คมเดช ไชยศิวามงคล พูดถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนและความสำคัญของการมีรูปแบบมาตรฐานในการจัดตั้งสมาคมอาเซียน และการแก้ไขปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อป้องกันการล้มละลายของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ สมาชิกรัฐสภา เนื่องจากมีการพิจารณาร่างเอกสารที่สําคัญ มีการลงนามหรือรับรอง ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผมได้ อ่านเนื้อหาสาระหลายประเด็นด้วยกันที่อยากฝากแนวคิด แล้วก็เปึนการตั้งข้อสังเกตไว้ เพราะว่าประเทศไทยเปึนประธานในที่ประชุม คงต้องมีรูปแบบเปึนมาตรฐานที่ชัดเจน ที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะการริเริ่มในการจัดตั้งสมาคมอาเซียนขึ้นมา ท่านครับ การประชุมทุกอย่าง การเจรจาทุกอย่าง ถ้าอยู่หน้ากล้องหรือไมค์จ่อปาก ยากที่จะสําเร็จ มันเปึนทางการเกินไป ผมได้ศึกษาการบริหารจัดการในระบบการใช้เวทีการประชุมของ ญี่ปุ์นเขา เขาจะคุยนอกรอบทั้งหมดเลย การคุยนอกรอบมันจะมีเนื้อหาสาระ แล้วมี รายละเอียดค่อนข้างมาก แล้วก็มีข้อสรุปที่ชัดเจน แล้วก็ใช้เวทีการประชุมเปึนที่สรุป มันไม่ใช่ใช้เวทีการประชุมเปึนที่เจรจา บางครั้งไปเถียงกันครับ ตรงนี้แนวทางการจัดการ การจัดระบบตรงนี้ ไม่ทราบว่าท่านดําเนินการไว้อย่างไรบ้าง เพราะว่าถ้าคิดว่าจะไปพูด ไปคุย ไปเจรจา หรือถกกันในที่ประชุม ผมคิดว่ามันจะไม่ประสบผลสําเร็จเท่าที่ควร เปอร์เซ็นต์ความสําเร็จมันน้อยมากตรงนี้ ตรงนี้เปึนประเด็นแรกที่อยากฝากเอาไว้
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านครับ เกี่ยวกับปัญหาของประเทศไทยเรา ซึ่งในด้าน เศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง ผมเคยอภิปรายไว้ว่าทุก ๆ ประเทศ มีทูตมาอยู่ประจําประเทศไทยเราทั้งหมด เราไม่สามารถที่จะป่ดบังสิ่งที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยได้ เราไม่สามารถที่จะเอามือไปบังฟัาได้ครับ สถานการณ์การเมือง เปึนอย่างไร สถานการณ์ความมั่นคงเปึนอย่างไร ชายแดนภาคใต้เปึนอย่างไร สังคม เปึนอย่างไร เขารู้หมดทุกอย่างครับ เพราะฉะนั้นในฐานะที่ประเทศไทยเปึนประธาน การจัดการประชุม ควรจะถือโอกาสนี้เปึนแม่แบบ อย่างการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเคยอภิปรายไว้ว่ามันมีจุดบอด จุดอ่อนมาก ถ้าให้ทหารกับตุลาการมาเล่น การเมือง มันจบแล้วครับ สภาพการเปึนประชาธิปไตย ตรงนี้คือจุดบอด จุดอ่อน ผมคิดว่า ก่อนการประชุม ทางรัฐบาลหรือทางคณะกรรมาธิการน่าจะเสนอแนะทางรัฐบาลให้ใช้ โอกาสนี้ เวทีนี้นําเสนอแนวทางในการแก้ไขกฎหมายให้อาเซียนหรือต่างประเทศรับรู้ว่า เราเปึนประเทศประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่แอบแฝงเผด็จการ ไม่ใช่วันดีคืนดี ๓ เหล่าทัพออกมาประกาศให้นายกรัฐมนตรีลาออก หรือยุบสภา นี่คือเหตุการณ์ที่ผ่านมา ช่วง ๒-๓ ป้ครับ ด้านสังคมมันไม่ควรจะมีเสื้อแดง เสื้อเหลืองขึ้นมา วัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทย เรานี่หลายร้อยหลายพันป้ สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดก็คือความสามัคคี อันนี้มันแตกแยก ขาดหายไป แต่เช็กเข้าไปเบื้องลึกก็ได้รับรู้ว่าศาลปกครองคุ้มครองสิ่งที่เกิดขึ้นใน ประเทศไทย คือ เอเอสทีวี (ASTV) ซึ่งเปึนจุดที่จุดประกายทั้งบวกทั้งลบในประเทศไทยเรา สังคมแตกแยกไป เศรษฐกิจครับท่านครับ หลังจากยึดสนามบินต้องยอมรับว่า การท่องเที่ยวเสียหายหนัก คนเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเรา ๑๘ ล้านคน เหลืออยู่ ครึ่งเดียว เงินหมุนเวียน ๓-๕ แสนล้านบาท หายไปครึ่งหนึ่ง ส่งออกติดลบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ กู้เงินกู้หนี้สาธารณะ ๑.