนั่นเองครับท่านประธาน ก็คือเก็บค่าต๋งอีก ๖,๕๐๐ บาท หลังจากที่คนงาน เปึนเสมือนทาส เวลาจะไปทํางานกับเขาก็จะต้องเสียเงิน ในนี้ก็เขียนไว้ชัดว่าเสียเงิน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณเกือบ ๕๖,๐๐๐ บาท ตรงนี้เองท่านประธานครับ ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการเขาแจกหนังสือเล่มนี้ให้ รายละเอียดดีมากครับ จริง ๆ อยากจะให้แจก ให้แก่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านจะได้ไปปกปัองดูแลราษฎรของท่านในกรณี ที่จะถูกขูดรีดแรงงานครั้งสําคัญในการเจรจากรอบอาเซียนในปลายเดือนนี้ ผมก็เสนอ บอก ท่านประธานครับ ผมเสนอว่า ท่านครับ ท่านลองไปเจรจาดูสิ คือค่าใช้จ่ายทั้งหมด ที่ท่านลิสท์ (List) รายการลงมานี่ครับ ๕๖,๐๐๐ บาท โดยประมาณ แต่จริง ๆ คงมากกว่า นี้นะท่านประธาน นี่คือตัวเลขว่ากันในสภา ว่ากันด้วยสวย ๆ แต่จริง ๆ ผมว่ามันคงกิน ค่าต๋งกันอีก แต่เฉพาะที่ระบุเปึนทางการก็เห็นชัด ๆ แล้วว่า ๖,๕๐๐ บาทนี่กินฟรี เพราะอะไรครับ มันได้พิสูจน์แล้วว่าในการดําเนินการนั้น พอจัดอบรมเสร็จมันก็พูดไม่ได้ ครับ ถ้าเปึนอย่างนั้น ทําไมไม่เจรจากับเกาหลีเลยครับ แล้วทางกระทรวงแรงงานก็ทํา หนังสือเล่มหนึ่งสิครับ ฟุตฟ่ตฟอไฟแบบเกาหลี ๙๐ ชั่วโมงของเกาหลี ก็พูดว่าจะขอกิน ข้าวว่าอย่างไร จะขอเข้าห้องน้ําว่าอย่างไร ราคาเท่าไร เลขเท่าไร ก็เปึนการเรียนรู้เหมือน ภาษาอังกฤษอย่างเร่งด่วน ผมว่าถ้าคนไทยได้อ่านอย่างนี้ผมว่าพอไหว ถ้าจะบอกว่า เอ๊ะ เขาจะอ่านได้ไหมวันนี้ น่าเชื่อได้ว่าคนไทยเรานั้นอัตราการศึกษาอยู่ในขั้นที่ดี อ่านออก เขียนได้ภาษาไทย ถ้าเขียนภาษาเกาหลีให้อ้างอิงมาเปึนภาษาไทย ผมก็ว่าเขาออกเสียง ได้ อย่างน้อยที่สุดนี่คือการแก้ปัญหา ซึ่งจะต้องดําเนินการ ๒ อย่าง คือ ๑. เจรจาต่อรอง กับเกาหลีด้วยว่าเรื่องภาษานี่ขอเถอะ แล้วเราจะช่วยให้ โดยเรามีคู่มือให้ ดังนั้นกรณี อย่างนี้ผมก็ได้เสนอในที่ประชุม แต่ท่านประธานครับ ที่ต้องขออนุญาตและต้องกราบ ขออภัยท่านกรรมาธิการด้วยกันที่ต้องมาพูดตรงนี้ เพื่อให้เกิดการแพร่ขยายกว้างให้แก่ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราจับตามอง แต่ก็ต้องกราบขอบพระคุณที่ฝ์ายแรงงาน บอกว่าจะเอาเรื่องนี้ไปเจรจาต่อรอง แต่ผมเชื่อว่าต่อรองไม่ได้ ในระดับราชการนะครับ ต้องใช้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่มีความสามารถสูงยิ่ง ไปต่อรองเรื่องนี้ ครับ ต้องขอเลยครับ เพราะขนาดท่านด่า ฮุน เซน ได้ ท่านยังไปเจรจาต่อรองยินดีก็ได้ โอ้โฮ อย่างนี้สบาย ต้องเอาท่านไปเจรจาเรื่องนี้ไปต่อรองกับเกาหลี ท่านประธานครับ ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่เสียดสีท่าน แต่ผมเห็นความเอาการเอางานของท่านที่มีมาก หลายครั้ง ที่ผมจะขึ้นพูดในสภา อยากจะให้ท่านได้แสดงบทบาทท่านเต็มที่ในสภา ท่านประธาน ก็ไม่น่าไปบอกว่า หูหนักไว้บ้าง ไม่ต้องให้หูหนัก ให้ท่านพูดเลยครับ ผมจึงคิดว่าต้อง เป่ดโอกาสให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเราทํางานเต็มที่ในเรื่องเหล่านี้ ทั้งในสภาและนอกสภา ให้ท่านทําเต็มที่เลยเพราะท่านเปึนคนขยัน ผมรู้จักท่านดีครับ เคยไปอยู่กับท่านมานะครับ ที่ฮัมบรูก (Hamburg) ก็เคยไป ที่ญี่ปุ์น ก็เคยเจอ ผมเห็นความสามารถของท่าน ท่านอยู่หลายที่ท่านแอคทีฟ (Active) มาก จนกระทั่งลูกน้องเกลียดเสียเยอะ เพราะเคี่ยวเข็ญลูกน้องทํางานหนัก เปึนข้าราชการ ที่ดีมาก ท่านประธานครับ ผมจึงขอฝากประเด็นในโอกาสเช่นนี้ให้แก่ทางรัฐบาลและ ประเด็นเหล่านี้ได้พูดในระดับหนึ่ง แต่ไม่มากเท่านี้นะครับในคณะกรรมาธิการ ก็ต้องกราบ ขออภัยเพื่อนกรรมาธิการนะครับ ที่ผมต้องอาศัยเวทีตรงนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะขยาย ประเด็นความเสียเปรียบของประเทศชายขอบที่มีต่อประเทศกึ่งกลางและประเทศ แกนกลางในโครงสร้างของระบบโลกนี้ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
คุณทองดี มนิสสาร
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากรอบการเจรจาการยกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ท่านประธานครับ หลายท่านพูดเรื่องการส่งแรงงาน หรือการจัดส่งคนงานไทยไปทํางานที่ต่างประเทศที่จะซ้ํากันบ้างเปึนบางประเด็นนั้น กระผมขอกราบประทานอภัยไว้ ณ โอกาสนี้ก่อนนะครับ เพราะที่จังหวัดอุดรธานีทุกท่าน ก็ยอมรับอยู่แล้วว่าเปึนจังหวัดหนึ่งของเมืองไทยเราที่พี่น้องเดินทางไปทํางานใช้แรงงาน ต่างประเทศมากที่สุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ประเทศเกาหลี จีทูจี (G To G) หรือรัฐต่อรัฐส่งนั้น กระผมได้เปึนตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ แล้ว กระผมอยู่คณะกรรมาธิการการแรงงานมาตลอด เพราะเห็นว่าปัญหาของพี่น้อง การย้ายถิ่น ทํางานต่างถิ่นนั้น จังหวัดอุดรธานีเปึนจังหวัดหนึ่งที่นําเงินตราต่างประเทศ เข้ามาสู่บ้านเมืองเรา และการถูกหลอก และการหลอกลวงตรงนั้นก็มีมากที่สุด ในวันนี้ ยังมีบริษัทจัดหางานที่จังหวัดอุดรธานี ได้ทราบว่ากระผมได้ประสานงานไปหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ คือจัดหางานจังหวัดอุดรธานีให้ดูแลเกี่ยวกับการหลอกลวงแรงงาน ไปทํางานที่ประเทศลิเบีย แล้วก็เดินทางกลับมาแล้ว ที่กระผมเคยนําเรียนในสภาหลาย ครั้ง ๘๐ กว่าชีวิต เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็คือประเทศเกาหลี ประเทศไต้หวัน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศสิงคโปร์นั้น เปึนตลาดแรงงานที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานเดินทางไปทํางานต่างประเทศ มากที่สุด ประเทศเกาหลีครับ กระผมเคยเดินทางไปดูงานแล้ว ไปดูความเปึนอยู่ของ พี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานที่รัฐบาลต่อรัฐบาลส่งไปแล้ว เรามีอะไรเสียเปรียบได้เปรียบ อะไรตรงนั้นไหม ก็อย่างหลายท่านอภิปรายไปแล้ว ไม่มีเลยครับว่าคนงานไทยเราจะไปอยู่ ตรงนั้น ไปอยู่ประเทศเขาใช้ประเพณีเขา ใช้กฎหมายเขา และจะได้เปรียบในตรงนั้น ไม่มีหรอกครับ เพราะฉะนั้นแรงงานไทยที่ประเทศเกาหลีถึงหนี แทกซ์ (Tax) หนีงาน ทําให้ปัญหาเกิดตรงนี้มากที่สุด และแล้วความเปึนอยู่นะครับ การประกอบอาหารนั้นใช้ ท่อพีวีซี (PVC) หุงหาอาหาร แล้วเวลานอนพักผ่อนเกิดโรคไหลตาย ส่งมาแล้วมีปัญหา มากที่สุดคือประเทศเกาหลี ณ ปัจจุบันนี้ วันหนึ่งอาทิตย์หนึ่งกระผมรับไม่ต่ํากว่า ๑๐ เรื่องที่ต้องผ่านกระผมแล้วก็ส่งไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นในวันนี้ถือว่าเปึนโอกาสดีที่กระผมคนหนึ่งที่มีโอกาสกราบขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสที่ให้กระผมได้เอาข้อมูลที่มีอยู่เอาข้อมูลดิบที่มานําเรียนต่อ ที่ประชุมรัฐสภาอันทรงเกรียติแห่งนี้ แล้วทราบข้อมูลอันเปึนจริงที่สุด ไม่มีทฤษฎีนะครับ ด้วยหลักปรัชญาที่เราอยู่ในหลักที่ความเปึนจริงที่สุด จริงไหมที่ว่ารัฐต่อรัฐส่ง เรายังมี บริษัทหลายบริษัทหรือบริษัท ประกาศหน้าบริษัทบอกว่าได้รับโอกาสหรือสิทธิในการ จัดส่งคนงานไปทํางานที่ประเทศเกาหลีแม้แต่เปึนบริษัทเดียว พี่น้องประชาชน พวกต้องการอยากไปนะครับ กลัวไม่ได้ไป ไปสอบกับรัฐแล้วการอะไรที่ไปเตี๊ยม ไปทํา อะไรนั้นกระผมจะไม่ลงลึก แต่รายละเอียดตรงนี้มีครับ เพราะฉะนั้นถ้าบริษัทนี้ได้ใต้โต๊ะ เสียก็เกิดสิครับ ๖,๐๐๐ บาท หรืออะไรบาทต่าง ๆ นั้นไม่ต่ํากว่า ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท ยังไม่ได้เดินทาง เพราะฉะนั้นตรงนี้คือรัฐบาลต้องเข้าไปดูแลจริง ๆ ถึงจะได้รู้ปัญหา ที่ชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบไหม ถูกครับ วันพรุ่งนี้ในฐานะกรรมาธิการ การแรงงาน ขออนุญาตครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้เชิญ คณะกรรมาธิการไปพบหารือที่กระทรวงแรงงานในวันพรุ่งนี้ เพื่อจะแก้ปัญหาในการที่ กรอบของตรงที่กําลังเจรจาในกรอบตรงนี้ที่ท่านประธานกรรมาธิการได้นําเสนอต่อรัฐสภา ในวันนี้ กระผมจะไม่เสียเวลาให้ไปมากกว่านี้ว่า เพราะฉะนั้นการได้เปรียบ เสียเปรียบ ในทางแรงงานนั้น คนงานไทยที่เกาหลีนั้นหรืออยู่ในเอเชียนั้น อยู่ในตะวันออกกลางนั้น เราเสียเปรียบทั้งหมด แล้วภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้พี่น้องประชาชนก็ตกงานก็ต้องไปทํางาน ต่างประเทศ ที่ไปนั้นไปตายเอาดาบหน้า ยอมรับกลับมาว่าปรัชญาหรือว่าเปึนคําพังเพย ของพี่น้องอีสานพูดตลอดว่า ไปเสียนา กลับมาแล้วเสียเมีย เสียคู่รักนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เปึนการที่พี่น้องอีสานหรืออุดรธานีช้ําที่สุด ฝากกราบเรียนทางท่านประธานผ่านไป ถึงรัฐบาลว่า หรือกรอบในการพิจารณานี้ขอให้ดูเข้าไปลึกจริง ๆ อย่าไปดูผิวเผิน บริษัทจัดหางานตรงนี้ เมืองไทยเราเปึนประชาธิปไตยครับ ไม่ใช่รัฐต่อรัฐส่งได้ บริษัท จัดหางานตรงนี้ยอมไหม มีอะไรที่ลึกกว่านั้นที่เขาจะรู้มากกว่าเราใช่ไหม หรือเขามีโอกาส ที่ติดตามโอกาสตรงนี้มากกว่าเราใช่ไหม นี่คือเรามาถึงสู่ตรงนี้ครับ เพื่อไม่ให้เปึนการ เสียเวลาครับ กระผมจะขออภิปรายอีก ๒ เรื่อง คือเรื่องเกี่ยวกับการไปทํางานต่างประเทศ แล้วก็เรื่องสิทธิมนุษยชน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมคนหนึ่งที่เสียใจแทนพี่น้อง ชาวอีสาน แล้วท่านประธานคงได้ยินข่าวตรงนี้ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ครับ กระผมขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อท่าน ท่านเคยสัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ วัน เวลานั้น กระผมจําไม่ได้ หรือว่ายังไม่จําชัดเจนว่า เดี๋ยวมันจะให้ข้อมูลผิดพลาดไป ท่านบอกว่าคนอีสานคนของประเทศไทยเปึนได้เฉพาะ ผู้ใช้แรงงาน หรือคนรับใช้ที่บ้านเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนไหม ศักดิ์ศรีความเปึน มนุษย์อยู่ตรงไหนครับ การทํามาหากินด้วยความบริสุทธิ์ การทํามาหากินด้วยอะไรที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นความบริสุทธิ์ การทํามาหากินนั้นเปึนหลักปรัชญาที่ทุกคนต้องยอมรับกัน อยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ท่านประธานรัฐสภาในวันนี้ท่านยังเปึน คนเลือดเนื้อเชื้อไขของภาคอีสาน ท่านยังเปึนถึงประธานรัฐสภาได้ ใครไม่ยอมรับครับ สภายอมรับ สังคมของเมืองไทยยอมรับครับ เพราะฉะนั้นสิทธิมนุษยชนตรงนี้ท่านตอบให้ ได้นะครับว่าอีสานไม่ยอม คนอีสานไม่ยอมครับ ถือว่าเปึนการหมิ่นประมาทพี่น้อง ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์อย่างรุนแรงครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตใช้โอกาสที่รัฐสภากําลังพิจารณาว่าด้วยกรอบของการเจรจาอาเซียน ซึ่งเปึนการประชุมร่วมกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในวันนี้ กระผมขออนุญาตท่านประธานครับว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเรากําลังจะเปึนเจ้าภาพ ในการที่จะประชุมอาเซียนครั้งนี้ เปึนที่รู้กัน ประเทศอาเซียนมีสมาชิก ๑๐ ประเทศ ท่านประธานครับ ด้วยเวลาอันจํากัดกระผมไม่มีแผนที่ขนาดใหญ่กระผมก็ขีดอย่างนี้ ใกล้ ๆ อย่างนี้นะครับ ตรงกลางนี่สมมุติว่าเปึนประเทศไทย เรามีอาณาเขตติดต่อกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ทางด้านตะวันตกก็เปึนประเทศพม่า ตะวันออกก็ประเทศกัมพูชา แล้วก็ถัดไปก็ประเทศเวียดนาม ข้างล่างประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ แล้วออกทะเล ไปก็เปึนประเทศอินโดนีเซีย ประเทศบรูไนกับประเทศฟ่ลิปป่นส์ ๑๐ ประเทศในอาเซียน ถ้าจะว่ากันไปแล้วประเทศไทยเปึนประเทศที่ต้องรับภาระมากที่สุด เรามีชายแดนติดต่อ กับประเทศเพื่อนบ้านนับเปึนพันกิโลเมตร แล้วพี่น้องประชาชนจากเพื่อนบ้านซึ่งเขามี ฐานะทางเศรษฐกิจแย่กว่าเรา มาตรฐานความเปึนอยู่แย่กว่าเรา ดังนั้นจึงมีประชาชน ชาวพม่า ชาวลาว ชาวกัมพูชา อพยพเข้ามาหางานทําอยู่ในบ้านเรามากมายเหลือเกิน ใน ฐานะที่กระผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดราชบุรี ปัจจุบันเปึนสัดส่วนต้อง ดูแล ๑๕ จังหวัด ท่านประธานครับ ด้านซีกตะวันตกในรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญบอกว่ามีชนกลุ่มน้อยชาวพม่า ชาวกะเหรี่ยง พวกมอญอีกครับ พวกคะฉิ่นอีกครับ มากมายก่ายกอง เฉพาะอําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีของกระผมขณะนี้ ผู้อพยพที่มาจาก ฝัืงพม่าเปึนชาวกะเหรี่ยงและเปึนชาวมอญอยู่ที่บ้านห้วยคุมจํานวนเกือบ ๓๐,๐๐๐ คน แล้วสหประชาชาติที่มาดูแลก็ไม่ได้ดูแลอย่างเต็มที่ มีกินบ้างไม่มีกินบ้าง พอหิวขึ้นมา อดอยากก็ออกมาจากค่ายอพยพซึ่งมีอาสาสมัครหรือ อปพร. ดูแลเพียงไม่กี่คนกับ การที่จะกํากับคนเกือบ ๓ หมื่นคน พวกนี้ก็หนีออกจากที่พักศูนย์อพยพ สร้าง ความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอําเภอสวนผึ้ง ลักเล็กขโมยน้อย แม้กระทั่งพืชผลทางการเกษตรที่ราษฎรเพาะปลูกเอาไว้ ก็ถูกลัก ถูกขโมย แล้ววัน ๆ ไม่ได้ทําอะไรท่านประธาน ปรากฏว่าในค่ายนั้นมีเด็กเกิดใหม่จํานวน มหาศาล เดินกันยั้วเยี้ยไปหมด แล้วเด็กวัยรุ่นอายุ ๑๓-๑๔ ป้ท้องแล้วท่านประธาน พอท่านประธานไปเยี่ยม อุ้มคนหนึ่ง จูงคนหนึ่ง อยู่ในท้องอีกคนหนึ่ง มันก็เพิ่มผลผลิต จํานวนประชากรมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ถ่ายลงตรงนั้นเปึนแหล่งต้นน้ํา น้ําจากห้วย ต่าง ๆ ก็จะไหลลงลําภาชี จากลําภาชีก็ไหลมารวมกันที่อําเภอไทรโยค เข้าสู่แม่น้ํา แม่กลอง พวกเหล่านี้ก็นําเชื้อโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนมาเลเรีย โรคเท้าช้าง สร้างปัญหา ให้กับราษฎรในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ต้องอาศัยน้ําจากแม่น้ํา