รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ มีผู้มาลงชื่อประชุม ๓๓๗ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบวาระ เลยนะครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับอาจารย์และนักศึกษาสาขานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๕๖ ส. เรื่อง นโยบายการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ และการตัดต้นไม้รวมทั้งการลักลอบขนไม้เถื่อน (นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ เชิญท่านชาดาครับ
(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม กระทู้ถามสดของดิฉันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วดิฉันเพิ่งจะถามไปได้ครั้งเดียว และยังไม่ได้รับคำตอบจากท่านรองนายกรัฐมนตรีคราวที่แล้ว ท่านประธานก็ชิงหนีปิดประชุม แล้ววันนี้ดิฉันจะต้องถามกระทู้เมื่อคราวที่แล้วต่อ อยากทราบคำตอบ แล้วประธานจะให้ กระทู้ถามสดที่ ๑ เป็นของคนอื่น แล้วของดิฉันไปไหนคะ ท่านจะให้ดิฉันถามต่อไหมคะ
ท่านรังสิมาครับ วันนั้นผมได้วินิจฉัยไปแล้วว่าถ้าไม่ถาม ผมถือว่ากระทู้ถามตก แล้วผมก็ได้เตือนหลายครั้ง บอกว่าผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่าถ้าไม่ถามก็ถือว่ากระทู้ถามตกตามข้อบังคับ ผมไม่ได้ เตือนครั้งเดียว เตือนหลายครั้งแล้วก็ไม่ถาม สุดท้ายผมก็ได้วินิจฉัยชัดเจนไปแล้วนะครับ ถือว่ากระทู้ถามได้ตกไปแล้วครับ เชิญท่านธนาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะต้องกราบเรียนหารือกับท่านประธานถึงดุลยพินิจในการวินิจฉัยของ ท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ ผมเกรงว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภา ผมกราบเรียน อย่างนี้ครับ สิ่งที่ท่านสมาชิกรังสิมา รอดรัศมี ได้ลุกขึ้นสอบถามท่านประธานว่าในการประชุม ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาที่กระทู้ถามสดของท่านรังสิมา ท่านประธานก็บอกว่าเมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มาก็ให้ท่านรังสิมาถาม เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ท่านรังสิมาได้ลุกขึ้นถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี ถามไปแล้วว่าวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีไปกับท่านนายกรัฐมนตรี หรือไม่ แล้ววันนั้นมีคุยกันเรื่องอะไรและมีใครอยู่บ้าง แต่เมื่อท่านรองนายกรัฐมนตรีกำลัง ที่จะตอบ ท่านลุกขึ้นยืนแล้วครับ ก็มีสมาชิกจากพรรครัฐบาลลุกขึ้นมาขอให้ท่านรังสิมา ถอนคำพูด ซึ่งท่านประธานก็วินิจฉัยให้ท่านรังสิมาถอนคำพูด แต่เมื่อท่านรังสิมาไม่ถอน คำพูดท่านประธานวินิจฉัยว่าถ้าไม่ถอนคำพูดผมถือว่ากระทู้ถามตกไป ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าวินิจฉัยของท่านประธานไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุม กรณีที่กระทู้ถาม จะตกไปนั้นมีได้ ๔ กรณีครับท่านประธาน คือ ๑. เมื่อถึงระเบียบวาระกระทู้ถามของผู้ใด ถ้าผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ถาม หรือไม่อยู่ในที่ประชุม วันนั้นท่านรังสิมาถามแล้วและรอฟังคำตอบ ๒. สมาชิกภาพของผู้ตั้งกระทู้ถามสิ้นสุดลง นั่นหมายถึงว่าอาจจะถูกศาลเพิกถอนสิทธิ การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓. คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง และสุดท้าย ๔. อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานครับว่าสิ่งที่ท่านประธานวินิจฉัยไม่ได้อยู่ในข้อบังคับที่ทำให้กระทู้ถามสดของ ท่านรังสิมาตกไป แต่ถ้าท่านประธานใช้ดุลยพินิจอย่างนี้ผมถือว่าเป็นการขัดขวางการทำงาน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎรครับ ในอนาคตถ้าบรรทัดฐานที่ท่านประธาน ทำไว้อย่างนี้เกิดท่านประธานต้องการปิดปากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานก็ใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยอย่างนี้ไม่ให้สมาชิกพูดและเมื่อสมาชิกไม่ยอมทำตาม ที่ท่านประธานวินิจฉัยท่านก็จะเชิญตัวท่านสมาชิกออกจากห้องประชุมแล้วท่านก็ถือว่ากระทู้ถาม หรือสิ่งที่ท่านสมาชิกทำอยู่นั้นตกไปด้วย ซึ่งการวินิจฉัยของท่านประธานสุ่มเสี่ยงต่อการขัดขวาง การทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างยิ่ง ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานตั้งสติแล้วก็วินิจฉัยใหม่เถอะครับ เราสมาชิกรัฐสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนทำผิดพลาดกันได้ แต่ทำผิดพลาดแล้วท่านต้องยอมรับครับ เพราะท่านเป็นประมุข ฝ่ายนิติบัญญัติ พี่น้องประชาชนติดตามกันว่าสภาแห่งนี้จะทำหน้าที่อย่างถูกต้องเที่ยงตรง โดยเคารพการทำหน้าที่ของผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างไร กราบเรียนท่านประธานครับ
คุณหมอชลน่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาต ท่านประธานในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกขึ้นถามหรือหารือท่านประธานเกี่ยวกับ เรื่องกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิกนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ถามว่าคำวินิจฉัยท่านประธานชอบด้วยข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ตรงนี้เองต้องดูที่เหตุการณ์และสถานการณ์ เพราะเท่าที่ผมฟังเพื่อนสมาชิกได้ยกขึ้นมา เสมือนว่าเป็นการวินิจฉัยลักษณะที่ไม่ใช่คำถามของกระทู้ถามก็เสมือนว่าไม่ได้ถามข้อเท็จจริง จะถูกจะผิดอันนั้นคือเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งสำคัญที่สุดก็คือว่าถ้าวันนี้เพื่อนสมาชิก จะถามกระทู้ถาม ถึงแม้กระทู้ถามจะถูกวินิจฉัยให้ตกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ (๑) ถ้าผู้ถาม ไม่ถาม คือไม่ถาม ถึงระเบียบวาระไม่ถามก็ตกไป แต่คำถามของเพื่อนสมาชิกต้องขออนุญาต เผอิญผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุมและอยู่ค่อนข้างห่างก็อาจจะถามที่ไม่เกี่ยวกับกระทู้ถามอันนั้น ก็ว่ากันไป แต่ถ้าไม่ได้ถามก็คือตกไป เมื่อบรรจุแล้วมีผู้มาตอบแล้วก็คือตกไป แต่ตรงนั้น ก็ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือจะตกไม่ตกเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นถ้าสมาชิกมีความประสงค์ ที่จะถามในสัปดาห์ต่อมาก็สามารถที่จะมายื่นเป็นกระทู้ถามสดได้ ไม่มีข้อบังคับข้อใดห้าม ก็สามารถมายื่นใหม่ได้ ทำไมต้องยื่นใหม่ครับ ยื่นใหม่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ และข้อบังคับที่ว่าด้วยการถามกระทู้ถาม ก็เพียงแต่ยื่นใหม่เท่านั้นเอง เมื่อยื่นใหม่ ท่านประธานก็เพียงแต่วินิจฉัยว่าเข้าลักษณะของกระทู้ถามไหม ถ้าไม่เข้าลักษณะกระทู้ถาม ก็ถือว่าไม่บรรจุ ก็เป็นไปตามบทบัญญัติข้อบังคับ อย่างกรณีสมาชิกมีความประสงค์จะถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีแจ้งว่าวันนี้ไม่สามารถมาตอบได้เลยเนื่องจากว่า ติดภารกิจสำคัญ รัฐธรรมนูญและข้อบังคับก็เขียนให้ กระทู้ถามนั้นก็ไม่ต้องบรรจุในวาระ ในวันนี้ก็สามารถไปถามวันใหม่ได้ ลำดับก็ควรจะเป็นไปอย่างนั้น ไม่ได้มีข้อซับซ้อนอะไร กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ถ้าเราเจตนาที่จะทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองจริง ๆ แล้ว ทุกฝ่ายก็ต้องดูว่าอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร ผมสนับสนุนท่านประธานในการ ที่จะทำหน้าที่ให้เป็นกลาง เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าถูกขัดขวาง ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ท่านประธานจะขัดขวางการทำหน้าที่สมาชิก ฝากท่านประธานครับ ให้โอกาสกับทุกฝ่ายให้เป็นไปตามข้อบังคับและบทบัญญัติรัฐธรรมนูญครับ
เดี๋ยวทีละท่าน นะครับ ท่านรังสิมาแล้วก็จะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันประท้วงท่านประธานนะคะ ดิฉันยืนประท้วงท่านทำมองเป็นไม่เห็น ถึงดิฉันได้บอกว่า ท่านคงจะตาเหล่มองอยู่ซีกขวาอย่างเดียว ท่านไม่
ท่านครับ ท่านต้องให้เกียรติประธานด้วยนะครับ ทีนี้มีการประท้วงก็ต้องให้ประท้วงทีละคนให้จบก่อน ผมไม่ได้ผิดอะไรนะครับ ต้องให้ผู้ประท้วงใช้สิทธิประท้วงให้จบก่อนแล้วท่านจะประท้วงอะไร ก็ว่าต่ออีกทีหนึ่ง แล้วท่านมาพูดอย่างนี้มันทำให้สภาเราเสียหาย ไม่ให้เกียรติประธาน เชิญ คุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ
ทีอย่างนี้ประท้วงท่านอนุญาตให้ ท่านชลน่านพูด ดิฉันประท้วงท่านต้องฟังดิฉันก่อนสิคะ ต้องให้ดิฉันเสร็จก่อนก็เมื่อสักครู่ ท่านเพิ่งพูดไปเมื่อสักครู่ว่าต้องให้คนประท้วงเขาพูดจบก่อน
ท่านครับ มีผู้ประท้วงเขาต้องดำเนินการประท้วงจนจบเสร็จแล้วถ้าผู้ประท้วงดำเนินการผิดข้อบังคับ ถ้ามีผู้ประท้วงผมเห็นว่ามันมีการผิดข้อบังคับผมก็สามารถอนุญาตได้ เป็นดุลยพินิจ ของประธานครับ
ดุลยพินิจของประธานเป็นแบบนี้ ถึงได้เป็นแบบนี้ประธาน ต้องฟังดิฉันก่อนเหตุผลว่าท่านชลน่านยกมือไม่ได้ประท้วงนะคะ เมื่อสักครู่ไม่ได้ประท้วง ดิฉันถึงได้ต้องประท้วง พอดิฉันประท้วงพูดยังไม่ทันเสร็จ
ท่านครับ ถ้ามีผู้ประท้วงผมต้องอนุญาตให้ประท้วงแล้วต้องให้ประท้วงจนจบ แต่ระหว่างที่ประท้วง มีการทำผิดข้อบังคับ มีผู้ประท้วงซ้อนขึ้นมาผมก็จะอนุญาตให้ผู้ประท้วงซ้อนขึ้นมาได้ ประท้วงได้ในกรณีอย่างตอนนี้
ท่านกรุณาฟังดิฉันก่อนสิคะ ท่านยังไม่ได้ฟังเลยประท้วงว่าอย่างไร
ท่านต้องฟังผม ท่านต้องให้เกียรติประธานด้วย ผมอนุญาตท่าน
