รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องต่างๆ ในสภา รวมถึงการเมือง การค้ามนุษย์ การคัดเลือกแรงงาน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาและเจรจาต่อรองกับประเทศต่างๆ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ไม่ได้แตะให้ลึกไปถึงขนาดว่าจะไปตําหนิติติงว่าบางคนยังอาศัย ขี่กระแสอํานาจเผด็จการนอกระบบเข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีในสภายังไม่พูดถึงตรงนั้น ครับท่านประธาน เอาแค่ว่าแตะให้เห็นว่าประเด็นอย่างนี้มันเปึนอยู่ ก็ในเมื่อสิทธิของ ชาวโรฮิงยายังพูดถึงกัน ผมก็เห็นใจ ทําไมคนไทยมันไม่ได้ หรือว่าความเปึนนักการเมืองนี้ มันไม่ใช่มนุษย์ ท่านประธานครับ เอาละ พอหอมปากหอมคอ เดี๋ยวให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตอบ

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ เปึนประเด็นเรื่องโรฮิงยาไทย อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคล้ายกันครับ อาจต่างกันในแค่รูปแบบ แต่เนื้อหาคล้ายกัน นั่นคือการค้า มนุษย์ข้ามชาติแฝงเร้นในรูปของแรงงานต่างประเทศ ผมได้ใช้เวลาหนึ่ง ในการที่จะได้เข้าไปร่วมกับท่านกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้เวลา ตรงนี้ เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคกลางตอนล่าง หรือภาคเหนือ ตอนล่างนี่นะครับ ที่ส่วนใหญ่เปึนเขตพื้นที่แรงงานที่เข้ามาหางานทําในกรุงเทพฯ และ ออกไปหางานทําในต่างประเทศ ผมจําเปึนที่ต้องอาศัยเวทีตรงนี้กล่าว เพราะว่าบทบาท ของกระทรวงแรงงานจะมีความสําคัญมากอย่างยิ่ง เนื่องจากตอนนี้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ และประเทศไทยเจอ ๒ เด้ง คือ วิกฤตการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่ทําให้คนไม่มา ลงทุนที่นี่ และทุนที่นี่ก็หนีออกไปต่างประเทศ โรงงานจึงป่ด คนว่างงาน เชื่อเหลือเกินว่า ความว่างงานที่มีอยู่เดิมกับการว่างงานใหม่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจนี้ไม่น่าจะน้อยกว่า ๒ ล้านคน พอ ๒ ล้านคนเปึนอย่างนี้ ภาวการณ์ของข้อตกลงที่ท่านจะต้องไปตกลงกับ ประเทศเกาหลี ตกลงในอาเซียนก็ยิ่งมีกระบวนการสําคัญมากขึ้นสิครับ เพราะว่า คนเมื่อตกงานมากขึ้นก็ต้องหางานทํา บทบาทที่สําคัญที่สุดจะมาอยู่ที่กระทรวงแรงงาน และในการเจรจากับกรอบอาเซียนครั้งนี้เกิดเชื่อมโยงกัน ผมจะจับเฉพาะในประเด็น อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของแรงงานไทยที่จะไปทํางานในประเทศเกาหลี ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงตรงนี้ ขออนุญาตท่านประธานสักนิดหนึ่งที่จะต้องกล่าวถึงโครงสร้างของระบบ โลกที่โยงใยกัน เพราะมันบอกถึงความได้เปรียบเสียเปรียบต่อการเจรจา วันนี้ นักรัฐศาสตร์คนหนึ่งชื่อ เอ็มมานูเอล วอลเลอร์สไตน์ (Immanuel Wallerstein) ได้อธิบายโครงสร้างของระบบโลกของการยึดโยงของความได้เปรียบเสียเปรียบในโลกนี้มี ๓ กลุ่ม

กลุ่มที่ ๑ คือประเทศแกนกลาง ท่านนึกถึงวงกลมและมีตรงกลางวงนั้น เปึนกลุ่มหนึ่ง เปึนประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจและมหาอํานาจทางการเมือง ได้แก่ กลุ่มประเทศ จี ๘ (G ๘) กลุ่มจี ๘ นี่ขายเทคโนโลยีเปึนด้านหลักให้แก่กลุ่มประเทศ ด้อยพัฒนาทั้งหลาย นี่คือกลุ่มที่ ๑ ๘ ประเทศนี่ละครับยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

