ฮอชาลี ม่าเหร็ม พูดถึงการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน และกรอบการเจรจาประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตรของอาเซียน โดยเฉพาะกรณีโรฮิงยา และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนและแถลงข้อเท็จจริงให้กับสื่อและชาวโลก เพื่อดูแลสถานภาพของชาวโรฮิงยาและผู้อพยพจากพม่า
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับจากรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนและกรอบการเจรจาประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตร ของอาเซียนนั้น กระผมสนใจและขออภิปรายให้ความเห็นในกรอบการเจรจายกร่าง ขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ดังนี้ครับ
ท่านประธานครับ นี่คือความก้าวหน้าประการหนึ่งที่จะทําให้สมาชิก สมาคมอาเซียน ๑๐ ประเทศ บรรลุความสําเร็จใน ๓ เสาหลัก ซึ่งเสาหลักแรกก็คือ ในเรื่องของด้านการเมืองและความมั่นคง เสาหลักที่สองก็คือ ในเรื่องของทางด้าน เศรษฐกิจ เสาหลักที่สามก็คือ ในเรื่องของวัฒนธรรม การที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณา วางกรอบในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนไปตามความต้องการของสมาชิกสมาคม อาเซียนที่จะให้บรรลุความสําเร็จในเรื่องของทางด้านการเมืองการปกครอง และก็ในเรื่อง ของสิทธิมนุษยชนนั้น ท่านประธานครับ ก็เปึน ๑ ในหลายข้อ เปึน ๑ ใน ๕๕ ข้อ ซึ่งอยู่ใน ข้อที่ ๑๔ ในกฎบัตรของอาเซียนที่สมาชิกสมาคมของอาเซียนนั้นจะต้องปฏิบัติตาม และ จะต้องยอมรับแล้วก็ลงนามพร้อม ๆ กัน นั่นก็คือการที่ให้มีองค์กรสิทธิมนุษยชนของ อาเซียนขึ้นมา และในวันนี้ทางสภาของเรานั้นก็ได้มีการพิจารณารับทราบความเห็นของ คณะกรรมาธิการที่ได้เสนอมานั้น ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมขอเรียนกับท่านประธาน ว่าในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนเรื่องที่มีความล่อแหลม แล้วก็เปึนเรื่องที่มีความไวต่อ ความรู้สึกของประชาคมโลก ซึ่งหลัก ๆ มีอยู่ ๓ เรื่อง ก็คือเรื่องของประชาธิปไตย แล้วก็ เรื่องของสิทธิมนุษยชน แล้วก็เรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ในเร็ว ๆ นี้ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ในประเทศไทยของเราเองนั้นก็มีเรื่องที่อยู่ในกระแสความสนใจของ ประชาคมชาวโลก ก็คือ เรื่องของการหลบภัยของผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราเรียก กันว่าพวกโรฮิงยา (Rohingya) ซึ่งปัญหาของโรฮิงยานั้นเปึนปัญหาที่ประชาคมทั่วโลกให้ ความสนใจ และก็กลายเปึนข่าวที่ตีแผ่ไปยังสื่อมวลชนในทุกแขนง และก็กลายเปึนว่าเรา ซึ่งเปึนประเทศที่อยู่ใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหากับโรฮิงยานั้น เราต้องมารับในปัญหาตรงนี้ และกลายเปึนว่าเราทําให้ถูกประชาคมโลกเข้าใจว่าละเมิด สิทธิมนุษยชน ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก เพราะว่า ชาวโรฮิงยานั้นก็เปึนชาติพันธุ์หนึ่ง เปึนประชากรกลุ่มหนึ่งซึ่งมีถิ่นที่อยู่ที่ได้รับการยอมรับ โดยถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ในประเทศซึ่งปกครองชาวโรฮิงยานั้น เขาไม่ยอมรับในสถานภาพของความเปึนพลเมือง ไม่ยอมรับสถานภาพของการมี การศึกษา ไม่ยอมรับสถานภาพในการทํางาน ไม่ยอมรับสถานภาพในการแต่งงาน และก็ ไม่ยอมรับในความเปึนพลเมืองของชาวโรฮิงยา และเกิดปัญหาในพื้นที่ที่อยู่ใน รัฐอาราข่านเปึนเวลาเนิ่นนาน ท่านประธานครับ ปัญหาตรงนี้นั้นได้ส่งผลกระทบต่อไม่ใช่ เฉพาะประเทศไทย ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งย่านภูมิภาคอาเซียน เพราะมีความจําเปึน ที่ชาวโรฮิงยาจะต้องหลบภัยจากการคุกคาม