ท่านประธานไม่เป็นกลาง ดิฉันถึงไม่ค่อยให้เกียรติ ท่านเป็นกลางหน่อยสิคะ ท่านเล่นไม่มอง ทำเป็นไม่เห็น จริง ๆ แล้ว ท่านต้องให้ดิฉันพูดตั้งแต่ระหว่างที่ท่านที่ขึ้นอภิปรายได้พูดแล้ว แต่ท่านรอให้พูดจนเสร็จ แล้วให้ดิฉันประท้วงแล้วท่านก็ไม่ยอมฟังเลย แล้วท่านก็กดให้อีกฝ่ายหนึ่งพูด สังเกตไหมคะ อย่างเวลาดิฉันพูดท่านไม่เคยกดไมค์เลย
ท่านครับ ตกลง ที่นี่มีประธานหรือเปล่าครับ ท่านต้องให้เกียรติประธานด้วยนะครับ เอาอย่างนี้ครับ ผมจะให้ เกียรติเป็นพิเศษ ให้ท่านประท้วงต่อจนจบแล้วก็ยืนประท้วงอยู่เต็มตรงนี้ ผมยังไม่อนุญาต ท่านประท้วงให้จบก่อน เชิญครับ
ถ้าท่านวินิจฉัยอย่างนี้พอใช้ได้ ดิฉันพอรับได้ แต่ถ้าวินิจฉัยแบบเมื่อกี้นี้ดิฉันรับไม่ได้นะคะ คือว่าดิฉันประท้วงท่านชลน่าน ที่บอกว่าท่านไม่ได้อยู่ในที่ประชุมเลยไม่รู้ว่าดิฉันพูดอะไร แต่ไม่รู้ว่าดิฉันพูดอะไรแต่บอกว่า ดิฉันถามกระทู้ถามสดที่มันไม่ได้เป็นคำถามของกระทู้ถามสด แล้วท่านไม่ได้อยู่ท่านรู้ได้อย่างไร ท่านก็พูดด้วยตัวท่านเอง อย่างนี้เท่ากับดิฉันหาเรื่องหรืออย่างไร ใครมันหาเรื่องใครกันแน่ ท่านประธาน อยากให้ท่านชลน่านถอนว่าดิฉันถามกระทู้ถามไม่ใช่เรื่องของกระทู้ถามสด ก็เมื่อรองนายกรัฐมนตรีมาตอบดิฉัน ดิฉันก็ต้องถามสิว่าที่มาตอบแทนท่านขึ้นไปที่ชั้น ๗ ด้วยหรือเปล่า ถ้าขึ้นไปแล้วเขาพูดว่าอย่างไร
ท่านอย่าเพิ่งไป ถึงตรงนั้นเลยครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ใช้สิทธิประท้วงและพาดพิง ประท้วงท่าน ส.ส. รังสิมา ทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ใช้วาจาไม่สุภาพ ดูถูกประมุขแห่งสภาแห่งนี้ว่าตาเหล่ อันนี้ต้องถอนครับ นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมลุกขึ้นผมไม่เคยพูดให้ร้าย กล่าวร้ายท่าน ส.ส. รังสิมา แม้สักนิดเดียว ผมเพียงแต่พูดในหลักการว่าสมาชิกถ้าได้ถามหรือไม่ถาม ผมใช้คำว่า ถ้าไม่ถาม ก็ตกไป เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมเพียงแต่บอกว่าฟังจากท่านธนาประท้วงท่านประธาน เสมือนท่านรังสิมาไม่ได้ถามกระทู้ถาม แต่ถามว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีอยู่ในเหตุการณ์ หรือไม่ ผมก็ยังให้ใจท่านบอกว่าท่านอาจจะยังไม่ถามกระทู้ถามก็จะเป็นข้อวินิจฉัยของ ท่านประธานว่าตกหรือไม่ตกได้ ผมเพียงแต่สรุปว่าเหตุการณ์มันผ่านไปแล้วจะเอาเรื่องนั้นมา ฟื้นใหม่มันก็จะไม่ได้เป็นประโยชน์กับสภา ผมเพียงแต่เสนอว่าถ้าท่านจะถามใหม่ก็ยื่นใหม่ เท่านั้นเอง นี่สิทธิพาดพิง ไม่ได้กล่าวร้ายท่านเลยครับ เพียงแต่มีข้อเสนอแนะท่านเองว่า วันนี้ถ้าท่านไม่ยื่นก็ไม่มีสิทธิถามครับ เอาแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
เมื่อกี้ค้างไว้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ไม่เป็นครับผมไม่ถือสา
เพราะท่านประธาน ตาไม่เหล่ ผมหารือท่านประธานนิดเดียวครับ เพราะหลายคนก็บอกว่าท่านประธานทำตัว ไม่เป็นกลาง แต่ผมกลับชื่นชมว่าท่านประธานกับท่านรองประธานใจกว้าง บางครั้งมีการยื่น กระทู้ถามสดซึ่งขัดต่อข้อบังคับ ผมก็ไปนั่งศึกษา ผมอยากให้สภาแห่งนี้มีคุณภาพ มีหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ไม่ใช่หลักของการตามใจ ท่านประธานกรุณาสักนิดเถอะครับ การตั้งกระทู้ถามสดและกระทู้ถามทั่วไปมีข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดเอาไว้ในหมวด ๘ ข้อ ๑๔๓ ถามได้แต่ก็ห้ามไว้ ๘ ประการ ๑. เป็นเชิงประชดเสียดสีหรือกลั่นแกล้งใส่ร้าย ๒. เคลือบคลุมหรือเข้าใจยาก ๓. เป็นเรื่อง ที่ได้ตอบแล้วหรือชี้แจงแล้วว่าไม่ตอบ ๔. เป็นเรื่องที่มีประเด็นคำถามซ้ำกับกระทู้ถาม ซึ่งมีผู้เสนอมาก่อน ๕. เขาห้ามเป็นการออกความเห็น ๖. เขาห้ามเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ๗. เขาห้ามเป็นเรื่องที่ไม่มีสาระสำคัญ และ ๘ ผมอยากให้ท่านประธานหรือรองประธาน ใช้ดุลยพินิจที่กระผมกราบเรียน ผมไม่ได้สอนท่านแต่ผมเสนอแนะ ข้อสุดท้ายเขาบอกเลย เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลใด เว้นแต่ที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ราชการ เขียนชัดครับ ๘ ข้อ มีกำหนด เรื่องส่วนตัวถามไม่ได้ แต่ประธานก็ยังกรุณาบรรจุ ๆ ต่อไปนี้ผมกราบท่านประธาน ให้ประธานได้เคร่งครัด ถ้าเข้าเหตุต้องห้าม ๘ ข้อ ก็ไม่ควรบรรจุ แล้วก็ชี้แจงต่อสังคมได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านธนา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิในการอภิปรายถึงการทำหน้าที่ในการบรรจุกระทู้ถามสดของท่านประธาน ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อที่จะแสดงให้เห็นเหตุผลว่าสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ลุกขึ้น ชี้แจงนั้นไม่ได้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เรื่องนี้เมื่อท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงให้ที่ประชุมได้ทราบว่าลักษณะของกระทู้ถามสด ที่ท่านรังสิมาได้ยื่นกระทู้ถามสดในเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ผมเข้าใจความหมายของ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมครับ ท่านหมายถึงว่าเป็นข้อห้ามตามข้อ ๑๔๓ (๘) เป็นเรื่องส่วนตัว ของบุคคลใด ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ วันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมไม่ได้อยู่ ในที่ประชุมหรืออาจจะไม่ได้ฟัง วันนั้นท่านประธานรัฐสภาได้เรียกท่านรังสิมาไปพบแล้วว่า คำถามในลักษณะที่เป็นเรื่องส่วนตัวนั้นขอให้หลีกเลี่ยง แล้วก็ให้เปลี่ยนลักษณะของกระทู้ถามสด ท่านรังสิมาได้เปลี่ยนกระทู้ถามสดแล้ว และดุลยพินิจของท่านประธานรับกระทู้ถามสดนั้น บรรจุในระเบียบวาระการประชุมสภา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมวิตก กังวลว่ากระทู้ถามสดนั้นเป็นข้อห้ามตามข้อ ๑๔๓ ก็คงจะตกไป เพราะเมื่อท่านประธาน ได้วินิจฉัยว่าเป็นกระทู้ถามสดตามข้อบังคับแล้วจึงบรรจุ แต่ผมจำเป็นต้องกราบเรียนครับ สิ่งที่ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม พยายามพูดให้เห็นว่าวันนั้นเป็นการทำงาน หรือทำเรื่องส่วนตัว ของท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งไม่มีสิทธิสอบถาม ขออนุญาตนิดเดียวครับ คนเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นตลอด ๒๔ ชั่วโมงครับ คนเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นจะต้องมีวุฒิภาวะมากกว่าคนปกติธรรมดา เพราะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์ความผาสุกของพี่น้องประชาชน วันนั้น เป็นวันประชุมสภาซึ่งเป็นเวลาราชการครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกจากที่นี่ไปโดยแจ้ง ว. ๕ หรือราชการลับ ราชการลับนะครับ หลังจากนั้นท่านก็ไปปรากฏตัวที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ชั้น ๗ ที่ประชุม
ผมว่าอย่าเลยไป ถึงตรงนั้นเลยครับ ประเด็นที่ถกกันอยู่ตอนนี้ คือกระทู้ถามของท่านรังสิมาตกไปหรือยัง ประเด็นมีแค่นี้ครับ อย่าพูดเลยไปไกลถึงขนาดนั้น ผมคงไม่อนุญาตแล้ว เชิญท่านเกียรติ์อุดม
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงตามข้อ ๘ อยากให้ท่านประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแล้วก็ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับ ผมอยากจะให้ท่านประธานใช้ข้อ ๑๕๐ กระทู้ถามใดที่ประธานสภาพิจารณาเห็นว่า เหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ประธานสภาผู้แทนราษฎรอาจสั่งให้นำออกจากการรอบรรจุ ระเบียบวาระการประชุมได้ เมื่อได้รับความยินยอมของผู้ตั้งกระทู้ถาม ผมก็เลยอยากจะ หารือท่านประธานว่า
ตกลง ท่านประท้วงท่านธนาหรือครับ ต้องประท้วงว่าท่านธนาผิดข้อไหน ไม่ใช่กรณีที่พูดเมื่อสักครู่ เอาละครับ พอสมควรครับ นั่งเถอะครับ ผมคงไม่อนุญาตอีกแล้ว ประเด็นอยู่ที่ว่ากระทู้ถาม ของท่านรังสิมาตกไปหรือยัง ประเด็นมีอยู่แค่นี้ ท่านพูดในประเด็นสิครับ ถ้าพูดในประเด็น ผมจะอนุญาต เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะไม่ ลุกขึ้นมาพูดเลยถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้ขึ้นมาใช้สิทธิอภิปรายว่าเป็นกระทู้ถามสด ตามข้อบังคับหรือไม่ กราบเรียนท่านประธานครับ วันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีหลังจาก เหตุการณ์ก็มาตอบเองครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปประชุมที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น สิ่งที่ท่านรังสิมา สอบถามก็คือว่าวันนั้นเป็นเวลาราชการ แล้วหลังจากนั้นก็มีความปรากฏว่ามีนักธุรกิจมาร่วม ประชุมกันมากมาย
ท่านครับ มันเกี่ยวอะไรกับประเด็นที่ถกกันอยู่ มันลงไปรายละเอียดแล้ว ผมกลับเข้าประเด็นครับ กระทู้ถามสดของท่านรังสิมาตกหรือยัง ประเด็นนี้เท่านั้นครับ ผมไม่อนุญาตใครแล้วครับ ถ้าจะหารือผมอนุญาตให้หารือเฉพาะตกหรือยังเท่านั้นตามข้อบังคับ อย่างอื่นไม่มีครับ
ท่านประธานครับ ผมก็เลยเรียนว่า กระทู้ถามสดของท่านรังสิมาไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็น
ท่านครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ นั่งเถอะครับ ประเด็นที่อนุญาตให้หารือ คือกระทู้ถามสดตกหรือไม่ เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่นนะครับ ท่านจ่าประสิทธิ์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ กระผมขอประท้วงผู้อภิปรายทำผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ และกระผมขอประท้วงท่านประธาน ให้ดำเนินการตามกฎข้อบังคับ ข้อ ๘ กรณีที่คุณรังสิมา รอดรัศมี ฉี่ฉุนนี้นะครับ
ท่านถอนเถอะครับ
ได้ยื่นกระทู้ถามสด
ท่านถอนเถอะครับ ฉี่ฉุนเมื่อสักครู่นะครับ ถอนเถอะครับ