อีกกลุ่มหนึ่งคือประเทศชายขอบ ได้แก่ ไทย พม่า กัมพูชา แถวนี้ละครับ เปึนประเทศการเกษตร เปึนประเทศที่ต้องขายแรงงาน เปึนประเทศที่ทําอุตสาหกรรม ขั้นต้นที่กลุ่มแกนกลางถ่ายทอดเทคโนโลยีมาให้ แต่เปึนเทคโนโลยีขั้นต่ํา เอาว่าตัดเสื้อ เย็บเสื้อ ทอผ้า แล้วส่งไปที่กลุ่มประเทศแกนกลาง

อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มประเทศกึ่งกลาง ได้แก่ ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ประเทศที่พัฒนาแล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่มหาอํานาจ ได้แก่ เกาหลี ซึ่งจะมีบทบาท ในการเจรจากับเราที่ผมต้องกล่าวอ้างอิงเพราะอย่างนี้ กลุ่มประเทศกึ่งกลาง ได้แก่ ประเทศเกาหลี ประเทศไต้หวัน ประเทศสิงคโปร์ และกลุ่มประเทศยุโรปอีกหลายประเทศ ที่เอารัดเอาเปรียบประเทศชายขอบด้วย

ดังนั้นกลุ่มประเทศชายขอบอย่างประเทศไทยนี้ยังจะต้องต่อสู้การกดขี่กับ ประเทศแกนกลางและประเทศกึ่งกลางด้วย ผมเห็นเข้าตรงนี้พอรู้ระบบโลก เราได้เห็น ความเปึนจริงว่า ในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลทักษิณพยายามจะผลักดันประเทศให้เปึน ประเทศพัฒนาเพื่อก้าวจากชายขอบมาอยู่ประเทศกึ่งกลาง พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ก็เคยพยายามจะทําให้ประเทศไทยก้าวเข้ามาสู่ประเทศกึ่งกลาง ในฐานะเปึนนิกส์ (NICS) หรือเสือตัวที่ ๕ แต่ก็ถูกตําหนิว่า เปึนคนดี ๆ ไม่ชอบ ชอบเปึนสัตว์เดรัจฉาน แท้จริงแล้วนั่นคือประเทศอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเข้าไปอยู่ในประเทศที่ได้เปรียบต่อ ประเทศชายขอบทั้งหลาย เราพยายามจะหนีชายขอบ แต่แล้ววันที่ ๑๙ กันยายน ก็ทําการรัฐประหารฉุดประเทศกลับมาใหม่อีก กลายเปึนประเทศคนตกงาน และวันนี้ จะต้องไปเจรจาของ้อเกาหลีใต้ให้รับคนงานของเรา สิ่งเหล่านี้เจ้าหน้าที่แรงงาน ไม่มีความผิดเลยครับ ท่านทํางานเลยครับ แต่ว่าท่านจะทํางานหนักขึ้น เพราะประเทศ ของเราได้ถูกฉุดกลับมาสู่ประเทศชายขอบใหม่อีกแล้ว และที่เจ็บปวดที่สุดเมื่อไปนั่งประชุมในคณะกรรมาธิการก็ได้เห็นความเปึนจริงว่า การตกลงกับเกาหลีนี้ความได้เปรียบอยู่ที่เกาหลีเปึนหลักครับ ผมถามเจ้าหน้าที่จาก กระทรวงแรงงาน เขาบอกว่าเกาหลีก็รับไม่เท่ากันครับ จะรับเวียดนามมาก รับฟ่ลิปป่นส์มาก หรือไทยมากหรือน้อยเปึนเรื่องของเกาหลี แต่แน่นอนครับ ประเทศอย่างฟ่ลิปป่นส์หรือ ประเทศในอาเซียนหลายประเทศที่เคยเปึนเมืองขึ้นเขาได้เปรียบทางด้านภาษา เขาอาจจะพิจารณามากขึ้นกว่าเรา ตรงนี้เองครับท่านประธาน ผมก็ได้เห็นว่า นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชายขอบกับประเทศกึ่งกลางที่มันเปึนอุตสาหกรรมใหม่ มันเจริญกว่าเรา มันรวยกว่าเรา วันนี้เราที่พยายามจะพัฒนาจากประเทศชายขอบก้าว เข้าสู่ประเทศกึ่งกลางต้องถูกถอยหลังมาเมื่อเกิดการรัฐประหารโดยประชาชนไม่รู้เรื่องเลย ประชาชนรู้เรื่องเพียงบอกว่า ที่รัฐประหารเพราะกลัวจะตีกัน แต่ความจริงเปล่าละครับ ลึกไปกว่านั้นก็คือการช่วงชิงอํานาจของอมาตยาธิปไตยที่พยายามจะดึงประเทศให้ ถอยหลังกลับมา เอาเถอะ วันนี้ได้เห็นผลแล้วครับ จะมีการเจรจากับเกาหลีมันก็ตั้งท่าเล่น แล้วว่า ฉันจะเอาเท่าไรเปึนเรื่องของฉัน

