รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สุนัย จุลพงศธร อภิปรายเรื่องการประชุมซัมมิทอาเซียนในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอภิปรายเรื่องสิทธิมนุษยชนและแรงงาน และเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการ โดยหารือเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกรณีโรฮิงยาในประเทศไทย และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมการเจรจาตอบคำถามในอาเซียน

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ถ้าอย่างนั้นบางทีผมมีบางประเด็นที่จะถามท่านด้วย เผื่อว่าถ้าท่านได้ชี้แจงก่อน ผมจะได้ ถามท่านเสียทีเดียวในครั้งนี้ แต่ถ้าท่านประธานจะให้ผมพูดก่อนและให้ท่านชี้แจง ในภายหลังนั้น เผื่อมีข้อขัดข้องผมต้องขออนุญาตท่านประธานถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศครับ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทยในนามสมาชิกรัฐสภา กระผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานที่กระผมเองเปึนกรรมาธิการในชุดนี้ด้วย แต่ว่า ขออภิปรายในฐานะสมาชิกรัฐสภา เพราะว่ามีประเด็นหลายประเด็นที่อยากจะฝาก ท่านรัฐบาลเพื่อเปึนประโยชน์ในการที่จะเป่ดประชุมซัมมิทอาเซียนในประเทศไทย ท่านประธานครับ การประชุมกรอบอาเซียนในประเทศไทยนี้เราก็เห็นว่ามีความสําคัญ แต่ว่ากระผมเองเห็นว่าหัวข้อที่จะประชุมนี่ครับ มันเปึนเรื่องของสิทธิมนุษยชน และโดยเฉพาะ เรื่องแรงงานผมเองคิดว่าอยากจะถือโอกาสนี้ได้อภิปราย เพื่อให้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่เปึนการกําหนดครั้งแรกว่า การจะทําสนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่สําคัญนั้นจะต้องผ่าน รัฐสภาก่อน จึงขอใช้เวลานี้สร้างประโยชน์สูงสุด ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐

