รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๓๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๑๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ขอปรึกษาก่อนนะครับ เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ได้ให้โอกาสมาหารือเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ อําเภอกู่แก้ว ซึ่งเป็นอําเภอที่แยกจาก อําเภอหนองหาน ความเดือดร้อนมากที่สุดขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านไหน เรื่องน้ําประปาครับ ท่านประธาน น้ําประปาเป็นเรื่องที่สําคัญของพี่น้องชาวอําเภอกู่แก้ว ขอฝากท่านประธาน ได้ช่วยประสานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้เจ้าหน้าที่ออกไป สํารวจออกแบบทําน้ําประปา จะแก้ปัญหาพี่น้องชาวอําเภอกู่แก้วทั้ง ๔ ตําบลได้มากที่สุดนะครับ เพราะว่าเป็นแหล่งน้ําหนองหานนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านประธาน ได้ช่วยประสานงานตรงนี้ให้ด้วย
ประเด็นต่อมานะครับ เป็นเรื่องถนนไร้ฝุ่นนี่ละครับท่านประธาน ผมเคยหารือ ที่สภานี้ตลอด ถนนจากบ้านจีตผ่านไปยังบ้านป่าก้าว อําเภอไชยวาน แล้วก็ผ่านไปยังบ้านคําค้อ อําเภอศรีธาตุ ทะลุไปยังบ้านคําบอน ไปอําเภอวังสามหมอ ถนนตรงนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ทางกระทรวงคมนาคมก็ยังไม่ได้เข้าไปดูแล แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่ออกไปสํารวจออกแบบเพื่อจะไป ก่อสร้างถนนตรงนี้ให้ไร้ฝุ่นจริง ๆ ตามนโยบายของรัฐบาล ขอฝากท่านประธานด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านธวัชชัย อนามพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่ให้โอกาสผม ๒ เรื่อง
เรื่องความเดือดร้อนของอาชีพอัญมณีและเครื่องประดับครับ อาชีพอัญมณี และเครื่องประดับทํารายได้เข้าประเทศปีหนึ่งเป็นแสน ๆ ล้านบาท อยู่ลําดับต้น ๆ ของการส่งออก ขณะนี้วัตถุดิบขาดแคลน คนไทยต้องไปซื้อพลอยที่เมืองมูตูเปส ประเทศโมซัมบิก ทวีปแอฟริกา มีคนไทยไปอยู่ประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ คน อยู่มา ๓-๔ ปีแล้วเขาถูกปล้น ถูกฆ่าแล้ว เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีคนไทยไป ๒๕ คน ไปลงที่สนามบินเมืองแซมบ้า เขาถูกกักตัวแล้วก็ส่งกลับบ้านอย่างน่าเสียดาย เสียโอกาส เสียเงิน เสียทอง ปัญหาก็คือไม่มีกงสุลดูแลคนไทยเลย มีกงสุลก็ที่เมืองหลวง ต้องนั่งเครื่องบินไป ๒ ชั่วโมง ขอท่านประธานได้เมตตาช่วยประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลด้วยเถอะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ประชาชนเขาร้องเรียนผมมาเรื่องค่าครองชีพสูง ข้าวของแพง ผัก หมู เนื้อ ไก่แพง โดยเฉพาะชุดนักเรียนครับ รัฐบาลชุดที่แล้วของท่านอภิสิทธิ์ให้ฟรี แล้วก็ถ้าจะซื้อเสริมชุดหนึ่งก็ ๒๐๐ กว่าบาท แต่รัฐบาลชุดนี้ ๓๔๐ บาท แพงทุกอย่าง กระเป๋า รองเท้าขึ้นราคาไปหมด และบางทีพ่อแม่ต้องเอาของไปจํานํา จนโรงรับจํานํา ไม่มีเงินจะให้ เพราะฉะนั้นขอท่านประธานได้โปรดเถอะครับ ช่วยเหลือคนจนบ้างเถอะครับ คนจนทุกวันนี้เขาลําบากมาก ไม่รู้จะไปร้องใคร ผมก็มาร้องท่านประธานนี่ละครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียน บอกกล่าวจากพี่น้อง อสม. ค่ะว่าปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับเงินเดือน ซึ่งทราบมาว่าทางรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้มีการโอนเงินไปให้ที่จังหวัดเรียบร้อยแล้ว แต่ผ่านมา ๓ เดือนค่ะ ยังไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนของ อสม. เลยค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแล้วก็จัดสรรในการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับ อสม. ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องผู้ทําการปลูกข้าวที่เข้าร่วมโครงการรับจํานํากับทางโครงการรับจํานํากับทางรัฐบาล เขาร้องเรียนมาว่าปัจจุบันนี้เกิดปัญหาก็คือขาดแคลนเรื่องเจ้าหน้าที่ที่จะต้องไปเซ็นรับรองที่จุด รับจํานํา ทําให้ยังไม่สามารถรับใบประทวนได้ อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือ อคส. ให้ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ไปเซ็นรับรองออกใบประทวนเพื่อพี่น้องประชาชน จะได้มีเงินนําไปใช้ในช่วงที่ลูกหลานกําลังเปิดเทอม แล้วก็เป็นหน้าที่กําลังจะต้องทํา การเกษตรลอท (Lot) ใหม่ค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานให้ช่วยเร่งรัดติดตามเรื่องนี้ด้วยค่ะ เพราะพี่น้องต้องการจะใช้เงินค่ะ
เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ก็คือพี่น้อง อปพร. เขาร้องเรียน กับดิฉันมาทราบข่าวมาว่าทางหน่วยงานรัฐบาลจะให้ค่าตอบแทน อปพร. แต่ว่าปัจจุบัน ยังไม่มีความคืบหน้า พี่น้องเขาก็เลยเป็นห่วงค่ะว่าสรุปแล้ว อปพร. ที่ทางกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยบอกว่าจะมีการให้ค่าตอบแทนแบบ อสม. สรุปแล้วพี่น้อง อปพร. ที่ทํางานหนักของประเทศเรา ของบ้านเมืองเราจะได้รับค่าตอบแทนนี้ด้วยหรือเปล่า ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกรมการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยให้ช่วยเร่งรัดดําเนินการตามที่ได้บอกพี่น้อง อปพร. ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือต่อท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกรผู้ทํานา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัยได้ร้องเรียนมากับผมว่าที่จังหวัดสุโขทัยเป็นจังหวัดซึ่งมีน้ําท่วมในต้น ๆ ก่อนจังหวัดอื่นมาทุกครั้ง พี่น้องเกษตรกรทํานาจึงจําเป็นที่จะต้องเร่งทํานาปรัง เขาเรียกว่า นาปรังในรอบที่ ๒ ก่อน แล้วก็ในช่วงนี้เขาได้ดําเนินการทํานาปรังกันแล้ว แต่ว่าไม่มีความมั่นใจ หรือว่าในโครงการของรัฐบาลที่จะเข้าสู่โครงการจํานําในรอบ ๒ นี้ จะให้กับในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งทํานารวมทั้งหมดประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เศษ พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อําเภอกงไกรลาศมีผู้ทํานาถึง ๓๙๙,๐๐๐ กว่าไร่ มากที่สุด เยอะ และไปที่ อําเภอบางระกําของจังหวัดพิษณุโลกก็เช่นกันนะครับ เพราะว่าในอําเภอกงไกรลาศแล้วก็ อําเภอบางระกําของจังหวัดพิษณุโลกก็เป็นอําเภอที่ถูกน้ําท่วมพร้อมกันเหมือนกัน เขามีความจําเป็นที่จะต้องทํานาก่อนในช่วงนี้นะครับ แต่ว่าในโครงการรับจํานํานั้นก็หมด ในการรับจํานําเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในรอบใหม่เกษตรกรก็ยังไม่มี ความมั่นใจว่าทางรัฐบาลจะได้ดําเนินการให้มีการจํานําในรอบนี้หรือเปล่า ก็อยากจะถาม ความชัดเจนต่อทางรัฐบาลว่าจะให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุโขทัย หรือจังหวัดพิษณุโลกที่ใกล้เคียงติดกันอย่างนี้ ได้เข้าโครงการรับจํานําได้ก่อนไหมครับ ข้าวนาปรังในช่วงนี้นะครับ ก็ฝากต่อท่านประธานถามไปทางรัฐบาล เพราะว่าในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัยมีผู้ทํานาทั้งหมด ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่เศษ รวมทั้ง ๘-๙ อําเภอ ขอบคุณครับ
เชิญท่านองอาจ วงษ์ประยูร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ อําเภอพระพุทธบาท อําเภอบ้านหมอ อําเภอหนองโดน อําเภอดอนพุทธ อําเภอเสาไห้ อําเภอมวกเหล็ก อําเภอแก่งคอย อําเภอวังม่วง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของ การที่พี่น้องเกษตรกรนํารถปิคอัพ (Pickup) รถอีโก่ง อีแต๋น นําพืชผลทางการเกษตรไปจํานํา นําไปขายยังตลาด ก็มีปัญหาที่จะต้องขึ้นมาบนถนนใหญ่ก็ต้องเจอกับด่านของตํารวจหลาย ๆ ด่าน ก็ขอความอนุเคราะห์ท่านที่เกี่ยวข้องให้ดูแลพี่น้องเกษตรกรที่นําพืชผลเกษตรไปจําหน่าย เพราะตามสภาพของการบรรทุก ตามสภาพของรถแล้วก็อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจอนุโลม ด้วยนะครับ เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรเป็นผู้มีพระคุณของแผ่นดิน พวกเราก็อยากจะให้ ท่านประธานช่วยกันโอบอุ้มพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ
เรื่องต่อไป ก็เป็นเรื่องร้องเรียนของกลุ่มผู้ขายนกปล่อย ตอนนี้ได้เดือดร้อนมาก เพราะโดนตํารวจจับกุม คุมขัง สืบเนื่องมาจากนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติในการอนุรักษ์ พันธุ์นกหายากนะครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจก็จับกุมทําให้กลุ่มผู้ค้าขายนกปล่อยขาดรายได้ ขาดอาชีพ สําหรับความเดือดร้อนนอกเหนือจากผู้ขายนกปล่อยแล้ว พี่น้องเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่เขาก็จะจับนกพวกนี้โดยใช้ตาข่ายที่จับนกที่มากินข้าวในนาของเขา โดยใช้ตาข่ายจับ เป็นฝูงใหญ่ ๆ จํานวนมาก ถ้ามีพ่อค้ามารับซื้อเขาก็จะจับนกเป็น ๆ นกก็จะรอดไปแต่ถ้าเกิด ไม่มีพ่อค้ามาซื้อนกไปปล่อย เขาก็จะปล่อยให้นกตากแดดตายไปเองคาตาข่ายนะครับ นโยบายนี้ ก็เท่ากับว่าไม่ได้เป็นการอนุรักษ์นกชนิดต่าง ๆ นะครับ เป็นการทําให้นกสูญพันธุ์เร็วขึ้น ก็อยากจะให้ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันทบทวนนโยบายนะครับ อย่างน้อยก็ให้กลุ่มอาชีพ ปล่อยนกที่ยากจนอยู่ได้ นกก็ไม่สูญพันธุ์เร็วครับท่านประธาน ถ้าไม่ดูแลเกรงว่าจะสูญพันธุ์ โดยเร็วทั้งนกทั้งคนครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี มีเรื่องปรึกษาหารือ กับท่านประธานสภา ๓-๔ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ความเดือดร้อนของชาวบ้านตําบลช่องสาริกา มีความเดือดร้อนต้องการ ถนนลาดยางที่จะเข้าทางเขตห้ามล่าสัตว์เขาเอราวัณ ตําบลช่องสาริกา อําเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ระยะทาง ๒.๕ กิโลเมตร ซึ่งมีรถผ่านมากมาย กับเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้เยอะ แล้วก็มีชาวบ้านอาศัยอยู่ข้างเคียงเยอะมาก แล้วก็มีความเดือดร้อน เพราะว่าเป็นทางลูกรังอยู่ สร้างมา ๓๐ กว่าปีแล้ว อยากให้ขอเป็นทางลาดยางเข้าสู่หมู่บ้านด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ทางสายบ้านท่าดินดํา บ้านหนองปลาไหล บ้านโพธิ์งาม บ้านทะเลวังวัด บ้านคลองลาน ระยะทาง ๖ กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นทางลูกรังมาตก ๓๐-๔๐ ปีแล้วยังไม่มี ทางลาดยางเข้า ชาวบ้านเดือดร้อน และมีประชาชนอาศัยอยู่จํานวนมาก อยากจะขอเป็น ทางลาดยางอีกเช่นกัน
เรื่องที่ ๓ ถนนสายบ้านเฝ้างาม หมู่บ้านเฝ้างาม ตําบลน้ําสุด และบ้านหนองมะดัน ตําบลห้วยขุนราม อําเภอพัฒนานิคม ระยะทาง ๕ กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง ก่อสร้างมา ๑๗ ปีแล้ว ชาวบ้านเดือดร้อนมาก เนื่องจากมีฝุ่นเข้าบ้านมาก ทั้ง ๓ สายนี้เป็นทางในเขตจังหวัดลพบุรี เราอยากจะให้ทางหลวงชนบทจังหวัดลพบุรีเข้ามาสํารวจออกแบบก่อสร้าง และของบประมาณ มาก่อสร้างถนนทั้ง ๓ เส้นนี้ด้วยครับ แล้วก็มีอีกช่วงหนึ่งคือ ถนนสาย ๒๒๕๖ มีทางแยก เข้าบ้านวังอ่าง ซึ่งเป็นทางสายที่รถจากภาคอีสานวิ่งเข้าสู่ภาคกลาง เป็นถนนที่มีคนใช้ มากที่สุด แล้วก็มีทางแยกเข้าหมู่บ้านวังอ่างนี่ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง อยากได้ไฟฟ้าแสงสว่าง เข้าไปในหมู่บ้านนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาครับ
เชิญคุณหมอเหวง โตจิราการ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องกราบเรียนท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก สืบเนื่องจากการที่ผมไปเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ ต่อต้านรัฐประหาร ต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดนะครับ พี่น้องมุสลิม ได้รวมตัวกันมาร้องเรียนต่อผม ก็คือว่าในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีการเรียกเก็บเงินค่าประกัน โควตาในการไปประกอบพิธีฮัจย์คนละ ๕๐,๐๐๐ บาทนะครับ ก็มีการเรียกเก็บไป ๒๐,๐๐๐ กว่าคนนะครับ รวมเป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ปรากฏว่าเงียบหายไปนะครับ แล้วก็รายละเอียดในการที่จะบริการในการไปประกอบพิธีฮัจย์นี่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้านะครับ ดังนั้นกราบเรียนท่านประธานได้ช่วยกรุณาตามเรื่องนี้ให้กับพี่น้องมุสลิมด้วยนะครับ จํานวนเงิน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่หายไปไหนครับ แล้วก็ใครได้รับประโยชน์นะครับ ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา เดี๋ยวสักครู่ผมจะนําเอกสารต่าง ๆ นี้ไปมอบให้ท่านประธาน
เรื่องต่อมา ก็คืออยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าขณะนี้ค่าโดยสาร ของรถมินิบัส (Minibus) เพิ่มจาก ๖.๕๐ บาท กลายเป็น ๘ บาท ซึ่งพี่น้องประชาชน เดือดร้อนมากนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าทําอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหาเดือดร้อนเรื่องนี้ได้หรือเปล่าครับ
เรื่องที่ ๓ ก็คือว่าเมื่อเช้านี้เองพี่น้องที่ปลูกมันสําปะหลังที่จังหวัดปราจีนบุรี ก็ได้ร้องเรียนผ่านผมมากราบเรียนท่านประธานนะครับว่าขณะนี้มันสําปะหลังจํานวนกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ที่จังหวัดปราจีนบุรีประสบปัญหานะครับว่าทําอย่างไรถึงจะมีลานมันสําปะหลัง หรือว่าทางที่ผู้รับซื้อมันสําปะหลังเขาสามารถที่จะรับซื้อในราคาประกันของรัฐบาลได้ เพราะในวันนี้ถ้าหากว่าขุดขึ้นมาแล้วก็จะมีปัญหาว่าไม่รู้จะเอาไปขายในราคารับจํานําได้ที่ไหน ดังนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ๓ เรื่อง และผมถือโอกาสนี้ในการที่จะมอบเอกสาร ซึ่งมีรายละเอียดเป็นชื่อคนทั้งสิ้นนะครับ ซึ่งผมไม่อยากจะให้เกิดความโกลาหลขึ้นในรัฐสภา ก็เลยต้องการที่จะกราบเรียนท่านประธานโดยตรง ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือมีราษฎรในเขตพื้นที่ของผมในหลายตําบล แล้วก็เทศบาล แจ้งมาว่าเรื่องการจ่ายเงินชดเชยบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ําท่วมมันมีปัญหา ปัญหาหลัก ๆ ก็คือ
๑. บางพื้นที่บ้านติดกันแต่ได้เงินไม่เท่ากันนะครับ บางบ้านได้ ๘,๐๐๐ บาท บางบ้านได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาททั้ง ๆ ที่อยู่ติดกันนะครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑ นะครับ
๒. บางหมู่บ้าน เช่นหมู่ ๓ ตําบลวัดไทรหายไปทั้งหมู่ไม่มีใครได้รับเงินก้อนนี้ เลยนะครับ ก็กําลังติดตามอยู่นะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ในพื้นที่ตําบลบ้านแก่ง บางหมู่บ้าน บ้านผู้เสียหาย ได้รับเงินชดเชยเพียง ๖๐๐ บาทเท่านั้น อยากฝากท่านประธานไปถึงทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องนี้โดยเร่งด่วนนะครับ เพราะว่าชาวบ้านเขาร้อนใจอยู่นะครับ
เรื่องที่ ๒ งบฟื้นฟูหลังน้ําท่วม ขอให้ท่านประธานแจ้งทางหน่วยงานให้กําชับ เรื่องการขุดลอกคลองต่าง ๆ ขอให้ดําเนินการให้อย่างเคร่งครัดตามมาตรฐาน ให้ขุดได้ตามที่ กําหนดไว้นะครับ เพราะมีข่าวว่าหลายพื้นที่นั้นขุดได้ไม่ตามมาตรฐานและดินก็ไม่รู้เอาไปทํา อะไรนะครับ อยากให้เอาดินทั้งหมดไปใช้ในที่สาธารณะให้เกิดประโยชน์นะครับ
และเรื่องสุดท้ายครับ ถนนตั้งแต่น้ําท่วมมาเมื่อเดือนธันวาคมนี่นะครับ จากหน้าโรงเรียนนวมินทร์ไปยังตําบลวัดไทรแล้วก็บ้านแก่ง ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับ การซ่อมแซมนะครับ วันนี้เปิดเทอมแล้วพี่น้องหลายคนก็ใช้มอเตอร์ไซค์ขับแล้วก็ไม่ได้รับ ความสะดวก อยากให้ท่านประธานฝากไปยังหน่วยงาน เช่นกระทรวงคมนาคมให้เร่งรัด ดําเนินการให้เสร็จโดยเร็วครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนันทนา ทิมสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องนะคะ
เรื่องแรกนั้น ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนใน ๒ ตําบลรวมทั้ง ผู้นําในหมู่บ้านด้วยเกี่ยวกับเรื่องศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ะ โดยตําบลแรกนะคะ คือตําบลห้วยสีเสียด อําเภอภูหลวง ซึ่งตําบลนี้ปัจจุบันมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอยู่ ๕ แห่ง แล้วก็มีเด็กอยู่ ๒๕๑ คน และอีกตําบลหนึ่งก็คือตําบลท่าช้างคล้อง ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์เด็กอยู่ ๘ ศูนย์ มีเด็กอยู่ ๓๓๐ คน ทั้ง ๒ ตําบลนี้ค่ะ ต้องการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ ๒ ตําบลนี้นะคะ ก็ได้ทําเรื่องของบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อสร้าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแล้วนะคะ แต่ว่ายังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณนะคะ ก็เพื่อให้การพัฒนา เด็กของเราได้มีมาตรฐาน แล้วก็ได้รับการส่งเสริมให้ถูกต้องก็เลยขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้ช่วยดูแลแล้วก็จัดสรรงบประมาณลงไปให้ องค์การบริหารส่วนตําบลห้วยสีเสียดและเทศบาลตําบลท่าช้างคล้องด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน บ้านนาล้อมค่ะ ตําบลโนนปอแดง อําเภอผาขาว เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้า ทั้งไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แล้วก็ไฟฟ้าที่บ้านเรือน เพราะว่าปัจจุบันนี้มีพี่น้องประชาชนได้ขยายหมู่บ้านออกไปรอบ ๆ เพราะว่าประชาชนปัจจุบันมีมากขึ้น มีการขยายครัวเรือนมากขึ้น แล้วก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ก็อยากจะให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ออกไปสํารวจเพื่อที่จะขยายเขตไฟฟ้าไปให้กับ พี่น้องประชาชนนะคะ
เรื่องที่ ๓ ค่ะท่านประธาน เรื่องโรงเรียนชุมชนหนองหินนะคะ ซึ่งยังไม่มี หอประชุมที่จะรองรับสําหรับการประชุมนักเรียนนะคะ ซึ่งในปัจจุบันนี้หอประชุมที่ใช้อยู่ จุนักเรียนได้ประมาณแค่ ๓๐๐ คนเท่านั้นนะคะ แต่ในปัจจุบันมีนักเรียนอยู่ถึงเกือบ ๖๐๐ คนแล้ว ซึ่งไม่เพียงพอกับการใช้งานก็อยากจะให้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ช่วยดูแลจัดสรรงบประมาณ เพื่อก่อสร้างหอประชุมโรงเรียนชุมชนหนองหิน อําเภอหนองหิน จังหวัดเลยด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณวัชระ เพชรทอง เรื่องไหนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงครับ ผมขออนุญาตท่านประธานไม่เกิน ๑ นาทีนะครับ ใช้สิทธิพาดพิงตามข้อ ๖๑ เมื่อสักครู่นายแพทย์เหวง ขออภัยเอ่ยนามนะครับ ได้กล่าวว่ารัฐบาลชุดที่แล้วได้เรียกเก็บเงินจากผู้แสวงบุญรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เป็น จํานวนเงินนับเป็นพันล้านบาท เงินตรงนี้นําไปใช้ตรงไหน อย่างไร ถ้าไม่ชี้แจงเสียตรงนี้เลย ผมคิดว่ารัฐบาลชุดที่แล้วจะได้รับความเสียหาย ผมเป็นรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้น ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ เงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ที่เก็บจากผู้แสวงบุญนั้น เป็นเงินหลักประกัน ค่าใช้จ่ายในการเข้าประเทศซาอุดิอาระเบีย และเป็นหลักประกันสําหรับค่าตั๋วเครื่องบิน ท่านประธานจะเห็นว่าในอดีตนั้นผู้แสวงบุญที่ไปนครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียนั้น บางครั้งไม่มีเครื่องบิน บางครั้งขากลับนี่เครื่องบินไม่ไปรับ แล้วก็มีการตกค้างเยอะ เพราะฉะนั้นปีที่แล้วนะครับ กระทรวงวัฒนธรรมในรัฐบาลที่ผมเป็นรัฐมนตรีอยู่นะครับ ก็ได้หารือเรื่องนี้กับจุฬาราชมนตรี แล้วก็ทุกส่วนที่มีความเกี่ยวข้องก็มีมติไว้ให้วางเงินประกัน ๕๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นท่านประธานจะเห็นว่าตั้งแต่ปีที่แล้วไม่มีการตกค้าง เครื่องบิน มารับตามปกติ และผู้ที่ไปแสวงบุญก็มีที่พักเรียบร้อย เป็นมติของรัฐบาลชุดที่แล้ว แล้วก็ไม่มี ปัญหาใด ๆ เลยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก นางประนอม แซ่โค้ว บ้านอยู่ซอยจัดสรร ๑ ถนนเลียบคลองภาษีเจริญ ฝั่งเหนือ ๒๔ เขตหนองแขม ร้องเรียนว่าทางสํานักงานเขตไม่มาลอกท่อระบายน้ํา ฝนตก เพียงเล็กน้อยน้ําก็ท่วมแล้ว ขอให้ กทม. โดยเฉพาะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สุขุมพันธุ์ บริพัตร สั่งการให้ผู้อํานวยการเขตหนองแขม ผู้อํานวยการเขตบางแค ภาษีเจริญและทุกเขต ในเขตกรุงเทพมหานครเร่งลอกท่อระบายน้ําในทุกซอย ทุกชุมชน ทุกหมู่บ้านเป็นการด่วน
เรื่องที่ ๒ ภริยากํานันเล็ก นาควัชระ ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ ร้องเรียนว่างบซ่อมแซมช่วยเหลือน้ําท่วม กรณีน้ําท่วมบ้านและซ่อมแซมบ้าน ๒๐,๐๐๐ บาท ยังไม่ได้รับจากทางรัฐบาล ขอให้รัฐบาลเร่งดําเนินการ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ทราบว่าจะมีการขึ้นค่าโดยสารรถไฟชั้น ๑ ชั้น ๒ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในภาวะข้าวราดแกงแพงเช่นนี้ ขอให้รัฐบาลได้หยุดดําเนินการ ดังกล่าว ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดําเนินการ
เรื่องที่ ๔ ชาวหนองแขมร้องเรียนว่าซอยเพชรเกษม ๗๗ ปรากฏว่ามีการเปิด การเล่นการพนัน ชิงโชค ปาเป้านานาชนิด ปรากฏว่าตํารวจบางนายรู้เห็นเป็นใจและมี การเล่นการพนันในสวนสาธารณะ ในเขตของกรุงเทพมหานคร ขอให้ผู้อํานวยการเขต ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร. และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติดําเนินการ
เรื่องที่ ๕ ท่านประธานที่เคารพ กรณีนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ผู้ต้องหา หมิ่นสถาบัน ซึ่งผมได้เข้าไปแจ้งความที่กองปราบปรามทราบว่ากําลังจะเดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักรเพื่อขึ้นเวทีในวันที่ ๑๙ นี้ ขอให้พลตํารวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ส่งตํารวจไปจับกุมดําเนินคดีเฉกเช่นคนไทยทั่วไป และขอให้ศาลยุติธรรมเรียกตัวไปในกรณี ที่เป็นผู้ต้องหาในการหมิ่นศาลยุติธรรม
สุดท้ายท่านประธานครับ หนังสือพิมพ์มติชน ได้ลงข่าวพาดพิงผม ผมได้ชี้แจง ไปแล้ว ปรากฏว่าหัวหน้าเวรข่าวไม่ลงข่าว ขอให้นายขวัญชัย บุญปาน ขอให้หัวหน้าข่าว มีจริยธรรมในการรายงานข่าว ท่านประธานครับ ส่วนเรื่องที่ท่านประธานพบผมเมื่อเช้านี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่กราบเรียนท่านประธานว่า เราพบกันหน้าห้องกาแฟนะครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่ได้เชิญผมไปพบที่ห้อง ท่านประธาน แต่ก็คุยกันอย่างฉันท์มิตร กราบเรียนท่านประธานว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ ได้ดําเนินการโดยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนทําหน้าที่อย่างเต็มกําลังความสามารถ ในการพิจารณาร่างงบประมาณของรัฐบาลด้วยมาตรฐานเดียวกับการพิจารณารัฐธรรมนูญ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านอํานวย คลังผา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจาก ในขณะนี้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงานของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ํา ในเรื่องของการสํารวจ ออกแบบในขณะนี้ความล่าช้าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมล่าช้า มากครับท่านประธาน อยากจะฝากท่านประธานให้เร่งรัดเจ้าหน้าที่โดยสํานักที่ ๒ จังหวัด สระบุรี ซึ่งในขณะนี้การสํารวจออกแบบของงบประมาณไม่เคยไปออกแบบเลย ก็อยากจะฝาก ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการในส่วนนี้ด้วยครับ เรื่องแรก
ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ในขณะนี้เด็กนักเรียนทุกโรงเรียนกําลัง เดือดร้อนมาก ซึ่งโรงเรียนเขามีจํากัดเด็กนักเรียนจํานวน ๕๐ คนนะครับ ซึ่งในขณะนี้ จํานวนเด็กนักเรียนจํานวนมากทั่วประเทศที่มีความต้องการเรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียงนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งทางกระทรวงศึกษาธิการให้ขยายห้องเรียน หรือจะเพิ่มจํานวนห้อง โดยเพิ่มจาก ๕๐ ห้อง เป็น ๕๕ ห้อง ผมเชื่อมั่นเหลือเกิน ถ้าหากว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้เพิ่ม ได้ขยายให้กับพี่น้องประชาชนก็จะทําให้เด็กมีโอกาสได้เรียนหนังสือมากขึ้น ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งกระทรวงศึกษาธิการให้เร่งแก้ไขเรื่องนี้ด่วน ซึ่งในขณะนี้ เด็กนักเรียนกําลังเข้าโรงเรียน กําลังเดือดร้อนมากครับ นี่เรื่องที่ ๒
เรื่องที่ ๓ ท่านประธาน ในขณะนี้จังหวัดลพบุรีครับท่านประธาน หากพูดไป ในขณะนี้ฝนแล้ง ก็อยากจะฝากถึงท่านประธานให้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสํารวจ ออกแบบขุดห้วย คลอง หนอง บึงนะครับ ในช่วงแล้งนี้อยากจะเร่งให้สํารวจมาก ๆ จะได้ เก็บน้ําไว้ช่วงฝนตก ในขณะนี้แล้งมากครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ เชิญท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๑ ฝายห้วยอีเลิศ ตําบลนาซํา พังเสียหายตั้งแต่หน้าฝนปีที่แล้วครับ ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปรับผิดชอบหรือซ่อมแซมให้พี่น้องเกษตรกร ของบซ่อมสร้าง เพราะเป็นแหล่งน้ําสําคัญในการทําการเพาะปลูกทําการเกษตร
เรื่องที่ ๒ ชาวบ้านภูผักไซ่ ตําบลหินฮาว อําเภอหล่มเก่า เดือดร้อนจาก ต้นทุนการเพาะปลูกพืชที่สูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนราคาน้ํามันที่สูงขึ้น และท่านประธาน ที่เคารพครับ ขณะนี้ทราบว่าโครงการไฟฟ้าเกษตรไม่มีแล้วนะครับ หากรัฐบาลจะยกเลิก ก็ควรจะหามาตรการอื่นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนในการเพาะปลูก
เรื่องที่ ๓ ครับ เกิดภัยพิบัติธรรมชาติ เกิดวาตภัยขึ้นที่ตําบลศิลา อําเภอหล่มเก่า พี่น้องประชาชนจํานวน ๓๐ ครัวเรือนจาก หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๔ และหมู่ที่ ๑๖ บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ขณะนี้องค์การบริหารส่วนตําบลศิลา ได้เข้าไป ให้ความช่วยเหลือ แต่เนื่องจากว่างบประมาณไม่เพียงพอ จึงขอกราบเรียนท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดสรรงบประมาณไปช่วยที่องค์การบริหารส่วนตําบลศิลา อําเภอหล่มเก่าครับ
เรื่องสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ต้องขอขอบคุณหน่วยพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ หน่วยที่ ๓๘ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ได้มีงบประมาณไปช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยทางสังคมนะครับ ได้นําเงินไปแจกพี่น้องประชาชนครัวเรือนละ ๑,๐๐๐ บาท ที่อําเภอหล่มเก่าและอําเภอหล่มสัก แต่มีข้อสังเกตอย่างนี้ครับท่านประธาน ในฐานะที่ผม เป็นผู้แทนราษฎร ผมมิได้มีเจตนาหรือไม่ได้มีการทักท้วงเพื่อคัดค้านการทํางานของหน่วยที่ ๓๘ จังหวัดเพชรบูรณ์แห่งนี้ เพียงแต่ว่ามีพี่น้องประชาชนและตัวกระผมเองมีข้อเคลือบแคลงสงสัย เกี่ยวกับพฤติกรรมเช่นนี้ดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธานครับ ๑. หลักเกณฑ์ในการกําหนด ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือบางตําบลได้หมู่บ้านละ ๑๐ คน บางตําบลได้หมู่บ้านละ ๒๐ คน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ ก็ไม่น่าจะมีสัดส่วนอย่างชัดเจนขนาดนี้ แต่ควรจะ พิจารณาจากข้อเท็จจริง ความเดือดร้อนจริงของพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน
สุดท้ายครับ ข้อสังเกตข้อสุดท้าย ก็คือมีการปล่อยข่าวจากคณะผู้ที่ไปแจกเงินว่า เป็นงบจากอดีต ส.ส. ท่านหนึ่ง จากพรรคการเมืองพรรคการเมืองหนึ่ง ขอจากรัฐมนตรีมาแจก ให้พี่น้องประชาชน และที่สําคัญนั้น อดีต ส.ส. จากพรรคการเมืองที่ว่านี้มาแจกเงินจริงครับ ท่านประธานครับ อย่าให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพราะว่าเงินที่นํามาให้ เงินที่นํามาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนเป็นเงินที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน เป็นเงินที่มาจากหลวงครับ อย่าให้นักการเมืองมาฉวยผลประโยชน์จากภาษีของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ขอบพระคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกํากับดูแลสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณเตาเผาศพ ไร้กลิ่น สืบเนื่องจากข้อหารือในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป) ในวันพุธที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ดิฉันขอให้สนับสนุนงบประมาณ เตาเผาศพไร้กลิ่น ที่วัดสว่างภูมิดล ตําบลสว่างแดนดิน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพราะว่าแต่ก่อนนี้อาจจะเป็นวัดท้าย ๆ หมู่บ้านค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ แต่ปัจจุบันนี้ เป็นวัดที่อยู่ในเขตเทศบาล เวลาเผาศพแต่ละครั้ง ๆ นั้น แออัดยัดเยียดไปด้วยบ้านเรือน พี่น้องประชาชนและพี่น้องประชาชนจะได้กลิ่นมากขนาดไหนนะคะ เป็นที่อเนจอนาถใจ อย่างยิ่งซึ่งวัดสว่างภูมิดลนี้อยู่ในกลางตําบลสว่างแดนดินเลย ดิฉันขอมาหลายครั้งและได้ ติดตามเรื่องราวก็บอกว่าประชุมก่อนหน้านี้แล้วจึงไม่ได้รับเงินสนับสนุนตรงนี้ ซึ่งเตาเผาศพ ไร้กลิ่น ไร้ควันนี้ค่ะ ท่านประธานคะ แค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทแค่นั้นเอง ดิฉันจึงร้องขอผ่าน ท่านประธานว่าร้องขอเถอะค่ะ เพราะว่าในปัจจุบันนี้ถ้ายังไม่ได้เตาเผาศพไร้กลิ่น ไร้ควัน คนเป็น ๆ ที่นับถือพุทธศาสนา จะจินตนาการสวรรค์ได้อย่างคลางแคลงใจในตําบลสว่างแดนดิน เพราะว่ากลิ่นแรงมาก
เรื่องที่ ๒ ค่ะ ท่านประธานคะ ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อการก่อสร้าง สวนสาธารณะชุมชน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสิทธิพงษ์ พงศ์สิทธิศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนน หมู่ที่ ๒ ตําบลพันนา อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงความต้องการ สวนสาธารณะชุมชน เพราะมีที่ดินประมาณ ๘ ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของธรณีสงฆ์ และสวยงาม มากค่ะ ท่านประธานคะ เป็นเกาะกลางลําน้ํายามนะคะ แล้วก็มีความต้องการมาก และเกี่ยวพันไปถึง ๕ หมู่บ้านด้วยกันค่ะ มีบ้านโมน หมู่ที่ ๒ ซึ่ง นายสิทธิพงษ์ พงศ์สิทธิศักดิ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านเมืองทอง หมู่ที่ ๑๑ นายวิเศษ จําปาอ่อน บ้านแย้ หมู่ที่ ๔ นายฐิติ คําสะอาด บ้านถ่อน หมู่ที่ ๓ นายอุดม วรพาส บ้านงิ้ว นายประพันธ์ ทุมประดิษฐ์ ๕ ผู้ใหญ่บ้าน มีความต้องการมากเพื่อพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
เชิญท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อยู่ไหมครับ ไม่ใช่ท่านวิรัตน์ไม่ใช่นะครับ
ผมขออนุญาตแทนครับท่านประธาน
เดี๋ยวครับ รอคิวนิดหนึ่ง ท่านนั่งลงก่อนครับ มีคิวท่านอื่นอยู่ ท่านนั่งลงก่อนครับ
ได้ครับ
เชิญท่านศุภชัย ศรีหล้า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในเขตอําเภอตาลสุม กรณีการสัญจร ไปมาระหว่างบ้านดอนโด่ ตําบลจิกเทิง ไปยังบ้านห้วยดู่ ตําบลคําหว้า มีพี่น้องประชาชน ใช้สัญจรในเส้นทางนี้จํานวนมาก ปัญหามีอยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือเรื่องของถนน ถนนที่เชื่อมโยงระหว่าง ๒ หมู่บ้านนี้ ในสภาพ ปัจจุบันยังเป็นทางเกวียนอยู่เลยครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่มีพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา จํานวนมาก ในขณะเดียวกันก็มีลําห้วยพาดผ่านสะพานข้ามจากทั้ง ๒ หมู่บ้านเชื่อมโยงกัน ยังเป็นสะพานไม้และอยู่ในสภาพชํารุดทรุดโทรมมาก ผมไปดูด้วยตาตัวเองแล้ว เห็นแล้ว อนาถใจว่ายังมีสภาพอย่างนี้อยู่ด้วยหรือในประเทศของเรา จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ที่กําลัง จะเข้าสู่สภาของเราได้พิจารณาปัญหาของพี่น้องประชาชน มีนักเรียนข้ามจากบ้านห้วยดู่ มาเรียนที่โรงเรียนมัธยม คือโรงเรียนเซียนแก้วในฝั่งนี้ อีกฝั่งหนึ่งจํานวนมากครับ การเดินทางลําบากจริง ๆ ก็ขออนุญาตกราบเรียนไปเบื้องต้น
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ สภาพปัจจุบันมีพี่น้องที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง ของกระผมร้องเรียนมาเป็นจํานวนมาก นั่นคือสภาพเรื่องของสินค้าราคาแพง ชุดนักเรียน ก็แพง การเดินทางไปเรียนหนังสือ ค่าเดินทางก็แพง ค่าโดยสารแพง มาที่โรงเรียนอาหาร ในโรงเรียนก็แพง หรือจะมาเรียนเพิ่มเติม มาเรียนพิเศษในวันเสาร์ วันอาทิตย์ ค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้นเป็นจํานวนมาก กรณีอย่างนี้พี่น้องประชาชนฝากกราบเรียนผ่านกระผมมายัง ท่านประธานไปยังทางรัฐบาลว่า กรณีของการได้รับเงินสนับสนุนเรื่องค่าอุปกรณ์การเรียนก็ดี เรื่องชุดนักเรียนก็ดี ซึ่งเริ่มต้นในสมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปีการศึกษานี้ถ้าเผื่อว่าทางรัฐบาลจะพิจารณาปรับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้เหมาะสม กับสภาวการณ์ก็จะเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องกรณีของงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาพี่น้อง ที่เดือดร้อนจากภัยน้ําท่วม มีหลายพื้นที่ที่น้ําไม่ท่วมในจังหวัดอุบลราชธานีนะครับ ท่านประธาน แต่ปรากฏว่าได้รับเงินสนับสนุนฟื้นฟูกรณีพิเศษ ข้อกังวลใจของกระผมเกรงว่า จะไม่เป็นธรรมสําหรับพี่น้องที่มีปัญหาเรื่องน้ําท่วม น้ําไม่ท่วมได้รับงบประมาณ แต่น้ําท่วม ไม่ได้รับงบประมาณ จึงฝากกราบเรียนข้อสังเกตนี้ไปยังรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องถนนเชื่อมระหว่างจังหวัด เส้นทางอําเภอมัญจาคีรี ถึงบ้านทุ่ม จังหวัดขอนแก่น ทางหลวงหมายเลข ๒๐๖๒ แล้วก็เส้นทางอําเภอบ้านไผ่ อําเภอชนบท อําเภอมัญจาคีรี อําเภอแก้งคร้อ ทางหลวงหมายเลข ๒๒๙ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีประชาชน เดินทางจํานวนมาก แล้วก็รถยนต์เพิ่มขึ้นทุกวัน ประกอบกับในช่วงเทศกาลมีพี่น้องเดินทาง จากกรุงเทพมหานครไปต่างจังหวัด แล้วก็เดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเส้นทางดังกล่าวนั้น เป็นเส้นทางเลือกที่พี่น้องนิยมเดินทางจากจังหวัดต่าง ๆ เข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่ออํานวย ความสะดวก จึงขอหารือท่านประธานเพื่อที่จะเพิ่มหรือขยายถนนจาก ๒ เลน เป็น ๔ เลน
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับเรื่อง ของน้ํา ซึ่งปัจจุบันพี่น้องประชาชนนั้นไม่มีน้ําประปาใช้ มีอยู่ด้วยกัน ๔ โครงการ
โครงการที่ ๑ โครงการบ้านหนองหญ้าข้าวนก บ้านดอนยูง หมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๑๐ ตําบลกุดเค้า อําเภอมัญจาคีรี
และโครงการที่ ๒ โครงการบ้านหนองโน บ้านหนองขาม หมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๑๑ ตําบลกุดเค้าเช่นกัน อําเภอมัญจาคีรี
โครงการที่ ๓ โครงการบ้านโสกน้ําขุ่น หมู่ที่ ๑๑ ตําบลนางาม อําเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นน้ําประปาผิวดิน
และอีกโครงการหนึ่งเป็นน้ําประปาบาดาล โครงการน้ําประปาโรงเรียน บ้านเสาเล้าหินแตก หมู่ที่ ๑๗ แล้วก็บ้านเสาเล้า หมู่ที่ ๙ ตําบลนางาม อําเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น จึงขอหารือท่านประธานเพื่อที่จะไปดําเนินการในการก่อสร้างน้ําประปา ทั้งผิวดินและบาดาลให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านรังสิมา รอดรัศมี
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดํา และปูทะเล ตําบลยี่สาร ตอนนี้อากาศร้อนมาก กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดําได้รับผลกระทบ เพราะว่าน้ํามันร้อน กุ้งจะตาย หมดเลย แทบจะทุกบ่อเลย เพราะว่าน้ํามันร้อนมาก เพราะฉะนั้นเกษตรกรก็ขอความช่วยเหลือว่า ให้ทางหน่วยงานของรัฐช่วยสนับสนุนพันธุ์กุ้งกุลาดํา แล้วก็ปูทะเล เพราะว่าแต่ละบ่อ ใช้งบประมาณหลายหมื่นบาท แล้วก็ได้รับผลกระทบจากน้ําที่อากาศร้อนจัดนะคะ
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือโครงการร้านถูกทั้งแผ่นดินที่ทางรัฐบาลมีโครงการ ไปตามจังหวัดต่าง ๆ ประชาชนก็ร้องเรียนมาว่า ถูกนี่ มันไม่ถูกจริง เพราะว่าอย่างเช่นราคา น้ําตาลทราย ในร้านค้าขายกิโลกรัมละ ๒๓ บาท แต่ไปร้านค้าถูกทั้งแผ่นดินของโครงการ ของรัฐบาลนี่กลายเป็นกิโลกรัมละ ๒๔ บาท และต้องเสียค่าน้ํามันรถที่มาซื้อสินค้าไม่คุ้ม เพราะฉะนั้นโครงการนี้ประชาชนไม่ค่อยได้ไปรับบริการเท่าไร เพราะว่ามาซื้อเพียงแค่อย่าง ๒ อย่าง ค่าน้ํามันมันแพงกว่าแล้วสินค้าก็ไม่ได้ถูกจริง เพราะฉะนั้นคนที่ได้ประโยชน์จริง ๆ ก็คือพ่อค้าคนกลางที่ขายของโชห่วยที่มีเงินเพียงพอที่จะมาซื้อของอันนี้กักตุนไว้
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงหอยแครง คือตอนนี้มีคนเลี้ยง หอยแครงเยอะ แต่พื้นที่ไม่เพียงพอ ทางประมงก็ให้จับจองพื้นที่กัน แล้วก็มีเกษตรกรไปจอง พื้นที่ พอจองแล้วมันไม่มีเป็นที่สาธารณะ ทําให้เต็มพื้นที่สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกร ที่หาเช้ากินค่ําที่ไม่มีพื้นที่เป็นแปลงของตัวเอง เพราะฉะนั้นก็ให้ทางหน่วยงานไปแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับอําเภอปากช่องนั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีสถานที่ราชการมาก และมีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ประชากรของอําเภอปากช่องนั้นอยู่กันอย่างหนาแน่น อําเภอปากช่อง เป็นเมืองหน้าด่าน มีถนนสายทางหลวงชนบท หมายเลขที่ ๒ หรือถนนมิตรภาพเดิม รถวิ่ง ด้วยความเร็วสูง การจราจรคับคั่ง ทําให้เกิดปัญหาตําบลพญาเย็น ตําบลกลางดง อําเภอปากช่อง และตําบลหนองสาหร่าย บริเวณหน้าค่ายทหารวอร์ ด๊อก (War dog) พี่น้องประชาชนข้ามถนน จากฝั่งหนึ่งไปฝั่งหนึ่งไม่ได้ ก็เนื่องจากว่ารถวิ่งด้วยความเร็วสูง ดังนั้นพี่น้องชาวตําบลพญาเย็น ตําบลกลางดง ตําบลหนองสาหร่าย บริเวณหน้าค่ายทหารวอร์ ด๊อก จึงเรียนมาเพื่อให้ ท่านประธานนั้นฝากเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อขอทํายูเทิร์น (U-turn) เป็นสะพาน กลับรถบริเวณตําบลพญาเย็น ตําบลกลางดงและตําบลหนองสาหร่ายหน้าค่ายวอร์ ด๊อก ท่านประธานครับ ถนนเส้นดังกล่าวได้ตัดผ่านเทศบาลเมืองปากช่องทําให้เทศบาลเมืองปากช่องนั้น เวลาที่จะข้ามสะพานต่างระดับไปมรดกโลกเขาใหญ่หรือตําบลหนองน้ําแดง ตําบลหมูสี บนสะพานต่างระดับไม่มีไฟ มีแต่เสา ไม่มีไฟ มีไฟแต่ก็ไฟน้อย ไฟส่องสว่างมีน้อยมาก จึงเรียนมาให้ท่านประธานนั้นฝากไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะทางหลวงแผ่นดิน ที่รับผิดชอบอยู่ให้ไปแก้ไขสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องชาวอําเภอปากช่องด้วย
และอีกที่หนึ่งครับ ท่านประธานครับ บริเวณสี่แยกบ่อทอง บ้านคลองยาง ตําบลหนองสาหร่าย ได้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พี่น้องชาวตําบลบ่อทอง บ้านคลองยาง ตําบล หนองสาหร่ายต้องการสะพานต่างระดับ จึงเรียนมาให้ท่านประธานนั้น ได้โปรดผ่านเรื่องนี้ ไปให้กับกระทรวงคมนาคมให้รีบมาแก้ไขเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ชีวิตทรัพย์สินของพี่น้อง ชาวอําเภอปากช่องได้รับความสะดวกและปลอดภัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านชนินทร์ รุ่งแสง อยู่ไหมครับ ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ เชิญครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาของประชาชนผู้ใช้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport link) สถานีลาดกระบังค่ะ ท่านประธานคะ ปัญหาในสถานีนั้นมีหลายปัญหาด้วยกันค่ะ และปัญหาหนึ่งที่ดิฉันได้เคยหารือต่อสภาแห่งนี้ นั่นก็คือความไม่เพียงพอของพื้นที่การให้บริการ ที่จอดรถ ณ สถานีลาดกระบัง ซึ่งขณะนี้ประชาชนที่นํารถส่วนตัวมาจอดเพื่อที่จะต่อรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต ลิงค์ จะต้องจอดรถในพื้นที่ที่กําหนดไว้ และผู้ที่มาช้าจะต้องจอดข้างถนน ซึ่งทําให้สร้างความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ดังนั้นดิฉันได้หารือต่อสภาแห่งนี้ที่ผ่านมา ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ได้อนุญาตให้เอกชนยื่นซองในการที่จะขอสิทธิเข้ามาบริหารสถานที่จอดรถของสถานีรถไฟ ลาดกระบัง ดิฉันเกรงว่าเมื่อมีเอกชนเข้ามาบริหารงานแล้ว นั่นก็จะเป็นเหตุผลให้ประชาชน จะต้องจ่ายค่าบริการที่จอดรถเพื่อที่จะมาใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงค์ค่ะ ในส่วนถ้าจะมี การคิดค่าจอดรถนั้นดิฉันไม่เป็นปัญหา แต่จะขอประสานว่าขอให้เป็นราคาที่เหมาะสม และจะต้องมีพื้นที่ที่พอเพียงกับผู้ที่มาใช้บริการอย่างจริงจัง มิฉะนั้นแล้วปัญหาเดิมก็ยัง จะเกิดขึ้นอยู่ รวมถึงอยากที่จะให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัย บริเวณสถานที่จอดรถด้วย เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ดิฉันจึงขอประสานไปยังกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทยได้โปรดพิจารณาเรื่องนี้ให้เหมาะสมต่อไปด้วย
อีกปัญหาหนึ่ง ที่ดิฉันได้เคยหารือต่อสภาแห่งนี้แล้ว นั่นก็คือไฟฟ้าส่องสว่าง บริเวณสถานีรถไฟลานบุญ เขตลาดกระบังค่ะ เรื่องนี้ดิฉันได้เคยหารือมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ในโอกาสนี้ดิฉันก็ขอประสานไปยังกระทรวงคมนาคม การรถไฟ แห่งประเทศไทยได้โปรดเข้าแก้ปัญหาให้กับประชาชนด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือ
เรื่องแรก ก็คือถึงกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง ของบประมาณ ในการก่อสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งแม่น้ําปะเหลียนที่บ้านใต้ ตําบลทุ่งกระบือ อําเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
เรื่องหารือที่ ๒ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คืองบประมาณในการก่อสร้างเมรุเผาศพปลอดมลพิษนะครับ ที่วัดนิกรรังสฤษฎ์ อําเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
เรื่องที่ ๒ ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชอนุญาตในการปักเสา พาดสายขยายเขตไฟฟ้าให้กับชุมชนทุ่งหญ้าคา ตําบลเกาะลิบง อําเภอกันตัง จังหวัดตรัง
เรื่องที่ ๓ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขออนุญาตก็คือขณะนี้ พื้นที่พร้อมสําหรับการก่อสร้างกีฬาตําบล ของบในการก่อสร้างสนามกีฬาตําบลของตําบลทุ่งค่าย อําเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง สนามกีฬาระดับตําบลของเทศบาลควนกุน อําเภอสิเกา จังหวัดตรัง และของบประมาณในการปรับปรุงสนามกีฬาของเทศบาลเมืองกันตัง จังหวัดตรังนะครับ
ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๔ ถึงท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก ขณะนี้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศประสบปัญหาสินค้าราคาแพง ในขณะเดียวกันสินค้า เกษตรตกต่ําอย่างรุนแรง ยกตัวอย่างก็คือปัญหาเรื่องยางพารา ในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๑๘๐ บาทต่อกิโลกรัม วันนี้ราคายางพาราอยู่ประมาณ ๑๐๐ บาทนั้นเอง ขอให้ ท่านประธานได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ของแพงมากครับ ขอบคุณครับ
ท่านมนพร เจริญศรี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือ ต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับคําร้องจากพี่น้องราษฎร บ้านฮ่อม หมู่ที่ ๑๑ ตําบลอาจสามารถ อําเภอเมือง จังหวัดนครพนม สืบเนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าวมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําโขง แห่งที่ ๓ นครพนม-คําม่วน แต่ขณะนี้สะพานได้มีการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ปรากฏว่ามีพื้นที่เป็นจํานวนมากที่ทางราชการได้กันพื้นที่ดังกล่าวนี้เพื่อที่จะทําการก่อสร้าง โครงการสืบเนื่อง ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวได้เป็นพื้นที่ที่ถูกทับซ้อนจากราษฎรที่ครอบครองสิทธิ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ขณะนี้องค์การบริหารส่วนตําบลอาจสามารถได้ออกประชาคม ประชาพิจารณ์ ว่าพื้นที่ดังกล่าวประชาชนพร้อมที่จะเพิกถอนสิทธิดังกล่าวออกไปเพื่อทางราชการจะได้มี โครงการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างสินค้าโอทอป (OTOP) หรือว่าแหล่งที่พักผู้โดยสารข้างทางก็ทําให้พี่น้องประชาชนที่มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเดือดร้อน ซึ่งดิฉันต้องขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าโครงการใด ๆ ก็ตามที่จะมีหลักการในการทํา ประชาคม ประชาพิจารณ์ ท้ายที่สุดก็จะเป็นเพียงแค่หลักการ แต่ความเดือดร้อนเหล่านั้น ก็จะต้องไปตกอยู่กับพี่น้องประชาชนซึ่งขณะนี้ทราบว่าทางกรมที่ดิน เจ้าหน้าที่ที่ดิน และในส่วน ของจังหวัดได้มีการประเมินพื้นที่ความเสียหาย แล้วก็ได้แจ้งให้ราษฎรว่าพวกท่านทั้งหลาย ก็จะต้องเร่งรัดที่จะหาที่อยู่ใหม่ ถึงอย่างไรก็ตามประชาชนทั้งหมดก็จะต้องย้ายออกไป ขณะนี้ประชาชนอกสั่นขวัญแฝงว่าท้ายที่สุดถ้าประชาชนจะไม่ยอมย้ายออกไปก็จะเกิดกรณี การมีม็อบ (Mob) คือเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ดิฉันขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยค่ะ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการเตรียมการในการรับจํานําข้าวนาปรัง ขณะนี้พื้นที่ ราษฎรในเขตเลือกตั้งของดิฉันได้เริ่มที่จะทํานาปรัง ดิฉันก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ออก มาตรการเตรียมการในการที่จะออกมาตรการว่าโครงการรับจํานําข้าวนาปรังนั้น จะมีจุด รับจํานําที่ไหนบ้าง แล้วก็ออกประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงค่ะ เนื่องจากจุดรับจํานําที่ผ่านมาดังกล่าว ได้เกิดปัญหาให้พี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๓ พี่น้องประชาชนของดิฉันได้ไปซื้อสินค้าสะดวกซื้อ แล้วก็ของถูก ทั้งแผ่นดิน ปรากฏว่าสินค้าทั้งหลายรายการถูกกว่าจริง ๆ ค่ะ แล้วก็รัฐบาลก็ได้สนองตอบ ต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที ขอขอบคุณค่ะ
ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ตําบลนางบวช ตําบลยางนอน และตําบลใกล้เคียง เขาต้องการแยกไฟแดง เนื่องจากบริเวณ ดังกล่าวยังไม่มีแยกไฟแดง โดยขณะที่ประชาชนจะเดินทางมาถนนสาย ๓๔๐ นั้น ต้องไปอ้อม ต้องไปรอที่ข้ามห่างไกลจากจุดที่ต้องข้ามนั้นประมาณเป็นกิโลเมตร กิโลเมตร เพราะฉะนั้น จุดตรงนี้ประชาชนต้องการที่อยากได้แยกยางนอนให้มีไฟแดง ไฟเหลือง ไฟเขียวครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ตําบลหนองมะค่าโมง อําเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าเขาต้องการคลองส่งน้ํา ที่มาจากเขื่อนกระเสียว เนื่องจากบริเวณดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ ยังไม่มีคลองส่งน้ํา คลองส่งน้ําอยู่ใกล้กัน แต่บริเวณดังกล่าวนั้นไม่มีคลอง นาก็อยู่ใกล้เขื่อนแต่ไม่มีน้ําทํานา โดยเฉพาะประชาชนอยู่ที่บ้านสระบัวก่ํานั้นต้องการน้ําอย่างมาก จึงฝากท่านประธาน เพื่อที่จะได้ให้ทางกรมชลประทานนั้นขุดคลองส่งน้ําด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้สังเกตว่าขณะนี้มีประชาชนนั้น ไม่ค่อยปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังเกตเวลาขับรถจอดติดไฟแดง ประชาชน ไม่คาดเข็มขัด ประชาชนขับรถนั้นใช้โทรศัพท์อยู่ตลอด แล้วก็อีกอย่างหนึ่งจักรยานยนต์นั้น เวลาขับอยู่บนท้องถนนไม่สวมหมวกกันน็อค (Knock) จึงร้องเรียนผ่านไปยังท่านประธานว่า ขณะนี้เข็มขัดก็ไม่แพง โทรศัพท์ก็ถูก แล้วก็หมวกกันน็อคราคาก็ไม่แพง เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานให้ประชาชนซื้อใส่กันด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมประชาชนทั่วประเทศนะครับ ได้ไปที่จังหวัดศรีสะเกษ ไปเจอประชาชน นําโดยนายสวัสดิ์ บุญธรรม แล้วราษฎรอีก ๓๖ คน ความเป็นอย่างนี้นะครับ ราษฎรเหล่านี้ได้รับผลกระทบกระเทือนจากการสร้างฝายน้ําล้นที่ราษีไศล แล้วได้ไป ร้องเรียนที่ฝ่ายจัดหาที่ดิน ๘ สํานักชลประทานที่ ๘ ถูกต้องนะครับ แล้วก็เคยร้องเรียนมาที่ สํานักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้รับค่าตอบแทน เขาเลยร้องเรียนมาพร้อมรายชื่อ จึงฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกรมชลประทานให้รีบดําเนินการแก้ไขด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ถนนเข้าวัดป่าอุดมคงคาคีรีเขต ประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร อําเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น ทางหมู่บ้านเสื้อแดงนะครับ ถนนมันพังครับ แล้วก็ไม่มี ใครดูแล วัดของหลวงปู่ผางมีประชาชนเขาไปเยี่ยมเยือนเยอะ เพราะว่าเป็นเกจิอาจารย์ ชื่อดัง อยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ไปดูแลซ่อมแซมให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ที่จังหวัดขอนแก่นก็มีสินค้าถูก ทั้งแผ่นดิน ประชาชนเขาว่าถูกจริง ๆ ครับ คือประชาชนในต่างจังหวัดเขาไม่ค่อยเดือดร้อน หรอกครับ เพราะว่าสินค้าการเกษตรมันตกต่ําอยู่แล้วนะครับ เขาไม่แพง แต่ราคาในห้าง มันแพงครับ เพราะนโยบายที่รัฐบาลทําไปนี่ถูกต้องแล้วครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เหลือ ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ และเดี๋ยวผมเข้าระเบียบวาระเลยนะครับ ท่านวรชัย เหมะ แล้วก็อาจารย์นิยม วรปัญญา เชิญท่านวรชัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อําเภอบางพลีครับ เราจะเห็นว่า พี่น้องประชาชนอําเภอบางพลีมีความเดือดร้อนเรื่องเสียงของเครื่องบินครับ วันนี้สนามบิน สุวรรณภูมิท่านทราบไหมครับว่าเที่ยวบินแออัดแน่นมากเลยครับ เครื่องบินกว่าจะลงได้ ต้องรอครับ เพราะฉะนั้นเที่ยวบินหนาแน่นมากขึ้น พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ต่อเสียงเครื่องบินก็มากขึ้นครับ มติของ ครม. ปี ๒๕๔๙ พี่น้องประชาชนได้รับการเยียวยา ดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึง แต่ว่าพอยุคที่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเปลี่ยนมติ ครม. จากปี ๒๕๔๙ เป็นปี ๒๕๕๒ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจึงไม่ได้รับการเยียวยา ทั้งหมด วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๒ สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ระดมมวลชนมาที่บ้านตอนเย็น ผมมีหลักฐานครับ แล้วระดมมวลชนเพื่อที่จะไปบุกสนามบิน เรื่องนี้ครับ อย่าสร้างความเดือดร้อน ผมขอร้องฝากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ช่วยบอก ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่าอย่าทําอย่างนั้นเลย เพราะคดีเก่ายังไม่จบครับ จะมีคดีใหม่ อีกหรือเปล่า ผมไม่ทราบ เพราะฉะนั้นเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ผมไม่ทราบ แต่ขอให้ พรรคประชาธิปัตย์ช่วยบอกสมาชิกว่าอย่าทําอย่างนั้นอีกเลยครับ เพราะว่าถ้าทําอีก ความเชื่อมั่นของประเทศวันนี้เริ่มกลับมาแล้วครับ พี่น้องประชาชนนักท่องเที่ยวอะไรต่าง ๆ วันนี้เขาให้ความเชื่อมั่นประเทศไทยแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลที่กําลังดูแล เยียวยาเอาใจใส่อย่างเต็มที่
เดี๋ยวให้จบก่อนครับ เดี๋ยวค่อยใช้สิทธิ เชิญใช้เสียงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ต่อผู้ที่กําลังปรึกษาหารือกับท่านประธาน แต่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า โดยธรรมเนียมปฏิบัติของพวกเราในการปรึกษาหารือเหล่านั้นเป็นการปรึกษาหารือข้อเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน การพาดพิงพรรคการเมืองอื่นก็ดี การพาดพิงในเรื่องของสาระที่ไม่ใช่ สาระ เหมือนกับที่อภิปรายอยู่เมื่อสักครู่ก็ดี ผมถือว่าเป็นการกระทําที่ ถ้าจะเรียนกับ ท่านประธานก็คือว่าในการปรึกษาหารือไม่น่าจะเป็นเยี่ยงนั้น ผมอยากจะให้ท่านประธาน ช่วยพิจารณาการปรึกษาหารือของเพื่อนสมาชิกแต่ละครั้งด้วย หลายครั้งที่มีการปรึกษาหารือ แล้วท่านประธานท้วงติงทันที แต่ว่าท่านประธานฟังอยู่และท่านประธานติดตามการหารือ แต่ละขณะ แต่ถ้าปล่อยให้มีการพูดไปแล้วพาดพิงเพื่อนสมาชิกก็ดี พาดพิงพรรคการเมืองอื่นก็ดี ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าอย่างนั้นการประชุม การปรึกษาหารือในที่ประชุมแห่งนี้ ก็จะไม่ก่อประโยชน์ครับ อยากจะให้ท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยครับ
ท่านวรชัยครับ คืออย่างนี้ขอความกรุณานะครับ หลักของการปรึกษาหารือเราเอาปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่มาพูดคุยกัน และสภาก็จะบันทึกไว้ แล้วก็จะส่งไปให้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาและส่งกลับมา ในประเด็นนี้เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ๑. ขอความกรุณาว่าอย่าไปพาดพิงถึงพรรคการเมืองนะครับ แล้วก็สมาชิกพรรคการเมือง เอาว่าที่ประชาชนเขาเดือดร้อน ท่านต้องการอะไร ถ้าไปพาดพิงเดี๋ยวท่านสมาชิกก็ลุกขึ้นมา ทักท้วงกัน ได้ไหมครับ เอาอย่างนี้นะครับ
ครับ ท่านประธานครับ ผมพูดนี่
เดี๋ยวให้เสร็จทีละเรื่องก่อนคุณหมอ
ผมพูดนี่เป็นความเดือดร้อนในเขตพื้นที่ ผมครับ
คือเข้าใจว่า ประเด็นข้อเดือดร้อน แต่อย่าไปพาดพิงถึงพรรคการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองเองท่านเป็น นิติบุคคลนะครับ เอาเฉพาะประชาชนเดือดร้อนอะไร แล้วท่านต้องการอะไร เดี๋ยวให้เสร็จ ทีละเรื่องก่อนคุณหมอ เอาทีละเรื่องก่อน เชิญต่อครับ เดี๋ยวให้เสร็จก่อนและเดี๋ยวคุณหมอ นั่งลงก่อน เชิญคุณวรชัยครับ
ประธานครับ เรื่องนี้ทางรัฐบาลแล้วก็ผม ได้ยื่นเรื่องให้รัฐมนตรีเพื่อที่จะทําการแก้ไขปัญหา แล้วก็วันศุกร์นี้ทางรัฐมนตรีก็รับเรื่องแล้ว ผมต้องขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจริง ๆ ครับ
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องที่บอกว่าของแพง ที่ไหนของแพงครับมาซื้อที่ จังหวัดสมุทรปราการได้ครับ ถูกทุกอย่างครับ ไม่แพงอย่างที่คิดครับ นี่คือความเดือดร้อน ถ้าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนที่ไหน ปากน้ํา จังหวัดสมุทรปราการทุกตลาดถูกหมดครับ ข้าวแกง ๑๗ บาท ๑๕ บาท ยังมีครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านครับ
เชิญคุณหมอครับ เดี๋ยวอาจารย์นิยมนั่งรอแป๊บหนึ่งเดี๋ยวคุณหมอท่านมีอะไร เชิญคุณหมอ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอ ประท้วงผู้หารือเมื่อกี้นะครับ ตามข้อ ๖๑ ที่ใส่ร้าย อภิปราย หารือใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีที่ท่านกล่าวมา แล้วที่ท่านพูดทั้งหมดนั้นไม่เป็นความจริงครับ พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยู่ในพรรคตลอด อยู่ในที่ประชุมพรรค เป็นวิป (Whip) ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ ไม่เคยมี มติของพรรคที่จะให้ใครไปดําเนินการอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วผมอยากให้ ท่านประธานให้เขาถอนคําพูดด้วยซ้ํา แต่เอาเถอะครับ อย่างน้อยที่สุดอยากให้ท่านประธาน ได้เตือนการหารือแบบนี้ซึ่งเป็นการตีกิน ไม่ใช่เป็นการเอาความเดือดร้อนอย่างแท้จริง ของพี่น้องประชาชนมาพูด และที่สําคัญก็คือเป็นการพูดเท็จในสภา เพราะฉะนั้นท่านประธาน สมควรที่จะตักเตือนให้มากกว่าที่ตักเตือนเมื่อกี้นะครับ
คือคุณหมอครับ ก็ถือว่าคุณหมอใช้สิทธิในการอธิบายแล้วกัน เพราะผมฟังดูประเด็นข้อหารือ ท่านเพียงแต่บอกว่าสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ฉะนั้นผมได้เตือนแล้วบอกว่าในประเด็นที่หารือขอเอาประเด็นของประชาชน ถ้าเป็นเรื่อง เกี่ยวกับพรรคก็ดี หรือบุคคลภายนอกที่เราก็ไม่ทราบว่าจะได้ปฏิบัติอย่างนั้นหรือเปล่า ผมก็ได้บอกไปแล้วนะครับ ส่วนข้อเท็จจริงนอกจากนี้เดี๋ยวท่านก็ไปประสานกับทางฝ่ายบริหาร แล้วกัน คือผมได้เตือนแล้วเอาเฉพาะประเด็นที่ประชาชนเขาเดือดร้อน อย่างที่คุณหมอ ท่านทักท้วงไปนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ เป็นความเดือดร้อน ของคนจังหวัดสมุทรปราการจริง ๆ ครับ ท่านเคยเห็นไหมว่าสนามบินสุวรรณภูมิโดนปิด คนปากน้ําเดือดร้อน
คืออย่างนี้ท่านวรชัยครับ อันนี้เราประเด็นหารือ เราอย่าเอาข้อเท็จจริงซึ่งยังไม่เกิดขึ้น คาดว่าแล้วใครก็คาดได้ เหมือนท่านบุญยอด ท่านก็จะแนะนําเห็นไหมครับ เพราะท่านเตือน มาตลอดในเรื่องนี้ ห้ามเอาคาดว่านะครับ เชิญท่านบุญยอด เดี๋ยวท่านสุดท้ายสั้น ๆ เราจะได้ เข้าระเบียบวาระ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าเราก็ทําข้อตกลงกันไว้แล้วว่า ไม่ควรจะเอาเรื่องการเมืองเข้ามาในช่วงหารือ ถูกไหมครับ อันนี้เป็นประเด็นแรก ถ้าท่านวรชัย บอกว่าเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ ผมบอกว่าการประท้วงทุกครั้ง ของเสื้อแดงเป็นความเดือดร้อนของกรุงเทพมหานครบ้างอย่างนี้ผมหารือได้ใช่ไหมครับ จะได้ทําความตกลงกันไว้
คืออย่างนี้ครับ
ถ้าท่านหารือแบบนี้ได้ ผมก็จะได้ หารือแบบนี้บ้าง ทุกการชุมนุมของเสื้อแดงในกรุงเทพมหานคร ผมเป็น ส.ส. และผมอยู่ใน กรุงเทพมหานคร นั่นเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องของผมเหมือนกัน
คืออย่างนี้ท่านบุญยอด ผมก็คุมอยู่นะครับ เพราะผมต้องฟัง แต่เอาประเด็นที่ประชาชน เดือดร้อน ผมเตือนแล้ว
สําคัญสุดท้ายท่านประธานครับ ท่านวรชัยเองยังพูดเลยนะครับ เมื่อกี้ผมก็ได้ยินว่าท่านบอกว่าท่านก็ไม่ทราบนะว่าเหตุการณ์ จริง ๆ เป็นอย่างไร ท่านดูสิครับ เป็น ส.ส. ไม่ทราบแต่เอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็น
เอาละครับท่าน
ถ้ามันอยู่กันอย่างนี้มันก็จะลําบาก ท่านเองก็มักจะประท้วงพวกผมว่าอย่าเอาเรื่องของการเมืองเข้ามาในช่วงอย่างนี้ และท่าน ก็ทําเองครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องพิจารณาตัวเองครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญอาจารย์นิยมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วรปัญญา พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผลจากการหารือ ได้ประโยชน์กับประชาชนมาก ผมอยากจะให้มีเวลาให้พอสมควรหน่อยนะครับ ให้ทุกคนได้มี โอกาสหารือ เพราะความเดือดร้อนประชาชนเขาต้องการจะฟังว่าสภารู้เรื่องแล้วจะทําอะไรให้ รัฐบาลจะได้รู้ว่าเขาเดือดร้อนอย่างไร ท่านประธานก็ได้กรุณาทําหนังสือติดต่อไปยังรัฐบาล แจ้งให้รัฐบาลดําเนินการ ปรากฏว่าได้ผล
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมากว่า ถนนในจังหวัดลพบุรี ถนน ๙๕ สาย เป็นถนนลูกรัง ไหล่ก็ทรุด และกลางถนนก็ทรุดอยู่อย่างนี้ ที่ซ่อมไปนั้นเขาซ่อมได้บริเวณจํากัด มันไม่ทั่วถึง พอน้ําท่วมมันท่วมระยะยาวด้วยครับ ปีนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอให้มีการทบทวน ฟื้นฟู เยียวยาใหม่ครับท่านประธานครับ
ข้อ ๒ มีอ่างจํานวน ๒๗ แห่ง ถ้าได้ยกคันอ่างสูงขึ้นไปอีกจะเก็บน้ําได้อีก เยอะเลย จะช่วยป้องกันน้ําท่วมในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ ตอนล่างได้มาก และจะได้น้ํา เก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง เพราะว่าน้ําเฉพาะได้ปลาก็คุ้มกันแล้วครับ ปลาเป็นอาหารโปรตีนสําหรับ คนยากคนจนนะครับ คิวหนึ่งได้ปลาเกือบ ๑ กิโลกรัม ที่เขาเลี้ยงกันนะครับ ฉะนั้นก็อยากจะให้ มีการฟื้นฟูเรื่องอ่างให้เต็มที่ แล้วก็ฝายแม้วเหมือนกันก็กักเก็บน้ําได้ แล้วก็ได้มีปลา กุ้ง หอย ปู นอกนั้นยังเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะแกะ สุกร เป็นผลประโยชน์มาก ข้อที่ ๒ เรื่องอ่าง เรื่องฝาย
ข้อ ๓ ตลาดการเกษตรเอามาไว้ที่รังสิตมันไกลมาก ทีนี้ผลิตจากภาคอีสาน จากภาคเหนือมาจํานวนมากก็ล่องมาที่นี่ มาที่ตลาดกลางรังสิต แล้วก็ขนย้ายกันไปอีก จังหวัดเพชรบูรณ์แทนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ขนมาจะมาลงแค่ลํานารายณ์ต้องมาถึง กรุงเทพมหานคร แม้แต่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งก็มีตลาดกลาง ที่ลํานารายณ์เป็นสี่แยกแล้วก็เป็นศูนย์กลาง แล้วก็มีการส่งเสริมให้มีการขายให้พวกสินค้า บริโภค
เอาเท่านี้ก่อนได้ไหมครับ วันพรุ่งนี้ค่อยต่ออีกได้ไหมครับ
มีอยู่ ๗ เรื่อง เดี๋ยวก็จะจบอยู่แล้วครับ
เรื่องอื่น ไว้พรุ่งนี้ครับ
อีกนิดเดียวครับประธาน แล้วก็สะพาน ข้ามแม่น้ําป่าสักเมื่อปิดอ่างน้ําก็ท่วมจํานวน ๖ แห่ง ลําสนธิ ๓ แห่ง ก็ยังไม่ได้มีการบูรณะฟื้นฟู อย่างไร ถนนที่ต้องลาดยางมีชํารุด แล้วก็ลาดยางไม่เชื่อมต่อก็มีอีก ๑๖ สาย อันนี้ประชาชน ร้องเรียนมานะครับ และถนนรอบเมืองภูเขียว ความจริงภูเขียวเป็นเมืองเก่า ก็อยากให้ ลาดยางให้มันน่าดูหน่อย เพราะมันเป็นเมืองประวัติศาสตร์ แล้วนอกจากภูเขียวไปชุมแพ มันออกไปเชื่อมแม่น้ําโขง พอถึงชุมแพแล้วก็ไปจังหวัดเลยมันใกล้นิดเดียว ผมไปดูมาแล้ว ที่เขาร้องเรียนมา ปรากฏว่าสมควรที่จะต้องรีบทําเลย เพราะว่าสินค้าเรามันก็ออกไป เชื่อมต่อแม่น้ําโขง แล้วก็จากถนนทางเอเชียด้านนี้ก็ลงมาทางนี้ แล้วลงผ่านไปภาคใต้ ก็เป็นทางลัดตรง เพราะฉะนั้นขอฝากท่านประธานด้วยครับ แล้วก็ขอให้ท่านประธาน ช่วยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยรีบสํารวจออกแบบ แล้วเข้าไปทําการก่อสร้างให้ และงบประมาณก็จะเข้าแล้วจะได้มีการแปรญัตติได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๒ คน
ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผมขอเข้าระเบียบวาระการประชุมนะครับ ขณะนี้ท่านสมาชิกได้ลงชื่อ ประมาณ ๔๐๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเข้าระเบียบวาระการประชุมครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏ ในระเบียบวาระการประชุม คือ
๒.๑ รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลําดับถัดไป ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตําแหน่ง ที่ว่างลง
ด้วย นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ลาออกจากตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ลําดับที่ ๖๙ คือ คุณทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ผมจึงขอเชิญท่านทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ กรุณายืนขึ้นเพื่อปฏิญาณตน โดยผม จะเป็นผู้กล่าวนําและโปรดระบุชื่อด้วยนะครับ เชิญ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนําพร้อมกัน)
“ข้าพเจ้า (นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เชิญนั่งลงครับ เรื่องต่อไปนะครับ
๒.๒ รับทราบ ซึ่งได้บรรจุในวาระการประชุมแล้วมีอยู่ ๔ เรื่องนะครับ
ด้วยสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๕ ที่ประชุม ได้พิจารณารับทราบรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้นะครับ
๑. รายงานงบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๑
๒. รายงานการกู้เงินตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และรายงานผลการดําเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔
๓. รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงาน สําหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ และ ๒๕๕๐ และสําหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๑
๔. ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุม การใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีกสามสิบวันนับแต่วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตามมาตรา ๑๔๖ ของรัฐธรรมนูญ
จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) จํานวน ๓ ครั้ง คือ
ครั้งที่ ๑๗ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๙ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกดูแล้ว มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้รับรองนะครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานสอบถามว่าขณะนี้องค์ประชุมของ สภาผู้แทนราษฎรเรามีจํานวนสมาชิกกี่ท่านนะครับ เพราะผมเห็นในบอร์ดที่ขึ้นมานี้ ๔๙๙ ท่าน อยู่หลายสัปดาห์แล้วนะครับ เนื่องจากว่าเท่าที่ทราบการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดปทุมธานี ก็ยังไม่มีการรับรองแล้วก็มีการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็แสดงว่าผู้แทนราษฎรหายไป ๒ ท่าน เพราะฉะนั้นการขึ้นจํานวนองค์ประชุมไว้ ๔๙๙ ท่าน ไม่น่าจะถูกต้อง ก็ขอสอบถาม ท่านประธานเพื่อความชัดเจนเรื่องนี้ครับ
ได้ครับ เดี๋ยวนะครับ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงอีกครั้งหนึ่ง ในระหว่างที่ให้ ฝ่ายเลขาธิการตรวจสอบนะครับ เดี๋ยวผมขอเข้าระเบียบวาระการประชุมเดี๋ยวจะแจ้ง ให้ทราบนะครับ ขณะนี้มันมีหลายเรื่อง มีเลือกตั้งซ่อมแล้วก็กรณีใบเหลืองแล้วก็ทาง กกต. ได้ส่งศาลฎีกาแล้วหรือยังนะครับ เดี๋ยวขอตรวจสอบอีกทีหนึ่งนะครับ ผมขอเข้า
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติกําหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่ง มวลชนโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เชิญคณะกรรมาธิการครับ ได้รับแจ้งจากทางฝ่ายเลขาธิการ สมาชิกของเราที่ถูกต้อง ๔๙๘ ท่าน ขอให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยน ๔๙๙ ท่านออกไปนะครับ เป็น ๔๙๘ ท่าน ส่วนจังหวัดปทุมธานี กกต. ยังไม่รับรองนะครับ ยังไม่ส่งมา เรียบร้อยไหมครับ ท่านกรรมาธิการ เชิญท่านแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นพดล เภรีฤกษ์ ในฐานะ กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนแทนท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมนะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกําหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชนโครงการรถไฟฟ้า มหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ขออนุญาตนําเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติกําหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชนโครงการ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณา กําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญตามร่างพระราชบัญญัติเดิม พร้อมข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ
จึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ขอกราบเรียน ท่านประธาน และท่านสมาชิกครับ
ท่านสาธิต มีอะไรไหมครับ เชิญท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพท่านที่ชี้แจง เมื่อสักครู่นะครับ ผมอยากจะถามท่านประธานว่าทางคณะกรรมาธิการหายไปไหนหมดครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทําไมปล่อยให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือกรรมาธิการ มาชี้แจงกับที่ประชุมสภาแห่งนี้อย่างเดียวละครับ ท่านประธานต้องกําชับนะครับว่าต้องปฏิบัติ หน้าที่ให้สมศักดิ์ศรีนะครับประธานคณะกรรมาธิการ ถึงเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็ตามนะครับ ท่านประธานต้องกําชับนะครับ
คืออย่างนี้ ท่านสาธิตครับ ก่อนประชุมที่จะออกระเบียบวาระทุกครั้งนี่ผมก็จะดูนะครับ แล้วก็แจ้งไปที่ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกครั้งให้ทราบ ฉะนั้นขอเชิญท่านที่เป็นคณะกรรมาธิการขึ้นบนบัลลังก์ เพื่อตอบข้อ ซักถามท่านสมาชิกครับ ใครที่เกี่ยวข้องนะครับ ซึ่งเป็นกรรมาธิการ เชิญครับ เชิญข้างบนครับ เชิญท่านสาธิตต่อ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าอย่างน้อย ที่เราเคยปฏิบัตินี่ท่านประธานคณะกรรมาธิการต้องมาทําหน้าที่ ผมก็เคยเป็นประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญครับ เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการมีทั้งฝ่ายค้านแล้วก็รัฐบาล แต่ว่าบทบาทของกรรมาธิการมันต้องชัดเจนนะครับว่าต้องให้ความสําคัญของกฎหมาย เพื่อสมาชิกจะได้ซักถาม เพราะฉะนั้นคนที่จะตอบคําถามได้ดีที่สุดก็คือประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็กรรมาธิการส่วนใหญ่นะครับ คณะกรรมการกฤษฎีกาก็เป็นผู้เข้าร่วมประชุมในฐานะ กรรมาธิการก็จริง แต่ว่าหลักก็น่าจะมีประธานคณะกรรมาธิการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่นะครับ ประธานต้องกําชับด้วยครับ ไม่อย่างนั้นสภาเราไม่ศักดิ์สิทธิ์นะครับ แค่นี้ก็แย่แล้วครับ
ขอบคุณมากคุณสาธิตครับ เชิญท่านกรรมาธิการขึ้นข้างบนครับ คือทุกครั้งที่จะพิจารณาก่อน ล่วงหน้า ๑ สัปดาห์นี่จะแจ้งให้ทราบนะครับ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ ในการบริหาร ในการประชุมสภาได้นะครับ เชิญท่านกรรมาธิการขึ้นนะครับ ท่านรองประธานคนหนึ่งมาแล้ว ท่านสามารถ เมื่อกี้หาท่านสามารถอยู่ หาไม่เจอ ท่านสมาชิกครับ ในการพิจารณาในวาระที่สอง จะต้องพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วก็เรียงตามลําดับมาตรานะครับ และให้ท่านสมาชิก อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ หรือคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้เท่านั้นนะครับ เว้นแต่ที่ประชุมจะมีความเห็น เป็นอย่างอื่นนะครับ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการได้ครับ
ร่างพระราชบัญญัติกําหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อกิจการขนส่งมวลชนโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข แผนผังแสดงแนวเขตที่ดินที่ต้องตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ ท้ายพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข บัญชีรายชื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน และลักษณะของภาระที่ต้องตกอยู่ ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีการแก้ไข แผนที่ท้ายพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข
ถือว่า จบการพิจารณาเรียงตามมาตราแล้วนะครับ
ต่อไปจะพิจารณาทั้งร่างนะครับ ซึ่งเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ นะครับ เชิญท่านประธานนั่งฝั่งนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีนั่งฝั่งนี้ครับ ทบทวนนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านใดทบทวน ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ
ต่อไปผมจะขอลงมติในวาระที่สามนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ก่อนจะลงมติ ผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกที่ประชุมอยู่ ที่ห้องคณะกรรมาธิการต่าง ๆ เข้าห้องประชุมเพื่อจะลงมติในวาระที่สาม ท่านใดเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนด้วยครับ เดี๋ยวนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ จ่าประสิทธิ์ นั่งลงก่อนครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ เมื่อท่านสมาชิกมาแล้วนะครับ ขอเชิญกดปุ่มแสดงตนก่อนครับ เช็กองค์ประชุมนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล ๒๘๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
เดี๋ยวผมขอถามมติในวาระที่สาม ผู้ใดเห็นชอบก็กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใด ไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ได้ออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ท่านเรียบร้อย ไหมครับ ท่านจากจังหวัดพิษณุโลก
ผม นคร มาฉิม ๑๓๔ เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลด้วย เห็นด้วย ๓๖๘ ท่าน บวกกับของท่านนคร มาฉิม อีก ๑ เป็น ๓๖๙ ท่าน เชิญท่านจากจังหวัดเชียงรายครับ
ท่านประธานครับ อิทธิเดช ๔๘๙ เห็นด้วยครับ
เป็น ๓๗๐ ท่านนะครับ ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยนะครับ
ตามที่คณะกรรมาธิการนะครับ เรื่องนี้ได้มีข้อสังเกตไว้ในรายงานแล้ว ขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเรื่องของข้อสังเกต ในวาระนี้เราจะต้องลงมติ เห็นด้วย กับไม่เห็นด้วย โดยไม่มีการอภิปรายนะครับ แล้วก็ถ้าท่านเห็นด้วยก็จะส่งไป ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ และข้อ ๙๗ นะครับ ผมจะขอมติ จากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เมื่อกี้ผมได้ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วครับ ผมจะไม่ตรวจสอบนะครับ จะขอลงมติเลยนะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ งดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ผมขอปิดการลงคะแนนครับ เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วย ๓๖๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ เห็นด้วยนะครับ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ปฏิบัติหน้าที่นะครับ เชิญท่านมีอะไรครับ
ผม บุญดํารง ประเสริฐโสภา นะครับ จังหวัดราชบุรี เขต ๕ พรรคภูมิใจไทย เห็นด้วยครับ ผมลงมติไม่ทันครับ
ครับ ขอให้เจ้าหน้าที่บันทึกเอาไว้นะครับ
ต่อไป ๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลแขวง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เชิญคณะกรรมาธิการครับ ในการพิจารณาวาระที่สองขอซักซ้อมท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่งนะครับ จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วก็เรียงตามลําดับมาตรานะครับ แล้วให้ท่านสมาชิก อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคํา หรือข้อความที่มีการแก้ไข หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ หรือคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นเอาไว้เท่านั้นนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมเชิญแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลตํารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง และวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..... ขอกราบเรียนให้ท่านประธาน และท่านสมาชิกทราบว่า
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๔ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ซึ่งรอการพิจารณารับหลักการในวาระที่หนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว (ชุดที่ ๒๓) จนมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ต่อมารัฐสภา ได้มีมติเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อไปตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ ตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน นั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว เสร็จแล้ว
จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนําเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป และขออนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้เข้าร่วมประชุมชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรด้วย คือ ๑. พันตํารวจเอก วิชาญญ์วัชร บริรักษ์กุล ๒. นายอภิวัฒน์ จิระศิริโสภณ นักกฎหมาย กฤษฎีกาครับ
อนุญาตครับ เชิญท่านเลขาธิการ
ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณา ความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๗ มีการแก้ไข มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๘ มีการแก้ไข
ติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีผ่านนะครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๕ เพิ่มความเป็นวรรคสองของมาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๒๐ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ คือท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ซึ่งท่านได้ขอถอนคําสงวนคําแปรญัตติแล้วครับ
เดี๋ยวนะ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ เนื่องจากมาตรา ๖ มีการแก้ไขนะครับ โดยการตัดทิ้งในการแก้ไขมาตรา ๒๐ กรณีหากผู้ต้องหาไม่ไปพบพนักงานอัยการตามคําสั่ง ของพนักงานสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนมีอํานาจจับผู้ต้องหาได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ เพื่อดําเนินการต่อไป ผมอยากทราบเหตุผลจากท่านกรรมาธิการครับว่าในการตัดในเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นเรื่องการจับโดยไม่มีหมายจับหรือไม่ หรือว่าจับไม่ได้เลยครับ ทีนี้คําถามตามมา ก็คือว่าถ้าผู้ต้องหาซึ่งไม่ไปพบพนักงานอัยการแล้วจะติดตามมาดําเนินคดีต่าง ๆ ต่อไป อย่างไรครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ เชิญท่านผู้พิพากษาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ในฐานะกรรมาธิการครับ คือกราบเรียนว่ามาตรา ๒๐ เป็นกรณีที่ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพในคดีที่อยู่ในเขตอํานาจศาลแขวงซึ่งเป็นคดีเล็กน้อย กฎหมายวรรคหนึ่ง ก็บอกว่าไม่ต้องสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนนําตัวไปพบพนักงานอัยการ แต่บางครั้ง ผู้ต้องหาอาจจะไม่ได้ถูกควบคุมตัวนะครับ อย่างเช่นผู้ต้องหาเข้ามอบตัวอย่างนี้นะครับ แล้วมีการแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนก็จะแจ้งให้ผู้ต้องหาไปพบพนักงานอัยการเอง ก็อาจจะไปด้วยกันหรืออย่างไรนี่นะครับ แต่ไม่ได้เป็นการควบคุมตัว
ทีนี้วรรคสองที่มีการเพิ่มเติมมาตามร่างที่รับหลักการในวาระที่หนึ่ง บอกว่า ถ้าผู้ต้องหาไม่ไปพบพนักงานอัยการ ให้พนักงานสอบสวนจับกุมได้ทันที กราบเรียนว่า หลักการในเรื่องของการจับกุมผู้ต้องหา ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เรื่อยมาจนกระทั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในปัจจุบันนี้นะครับ ซึ่งคดีศาลแขวงก็ต้องใช้ หลักการอย่างเดียวกัน ก็คือว่าการจะจับกุมใครได้มันต้องมีพยานหลักฐานตามสมควร นั่นประการแรก
ประการที่ ๒ ก็ต้องไปขอหมายจับ คือไปให้ศาลตรวจสอบ ไปขอหมายจับ จากศาล ทีนี้การที่เขารับสารภาพแล้วก็บอกว่าให้ไปพบพนักงานอัยการแล้วไม่ไปนะครับ แล้วก็ให้จับได้ทันที นั่นหมายความว่านัยของมันก็คือว่าไม่ต้องไปขอหมายจับจากศาล ซึ่งอย่างนี้มันขัดกับหลักการสากลและขัดหลักการตาม ป. วิ. อาญา เพราะว่าประการแรก พยานหลักฐานตามสมควร ก็ไม่ทราบว่ามีอยู่แท้จริงแน่นอนอย่างไร แล้วก็ยังไม่ได้ไปขอให้ศาล ตรวจสอบนะครับ เพราะฉะนั้นทางกรรมาธิการก็เห็นว่าไปเขียนกําหนดให้พนักงานสอบสวน มีอํานาจจับกุมทันที ไม่ถูกหลักการ จึงตัดออก ทีนี้ถามว่าจะมีวิธีการดําเนินการอย่างไร พนักงานสอบสวนก็ต้องนําข้อมูลเหล่านี้ไปขอหมายจับจากศาล ถ้าเขาไม่ไปพบพนักงาน อัยการ พนักงานสอบสวนก็คงต้องนําข้อมูล นําทั้งคํารับสารภาพอะไรต่าง ๆ นานา ไปขอหมายจับจากศาลโดยแสดงหลักฐานว่าข้อหาความผิดที่มีการแจ้งข้อหาไปมันมีข้อมูล มีพยานหลักฐานอย่างไร แล้วพฤติการณ์การที่เขาไม่ไปพบพนักงานอัยการตามคําสั่ง พนักงานสอบสวน ซึ่งตามกฎหมายก็บอกเป็นข้อสันนิษฐานว่า เขาหลบหนี อย่างนี้เมื่อศาล ออกหมายจับแล้วพนักงานสอบสวนก็สามารถนําหมายจับนั้นไปจับผู้ต้องหารายนี้แล้วไป ดําเนินการฟ้องร้องได้นะครับ
ไม่ติดใจ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๒๖ ไม่มีการแก้ไข และมาตรา ๘ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
ถ้าที่ประชุมไม่ติดใจนะครับ ก็จบในมาตรา ๘ ในการพิจารณาวาระที่สองนี้ก็จบนะครับ จะขอถามท่านสมาชิกว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ จะต้องมีการพิจารณาสรุปอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะแก้ไขถ้อยคํา มีท่านใดติดใจเรื่องถ้อยคําหรือเปล่าครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่ติดใจ ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ
ต่อไปผมจะพิจารณาในวาระที่สาม จะขอมติจากที่ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในวาระที่สาม
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านที่เข้ามาแล้วช่วยกดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ ผมจะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ก่อนจะลงมติในวาระที่สาม เพราะฉะนั้นจะขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านใดเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณาแสดงตนด้วยนะครับ เชิญท่านสมาชิกแสดงตนนะครับ กดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านอาคมเรียบร้อยหรือยัง เดี๋ยวนะครับ กําลังอยู่ระหว่างช่วงลงมติอยู่ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลคะแนน ๒๘๙ ท่าน ครบนะครับ
ผมจะถามมติที่ประชุมในวาระที่สามนะครับ เดี๋ยวให้จบก่อนแล้วค่อยนั่นนะครับ ไม่อนุญาตนะครับ เพราะเดี๋ยวกําลังจะถามในวาระที่สาม ท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบให้กดปุ่ม เห็นด้วย นะครับ ท่านใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ มีท่านใดยังไม่ออกเสียงลงคะแนนไหมครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลการลงคะแนนครับ มีผู้เห็นด้วย ๓๖๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน นะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบนะครับ
ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ คณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกต ฉะนั้นจะต้องให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาข้อสังเกต แต่ไม่มีการอภิปราย จะต้องลงมติเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่านั้นนะครับ ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าท่านใด เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ที่ประชุมเห็นด้วย ๓๖๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วย กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ จะได้ส่งไปให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไปนะครับ ขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ
ต่อไป ๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เชิญครับ ได้ยินเสียงก็รู้เลยว่าใคร
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ที่ผมจะนําเรียนท่านประธาน คือหมายความว่า มันมีสมาชิกของพวกเราหลายคนประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ ทีนี้ท่านประธานรีบลงมติ เกินไปเขาเลยมาไม่ทัน เขาเพิ่งลงมติเสร็จเขาก็วิ่งไปประชุม ประชุมเสร็จพอท่านประธานกด เขาก็วิ่งมา ทีนี้ผมจะยกมือขอร้องท่านประธานว่ารอสัก ๓ นาที ๕ นาทีได้ไหม ท่านประธาน บอกให้มันเสร็จไปก่อน เสร็จไปก่อนมันก็สายแล้วครับ ดังนั้นเมตตาเถอะครับ ครั้งต่อไป ช้านิดหนึ่งครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านประธาน คณะกรรมาธิการพร้อมหรือยังครับ ในการพิจารณาวาระที่สอง เราจะเริ่มพิจารณาตั้งแต่ ชื่อร่าง คําปรารภ และเรียงตามมาตรานะครับ และให้ท่านสมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคํา ที่แก้ไขเพิ่มเติมหรือผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ หรือคณะกรรมาธิการสงวนความเห็นไว้ เท่านั้นนะครับ แล้วก็ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะขอแสดงภาพด้วยนะครับ ซึ่งประธาน ได้อนุญาตแล้วนะครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงต่อสภาครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ขออนุญาตรายงานต่อท่านประธานโดยย่อดังนี้ครับ
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ และครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าว (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง จํานวน ๓๑ คน เพื่อพิจารณา และกําหนดแปรญัตติภายใน ๗ วัน คณะกรรมาธิการดังกล่าวได้ประชุมร่วมกัน รวม ๑๐ ครั้ง รวมทั้งได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ในการประชุมครั้งที่ ๘ ด้วย การประชุมแต่ละครั้งกรรมาธิการได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง แต่ก็เป็นไปโดยบรรยากาศที่สร้างสรรค์ มีผู้แปรญัตติ ๒ ท่าน และขอสงวนคําแปรญัตติ ๑ ท่าน
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จแล้ว จึงเสนอร่างพระราชบัญญัติตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญมาพร้อมกับรายงานนี้ อย่างไรก็ดีเนื่องจากได้มีการแก้ไข ข้อความในข้อสังเกต ข้อที่ ๖.๕ ของคณะกรรมาธิการ ผมจึงขออนุญาตต่อท่านประธาน ที่จะนําเสนอใบแทรกเพื่อแก้ไขข้อความใหม่ ท้ายที่สุดผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตต่อท่านประธานสภาที่จะนําเสนอความเป็นมาของหอจดหมายเหตุในรูปของวีดิทัศน์ ความยาวประมาณ ๕ นาที ต่อที่ประชุมสภาด้วยครับ ขอความอนุเคราะห์จากฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ ช่วยดําเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ
เจ้าหน้าที่ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ เชิญ ท่านจะบรรยายพร้อมไหมครับ แจกเอกสารด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
“............... : สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในสังกัดกรมศิลปากร อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕ มีที่ทําการแห่งแรกอยู่ที่ อาคารถาวรวัตถุ หอพระสมุดเดิม ถนนหน้าพระธาตุ ต่อมาในพุทธศักราช ๒๕๑๙ จึงย้ายมา อยู่ที่อาคารหลังปัจจุบัน ในบริเวณเดียวกันกับหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ตลอดระยะเวลา ๖๐ ปีที่ผ่านมาภารกิจสําคัญที่มีต่อประเทศชาติบ้านเมือง คือการรวบรวม เก็บรักษา และให้บริการศึกษาค้นคว้าเอกสารจดหมายเหตุ ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่เปรียบเสมือน คลังปัญญาที่มีค่าต่อหน่วยงานของรัฐ นักศึกษา นักวิจัย เป็นหลักฐานชั้นต้นที่นําไปอ้างอิง วิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ได้ทุกสาขา ทั้งในด้านการทหาร การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ถือเป็นประจักษ์พยานที่เป็นลายลักษณ์อักษร อันแสดงถึง ความรุ่งเรืองในอดีตและความสามารถของบรรพชนที่น่าภูมิใจยิ่ง
การดําเนินงานจดหมายเหตุ ถือเป็นงานวิชาชีพเฉพาะที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ทั่วโลกเรียกกันว่า อาร์ไคฟ์ (Archives) การบริหารงานจดหมายเหตุใช้หลักการเช่นเดียวกับ มาตรฐานงานจดหมายเหตุสากล ประกอบด้วยการรับมอบเอกสารจากหน่วยราชการ การประเมินคุณค่าเอกสาร การจัดหมวดหมู่และทําเครื่องมือช่วยค้น การให้บริการค้นคว้า วิจัย เอกสารจดหมายเหตุผลิตขึ้นการใช้งานของหน่วยงาน ผ่านขั้นตอนการกลั่นกรอง ประเมินคุณค่าเป็นเอกสารสําคัญ เป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์เพื่อการศึกษาค้นคว้า วิจัยทุกสาขา คุณค่าเอกสารจดหมายเหตุ ได้แก่ คุณค่าต่อส่วนราชการ คือเป็นหลักฐาน การบริหารงาน หลักฐานทางกฎหมาย หลักฐานด้านการเงิน คุณค่าต่อข้าราชการ เช่น หลักฐาน แสดงผลงาน สิทธิประโยชน์ คุณค่าต่อประชาชน เช่น หลักฐานคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ของประชาชน คุณค่าต่อประเทศชาติ เช่น หลักฐานการดําเนินงานด้านต่าง ๆ ของรัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ เช่น เอกสารการบันทึกเขตแดนสนธิสัญญา ประเภทเอกสารจดหมายเหตุ มี ๔ ประเภท
๑. เอกสารจดหมายเหตุประเภทลายลักษณ์ ทั้งตัวเขียน ตัวพิมพ์ ได้แก่ ใบบอก สารตรา เอกสารการประชุม แผนงาน โครงการ เอกสารการเงิน งบประมาณ
๒. เอกสารจดหมายเหตุประเภทโสตทัศนะจดหมายเหตุ ได้แก่ ฟิล์มเนกาทีฟ (Film negative) สไลด์ (Slide) โปสเตอร์ (Poster) ปฏิทิน บัตรอวยพร แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ เพลงภาพยนตร์
๓. เอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ แผนผัง แบบแปลน พิมพ์เขียว
๔. เอกสารจดหมายเหตุประเภทวัสดุคอมพิวเตอร์ เอกสารจดหมายเหตุ ที่มีอยู่ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจําของโลก ในปี ๒๕๕๓ ได้แก่ เอกสารการบริหารราชการแผ่นดินในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติในส่วนกลางแล้ว กรมศิลปากรยังมีหน่วยงานที่เป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติในส่วนภูมิภาค ๙ แห่ง
เอกสารจดหมายเหตุที่สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้รวบรวมเก็บรักษา และอนุรักษ์ไว้เพื่อให้บริการในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ตลอดระยะเวลา ๖๐ ปีที่ผ่านมา เป็นเอกสารที่มีคุณค่ายิ่งต่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับกระแสเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม เอกสารจดหมายเหตุเหล่านี้ควรได้รับการจัดแสดงเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยทุกคนรู้จักตระหนักในคุณค่าและเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากเอกสารจดหมายเหตุ ซึ่งเปรียบเสมือนแหล่งทุนทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่ายิ่ง ที่บรรพชนไทยสร้างสรรค์ไว้ให้ ลูกหลานได้มีโอกาสศึกษาและภาคภูมิใจในสมบัติของชาติ พร้อมที่จะทํานุบํารุงรักษา และอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปได้ใช้แหล่งทุนทางวัฒนธรรมนี้ให้เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติบ้านเมืองสืบไป
ท่านบุญยอด มีอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ อยากเรียนถามท่านว่าเมื่อสักครู่ท่านเสนอเอกสารอะไรครับ ท่านต้องการให้พวกเราทราบ เรื่องอะไรในการไปแก้ไขของกรรมาธิการชุดนี้ครับ และผมคิดว่านี่เป็นวาระที่สอง ที่เข้ามา พิจารณา เมื่อสักครู่เราก็อยากจะดูเหมือนกันว่าท่านจะเปิดอะไรให้เราดู ว่าท่านไปแก้ไขอะไรมา ถูกไหมครับ ก็เป็นเรื่องของการอธิบายว่าหอจดหมายเหตุคืออะไรบ้าง เป็นภาษาอังกฤษว่า อะไร มีหน้าที่อย่างไร อันนี้เป็นเพียงข้อสังเกตของผมนะครับว่าสิ่งที่กระทํามันไม่ถูกต้อง ตามวิธีการพิจารณา ในการพิจารณากฎหมายในสภาครับ ขอให้ท่านประธานได้กรุณา วินิจฉัยจะได้เป็นแบบแผนเป็นแบบอย่างนะครับ ถ้าทําได้ทําถูกต้องจะได้ทํากันต่อไป แต่ถ้าทําไม่ได้ก็จะได้ระมัดระวังเรื่องนี้ไว้ครับ
คืออย่างนี้ ท่านบุญยอดครับ ท่านปุระชัยได้ทําเรื่องขออนุญาตถูกต้องครับ ผมเป็นคนอนุญาตเองครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
ก็เรียนต่อท่านประธานนะครับว่า ขออนุญาตต่อเอกสารได้ครับ แต่คําถามคือตอนนี้เป็นวิธีการพิจารณาในวาระที่สอง ถูกไหมครับ กรรมาธิการไปประชุมปรึกษาหารือกันมาเรียบร้อยแล้วมีความคิดเห็นอย่างไร มีผู้แปรญัตติอย่างไร จะแก้ไขอย่างไร แปรญัตติพอใจ ไม่พอใจ จะขอมาอภิปรายในนี้หรือไม่ แต่มาขออนุญาตในการเสนอภาพวีดิทัศน์ เพื่ออธิบายเบื้องต้น อย่างนี้อาจจะไปทําในวาระที่หนึ่ง ผมคิดว่าก็ยังพอทําได้โดยรัฐบาล ซึ่งเสนอกฎหมายมาจะอธิบายให้เราเข้าใจว่าหอจดหมายเหตุ คืออะไร เพราะเราอาจจะไม่มีความรู้เรื่องนี้ ผมคิดว่าพอจะอธิบายได้ครับ แต่สําหรับกรณีอย่างนี้ ท่านต้องวินิจฉัยนะครับว่า ผมไม่ได้สนใจว่าเอกสารจะเป็นอย่างไรนะครับ เพียงแต่ว่าขั้นตอน การพิจารณาในขณะนี้ทําอย่างนี้ได้จริงหรือครับ
ท่านประธาน คณะกรรมาธิการช่วยชี้แจงเรื่องนี้
กราบเรียน ท่านประธานสภา ผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางกรรมาธิการได้หารือกันก่อนครับ เนื่องจากว่า กรรมาธิการชุดนี้เข้ามารับหลังจากที่พ้นวาระที่หนึ่งไปแล้ว และคิดว่าการที่เราไปดูงาน และเยี่ยมชมหอจดหมายเหตุ ขอประทานโทษ แม้ผมจะเป็นนักวิชาการ ดํารงตําแหน่ง เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ ผมก็ไม่มีโอกาสได้เยี่ยมหอจดหมายเหตุ ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ต่อท่านสมาชิกทั้งหลายที่จะขออนุญาตใช้เวลาประมาณ ๕ นาทีกับ ๑๙ วินาทีครับ แต่ทําได้ หรือไม่นั้นเป็นอํานาจของท่านประธานสภาครับ ขอบคุณครับ
ตามหลัก ก็เหมือนที่ท่านบุญยอดได้พูดว่าเป็นวาระที่หนึ่ง แต่ผมก็เห็นว่าท่านปุระชัยขอมาก็น่าจะเป็นเรื่อง ที่ดีต่อที่ประชุม ก็เลยอนุญาตไป ขอบคุณครับ เชิญท่านเลขาธิการ
ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. ... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑
ท่านอภิชาต เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๓ แม้จะไม่มีการแก้ไข แต่กระผมในฐานะเป็นผู้เสนอคําแปรญัตติ ได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ ก็ขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายเพื่อโน้มน้าวเพื่อนสมาชิก ให้เห็นชอบตามคําแปรญัตติของกระผมครับ