ประการที่ ๒ คุณจะส่งคนมานั้น คัดเลือกมาให้ฉันแล้วฉันเลือกอีกที เอ๊ะ นี่คนไทยเปึนไทยหรือเปึนทาสครับ แต่ผมรู้ครับเปึนความจําเปึนในภาวการณ์ ที่วิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้คนว่างงานมีแต่จะวิ่งไปหาเพื่อจะยื่นหัวให้เกาหลีมันหยิบหัวขึ้น ไปเปึนคนงาน ท่านประธานครับ ข้อตกลงอย่างนี้ผมรู้ว่ายากที่ท่านจะเจรจาได้ เพราะ ตลาดเปึนของเขา เพราะใครก็อยากจะไปทํางานกับเขา ผมเห็นใจครับ แต่ถ้ามาดู ในโครงสร้างระบบทั้งหมดและเกิดการเคลื่อนตัวทางการเมืองทั้งหมดนั้นเราเสียเปรียบ และเรากําลังถดถอยอย่างยิ่ง เราจําต้องสู้ในภาวการณ์อย่างนี้ เมื่อสู้อย่างนี้ก็ขอฝาก ประเด็นเขาไว้แล้วครับในการประชุมว่า

๑. อาเซียนทุกคนต้องร่วมประชุมกันจับมือกัน เมื่อเกาหลีจะเอา ตลาดแรงงานจากอาเซียนต้องต่อรองครับ ถ้าคุณอยากจะได้แรงงานจากลาตินอเมริกา จากเม็กซิโกคุณก็ไปเอาสิมันอยู่ไกลนี่ แต่ว่าอยู่ในอาเซียนมันใกล้ใช่ไหมล่ะ คุณได้ คนวัฒนธรรมเดียวกัน กินข้าวเหมือนกัน มีความเข้าใจต่อปรัชญา ศาสนาพุทธใกล้เคียงกัน ก็ได้เปรียบอยู่แล้ว ผมจึงเสนอว่า

ประเด็นที่ ๑ ขอให้เจ้าหน้าที่ของเราประสานกับทางรัฐบาลครับ เป่ดการ ต่อรองไม่ใช่ให้เกาหลีมาเลือกเอามาว่าจะเอาไทยเท่านี้ จะเอาฟ่ลิปป่นส์มากกว่าไม่ได้ ต้องให้อยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน

และประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือว่า เกาหลีก็เลือกดําเนินการที่จะเลือก อีกต่างหาก ผมว่ากรณีนี้ขอให้มีการเจรจาต่อรองว่า ไทยได้เลือกแล้วส่วนหนึ่ง น่าจะ รับไปเลย เพราะว่าคนงานนี่ครับกว่าจะได้มาเปึนคนเลือกต้องเสียเงินเสียทองเดินทาง มาแล้ว ถ้ากระทรวงแรงงานได้เลือกแล้วตามข้อตกลงนี้ ก็น่าจะให้เกาหลีเลือกไปเลย อย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คุณต้องเอาไปก่อน ไม่ใช่คัดไป ๑๐๐ คน มันเอา ๑๐ คน ทิ้งไป ๙๐ คนแล้วเอามาใหม่ อย่างนี้ไม่ได้ครับ มันเปึนความเจ็บปวดที่สุดในโครงสร้าง ของระบบโลกนี้ ที่เรากําลังเปึนประเทศที่จะก้าวสู่การพัฒนา เปึนประเทศ ที่จะไม่ขอพึ่งใคร กลายมาเปึนประเทศที่ขอเงินกู้เขาทั่วไปหมด เมื่อเปึนอย่างนี้ก็เสีย การต่อรองเราแพ้หมดครับ