แม่กลองในการบริโภคและในการใช้ชีวิตมากมายก่ายกอง นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันทางภาคตะวันออกของประเทศท่านประธานก็คงจะเห็นว่าเพื่อนบ้าน ของเราไม่ว่าจะเปึนประเทศลาว จากประเทศกัมพูชาก็หลั่งไหลกันเข้ามา นี่ถ้าย้อนกันไป ถึงป้ ๑๙๗๕ หรือ ๒๕๑๘ ตอนที่สงครามเวียดนามยุติใหม่ ๆ ประเทศไทยของเรานี่แหละ ครับเปึนม้าอารีย์ ที่ต้องรับภาระพวกอพยพจากประเทศเวียดนามที่เราเรียกกันว่า เรือมนุษย์ จนแอ๊ดคาราบาวไปแต่งเปึนเพลงเรฟฟูจี สิ่งเหล่านี้ในฐานะที่ประธานในการ ประชุมอาเซียนคราวนี้ควรที่จะหยิบยกไปหารือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทําอย่างไรที่จะให้เขาช่วยสกัดออกกฎออกระเบียบดูแลไม่ให้คนของเขาเข้ามาสร้างภาระ ให้แก่เรา ที่เข้ามาทํางานนั้น บางอย่างก็มีความจําเปึนต้องใช้แรงงาน แต่ที่ไม่ได้เข้ามา ทํางาน แต่เข้ามากินมานอนแล้วก็มาสร้างประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นี่เปึนสิ่งที่ควรจะ หยิบยกเข้าไปพูดจาในที่ประชุม ที่สําคัญอย่างยิ่งท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งโดยที่เรามี ชายแดนติดต่อถึงกันเปึนพัน ๆ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ไม่ต้องอื่นไกลเอาแค่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี ๒ จังหวัด คนไทยเราซื้อรถโตโยต้า วีโก้ เอาละ ระบุยี่ห้อ เลย เพราะว่าเปึนรถยอดฮิต อีซูซุคันหนึ่งตั้งหลายแสนบาท แล้วทําไมละครับ คนพม่า คนลาว ขี่รถป่กอัพแบบนี้ราคาแค่แสนกว่าบาท นั่นก็คือมีการขโมยรถจากบ้านเราไปขาย ประเทศเพื่อนบ้าน ถามว่าทางใต้ของเรามีเหตุการณ์อย่างนี้มีไหม มีครับ รถที่ขโมยจาก มาเลเซียเข้ามาขายในฝัืงไทย แต่ไทยเราไม่ว่าจะเปึนตํารวจ ไม่ว่าจะเปึนทหาร หรือ รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเอาใจใส่ดูแล จับได้ก็มีการส่งกลับไปคืนให้ทางมาเลเซียเขา เพราะฉะนั้นตรงนี้ควรที่จะไปเจรจาด้วย ควรที่จะเจรจาให้ประเทศเพื่อนบ้านของเราดูแล ตรงนี้ให้เรา มันไม่เปึนการยุติธรรมสําหรับพี่น้องคนไทยของเรา ผ่อนรถนี่ดาวน์ไป เสร็จแล้วผ่อนเดือนหนึ่งผ่อนเดือนละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ๒๐,๐๐๐ บาท มานั่งผ่อน แต่กุญแจ เพราะตัวรถมันหายไป หายไปแล้วก็ไปเข้าไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน ใครจะ ชอบกระแหนะกระแหนว่ากระผมไปขุดทองที่ถ้ําลิเจีย ใช่ แต่กระผมบอกกระผมไม่ได้ขุด บนหัวพ่อแม่ใคร ที่กระผมไปขุดทองก็ได้ประโยชน์ ได้มีโอกาสไปดูฝัืงพม่าแล้วก็มาเล่าให้ ท่านประธานฟังนี่แหละว่า มันเปึนความเจ็บปวดเหลือเกินที่คนพม่าขี่รถวีโก้คันละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท คันละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ขณะที่คนไทยเราขี่รถวีโก้คันหนึ่งตั้งเกือบ ๖ แสนบาท ๕ แสนกว่า ๖ แสนบาท แต่มันไม่เจ็บปวดเท่ากับคนที่ต้องผ่อนกุญแจรถ นี่สิครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในฐานะที่จะมีการประชุมกลุ่มประเทศอาเซียน ไม่ว่าจะเปึนพม่า เปึนลาว เปึนเขมร ฝ์ายไทยเราจะต้องหยิบยกปัญหาเหล่านี้ไปพูดจา ขอความร่วมมือกับเขาให้เปึนหูเปึนตา ปกปัองผลประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทย เหมือนกับที่เราทําให้กับคนมาเลเซีย มีข่าวปรากฏเปึนประจํา ศุลกากรจับได้ รถที่ลักลอบ นําเข้าจากมาเลเซีย เราส่งไปคืนเขา ตํารวจจับได้ ตํารวจทางหลวง ตํารวจท้องที่ ตํารวจภูธรจับได้ ส่งไปคืนเขา ลักษณะที่เราทํากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างนี้ เอาไปเจรจา กับเพื่อนบ้านอีก ๓ ประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกัน ไม่ว่าจะเปึนพม่า เปึนลาว เปึน กัมพูชา ขอความร่วมมือกับเขา อันนี้กระผมต้องฝากคณะกรรมาธิการว่า ถ้ามีโอกาสจะ บรรจุอยู่ในรายงานนี้ เพื่อเปึนการส่งต่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ คุณกษิต ที่สมาชิกหลายท่านได้ชื่นชมว่าเปึนคนมีความสามารถ บังเอิญท่านมานั่งอยู่ด้วย ขออภัย นะครับ กระผมไม่เรียกท่านหรอกครับ กระผมจะเรียกเฉพาะคนเปึนนายกรัฐมนตรีกับ ประธานว่าท่าน ถ้าเสมอว่าเปึนรัฐมนตรีเรียกคุณก็พอ นี่ถือว่าเปึนการยกย่องกัน และยิ่ง ท่านเคยบอกว่า เพื่อนสมาชิกครับ ผมก็ยอมรับว่าเปึนเพื่อนกัน เปึนเพื่อนเปึนเกลอก็เรียก เปึนคุณกษิตก็พอ คุณกษิตต้องเอาเรื่องอย่างนี้ที่ ส.ส. เขาเอาความทุกข์ความยากของ ประชาชนมาพูดในสภา ซึ่งคุณกษิตได้ยินกับหูตัวเอง มีโอกาสไปนั่งเปึนประธานในการ ประชุมอาเซียนต้องเอาไปพูดจากับรัฐมนตรีต่างประเทศเพื่อนบ้านให้เขาช่วย ให้เขาดูแล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชาวไทยที่เกิดจากการกระทําโดยคนไทย ส่วนหนึ่ง แต่เรามีทางปัองกันได้ท่านประธานครับ คนไทยที่ขโมยรถไปขายให้เพื่อนบ้าน มอเตอร์ไซค์อีกอย่างท่านประธาน แหม กระผมเห็นเขาจูงมอเตอร์ไซด์ข้ามที่ท่าลี่ ท่าลี่ นี่จังหวัดเลย แล้วไปฝัืงโน้น บ้านเราขายกันคันหนึ่ง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท ไปฝัืงโน้น คนลาวทําบุญด้วยอะไรถึงขี่รถมอเตอร์ไซค์ราคาแค่ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท นี่ ส.ส. นั่งข้าง ๆ กระผม ส่งสัญญาณมาบอกว่า ๓,๐๐๐ เท่านั้นเอง แต่ตอนที่กระผมไป ลาวกระผมถามเขาเขาบอกว่า ๗,๐๐๐ บาท แล้วคนไทยทําเวรทํากรรมอะไรถึงต้อง ขี่รถมอเตอร์ไซค์คันละ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท ขี่รถป่กอัพคันหนึ่ง๕ แสนบาท ๖ แสนบาท ขณะที่คนพม่า คนลาวขี่รถป่กอัพใหม่ ๆ ครับท่านประธาน โฟร์วีล ๑๘๐,๐๐๐ บาท โอ้โฮ สภาพอย่างนี้นะครับที่กระผมไปพบไปเห็น และไปสัมผัสด้วยตัวเองถึงได้นํามากราบเรียน ท่านประธานเพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญบรรจุให้ทางรัฐบาลได้รับทราบปัญหา แล้วนําไปสู่การแก้ไข ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชนคนไทยก็คงจะเปึนทาส ผ่อนกุญแจ ท่านประธานครับ มันเปึนความปวดร้าวเหลือเกิน ขอบคุณครับ
ต่อไป เชิญท่านคมเดช นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ สมาชิกรัฐสภา เนื่องจากมีการพิจารณาร่างเอกสารที่สําคัญ มีการลงนามหรือรับรอง ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผมได้ อ่านเนื้อหาสาระหลายประเด็นด้วยกันที่อยากฝากแนวคิด แล้วก็เปึนการตั้งข้อสังเกตไว้ เพราะว่าประเทศไทยเปึนประธานในที่ประชุม คงต้องมีรูปแบบเปึนมาตรฐานที่ชัดเจน ที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะการริเริ่มในการจัดตั้งสมาคมอาเซียนขึ้นมา ท่านครับ การประชุมทุกอย่าง การเจรจาทุกอย่าง ถ้าอยู่หน้ากล้องหรือไมค์จ่อปาก ยากที่จะสําเร็จ มันเปึนทางการเกินไป ผมได้ศึกษาการบริหารจัดการในระบบการใช้เวทีการประชุมของ ญี่ปุ์นเขา เขาจะคุยนอกรอบทั้งหมดเลย การคุยนอกรอบมันจะมีเนื้อหาสาระ แล้วมี รายละเอียดค่อนข้างมาก แล้วก็มีข้อสรุปที่ชัดเจน แล้วก็ใช้เวทีการประชุมเปึนที่สรุป มันไม่ใช่ใช้เวทีการประชุมเปึนที่เจรจา บางครั้งไปเถียงกันครับ ตรงนี้แนวทางการจัดการ การจัดระบบตรงนี้ ไม่ทราบว่าท่านดําเนินการไว้อย่างไรบ้าง เพราะว่าถ้าคิดว่าจะไปพูด ไปคุย ไปเจรจา หรือถกกันในที่ประชุม ผมคิดว่ามันจะไม่ประสบผลสําเร็จเท่าที่ควร เปอร์เซ็นต์ความสําเร็จมันน้อยมากตรงนี้ ตรงนี้เปึนประเด็นแรกที่อยากฝากเอาไว้
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านครับ เกี่ยวกับปัญหาของประเทศไทยเรา ซึ่งในด้าน เศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง ผมเคยอภิปรายไว้ว่าทุก ๆ ประเทศ มีทูตมาอยู่ประจําประเทศไทยเราทั้งหมด เราไม่สามารถที่จะป่ดบังสิ่งที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยได้ เราไม่สามารถที่จะเอามือไปบังฟัาได้ครับ สถานการณ์การเมือง เปึนอย่างไร สถานการณ์ความมั่นคงเปึนอย่างไร ชายแดนภาคใต้เปึนอย่างไร สังคม เปึนอย่างไร เขารู้หมดทุกอย่างครับ เพราะฉะนั้นในฐานะที่ประเทศไทยเปึนประธาน การจัดการประชุม ควรจะถือโอกาสนี้เปึนแม่แบบ อย่างการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเคยอภิปรายไว้ว่ามันมีจุดบอด จุดอ่อนมาก ถ้าให้ทหารกับตุลาการมาเล่น การเมือง มันจบแล้วครับ สภาพการเปึนประชาธิปไตย ตรงนี้คือจุดบอด จุดอ่อน ผมคิดว่า ก่อนการประชุม ทางรัฐบาลหรือทางคณะกรรมาธิการน่าจะเสนอแนะทางรัฐบาลให้ใช้ โอกาสนี้ เวทีนี้นําเสนอแนวทางในการแก้ไขกฎหมายให้อาเซียนหรือต่างประเทศรับรู้ว่า เราเปึนประเทศประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่แอบแฝงเผด็จการ ไม่ใช่วันดีคืนดี ๓ เหล่าทัพออกมาประกาศให้นายกรัฐมนตรีลาออก หรือยุบสภา นี่คือเหตุการณ์ที่ผ่านมา ช่วง ๒-๓ ป้ครับ ด้านสังคมมันไม่ควรจะมีเสื้อแดง เสื้อเหลืองขึ้นมา วัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทย เรานี่หลายร้อยหลายพันป้ สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดก็คือความสามัคคี อันนี้มันแตกแยก ขาดหายไป แต่เช็กเข้าไปเบื้องลึกก็ได้รับรู้ว่าศาลปกครองคุ้มครองสิ่งที่เกิดขึ้นใน ประเทศไทย คือ เอเอสทีวี (ASTV) ซึ่งเปึนจุดที่จุดประกายทั้งบวกทั้งลบในประเทศไทยเรา สังคมแตกแยกไป เศรษฐกิจครับท่านครับ หลังจากยึดสนามบินต้องยอมรับว่า การท่องเที่ยวเสียหายหนัก คนเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเรา ๑๘ ล้านคน เหลืออยู่ ครึ่งเดียว เงินหมุนเวียน ๓-๕ แสนล้านบาท หายไปครึ่งหนึ่ง ส่งออกติดลบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ กู้เงินกู้หนี้สาธารณะ ๑.๑ ๗,๖๐๐ ล้านบาท เงินกู้สาธารณะเพิ่มขึ้น จัดเก็บภาษีลดลงไป ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เกือบแสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าอีก ๒ ไตรมาสจะจัดเก็บ ภาษีไม่เข้าเปัาเกือบ ๓ แสนล้านบาท ตั้งงบประมาณป้ ๒๕๓๓ ขาดดุลถึง ๔๐๓,๐๐๐ ล้านบาท คาดว่าจะจัดเก็บได้ ๑.๕ แสนล้านบาท จัดไว้ ๑ ล้าน ๙ แสนล้านบาท นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นครับ เอ็นพีแอล (NPL) โผล่ ๔ แสนล้านบาท แรงงานซึ่งมีอยู่ใน ประเทศไทยประมาณ ๓๗ ล้านคน กลุ่มเงินเดือน กลุ่มอุตสาหกรรมประมาณ ๑๓ ล้านคน อยู่ในประกันสังคม ๙.๓ ล้านคน เกษตรกรประมาณ ๑๓ ล้านคน ข้าราชการประมาณ ๓ ล้านกว่าคน กลุ่มสุดท้ายก็คือ แรงงานอิสระ ๖-๘ ล้านคน คาดการณ์ว่าจะตกงาน ไม่ต่ํากว่า ๒.๕ แสนล้านคน นี่ครับผมอยากให้ใช้เวทีนี้ทําอย่างไรเราถึงจะได้ประโยชน์ จากการพยุงแรงงานตรงนี้ แรงงานที่ตกงานครับท่านครับ ที่เราคาดการณ์ไว้ ในประเทศไทยมีอยู่ ๘ หมื่นกว่าหมู่บ้าน บ้านละคนนี่ ๘๐,๐๐๐ คนแล้ว ๑๐ คน ๘ แสน ๒๐ คน ๑ ล้าน ๕ แสน ขึ้นไปครับ ทําอย่างไรเวทีอาเซียนของเรา ต่างประเทศท่านสมาชิก ถึงจะไม่ปลดคนงานอยู่ต่างประเทศ แล้วจะรับคนงานในประเทศของเราเข้าไป ตัวอย่างเช่น ของประเทศเกาหลีหรือประเทศอื่น ๆ เราควรจะใช้เวทีตรงนี้ให้ได้รับ ประโยชน์มากที่สุด เพราะฉะนั้นแนวทางการบริหารจัดการตรงนี้ครับท่านครับ ผมคิดว่า ในช่วง ๓ เดือนถึง ๖ เดือนข้างหน้า ปัญหาแรงงานมันจะมาก มันจะมากแล้วมันจะโยงใย ไปสู่ปัญหาหนี้สิน สู่ปัญหาการล้มละลายของภาคเกษตรกร คน ๑ ล้าน ๕ แสนคน ในประเทศ ต่างประเทศอีก ๓ แสนคน คนจบการศึกษาอีก ๗ แสนคน ถ้าเฉลี่ยแล้ว ท่านครับ ถ้าคนงานตกงานประมาณ ๒ ล้าน ๕ แสนคน กลุ่มนี้ถ้าเราแปลเปึนภาษาง่าย ๆ ว่าเปึนกลุ่มที่หาเงินกลุ่มหนึ่งที่ใช้เงินยังรออยู่บ้าน พ่อแม่ลูกหลานเขา เพราะฉะนั้น ความเดือดร้อนของคน ๒ ล้านถึง ๒ ล้าน ๕ แสนคน ต้องคูณ ๔ ครับ ความเดือดร้อน มันจะตกประมาณ ๑๐ ล้านคน ถ้าเราหยุดเรื่องตรงนี้ไม่ได้ ปัญหาจะลามและประเทศมี โอกาสล้มละลายในที่สุด ปัญหาตรงนี้จะโยงใยสู่ปัญหาหนี้สิน เกษตรกรมีภาระเกี่ยวกับ ธ.ก.ส. สหกรณ์มีใบเตือน โดยเฉพาะคาบเดือนมีนาคม เดือนกันยายน เดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม นี่จะถึงแล้วครับ แล้วการชําระหนี้ของเกษตรกรเปึนภาระปัญหาของ เกษตรกร เพราะว่าการติดตามทวงถามหนี้ จะไปชําระหนี้ทั้งเงินต้นทั้งดอกเบี้ย ใบเตือนถ้ามา ๓ ครั้งไม่ใช้ต้องเสียดอกเบี้ยปรับ ๓ ครั้งไม่ไปยื่นโนติส อีก ๓ ครั้ง ไม่ไปถูกฟัองยึดทรัพย์ ขายทอดตลาดแล้วก็ฟัองล้มละลาย นี่คือปัญหาที่มาจากแรงงานทั้งหมด ผลกระทบจะสูง และรุนแรงมากครับ โดยเฉพาะการส่งออกซึ่งติดลบไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรส่วนใหญ่ ไม่ว่าเรื่องราคาข้าว ราคามันสําปะหลัง ราคาอ้อย ราคาวัว ราคาข้าวโพด ปาล์มและ ยางพาราหรือภาคเกษตรกรทั้งหมดถ้าส่งออกไม่ได้ท่านประธานครับมันย้อน มันย้อนก็คือ ผลผลิตมันล้นตลาด พอล้นตลาดราคามันดําดิ่งลงไปทั้งหมด ตรงนี้จะเกิดสภาพซ้ําซ้อน จะเปึนปัญหาซ้ําซ้อนเกิดขึ้นในภาคแรงงาน ภาคหนี้สินและภาคเกษตร เพราะฉะนั้นเวทีนี้ ผมอยากให้ท่านคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะภาคแรงงาน ภาคการผลิต ภาคส่งออก เอสเอ็มอี (SME) นําวาระนําแนวทางที่เปึนประโยชน์เข้าสู่วาระให้ภาครัฐบาลได้ ดําเนินการประสานงานกับสมาชิกกลุ่มอาเซียน ทําอย่างไรประเทศไทยเราถึงจะได้ ประโยชน์มากที่สุดในโอกาสนี้ครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิงครับขอชี้แจงสั้น ๆ ครับ
เดี๋ยวท่านเอาไว้ ตอนสุดท้ายได้ไหมครับ เดี๋ยวจะเป่ดให้