๑ ๗,๖๐๐ ล้านบาท เงินกู้สาธารณะเพิ่มขึ้น จัดเก็บภาษีลดลงไป ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เกือบแสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าอีก ๒ ไตรมาสจะจัดเก็บ ภาษีไม่เข้าเปัาเกือบ ๓ แสนล้านบาท ตั้งงบประมาณป้ ๒๕๓๓ ขาดดุลถึง ๔๐๓,๐๐๐ ล้านบาท คาดว่าจะจัดเก็บได้ ๑.๕ แสนล้านบาท จัดไว้ ๑ ล้าน ๙ แสนล้านบาท นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นครับ เอ็นพีแอล (NPL) โผล่ ๔ แสนล้านบาท แรงงานซึ่งมีอยู่ใน ประเทศไทยประมาณ ๓๗ ล้านคน กลุ่มเงินเดือน กลุ่มอุตสาหกรรมประมาณ ๑๓ ล้านคน อยู่ในประกันสังคม ๙.๓ ล้านคน เกษตรกรประมาณ ๑๓ ล้านคน ข้าราชการประมาณ ๓ ล้านกว่าคน กลุ่มสุดท้ายก็คือ แรงงานอิสระ ๖-๘ ล้านคน คาดการณ์ว่าจะตกงาน ไม่ต่ํากว่า ๒.๕ แสนล้านคน นี่ครับผมอยากให้ใช้เวทีนี้ทําอย่างไรเราถึงจะได้ประโยชน์ จากการพยุงแรงงานตรงนี้ แรงงานที่ตกงานครับท่านครับ ที่เราคาดการณ์ไว้ ในประเทศไทยมีอยู่ ๘ หมื่นกว่าหมู่บ้าน บ้านละคนนี่ ๘๐,๐๐๐ คนแล้ว ๑๐ คน ๘ แสน ๒๐ คน ๑ ล้าน ๕ แสน ขึ้นไปครับ ทําอย่างไรเวทีอาเซียนของเรา ต่างประเทศท่านสมาชิก ถึงจะไม่ปลดคนงานอยู่ต่างประเทศ แล้วจะรับคนงานในประเทศของเราเข้าไป ตัวอย่างเช่น ของประเทศเกาหลีหรือประเทศอื่น ๆ เราควรจะใช้เวทีตรงนี้ให้ได้รับ ประโยชน์มากที่สุด เพราะฉะนั้นแนวทางการบริหารจัดการตรงนี้ครับท่านครับ ผมคิดว่า ในช่วง ๓ เดือนถึง ๖ เดือนข้างหน้า ปัญหาแรงงานมันจะมาก มันจะมากแล้วมันจะโยงใย ไปสู่ปัญหาหนี้สิน สู่ปัญหาการล้มละลายของภาคเกษตรกร คน ๑ ล้าน ๕ แสนคน ในประเทศ ต่างประเทศอีก ๓ แสนคน คนจบการศึกษาอีก ๗ แสนคน ถ้าเฉลี่ยแล้ว ท่านครับ ถ้าคนงานตกงานประมาณ ๒ ล้าน ๕ แสนคน กลุ่มนี้ถ้าเราแปลเปึนภาษาง่าย ๆ ว่าเปึนกลุ่มที่หาเงินกลุ่มหนึ่งที่ใช้เงินยังรออยู่บ้าน พ่อแม่ลูกหลานเขา เพราะฉะนั้น ความเดือดร้อนของคน ๒ ล้านถึง ๒ ล้าน ๕ แสนคน ต้องคูณ ๔ ครับ ความเดือดร้อน มันจะตกประมาณ ๑๐ ล้านคน ถ้าเราหยุดเรื่องตรงนี้ไม่ได้ ปัญหาจะลามและประเทศมี โอกาสล้มละลายในที่สุด ปัญหาตรงนี้จะโยงใยสู่ปัญหาหนี้สิน เกษตรกรมีภาระเกี่ยวกับ ธ.ก.ส. สหกรณ์มีใบเตือน โดยเฉพาะคาบเดือนมีนาคม เดือนกันยายน เดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม นี่จะถึงแล้วครับ แล้วการชําระหนี้ของเกษตรกรเปึนภาระปัญหาของ เกษตรกร เพราะว่าการติดตามทวงถามหนี้ จะไปชําระหนี้ทั้งเงินต้นทั้งดอกเบี้ย ใบเตือนถ้ามา ๓ ครั้งไม่ใช้ต้องเสียดอกเบี้ยปรับ ๓ ครั้งไม่ไปยื่นโนติส อีก ๓ ครั้ง ไม่ไปถูกฟัองยึดทรัพย์ ขายทอดตลาดแล้วก็ฟัองล้มละลาย นี่คือปัญหาที่มาจากแรงงานทั้งหมด ผลกระทบจะสูง และรุนแรงมากครับ โดยเฉพาะการส่งออกซึ่งติดลบไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรส่วนใหญ่ ไม่ว่าเรื่องราคาข้าว ราคามันสําปะหลัง ราคาอ้อย ราคาวัว ราคาข้าวโพด ปาล์มและ ยางพาราหรือภาคเกษตรกรทั้งหมดถ้าส่งออกไม่ได้ท่านประธานครับมันย้อน มันย้อนก็คือ ผลผลิตมันล้นตลาด พอล้นตลาดราคามันดําดิ่งลงไปทั้งหมด ตรงนี้จะเกิดสภาพซ้ําซ้อน จะเปึนปัญหาซ้ําซ้อนเกิดขึ้นในภาคแรงงาน ภาคหนี้สินและภาคเกษตร เพราะฉะนั้นเวทีนี้ ผมอยากให้ท่านคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะภาคแรงงาน ภาคการผลิต ภาคส่งออก เอสเอ็มอี (SME) นําวาระนําแนวทางที่เปึนประโยชน์เข้าสู่วาระให้ภาครัฐบาลได้ ดําเนินการประสานงานกับสมาชิกกลุ่มอาเซียน ทําอย่างไรประเทศไทยเราถึงจะได้ ประโยชน์มากที่สุดในโอกาสนี้ครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