ท่านประธานครับ การเจรจาอีกอันหนึ่ง เกาหลีบอกว่าคนจะไปนี่ต้องเรียน ภาษาเกาหลีด้วย ผมก็จี้ ท่านประธานเรียนนานสักเท่าไรครับ เขาบอกก็ไปเรียนสักคอร์ส (Course) หนึ่ง ๒-๓ เดือน ท่านประธานครับ คนไทยในสภาแห่งนี้เรียนจบปริญญาตรี บางคนเรียนจบปริญญาเอกเรียนภาษาอังกฤษมาเปึนสิบ ๆ ป้ยังใช้ภาษาไม่ได้ แล้วชาวนาชาวไร่จะต้องมาเรียนภาษาเกาหลีเพื่อที่จะไป มันจะเปึนไปได้อย่างไรครับ ท่านประธาน ผมเชื่อเหลือเกินว่าคนเวียดนามที่มีลักษณะภาษาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ เกาหลีก็อยู่ในฐานะเดียวกัน ฟ่ลิปป่นส์ก็เช่นเดียวกัน เอ๊ะ แต่ว่าเราจะมาตั้งหลักว่าคุณกําหนดมาว่าให้เรียนรู้ภาษา ฉันก็ทําให้เรียนรู้ภาษา มันไม่ต่อรองได้อย่างไรครับท่านประธาน เรารู้ว่าเราเปึนประเทศ ชายขอบเสียเปรียบ แต่วันนี้ต้องผนึกกําลังประเทศชายขอบเพื่อต่อรองกับประเทศ กึ่งกลางอย่างเกาหลีใต้ ผมก็ฝากประเด็นนี้ไปเพราะอะไรครับ เพราะที่ต้องพูด ท่านประธานจะเห็นด้วยกับผมทันที อย่างน้อยที่สุดคนบุรีรัมย์ของท่านก็จะต้องเสียเงิน ค่าเรียนภาษาเกาหลี ๖,๕๐๐ บาทครับ ถามว่าเรียนภาษาเกาหลี ๖,๕๐๐ บาท จริง ๆ พูด ภาษาเกาหลีได้ไหม ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงานท่าน รู้สึกจะเปึน ท่านรองอธิบดีหรืออย่างไรไม่ทราบ ท่านบอกว่าเกาหลีก็ติมาก เพราะที่ผ่านมานั้นเขาได้ ไปเป่ดศูนย์ภาษาเกาหลีอยู่ ๑๖ แห่ง เดี๋ยวนี้ก็กลายเปึนแหล่งธุรกิจหากินกันเลยครับ พวกเกาหลีก็มาตั้งโรงเรียนเกาหลีร่วมกับคนไทยเป่ดรับเรียนภาษาเกาหลี ๒ เดือน ๓ เดือน เอาไป ๖,๕๐๐ บาท เสร็จเรียบร้อยผ่าน ผ่านไปก็แสตมปี (Stamp) แสตมปี ไปสมัคร แต่เกาหลีบอกว่าพูดไม่รู้เรื่องเลย ก็แสดงว่าอะไรครับ ก็แสดงว่า ๖,๕๐๐ บาท นี่คือการกินฟรีนั่นเองครับท่านประธาน ก็คือเก็บค่าต๋งอีก ๖,๕๐๐ บาท หลังจากที่คนงาน เปึนเสมือนทาส เวลาจะไปทํางานกับเขาก็จะต้องเสียเงิน ในนี้ก็เขียนไว้ชัดว่าเสียเงิน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณเกือบ ๕๖,๐๐๐ บาท ตรงนี้เองท่านประธานครับ ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการเขาแจกหนังสือเล่มนี้ให้ รายละเอียดดีมากครับ จริง ๆ อยากจะให้แจก ให้แก่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านจะได้ไปปกปัองดูแลราษฎรของท่านในกรณี ที่จะถูกขูดรีดแรงงานครั้งสําคัญในการเจรจากรอบอาเซียนในปลายเดือนนี้ ผมก็เสนอ บอก ท่านประธานครับ ผมเสนอว่า ท่านครับ ท่านลองไปเจรจาดูสิ คือค่าใช้จ่ายทั้งหมด ที่ท่านลิสท์ (List) รายการลงมานี่ครับ ๕๖,๐๐๐ บาท โดยประมาณ แต่จริง ๆ คงมากกว่า นี้นะท่านประธาน นี่คือตัวเลขว่ากันในสภา ว่ากันด้วยสวย ๆ แต่จริง ๆ ผมว่ามันคงกิน ค่าต๋งกันอีก แต่เฉพาะที่ระบุเปึนทางการก็เห็นชัด ๆ แล้วว่า ๖,๕๐๐ บาทนี่กินฟรี เพราะอะไรครับ มันได้พิสูจน์แล้วว่าในการดําเนินการนั้น