ท่านประธานครับ กรณีคุณรังสิมา รอดรัศมี
ท่านครับ ถอนเถอะครับ ถอนคำว่า ฉี่ฉุน เมื่อสักครู่ครับ
คำว่า ฉี่ฉุน เพราะวันนั้นผมไป นั่งทานข้าว แกเข้าไปห้องน้ำใกล้ ๆ ฉี่แกฉุนครับ
ครับ ท่านถอน อีกทีครับ ถอนเถอะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านถอนครับ ถอนก่อนครับ
ผมถอนไปแล้วนะครับ
ถอนอีกรอบหนึ่งครับ
ถอนครับ ท่านประธานครับ คำวินิจฉัยของท่านประธานเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วได้เสร็จสิ้นไปแล้ว เพราะเปิดโอกาสให้ คุณรังสิมาถาม ท่านประธานก็ย้ำอยู่บ่อย ๆ ว่าต้องถาม ถ้าไม่ถามถือว่ากระทู้ถามตกไป จนมีเหตุเรื่องวุ่นวาย วันนั้นท่านประธานให้ตำรวจสภาเข้ามาเอาตัวออกไป แล้วท่านประธาน ก็วินิจฉัยไปแล้วว่ากระทู้ถามได้ตกไปแล้ว แต่วันนี้มาถามต่อได้อย่างไร แล้วสภามันจะเดินไป ได้อย่างไรครับท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
เชิญท่านมัลลิกาครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขอประท้วง ท่านประธานนะคะ ขอให้ท่านประธานควบคุม แล้วก็ฝากถึงท่าน ส.ส. ฝ่ายพรรคเพื่อไทย กรุณาให้เกียรติสตรี ดิฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทู้ถามในวันนี้ แต่ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านประธาน สตรีที่นั่งอยู่ในที่นี้หลาย ๆ ท่าน ไม่สมควรอย่างยิ่ง แล้วท่านเป็นสุภาพบุรุษ
ท่านมัลลิกา กรณีนี้ผมวินิจฉัยแล้ว ให้ถอนแล้วครับ พอเถอะครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอตอบคำถาม ท่านประธานสั้น ๆ ครับ ท่านประธานให้พวกเราช่วยกันวินิจฉัยว่ากระทู้ถามตกหรือไม่ ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่ากระทู้ถามไม่ตกครับ ที่ไม่ตกเพราะข้อบังคับระบุไว้ชัดเจนว่า กระทู้ถามจะตกนั้นขึ้นอยู่กับ ๒ กรณีเท่านั้น กรณีที่ ๑ ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่อยู่นะครับ กับกรณีที่ ๒ อยู่แต่ไม่ถาม แต่สำหรับกรณีของคุณรังสิมาวันนั้นคุณรังสิมาได้ตั้งกระทู้ถามแล้ว และได้ตั้งคำถามที่ ๑ แล้ว เพียงแต่ว่าขณะที่ผู้มาตอบกระทู้ถามคือท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ยุทธศักดิ์ กำลังลุกขึ้นตอบ เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นในสภา แล้วก็ยังไม่ได้ทันได้ตอบ ท่านประธานก็ได้ดำเนินการให้มีการยุติการประชุม เพราะฉะนั้นถือว่ากระทู้ถามนี้ยังค้างอยู่ในสภา และต้องดำเนินการต่อไปในสัปดาห์นี้ให้จบสิ้นขั้นตอนกระบวนการ ส่วนกรณีที่ท่านประธาน ได้อ้างว่าท่านได้วินิจฉัยไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาว่ากรณีกระทู้ถามของ คุณรังสิมาตกไปเพราะคุณรังสิมาไม่ยอมถอนคำพูดตามคำสั่งท่านประธาน ผมกราบเรียนว่า ท่านประธานมีอำนาจที่จะสั่งให้คุณรังสิมาถอนคำพูดได้ แต่การวินิจฉัยว่ากระทู้ถามตก หรือไม่ ท่านประธานจะวินิจฉัยนอกข้อบังคับ คือคุณรังสิมาไม่ถอนก็เลยวินิจฉัยให้ตกไม่ได้ เพราะจะตกได้กรณีไม่อยู่ กับอยู่แต่ไม่ถามอย่างที่กระผมกราบเรียนเท่านั้น ถ้าสมมุติว่า เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นในสภาแล้วถือว่ากระทู้ถามตก ต่อไปก็จะเป็นประเด็นว่าถ้ามีกระทู้ถามใด ที่รัฐบาลไม่ประสงค์ที่จะตอบและหลีกเลี่ยงที่จะตอบเหมือนกรณีกระทู้ถามของคุณรังสิมา ก็จะมีการสร้างเหตุจนในที่สุดนำไปสู่การปิดการประชุม แล้วก็เท่ากับว่ากระทู้นั้นตกไปนะครับ ต่อไปฝ่ายค้านปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เลยถ้าเป็นเช่นนี้ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า กระทู้ถามนี้จึงยังไม่ตก คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อสักครู่ว่า ทำไมไม่ไปตั้งกระทู้ถามใหม่ในสัปดาห์นี้ ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าที่ไม่ตั้งกระทู้ถามใหม่ เพราะประเด็นที่ ๑ เราวินิจฉัยว่ามันยังไม่ตกอย่างไรครับ เมื่อยังไม่ตกก็ไม่จำเป็นต้องตั้งใหม่
และประการที่ ๒ ถ้าสัปดาห์นี้คุณรังสิมาไปตั้งกระทู้ถามใหม่ ท่านประธาน ก็อาจจะอ้างข้อบังคับ ข้อ ๑๔๔ ที่ระบุว่าจะตั้งกระทู้ถามขึ้นใหม่ได้ในเมื่อสาระสำคัญต่างกัน แต่กรณีนี้เป็นกระทู้ถามเดิมสาระสำคัญไม่ได้ต่างกันท่านประธานก็อาจจะวินิจฉัยว่า เมื่อเป็นเรื่องที่มีประเด็นคำถามซ้ำกับกระทู้ถามที่มีผู้เสนอมาก่อน คือตัวคุณรังสิมา ๑ กับ รังสิมา ๒ ซ้ำกัน ท่านประธานอาจวินิจฉัยไม่ให้ตั้งกระทู้ถามอีก เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเด็น ที่พวกกระผมต้องรักษาสิทธิ คุณรังสิมายังมีสิทธิที่จะถามต่อและถือว่ากระทู้ถามยังไม่ตกไป และเป็นเหตุผลที่ทำไมพวกกระผมไม่ตั้งกระทู้ถามใหม่ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ที่ท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้กรุณากล่าวชื่อผมแล้วก็อ้างเอาคำอภิปรายผมไปสนับสนุน คำอภิปรายของท่าน ผมขออนุญาตชี้แจงครับไม่อย่างนั้นผมเสียหาย ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมนำเรียนเรื่องของประเด็นที่ต้องยื่นกระทู้ถามใหม่ กรณีเป็นกระทู้ถามสดนะครับ ด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ ข้อบังคับที่เขียนรองรับมาตรา ๑๕๗ เช่นเดียวกันครับ ยื่นในสัปดาห์ที่จะถาม ผมไม่ได้ติดใจว่าตกไม่ตกหรอกครับ ถ้าตกด้วยประธานวินิจฉัยนั่นคือ สิ่งที่ประธานวินิจฉัยในสภา นั่นคือความเข้าใจของคนทั่วไปครับ แต่ความเข้าใจของสมาชิก อาจจะบอกไม่ตก แต่คำวินิจฉัยนั้นปรากฏอยู่ในสภาแล้วเหตุการณ์นั้นจบไป เมื่อท่านต้องการถาม ในสัปดาห์ใหม่ก็ต้องยื่นในสัปดาห์ใหม่เพราะรัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ชัดเจน ท่านไปอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ ข้อบังคับให้ยื่นใหม่ทุกครั้ง แล้วผมก็ยังบอกว่าถึงแม้ กระทู้ถามตกไปแล้วนะครับ หรือใช้คำว่าเลื่อนมาจากการที่ผู้ตอบไม่สามารถมาตอบได้ ขอเลื่อนไปก็ต้องมายื่นใหม่ตามข้อบังคับ ก็เข้าสู่ระเบียบตามข้อบังคับเท่านั้นเองครับ นั่นคือประเด็นที่ผมชี้แจงครับ ไม่ได้ไปตัดสิทธิใครเลยครับ จะอ้างว่าไม่ตกแล้วมาถาม ในสัปดาห์นี้ไม่มีในข้อบังคับครับ ท่านประธานทำไม่ได้ครับ
เอาละครับ พอสมควรแล้ว ที่จริงผมให้เกียรติสมาชิกได้หารือนะครับ แล้วกลายมาเป็นประท้วงกันวุ่นวายนี่ ก็เพราะอยากจะให้ได้มีการพูดคุยกัน ประเด็นมีอยู่ข้อเดียวเท่านั้น กระทู้ถามสดของท่านรังสิมา ถือว่าตกไปหรือยัง ประเด็นมีเท่านี้ครับ เพราะฉะนั้นผมได้ฟังความเห็นทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็ให้โอกาส ได้ประท้วงกันพอสมควร ก็เห็นว่าสมควรพอเหมาะพอสมแล้ว ฉะนั้นผมขอวินิจฉัยซ้ำว่า เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนซึ่งท่านรังสิมาได้ตั้งกระทู้ถามสดถามขึ้นมานี่ ในระหว่างเหตุการณ์ที่กำลังถาม หรือจะถามก็มีการประท้วงแล้วก็ให้มีการถอนคำพูด ผมก็ให้ท่านรังสิมาได้ถอนคำพูด ท่านก็ไม่ยอมถอน แล้วหลังจากนั้นผมก็ตอกย้ำว่าให้ท่านได้ถาม แต่ท่านก็ตอกย้ำกลับมาว่า ไม่ถาม ผมก็ย้ำกลับไปว่าให้ถาม ท่านก็ย้อนกลับมาบอกไม่ถาม ผมก็พูดเตือนหลายครั้งว่า ผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายแต่ไม่ได้เตือนครั้งเดียวนะครับ เตือนครั้งสุดท้ายหลายครั้งว่า ถ้าไม่ถามถือว่ากระทู้ถามตกนะครับ ท่านก็ยืนยันว่าไม่ถาม ผมถึงได้วินิจฉัยชัดเจนครับว่า อย่างนั้นถือว่าท่านไม่ถามก็ถือว่ากระทู้ถามตกไป ผมได้วินิจฉัยไปชัดเจนแล้วก็ถือว่า กระทู้ถามตกไปสมบูรณ์แล้วครับ เพราะฉะนั้นผมยืนยันคำวินิจฉัยเดิมของผม แล้วคำวินิจฉัยของประธานนี่ท่านสมาชิกที่อยู่ ข้างล่างเป็นคนร่วมกันเขียนกติกามาให้ผมเป็นคนใช้ข้อบังคับ แล้วกติกาที่ท่านได้ตกลงร่วมกันว่า น่าจะพอเหมาะพอสม ถ้าเกิดปัญหาเกิดขึ้นในสภามันหาที่สิ้นสุดไม่ได้ มันก็ทะเลาะเถียงกันอยู่ อย่างนี้ เลยให้สิทธิกับผู้ทำหน้าที่เป็นประธานใช้คำวินิจฉัยแล้วให้ถือว่าเป็นที่สุด ผมไม่ได้ตั้งเอง กติกานี้ ท่านเป็นคนตั้งให้ผมนะครับ เพราะฉะนั้นเหมือนกับฟุตบอล กรรมการให้ใบแดงแล้ว ต้องออกอย่างเดียวไม่มีสิทธิเถียง ต่อให้ให้แบบผิด ๆ ก็ยังต้องออกเลย แต่ถ้ามาพิสูจน์ทีหลังนี่ว่า กรรมการตัดสินผิด เขาก็จะลงโทษกรรมการเองในทีหลัง ก็ไม่ต้องไปเป็นกรรมการตัดสิน บอลโลกอีกต่อไปอะไรทำนองนี้ เพราะฉะนั้นกติกาตรงนี้ท่านเป็นคนกำหนดให้ผม แล้วผมได้ วินิจฉัยแล้วตามข้อบังคับก็ถือว่าเป็นที่สุด วันนี้ผมก็ยืนยันคำวินิจฉัยอีกครั้งว่ากระทู้ถามสด ได้ตกไปแล้ว ชัดเจนนะครับ ผมย้ำว่าได้บอกให้ท่านถาม ท่านก็บอกไม่ถาม แล้วผมก็บอก หลายครั้งท่านก็บอกไม่ถาม แล้วผมก็ยังย้ำอีกว่าขอย้ำเป็นครั้งสุดท้าย แล้วครั้งสุดท้าย หลายครั้งท่านก็ไม่ถาม ผมก็เลยวินิจฉัยก็ถือว่าจบแล้วครับ ชัดเจนครับ ชัดเจนมากเลยครับ ผมถือว่าจบแล้วครับ ท่านกำลังจะทำผิดข้อบังคับถ้าจะแย้งผมในเรื่องนี้ ท่านถ้าประท้วงกรณีเดิม ผมถือว่าท่านผิดข้อบังคับเสียเองนะครับ เพราะผมคำวินิจฉัยของประธานเป็นที่สุดแล้ว แต่ถ้าจะประท้วงประเด็นอื่นผมจะรับฟังครับ เชิญท่านธนาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อท่านประธานกล้าที่จะใช้ดุลยพินิจตัดสินเรื่องนี้แล้วท่านก็ยกมาว่า เป็นไปตามข้อบังคับที่พวกผมไปร่างให้กับท่าน ท่านเลือกใช้ข้อเดียว เลือกใช้ข้อเดียวมาตลอดว่า ประธานมีอำนาจวินิจฉัยแล้วถึงเป็นที่สิ้นสุด ทำไมท่านไม่ดูทุกมาตราในข้อบังคับล่ะครับว่า ท่านประธานต้องทำอะไรบ้าง ท่านประธานต้องดูแลการประชุมให้เป็นไปโดยเรียบร้อย ตามข้อบังคับการประชุมสภา ทำไมท่านหยิบยกข้อเดียวที่ท่านได้ประโยชน์ล่ะครับ เอาละท่านประธานผมเชื่อว่าวันนี้เราก็ไม่อยากเห็นภาพการทะเลาะเบาะแว้งในที่ประชุม แต่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อท่านประธานกล้าวินิจฉัยต้องกล้ารับฟังเหตุผลด้วย ผมยังไม่เคยเจอประธานสภาผู้แทนราษฎรคนไหนที่ถูกเพื่อนสมาชิกยื่นถอดถอน ยื่นผิดจริยธรรม ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางเหมือนท่านประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรคนนี้ ก็เพราะท่านใช้ข้อบังคับข้อเดียวอย่างไร ท่านใช้อยู่ข้อเดียวตลอดเวลาที่ท่านเป็นประธาน ก็คือคำวินิจฉัยของท่านประธานเป็นที่สิ้นสุดโดยไม่คำนึงถึงข้อบังคับอื่นใดในที่ประชุมสภาเลย ต่อไปเขียนใหม่สิครับ ข้อบังคับประชุมสภามีข้อเดียวประธานทำอะไรก็ได้ เขียนเลยสิครับ
