สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕

สุรสาล ผาสุข หารือเรื่องการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะการยกฐานะสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นเป็นกรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจและรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีความสําคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ําหรือภัยแล้ง

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ต่อข้อคิดเห็น เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการจัดตั้ง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการที่จะยกฐานะของสํานักฝนหลวง และการบินเกษตรขึ้นเป็นกรมในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามแต่การที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้น ก็น่าจะได้มีเหตุผลที่จะสนับสนุนสิ่งที่เราเห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ หน่วยงานแห่งนี้นั้น เริ่มก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้โครงการ พระราชดําริฝนหลวงในปีพุทธศักราช ๒๕๑๒ และด้วยความสําเร็จของโครงการ ต่อมาในปี พุทธศักราช ๒๕๑๘ จึงได้ตราพระราชบัญญัติก่อตั้งขึ้นเป็นสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้น เป็นหน่วยงานที่สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีท่านได้กรุณา แถลงถึงภารกิจของหน่วยงานแห่งนี้ หรือของสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรไปแล้ว ซึ่งมีอยู่หลายประการด้วยกัน แต่ภารกิจที่ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานหยิบขึ้นมา กล่าวซ้ําอีกครั้งหนึ่งเพื่อเน้นให้เห็นถึงความสําคัญของหน่วยงานแห่งนี้

ประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของการทําฝนเพื่อเพิ่มปริมาณน้ําในพื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้ และเขื่อนหรือพื้นที่กักเก็บน้ํา ซึ่งก็คือโครงการทําฝนหลวงแต่เดิมนั่นเองครับ กับอีกประการหนึ่งที่เป็นภารกิจที่กระผมเห็นว่าสําคัญ ก็คือเรื่องของการทําวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีการทําฝนและการดัดแปลงสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง นี่เป็นอีกประการหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวกระผมจะขออนุญาตขยายความในเรื่องนี้

อีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นภารกิจที่กระผมเห็นว่ามีความสําคัญและประชาชน โดยทั่วไปสามารถเห็นได้กับบทบาทและหน้าที่ของสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรแห่งนี้ ก็คือภารกิจในเรื่องของการให้บริการด้านการบินและการสื่อสารเพื่อสนับสนุนในภารกิจ ด้านการเกษตรและอื่น ๆ เช่นเรื่องของการลดหมอกควัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็เกิดหมอกควัน ขึ้นเป็นจํานวนมากในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทย หรือเรื่องของการดับไฟป่า ซึ่งนับวัน ก็จะทวีความรุนแรงและมีความถี่เพิ่มมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ภารกิจ ๒-๓ ประการ ในหลายประการที่กระผมได้กราบเรียนมานั้น เป็นภารกิจที่เราจะเห็นอยู่เป็นประจําต่อสํานักงาน แห่งนี้ ตั้งแต่สํานักงานแห่งนี้ได้รับการก่อตั้งขึ้นเป็นสํานักในปี ๒๕๑๘ จนมาถึงปัจจุบันนี้ ปี ๒๕๕๕ ระยะเวลาจากปี ๒๕๑๘ ถึงปีนี้นับแล้วประมาณ ๓๗ ปี แต่เรื่องของเวลาอาจจะไม่ใช่ ปัจจัยที่สําคัญต่อการที่จะตอบคําถามว่าเราควรจะยกฐานะสํานักแห่งนี้ขึ้นเป็นกรมหรือไม่ แต่อยากจะกราบเรียนว่าด้วยหน้าที่ ด้วยภารกิจของสํานักแห่งนี้ต่างหากที่ทําให้เห็น ความสําคัญว่าถึงเวลาแล้วที่จะยกระดับจากสํานักขึ้นมาเป็นกรม เพื่อความคล่องตัวในการ ปฏิบัติงานในเรื่องของบุคลากร ในเรื่องของงบประมาณและเรื่องต่าง ๆ ผมขออนุญาตที่จะ นําเสนอ นําเรียนท่านประธานถึงเหตุผลและความจําเป็นว่ามีเหตุผลและความจําเป็นอะไร ที่สํานักฝนหลวงและการบินเกษตร จะต้องยกระดับขึ้นเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในขณะนี้

ประการที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพ เป็นที่เห็นอย่างชัดเจนว่าปริมาณงาน ของสํานักแห่งนี้นั้นมีมาก แล้วก็ครอบคลุมตลอดทุกพื้นที่ในประเทศไทย ยิ่งสถานการณ์ สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเท่าไรก็จะส่งผลกระทบถึงการต้องออกปฏิบัติหน้าที่ ของหน่วยงานแห่งนี้มากยิ่งขึ้นเพียงนั้น