ในเรื่องแรกจะขอพูดในกรอบกว้าง ๆ ที่จะฝากท่านรัฐบาลผ่าน ท่านประธานสภาก็คือ เรื่องของสิทธิมนุษยชน เราได้พูดถึงเรื่อง โรฮิงยา ว่ากันจริง ๆ แล้ว ก็คือชนกลุ่มน้อยในพม่า ที่มีข้อขัดแย้งทางการเมืองกับผู้มีอํานาจส่วนกลางของประเทศ เพื่อนบ้านเรา ความขัดแย้งทางการเมืองนั้นก็มักจะใช้ความรุนแรงที่จะกระทําต่อกัน ซึ่งว่าจริง ๆ อาเซียน ๔ ประเทศนี้ก็เหลือน้อยเต็มทีแล้วนะครับ เท่าที่จะเห็นริ้วรอยของ การละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นก็เห็นริ้วรอยอยู่ที่พม่า แต่ไม่น่าเชื่อครับ ประเทศที่เปึนแกนนํา ของอาเซียนในช่วงระยะเวลา ๔-๕ ป้ที่ผ่านมานี้ กลับกลายเกิดริ้วรอยของการละเมิด สิทธิมนุษยชนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองในพม่า คือ กรณีของ ประเทศไทยครับ ผมจึงเห็นว่ากรอบกติกาที่จะไปตกลงกันนั้นในการประชุมซัมมิท อาเซียน นั้นอยากจะฝากข้อเสนอให้รัฐมนตรีต่างประเทศ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เตรียม คิดไว้เสียก่อนว่า เราจะพูดคุยกันอย่างไร ในเรื่องของโรฮิงยาในประเทศไทยบ้าง โรฮิงยา ในประเทศไทยนั้น ผมว่าถ้าได้ดูเหตุการณ์ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมานี้ ผมว่าประเทศไทยได้มีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่น้อยไปกว่าโรฮิงยาที่เปึนอยู่ ขณะนี้ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ได้มีคนไทยนี่ครับ ลอบอพยพหนีจากประเทศไทยไปอย่างเงียบ ๆ ครับ เพียงแต่มีสตางค์ เพราะเขารู้ว่าสังคมไทยกําลังส่งสัญญาณวิกฤติทางการเมืองอย่างรุนแรงและ ยากที่จะประนีประนอมกันได้ สังคมไทยกําลังส่งสัญญาณวิกฤติทางการเมืองอย่างรุนแรง และยากที่จะประนีประนอม กันได้ การจุดปะทุความขัดแย้งที่ชัดเจนที่สุดก็คือการฉวยโอกาสการยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านครับ วันที่ ๑๙ กันยายน พอยึดอํานาจเสร็จ วันที่ ๒๐ ขณะนั้น ไม่มีใครรู้ คิดแต่ว่าเปึนเรื่องดี ๆ แต่ความรุนแรงแห่งการใช้กําลังนั้น การรัฐประหารไม่เคย มีปราณีใครสักทีครับ ท่านประธานก็คงจะเพิ่งเห็นเหมือนผม เมื่อสักสัปดาห์ที่แล้วก็เห็นรูป คณะบุคคลหนึ่งแต่งตัวคล้ายทหาร แสดงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง บุกเข้าไป ในบ้านของบุคคลที่มีฐานะเหมือนท่านประธาน คือเปึนประธานรัฐสภา คือ นายยงยุทธ ติยะไพรัช หลายคนตอบบอกว่า คงไม่ใช่ทหารกระมัง คงจะแต่งตัวสีเขียวเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ วันที่ ๑๙ กันยายน เขายังยึดอํานาจกันอยู่ มีไทยยามที่ไหนจะกล้า แต่งตัวชุดทหาร ใส่หมวกทหาร ใส่เสื้อเกราะ ถือป๋น เอ็ม ๑๖ ที่ผมเห็นในโทรทัศน์บุก เข้าไปเช่นนั้น จะพูดกับเขาอย่างไรครับ จะพูดกับเขาอย่างไร ความรุนแรงอย่างนั้นเกิดขึ้น ในประเทศเรา ในขณะที่เราจะต้องเปึนเจ้าภาพพูดเรื่ององค์กรสิทธิมนุษยชน นั่นใช่ สิทธิมนุษยชนไหม หรือว่าคุณยงยุทธไม่ใช่ราษฎรไทย หรือว่าเปึนประธานรัฐสภา หรือว่าเปึนนักการเมืองจึงถูกตัดสิทธิที่จะกล่าวอ้างถึงสิทธิมนุษยชน นี่เรื่องที่ ๑ นะครับ

เรื่องที่ ๒ ในอาเซียนยังไม่เห็นเลยครับ การตัดสิทธินักการเมืองในรูป การแฝงเร้นเข้ามาในการใช้สถาบันตุลาการภิวัตน์ดําเนินการ เจอเข้าไป ๒ รอบ รอบแรก ๑๑๑ คน ลูกชายของท่านประธานก็เจอด้วย รอบ ๒ อีก ๑๐๙ คน คนดี ๆ ถูกตัดสิทธิ ทางการเมือง อันนี้ใช่เปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนไหมครับ เปึนรูปธรรมที่แปลกมาก ซึ่งในสิงคโปร์ไม่เห็นนะครับ ในเพื่อนอาเซียนมีหรือเปล่าไม่ทราบ อันนี้เปึนเรื่องที่อยู่ใน ประเด็นที่ท่านต้องเตรียมการเจรจาตอบ ท่านประธานครับ ผมฝากกรณีนี้มิได้ว่าจะมา รื้อฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่มันเปึนปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เปึนข้อขัดแย้งทางการเมืองจริง ถูกตัดสิทธิจริง และรัฐบาลนี้ยังปฏิเสธการปรองดองแห่งชาติ ยังยืนยันที่จะให้เกิด การละเมิดเช่นนั้นอยู่ต่อไป ท่านจะไปตอบคําถามในอาเซียนอย่างไร