ผมไม่ได้เขียนเอง ผมย้ำแล้วสมาชิกข้างล่างเป็นคนเขียนขึ้นมานะครับ เป็นคนกำหนดแล้วเหตุผลผมก็ทราบเหตุผล เพื่ออะไร เพื่อให้มีข้อยุติอย่างไร ไม่อย่างนั้นก็เถียงกันไปเถียงกันมาอยู่อย่างนี้ ผมว่าสมควรแล้ว ผมไม่อนุญาตใครแล้วครับ ประเด็นใหม่ใช่ไหมครับ ประเด็นใหม่นอกจากเรื่องนี้มันมีใคร ทำผิดข้อบังคับด้วยหรือ ไม่มีนะครับ เพราะคุยกันอยู่เรื่องเดียวนี่ครับ ท่านบุญยอดเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นนี่เนื่องจากว่า เราไม่ได้ยึดตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ อย่างไร นั่นก็คือนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ต้องมาตอบด้วยตนเอง ถ้ามาไม่ได้ต้องมีเอกสารมีจดหมายมาที่ประธานถูกไหมครับ
อันนั้นนอกประเด็นแล้ว ประเด็นที่ถกคือตกหรือยังไม่ตก แล้วผมก็วินิจฉัยจบแล้วครับ ท่านอย่าเปิดประเด็นใหม่เลยครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ถ้าเปิดประเด็นใหม่มันก็ไม่จบครับ ประเด็นที่ถกกันคือกระทู้ถามสด ของท่านรังสิมาตกหรือไม่ตกเท่านั้นเอง ก็จบครับ แล้วท่านจะเปิดประเด็นใหม่ผมก็ไม่อนุญาต ก็เท่านั้นเอง พอเถอะครับ เห็นใจประชาชนที่เขานั่งดูอยู่ครับ พอเถอะครับ พอเถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ผมไม่อนุญาตใครทั้งนั้น ผมไม่อนุญาตแล้ว นั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ อย่าอ้างแต่ว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไร มันสมควรแล้วครับ ประเด็นมันจบแล้ว พอเถอะครับ ท่านอย่าดื้อเลยครับ ขอบคุณครับ พอนะครับ ผมไม่อนุญาตแล้ว
(สมาชิกฝ่ายค้านได้เดินออกจากที่ประชุม)
ถ้าจะประท้วง ต้องมีคนผิดข้อบังคับ แต่ท่านใช้สิทธิประท้วงโดยที่ไม่มีใครผิดข้อบังคับ ผมก็ไม่อนุญาตครับ แล้วจะเปิดประเด็นใหม่อีกต่างหากผมก็ไม่อนุญาต ส่วนการจะหารือเป็นอำนาจของประธาน ว่าจะให้หารือหรือไม่ ข้อบังคับชัดเจนครับ เชิญท่านชาดาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา คือตกใจครับท่านประธาน ผมกำลังจะขับรถมาทำงาน เจอคนทะเลาะกันหน้าที่ทำงาน ก็เลยว่า ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ยังไม่ได้เข้าถึงกระทู้ถามเพราะว่ารอมานานแล้ว เขาบอกว่า สมัยวัยเด็กการเรียนหนังสือคือการใฝ่หาความรู้ การเล่นกีฬาคือการจำลองจากชีวิตจริง การเล่นกีฬาเหมือนกับชีวิตจริงอย่างไร ก็คือต้องเล่นเป็นทีม เพื่อนก็ต้องให้เกียรติเพื่อนข้างบ้าน และให้เกียรติคู่ต่อสู้ ให้เกียรติผู้แข่งขันคือฝั่งตรงข้ามครับ และอีกประการหนึ่งก็คือให้เกียรติ ผู้ตัดสิน มันจำลองมาจากชีวิตจริงเลยนะครับ เราอาจจะไม่ยอมรับการตัดสินของผู้ตัดสิน แต่เราก็ต้องยอมรับเพราะว่ามันเป็นกีฬา การปฏิบัติตนในฐานะนักกีฬาที่ดีก็คือให้เกียรติ ผู้แข่งขันฝ่ายตรงข้าม ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบและกติกา ผมเองก็คงอยากจะพูดนอกเรื่อง เพียงเท่านี้ครับว่าชีวิตจริงมันก็เหมือนกับกีฬา ต้องให้เกียรติผู้แข่งขันแล้วก็ให้เกียรติกรรมการ แม้จะไม่ยอมรับในการตัดสินของกรรมการ ในเมื่อถ้าไม่อย่างนั้นเกมมันไม่จบ ก็กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ ขออนุญาต
ท่านครับ ท่านเข้าสู่กระทู้ถามสดเลยดีไหมครับ
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๐๕๖ ส. เรื่อง นโยบายการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ และการตัดต้นไม้รวมทั้งการลักลอบขนไม้เถื่อน (นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ
เชิญผู้ถามกระทู้ครับ
ขออนุญาตเข้าสู่การถามกระทู้ถามสดครับ คำถามที่ ๑ ที่จะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คือว่าจากเหตุการณ์ภาวะปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำท่วม ไม่ว่าจะปัญหาของฝนฟ้า ผิดฤดูกาล หรือปัญหาของสิ่งแวดล้อมของโลกที่กำลังเกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็มาจาก เรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ่งที่อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ตามที่เมื่อไม่นานนี้มีแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชท่านให้แนวพระราชดำริว่าเรื่องการปลูกต้นไม้ ก็เลยอยากจะถามท่านรัฐมนตรี ในข้อที่ ๑ ท่านมีการที่จะสนองพระราชดำริครั้งนี้ แล้วก็มีแนวทางในการที่จะทำงานอย่างไรครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานีที่ได้ตั้งกระทู้ถามสด ในวันนี้ ผมเองก็อยากจะตอบประเด็นแรกเกี่ยวกับโครงการปลูกป่า ต้องยอมรับว่าปัญหา ที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ประสบอุทกภัยในปีนี้ ๖๔ จังหวัดที่ประสบอุทกภัย หรือมหาอุทกภัยในปีนี้นั้น ก็สืบเนื่องมาจากว่าปัญหาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมนั้นมันเสื่อมโทรม อยากกราบเรียนว่าที่ท่านได้ถามในประเด็นแรกเกี่ยวกับโครงการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในขณะนี้นั้น ผมเองได้มีบัญชาจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการ กยน. ไปดูโครงการพระราชดำริในทางภาคเหนือ จะเป็นที่จังหวัดเชียงรายคือโครงการดอยตุง จะเป็นที่จังหวัดเชียงใหม่คือโครงการห้วยฮ่องไคร้ และโครงการเกษตรพื้นที่สูง ผมเอง ก็อยากจะกราบเรียนว่าขณะนี้โครงการปลูกป่า โดยทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านได้ย้ำว่า ขณะนี้พื้นที่ป่าในทั้งประเทศไทยของเรามีอยู่ประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านไร่ที่เป็นป่าสมบูรณ์ และเป็นป่าเสื่อมโทรมอยู่ประมาณ ๓๓ ล้านไร่ ในส่วน ๓๓ ล้านไร่ จะมีมาตรการอย่างไร ในการที่จะปลูกป่า ก็อยากจะกราบเรียนครับว่าในตอนแรกนี้ท่านมีบัญชาให้เน้นในโครงการ ๘ ลุ่มน้ำหลักในภาคเหนือ จะเป็นตั้งแต่ลุ่มน้ำแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน รวมทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำท่าจีน ว่าโครงการปลูกป่าขณะนี้นั้นเราเองได้ร่วมกับ ๒ กระทรวงหลัก คือ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ ก็สืบเนื่องมาจากว่าขณะนี้เรามีพื้นที่ป่าชุมชนใน ๘ ลุ่มน้ำ อยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ซึ่งเราจะร่วมกับทางกระทรวงมหาดไทย โดยจะเน้นในโครงการปลูกป่า โครงการปลูกป่านั้นก็อยากจะกราบเรียนว่ามีพี่น้องประชาชนหรือหลายฝ่ายสนใจในระยะนี้ ที่จะปลูกป่า ๓ เดือน ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านได้มอบหมายนั้น อยากกราบเรียนว่า ยังไม่ทำการปลูกป่าครับ แต่จะต้องทำโครงการเตรียมการรองรับการปลูกป่าจากนี้ต่อไป ในระยะแรก ๙๐ วันนั้นจะต้องมีการทำโครงการชะลอน้ำคือทำโครงการแก้มลิง แล้วก็จะทำ โครงการฝายชะลอน้ำ จะเป็นฝายถาวร ฝายกึ่งถาวร ฝายชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ทางผมเอง ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดมาประชุมร่วมกันว่าในทั้งหมด ๘ ลุ่มน้ำที่จะดำเนินการก่อสร้าง ฝายชะลอน้ำในปีนี้เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปนั้น ขณะนี้เราได้หาพิกัดว่าลุ่มน้ำต่าง ๆ ที่เป็นป่าต้นน้ำที่จะทำฝายชั่วคราว ฝายชะลอน้ำกึ่งถาวร ฝายถาวร แล้วโครงการแก้มลิงนั้น จะต้องหาพิกัด ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ดี ทางเจ้าหน้าที่จังหวัดก็ดีนั้นไปหาพิกัดที่จะ ดำเนินการก่อสร้างโดยจะต้องมีการติดจีพีเอส (GPS) สามารถตรวจสอบได้ ราคาประมาณการ ค่าก่อสร้างฝายชะลอน้ำจะมีแบบแปลนและมีจีพีเอสกำกับทุกอย่าง หลังจากก่อสร้างเสร็จ ในระยะเวลา ๙๐ วัน เราก็จะควบคู่กันไปว่าขณะนี้โครงการปลูกป่าหลังจากที่เราทำฝายชะลอน้ำ โครงการแก้มลิงเสร็จแล้ว ระยะเวลาจากนี้จะถึงฤดูฝนเราก็จะมีโครงการที่ขณะนี้จะทำควบคู่กัน คือโครงการเพาะกล้าไม้ เราจะมีการเพาะกล้าไม้ โดยขณะนี้ได้ประสานกับ ๓ หน่วยงาน จะเป็นกระทรวงพลังงานก็ดี กระทรวงมหาดไทยก็ดี รวมทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เราได้มาคุยกันว่าจะต้องมีคณะกรรมการร่วมในโครงการที่จะเพาะกล้า เพราะอดีตที่ผ่านมาถูกตำหนิติติงมาว่าโครงการปลูกป่านั้นปลูกแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ขณะนี้ผมเองได้ร่วมประชุมกับกระทรวงพลังงาน และกระทรวงมหาดไทย และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของกระผมเอง ซึ่งจะมีการกำหนดว่ากล้าแต่ละชนิดนั้น จะเป็นกล้าไม้โตเร็ว โตช้า เราจะมีวิธีการอย่างไร เพราะแต่ละแปลง ๆ ที่จะสู่การปลูกนั้น จะต้องมีคณะกรรมการที่จะคอยกำกับดูแลว่าพื้นที่ที่จะปลูกป่าจำนวนกี่ไร่ และแปลงละกี่ไร่ สมมุตินะครับว่าแต่ละแปลงจะมีพิกัดว่าพื้นที่ ๒ ไร่ต่อ ๑ แปลง เราก็จะมีโครงการที่จะปลูกไม้ โตเร็วกี่ต้น ปลูกไม้ถาวรกี่ต้น คละกันตามหลักเกณฑ์ของการปลูกป่า ก็อยากจะกราบเรียนว่า ขณะนี้เราเองก็จะไปร่วมประชุมกันแล้วก็กำหนดว่าเพาะกล้าที่จะปลูกนั้นทางภาครัฐ จากกระทรวงพลังงาน โดยบริษัท ปตท. ก็ดี โดยบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ก็ดี ที่เขาจะมีเงินจากภาคเอกชนร่วมกับภาครัฐ เรามีรูปคณะกรรมการตรงนี้แล้วจะทำการปลูก ตรงไหนจะมีพิกัดบอกตลอดเวลาว่าในจำนวน ๒ ไร่ หัวมุม หัวท้าย เราจะมีการดูแลตรงนี้ แล้วหลังจากนั้นโครงการปลูกป่าหลังจากปลูกเสร็จเราจะมีคณะกรรมการโดยเจ้าหน้าที่ ของกรมป่าไม้จะต้องดูแล และผมเองได้มอบหมายครับว่าโครงการปลูกป่าจะสำเร็จได้นั้น เจ้าหน้าที่ปลูกป่าที่ได้เข้าโครงการนี้ห้ามมีการโยกย้ายจนกว่าโครงการนี้จะมีกำหนดเป้าหมายว่า ๔ ปี ต้องอยู่ในหน่วยนั้น ๆ ครบ ๔ ปี ห้ามมีการโยกย้าย ตรงนี้ละครับซึ่งผมเองได้มองว่า จากนี้ต่อไปโครงการปลูกป่าตามบัญชาของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ท่านได้ให้ความสำคัญน้อมนำเอาพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ ผมเอง ก็เลยขอตอบท่านชาดาเป็นข้อที่ ๑ นะครับ