เชิญครับ ท่านอภิชาต เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งต้องเรียนว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติใหม่ ที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบไป แล้วก็คณะกรรมาธิการไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ในชั้นของการพิจารณาวาระแรกนั้นนะครับ มีเพื่อนสมาชิกจํานวนมากที่ให้ความสนใจ กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางหลากหลาย แล้วก็ได้ตั้งข้อสังเกต ไว้มากมายนะครับ ซึ่งเมื่อผ่านมาถึงในวาระที่สอง ก็ทราบว่าคณะกรรมาธิการก็ได้ปรับปรุง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตามข้อเสนอแนะของเพื่อนสมาชิกไปตามสมควร แต่ว่าในมาตรา ๓ ซึ่งกระผมได้แปรญัตติแล้วก็สงวนคําแปรญัตตินี้ ผมได้ไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการแล้ว คณะกรรมาธิการไม่เห็นชอบตามคําแปรญัตติของผม และเมื่อผมได้ฟังคําชี้แจง ของคณะกรรมาธิการในที่ประชุมคณะกรรมาธิการแล้ว ผมก็ยังเห็นว่าเป็นคําอธิบายที่ยังให้ เหตุผลได้ไม่ชัดเจนและจะดีกว่าคําแปรญัตติของกระผม ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างที่ ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นชอบในมาตรา ๓ ในบทนิยาม ว่าด้วยเอกสารจดหมายเหตุไว้ บอกว่าหมายถึงเอกสารที่สิ้นกระแสการใช้งาน และได้รับ การประเมินคุณค่า ควรแก่การเก็บรักษาและอนุรักษ์ไว้ เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ด้านประวัติศาสตร์ของชาติ และเพื่อประโยชน์ในการศึกษา การค้นคว้า หรือการวิจัย ซึ่งกรมศิลปากรได้จัดทําทะเบียนไว้เป็นเอกสารจดหมายเหตุ คําแปรญัตติของผมก็คือว่า ผมตัดคําว่า สิ้นกระแสการใช้งานและ ออกไป ก็เหลือเพียงว่า เอกสารจดหมายเหตุ หมายความว่า เอกสารที่ได้รับการประเมินคุณค่าควรแก่การเก็บรักษาและอนุรักษ์ไว้ แล้วก็ข้อความต่อไปก็เหมือนกับของคณะกรรมาธิการ เหตุผลที่ผมให้ตัดคําว่า สิ้นกระแสการใช้งาน ออกไปด้วยเหตุผลดังนี้นะครับ เข้าใจดีว่าถ้อยคํานี้เป็นถ้อยคําทางกฎหมายแล้วก็ได้มีการใช้ ถ้อยคํานี้กันในแวดวงของผู้เกี่ยวข้องในกรมศิลปากรมาช้านาน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เจตนารมณ์ของการออกกฎหมายฉบับนี้ เราต้องการให้จดหมายเหตุได้รับการแพร่หลาย และถูกนํามาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านประธานไปศึกษากฎหมายนี้ทั้งฉบับ ท่านก็จะเห็นว่า เป็นการยกย่องเชิดชูจดหมายเหตุให้สามารถที่จะดํารงอยู่ต่อไป เป็นประโยชน์ในการศึกษา ในการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ และการอ้างอิงต่าง ๆ แต่การที่เราไปเขียนกฎหมายที่ไปบีบบังคับว่า เอกสารจดหมายเหตุต้องเป็นเอกสารที่สิ้นกระแสการใช้งานแล้ว ผมคิดว่าไม่สอดคล้อง กับกฎหมายฉบับนี้ ถ้าท่านประธานได้ดูคํานิยามในมาตรา ๓ ย้อนไปดูในนิยามคําว่า เอกสาร เอกสารนี้ไม่ใช่เฉพาะกระดาษนะครับ ไม่ใช่เป็นแผ่น ๆ ไม่ใช่จดหมายที่เขียนตอบโต้กันเท่านั้น แต่รวมถึงวัสดุทุกอย่างทุกประการ ทั้งในรูปแบบของอักษร สัญลักษณ์ ภาพ เสียง เครื่องมือ ทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ในการบันทึก ก็เป็นเอกสารจดหมายเหตุได้ทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็จะเห็นว่าเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป การใช้งานของเอกสารเหล่านี้ ก็จําเป็นต้องนํากลับมาใช้งานได้ และเจตนารมณ์จริง ๆ แล้วก็คือเมื่อต้องการนํากลับมาใช้งาน ก็คือนํามาเผยแพร่ นํามาอ้างอิง แล้วก็ใช้เป็นงานทางด้านการศึกษาวิจัยในวันข้างหน้า ผมคิดว่า การไปใช้คําว่า เอกสารที่สิ้นกระแสการใช้งาน นั้นเป็นการตัดโอกาสของการยกระดับ เอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาเป็นเอกสารจดหมายเหตุตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านไปดูในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี ๒๕๔๒ จดหมายเหตุเขาบอกว่าคือเอกสารที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนผลิตขึ้น เพื่อใช้เป็นหลักฐาน และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน และยังหมายรวมถึงหนังสือบอกข่าวคราวที่เป็นไป รายงาน หรือบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น นี่ก็หมายความว่าจดหมายเหตุนั้นมีกินความ ที่กว้างขวางออกไป และเป็นเอกสารที่ไม่ได้ถูกระบุว่าสิ้นกระแสการใช้งาน เมื่อนิยาม ของพจนานุกรมบอกไว้อย่างนี้ ผมคิดว่าเราก็น่าที่จะนําเอามาประกอบในการเขียนคํานิยาม ในกฎหมายฉบับนี้ ในทางปฏิบัติเท่าที่ทราบก็คือกรมศิลปากรก็คิดว่า ถ้าเอกสารการสิ้นการใช้งาน คือสิ้นกระแสการใช้งาน คือเอกสารที่อายุ ๒๐-๓๐ ปีขึ้นไป ก็โดยส่วนใหญ่แล้วก็สิ้นกระแสการใช้งาน หรือเอกสารบางชิ้นที่อาจจะอายุมากกว่านั้น แต่ว่ายังจําเป็นต้องใช้งานอยู่ก็ยังไม่ใช่เอกสาร ที่สิ้นกระแสการใช้งาน ประเด็นของผมก็คือว่า เมื่อกรมศิลปากรโดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติ วินิจฉัยว่าเอกสารชิ้นใดเป็นเอกสารที่สิ้นกระแสการใช้งานแล้ว ถามว่าเอกสารนั้นเมื่อวินิจฉัยว่า เป็นเอกสารที่ควรจะเป็นเอกสารจดหมายเหตุแล้วนี่ เอกสารนั้นจะต้องสิ้นกระแสการใช้งาน หรือไม่ ผมคิดว่าไม่ใช่ครับ เอกสารนั้นยังจําเป็นที่จะต้องใช้งานอยู่เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้า ในการสืบค้นอะไรต่าง ๆ ได้อีกมากมาย เพราะถ้าไปทําเช่นนั้นแล้ว ท่านประธานลองไปดู ยกตัวอย่าง เช่น เรามีจดหมายเหตุที่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่เขียนขึ้นโดยตัวบุคคล และมีประโยชน์ที่สามารถไปสืบค้นได้ เมื่อเอกสารนั้นถูกขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารจดหมายเหตุแล้ว และบอกว่าเป็นเอกสารสิ้นกระแสการใช้งาน แต่หน่วยงานหรือว่าพี่น้องประชาชนทั่วไป ต้องการจะนําเอกสารชิ้นนั้นมาเป็นเอกสารอ้างอิง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารอ้างอิงในการพิจารณา คดีความ หรือเอกสารอ้างอิงในการศึกษาค้นคว้าวิจัย เอกสารนั้นก็ถูกเรียกว่า เป็นเอกสาร ที่สิ้นกระแสการใช้งาน ก็เอาไปใช้ไม่ได้ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ ท่านประธานจะเห็นนะครับว่า ในกฎหมายฉบับนี้ เราต้องการให้เอกสารจดหมายเหตุเป็นเอกสารที่ยังสามารถที่จะนําไปใช้ ประโยชน์ต่อไปได้ โดยเขียนไว้ในมาตรา ๑๖ ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้ไปปรับปรุงแก้ไข ให้มาตรา ๑๖ สามารถที่จะไปพิมพ์ ไปทําซ้ําเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ ถามว่าการทําเช่นนี้ มันเป็นการทําที่สิ้นกระแสการใช้งานหรือไม่ อยู่ภายใต้นิยามของการสิ้นกระแสการใช้งานหรือไม่ นี่ในมาตรา ๓ ว่าด้วยบทนิยามของเอกสารจดหมายเหตุ กระผมจึงขอแปรญัตติว่าให้ตัดคําว่า สิ้นกระแสการใช้งาน ออกไป
ในอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งผมได้แปรญัตติไว้ ก็คือคํานิยามเรื่องของเอกสาร ส่วนบุคคลที่คณะกรรมาธิการระบุไว้เพียงว่า ให้หมายความว่าเอกสารที่จัดทําขึ้นเพื่อประโยชน์ ส่วนบุคคล ผมคิดว่าการให้คํานิยามเพียงเฉพาะเท่านี้ไม่เพียงพอ เพราะในสภาพความเป็นจริง เอกสารส่วนบุคคลที่จะถูกยกฐานะขึ้นเป็นเอกสารจดหมายเหตุนั้นอยู่ในความครอบครอง หรือเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ที่ครอบครองโดยชอบธรรมอยู่ด้วย และยังสอดคล้องกับมาตรา ๑๐ ที่บอกว่าเมื่อปรากฏแก่กรมศิลปากรว่าเอกสารส่วนบุคคล ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์หรืออยู่ในความครอบครองของบุคคลอาจมีคุณค่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุ ให้กรมศิลปากรขอตรวจสอบและประเมินคุณค่าของเอกสารนั้น ถ้าหากเรานิยาม เพียงเอกสารส่วนบุคคล คือเอกสารที่จัดทําขึ้นเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลนั้นไม่เพียงพอ เอกสารที่จัดทําขึ้นเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลหรือโดยตัวบุคคลนั้นอาจมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ได้ ถ้าหากว่าเราได้ใส่คํานิยามให้ครอบคลุมว่า รวมถึงเอกสารที่เป็นกรรมสิทธิ์หรืออยู่ในความครอบครอง โดยชอบธรรมของบุคคลด้วยแล้วก็จะทําให้การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมไปถึง เอกสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองโดยชอบธรรมของบุคคลได้กว้างขวางทั่วถึง แล้วก็จะทําให้เอกสารจดหมายเหตุนั้นมีที่มาที่กว้างขวางมากขึ้น ก็คือที่มาของเอกสารส่วนบุคคล ที่อยู่ในความครอบครองโดยชอบธรรมของบุคคล ผมยกตัวอย่างว่าในวันข้างหน้าถ้าเอกสาร ส่วนบุคคลอยู่ในความครอบครองของบุคคล เราจะไปดําเนินการที่จะมายกฐานะขึ้นมาเป็น เอกสารจดหมายเหตุได้อย่างไร ถ้าหากว่าคํานิยามเพียงแค่ว่าเอกสารที่จัดทําขึ้นเป็นประโยชน์ เฉพาะส่วนบุคคลเท่านั้น ก็ขออภิปรายประกอบคําแปรญัตติเพื่อให้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ
ท่านอภิชาต ติดใจหรือไม่ครับ ติดใจใช่ไหมครับ
ผมอภิปรายเพื่อที่จะขอ คําชี้แจงจากคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
เชิญกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน สุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม กรรมาธิการ ขอเรียนชี้แจงคําว่า เอกสารสิ้นกระแสการใช้งาน คํานี้เป็นคําศัพท์เฉพาะในวงวิชาการจดหมายเหตุ เป็นศัพท์สากลที่ใช้กันอยู่เป็นเสมือนวงจร เป็นการอธิบายวงจรชีวิตของเอกสาร ซึ่งจะมีวงจรเป็น ๓ กลุ่ม
กลุ่มที่ ๑ ก็คือเอกสารระหว่างกระแสการใช้งานเคอเรินท์ แอนด์ แอคทีฟ เรคคอร์ด (Current and active record) เริ่มตั้งแต่ได้ผลิตหรือจัดทําเอกสารนั้นขึ้นมา และยังต้องมีการใช้เอกสารนั้นอยู่ถือว่าเป็นระยะที่ ๑ ของวงจรชีวิตเอกสาร เอกสารนี้จะต้อง ดูแลเก็บรักษาไว้ในสํานักงานเพื่อสะดวกในการนํามาใช้
กลุ่มที่ ๒ คือเอกสารกึ่งกระแสการใช้งาน เป็นกลุ่มเอกสารที่ได้มีการจัดทําขึ้น แล้วก็ใช้เอกสารนั้นแล้วตามวัตถุประสงค์แต่ยังมีการใช้อยู่ยังไม่หมดระยะเวลาการใช้ ยังต้องเก็บไว้ใช้งานในหน่วยงานนั้น ๆ อีกระยะหนึ่งเพื่อการอ้างอิง หรือการดําเนินงาน ของหน่วยงาน เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารกึ่งกระแสการใช้งานที่จะต้องรวบรวมเก็บรักษาไว้ ในหน่วยงานโดยมีพื้นที่ในการจัดเก็บที่เหมาะสม
กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มสิ้นกระแสการใช้งาน คือเอกสารที่พ้นจากการใช้งาน ของหน่วยงานนั้น ๆ แล้ว และนํามาส่งมอบให้กับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในการกําหนด อายุเอกสาร การที่จะกําหนดว่าจะใช้งานหรือยังใช้งานเป็นกึ่งกระแสการใช้งานอยู่ หรือว่า สิ้นสุดการใช้งานแล้วเป็นส่วนหนึ่งในการดําเนินงานจดหมายเหตุ ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จะไปกําหนดตารางกําหนดอายุเอกสารร่วมกับหน่วยงานเจ้าของเอกสารนั้น ๆ ว่าเอกสารนั้น จะอยู่จะเก็บไว้ในระยะ ๑ ปี หรือ ๓ ปี หรือ ๕ ปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี อันนี้เป็นข้อตกลง ที่หน่วยงานทําไว้เรียกว่า ตารางกําหนดอายุเอกสาร เพราะฉะนั้นทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ก็ได้ใช้คํานี้มาในระบบการทํางานจดหมายเหตุค่ะ
ท่านอภิชาต ไม่ติดใจแล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ติดใจนะครับ เพียงแต่ว่าระยะเวลาของการเป็นเอกสารที่สิ้นกระแสการใช้งานนั้น ของแต่ละหน่วยงานมันไม่เท่ากัน เอกสารจดหมายเหตุบางชิ้นมีอายุสิ้นกระแสการใช้งาน ของหน่วยงานหนึ่ง แต่ว่าบางชิ้นอาจจะยังไม่สิ้นอายุการใช้งาน แต่ว่ามีคุณค่าที่จะเป็นเอกสาร ทางประวัติศาสตร์ได้แล้ว มันก็สามารถที่จะยกฐานะขึ้นไปเป็นเอกสารจดหมายเหตุได้ แต่ถ้าท่านเขียนว่าเฉพาะเอกสารที่สิ้นกระแสการใช้งาน ท่านก็จะต้องรอให้หน่วยงานนั้น วินิจฉัยว่าเป็นเอกสารสิ้นกระแสการใช้งานก่อนถึงจะถูกยกฐานะมาเป็นเอกสารจดหมายเหตุได้ ซึ่งทําให้เสียโอกาส เท่านั้นละครับ ถ้าท่านสามารถที่จะตัดได้ตามเหตุผลผมว่าก็จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าท่านยังคงยืนยันก็คิดว่าไม่ใช่สาระสําคัญมากที่ถึงขั้นจะต้องโหวตลงมตินะครับ
ท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ เอกสาร จดหมายเหตุ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข หมวด ๒ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข
เชิญท่านสาทิตย์ก่อนครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้วกฎหมายฉบับนี้นั้น ผมสนับสนุนนะครับ ที่จะให้มีการออกมาบังคับใช้โดยเร็ว เพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์ กับงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดเก็บรักษาบรรดาเอกสารสําคัญต่าง ๆ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่สําคัญของชาติครับ ในมาตรา ๑๓ ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่บัญญัติเอาไว้นะครับ บังเอิญว่าคณะกรรมาธิการได้ไปมีการแก้ไข แล้วก็เพิ่มเติม ทีนี้ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการเองคงแก้ไขเพิ่มเติมด้วยความปรารถนาดีที่จะให้มีภาระหน้าที่ต่าง ๆ ครอบคลุมมากขึ้นนะครับ เพียงแต่ว่าพอเขียนไปแล้วมันมีข้อสงสัย ซึ่งในข้อสงสัยนี้ มันจะเกี่ยวข้องกับวิธีปฏิบัติของท่าน ผมยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๑๓ ใน (๖) ท่านมีการแก้ไข จากเดิม ซึ่งเขียนไว้ว่า จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ ท่านเปลี่ยนแปลงเป็น รวบรวม เอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาติ ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงแก้ไขความมันมีแนวปฏิบัติ หรือจุดมุ่งหมายที่ต่างกันเลยนะครับ ที่ต่างกันก็คือว่าเดิมทีนั้นเขียนไว้ว่าเป็นการจดบันทึก เหตุการณ์สําคัญของชาติ ซึ่งผมเข้าใจว่าในหอจดหมายเหตุเองคงจะมีวิธีการในการจดบันทึก ในแต่ละเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่พอเขียนว่าเป็นรวบรวมเอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาติ มันเหมือนกับจะเป็นการทํางานในลําดับ ๒ ในการจัดเก็บข้อมูลหรือเปล่า หมายความว่า เอกสารต่าง ๆ เหล่านั้นล้วนแล้วแต่มีคนจัดทําขึ้น หรือจดบันทึกขึ้นแล้ว หอจดหมายเหตุ จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการที่จะไปเก็บรวบรวมบรรดาเอกสารต่าง ๆ เหล่านั้นมาจัดเก็บไว้ ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติในที่ต่าง ๆ ซึ่งการทํางานผมเข้าใจว่าจะแคบกว่าที่ท่านเขียนไว้เดิม คือจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ เพราะคําว่า จดบันทึก นั้น เจ้าหน้าที่ของหอจดหมายเหตุ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบก็สามารถที่จะประเมินได้ว่าเหตุการณ์ใดเป็นเหตุการณ์สําคัญของชาติ และสามารถจะจดบันทึกได้เลย แต่พอรวบรวมเอกสารมันจะเป็นงานในลําดับที่แคบกว่า เมื่อเป็นลําดับที่แคบกว่าแล้ว เหตุการณ์สําคัญบางเรื่องอาจจะไม่ได้เป็นเหตุการณ์สําคัญที่หน่วยงานราชการมีการจดบันทึก เอาไว้เช่นนี้ หน้าที่ตามกฎหมายของหอจดหมายเหตุแห่งชาติจะทําอย่างไร เหตุการณ์เหล่านั้น ก็จะตกบันทึกไปจากการบันทึกของหอจดหมายเหตุแห่งชาติหรือเปล่า ผมยกตัวอย่าง เช่นอาจจะมีเหตุการณ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เป็นการเคลื่อนไหวของบรรดา พี่น้องประชาชนในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้นจะเป็นเหตุการณ์ ที่ทางราชการไม่ได้บันทึกเอาไว้ แต่ถ้ากําหนดในกฎหมายไว้เดิมเป็นการจดบันทึกเหตุการณ์ สําคัญของชาติเจ้าหน้าที่ก็สามารถจัดทําได้เลย ต่อไปเป็นรวบรวมเอกสารมันจะเป็นงานลําดับ ๒ ซึ่งต้องมีคนทําไว้ก่อนแล้ว อันนี้ก็ขอคําชี้แจงด้วยนะครับว่าจริง ๆ แล้วจุดมุ่งหมายที่แท้จริง ของท่านนั้นเป็นอย่างไร ผมเข้าใจว่าถ้าเกิดเราประสงค์ที่จะให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีภาระหน้าที่ที่ครอบคลุมกว้างขวางขึ้น แล้วสามารถที่จะประเมินเหตุการณ์สําคัญต่าง ๆ ได้เอง โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญแล้วน่าจะกลับไปสู่ร่างเดิม ซึ่งภาระหน้าที่นั้นกว้างขวางกว่านะครับ
ในข้อถัดมาครับ เป็นข้อที่ทางกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม่ใน (๖/๑) คือ ไปเพิ่มเติมหน้าที่เป็นจัดทําบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า อันนี้ผมคิดว่าจะเป็นประเด็น ที่ค่อนข้างจะต้องพูดกันให้ละเอียดสักนิดหนึ่งนะครับว่ามันมีประเด็นที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ อัน
๑. คําว่า บันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า เราใช้หลักเกณฑ์ใดในการประเมินว่า ประวัติศาสตร์บอกเล่าใดสมควรที่จะมีการจดบันทึกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และคนที่จะประเมินประวัติศาสตร์บอกเล่า ประเมินคุณค่าประวัติศาสตร์บอกเล่าว่าเรื่องใด ควรจะจดบันทึกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ คนประเมินคุณค่าเป็นใคร และจะใช้ หลักเกณฑ์ใดในการประเมินคุณค่าเหล่านั้น เพราะประวัติศาสตร์บอกเล่านั้นคงมีหลายเรื่อง เราจะคิดเฉพาะจากวันนี้ย้อนหลังกลับไปคงไม่ได้ เพราะภาระหน้าที่ตามกฎหมายนี้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติจะต้องมีภาระหน้าที่ต่อไปในอนาคตด้วย บางครั้งประวัติศาสตร์ บอกเล่าอาจมีความขัดแย้งกัน มีความเห็นที่ไม่ตรงกันต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น เราจะใช้ หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินว่าเหตุการณ์ใดควรได้รับการจดบันทึก เหตุการณ์ใดไม่ควรที่จะ ได้รับการจดบันทึก แต่ผมเห็นนะครับ ผมเห็นความสําคัญว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความจําเป็น เพราะบางทีถ้าถอยหลังกลับไปจากวันนี้แล้ว ประวัติศาสตร์ของสถานที่ต่าง ๆ ที่มีที่มาที่ไป มันมีเรื่องบอกเล่าซึ่งไม่ได้เป็นการจดบันทึกเอาไว้ เพราะว่าชนชาติทางฝั่งเอเชีย (Asia) ก็ค่อนข้างที่จะใช้วิธีของบอกเล่ากันมากกว่าที่จะจดบันทึกอย่างฝั่งชาติตะวันตก อันนี้ก็จําเป็น แต่ผมกังวลก็คือกังวลต่อไปในวันข้างหน้า เพราะว่าสังคมก็มีความซับซ้อนมากขึ้น และภาระหน้าที่ตามกฎหมายก็ตกเป็นของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่จะต้องมีการประเมิน คุณค่าว่าประวัติศาสตร์บอกเล่าใดควรจดบันทึก หรือไม่ควรจดบันทึก ตรงนี้กรรมาธิการ ได้วางหลักเกณฑ์ วิธีการประเมินคุณค่าเอาไว้อย่างไร เพื่อมิให้เป็นข้อโต้แย้งต่อไปในอนาคต ถ้าเกิดสมมุติว่ามีการบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่าใดไปในทางด้านฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แล้วขาดอีกด้านหนึ่งไปแล้วมีข้อโต้แย้งเราจะทําอย่างไร มันมีคําหนึ่งซึ่งเราพูดกันบ่อย ๆ ว่า ใครเขียนประวัติศาสตร์ก็แน่นอนว่าจะต้องเขียนประวัติศาสตร์เพื่อคนคนนั้น ความรอบคอบ ของการจดบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่ามันจะต้องมีการเขียนไว้ในหลักเกณฑ์ในการประเมิน คุณค่าของประวัติศาสตร์บอกเล่า ผมมองไม่เห็นนะครับว่าในหลายมาตราท่านเขียนไว้ว่า ให้อธิบดีเป็นคนไปกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น หลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยเรื่องกรรมการกองทุน หลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยเรื่องการเอาเอกสารที่เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลเข้ามาเหล่านี้เป็นต้น แต่การจัดทําบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่ามันลอย มันกว้าง มันไม่มีรายละเอียด มันไม่มี หลักเกณฑ์ มันไม่มีวิธีการประเมินคุณค่า ผมมองเห็นว่าบางด้านอาจจะเป็นปัญหาได้นะครับ
ส่วนอีก ๒ ข้อที่ท่านเพิ่มขึ้นมาเรื่องหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ อันนี้ผมเห็นด้วย นะครับ ส่วนข้อ (๘/๑) ที่ท่านเพิ่มขึ้นมาเป็นเรื่องสนับสนุนด้านวิชาการนั้น อันนี้เป็นเรื่อง ที่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่สงสัยว่าวิธีการสนับสนุนในทางวิชาการนั้นที่กรรมาธิการ เขียนลงไปคิดรูปแบบเอาไว้อย่างไร เพราะว่าแต่เดิมทีการสนับสนุนทางด้านวิชาการนั้น เรามักจะคิดในเชิงรับมากกว่าเชิงรุก ผมยกตัวอย่างเช่นถ้ามีหอจดหมายเหตุของทางท้องถิ่นก็ดี หอจดหมายเหตุเอกชนก็ดี เขาสอบถามมาหรือร้องขอมา เจ้าหน้าที่จึงจะไปให้คําแนะนําในทางวิชาการได้ หรือบางที หอจดหมายเหตุอาจจะขอจัดตั้งงบประมาณเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของทางราชการ เป็นลักษณะของการไปจัดสัมมนาต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น แต่ด้วยวิธีการที่ค่อนข้างที่จะเก่าแล้ว เราก็ทํามาหลายปีแล้ว และบางทีก็ติดขัดเรื่องปัญหางบประมาณต่าง ๆ ผมถามกรรมาธิการว่า การเขียนเรื่องการสนับสนุนในทางวิชาการเหล่านี้ หลักการดีมาก แต่วิธีปฏิบัติเชิงรุกที่จะให้ หอจดหมายเหตุท้องถิ่นก็ดี หอจดหมายเหตุของภาคเอกชนก็ดี เขาได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และเชื่อมโยงข้อมูลกันนี้ ท่านคิดแนวทางที่ค่อนข้างที่จะทันสมัยหรือเป็นเชิงรุกเอาไว้อย่างไร หรือไม่ อันนี้ขอคําตอบท่านด้วยนะครับ
เดี๋ยวขอสลับข้างก็แล้วกันนะครับ ท่านขจิตรและกลับไปท่านนครนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ในมาตรา ๑๓ คณะกรรมาธิการได้แก้ไข แล้วก็เพิ่มเติม ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๓ (๖) ทางกรรมาธิการได้เปลี่ยนข้อความ เป็นการเพิ่มเข้ามาใหม่ในเรื่องของ (๖) จากเดิมใช้คําว่า จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ เดิมใช้ข้อความว่า จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ เพราะฉะนั้นความเข้าใจผมก็คือ ทางหอจดหมายเหตุจะต้องมีหลักเกณฑ์ มีเจ้าหน้าที่หรืออาจจะเป็นรูปกรรมการ หรือคณะบุคคล หรือบุคคลที่มีอํานาจในการให้จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ แต่พอท่านเปลี่ยนไปทั้ง ๒ อนุมาตราที่ท่านเพิ่มขึ้นมา ที่ท่านเปลี่ยนใน (๖) นี้ ทําให้อันเดิม หายไป เพราะว่าท่านแก้ไขเป็นว่า รวบรวมเอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาติ นั่นหมายความว่า ไปรวบรวมเอกสารมา อันนี้ผมเข้าใจได้ พอท่านเพิ่ม (๖/๑) ท่านบอกว่าจดบันทึก ประวัติศาสตร์บอกเล่า ผมก็เข้าใจได้ว่าท่านมีการจดบันทึก แต่ว่าจดบันทึกจากคําบอกเล่า แต่อันเดิมท่านหายไปเลย หายไปหมายความว่า จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ คําถามผม ก็คือว่า ทําไมข้อเดิมท่านให้หายไปเลย ไม่มีการจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติเลยนะ หายไปเลย มีแค่รวบรวมเอกสารที่คนอื่นเขาเขียนไว้ที่ข่าวเขาลง ที่เขาไปวิเคราะห์ท่านก็มาเก็บไว้ เสร็จแล้วพอท่านจะจดบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ ท่านต้องไปถามคนอื่นให้เขาเล่าให้ฟัง ท่านถึงจะจดได้ แต่เนื้อความอันเดิมหายไปเลย ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ การที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติจะจดบันทึก เหตุการณ์สําคัญของชาติเองหายไปเลย ส่วนการเพิ่ม (๘/๑) อะไรนี้ ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วก็เพิ่ม (๘) ไปในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ก็เห็นด้วย แต่ผมข้องใจว่า (๖) ข้อความเดิมท่านตัดไปเลย ถึงแม้ไม่ตัดทั้งหมดแต่ข้อความใหม่ที่ท่านเพิ่มมามันเป็นเรื่องใหม่ ๒ เรื่องแต่เรื่องเดิม เรื่องการจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ ไม่มีเลย มันทดแทนกันไม่ได้นะ ข้อที่ท่าน เปลี่ยนแปลงใหม่นี้ ผมต้องการคําอธิบายครับ
ท่านนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เนื่องจากว่ามาตรา ๑๓ ว่าด้วยหอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ ซึ่งมีอยู่หลายอนุมาตรา ใน (๖) เหมือนกับเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ แต่เดิมก็คือ (๖) จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ ซึ่งมันมีนัยสําคัญว่าเหตุการณ์อันสําคัญของชาติ คืออะไรบ้าง โดยจะมีผู้รู้ มีนักปราชญ์ ราชบัณฑิต มีคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ แล้วก็มีกฎ มีระเบียบ มีวิธีการในการที่จะบันทึกเนื้อหาสาระที่เป็นบันทึกของประเทศ เป็นบันทึก ของชาติ ซึ่งมันมีนัยที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นการจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ เป็นนัยสําคัญเป็นอย่างยิ่งที่ตัวแทนของหอจดหมายเหตุแห่งชาติหรือตัวแทนของฝ่ายรัฐบาล จะต้องยืนยันในหลักการที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับวาระที่หนึ่งมา ที่เราได้ร่วมกันเห็นชอบ ในหลักการ แต่การที่คณะกรรมาธิการไปแก้ไขสาระสําคัญ ใน (๖) ตัดคําว่า จดบันทึก ออก แล้วก็เป็น การรวบรวมเอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาติ ไม่เพียงพอ ไม่เพียงพอที่จะประมวล หรือว่าบันทึกถึงนัยสําคัญในเชิงประวัติศาสตร์ ในเชิงคุณค่า ในเชิงความเป็นเนื้อหาสาระ ที่เป็นนัยสําคัญของชาติ เพราะฉะนั้นท่านใดจะไม่ติดใจนี่ แต่ผมติดใจแน่สําหรับ (๖) เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ใน (๖) นี่ถ้าเกิดว่าท่านจะให้ความกรุณาปรับปรุง แก้ไขบอกว่า จดบันทึกและรวบรวมเอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาติ ถ้าแบบนี้พอรับได้ แต่ถ้าเกิดท่านตัดคําว่า จดบันทึก ออก แต่ไปเปลี่ยนเป็น รวบรวมเอกสารเหตุการณ์สําคัญ ของชาติ ไม่เห็นด้วย แล้วก็ขอคําชี้แจง ในส่วนของมาตรา ๑๓ (๖/๑) ที่ท่านเพิ่มเข้ามา โดยมีเนื้อหาว่า จัดทําบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ผมต้องการทราบ เจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าท่านให้เพิ่มมาตรา ๑๓ (๖/๑) จัดทําบันทึก ประวัติศาสตร์บอกเล่า ท่านต้องการอะไร มีนัยสําคัญทางประวัติศาสตร์และเชิงคุณค่า อย่างไร ท่านมีนัย หรือว่าเอานิยายปรัมปราเข้ามา หรือว่าเป็นตํานานที่บอกเล่ากันมา หรือว่าใช้วิธีการไปสอบสัมภาษณ์หรือว่าไปสืบค้นโดยมีหลักวิชาการรองรับ ไม่ใช่ว่าบันทึก ประวัติศาสตร์โดยผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ ซึ่งเราเคยผิดพลาดมาแล้ว หลายเรื่องครับ ผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ผมว่าในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ประวัติศาสตร์ควรที่จะบันทึกอย่างตรงไปตรงมา ทั้งผู้แพ้แล้วก็ทั้งผู้ชนะ ไม่ใช่ให้ผู้ชนะ เป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ซึ่งข้อเท็จจริงบางอย่างในอีกมุมหนึ่ง ในอีกด้านหนึ่งจะถูกบิดเบือน ถูกลบเลือน ทั้ง ๆ ที่ควรจะทรงคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ไว้ อันนี้คือสิ่งที่จะต้องขอคําตอบ จากคณะกรรมาธิการ
เรื่องสุดท้ายครับ (๘/๑) ที่ท่านได้เพิ่มขึ้น สนับสนุนด้านวิชาการแก่หอจดหมายเหตุ ของหน่วยงานของรัฐ หอจดหมายเหตุฉบับท้องถิ่น และหอจดหมายเหตุเอกชน ท่านมีความเตรียมพร้อมในการที่จะจัดงบประมาณ ขอแผนในการบริหารจัดการงบประมาณ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง อันที่จริงกฎหมายฉบับนี้ผมเคยอภิปรายในวาระที่หนึ่ง ในชั้นรับหลักการว่าท่านไปสืบค้นดู พระมหากษัตริย์ผู้มีคุณูปการต่อประเทศของเรา ตั้งแต่องค์ปฐมบรมกษัตริย์คือพระองค์ใดบ้าง แล้วก็เชิดชูพระเกียรติคุณให้สมกับที่ ประเทศของเราควรที่จะรําลึกนึกถึง เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขอคําชี้แจง จากคณะกรรมาธิการด้วย ขอบพระคุณครับ
ท่านสามารถ แก้วมีชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมมีประเด็นเดียวครับ จริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแต่เพื่อที่จะให้น้ําหนักว่า สมาชิกส่วนหนึ่งก็เป็นห่วงกังวลในมาตรา ๑๓ ซึ่งพูดถึงหน้าที่ของหอจดหมายเหตุ ผมเป็นห่วงใน (๖) ที่ท่านกรรมาธิการได้ไปแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ อยากกราบเรียน ท่านประธานว่าในมาตรา ๑๓ (๖) เดิมใช้ถ้อยคําว่า จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ ท่านไปแก้เป็น รวบรวมเอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาติ ซึ่งความหมายมันแตกต่างกัน โดยสิ้นเชิง คําว่า จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ ก็แปลว่าเมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ในบ้านในเมืองหอจดหมายเหตุมีหน้าที่จดบันทึกไว้ ผมยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ หรือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ อะไรก็แล้วแต่นะครับ หรือเหตุการณ์เพิ่งจบไปเร็ว ๆ นี้ เกิดขึ้นท่านก็จด เหตุการณ์อุทกภัย ซึ่งมันเกิดขึ้นครั้งร้ายแรงในประวัติศาสตร์ท่านก็ต้องจดบันทึก แต่ปรากฏว่าท่านเอาคําว่า จดบันทึก ออกไปกลายเป็น รวบรวมเอกสาร ก็แปลว่าท่านก็ต้องไปเที่ยวรวบรวมเอกสาร ที่มีคนเขาทําไว้จากหนังสือพิมพ์บ้าง จากเอกสารงานศพบ้างอะไรบ้างก็แล้วแต่นะครับ ซึ่งผมว่ามันจะทําให้หน้าที่หลักของหอจดหมายเหตุมันหายไปนะครับ จะเป็นไปได้ไหมครับ ท่านกรรมาธิการถ้าท่านจะแก้โดยใช้ ๒ คําอยู่ในวงเล็บเดียวกันก็คือ จดบันทึกและรวบรวม เอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาติ มันก็จะได้ ๒ อย่างอยู่ในวงเล็บเดียวกัน คือทั้งท่าน จดบันทึกเองและท่านไปรวบรวมมาด้วย ไม่อย่างนั้นอันสําคัญหายไปแล้วท่านจะให้ใคร ไปจดบันทึก ทีนี้ผมก็ไปดูข้ออื่น ๆ วงเล็บอื่นว่ามันพอจะเปิดช่องให้หาได้ไหมข้อมูลที่ท่านจดเอง ก็ปรากฏว่าไม่มีนะครับ มันก็เป็นแต่เรื่องใน (๕) เป็นการจดบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับพระราชพิธี รัฐพิธี และศาสนพิธี ซึ่งมันก็อยู่ในกรอบแคบ ๆ หรือ (๖/๑) ที่ท่านเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ก็เป็น เรื่องของการจัดทําบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า ฉะนั้นก็ฝากเรียนท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ถ้าจะกรุณาลองทบทวนประเด็นนี้ ผมเพียงแต่เป็นห่วงว่าบทบาทสําคัญของหอจดหมายเหตุ มันจะหายไปเท่านั้นครับ ขอบคุณครับ
ทางสภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าชม ผู้เข้าร่วมโครงการยุวประชาธิปัตย์ จากสํานักกิจการเยาวชน พรรคประชาธิปัตย์ เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผมสนับสนุนเต็มที่นะครับ แต่ว่าในมาตรา ๑๓ ที่มีการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (๖) ที่มีการตัดข้อความ จดบันทึก ออก แล้วเพิ่มเติม รวบรวมเอกสาร เข้ามานี่ ผมเห็นว่ามันจะขาดความสมบูรณ์ออกไปดังที่ท่านสมาชิกทั้งหลายได้มีการอภิปรายไป คือจริง ๆ แล้วเหตุการณ์สําคัญของชาติมันจําเป็นจะต้องมีการจดบันทึก เพราะฉะนั้นถ้อยคําตรงนี้ มันไม่ควรที่จะตัดออกนะครับ นี่เป็นเรื่องหลักเลยครับ แล้วกรณีที่เพิ่มเติม รวบรวมเอกสาร ผมเห็นด้วยเพราะอย่างน้อยเอกสารบางอย่างผมอยากจะเรียนว่าบางทีเอกสารสําคัญ ของประเทศเราในหอสมุดแห่งชาติหรือหอจดหมายเหตุของเราไม่มีนะครับ แต่ไปปรากฏอยู่ใน หอจดหมายเหตุบางประเทศ ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างกรณีผมเคยไปศึกษาดูงาน และเยี่ยมชมหอจดหมายเหตุของประเทศสหรัฐอเมริกาที่วอชิงตันดีซี มันมีพระราชหัตถเลขา ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นพระราชหัตถเลขาของพระองค์ท่านเอง แล้วปีนั้นก็มีการส่งช้างไปให้ทางประเทศสหรัฐอเมริกา ในนี้เขายืนยันว่าเมืองไทยไม่มีนะครับ มีฉบับเดียวเท่านั้นที่อยู่ในหอจดหมายเหตุของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่หลายปีมาแล้วนะครับ ที่ผมไป แต่ไม่ทราบว่าทางหอจดหมายเหตุไทยได้ไปขอแล้วไปก๊อปปี้ (Copy) อะไรมาหรือเปล่า เพื่อเอามาเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ของไทย อย่างนี้คนไทยไม่มีโอกาสรู้เลยครับ ถ้าผมไม่ไปที่นั่น นี่ผมไม่รู้นะครับว่าในสมัยรัชกาลที่ ๔ ส่งช้างไป แล้วมีพระราชหัตถเลขาของพระองค์ เขียนด้วยพระองค์ท่านเองเลยครับ อย่างนี้เป็นต้น หรือในกรณีเป็นกรณีเดียวอย่างประวัติศาสตร์ ที่เราเกี่ยวข้องกับประเทศรัสเซียนี่นะครับ ผมไม่แน่ใจนะครับ เหตุการณ์สําคัญในสมัยยุคนั้น รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอาจจะมีเหตุการณ์สําคัญเกี่ยวข้อง อาจจะมีอยู่ใน หอจดหมายของประเทศรัสเซีย การรวบรวมอย่างนี้ผมเห็นด้วย สนับสนุน เพราะฉะนั้นผมก็ อยากจะฝากไปยังกรรมาธิการครับว่าถ้าเป็นไปได้นี่ข้อความที่ตัดออกก็ใส่เข้ามาแล้วก็เพิ่มไป ผมยินดีสนับสนุนและมันจะทําให้ครบถ้วนสมบูรณ์ว่าเหตุการณ์สําคัญนี่เราได้มีการจดบันทึก เหตุการณ์อะไรต่าง ๆ ที่ผ่านมาที่เราไม่มีอยู่นี่ เราก็ไปรวบรวมมาจากทั่วโลกเลยที่มันเกี่ยวข้อง กับประเทศของเรา ที่เราเคยมีสัมพันธไมตรีหรือมีความเกี่ยวข้องทางด้านต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ประเด็นตรงนี้ผมก็อยากจะให้กรรมาธิการไปทบทวนนะครับ ถ้าเพิ่มลงไปได้แล้วก็ที่ตัดออก ใส่ลงไปอย่างเดิมแล้วก็เพิ่มลงไป ผมเห็นด้วย ในกรณีที่เพิ่ม (๖/๑) ไปนี่ จัดทําบันทึก ประวัติศาสตร์บอกเล่านี่ อันนี้มันคงจะต้องมีคณะกรรมการที่ชัดเจนในการศึกษา ประวัติศาสตร์ แล้วก็ไม่รู้เล่ามากี่ยุคกี่สมัย มันจะเท็จจริงอย่างไร เราก็ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ คงจะเป็นข้อสันนิษฐานเท่านั้น อันนี้ผมว่าไม่จําเป็นก็ตัดออกได้ครับ ก็ลองพิจารณา ฝากกรรมาธิการไปทบทวนดูครับ ขอบคุณครับ
ท่านไพจิต แล้วก็มาท่านอภิชาต แล้วก็ท่านชลน่าน เชิญครับ ท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ หอจดหมายเหตุ แห่งชาติ ในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ ที่คณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไขใน (๖/๑) แล้วไปเพิ่มเติม ใน (๘/๑๑) นี่ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมนี่มีความเชื่อว่า ประวัติศาสตร์คือความงดงามของสังคมมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องรักษาภาระ ของกฎหมายฉบับนี้เพื่อที่จะให้มีการรักษาแล้วก็สิ่งที่มันชํารุด สูญหายอะไรทั้งหลายนี่ มีการสืบทอดส่งมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ของมนุษย์ เดิมนี่เราเข้าใจว่าสิ่งที่จริงที่สุด คือคนร่วมสมัยที่เขาทําบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเอาไว้ของคนร่วมสมัยที่เกิดในเหตุการณ์นั้น ๆ ผมนี่เรียนทางประวัติศาสตร์มา ผมเข้าใจอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเวลาเราสืบค้นถึงสิ่งอะไร ที่เกิดความงดงาม ชีวิตของแต่ละสังคมนี่ก็จะดูคนร่วมสมัยเป็นหลัก เพราะฉะนั้นถ้าหาก ถ้อยคําเดิมที่บอกว่า จดบันทึก จดบันทึกนี่ก็คือคนร่วมสมัยนั่นละเขาทําบันทึกนะครับ คนหลัง ๆ ไปบันทึกก็จะเบี่ยงเบนไปแล้วจากความจริงทั้งหมด ผมพยายามดูว่าถ้อยคําที่เพิ่ม เข้ามาในร่างเดิมอาจจะได้คิดกันด้วยความรอบคอบแล้ว แต่ว่ามาเป็นเรื่องของการรวมรวบ เอกสารเหตุการณ์ที่สําคัญของชาติ แปลว่า เดิมนี่ใช้คําว่า จดบันทึก นะครับ ท่านประธานครับ เป็นที่สงสัยเหมือนกันว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงถ้อยคํา เพิ่มเติมอะไรทั้งหลายนี่ มีใครช่วย พิจารณาบ้าง ก็ดูคนที่มาร่วมพิจารณาก็มีแต่นักกฎหมายโดยส่วนใหญ่ ผมเชื่อท่านประธาน คณะกรรมาธิการนี่เป็นคนที่ละเอียดและเอาจริงเอาจังนะครับ ถึงขั้นนําหนังเล็กมาฉายให้พวก ส.ส. ได้ดูกันนะครับ แต่ว่าโดยนัยจริง ๆ คนที่จะเปลี่ยน ถ้อยคํา เพิ่มเติมภาระของร่างที่สภารับไปแล้วก็ต้องการที่จะให้เกิดความรอบคอบที่สุด ผมก็ไม่มั่นใจนะครับ จากที่เห็นมีนักกฎหมาย มีอะไรทั้งหมด ตัวกระทรวงวัฒนธรรมเอง ที่เป็นเจ้าภาพหลักในกฎหมายฉบับนี้ก็ต้องแสดงความชัดเจนว่าสิ่งที่ไปเพิ่มจะทําให้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติซึ่งจะเป็นส่วนราชการที่เป็นเจ้าภาพหลักในการมาทําภารกิจ ในการนําเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น ในการศึกษาของคนรุ่นหลัง ๆ ว่าข้อความเป็นจริง ของเหตุการณ์ที่เกิดในแต่ละช่วงสมัยที่เปลี่ยนไปจะยังคงเป็นความจริงอยู่ เพราะฉะนั้น ถ้าจะเอาเข้าไปถึงเรื่องจัดทําบันทึกจากคําบอกเล่า ก็ขอคําอธิบายจากท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านคณะกรรมาธิการละครับ แปลว่าจะบันทึกเรื่องที่เกิดขึ้นจากปาก ของบุคคลที่จะเป็นพยานบุคคลมาทําให้เป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นความจริงที่น่าจะรักษา สิ่งที่เป็นเหตุการณ์ บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงยุคสมัย หนัก ๆ เข้าถึง (๘/๑) สนับสนุน จะเผยแพร่ ส่วนราชการในระดับของราชการของกระทรวงวัฒนธรรม คงจะมีศักดิ์ เป็นสํานักหรือเป็นกอง แต่ว่าจะเข้าไปบริการถึงหน่วยงานของท้องถิ่นแล้วก็เอกชน ผมก็เปิด ไปดูล่วงหน้าไปอีกก็เห็นว่าจะต้องมีให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาเป็นกรรมการกองทุน ที่จะทําพัฒนางานพวกเหล่านี้อยู่ด้วยอีก ผมไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันนะครับ เอาเรื่องของ จดหมายเหตุท้องถิ่น แล้วก็มาตราต่อไปก็จะบอก ต้องเอานายก อบจ. แห่งประเทศไทย มาเป็นกรรมการบริหารกองทุนนี้ ไปใหญ่เลยนะครับนี่ ประวัติศาสตร์ของชาติที่จะต้อง ดําเนินการโดยคณะบุคคลอย่างไร ๆ ขอให้สืบค้น สืบทอดตรงนั้นอย่างจริงจัง ผมว่ามันกว้าง มันออกไปเยอะเกินไป แล้วภาระจริง ๆ ที่ขณะนี้ก็มีการพยายามที่จะชําระประวัติศาสตร์ ที่มันยังไม่จริงให้เป็นความจริงแล้วก็หน้าที่ของหอจดหมายเหตุก็คือจะต้องเป็นส่วนเจ้าภาพ หลักในการทําเรื่องเหล่านี้จริง ๆ อย่าให้มันบานออกไปเป็นเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาระหลักที่ สภาต้องการจะเห็นความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานที่เป็นตัวอักษรที่มีเรื่องราว ที่เราจะสืบค้นให้ในการที่จะทําให้เราภาคภูมิใจในความเป็นชนเผ่าที่ยิ่งใหญ่ที่มีความสําคัญ ในอดีตนะครับ ผมต้องการความชัดเจนเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักในการที่จะเพิ่มเข้ามาทั้งหลาย ก็ขอความกรุณาว่าโดยชั้นการพิจารณาในชั้นวาระที่หนึ่งก็ได้อนุมัติหลักการแบบนั้นไปนะครับ เพื่อที่จะรักษาความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรมที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ควรที่จะมี การรักษาแล้วก็ทําให้มีคุณค่า ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๑๓ ซึ่งเป็นมาตราที่ว่าด้วยหน้าที่ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ผมได้เสนอคําแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญให้พิจารณาใน ๒ ประเด็น ก็คือเรื่องใน (๑) คือเรื่องของการเก็บรักษาและอนุรักษ์เอกสารจดหมายเหตุ ซึ่งได้เพิ่มคําว่า เก็บรักษา อนุรักษ์และเผยแพร่เอกสารจดหมายเหตุ ซึ่งเมื่อได้ฟังคําชี้แจง ของคณะกรรมาธิการในระหว่างการประชุมแล้วก็เห็นด้วยไม่ได้ติดใจนะครับ แล้วก็มาใน (๖) ผมได้เสนอคําแปรญัตติเหมือนกับที่คณะกรรมาธิการได้แปรญัตติ เหตุผลเป็นอย่างนี้นะครับ เป็นเหตุผลที่อาจจะไม่ตรงกับที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้หยิบยกขึ้นมาอภิปราย แต่ก็สอดคล้อง กับที่เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งที่เพิ่งอภิปรายจบลงไป คือท่านไพจิต ศรีวรขาน ขออนุญาต ที่เอ่ยนามท่าน ความกังวลของผมถ้าเกิดตามร่างเดิมก็คือว่าให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีหน้าที่ในการจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาตินั้น ผมคิดว่าหน้าที่ของกรมศิลปากร หรือเจ้าหน้าที่ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติไม่ได้มีหน้าที่ในการบันทึกประวัติศาสตร์ การจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ นั่นคือการบันทึกประวัติศาสตร์ ท่านประธานที่เคารพครับ หอจดหมายเหตุแห่งชาติปัจจุบันนี้มีฐานะเล็กกว่ากรมด้วยซ้ํา และมีกําลังเจ้าหน้าที่เพียง ๔๐-๕๐ คน และเฉพาะเจ้าหน้าที่แผนกจดบันทึกมีอยู่ ๕-๖ คนเท่านั้นเอง ถามว่า การจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาตินั้นจําเป็นต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ๑. กําลังคน ต้องมากเพียงพอ แต่สําคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่าจะต้องมีองค์ประกอบด้านอื่น ความรู้เกี่ยวกับ เรื่องนั้น ๆ ที่จะจดบันทึกเพื่อให้เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ในอนาคตไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ผมกังวลใจกับเรื่องนี้แล้วก็ต่อสู้เรื่องนี้ในคณะกรรมาธิการก็ได้มีการอภิปรายถกเถียง แล้วก็ยอมรับในเหตุผลว่าเจ้าหน้าที่ของหอสมุดแห่งชาติหรือหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ไม่มีหน้าที่ในการเขียนประวัติศาสตร์ เหตุการณ์สําคัญของชาติมีหลายเรื่องหลายราว ที่มีความขัดแย้ง มีความเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งในการอภิปรายในวาระที่หนึ่งของสภาแห่งนี้ ก็วิตกกังวลกับเรื่องนี้ล่ะครับว่าใครล่ะจะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ ใครล่ะจะเขียนข้อเท็จจริง ทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้คนได้รับรู้แล้วก็เป็นกลาง เป็นธรรมมากที่สุด เป็นที่ถูกใจ ของคนทุกฝ่ายมากที่สุด มันไม่มีหรอก ผมจึงเห็นว่าบทบาทหน้าที่ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพียงแต่รวบรวมเอกสารสําคัญของชาติ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ถามว่าเอกสารสําคัญของชาติ มันมีอะไรบ้างครับ ก็อย่างที่เรียนว่าในมาตรา ๓ ที่เราให้คํานิยามไว้มันเกี่ยวข้องหลายเรื่อง ทั้งเป็นเอกสาร ทั้งเป็นภาพ เป็นบันทึก เป็นเสียง เป็นหนังสือ เป็นวีดิทัศน์ เป็นภาพยนตร์ ต่าง ๆ เหล่านี้ เพียงแต่หอจดหมายเหตุแห่งชาติรวบรวมสิ่งเหล่านี้ให้ครบถ้วนไว้เท่านั้น ก็เพียงพอ ไม่จําเป็นต้องมาวิเคราะห์ ไม่จําเป็นต้องมากลั่นกรองจนตกผลึกแล้วก็เขียนเป็นบันทึก เพราะนั่นเป็นกระบวนการทางวิชาการที่จะต้องใช้บุคคลอื่นที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความเกี่ยวข้องแล้วก็ชํานาญเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ โดยเฉพาะ ถามว่าเจ้าหน้าที่ ๔-๕ คน ๖ คน ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่มีหน้าที่นี้ที่ถูกกําหนดหน้าที่ว่าให้ต้องบันทึกเหตุการณ์สําคัญ ของชาติไว้ เขาจะรอบรู้ทุกเรื่องในทุกมิติได้อย่างไร นี่เป็นความกังวลของผม แล้วก็ต้องขอบคุณ คณะกรรมาธิการที่เปลี่ยนแปลงถ้อยคํานี้นะครับ แต่ว่าเมื่อคณะกรรมาธิการได้เปลี่ยนแปลง ถ้อยคําจากจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติมาเป็นรวบรวมเอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาติ ผมก็นึกว่าจะมีเท่านี้ ผมก็ไม่ติดใจ แต่เมื่อผมออกมาจากห้องประชุมแล้วก็ปรากฏว่า ท่านคณะกรรมาธิการไปเพิ่มเติมใน (๖/๑) เข้ามาอีกว่าให้จัดทําบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า เข้ามาอีก นั่นก็เหมือนกับการย้อนกลับไปว่าให้เจ้าหน้าที่ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ทําหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์อีกทีหนึ่ง ก็คือการจัดทําบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า ซึ่งมันไม่จําเป็นครับ ถ้าหากว่าท่านได้ดูใน (๖) ก็คือรวบรวมเอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาติ บันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่าก็รวมอยู่ในนั้นอยู่แล้ว ประวัติศาสตร์บอกเล่าก็คือคําพูดนี่ละ ท่านจะบันทึกด้วยรูปแบบไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่มันก็อยู่ในเรื่องของการรวบรวมเอกสารสําคัญ ของชาติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่จําเป็นที่จะต้องเพิ่ม (๖/๑) เข้ามานะครับ
ประเด็นต่อมานะครับ ที่จะต้องสนับสนุนก็คือ ใน (๘) ซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้มีมติได้เพิ่มเติมเรื่องสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้าไปก็ทําให้กว้างขวางขึ้น และเพิ่มเติม (๘/๑) เข้าไป อันนี้มีความจําเป็นและมีความสําคัญมาก ก็คือการสนับสนุนด้านวิชาการแก่หอจดหมายเหตุ ของหน่วยงานของรัฐ หอจดหมายเหตุท้องถิ่น และหอจดหมายเหตุเอกชน เป็นเรื่องที่จําเป็น และสําคัญ เวลานี้หอสมุดที่อยู่ในส่วนภูมิภาคซึ่งก็จะมีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนงาน ของหอจดหมายเหตุของหน่วยงานของรัฐ อยู่ในสภาพที่โดดเดี่ยวมาก ขาดทั้งงบประมาณ ขาดทั้งกําลังเจ้าหน้าที่ แล้วก็ขาดทั้งกําลังทางด้านวิชาการที่จะไปสนับสนุนทําให้หอจดหมายเหตุ ในภูมิภาค รวมทั้งหอสมุดแห่งชาติในภูมิภาคอยู่ในภาวะที่เหมือนกับเป็นหอสมุดที่ตายแล้ว ไม่ได้รับการดูแล แล้วก็ไม่มีอนาคต ไม่มีแผนงานที่จะไปสนับสนุนตรงนั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า เราได้ใส่ใน (๘/๑) ตามที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มเข้าไปให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีหน้าที่ในเรื่องนี้ ผมคิดว่าในอนาคตงบประมาณที่จะผ่านจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ไปสู่หน่วยงานเหล่านี้ในภูมิภาคก็จะเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นนะครับ การสนับสนุนงาน ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติในต่างจังหวัดก็จะได้รับการดูแลมากขึ้น ก็ขอสนับสนุน เฉพาะในส่วนนี้นะครับ แต่ว่าใน (๖/๑) ก็ขอความกรุณาถ้าตัดออกได้ก็จะเป็นประโยชน์ครับ ขอบคุณครับ
คุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปราย เนื่องจากในมาตรา ๑๓ ท่านคณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไขและเพิ่มเติม เรื่องอํานาจหน้าที่ของหอจดหมายเหตุนะครับ ประเด็นที่ผมต้องขออนุญาตนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการใน (๘/๑) นะครับ (๘/๑) เจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการเพิ่มเติม ในประเด็นเป็นการสนับสนุนด้านวิชาการ ก็อาศัย (๘) บทบาทหน้าที่ในการเผยแพร่ จัดให้ สื่อสิ่งพิมพ์ก็เป็นการสนับสนุนเช่นเดียวกัน ก็เขียนมาเป็น (๘/๑) อันนี้ผมไม่ติดใจ ยึดโยงได้ ก็เห็นด้วยที่จะต้องสนับสนุนด้านวิชาการ แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมมีคําถามนะครับ หน่วยงานที่จะรับ การสนับสนุนด้านวิชาการของท่านครับ ท่านใช้คําว่า หอจดหมายเหตุหน่วยงานของรัฐ หอจดหมายเหตุท้องถิ่น และหอจดหมายเหตุเอกชน ผมก็พยายามดูในตัวบททั้งหมด ที่เป็นตัวบทกฎหมายที่เรายกร่างอยู่ขณะนี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ตราเอาไว้เพื่อเป็นการให้ อํานาจหน้าที่ให้มีหอจดหมายเหตุเหล่านั้นหรือไม่ ความรู้ผมด้านนี้อาจจะไม่เยอะนะครับ แต่ผมไม่เชื่อว่าในประเทศไทยขณะนี้มีหอจดหมายเหตุท้องถิ่น มีหอจดหมายเหตุอื่น ๆ ผมไม่แน่ใจครับ ผมต้องขออภัยถ้ามีนะครับ ถ้ามี พระราชบัญญัตินี้คุ้มครองเขาไหม เขาอยู่ในกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ เป็นคําถามนะครับ เขาอยู่ในกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ครับ และเป็นประเด็นที่น่าสังเกต ผมก็ขออนุญาตท่านประธานครับ ก้าวล่วงไปนิดเดียว เรื่องข้อสังเกต ผมไม่มีสิทธิอภิปรายข้อสังเกต แต่ผมมีสิทธิพิจารณาที่มันเกี่ยวเนื่อง กับตัวมาตรา ท่านไปยึดโยงไว้ในข้อสังเกตว่า ในข้อ ๖.๒ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ หอจดหมายเหตุแห่งชาติควรประสานงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อจัดตั้งหอจดหมายเหตุ ประจําจังหวัด ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดตั้งหอจดหมายเหตุประจําจังหวัด ถ้าเขาจัดตั้ง เขาจะใช้อํานาจตามกฎหมายใด พระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารองค์การส่วนท้องถิ่น ทําได้หรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมเป็นห่วงถ้าท่านเขียนเสมือนวิชาการ แต่ท่านไม่มีหน่วยงานรองรับ ตามตัวบทกฎหมายท่านก็สนับสนุนเขาไม่ได้ อันนั้นประเด็นที่ผมเป็นข้อสงสัย และโดยเฉพาะ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เขียนบทกําหนดโทษไว้ด้วย บทกําหนดโทษนะครับ ในมาตรา ๑๖ โทษของมาตรา ๑๖ ที่ท่านเขียนไว้นะครับ ฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านเขียนไว้อย่างนี้ครับ ห้ามการผลิตหรือทําซ้ําเอกสาร จดหมายเหตุไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ที่เป็นเชิงพาณิชย์ ให้เป็นไปตามที่อธิบดี กําหนดเป็นระเบียบ และผมไม่แน่ใจว่าในระเบียบของอธิบดีจะอนุญาตให้หอจดหมายเหตุเอกชน หอจดหมายเหตุท้องถิ่น หอจดหมายเหตุส่วนภาครัฐอื่น ๆ เขาเอาเอกสารท่านไปเผยแพร่ ไปทําซ้ําได้หรือไม่ครับ ประเด็นนี้เป็นข้อที่น่าสนใจนะครับ สําหรับประเด็นข้อกฎหมาย ท่านเขียนบทกําหนดโทษเขา เขียนขึ้นมาลอย ๆ อย่างนี้และไม่มีกฎหมายรองรับนี่ ท่านจะบอก กับสภาเราได้อย่างไรครับว่าหอจดหมายเหตุเหล่านั้นมันจะเกิดขึ้นจริง เป็นข้อคําถาม กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมรบกวนประเด็นสั้น ๆ นิดเดียวครับ ในส่วนของมาตรา ๑๓ ภายใต้ พ.ร.บ. จดหมายเหตุแห่งชาติ เรื่องของที่หอจดหมายเหตุจะทําหน้าที่อะไรบ้าง ซึ่งก็คงจะไม่พูดยาวนะครับ ประเด็นที่คิดว่า น่าจะเป็นปัญหาอยู่ก็คือในเรื่องของ (๖) แล้วก็ (๖/๑) (๖) ความเดิมก็คงต้นร่างก็ต้องการจะให้มี การจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ ซึ่งแน่นอนถ้ามีการจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ มันก็จะมีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่ข้อเท็จจริงนั้นยังไม่เป็นที่ยุตินะครับ หรือว่าเหตุการณ์ บางเหตุการณ์ที่ถือได้ว่ายังไม่สิ้นกระแสการใช้งานต้องใช้คํานี้ครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้ เป็นปัจจัยสําคัญ เพราะฉะนั้นท่านกรรมาธิการก็ด้วยความรอบคอบท่านก็ตัดทอนลงไปแล้ว เหลือแต่เพียงว่าให้รวบรวมเอกสารสําคัญของชาติเท่านั้น ก็แปลว่าเอกสารที่มีการตีพิมพ์ ไม่ว่าทางสื่อแบบไหน อิเล็กทรอนิกส์ก็ดี หรือว่าจะเป็นรูปแบบเป็นเอกสารเป็นแผ่นกระดาษ แบบนี้ครับ ท่านก็รวบรวมเอาไว้แล้วก็ให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้ดู แล้วก็ไม่มีการสรุป ไม่ได้มีการจด อันนี้ไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่พอดีว่าท่านไปเพิ่มเอาใน (๖/๑) ก็คือการจัดทําบันทึก ประวัติศาสตร์บอกเล่า อันนี้ล่ะจึงเป็นประเด็น เพราะว่าประวัติศาสตร์บอกเล่าท่านก็ไม่ได้นิยาม เอาไว้นะครับว่า นิยามคําว่า ประวัติศาสตร์บอกเล่า คืออะไร ในเอกสารฉบับนี้ที่เป็นร่าง พ.ร.บ. ท่านเขียนชัดเจนนะครับว่าเอกสารใดหมายถึงอะไร คําว่า เอกสาร หมายความว่าอย่างไร คําว่า เอกสารจดหมายเหตุ หมายถึงอะไร เอกสารราชการ หมายถึงอะไร เอกสารส่วนบุคคล หมายถึงอะไรครับ แต่คราวนี้ท่านกรรมาธิการกําลังนิยามคําเพิ่มขึ้นมาก็คือว่า บันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า ผมคิดว่าถ้าท่านจงใจที่จะใส่คําว่า ประวัติศาสตร์บอกเล่า และหมายความถึงประวัติศาสตร์ที่เป็นการบอกเล่าถึงนิทานหรือเรื่องเล่าในเรื่องของพื้นที่นั้น ๆ เช่นเราไปบางจังหวัดเขาก็จะมีเหตุการณ์ เรื่องเล่าประจําท้องถิ่นของเขา ถ้าหมายความถึง เรื่องเล่าแบบนั้นท่านคงจะต้องไปเพิ่มนิยามคําว่า ประวัติศาสตร์บอกเล่า นี้คืออะไรครับ แต่ถ้าเกิดว่าท่านจะเขียนโดยใส่ (๖) ว่าให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติสามารถจัดทําบันทึก ประวัติศาสตร์บอกเล่าได้ ผมเกรงว่าจะเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ซึ่งยังไม่จบและยังไม่ได้ ข้อเท็จจริงที่แน่นอนครับ แบบนี้ละครับก็จะเป็นข้อถกเถียงแล้วก็ไม่จบไม่สิ้นครับ เพราะเหตุการณ์บางเหตุการณ์นี่มันยังไม่ได้สิ้นกระแสความว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ อย่างไร ผมก็คิดว่าถ้าท่านกรรมาธิการเห็นว่าเราควรจะให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติของเราเป็นที่เก็บเอาไว้ ซึ่งข้อมูลให้ลูกหลานดูสืบต่อไป แล้วก็มีประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์ และไม่ใช่เป็นสถานที่ ที่นําข้อมูลมาซึ่งความขัดแย้ง ผมคิดว่าควรจะเก็บเฉพาะแต่ที่เขาเรียกว่าเอกสาร ที่ท่านได้ นิยามคําไว้ก็คือว่า เอกสารจดหมายเหตุ ครับ ก็คือเอกสารที่สิ้นกระแสการใช้งาน และได้รับ การประเมินคุณค่าที่ควรค่าแก่การเก็บรักษาหรืออนุรักษ์ไว้นะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่าน ช่วยทบทวนหน่อยนะครับว่าการเติม (๖/๑) การจัดทําบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า และไม่ใส่ นิยามคําว่า ประวัติศาสตร์บอกเล่า คืออะไร เกรงว่าจะเป็นการบันทึกข้อความ ซึ่งไม่ตรง กับข้อเท็จจริง ไม่ตรงกับข้อสรุปนะครับ ก็ขอให้ท่านช่วยพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมยินดีสนับสนุนนะครับ แล้วก็ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายมา ก็เลยไม่รู้ว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึกได้หรือเปล่า อันนี้กําลังจะกําหนดให้เป็นหน้าที่ ผมคิดว่าการทําหน้าที่จดบันทึกเป็นเรื่องสําคัญนะครับ ประวัติศาสตร์ มาตรา ๑๓ (๕) ยังให้จดบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับพระราชพิธี รัฐพิธี และศาสนพิธีได้เลย ทําไมจะจดบันทึก เหตุการณ์สําคัญของชาติไม่ได้ ท่านประธานครับ เมืองจีนเขาไม่เห็นต้องมีหอจดหมายเหตุเลยครับ เขาก็เขียนกันมาเป็น คุณพ่อสนใจประวัติศาสตร์ก็เขียน คุณลูกก็มาเขียนต่อ จนกระทั่ง มาเป็นทางการ แล้วก็ได้พวกนี้ไม่ใช่หรือครับที่ทําให้ทราบประวัติศาสตร์เมืองจีน ใช่ไหมครับ เช่นเดียวกันนะครับ มาตรา ๑๓ ที่ท่านกรรมาธิการไปแก้ไข ตัดคําว่า จดบันทึก ออกนี่ครับ จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติออก มันทําให้ความสําคัญของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ หายไปเลยนะครับ ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ดีนะครับ ทําให้เราได้เรียน แล้วก็เราได้ประยุกต์มาแก้ไขเหตุการณ์ ซึ่งอาจจะเกิดในอนาคตได้ ผมยกตัวอย่างเหตุการณ์ น้ําท่วมหยก ๆ ไม่ต้องสิ้นกระแสความหรอกครับ มันก็ท่วมจริง ๆ ก็ต้องจดไว้สิครับ ส่วนสาเหตุว่า มันเกิดจากอะไร ท่านก็ไปรวบรวม มีทั้งโปรแอนด์คอน (Pros and Cons) ก็คือมีทั้งที่สนับสนุน และไม่สนับสนุน ผมยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน เคิร์ฟ (Curve) ปล่อยน้ําอันเดียวกันเลย ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลพูดกันเป็นตุเป็นตะเลย เราก็ไม่รู้อะไรเป็นอย่างไร แต่สาเหตุก็คือ มีน้ําเยอะแค่นั้นเอง อันนี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่มันเกิดจริง ๆ และเป็นเหตุการณ์สําคัญ และไม่สําคัญ ได้อย่างไร ในเมื่อมันเสียหายเกือบเป็นล้านล้านบาทอย่างไรนี่ละครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าควรจะคงคําว่า จดบันทึกไว้ และถ้าอยากให้หอจดหมายเหตุมีหน้าที่ ก็คือรวบรวมเอกสาร เพราะว่าเอกสารยิ่งปัจจุบันนี้นะครับ บางทีเราไปอ่านหนังสือนึกว่าเป็นของจริง ที่ไหนได้พอไปดูมันโกหกก็มี หรือว่ามีครึ่งหนึ่งก็ได้ บิดเบือนไปอีกครึ่งหนึ่ง อันนี้ก็มีอันตราย มากเลยนะครับ และในข้อ ๖ นี้เองนะครับ ถ้าจะทําจริง ๆ ผมว่าท่านต้องมีเกณฑ์กติกาออกมา ต่อไปอีกนะครับ ให้มันชัดเจนว่าเป็นลักษณะอย่างไร อันนี้ในข้อ ๖ นะครับ เพราะฉะนั้นในข้อ ๖ ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ว่าควรจะบัญญัติทั้งคู่นะครับ ก็คือขอให้เขียนว่า จดบันทึกและรวบรวมเอกสารเหตุการณ์สําคัญของชาตินะครับ ส่วน (๖/๑) จัดทําบันทึก ประวัติศาสตร์บอกเล่า ก็เป็นสิ่งจําเป็นครับ ท่านประธานครับ ผมอยู่ทางภาคอีสานนะครับ ประวัติศาสตร์บอกเล่าของทางอีสานมีเยอะนะครับ ผมยกตัวอย่างเรื่องการเมืองก็ได้ครับ เรื่องกบฏผีบ้าผีบุญอะไรต่าง ๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้จริง ๆ ว่ามันคืออะไร เป็นการหลอกลวงประชาชน หรือว่าเป็นคนที่รักประชาธิปไตยหรือรักอิสระแล้วลุกขึ้นมาต่อสู้ อย่างนี้ก็ต้องไปสอบถาม ถึงจะมีศาลพิพากษาคดีต่าง ๆ แต่คําบอกเล่าต่าง ๆ ให้มันชัดเจน เหมือนกันนะครับ หรือแม้กระทั่ง ประวัติศาสตร์ทางอีสานที่ผ่าน ๆ มา แม้กระทั่งเรื่องของโคราชที่คุณย่าโมเป็นอย่างไร ผมก็อยากให้ไปฟังจริง ๆ ว่ามันเป็นอย่างไรด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ข้ออื่น ๆ ผมเห็นด้วย สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (๘/๑) ก็เห็นด้วย เพราะฉะนั้นในมาตรา ๑๓ เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อนะครับ ผมอยากขอความกรุณาท่านกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขมาตรา ๑๓ (๖) ให้เพิ่มคําว่า จดบันทึก แล้วก็รวบรวมเอกสารสําคัญ เหตุการณ์สําคัญของชาติด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านประกอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๑๓ ตามที่เพื่อน ๆ สมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายมากันเยอะแล้วใน (๖) นั้นนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก น่าจะได้มีการพิจารณาทบทวนในเรื่องของการจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาตินะครับ ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญที่ควรจะมีการจัดทําไว้ให้เรียบร้อยมากกว่าที่จะเพียงแค่การรวบรวมเอกสาร สําหรับใน (๘) นั้น ตามที่ท่านกรรมาธิการได้กรุณาเพิ่มคําว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้ตามที่ผม ได้แปรญัตติไว้นั้นนะครับ ผมเองก็ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ แต่ว่าวัตถุประสงค์ สําคัญอีกประการหนึ่งที่ผมได้แปรญัตติไว้ ก็คือนอกจากเป็นการจัดสร้างสื่ออิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผมอยากเห็นมีการเผยแพร่สื่ออิเล็กทรอนิกส์ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นระบบ อินเทอร์เน็ต (Internet) หรือระบบอื่นใดในอนาคตนะครับ เพราะทั้งนี้เพื่อที่ว่าผู้ที่สนใจ ที่ต้องการสืบค้นข้อมูลหรือสืบค้นหารายละเอียดนั้นสามารถที่จะสืบค้นได้ โดยไม่ต้องเดินทาง มาที่สถานที่คือหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งเรามีอยู่กระจายตามจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งก็ยังมีไม่ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอฝากผ่านท่านประธาน ไปยังท่านกรรมาธิการในการที่จะสนับสนุนให้มีการส่งเสริมเผยแพร่สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทางระบบต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบอินเทอร์เน็ตหรือว่าระบบอื่นใดที่อาจจะมีเพิ่มเติมขึ้น ในอนาคต ขอบพระคุณครับ
ท่านกษิต ภิรมย์ ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อนะครับ ผมเองก็อยู่ในกรรมาธิการวิสามัญด้วย แต่ว่าจากที่นี่ก็อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานและที่ประชุมว่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์บอกเล่า สักนิดนะครับ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา คือในยุคสมัยนี้ประวัติศาสตร์บอกเล่านั้น เป็นวิชาหนึ่งแล้วก็เป็นที่ยอมรับกันในวงการนักประวัติศาสตร์แล้วก็หอจดหมายเหตุทั่วโลกนะครับ ในการที่จะให้มีการไปสัมภาษณ์บุคคลสําคัญ ๆ ทางการเมือง หรือกลุ่มอาชีพ จะเป็นตั้งแต่ ขับแท็กซี่ หรือใครก็ได้ว่าแต่ละท่านนั้นมีมุมมองต่อเหตุการณ์นั้น ๆ ของสังคมหรือประเทศนั้น ๆ อย่างไร แล้วก็จะมีการบันทึกไว้ ประเด็นไม่ใช่จะอยู่ที่ว่ามันจะต้องถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แต่อยากจะทราบว่ามุมมองของบุคคลผู้นั้นแล้วก็ประสบการณ์ของคนผู้นั้น ในช่วงที่สําคัญ ๆ ของสังคมหรือของประเทศนั้น ๆ มันก็เป็นแหล่งที่มาอีกอันหนึ่งของผู้ที่จะมาที่หลัง อนุชนรุ่นหลัง ของเราในการที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ การวิเคราะห์มันก็เป็นเรื่องของนักวิชาการจะตีความ กันอย่างไร แต่การที่จะได้มีโอกาสไปบันทึกจากผู้ที่มีความสําคัญต่อความหันเหความเป็นไป ของสังคมไทย ผมก็อยากจะยกตัวอย่างว่า ณ วันนี้เราจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีเรื่อง ของการปรองดอง ถ้าเผื่อผมเป็นนักประวัติศาสตร์หรือเจ้าหน้าที่จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ผมก็คงอยากจะมาสัมภาษณ์ท่านประธานสภาไว้โดยเร็วที่สุดนะครับ เพื่อจะได้บันทึกไว้ แล้วมันก็จะเป็นส่วนอันสําคัญของการที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ของไทย ก็ขอกราบเรียน มา ณ ที่นี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่ขออภิปรายในวาระที่สอง ในมาตรา ๑๓ (๖) เกี่ยวกับเรื่อง ของการที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ตัดคําว่า จดบันทึก ออกไป แล้วเพิ่มเติมคําว่า รวบรวมเอกสาร มาแทนนะครับ ในประเด็นนี้เมื่อแม้ว่าเป็นถ้อยคําที่มีไม่กี่ตัวอักษรนะครับ แต่มันมีความหมาย ไปจนถึงเจตนารมณ์ของการจัดตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งผมเชื่อว่าสมาชิกหลาย ๆ ท่าน รวมที่ได้อภิปรายแล้วก็ที่ฟังอยู่นี่นะครับ คงจะมีความคาดหวังให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติแห่งนี้ เป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่มีความครบถ้วนแล้วก็มีประโยชน์แล้วก็ได้รวบรวมสิ่งที่เป็น ข้อเท็จจริงในเชิงประวัติศาสตร์ย้อนหลังนะครับ เปรียบเสมือนการทําบัญชี งานบัญชีก็คือ งานประวัติศาสตร์นั่นเอง สิ่งที่ผ่านไปแล้วได้บันทึกไว้เพื่อไว้ตรวจสอบไว้อ้างอิงในอนาคตเขา เรียกว่างานบัญชี งานประวัติศาสตร์ก็เป็นงานบัญชีอย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องราวที่เป็นข้อเท็จจริง ทีนี้หน่วยงานหอประวัติศาสตร์ ผมเองนั้นมองว่าน่าจะเป็นเหมือนกับห้องสมุด หอสมุดที่เป็น ที่รวบรวมนิทรรศการหรือพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ อยู่ในนี้เป็นจํานวนมาก แหล่งที่มาของมันก็มาจาก หลากหลาย เดี๋ยวนี้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ นั้นสามารถที่จะกําเนิดมาจากวิชาชีพเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของทางด้านเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแพทย์ วิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่ง เรื่องของการเมืองต่าง ๆ ก็ดีนะครับ มันมีหน่วยงานเฉพาะเจาะจงในเชิงวิชาการที่จะต้องการ จรดปากกาไปแต่ละครั้งนี่นะครับ มันจําเป็นจะต้องมีข้อเท็จจริง มีสิ่งที่รองรับ มีความน่าเชื่อถือ ถ้าหากว่าสิ่งที่บันทึกไว้ไม่น่าเชื่อถือ ก็ขอให้รู้ว่ามันมาจากแหล่งไหน ผู้ที่ศึกษาต่อไปอ้างอิง ต่อไปในเชิงวิทยาศาสตร์ก็จะได้มีข้อพิจารณาวิจารณญาณว่าจะน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ทีนี้ถ้าหอประวัติศาสตร์เปรียบเสมือนบรรณารักษ์ที่รวบรวมหนังสือ หรือรวบรวมเหตุการณ์ ต่าง ๆ ไว้นั่งบันทึกเองนะครับ แล้วก็ถ้าหากว่าองค์กรนั้นไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะจริง ๆ ถ้าเปิดโอกาสให้บันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้แล้วก็แสตมป์ (Stamp) หรือประทับตราว่า อันนี้เป็นผลผลิตของหอประวัติศาสตร์ ซึ่งองค์กรนี้ก็เป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ สุดท้ายแล้ว จะมีผลกระทบต่อประวัติศาสตร์ บางครั้งถ้าหากว่าบันทึกไปในทางที่ไม่มีความเป็นกลาง หรืออาจจะเกิดปัญหาทําให้สังคมเกิดความแตกแยกได้ แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธนะครับว่า หอประวัติศาสตร์นี้จะไม่ทําการจดบันทึก การจดบันทึกนั้นมันก็เป็นดีกรี (Degree) หรือเป็นขนาด ของการบันทึก การลงทะเบียน ลงรับ ลงหมวดหมู่ มันก็เป็นการบักทึกอย่างหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่าการที่บรรจุคําว่า จดบันทึก แล้วเพิ่มเติมคําว่า รวบรวมเอกสาร เข้าไปก็ไม่ผิด แต่ว่าดุลยพินิจในการที่จะจดบันทึกมากน้อยแค่ไหน ในการรวบรวมเอกสารมากน้อยแค่ไหน ผมคิดว่านั่นเป็นข้อสาระสําคัญที่มากกว่า ซึ่งถ้าหากว่าไม่สามารถที่จะกําหนดกฎเกณฑ์ ในการจดบันทึกได้ ซึ่งจําเป็นจะต้องเพิ่มมาตราต่าง ๆ หรืออนุมาตราต่าง ๆ ขึ้นมาอีก หรือเป็นหมวด ของกฎหมายเพิ่มเติมเข้ามาอีก ซึ่งก็คงไม่ทันในวาระที่สองนี้นะครับ ก็ฝากท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าการจดบันทึก การรวบรวมเอกสารนั้น ผมก็อภิปรายในทางที่ทั้งสนับสนุน แล้วก็ในทางที่ข้อห่วงใยว่าจะทํามากน้อยแค่ไหน ที่จะไม่ปล่อยโอกาสให้เจ้าหน้าที่พนักงานที่ปฏิบัติงานในช่วงยุคสมัยใดสมัยหนึ่งได้เปิดโอกาส ให้เขาได้บันทึกประวัติศาสตร์ ซึ่งแน่นอนครับ ผู้ที่นําสิ่งต่าง ๆ ผลผลิตนั้นไปใช้ ถ้าเป็นเด็กเล็ก หรือเป็นผู้ที่มีสติปัญญาพื้นฐานในเชิงตรรก เชิงวิทยาศาสตร์ที่จะเข้าใจหลักกลไกทางความเชื่อ หรือไม่น่าเชื่อนะครับ เอาไปใช้แล้วก็ทําให้เกิดผลกระทบ อันนี้ก็เป็นผลเสียหายอย่างใหญ่หลวง แต่ถ้าหากว่าในวงวิชาการที่มีหลักการเชื่อในเชิงวิทยาศาสตร์ เรียกว่า การวิจัยทางสังคมศาสตร์ ก็ดี การวิจัยในทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ก็ดี ถ้าใช้ดุลยพินิจอย่างหลากหลายแล้วก็ถ่วงดุล ข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็ไม่น่าเป็นห่วงครับ ผมก็ขอฝากไว้ว่าบรรจุไว้ แต่ต้องมีข้อสังเกตนะครับว่า เป็นการบันทึกที่ไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องข้อเท็จจริงในทางที่บิดเบือน ที่ตั้งใจก็ดี และไม่ตั้งใจก็ดี ความไม่ตั้งใจก็อาจจะเรื่องของเป็นความลําเอียงส่วนบุคคลก็อาจจะเป็นไปได้ เช่น การชําระ พระไตรปิฎกถือเป็นเรื่องใหญ่ เหมือนสิ่งที่เราพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ในรัฐสภา ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันนั้นเปรียบเสมือน ถ้าในพุทธศาสนาก็คือการชําระพระไตรปิฎกนะครับ ซึ่งถ้าหากว่ากําหนดไปแล้วมันนําไป อ้างอิงต่อเนื่องยาวนาน อันนี้เป็นผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ผมก็ขอฝากท่านประธาน ถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการให้พิจารณาเรื่องนี้ก่อนที่จะแก้ไขถ้อยคําใดลงไปนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการตอบครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน สุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม กรรมาธิการ ขอเรียนชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกอภิปราย แล้วก็สงสัยในการดําเนินงานจดหมายเหตุในปัจจุบัน สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ โดยนักจดหมายเหตุได้มีการบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์สําคัญของชาติจริง แต่เป็นการบันทึก ในรูปแบบที่ใครทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร เป็นการสรุปสั้น ๆ เหตุการณ์สําคัญในแต่ละวัน ส่วนการบันทึกเหตุการณ์โดยละเอียดนั้นจะมีการมอบหมายโดยรัฐบาลหรือคณะกรรมการ ซึ่งมอบหมายให้สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรเป็นคนจัดทําจดหมายเหตุ เฉพาะเรื่อง เช่น จดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือจดหมายเหตุงานพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี หรือจดหมายเหตุเรื่องที่ตอนนี้ได้รับมอบหมายมาก็คือจดหมายเหตุเกี่ยวกับน้ําท่วมซึ่งเป็นนโยบาย ของกระทรวงวัฒนธรรมที่จะให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติรวบรวมเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นเพื่อเก็บไว้ เป็นประวัติศาสตร์ของชาติ ซึ่งจดหมายเหตุใหญ่ ๆ เป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายมานี้ จะต้องมี คณะกรรมการในการรวบรวม แล้วก็เรียบเรียง แล้วก็ตรวจ แก้ไข เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ในการบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ เรื่องราวต่าง ๆ ที่นักจดหมายเหตุได้บันทึกนี้ก็บันทึก ด้วยความตรงไปตรงมา เที่ยงตรง แล้วก็ถูกต้อง ไม่มีอคติใด ๆ เกิดจากการที่กรรมาธิการ มีความเห็นว่าควรจะตัดคําว่า จดบันทึก นี้เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในการวิพากษ์วิจารณ์ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทําหน้าที่ของคณะกรรมการหรือหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จึงได้ตัดคํานี้ออก ส่วนการรวบรวมเอกสารเป็นภารกิจในปัจจุบันนี้ก็ได้รวบรวมเอกสาร เหตุการณ์สําคัญของชาติอยู่ในปัจจุบัน ในส่วนของ (๘/๑) ที่เกี่ยวกับการให้ความรู้ทางด้านวิชาการ แก่หอจดหมายเหตุของหน่วยงานของรัฐ หรือหอจดหมายเหตุท้องถิ่นและหอจดหมายเหตุเอกชน อันนี้เป็นการสนับสนุนพระราชบัญญัติกระจายอํานาจที่จะให้ท้องถิ่นที่มีความสามารถ ในการจะจัดตั้งหอจดหมายเหตุ สามารถจัดตั้งหอจดหมายเหตุเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่น ได้ศึกษา ค้นคว้า วิจัยเอกสารภายในท้องถิ่น สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติก็จะมีหน้าที่ ในการให้ความรู้ร่วมจัดทําแม่บทในการจัดตั้งหอจดหมายเหตุ เพราะการจัดตั้งหอจดหมายเหตุ แต่ละแห่ง จําเป็นจะต้องมีรายละเอียด รูปลักษณะอาคาร หรือการควบคุมอุณหภูมิความชื้น หรือครุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์เอกสาร ซึ่งทุกอย่างใช้หลักวิชาการจดหมายเหตุสากล ทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติก็จะให้ความรู้ต่าง ๆ แก่ท้องถิ่นที่มาขอความร่วมมือแล้วก็ให้เรา ไปให้คําแนะนํานะคะ
ส่วนในเรื่องการจัดทําบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่านั้น ก็เช่นเดียวกับที่ ท่านกษิต ภิรมย์ ขออนุญาต ท่านอธิบายรายละเอียด อันนี้เป็นการจัดทําประวัติศาสตร์บอกเล่า บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ ซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้ทําอยู่แล้ว เช่นเราเคยทําประวัติศาสตร์บอกเล่าของท่าน พลอากาศเอก หะริน หงสกุล ซึ่งเป็นอดีต ประธานรัฐสภา ก็จะมีหลาย ๆ ท่าน ซึ่งเราเห็นว่าเป็นบุคคลสําคัญ และเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ในช่วงชีวิตที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็จะเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ไปเกี่ยวข้อง ในประวัติศาสตร์ในยุคนั้น เพราะฉะนั้นทางกรรมาธิการที่ประชุมพิจารณาแล้วก็จึงมีมติ เห็นชอบให้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้ไขในสิ่งที่คณะกรรมาธิการมีความคิดเห็นค่ะ
ท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ (๖/๑) ผมไม่ค่อยติดใจตามที่ทางคณะกรรมาธิการชี้แจงมา แต่ใน (๖) ผมยังติดใจอยู่ครับว่า การจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญประวัติศาสตร์ มันต้องจดไปตามความเป็นจริง ความถูกต้องอยู่แล้ว ต้องไม่กลัวปัญหาการขัดแย้ง เอาความจริงเป็นหลัก ความถูกต้องเป็นหลัก เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเองอยากจะเสนอคณะกรรมาธิการว่าถ้าเป็นไปได้ถ้าเพิ่มไปมันมีอะไร จะเสียหายหรือครับ ที่คําที่ตัดออกมา จดบันทึก ตรงนี้ถ้าเพิ่มใส่ไปความสมบูรณ์มันน่าจะ สมบูรณ์ขึ้น ครอบคลุมมากขึ้นนะครับ เพราะการจดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ เป็นเรื่องใหญ่มาก มันควรต้องมีการจดบันทึกนะครับ เพราะฉะนั้นเพียงแต่บอกว่า คณะกรรมการจดหมายเหตุที่จะบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดมันต้องบันทึกอยู่บนพื้นฐาน ความถูกต้องความจริง ต้องไม่เกรงกลัวเหตุอะไรทั้งสิ้นครับ ถ้าความจริงเป็นอย่างนั้น เหตุการณ์ เกิดขึ้นอย่างนั้นจริงและถูกต้อง ก็ต้องบันทึกลงไป ผมอยากจะต่อรองกับคณะกรรมาธิการว่า ถ้าเป็นไปได้ ถ้าเพิ่มคําตรงนี้ เพิ่มขึ้นมามันมีอะไรที่เสียหายหรือ มันจะดีกว่าไหมครับ ครอบคลุมมากขึ้นไหม ช่วยพิจารณาดูครับ
เชิญทาง คณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักษ์สันติ บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ สิ่งที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติพูดนั้น เป็นเรื่องสําคัญครับ ที่ทุกคนยอมรับร่วมกัน ถ้าท่านจําได้ตั้งแต่วาระที่หนึ่ง มีการอภิปราย เรื่องนี้กว้างขวาง และหลากหลายมากในที่ประชุมนี้ ตรงนี้ละครับ ที่คณะกรรมาธิการได้รับ ความเห็น แล้วก็ทัศนะต่าง ๆ จากที่ประชุมนี้ไป แล้วระมัดระวังอย่างมากในการที่จะไม่ก้าวล่วง ในความเป็นกลาง อันที่จริงแล้วทุกเรื่องมันมีหลักวิชาการอยู่ แต่จะเขียนทุกอย่างในกฎหมาย คงเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อคณะกรรมาธิการได้รับฟังข้อชี้แจงจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติว่า ในความเป็นจริงท่านทําอะไร ในความเป็นจริงก็ปรากฏว่า จริง ๆ ก็คือรวบรวมเอกสารครับ เพียงแต่ว่าที่จะเขียนก็คือบันทึกว่าใครทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร แล้วทําไมไม่ได้บันทึกละครับ ถ้าท่านจะใช้คําว่า เป็นการจดบันทึกอย่างนั้นมันก็หยุดแค่นั้น แต่ไม่ใช่เป็นการเขียน ประวัติศาสตร์ครับ ต้องกราบเรียนให้ทราบ เพราะฉะนั้นความหมายของคําว่า ประวัติศาสตร์ กับการจดบันทึกของหอจดหมายเหตุนั้นเป็นคนละลักษณะกัน การใช้ถ้อยคําในภาษาไทยนั้น มีความหลากหลายมาก แต่ละท่านใช้ถ้อยคําเดียวกันแต่คนละความหมายกัน ตรงนี้ผมต้อง กราบเรียนว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้น
ประการที่ ๑ มีเจ้าหน้าที่จํากัด อย่างที่ท่าน ส.ส. บางท่านได้อภิปรายแล้ว มีคนอยู่ประมาณ ๕ คน สําหรับการจดจดหมายเหตุ
ประการที่ ๒ งบประมาณจํากัดมากครับ ตรงนี้จะนําไปสู่เรื่องของข้อสังเกต ต่อไปด้วย ปีหนึ่งท่านอาจจะไม่เชื่อนะครับ งานที่เรามอบหมายมหาศาล ที่ท่านอยากให้ทําโน่น ทํานี่ รวมทั้งสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการติดต่อจดหมายเหตุจากต่างประเทศนั้น ท่านเชื่อไหม งบประมาณที่มีอยู่ขณะนี้ ในปี ๒๕๕๓ นั้น ได้มา ๑๓ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ ได้มา ๑๔ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ มากหน่อยครับ ได้มา ๔๔ ล้านบาท ตรงนี้ละคือสิ่งที่เราอยากให้ทําเยอะครับ คนมีอยู่หยิบมือเดียว งบประมาณมีอยู่นิดเดียว ผมถึงบอกว่าในที่นี้อะไรก็ตามแต่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการผมไม่มีส่วนได้เสียนะครับ แต่นี่คือมรดกของชาติ ท่านจําเป็นอย่างยิ่งครับที่จะต้องให้การสนับสนุน เพราะฉะนั้นคําว่า จดบันทึก นั้น ผมอยากจะละในฐานที่เข้าใจว่า ในที่นี้หอจดหมายเหตุไม่ได้ทําในลักษณะของนักวิชาการครับ ท่านไม่มีการวิเคราะห์ครับ ท่านเพียงแต่ว่าท่านบันทึกว่าใครทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร แล้วก็ไม่ใช่ อย่างไร และทําไมด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ก่อนครับ แล้วก็หมอชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ คือผมฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการแล้วผมก็เห็นใจครับว่าเรื่องมีความสําคัญอย่างนี้ ของบ้านเมือง เพราะว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่งที่สําหรับอนุชนรุ่นหลัง ที่ต้องใช้เป็นบทเรียนและศึกษานะครับ เพราะฉะนั้นก็ยังอยากฝากไปยังคณะกรรมาธิการ งบประมาณช่วยพิจารณาว่าถ้าเป็นไปได้ เรื่องสําคัญอย่างนี้งบประมาณในการใช้จ่าย มันมีความจําเป็นที่จะต้องพิจารณาให้เป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามมันคนละกรณีกับข้อความที่ว่า จดบันทึก คําว่า จดบันทึก นี่เป็นการบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วรวบรวม ข้อความตรงนี้ ถ้าใส่เข้าไปมันไม่กระทบอะไร ไม่เสียอะไร มันมีแต่ได้ ตรงนี้นะครับ ทีนี้เรื่องงบประมาณ เรื่องคน ผมว่ามันเป็นนโยบายและเป็นแผนงานที่จะต้องเพิ่ม ต้องขอมาครับ อย่างนี้ผมว่า สภานี่ไม่น่าจะขัดข้องเลยในเรื่องสําคัญและเรื่องจําเป็นอย่างนี้ของประเทศชาติ ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอ ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมในประเด็นที่ผมได้อภิปรายและเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะขออนุญาตท่านกรรมาธิการ ที่เป็นผู้แทนของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมถามถึงความครอบคลุมของการบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้ เพราะมีหมวดที่ว่าด้วยหอจดหมายเหตุแห่งชาติ แล้วท่านไปเขียน หอจดหมายเหตุอื่น ๆ เข้าไป ผมก็ถามท่านว่าหอจดหมายเหตุอื่น ๆ ที่ท่านเขียน ไม่ว่าจะเป็น หอจดหมายเหตุของหน่วยงานของรัฐ หอจดหมายเหตุของท้องถิ่น หรือแม้แต่หอจดหมายเหตุ เอกชน เขาอยู่ในบังคับกฎหมายใด ใช้กฎหมายนี้ไปบังคับเขาได้หรือไม่ หรือว่าไม่จําเป็น ต้องมีกฎหมายเขาก็ตั้งขึ้นมาได้ เสมือนห้องสมุด หอสมุด ใครมีเงินก็ทําได้ ถ้าใครมีเงินก็ทําได้ ผมก็ถามว่าทําไมต้องมาเขียนอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ ทําไมไม่ใช้อํานาจหน้าที่ของกรมศิลปากร จัดทําไปตามอํานาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐบริหารราชการแผ่นดินไป ท่านเขียนกฎหมาย เฉพาะขึ้นมามีวัตถุประสงค์เฉพาะ โปรดตอบคําถามผมด้วยนะครับ ถ้าท่านจะหมายความ รวมถึงว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาติในกฎหมายฉบับนี้หมายถึงหอจดหมายเหตุอื่นด้วย คํานิยามก็ไม่มี เขียนอํานาจหน้าที่ เขียนที่มาที่ไป วิธีการจัดเก็บรักษา อันนี้เขียนในหมวด ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติทั้งหมด ถ้าผมตั้งหอจดหมายเหตุของผม ผมไม่ทําตามท่าน ผมทําได้หรือไม่ โปรดตอบด้วยนะครับ นี่ข้อกฎหมาย ขอบคุณครับ
ท่านนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดแต่ว่าผมฟังท่านผู้ชี้แจง ท่านกรรมาธิการผู้ชี้แจง ผมเกิดความคิดที่ว่า หอจดหมายเหตุแห่งชาติมันเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นเรื่องความเจริญเติบโต ความยิ่งใหญ่ ของชาติบ้านเมือง แต่วันนี้ท่านมองนิดเดียว เพราะแค่ท่านแก้ข้อความผมสนับสนุนครับ อย่างไรผมก็สนับสนุนตั้งแต่แรกอยู่แล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะผมยังคิดตั้งแต่แรกว่า หอจดหมายเหตุแห่งชาติเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ แต่วันหนึ่งเมื่อมีผู้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้ามาสู่สภา ผมยังคิดว่านี่เพิ่งมีหรือ ผมคิดว่าน่าจะมี ตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ผมสนับสนุน แต่พอท่านไปเขียนใน (๖) ของมาตรา ๑๓ แค่จดบันทึก รวบรวม ท่านบอกทําไม่ได้ มันไม่เป็นกลาง ในความคิดผมท่านบอกว่ามันไม่มี บุคลากร ในเมื่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาใหญ่โต ควบคุม เราจะใส่งบประมาณเข้าไป เอาบุคลากร เอาผู้เชี่ยวชาญไปนั่งเขียนเรื่องราวจริง ๆ ทําไมทําไม่ได้ครับ ผมดูเรื่องน้ําท่วม เอาน้ําท่วมเป็นเกณฑ์ สื่อมวลชนเอาหนังสือพิมพ์ก็ดี ทีวี (TV) ก็ดี เอาเหตุการณ์ที่เกิดน้ําท่วม ของประเทศไทย เมื่อปี ๒๔๘๔-๒๔๘๕ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดมาเกือบร้อยปีแล้วเอามา เทียบเคียงกับน้ําท่วมประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าสื่อเองให้ความสําคัญขนาดนี้ แล้วเราเองซึ่งมีหอจดหมายเหตุแห่งชาติจริง ๆ เกิดขึ้น ผมเห็นทุกวันครับ ผมอยู่วัดมหาธาตุ เดินผ่านทุกวัน ผมเห็นความยิ่งใหญ่ ซาบซึ้ง แต่ท่านบอกว่าไม่มีบุคลากร นี่ผมเจ็บนะครับ ด้วยความรู้สึกของ ส.ส. ของประชาชนคนหนึ่ง ทําไมเราจะใส่งบประมาณเข้าไป เอาผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรเข้ามาไม่ได้ อันนี้คือได้แค่จดบันทึก อย่าทําแค่รวบรวมเลย เราเป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เราต้องมีบุคลากรที่สามารถจดข้อเท็จจริงได้ในเหตุการณ์ ไม่ใช่เป็นกลาง ไม่เป็นกลาง เหตุการณ์จริง ๆ ที่มันเกิดขึ้นในหลายเรื่องที่มันเกิดขึ้น บุคลากรเราจดได้จากเหตุการณ์ อย่าไปคิดอะไรอื่นนักหนาเลย เอาเป็นว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไรก็ว่าไปอย่างนั้น อันนี้ผมฝาก กรรมาธิการว่าเป็นเรื่องซึ่งเมื่อกี้ท่านกรรมาธิการท่านผู้หญิงท่านบอกว่าจําเป็นต้องมีแบบนี้ เพราะส่งเสริมให้ พ.ร.บ. กระจายอํานาจ ท่านคงจะหมายถึงนายกสมาคม อบจ. อะไรนั้นด้วย เพราะมันอยู่ในมาตรา ๒๕ มันมีอยู่ ผมก็ต้องบอกว่าผมด้วยความจริง ด้วยจิตใจจริง ๆ ว่าท่านอย่าไป คิดถึงขนาดเอาว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งเป็นตัวหลักจริง ๆ ท่านใส่มาผมไม่เห็นด้วย กระจายอํานาจก็จริง ถ้าจะใส่อย่างนั้นทําไมท่านไม่ใส่ให้หมด นายกสมาคม อบจ. แห่งประเทศไทย นายก อบต. แห่งประเทศไทย นายกเทศบาลแห่งประเทศไทย เขาก็เป็นองค์กรหนึ่งซึ่งเป็น องค์กรท้องถิ่นคือใส่ให้หมดถ้าจะใส่ แค่นี้เรายังทําไม่ได้อย่าไปคิดไกลขนาดนั้น อย่าไปยุ่ง กับเขาเลยในส่วนนั้น เอากันที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ทํางบประมาณให้เขา เอาบุคลากรเข้าไป ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญการเข้าไป ซึ่งในส่วนอื่นมากมายมหาศาล ผมจึงกราบเรียนว่าในส่วนนี้ ท่านต้องคิดมากกว่านั้นว่าให้มีการจดบันทึกด้วย รวบรวมด้วยในขณะเดียวกันเลยหรือว่า ถ้าจดบันทึกแล้ว กลัวไม่เป็นกลาง นั่นไม่ใช่หรอกครับ ดูสื่อที่ว่านี่ น้ําท่วมเขาเปรียบเทียบกัน เขาไม่ต้องเอามาจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติด้วยซ้ําไป เขาก็ทําของเขาได้ เราทําไมไม่ทํา ให้มากกว่านั้นในเมื่อเราเป็นเจ้าของเรื่อง อันนี้ฝากครับท่านประธานไปถึงกรรมาธิการ ขอบคุณมากครับ
เชิญกรรมาธิการได้ตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม สุรพล ทิพย์เสนา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนถึงเหตุผลของการเพิ่มบทบัญญัติ มาตรา ๑๓ (๘/๑) ในเรื่องของการสนับสนุนด้านวิชาการแก่หอจดหมายเหตุของหน่วยงานของรัฐ หอจดหมายเหตุ ของท้องถิ่นและรวมถึงหอจดหมายเหตุของเอกชน ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ในพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นเรื่องของการดําเนินการของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของกรมศิลปากรนะครับ โดยไม่รวมถึงหอจดหมายเหตุอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ของกฎหมายฉบับนี้นะครับ ส่วนการดําเนินการของหอจดหมายเหตุอื่น ซึ่งได้แก่หอจดหมายเหตุของหน่วยงานของรัฐ ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานหรือส่วนราชการต่าง ๆ ได้ดําเนินการจัดตั้งหอจดหมายเหตุ เพื่อที่จะเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ในการรักษา องค์ความรู้แล้วก็ภารกิจที่ได้ดําเนินการของหอจดหมายเหตุไปในของส่วนราชการนั้นนะครับ อย่างเช่น ในมหาวิทยาลัยของรัฐต่าง ๆ ซึ่งดําเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ให้อํานาจ ของมหาวิทยาลัยดําเนินการในเรื่องของการบริการทางวิชาการ ในเรื่องการทํานุบํารุงศิลปะ และวัฒนธรรม อย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้มีการดําเนินงานจัดตั้งหอจดหมายเหตุ ตามภารกิจ ตามกฎหมายที่ให้อํานาจไว้แล้วนะครับ สําหรับในหอจดหมายเหตุท้องถิ่น ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้มีการดําเนินการจัดตั้ง อย่างไรก็ดี ในพระราชบัญญัติกําหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้กําหนดภารกิจอํานาจหน้าที่ ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีหน้าที่ที่จะต้องดําเนินการจัดตั้งหอจดหมายเหตุท้องถิ่น ซึ่งในอนาคตตรงนี้มาตรา ๑๓ (๘/๑) ก็จะเป็นการที่จะให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติเข้าไป สนับสนุนด้านวิชาการให้แก่หอจดหมายเหตุท้องถิ่น เพื่อที่จะให้มีมาตรฐาน รวมทั้งสามารถ ดําเนินการให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีนะครับ สําหรับหอจดหมายเหตุของเอกชน ปัจจุบันก็มีหลายแห่ง ที่สําคัญที่ได้ดําเนินการไปแล้ว อย่างเช่นหอจดหมายเหตุท่านพุทธทาสภิกขุ หอจดหมายเหตุ ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งก็ได้ดําเนินการแล้วก็เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป อยู่พอสมควรนะครับ ตรงนี้ก็คิดว่าถ้ามีการเพิ่มอํานาจหน้าที่ให้กับหอจดหมายเหตุแห่งชาติใน (๘/๑) ให้สามารถ สนับสนุนทางด้านวิชาการให้กับหอจดหมายเหตุเหล่านี้นะครับ ก็จะช่วยให้ระบบการเก็บ อนุรักษ์ และรักษาเอกสารจดหมายเหตุของชาติ สามารถที่จะดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้นครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ
ไม่มี ท่านใดติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข หมวด ๓ การคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุ ไม่มีการแก้ไข
เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย มาตรา ๑๖ คณะกรรมาธิการ ได้แก้ไขจากร่างเดิมที่ผมดูในนัยนี่ก็คือการที่จะผลิตหรือทําซ้ํานี่ในเรื่องของเอกสารที่เป็น เรื่องของประวัติศาสตร์ที่หอจดหมายเหตุจะต้องรักษา แล้วก็โดยเจตนารมณ์เดิมเขาแทบจะ ห้ามทําซ้ําเลยนะครับ แล้วเอาอํานาจไปอยู่ไว้ที่อธิบดี เพื่อการค้าหรือพาณิชย์นี่ก็แปลว่า จะไม่ให้ทําเพื่อที่จะไปแสวงประโยชน์จะทํามิได้นะครับ โดยเจตนารมณ์ของวาระที่หนึ่ง ที่สภาได้ให้ความเห็นชอบไป แต่เท่าที่ดูเอกสารที่ทางคณะกรรมาธิการได้ปรับแล้วก็เพิ่ม ถ้อยคํา ก็มีความเห็นว่าอนุญาตให้ทํา แต่เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีจะกําหนด ท่านประธานครับ ผมสงสัยแปลว่าจากนี้ไปนี่การทําซ้ํา ผลิตสิ่งที่เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่สําคัญที่เราถือว่า เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรที่จะรักษากันนี่แปลว่าจะให้ทําเพื่อการค้า การพาณิชย์ ใช่ไหมครับ ผมไม่เข้าใจว่าระเบียบที่ไปคิดไปทํากันนี่คณะกรรมาธิการได้ทราบไหมว่าเดิมนี่เขาเขียนไว้ว่า ให้อธิบดีเป็นคนอนุญาตเท่านั้น คราวนี้เขียนออกมากว้างเลยนะครับว่าจะต้องมีระเบียบ ที่อธิบดีกําหนด ก็แปลว่าโดยเจตนารมณ์ที่จะให้มีการทําซ้ําการผลิตเพื่อที่จะ สมมุติว่า มีคณะบุคคลที่ประสงค์ที่จะเอาไปในเชิงพาณิชย์ไปทําแล้วก็ขาย จําหน่ายเพื่อที่จะทําให้ได้กําไร สิ่งเหล่านี้ที่ผมต้องการคําอธิบายจากท่านกรรมาธิการว่าโดยเนื้อหาจริง ๆ นี่เดิมที่เขียนร่างไว้ ในวาระที่หนึ่ง ดูประหนึ่งว่าจะไม่ส่งเสริมให้มีการผลิตทําซ้ํานะครับ เพื่อที่จะคงรักษาสิ่งที่ อยากจะเห็นว่าเมื่อทําออกมาแล้วเกิดเขาไปเบี่ยงเบนประเด็นไปใส่ ขออนุญาตภาษาพื้นบ้านผม ใส่สี ตีไข่ แล้วก็ทําไปให้เกิดความครึกครื้นตลกโปกฮาไป สิ่งที่เป็นคุณค่าทางวัฒนธรรม นี่จะไม่เสียหายหรือ ระเบียบที่อธิบดี ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นกระทรวงวัฒนธรรมนี่ล่ะ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมอะไรจะเป็นคนกําหนดนี่ สํานักจดหมายเหตุแห่งชาตินี่อธิบดีที่กํากับดูแล ก็จะเป็นอธิบดีที่ถ้าฟังจากคําอธิบายของท่านกรรมาธิการก็บอกว่ามีจํานวนคนน้อยอยู่แล้ว ท่านจะไปกําหนด ผมเกรงว่าสิ่งที่ทําซ้ําเพื่อการพาณิชย์นี่มันจะไม่รักษาไว้ในความเป็นตนตัว เนื้อหาทางวัฒนธรรม ความเป็นจริงที่ควรจะมีนะครับ ก็แม้แต่หลายเรื่องที่ยังเป็น เราสืบค้น ประวัติศาสตร์จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์นี่ก็ยังได้เห็นว่ามีข้อขัดแย้งกันอยู่เยอะเลยครับ ถ้าเกิดให้ไปทําเพื่อการค้าการขาย จะทําให้การเบี่ยงเบนประเด็นของความเป็นจริงที่เป็นงานสําคัญ ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่ต้องรักษานะครับ ผมไม่ทราบว่าพอทําแบบนี้แล้วปัญหาที่วิตก จะเกิดขึ้น คณะกรรมาธิการได้ดูประเด็นเหล่านี้ด้วยเหตุและผลอย่างไรถึงจะได้เขียนปรับถ้อยคํา ถึงขั้นว่าจะให้มีการทําซ้ํา จะให้มีการผลิตเพื่อการค้า สงสัยครับท่านประธาน ขอความชัดเจนครับ
เชิญอาจารย์ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันก็มีความเห็นคล้าย ๆ กับท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่นี้นะคะว่ามันน่าแปลกใจ หอจดหมายเหตุ ของเรารวบรวมเอกสารต่าง ๆ ในเชิงประวัติศาสตร์หรือว่าที่เป็นประโยชน์เหล่านี้เอาไว้ด้วย หน้าที่อยู่ประมาณสัก ๑๐ ข้อ ทําแทบเป็นแทบตายนะคะ แล้วมาตรา ๑๕ เราก็บอกว่า เราก็ต้องจัดไว้ให้บริการแก่ประชาชนในการศึกษาค้นคว้า การวิจัยหรือการทําสําเนา เปิดเผยข้อมูลให้อยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ อันนี้ก็เห็นด้วยนะคะ ทีนี้พอมาถึงมาตรา ๑๖ ดิฉันก็เห็นด้วยกับท่านผู้อาวุโสเมื่อสักครู่นี้ว่า เดิมท่านมีเจตนารมณ์อยู่แล้วนะคะว่าทําซ้ําได้เพื่อที่จะไปดําเนินการอะไรต่าง ๆ แต่ว่าถ้าเพื่อ ประโยชน์ในทางการค้าก็ไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากอธิบดีเดิมทีว่าอย่างนั้น แต่พอมาถึงตอนนี้ที่ท่านแก้ไข มาตรา ๑๖ ก็บอกว่าการผลิตหรือทําซ้ําเอกสารจดหมายเหตุ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด ดิฉันก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าถ้าใครจะเอาไปผลิตหรือทําซ้ําเพื่อเชิงพาณิชย์ ระเบียบนั้น ท่านจะออกมาว่าอย่างไร ดิฉันว่าถ้าท่านบอกว่าโดยหลักแล้วท่านห้ามแต่มีข้อยกเว้น ที่จริงมันไม่ควรยกเว้นในเชิงพาณิชย์เลย ไม่อย่างนั้นใครมีเงินก็จะต้องมาดําเนินการ แล้วมาทําผลิตแล้วก็เอาไปเป็นเชิงพาณิชย์ได้กําไรมากมาย เขาไม่ควรจะได้กําไร จากประวัติศาสตร์หรือเอกสารที่ทรงคุณค่า หลักฐานที่ทรงคุณค่าของชาติบ้านเมือง เขาควรจะ มาใช้เท่า ๆ กับผู้อื่นล่ะค่ะ ถ้าจะมาศึกษาจะมาทําจดบันทึกหรืออะไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าจะเอาไปทําซ้ําเพื่อการพาณิชย์ดิฉันก็เห็นด้วยว่าไม่ควร ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นสังคม มือใครยาวสาวได้สาวเอามากเกินไป แม้กระทั่งคุณค่าของบ้านเมืองมันก็จะไม่เหลืออยู่เลย มันก็จะไปกับเงิน มันก็จะไปกับเรื่องของการพาณิชย์ ดิฉันก็เห็นว่าอยากเสนอท่านนะคะ คณะกรรมาธิการปรับปรุงเสีย อย่าให้อํานาจอธิบดีทั้งหมด ดิฉันก็ติดมาจากช่วงรัฐธรรมนูญ อย่าให้อํานาจกับประธานรัฐสภาทั้งหมดทั้งสิ้น ก็เหมือนกันล่ะค่ะ อันนี้ก็ไม่ควรที่จะให้อธิบดี เป็นคนไปกําหนดว่าในเชิงพาณิชย์คุณจะทําอะไรก็ได้หรือได้อย่างไร ที่จริงอธิบดีจะต้องไปทํา ระเบียบว่าใครจะมาใช้บริการเหล่านี้ระเบียบทั้งหลายจะต้องบอกว่าให้บริการภาคประชาชน ให้โดยเร็ว หรือกฎหมายข้อมูลข่าวสารใช้ให้มันเต็มที่หน่อย ใช้ให้มันถูกต้องหน่อย ถ้าประชาชนจะมาขอข้อมูลก็ต้องบอกว่าโดยหลักและต้องเปิดเผยปกปิดเป็นข้อยกเว้น ให้เขาใช้บริการอะไรก็ได้ แต่ถ้าจะเอาไปทํามาค้าขายไม่ได้ ดิฉันว่าเราต้องกําหนดหลัก ให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นดิฉันเรียนว่าจะไม่เหลืออะไรที่เป็นคุณค่า เพราะถ้าเอาไปผลิตซ้ํา แล้วก็ผลิตมากมายแล้วก็ผลิตในรูปแบบต่าง ๆ คุณค่าต่าง ๆ เหล่านั้นมันจะหลงเหลืออยู่ มากน้อยแค่ไหน อย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติพูดเอาไปบิดเบือนได้ไหม เอาไปสร้างเป็นละครได้ไหม เอาไปเผยแพร่โดยวิธีอย่างอื่นได้ไหม ดิฉันก็เห็นว่ามาตรานี้ดิฉันก็มีข้อเสนออย่างนี้ เช่นเดียวกัน โปรดพิจารณาด้วยนะคะคณะกรรมาธิการ โปรดอย่าดื้อเหมือนกรรมาธิการ รัฐธรรมนูญนะคะ ขอบคุณค่ะ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ไม่ได้ยืนลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ขอใช้สิทธิสมาชิก อภิปรายในมาตรา ๑๖ นะครับ คือเจตนารมณ์เดิมเขาห้าม ห้ามกระทําเลย แต่มีข้อเว้นให้ เมื่อไปกระทําข้อห้ามมีโทษตามมาตรา ต้องขออนุญาตครับ เพราะท่านเขียนบทกําหนดโทษไว้ ถ้าไปกระทําตามข้อห้ามท่านมีโทษตามมาตรา ๒๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ ต้องรับโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นั่นคือคุณไปทําผิดข้อห้าม ก็เว้นแต่ที่เป็นอํานาจอธิบดีเดิม ท่านบอกแค่เป็นหนังสือยินยอมก็ยอมแล้ว ผมเองไม่เข้าใจ เจตนารมณ์ของกรรมาธิการนี่นะครับว่าท่านไปบัญญัติใหม่ ท่านไม่ได้ห้ามครับ ท่านไปส่งเสริม เขาเลยบอกว่าให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด คือสามารถไปทําได้ แต่ให้เป็นไปตาม ระเบียบ ทีนี้จะเอาโทษอย่างไรครับ ท่านจะเอามาตรา ๒๙ มาเอาโทษมาตรา ๑๖ อย่างไร เขาทําผิดระเบียบอย่างนั้นหรือครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถามท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการนี่ ถ้าสมมุติผมเองนี่นะครับ มีความประสงค์จะเอาหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ ที่หอสมุดแห่งชาติไปทําเป็นประวัติศาสตร์เชิงการนําเสนอเป็นภาพยนตร์ ซึ่งถ้าอธิบดียินยอม ก็เอาไปทําได้เพื่อเป็นการเผยแพร่ แต่เผอิญว่าระเบียบที่อธิบดีเขียนนี่บอกว่าให้เผยแพร่ เป็นภาพยนตร์ ๔ มิติ ผมยกตัวอย่างนะครับ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความจริงหรอก แต่ผมไม่ได้ทํา ๔ มิตินะ ผมทําผิดระเบียบ ผมถูกปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาทหรือเปล่า แล้วโทษปรับอย่างนี้ โทษปรับตามมาตรา ๒๙ นี่เวลาเขาพิพากษาลงโทษนี่อ้างระเบียบใช่ไหมครับ ไม่ได้อ้างตัวบท มาตรา ๑๖ ใช่ไหม ทําผิดระเบียบที่อธิบดีประกาศกําหนดมีโทษปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือเปล่า ผมต้องถามกรรมาธิการด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ เดิมนี่เขาห้าม ผิดมาตรา ๑๖ มันถึงโดนปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าถ้าเป็นเปลี่ยนใหม่นี่แล้วโทษปรับท่านก็ยังเขียน เอาไว้เหมือนเดิมเลยครับ ทําผิดมาตรา ๑๖ อยู่ แต่ไปแก้มาตรา ๑๖ นี่บอกว่าให้ระเบียบ ที่อธิบดีกําหนดสามารถเอาสิ่งเหล่านี้ไปทําซ้ํา เผยแพร่ในเชิงพาณิชย์ได้ เดิมใช้คําว่า ทางการค้า ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการโปรดชี้แจงเรื่องเจตนารมณ์นะครับ ถ้าผมเข้าใจท่านถูกนี่ จริง ๆ ท่านเพียงแต่จะเพิ่มความชัดเจนเรื่องของหนังสือยินยอม ของอธิบดีมากกว่า ท่านอาจจะมองว่ามันน้อยไป น่าจะออกเป็นประกาศหรือเป็นระเบียบ ถ้าประกาศในราชกิจจานุเบกษานี่ดีด้วยซ้ําไป เพราะว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรับรู้ แต่ว่าระเบียบ ตรงนี้ก็ไม่จําเป็นครับ เพราะว่าท่านไม่ได้เขียนเอาไว้ว่าให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าท่านต้องการที่จะเพิ่มความเข้มตรงนี้แต่ท่านไปตัดคําว่า ห้ามมิได้ ออกไปนี่นะครับ มันก็เหมือนกับไม่ได้ทําอะไร กลับเป็นการเปิดกว้าง ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านอภิชาต ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๑๖ ที่มีการผ่อนปรนในเรื่องของการทําซ้ํา จริง ๆ แล้วในชั้นของการแปรญัตติผมได้เสนอคําแปรญัตติ ไปยังคณะกรรมาธิการให้ตัดมาตรา ๑๖ ออก เหตุผลก็เนื่องจากว่าเมื่อครั้งที่เราพิจารณากัน ในวาระที่หนึ่ง ผมคิดว่ามีสมาชิกไม่ต่ํากว่า ๓-๔ ท่านได้อภิปรายเรื่องนี้ แล้วก็เห็นว่าการที่ไปเขียนไว้ ในมาตรา ๑๖ ที่ระบุว่าเอกสารจดหมายเหตุหรือสําเนาของเอกสารจดหมายเหตุ ตามมาตรา ๑๕ ผู้ใดจะนําไปผลิตหรือทําซ้ําไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ในทางการค้ามิได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากอธิบดี แล้วก็มีบทกําหนดโทษไว้ในมาตรา ๒๙ ดังที่เพื่อนสมาชิกได้ยกขึ้นมา เพราะการไปเขียนเอาไว้เช่นนั้นทําให้เอกสารจดหมายเหตุ ของประเทศเราในวันข้างหน้าจะถูกซุกอยู่ในตู้อย่างเดียว ไม่สามารถที่จะเผยแพร่ในรูปแบบ ใหม่ ๆ ได้ และที่สําคัญก็คือว่าไม่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเอกสารจดหมาย ของประเทศเราได้ เราก็อภิปรายกันในวันนั้นถ้าเพื่อนสมาชิกยังคงจําได้ ก็คือว่าเราพูดถึง ภาพโมนาลิซ่าในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เราพูดถึงรูปปั้นเดวิด เราพูดถึงรูปเขียนของแวน โก๊ะ ว่า ทําไมสิ่งเหล่านั้นสามารถที่จะผลิตซ้ํา ทําซ้ํา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ให้กับประเทศ เหล่านั้นมากมายมหาศาลเหลือเกิน แต่ของเรากลับทําไม่ได้ และยังเป็นการเขียนไว้ในมาตรา ๑๖ เช่นนี้ยิ่งทําให้เอกสารถูกจํากัดแคบ อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ถูกนําไปเผยแพร่ เพราะถ้าเอาไปเผยแพร่เมื่อไรก็เสี่ยงต่อการที่จะผิดกฎหมาย และถูกรับโทษตามมาตรา ๒๙ นี้ ท่านประธานครับ ผมก็เลยได้แปรญัตติว่าตัดมาตรา ๑๖ ไป แล้วก็ตัดมาตรา ๑๙ ด้วย แล้วต่อมาคณะกรรมาธิการก็ไปแก้ไขในมาตรา ๑๖ นี้เป็นบอกว่า การผลิตหรือทําซ้ําเอกสารจดหมายเหตุไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด นี่เป็นการผ่อนปรนมาอย่างมาก ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าในการบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องของการทําซ้ําเอกสารจดหมายเหตุ ในเชิงพาณิชย์ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับว่าอธิบดีจะเขียนระเบียบข้อกําหนดอยู่บนหลัก ของอะไร สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในสภาพสังคมหรือไม่ เมื่อเรามีคณะกรรมการ กองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุขึ้นมาตามมาตรา ๒๕ ซึ่งเราจะได้พิจารณากันต่อไป มีคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุคณะหนึ่ง มีอธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธาน อยู่แล้ว ถ้าหากจะปรับไปเป็น เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงาน จดหมายเหตุกําหนด ก็น่าที่จะมีความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงมากกว่านะครับ แต่ว่าโดยรวมแล้วผมก็เห็นด้วยกับการแก้ไขของมาตรา ๑๖ นะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ในมาตรา ๑๖ มีการแก้ไข ในมาตรา ๑๖ มีการแก้ไขท่านประธานครับ แก้ไขกลับกันเลยครับ ผมมีความจําเป็นต้องบอกว่า ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขครั้งนี้ ทําไมไม่เห็นด้วย ผมเรียนเหตุผลครับ ในมาตรา ๑๖ เดิมเขียนว่า เอกสารจดหมายเหตุหรือสําเนาของเอกสารจดหมายเหตุตามมาตรา ๑๕ ผู้ใดจะนําไปผลิต หรือทําซ้ําไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ในทางการค้ามิได้ เขียนไว้เลย แต่ท่านมาใส่ อันใหม่ ถึงแม้จะเปลี่ยนคําว่า การค้า เป็น เชิงพาณิชย์ พาณิชย์ก็คือการค้าละครับ ทําได้ครับ ทีนี้มันกลับกันครับ คือในมาตรา ๑๕ บอกชัดเจนท่านประธานครับว่าในกรณีที่ประชาชน ทั่วไปจะเข้าไปดู ไปศึกษา ทําได้เลย โดยให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารกระทําได้ ศึกษาวิจัยทําได้ แต่ในมาตรานี้ไม่ได้บอกเพื่อการค้า ผมก็เลยวิตกกังวลว่าคณะกรรมาธิการ ท่านแก้ไขเพื่อให้มีการทํามาหากินในหอจดหมายเหตุแห่งชาติหรืออย่างไร ถามเท่านี้เองครับ อันนี้ถามไปทางกรรมาธิการครับ ผมเป็นห่วงจริง ๆ ท่านแก้กลับหมดเลย จากการค้ามิได้ ท่านบอกทําได้ในเชิงพาณิชย์ ใช้ภาษาหน่อย ๆ เท่านั้นเองครับ การค้าก็คือพาณิชย์นั่นละครับ ตัวนี้ทําได้ ตัวนั้นสิทําไม่ได้ ของเก่าบอกได้เลยว่า มิได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอม เป็นหนังสือจากอธิบดี ท่านครับ จากอธิบดี แต่ก็มีโทษไว้ในมาตรา ๒๙ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ผมไม่วิตกกังวลเท่าไรในของเก่า แต่ท่านมาเขียนแล้วเหมือนมีเจตนาที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ ทํามาหากินได้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ผมจึงบอกย้อนไปอย่างไรว่า ถ้าทําธุรกิจ ไปก็อปปี้ อะไรมาทํา มาค้ามาขายทําเรื่องภาพยนตร์ แล้วการทํามาหากินของอธิบดีหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีเงินเดือนอยู่แล้วจะมีผลหรือไม่ อย่างไร อันนี้ผมฝากถึงท่านประธานว่าต้องคิดแล้วละครับ ผมไม่อยากให้มีแบบนี้เกิดขึ้นในพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ผมเห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้วว่า ควรจะมีตั้งนานแล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะได้คุ้มครองชาติบ้านเมือง เก็บเป็นเอกสาร เก็บเป็นประวัติศาสตร์สืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน แต่วันนี้ท่านมาเขียนแบบนี้ ก็ให้มาทํามาหากิน กันได้ครับท่าน ผมไม่เห็นด้วยในมาตรา ๑๖ ขอบคุณมากครับ