จากการทรมานจากประเทศที่ปกครองของ ชาวโรฮิงยานั้น มีผลกระทบต่อทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย ตลอดจน หลาย ๆ ประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้รับชาวโรฮิงยาเข้าไปอยู่ในการดูแลของแต่ละประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วนั้นในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้น ทางกรรมาธิการควรที่จะได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ ให้น้ําหนักให้ความสําคัญในเรื่องนี้ เพราะว่าเปึนเรื่องของการรับรองสิทธิ รับรองศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ แท้จริงแล้วนั้น ชาวโรฮิงยาจํานวนมาก ซึ่งมีประชากรจํานวนประมาณเกือบ ๒ ล้านคนในรัฐอาราข่านนั้น ก่อนหน้าที่มีรัฐบาลซึ่งมีการปกครองโดยระบบเผด็จการนั้น ก่อนหน้านั้นก็เคยมี ส.ส. ซึ่งเปึนตัวแทนของชาวโรฮิงยาอยู่ในรัฐสภาของประเทศเพื่อนบ้านของเรา เคยมีรัฐมนตรี ที่มาจากชาวโรฮิงยา แต่เมื่อสถานภาพของการเมืองเปลี่ยนแปลงไปก็ทําให้ชาวโรฮิงยา ก็เปลี่ยนสถานภาพไป กระผมเองมีประเด็นสั้น ๆ ที่อยากจะขอฝากไปยังทางกรรมาธิการ แล้วก็ฝากไปยังรัฐบาลเพื่อที่จะนําไปเปึนกรณีเปึนประเด็นในการที่จะถกร่วมกันระหว่าง สมาชิกสมาคมทั้ง ๑๐ ประเทศ ในเรื่องของสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ โรฮิงยา ดังนี้นะครับ
ประการแรก สถานภาพของชาวโรฮิงยา ซึ่งหลบภัยจากการคุกคาม จากการทรมานจากเมืองอาราข่านนั้น เมื่อเดินทางเข้ามาในขอบเขต ในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเปึนอาเซียน หรือเปึนประเทศซึ่งอยู่นอกประชาคมอาเซียนนั้น สถานภาพของเขาถูกชี้ว่าเปึนผู้ที่อพยพหลบภัย หรือเปึนผู้ซึ่งหลบหนีเปึนคนต่างด้าว หลบเข้าเมือง ตรงนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก เพราะถ้าหากว่าถูกชี้ให้เปึนคนที่ หลบหนีเข้าเมืองก็จะมีกฎหมายก็จะมีการปฏิบัติอีกด้านหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าถูกชี้ให้เปึน ผู้ซึ่งลี้ภัย เปึนผู้ซึ่งอพยพก็จะมีในเรื่องของการดูแล จะมีในเรื่องของ ยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR) เข้ามาเกี่ยวข้อง ตรงนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ดังนั้นองค์กร สิทธิมนุษยชนของอาเซียนนั้นจะต้องมีมาตรการ จะต้องมีหลักเกณฑ์ในการที่จะ ชี้ให้ชัดเจนว่าชาวโรฮิงยานั้นอยู่ในสถานภาพเปึนผู้ซึ่งหลบภัยเข้าเมืองหรือเปึนผู้ซึ่งอยู่ใน สถานภาพของผู้อพยพ นี่คือเปึนเรื่องที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าประเทศไทย เรานั้นไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการลี้ภัยใน ค.ศ. ๑๙๕๑ ก็ตาม แต่เราก็ยังมี ข้อผูกพันที่ว่าเราเปึนภาคีในอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน ซึ่งการที่จะส่งตัวผู้หลบภัย กลับไปประเทศบ้านเกิดเมืองนอนเดิมให้ถูกทรมานต่อไปนั้นถือว่าเปึนการละเมิดในการที่ เราเปึนภาคี ในการที่จะดูแลผู้อพยพด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่อยากจะขอฝากท่านกรรมาธิการก็คือว่า สิทธิในการผลักดันผู้ลี้ภัยนั้นเปึนสิทธิที่แต่ละประเทศจะพึงมีหรือเปล่านะครับ การที่เกิด เหตุชาวโรฮิงยาเข้ามาในน่านน้ําของไทยแล้วก็มีการผลักดันออกไปนั้น ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะมี มาในยุคนี้ แต่มีมาก่อนจากนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเปึนการอพยพเข้ามาทางบกหรือเปึน การอพยพเข้ามาทางน้ํา สิ่งเหล่านี้ได้เคยมีการปฏิบัติกันมา แต่เพียงแต่ว่ามันกลายเปึน ประเด็นที่สื่อให้ความเข้าใจ แล้วก็ชี้เปึนประเด็นว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านประธานครับ อเมริกาเองก็เคยมีการผลักดันผู้อพยพชาวเม็กซิกัน