เชิญคำถามที่ ๒ ท่านชาดาครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตคำถามกระทู้ถามสด ในคำถามที่ ๒ เนื่องจากปัจจุบันเกิดภาวะที่สำคัญก็คือการตัดไม้ทำลายป่าดังที่เราทราบกัน อยู่แล้ว แต่ปัญหาปัจจุบันนี้ก็คือเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากในกรณีที่ ๑ ก็คือว่าการย้ายต้นไม้ ปัจจุบันนี้ผู้คนนิยมการย้ายต้นไม้ ล้อมต้นไม้ขนาดใหญ่แล้วย้ายไปจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ซึ่งการขุดต้นไม้ในลักษณะนี้นั้นทำให้สิ่งแวดล้อมเสียเป็นอย่างมาก แต่ผู้คนก็ไม่เข้าใจว่า นั่นเป็นการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบน่ากลัวมาก
อีกประการหนึ่ง ในปัจจุบันนี้มีบริษัทเอกชนบางบริษัทที่โฆษณาว่าใช้ไม้นั้น ไม้นี้ทำกระดาษอะไรต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วอีกประการก็คือพวกพลังชีวมวล โรงงานไฟฟ้า พลังชีวมวล ทำให้เกิดการตัดไม้ขนานใหญ่ในป่าริมทาง ป่าตามบ้านของพี่น้องประชาชน ทั่วไป แล้วมีการรับซื้อกันเป็นล่ำเป็นสัน ผมไม่ทราบว่าตรงนี้แนวทางของกระทรวงนั้น จะมีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ถ้าปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขผมเชื่อว่าทะเลทรายกำลังจะมา เยือนประเทศไทยแน่นอน พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปนั้นไม่คิดว่าการตัดไม้ข้างทางหรืออะไร จะมีผลกระทบ ไม่ใช่ป่าที่เป็นป่าในป่าสงวนแต่เป็นป่าซึ่งหัวไร่ปลายนา เป็นป่าซึ่งไม่มีเจ้าของ เป็นที่ดินของรัฐหรือริมถนนต่าง ๆ ถูกตัด แล้วก็มีการซื้อกันอย่างเปิดเผย ไม้ทุกประเภทครับ มีการทำกันในหลายจังหวัดแล้วแพร่หลายไปทั่ว ผมเองอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าท่านมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร แล้วดำเนินการอย่างไร เพราะนี่คือเรื่องใหญ่ ผมเชื่อว่าถ้าท่านจะปลูกป่าอย่างที่กล่าวมา อีกมากมายสักแค่ไหน แต่ท่านไม่จัดการกับปัญหานี้วิกฤติเกิดขึ้นในสภาพของสิ่งแวดล้อม แน่นอนครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมขอตอบกระทู้ถามสดของ ท่าน ส.ส. ชาดานะครับว่าในประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับการขนย้ายต้นไม้ที่ปลูกแล้วมีการขนย้าย ไปปลูกที่อื่นนั้น อยากจะกราบเรียนครับว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราก็มีมาตรการ ซึ่งต้องยอมรับนะครับว่าบางครั้งนั้นพื้นที่ที่ขนย้ายต้นไม้บางทีเขาไปขนย้าย ในพื้นที่แปลงป่าของเขา หรือในพื้นที่ น.ส. ๓ หรือในพื้นที่โฉนด แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีการแอบแฝงไปเอาขุดในพื้นที่ป่าสงวนก็ดี หรือในพื้นที่ป่าไม้ก็ดี ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าขณะนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น เราได้ทำข้อตกลงเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับกระทรวงกลาโหม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าต่อไปนี้เราจะต้องเข้มงวดในการจับกุมดูแลตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าในขณะนี้มีการบุกรุกป่า มีการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเราเอง ได้ดูจากปี ๒๕๕๔ มีคดีพื้นที่ที่มีการบุกรุกป่านั้นจำนวน ๔๕,๒๐๐ กว่าไร่ แล้วมีคดีจับกุม อยู่ประมาณ ๕,๖๓๓ คดี ซึ่งตรงนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใย ในขณะนี้ผมได้เข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ให้มีการตรวจตรา การขนย้ายแต่ละชนิดนั้นให้มีการเข้มงวด ในเขตป่าไม้ และในเขตอุทยานต่าง ๆ นั้นขอให้ ทางเจ้าหน้าที่ที่ตั้งด่านนั้นเข้มงวดในการที่จะขนไม้ออกหรือจะมีรถผ่านไปผ่านมานั้นก็ขอให้ เข้มงวด ก็อยากจะกราบเรียนว่าที่ท่าน ส.ส. ชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับ ปัญหาปลูกป่าก็ดี ปัญหาการขนย้ายไม้ก็ดี แล้วปัญหาที่การเอาไม้ไปขายให้ภาคเอกชนก็ดีนั้น ผมเองก็อยากจะกราบเรียนครับว่าผมเองได้กำชับ แล้วก็ได้สั่งการไปยังทางอธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ทำการเร่งรัดดูแลอย่างนี้เป็นพิเศษ ก็ต้องขอกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
คำถามสุดท้ายครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ เขาบอกว่าในกระทู้ถามตามระเบียบห้ามเสนอความเห็น ผมก็คงจะไม่เสนอ ความเห็น แต่ข้อที่ ๓ ก็คงขอฝากอยู่ ๒-๓ ประการ
ประการที่ ๑ ก็คือการจะตัดไม้ในพื้นที่ของเอกชนเองก็ตามต้องมีการขออนุญาต ในทุกชนิด ถ้าเป็นนโยบายลงไปนะครับ เพราะว่าอันนี้อันตรายมากกว่าการบุกป่าอีกนะครับ อันตรายมันพอกันนะครับ แต่วันนี้มันทำโจ่งแจ้งมากแล้วก็จะมีปัญหากับสภาพป่าโดยทั่วไป
ประการที่ ๒ ที่อยากจะฝากก็คือป่าวันเกิด ป่าวันเกิดถ้าทำได้จากพื้นที่ชุมชน ในเขตเมือง เขตเทศบาลทุกที่กำหนดเป็นพื้นที่ชุมชนแล้วทำป่าวันเกิด โดยใครมีวันเกิดใคร ก็เอาต้นไม้โดยทางกระทรวงจัดให้บริการแล้วเก็บค่าดูแลเลยครับ ต้นละ ๑๐๐ บาทต่อปี ปีที่ ๒ ท่านจะได้ประโยชน์มากแล้วก็จะเกิดป่า ท่านลองคิดว่าคนอายุ ๒๐ ปี ไปปลูกทุกปี ตอนที่อายุ ๕๐ ปี ๓๐ ปี ต้นไม้เกิดอะไรขึ้นครับ ๓๐ ปี ต้นไม้ที่ตัวเองปลูก ๓๐ ต้นนั้น เป็นป่าขนาดใหญ่ ผมว่าเป็นนโยบายที่น่าจะดีเอาไปใช้ได้เลย แล้วก็ได้เงินในการบำรุงดูแลรักษา แล้วผมเชื่อว่าทุกปีคนก็จะจัด ถูกกว่าเค้กอีกครับ เปลี่ยนความคิดคนไทยมาให้เป็นป่าวันเกิด ผมฝากด้วยนะครับ
และอีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะฝากกรณีที่สำคัญก็คือป่าห้วยขาแข้ง ผมเรียนว่าท่านอธิบดีดำรง ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านครับ ท่านบ้านเดียวกับผม รุ่นพี่ครับ ท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมอาจจะกล่าวไม่ถูกต้องนักนะครับ ชื่อของกรมนี้นะครับ เรียนว่าการออกไปจับสัตว์ต่าง ๆ หรืออะไรที่เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นเรื่องดีครับ เพราะว่าเป็นเรื่องในหน้าที่ แต่ฝากให้ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ด้วยครับ ป่าห้วยขาแข้งกำลังถูกครอบงำโดยอ้างว่าเป็นนักอนุรักษ์ ท่านต้องดูแลด้วยบ้านผม บ้านท่าน ฝากไว้นิดหนึ่งครับ คนดี ๆ ท่านก็ย้ายออก ก็บอกในฐานะน้องบอกพี่ครับว่านักเลงเขาไม่ทำกัน แบบนี้ เพราะท่านเป็นลูกผู้ชายที่ผมเคารพนับถือมากครับ
ท่านรัฐมนตรี ก็รับไปนะครับ เป็นเรื่องฝาก ผมไปกระทู้ถามสดที่ ๒ เลยนะครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถามสดที่ ๐๕๗ ส. เรื่อง นโยบายการรับจำนำมันสำปะหลังล้มเหลว (นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้ นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านวิสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอถามกระทู้ถามสดท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ เนื่องจากว่าปัญหามันสำปะหลังราคาตกต่ำอย่างมาก จะเห็นว่าช่วงระยะเวลานี้มีพี่น้อง ปลูกมันสำปะหลังออกมาประท้วง ผมทราบดีนะครับ รัฐบาลก็ได้เปลี่ยนนโยบายประกันรายได้ จากรัฐบาลเดิมมาเป็นรับจำนำมันสำปะหลังสด โดยได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ที่ผ่านมานั้น โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม โดยให้มันสำปะหลังสดเปอร์เซ็นต์แป้ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ได้ราคา ๒.๗๕ บาท บวก ลบ ๒ สตางค์ แต่ประธานครับ นับตั้งแต่รัฐบาลได้เริ่มนโยบายดังกล่าว วันนี้วันที่ ๑ มีนาคม ครบ ๑ เดือน พอดีของการดำเนินนโยบายดังกล่าว แต่ท่านครับ ต้องขอกราบเรียนว่าโครงการดังกล่าวนั้น ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะว่าเมื่อเริ่มดำเนินการด้วยความไม่พร้อม ของทางรัฐบาลก็ดี หรือทำความเข้าใจกับเจ้าของผู้ร่วมโครงการอย่างโรงแป้งหรือว่า ลานมันสำปะหลังต่าง ๆ อย่างเช่นจังหวัดนครราชสีมาที่เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ภาคอีสาน มันสำปะหลังนั้นปลูกมากที่สุดคือจังหวัดในภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ ของท่าน ส.ส. รุ่งโรจน์ ทองศรี ก็ดี ท่านเพื่อน ๆ ส.ส. ภาคอีสาน แล้วก็ทุก ๆ ภาค ทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออกก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าหลังจากรัฐบาลได้ดำเนินนโยบาย ดังกล่าว ปรากฏว่าโรงแป้งหรือลานมันสำปะหลังร่วมโครงการน้อยมาก เรื่องนี้ผมมีโอกาส ได้ร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ของสภาผู้แทนราษฎรไปติดตาม นโยบายจำนำข้าว ได้เชิญ ส.