พอจัดอบรมเสร็จมันก็พูดไม่ได้ ครับ ถ้าเปึนอย่างนั้น ทําไมไม่เจรจากับเกาหลีเลยครับ แล้วทางกระทรวงแรงงานก็ทํา หนังสือเล่มหนึ่งสิครับ ฟุตฟ่ตฟอไฟแบบเกาหลี ๙๐ ชั่วโมงของเกาหลี ก็พูดว่าจะขอกิน ข้าวว่าอย่างไร จะขอเข้าห้องน้ําว่าอย่างไร ราคาเท่าไร เลขเท่าไร ก็เปึนการเรียนรู้เหมือน ภาษาอังกฤษอย่างเร่งด่วน ผมว่าถ้าคนไทยได้อ่านอย่างนี้ผมว่าพอไหว ถ้าจะบอกว่า เอ๊ะ เขาจะอ่านได้ไหมวันนี้ น่าเชื่อได้ว่าคนไทยเรานั้นอัตราการศึกษาอยู่ในขั้นที่ดี อ่านออก เขียนได้ภาษาไทย ถ้าเขียนภาษาเกาหลีให้อ้างอิงมาเปึนภาษาไทย ผมก็ว่าเขาออกเสียง ได้ อย่างน้อยที่สุดนี่คือการแก้ปัญหา ซึ่งจะต้องดําเนินการ ๒ อย่าง คือ ๑. เจรจาต่อรอง กับเกาหลีด้วยว่าเรื่องภาษานี่ขอเถอะ แล้วเราจะช่วยให้ โดยเรามีคู่มือให้ ดังนั้นกรณี อย่างนี้ผมก็ได้เสนอในที่ประชุม แต่ท่านประธานครับ ที่ต้องขออนุญาตและต้องกราบ ขออภัยท่านกรรมาธิการด้วยกันที่ต้องมาพูดตรงนี้ เพื่อให้เกิดการแพร่ขยายกว้างให้แก่ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราจับตามอง แต่ก็ต้องกราบขอบพระคุณที่ฝ์ายแรงงาน บอกว่าจะเอาเรื่องนี้ไปเจรจาต่อรอง แต่ผมเชื่อว่าต่อรองไม่ได้ ในระดับราชการนะครับ ต้องใช้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่มีความสามารถสูงยิ่ง ไปต่อรองเรื่องนี้ ครับ ต้องขอเลยครับ เพราะขนาดท่านด่า ฮุน เซน ได้ ท่านยังไปเจรจาต่อรองยินดีก็ได้ โอ้โฮ อย่างนี้สบาย ต้องเอาท่านไปเจรจาเรื่องนี้ไปต่อรองกับเกาหลี ท่านประธานครับ ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่เสียดสีท่าน แต่ผมเห็นความเอาการเอางานของท่านที่มีมาก หลายครั้ง ที่ผมจะขึ้นพูดในสภา อยากจะให้ท่านได้แสดงบทบาทท่านเต็มที่ในสภา ท่านประธาน ก็ไม่น่าไปบอกว่า หูหนักไว้บ้าง ไม่ต้องให้หูหนัก ให้ท่านพูดเลยครับ ผมจึงคิดว่าต้อง เป่ดโอกาสให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเราทํางานเต็มที่ในเรื่องเหล่านี้ ทั้งในสภาและนอกสภา ให้ท่านทําเต็มที่เลยเพราะท่านเปึนคนขยัน ผมรู้จักท่านดีครับ เคยไปอยู่กับท่านมานะครับ ที่ฮัมบรูก (Hamburg) ก็เคยไป ที่ญี่ปุ์น ก็เคยเจอ ผมเห็นความสามารถของท่าน ท่านอยู่หลายที่ท่านแอคทีฟ (Active) มาก จนกระทั่งลูกน้องเกลียดเสียเยอะ เพราะเคี่ยวเข็ญลูกน้องทํางานหนัก เปึนข้าราชการ ที่ดีมาก ท่านประธานครับ ผมจึงขอฝากประเด็นในโอกาสเช่นนี้ให้แก่ทางรัฐบาลและ ประเด็นเหล่านี้ได้พูดในระดับหนึ่ง แต่ไม่มากเท่านี้นะครับในคณะกรรมาธิการ ก็ต้องกราบ ขออภัยเพื่อนกรรมาธิการนะครับ ที่ผมต้องอาศัยเวทีตรงนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะขยาย ประเด็นความเสียเปรียบของประเทศชายขอบที่มีต่อประเทศกึ่งกลางและประเทศ แกนกลางในโครงสร้างของระบบโลกนี้ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