ออสเตรเลียเองก็เคยมี การผลักดันผู้อพยพชาวต่างชาติซึ่งเข้ามาในประเทศออสเตรเลีย หลายประเทศใช้สิทธิ ในการที่จะผลักดันผู้ซึ่งอพยพเข้ามา ผู้ซึ่งหลบภัยเข้ามา เพียงแต่ว่ามาตรฐานในการ ปฏิบัติต่อผู้ที่หลบภัยนั้นเรามีมาตรฐานแล้วก็มีมาตรการ แล้วก็มีความนุ่มนวล มีจริยธรรม มีความเปึนหลักสากลแค่ไหนในการปฏิบัติ ในกรณีที่มันเกิดขึ้นตรงนี้รัฐบาล จะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งให้ชัดเจนในการสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วก็ แถลงให้กับชาวโลก แถลงให้กับสื่อให้มีความชัดเจนว่ารัฐบาลแล้วก็ผู้ซึ่งปฏิบัติในด้าน ความมั่นคงนั้นมีการปฏิบัติต่อผู้หลบภัยชาวโรฮิงยาอย่างไร ก็จะทําให้เราสามารถที่จะไม่ ถูกตราหน้า ไม่ถูกบอกว่าเปึนผู้ซึ่งละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้ข้อเท็จจริงให้กับชาวโลก เรื่องนี้ ก็สามารถจะคลี่คลายไปได้
ท่านประธานครับ อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งผมอยากจะขอฝาก ในที่ประชุมตรงนี้ว่า การให้เหตุผลในการผลักดันชาวโรฮิงยานั้นเราจะต้องให้เหตุผล ที่ไม่สร้างความคลุมเครือ การให้เหตุผลโดยมองว่าชาวโรฮิงยามีส่วนในการก่อการร้าย ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ซึ่งออกมาแถลง ผู้ซึ่งให้ข่าวในลักษณะทํานองนี้ จะต้องมีข้อมูล จะต้องมีหลักฐาน จะต้องมีพยานที่ชัดเจนว่าชาวโรฮิงยาเข้ามามีส่วน ในการก่อการร้ายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เปึนการพูดเพื่อจะอ้างเหตุผล ในการผลักดัน แต่สิ่งที่รัฐบาลไทยจะต้องพึงปฏิบัตินั้น ก็คือให้เหตุผลว่า ณ ขณะนี้นั้น เรายังไม่มีความชัดเจนว่าทางสหประชาชาติ ทาง ยูเอ็นเอชซีอาร์ จะเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ ได้อย่างไร ถ้าหากว่าเรารับเขาเปึนผู้ที่ลี้ภัย เปึนผู้ที่อพยพ นั่นหมายความว่าเปึนภาระกับเรา งบประมาณในการดูแล งบประมาณในการที่จะให้ที่อยู่ที่กินก็จะเปึนเรื่องที่สามารถจะ สร้างเปึนภาระให้กับประเทศไทยเราได้
ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ อยากจะฝากกรรมาธิการไปถึงรัฐบาล แล้วก็ไปยังประเทศสมาชิกสมาคมในอาเซียนก็คือว่า ต้นตอหลักของปัญหาก็คือ การคุกคามแล้วก็การกดขี่ แล้วก็สถานภาพของชาวโรฮิงยาในประเทศที่เปึนต้นน้ํา ดังนั้นเมื่อเรามีการผ่านกรอบการเจรจาตรงนี้ แล้วก็รัฐบาลนําไปปฏิบัติ แล้วก็มีการ ลงนามว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียนนั้น อยากจะฝากท่านประธาน ไปถึงกรรมาธิการว่า อาเซียนนั้นจะต้องแสวงหาความร่วมมือ อย่างน้อยหลัก ๆ จาก ๒ องค์กร
องค์กรแรกก็คือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ หรือว่าข้าหลวงใหญ่ของผู้ลี้ภัยแห่ง สหประชาชาติ ซึ่งรับผิดชอบมีภารกิจในการดูแลผู้อพยพ จะต้องมาร่วมมือกับอาเซียน และจะต้องมาร่วมมือกันทั้งในงบประมาณ แล้วก็การชี้ถึงในสถานภาพของชาวโรฮิงยา ว่าเปึนผู้อพยพหรือเปึนผู้หลบหนีเข้าเมือง
องค์กรที่ ๒ ซึ่งอาเซียนจะต้องเข้าไปแสวงหาความร่วมมือด้วยนั่นก็คือ โอไอซี (OIC) หรือว่าประเทศสันนิบาตของโลกมุสลิม ซึ่งเปึนประเทศที่รวมประเทศในโลก อาหรับทั้งหมด ให้เขามาช่วยดูแลในตรงนี้ด้วย เพราะโดยสถานภาพของการเปึนศาสนา เดียวกัน สถานภาพของการมีจิตวิญญาณร่วมกัน ความเปึนพี่น้องร่วมกันนั้นประเทศ เหล่านี้ มีศักยภาพ มีความสามารถ มีทุนพอในการที่จะดูแลผู้อพยพ ซึ่งมาจากประเทศพม่า ดังนั้นอาเซียนจะต้องให้ความแสวงหาความร่วมมือจากองค์กรระหว่างประเทศหลัก ๆ ใน ๒ องค์กรนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะขอฝากเปึนประเด็นให้กับท่านประธานแล้วก็ผ่านไป ยังกรรมาธิการ แล้วก็ให้รัฐบาลได้นําไปปฏิบัตินะครับ ขอบคุณครับ