ถ้าเห็นด้วย ผมก็จะผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
หมวด ๓ การคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ กองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ มีการแก้ไข
เชิญท่านสาทิตย์ก่อนนะครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๒๔ นี้ เป็นเรื่องของการจัดตั้ง กองทุน ซึ่งในแง่ของการจัดตั้งกองทุนนั้น โดยปกติแล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดตั้ง กองทุนนั้นจะต้องมีลักษณะของการที่จะต้องกําหนดเรื่องของการบริหารกองทุนนะครับ ความจริงแล้วในมาตรา ๒๔ เดิมนั้น ได้กําหนดเอาไว้มีอยู่ ๕ อนุมาตราด้วยกัน ซึ่งเป็นรายได้ แล้วก็การบริหารกองทุนซึ่งก็เขียนไปตามแนวซึ่งเคยเขียนเอาไว้แล้ว เช่น ค่าบริการที่จัดเก็บ ตามพระราชบัญญัตินี้หรือเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองท้องถิ่นทั้งหลาย ดอกผลหรือเงินหรือทรัพย์สินกองทุนแล้วก็รายได้อื่น แต่บังเอิญว่ากรรมาธิการไปมีการแก้ไข คําว่า รายได้อื่น เป็นรายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากการบริหารกองทุน อันนี้ล่ะครับ ที่ผมมีความสงสัย ความสงสัยผมก็คือว่าเมื่อย้อนกลับไปดูกฎหมายเกี่ยวกับกองทุนอื่น ๆ ผมย้อนกลับไปดู ๒ ฉบับ คือพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและส่งเสริมพัฒนาเกษตรกร กับพระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่ง ก็คือพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการนะครับ ในทั้ง ๒ พระราชบัญญัตินี้จะเขียนเรื่องกรณีของรายได้ที่เป็นรายได้อื่นบัญญัติเอาไว้เฉพาะ คําว่า รายได้อื่น แต่พอท่านเขียนในฉบับนี้ แก้จากรายได้อื่น เป็น หรือผลประโยชน์ที่เกิดจาก การบริหารกองทุน ผมว่าอันนี้จะทําให้มีปัญหานะครับ ข้อสงสัยของผมก็คือว่ารายได้ที่เกิดจาก การบริหารกองทุนนี้แปลว่า จะเขียนเปิดโอกาสให้คณะกรรมการบริหารกองทุนสามารถจะใช้เงิน จากกองทุนไปจัดหาประโยชน์ด้วย อย่างนั้นใช่หรือเปล่า ซึ่งถ้าเขียนอย่างนั้นจะขัดกับเจตนารมณ์ ของการจัดตั้งกองทุนโดยทั่วไป เพราะปกติการจัดตั้งกองทุนโดยทั่วไปนั้นมักจะเขียน ในเชิงอนุรักษ์นิยมกองทุนเอาไว้ว่าเงินที่จะมาเพิ่มพูนนั้นให้มาจากรายได้ซึ่งค่อนข้างจะมี ความแน่นอน เช่น เงินอุดหนุน เงินจากการบริจาคหรือดอกผลที่เกิดจากกองทุน แต่จะไม่เขียน เปิดโอกาสให้ผู้บริหารกองทุนหรือคณะกรรมการกองทุนนําเงินจากกองทุนไปจัดหา ประโยชน์อื่น ๆ เพราะตัวอย่างเคยมีว่าเวลาไปบริหารกองทุนแล้วไปจัดหาประโยชน์นั้น มันมีโอกาสเสี่ยงด้วย เช่นบางกองทุนที่นําไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แล้วเกิดกรณีขาดทุน อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เพราะฉะนั้นการเขียนแก้ไขจากรายได้อื่นเป็นรายได้ จากการบริหารของกองทุนนั้น ผมคิดว่าทําให้ตีความไปได้ว่ากรรมการบริหารกองทุนนั้น สามารถที่จะนําเงินของกองทุนไปจัดหาประโยชน์ได้ อันนี้จะเกิดปัญหาครับ ไปดูกฎหมายอื่น ๆ จะไม่เขียนเปิดโอกาสในลักษณะเช่นนี้ เพราะโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงนั้นมีแน่นอนครับ ผมก็เกรงว่าเงินที่มาจากการอุดหนุน เงินประเดิมรัฐบาลอะไรก็แล้วแต่ที่จะเข้ามา ถ้ากรรมการบริหารกองทุนจัดทํานโยบายผิดพลาด ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจะทําให้ดอกผล กองทุนและเงินกองทุนมันลดลงนะครับ เพราะฉะนั้นช่วยกรุณาชี้แจงนิดหนึ่งว่าผลประโยชน์ ที่เกิดจากการบริหารกองทุน คําว่า บริหารกองทุน คืออะไร คือไปจัดหาประโยชน์ได้ ใช่หรือไม่ และ ๒. ทําไมจึงเขียนให้แตกต่างจากกฎหมายที่ว่าด้วยกองทุนในฉบับอื่น ๆ ทีนี้ปัญหาจะมีโยงต่อนะครับว่าในมาตราต่อไปนี้ อย่างเช่นมาตรา ๒๕ เรื่องคณะกรรมการ บริหารกองทุนนั้นท่านก็ไม่ได้กําหนดระยะเวลาของการที่จะหมดวาระเอาไว้ คงไว้แต่เฉพาะ ให้อํานาจของกฎกระทรวงที่จะกําหนดเรื่องวาระการดํารงตําแหน่ง ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นปัญหา ตามมาอีกว่าถ้ากองทุนนี้สามารถที่จะนําไปบริหารจัดการ ไปจัดหาประโยชน์ได้ ตัวกรรมการเอง วาระต่าง ๆ ก็ไปกําหนดไว้ในกฎกระทรวง ที่สุดแล้วเงินของกองทุนที่ได้มาทั้งหมดก็อาจจะเกิด ความเสี่ยงในการสูญเสียได้ ก็จะเกิดผลกระทบกับกองทุน ช่วยกรุณาชี้แจงใน ๒ ข้อนี้ด้วยครับ
ท่านสามารถ แก้วมีชัย แล้วก็คุณหมอชลน่าน ท่านนิยม เวชกามา แล้วจะให้กรรมาธิการตอบ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย มาตรา ๒๔ ผมก็กังวลใน (๕) ที่ได้บัญญัติเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ว่าให้มีการได้ผลประโยชน์จากการบริหาร กองทุนด้วย ก็อยากทราบเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการที่ได้บัญญัติถ้อยคํานี้ขึ้นมาว่า จริง ๆ แล้วท่านต้องการที่จะให้นํากองทุนนี้ไปบริหารจัดการเพื่อให้เกิดผลกําไรหรือไม่ อย่างไร เพื่อนสมาชิกก็ได้ยกตัวอย่างนะครับว่ามีกองทุนทั้งหลายที่ตั้งขึ้นในกฎหมายหลาย ๆ ฉบับ ไม่เคยมีนะครับที่จะเปิดโอกาสให้ไปบริหารจัดการกองทุน เพราะเงินกองทุนนี้ก็จะมาจาก เงินอุดหนุนของรัฐบาล มาจากเงินบริจาค และของท่านยังพิเศษอีกต่างหากนะครับ จะมีเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ดังนั้นต้องระมัดระวัง ถ้าบัญญัติแบบนี้ไว้แล้วนะครับ แล้วมันมีปัญหาเกิดขึ้น เดี๋ยวมันจะคล้าย กับกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ ซึ่งเราเปิดโอกาสให้เขาไปลงทุนทั้งในประเทศ ต่างประเทศ วันนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่เช่นกัน ท่านประธานครับ มันจําเป็น มันเกี่ยวเนื่อง มันข้ามไปถึง มาตรา ๒๖ ในมาตรา ๒๖ (๑) ซึ่งพูดถึงอํานาจหน้าที่ของกรรมการกองทุน ท่านไปใส่ (๑) ว่า บริหารจัดการกองทุน มันเลยเป็นเหตุให้ท่านมาเติมตรงนี้หรือเปล่าครับ เพื่อให้รับกัน ฉะนั้นอยากจะให้ท่านให้ความกระจ่างหน่อย แล้วเป็นไปได้กรุณายกตัวอย่างนะครับว่า ท่านจะบริหารกองทุนให้เกิดผลประโยชน์เพิ่มเติมขึ้นมา ท่านคิดว่ามันมีอะไรที่จะทําได้บ้าง เพราะถ้าเราไม่มีกรอบไว้ ไม่กําหนดเงื่อนไขไว้ แล้วเปิดกว้างอย่างนี้ก็จะเป็นปัญหาในอนาคตว่า กรรมการกองทุนเขาอาจจะไปทําอะไรที่ทําให้เกิดความเสียหายกับกองทุน และผิดไปจาก วัตถุประสงค์ที่เราตั้งกองทุนส่งเสริมจดหมายเหตุนี้นะครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอ ชลน่าน ศรีแก้ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง จังหวัดน่าน ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๔ ว่าด้วยการจัดตั้งกองทุน แล้วก็ที่มาของเงินกองทุน ในมาตรา ๒๔ (๕) ท่านสมาชิก ๒ ท่านได้อภิปรายไป ประเด็นที่ท่านได้เพิ่มเติมเข้ามา ผมจะไม่พูดในประเด็นนั้นนะครับ แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าข้อทักท้วงของท่านสมาชิก ๒ ท่าน ซึ่งมีประสบการณ์ในการทํากฎหมายมาพอสมควร ถ้าทักท้วงอย่างนี้ ถ้าคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจะเกิดปัญหาในอนาคตก็น่าจะรับฟังความคิดเห็น แต่ผมติดใจ ประเด็นที่ตัดคําว่า อื่น ออกไปนะครับ รายได้อื่นที่ได้เขียนเป็นลักษณะของบัญญัติกฎหมาย ทั่วไปในลักษณะกองทุน การแปลความก็คงจะไม่ยุ่งยากนะครับ แต่เท่าที่ได้ดูเอกสาร ที่คณะกรรมาธิการชี้แจงเพิ่มเติม ท่านเขียนชี้แจงพอสมควร ท่านบอกว่าตามร่างเดิมนั้นจะใช้ คําว่า รายได้อื่น ซึ่งเป็นการเปิดกว้าง เป็นข้อเกรงของคณะกรรมาธิการ ท่านบอกเปิดกว้าง โดยส่วนมากการที่จะบัญญัติว่าเป็นรายได้อื่นจะกําหนดสําหรับกองทุนที่เป็นนิติบุคคล ที่สามารถทําธุรกรรมต่าง ๆ ได้ แต่เนื่องจากว่ากองทุนนี้เป็นกองทุนในส่วนราชการจะไม่สามารถ จัดหาประโยชน์อื่น ๆ ได้ แต่ท่านก็ไปเติมเองนะครับ เมื่อสักครู่ถ้อยคําที่เติม จึงมีการแก้ไข เพิ่มเติมเพื่อให้มีความชัดเจน ไม่ให้มีความหมายที่กว้างเกินไป เนื่องจากเป็นเงินที่จัดสรร จากงบประมาณแผ่นดิน ประเด็นผมอยู่ตรงนี้ครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้คําว่า ตัดคําว่า อื่น ๆ ไป เพื่อโยงให้เห็นข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการเขียน ซึ่งท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้นําเสนอต่อสภา ปัญหาเรื่องงบประมาณของจดหมายเหตุแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นหอจดหมาย หรือจดหมายเหตุ ซึ่งได้รับการจัดสรรแต่ละปีน้อยมากนะครับ ผ่านกรมศิลปากร ก็เป็นหน่วยงานรัฐ ก็ต้องจัดสรรในนามของกรม กรมเป็นผู้เสนอของบประมาณ ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าถ้าเขียนกฎหมายรองรับมาอย่างนี้แล้ว อยู่ภายใต้กรม งบประมาณที่ท่านจะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเวลาไปชี้แจงกับกรรมาธิการ งบประมาณท่านจะชี้แจงให้เห็นประโยชน์ได้อย่างไรมันค่อนข้างยาก เพราะว่าท่านยังยอมให้ กฎหมายฉบับนี้ไปอยู่ในกรมก็ต้องจัดสรรผ่านกรม ประเด็นหนึ่งที่ผมต้องโยงนะครับ คําว่า รายได้อื่น จริง ๆ ผมอยากจะเปิดช่องนะครับ เปิดช่อง เพราะว่าข้อสังเกตกรรมาธิการ ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ กรรมาธิการได้ไปตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งผมอภิปราย ในข้อสังเกตไม่ได้ แต่จะโยงให้เห็นตรงมาตรา ในข้อ ๖.๕ กรรมาธิการได้เขียนไว้อย่างนี้ ด้วยความปรารถนาดีนะครับ ในวาระเริ่มแรกรัฐบาลควรจัดสรรเงินให้แก่กองทุนส่งเสริม งานจดหมายเหตุเป็นจํานวนเงิน ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการดําเนินงาน ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วในการรักษาเอกสารสําคัญ ก็มีข้อความต่อเนื่องนะครับ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เป็นความปรารถนาดีของกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็มาดูช่องว่าในวาระเริ่มแรกที่รัฐบาลจะให้แน่นอนครับ ก็ต้องเป็นไปตามการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีที่ต้องผ่านกรมศิลปากร ทําร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเข้ามา ในขั้นตอนการจัดทํางบประมาณสํานักงบประมาณ ก็ทํา ขั้นตอนการผ่านสภา รัฐสภาเราก็อนุมัติงบประมาณ ก็เป็นไปตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีนะครับ และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ซึ่งให้อํานาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารในการที่เป็นผู้กําหนดถึงตัวเลขและความเป็นไปได้ และความเหมาะสมของตัวเม็ดเงินนั้น ทีนี้ผมเองก็กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า กรณีถ้าสมมุติท่านกรรมาธิการเห็นว่ามีความจําเป็นจริง ๆ ว่าในวาระเริ่มแรกผมยกตัวอย่างครับ กฎหมายฉบับนี้ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรของเราในวาระที่สอง วาระที่สาม ส่งวุฒิสภา ปีนี้ก็น่าจะผ่านวุฒิสภา ๓ วาระ ผ่านพิจารณาในกระบวนการของการพิจารณาทั้ง ๓ วาระ ก็น่าจะเป็น กฎหมายได้ ก็น่าจะปี ๒๕๕๕ แน่นอนครับ ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ไม่ทันแน่นอน ถ้าออกมาปุ๊บ การจัดสรรงบประมาณปีแรกสุด ผมเข้าใจว่าจะเป็นงบประมาณปี ๒๕๕๗ คําว่า เริ่มแรก ตรงนี้หมายความว่าอะไร เมื่อกฎหมายมีสภาพบังคับใช้ จะบังคับให้รัฐบาลจัดสรรเงินให้ ๕๐๐ ล้านบาทเลยหรือไม่ อย่างไร ตรงนี้ก็เป็นประเด็นคําถามครับว่าถ้าไม่ใช่วิธีการงบประมาณ แล้วท่านจะให้ พอกฎหมายคลอดกลางปีจะให้รัฐบาลมาตั้งเงินให้ ๕๐๐ ล้านบาททําได้หรือไม่ นั่นประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าวิธีการบัญญัติอย่างนี้นะครับ มันก็จะเป็น ความปรารถนาดีของฝ่ายนิติบัญญัติเราที่ไปบอกกับฝ่ายบริหาร ลักษณะการบอกกล่าวอย่างนี้ ถ้าเขียนไว้ในตัวบทบัญญัติมีสภาพบังคับ ถ้าเป็นตัวบทบัญญัติมีสภาพบังคับ ถ้ารัฐบาลไม่ทํา อาจจะต้องถูกร้องหรือถูกพิจารณาว่ากระทําผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ก็ว่าในศาลรัฐธรรมนูญไป แต่ถ้าเขียนในข้อสังเกตนะครับ ข้อสังเกตในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๙๗ วรรคท้าย ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ก่อนวรรคท้ายผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ กรณีที่สภาเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ให้ประธานสภาส่งรายงานและข้อสังเกต ไปยังคณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลา ๖๐ วันนับแต่วันที่ประธานสภาส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้คณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องทราบ คณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้อง ได้ปฏิบัติตามข้อสังเกตนั้นประการใดหรือไม่นะครับ ท่านประธานครับ ให้ประธานสภา แจ้งให้ที่ประชุมทราบในโอกาสแรกที่มีการประชุม ความหมายคืออะไรครับ ความหมายเมื่อเรารับ ข้อสังเกตส่งให้ทางคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบว่ารัฐสภามีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตนี้ ท่านจะต้องปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามอย่างไรก็ต้องแจ้งมา ความเห็นของผมนะครับ ถ้าเขียนอย่างนี้สิ่งที่คณะรัฐมนตรีที่พอจะรักษาน้ําใจสภาให้มากที่สุดก็อาจจะตอบบอกว่า คณะรัฐมนตรีจะพยายามจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีให้พอเพียง หรือให้เหมาะสมสอดคล้อง กับคําร้องขอของหน่วยงานต้นสังกัดนั้น อันนี้คือตอบมาอย่างเหมาะสมนะครับ เพื่อรักษาน้ําใจ ถามว่าเขาจัดสรรเงิน ๕๐๐ ล้านบาท ให้หรือไม่ครับ ผมไม่แน่ใจครับ เพราะฉะนั้นการบันทึกอย่างนี้ เรื่องเม็ดเงินผมเองไม่ติดใจ จะไปเขียนไว้อย่างไรก็ได้ที่จะประสานไป เพราะเป็นไปตามวิธีการงบประมาณอยู่แล้ว แต่วิธีการเขียนข้อสังเกตแนบท้ายแบบนี้ ผมเองก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการแล้วก็ท่านสมาชิกที่เคารพนะครับว่า ถ้าเราเขียนไปอย่างนี้มันจะเป็นการสร้างข้อขัดแย้งระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารหรือไม่ ที่เป็นข้อขัดแย้งทางใจนะครับ ที่ไม่สามารถนําสู่ปฏิบัติได้อยู่แล้ว คือเขียนไปก็ปฏิบัติไม่ได้ แต่ถ้าปฏิบัติไม่ได้ทางสภาก็บอกว่าทําไมไม่ทํา ทางฝ่ายบริหารก็ตอบว่าไม่ทํา ไม่มีสภาพบังคับ ก็เกิดความกินแหนงแคลงใจกันและลําบากใจที่สุดคือฝ่ายสนับสนุนหรือฝ่ายบริหาร ฝ่ายรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากจะไม่รับข้อสังเกตก็ไม่ได้ ก็เป็นมติสภา เพราะข้อสังเกตอย่างอื่น ดีมากครับ อย่างเช่นข้อสังเกตในเรื่องเหตุผลที่ท่านเขียนเพิ่มเติมเข้ามา ผมเห็นด้วยอย่างชัดเจนเลย เพราะว่าเวลาท่านไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เหตุผลท่านจะไปปรากฏในราชกิจจานุเบกษาว่า ทําไมต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า การที่เปิดช่องในรายได้อื่น ถ้าจําเป็นจริง ๆ รัฐบาลอยากจะทําผมเชื่อว่าอาจจะใช้ช่องนี้ทําได้ ใช้ช่องนี้ครับ ทําได้ เพราะไม่เกี่ยวกับที่มาของเงินในลักษณะเป็นเงินอุดหนุน ไม่ได้จ่าย เป็นเงินอุดหนุนครับ เพราะท่านบอกบังคับให้เขาเขียนบอกว่าที่มาของเงินต้องเป็นเงินอุดหนุน ที่รัฐบาลจัดให้ครับ แน่นอนจะเป็นอุดหนุน ถ้าเป็นเงินทุนหมุนเวียนก็เป็นอุดหนุนทั่วไป ความหมายในตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเองก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วยความเคารพครับว่า ผมก็เห็นใจนะครับ หรือแม้แต่รัฐบาล อยากให้มากกว่า ๕๐๐ ล้านบาท ก็ให้ไม่ได้ พอบันทึกแนบท้ายบอก ๕๐๐ ล้านบาท มองทั้ง ๒ มุม ทั้งบวกและลบ เพราะฉะนั้นความเห็นของผมนะครับ ข้อสังเกตแนบท้ายพระราชบัญญัติ ไม่สมควรหรอกครับที่จะบันทึกลักษณะเม็ดเงินลงไป เพราะบันทึกไปแล้วก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ ต่อการกระทํา และหนําซ้ําจะเป็นการเร่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบตอบสภาเรามาทันที บอกไม่สามารถปฏิบัติได้ตามข้อสังเกตนั้น แต่จะพยายามทําในสิ่งที่ดีที่สุดตามวิธีการงบประมาณ และพระราชบัญญัติรายจ่ายงบประมาณประจําปี เขาจะตอบอย่างนั้นครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ท่านนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากมาตรา ๒๔ มันเป็นเรื่องกองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุ มีการแก้ไข เมื่อมีการแก้ไข แล้วผมต้องขอแสดงความคิดเห็นท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ผมเห็นแต่แรก ตั้งแต่มาตรา ๑๖ แล้วก็เริ่มมีปัญหา ผมเชื่อครับประธานคณะกรรมาธิการ ท่านดอกเตอร์ปุระชัย ท่านเป็นคนซื่อตรงครับ แต่อาจจะไม่คิดอย่างนั้น ผมเองต้องบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ พอเป็นกองทุนขึ้นมามันก็ต้องมีผู้บริหาร ผมไปดูในมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ ต่อเนื่องกัน ท่านประธานครับ ก็เป็นห่วงวิตกกังวลว่า ๑. กฎหมายฉบับนี้เนื่องจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีมาก่อนแล้วประการหนึ่ง ผมไปอ่านดูก็ไม่มีบทเฉพาะกาลมารองรับด้วย ในลักษณะของ ประชาชนคนหนึ่งที่ดูกฎหมาย ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นทรัพย์สินบางอย่างถ้ามันอยู่ในกองทุน จะแยกกันอย่างไร ทําไมไม่เขียนรองรับว่าเงินส่วนนั้น ทรัพย์สินส่วนนี้อยู่กองทุนก็เป็นทรัพย์สิน อันเดียวกัน ผมดู ไม่มีครับ มันจึงย้อนมาถึงว่า ในเมื่อมาตรา ๒๔ กล่าวถึงกองทุนส่งเสริม งานจดหมายเหตุ ไปดูในมาตรา ๒๕ เกี่ยวเนื่องกัน คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธาน นอกนั้นก็เป็นรองอธิบดี เป็น ผอ. กอง เป็นเจ้าหน้าที่ในกรมศิลปากรทั้งนั้น เงินจํานวนนี้ถ้าไปเปิดไว้ในมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๖ ท่านสามารถเอาไปขายได้ครับ ขายอย่างไร ในเชิงพาณิชย์เป็นอํานาจของอธิบดี ท่านบอกไว้เลย แล้วก็ไม่ได้เขียนอย่างอื่น ท่านคงจะไป ออกกฎกระทรวงมารองรับอีก นี่ผมเข้าใจ นั่นละคือเหตุผลว่าถ้าวันหนึ่งเอาข้อมูลประวัติศาสตร์ ไปขายให้มีการสร้างภาพยนตร์เป็น ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท มีปัญหาแน่ครับ ต้องเป็นส่วนหนึ่งของกองทุน มีผู้บริหารคืออธิบดี บุคคลส่วนอื่นก็มาประกอบ ผมจึงติงว่าวันนี้ท่านตั้งนายก อบจ. มาเป็นกรรมการร่วม ท่านลืมคิดหรือว่าในระบบผู้บริหาร ระดับท้องถิ่นทั้งหลายนี่เขามีอิสระต่อกัน ไม่ว่า อบต. เทศบาล อบจ. ไม่มีอํานาจที่บริหาร จัดการเกี่ยวเนื่องกัน อยู่แบบอิสระ ไม่มีการให้ ๒ ขั้นกันครับพูดง่าย ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ เขาก็บริหารได้ ถ้าท่านจะเขียนท่านทําไมไม่เขียนให้กว้างกว่านี้ละว่าผู้บริหารท้องถิ่นมาเป็น กรรมการของกองทุนได้ ถึงแม้ท่านจะเขียนว่ามี ๕ คนมาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิก็ตามครับ ๕ คนที่ว่า ท่านก็สามารถจัดตั้งได้จากความเห็นของท่านอยู่แล้วเพราะท่านมีอธิบดี ผมเป็นห่วงครับ ท่านประธานครับ จึงฝากถึงท่านกรรมาธิการด้วยว่าเรื่องนี้ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้กองทุนมีปัญหาแน่ ท่านดูอธิบดีเป็นประธานแล้วอย่างอื่นด้วยตามมาอยู่ในกระบวนการทั้งหมด ขายไปสร้าง ภาพยนตร์หนที่ ๑ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท เงินไปไหน อยู่ไหน อนาคตอาจจะมีมากมาย มหาศาลกองทุนนี่ แล้วก็มาตรา ๒๖ ก็ไม่ได้เขียนไว้ครับว่าอายุเท่าไร อย่างไร มาอย่างไร ไม่มี ท่านบอกอยู่ในกฎกระทรวง ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคตทั้งสิ้น ขอบคุณมากครับ
เชิญคณะกรรมาธิการตอบข้อซักถามท่านสมาชิก
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านค่ะ ดิฉัน เรวดี สกุลพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมายมรดกทางศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมค่ะ ในเรื่องของร่างมาตราที่ว่าด้วยกองทุนส่งเสริม งานจดหมายเหตุนะคะ ใน (๕) มาตรา ๒๔ ซึ่งร่างเดิมนั้นมีคําว่า รายได้อื่น และต่อมา คณะกรรมาธิการได้ปรับแก้เป็น รายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากการบริหารกองทุน ที่มาที่เราเพิ่ม หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากการบริหารกองทุนเข้ามานั้นก็เพราะว่าในข้อแรก ก็คือว่าในการบริหารจัดการกองทุนมันจะมีผลประโยชน์เกิดขึ้นเราก็เลยใส่เข้าไปเลยว่า ผลประโยชน์ใดก็ตามที่เกิดจากการบริหารกองทุนนั้นต้องนําส่งเข้ากองทุนส่งเสริม งานจดหมายเหตุ ลักษณะเช่นนี้เคยมีปัญหาเกิดขึ้นกับกองทุนโบราณคดีตามพระราชบัญญัติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรามีกองทุนโบราณคดี เราเคยมีปัญหาเกิดขึ้นว่าผลประโยชน์ที่เกิดจากกองทุนโบราณคดี อย่างเช่นกรณีที่มีการเอา เงินกองทุนโบราณคดีไปพิมพ์หนังสือออกมาจําหน่าย รายได้ที่เกิดขึ้นนั้นคือผลประโยชน์ อันเกิดจากเงินกองทุนที่เอาไปลงทุน ผลประโยชน์ต้องกลับคืนเข้าสู่เงินกองทุนโบราณคดีนะคะ จึงเป็นที่มาของที่เราจะใส่ว่าผลประโยชน์ที่เกิดจากการบริหารกองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุ ก็ต้องส่งเข้ากองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุนะคะ ประกอบกับร่างมาตรา ๒๖ (๓) ในวรรคหนึ่ง บอกว่าวางระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินกองทุน และการจัดหา ผลประโยชน์ของเงินกองทุน โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ในเมื่อคณะกรรมการ มีอํานาจหน้าที่ในการจัดหาผลประโยชน์ของเงินกองทุน รายได้ที่เกิดขึ้นก็ต้องส่งเข้ากองทุน แล้วก็แถมด้วยว่า ทั้งนี้ต้องโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ระเบียบที่ออกมานี่ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังเสียก่อนในส่วนนี้ นี่คือที่มาของที่เราเพิ่ม คณะกรรมาธิการได้เห็นชอบแล้วเพิ่มคําว่า หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากกองทุนนะคะ ขออนุญาตท่านประธาน ขอย้อนกลับไปพูดถึงมาตรา ๑๖ นิดหนึ่งนะคะที่จะชี้แจง ในส่วนของ ร่างมาตรา ๑๖ ที่ได้อภิปรายกันมากในเรื่องที่ว่าร่างเดิมนั้นห้ามค้าเด็ดขาด แต่ต้องได้รับอนุญาต จากอธิบดีกรมศุลกากรถึงจะค้าได้ เพราะร่างใหม่กรรมาธิการปรับแก้ ในส่วนนี้ที่จริงแล้วตอนที่ คณะกรรมาธิการพิจารณากันนั้นมีหลายท่านนะคะ กรรมาธิการท่านบอกว่าอ้ายร่างอย่างนี้นี่ มันไม่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในการที่จะให้ประชาชนได้เรียนรู้เข้าถึงเอกสารจดหมายเหตุ ที่ผ่านมาปัจจุบันนี้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้อนุญาตโดยอธิบดีกรมศิลปากร มอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสํานักหอจดหมายเหตุ อนุญาตให้ทําสําเนาเอกสารจดหมายเหตุนะคะ การทําสําเนาเอกสารจดหมายเหตุนั้นปกติเอกสารที่ได้รับอนุญาตให้ทําสําเนา ส่วนมากผู้ที่มา ใช้บริการจะบอกว่าเพื่อการศึกษา เพื่อการค้นคว้าอะไรทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่าภาพเหล่านี้ไปออก เป็นเรื่องของการค้าอยู่เยอะแยะ ซึ่งเอกสารที่ไปจากหอจดหมายเหตุที่ทําสําเนาใบนั้นจะมีลายน้ํา ของหอจดหมายเหตุปรากฏอยู่นะคะ เท่าที่ทราบมาก็คือเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เคยมีคดีเกิดขึ้น ที่ว่าปลอมแปลงเอกสารจดหมายเหตุของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้กระทั่งลายพระหัตถ์ก็ยังปลอม ดังนั้นเมื่อมีการอภิปรายกันมากในชั้นกรรมาธิการก็เห็นว่า ถ้าอย่างนั้นเราก็มาทําอย่างไรที่จะให้มองในเชิงบวก ท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งก็บอกว่า ให้มองในเชิงบวก ร่างมาตรา ๑๖ ให้เป็นเชิงบวกดีไหม คือให้อธิบดีกรมศุลกากรควบคุม เพื่อประโยชน์แก่ราชการ แต่ในเวลาเดียวกันสามารถเผยแพร่เอกสารนี้ไปสู่ประชาชน เพราะประชาชนทุกคนไม่สามารถเข้ามาใช้บริการหอจดหมายเหตุได้หมด แต่ถ้าเกิดกรณีว่า ใครจะเอาไปทําในเชิงพาณิชย์ก็ต้องได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบ ที่อธิบดีกรมศิลปากรกําหนด รายได้ที่ผ่านมานั้นไม่มากเลยค่ะ กรมศิลปากรเองก็ไม่ได้ผลิตทุกอย่าง เพื่อวางขายอะไรทั้งสิ้น ไม่มีนะคะ ไม่มีมาก ทีนี้ในส่วนนี้รายได้ที่ผ่านมานั้นน้อยมากค่ะ อย่างเช่นการทําสําเนาเอกสารแผ่นละ ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๓๐ บาท ส่งไปไหน ส่งเข้าเงินระเบียบ ประโยชน์การศึกษา ปัจจุบันนี้เรามีเงินเหลืออยู่แค่ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งหอจดหมายเหตุ มี ๘๐๐,๐๐๐ บาท ที่เป็นเงินที่ได้จากประโยชน์จากการทําสําเนาที่ได้รับอนุญาตทําสําเนาไป ในส่วนนี้ ดังนั้นในร่างมาตรา ๑๖ นี้จึงออกมาในลักษณะที่ว่าเราดูในเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์ ด้วยว่า ในกรณีผลิตหรือทําซ้ําทรัพย์สินทางภูมิปัญญาของชาติส่วนนี้ ถ้าเขาไม่ทําตามระเบียบ วิธีการ หลักเกณฑ์ที่อธิบดีกําหนด ก็คงต้องมีโทษในส่วนนี้ คือเป็นการผ่อนมาพบกันครึ่งทาง แล้วคิดว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงเอกสารเหล่านี้ด้วย แต่ในเวลาเดียวกันเราจะให้ฟรี หมดทุกอย่างก็อาจจะเป็นไปไม่ได้ ร่างมาตรา ๑๖ จึงได้ออกมาลักษณะนี้ แล้วก็ยืนยันว่า กรมศิลปากรมิได้แสวงหาผลประโยชน์หรือมีรายได้ในส่วนนี้มากเลย กี่ปีมาแล้วมีแค่ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย คือผมฟังแล้วเห็นใจนะครับ เรื่องของเงินกองทุนที่ท่านมีอยู่เดิม แล้วก็การบริหารจัดการนะครับ คือผมคิดว่าเราเองก็คงมีวัตถุประสงค์เดียวกันก็คือว่า ในเมื่อเราจะมีกฎหมายจัดตั้ง หอจดหมายเหตุเป็นเรื่องเป็นราวนี่ ในแง่ของเงินกองทุนที่มีก็คงหวังที่จะให้เป็นเงินกองทุน ที่เพียงพอกับการที่จะสนับสนุนงานของหอจดหมายเหตุให้สามารถที่จะทํางานได้ตามหน้าที่ ที่มีกําหนดไว้ทางกฎหมาย ทีนี้บังเอิญว่าการเขียนเรื่องรายได้อื่นแล้วตัดออกไป เป็นเรื่องการเปิดช่อง เรื่องการหาผลประโยชน์ที่เกิดจากการบริหารกองทุน มันมี ๒ ประเด็นเกี่ยวข้องที่ท่านชี้แจง
ประเด็นที่ ๑ ก็คือท่านได้ยกตัวอย่างกองทุนโบราณคดีขึ้นมาว่ากรณีอาจจะมี การไปจัดพิมพ์หนังสือขึ้นมา แล้วเราก็ประสงค์ที่จะมีวัตถุประสงค์ที่จะใช้เงินจากกองทุน ไปใช้ประโยชน์ลักษณะเดียวกัน แล้วก็นําเงินรายได้ที่ได้จากการจัดพิมพ์หนังสือ ที่ท่านยกตัวอย่างเปรียบเทียบมาเป็นเงินของกองทุน ประเด็นก็ยังอยู่ตรงที่ว่าการเขียนไว้เดิม โดยไม่มีการแก้ไขว่ารายได้ที่เกิดจากการบริหารกองทุนสามารถจัดทําได้หรือไม่ ผมว่าประเด็นนี้จะเป็นประเด็นสําคัญ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับตัวกองทุนโบราณคดี บังเอิญไม่ได้เปิดดูตัวกฎหมายกองทุนโบราณคดีนะครับ แต่ผมเข้าใจว่ารายได้ซึ่งเกิดจากเงิน หรือทรัพย์สินของกองทุนนี่ ผมไม่ทราบว่าสามารถจะอนุมานเอาตามอนุมาตรานี้ได้หรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาน่าจะเป็นคนที่ตอบประเด็น ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ หรือคําว่า รายได้อื่น เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าพอท่านไปเขียนเอาไว้ว่าเป็นรายได้ที่เกิดจากการบริหารของกองทุน อย่างที่กรณีเพื่อนสมาชิกรวมทั้งผมเองได้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการนําเงินของกองทุน ไปบริหารจัดการในรูปแบบอื่นซึ่งมีความเสี่ยงเกิดขึ้น ท่านก็บอกว่าอาจจะแก้ไขปัญหาไปได้ ด้วยการใช้มาตรา ๒๖ ก็คือการจัดวางระเบียบ จริง ๆ แล้วในมาตรา ๒๖ นั้นเป็นเพียงแต่ การกําหนดว่ากรรมการกองทุนมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ในการจัดวางระเบียบ ทั้งหลาย ซึ่งในการจัดวางระเบียบนั้นจริง ๆ แม้ว่าจะเขียนไว้ว่า โดยความเห็นชอบ ของกระทรวงการคลัง แต่คนที่จะเป็นคนร่างระเบียบไปก็คือตัวของคณะกรรมการของกองทุนนั้นเอง เพราะฉะนั้น การเขียนใด ๆ ก็ตามที่เป็นลักษณะของการเปิดช่อง ซึ่งอาจจะมีการหาประโยชน์ไปทํา อย่างอื่นได้นั้นมันก็อาจจะเกิดความเสี่ยงอยู่ดี ก็แปลว่าในการจัดวางระเบียบนั้นเราไม่ได้เขียน ในรายละเอียดลงไปให้ชัดเจนว่าในการบริหารจัดการกองทุนนั้นจะต้องคํานึงถึงความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้นกับกองทุนด้วย ประเด็นของผมก็เพียงแต่มีว่าจะทําอย่างไรให้กองทุนนั้น ได้มีประโยชน์งอกเงยแต่ไม่มีความเสี่ยงเกิดขึ้น โดยที่ผู้ที่ร่างกฎหมายในชั้นต้นนี้เราเข้าใจ เจตนารมณ์ แต่ในชั้นของการปฏิบัติตามกฎหมายนี้เราไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ในอนาคต กฎหมายของท่านจะเป็นกฎหมายฉบับแรกนะครับ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีการจัดตั้ง กองทุน แล้วเขียนเรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สินกองทุนที่ต่างจากกฎหมายอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ผ่านออกไป แล้วเปิดให้มีการตีความลักษณะเช่นที่ว่านี้ กฎหมายกองทุนอื่นในอนาคตก็จะยึดตามแบบนี้ไป ซึ่งอันนี้ผมก็ยังเห็นว่าเป็นปัญหาเรื่องของ ความเสี่ยงอยู่ดีนะครับ เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ก็คือว่าถ้าเข้าใจเจตนารมณ์ว่า ประสงค์ที่จะให้สามารถนําเงินกองทุนไปจัดหารายได้เพิ่มเติมขึ้น จะทําอย่างไร ในอนุมาตรา เดิมมันทําได้หรือไม่ และถ้าไม่ จะทําอย่างไร แต่ผมยังไม่เห็นด้วยอยู่ดีที่ท่านจะเขียน เปิดกว้างไปถึงเรื่องของรายได้ที่มาจากการบริหารจัดการกองทุน เพราะนั่นจะแปลว่าจะมี การตีความที่กว้างไปกว่านั้นซึ่งจะเป็นปัญหากับตัวกองทุนเองในอนาคตนะครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการให้ความมั่นใจหน่อยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขอกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก เพื่อความสบายใจนะครับ กรรมาธิการเองก็เห็นความปรารถนาดีของท่าน เพราะฉะนั้นถ้าอย่างนั้น ในมาตรา ๒๔ (๕) กรรมาธิการขอกลับไปใช้ถ้อยคําเดิมคือคําว่า รายได้อื่น เพื่อความสบายใจ ของท่านนะครับ แต่ผมจะขออนุญาตท่านชี้แจงเพิ่มเติมกรณีที่สมาชิกบางท่านได้พูดถึง ข้อสังเกต ๖.๕ ถึงแม้จะไม่ถึง กราบเรียนสักนิดเดียวว่าขณะนี้ผมขอความเห็นใจจากท่านสมาชิก ทั้งหลายว่าจดหมายเหตุนั้นเป็นเรื่องสําคัญของชาติ เป็นมรดกของชาติ แต่ท่านก็ทราบดี ผมไม่อยากจะพูดให้หน่วยงานอื่นเสียหาย แต่ท่านทราบดีว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นขึ้นอยู่กับ พลังของแต่ละกระทรวง ท่านทราบดีกระทรวงวัฒนธรรมวันนี้ ผมก็ไม่พูดแทนรัฐมนตรีนะครับ ได้รับงบประมาณจัดสรรน้อยกว่ามหาวิทยาลัยบางแห่งด้วยซ้ํา ยิ่งหอจดหมายเหตุแห่งชาตินี่ ประทานโทษนะครับท่านกรรมาธิการในฐานะที่ท่านเป็นผู้ดูแล ท่านเกือบจะไม่มีสิทธิ มีเสียงที่จะไปต่อรองเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ล่ะครับที่ขอ เพราะท่านได้มอบภารกิจ ให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติมากเหลือเกิน ผมอยากจะกราบเรียนย่อ ๆ ว่าขณะนี้มีเรื่องอดีต เรื่องปัจจุบัน เรื่องอนาคตที่ท่านได้ฝากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ อดีตคืออะไร ขณะนี้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีฟิล์มกระจกซึ่งมีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ นะครับ ๒๕,๐๐๐ แผ่น ซึ่งดําเนินการไปแล้วเสร็จแค่ ๕,๐๐๐ แผ่น เหลืออีก ๒๐,๐๐๐ แผ่น ซึ่งรอวันเสื่อมสลาย กําลังจะกลายเป็นผงครับ ภาพเหล่านี้กําลังจะหายหมดนะครับ เอกสารจดหมายเหตุ อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ชิ้น ที่จะต้องทํานุบํารุงดูแลตลอดเวลา ในปัจจุบันขณะนี้ท่านจะพบว่า อาคารสถานที่เสื่อมลงตลอด ประเทศเรามีความร้อน มีความชื้น ซึ่งทําลายเอกสารเหล่านี้ มหาศาล นอกจากนั้นเรากําลังต้องเตรียมที่จะดําเนินการให้ความรู้ ให้การช่วยเหลือ ทางวิชาการกับหอจดหมายเหตุเอกชน ของจังหวัด ของอะไรต่าง ๆ อีกมากมาย พนักงาน เจ้าหน้าที่มีน้อยมาก อนาคตมีการแปรญัตติที่นี่ แล้วก็ยอมรับแล้วว่าจะให้มีสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมก็ต้องตั้งคําถามว่าการเตรียมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การสแกน (Scan) ภาพทั้งหมด ข้อความ ทั้งหมดเข้าไป การจัดบริการระบบ การรักษาระบบให้ทันสมัยใช้เงินอีกเท่าไรครับ
และสุดท้ายที่ยังไม่พูดถึง ขออนุญาตใช้เวลานิดเดียว ขณะนี้มีเรื่องราวที่มา จากสื่อทั้งหลายมากพอสมควรว่ามีจดหมายเหตุในหลายประเทศที่อ้างอิงถึงประเทศไทย ในอดีต เรื่องหนึ่ง หนังสือพิมพ์โลกวันนี้พูดถึงบันทึกจดหมายเหตุของประเทศจีนตั้งแต่ ปี ๖๘๘ ก่อนที่เราจะอยู่ที่จังหวัดสุโขทัยด้วยซ้ําไป พูดถึงการที่ราชทูตจีนได้ส่งราชทูต มาเจริญสัมพันธไมตรีกับเรา คําถามก็คือว่าเรามีโอกาสไหมครับ ที่จะไปขอสําเนาจดหมาย เหตุของประเทศจีน นอกจากนั้นยังมีของประเทศอังกฤษ ของยุโรป ของประเทศญี่ปุ่น ของประเทศสหรัฐอเมริกา อีกมากมายที่พูดถึงประเทศไทยในอดีต ผมใช้ถ้อยคําง่าย ๆ ขณะนี้ประเทศไทยตัดตอน ประวัติศาสตร์ของตัวเอง ตัดเอาแค่สุโขทัย ท่านต้องไม่ลืมนะครับรากเหง้าของเรานั้นไม่ใช่ แค่สุโขทัยครับ ถอยหลังกลับไป คืออาณาจักรน่านเจ้า สิบสองปันนา อันนั้นคือประมาณ ๑,๒๐๐ กว่าปีมาแล้ว แต่เราไม่พูดถึงเลย และจดหมายเหตุจริง ๆ นั้นอ้างอิงถึง ๒,๐๐๐ ปี ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าตรงนั้นเป็นจริงแค่ไหน อย่างไร อันนี้ก็ขอความเมตตาครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ ท่านจะให้งบประมาณครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตใช้วิธีนี้อภิปรายนะครับ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ประกอบกับเป็นผู้ที่ดูแลในส่วนของสํานักงบประมาณด้วย ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ในเรื่องการที่มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ผมเองก็ไปอยู่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมมา เห็นความสําคัญในประเด็นดังกล่าว ประเด็นในสิ่งที่ตั้งกองทุนแล้วนี่นะครับ แล้วมันปรากฏ ข้อความที่ไปอยู่ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ในวาระเริ่มแรกรัฐบาลควรจัดสรรเงิน ให้แก่กองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุเป็นจํานวนเงิน ๕๐๐ ล้านบาท ถามว่าโดยภารกิจ เห็นด้วยที่ต้องดําเนินการ แต่ต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าการจัดสรรงบประมาณนั้น โดยหลักที่พวกเรายึดถือกันมาตลอดตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ ๒๕๐๒ ก็คือว่า มาตรา ๖ ให้ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณมีหน้าที่จัดทํา งบประมาณเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และมีหน้าที่วิเคราะห์งบประมาณและการใช้จ่าย ของหน่วยราชการ ประเด็นนี้เราจะเห็นเลยว่าการใช้จ่ายงบประมาณหรือการตั้งเม็ดเงิน งบประมาณนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารโดยแท้จริง และเป็นอํานาจโดยแท้จริง ของผู้อํานวยการสํานักงบประมาณซึ่งเป็นข้าราชการประจํา วันนี้เองสภากําลังจะเขียน กฎหมายเพื่อไปล่วงละเมิดอํานาจของฝ่ายบริหาร ล่วงละเมิดอํานาจของข้าราชการประจํา และเข้าไปก้าวก่ายในส่วนของคณะกรรมาธิการงบประมาณด้วย คือเขียนเพื่อที่ให้ตั้ง งบประมาณไว้ ทีนี้ผมต้องเรียนอย่างนี้ ผมก็รับฟังความคิดเห็นมาจากหลาย ๆ ฝ่าย มีข้อท้วงติง ท่านไปดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ เขียนว่า
มาตรา ๒๖๖ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะ หรือตําแหน่งการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซง เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่นหรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในเรื่องดังกล่าวต่อไปนี้
(๑) การปฏิบัติราชการ หรือการดําเนินงานในหน้าที่ของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
ผมได้สอบถามทางฝ่ายกฎหมายของสํานักงบประมาณ สอบถามทาง คณะกรรมการกฤษฎีกา ถามว่าประเด็นนี้หมิ่นเหม่ หรือน่าจะขัดแย้งต่อกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ คําตอบคือ หมิ่นเหม่ มีโอกาสที่ผิด วันนี้เองเราทํากฎหมายเข้ามาและจะให้สภาลงมติในเรื่อง ที่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจจะมีคนยื่นเรื่องร้องเรียน หรือก่อให้เกิดปัญหาในมาตราที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ผมถามว่าสภาเราควรจะลงมติอย่างนั้นหรือไม่ จริง ๆ แล้ว ประเด็นนี้นะครับ ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการน่าจะทบทวน พิจารณาในข้อสังเกตที่เขียน แล้วเข้าไปก้าวก่ายหน้าที่ของข้าราชการประจํา หรือผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๐๒ เพราะฉะนั้น โดยความเห็นแล้วนะครับ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ไม่ควรไปกระทําการใด ๆ ที่หมิ่นเหม่ต่อการ ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยเด็ดขาด ถามว่าคนอื่นทําผิดไหมครับ คนอื่นอาจจะไม่ผิดครับ แต่ว่าผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้หลายเรื่องหลายราวที่เราทําสิ่งที่ไม่ผิดอาจจะผิด ทําไมเราต้องไปเขียนในประเด็นที่ไม่มีประโยชน์ครับ ฝ่ายบริหารจะให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้ แต่เขียนแบบนี้เรากําลังจะใช้อํานาจทางกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาด้วย เข้าไปก้าวก่ายการทํางานของข้าราชการประจําซึ่งบัญญัติไว้ ตาม พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๐๒ ว่าเป็นหน้าที่ของผู้อํานวยการสํานักงบประมาณเท่านั้น เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมเห็นว่าถ้าจะตั้งเงินกองทุนตรงนี้แล้วนะครับ ก็ไม่ควรที่จะไปมี ข้อสังเกตตรงนั้น บังเอิญว่าในส่วนนั้นเขาไม่ให้อภิปราย ให้รับหรือไม่รับ ซึ่งในส่วนความเห็น ของผมนี้ ผมไม่รับ ผมไม่ต้องการที่จะไปทําผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด แต่ก็ขออนุญาตท้วงติง ต่อคณะกรรมาธิการไว้นะครับ ถ้าจะกรุณาเอาประเด็นนี้ออกไป ไม่มีการตั้งข้อตรงนั้นไว้ ก็จะเป็นการสะดวกใจต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะลงมติรับในส่วนของข้อสังเกต ของกรรมาธิการ ก็ขออภิปรายไว้ประกอบในการตัดสินใจครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ผมมองตรงข้ามครับ ผมเคยอยู่ ในรัฐบาลมา ทั้งรัฐมนตรีว่าการ ทั้งรองนายกรัฐมนตรี การกระทําลักษณะอย่างนี้ไม่ใช่ การก้าวก่าย ตรงนี้เป็นอํานาจโดยตรงของสภาแห่งนี้ว่าจะรับหรือไม่รับ ถ้าไม่รับก็ตกไป ในขณะเดียวกันผมมองตรงข้ามว่าเรากําลังทําหน้าที่ช่วยรัฐบาล ช่วยอย่างไร ผมเคยเกี่ยวข้อง กับพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยไม่รู้กี่ฉบับต่อกี่ฉบับ เขียนแบบเดียวกันนี่ละครับ จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอแก่การใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยแล้วได้อะไรบ้าง ท่านอยู่ภายใต้อํานาจ ข้าราชการประจํามากเกินไป เขาชี้อะไรก็เป็นอย่างนั้น และผมจะอภิปรายสัปดาห์หน้าด้วย เรื่องงบประมาณที่ท่านขอมา ๒.๔ ล้านล้านบาท ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าขณะนี้เรามาขอ ความเมตตาจากสภาแห่งนี้เพราะหน่วยงานนี้สําคัญ และจะให้เมื่อไรไม่ทราบ อาจจะสิ้น รัฐบาลนี้แล้วก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านอย่ามองโลกในแง่ร้าย เราทํางานให้ท่าน ไม่ใช่ก้าวก่าย ถ้าผมจะบอกว่าจัดสรรแค่เพียงพอมันก็จบ มันก็ง่ายดี นี่เราอุตส่าห์ไปถามว่า อดีตมีปัญหาอะไร ปัจจุบันมีปัญหาอะไร อนาคตมีปัญหาอะไร ออกกฎหมายฉบับนี้แล้ว จะต้องทําอย่างไร เราไม่ได้ใช้คําว่า ต้องจัดสรร ท่านอ่านให้ดี เราเสนอเพียงว่า ควรจัดสรร ถ้าท่านเห็นว่าไม่ควรก็ไม่ต้องจัด ผมก็ไม่ได้เดือดร้อน กรรมาธิการก็ไม่ได้เดือดร้อน ท่านเห็นว่า เป็นเรื่องสําคัญของชาติ มีการพยายามจะให้ผมถอนเรื่องนี้ผมบอกว่าผมถอนไม่ได้เพราะเป็นมติ ของกรรมาธิการ ถ้าท่านไม่รับไม่เป็นอะไรครับ วันข้างหน้ามีรัฐบาลที่เขาพร้อมจะมอบ มากกว่านี้ก็ได้ครับ ขอบคุณครับ
ในมาตรา ๒๔ (๕) ท่านคณะกรรมาธิการขอกลับคืนสู่ร่างเดิมจะเป็นอย่างนี้นะครับ เป็นว่า รายได้อื่น ถูกต้องนะครับ ท่านสาทิตย์ประเด็นที่ท่านสงสัยหมดแล้ว เชิญท่านต่อครับ
ครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขอบคุณทางกรรมาธิการนะครับ ที่กรุณาได้แก้ในมาตรานี้ (๕) ได้กลับไปสู่ร่างเดิมซึ่งก็คงจะไม่เป็นปัญหา แต่ประเด็นที่เรา ยกขึ้นมาเรื่องของเงินในการบริหารจัดการ ในการดูแลหอจดหมายเหตุแห่งชาติเรื่องกองทุน ในความจริงแล้วในส่วนของข้อสังเกตผมเห็นอยู่ข้อหนึ่ง ก็คือข้อ ๔ ซึ่งเราพูดถึงเรื่องของ การทํางานสร้างแรงจูงใจของภาคเอกชนให้ความร่วมมือกับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในการตรวจสอบทั้งหลาย ความจริงแล้วเข้าใจดีเรื่องงบประมาณนะครับว่าเป็นปัญหา ในข้อสังเกตนี้ความจริงท่านสามารถเพิ่มเติมได้นะครับว่ารัฐบาลเองก็ควรจะสร้างแรงจูงใจ ในการที่จะให้ภาคเอกชนนี้ได้บริจาคเงินด้วยอาจจะมีการลดภาษีอะไรต่าง ๆ ลักษณะคล้าย ๆ กับที่เคยมีการส่งเสริมเรื่องของการอ่านนะครับ ก็จะหันกลับมาทํานุบํารุงเรื่องของเอกลักษณ์ เรื่องของวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งอาจจะเพิ่มเติมเข้าไปในข้อสังเกตของท่านได้นะครับ ซึ่งการเพิ่มเติมข้อสังเกตลักษณะเช่นนี้ผมเห็นตรงกันกับท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า ไม่ใช่เรื่องก้าวก่าย ไม่ใช่เรื่องแทรกแซง เพราะข้อสังเกตท่านประธานก็ทราบครับว่า เมื่อไปจากสภาแล้วคณะรัฐมนตรีจะต้องไปพิจารณาข้อสังเกตในการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็จะขึ้นกับคณะรัฐมนตรีแต่ละคณะว่าเมื่อมีข้อสังเกตในกฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับ อํานาจหน้าที่ที่คณะรัฐมนตรีต้องตัดสินใจนั้นจะมอบให้หน่วยงานใดไปศึกษาและจะรับ ข้อสังเกตเหล่านั้นหรือไม่ ถ้ารับข้อสังเกตก็ชอบที่จะดําเนินการต่อแล้วก็แจ้งกลับไปยังสภา เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะได้รับข้อที่แจ้งมาจากคณะรัฐมนตรีอยู่บ่อยครั้งว่า พิจารณาข้อสังเกตแล้วเรื่องนั้นเรื่องนี้เห็นชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ถ้าไม่เห็นชอบก็ปฏิเสธ ถ้าเห็นชอบก็สามารถดําเนินการได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าที่ถูกต้องท่านเองเสนอข้อสังเกตเช่นนี้ผมก็คิดว่าถูกต้องแล้วครับ และที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เรียนกับสภานี้ผมก็คิดว่าเป็นแนวทางถูกต้อง แต่อาจจะเพิ่มเติมบางส่วนที่เป็นแรงจูงใจภาคเอกชน ซึ่งกลับมาบริจาคเงินแล้วก็หามีมาตรการ แรงจูงใจที่ให้เอกชนบริจาคเงินมากขึ้น เพราะว่างานศิลปวัฒนธรรมที่อื่นทั่วโลกนี้เขาใช้ ลักษณะเดียวกัน เพราะลําพังจะพึ่งแต่งบประมาณในแต่ละปีนั้นก็น้อยเต็มทนอย่างที่ทราบครับ
ท่านเลขาธิการเชิญในมาตรา ๒๕ ต่อครับ
มาตรา ๒๕ มีการแก้ไข
เชิญท่านอภิชาตครับ ท่านสงวนไว้ใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๒๕ เป็นเรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการกองทุน ส่งเสริมงานจดหมายเหตุ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นชอบตามร่างเดิมที่ให้มี คณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เป็นคณะกรรมการกองทุน
ท่านอภิชาตครับ ขอโทษนิดหนึ่ง ท่านบอกว่าท่านไม่ติดใจซึ่งกรรมาธิการได้ชี้แจงไปแล้ว
มีการแก้ไขครับ
ท่านจะอภิปรายประเด็นแก้ไขใช่ไหมครับ เชิญครับ
นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ในร่างของคณะกรรมาธิการจะมีคณะกรรมการกองทุนขึ้นมา จํานวน ๑๑ คน ในร่างที่กระผม ได้เสนอขอแก้ไข จํานวน ๙ คน และผมต้องการที่จะให้มีผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้ามาเป็นกรรมการ ซึ่งในส่วนนี้คณะกรรมาธิการไปแก้ไขให้มีนายกสมาคมองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยเข้ามาเป็นกรรมการแทน ซึ่งผมเห็นว่าแม้ว่าจะเป็นการตอบสนอง เรื่องของการขยายงานหอจดหมายเหตุแห่งชาติในอนาคตที่จะให้มีหอจดหมายเหตุประจําท้องถิ่น ก็คืออย่างน้อยจังหวัดละ ๑ แห่ง การให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเข้ามามีบทบาท ในการเป็นคณะกรรมการกองทุนนี่ ฟังดูก็น่าจะมีเหตุผล แต่ว่าความห่วงใยก็คือว่าตัวนายกสมาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยนั้นก็เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด คนหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ ไม่ใช่เป็นตัวแทนที่จะเป็นตัวแทนความคิด ความอ่านของ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในแต่ละพื้นที่ได้ ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย ในแต่ละภูมิภาค ที่สําคัญก็คือว่างานหอจดหมายเหตุท้องถิ่น ผมคิดว่าในอนาคตไม่น่าจะ จํากัดอยู่เพียงจังหวัดละ ๑ แห่งเท่านั้น ต่อไปถ้ามีหอจดหมายเหตุที่อยู่ภายใต้การดูแล ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ยกตัวอย่างเช่นเทศบาล ซึ่งก็จะมีบทบาท มีกําลังที่จะดูแล หอจดหมายเหตุท้องถิ่น หรือในบางพื้นที่ที่มีความพร้อมที่จะจัดตั้งหอจดหมายเหตุท้องถิ่น ในระดับที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนตําบลก็สามารถที่จะทําได้ เพราะฉะนั้น การมีตัวแทนที่มีความเหมาะสมอยู่ในคณะกรรมการกองทุนก็ต้องพิจารณาด้วย นายกสมาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยนั้น ผมคิดว่าไม่น่าจะเหมาะสม ขณะเดียวกัน ในมาตรา ๒๕ ในวรรคแรก การมีคณะกรรมการกองทุนเราใช้คนที่เป็นข้าราชการ ซึ่งแน่นอน ผมก็เห็นชอบด้วยและให้มีตัวแทนที่มาจากองค์กรหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนงานของกองทุน ได้อย่างกว้างขวางหลากหลาย ผมถึงเสนอให้เป็นผู้แทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มาทํางานร่วมกับอธิบดีกรมศิลปากร ทํางานร่วมกับรองอธิบดีกรมศิลปากร ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสํานักงบประมาณและผู้อํานวยการสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จํานวนเท่านี้ เป็นคณะกรรมการ
อีกส่วนหนึ่ง ก็คือคณะกรรมการที่จะมาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มาจากส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ ในส่วนของร่างที่คณะกรรมาธิการให้ความเห็นชอบก็คือการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ หรือประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ ด้านประวัติศาสตร์หรือด้านจดหมายเหตุอีก ๕ คนเข้ามา แต่ในส่วนของผมคิดว่าไม่จําเป็นถึงขนาดนั้น เมื่อเราให้คณะกรรมการกองทุนมีบทบาทสําคัญ ในการหารายได้เข้ามาในการบริหารงานของกองทุนนี่ ผมคิดว่าคนที่มีความเหมาะสมจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ทางด้านการบริหารจัดการ หรือด้านการเงินเข้ามาแทน เหตุผลก็เพราะว่าในขณะที่ในวรรคแรกเรามีคณะกรรมการ ที่มาจากภาคราชการอยู่แล้ว มีความรู้ความเชี่ยวชาญอยู่แล้วอย่างน้อยที่สุด๓ คน ก็คือ อธิบดีกรมศิลปากร รองอธิบดีกรมศิลปากร และผู้อํานวยการสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ นี่ต้องบอกว่าคือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์หรือด้านจดหมายเหตุอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่จําเป็นที่จะต้องหาผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้มาเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิอีก ถ้าเราได้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้บริหารจัดการทางด้านการบริหาร หรือด้านการจัดการ ทางการเงินเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นประโยชน์มากกว่า กระผมจึงขอเสนอ ความเห็นประกอบเพื่อให้คณะกรรมาธิการไปทบทวนอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ แต่ว่าในส่วนของผม โดยภาพรวมแล้วผมเห็นด้วย เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการได้แก้ไขไปในทิศทางที่ไปในทางเดียว ที่ผมได้นําเสนอ เพียงแต่รายละเอียดแตกต่างกันเท่านั้น ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านกรรมาธิการยืนตามเดิมไหมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ยืนตามเดิมครับ
เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อมาตรา ๒๕ ที่คณะกรรมาธิการ ได้เพิ่มนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการนี่นะครับ ผมไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลที่มีหลายท่านอภิปรายนะครับ ความจริงงานท้องถิ่นเขามีภาระที่ทําโดยนัย ของกฎหมายท้องถิ่นนี่ก็เกินกว่าที่เขาจะทําสําเร็จอยู่แล้ว ภาระที่ให้มาเป็นงานที่จะต้องใช้ ความชํานาญการชั้นสูงในเรื่องของจดหมายเหตุ ข้อประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ที่ท่านประธาน ก็เข้าใจ ทีนี้ไปเพิ่มบทบาท ไปตั้งนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยนี่ ผมก็เชื่อว่าท่านเหล่านี้เขาก็เชี่ยวชาญอยู่เฉพาะเรื่องของเขา งานเกี่ยวกับปากท้องประชาชน แก้ปัญหาก็เยอะอยู่แล้วนะครับ ท่านประธานครับ เพียงคิดว่าจะให้เรื่องเหล่านี้ไปลงถึง ของท้องถิ่นในระดับที่มีก็หลายส่วนอยู่แล้ว โดยนัยถ้าเป็นเพลงมันก็คนละม้วนเลยนะครับ ผมเข้าใจว่า ๑. อธิบดี รองอธิบดี ข้าราชการของกรมศิลปากรทั้งหมดอยู่ในนี้ ก็อยู่ในโทนที่มี ความจัดเจนอยู่แล้ว แล้วไปเอานายก อบจ. แห่งประเทศไทยมา ข้าราชการ กรมศิลปากร ไม่เกิน ๒ คน แล้วกลุ่มเหล่านี้ก็เลือกคนอีก ๕ คน ก็ยังดีที่ใส่ว่าด้านประวัติศาสตร์และจดหมายเหตุ ใส่เข้ามานี่ ผมก็ยังเห็นว่าเป็นงานที่อยู่ในกลุ่มของราชการและกรมศิลปากรเสียส่วนใหญ่นะครับ โดยนัยนี่ รายละเอียดต่าง ๆ ก็จะอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้จะกําหนด ท่านประธานครับ แปลว่าถ้าจะใส่เข้าไปนี่ก็ให้กลมกลืนเถอะครับ กลมกลืนเพื่อทําให้เป็นพลังที่จะทําให้งานที่มี ในระดับภาคนี่ มันยังไม่ถึงท้องถิ่นก็ขอความกรุณาเถอะครับ ที่เขามีอยู่นี่ก็ให้มันพอไปได้ เพราะฉะนั้นถ้าใส่เข้าไปนี่ท่านกรรมาธิการเอง ในชั้นการพิจารณาของสภานี่มีความจําเป็น ผมใช้สิทธิในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรและเข้าใจก็ทําเรื่องท้องถิ่นกันมาและเห็นปัญหาเขาด้วย พอไปถึงชั้นการพิจารณาของวุฒิสภาถ้ามีการปรับแก้ก็จะทําให้กฎหมายนี่แทนที่จะออกมา ก็จะล่าช้าไปอีก เพราะฉะนั้นถ้าท่านยืนยันว่าท่าน ผมนี่เท่าที่ดูตามมาตราต่าง ๆ มาตั้งแต่ต้น ผมไม่ไปไหนนะครับ ผมดูเรื่องนี้พัฒนาการที่จะเป็นไป ปรากฏว่ามีกรรมาธิการบ้างมาขอเพิ่ม ตรงนั้นตรงนี้ท่านก็แทนที่จะมั่นในหลักเดิมที่ได้คิดไว้ในระดับของกระทรวงคิดกฎหมายฉบับนี้มา เพื่อจะพัฒนาตามกรอบความคิดที่จะเป็นไป แทนที่จะใส่บางเรื่อง ใส่บางงาน ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับ แม้ว่าจะต้องมีกองทุน ผมพิจารณาเป็นฉบับที่ ๒ แล้วของกระทรวงวัฒนธรรมในช่วงสมัย ที่ใกล้ ๆ กันนะครับ ตั้งจากยกฐานะให้มีกองทุนส่งเสริมทางวัฒนธรรมว่าจะได้เงินเท่านั้น เท่านี้เข้ามา นี่ก็กรอบความคิดคล้าย ๆ กัน ผมว่าสูตรเดิมคนร่างกฎหมายก็คือต้องมีกองทุน ในการที่จะทําให้เกิดงานส่งเสริม งานจดหมายเหตุขึ้น เพื่อที่จะให้ชัดในเรื่องที่จะบริหารให้ได้ ผมว่าเราตั้งความหวังในการที่จะมีงานจดหมายเหตุในชั้นการพิจารณาโดยคุณลักษณะ ของบุคคลทรัพยากรคนที่เข้าใจงานของจดหมายเหตุโดยเนื้อแท้จริง ๆ ก็จะพัฒนางานไปได้ แทนที่ท่านไปตั้งนายก อบจ. แห่งประเทศไทยเขาไม่มาประชุมหรือส่งใครมาก็ไม่ทราบ ท้ายสุดก็เสียเรา เพียงแต่จะเอาชื่อมาใส่ไว้เพื่อจะเป็นบรรทัดฐานไปให้ท้องถิ่นได้ไปทํางาน จดหมายเหตุก็ไปเพิ่มภาระเขาอีกเยอะแยะหมด ความจริงถ้ามันพัฒนาได้ถึงขนาดนั้น ผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ผมเชื่อว่าขณะนี้เขายังมีปัญหาอยู่เยอะในภาพที่เป็น เพราะฉะนั้น เมื่อกรรมาธิการบอกว่ายืนยันก็สุดแท้แต่ท่านนะครับ ก็เรียนกันว่าเราทักท้วงไว้ในฐานะ ที่ทําหน้าที่ดูแลกฎหมายท่านสมาชิกนะครับ อยากจะให้งานจดหมายเหตุประสบความสําเร็จ ตามที่ควรจะเป็นโดยนัยจริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับ ท่านวัชระก่อนนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขออภิปรายสนับสนุนท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด นครศรีธรรมราช ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ในร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ในมาตรา ๒๕ ท่านประธานครับ ในมาตรานี้ท่านกรรมาธิการได้เขียนเพิ่มเติม ให้มีนายกของ อบจ. นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาเป็นกรรมการ ทําให้ผมนึกถึง พี่น้อง อบต. ถ้ามี อบจ. แล้วทําไมถึงไม่มีพี่น้อง อบต. หรือพี่น้องเทศบาลเข้ามาเป็นกรรมการด้วย เพราะฉะนั้นตามที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านได้เสนอให้มีตัวแทนกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นจากกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเป็นกรรมการตามที่ท่านได้แปรญัตติ เอาไว้นั้น ผมคิดว่าน่าจะเป็นการชอบกว่าและสามารถที่จะดูแลได้ทั่วถึงกว่าการที่จะเอา ตัวแทนจาก อบจ. มาเพียงหน่วยเดียว ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนั้นก็ดูแล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. หรือเทศบาลอยู่แล้ว ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมขอสนับสนุนอย่างยิ่งต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านอาจารย์ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ที่เสนอให้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ ควรจัดสรรงบประมาณจํานวน ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อให้แก่กองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการที่จะ เก็บรักษาและใช้ในการบริหารจัดการ ถ้าหากหน่วยงานนี้รัฐบาลได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ เงินจํานวน ๕๐๐ ล้านบาทนั้นไม่มากเลย ถ้ารัฐบาลได้เล็งเห็นถึง ความสําคัญของหน่วยงานนี้ ฉะนั้นข้อสังเกตที่ท่านอาจารย์ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ซึ่งท่านเป็น ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมหวังอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกรัฐบาลคงจะไม่ขัดข้องในการที่จะให้มีข้อสังเกตดังกล่าว เพื่อที่จะให้หน่วยงาน ดังกล่าวมีเงินเพียงแค่ ๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งไม่มากครับ ถ้าเปรียบเทียบกับโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ได้ทําเอาไว้ ผมจึงขอสนับสนุนท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ และในขณะเดียวกันก็สนับสนุนการแปรญัตติของท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ดังเหตุผล ที่ผมได้กราบเรียนไว้ ขอขอบคุณ
ท่านกษิต ภิรมย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม กษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ในส่วนที่เกี่ยวกับการได้ระบุนายกสมาคม องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการอันนี้นั้น ผมอยากจะเชิญชวน เพื่อนสมาชิกสภาให้มองอย่างนี้ครับว่าเรามีความภาคภูมิใจและดีใจในเรื่องของการกระจาย อํานาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น เป็นความภูมิใจของพวกเราทุกคนที่เป็นผู้แทนราษฎร แล้วก็สังคมไทยมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้นเป็นลําดับ ในขณะเดียวกันในการพิจารณากัน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องนี้ ทุกคนก็ได้แสดงความห่วงใยว่าประวัติศาสตร์ของไทย หรือว่าหลาย ๆ ประเทศนั้นมักจะเขียนโดยส่วนกลาง มิได้มีการสะท้อนซึ่งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะฉะนั้นถึงได้มีการพิจารณาแล้วก็ได้นําเอานายกสมาคมท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ เข้ามา เพื่อจะได้สะท้อนการมีอยู่ คงอยู่ แล้วก็การมีส่วนร่วมของท้องถิ่น แล้วก็ผ่านทางนายกสมาคม ท่านก็สามารถที่จะไปแจงต่อบรรดา อบจ. ทั่วประเทศไทย ผ่านทาง อบจ. ไปที่ อบต. ไปที่เทศบาลเมืองต่าง ๆ เหล่านี้ มันจะทําให้การเข้าถึงซึ่งข้อมูลข่าวสาร การจัดทําเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับจดหมายเหตุนั้นกว้างขวาง ไม่ได้จํากัดอยู่ที่ส่วนกลาง อยู่ที่หน่วยราชการที่เป็นของ ส่วนกลางอย่างเดียวครับ ผมขอเชิญชวนให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้กรุณาให้การสนับสนุน กับการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นในเรื่องที่สําคัญยิ่งของประวัติศาสตร์ของไทยในอนาคตครับ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ทางกรรมาธิการจะอธิบายเหตุผลเรื่องที่ท่านไพจิตถามไหม ที่ใส่นายก อบจ. เข้ามา เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอบพระคุณสําหรับความห่วงใยและข้อสังเกต ของท่านสมาชิก คือผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ เดิมทีเดียวนั้นที่ประชุมแห่งนี้ในวาระที่หนึ่ง มีความเป็นห่วงใยว่าทําไมกองทุนนี้ผู้บริหารซึ่งประกอบไปด้วยเพียงอธิบดีกรมศิลปากร และข้าราชการในกรมศิลปากรเท่านั้น ก็เกรงว่าจะเป็นการรวบอํานาจแล้วทุกคนก็เป็น ผู้ใต้บังคับบัญชาของอธิบดีกรมศิลปากร ทางกรรมาธิการก็ได้พยายามที่จะคิดว่าทําอย่างไร จะหาผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาช่วยท่านอธิบดีกรมศิลปากรในการที่จะบริหารจัดการ กองทุนนั้นให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ก็เลยได้ใส่ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ามาช่วย แล้วนอกจากนั้นแล้วประเด็นที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือ อันนี้เรื่องสําคัญนะครับ หลายท่านอาจจะถามว่าทําไมเมื่อใส่นายก อบจ. ทําไมไม่ใส่นายกเทศมนตรี ทําไมไม่ใส่ นายก อบต. หรือท้องถิ่นอื่น ๆ ตรงนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งรัฐสภาแห่งนี้เป็นผู้ออก ในนั้นกําหนดชัดเจนว่าจดหมายเหตุท้องถิ่นเป็นหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดครับ
เพราะฉะนั้นประการแรก ก็คือต้องการให้มีส่วนในการเชื่อมโยงอย่างน้อยที่สุด นายกสมาคม อบจ. ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ท่านจะได้เข้าใจประเด็นต่าง ๆ ของการที่จะประสานกับกรมศิลปากรในเรื่องนี้ แล้วท่านอาจจะมีโอกาสได้นําเรื่องเหล่านี้ ไปร่วมประชุมในการประชุมสมาคมของท่านด้วย
ในประการที่ ๒ การที่ไม่ใส่ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่าเหตุผลประการแรก ท่านเหล่านั้นคือข้าราชการส่วนกลาง
ในประการที่ ๓ ท่านเหล่านั้นไม่มีโอกาสที่จะจัดสรรงบประมาณให้ เพราะว่ากรมของท่านเองก็ไม่มีปัญญาอยู่แล้วที่จะของบประมาณ พูดตรง ๆ เราเข้าใจว่า งบทั้งหลายขณะนี้ถูกกระจายไปให้ท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อบจ. ก็จะสามารถช่วย ในการบริหารจัดการ คือไม่ต้องมาช่วยที่ส่วนกลางหรอกครับ ไปช่วยในการจัดตั้งหอจดหมายเหตุ จังหวัดของท่านให้ได้ แล้วทางส่วนกลางก็ส่งไปช่วยในแง่ของการช่วยเหลือทางด้านวิชาการ ตรงนั้นก็จะเป็นการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องกราบเรียนที่ประชุม ด้วยความเคารพว่าทางกรรมาธิการไม่ได้คิดเองนะครับ เป็นไปตามข้อกฎหมายครับ ขอบคุณครับ
คณะกรรมาธิการชี้แจงแล้วก็ไม่ติดใจนะครับ เชิญมาตรา ๒๖ ครับ
มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๕ บทกําหนดโทษ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๙ ไม่มีการแก้ไข มีผู้สงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติให้ตัดมาตรา ๒๙ ออกไป เนื่องจากเห็นว่ามีบทกําหนดโทษ ที่ค่อนข้างรุนแรง ประการหนึ่ง
และอีกประการหนึ่งก็คือว่าเราได้มีการแก้ไขในมาตรา ๑๖ ไปเรียบร้อยแล้ว มาตรา ๒๙ ปัจจุบันนี้ระบุว่าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โทษปรับรุนแรงถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาทนั้น หมายความว่าเป็นการกระทําผิดตามบทบัญญัติ ในมาตรา ๑๖ เดิม ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ค่อนข้างจะมีความสําคัญ เนื่องจากว่าเราได้เขียน บทบัญญัติเดิมไว้ตามร่างเดิมก็คือ เอกสารจดหมายเหตุหรือสําเนาของเอกสารจดหมายเหตุ ตามมาตรา ๑๕ คือเอกสารจดหมายเหตุที่หอจดหมายเหตุดูแลอยู่นะครับ ผู้ใดจะนําไปผลิต หรือทําซ้ําไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ในทางการค้ามิได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอม เป็นหนังสือจากอธิบดี ข้อความทั้งมาตรา ๑๖ และมาตรา ๒๙ สอดรับกัน ซึ่งในชั้นของ การแปรญัตติกระผมได้เสนอคําแปรญัตติตัดออกทั้งมาตรา ๑๖ และมาตรา ๒๙ เพราะมัน สอดคล้องกัน แต่เมื่อคณะกรรมาธิการไปแก้ไขปรับปรุงมาตรา ๑๖ ให้อ่อนลง ก็คือว่า สามารถทําซ้ําได้โดยมีข้อความว่า การผลิตหรือทําซ้ําเอกสารจดหมายเหตุไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด ถ้าเราเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในมาตรา ๑๖ ไปเช่นนี้แล้ว แต่มาตรา ๒๙ ยังคงแข็งไว้ถึงขนาดว่า ไปฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าไม่เหมาะสมแล้ว ประการสําคัญก็คือว่าจะไปเอาโทษตรงไหนละครับ จะไปเอาโทษคนที่ไปทําซ้ํา โดยที่ไม่เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนดหรือไม่ ระเบียบที่อธิบดีกําหนดนั้นคือกําหนดว่า อะไร เราก็ไปกําหนดโทษไว้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ไม่ว่าจะผิดตรงไหนเอา ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ผมคิดว่าไม่เหมาะสม จําเป็นที่จะต้องยกเลิก แล้วเมื่อเราแก้ไขมาตรา ๑๖ อ่อนลงขนาดนี้แล้ว ผมคิดว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายตรงนี้เปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นบทกําหนดโทษ ในมาตรา ๒๙ ก็ควรที่จะยกเลิกนะครับ ก็อยากจะขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการนะครับว่า พิจารณาในประเด็นนี้ ยกเลิกมาตรา ๒๙ ไปนะครับ ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์แล้วก็จะสอดรับกัน มากกว่า ขอบคุณครับ
กรรมาธิการมีความเห็นอย่างไรครับ ท่านขอตัดมาตรา ๒๙ ออกทั้งหมด เรื่องบทกําหนดโทษ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการขอยืนครับ
ท่านวัชระ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ซึ่งท่านได้แปรญัตติตัดในมาตรานี้ไว้ ซึ่งมาตรา ๒๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เงินทองเป็นของหายาก หายากมากครับ ขนาดค่าแรง ๓๐๐ บาทยังไม่ได้ จะปรับตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมจึงเห็นด้วยกับท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เป็นอย่างยิ่ง จึงกราบเรียน ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้โปรดลดราคาค่าปรับลงมาสักกึ่งหนึ่งจะได้ไหมครับ ได้โปรดเมตตาพี่น้องประชาชนในขณะนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณ
ท่านเมตตาแล้วครับ เอาไว้คงเดิมครับ ในมาตรานี้ไม่ได้มีการแก้ไขนะครับ ท่านติดใจไหมครับ ท่านอภิชาต
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าไม่เฉพาะแต่ผมนะครับ ที่มีความข้องใจกับประเด็นเรื่องบทกําหนดโทษในมาตรา ๒๙ เพียงแต่หลายท่านไม่พูดเท่านั้นเอง ผมอยากจะขอคําอธิบายที่สอดรับกันหน่อย เพราะที่ผม เรียนกับท่านประธานว่ามาตรา ๒๙ นี้เป็นมาตราที่เขียนไว้เพื่อรองรับมาตรา ๑๖ เดิม แต่เมื่อมาตรา ๑๖ เดิม ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอ่อนลงแล้ว เจตนารมณ์เปลี่ยนไปแล้ว บทกําหนดโทษตรงนี้ยังคงอยู่ถามว่าทําไมไม่อ่อนตาม ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือว่าไปเอาโทษเขาตรงไหน อย่างไร ให้กรรมาธิการชี้แจง ให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจด้วยเถอะครับ ขอบคุณครับ
กรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรพล ทิพย์เสนา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงในประเด็นเรื่องการกําหนดโทษ ในมาตรา ๒๙ เรื่องนี้จะเกี่ยวพันกับมาตรา ๑๖ เดิม ซึ่งเดิมในมาตรา ๑๖ จะมีการกําหนด เพื่อเป็นการคุ้มครอง ดังนั้นจึงกําหนดโทษไว้ในมาตรา ๒๙ นี้ไว้นะครับ ต่อมาคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาและเห็นว่าในการที่จะดําเนินการห้ามเสียทีเดียว เพื่อเป็นการคุ้มครองอาจจะ เป็นการจํากัดในการที่จะเผยแพร่เอกสาร ก็เปิดโอกาสให้มีการผลิตและทําซ้ําในเชิงพาณิชย์ได้ อย่างไรก็ดีในการดําเนินการในเชิงพาณิชย์ที่จะดําเนินการตามมาตรา ๑๖ จะเข้าไปเกี่ยวข้อง กับระเบียบที่อธิบดีกําหนด ซึ่งมีเรื่องที่สําคัญที่จะต้องพิจารณาก็คือในเรื่องของการนําเอกสาร ไปกระทําการที่ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่นะครับ การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์นั้นตรงตาม กับที่ได้ขออนุญาตจากอธิบดีตามระเบียบแล้วหรือไม่นะครับ ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญครับเพราะว่า จะเกี่ยวพันกับเรื่องของผลประโยชน์ที่บางรายการ เอกสารสําคัญมาก ๆ อาจจะมีในเรื่อง ของผลประโยชน์ที่สูงนะครับ ตรงนี้ก็คิดว่าการที่กําหนดโทษไว้โดยปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ศาลท่านได้ใช้ดุลยพินิจในการที่จะพิจารณาว่าการฝ่าฝืนระเบียบ ที่อธิบดีกําหนดนี้สมควรจะลงโทษปรับเป็นจํานวนเท่าไร ตรงนี้ก็คิดว่าเป็นเหตุผลอันหนึ่ง ที่ยังคงเรื่องบทกําหนดโทษในมาตรา ๒๙ นี้ไว้ครับ
ผ่านนะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ มาตรา ๓๐ เชิญครับท่านเลขาธิการ
มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ ไม่มีการแก้ไข
ครับ จบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาทั้งร่างนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอถือโอกาสในท้ายนี้ที่จะเรียนกับท่านประธานว่าในกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งพวกเราให้ความเห็นชอบผ่านไปแล้วทุกมาตรา มีอยู่ ๓ มาตรา ซึ่งไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชน แต่ในร่างที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการไม่ได้เขียนไว้ ในอารัมภบท มาตราที่ว่านั้นก็คือมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๒๑ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๒๑ เฉพาะมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ นั้นเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร ที่อยู่ในความครอบครองของบุคคล มาตรา ๑๐ ระบุว่าเมื่อปรากฏแก่กรมศิลปากรว่า เอกสารส่วนบุคคลซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์หรืออยู่ในความครอบครองของบุคคลอาจมีคุณค่า เป็นเอกสารจดหมายเหตุ ให้กรมศิลปากรขอตรวจสอบและประเมินคุณค่าของเอกสารนั้น เอกสารนี้เป็นเอกสารที่อยู่ในความครอบครองแล้วก็มีเอกชนเป็นเจ้าของ เอกสารตามวรรคหนึ่ง ที่มีคุณค่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุ อธิบดีอาจทําความตกลงกับเจ้าของ หรือผู้ครอบครอง เพื่อนํามาเก็บรักษาและอนุรักษ์ไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติก็ได้ นั่นหมายความว่าเจ้าของเดิม เก็บก็ได้ อธิบดีขอมาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติก็ได้นะครับ แล้วมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๑ ในวรรคสอง ท่านประธานดูนะครับ เอาจากวรรคหนึ่งก็ได้ จากวรรคหนึ่ง ก็คือเมื่อกรมศิลปากรได้รับมอบเอกสารส่วนบุคคลจากเจ้าของ หรือผู้ครอบครองแล้ว ให้กรมศิลปากรจัดทําทะเบียนไว้เป็นเอกสารจดหมายเหตุเพื่อเก็บรักษาและอนุรักษ์ ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ นั่นก็คือยินยอมให้ไปเก็บ แต่ในวรรคสอง ในกรณีที่เจ้าของ หรือผู้ครอบครองไม่ส่งมอบเอกสารส่วนบุคคลตามมาตรา ๑๐ เพื่อนํามาเก็บรักษา และอนุรักษ์ไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ให้กรมศิลปากรขอทําสําเนาและบันทึกรายละเอียด ของเอกสารส่วนบุคคลไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกําหนด แน่นอนหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกําหนดนั้นย่อมไปกระทบกับสิทธิความเป็นเจ้าของของเจ้าของ เอกสารจดหมายเหตุนั้น ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๑ ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อขาย แลกเปลี่ยน จําหน่าย หรือรับไว้ด้วยประการใดซึ่งเอกสารจดหมายเหตุ นั่นก็แปลว่าผมเป็นเจ้าของ เอกสารจดหมายเหตุที่กรมศิลปากรยกขึ้นมาว่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุแล้ว ผมขายให้ไม่ได้ สิทธินี้ผมถูกทําลายโดยกฎหมายฉบับนี้ ถ้าท่านต้องการให้มาตราที่ผมระบุถึง มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๒๑ อยู่ในกฎหมายฉบับนี้ต่อไป ท่านก็ต้องไปเขียนไว้ในอารัมภบท เพราะว่าการกระทําทั้งมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๒๑ นั้นขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๑ บอกว่าอย่างไรครับ มาตรา ๔๑ สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครอง ขอบเขตแห่งสิทธิและการจํากัดสิทธิเช่นนี้ว่านี้ย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ท่านต้องระบุให้ชัดไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ท่านไม่ได้ระบุก็แสดงว่าท่านทําเองได้โดยท่านละเมิดสิทธิ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นทางออกก็คือว่าในอารัมภบทก็ต้องบอกว่าโดยที่เป็นการสมควร มีกฎหมายว่าด้วยจดหมายเหตุแห่งชาติ พระราชบัญญัตินี้มีผล มีบทบัญญัติบางประการ เกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ให้ มันเป็นถ้อยความที่เหมือนกับในกฎหมาย ทุกฉบับนะครับ บัญญัติไว้โดยกระทําอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ท่านอภิชาตหมายความว่าท่านจะให้เติมในอารัมภบทใช่ไหม
ถูกต้องครับ
เดี๋ยวผมจะถามทางคณะกรรมาธิการจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม สุรพล ทิพย์เสนา ในฐานะ กรรมาธิการครับ สําหรับในเรื่องของการจํากัดสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนั้น ทางคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาบทบัญญัติในร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาตินี้ทุกมาตราแล้วนะครับ ก็เห็นว่าโดยเนื้อความของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มีบทบัญญัติใดที่เป็นการจํากัด สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ ซึ่งเป็นเรื่อง ของการขอความร่วมมือ โดยใช้หลักความยินยอมของเจ้าของเอกสาร หรือเอกชนผู้มีสิทธิ ครอบครองเอกสาร โดยมิได้เป็นการบังคับ หรือยึดเอากับทรัพย์สินของเอกชน ดังนั้นในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ จึงไม่เป็นการจํากัดสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญครับ
สําหรับในมาตรา ๒๑ ซึ่งเป็นเรื่องของการห้ามมิให้ผู้ใดซื้อขาย แลกเปลี่ยน จําหน่าย หรือรับไว้ดําเนินการใด ๆ ซึ่งเอกสารจดหมายเหตุนั้น ขออนุญาตกราบเรียนว่าในหลักการ ของการดําเนินการเรื่องจดหมายเหตุตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการดําเนินการที่เกิดขึ้น ในส่วนราชการ เพราะฉะนั้นการที่จะกระทําเอกสารใดมาเป็นเอกสารจดหมายเหตุนั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นเอกสารราชการครับ เมื่อการขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารราชการ และเก็บไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติแล้ว เอกสารนั้นก็จะเป็นเอกสารของกรมศิลปากร หรือหอจดหมายเหตุแห่งชาติครับ ดังนั้นจึงไม่เป็นการที่จะไปจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ในการที่จะประกอบอาชีพ หรือดําเนินการใด ๆ เกี่ยวกับเอกสารจดหมายเหตุครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็มาตรา ๑๑ ก็เขียนไว้ชัดว่าเอกสารจดหมายเหตุมันเก็บได้ ๒ ที่ เก็บไว้ในหอจดหมายเหตุ หรือว่าเก็บไว้ที่บ้านของเอกชนที่เป็นเจ้าของก็ได้ ท่านประธานลองนึกภาพดูสิครับ บรรดาเจ้านาย ลูกหลาน คหบดีในสมัยก่อนที่มีเอกสารที่เป็นเอกสารจดหมายเหตุ เป็นจดหมายการติดต่อ การสื่อสารทางการค้า ซึ่งถูกยกฐานะเป็นจดหมายเหตุนี่เขาก็เก็บไว้ที่บ้านได้ และกฎหมายฉบับนี้ ก็ให้เก็บไว้ที่บ้านได้ ปัญหาก็คือว่าถ้าวันหนึ่งในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของจดหมายเหตุอันนี้ เอกสารจดหมายเหตุนี้เขาต้องการจะขาย ปรากฏว่ามาตรา ๒๑ ห้ามไว้ ขายท่านก็ต้องติดคุก ผมถึงบอกว่าถ้าท่านไม่อยากให้ขาย ท่านก็ต้องรับรองสิทธิของเขาตามรัฐธรรมนูญ ก็เขียนไว้ ให้ชัดในกฎหมายนี้เท่านั้นนะครับ ไม่เช่นนั้นก็จะมีการตีความกันในวันข้างหน้าว่ากฎหมายนี้ ไปละเมิดสิทธิตามมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญ
ท่านอธิบาย มาตรา ๒๑ ท่านกําลังแปลความจากมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ แล้วก็ไปแปลคู่กับมาตรา ๒๑ ว่าการขายเขามีสิทธิขายได้ไหม เชิญกฤษฎีกาอธิบายสิ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ สุรพล ทิพย์เสนา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียน ในมาตรา ๑๐ ก่อนนะครับ มาตรา ๑๐ เอกสารส่วนบุคคลซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์หรืออยู่ ในความครอบครองของบุคคล ซึ่งอาจมีคุณค่าตรงนี้ ก็ให้กรมศิลปากรอาจจะขอตรวจสอบได้ อันนี้เป็นหลักการขอความร่วมมือหลักการยินยอมโดยทั่วไป ซึ่งเมื่อได้มีการประเมินคุณค่าแล้ว ท่านพอเห็นว่าน่าจะเป็นจดหมายเหตุตรงนี้อาจจะขอทําความตกลงกับทางเอกชนเพื่อนํามา ขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารจดหมายเหตุ ในหลักการก็คือว่าถ้ามาเป็นเอกสารจดหมายเหตุนั้น ต้องเก็บไว้ที่กรมศิลปากรแล้วก็เป็นกรรมสิทธิ์ของกรมศิลปากรเท่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าเอกชนมอบให้กับทางกรมศิลปากรเป็นเอกสารจดหมายเหตุแล้วก็ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ ของเอกชนต่อไปนะครับ
สําหรับในมาตรา ๑๑ ในกรณีที่เจ้าของเอกสารไม่ส่งมอบให้นะครับ ก็ใช้หลัก ความยินยอมอีกเช่นกัน ก็คือว่าถ้าไม่ส่งมอบก็ขอทําสําเนาแล้วก็บันทึกรายละเอียดไว้ เป็นหลักฐานเท่านั้นนะครับ ในหลักการตรงนี้ เอกสารตรงนี้ยังไม่เป็นเอกสารจดหมายเหตุนะครับ ดังนั้นการที่จะนําเอกสารเหล่านี้ไปดําเนินการค้าขาย แลกเปลี่ยน เช่า ให้เช่าหรืออะไรต่าง ๆ ก็ยังสามารถทําได้ อันนี้ก็จะไม่เป็นการรอนสิทธิครับ
ชัดเจนแล้วนะครับ ติดใจอีกไหมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๑๑ ชัดเจนเลยว่ามันเป็นเอกสารจดหมายเหตุแล้วนะครับ เพียงแต่ว่าที่เก็บจะเก็บที่ไหน ถ้าเก็บไว้ที่บ้านของเอกชนก็ทําสําเนาส่งไป แล้วก็มีการทําหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดี กําหนด จะให้เก็บรักษาอย่างไร มีหลักเกณฑ์ตามที่อธิบดีกําหนด นั่นก็คือว่าไปแทรกแซง กระบวนการการเป็นเจ้าของสิทธิของเอกสารจดหมายเหตุชิ้นนั้น มันอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธาน และจะบอกว่าเขาขายได้ เพราะว่ามันยังไม่เป็นเอกสารจดหมายนั้น ไม่ใช่ครับ มันเป็นเอกสารจดหมายเหตุแล้ว แต่อยู่ในความครอบครองของเอกชน แต่ว่ามาตรา ๒๑ ไม่ให้ขาย ไม่ให้ซื้อ ไม่ให้แลกเปลี่ยน ไม่ให้กระทําการใด ๆ ทั้งสิ้น นี่เป็นการจํากัดสิทธิ ของเขาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๑ ก็อยากให้ทบทวนอีกครั้งหนึ่งนะครับ
คือพอผมฟังคณะกรรมาธิการชี้แจงแล้วท่านก็จะขอเพิ่มถ้อยคําในอารัมภบทนี่นะครับ ที่จริงขอเรียนท่านอภิชาตว่าเราพิจารณาจบในวาระที่สอง เรียงตามมาตราแล้วกําลังจะดู ถ้อยคํานะครับ แต่ถ้าท่านจะไปเพิ่มเติมถ้อยคําอย่างที่ท่านพูดนะครับ เพื่อที่จะไปใส่ ในอารัมภบท ผมว่ามันน่าจะทําไม่ได้นะครับ อันนี้เรากําลังมาทบทวนในเรื่องของถ้อยคํา ฉะนั้นผมจะขอผ่านไปเลยครับ เรื่องนี้ แล้วก็กรรมาธิการได้ชี้แจงไปแล้ว ฉะนั้นในการพิจารณา ในวาระที่สอง ก็จบนะครับ ต่อไปผมจะพิจารณาในวาระที่สาม คุณหมอชลน่านเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ ที่ท่านประธาน ได้กรุณาแจ้งต่อที่ประชุมนะครับ กรณีทบทวนถ้อยคําและข้อความที่ขัดแย้งกัน ผมอาจจะ ไม่มุ่งหวังให้กรรมาธิการได้แก้หรอกครับ แต่ขออนุญาตพูดไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ เผื่อว่าวุฒิสภา ซึ่งเป็นอีกสภาหนึ่งเขาอาจจะไปช่วยทําให้การกลั่นกรองกฎหมาย การตรากฎหมาย มีความรอบคอบมากขึ้น ผมเห็นว่าในมาตรา ๑๖ นะครับ กับมาตรา ๒๙ มีข้อความ และถ้อยคําที่ขัดแย้งกันชัดเจนครับ ข้อความขัดแย้งกันชัดเจน กรรมาธิการถึงแม้มีสมาชิก สงวนคําแปรญัตติเอาไว้นะครับ กรรมาธิการก็อธิบายว่าระเบียบที่จะออกมาสามารถไปเอาโทษ ทางอาญาได้ โดยที่ไม่ทราบเลยระเบียบนั่นจะเขียนอย่างไร ผมเชื่อว่าวิธีการตรากฎหมาย แบบนี้น่าจะไม่ชอบครับ ข้อความที่เขียนไว้ในมาตรา ๑๖ ที่ท่านได้ออกระเบียบและไปเอาโทษ ทางอาญา ผมขออนุญาตอภิปรายและบันทึกไว้ก็แล้วกันครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ มากครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมในวาระที่สาม ว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่ในวาระที่สามนะครับ ก่อนที่จะขอมติในวาระที่สาม ขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการนะครับ เข้าห้องประชุม ท่านไหนที่เข้าแล้วกรุณาแสดงตนนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณากดปุ่มแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติในวาระที่สาม เชิญแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยแล้ว มีอีกไหมครับ ท่านธนากับท่านดอกเตอร์เฉลิมเรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๙๙ ท่าน ครบนะครับ
ผมขอถามมติในวาระที่สาม ผู้ใดเห็นชอบให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล การลงคะแนน เห็นชอบ ๓๓๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบในวาระที่สามนะครับ
สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตนะครับ ฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎร จะต้องพิจารณาลงมติข้อสังเกตว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ผมจะขอถามมตินะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ออกเสียงลงคะแนนไหมครับ เรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๖๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ
ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ขอบคุณคณะกรรมาธิการ ทุกท่าน เขาไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต ต่อไปนะครับ
เรื่องที่ ๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ชี้แจงต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ขอทบทวน อีกครั้งหนึ่งนะครับ ในการพิจารณาในวาระที่สอง จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วก็เรียงตามลําดับมาตรา ให้ท่านสมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ หรือคณะกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นไว้เท่านั้นนะครับ เชิญคณะกรรมาธิการครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมไหมครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงต่อที่ประชุมครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอกราบเรียนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ และครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ สถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติ สถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากําหนดการแปรญัตติ ภายใน ๗ วัน โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี เป็นหลักในการพิจารณานั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนําเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาต ร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษาครับ
เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการ
ร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข
ถ้าไม่มี ท่านใดติดใจ ผ่านนะครับ
มาตรา ๗ มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ
มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ มีการแก้ไข มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ ไม่มีการแก้ไข
จบการพิจารณาเรียงตามมาตรานะครับ ต่อไปพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีใครจะ แก้ไขถ้อยคําไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าการพิจารณาในวาระที่สองจบนะครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สามนะครับ คือลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ก่อนที่จะลงมติจะขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิก ที่อยู่ในห้องประชุมกรุณาแสดงตนด้วยนะครับ ท่านที่อยู่ห้องอาหารเชิญเข้ามาลงคะแนน ก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกกรุณาแสดงตนโดยกดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่ ส่งผล แสดงตนเสร็จแล้วนะครับ มีท่านใดไหมครับ ยกมือหมายความว่าอย่างไรครับ ยืนไม่ไหว ใช่ไหมครับ
บัตรหมายเลข ๓๓๕ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ บัตรแสดงตนไม่ได้ค่ะ ขอเพิ่มอีก ๑ เสียงค่ะ
เชิญเจ้าหน้าที่ ส่งผลครับ ๒๙๔ ท่าน บวกอีก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๕ ท่านนะครับ
ผมขอมตินะครับ ท่านใดเห็นชอบให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เชิญครับ บัตรเสียใช่ไหมครับ
ค่ะท่านประธานคะ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย ๓๓๕ ค่ะ ลงมติเห็นด้วยค่ะ
ผมขอปิด การลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วย ๓๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยนะครับ
จบการพิจารณานะครับ ขอบคุณทางคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนนะครับ เชิญท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) และข้อบังคับ ข้อ ๑๐๐ นะครับ ขออนุญาต ตั้งกรรมาธิการแทนตําแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยครับ
เดี๋ยวนะครับ ท่านจะเลื่อนใช่ไหมครับ
เลื่อนครับ
ขอพิจารณา เรื่องกรรมาธิการที่ว่างลงก่อนในเรื่องอื่น ๆ ข้อไหนครับ
ข้อ ๗.๓ ครับ
มันมี ๗.๑ ๗.๒ ๗.๓ ท่านเอาเฉพาะ ๗.๓ ถูกต้องไหมครับ
เอาเฉพาะ ๗.๓ ท่านประธานครับ ตั้งกรรมาธิการแทนท่านนายแพทย์สุรวิทย์ครับ ขอเสนอ
ขัดข้องไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมไม่ขัดข้องที่จะให้เลื่อนวาระเรื่องการแต่งตั้งกรรมาธิการนะครับ แต่ว่าในข้อ ๗.๓ นี้ บังเอิญผมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ด้วย แล้วก็คณะกรรมาธิการได้ปฏิบัติหน้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ รอเพียงแต่จะกลับเข้ามาสู่ การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นการแต่งตั้งก็ไม่เป็นประโยชน์อะไรเลยนะครับ
เชิญท่านพิษณุเอาอย่างไรครับ เดี๋ยวนะครับ ถึงแต่งตั้งไปแล้วยังไม่มีการเรียกประชุมไม่ได้แล้ว ใช่ไหม เสนอมาที่สภาแล้วใช่ไหม
กราบเรียนท่านประธานครับ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการได้เสร็จสิ้นไปแล้วครับ
ส่งมาที่สภาหรือยัง
อยู่ในกระบวนการที่จะส่งมา แต่ถ้าท่านจะเลื่อนมาเพื่อจะเลือกคนเข้าไปแทน บุคคลนั้นก็จะขึ้นมานั่งชี้แจงกับสภา เท่านั้นเอง โดยที่ไม่ได้ร่วมพิจารณาอีกแล้วนะครับ
เชิญท่านพิษณุครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าคนที่จะตั้งแทนคุณหมอสุรวิทย์คือท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ซึ่งดูแลเรื่องนี้ โดยตรงอยู่แล้ว อย่างไรก็ขออนุญาตตั้งครับ ท่านประธานครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
อย่างนั้นตั้งไปก่อนแล้วกันนะครับ เพื่อที่จะให้ดําเนินการไปตามกระบวนการ ถ้าไม่ขัดข้อง ผมก็จะให้ตั้งไปก่อนนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องก็เชิญ เสนอใครครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ขอตั้งนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่..) พ.ศ. .... แทนตําแหน่ง ที่ว่างลง ขอผู้รับรองครับ
ครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ จะได้ไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จบนะครับ ผมจะไปเรื่องด่วนที่ค้างอยู่ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะพิจารณาเรื่องด่วนในเรื่องที่ ๑ นะครับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวง และการบินเกษตร) ผมขออนุญาตท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) เปลี่ยนระเบียบ วาระการประชุม โดยขออนุญาตเลื่อนเรื่องด่วน เรื่องที่ ๒๕ เรื่องที่ ๒๖ เรื่องที่ ๒๐ เรื่องที่ ๒๑ เรื่องที่ ๒๔ และเรื่องที่ ๑๔ ขึ้นมาพิจารณาต่อจากเรื่องด่วนที่ ๑ เป็นลําดับไปครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องด่วนที่ ๒๕ เป็นเรื่องร่างพระราชบัญญัติ การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... เรื่องด่วนที่ ๒๖ เป็นร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่างที่มีภาคประชาชนเสนอด้วย แล้วเป็นร่าง คณะรัฐมนตรี เรื่องด่วนที่ ๒๐ เป็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรื่องด่วนที่ ๒๑ เป็นกฎหมายเกี่ยวเนื่องครับ เป็นร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับร่างพระราชบัญญัติ เรื่องด่วนที่ ๒๐ เมื่อสักครู่นะครับ เรื่องด่วนที่ ๒๔ เป็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เรื่องด่วนที่ ๑๔ เป็นเรื่องพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาแก้ไข แล้วส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎรเรา ต่อไปเป็นเรื่องด่วนที่ ๒ท่านประธานครับ ผมขอลําดับ แค่นี้ก่อนนะครับ หมายความว่ามาพิจารณาต่อเนื่องจากเรื่องด่วนที่ ๑ นะครับ ขอผู้รับรองครับ
ถูกต้องครับ มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขนาดดูตามยังไม่ทันเลยครับ คือจะทําอะไรผมคิดว่า ควรจะได้สอบถามกัน หรือว่าถ้าท่านสอบถามแล้วก็กรุณาชี้แจงด้วยครับ หรือว่าอย่างไรนะครับ
ผมลําดับ อย่างนี้นะครับ คุณหมอชลน่านเสนอขอเปลี่ยนระเบียบวาระนะครับ โดยเลื่อนเรื่องด่วน ลําดับที่ ๒๕ เรื่องด่วนลําดับที่ ๒๖ เรื่องด่วนลําดับที่ ๒๐ เรื่องด่วนลําดับที่ ๒๑ เรื่องด่วน ลําดับที่ ๒๔ และเรื่องด่วนลําดับที่ ๑๔ ต่อจากเรื่องด่วนที่ ๑ นะครับ ทันไหมครับ เอาใหม่ครับ คุณหมอชลน่านขอเปลี่ยนระเบียบวาระโดยเลื่อนเรื่องด่วนลําดับที่ ๒๕ ร่างพระราชบัญญัติ ให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... เรื่องด่วนลําดับที่ ๒๖ ร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... เรื่องด่วนลําดับที่ ๒๐ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรื่องด่วนลําดับที่ ๒๑ ร่างพระ ราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งต่อเนื่องกับเรื่องด่วนลําดับที่ ๒๐ แล้วก็มาต่อที่เรื่องด่วนลําดับที่ ๒๔ คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... สุดท้ายเรื่องด่วนลําดับที่ ๑๔ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ได้นะครับ เราจะได้พิจารณา เชิญท่านรัชฎาภรณ์