ส. ในเขตเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมาที่ศาลากลางจังหวัด ท่าน ส.ส. สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ และเพื่อน ส.ส. อีกหลายท่านก็ได้ไปร่วมประชุมด้วย ปัญหาเรื่องข้าวกลับไม่ค่อยถาม ถามเรื่องมันสำปะหลังนะครับ ทำไมจึงไม่ได้รับประโยชน์ ตามนโยบายที่รัฐบาลตั้งใจอยากจะให้ราคาตามที่ตั้งเอาไว้ ก็ได้มีการสอบถามท่านครับ ปรากฏว่าวันนั้นประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งได้เริ่มนโยบายรัฐบาลไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ทางคณะผู้แทนก็ได้สอบถามทางพาณิชย์จังหวัด ปรากฏว่ามีโรงแป้งกับ ลานมันสำปะหลัง ทั้งจังหวัดนครราชสีมามี ๓๒ อำเภอ มีโรงมันสำปะหลัง ลานมันสำปะหลัง โรงแป้ง เข้าร่วมโครงการเพียง ๖ แห่งเท่านั้น ไม่ทราบเหตุผลเพราะอะไร ก็พยายามสอบถาม ก็ได้รับคำตอบ อย่างเช่น ลานมันสำปะหลังของด่านขุนทด ตั้งย่งง้วน ก็เป็นโรงงานขนาดใหญ่ ลานมันในเขตพื้นที่ ส.ป.ก. อำเภอเทพารักษ์ มีข้อจำกัดครับ เงื่อนไขของกรมการค้าภายใน ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ ต้องมีโกดัง มีฝาปิดรอบชิด อยู่ในเขต ส.ป.ก. ก็ไม่ได้ ทำให้ผู้ร่วมโครงการ ดังกล่าวน้อย ปัญหาก็คือพี่น้องเกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์ ท่านครับ ก็ต้องขนมันสำปะหลัง ไปขายลานมันที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ถูกเจ้าของลานมันกดราคาครับ แทนที่จะได้ราคาตามที่รัฐบาล กำหนดเอาไว้ก็ตกต่ำ กดราคา ตอนนั้นได้ประมาณ ๒.๔๐ บาท ขณะนี้ผมถามเพื่อน ส.ส. ทราบว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ท่านนายแพทย์วรงค์ก็ได้สอบถามเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ดีขึ้น ยิ่งกลับเลวร้ายลงท่านครับ ราคาต่ำลง ตอนนี้ราคาเหลือประมาณ ๑.๘๐ บาท ไม่ถึง ๒ บาท ถ้าขนไปไกล ไปถึงโรงรับโครงการก็ต้องไปเข้าคิว ๒ วัน ๓ วัน ส่วนแป้งก็หาย ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้น พี่น้องส่วนใหญ่ก็เลยขายเท่าที่อยู่ใกล้ ๆ ขนไปแล้วเจ้าของลานมันสำปะหลัง จะตีราคาเท่าไรก็ยอม เหมือนผีถึงป่าช้าต้องเผา ไม่สามารถขนกลับได้ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวทางจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ให้มีจุดรับจำนำ ให้ทั่วถึงเพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องขนสินค้าไปไกล เพราะพี่น้องเกษตรกรชนบทส่วนใหญ่ ไม่มีรถบรรทุกเป็นของตัวเอง ต้องจ้าง มีก็เพียงรถดัดแปลงเพื่อการเกษตรหรือรถอีแต๋น ขนครั้งหนึ่งก็ได้ ๓ ตัน ๔ ตัน เดินทางไกลก็ไม่ได้ครับ อันตราย อยากเรียนถามท่านว่า เงื่อนไขต่าง ๆ นั้นให้พี่น้องได้รับประโยชน์ต้องแก้ไขด่วน ขอทราบแนวทางแก้ไขของท่านครับ ขอบคุณครับ
ตามข้อตกลง นะครับ กระทู้ถามเราให้เวลา ๒๐ นาที ผู้ถามใช้เวลา ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาทีนะครับ ซึ่งถาม ๓ ครั้ง ตอบ ๓ ครั้ง ภายใน ๑๐ นาที เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมได้รับมอบหมาย จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครราชสีมา คือท่านวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ผมขอเรียนตอบคำถามอย่างนี้นะครับว่า เฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมาขณะนี้มีลานมันสำปะหลังเข้าร่วมโครงการแล้ว ๒๐ แห่ง โรงแป้ง ๑๑ แห่ง แล้วก็อยู่ในระหว่างการอนุมัติเพิ่มเติมให้ครบ ๔๐ แห่ง และโรงแป้ง ๑๑ แห่ง ข้อมูลที่ท่านพูดนั้นอาจจะเป็นข้อมูลเดิมอยู่ ก็อยากเรียนว่าในเรื่องการรับจำนำมันสำปะหลัง คงไม่ใช่เรื่องของความล้มเหลวอย่างที่ท่านกล่าว แต่ผมก็คงจะไม่ไปใช้ถ้อยคำสำนวนอะไร แต่อยากเรียนว่าเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ปลูกมันสำปะหลังรายใหญ่ แล้วก็ส่งออกมากเป็นอันดับต้น ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมามีการปลูกมันสำปะหลัง มากที่สุดในประเทศไทย ในภาคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง หลายจังหวัดนั้น ก็มีมันสำปะหลังออกสู่ท้องตลาด ซึ่งนโยบายของรัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ว่า พืชผลการเกษตรของเกษตรกรควรจะได้รับการดูแลเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มากขึ้น โครงการรับจำนำมันสำปะหลังจึงเกิดขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าพืชเกษตรทุกตัวจะต้อง นำเข้าสู่ระบบการรับจำนำ เพียงแต่ต้องดูว่าพืชตัวใดถ้ากลไกการตลาดสามารถที่จะดำเนิน ไปได้แล้วก็เกษตรกรไม่มีข้อเดือดร้อนหรือเสียหายก็ไม่ต้องจำนำ แต่ในกรณี เช่น ข้าว มันสำปะหลัง เมื่อเห็นว่าเป็นพืชที่มีขนาดใหญ่ มีผู้ปลูก มีประชาชนที่เกี่ยวข้องมาก ถ้าหาก จะปล่อยไม่ให้ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่เกษตรกรได้รับประโยชน์ เกษตรกรก็จะเสียประโยชน์ ฉะนั้นรัฐบาลจึงได้ดำเนินการรับจำนำมันสำปะหลัง ซึ่งต้องเรียนว่าเหตุที่เริ่มต้นนั้นมีโรงงาน แป้งมันสำปะหลังหรือว่าลานมันสำปะหลังเข้าร่วมน้อยก็เพราะว่าในเบื้องต้นโรงงานเหล่านั้น เขาก็มีสต็อก (Stock) มันสำปะหลังของเขาอยู่มากแล้ว ทีนี้ถ้าจะรับเพิ่มอีกเขาก็ไม่รู้จะ ถ่ายเทไปที่ไหน แต่มาตอนนี้เราก็ได้แก้ปัญหาในเรื่องนี้ด้วยการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ อคส. วางระบบในการบริหารจัดการ นำมันสำปะหลังเส้นและแป้งมันสำปะหลัง มาเก็บรักษาในโกดังกลางเพื่อให้โรงมันสำปะหลัง โรงแป้งสามารถทยอยรับหัวมันสำปะหลังสด จากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้กำลังผ่อนคลายไปอย่างมาก และที่เรากำลังเร่งรีบ ประการสำคัญก็คือเราได้ประสานงานไปยังคณะอนุกรรมการกำกับดูแลระดับจังหวัด ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับดูแลอยู่ ให้มีการจัดจุดรับจำนำให้เพียงพอกับความต้องการ ของเกษตรกร แล้วก็จัดคิวเกษตรกรที่จะนำผลผลิตมาจำนำให้สอดคล้องกับกำลังการผลิต ของลานมันสำปะหลังและโรงแป้ง และขณะนี้เช่นเดียวกันครับ มีการประสานกับสมาคมลานมันสำปะหลังและโรงแป้งเพื่อให้ ความร่วมมือในการเปิดจุดรับจำนำเพิ่มมากขึ้น ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นและกำลังได้รับการแก้ไข ก็คือในต่างประเทศ คือประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่รับซื้อมันสำปะหลังจากเรามาก มีปัญหาว่า ท่าเรือในบางเมืองเขาไม่ยอมให้ขนถ่ายมันสำปะหลังเพราะว่ามีฝุ่นฟุ้งกระจาย มันเป็นเรื่อง เกี่ยวกับมลภาวะในแต่ละภูมิภาคของเขา ซึ่งขณะนี้เราก็ได้ให้ประสานไปยังสมาคมโรงงาน ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานพาณิชย์ ของประเทศไทยในต่างประเทศเข้าไปดำเนินการเจรจาในเรื่องนี้ คาดว่าในกลางเดือนมีนาคม ปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลายครับ ที่ผมไล่มาทั้งหมดการรับจำนำมันสำปะหลังก็จะได้เดินหน้า และเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่ ๒ ราคามันสำปะหลังที่จะรับจำนำในเดือนนี้ก็จะไปอยู่ที่ ๒.๘๐ บาท จึงเรียนท่านสมาชิกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกำลังดูแลอย่างใกล้ชิดครับ
คำถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ จากพรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ อีกปัญหาหนึ่งจริง ๆ แล้ว ทางฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องน่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นฤดู หมายถึงว่า พี่น้องชาวเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังจะมีรอบปีหนึ่งปลูกได้ครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะหลังจาก ฤดูฝนหมดไปแล้วชาวบ้านต้องรีบขุดหัวมันสำปะหลังส่ง ทั้งเรื่องต้องรีบใช้เงินส่ง ทั้งกู้เงิน เพื่อให้ทันฤดูการปลูกในปีนั้น เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม การที่รัฐบาล ดำเนินโครงการนี้ เริ่มวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ผมเชื่อว่ามันสำปะหลังจากพี่น้องเกษตรกรอยู่ในมือ ผู้ประกอบการถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว จากที่ผมเรียนเบื้องต้นเมื่อกี้นี้ว่าจากการดำเนินการ ครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ แต่ท่านก็พยายามแก้ไข ก็ต้องขอบคุณแทนพี่น้องประชาชน ชาวเกษตรกร แต่ท่านครับ มีปัญหาหนึ่งครับ จากที่ผมได้กล่าวเมื่อกี้นี้ว่าพี่น้องเกษตรกร หลังจากรัฐบาลที่ผ่านมาได้มีโครงการประกันรายได้ พี่น้องก็ตื่นตัว ตื่นตัวในการไปจดทะเบียน เพื่อขอหนังสือรับรองจากเกษตรอำเภอ แต่เมื่อได้ขายมันสำปะหลังไปแล้วสิทธินี้ยังอยู่ครับ ขณะนี้มีนายหน้าของตัวแทนลานมันสำปะหลังไปเที่ยวบอกมันสำปะหลังไม่ต้องการแล้ว มันเส้นเต็มโกดังแต่ต้องการใบรับรอง อันนี้น่าจะมีการทุจริตเพื่อเอาไปใช้สิทธิ หัวมันสำปะหลัง ไม่ต้อง แต่สิทธิยังเหลืออยู่ อย่างที่ผมได้กล่าวแล้วว่าได้มีการขายไปก่อนแล้ว เพราะเร่งปลูก แล้วก็เพื่อเร่งเอาเงินไปใช้หนี้ต่าง ๆ ผมอยากเรียนถามว่าท่านจะมีแนวทางป้องกันอย่างไร ชาวบ้านนะครับ ใบเดียวให้ ๕๐๐ บาท ให้ ๑,๐๐๐ บาทก็เอา แต่คนที่รับประโยชน์เต็ม ๆ คือพ่อค้าคนกลาง ท่านจะมีแนวทางป้องกันเรื่องนี้อย่างไร ขอเรียนถามครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอตอบคำถาม ของท่านสมาชิกดังนี้ครับ ในเรื่องการรับจำนำมันสำปะหลังที่ล่าช้ากว่าฤดูนั้น ขอเรียนว่า เป็นปัญหาในเรื่องการบริหารบางส่วน ซึ่งก็ทำให้เกษตรกรอาจจะต้องเสียประโยชน์ แต่ว่า เมื่อมาถึงช่วงนี้รัฐบาลก็ได้ช่วยเหลือแก่เกษตรกรโดยการให้ ธ.ก.ส. ขยายเวลาชำระหนี้ จากสิ้นเดือนมีนาคมไปเป็นสิ้นเดือนมิถุนายน และเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขุดมันสำปะหลังมาขาย หรือมาจำนำก็ให้สามารถกู้เงินได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของมันสำปะหลังที่มีอยู่เพื่อได้ไปใช้จ่าย แก้ปัญหาเสียก่อนครับ ส่วนในเรื่องของการทุจริตดังที่ท่านว่ามานั้น ขอเรียนว่าเป็นปัญหา ที่หน่วยงานของทางราชการได้กำกับดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด ก็ยอมรับว่ามีบางส่วน ที่พยายามที่จะทำการทุจริตแม้ว่าเราจะได้มีมาตรการ มีขั้นตอนในการที่ป้องปรามการทุจริต เช่น เร็ว ๆ นี้ได้มีการตรวจสอบและจับกุมลานมันสำปะหลังแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำ ทุจริตต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากท่านได้พบเห็นหรือรับทราบแนวทางนี้ขอให้แจ้งได้ที่หมายเลข ๑๕๖๙ ซึ่งเป็นสายด่วนที่รับข้อมูลเรื่องนี้ เราจะได้ช่วยกันปราบปรามและแก้ไข