เพราะว่า ประเดี๋ยวมันจะเลยเวลาไปเพราะว่าคนเพิ่งพาดพิงเมื่อสักครู่นี้ผมเสียหาย ผมพูดสั้น ๆ นะครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม เจริญ คันธวงศ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรและสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้ ได้มี ส.ส. ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งคือท่านทองดีได้พาดพิงผมว่า ผมให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ต่างชาติในเชิงที่ว่าสบประมาทคนอีสาน ผมขออนุญาตกราบเรียน ทําความชี้แจงกับพ่อแม่พี่น้องว่าผมถูกบิดเบือนจากสื่อต่างชาติ อย่างที่ขณะนี้ครับปัญหา โรฮิงยาขณะนี้ที่ถูกรายงานข่าวอยู่ตลอดเวลาว่าเราทารุณคนโรฮิงยาเราก็เจ็บปวด ฉันใดฉันนั้นนะครับท่านพี่น้องประชาชนครับ มนุษย์ของเรานั้นจะเลือกเกิดไม่ได้ครับว่า จะเกิดอีสาน จะเกิดเหนือ เกิดกรุงเทพมหานคร เกิดที่ไหน เลือกเกิดไม่ได้ แล้วจะเลือกเกิด จากฐานะใครก็เลือกเกิดไม่ได้ ฉะนั้นผมต้องกราบเรียนนะครับว่ามีหนังสือพิมพ์ถามผม ตอนที่ท่านมีการเลือก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีวันนั้นหลังจากเลือกแล้ว ประมาณ ๑๐ นาทีผมเดินเข้าห้องน้ํา มีหนังสือพิมพ์ฝรั่ง ผมไม่ทราบว่าเปึนหนังสือพิมพ์ มาดักพบผม ผมบอกว่าผมไม่ให้สัมภาษณ์เพราะว่าผมไม่เกี่ยว เขาก็เลยขอถามสั้น ๆ ครับว่า ปัญหาปัจจุบันทันด่วนที่รัฐบาลจะทํามีอะไรบ้าง ผมก็เล่าให้ฟังว่า ก็คือเรื่อง ปัญหาแก้ไขเศรษฐกิจ ข้อที่ ๒ ก็คือว่าสร้างสมานฉันท์ในประเทศขึ้นมา เขาก็เลยถาม ต่อไปว่า ปัญหาความแตกแยกในประเทศนี้จะแก้ไขอย่างไร ผมก็เลยเล่าให้ฟังว่า มีคนเข้าใจว่าแตกแยกแต่ว่าเราจะต้องทําความเข้าใจกัน จะใช้เวลาทําความเข้าใจกัน คนไทยทั่ว ๆ ไปนั้นเรากระจายอยู่กันทุกภาค เปึนต้นว่าผมเปึนคนเหนือก็จริง แต่ว่าผมมา เรียนหนังสือในกรุงเทพมหานคร แล้วก็ทํางานในกรุงเทพมหานคร คนที่อีสานก็เหมือนกัน ครับ เรียนอยู่ที่อีสานก็มี เรียนที่กรุงเทพมหานครก็มี แล้วก็ทํางานทั่วไปทั้งผู้บริหารสูงสุด และล่างสุด แล้วก็บางคนที่มีฐานะดีก็เปึนเจ้าของกิจการ บางคนฐานะไม่ดีก็เปึนลูกจ้าง เขาก็ถามต่อไป ลูกจ้างทําอะไรบ้าง ก็ลูกจ้างตั้งแต่เปึนลูกจ้าง บริหารสูงสุดจนถึงล่างลงไป หรือทํางานหลาย ๆ อาชีพ เปึนเจ้าของกิจการตัวเอง รวมทั้งขายกล้วยปุ่งด้วย และ เขาถามว่ามีคนใช้ไหม ผมบอกว่า ผมมีครับ เปึนคนอีสานหรือเปล่า ผมว่ามีครับ เท่านั้นเองแหละครับ ผมขอกราบเรียนว่า ผมไม่เคยคิดดูถูกคนอีสานหรือคนเหนือ คนใต้ เพราะว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ ผมต้องชื่นชมนะครับ คนอีสานนั้นมีช่วยก่อตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ให้ผมได้เปึนสมาชิกลูกพรรคจนบัดนี้ครับ อย่างเช่น นายเลียง ไชยกาล นายเทพ โชตินุชิต ขุนทอง ภูผิวเดือน สุขุมพงศ์ โง่นคํา ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น อิสสระ สมชัย รวมทั้งท่านชัย ชิดชอบ ก็เคยสมัครเปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผมขอกราบเรียนว่าผมไม่ได้ดูถูกคนอีสานครับ ผมยกย่องว่าถ้าไม่มีคนอีสานแล้ว ประเทศไทยนั้นคงจะมีปัญหาเยอะครับ เพราะคนอีสานนั้นได้ช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ทั้งหลาย ๆ ระดับ ทั้งระดับสูงสุดจนถึงระดับล่างสุดก็คือว่าทั้งขายกล้วยปุ่ง ทั้งทําอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างครับ ผมขอกราบเรียนทําความชี้แจงกับพ่อแม่พี่น้องทั้งหลายให้เข้าใจ ด้วยครับ
ต่อไปเชิญท่านสุชาติ นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในนาม สมาชิกรัฐสภา ท่านครับ เรื่องกรอบอาเซียนกับสิทธิมนุษยชน ท่านครับ ผมต้องบอกก่อน ว่าผมมาจากผู้นําแรงงานก่อนมาเปึนผู้แทนราษฎร ก็ขอฝากคณะกรรมการนิดหนึ่งครับว่า ขอให้พูดจริงทําจริง วันนี้นะครับ จากที่กรอบอาเซียนที่เราจะต้องไปนั่งเปึนหัวแถว นี่นะครับ ต้องบอกเลยครับว่า วันนี้ประเทศไทย ถามกันตรง ๆ ครับ ว่ามีความแตกแยก ในประเทศจริงหรือไม่ ต้องถามผ่านท่านประธาน ถ้าจริงต้องยอมรับกัน ถ้าไม่จริงต้อง บอกว่าไม่จริง วันนี้สิทธิมนุษยชนโดนลิดรอนหมดท่านประธานครับ ลิดรอนตรงไหน ท่านรู้หรือไม่ วันที่ผมอยู่จังหวัดลพบุรี ครั้งที่แล้วลงพรรคเพื่อไทย ตรงนี้ผมต้องฟัอง ประธานก่อน เขาบอกว่าห้ามลงพรรคพลังประชาชน อันดับแรก ก็นี่ครับ นี่คือลิดรอนสิทธิ ใช้ทหารไปตั้งค่ายที่หน้าบ้านที่จังหวัดลพบุรี เอารถโมบายออกไปตั้ง ท่านประธานครับ อีก ๗ คนเดินเข้าบ้านบอกสุชาติลงพรรคไหน ผมบอกรอดูอีกสักเดือนหนึ่งสิ จะไปบอกว่า อยู่พรรคไหน พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน เรียกผมไป ๔ รอบ ผมเอ่ยชื่อในสภาเลยบอกว่า อยู่พรรคนี้ไม่ได้ ผมบอกถ้าอยู่พรรคนี้ไม่ได้ไม่เปึนก็ไม่เปึนไร สุดท้ายผมก็มาอยู่พรรคนี้ แล้วก็มาเปึนผู้แทน เพราะประชาชนเปึนคนเลือกท่านประธานครับ ฝากไว้ว่า สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ต้องอยู่กับประชาชน ไม่ใช่อยู่กับทหารหรือไม่ใช่อยู่กับ ผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่ง วันนี้ท่านประธานครับ ฝากไว้ด้วยครับ การลิดรอนสิทธิ เห็นชัดเจน ล่าสุดที่จังหวัดอุดรธานี จริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ มีรถทหารไปรับคนหนึ่งที่สนามบิน ไปอย่างมาเฟ้ย จริงเท็จแค่ไหนจากจังหวัดขอนแก่นไม่ยอมลงจังหวัดอุดรธานี ไปลงที่ จังหวัดขอนแก่น ใช้รถทหารคุ้มกันไปอย่างกับประเทศนี้มันไม่มีอะไรเหลือแล้ว สิทธิไม่มี เหลือแล้ว ระบบประชาธิปไตยไม่มีแล้ว ผมบอกว่าเลิกเถอะครับ ท่านครับ ในเมื่ออยากจะ เห็นความปรองดองสามัคคีในประเทศ พูดเสมอว่าอยากจะให้มีความสามัคคี ในประเทศ แต่คนที่พูดกลับกระทําอยู่เรื่อย บ่อยครั้งด้วยซ้ําไป แล้วสิทธิมนุษยชน จะเหลือตรงไหน ผมอยู่ในสายแรงงานมาท่านประธานครับ สิทธิมนุษยชนผมเข้าประชุม ตลอด คําว่า สิทธิ ก็อย่าไปลิดรอนคนอื่นเขา แค่คุณเริ่มลิดรอน คุณก็ตัดสิทธิคนอื่น เขาแล้ว บางคนไปขึ้นเวทีบอกคนโน้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี นี่ก็ถือว่าลิดรอนสิทธิเหมือนกัน ท่านประธานครับ ผมอายเขมร อายต่างชาติที่จะมาประชุมครั้งนี้ ไม่รู้จะตอบเขาอย่างไร ในฐานะที่ผมเปึนคนไทยคนหนึ่ง ครั้งหนึ่งคุณปรามาสเขา คุณบอกว่าเขาเปึนกุ๊ยข้างถนน เดินเตะไปเตะมา เจ้าของสโลแกน อาหารดี ดนตรีไพเราะนี่ท่านครับ ผมต้องฝากตรงนี้ เพื่อรักษาประเทศ แล้วกี่คนครับ คนไทยกี่คนถึงจะไปทําเรื่องนี้ให้จบ ทําให้ประเทศเรา ไม่ต้องอับอายเขา แม้กระทั่งที่ลุกขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่นี้นะครับท่านประธาน ผมไม่ได้ พาดพิงนะครับ แต่ผมอ่านหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์มติชนพูดชัดเจนว่า คนภาคอีสาน เข้ามาทํางานในกรุงเทพฯ มาเปึนคนใช้กับอยู่ปัูมน้ํามัน แต่ผมไม่เข้าใจว่าคนพูดตั้งใจ หรือไม่ แต่ผมเปึนคนอ่านหนังสือพิมพ์ เพราะหนังสือพิมพ์มันอ่านไปแล้วทั่วประเทศ คนภาคอีสานแทบลุกฮือ ผมเปึนกรรมาธิการการแรงงาน เขาบอกท่านสุชาติ พูดอย่างนี้ มันเกิดการแตกแยก ทําอย่างไรจะไม่ให้มีการแตกแยก มุมหนึ่งคุณบอกสามัคคี มุมหนึ่ง คุณบอกให้สมานฉันท์ แต่คุณแอบทิ่มตูดคนอื่นเขาอยู่ข้างหลัง คุณต้องการฆ่าคน คน เดียวทั้งประเทศ คุณไม่อยากจะให้คนหนึ่งเข้ามาเล่นการเมือง คุณก็ไปอ้างเกี่ยวโยง มาทั้งหมด จนพวกคุณได้เปึนใหญ่เปึนโตกัน แต่อย่าลืมว่ากรรมเวรมันมีจริงนะครับ ผมได้ยินประธานชัยในสภาตรงนี้ละครับ ท่านบอกว่ากรรมเวรมันมีจริง ใครทําใครไว้ จะต้องได้รับผลบุญนั้น ธรรมะกับธรรมชาติมันของคู่กันท่านประธานครับ
ผมขอเข้าสู่กรอบอาเซียนที่จะต้องพูดนะครับ ผมมาจากผู้นําแรงงาน จะต้องพูดเรื่องแรงงาน วันนี้แรงงานที่คุณทองดีเคยพูดว่า ไปเสียนา มาเสียเมีย ของคน ภาคอีสานตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ท่านประธานครับขอย้อนนิดหนึ่ง ที่ไต้หวันคนงานไทย ไปทํางานที่ไต้หวั่น โดนลิดรอนสิทธิตั้งแต่ออกจากบ้าน ทําไมผมพูดอย่างนี้ กินหัวคิว ในกระทรวงแรงงาน ทําไมผมบอกว่ากินหัวคิวท่านประธานรู้ไหมครับ คนอีสานไม่ได้ดูถูก กันครับพูดตรง ๆ อ่านภาษาไม่ออก คนไทยนี้ทั้งหมดยอมรับที่ไปทํางานต่างประเทศ เสียเปรียบฟ่ลิปป่นส์ เสียเปรียบสิงคโปร์ เสียเปรียบเกาหลี คนที่จะออกไปทํางานข้างนอก เขาต้องเทรน (Train) ภาษาอังกฤษ พูดได้ อ่านได้ เขียนได้ แต่คนไทยนี่ไปตามกันจริง ๆ มีบริษัทจัดหางานไปหากินหัวคิว ไปหาที่กู้ให้ ก่อนบินกินหัวคิวไปอีก ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อคน จริงเท็จแค่ไหนท่านประธาน มีเอกสาร ทําไมผมบอกมีเอกสาร ตอนผมเปึน กรรมาธิการการแรงงานป้ ๒๕๔๘ ที่ไต้หวันเห็นชัดเจน ผมไปที่ไต้หวัน เขาบอกว่าคนไทย ประท้วง เผาค่ายที่ไต้หวัน ผมบอกนิสัยคนไทยผมเปึนผู้นําแรงงาน ผมไปเจรจาที่ไต้หวัน ผมไม่มีหรอกครับ คนไทยที่จะมาต่อรอง กินเหล้า เล่นไพ่ ไม่มียื่นข้อเรียกร้องตรงนี้ คนไทยเปึนคนอ่อนน้อม ผมถามนายจ้างในไต้หวัน เขาบอกคนไทยนี้ดีที่สุดด้วยซ้ําไป คนไทยยิ้ม คนไทยใช้ง่าย แต่คนไทยอ่านภาษาไม่ได้แค่นั้นเอง สัญญาใบหยวน ท่านประธานรู้ไหมครับเขาเรียกใบหยวน สัญญา ๒ ป้ บางคนไปเหลือ ๖ เดือน การไป ต้องไปยืมเอาโฉนดนาโฉนดพี่น้องเอาไปจํานองก่อนจะบินได้ พอไปทํางานแล้วคนไทยอยู่ ข้างล่างขุดรถไฟฟัาใต้ดิน คนเวียดนาม คนฟ่ลิปป่นส์อยู่ข้างบนเปึนโฟร์แมน เพราะพวกนี้ ได้ภาษาทั้งนั้น นี่นะครับคือการเสียเปรียบ ถ้าเปึนการตกลงข้อตกลงกันระหว่างอาเซียน ต้องบอกกันเลยครับว่าคนไทยนี้เปึนคนอ่อนน้อม คนไทยเปึนคนตั้งใจทํางาน จะเสียเปรียบเกาหลีบ้างก็อย่างที่คุณสุนัยพูดไปเมื่อสักครู่นี้ครับว่า วันนี้เหมือนกับคนไทย เราจะไปทํางานต่างประเทศ กระทรวงแรงงานคัดแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วให้เขาไปหยิบ เอาอีกอย่างนี้ แล้วที่เหลือจะเอาไปทําอะไร เวลาทีคนของเขาเข้ามาทํางาน ผมยกตัวอย่าง อย่างพม่า ลาว เขมร ท่านประธานครับ ฟัองก็ต้องบอกว่าฟัอง เล่าก็ต้อง บอกว่าเล่า ท่านไปดูใบ จต. ๑๗ ใบ ทจ. ๑๓ นายหม่องนี่เปึนพัน ๆ คน พม่าอยู่ใน เมืองไทยเท่าไร วันนี้ต้องเอาความจริงมาพูดกัน พม่า ลาว อยู่ในประเทศไทยเท่าไร ระนอง นี่ครับ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เปึนพม่าไปหมดแล้ว เหลือคนไทยไม่เท่าไร ประเทศนี้จะโดนยึดโดย แรงงานต่างด้าว ทําไมผมพูดอย่างนี้ เอาอีก ๕ ป้ข้างหน้าท่านประธาน อีก ๕ ป้ข้างหน้า นี่นะครับ แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องเอาทหารไปรบครับท่านประธาน ครับ ทุกบ้านถ้าเอ่ยกันตรงนี้ มีแรงงานต่างด้าวหมด จะเปึนคนใช้ก็แล้วแต่ อยู่ในโรงสี ก็แล้วแต่ ธุรกิจที่บอกว่าคนไทยไม่ทํามันไม่จริง คนไทยทําได้ แต่นายทุนไม่ค่อยจ้าง คนไทย นายทุนก็จะไปเอาพม่าบ้างทีละ ๕๐๐ เอาลาวบ้างทีละ ๕๐๐ แล้วก็วิธีผ่านก็ผ่าน กระทรวงแรงงาน ใช้ใบ จต. ๑๓ ๑๗ ที่ผมบอกนี่ละครับ บ้านเลขที่เดียวกันมาเปึน พัน ๆ คน ท่านประธานอย่างไรถ้าว่างไปตรวจสอบดูหน่อย เพราะคนลาวเขาบอกว่า เขาอยู่ในประเทศเขา เขาได้เงินเดือนไม่กี่บาท ถ้ามาเปึนคนใช้ในบ้านคนไทย นี่ผมพูด เต็มปากนะครับว่าเปึนคนใช้ แต่ครั้งที่แล้วใครที่พูดว่าคนอีสานมาขายน้ํามันในปัูมหรือ มาเปึนคนใช้ต้องรับผิดชอบ แต่ผมบอกว่าคนลาวหรือพม่ามาเปึนคนใช้ในคนไทย คือที่มา เลี้ยงลูกคนไทยนี่นะครับ ได้เงินเดือน เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท สิ้นป้มีโบนัสทองอีก ๑ บาท ดีใจแทบตาย เพราะเขาอยู่บ้านเขา เขาได้เงินเดือน ๑,๒๐๐ บาท นี่คือความเปึนจริง ต่อไปถ้าประเทศไทยเสียเปรียบเขาแบบนี้ แรงงานต่างด้าวจะยึดประเทศไทย ท่านประธานลองไปดูที่ภูเก็ต ท่านประธานไปดูที่ระนอง ท่านประธานถ้าในกรุงเทพฯ ชั่วโมงนี้ลองไปนับดูจริง ๆ ว่าแรงงานต่างด้าวอยู่เท่าไร ตรงนี้ฝากเปึนข้อสังเกตของ กรอบอาเซียนที่จะต้องไปเจรจาเรื่องแรงงาน ต่อไปนี้ทหารไม่ต้องมาคอยดูครับว่า ใครจะเปึนคนยึดประเทศ มันไม่มีการรบกันแล้วครับ ไม่รู้จะซื้ออาวุธไปรบกับใคร แต่ถ้า แรงงานต่างด้าวมันลุกมาพร้อม ๆ กันนะครับ ผมว่ายึดประเทศได้ ลองไปนับดู ท่านประธานครับ ตรงนี้เรื่องแรงงาน
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับที่จะต้องฝากกันไป ฝากที่จะต้องไปเจรจา กับเขาหรือไปบอกเขาว่าวันนี้ประชาชนคนไทยมีประชาธิปไตยเต็มใบหรือไม่ ที่คุณจะมา เจรจา ผมถามสิว่าประชาธิปไตยเต็มใบหรือไม่ ทําไมผมพูดอย่างนี้ท่านประธานครับ วันที่ ๑๙ ที่ผ่านมา ผมเปึนผู้แทนราษฎร เปึนตัวแทนประชาชนที่ประชาชนเลือกมา อยู่ดี ๆ มีคนเอาป๋นมาจี้ แล้วบอกว่าระบอบประชาธิปไตยป้ ๒๕๔๐ อยู่ไม่ได้แล้ว จะต้องเปลี่ยน ใหม่ จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องแก้ วันหนึ่งคนที่เอาปากกระบอกป๋นมาจี้ แล้วบอก ว่าแก้ไขฉีกฉบับเดิมเปึนฉบับของประชาชนป้ ๒๕๔๐ ทิ้ง แล้วก็มาร่างกฎหมาย ๒๕๕๐ ให้พวกเราใช้ทุกวันนี้ ผมถามว่าประโยชน์ตรงนี้กรอบอาเซียนที่มาตรา ๑๙๐ นี่ละครับ ถามว่าคุณจะบริหารประเทศอย่างไร จะไปเจรจาเขา คุณก็ต้องเอาเข้าสภา เจรจาถูกใจ ไม่ถูกใจ คุณต้องเอากลับมาสภาอีก ท่านประธานก็คงเห็นข้อด้อยตรงนี้ ล่าสุด ท่านประธานครับฝากไว้นิดหนึ่ง ล่าสุดดุสิตโพล เมื่อวานผมอ่านหนังสือพิมพ์ สวนดุสิตโพลว่าประชาชนคนไทยเห็นด้วย กับการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศเปึนประชาธิปไตยเกิดขึ้น ๔๙.๘๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เปึนข้อสังเกตที่อยากจะให้ ฝัืงรัฐบาล พี่น้องที่เปึนกรรมาธิการนี่ครับจะได้เห็นว่าประชาธิปไตยมันจะได้เต็มใบสักที แล้วตรงนี้วนมาเรื่องเศรษฐกิจนิดหนึ่งฝากผ่านไปด้วยท่านประธานครับ เติมท้าย ครั้งหนึ่ง พรรคพลังประชาชนโดยท่านสมัคร สุนทรเวช บริหารประเทศ ตอนน้ํามันตอนนั้น ท่านประธานครับ ฟัองพี่น้องประชาชนเลย บาร์เรลละ ๑๗๒ เหรียญ คนไทยได้ใช้น้ํามัน ลิตรละ ๓๕ บาท วันนี้น้ํามันบาร์เรลละ ๔๐-๔๒ บาท ๓ เท่าตัว ท่านประธานครับ คนไทย ควรที่จะมีความสุขกับการใช้น้ํามัน ไม่ใช่เลย ท่านประธานครับ ล่าสุดรัฐบาลไปขึ้น ภาษีน้ํามัน นี่มันคือการลิดรอนสิทธิ พอถูกจะได้ใช้ถูก ๆ กลับได้ใช้แพง ๆ ไปเก็บ ภาษีน้ํามันตั้ง ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕ บาท เก็บไปอีก ๕ บาท ท่านประธานครับ เปึนข้อสังเกตว่า ครั้งหนึ่งคนอื่นเขาบริหาร ๑๗๑ เหรียญ ลิตรละ ๓๕ บาท วันนี้น้ํามันราคาบาร์เรลละ ๔๐-๔๒ เหรียญ น้ํามันขึ้นไปพรวด ๆ ดีเซลก็ขึ้น ตอนขึ้นไม่บอกครับ ตอนลดออกข่าวทุกวัน ประชาชนคนไทยชาวไร่ชาวนาพี่น้องผมจังหวัดลพบุรีใช้น้ํามันทํานา ทําไร่ ท่านประธานครับ