ท่านประธานที่เคารพคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ ดิฉันดูตาม ที่คุณหมอชลน่านเสนอเลื่อนพระราชบัญญัติต่าง ๆ ขึ้นมา ก็จะมีร่างที่เป็นของภาคประชาชน เสนอเข้ามา ก็คือร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... กับพิจารณา กรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... แต่ทีนี้รัฐบาลบอกว่าขยายเวลาประชุมมาก็มีกฎหมายที่สําคัญ รวมทั้งกฎหมายที่เป็นร่าง ของภาคประชาชนด้วย ซึ่งคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองได้ทําหนังสือไป เพราะว่าเราได้ เชิญกลุ่มที่เสนอกฎหมายมา แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็ได้ทําหนังสือไปที่วิปรัฐบาล ก็อยากจะเรียนว่ามันมีกฎหมายบางฉบับที่ไม่ต้องรอร่างรัฐบาล เช่น เรื่องด่วนที่ ๗ ร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทางกระทรวงมหาดไทยเองก็มีหนังสือแจ้งมา ดิฉันก็ได้แนบไปแล้วตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๔ บอกว่าไม่ขัดข้องที่จะนําเข้าสู่วาระการประชุมนะคะ อันนั้นหน่วยงานก็แจ้งมาเรียบร้อยแล้ว แล้วที่สําคัญก็จะมีกฎหมายร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งภาคประชาชนเสนอ แล้วท่านรัฐมนตรีก็ไปรับปาก ตอนแรกยิ่งบอกว่าจะเอาเข้าทันวันที่ ๑๘ เมษายนเสียด้วยซ้ํา แล้วตอนนี้ก็มีการรับปากกันเขาก็มาผลักดัน ดิฉันก็อยากจะเรียนว่า ขอให้ทางวิปรัฐบาลพยายามเอาร่างของภาคประชาชนเข้ามาให้หมดเพราะว่ามีเหลืออยู่ เข้าไปแล้ว ๒ ฉบับ ก็เหลืออยู่ประมาณ ๕ ฉบับ ก็อยากจะให้เอาเข้ามาให้ทันในช่วงนี้ เพราะว่าไม่อย่างนั้นเขาก็จะรู้สึกว่าเขามาเรียกร้องหลายครั้งแล้วมันเหมือนกับหลอกเขาค่ะ
อย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ ผมจะเอาประเด็นของคุณหมอชลน่านก่อน ถ้าที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่ามีมติก่อนนะครับ แล้วประเด็นของอาจารย์รัชฎาภรณ์ ในช่วงที่เรากําลังพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๑ อยู่ ท่านก็ลองปรึกษากันแล้วค่อยเลื่อนขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ได้ไหมครับ เอาทีละประเด็นก่อน เชิญท่านจุรินทร์ครับ เอาประเด็นของคุณหมอชลน่านก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ผมสอบถามเมื่อสักครู่ยังไม่ได้คําตอบเลยครับ ว่าที่ท่านขอเลื่อนขึ้นมาเป็นพวง ๕-๖ ฉบับได้ประสานกับใครไว้หรือไม่ในส่วนของวิปฝ่ายค้านครับ
เชิญท่านได้ประสานไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ในนามผู้แทนของทางวิปรัฐบาล ในการพิจารณาขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโดยเลื่อน ระเบียบวาระที่มีความจําเป็นและมีความพร้อมที่จะพิจารณาขึ้นมาสู่การพิจารณาก่อน ส่วนใหญ่ก็เป็นความเห็นของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก แล้วเราก็ดูว่า บรรดากฎหมายที่เสนอเข้ามามันไม่มีปัญหา ไม่มีข้อขัดแย้งในเรื่องที่จะมีการพิจารณาในสภา ก็ถือเรื่องนั้นเป็นเรื่องหลักครับ
ส่วนประเด็นที่เป็นคําถามของท่านประธานวิปฝ่ายค้านต้องขออนุญาตตอบ ด้วยความเคารพครับ ซึ่งจริง ๆ ผมก็ไม่อยากจะตอบตรงนี้ เพราะว่าบรรยากาศช่วงหลัง ๆ ดีขึ้น เยอะมาก ในการที่เราจะติดต่อประสานงานกันตั้งแต่เราได้ทํางานร่วมกัน โดยเฉพาะเป็นงานที่หนัก คือการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม อันนี้ก็เป็นบรรยากาศที่ดูดีและเป็นประโยชน์มาก สําหรับการพิจารณาในสภาของเรา ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องขออนุญาต ที่จะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่ามติที่มีให้เลื่อนเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นก่อน ที่จะมีการประชุมรัฐสภาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วมีมติไว้ก่อนหน้านั้นแล้วครับ เพราะฉะนั้นการพูดคุยบางครั้งบางประเด็นอาจจะไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมมากนัก ต้องขออภัยท่านประธานวิปฝ่ายค้านผ่านท่านประธานสภาด้วยความเคารพยิ่ง ก็ต้องขออภัยครับ แต่บรรยากาศที่เกิดขึ้นหลังจากที่เรามีประชุมร่วมรัฐสภาเป็นบรรยากาศที่ดี ผมก็ขออนุญาต น้อมรับด้วยความเคารพครับ
คือบอกตรงไปตรงมาไม่ได้พูด เอาอย่างประธานบอกเลยไม่ได้พูด ผ่านไปก่อนนะครับ แล้วก็เอาประเด็นของอาจารย์รัชฎาภรณ์ในช่วงที่เราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านเจรจากันได้ไหมครับ พอเราพิจารณาเสร็จแล้ว ถ้าตกลงกันได้ก็เลื่อนขึ้นมาอีกก็ได้ เดี๋ยวให้ท่านจุรินทร์ก่อน เอาประเด็นของท่านจุรินทร์ก่อน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มันมี ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ถ้าสมมุติว่าเป็นไปอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ว่า ได้มีการเลื่อนไว้แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นที่เป็นมติไว้ก่อนหน้านี้ทําไมจะต้องมาเลื่อนอีก ถ้ามันมีมติไว้จริง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือผมคิดว่าการทํางานร่วมกันจะต้องมีการปรึกษาหารือกัน วิปรัฐบาลมีมติแน่นอนว่าก็เป็นความเห็นของวิปรัฐบาล แต่อย่างน้อยวิปฝ่ายค้านก็มีหน้าที่ แล้วก็มีความเห็นในการที่เราต้องการทําหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ควรจะได้มีการปรึกษาหารือกัน ผมไม่ขัดข้องหรอกครับ แต่อย่างน้อยควรที่จะ ได้มีการพูดจากัน มีพระราชบัญญัติบางฉบับผมก็เป็นผู้เสนอครับ เช่นพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุข พ.ศ. .... ซึ่งผมสนับสนุนมาตั้งแต่ตอนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพราะฉะนั้นผมไม่ขัดข้อง แต่ขอให้ควรจะเป็นครั้งสุดท้ายของสุดท้ายที่อยู่ ๆ ก็ไม่ควรที่จะเสนอ ขึ้นมายาวเหยียดแบบนี้ ต่อไปควรจะได้มีการปรึกษาหารือกันก่อนนะครับ แล้วงานจะราบรื่น ขึ้นครับ
เดี๋ยวต่อไปผมจะพยายามนะครับ เหมือนกับที่เราประชุมกันเรื่องงบประมาณนะครับ ประชุมล่วงหน้าก่อนสัก ๑ สัปดาห์อย่างนี้ให้แต่ละฝ่ายเตรียมความพร้อมนะครับ ก็จะราบรื่น ท่านสมบูรณ์ก่อนครับ เรื่องอะไรอยู่ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การเลื่อนพระราชบัญญัติขึ้นมามันมีหลายเรื่องที่จริง ๆ แล้วจะต้อง ร่วมพิจารณาด้วยกัน เช่น
ส่วนแรก ในการอภิปราย ท่านประธานต้องคิดนะครับว่าถ้าเกิดพวกผม ไม่ทราบเลย ผมจะอภิปรายด้วยข้อมูลอะไรกัน
ส่วนที่ ๒ ในการตั้งคณะกรรมาธิการครับ วันนี้เมื่อท่านไม่ได้ประสานมา ผมถามว่าเราจะตั้งกรรมาธิการกันอย่างไร หรือคิดว่ามาตั้งกันข้างใน ทํางานควรจะมีระบบ แล้วก็แบบแผน
ส่วนที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติโดยเฉพาะที่ผมเสนอเข้ามาสู่สภานะครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ของทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นําเสนอเข้าสู่สภาวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๕ ผมเองผมยื่นร่างดังกล่าว ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ครับท่านประธาน วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ท่านประธานวินิจฉัยว่าเป็นพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับการเงินส่งไปให้กับท่านนายกรัฐมนตรี วันที่ ๒๐ มีนาคม นายกรัฐมนตรีส่งไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้วันที่ ๑๖ พฤษภาคม หนังสือยังไม่มาถึงสภาเลย ท่านนายกรัฐมนตรี วินิจฉัย พ.ร.บ. ของผมอยู่อย่างไร และวันนี้ท่านก็เลื่อนเรื่องดังกล่าวเข้าสู่สภา ในขณะที่ผม ยื่นเรื่องพระราชบัญญัติดังกล่าวนะครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ก่อนรัฐบาลจะเสนอเสียอีก ทํางานอย่างนี้ท่านประธานลองคิดดูว่ามันจะเกิดความเสียหายกับทางฝ่ายค้านอย่างไร ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ช่วยกรุณาดูให้ท่านสมบูรณ์หน่อยนะครับ ถ้าเราเลื่อนวันนี้ถ้าพิจารณา วันพรุ่งนี้ท่านจะได้เตรียมตัวได้ทันนะครับ จะได้รีบส่งมา เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งในการนําเสนอเกี่ยวกับการเลื่อนระเบียบวาระ เพราะมีประเด็นอื่นต้องเรียนชี้แจง อยู่ ๒ ประเด็นนะครับ ถ้าไม่ชี้แจงเกรงว่าจะเกิดความเสียหาย
ประเด็นที่ ๑ ที่ผมได้นําเรียนว่าเป็นมติของวิปรัฐบาลที่ได้มีมติที่จะเลื่อน เรื่องนี้นะครับ ในการประชุมโดยเฉพาะเรื่องการประชุมในสัปดาห์นี้ มีการประชุมกันมานาน พอสมควรก่อนที่รัฐธรรมนูญจะเข้าด้วยซ้ําไป แต่ว่าเราติดวาระเรื่องรัฐธรรมนูญนะครับ เราก็เลยไม่มีโอกาสที่จะได้เลื่อนและบอกกล่าวกับเพื่อนสมาชิกในส่วนของซีกฝ่ายค้านนี้นะครับ โดยปกติแล้วผมเองกับท่านเลขานุการวิปฝ่ายค้านก็จะประสานกันตลอด ไม่เป็นทางการนะครับ แต่ว่าประเด็นนี้ก็ต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของร่างพระราชบัญญัติที่เข้าสู่ระเบียบวาระที่เราเสนอ ขึ้นมาเป็นเรื่องหลักในการพิจารณา ในระเบียบวาระนี้ก็จะเป็นร่างพระราชบัญญัติ ของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก ส่วนเพื่อนสมาชิกที่เสนอร่างพระราชบัญญัติในลักษณะทํานองเดียวกัน หลักการเดียวกันก็จะมีอยู่ในระเบียบวาระ ส่วนขั้นตอนการนําเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ลงนามรับรองกรณีที่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน ก็เป็นกระบวนการขั้นตอน ของทางสภาและฝ่ายบริหารของสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานเลขาธิการที่จะประสานงาน ติดต่อกัน ตรงนี้เองต้องขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าอํานาจหน้าที่ตรงนี้ เราเองในฐานะเป็นคณะกรรมการประสานงานไม่ได้ดําเนินการในส่วนนั้นนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับถ้าเป็นร่าง ครม. ออกมาแล้วเชื่อว่าคงไม่มีข้อขัดข้องนะครับ เพราะว่ามีร่าง ครม. อยู่แล้วในเนื้อหาสาระเดียวกันนะครับ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน ส่วนข้อแนะนําของท่านประธานวิปฝ่ายค้านต้องขออนุญาตน้อมรับด้วยความเคารพ ผมก็หวังว่าในสภานี้ก็คงจะเป็นทํานองนั้นตลอดไปนะครับ ขอบคุณครับ
ขอให้ปฏิบัตินะครับ ร่างของท่านสมบูรณ์เดี๋ยวผมจัดการให้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ให้ส่งมาที่สภาเลยนะครับ เพื่อความรวดเร็ว ผมจะต่อเลยนะครับ ท่านนิพนธ์ครับ ไม่มีอะไรแล้ว เชิญท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ มีสิครับ ถ้าไม่มีจะไม่ยกมือพูดนะครับ คือท่านประธานครับ คือระเบียบวาระที่จัดไว้ในการประชุมนี่ผมว่ากฎหมายส่วนใหญ่มีความสําคัญทั้งสิ้น แล้วก็ส่วนใหญ่นี่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการที่มาเสนอเปลี่ยนระเบียบวาระ อะไรนี่ ผมว่าควรจะมีการคุยปรึกษาหารือกันก่อนนะครับ ถ้าไม่ปรึกษาหารือต่อไปมีปัญหาแน่ ผมเรียนตรง ๆ แล้วกฎหมายงบประมาณก็คงจะมีปัญหาเหมือนกันครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้นะครับ เรื่องที่คุณหมอชลน่านเสนอเข้ามาโดยขอเปลี่ยนระเบียบวาระเลื่อนมาอยู่ทั้งหมด ๖ ฉบับนะครับ ถ้าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติให้มีการเลื่อนขึ้นมานะครับ แล้วก็ส่วนประเด็นของท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์จะได้หารือกันว่าเอาอย่างนี้นะครับ ในช่วงที่เรา กําลังพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๑ ให้ท่านรัชฎาภรณ์ประสานกับทางวิปรัฐบาลว่าจะเอาเรื่อง อะไรขึ้นมาต่อนะครับ แล้วก็พอหลังจากจบเรื่องนี้แล้วท่านค่อยเสนออีกทีได้ไหมครับ เชิญท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์
ท่านประธานคะ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงดิฉันได้หารือมาหลายครั้ง จนกระทั่งสุดท้าย ได้ทําเป็นจดหมายจากประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองมา แล้วทราบจากทางวิปว่า ก็ได้รับเรียบร้อยแล้ว แล้วท่านประธานก็พยายามมีการนัดมาพูดคุย เพราะว่าภาคประชาชน เขามาตาม ไม่ใช่อะไรค่ะ แล้วก็ต้องเรียนถามเลยนะคะ ผ่านไปเลยค่ะ เพราะว่าถ้าดิฉันไปคุย ตามที่ท่านบอกนี่ก็ไม่ประสบความสําเร็จละคะ เขาก็คงไม่ได้ฟังอะไรดิฉันหรอก เพราะดิฉัน ก็ทําเป็นทางการมาแล้ว ก็จะถามว่าตอนนี้หลักการก็คือต้องรอร่างรัฐบาลใช่ไหม แต่มันก็มี ร่างบางร่างที่ดิฉันเรียน เช่น ร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบลนี่ กระทรวงมหาดไทยก็ตอบมาว่าไม่ขัดข้องแล้ว ก็น่าจะเอาเข้าได้เลย เพราะเขาจะไม่มีร่างมานะคะ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหาย จากการรับบริการสาธารณสุข ถ้าบอกว่าร่างนี้มันยังมีความขัดแย้งกันอยู่นี่ก็ยังจะไม่เอาเข้า ก็เอาเข้ามาแล้วให้เขาคุยกันในนี้สิคะ ให้เขาคุยกันอยู่ข้างนอกนี่อย่างไรก็ไม่จบอยู่ดี ก็อาจจะต้องขอให้ทางวิปนี่อาจจะชี้แจงว่าท่านมีหลักอย่างไรหรือคิดอย่างไรที่จะบรรจุ หรือไม่บรรจุเข้ามานะคะ ก็จะได้เป็นที่บันทึกเอาไว้เลยค่ะ ไม่ใช่ให้ดิฉันไปแอบคุยเงียบ ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ให้ประธานวิปทั้ง ๒ ฝ่ายคุยกันได้ไหมครับประเด็นนี้ เชิญคุณหมอชลน่านครับ เราจะได้ พิจารณาเรื่องด่วนที่ ๑ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านประธานในข้อคําถามของท่านสมบูรณ์ และท่านรัชฎาภรณ์นะครับ
ประเด็นที่ ๑ กรณีการลงนามหนังสือรับรองร่างการเงินของท่านสมบูรณ์ กับร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ที่ส่งให้ลงนามของท่านนายกรัฐมนตรี ทางสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้เรียนแจ้งมานะครับว่าไม่น่าจะเกินวันพรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ ท่านก็ส่งมาเพราะอยู่ในขั้นตอนที่ลงนามเรียบร้อยครับ เหลือแต่ขั้นตอนการจัดส่งเอกสาร เท่านั้นเองนะครับ ก็ไม่น่าจะเป็นประเด็น
ประเด็นที่ ๒ ครับ ร่างที่ได้นําเสนอขึ้นมานี่ ไม่ได้นําเสนอแล้วขึ้นมาพิจารณา ทันทีนะครับ ด้วยข้อบังคับก็ถูกจํากัดอยู่แล้วว่าอย่างน้อยต้องเลื่อนมาล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ วัน พิจารณาในวันต่อไป สังเกตครับ ผมได้เสนอขึ้นมาต่อจากร่างที่อยู่ในระเบียบวาระครับ เรื่องด่วนที่ ๑ ที่เราจะพิจารณากันต่อไป ซึ่งผมก็เชื่อว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกอาจจะมีความสนใจ เยอะนะครับ หลังจากอภิปรายกัน แล้วก็อาจจะพัก และไปลงมติในวันพรุ่งนี้หรือวันต่อไป ก็จะได้พิจารณาเรื่องต่อไปได้
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของร่างพระราชบัญญัติที่ถูกเสนอชื่อ ถูกเสนอโดยภาคประชาชน อย่างน้อย ๓ ร่างที่ท่านรัชฎาภรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้ยกขึ้นเป็นประเด็นนะครับ เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... นะครับ เรื่องนี้นี่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ทางคณะทํางานฝ่ายกฎหมายได้ส่งร่าง โดยเฉพาะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ ได้ขอพิจารณาและนําเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ เพราะมันมีร่างที่เสนอมาจาก ภาคประชาชน จากทางผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงทางด้านการให้บริการนะครับ แล้วก็ทางกระทรวง สาธารณสุขมีความเห็นที่แตกต่างกันมาก คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร รับมาพิจารณาศึกษาและมีข้อสังเกต ข้อเสนอว่าจะตั้งคณะกรรมการที่จะพิจารณาที่จะยกร่าง ที่เป็นร่างที่สามารถรับได้ทุกฝ่าย ขั้นตอนนี้กําลังอยู่ขั้นตอนดําเนินการนะครับ คิดว่าน่าจะเป็น ทางออกที่ดีครับ คิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีสําหรับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหาย จากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... ส่วนร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขณะนี้ทราบข่าวว่าทางกระทรวงเองกําลังพิจารณาดําเนินการก็น่าจะรอร่าง ครม. ในชุดนั้นนะครับ เพื่อที่จะนําเข้าสู่การพิจารณา เราเองเห็นเป็นปัญหาพอสมควรครับ ถ้าไม่รอร่าง ครม. เนื่องจากว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในสมัยประชุมที่ผ่านมากรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วนะครับ ก็มีประเด็นมีปัญหาอยู่พอสมควรก็ทําให้ทางคณะรัฐมนตรีไม่ยืนยันร่างมา เราจะได้ สู่กระบวนการได้นะครับ ส่วนเรื่องของร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตรงนี้ทางวิปเองก็กําลังปรึกษาหารือกันครับว่าจะสามารถนําสู่กระบวนการ พิจารณา โดยไม่รอร่าง ครม. ได้หรือไม่กําลังรอพิจารณาคําตอบอยู่ครับ ด้วยความขอบคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านชินวรณ์ครับ
นิดเดียวค่ะ จะขอเรียนถามท่านว่า แล้วเรื่องด่วนที่ ๗ ร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยเขาไม่ขัดข้องแล้วดิฉันได้แนบเอกสารที่เขาตอบว่า ไม่ขัดข้องมาด้วยค่ะ
เชิญท่านชินวรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออนุญาตที่จะต่อเนื่องในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ขอเลื่อนระเบียบวาระ
ประเด็นแรกครับท่านประธาน เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าควรจะเป็นเรื่องหลักการ ที่เมื่อกี้ท่านประธานคนที่นั่งเมื่อกี้ลงไปก็ไม่มีข้อสรุปนะครับ นั่นคือประเด็นที่เป็นร่างกฎหมาย ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พวกกระผมเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานเป็นประมุข ของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นโดยหลักการผมคิดว่าการที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติโดยผ่านทางท่านประธานสภา และเมื่อท่านประธานสภา ได้พิจารณาแล้วว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน ผมอยากขอความกรุณาท่านประธานได้กําหนดเป็นหลักการได้ไหมครับว่าจะทําอย่างไร ที่จะให้ได้รับการรับรองจากท่านนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว ผมคิดว่าถ้าเป็นไปได้ท่านประธาน กรุณาที่จะกําหนดเป็นวันเวลาเพื่อพวกเราจะได้เตรียมดูว่าท่านประธานจะได้บรรจุระเบียบวาระ ในช่วงไหน อย่างไรนะครับ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า มันมีกรณีตัวอย่างที่เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ฝ่ายคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเข้ามา เช่นร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ผมคิดว่ามันมีความสําคัญนะครับ เพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ได้พิจารณาในสภาตั้งแต่คราวที่แล้ว แต่บังเอิญว่า ครม. ไม่ยืนยัน ครม. กลับเอาไปทบทวนและบัดนี้ได้เสนอร่างเข้ามาแล้วนะครับ ผมไปตามดูครับ ผมเคยหารือกับท่านประธานสมศักดิ์ครับ ก็ปรากฏว่าท่านประธานสมศักดิ์ ก็อ้างว่าเนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินต้องส่งไปให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีรับรอง แต่วันนี้ ผมมาดูท่านประธานได้บรรจุร่างพระราชบัญญัติของ ครม. ได้ ในขณะเดียวกันเมื่อมาดู เรื่องที่เสนอใหม่ท่านประธานก็บรรจุร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ที่เสนอโดย ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ขอประทานโทษที่เอ่ยนามไม่เสียหายนะครับ นางสาวอรุณี ชํานาญยา และคณะ ส่วนร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ที่นําเสนอ โดยกระผมยังไม่ได้บรรจุเลยครับ เพียงแต่บรรจุในระเบียบวาระ ผมคิดว่าท่านประธาน ก็จะเห็นว่านี่คือเป็นผลงานของฝ่ายนิติบัญญัติของเรา และแน่นอนถ้าพระราชบัญญัตินั้น มีร่างของ ครม. อยู่ด้วยโอกาสที่จะได้เตรียมตัวในการที่จะนําเข้าสู่การพิจารณาก็จะเป็นไป โดยเร็วนะครับ นี่เรื่องแรกที่ผมอยากจะหารือท่านประธานไว้เป็นหลักการ เพราะผมเชื่อมั่นว่า ท่านประธานทํางานเป็นหลักการด้วยดีเสมอมานะครับ
ประการที่ ๒ ผมอยากจะหารือผ่านไปทางวิปของฝ่ายรัฐบาลด้วยครับ ผมขอยืนยันความคิดเห็นของท่านประธานวิปฝ่ายค้านนะครับว่า โดยปกติแล้วการขอเลื่อน ระเบียบวาระเรื่องกฎหมายนั้น ผมคิดว่าควรจะได้มีการหารือครับ เพื่ออย่างน้อยที่สุด เราจะได้มีการพูดคุยกันว่ากฎหมายฉบับใดมีความสําคัญเร่งด่วน และแน่นอนที่สุดนะครับ ทางฝ่ายค้านเองก็จะได้มีการเตรียมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อมาอภิปรายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสภา การนําเสนอเรื่องเป็นวาระทีเดียวเมื่อกี้จดไม่ทันนะครับ ๖-๗ ฉบับ ซึ่งท่านบอกว่าไม่ได้พิจารณาในวันนี้ผมเข้าใจครับ แต่นั่นคือการที่จะต้องไปเตรียมตัว ต้องไปประชุมพรรค ต้องไปมอบหมายในการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ผมคิดว่าถ้าได้มี การหารือกันก่อน แล้ววางระบบในการที่จะให้มีการนําพระราชบัญญัติที่เสนอโดย ครม. ส่วนหนึ่ง นําพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่ง และถ้าเป็นไปได้ถ้าท่านจะกรุณา นําเสนอพระราชบัญญัติที่เสนอโดยภาคประชาชนส่วนหนึ่ง ผมคิดว่าก็จะผลงานของสภาเรา แล้วก็จะเห็นความจริงใจในการที่จะทํากฎหมายร่วมกัน ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ
เรื่องแรก ก็คือเหมือนที่ผมได้กราบเรียนครับ ก็คือการตั้งคณะกรรมาธิการ ทางฝ่ายพรรครัฐบาลอาจจะบอกว่าง่ายมากครับ เราอาจจะตั้งกันในสภากันเลยก็ได้ แต่การทํางานของพรรคผมครับ พรรคประชาธิปัตย์เรามีระเบียบ มีขั้นตอนในการพิจารณาว่า ผู้ใดจะมาเป็นกรรมาธิการในการพิจารณากฎหมาย แล้วโดยเฉพาะท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติที่ ๒๐ ที่จะเลื่อนขึ้นมาเป็นลําดับ ๓ นะครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีสาระสําคัญเกี่ยวกับผู้พิการหรือทุพพลภาพตามมาตรา ๑๕๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตรงนี้สําคัญอย่างไรครับ ก็คือจะต้องมีคณะกรรมาธิการ ที่มาจากตัวแทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการและทุพพลภาพ สมมุติว่าพรุ่งนี้ มีการพิจารณาแล้วมีการแต่งตั้ง เราจะไปพิจารณากันอย่างไรครับท่านประธาน การทํางาน อย่างนี้ก็คือการทํางานที่ต้องมีระบบ มีการวางแผนกัน อย่าลักไก่กันครับท่านประธาน
และส่วนที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติเปรียบเสมือนว่าวันนี้สภาจะทํา หน้าที่เฉพาะฝ่ายรัฐบาลใช่ไหมครับ ร่างพระราชบัญญัติการยางของฝ่ายค้านก็ไม่เข้า ร่างเรื่องการสาธารณสุขของท่านประธานวิป ท่านจุรินทร์ก็ไม่เข้า เรื่องของผม กีฬาอาชีพ ผมยื่นก่อนรัฐบาลเสียด้วยซ้ําก็ยังไม่เข้า แล้ววันนี้ก็บอกว่าพรุ่งนี้จึงจะมา ท่านประธานครับ นี่ทํางานกันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ของรัฐบาลเข้าวันที่ ๑๑ เมษายน ของผมส่งตั้งแต่ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ท่านดูครับ ผมเสนอเข้าไปก่อน แต่ผลปรากฏว่ายังไม่ได้รับการพิจารณาเลย ผมไม่ได้โทษสภานะครับ อันนี้เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่ไปพิจารณาว่าร่างของผมเป็นร่าง ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แต่บัดนี้ยังไม่มาเลย ท่านจะทําเฉพาะท่านใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้จําเป็นที่จะต้องมีการหารือพูดคุยกันก่อนครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
อีกสัก ๑ ท่านนะครับ ท่านอานิกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกันค่ะ ท่านประธานคะ ที่ขออนุญาตหารือ ดิฉันได้เสนอแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งเสนอเข้าไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แล้วก็ควรที่จะผ่านการพิจารณาจากทางท่านนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนมกราคม จนบัดนี้ ก็ยังไม่มีข่าวคราวเลย ก็อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานให้ช่วยติดตามให้ด้วย แล้วอาจจะต้องตั้งเกณฑ์มาตรฐานอะไรบางอย่างนะคะว่าถ้าเผื่อเป็น พ.ร.บ. ที่เกี่ยวพัน กับการเงินแล้วไม่รับรองให้นําเข้านี่เพราะเหตุใด ขอให้อธิบายเหตุผลมาด้วยนะคะ ไม่ใช่เงียบ แช่ไปเฉย ๆ โดยเฉพาะตอนนี้ก็มีปัญหาเศรษฐกิจข้าวของแพง ดิฉันเชื่อว่าถ้าเรามี พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ก็จะช่วย แก้ปัญหานี้ได้ค่ะ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานฝากเอาไว้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญครับ เชิญประธานวิปฝ่ายค้านครับ ท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ เกี่ยวเนื่องกับทั้งที่ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล และท่านอานิก อัมระนันทน์ ได้กราบเรียนกับท่านประธาน กฎหมายของกระผมที่ได้เสนอไว้ คือร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... เพื่อเปิดโอกาสให้มีวิชาชีพทางด้าน สาธารณสุขเพิ่มขึ้นอีกวิชาชีพหนึ่ง สําหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตําบลและอื่น ๆ เป็นต้น ซึ่งถ้ามีการเลื่อนระเบียบวาระตามที่ได้มีความเห็น ไปเมื่อสักครู่ ก็แปลว่ากฎหมายฉบับนี้จะเข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์หน้า ทีนี้ร่างของกระผม อยู่ที่ไหน อย่างไร รบกวนท่านประธานได้กรุณาติดตามให้ด้วยเพื่อที่จะได้เข้ามาทัน ในการพิจารณาร่วมกันนะครับ แล้วก็ขอความกรุณาเร่งรัดด้วยครับ ขอบคุณครับ
เอาอย่างนี้ครับ ให้ประธานวิปรัฐบาลช่วยตามให้ท่านด้วยนะครับ ขอความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่าย การประชุมจะเดินหน้าต่อไปได้นะครับ ต่อไปถ้าจะมีการเลื่อนก็อยากให้มีการปรึกษาหารือ และเป็นข้อตกลงเพื่อสะดวกในการทํางาน ผมคิดว่าก็ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายค้านอย่างดี ท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาลก็กรุณาตามเรื่องให้ท่านด้วยก็แล้วกันนะครับ จะได้พิจารณาต่อ เอาตามนี้นะครับ เชิญอาจารย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าอย่างนี้ได้ไหมคะ ขออนุญาตหารือว่าท่านประธานอย่าให้ตามเป็นรายบุคคลเลยค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะฝ่ายค้านได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ แล้วบังเอิญจะเกี่ยวกับการเงินหลายฉบับมากเลย ของดิฉันเองก็มีอยู่ฉบับหนึ่งตั้งแต่ปลายปี ที่แล้วนะคะ จนเดี๋ยวนี้ก็หาร่องรอยไม่เจอ ไม่ทราบอยู่ที่ไหน ดิฉันคิดว่าอยากจะขอหารือ ท่านประธานช่วยวางเป็นหลักการได้ไหมคะ จะเป็นจํานวนวันหรือถ้าไม่ให้ด้วยเหตุผลใด ภายในระยะเวลากี่วัน ช่วยกรุณาตอบด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วเดี๋ยวอย่างนี้ค่ะ เลื่อน ๆ ขึ้นมา แล้วก็ตกหายไปสําหรับสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ก็ขอความกรุณาท่านประธานช่วยคิด เป็นระบบ รวมถึงกรอบเวลาด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ผมพยายามประสานเพื่อจะตามให้ก็แล้วกันนะครับ แต่ว่ากําหนดระยะเวลายังไม่เคยมี ในหลักการปฏิบัตินะครับ แต่พยายามจะตามให้นะครับ โดยประสานทางวิปฝ่ายรัฐบาล เพื่อจะตามให้ท่านนะครับ เอาอย่างนี้นะครับ เพื่อความสบายใจทุกฝ่ายครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนครับ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
ขอเชิญรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวง และการบินเกษตร) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เพื่อนําเสนอสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดพิจารณา โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อยกฐานะสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร ในสังกัดสํานักงานปลัด กระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้นเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ (เพิ่มมาตรา ๑๙ (๖/๑))
เหตุผล เนื่องจากการปฏิบัติการฝนหลวงเป็นบริการสาธารณะในการทําฝน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ําในพื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้ และเขื่อนหรือพื้นที่กักเก็บน้ํา อันเป็นการป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยแล้งและภัยธรรมชาติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภารกิจดังกล่าวรวมถึง การกําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ําในชั้นบรรยากาศ การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแบบบูรณาการของประเทศ รวมทั้งการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการทําฝนและการดัดแปรสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงาน ตลอดจนการให้บริการด้านการบินและการสื่อสารเพื่อสนับสนุนภารกิจ ด้านการเกษตรและอื่น ๆ โดยปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารจัดการและความรับผิดชอบของสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมควรยกฐานะสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจัดตั้งเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขึ้นภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การบริหารจัดการการปฏิบัติการฝนหลวง เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีความคล่องตัวในการบูรณาการภารกิจร่วมกับ ส่วนราชการอื่น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
จึงกราบเรียนเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อได้โปรดพิจารณาต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อยกฐานะสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรให้เป็นกรมนั้น กระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าขณะนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสภาพภูมิอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ในหน้าแล้งฝนทิ้งช่วงนาน เกษตรกรซึ่งทําไร่ ทํานา ทําการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานได้รับความเดือดร้อน เพราะเป็นการเกษตรที่อาศัยน้ําจากฟ้าเพียงอย่างเดียว ถ้าหากว่าทางสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งปัจจุบันนี้ขึ้นตรงต่อสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการยกฐานะขึ้นเป็น กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระผมหวังว่าการยกฐานะนี้จะทําให้การทําฝนหลวง มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว ซึ่งจะสามารถให้การบริการกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเกษตรกรคนยากคนจนได้ทั่วถึงตรงจุดทันเวลาและตามความต้องการ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ก่อนที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีการตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาต่อไปนั้น กระผมขอฝากท่านผู้ที่จะได้เป็นกรรมาธิการในอนาคตแล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการจัดทําฝนหลวงนั้น เมื่อมีการจัดตั้งเป็นกรมแล้วก็คงจะมีการปรึกษาหารือ ในการเพิ่มฐานบิน เพราะบางครั้งฐานบินเท่าที่ทราบปัจจุบันนี้ยังมีไม่ครอบคลุมพื้นที่ อย่างบ้านผมจังหวัดหนองบัวลําภูรอฝนหลวง บางครั้งรอฟังเสียงเครื่องบินไม่ได้ยินเลยท่านครับ เป็นเดือน ๆ ก็ยังไม่มา ถามไป ช่วงนั้นท่านรัฐมนตรีท่านก่อน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ เป็นคนดูแลปรากฏว่าเครื่องบินไม่มา ถามไปก็บอกว่าเครื่องบินมีน้อย ฐานบินเรามีน้อย เมื่อมีเมฆแต่ไม่มีเครื่องบิน พอมีเครื่องบินแต่ไม่มีเมฆ ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญที่ทางท่านรัฐมนตรี แล้วก็ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องบริหารจัดการว่าทําอย่างไรที่เราจะสามารถเพิ่มฐานบิน อาจจะเอาเครื่องบินเท่าที่มีอยู่แต่กระจายออกไปให้อยู่ในพื้นที่มากขึ้น แล้วก็ส่งกําลังบํารุงเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นตัวสารเคมีก็ตามแต่ให้ไปทั่วถึงนะครับ
เรื่องที่ ๒ เมื่อตั้งเป็นกรมฝนหลวงแล้วก็ควรจะมีการร่วมมือกับชุมชนและท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบต. หรือ อบจ. ก็ตามแต่นะครับ ในต่างประเทศนั้นท้องถิ่นเองมีเครื่องบินส่วนตัว ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ มีเครื่องบินส่วนตัวและซึ่งเป็นเครื่องบินราคาไม่แพง เป็นเครื่องบินขนาดเล็กและสามารถบินขึ้นไปโจมตีก้อนเมฆได้ อันนี้ถ้าหากว่ากรมฝนหลวง ได้มีการประสานงานกับท้องถิ่นแล้วก็อาจจะจัดงบประมาณร่วมกันในการที่จะตั้งฝูงบิน ในพื้นที่แห้งแล้งหรือพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก เราจะสามารถ ดําเนินการได้ทันท่วงทีแล้วก็ทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น
เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการและผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะตั้ง กรมฝนหลวงก็คือเรื่องของการสนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการทําฝนนะครับ ผมเรียน ท่านประธานว่าช่วงนี้ที่บ้านผมกําลังอยู่ในเทศกาลบุญบั้งไฟครับ เป็นไปได้ไหมครับ ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเหมือนต่างประเทศที่ใช้จรวดหรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งไม่จําเป็นจะต้อง เอาเครื่องบินนะครับ เอาจรวดขึ้นไปแล้วก็ไประเบิดกลางอากาศ แล้วก็ไปแอทแทค (Attach) ก้อนเมฆเพื่อให้เกิดการรวมตัวกันแล้วก็เป็นฝนลงมา ก็ฝากท่านประธานขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็อยากให้รีบเป็นกฎหมายให้เร็วครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานว่า ผมรู้สึกดีใจวันนี้ที่ทางคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติในการยกฐานะ สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นมาเป็นกรม ซึ่งผมถือว่าเป็นความก้าวหน้าของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์อีกวาระหนึ่ง จริง ๆ แล้วในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาเราก็ได้มีการปรับเปลี่ยน หน่วยงานที่มีความสําคัญในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้นมาเป็นกรม ยกฐานะเป็นกรม ก็คือกรมหม่อนไหม แล้วก็กรมการข้าว วันนี้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาเสนอที่จะปรับปรุง กฎหมาย ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อยกสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นมาเป็น กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมต่อเวลา แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ เมื่อได้ฟังเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อสภาในชั้นรับหลักการในวันนี้แล้ว ผมในฐานะที่ให้ความสนใจกับภารกิจทางการเกษตรเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อมาดูภารกิจที่เรา จะต้องดําเนินการตามแผนพัฒนาการเกษตร ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ และเมื่อมาดูสถานการณ์ที่เราจะต้องดําเนินการในการพัฒนาภาคเกษตรของเรา ให้เป็นครัวอาหารของโลก ให้ภาคเกษตรของเรานั้นมีสถาบันเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ที่เข้มแข็ง ผมคิดว่ามีความจําเป็นที่ผมอยากจะเรียนว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากจะพยายามในการที่จะปรับปรุงขยายงานในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ครอบคลุมต่อภารกิจและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ว่าประเด็นสําคัญที่ผมอยากจะเรียนถาม ผู้เสนอร่างในวันนี้ก่อนที่จะได้ลงมติมีอยู่ทั้งหมด ๓ ประเด็นนะครับ ในกรณีที่ได้มีการเสนอ ร่างปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อจัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในวันนี้
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะเรียนถามความชัดเจน ก็คือผมอยากจะเรียนถาม ถึงภารกิจที่สําคัญของสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร ผมอยากเรียนว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องนี้ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเริ่มต้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อพี่น้องเกษตรกร และพี่น้องประชาชนคนไทยในยามที่ถูกภัยแล้ง และแน่นอนบางพื้นที่ ก็เป็นภัยแล้งรุนแรงและซ้ําซาก สร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตร รายได้ของ พี่น้องเกษตรกร ตลอดถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นกระบวนการในการที่จะ จัดทําฝนหลวงนั้นได้ดําเนินการตามแนวทางพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และต่อมาภายหลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้มีการจัดตั้งสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร ขึ้นมา ผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมไม่อยากเห็นเพียงแต่ว่าทางคณะรัฐมนตรีต้องการที่จะให้มี กรมใหม่เกิดขึ้นมาอีก ๑ กรม และมีอธิบดีเกิดขึ้นมาอีก ๑ คนเท่านั้น แต่ผมอยากจะกราบเรียน ถามท่านรัฐมนตรีว่าวันนี้เมื่อท่านยกฐานะขึ้นมาเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ภารกิจที่ท่าน ต้องการให้สนองตอบต่อปัญหาปัจจุบันที่เกิดขึ้น ท่านได้วางกรอบความคิดในเรื่องนี้ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ภารกิจในเรื่องของการจัดทํา ฝนหลวง ซึ่งผมถือว่าเป็นภารกิจที่สําคัญ ซึ่งในวันนี้เมื่อเราทราบดีนะครับว่าเรามีปัญหา เรื่องโลกร้อน เรามีปัญหาเรื่องสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เอลนีโญ (El Nino) ลานีญา (La Nina) เรามีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนฐานพื้นที่จากการทําการเกษตรไปเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ก็กระทบต่อการที่จะไปดําเนินการในการที่จะทําฝนหลวงให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เกษตรกร เพราะฉะนั้นกรอบภารกิจในส่วนของการจัดทําฝนหลวงนั้น ท่านได้มีการวางกรอบไว้อย่างไร นี่เป็นประการแรกครับ
ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของประสิทธิภาพ เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง ฐานการบินเกษตรเพื่อที่จะรองรับในการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีในกรณีที่เกิดภัยแล้ง แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่าถึงแม้ว่าเราจะเป็นกรมขึ้นมา เราจะมีฐานการบินขึ้นมา แต่ถ้าเราไม่มี ความชื้นในอากาศที่เพียงพอ และไม่มีกระบวนการในการจัดทําให้ตรงต่อเวลา ผมคิดว่า ก็ไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนถาม ก็คือว่าท่านจะบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมฝนหลวงอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงไอซีที (ICT) กรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานของท่านเอง หรือแม้แต่ ในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อกี้ก็มีคนเสนอว่าจริง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับใหญ่ เช่นองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผมคิดว่าเขาก็มีความสามารถที่จะเข้ามาบูรณาการ ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ได้ ผมไม่แน่ใจว่าท่านวางหลักเหล่านี้ ไว้อย่างไร และแน่นอนที่สุดครับ ในยุคปัจจุบันนี้เราพบความจริงว่าแม้แต่ภาคเอกชน ภาคเอกชนที่ทําฟาร์มขนาดใหญ่ ผมคิดว่าเขาต้องมีส่วนเข้ามาบูรณาการในการที่จะดําเนินการ ที่จะทําฝนหลวง และในการที่จะเข้ามาเกื้อกูลที่จะใช้ฐานบินการเกษตร หรือแม้แต่เขาจะมี เครื่องบินเองในอนาคตเพื่อร่วมมือกับกรมฝนหลวงที่จะเกิดขึ้นเพื่อป้องกันหรือเพื่อต้องการ ที่จะให้มีปริมาณน้ําและความชื้นเพียงพอที่จะทําการเกษตร นี่คือประเด็นแรก คือเรื่องของ ภารกิจที่ผมอยากจะกราบเรียนถามเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ประการที่ ๓ สิ่งที่เราเป็นห่วงกันมากครับท่านประธาน ก็คือเรื่องงบประมาณ ก็โชคดีว่าท่านเสนอเข้ามาในช่วงนี้ ก่อนที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ ๒๕๕๖ จะเสนอเข้าสู่สภาในวันที่ ๒๑ วันที่ ๒๒ วันที่ ๒๓ นี้ แต่ผมอยากจะเรียนว่า ตามที่เป็นข่าวคราวนะครับว่าสํานักฝนหลวงนั้นเวลาเกิดมีปัญหาภัยแล้ง แล้วก็มีข้อเรียกร้อง จากกลุ่มพี่น้องเกษตรกร หรือจากทางจังหวัดต่าง ๆ นั้น ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปบริการได้ อย่างทันท่วงที เพราะว่าขาดสารเคมี ขาดเครื่องบินที่จะไปดําเนินการ หรือแม้แต่ขาด งบประมาณที่จะไปดําเนินการ ผมคิดว่าวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยุคใหม่ควรจะมี ฐานข้อมูลที่ชัดเจนนะครับว่าเรามีภัยแล้งซ้ําซากในจังหวัดใดบ้าง และเรามีข้อมูลเพิ่มเติม ได้ไหมครับว่าพื้นที่ใดที่เรามีความจําเป็นและช่วงจังหวะใดที่เรามีความจําเป็นที่จะต้องทําฝนหลวง ผมคิดว่าเราสามารถที่จะวางกรอบในการที่จะดําเนินการในส่วนนี้ และถ้าสามารถวางกรอบ ตามภารกิจข้อที่ ๑ ได้ ข้อที่ ๒ ผมคิดว่าท่านก็สามารถที่จะจัดตั้งงบประมาณ แล้วผมอยากจะให้ ดําเนินการได้ทันนะครับ ที่เรียนถามท่านให้ได้ทันในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ครับ
ประการสุดท้าย สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถาม คือเรื่องบุคลากร เพราะว่า ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ได้กําหนดไว้ชัดเจนนะครับว่า ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ ภารกิจ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากําลังต่าง ๆ ที่จะมา ดําเนินการนะครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าผมไม่ต้องการที่จะให้เป็นเพียงแต่ชื่อกรม กรมหนึ่งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ว่ากระบวนการของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เขาไม่ได้ผลประโยชน์ตามมาเลยครับ ได้เฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น นี่คือสิ่งที่เรา เป็นห่วงกันอยู่ตลอดเวลา เวลาเรามีการขยายงาน เวลาเรามีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ เพื่อมีการจัดตั้งกรมต่าง ๆ ขึ้นมา และแน่นอนในยุคหลังนี้ท่านรัฐมนตรีก็ทราบดีว่าเวลาเราเสนอ เรื่องเหล่านี้เข้ามาก็จะมี ก.พ.ร. จะมีสํานักงบประมาณที่คอยสอบถามว่ามีการเพิ่มเติม งบประมาณหรือไม่ มีการเพิ่มเติมจํานวนบุคลากรหรือข้าราชการหรือไม่ ผมก็อยากจะเรียนถาม รายละเอียดต่อท่านรัฐมนตรีที่เสนอร่างกฎหมายนี้เพื่อจะได้ยกมือเห็นชอบในหลักการ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ก็จะนําไปพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีจุดมุ่งหมาย ที่จะยกฐานะสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรให้เห็นกรม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านธีระ วงศ์สมุทร เป็นเจ้าภาพ ท่านเสนอตั้งกรมมาเท่าที่ผมจําได้ กรมนี้เป็นกรมที่ ๓ นะครับ ในช่วงที่พิจารณามาอาจจะ ๒-๓ รัฐบาล เริ่มจากกรมหม่อนไหม ด้วยความคาดหวังจะให้เป็นฐานะในการส่งเสริมอาชีพ การทําเกษตรในเรื่องการผลิตผ้าไหมที่ขึ้นชื่อลือชา เป็นสินค้าที่จะสร้างรายได้มหาศาล ท่านทําสําเร็จนะครับ จากนั้นก็ยกฐานะกรมกัน เขาเรียกว่า ยังไม่เป็นกรม นะครับ เป็นข้าว กรมข้าว พันธุ์ข้าวมาเป็นกรมการข้าว คราวนี้เอาเรื่องการบิน เรื่องฝนหลวงแล้วก็การบินเกษตร ให้เป็นกรมอีก สิ่งที่เป็นความหวังของผู้แทนราษฎรคือจะตั้งกี่กรม ๆ เป็นความหวังของ การส่งผลถึงพี่น้องประชาชนในการพัฒนาอาชีพที่ได้ตั้งขึ้นมาโดยอยู่ภายใต้การบริหาร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงเรื่องสิ่งที่เขาหวังก็คือเวลา เป็นกรมแล้วจะสามารถในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ภาคอีสาน บ้านผมหน้าฝนก็เยอะ เยอะจนไม่มีที่กักที่เก็บ ท่านประธานคงทราบว่าระบบชลประทาน ไม่สามารถที่จะทําให้เขามีชีวิตอย่างมั่นคง มีน้อยมาก ขาดระบบส่งน้ํา เพื่อไปสู่เรือกสวนไร่นา ทํานาโดยส่วนใหญ่ก็อาศัยน้ําฝน ภายใต้พื้นที่ที่มีชลประทานก็จะมีระบบชลประทานหล่อเลี้ยง ในยามที่น้ําฝนไม่มา ทีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยตลอดก็คือพอถึงช่วงฝนมาก็จะรีบทํากล้าสําหรับ ที่จะทํานา ถ้าฝนมาตามปกติ ปีนี้จะมา ต้นฤดูดีมากขณะนี้นะครับ ทีนี้จะมาช่วงอีกสักพักหนึ่ง ก็จะขาด ความสมบูรณ์ในอากาศก็จะเป็นเหตุทําให้เกิดความแห้งแล้ง จะต้องทํากล้าข้าว ปีที่แล้งมาก ๆ ถึง ๓-๔ รอบ ท่านประธานครับ แต่ละรอบเป็นหยาดเหงื่อแรงงานทั้งหมดครับ ก็หวังว่าถ้ายกฐานะมาเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรแล้วจะแก้ปัญหาให้ได้ นี่คือความหวัง ที่พวกผมอยากเห็นนะครับ ผมเข้าใจว่าพอดูงบประมาณแต่ละรอบ สํานักนี้จะอยู่กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สํานักปลัดกระทรวง ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องค่าซ่อม บํารุงเครื่องบินครับท่านประธาน เยอะเลยนะครับเวลาจะซ่อม ครบกําหนดจะต้องซ่อมเท่าไร มันก็จะมาเป็นรอบการซ่อมเครื่องบิน ผมเข้าใจว่าไปซ่อมต่างประเทศนะครับ และเป็นแบบที่ เราก็ยากที่จะประมาณการจัดซ่อม จัดซื้ออะไหล่ทั้งหลายนี่ เป็นลักษณะที่ควรที่จะจัดการ ให้เป็นประโยชน์ในการที่จะลดต้นทุน ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ในการที่จะไปทํา ไม่ว่าจะเป็นบิน เพื่อทําฝน ถ้าบินเพื่อเกษตรก็คือมันพัฒนาไปไกลแล้วครับท่านประธาน ไปปราบศัตรูพืชอะไร ทั้งหลายนี่ก็ไม่ค่อยเจอกันครับ ไม่ค่อยเห็น ภารกิจที่เป็นจริง ๆ ก็อยากจะเห็นการพัฒนาเหล่านี้ ๒ ภารกิจให้ไปสู่ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างจริงจังมากกว่า มากกว่าที่จะมีอธิบดี เพิ่มขึ้น มีรองอธิบดีเพิ่มขึ้น มีผู้อํานวยการสํานักมากขึ้น และจะนําไปสู่การได้ซึ่งงบประมาณ แม้จะเป็นความคาดหวังว่าไปสู่การแก้ไขปัญหาของภาคเกษตร ท่านประธานครับ นอกจากที่จะ ไม่สามารถกําหนดเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศได้ ราคาผลผลิตทางการเกษตรทุกประเภท กําหนดไม่ได้ มันเป็นชีวิตที่ต้องฝากไว้กับโชคชะตาเสียทั้งหมด เพราะฉะนั้นการตั้งหน่วยราชการขึ้นมาเพิ่มเติมภารกิจที่สําคัญนี่ผมอยากจะเห็นความ เขาเรียกว่า เสถียรภาพชีวิตที่มีความสุขของเกษตรกร เวลาฝนแล้งได้ยินเสียงเครื่องบิน ก็มีความสุขนะครับท่านประธาน บ้านท่านประธานเหมือนบ้านพวกผมไหมครับ มันแล้งมาก ๆ ไม่รู้จะหาที่พึ่งจากไหน ถ้าอยู่ใกล้อย่างระบบส่งน้ําจากน้ําโขงก็ยังเป็นแค่ความฝันกัน ส่วนที่อยู่ไกล ๆ ก็ไม่มีที่พึ่งแล้ว ผมยังเห็นว่าส่วนที่จะสร้างระบบส่งน้ํา แหล่งน้ําสํารอง ที่จะเอาไปให้ประชาชนนี่ยังจะทําให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามนะครับ มันเป็นแผน มันเป็นแนวทางที่จะทําให้กระทรวงเติบโต ใหญ่ขึ้น มากขึ้นครับ ก็เป็นความสําเร็จ ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านกรุณาได้มาเป็นเจ้าภาพเสนอ กฎหมายนี้ และฟังความคิดความเห็น ในชั้นการพิจารณาก็จะมี แม้เป็นกฎหมายสั้น ๆ เพียง ๔-๕ มาตรานะครับ แต่ว่ามันจะมีความสําคัญโดยนัยที่เป็นความหวังว่าพอยกระดับ จากสํานักมาเป็นระดับกรม แล้วก็จะมาเป็นระดับผู้บริหารที่มีศักยภาพมากขึ้น ก็จะทําให้ มีความสําเร็จในอาชีพฝ่ายที่บริหาร แต่ว่าความสําเร็จของภาคที่เป็นผลการบริหาร คือความอยู่ดี มีสุขของเกษตรกร ก็หวังอยากจะเห็นสิ่งเหล่านั้นในการแก้ปัญหา ไม่อยากให้เขาต้องเผชิญ กับภัยธรรมชาติ ภัยจากศัตรูพืช ที่ท่านจะต้องใช้ระบบบินเพื่อการเกษตรทําอะไรบ้าง ผมก็ไม่ค่อยจัดเจน ก็เพียงแต่ว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยงานพัฒนาทางด้าน การเกษตรของพี่น้องประชาชนจริง ๆ แท้จริงแล้วความสําเร็จบั้นปลายของงานคือตรงนั้น มากกว่านะครับ ที่จะทําให้พี่น้องประชาชนมีความสุข เพราะฉะนั้นในชั้นการพิจารณา ก็ขอความกรุณาว่าอะไรก็ตามที่จะไปสู่ความสําเร็จอันนั้น ภาระหนี้สิน ทรัพย์สินทั้งหมด ของสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร ก็จะไปเป็นภาระ เป็นทรัพย์สินของกรมฝนหลวง และการบินเกษตรโดยอัตโนมัตินะครับ ในชั้นการพิจารณาของสภาในงบประมาณของปี ๒๕๕๖ ก็ยังไม่เห็นกรมนี้ แต่ว่าในชั้นการตั้งงบประมาณอะไรก็คงจะเห็นเป็นเรื่องเป็นราวไว้คอย นี่คือ ความสําเร็จของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ผมอยากเห็นความสําเร็จที่แท้จริง ก็คือสร้างความอยู่เย็นเป็นสุข สร้างภาระทางการเกษตรให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน นั่นคือความสําเร็จจริง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องขอชื่นชมถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมเองในช่วงที่ผ่านมาครับ ในรัฐบาลที่แล้วมีโอกาสได้ตั้งกรมหม่อนไหมร่วมกันกับท่าน ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ในการจัดตั้งกรมหม่อนไหม อยากจะได้นําข้อคิดเห็นในการตั้งกรมหม่อนไหม เพื่อแสดงความคิดเห็น ในการตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรที่กําลังจะจัดตั้งขึ้น เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากโครงการฝนหลวงเป็นโครงการพระราชดําริส่วนพระองค์ ของในหลวงของเรา ซึ่งท่านไปเห็นความแห้งแล้งของพี่น้องคนไทยก็เลยเกิดโครงการฝนหลวงขึ้นมา ในสมัยเล็ก ๆ ก็มีความภาคภูมิใจว่าเป็นโครงการที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนกันจริง ๆ โครงการฝนหลวงพัฒนาจนกระทั่งเป็นสํานักงานปฏิบัติการฝนหลวงนะครับ ในกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ จนกระทั่งมาวันนี้สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรก็กําลังจะได้รับการพิจารณา ตั้งขึ้นเป็นกรม ต้องขอบคุณหลายท่านที่ได้ให้ข้อคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ในสภาพปัจจุบันครับ ท่านประธานครับ เวลาเราจะตั้งสํานักงานขึ้นมาใหม่นี่ หน่วยงานที่จัดตั้งก็คือกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นะครับ ผมยกตัวอย่าง มักจะถูกสอบถามว่าตั้งขึ้นมาแล้ว