ส่วนปัญหาที่ท่านถามในเรื่องว่ารัฐบาลมีแนวทางอย่างไรนั้น ก็เรียนครับว่า ตอนนี้ได้เร่งรัดไปทุกส่วนแล้วซึ่งจะได้ทำการตรวจสอบในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ สต็อกการออกใบประทวนโดย อคส. ซึ่งต้องออกใบประทวนตามที่เกษตรกรนำมาจำนำ ด้วยตนเอง ถ้าไม่ใช่เกษตรกรเขาก็จะไม่ออกใบประทวนให้ แต่ถ้าหากมีการทุจริตอย่างที่ท่านเห็น อย่างที่ท่านได้กล่าวมา ก็กรุณาได้แจ้งเพื่อจะได้ช่วยกันทุกส่วนทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่รักษาประโยชน์ ของประเทศและของเกษตรกรครับ
คำถามสุดท้ายครับ
ท่านประธานที่เคารพ คำถามสุดท้ายครับ ก่อนที่จะถามคำถามสุดท้าย ผมขอฝากด้วยนะครับท่านประธาน เนื่องจากว่ามันสำปะหลัง เป็นพืชที่เกษตรกรต้องปลูก เพราะว่าทนแล้งแล้วก็ขึ้นได้ทุกสภาพดิน ก็ขอฝากทางรัฐบาล ได้หาแนวทางทำอย่างไรมันสำปะหลังจะได้มีราคาที่พออยู่ได้ เพราะตอนนี้น้ำมันก็ราคาแพงขึ้น ต้องไถ ๓ ครั้ง ไถครั้งแรกแล้วก็ไถแปรแล้วก็ยกร่อง ปุ๋ยก็ราคาแพง ผมได้สอบถามไปทาง เกษตรจังหวัดว่าขณะนี้ปีนี้ต้นทุนต่อ ๑ กิโลกรัมตกอยู่ประมาณ ๒.๒๗ บาท รัฐบาลชุดที่แล้ว ได้มีการประกันรายได้ พี่น้องเกษตรกรก็สามารถขายได้ทุกลานมันสำปะหลัง ขายต่ำกว่า ราคาประกันก็ได้ค่าส่วนต่าง ก็อยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกร ชาวมันสำปะหลังทั่วประเทศโดยเฉพาะภาคอีสานที่ปลูกกันมาก อย่างที่ผมได้เรียนเหตุผลไปแล้ว เป็นไปได้ไหมครับว่าส่งเสริมให้เอาไปทำพลังงานทดแทน เคยฮือฮาอยู่ครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นคนต่อสู้เรื่องนี้มา โดยตลอด ถ้าสามารถผลักดันได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ามันสำปะหลังกับอ้อยเป็นวัตถุดิบ ที่สำคัญ ก็จะช่วยให้เกษตรกรมีโอกาส ก็ขอฝากทางท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ทำอย่างไรให้เกษตรกรมีความมั่นใจ อย่างไรก็ต้องปลูกมันสำปะหลัง เพราะพื้นที่มันแห้งแล้ง ปลูกอย่างอื่นก็ไม่ได้ครับ พื้นที่ดินทราย มีมาตรการอย่างไรที่จะให้ชาวบ้านมั่นใจว่าปีต่อไป จะได้ราคาไม่น้อยกว่าต้นทุนที่เขาผลิตที่ลงทุนไปกิโลกรัมละประมาณ ๒.๒๗ บาท ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกที่ได้กล่าวมานั้น ในส่วนของภาคราชการเองก็ได้มีการดำเนินการร่วมมือกับภาคเอกชนในหลาย ๆ เรื่องครับ เช่น การทำให้มูลค่าของมันสำปะหลังสูงขึ้น โครงการทำมันสะอาด คือมีการนำมันสำปะหลัง ก่อนที่จะมาทำเป็นมันเส้น มีกรรมวิธีทำให้มันสะอาดซึ่งต้นทุนอันนี้น้อย แล้วก็จะทำให้ราคา มันสำปะหลังดีขึ้น เพราะว่าต่างประเทศเขาพร้อมที่จะซื้อมันสะอาดที่สามารถไปทำอาหาร ไปทำสิ่งที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้อย่างง่าย ในส่วนของเอทานอล (Ethanol) ซึ่งจะไปแปรสภาพต่าง ๆ ก็มีหน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับการประสานจากกระทรวงพลังงานว่า จะมีการนำผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังเพื่อไปทำเป็นสารเอทานอลเพิ่มขึ้นอีกจำนวนเท่าตัว ซึ่งก็จะทำให้ราคามันซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีราคาสูงขึ้น ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกครับว่าในเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งองค์กร เอกชนต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจในเรื่องการทำให้มันสำปะหลังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง กำลังดำเนินการกันไปอย่างต่อเนื่อง จึงเรียนให้ท่านทราบไว้เป็นเบื้องต้นครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปกระทู้ถามสดที่ ๓ นะครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถามสด ที่ ๐๕๘ ส. เรื่อง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ (นายสมบัติ ยะสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านสมบัติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ ครับ วันนี้เนื่องจาก กระทู้ถามสดของผม ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากปัจจุบันพบว่า ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น กระเทียม หอมแดง และลำไย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับ เกษตรกรผู้เพาะปลูกจำนวนมากนะครับ แล้วก็มีผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน พี่น้องประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือตอนบน ตอนแรกก็ดีใจละครับที่เราได้มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงที่เป็นคนเหนือด้วย แล้วเราก็มีความหวัง เพราะว่าภาคเหนือเรามีท่านรัฐมนตรีอยู่ใน ครม. หลายท่าน พี่น้องประชาชนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สินค้าเกษตรของภาคเหนือที่เป็นสินค้าหลักที่ผมกล่าวมาคือ กระเทียม หอมแดง ลำไย เป็นสินค้าหลักของภาคเหนือ เราก็คิดว่ารัฐมนตรีรู้ปัญหาว่าสินค้าของเราเป็นเศรษฐกิจหลัก ของเรา เขาต้องรู้ว่าเราก็ตั้งความหวังกับรัฐมนตรีว่ารู้ปัญหาเรื่องราคาพืชผลราคาเกษตร ท่านก็ต้องหาวิธีการป้องกันและแก้ไขว่าจะทำอย่างไรให้เกษตรกรเราได้กำไร ได้ผลผลิตที่ดี แต่พี่น้องประชาชนภาคเหนือต้องผิดหวังแล้วครับ เพราะว่าราคาพืชผลที่ผมกล่าวมานั้น ตกทุกตัว เมื่อวันพุธที่ ๒๒ มีการชุมนุมเรียกร้องที่หน้าสำนักงานของกระผมที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน คนประมาณ ๑,๐๐๐ คน พี่น้องประชาชนมายื่นความเดือดร้อนกับผมเสร็จแล้วก็ไปยื่น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขามีข้อเสนอเรื่องราคากระเทียมตกต่ำ คือราคากระเทียม ที่ราคาสดนี่อยู่ที่เขาเรียกร้องให้ประมาณราคากิโลกรัมละ ๑๓ บาท แล้วแห้งกิโลกรัมละ ๔๕ บาท แล้วประชาชนเขาก็รอคำตอบ วันที่ ๕ เขาจะกลับมาฟังคำตอบ ท่านประธานครับ ต้นทุนของพี่น้องประชาชนที่ทำพืชไร่การเกษตรตอนนี้ราคาต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าเท่าตัวนะครับ ผมยกตัวอย่างต้นทุนของกระเทียมนี่พันธุ์ก็แพงขึ้น ปุ๋ยก็มีราคาแพงขึ้น ยาก็แพงขึ้น มิหนำซ้ำ น้ำมันที่คิดว่าจะถูกกลับแพง แพงขึ้นครับ โดยเฉพาะค่าแรง มีผลกระทบจาก ๓๐๐ บาท ตอนแรกค่าแรงของภาคเกษตรอยู่ที่ ๑๕๐ บาท ตอนนี้ต้องขึ้นถึง ๒๐๐ กว่าบาทแล้ว แต่ไม่ถึง ๓๐๐ บาท แต่มันก็มีผลกระทบในการให้ต้นทุนสูงขึ้น เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมาพี่น้องประชาชน เขาก็บอกผมว่าได้ลืมตาอ้าปากได้ เพราะว่าราคาพืชผลตอนท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะเปรียบเทียบครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่ากระเทียมสดตอนสมัยที่ท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นราคาประมาณ ๑๕-๑๘ บาท แต่ปัจจุบันราคาประมาณ ๖-๘ บาท หอมแดงช่วงท่านอภิสิทธิ์ราคา ๑๒-๑๕ บาท ก็แล้วแต่เกรด ปัจจุบันราคา ๔-๖ บาท ลำไยนอกฤดูตอนท่านอภิสิทธิ์นั้นราคาประมาณ ๓๐-๔๐ บาท ปัจจุบันราคา ๑๕-๒๐ บาท ท่านจะเปรียบเทียบได้ว่าต้นทุนของตอนที่เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมาต้นทุนก็ถูกกว่า ขายได้ราคากว่า ทำให้พี่น้องเราลืมตาอ้าปากได้ ปัจจุบันต้นทุนก็สูง ราคากลับต่ำครับ ช่วงนี้ท่านประธาน ทราบไหมว่าบางพื้นที่ราคาที่ผมบอกมาโดยเฉพาะกระเทียม แล้วก็หอมแดงบางพื้นที่ยังไม่มี พ่อค้ามารับซื้อด้วยซ้ำ สาเหตุเพราะอะไรครับ สาเหตุก็เพราะว่าพ่อค้าที่เก็บกระเทียมหรือว่า หอมแดงไว้ปีที่แล้ว ขาดทุนครับ สินค้าเก่าของเขายังมีอยู่ มีผลกระทบจากน้ำท่วม ๒ เดือน ทำให้สินค้าหรือว่าของเก่า กระเทียมเก่านี่ค้างสต็อกมา มาบริโภคตอนต้นปีนี้อีก อีก ๒ เดือน ท่านประธานครับ ผมถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะมีวิธีการแก้ไขปัญหากระเทียม หอมแดง ลำไย ตกต่ำอย่างไร แล้วก็เมื่อไรนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ให้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ครับ