และอีกเรื่องหนึ่งที่จะเสียเปรียบเขาเรื่องประกันราคาพืชผล ราคาข้าว ราคามันสําปะหลัง ราคาอ้อย เมื่อสักครู่นี้ก่อนเข้าสภาท่านประธานฟัองอีกด้วย เล่าให้ ท่านฟังก็แล้วกัน สมัชชาคนจนเดินขบวนมาวุ่นหน้าสภาหมด บอกให้ใช้หนี้แทนหน่อย นี่ก็ลิดรอนสิทธิอีกเหมือนกันท่านประธานครับ อย่างไรก็ฝากรัฐบาลว่าปัญหาเยอะ เหลือเกิน อย่ามัวไปแจกแต่ ๒,๐๐๐ บาท จนเพลิน แจกให้ทั่วท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ผมขึ้นมาจากข้างล่างนักข่าวบอกพี่สุชาติ อย่างไรถ้าเขาแจกไม่ถึงก็ฝากถึงนักข่าว ข้างล่างนี้ด้วย ไม่ได้เหมือนกันนะครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ
เชิญท่านฐิติมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กราบขอบพระคุณนะคะที่ให้โอกาสดิฉันได้พูดถึงเรื่องกรอบการเจรจา อาเซียน ดิฉันเองเปึนหนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญกรอบอาเซียนนี้ด้วย แต่ว่าสิ่งที่ดิฉันจะ พูดนี้เปึนเรื่องที่คิดว่ายังไม่มีใครได้พูดในวันนี้ เราจะได้เห็นว่าหลายคนนั้นพูดเรื่องโรฮิงยา ไปเยอะ ดิฉันจะไม่พูดเรื่องโรฮิงยา เพราะได้พูดกันเยอะแล้ว แต่ดิฉันจะพูดถึงสิทธิ มนุษยชนซึ่งเปึนทั้งของคนอาเซียนด้วยกันและของคนไทย สิ่งที่จะพูดก็คือว่า พวกเราเองนั้นขณะนี้เราพิจารณาเหมือนกับว่าเรานั้นคํานึงถึงความสําคัญของหลัก สิทธิมนุษยชนเหลือเกิน เราเองเปึนเจ้าภาพของอาเซียน ซัมมิท ซึ่งจะจัดขึ้น ในเร็ว ๆ นี้ เราพูดกันถึงสิทธิมนุษยชนในหลาย ๆ ด้าน แต่เราลืมไปหรือเปล่า ดิฉันเอง ไม่ได้ถามคําถามที่เดี๋ยวจะถามต่อจากนี้ในคณะกรรมาธิการ เพราะคิดว่า คณะกรรมาธิการคงจะตอบไม่ได้ ดิฉันเห็นด้วยในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่พูด ไว้ในเรื่องขององค์ประกอบสําคัญของขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชน อาเซียน ในข้อสังเกตที่บอกไว้ในข้อที่ ๖ ที่บอกว่า ปัจจุบันสังคมไทยยังขาดกลไกที่มี ประสิทธิภาพในทางปฏิบัติเรื่องสิทธิมนุษยชน นักการเมืองซึ่งเปึนบุคคลหลักในการ กําหนดนโยบายและให้ความเห็นชอบกฎหมายควรต้องเข้าใจสิทธิมนุษยชนอย่างลึกซึ้ง ลึกซึ้งก็ลึกซึ้ง แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่มันเห็นกันง่าย ๆ ก็คือว่า สมาชิกรัฐสภาของพวกเรานั้น เห็นด้วยว่าสิทธิมนุษยชนเปึนเรื่องที่สําคัญยิ่ง แต่ท่านประธานคะ ผู้ที่จะตอบคําถามของ ดิฉันได้ดีที่สุดน่าจะเปึนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ท่านมานั่งอยู่ใน สภาแห่งนี้ด้วย ท่านประธานคะ ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนซึ่งได้รับการรับรอง แล้วก็ประกาศ อยู่ในสมัชชาสหประชาชาติ เลขที่ ๒๑๗ A เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๙๑ ที่ดิฉันเป่ด อยู่ในอินเทอร์เน็ต (Internet) ในวิกิพีเดีย (Wikipedia) สารานุกรมเสรี ได้บอกไว้ใน ข้อที่ ๑๓ (๒) ว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะออกนอกประเทศใด รวมทั้งประเทศของตนเอง และ สิทธิที่จะกลับสู่ประเทศของตน แค่ตรงนี้มันก็มีความหมายซึ่งหลายคนคงจะได้นึกถึง สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองแน่นอน ขณะที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ นั้นจะต้องไปร่วมประชุมอาเซียน ซัมมิท ในฐานะเปึนเจ้าภาพ ก็คงจะต้องไปพิจารณาคุยกัน เจรจา ประชุมกัน ถึงกรอบการเจรจา ยกร่างเรื่องขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ก็จะถามว่า คุณกษิต ภิรมย์ นั้นจะไปประชุมหรือเจรจาอย่างไรในอาเซียน ซัมมิท เพราะว่าท่านอาจจะถูกถาม ทั้งจากประชาชนทั่วไปที่เปึนคนไทยหรืออาจจะถูกถามในอาเซียน ซัมมิท โดยผู้นํา ประเทศหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าท่านจะมาจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือประเทศอื่นใด ใน ๑๐ ประเทศนั้น ใน ๙ ประเทศนั้น โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา เขาอาจจะถามท่านว่า ผมจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนไหม ผมจะกลับบ้านได้ไหม ท่านจะยึดสนามบินสุวรรณภูมิ อีกไหม ทางที่ดีท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านนี้ ซึ่งคงจะตอบคําถามของดิฉันได้ดีกว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ อย่าเข้าประชุมอาเซียน ซัมมิท เลยค่ะ สงสัยจะตอบไม่ได้ ขอบพระคุณค่ะ
ครับ เชิญท่านสมคิดครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกรัฐสภา พรรคเพื่อไทยจาก จังหวัดหนองคาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนนะครับ ในหัวข้อแรก แล้วก็เกี่ยวกับข้อตกลง ร่วมกันนะครับ ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรกพูดถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนนะครับ โดยเฉพาะในประเทศไทย ผมไม่พูดถึงโรฮิงยาอะไรนะ ผมเสนอปัญหา อันนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในประเทศไทยเรา ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๐ นะครับ ตั้งแต่ช่วงเขมรมีสงครามกลางเมืองนะครับ ซึ่งปัญหาอันนี้เกิดขึ้น ที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วนะครับ บังเอิญผมเปึนคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ผมถึงได้ทราบข้อมูลเรื่องนี้นะครับ ในป้นั้นเกิดสงครามเขมร ชาวเขมรก็อพยพหนีสงครามมา มาเข้ามาประชิดชายแดนไทยนะครับ รุกเข้ามาเปึนกิโลเมตรนะครับ เพราะฉะนั้น ที่ดินชาวบ้านที่เคยอยู่ในสมัยป้ ๒๕๒๐ ก็ได้อพยพ ทางฝ์ายทหารก็อพยพผู้คนเราออกมา จากที่เขาทําอยู่ทํากินนะครับออกมา เดี๋ยวนี้มีปัญหาเท่าที่ถูกร้องเรียนมารวบรวม ได้ประมาณ ๓๐๐ กว่าคน ๓๐๐ กว่าครอบครัวนะครับ จากอําเภออรัญประเทศ และอําเภอโคกสูงนะครับ ซึ่งชุมชนนี้เรียกว่า ชุมชนหนองจาน เปึนชุมชนชาวกัมพูชา เดี๋ยวนี้มีประชากรประมาณ ๔,๐๐๐ คนนะครับที่เข้ามายึดที่ทํากินของพี่น้องประชาชน นะครับ เมื่อเราจะไปประชุมอาเซียนผมก็อยากเสนอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ไปอธิบาย ซึ่งเปึนข้อตกลง เขาเรียกว่า ข้อตกลงร่วมกันระหว่างไทยกับเขมรนะครับ กัมพูชา ตั้งแต่ สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ชวน เท่าที่ผมศึกษามา เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนตราบาป ของพี่น้องชาวสระแก้ว อําเภออรัญประเทศและโคกสูง เขาร้องเรียนมายัง คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยซึ่งผมได้ร่วมเปึนกรรมาธิการอยู่นะครับ ก็อยากฝากว่า ตอนนี้ปัญหาก็คือว่าเมื่ออพยพชาวบ้านออกหนีมาแล้ว เขามีใบที่ดินมีอะไรหมด ทั้งใบ ส.ค. ๑ ใบ น.ส. ๒ น.ส. ๓ นะครับอยู่ในบริเวณนี้ เดี๋ยวนี้ชาวบ้านถือ เอกสารสิทธิเปึนใบกระดาษเฉย ๆ แต่เอาไปทําอะไรไม่ได้ ฝ์ายทหารเราขณะนี้ก็ไม่ให้ เข้าไป อันนี้ก็คือปัญหาไม่ให้เข้าไปทํากิน ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่กลัวอะไร ตอนนี้เหตุการณ์ บ้านเมืองมันสงบแล้วนะครับ ข้อตกลงนี้ป้ ๒๕๓๓ หรือป้ ๒๕๓๕ ประมาณนี้ครับ เปึนข้อตกลงซึ่งท่านชายเรานี่ละ ผู้ว่า กทม. ปัจจุบันนี้ละไปบันทึก ไปลงทําสัญญากับเขาไว้ ข้อตกลงนี้นะครับ ก็อยากฝากให้ผู้เกี่ยวข้องที่ไปร่วมประชุมอาเซียน ซัมมิทนะครับ ได้ไปปรึกษาหารือว่าทําอย่างไร ประชาชนชาวกัมพูชาที่เข้ามาประชิดเลยชายแดนมาตั้ง ๔,๐๐๐ คนนี้ในชุมชนหนองจานนี่นะครับ จะได้ถอยออกไปแล้วชาวบ้านก็จะได้เข้า ทํามาหากินนะครับ อันนี้ก็ขอฝากนะครับ พี่น้องเขาร้องเรียนมานะครับ
อีกประการหนึ่งก็คือ ผมสนใจเกี่ยวกับเรื่องการเสริมสร้างกฎเกณฑ์ร่วมกัน ที่ในข้อสรุป บทสรุปของการจัดตั้งสมาคมอาเซียน คือเดี๋ยวนี้ปัญหาชายแดน ผมได้มี โอกาสไปร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยทั่วประเทศรอบ ๆ นอก ทั้งประเทศเขมร ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า ประเทศลาวนะครับ ได้ทราบปัญหา ซึ่งอยากจะให้ผู้เกี่ยวข้องนําไปเจรจาด้วย เพราะว่าเรื่องการตั้งกฎเกณฑ์ให้มันเปึน อันเดียวกัน ผมยกตัวอย่างการค้าอย่างเดียว ผมยกตัวอย่างไม้ครับ ค้าไม้ในพม่า ค้าไม้ ในกัมพูชาและลาวไม่เหมือนกัน กฎเกณฑ์ไม่เหมือนกันทั้ง ๆ ที่อยู่กระทรวงพาณิชย์ น่าจะมี กฎเกณฑ์เดียวกัน เพราะฉะนั้นพม่าจะเอาไม้มาไทยไม่ได้ ไม่เหมือนเขมรสมัยก่อน เดี๋ยวนี้ เพราะว่ากฎเกณฑ์แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเวลาพ่อค้าจะไปค้าขาย ระหว่างชายแดนลําบากมาก พม่าจําเปึนต้องเอาไม้สักราคาดี ๆ ไม้ดี ๆ ไปขายให้จีน จีนเขารับไม่อั้น แต่ประเทศไทยต้องจําเปึนไปซื้อไม้ที่ประเทศจีนซึ่งแพงกว่า นี่คือข้อตกลง อะไรซึ่งมันไม่เปึนอันเดียวกัน ทําให้เราเสียเปรียบนะครับ ไม่รู้กติกาอะไรนะครับ อันนี้ก็อยากฝากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเอาอันนี้ไปเจรจาเพื่อให้เปึนข้อตกลงอันเดียวกันใน พี่น้องตามชายแดนทุกประเทศนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็อยากแสดงความคิดเห็นว่า การมีมาตรการสร้างความ ไว้เนื้อเชื่อใจ อันนี้ก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้หลายคนก็พูดไปแล้ว แม้แต่ในประเทศเราก็ยัง ไม่ไว้ใจกันนะครับ เราจะทําอย่างไร จะไปตอบเขาอย่างไร ภายในประเทศตัวเองก็ยัง ไม่ไว้ใจกัน ยังแตกกันเปึนฝักเปึนฝ์ายนะครับ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถ้าใคร ไม่ตาบอดและถ้าใครดูโทรทัศน์ โทรทัศน์ไปทั่วประเทศเลย อาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ไปพูดได้อย่างไร พูดลักษณะไม่สร้างสรรค์อยู่ที่จังหวัดอุดรธานีนะครับ ผมดูตลอดทั้งคืนเลยวันนั้นผมไม่นอน คือลักษณะสังคมเราไม่รู้อะไร ไม่ไว้ใจกัน ขนาดที่จะไปอภิปรายที่จังหวัดอุดรธานีต้องไปขุดหลุมเพาะนะครับ อยู่หนองประจักษ์ ผมงงเหมือนกันว่า เออ ประเทศไทยทําไมเลวร้ายขนาดนั้น ถ้าเรามีความบริสุทธิ์ใจจะไป รวมถึงผู้นําของพันธมิตรต้องลงเครื่องบินที่ขอนแก่น รถทหารเปึนขบวน นําขบวนไป เหมือนกับผู้วิเศษอะไรอย่างนี้ สังคมไทยเราจะไว้ใจ ได้อย่างไร ไว้ใจกันได้อย่างไร แล้วท่านจะไปตอบชาวโลกเขาอย่างไรนะครับ แล้วก็มี คําหนึ่งพูดขึ้นน่าสลดใจมากอาจารย์สมเกียรติพูด พวกเราคือพวกที่เปึนเจ้าของสถาบัน หรือรักสถาบัน หดหู่มากเลย ผมก็เปึนคนไทย ผมนอนฟังโทรทัศน์ทั้งคืนเลยวันนั้น น้อยใจ จริง ๆ ทําไมถึงกล้าพูดถึงขนาดนั้น ใครอยู่เบื้องหลังในการไปบอกแบบนั้นว่าเปึนเจ้าของ สถาบัน เปึนคนรักสถาบัน คนอื่นไม่ได้รักสถาบันเหมือนเขา นี่ละครับอันนี้คือ ความไม่ไว้ใจกัน นี่ละครับขนาดในประเทศเราก็ยังเปึนอย่างนี้ แล้วไปคุยกับต่างประเทศ เราจะไปคุยว่าอย่างไร อันนี้ก็อยากฝากเหมือนกันนะครับ
สําหรับเรื่องแรงงานต่างด้าวก็เหมือนกัน ผมก็มีประเด็นที่แตกต่างออกไป ท่านประธานที่เคารพครับ เท่าที่ผมได้สัมผัสกับแรงงานต่างด้าวนะครับ โดยเฉพาะ แรงงานจากประเทศลาว เท่าที่ฟังหรือคุยกับ ส.ส. จังหวัดทางภาคตะวันตกของประเทศ จริง ๆ แล้วนะครับเราทําไมไม่ออกกฎระเบียบหรือทําบัตรให้เขาให้เรียบร้อย คือห้ามไว้ ก็ไม่อยู่ เมื่อห้ามไม่อยู่ก็ปล่อยเขาเปึนแรงงานเถื่อน เมื่อเปึนแรงงานเถื่อนเราก็ไม่ได้อะไรเลย จากแรงงานนะครับ เขามาอยู่แล้วเต็มประเทศ ตามจับ จับก็จับ เขาปล่อยให้จับ จับแล้วก็ส่งกลับประเทศ วันหลังก็กลับมาอีก มันเปึนอยู่อย่างนี้ครับ แต่ถ้าเรายอมทําบัตร ให้เขา เราก็ได้ค่าธรรมเนียมค่าอะไร คนหนึ่งไม่น้อยนะครับ อย่างที่ทางหนองคาย ก็ประมาณ ๔,๐๐๐ บาทต่อคนนะครับ ต่อ ๖ เดือนนะครับ ไม่ทราบว่าที่จังหวัดอื่น ทําอย่างไรไม่ทราบ ทําไมไม่ออกกฎเกณฑ์เดียวกันในการที่จะรับคนงานต่างด้าวให้มา ถูกต้อง เพื่อเราจะมีรายได้ เดี๋ยวนี้ประเทศเรายิ่งแย่อยู่แล้ว ปล่อยให้เขามาแย่งงานทํา แล้วเราก็ไม่ได้อะไรนะครับ สิ่งที่ประหลาดที่สุดผมอยากอธิบายให้ฟังครับ ไม่ทราบว่าใคร เปึนต้นคิด เวลาทํานี่จะบอกว่า บัตรคุณจะมาทําอะไรก็ทํา เปึนมาทําเกษตรอย่างที่ จังหวัดหนองคายบ้านผม จะทําร้านอาหารก็ทําการเกษตร คือรู้อยู่เขามาทํางานทําบัตร ร้านอาหาร แต่ออกว่าทําการเกษตร ใครเปึนคนคิด เวลาตํารวจไปจับผิดหมดเหมือนกัน มีบัตรก็ผิดถ้าจับ ผมก็ว่ามันก็ต้มประเทศลาว ประเทศเขมร ประเทศพม่า ทําไมไม่จริงใจ ต่อกันอันนี้ นี่ละครับ พอไปจับผิดหมดเลย เพราะว่าทํางานผิดประเภท ตํารวจก็อ้างอันนี้ ฝ์ายตํารวจหรือ ตม. ก็อ้างอันนี้ไปจับคนงาน แล้วก็ไถกันอย่างนี้ นี่ละครับ คือเปึนปัญหาที่ ไม่จริงใจไม่แก้ปัญหากันจริงใจ ผมก็ฝากท่านผู้เกี่ยวข้องที่จะร่วมประชุมนะครับ โดยเฉพาะหัวหน้ารัฐบาล แล้วก็ท่านรัฐมนตรีหรือหัวหน้าคณะกระทรวงการต่างประเทศ จะไปทําการประชุมนี้ก็ขอให้ตั้งเปึนข้อสังเกตแล้วนําไปพิจารณาครับ ขอบคุณมากครับ
ครับ ไม่มีท่านผู้ใด ขออภิปรายแล้วนะครับ ถือว่าการอภิปรายยุตินะครับ ท่านรัฐมนตรีท่านจะตอบอะไร ไหมครับ เชิญครับ
ขอบคุณ ครับท่านประธาน ผมไม่มีอะไรจะตอบครับ เพราะว่าได้เคยชี้แจงมาหลายครั้งแล้ว รวมทั้ง การให้สัมภาษณ์ในสื่อต่าง ๆ ผมขอพูด ๒ ประเด็นเท่านั้นเองครับ ก่อนอื่นขอขอบพระคุณ ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญ นําโดยท่านดอกเตอร์เจริญ ขอแสดงความชื่นชมและก็ ขอขอบคุณต่อผลงานอันยอดเยี่ยม ทําด้วยความขยันขันแข็งในเวลาอันสั้นนะครับ
