ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการยกฐานะสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นเป็นกรม โดยมี 3 ประเด็นที่ต้องการถามผู้เสนอร่าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจหลักของกรมใหม่ การจัดทําฝนหลวงที่จะตอบสนองปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป และประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาในกรณีภัยแล้ง รวมถึงการโอนบุคลากรจากกรมชลประทานไปยังกรมใหม่หลังการโอนราชการ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานว่า ผมรู้สึกดีใจวันนี้ที่ทางคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติในการยกฐานะ สํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นมาเป็นกรม ซึ่งผมถือว่าเป็นความก้าวหน้าของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์อีกวาระหนึ่ง จริง ๆ แล้วในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาเราก็ได้มีการปรับเปลี่ยน หน่วยงานที่มีความสําคัญในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้นมาเป็นกรม ยกฐานะเป็นกรม ก็คือกรมหม่อนไหม แล้วก็กรมการข้าว วันนี้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาเสนอที่จะปรับปรุง กฎหมาย ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อยกสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นมาเป็น กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมต่อเวลา แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ เมื่อได้ฟังเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อสภาในชั้นรับหลักการในวันนี้แล้ว ผมในฐานะที่ให้ความสนใจกับภารกิจทางการเกษตรเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อมาดูภารกิจที่เรา จะต้องดําเนินการตามแผนพัฒนาการเกษตร ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ และเมื่อมาดูสถานการณ์ที่เราจะต้องดําเนินการในการพัฒนาภาคเกษตรของเรา ให้เป็นครัวอาหารของโลก ให้ภาคเกษตรของเรานั้นมีสถาบันเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ที่เข้มแข็ง ผมคิดว่ามีความจําเป็นที่ผมอยากจะเรียนว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากจะพยายามในการที่จะปรับปรุงขยายงานในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ครอบคลุมต่อภารกิจและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ว่าประเด็นสําคัญที่ผมอยากจะเรียนถาม ผู้เสนอร่างในวันนี้ก่อนที่จะได้ลงมติมีอยู่ทั้งหมด ๓ ประเด็นนะครับ ในกรณีที่ได้มีการเสนอ ร่างปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อจัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในวันนี้
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะเรียนถามความชัดเจน ก็คือผมอยากจะเรียนถาม ถึงภารกิจที่สําคัญของสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร ผมอยากเรียนว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องนี้ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเริ่มต้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อพี่น้องเกษตรกร และพี่น้องประชาชนคนไทยในยามที่ถูกภัยแล้ง และแน่นอนบางพื้นที่ ก็เป็นภัยแล้งรุนแรงและซ้ําซาก สร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตร รายได้ของ พี่น้องเกษตรกร ตลอดถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นกระบวนการในการที่จะ จัดทําฝนหลวงนั้นได้ดําเนินการตามแนวทางพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และต่อมาภายหลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้มีการจัดตั้งสํานักฝนหลวงและการบินเกษตร ขึ้นมา ผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมไม่อยากเห็นเพียงแต่ว่าทางคณะรัฐมนตรีต้องการที่จะให้มี กรมใหม่เกิดขึ้นมาอีก ๑ กรม และมีอธิบดีเกิดขึ้นมาอีก ๑ คนเท่านั้น แต่ผมอยากจะกราบเรียน ถามท่านรัฐมนตรีว่าวันนี้เมื่อท่านยกฐานะขึ้นมาเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ภารกิจที่ท่าน ต้องการให้สนองตอบต่อปัญหาปัจจุบันที่เกิดขึ้น ท่านได้วางกรอบความคิดในเรื่องนี้ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ภารกิจในเรื่องของการจัดทํา ฝนหลวง ซึ่งผมถือว่าเป็นภารกิจที่สําคัญ ซึ่งในวันนี้เมื่อเราทราบดีนะครับว่าเรามีปัญหา เรื่องโลกร้อน เรามีปัญหาเรื่องสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เอลนีโญ (El Nino) ลานีญา (La Nina) เรามีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนฐานพื้นที่จากการทําการเกษตรไปเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ก็กระทบต่อการที่จะไปดําเนินการในการที่จะทําฝนหลวงให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เกษตรกร เพราะฉะนั้นกรอบภารกิจในส่วนของการจัดทําฝนหลวงนั้น ท่านได้มีการวางกรอบไว้อย่างไร นี่เป็นประการแรกครับ
ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของประสิทธิภาพ เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง ฐานการบินเกษตรเพื่อที่จะรองรับในการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีในกรณีที่เกิดภัยแล้ง แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่าถึงแม้ว่าเราจะเป็นกรมขึ้นมา เราจะมีฐานการบินขึ้นมา แต่ถ้าเราไม่มี ความชื้นในอากาศที่เพียงพอ และไม่มีกระบวนการในการจัดทําให้ตรงต่อเวลา ผมคิดว่า ก็ไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนถาม ก็คือว่าท่านจะบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมฝนหลวงอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงไอซีที (ICT) กรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานของท่านเอง หรือแม้แต่ ในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อกี้ก็มีคนเสนอว่าจริง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับใหญ่ เช่นองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผมคิดว่าเขาก็มีความสามารถที่จะเข้ามาบูรณาการ ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ได้ ผมไม่แน่ใจว่าท่านวางหลักเหล่านี้ ไว้อย่างไร และแน่นอนที่สุดครับ ในยุคปัจจุบันนี้เราพบความจริงว่าแม้แต่ภาคเอกชน ภาคเอกชนที่ทําฟาร์มขนาดใหญ่ ผมคิดว่าเขาต้องมีส่วนเข้ามาบูรณาการในการที่จะดําเนินการ ที่จะทําฝนหลวง และในการที่จะเข้ามาเกื้อกูลที่จะใช้ฐานบินการเกษตร หรือแม้แต่เขาจะมี เครื่องบินเองในอนาคตเพื่อร่วมมือกับกรมฝนหลวงที่จะเกิดขึ้นเพื่อป้องกันหรือเพื่อต้องการ ที่จะให้มีปริมาณน้ําและความชื้นเพียงพอที่จะทําการเกษตร นี่คือประเด็นแรก คือเรื่องของ ภารกิจที่ผมอยากจะกราบเรียนถามเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ประการที่ ๓ สิ่งที่เราเป็นห่วงกันมากครับท่านประธาน ก็คือเรื่องงบประมาณ ก็โชคดีว่าท่านเสนอเข้ามาในช่วงนี้ ก่อนที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ ๒๕๕๖ จะเสนอเข้าสู่สภาในวันที่ ๒๑ วันที่ ๒๒ วันที่ ๒๓ นี้ แต่ผมอยากจะเรียนว่า ตามที่เป็นข่าวคราวนะครับว่าสํานักฝนหลวงนั้นเวลาเกิดมีปัญหาภัยแล้ง แล้วก็มีข้อเรียกร้อง จากกลุ่มพี่น้องเกษตรกร หรือจากทางจังหวัดต่าง ๆ นั้น ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปบริการได้ อย่างทันท่วงที เพราะว่าขาดสารเคมี ขาดเครื่องบินที่จะไปดําเนินการ หรือแม้แต่ขาด งบประมาณที่จะไปดําเนินการ ผมคิดว่าวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยุคใหม่ควรจะมี ฐานข้อมูลที่ชัดเจนนะครับว่าเรามีภัยแล้งซ้ําซากในจังหวัดใดบ้าง และเรามีข้อมูลเพิ่มเติม ได้ไหมครับว่าพื้นที่ใดที่เรามีความจําเป็นและช่วงจังหวะใดที่เรามีความจําเป็นที่จะต้องทําฝนหลวง ผมคิดว่าเราสามารถที่จะวางกรอบในการที่จะดําเนินการในส่วนนี้ และถ้าสามารถวางกรอบ ตามภารกิจข้อที่ ๑ ได้ ข้อที่ ๒ ผมคิดว่าท่านก็สามารถที่จะจัดตั้งงบประมาณ แล้วผมอยากจะให้ ดําเนินการได้ทันนะครับ ที่เรียนถามท่านให้ได้ทันในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ครับ
ประการสุดท้าย สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถาม คือเรื่องบุคลากร เพราะว่า ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ได้กําหนดไว้ชัดเจนนะครับว่า ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ ภารกิจ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากําลังต่าง ๆ ที่จะมา ดําเนินการนะครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าผมไม่ต้องการที่จะให้เป็นเพียงแต่ชื่อกรม กรมหนึ่งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ว่ากระบวนการของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เขาไม่ได้ผลประโยชน์ตามมาเลยครับ ได้เฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น นี่คือสิ่งที่เรา เป็นห่วงกันอยู่ตลอดเวลา เวลาเรามีการขยายงาน เวลาเรามีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ เพื่อมีการจัดตั้งกรมต่าง ๆ ขึ้นมา และแน่นอนในยุคหลังนี้ท่านรัฐมนตรีก็ทราบดีว่าเวลาเราเสนอ เรื่องเหล่านี้เข้ามาก็จะมี ก.พ.ร. จะมีสํานักงบประมาณที่คอยสอบถามว่ามีการเพิ่มเติม งบประมาณหรือไม่ มีการเพิ่มเติมจํานวนบุคลากรหรือข้าราชการหรือไม่ ผมก็อยากจะเรียนถาม รายละเอียดต่อท่านรัฐมนตรีที่เสนอร่างกฎหมายนี้เพื่อจะได้ยกมือเห็นชอบในหลักการ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ก็จะนําไปพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