ประการที่ ๒ ภารกิจของหน่วยงานมีความสําคัญต่อการที่จะให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบความทุกข์ยาก อันเนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนน้ํา หรือที่ทราบกันดีว่า เนื่องจากภัยแล้งนะครับ ซึ่งไม่มีหน่วยงานอื่นใดรับผิดชอบโดยตรง หรือถือว่าเป็นการปฏิบัติ หน้าที่ซ้ําซ้อนแต่ประการใด นี่เป็นเหตุผลประการที่ ๒ นะครับ

ประการที่ ๓ ที่กระผมอยากจะยกขึ้นมาเพื่อสนับสนุนยกหน่วยงานแห่งนี้ ให้ขึ้นเป็นกรม ก็คือ เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติภารกิจฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อพี่น้องประชาชน ในการที่จะแก้ปัญหา ภัยแล้งและภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องหนึ่งซึ่งกระผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือ ความจําเป็นที่หน่วยงานแห่งนี้จะต้องก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้น ปัจจุบันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของภูมิอากาศ เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง ของความร้อน ก่อให้เกิดสภาพอากาศที่เราไม่สามารถจะคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องของการศึกษาค้นคว้า เรื่องการวิจัยจึงถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญที่จะต้องศึกษา ค้นคว้าวิจัยให้ทันต่อสภาวะของความเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะว่าปฏิบัติการฝนหลวงก็ดี หรือการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของการที่จะลดภาวะหมอกควัน หรือช่วยดับไฟป่าก็ดี ยังคงจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความถี่มากขึ้นในประเทศไทย เพราะฉะนั้นการศึกษา ค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นสําคัญอย่างยิ่ง ก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีไปด้วยว่า ถ้าหน่วยงานแห่งนี้ได้รับการยกระดับขึ้นเป็นกรมแล้วก็อยากจะให้พิจารณาเรื่องของการทําวิจัย เพื่อที่จะรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุผลที่กระผมได้กล่าวมานั้น ถือว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะนําไปสู่การยกระดับ สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นเป็นกรมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่นะครับ เท่าที่กระผม ทราบมานั้น สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรนั้นนอกจากจะช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน ในเรื่องของการที่จะเพิ่มปริมาณของน้ําฝนให้มากขึ้น นอกเหนือจากภาวะของฝนตก ตามปกติแล้ว สํานักแห่งนี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้เครื่องบินในการเกษตร อีกด้วยนะครับ ตามที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่ามีอยู่บ่อยครั้งที่มีความจําเป็น ที่จะต้องใช้เครื่องบินเหนือจากการทําฝนหลวงแล้ว ในภารกิจอื่น ๆ ก็มีความจําเป็นที่จะต้องใช้ด้วย เช่นเดียวกัน แต่จากการติดตามข้อมูลข่าวสารของกระผมนั้น ทราบว่าท่านผู้อํานวยการ สํานักปฏิบัติการฝนหลวงได้เคยให้ข้อมูลออกมาทางสื่อสารมวลชนว่าปัจจุบันมีเครื่องบิน ปฏิบัติการที่จะใช้ในการโปรยสารเคมีก็ดี หรือที่จะใช้ในการที่จะไปบรรเทาความเดือดร้อน ปัญหาที่เกิดจากเรื่องของหมอกควัน หรือไฟป่าก็ดีนะครับ อยู่เพียง ๒๘ ลํา ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ ต่อการปฏิบัติการ ทําให้สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรจะต้องขอการสนับสนุนจากกองทัพอากาศเพิ่มเติม เนื่องจากพื้นที่ภัยแล้งมีเพิ่มมากขึ้น นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งกระผมเห็นว่าหากสํานักฝนหลวง และการบินเกษตรแห่งนี้ได้รับการยกระดับขึ้นมาเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ก็จะมีส่วนช่วยหรือส่วนผลักดันให้การปฏิบัติหน้าที่ การปฏิบัติภารกิจทั้งหลายซึ่งอาจจะไม่ จําเป็นจะต้องเพิ่มภารกิจ เพิ่มหน้าที่ให้กับหน่วยงานแห่งนี้อีกแล้ว แต่ถึงแม้ไม่เพิ่มภารกิจนะครับ ท่านประธานที่เคารพ แต่ปริมาณงานภายใต้ภารกิจเดิมที่มีอยู่นั้นก็นับว่ามีปริมาณงานมากพอ ที่จะสามารถยกระดับจากสํานักขึ้นมาเป็นกรมได้แล้ว การยกระดับตรงนี้ก็จะมีส่วนทําให้ สามารถเพิ่มจํานวนบุคลากร สามารถที่จะเพิ่มงบประมาณในการดําเนินการซึ่งจะส่งผลดี ต่อการปฏิบัติภารกิจในหลายประการ แล้วก็จะเป็นผลดีต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย ทั้งประเทศอีกด้วย เพราะฉะนั้นจากที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานมานั้น จึงเห็นว่าถึงเวลา และมีความจําเป็นแล้วที่จะได้ยกระดับสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นมาเป็นกรมฝนหลวง และการบินเกษตรครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