ส่วนอันที่ ๒ ผมก็ต้องขอขอบพระคุณท่าน ส.ส. ทั้งหลายต่อข้อมูลที่เปึน ประโยชน์ แล้วก็ต่อข้อเสนอแนะต่าง ๆ นะครับสําหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน และก็ โดยเฉพาะประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับแรงงานของไทยที่จะไปที่เกาหลีใต้ เผอิญผมมีกําหนด ที่จะไปเยือนเกาหลีใต้กลางเดือนมีนาคมนี้ก็จะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทาง กระทรวงแรงงาน แล้วก็จะนําข้อมูล ข้อเสนอแนะของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ซึ่งเปึนข้อมูลแล้วก็ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์นั้นไปประกอบการพิจารณาแล้วก็เจรจา ต่อรองกับทางฝ์ายเกาหลีใต้ต่อไป ขอขอบพระคุณเปึนอย่างยิ่งครับท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมาธิการ ชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา และ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน ในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษากรอบการเจรจา ทั้ง ๒ กรอบที่ทางรัฐสภาได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคมที่ผ่านมา ผมขอเรียน ๒ ประเด็น ดังนี้ครับ
ในประการแรก ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทั้ง ๑๔ ท่าน ที่ได้ กรุณาได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ทั้งนี้ทางรัฐบาลจะได้รับข้อเสนอแนะของท่านไปใช้ ประกอบในการเจรจาต่อไป
ในประการที่ ๒ ขอเรียนข้อมูลนะครับ แล้วก็ตอบท่านสมาชิกรัฐสภา ท่านชลน่าน ศรีแก้ว นะครับ ที่ได้เสนอแนะว่าการให้ความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ทางรัฐบาลจะรับไปเจรจา และจะกลับมาเสนอให้กับทางรัฐสภาพิจารณาให้ ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่งหรือไม่นั้น ขอกราบเรียนว่าในครั้งนี้เปึนการเสนอรายงาน การศึกษาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้รับมอบหมายนะครับ การให้ข้อเสนอแนะโดย ท่านสมาชิกรัฐสภาทั้งหลายนะครับ ทางคณะกรรมาธิการก็จะได้เสนอต่อให้กับ ทางรัฐบาลรับไปใช้ในการเจรจาต่อไป เมื่อการเจรจาสําเร็จลงเมื่อใดแล้วนะครับ แล้วถ้าจะต้องเปึนข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือเปึนหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ทางฝ์ายบริหารก็จะเสนอมาให้ทางฝ์ายนิติบัญญัติได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ ที่ประเทศไทยจะเปึนเจ้าภาพอีกครั้งหนึ่งในปลายป้นี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ
ผมจะขอมติแล้วนะครับ ท่านมณเฑียรจะชี้แจงอะไรอีกครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ต้องขอ กราบประทานโทษท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ จริง ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ จะลุกขึ้นประท้วงหรือว่าอะไร เพราะคิดว่าเหตุการณ์ก็ได้ผ่านไปแล้วนะครับ แต่ว่า อยากจะขอหารือท่านประธานเพื่อทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน นะครับ
เดี๋ยวท่านมณเฑียรครับ ตอนนี้ท่านอภิปรายไม่ได้แล้วนะครับ ท่านมณเฑียรครับ ท่านชี้แจงได้ในฐานะกรรมาธิการ นะครับ
ครับ คือไม่ได้อภิปราย ท่านประธานครับ เผอิญผมได้รับการถูกพาดพิงครับท่านประธาน แล้วก็เปึน ความเสียหายต่อคนเปึนแสน ๆ คนทั่วประเทศนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอ ด้วยความเคารพนะครับ หากว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะได้พูดถึงผู้อื่นผู้ใดในลักษณะ ที่เปึนเชิงเปรียบเทียบนะครับ ไม่ว่าจะเปรียบเทียบในฐานะที่เขาเปึนคนที่ไม่รู้นะครับ หรือเปึนคนที่ขาดข้อมูลข่าวสารหรือเปึนคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ กรุณาอย่าได้นําไป เปรียบเทียบกับคนตาบอดเลยครับ เพราะว่าคนเหล่านี้จริง ๆ แล้วเขาไม่ควรจะต้อง รับผิดชอบต่อพฤติกรรมของการไม่รู้หรือความไม่รู้นะครับ ในทางตะวันตกหลายประเทศ นะครับ ถ้าได้มีการเปรียบเทียบ ได้ใช้คําพูดสํานวนเปรียบเทียบในลักษณะนี้อาจจะ เข้าข่ายหมิ่นประมาทได้นะครับ แต่ว่าด้วยความเคารพผมคิดว่าเมืองไทยเราคงจะต้อง เรียนรู้เรื่องนี้กันอีกนานนะครับ การใช้กลุ่มคนหรือกลุ่มชนในทางเปรียบเทียบในสิ่งที่ ไม่สร้างสรรค์นะครับ ต้องขอประทานโทษด้วยนะครับ ผมคิดว่าท่านผู้พูดคนไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่ามันเปึนสํานวนที่ล้าหลัง เปึนการเปรียบเทียบที่ไม่สอดคล้องกับความก้าวหน้าของ สังคมในปัจจุบัน ต้องขอประทานโทษด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ครับ ผมจะขอลงมติ นะครับ
(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ครับ ท่านที่อยู่ข้างนอก เชิญข้างในห้องประชุมด้วยนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบ กับกรอบการเจรจาและข้อสังเกตของแต่ละกรอบตามลําดับดังนี้
๑. ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะให้ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจา ยกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์ม แสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
แสดงตนหมดแล้ว นะครับ แจ้งผลมาด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ท่านประธานครับ บัตรไม่ทํางานครับ
เจ้าหน้าที่จดไว้นะครับ เพิ่มไปอีกท่านหนึ่ง นะครับ
ท่านประธานคะ หมายเลข ๓๓๑ ค่ะ อุดร จินตะเวช บัตรไม่ทํางานค่ะ
ครับ เจ้าหน้าที่บวกเพิ่ม ไปด้วยนะครับ
ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับ กรอบการเจรจายกร่างของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์มเห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับ กรอบการเจรจายกร่างของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์มไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควร งดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ เชิญท่านลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกท่านใดยัง ไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ
ท่านประธานครับ กระผม เกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ นะครับ เลขที่ ๑๒๔ บัตรลงคะแนน ไม่ได้นะครับ
เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ดูแล ท่านด้วย
ท่านประธานครับ ผม ส.ว. ระยอง ครับ รหัส ๑๑๐ บัตรเสียเหมือนกันครับ
ครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูแล ท่านด้วยนะครับ
ชื่อ สาย ครับ
ท่านออกเสียงลงคะแนน แล้วนะครับ ผมขอป่ดการลงคะแนนครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลครับ มีผู้เห็นด้วย ๓๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เปึนอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยนะครับ
ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของ คณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะส่งรายงานและข้อสังเกตไปยัง คณะรัฐมนตรีต่อไป ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๒๕ วรรคสอง และข้อ ๙๗ ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการ
ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ
๑. ควรกําหนดเพิ่มเติมให้องค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน มีอํานาจหน้าที่ ดังนี้
๑.๑ พิจารณาจัดตั้งกลไกด้านสิทธิมนุษยชนรายสาขาได้ตาม ความเหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของกลุ่มเปัาหมายเฉพาะ เช่น กลุ่มเด็กและ สตรี กลุ่มผู้พิการ ชนกลุ่มน้อย แรงงานผู้ลี้ภัย ผู้ไร้สัญชาติ ผู้พลัดถิ่น เปึนต้น
๑.๒ สร้างความตระหนักและยอมรับโดยภาครัฐและเสริมสร้าง ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการปัองกันแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิ ของกลุ่มดังกล่าว
๑.๓ เปึนศูนย์รวมรวมข้อมูล ทั้งที่เปึนองค์ความรู้ สถิติและข้อมูล เกี่ยวกับสถานการณ์ สิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน
๒. ควรมีการระบุประเด็นการให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของทุกกลุ่มชาติพันธุ์ไว้ด้วย
๓. แม้ในหลักการจะมีการกําหนดว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนต้อง เคารพหลักการห้ามแทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิก ซึ่งเปึนหลักการพื้นฐานของ การดําเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีปรากฏทั้งในกฎบัตรสหประชาชาติและ กฎบัตรอาเซียน แต่ก็ควรตีความหลักการดังกล่าวอย่างยืดหยุ่นและสมดุลกับหลักการอื่น ที่รัฐสมาชิกมีพันธกรณีที่ต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามเช่นกัน ได้แก่ หน้าที่ของรัฐในการ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การเคารพและปฏิบัติตาม หลักกฎหมายระหว่างประเทศ การส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล เปึนต้น เพื่อให้ การดําเนินการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน สามารถดําเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ไม่ควรถือว่าการให้ความช่วยเหลือกัน ระหว่างรัฐสมาชิกเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเปึนการแทรกแซงกิจการภายใน ของรัฐสมาชิก
๔. แม้ในช่วงแรกที่มีการจัดตั้ง อํานาจหน้าที่ส่วนใหญ่ขององค์กร สิทธิมนุษยชนอาเซียน จะเปึนอํานาจหน้าที่ในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เช่น การเผยแพร่ ความรู้ การเสริมสร้างสมรรถภาพให้แก่หน่วยงานของรัฐ การได้รับข้อมูลจากรัฐเกี่ยวกับ การดําเนินการเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แต่ต่อไปเมื่อรัฐสมาชิก มีความพร้อมก็ควรขยายอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนในเรื่อง การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้มากขึ้น เช่น การเรียกข้อมูลจากรัฐและการสอดส่องดูแล สถานการณ์ในด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศสมาชิกอาเซียน การสืบสวนสอบสวนและ การรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเหมือนองค์กรสิทธิมนุษยชน ในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ยุโรป อเมริกา หรือ แอฟริกา ด้วย
๕. การปลูกฝังความคิดและการสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนต้องใช้เวลา หลายกรณี การละเมิดสิทธิมนุษยชนมาจากความไม่ตระหนักรู้ ดังนั้นองค์กร สิทธิมนุษยชนต้องเร่งสนับสนุนประเทศสมาชิกให้สร้างความตระหนักรู้ในทุกหน่วยงาน และควรเริ่มจากเยาว์วัย ตั้งแต่ในโรงเรียนรวมถึงการใช้สื่อต่าง ๆ นอกจากนั้นองค์กร สิทธิมนุษยชนต้องมีมุมมองของนักปฏิบัติและต้องเน้นให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีจุดยืนอยู่บน พื้นฐานของขบวนการทางกฎหมาย
๖. ปัจจุบันสังคมไทยยังขาดกลไกที่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติเรื่อง สิทธิมนุษยชน นักการเมืองซึ่งเปึนบุคคลหลักในการกําหนดนโยบายและให้ความเห็นชอบ กฎหมายควรต้องเข้าใจสิทธิมนุษยชนอย่างลึกซึ้ง
ต่อไปผมจะขอถามมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอ ตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์ม แสดงตนด้วย
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่แจ้งผลด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๔๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านลงคะแนนทุกคนแล้ว นะครับ ป่ดการลงคะแนน เชิญแจ้งผลได้ครับ มีผู้เห็นด้วย ๓๖๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน แสดงว่าเห็นชอบด้วยนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบกับกรอบเจรจาประเด็น กฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียนภายใต้การพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียนหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เชิญแสดงผลได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๒ คน ครบองค์ประชุมนะครับ
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับ กรอบเจรจาของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับกรอบเจรจา ของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับกรอบเจรจาของ คณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนหมดแล้ว นะครับ แจ้งผลการลงคะแนนด้วย มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๗๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน มติเห็นด้วยครับ
ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของ คณะกรรมาธิการเพื่อให้สภาพิจารณาว่า เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะส่งรายงานและข้อสังเกตไปยัง คณะรัฐมนตรีต่อไป ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๒๕ วรรคสอง และข้อ ๙๗ ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการ
ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ
๑. ในการเจรจาควรพิจารณาความเปึนไปได้ของการจัดทําบัญชีรายการ ตราสารทางกฎหมายและกฎระเบียบในกรอบเจรจา เรื่องประเด็นกฎหมายอื่น ๆ ภายใต้ กฎบัตรอาเซียนที่จะต้องมีการเจรจาต่อไป เท่าที่จะไม่เปึนข้อจํากัดแก่ประเทศ ในการเจรจา
๒. หากเปึนไปได้ควรคํานึงถึงการเจรจาในประเด็นปัญหาเขตแดนระหว่าง ประเทศ และปัญหาร่องน้ําลึกควบคู่ไปด้วย เพราะถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อาจจะ ทําให้ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร
๓. กรอบการเจรจาควรเป่ดกว้างต่อการเจรจารับรองสถานะ ชนกลุ่มน้อยในแต่ละประเทศที่ประสบปัญหา ให้ชนกลุ่มน้อยซึ่งมีความหลากหลายทาง เชื้อชาติและวัฒนธรรมได้รับการรับรองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในอนาคต เช่น ชาวกะเหรี่ยง ชาวโรฮิงยา ชาวไทยใหญ่ ชาวกระยาแดง เปึนต้น
๔. ในอนาคตควรมีการหารือระหว่างรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อสร้าง ความชัดเจนในประเด็นขอบเขตการปฏิบัติตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ว่ามีเรื่องใดบ้างที่จะต้องขอความเห็นชอบ จากรัฐสภาตามมาตรานี้ เพื่อความชัดเจนและปฏิบัติ
๕. ควรให้มีการรายงานผลการนําข้อเสนอแนะและข้อสังเกตที่รัฐสภา เห็นชอบไปใช้ในการเจรจาในการประชุมอาเซียน รวมทั้งความคิดเห็นของ ประเทศอาเซียนอื่น ๆ ตลอดจนข้อสรุปของข้อเสนอแนะนั้น ๆ ต่อรัฐสภาด้วย
ต่อไปผมจะถามมติ จากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์ม แสดงตน
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เชิญแจ้งผลนะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๔๙ ท่าน ครบองค์ประชุม
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงคะแนน แจ้งผลการลงคะแนนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๗๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน ที่ประชุมเห็นด้วย นะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบกับร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงแรงงานแห่ง ราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไทยไปสาธารณรัฐเกาหลีภายใต้ระบบ การจ้างแรงงานแห่งชาติหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนด้วย
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่แจ้งผลด้วย มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๔๔ ท่าน ครบองค์ประชุม
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับร่างบันทึก ความเข้าใจของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับร่างบันทึกความ เข้าใจของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรด กดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนหมดแล้ว เชิญเจ้าหน้าที่แจ้งผลด้วย ผลของการลงคะแนน มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๗๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๑๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน มติคือ เห็นด้วย
ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของ คณะกรรมาธิการเพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ โดยไม่มีการอภิปรายซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะส่งรายงานและข้อสังเกตไปยัง คณะรัฐมนตรีต่อไป ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๒๕ วรรคสอง และข้อ ๙๗ ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการ
ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ
๑. เนื่องจากปัญหาการว่างงานที่อาจมีมากขึ้นในอนาคต จึงควรมีการ เจรจาด้านแรงงานกับประเทศต่าง ๆ เพื่อเป่ดตลาดแรงงานอื่น ๆ ทั้งนี้ ควรเปึนการเจรจา ในระดับประเทศ ไม่ใช่การเจรจาในระดับหน่วยงานเพื่อให้เกิดอํานาจต่อรองโดยเฉพาะ ควรมีการรวมกลุ่มกับประเทศผู้ส่งออกแรงงานอื่น ๆ ในการเจรจาต่อรอง เช่น ฟ่ลิปป่นส์ และเวียดนามเพื่อสร้างอํานาจต่อรองให้มากยิ่งขึ้น
๒. ในอนาคตควรมีการหารือระหว่างรัฐบาลและรัฐสภาเพื่อสร้างความ ชัดเจนในประเด็นขอบเขตการปฏิบัติตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ว่ามีเรื่องใดบ้างที่ต้องขอความเห็นชอบจาก รัฐสภาตามมาตรานี้เพื่อความชัดเจนในทางปฏิบัติ
๓. หลังจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานได้ดําเนินการ จัดทําบันทึกความตกลงแล้วควรมีการรายงานผลให้รัฐสภาทราบด้วย
ผมจะขอถามมติจาก ที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อน ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่แจ้งผล การแสดงตนด้วย มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๔๔ ท่าน ครบองค์ประชุม
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนหมดแล้ว ขอป่ดลงคะแนน เชิญแจ้งผลด้วย ผลของการลงคะแนนมีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๗๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ผลการลงคะแนนคือ ที่ประชุมเห็นด้วย
เนื่องจากที่ประชุมร่วมของรัฐสภา ครั้งที่ ๒ เมื่อวันอังคารที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้เห็นชอบกับเอกสารสําคัญเกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอาเซียนและ การรวมตัวเปึนประชาคมอาเซียน และเรื่องการให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับ ความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาในกรอบอาเซียน+๓ และการประชุมเอเชียตะวันออกแล้ว และที่ประชุมได้มีมติให้คณะกรรมาธิการวิสามัญมีอํานาจจัดทําข้อสังเกตในกรอบ การเจรจาดังกล่าวด้วย ดังนั้น ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของ คณะกรรมาธิการเพื่อให้สภาพิจารณาว่า เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะส่งรายงานและข้อสังเกตไปยัง คณะรัฐมนตรีต่อไป ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๒๕ วรรคสอง และข้อ ๙๗ เชิญเลขาธิการดําเนินการ
ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ
๑. ปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียน มีการบริหารจัดการและปกปัอง สิ่งแวดล้อมอย่างไม่เท่าเทียมกันและเห็นได้ชัดว่า ประเทศไทยเปึนประเทศที่มีมาตรฐาน การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมดีกว่าประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ อีกหลายประเทศ ทั้งในด้านทฤษฎีและในด้านกฎหมาย ซึ่งในภาวะที่เศรษฐกิจกําลังตกต่ํา ประชาคมโลก ต้องประสบกับภาวะถดถอยในด้านต่าง ๆ ในการดํารงชีวิต แต่รัฐกลับปล่อยให้บริษัท รายใหญ่เข้ามาทําลายสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และต้องยอมรับว่าประชากรของอาเซียน ส่วนใหญ่เปึนผู้มีฐานะยากจนที่ต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมในการดํารงชีวิต ดังนั้น
๑.๑ หากเปึนไปได้ควรเสนอให้มีการพิจารณาจัดตั้งองค์กรสิ่งแวดล้อม อาเซียนแยกออกมาต่างหาก หรือ
๑.๒ ภายใต้กลไกอาเซียนซึ่งปรากฏในร่างแผนงานจัดตั้งประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ป้ ค.ศ. ๒๐๐๙-๒๐๑๕ ข้อ ๔ อ้างถึงความยั่งยืน ด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วนั้น กระทรวงการต่างประเทศควรเพิ่มความสําคัญในเรื่องเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งทางบกและทางน้ํา โดยประเทศไทยต้องเปึนผู้ริเริ่ม แผนงานนี้ขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม
๒. ในร่างแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ป้ ค.ศ. ๒๐๐๙-๒๐๑๕ ข้อที่ ๔ อ้างถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ปรากฏถึง การอนุรักษ์สัตว์ป์า จึงเห็นควรบรรจุเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม
๓. ร่างแผนการจัดตั้งประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ป้ ค.ศ. ๒๐๐๙-๒๐๑๕ ไม่มีการระบุเรื่องความเสมอภาคระหว่างหญิง ชาย ทั้ง ๆ ที่เปึนกายอมรับ ว่าปัจจุบันว่าเปึนปัจจัยที่นําไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงควรให้มีการเจรจาเพื่อบรรจุ เรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้ ควรกล่าวถึงเด็ก สตรี ผู้สูงวัย ผู้พิการ และแรงงานโยกย้าย ถิ่นฐานว่าเปึนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือด้อยเปรียบ ไม่ใช่ผู้อ่อนแอ
๔. ควรให้มีการรายงานผลการนําข้อเสนอแนะและข้อสังเกตที่รัฐสภา เห็นชอบไปใช้ในการเจรจาในการประชุมอาเซียน รวมทั้งความเห็นของประเทศอาเซียน อื่น ๆ ตลอดจนข้อสรุปของข้อเสนอแนะนั้น ๆ ต่อรัฐสภาด้วย
ต่อไปผมจะถามมติ จากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์ม แสดงตนด้วย
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่แจ้งผลด้วย มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๖ ท่าน ครบองค์ประชุม
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงคะแนน เชิญแจ้งผลด้วย ผลของการลงคะแนน ผู้เข้าประชุม ๓๘๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดอกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่านนะครับ เปึนอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยนะครับ จบแล้วก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ
จบแล้วนี่ครับ เชิญท่านลงจากเวที ได้ครับ
กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณทุกท่าน
ระเบียบวาระต่อไปนะครับ เนื่องจากเรามีระเบียบวาระค้าง มีอะไร คุณชินวรณ์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากว่ามีระเบียบวาระ เรื่องอื่นนะครับ คือเรื่องเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งเปึนเรื่องที่ที่ประชุมร่วมสภามีความจําเปึนที่จะต้องดําเนินการให้เปึนไปตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ นั่นคือการประชุมร่วมกันนั้นจะต้องมีข้อบังคับ ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา และระเบียบวาระดังกล่าวนี้ก็ค้างอยู่ในระเบียบวาระเปึน ป้แล้ว ผมคิดว่าเพื่อให้การประชุมร่วมกันของรัฐสภาของเรานั้นมีประสิทธิภาพ ผมจึงขอ เลื่อนระเบียบวาระนี้เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้เสนอขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๖ ขึ้นมาพิจารณานะครับ และมีผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านไพจิต
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อวาระ การประชุมที่ได้ส่งให้กับพวกผมได้กําหนดไว้ตามระเบียบวาระ เสร็จจากเรื่องที่ ๓ ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วก็จะเปึนเรื่องด่วนครับท่านประธาน ผมขอเสนอให้ ดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ นําเรื่องด่วนที่เปึนลําดับถัดมาขึ้นพิจารณาด้วย พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เปึนผู้เสนอ) อันนี้ก็ค้างมานาน เช่นเดียวกันนะครับ แล้วมีความจําเปึนที่ต้องพิจารณาแล้วละมาถึงวันนี้นะครับ ผมขอ ความกรุณาว่าเปึนประเด็นที่จะต้องแสดงต่อพี่น้องประชาชน ก็ต้องยอมรับกันว่า ประชาชนที่อยู่ทั้งประเทศเห็นว่าปัญหาเกิดขึ้นก็มีส่วนร่วมที่ควรจะได้รับการแก้ไข โดยทั่วถึงกัน หากท่านประธานได้ติดตามเรื่องนี้นะครับ สวนดุสิตโพลล์เขาสอบถาม คนทั่วประเทศ ๔๙ เปอร์เซ็นต์เศษบอกว่าขอให้แก้เถอะรัฐธรรมนูญนี้ มันมีปัญหา ที่ไม่เห็นด้วยเพียง ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมว่าถ้าเราไม่ฟังของพี่น้อง ประชาชน ผมเชื่อว่ารัฐบาลเองก็มาจากประชาชน เราระบอบประชาธิปไตย ผมยังเคารพ ต่อการได้มาซึ่งมาอํานาจรัฐที่มาเปึนรัฐบาลเปลี่ยนกันเปึนคนที่ ๓ ก็บอกว่าจะแก้ รัฐธรรมนูญ วันแรกที่มีข่าวออกมาเพื่อนผม พวกผมที่กลับไปอยู่ฝัืงโน้นก็บอกว่า ฝ์ายประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เปึนประชาธิปไตยแก้ไข ปัญหายาก วันนี้เอาเสียเถอะครับจะบอกอย่างไรก็บอกกับพี่น้องประชาชนว่าความจริงใจ ที่เราต้องหวานอมขมกลืนที่ต้องรับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ แล้วก็มาใช้อยู่ในขณะนี้ ก็ถึงเวลาที่จะต้องพิจารณากันแล้ว
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้มีคณะกรรมาธิการ วิสามัญตั้งด้วยตัวแทนพรรคการเมืองและกลุ่มบุคคลมากมายมีบุคคลที่เราเคารพเชื่อถือ มาเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณากันมาล่วงหน้าและขณะนี้ก็เสร็จแล้วครับ ท่านประธาน มีทิศทางที่มีเหมาะสมว่าควรที่จะได้เข้ามาสู่การพิจารณา ร่างของพี่น้อง ประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่าคน กว่าจะได้ชื่อกว่าจะตรวจสอบและดําเนินการตามขั้นตอน ทุกประการ ผมก็อยากให้ว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วหากต้องการความรอบคอบ นําร่างที่พิจารณาเสร็จแล้วของกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บังคับใช้รัฐธรรมนูญของ กรรมาธิการวิสามัญสภาผู้แทนราษฎรก็มาผนวกเข้าประกอบการพิจารณาก็ได้ครับ ท่านประธานรอบคอบ จะใช้คณะบุคคลอย่างไรมาทําให้เขามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ส่วนเวลาจะพิจารณาอย่างไรก็สุดแท้แต่สภา แต่ขอให้แสดงความจริงใจกันเถอะครับ การเปึนรัฐบาลก็ดี การเปึนสมาชิกรัฐสภาผมเคารพว่าทุกท่านได้ตระหนักว่าถึงเวลาที่เรา จะต้องปรับทิศทาง
ผมขออีกนิดเดียวครับท่านประธาน เรื่องร่างพระราชบัญญัติปรองดอง นี่นะครับ ท่านประธานครับ พยายามที่จะเสนอขึ้นมาเพื่อระงับข้อขัดแย้งก็เปึน ส่วนประกอบที่แสดงความชัดเจนต่อการแก้ไขปัญหาทางการเมืองของชาติ ก็มีความคิดที่ หลากหลายกัน ก็บอกว่าวันนี้มีปัญหาแล้ว ก็เกิดจากรัฐธรรมนูญทั้งหมด วันนี้ที่ต้องมา พิจารณากันอยู่ ๓ รอบ ๔ รอบ เรื่องกรอบอาเซียน มาตรา ๑๙๐ ก็เปึนเหตุเรื่อง รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมขอเสนอให้นําเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาตามระเบียบวาระ เถอะครับ เพื่อแสดงความจริงใจกับพี่น้องประชาชน
ครับ มีผู้รับรองไหมครับ
(สมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เกิน ๒๐ คน แล้วก็รับรองถูกต้อง ก็แบ่งเปึน ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งเลื่อนเรื่องอื่น ๆ ในลําดับที่ ๖ อีกฝ์ายหนึ่ง เอาตามระเบียบวาระนะครับ มี ๒ เรื่อง ฉะนั้นต้องถามมติที่ประชุมนะครับ ถ้ามติ ที่ประชุมเอาอย่างไร ผมเอาด้วยทั้งนั้นละครับ มีอะไรอีกคุณขจิตร ก็ให้ผมถามเรื่องมติ เสร็จแล้วก็ค่อยต่อได้ไหมครับ
ผมต้อง อภิปรายก่อนว่าที่ไม่เห็นด้วยเพราะอะไร
เชิญตามอัธยาศัย เพราะยังใหม่ต่อ เวทีแต่เก่ามาเก่า เชิญครับ
ขอบคุณ มากครับท่านประธาน ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคม ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในเบื้องต้นผมต้องขอกราบขอบคุณท่านประธาน ที่ใช้อํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ประธานรัฐสภาเห็นว่าเรื่องใดเปึนเรื่องเร่งด่วน จะจัดให้ในลําดับใดของระเบียบวาระประชุมของรัฐสภาก็ได้ แล้วท่านก็ได้ตัดสินใจบรรจุ เรื่องด่วน คือ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งประชาชนจํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เสนอมา แล้วเสนอมานานแล้วด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ในผู้เสนอเลื่อนวาระอื่น ๆ คือ เรื่อง ร่างข้อบังคับการประชุม รัฐสภา วันนี้เราก็ประชุมรัฐสภานี่ครับ เรายังไม่ได้ร่างเราก็ใช้ฉบับเดิมก็ราบรื่นดี ไม่มีอะไร จะเร่งด่วนเลย แล้วน้ําหนักของข้อบังคับประชุมรัฐสภามันหนักกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือครับ ตลอดเวลารัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้มานี่ครับ ใคร ๆ ก็รับรู้ว่ามีปัญหา แล้วก็ใช้ไม่ได้ด้วย บางมาตรา เพราะในรัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรเขียนไว้หมด เลยครับ ว่าผู้แทนกี่คน ๆ แล้วผู้แทนเข้าชื่อกันตามรัฐธรรมนูญอันนี้ ก็ใช้ไม่ได้ครับ แก้ไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะมันอยู่ในภาวะวิกฤติทางการเมือง มันมีประชาชนพลเมือง รุ่นพิเศษมีอภิสิทธิ์เกินกว่าคนอื่นเขา ผู้แทนราษฎรทั้งหมดในสภาเข้าชื่อกันถูกต้อง แต่แก้ไม่ได้ครับ แล้ววันนี้ก็ยังไม่มีผู้แทนได้เสนอแก้ รัฐธรรมนูญเขากําหนดให้การมี ส่วนร่วมของประชาชน อันนี้คือการมีส่วนร่วมโดยตรงประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่าคนครับ ขณะที่กฎหมายบอกว่า ในมาตรา ๑๔๒ (๔) ต้องการเพียง ๑๐,๐๐๐ คน เขาลงชื่อมา ๗๐,๐๐๐ คนครับ
๕๐,๐๐๐ ครับ แก้รัฐธรรมนูญ ๕๐,๐๐๐ ครับ
ไม่ใช่ ๕๐,๐๐๐ คน ก็ ๕๐,๐๐๐ คน ต้องดูก่อน ในเอกสารคือมาตรา ๑๔๒ ครับ ๕๐,๐๐๐ คน ในนี้ก็ ๗๐,๐๐๐ คนนะครับ ก็แปลว่า ถูกต้องแล้ว ตรวจสอบถูกต้องแล้ว ประชาชนกว่าจะ ได้ชื่อมาครับ เปึนพลเมืองที่กล้าหาญดูแลประเทศนี้ เห็นว่าสภาทั้งสองไม่สามารถจะใช้ รัฐธรรมนูญมาตราปกติได้เขาจึงลงชื่อมาเพื่อที่จะหาทางออกให้ท่าน แต่วันนี้เขารอมา ประมาณ ๖ เดือนครับ นี่เดือนตุลาคม นี่มา ๖ เดือนแล้วครับ วันนี้ประชุมรัฐสภาครับ ผมต้องขอร้องท่านสมาชิกรัฐสภาครับ ได้โปรดแสดงความกล้าหาญ แสดงความเคารพต่อ ประชาชนให้เขามีส่วนร่วมโดยตรง ในเมื่อเขามีส่วนร่วมโดยตรงเขาทําถูกต้องมาหมดแล้ว ก็ควรจะพิจารณา หรือใครไม่อยากพิจารณาลองให้เหตุผลสิครับว่ามาตราอะไร ในรัฐธรรมนูญที่จะแก้ตามที่ประชาชนมันมีพิษสงอะไรที่จะทําให้บ้านเมืองเสียหาย อย่างไร แต่ลําพังข้อบังคับรัฐสภา วันนี้ไม่ได้ร่างก็ยังประชุมได้ใช้อันเดิมไปก่อน ไม่มีเสียหาย วันนี้ประชุมเรียบร้อยมาไม่มีเสียหายครับ ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงเห็นว่าควรจะ พิจารณาตามวาระที่ได้กําหนดแล้ว ขอบคุณมากครับ
เชิญหมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราที่ทํางานร่วมกับวุฒิสภาในนามของ รัฐสภาเราทํางานมาประมาณป้เศษ ๆ ครับ แล้วท่านประธานคงจะทราบดีขณะนี้ข้อบังคับ การประชุมร่วมกันของสภาหรือว่ารัฐสภาขณะนี้ยังไม่มี แล้วท่านประธานลองคิดดู นะครับว่า วาระสําคัญ ๆ ของประเทศที่จะใช้รัฐสภาในการพิจารณานั้นเรายังไม่มี ข้อบังคับที่เปึนข้อบังคับของตัวเราเองในการทําหน้าที่ร่วมกัน เราต้องใช้ข้อบังคับ การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรมาใช้เปึนการชั่วคราว จริงอยู่โดยพื้นฐานผมคิดว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีความจําเปึนระดับหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลภายใต้การนํา ของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้ประกาศชัดเจนกับสมาชิกรัฐสภาว่า รัฐบาลเห็น ความจําเปึนจะต้องมีการปฏิรูปการเมือง ซึ่งการปฏิรูปการเมืองนั้นจําเปึนต้องมีความมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ประชาชนทุก ๆ ส่วนจะต้องมามีส่วนร่วมกันในการปฏิรูป การเมืองให้สังคมไทยรุดหน้าต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานคงจะทราบดี นะครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่มีการนําเสนอเข้าสู่การประชุมของรัฐสภาครั้งนี้มีความ ขัดแย้งทางสังคมเกิดขึ้น ผมจึงคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ครับ ผมคิดว่าเราจําเปึนจะต้องมี ข้อบังคับในการประชุมร่วมกันขึ้นมาก่อน และหลังจากที่เราได้ข้อบังคับการประชุมร่วมกัน แล้ว ใจเย็น ๆ นิดหนึ่งครับ ให้รัฐบาลตั้งหลักแก้ปัญหาสังคมของประเทศ แก้ปัญหาวิกฤติ ของชาติ และผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้สัญญากับสภาเราแล้วว่าท่านจะนํามาซึ่ง การปฏิรูปการเมืองแล้วผมว่าวันนั้นทุกอย่างจะดีขึ้นครับ ขออนุญาตผมเห็นด้วยกับ ท่านชินวรณ์ในการนําเสนอญัตตินี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณสุชาติ ลายน้ําเงิน อีกคนหนึ่งทางฝ์ายนี้ อีกคนหนึ่งก็คงจะพอครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้ท่านประธานครับ อย่าไปเปึนมติเลยท่านประธาน ผมเคยเปึนฝ์ายรัฐบาลมา พอจะเลื่อนปุ็บท่านประธานเปึนคนนั่งอยู่ข้างบนนั่นแหละ ท่านบอกว่าอย่าไปเลื่อนเลย ผมเปึนวิปกับท่าน ท่านเปึนประธานวิปอยู่ตอนนั้นท่านครับ ท่านบอกว่าเคารพฝ์ายค้าน เขาหน่อย
นี่ผมกลางจริง ๆ นะครับ
ครับ ท่านครับ
ผมเป่ดโอกาสให้ท่าน
ใช่ครับ ท่านครับ
ถ้าอย่างนั้นผมสรุปไปแล้วครับ
นี่ผมถึง กราบขอบคุณท่านในฐานะที่ท่านกลางจริง ๆ ท่านครับ เพราะท่านกลางผมถึงเล่าเรื่องนี้ ท่านเคยเปึนประธานวิป ท่านบอก สุชาติอย่าไปเสนอเลย ไปเลื่อน เรื่องมันตามระเบียบ อยู่แล้ว พี่น้องประชาชนดูอยู่ทั้งประเทศ วันนี้ท่านประธานต้องดูนะครับว่าประเทศ มันกําลังวุ่นวาย เพราะ ๑. ที่จะต้องแก้กันเพราะอะไร ท่านก็รู้อยู่แล้วครับว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร แต่วันนี้พี่น้องประชาชนชาวไทย ที่คุณเลือกตั้งมา คุณมาตามระบอบประชาธิปไตย คุณยังจะไปใช้อยู่หรือครับ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ เหมือนเหี้ยนี่ครับท่านประธานครับ เวลามันไข่เอาไปให้หงส์ฟัก อย่างไรมันก็ต้องออกมาเปึนลูกเหี้ยวันยังค่ํา ท่านประธาน ครับ ไม่เชื่อลองเป่ดพจนานุกรมดูคําว่า เหี้ย คือสัตว์ชนิดหนึ่ง ชัดเจน
มีผู้ประท้วงแล้วครับ ผมว่า เหี้ย อะไรมันเลิกได้กระมังครับ ภาษานี้ไม่ค่อยดีเท่าไรครับ เชิญผู้ประท้วงครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณสุชาติ เดี๋ยวครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานประท้วงท่านสมาชิกที่กําลัง อภิปรายเมื่อสักครู่ครับ เปึนการให้ร้ายแล้วก็ใช้คําไม่สุภาพต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมขอให้ ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยถอนคําพูดที่ท่านพูดว่า อะไรดีครับท่านประธาน ผมไม่กล้า ที่จะพูดในสภาอันทรงเกียรตินี้ครับ
ถ้าไม่พูดแล้วก็นั่งลงได้ครับ
ขอให้ ท่านวินิจฉัยด้วยครับ
ผมวินิจฉัยเรื่องอะไร อย่างนี้ ให้ผมวินิจฉัยเรื่องอะไรครับ
คําพูด ที่ไม่เพราะครับ ใช้คําว่า เหี้ย ครับ ขอให้ถอนครับ
คําว่า เหี้ย ครับ
ครับ
ก็ผมวินิจฉัยคุณสุชาติถอน ไปเถอะคําว่า เหี้ย
ท่านประธาน ครับ ผมคงถอนไม่ได้แน่นอน เพราะผมเตรียมหลักฐานมาเลยท่านประธานครับ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตไทย ป้ ๒๕๕๒
เพื่อความเรียบร้อยของการประชุม นะคุณสุชาติ
ผมเคารพ ท่านประธาน ท่านประธานครับ แต่นี่มันคือความจริงท่านประธานครับ เหมือนเอาไข่เหี้ย ไปให้หงส์ฟัก มันต้องออกมาเปึนเหี้ยวันยังค่ํา มันเปึนหงส์ไม่ได้ท่านประธานครับ ผมยัง ย้ําคําเดิม เพราะอะไรท่านประธาน พจนานุกรมราชบัณฑิตไทย ป้ ๒๕๕๒ บัญญัติไว้ ชัดเจน
ผมว่ามันจะไปกันใหญ่แล้ว คุณสุชาติ เรื่องมันจะเรียบร้อยแล้วก็ไม่เรียบร้อยสักที คุณเจะ
ผมชื่อเต็ม เจะอามิง ครับท่านประธานครับ
ครับ เจะอามิง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยู่ในสภาพอสมควรครับท่านประธาน ผมยัง ไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยิน การใช้คําลักษณะที่ต่ําลักษณะนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียน ยืนยันต่อท่านประธานว่าให้เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ครับท่านได้กรุณาถอน และ ท่านประธานกรุณาใช้คําวินิจฉัยที่เด็ดขาดครับท่านประธานครับ
ผมก็ไม่ใช่ว่าบีบบังคับอะไรนะ อยากจะขอร้อง ถอนเถอะคําว่า เหี้ย คําเดียวเท่านั้น เชิญครับ อย่างอื่นไม่ถอนไม่เปึนไร
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่ผมเคารพอย่างสูง ท่านประธานจะให้ผมถอนนะครับ จะให้ถอนได้ อย่างไร ผมยังไม่ได้บอกว่าใครเหี้ยเหมือนเหี้ยเลยท่านประธานครับ ผมบอกเพียง ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับว่าเหี้ยนี่เปึนสัตว์ชนิดหนึ่ง
นั่นแหละ เปึนคําแสลง
ท่านประธานครับ
เมื่อเปึนคําแสลง
เดี๋ยว ท่านประธานฟังผมก่อนะครับ เพราะว่าผมไม่ได้ไปว่าใคร ผมเปรียบเปรยนะครับ
เดี๋ยวครับ ทีละคนนะครับ ทีละคน เดี๋ยวผมจะงดการอภิปรายนะครับ เดี๋ยวผมจะโหวตเลย เดี๋ยวไม่ได้พูดนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ คําวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเปึนที่สิ้นสุดแล้ว นะครับ ขอท่านประธานได้กรุณา
ผมจะขอร้องคุณสุชาติอีกครั้งหนึ่ง นะครับ ช่วยกรุณาถอนเถอะคําว่า เหี้ย คําเดียวนะครับ ถอนเถอะครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ถอนคงไม่ยากท่านประธานครับ เพราะผมพูดไปแล้ว แต่ที่ผม เปรียบเปรยให้ท่านประธานฟังว่า
ไม่ต้องเปรียบเปรยแล้วนะครับ ขอความกรุณา แล้วคุณจะได้พูดเรื่องอื่นไป
ครับ ไม่เปึนไร ท่านประธาน ที่ท่านประธานเคยเปึนประธานวิปผมมาก่อน ผมเปึนเด็กก็ต้องฟังผู้ใหญ่ ผมถอนก็ได้ แต่ผมขอร้องท่านประธานว่า อย่าไปเลื่อนวาระอย่างนี้ เพราะว่า ๑. วาระนี่ เปึนวาระอื่น ๆ ท่านประธานว่าถ้าไม่เห็นสมควรท่านประธาน
ผมไม่ได้เลื่อนนะครับ ที่ประชุมเลื่อน
เพราะ ที่ประชุมเลื่อน ท่านประธานครับ วันนี้ผมเปึนฝ์ายค้าน ผมจะไม่โต้เถียง จะเอาเสียง ข้างมากลากไปนี่ครับ ได้ แล้วมันไม่สมควร วันนี้ประชาชนกําลังเดือดร้อนทั้งประเทศจาก กฎหมายรัฐธรรมนูญ เอาแค่รัฐบาลชุดนี้ครับ มาตรา ๑๙๐ ท่านก็ไม่อยากได้หรอก แต่ท่านไม่กล้าพูด ท่านไม่กล้าแก้ แล้วท่านจะเลื่อนไปทําไมท่านประธานครับ ผมขอร้อง ว่าเอาท่านเปึนกลางที่สุด ท่านเปึนผู้ใหญ่ที่สุด ท่านเปึนคนบอกว่า อย่าไปเลื่อนของเขา เลย เขาทํามาดีแล้ว ถ้าไม่ดีท่านประธานคงไม่บันทึกไว้มายื่นให้พวกผมได้อ่าน ขอบคุณ มากครับ
ขอบคุณครับ ที่เมตตาผมครับ ขอบคุณครับ คุณสุนัยมีอะไรเพิ่มเติมหรือครับ ผมว่ามันพอจะสรุปได้แล้วนะครับ
ขอนิดเดียวครับท่านประธานครับ จริง ๆ เมื่อสักครู่ท่านประธานเรียกผมก็จะไม่มีคํานั้น อยู่แล้ว บังเอิญเหตุการณ์เราก็ปล่อยไป ท่านประธานครับ ผมเข้าใจสถานการณ์ดีว่า ขณะนี้มันเปลี่ยนขั้วกันอย่างนี้แล้วอะไรมันเกิดขึ้น แต่ว่าสิ่งหนึ่งเราควรจะให้โอกาส ให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๔๐ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ปรัชญาทางการเมืองใหม่ของสังคมไทย เราพยายามจะพูดถึงการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ผมจึงขอโอกาสนี้นิดเดียวท่านประธานครับว่า เมื่อรัฐธรรมนูญให้โอกาส อย่างนั้นแล้ว ประชาชนก็ได้ใช้สิทธิของเขาในการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าชื่นชมเขาครับ มี ๗๐,๐๐๐ กว่าคนตามรายงานที่ว่ามานี้ ซึ่งขณะนั้นท่านก็เปึนประธานสภา เมื่อมีการ ยื่นเข้ามาอย่างนี้แล้ว เราจะปล่อยให้มันยุติ
ท่านครับ ขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธานครับ
ท่านสุนัยครับ หมอวรงค์ประท้วง อีกแล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๕๙ ครับ ซึ่งตามหลักแล้วมาตรานี้กําหนดไว้ว่า การเสนอญัตติหรือ การแสดงความคิดเห็นที่เห็นด้วยหรือคัดค้าน ควรจะสลับเปลี่ยนกันระหว่างฝ์ายที่ เห็นด้วยและฝ์ายคัดค้าน เมื่อสักครู่ฝ์ายที่คัดค้าน
คือเมื่อสักครู่ฝ์ายนี้ไม่ยกมือเลยนี่
ยกมือ ครับท่านประธานครับ
ก็เพิ่งยกเมื่อกี้นี้ครับ ผมเพิ่งเห็น เมื่อกี้นี้
ยกในระหว่าง ท่านประธานครับ ผมเห็นกับตาเลยครับท่านประธานครับ