ข้อที่ ๑ ก็คือคุณต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมไหม จากเดิมที่เคยมีอยู่เป็นสํานัก วันนี้พอตั้งเป็นกรมใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นมาไหม ต้องไปสร้างสํานักงาน ต้องไปซื้ออุปกรณ์ ขึ้นมาไหม และโดยส่วนใหญ่คําตอบจากกระทรวงก็จะตอบไปว่าไม่เพิ่มครับ เพราะถ้าเพิ่ม กลัวสํานักงบประมาณจะไม่อนุญาตให้ตั้งกรม จะสอบถามไปที่คณะกรรมการข้าราชการครับ ถามว่าคนเพิ่มไหม ทางกระทรวงก็จะตอบไปว่าไม่เพิ่มครับ คนเท่าเดิม อาจจะเปลี่ยนแค่ ตําแหน่งจากผู้อํานวยการสํานักก็เป็นอธิบดี ทั้งงบประมาณ ทั้งคนไม่เพิ่ม มันก็ไปเกิดกับกรม ที่เคยตั้งละครับ ผมยกตัวอย่างก็คือ กรมหม่อนไหมที่จัดตั้งขึ้นมาเมื่อ ๒ ปีที่แล้วครับ ท่านประธาน งบประมาณวันนี้ท่านประธานทราบไหมครับ ได้ไปดูแลพี่น้องเกษตรกรปีละ ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทแค่นั้นเอง กลายเป็นกระทรวงก็ไม่กล้าที่จะของบประมาณเพิ่มเติม เพราะกลัวจะไปขัดกับที่เคยแจ้งสํานักงบประมาณว่าจะไม่ของบประมาณเพิ่มเติมขึ้นมา ตรงนี้กลายเป็นการสกัดกั้นในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร วันนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ก็เช่นเดียวกันครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าวันนี้ท่านต้องไปบอก กับสํานักงบประมาณว่าถ้ากรณีเราตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งคิดว่ามีประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน วันนี้จําเป็นที่จะต้องมีงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นมา เพราะว่าภารกิจมีมากขึ้น จากสภาพของภูมิอากาศที่มันเปลี่ยนแปลง แน่นอนครับ โครงการฝนหลวงยิ่งมีความจําเป็น เครื่องบินที่ใช้ในการบรรทุกสารเคมี ท่านประธานครับ วันใดวันหนึ่งก็แล้วแต่ที่เกิดการผิดพลาด เครื่องบินซึ่งขณะนี้ต้องยอมรับว่าอาจจะมีอายุหลายปีแล้ว ถ้าเกิดกรณีประสบอุบัติเหตุขึ้นมา ไม่เพียงแค่สูญเสียเครื่องบินครับ นักบินซึ่งกว่าจะสร้างขึ้นมาได้แต่ละท่านต้องใช้งบประมาณ ใช้ค่าใช้จ่ายสูง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ถ้าตั้งกรมใหม่ครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี อย่างน้อยเครื่องบินสําหรับที่จะใช้บรรทุกสารเคมีในการทําปฏิบัติการฝนหลวงจะต้องเป็น เครื่องบินที่มีคุณภาพ เรื่องของคนแน่นอนครับ ก็ต้องมีการพัฒนาไปตามเทคโนโลยีที่มัน เปลี่ยนแปลง
ส่วนสําคัญอีกส่วนหนึ่ง ก็คือเรื่องของการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยี ทางด้านการทําฝนหลวงครับ ท่านประธานครับ ต้องคิดว่าในหลวงช่วยคิดมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ ก่อนที่ผมหรือท่านประธานจะเกิดขึ้นมาเสียอีก วันนี้แน่นอนเทคโนโลยีมันย่อมก้าวหน้าขึ้น ท่านจําเป็นที่จะต้องมีการพัฒนา ต้องใช้งบประมาณ และโดยเฉพาะท่านประธานครับ เราก็ทราบแล้วว่าในงบประมาณปี ๒๕๕๖ กระทรวงหลักที่โดนตัดงบประมาณนะครับ ทั้ง ๆ ที่งบประมาณเพิ่มขึ้น ที่โดนตัดก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของท่านรัฐมนตรีนี้ละครับ วันนี้เมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดนตัด ทีนี้ในการพัฒนาโครงการฝนหลวง แน่นอนครับ ก็ต้องลดลงไปด้วย ผมก็คิดว่าสิ่งนี้ครับ วันนี้ถ้าเกิดท่านรัฐมนตรีสามารถที่จะชี้แจงใน ครม. ได้นะครับว่าความจําเป็นในการทําฝนหลวงจําเป็นที่จะต้องเพิ่มงบประมาณ และโดยเฉพาะ เราพัฒนามาเป็นกรมจําเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นนะครับ ท่านครับ ผมเองเคยมีประสบการณ์เหมือนที่กราบเรียนว่าตั้งกรมหม่อนไหม ซึ่งอยู่ในการอุปถัมภ์ ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ วันนี้เป็นการตั้งกรมฝนหลวงอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ทําให้กรมเป็นกรมที่มีประสิทธิภาพ เรื่องงบประมาณ ก็ต้องเพิ่มขึ้น เรื่องการวิจัยเทคโนโลยีก็ต้องเพิ่มขึ้นนะครับ ผมขอสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง กรมฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นมาครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ดอกเตอร์สุรสาลครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ต่อข้อคิดเห็น เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการจัดตั้ง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการที่จะยกฐานะของสํานักฝนหลวง และการบินเกษตรขึ้นเป็นกรมในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามแต่การที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้น ก็น่าจะได้มีเหตุผลที่จะสนับสนุนสิ่งที่เราเห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ หน่วยงานแห่งนี้นั้น เริ่มก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้โครงการ พระราชดําริฝนหลวงในปีพุทธศักราช ๒๕๑๒ และด้วยความสําเร็จของโครงการ ต่อมาในปี พุทธศักราช ๒๕๑๘ จึงได้ตราพระราชบัญญัติก่อตั้งขึ้นเป็นสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้น เป็นหน่วยงานที่สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีท่านได้กรุณา แถลงถึงภารกิจของหน่วยงานแห่งนี้ หรือของสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรไปแล้ว ซึ่งมีอยู่หลายประการด้วยกัน แต่ภารกิจที่ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานหยิบขึ้นมา กล่าวซ้ําอีกครั้งหนึ่งเพื่อเน้นให้เห็นถึงความสําคัญของหน่วยงานแห่งนี้
ประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของการทําฝนเพื่อเพิ่มปริมาณน้ําในพื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้ และเขื่อนหรือพื้นที่กักเก็บน้ํา ซึ่งก็คือโครงการทําฝนหลวงแต่เดิมนั่นเองครับ กับอีกประการหนึ่งที่เป็นภารกิจที่กระผมเห็นว่าสําคัญ ก็คือเรื่องของการทําวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีการทําฝนและการดัดแปลงสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง นี่เป็นอีกประการหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวกระผมจะขออนุญาตขยายความในเรื่องนี้
อีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นภารกิจที่กระผมเห็นว่ามีความสําคัญและประชาชน โดยทั่วไปสามารถเห็นได้กับบทบาทและหน้าที่ของสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรแห่งนี้ ก็คือภารกิจในเรื่องของการให้บริการด้านการบินและการสื่อสารเพื่อสนับสนุนในภารกิจ ด้านการเกษตรและอื่น ๆ เช่นเรื่องของการลดหมอกควัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็เกิดหมอกควัน ขึ้นเป็นจํานวนมากในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทย หรือเรื่องของการดับไฟป่า ซึ่งนับวัน ก็จะทวีความรุนแรงและมีความถี่เพิ่มมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ภารกิจ ๒-๓ ประการ ในหลายประการที่กระผมได้กราบเรียนมานั้น เป็นภารกิจที่เราจะเห็นอยู่เป็นประจําต่อสํานักงาน แห่งนี้ ตั้งแต่สํานักงานแห่งนี้ได้รับการก่อตั้งขึ้นเป็นสํานักในปี ๒๕๑๘ จนมาถึงปัจจุบันนี้ ปี ๒๕๕๕ ระยะเวลาจากปี ๒๕๑๘ ถึงปีนี้นับแล้วประมาณ ๓๗ ปี แต่เรื่องของเวลาอาจจะไม่ใช่ ปัจจัยที่สําคัญต่อการที่จะตอบคําถามว่าเราควรจะยกฐานะสํานักแห่งนี้ขึ้นเป็นกรมหรือไม่ แต่อยากจะกราบเรียนว่าด้วยหน้าที่ ด้วยภารกิจของสํานักแห่งนี้ต่างหากที่ทําให้เห็น ความสําคัญว่าถึงเวลาแล้วที่จะยกระดับจากสํานักขึ้นมาเป็นกรม เพื่อความคล่องตัวในการ ปฏิบัติงานในเรื่องของบุคลากร ในเรื่องของงบประมาณและเรื่องต่าง ๆ ผมขออนุญาตที่จะ นําเสนอ นําเรียนท่านประธานถึงเหตุผลและความจําเป็นว่ามีเหตุผลและความจําเป็นอะไร ที่สํานักฝนหลวงและการบินเกษตร จะต้องยกระดับขึ้นเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในขณะนี้
ประการที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพ เป็นที่เห็นอย่างชัดเจนว่าปริมาณงาน ของสํานักแห่งนี้นั้นมีมาก แล้วก็ครอบคลุมตลอดทุกพื้นที่ในประเทศไทย ยิ่งสถานการณ์ สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเท่าไรก็จะส่งผลกระทบถึงการต้องออกปฏิบัติหน้าที่ ของหน่วยงานแห่งนี้มากยิ่งขึ้นเพียงนั้น
ประการที่ ๒ ภารกิจของหน่วยงานมีความสําคัญต่อการที่จะให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบความทุกข์ยาก อันเนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนน้ํา หรือที่ทราบกันดีว่า เนื่องจากภัยแล้งนะครับ ซึ่งไม่มีหน่วยงานอื่นใดรับผิดชอบโดยตรง หรือถือว่าเป็นการปฏิบัติ หน้าที่ซ้ําซ้อนแต่ประการใด นี่เป็นเหตุผลประการที่ ๒ นะครับ
ประการที่ ๓ ที่กระผมอยากจะยกขึ้นมาเพื่อสนับสนุนยกหน่วยงานแห่งนี้ ให้ขึ้นเป็นกรม ก็คือ เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติภารกิจฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อพี่น้องประชาชน ในการที่จะแก้ปัญหา ภัยแล้งและภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องหนึ่งซึ่งกระผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือ ความจําเป็นที่หน่วยงานแห่งนี้จะต้องก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้น ปัจจุบันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของภูมิอากาศ เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง ของความร้อน ก่อให้เกิดสภาพอากาศที่เราไม่สามารถจะคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องของการศึกษาค้นคว้า เรื่องการวิจัยจึงถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญที่จะต้องศึกษา ค้นคว้าวิจัยให้ทันต่อสภาวะของความเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะว่าปฏิบัติการฝนหลวงก็ดี หรือการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของการที่จะลดภาวะหมอกควัน หรือช่วยดับไฟป่าก็ดี ยังคงจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความถี่มากขึ้นในประเทศไทย เพราะฉะนั้นการศึกษา ค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นสําคัญอย่างยิ่ง ก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีไปด้วยว่า ถ้าหน่วยงานแห่งนี้ได้รับการยกระดับขึ้นเป็นกรมแล้วก็อยากจะให้พิจารณาเรื่องของการทําวิจัย เพื่อที่จะรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุผลที่กระผมได้กล่าวมานั้น ถือว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะนําไปสู่การยกระดับ สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นเป็นกรมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่นะครับ เท่าที่กระผม ทราบมานั้น สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรนั้นนอกจากจะช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน ในเรื่องของการที่จะเพิ่มปริมาณของน้ําฝนให้มากขึ้น นอกเหนือจากภาวะของฝนตก ตามปกติแล้ว สํานักแห่งนี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้เครื่องบินในการเกษตร อีกด้วยนะครับ ตามที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่ามีอยู่บ่อยครั้งที่มีความจําเป็น ที่จะต้องใช้เครื่องบินเหนือจากการทําฝนหลวงแล้ว ในภารกิจอื่น ๆ ก็มีความจําเป็นที่จะต้องใช้ด้วย เช่นเดียวกัน แต่จากการติดตามข้อมูลข่าวสารของกระผมนั้น ทราบว่าท่านผู้อํานวยการ สํานักปฏิบัติการฝนหลวงได้เคยให้ข้อมูลออกมาทางสื่อสารมวลชนว่าปัจจุบันมีเครื่องบิน ปฏิบัติการที่จะใช้ในการโปรยสารเคมีก็ดี หรือที่จะใช้ในการที่จะไปบรรเทาความเดือดร้อน ปัญหาที่เกิดจากเรื่องของหมอกควัน หรือไฟป่าก็ดีนะครับ อยู่เพียง ๒๘ ลํา ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ ต่อการปฏิบัติการ ทําให้สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรจะต้องขอการสนับสนุนจากกองทัพอากาศเพิ่มเติม เนื่องจากพื้นที่ภัยแล้งมีเพิ่มมากขึ้น นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งกระผมเห็นว่าหากสํานักฝนหลวง และการบินเกษตรแห่งนี้ได้รับการยกระดับขึ้นมาเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ก็จะมีส่วนช่วยหรือส่วนผลักดันให้การปฏิบัติหน้าที่ การปฏิบัติภารกิจทั้งหลายซึ่งอาจจะไม่ จําเป็นจะต้องเพิ่มภารกิจ เพิ่มหน้าที่ให้กับหน่วยงานแห่งนี้อีกแล้ว แต่ถึงแม้ไม่เพิ่มภารกิจนะครับ ท่านประธานที่เคารพ แต่ปริมาณงานภายใต้ภารกิจเดิมที่มีอยู่นั้นก็นับว่ามีปริมาณงานมากพอ ที่จะสามารถยกระดับจากสํานักขึ้นมาเป็นกรมได้แล้ว การยกระดับตรงนี้ก็จะมีส่วนทําให้ สามารถเพิ่มจํานวนบุคลากร สามารถที่จะเพิ่มงบประมาณในการดําเนินการซึ่งจะส่งผลดี ต่อการปฏิบัติภารกิจในหลายประการ แล้วก็จะเป็นผลดีต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย ทั้งประเทศอีกด้วย เพราะฉะนั้นจากที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานมานั้น จึงเห็นว่าถึงเวลา และมีความจําเป็นแล้วที่จะได้ยกระดับสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นมาเป็นกรมฝนหลวง และการบินเกษตรครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านกษิตครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินี้ ในการที่จะยกระดับสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นมาเป็นกรมในสังกัดของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ คงจะด้วยเหตุผลสําคัญ ๒ ประการนะครับ
อันที่ ๑ ในมุมมองหนึ่งก็ถือว่าเป็นการเทิดพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงได้ริเริ่มแล้วก็พระปรีชาสามารถก็แพร่กระจายไปทั่วโลก มีหลายประเทศ ที่ขอความร่วมมือมาที่ประเทศไทยเพื่อขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นําเอาทีมฝนหลวง ไปช่วยสร้างฝนในต่างประเทศ
อันที่ ๒ ก็คือการที่ได้ยกระดับขึ้นมาเป็นกรมแล้วเป็นการสะท้อนความเอาใจใส่ ของภาครัฐต่อพี่น้องชาวไร่ชาวนาของเรานะครับ โดยเฉพาะในยามที่ฝนไม่มา น้ําไม่พอ มันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เมื่อเป็นกรมแล้วจะช่วยให้ได้ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลยิ่งขึ้น แต่ผมอยากจะขอฝากข้อคิดไว้ ๒-๓ ประการด้วยกันนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่างานฝนหลวงนั้นเป็นงานเสริมนะครับ ไม่ใช่เป็นงานหลัก เพราะว่าในขณะเดียวกันทางรัฐบาลชุดนี้ ชุดต่อ ๆ ไปก็ยังมีภาระหน้าที่ในเรื่องของการพัฒนา การชลประทานให้มันทั่วถึงทั่วประเทศ รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ํา ผมขอย้ําว่างานฝนหลวงเป็นงานเสริมในเรื่องหาน้ํามาให้เกษตรกรครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่าประเทศไทยมีอาณาบริเวณประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ทิศทางลมค่อนข้างจะแน่นอนครับ ช่วงมรสุมก็มาจากทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ช่วงหน้าหนาวก็มาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะฉะนั้นขอบเขตภาระหน้าที่ มันค่อนข้างจะตายตัวตามหลักภูมิศาสตร์ แล้วก็ด้วยเหตุฉะนั้นกรมจะมีเครื่องบินกี่ลํา มีนักบินเท่าไร มีพนักงานเท่าไร ต่าง ๆ เหล่านี้มันน่าจะคํานวณออกมาได้เพื่อให้รู้ว่าภารกิจ ของกรมใหม่อันนี้กับภารกิจกับงานที่จะเกิดขึ้นนั้น มันจะต้องสอดคล้องกันตั้งแต่วันแรก ผมไม่อยากจะให้เห็นสภาพว่าเมื่อกฎหมายผ่านสภาแล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเริ่มตั้งกรม แล้วก็เหมือนกับเข็นก๋วยเตี๋ยวขายครับ เพิ่มโน่นนิดหนึ่ง นั่นนิดหนึ่ง ๓ ปี ๕ ปี ก็ยังไม่มีความพร้อมครับ ผมอยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทําทุกสิ่งทุกอย่าง ในเรื่องของการเตรียมการให้มีความพร้อมแล้วก็ทํางานได้ทันที ไม่ต้องมาบอกว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๕๗-๒๕๕๘ ยังต้องขอเพิ่มโน่นเพิ่มนี่ เอากันตั้งแต่บัดนี้เลยนะครับว่า ให้มีความพร้อมปฏิบัติการได้ทันทีทันควัน นั่นจะเป็นการสะท้อนความเอาจริงเอาจังของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติอันนี้มานะครับ แล้วก็เป็นการแสดงความจริงใจต่อประชาชนชาวไทย พี่น้องชาวเกษตรทั้งหลายว่าเมื่อผ่าน พ.ร.บ. แล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมที่จะ ปฏิบัติการทันที
ส่วนอีก ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะขอเพิ่มก็คือว่าได้มีผลงานมาร่วม ๔๐ ปีแล้ว น่าจะได้เอาผลงานเหล่านั้นมาวิเคราะห์วิจัยดูข้อบกพร่องดูผลสําเร็จมาเปรียบเทียบเพื่อจะได้ ปรับปรุงตัวแล้วก็เตรียมงานให้พร้อม แล้วที่มันสําคัญก็คือว่าสถิติเป็นเรื่องที่สําคัญในการที่จะ จัดทําฝนหลวงนะครับ การรวบรวมเอามาวิเคราะห์เพื่อจะได้เตรียมงานได้ วางขอบเขตของงาน แล้วก็เครื่องมือเครื่องใช้ได้
ส่วนประเด็นสุดท้าย ในยามฉุกเฉินอะไรมันก็ไม่เพียงพอ ผมคิดว่าแต่บัดนี้ไป อยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมประสานงานกับทางฝ่ายกองทัพที่มีเครื่องบิน แล้วก็ให้ถือว่าเป็นทีมที่จะร่วมกันทํางานได้ เพราะฉะนั้นการประสานงานแล้วก็การฝึกบุคลากร ของกองทัพเพื่อมาให้มีกิจการทางด้านพลเรือนในเรื่องของฝนหลวงเป็นเรื่องที่จําเป็น และเราก็จะได้ใช้เครื่องบินของกองทัพในยามที่ไม่ต้องรบทัพจับศึกนั้นมาเพื่อประโยชน์ ของพี่น้องชาวเกษตรกรครับ ก็อยากจะขอฝากท่านรัฐมนตรีผ่านทางท่านประธานไปดังนี้นะครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ทุกคนก็ฟังแล้วเห็นด้วยกับการตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรหมดนะครับ ยังเหลือผู้อภิปรายอีกหลายท่านนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอจํากัดเวลาสัก ๕ นาทีต่อ ๑ ท่าน เชิญท่านสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นต้องขอชมเชยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ ที่ได้มีการเสนอกฎหมายในการที่จะจัดตั้งเป็นกรมฝนหลวง และการบินเกษตร ตัวดิฉันเองเมื่อก่อนก็เคยอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ ทราบดีว่า สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจที่จะต้องดูแลค่อนข้างเยอะ เมื่อมีการยกระดับ มาเป็นกรมนี่นะคะ สิ่งที่ดิฉันคาดหวังจากการที่ท่านนํามาเสนอสู่สภาในการที่จะยกฐานะ เป็นกรมก็คือ
อันดับแรกเลยค่ะ ก็อย่างที่เราทราบ ๆ กันดีค่ะว่าเมื่อพี่น้องประชาชน เห็นแค่เครื่องบินหรือว่าเครื่องบินไม่เห็น แต่ว่าได้ยินเสียงหรือว่ามีควันขาวที่พ่นออกมาจาก หางเครื่องบินค่ะ ชาวบ้านชาวนาที่ทําการเกษตรก็จะเกิดความดีใจมาก แต่บางครั้ง เกิดปัญหาก็คือทําให้พี่น้องเก้อเขิน ก็คือดีใจแล้วฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล คือไม่ตกตรงบริเวณ ที่ท่านตั้งใจจะทํา ดิฉันเองเคยสอบถามไปหลายครั้งค่ะเขาบอกว่าทําที่จังหวัดชัยภูมินี่ล่ะ แต่บางครั้งเวลาตกไปตกที่จังหวัดขอนแก่นบ้าง ไปตกที่จังหวัดนครราชสีมาบ้าง สิ่งเหล่านี้ค่ะ คือปัญหาแล้วก็อุปสรรคที่ดิฉันอยากจะให้สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรที่วันนี้เราจะมี การยกกฎหมายเพื่อยกระดับเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้นําข้อที่เป็นปัญหา แล้วก็อุปสรรคเหล่านี้มาช่วยแก้ไขให้เกิดผลที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแล้วก็เกษตรกร ทําอย่างไรเมื่อมีการจัดตั้งกรมขึ้นมาแล้วความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรจะดีขึ้น สามารถทํานา หรือว่าทําการเกษตรได้ตลอดทั้งปี พูดง่าย ๆ ค่ะปัญหาภัยแล้งจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากเรามีการตั้ง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
ประเด็นต่อไป ที่อยากจะฝากก็คือทําอย่างไรจะเกิดการบูรณาการคะ เมื่อเรามีกรมขึ้นมาแล้วทําอย่างไรจะมีการบูรณาการระหว่างกระทรวงไอซีที กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ในการที่ทําฝนหลวง แล้วได้มีประโยชน์แล้วก็ไม่สูญเสียงบประมาณค่ะ ได้ยินข่าวกันมาบ่อยว่าเครื่องบิน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เก่า ดิฉันก็ยืนยันค่ะว่าเก่าจริง ๆ จากที่เคยเห็นภาพ แต่ว่าคงจะ ไม่ใช่สาเหตุที่จะมาเอ่ยอ้างกันได้นะคะ เพราะว่าก็ได้รับประมาณในการจัดตั้งค่อนข้างเยอะ ทําอย่างไรสารเคมีที่บอกว่าบางครั้งใช้ไม่ค่อยได้ผล มีการเสื่อมสภาพ ตรงส่วนเหล่านี้ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่อยากฝากทางท่านรัฐมนตรีหรือว่าทางคณะกรรมาธิการค่ะ เมื่อเป็นกรรมาธิการแล้วยกฐานะเป็นกระทรวง เป็นกรมแล้ว ก็อยากจะให้คํานึงถึงสิ่งเหล่านี้นะคะ
แล้วก็เรื่องต่อมาค่ะ มีประเด็นที่อยากจะให้มีภารกิจสําหรับกรมฝนหลวง และการบินเกษตรก็คือ
เรื่องที่ ๑. ทําอย่างไรในการที่จะทําให้ฝนหลวงหรือฝนเทียมที่เราทําเกิดตรงจุด หรือว่าตรงพื้นที่ที่เขาได้รับปัญหาอย่างแท้จริง ปัจจุบันเรามีการติดเครื่องจีพีเอส (GPS) มีหลาย ๆ เครื่องไม้เครื่องมือค่ะ อยากจะให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรที่เราจะมีการตั้งขึ้น ในวันนี้นะคะ ได้มีการประสานหน่วยงานเหล่านั้นแล้วก็มาทําการวางแผนเพื่อทําให้ภารกิจ ที่จะต้องเป็นเป้าหมายหลักของกระทรวงเกิดได้อย่างแท้จริง
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะฝากเพื่อให้คิดในการวางภารกิจก็คือ ทําอย่างไรเมื่อยก เป็นกรมแล้วจะเกิดประโยชน์ถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ไม่เกิดคําครหาว่ายกขึ้นมา เพื่อเพิ่มฐานะให้ข้าราชการมีตําแหน่งที่ใหญ่ขึ้น ของบประมาณมากขึ้น ดิฉันเข้าใจค่ะว่า ปีแรกในปี ๒๕๕๖ ถ้าเรามีการยกฐานะแล้วท่านคงบอกว่ายังไม่ได้มีการของบประมาณ แต่ท่านก็ไปใช้ในงบประมาณของสํานักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือว่ากรมอื่น ๆ ที่อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดึงจากงบประมาณเหล่านี้มา ตรงนี้ต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ถ้าหากมีการวางภารกิจทําอย่างไรจะเกิดผลประโยชน์สูงสุด เพื่อพี่น้องประชาชน
สิ่งสุดท้าย ที่อยากจะฝากก็คือ ทําอย่างไรเครื่องไม้เครื่องมือที่เรามีแล้วก็มี การจัดตั้งขึ้นตามที่เราทราบกันดีค่ะ ฝนหลวงเป็นโครงการตามพระราชดําริของในหลวงเรา ก็อยากจะทําให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีกับพี่น้องประชาชน ทําอย่างไรเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่นี่ ทําอย่างไรจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ดิฉันทราบดีค่ะว่ากรมฝนหลวง และการบินเกษตรนี่เมื่อก่อนเป็นสํานักอยู่ในสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทราบดีค่ะว่ามีมานานแล้วหลายสิบปี ตอนดิฉันเข้าไปเป็นข้าราชการออกมาถึงปีนี้ก็เป็น ๑๐ ปีขึ้นไปแล้ว ก็อยากจะฝากว่าที่สําคัญค่ะ อยากจะให้นําปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่ท่านพบ เจอข้อครหาต่าง ๆ ที่เคยได้ยินเกี่ยวกับการทําฝนหลวงมาเป็นแนวคิดในการวางแนวภารกิจ นโยบายที่จะต้องใช้ในการที่จะมีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นมาค่ะ
เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะขอฝากตรงนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันยังเหลือเวลาอีกนิดหนึ่ง ก็คือทําอย่างไรจะทําให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรที่ตั้งขึ้นมาไม่เป็นกรมที่พี่น้องประชาชน จะคิดแค่ว่าทําแค่ฝนหลวง ฝนเทียม ทําอย่างไรจะสามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องการเกษตร หรือว่าเรื่องอื่น ๆ ของพี่น้องเกษตรกรได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่อยากจะฝากสําหรับ คณะกรรมาธิการในการคิด ในการตั้งกรมครั้งนี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ เมื่อมีการยกฐานะจากสํานักขึ้นเป็นกรม ต้องบอกว่าเป็นความยินดีเป็นอย่างยิ่งเลย ทีเดียวค่ะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะ เพราะว่าอีสานนั้นแล้ง ๗ เดือนค่ะ นอกจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเป็นความคาดหวัง โดยเฉพาะของภาคอีสานบ้านดิฉัน นี่นะคะ ที่แล้ง ๗ เดือน จะมีน้ําฝนใช้นะคะ นอกจากนั้นแล้วภัยแล้งและภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่รุนแรงขึ้น ๆ นับวันจะเพิ่มมากขึ้น ไมว่าจะแล้ง หมอกควัน และไฟป่า กรมฝนหลวง และการบินเกษตรนั้นเป็นความคาดหวังอย่างสูงเลยทีเดียว และกว่าจะมาเป็นวันนี้ได้ ต้องมีประวัติและที่มายาวนานมากเลยค่ะ และเป็นความภาคภูมิใจด้วยนะคะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ เพราะว่าโครงการพระราชดําริฝนหลวงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ ๕๘ ปีผ่านมาแล้วค่ะ ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งฝนหลวง เสด็จพระราชดําเนินเพื่อทรงเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือย่านบริเวณเทือกเขาภูพาน เห็นไหมคะ โดยสังเกตว่าปริมาณเมฆมากปกคลุมเหนือพื้นที่ระหว่างเส้นทางการบิน แต่ไม่สามารถ รวมตัวจนเกิดเป็นฝนตกลงมาได้ทั้งที่เป็นช่วงฤดูฝน ทําให้หลายพื้นที่ต้องประสบปัญหาภัยแล้ง และขาดแคลนน้ํากิน น้ําใช้ ดังนั้นแล้วจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันนั้น วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ บริเวณเทือกเขาภูพานนะคะ เทือกเขาภูพานนั้นอยู่ระหว่าง จังหวัดสกลนครกับจังหวัดกาฬสินธุ์ค่ะ บริเวณนั้นเลยทีเดียวที่พระองค์เห็นว่าทําไมมีเมฆ ขนาดนี้แล้วฝนยังไม่ตก ดังนั้นแล้วจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ๕๘ ปี เรามีฝนเทียมเกิดขึ้นค่ะ และเมื่อยกฐานะเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรแล้วนี่นะคะ ความคาดหวังก็ยิ่งสูงขึ้น มากมายเลยทีเดียวค่ะ เพราะว่าจะได้ช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรที่แล้ง ไม่ว่าจะเป็น ผืนแผ่นดินใดในประเทศไทย ถ้าแล้งเป็นความคาดหวังมากเลยทีเดียวว่าจะบําบัดได้ในส่วนดีมากเลยทีเดียวค่ะ ดังนั้นบทบาทของฝนหลวงมีความต้องการเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ําในการเกษตร ช่วงที่เกิดภาวะฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วงยาวนาน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ําให้กับพื้นที่ลุ่มรับน้ํา ของแม่น้ําสายต่าง ๆ ไม่ใช่ว่าแล้งแล้วก็ทําฝนหลวง เราไม่ได้ต้องการอย่างนั้น เราต้องการ ที่จะมีน้ําในแม่น้ําสายต่าง ๆ ที่จะหล่อเลี้ยงพื้นที่แล้งเป็นบริเวณกว้างค่ะ ท่านประธานคะ และจากนั้นแล้วเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภคด้วย ในส่วนที่ปีไหน แล้งมาก ๆ ฝนเทียม ฝนหลวงของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรนี่ค่ะเป็นความคาดหวัง ดังนั้นความคาดหวังตรงนี้ ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีเป็นความคาดหวังอย่างมากเลยทีเดียว ดังนั้นแล้วอย่าให้พี่น้องประชาชนนั้นผิดหวังค่ะ เราต้องการสิ่งที่เรียกว่าน้ําและน้ําคือชีวิต เพื่อป้องกันและบําบัดภาวะมลพิษของสิ่งแวดล้อมนะคะ แล้วก็เพื่อเพิ่มปริมาณน้ําในเขื่อนด้วย ดังนั้นดิฉันจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะว่าการที่มีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรนั้นจะช่วยให้ การพัฒนาด้านการเกษตรเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ สมกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในโครงการพระราชดําริฝนหลวงหรือฝนเทียมค่ะ ๕๘ ปีที่มีดําริฝนหลวง เพราะพ่อหลวงห่วงใยให้แลเห็น ทุกข์ลําบากยากแค้นแห้งลําเค็ญ พระองค์เห็นเมฆไม่เป็นฝนสนพระทัย การประยุกต์ผลการวิจัยและค้นคว้า จึงได้มาซึ่งน้ําฝน ปนน้ําพระทัยฉาย ปัญหาแห้งแล้งน้ําเป็นชุ่มฉ่ําทั่วไทย ฝนหลวงยิ่งใหญ่กษัตริย์ไทย เพื่อประชาชน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเห็นด้วยนะครับ ผมขอสนับสนุนนะครับ โดยเฉพาะปรับปรุง สํานักฝนหลวงและการบินเกษตร ผมก็ขอแสดงความดีใจกับพี่น้องชาวไทย ผมเป็นลูกหลาน ชาวไร่ ชาวนา ผมก็มีความภูมิอกภูมิใจนะครับ ที่ได้มีโอกาสอภิปรายสนับสนุนพระราชบัญญัตินี้ เดิมฝนหลวงหลายท่านได้ว่าไปแล้ว ผมจะไม่พูดเพื่อไม่ซ้ํากันครับ จากเดิมฝนเทียมมาเป็นฝนหลวง เราเกิดมา ผมตั้งแต่เด็กก็ได้เห็นแล้วทุกคนก็คงจะได้รับทราบพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้ทํากิจกรรมฝนหลวงมานี้ได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ บางครั้งเราก็ขนลุก เห็นชาวต่างประเทศมาดูงานในเรื่องเกี่ยวกับการทําฝนหลวงในประเทศไทย ซึ่งบางทีคนไทยเรา บางคนอาจจะไม่ให้ความสําคัญแต่ถ้าเราดูให้ลึกซึ้งแล้วก็เป็นประโยชน์มากนะครับ ชาวต่างประเทศเขามาดูงานมาดูการทําฝนหลวง หลาย ๆ ประเทศผมก็ได้ติดตามมานะครับ เพราะฉะนั้นการทําฝนหลวงนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยขยายปริมาณงานของสํานักฝนหลวง และการบินเกษตรเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรแล้วนะครับ ก็จะเป็นการเพิ่ม ศักยภาพให้บุคลากร แล้วก็เพิ่มศักยภาพในการบริหารงาน ขยายความสามารถในการทํางาน เพื่อพี่น้องประชาชนนะครับ อันนี้กระผมเห็นด้วยที่จะให้มีการขยายจากสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรเป็นกรม เดิมทีนะครับเราอาจจะไม่ได้ใส่ใจ มันเป็นภูมิปัญญามาตั้งแต่อดีตโบราณทางอีสาน เวลาเดือนห้า เดือนหกมาจะมีประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งเราก็ไม่รู้ ผมนอนคิดแต่ว่านี่หรือพระยาแถน คนอีสาน เรียกว่า พระยาแถน พระยาแถนก็คือเอาบั้งไฟขึ้นไปบนท้องฟ้า นี่เป็นภูมิปัญญาชาวอีสาน ที่ได้คิดค้นกันมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ มีการจุดบั้งไฟซึ่งนําพวกดินประสิวเป็นเชื้อเพลิงแล้วขึ้นไป ดินประสิวมันก็เป็นพวกไนเตรท (Nitrate) พวกเกลือประเภทหนึ่งที่ขึ้นไปอยู่ ไปสัมผัสกับ ก้อนเมฆ แล้วก็ทําให้ฝนตกลงมา คนอีสานจุดบั้งไฟทั้งพื้นที่พอถึงเดือนห้า เดือนหกมา มันก็เป็น ภูมิปัญญาที่เราไม่รู้ว่ามันมีผลทางอ้อมนะครับ ซึ่งว่าถ้าเรามีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นี่นะครับ ผมว่าถ้ามีการขยายในการนําเกล็ดน้ําแข็งแห้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากจะใช้เครื่องบิน ใช้บั้งไฟยิงขึ้นไปเลย เราจะใช้เป็นภาชนะเป็นสื่อนําเกล็ดน้ําแข็งแห้ง ขึ้นสู่เมฆ เพราะบั้งไฟทุกวันนี้ขึ้นไปเป็น ๓๐๐-๔๐๐ วินาทีต่อบั้งไฟ ในเดือนที่แล้วผมไปดู บั้งไฟที่อําเภอท่าบ่อ เป็นบั้งไฟ ๑๐ ล้าน ไม่ใช่บั้งไฟล้าน บั้งไฟล้าน ๑๐ บั้งเอาไปรวมอยู่ บั้งเดียวกัน ขึ้นไปนี่ฟ้าถล่มเลยครับ ฝนตกลงมาอย่างหนักเลย นี่ก็คือเป็นการนําพวกดินประสิว ขึ้นไปสู่ท้องฟ้าก็ทําให้เกิดเมฆหมอก เกิดมีการจับกลุ่มเมฆหมอกตกลงมาเป็นฝน อันนี้ก็เป็น ภูมิปัญญาอย่างหนึ่งที่เราน่าจะนํามาศึกษานะครับ และปรับวิธีการในการที่จะยิงพวกเกล็ดน้ําแข็ง ขึ้นไปโดยใช้บั้งไฟ แล้วทําอย่างไรตกลงมาแล้วนี่จะไม่อันตราย ขึ้นไปแล้วให้เกิดการระเบิด อยู่บนท้องฟ้า ผมก็อยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นําแนวคิดของภูมิปัญญานี้ ปรับปรุงกับแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แทนที่จะใช้เครื่องบินที่ใช้พลังมาก แล้วก็ใช้เงินจํานวนมากนะครับ ลองใช้จุดขึ้นทุกพื้นที่เลยนะครับ ก็จะทําให้เกิดฝนตกขึ้น นี่ละครับ จะทําให้พระยาแถน ทําให้ฝนตกลงมาตามที่ชาวอีสานได้กระทํามาแล้ว เป็นปัจจุบันนะครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ
ขอบคุณท่านประธาน ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับวันนี้ มีร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อยกฐานะสํานักฝนหลวง และการบินเกษตรในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นกรมฝนหลวง และการบินเกษตร โดยมีเหตุผลก็คือบริการเพิ่มน้ําในพื้นที่เกษตรกรรมให้มากขึ้น ป้องกันภัย แก้ไขภัยแล้ง มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแบบบูรณาการ มีการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีการทําฝนและดัดแปลงแปรสภาพอากาศ แล้วก็มีบริการอื่น ๆ คือการบินและสื่อสาร เพื่อสนับสนุนในกิจการเกษตร ท่านประธานครับ ดูแล้วก็ดีอยู่นะครับ เพราะว่าโครงการนี้ เป็นโครงการตามพระราชดําริ ก็อย่างที่สมาชิกได้เรียนว่ามีการจัดตั้งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ มา ท่านประธานครับ มันก็เป็นธรรมเนียมของหน่วยงานราชการก็ต้องขยายงานไปเรื่อย ๆ ผมก็มาจากราชการเหมือนกันนะครับ เมื่อมีการยกฐานะจากสํานักงานเป็นอธิบดี แน่นอนครับ ตําแหน่งก็เพิ่ม เงินก็ต้องเพิ่ม ผมอยากจะเห็นความจริงพวกนี้ต้องมีการวางแผนว่าถ้าเพิ่มไปแล้ว ใน ๕ ปี ๑๐ ปีนี่ ท่านจะทําอะไรเพิ่มขึ้น แล้วก็เครื่องไม้เครื่องมือที่ท่านจะใช้มันมีอะไรบ้าง ผมเชื่อเลยนะครับ เพราะว่าท่านเป็นกรมนี้ต้องมีหน่วยงานย่อยเพิ่มขึ้นอีก เครื่องบินก็ต้องไปประจํา ถ้าเป็นไปได้ตามภาค แต่อย่างว่านะครับ ทางกระทรวงสาธารณสุขก็เหมือนกันนะครับ งานเหล่านี้มันไม่ใช่งานหลักครับ เป็นงานสนับสนุน งานหลักมากกว่า ภัยแล้ง น้ําแล้งต่าง ๆ มันก็ขึ้นอยู่กับระบบการแก้ไขภัยแล้งอย่างที่รัฐบาล กําลังทําอยู่ เพราะฉะนั้นงานพวกนี้อาจจะเป็นคราว ๆ ไปนะครับ ผมสนับสนุนนะครับ แต่ก็มี ข้อสังเกตว่าการยกระดับสํานักงานเป็นกรมนี้นะครับ ก็ต้องดูนะครับว่าปัญหาที่ท่านแก้ ปัญหาภัยแล้งมันได้ผลเพิ่มขึ้นไหม เมื่อกี้สมาชิกก็อภิปรายแล้วว่าทําอีกที่ ฝนตกอีกที่ หรือทําแล้ว ไม่ตกก็มี แล้วแต่ชั้นบรรยากาศว่ามันมีความชื้นมากน้อยแค่ไหน มีเมฆแค่ไหน ซึ่งอันนี้เป็นเรื่อง สําคัญนะครับว่ามีประสิทธิภาพหรือเปล่า
อันที่ ๒ งบประมาณที่เพิ่มขึ้นมันต้องได้สัดส่วนกับภารกิจที่ทําว่ามันคุ้มค่าไหม
อันที่ ๓ ภารกิจเกี่ยวกับการวิจัย ผมเห็นว่าวิจัยของเรา เวลาเราไปดูงบประมาณ มันจะแทรกอยู่ตามกระทรวงต่าง ๆ ตอนนี้ทางสภาวิจัยแห่งชาติเขาพยายามรวบรวมข้อมูลขึ้นมา เป็นรวมทั้งหมด ผมอยากให้ร่วมมือกับสภาวิจัยแห่งชาตินะครับ และในการที่จะไปวิจัยร่วมกับ หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่เขามีนะครับ อาจจะเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือว่าของสถาบันการศึกษาก็ได้ หรือแม้กระทั่งกรมอุตุนิยมวิทยา หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็ได้ มันจะได้ทําให้การวิจัยไม่เป็นเบี้ยหัวแตกนะครับ
และอีกอย่างหนึ่ง ที่ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ต้องระมัดระวังนิดหนึ่งก็คือ การบริการด้านการบินและการสื่อสารสนับสนุนในกิจการการเกษตร อันนี้อาจจะเป็นภาระหลัก ก็ได้ในอนาคต ผมก็กลัวว่าจากฝนหลวงก็เป็นการบินการเกษตร ต้องมีการวางแผนให้ดีนะครับ ท่านประธานครับ ผมไม่พูด ๕ นาทีครับ
แต่สุดท้าย ผมอยากจะให้เป็นตัวอย่างของกรมใหม่ที่เกิดขึ้นเหมือนหน่วยงาน ราชการต้องมีการประเมินนะครับ สมมุติว่าเอา ๕ ปีก็ได้ว่ามันเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ยกฐานะ ขึ้นมาหรือเปล่า หรือ ๑๐ ปี แล้วก็มาวิเคราะห์ดูว่าที่เราขอเป็นกรม ๆ ไม่ใช่เฉพาะกรมนี้นะครับ อย่างอื่นมันคุ้มไหมกับที่เราลงไปนะครับ เพราะว่าในภาวะบ้านเมืองเราเศรษฐกิจยังไม่ดี ก็ต้องคิดให้หนัก แต่สําหรับกรมนี้เป็นกรมพิเศษนะครับ เป็นโครงการคล้าย ๆ เทิดพระเกียรติด้วย ผมก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านปวีณ แซ่จึง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ ด้วยหลักการและเหตุผลที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยรัฐบาลได้ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอนแรกอ่านไม่น่าสนใจ พอไปดูหลักการก็คือแก้ไขพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยจะยกฐานะสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยหลักการแล้วผมเห็นด้วย เนื่องจากว่าจะได้ยกฐานะสํานักนี้ให้เป็นกรม มีอํานาจในการ บริหารจัดการมากขึ้น คนก็จะมากขึ้น งบประมาณก็จะมากขึ้น เพราะฉะนั้นความสัมฤทธิผล ในเรื่องการบริหารจัดการของกรมนี้จะดีกว่าสํานักแน่นอน เหตุผลก็คือเพื่อต้องการให้สํานักนั้น เปลี่ยนเป็นกรม เพื่อที่จะสามารถบริหารจัดการได้อย่างทันท่วงที ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการฝนหลวงนั้นเป็นโครงการพระราชดําริด้วยความอัจฉริยภาพขององค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ริเริ่มดําเนินการโครงการนี้ จึงขอขอบคุณรัฐบาลที่ท่านได้เห็นความสําคัญ และตอบสนองโครงการพระราชดําริ อันนี้ไม่ใช่เพื่อใคร เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเกษตรกรที่จะได้รับอานิสงส์จากโครงการนี้ โครงการนี้เมื่อตั้ง เป็นกรมแล้ว เราต้องย้อนกลับไปดูที่กรมชลประทานของท่านรัฐมนตรีที่นั่ง ณ ที่ตรงนี้ พื้นที่เพื่อการเกษตรท่าน ๖๐ กว่าล้านไร่ ท่านทําเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรที่อยู่ในโครงการ ของพื้นที่การเกษตรของกรมชลประทานที่สามารถใช้น้ําได้เพียง ๒๙ ล้านไร่กว่า ตอนนี้ ๑๐๑ ปี กรมชลประทานไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ถ้าจะคิดรวมถึงพื้นที่สภาพป่าที่โดนบุกรุก และพื้นที่สาธารณะที่บุกรุกหรือที่รัฐบาลจัดให้เกษตรกรเพื่อได้ดําเนินการเพื่อประกอบอาชีพ ให้ดํารงอยู่และมีฐานะที่จะอยู่ได้ ยังไม่ถึงครึ่ง ปีใด ยามใดที่ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ที่ธรรมชาติไม่สามารถที่จะควบคุมกันเองได้ ก็จะทําให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งประชาชนทั่วไป อากาศร้อนเมื่อฤดูฝน ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล อาจจะแก้ไขโดยใช้ วิธีบั้งไฟผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่วิธีการที่ถูกต้องที่สุดก็คือโครงการฝนหลวงจะต้องเข้าไป แก้ปัญหาให้กับสภาพดินฟ้าอากาศนั้นให้สามารถที่จะกลับมา ฝนแล้งก็สามารถที่จะทําให้ ฝนตกลงมา โปรยลงมา สภาพความชุ่มชื้นก็จะเกิดขึ้นโดยทั่วไป การแก้ไขปัญหาหมอกควัน ที่ภาคเหนือถ้าได้ใช้โครงการฝนหลวงไปก็จะทําให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นเห็นด้วยในหลักการ ประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริงครับ น้ําจากฟ้าก็จะมาช่วยโครงการชลประทาน ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. นี้ ผมเห็นด้วยในหลักการและจําเป็นจะต้องให้การสนับสนุน เพราะประโยชน์ ที่เกิดขึ้นนั้นเหลือคณานับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสภาพความแห้งแล้งส่งผลกระทบ ต่อชีวิตของเกษตรกร นอกจากจะเกิดความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจแล้ว รัฐบาลเองก็ยัง จะต้องจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งไปชดเชยให้กับเกษตรกรที่ประสบกับภาวะฝนแล้ง ซึ่งขณะนี้ได้ประกาศไปหลายจังหวัดแล้ว แล้วก็มีหลายจังหวัดที่เสนอโครงการนี้เข้าขอรับ สนับสนุน ดินฟ้าอากาศแปรปรวน เกษตรกรไม่สามารถที่จะดําเนินการกิจกรรมที่เป็นอาชีพ ของตัวเอง ไร่นาไม่สามารถที่จะปลูกให้ตรงตามฤดูกาลได้ ปีใดที่ฝนทิ้งช่วงโครงการฝนหลวง ที่จะเป็นกรมก็จะเข้าไปช่วยเหลือซึ่งก็จะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง โครงการนี้ผมขอสนับสนุน และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เห็นด้วยในหลักการที่จะให้เป็นกรม เห็นด้วยในเหตุผลที่จะต้อง แยกออกมาแล้วก็ทําประโยชน์ให้เกิดต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างสูงสุด ขอบคุณมากครับ
ผมเห็นสมควรปิดอภิปรายนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ท่านรัฐมนตรีว่าการมีสิทธิจะสรุป อภิปรายอีกครั้งหนึ่ง จะอภิปรายหรือไม่ก็ได้นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนอื่นผมจะต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ที่ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ ในการดําเนินการที่รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อที่จะนํามาปรับปรุงแก้ไข เมื่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในการดําเนินการจัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรแห่งนี้ ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจน ที่จะดําเนินการตามภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร หลักก็คือทําอย่างไรที่เราจะ เพิ่มน้ําในแหล่งเก็บกักน้ําแล้วก็แก้ไขปัญหาในเรื่องของภัยพิบัติธรรมชาติต่าง ๆ นะครับ นอกจากนั้นแล้วเรายังที่จะดําเนินการในเรื่องเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ํา ในบรรยากาศอีกด้วยนะครับ ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในการที่จะ ดําเนินการนั้นเราก็ได้หารือประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าทางกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ําหรือกรมอุตุนิยมวิทยาก็ดี เพื่อจะมาดูภารกิจต่าง ๆ มิให้เกิดการซ้ําซ้อนกัน ในการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นจึงจะเห็นว่าในการดําเนินการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น เราก็จะได้มีการบูรณาการแผนการบริหารจัดการน้ําของประเทศ ร่วมกับทางกรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วก็กรมทรัพยากรน้ํา นอกจากนั้นแล้วเรายังได้บูรณาการฐานข้อมูลต่าง ๆ ในด้านสภาพอากาศและอุตุนิยมวิทยาร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยานะครับ
สุดท้าย ก็คือเรื่องการบูรณาการในด้านความช่วยเหลือนะครับ ซึ่งจะเห็นว่า ได้มีการประสานงานในระดับพื้นที่ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือว่าหัวหน้าส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ก็นําผลทั้งหมดจากการบูรณาการนี้มาจัดทําเป็นแผนในการดําเนินการ ปฏิบัติการ เมื่อสักครู่ท่านผู้มีเกียรติหลายท่านได้ให้ข้อเสนอแนะว่านอกจากปฏิบัติการ ทําฝนหลวงแล้วนะครับ ในเรื่องของการบินเกษตรนั้นก็ควรไปดูในเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติอื่น ๆ อีกด้วย ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าแนวคิดอันนี้ตรงกันนะครับ ซึ่งขณะนี้ผมก็ได้รอให้เริ่ม ทดลองปฏิบัติการ โดยใช้การบินเกษตรในเรื่องปราบแมลงและศัตรูพืช อันนี้เราก็เพื่อ ที่จะขยายในด้านการเกษตรอันนี้ด้วย แล้วก็จะระมัดระวังในสิ่งที่ท่านสมาชิกทั้งหลายให้ข้อสังเกตไว้ ซึ่งทุกข้อเสนอแนะเจ้าหน้าที่ได้จดไว้หมดแล้วเพื่อที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ต่อไปในอนาคตนะครับ
สุดท้าย ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ที่กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ขอกราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
การลงมติ เลื่อนไปวันพรุ่งนี้นะครับ สําหรับวันนี้ผมว่าพอสมควรครับ ขอปิดการประชุมครับ