ก็ให้เขาพูดก่อนแล้วเดี๋ยวจะได้พูดต่อ ครับ ให้มันจบ ๆ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ครับ ผมจะเสนอแบบปรองดองครับ คือในเบื้องต้นผมอยาก ให้ประชาชนที่เขาเป่ดฟังรายการได้รู้ว่า นี่คือกลไกของสภา เขาก็จะแปลกใจว่าในเมื่อ ก็รู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า เรื่องปัญหารัฐธรรมนูญนั้นเปึนเรื่องใหญ่มากที่ก่อให้เกิดปัญหา แล้วอยู่ ๆ ก็จะเลื่อนเอาวาระสุดท้ายขึ้นมานี่ เอ๊ะ สภาทําไมเปึนอย่างนี้ ผมจึงอยากจะใช้ เวลานี้อธิบายให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสเข้าใจว่า นี่คือเกมการเมืองอย่างหนึ่ง ซึ่งเราไม่ว่ากันครับ แต่เมื่อฝ์ายรัฐบาลวันนี้ได้ไปเปึนรัฐบาลแล้วนี่นะครับ ท่านจะเลื่อน ก็ยินดีอย่างไรก็แพ้ครับ แต่ขออย่างนี้ได้ไหมครับว่า ท่านประธานวิปหรือวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งตรงนี้แล้ว เมื่อท่านแสดงความจริงใจต่อประชาชนว่า จะมีการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะตอนสมัยเลือกตั้งก่อนจะเข้ามานั้นท่านก็ได้พูดว่า รับรัฐธรรมนูญ ไปก่อน เลือกตั้งก่อน แล้วแก้ไขกัน และการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมยังจําติดตาได้ว่า วันนั้นบุคคลสําคัญคนหนึ่งเปึนคนมาแถลงครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ ผมเปึน ประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ของพรรคพลังประชาชน ท่านตั้งผมเองในพรรค ตอนนั้นท่านเปึนหัวหน้า ส.ส. และผมได้เห็นคนคนนั้น ก็คือคุณบุญจงครับ มายืนแถลง อยู่ข้างล่าง ถ้าเปึนอย่างนี้ ถ้าเราจริงใจต่อกัน การโหวตอาจจะไม่เปึนไรเลยครับ เราก็ ไม่ว่ากัน ตามกลไก แต่ขอว่าท่านรับปากได้ไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ที่นี่แล้ว รับปากว่าเอาเลยครับ เดือนนั้นเดือนนี้จะเข้ามา ไม่อย่างนั้นพอเลื่อนไปแล้วอันนี้จะไปอยู่ ที่ไหนอีกล่ะครับท่าน ให้กําลังใจกับประชาชนเขาว่า มีความหวัง รัฐสภายังเปึนความหวัง ของเขา เท่านั้นแหละครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณยิ่งครับ
เชิญ
ผม นายแพทย์ อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูลครับ ผมเห็นใจนะครับในการ ทําหน้าที่ ท่านประธานเองก็พยายามทําหน้าที่ไม่ให้ตึงเกินไปแล้วก็อ่อนเกินไปนะครับ เดี๋ยวก็มีข้อครหาว่าไม่แข็งอะไรตามมา ผมก็เห็นใจนะครับ
ไม่เปึนไรครับ ขอยาจากหมอได้ครับ
เดี๋ยวเอาไปให้ เลยท่านประธาน ผมคิดว่าต่างฝ์ายต่างก็แสดงเหตุผลมาพอสมควรแล้วครับ ผมคิดว่า ทางที่ถูกต้องที่สุดตามระบอบประชาธิปไตยในเมื่อต่างฝ์ายแสดงความเห็นมาพอสมควร แล้วก็คือขอให้ลงมติครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
คงจะพอแล้วครับ
ท่านประธาน ครับ ผมขอเปึนคนสุดท้ายครับ
มีอะไรคุณจุมพฏ
ครับ ท่านอนุญาตนะครับ
เอา เพราะว่าอยากจะพูดนานแล้ว ไม่ได้พูด เชิญ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติของท่านไพจิต ศรีวรขาน ขอประทานอนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาถ้ายังไม่มีให้ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปพลาง ก่อน และท่านประธานก็ได้แสดงความสามารถในการปรับใช้ข้อบังคับในการประชุม รัฐสภามา ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อแถลงนโยบายในวันที่ ๗ ตุลาคม ท่านก็ได้แสดงให้เห็นว่า สามารถบังคับจนมีรัฐบาลแถลงนโยบายได้สําเร็จ ครั้งที่ ๒ ครับท่านประธาน ท่านก็ได้ ย้ายไปแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ นั่นคือความเชี่ยวชาญของท่านประธาน ในการแปรข้อบังคับใช้ได้สะดวกอยู่แล้ว โดยยังไม่จําเปึนจะต้องมีข้อบังคับการประชุม รัฐสภาขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพ มาที่รัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา หรือไม่ จะเห็นได้ว่าเมื่อการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์ที่แล้วมีการโต้เถียงกันเรื่อง พระราชบัญญัติสวัสดิการผู้สูงอายุว่าเปึนกฎหมายการเงินหรือไม่เปึนกฎหมายการเงิน จนกระทั่งประธานต้องวินิจฉัยชี้ขาด แต่ในขณะนี้ผมทราบว่านายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ลงนาม รับรองพระราชบัญญัตินั้น นี่คือปัญหาของการตีความรัฐธรรมนูญถึงความชัดเจนของ รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นยังมีเหตุการณ์ที่รัฐมนตรี ๓ ท่านลงนาม ขออภัยครับ ลงมติสนับสนุนพระราชบัญญัติงบประมาณของตัวเองก็มีการแตกแยกเปึน ๒ ฝ์าย ในขณะนี้นะครับก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่ว่า รายชื่อผู้ที่เห็นควรให้วุฒิสภาพิจารณานั้น เปึนอย่างไร นี่คือปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาและถ้าผู้จริง ๗๐,๐๐๐ คน กับผู้แทนที่นั่งอยู่นี้ ๖๐๐ คนจะเอาใครเปึนใหญ่ครับ พวกเราเปึนแต่เพียงผู้แทนครับ ไม่มีอํานาจอะไรหรอกครับ ต้องทําตามที่ผู้จริงเขาประสงค์ ผู้จริงเขาประสงค์ที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญนี้เราต้องเคารพอํานาจของผู้จริงหรือผู้มีอํานาจที่แท้จริงในการมีส่วนร่วม ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมจึงขอวิงวอนท่านสมาชิกวุฒิสภาโปรดได้ลงมติให้ การพิจารณาเรื่องด่วน การแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนไปตามลําดับของระเบียบวาระ ขอบคุณ ครับ
ขอบคุณครับ ขอป่ดการอภิปรายครับ เพื่อจะลงมติครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยที่ท่านไพจิต ศรีวรขาน เสนอให้คงไว้ตามเดิม ตามระเบียบวาระให้ลง เห็นด้วย นะครับ ถ้าท่านผู้ใดเห็นตามที่คุณชินวรณ์เสนอให้เลื่อน นะครับก็ให้ลงคําว่า ไม่เห็นด้วย นะครับ แล้วใครงดออกเสียงก็กด งดออกเสียง นะครับ โปรดใช้สิทธิครับ ก่อนใช้สิทธินับองค์ประชุมก่อนครับ โปรดกดบัตร เสียบบัตรแสดงตน ครับทุกท่านครับ เสียบบัตรแสดงตนครับ
ท่านประธานครับ บัตรมันค้างครับ
มีอะไรครับ ผมกําลังเชิญผู้ที่อยู่นอก ห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ เชิญทุกท่านที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อใช้ สิทธินะครับแสดงตน เสร็จแล้วก็โหวตลงคะแนนนะครับ เชิญครับ ทุกท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
กดบัตรแสดงตนเสร็จแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ บัตรมันลงคะแนนไปแล้วครับ ค้างครับ เอาใหม่ครับ บอกเจ้าหน้าที่ใหม่ครับ
ถ้าอย่างนั้นก็เลิกก่อนนะครับ เลิกการแสดงตนก่อนนะครับ เอาใหม่ โปรดกดบัตรแสดงตนของท่านทุกท่าน สมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ เชิญครับ เสร็จแล้วนะครับ เสร็จแล้วโปรดส่งผลของจํานวนสมาชิกที่อยู่ ลงคะแนนในห้องประชุม มีผู้ใช้สิทธิอยู่ในห้องประชุม ๓๖๑ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นตามที่คุณไพจิต ศรีวรขาน ให้คงไว้ตามระเบียบวาระก็ให้กดลงคะแนนว่า เห็นด้วย ถ้าใครเห็นตามคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่เสนอให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๖ ขึ้นมาพิจารณาให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็กดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ โปรดใช้สิทธิของท่านลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ตอนนี้ลงเสร็จทุกท่านแล้วนะครับ งดการลงคะแนนได้แล้วครับ โปรดส่งคะแนนมา มีผู้เข้าประชุม ๓๘๕ ท่าน เห็นด้วย ๘๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๘๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ถือว่า ที่ประชุมนี้ให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๖ มาพิจารณา
ท่านประธานครับ ผม มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ไม่เห็นด้วยนะครับ กดแล้วไม่ผ่านครับ
ไม่ผ่านใช่ไหมครับ ไม่เอาด้วยใช่ไหม ครับ คุณมณเฑียรจะเอาอะไรแน่ว่ามาเลย ไม่เห็นด้วยนะครับ ขอบคุณครับไม่เห็นด้วย ก็เพิ่มไปอีก ๑ ท่าน ครับ
ต่อไปนะครับ นําระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ เลือกตั้งคณะกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ในขณะนี้ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงเห็นควรที่รัฐสภาจะได้ตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นเพื่อยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ....จะมีสมาชิกท่านใด เห็นไปอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ตามนี้นะครับ ต่อไปกําหนดคณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ คุณชินวรณ์ ผู้เสนอ กี่ท่าน
ผมขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ จํานวน ๒๗ คนนะครับ เปึน ส.ว. ๗ คน เปึน ส.ส. ๒๐ คนครับ
มีผู้รับรองไหมครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ถือว่า ที่ประชุมนี้เห็นชอบ ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบ ต่อไปขอเชิญวุฒิสภาเสนอกรรมาธิการ จํานวน ๗ ท่านครับ ซึ่งได้ส่งรายชื่อมาให้ผมแล้ว นะครับ ผมจะอ่านเลยครับ ๑. ท่านสุพจน์ โพธิ์ทองคํา ๒. พลโท สุจินดา สุทธิพงศ์ ๓. รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ๔. นางนฤมล ศิริวัฒน์ ๕. นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ๖. รองศาสตราจารย์พรชัย สุนทรพันธุ์ ๗. นายจํานงค์ สรวมประคํา โปรดให้การรับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคเพื่อไทย ๘ ท่านครับ เชิญครับท่านสุริยา เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สุริยา พรหมดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทยครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายอํานวย คลังผา ๒. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๓. นายสุนัย จุลพงศธร ๔. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๕. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ๖. นายขจิตร ชัยนิคม ๗. นายไพจิต ศรีวรขาน ๘. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญ พรรคประชาธิปัตย์ ๗ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน นางสาวปรีชญา ขําเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ....ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๗ คน ดังนี้ ๑. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ๒. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ๓. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๔.นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๕. นายอาคม เอ่งฉ้วน ๖. นายถวิล ไพรสณฑ์ ๗. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ เชิญเสนอครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการตามสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๑ ท่าน ดังนี้ คือ ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอกรรมาธิการยกร่าง ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน จํานวน ๑ ท่าน คือนายแพทย์อลงกต มณีกาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน คือ นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ไกร ดาบธรรม ในนามสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป พรรคราษฎรและพรรคประชาราช จํานวน ๑ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ในนามของพรรคประชาราช ขอเสนอคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับรัฐสภา นายสรวงศ์ เทียนทอง ครับ ขอผู้รับรอง ครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญเลขาธิการ อ่านทบทวนรายชื่อของคณะกรรมาธิการทั้ง ๒๗ ท่านครับ
รายนามคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... จํานวน ๒๗ ท่าน ๑. นายสุพจน์ โพธิ์ทองคํา ๒. พลโท สุจินดา สุทธิพงศ์ ๓. รองศาสตราจารย์ กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ๔. นางนฤมล ศิริวัฒน์ ๕. นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ๖. รองศาสตราจารย์พรชัย สุนทรพันธุ์ ๗. นายจํานงค์ สรวมประคํา ๘. นายอํานวย คลังผา ๙. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๑๐. นายสุนัย จุลพงศธร ๑๑. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๒. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ๑๓. นายขจิตร ชัยนิคม ๑๔. นายไพจิต ศรีวรขาน ๑๕. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๑๖. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ๑๗. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ๑๘. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๑๙. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๐. นายอาคม เอ่งฉ้วน ๒๑. นายถวิล ไพรสณฑ์ ๒๒. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๒๓. นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ๒๔. นายอลงกต มณีกาศ ๒๕. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ๒๖. นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ และ ๒๗. นายสรวงศ์ เทียนทอง
ครับ มีท่านผู้ใดแก้ไขไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มีนะครับ ถือว่าเอาตามนี้นะครับ ทั้ง ๒๗ ท่าน ผมขอกําหนดระยะเวลาครับ เชิญคุณชินวรณ์
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอระยะเวลา ในการพิจารณา ๓๐ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ครับ มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้กําหนด ระยะเวลา ๓๐ วันนะครับ แล้วก็จะเริ่มประชุมตั้งแต่วันไหนล่ะ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้หรืออย่างไร
ก็เริ่มประชุมตั้งแต่วันพรุ่งนี้เปึนต้นไปครับ
ครับ นับตั้งแต่พรุ่งนี้เปึนต้นไป ๓๐ วัน กระผมขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ให้ความร่วมมือ ในการพิจารณากรอบของอาเซียนในวันนี้ด้วยความเรียบร้อย แล้วก็ได้ตั้ง คณะกรรมาธิการพิจารณาข้อบังคับของรัฐสภาเปึนการเรียบร้อย กระผมขอขอบคุณ อีกครั้งหนึ่งและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรุ่งนี้ประชุมปกติบ่ายโมงครึ่งนะครับ ก็เรียนให้ท่านสมาชิกทราบ โปรดมาแต่เนิ่น ๆ นะครับ อย่าเสียเวลา เพราะว่ากฎหมายเรา ค้างอยู่เยอะครับ ด้วยความขอบคุณ ขอป่ดประชุมครับ ขอบคุณมากครับ