ในเรื่องพืชผลการเกษตรที่ราคาตกต่ำที่ท่านได้พูดถึงกระเทียม หอมแดง และลำไย ผมขออนุญาตชี้แจงดังนี้ คือกระเทียมนั้นเนื่องจากว่าในปีที่ผ่านมาเกษตรกร ขายกระเทียมได้ราคาสูงเป็นประวัติการณ์ ขายกระเทียมสดได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ ๑๕ บาทกว่า เมื่อมาถึงปีนี้จึงขยายพื้นที่การเพาะปลูกมากขึ้นจึงทำให้มีปริมาณกระเทียมออกมาจำนวนมาก และประกอบกับเมื่อปลายปีที่แล้วเกิดน้ำท่วมใหญ่ทำให้การระบายกระเทียมออกสู่ตลาด ลดลงก็เหลือสต็อกข้ามปีมาจนถึงฤดูกาลใหม่ที่จะออกมานี้ จึงทำให้ราคากระเทียมลดลง ประกอบกับมีกระเทียมลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายราคาต่ำกว่าด้วย จึงเป็นปัญหา ที่ทับซ้อนกัน ซึ่งรัฐบาลก็ได้แบ่งส่วนต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมดูแล ไม่ให้กระเทียมจากส่วนอื่นซึ่งเข้ามาโดยไม่ถูกต้องได้มากดราคาจนทำให้สิ่งที่ผลิตในประเทศ ของเราได้รับความเสียหายมาก โดยเฉพาะคณะกรรมการ คชก. ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ให้ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี และกำหนดวงเงินกู้ยืมไว้ที่ ๑,๔๔๐ ล้านบาท เพี่อที่จะซื้อกระเทียมในราคากิโลกรัมละ ๓๐ บาท คือกระเทียมแห้งซึ่งเขาคิดว่าจะทำให้มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นก็จะส่งผลให้ราคากระเทียม ของพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกจะได้รับโอกาสในการที่จะระบายออกสู่ตลาด ในส่วนของหอมแดงนั้น หอมแดงที่มีราคาตกต่ำก็ได้รับการแก้ไขโดย คชก. คณะกรรมการ คชก. ได้อนุมัติเงินให้ องค์การคลังสินค้าไปดำเนินการรับซื้อหอมแดงรอบแรก ๒๙๕ ล้านบาท ต่อมาก็ได้มีมติ เพิ่มเติมอีกในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์นี้นะครับ อนุมัติเงินอีก ๑,๒๖๕ ล้านบาท เพื่อดำเนินการ รับซื้อหอมแดงในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งหอมแดงที่รับซื้อไว้ก็จะได้มีการระบายออก ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อส่งออก ซึ่งจะได้ติดตามเรื่องนี้เพื่อให้เกิดผลที่จะทำให้ ราคาสินค้าประเภทนี้ได้มีการขยับตัวเพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ สำหรับเรื่องลำไย ลำไยนี่เป็นผลไม้ ซึ่งสินค้าลำไยมีคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ที่เรียกว่า ฟรุตบอร์ด (Fruit board) ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน คณะกรรมการดังกล่าวจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลผลไม้ทั้งระบบ ซึ่งในช่วงที่ผลไม้ภาคตะวันออก จะออกสู่ตลาดในเดือนพฤษภาคม ส่วนลำไยในฤดูจะออกช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งตอนนี้กำลังมีการประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ กรณีลำไยถ้าหาก ออกสู่ตลาดในขณะนี้ก็จะเป็นลำไยนอกฤดูซึ่งจะมีราคาสูงกว่าปกติในลำไยในฤดู โดยราคา ที่เกษตรกรขายในขณะนี้ คือลำไยเกรดเอเอ (AA) อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ ๒๕-๓๐ บาท นี่คือเรื่องที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอยู่ ฉะนั้นเรื่องที่ท่านได้เป็นข้อห่วงใย พูดฝากถามมานั้นก็จะรับเป็นส่วนหนึ่งซึ่งจะไปร่วมกันแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรกัน ต่อไปครับ
เชิญคำถามที่ ๒ ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม สมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีก็ทราบดีนะครับว่า กระเทียมที่ผมเอามาเป็นตัวอย่าง นี่กระเทียมของจีนนะครับ ซึ่งทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก แล้วไม่มีการเก็บภาษีครับ จริง ๆ แล้วกระเทียมจีนยังมีกำแพงภาษีที่จะคุ้มครองพี่น้องเกษตรกร ให้สู้กับต้นทุนกับของจีนได้ แต่การลักลอบเข้ามาหรือว่าการจัดเก็บภาษีไม่ถูกต้อง ถ้าเกิดว่า การเก็บภาษีของกระเทียมจีนถูกต้องนะครับ ราคาก็พอ ๆ กับกระเทียมไทยเรา พี่น้องประชาชน หรือเกษตรกรก็สามารถสู้ได้เพราะคุณภาพของกระเทียมไทยของเราดีกว่ากระเทียมจีนครับ แล้วปัญหาถ้าเกิดว่าเราเก็บภาษีได้มันก็จะเป็นรายได้ของพี่น้องประชาชนแล้วเอามาพัฒนา ประเทศได้ ผมขอเน้นให้การเข้มงวดในการกวดขัน ในการลักลอบกระเทียมนอกเข้ามาด้วย ถ้าเกิดว่าพี่น้องประชาชนเขาถามบอกถ้าไม่ให้ปลูกกระเทียม ไม่คุ้มครองพี่น้องกระเทียม จะให้เขาทำอย่างไรนะครับ เกษตรกรเขาบอกว่าเขาก็ตั้งความหวังไว้ตอนที่รัฐบาลหาเสียงไว้ ค่าแรง ๓๐๐ บาท เขาบอกว่าไม่ปลูกกระเทียมก็ได้ เดี๋ยวจะไปรับจ้างได้ค่าแรง ๓๐๐ บาท ลูกที่จบปริญญาตรีก็จะรอเอา ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ปลูกก็ได้ครับ แต่ปัจจุบันนี้ ๓๐๐ บาท ก็ยังไม่มีใครจ้าง ๑๕,๐๐๐ บาท ลูกหลานก็ยังไม่ได้ทำงานครับ ยังตกงานอยู่อีก มิหนำซ้ำ ที่รัฐบาลไม่ได้สัญญาไว้คือค่าแรงหรือว่าค่าครองชีพสูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคนี้สูงขึ้นอย่างมาก แล้วอีก ๓ ปีข้างหน้าไทยเราก็จะเข้าร่วมประชาคมอาเซียน ท่านคิดว่าในฐานะที่ท่านเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์คิดว่าอนาคตของกระเทียม หอม และลำไยในปี ๒๕๕๖ ท่านจะทำอย่างไร ท่านจะวางแผนอย่างไรให้เขาแนะนำให้เขาอย่างไรนะครับ แล้วปี ๒๕๕๘ ถ้าเกิดเราเป็นประชาคมอาเซียนแล้วจะทำอย่างไร จะให้เกษตรกรที่ปลูกที่มีผลกระทบ หอม กระเทียม เตรียมตัวอย่างไรนะครับ ขอให้ท่านช่วยแนะนำเกษตรกรของผมด้วยว่าไม่รู้จะหา ทิศทางไหนแล้ว พึ่งทางไหนก็ไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอตอบท่านสมาชิกที่ได้ซักถามนะครับว่าปัญหาเรื่องกระเทียมนำเข้า กรณีลักลอบนั้น ก็ได้มีการประสานงานกับทางกรมศุลกากรในการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด แต่เนื่องจากว่าช่องโหว่ช่องว่างมีมาก ซึ่งลำพังศุลกากรหรือว่าเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายเดียวก็อาจจะ ดูแลได้ไม่ทั่วถึงทั้งหมด ถ้าหากมีฝ่ายภาคประชาชนช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมก็จะทำให้ การปฏิบัติการด้านนี้สัมฤทธิผลมากยิ่งขึ้น จึงขอเรียนว่าสำหรับภาษีนำเข้าในโควตาของ ดับเบิลยูทีโอ (WTO) นั้น กำหนดให้ อคส. เป็นผู้นำเข้า อย่างกระเทียมกำหนดไว้ที่ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีการนำเข้า แต่ถ้าเป็นภาษีนอกโควตากำหนดที่ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ นี่คือหลักการของภาษี เรียนว่าในปี ๒๕๕๘ ที่เราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนหรือเป็นเออีซี (AEC) นั้น เมื่อภาษีเป็น ๐ ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ตอนนั้นอาจจะมีการเคลื่อนย้ายการลงทุน บริการแรงงาน อย่างเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียน ไม่แต่เฉพาะที่เราจะต้องต่อสู้กับสินค้าจากประเทศจีน ต่อไปจากประเทศอินโดนีเซีย จากประเทศเวียดนาม และจากหลาย ๆ แห่งก็จะต้องเข้ามา เพื่อแข่งขันกัน การเตรียมการของประเทศไทยในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ก็ได้เตรียมการที่จะรองรับว่าเรามีศักยภาพมาก ในเรื่องใดที่จะไปแข่งขัน เราจะมีโอกาสมากในเรื่องใด เรื่องใดที่เรายังมีข้อด้อยข้อเสียเปรียบ เขาอยู่ เราจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเตรียมการ ฉะนั้นท่านที่เป็น เกษตรกรที่ปลูกกระเทียม ถ้าหากเราเห็นว่ากระเทียมของเราเป็นกระเทียมที่มีคุณภาพสูง มีคุณภาพดีกว่า เป็นจุดเด่นเป็นจุดขายที่ดีได้ เรารักษาคุณภาพแล้วจัดระบบในเรื่องต่าง ๆ ให้ดี แล้ววางการตลาดที่จะนำออกไปสู่ประเทศที่อยู่ในประชาคมอาเซียนด้วยกัน ถ้าหากว่า เราวางระบบและเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ นับตั้งแต่วันนี้กว่าจะเข้าประชาคมอาเซียนในอีก ๓ ปี ถ้าเรามีความพร้อมเพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรจะต้องไปเปลี่ยนอาชีพหรอกครับ เพียงแต่เตรียมตัวอย่างไรว่าพืชผลการเกษตรที่เรามีอยู่และดำเนินการอยู่นี้จะเกิดประโยชน์ สูงสุดในเรื่องของราคาและมูลค่าเพิ่ม เรื่องที่ท่านนำเสนอมาจะนำเรียนให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์และท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบว่าเป็นข้อห่วงใยจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรจะต้องเตรียมตัวและรับมือกับสิ่งเหล่านี้ จึงกราบเรียนมาครับ ท่านประธานครับ
คำถามสุดท้าย ท่านสมบัติ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม สมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับช่วงนี้ที่ภาคเหนือ มีหมอกควันนะครับ ผมทราบว่าการแก้ปัญหาของหมอกควันจะใช้ฝนหลวง พี่น้องประชาชน ที่กำลังเก็บเกี่ยวกระเทียมและหอมอยู่ก็เป็นห่วงว่าระหว่างที่ทำฝนหลวงแล้วฝนตกลงมา ก็ทำให้พืชหรือว่าผลผลิตของเขาลดลง กระเทียมหรือหอมจะยุบทันทีครับ เขาก็เป็นห่วงว่า แล้วรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไรระหว่างที่พี่น้องประชาชนเป็นห่วงเรื่องผลผลิตของเขาลด เสียหายกับแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ผมอยากทราบว่าท่านจะใช้วิธีแบบไหนครับ พี่น้องประชาชน เขาฝากถามมาครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องปัญหา หมอกควันซึ่งก็เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่ในภาคเหนือนะครับ ส่วนของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง กำลังดำเนินการแก้ไข ที่ท่านเป็นห่วงเรื่องว่าถ้าทำฝนหลวงเพื่อกำจัดหมอกควันที่ว่าแล้วนี้ ฝนตกลงมาอาจจะทำให้ผลผลิตเกษตรกรในบางส่วนเสียหายได้ เรื่องนี้ก็ขอน้อมรับครับว่า จะนำไปแจ้งให้ส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบว่าจะวางแผนและป้องกันแก้ไขอย่างไรเพื่อที่จะ ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบหรือได้รับความเสียหายจากสิ่งเหล่านี้น้อยที่สุด ผมขอรับไว้ครับ
จบกระทู้ถามสด จากที่วิป ๒ ฝ่ายได้หารือแล้วได้ข้อสรุปร่วมกันนะครับว่าจะขอให้เลื่อนกระทู้ถามทั่วไป ออกไปก่อนนะครับ แล้วก็นำเรื่อง พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับมาพิจารณาต่อ ผมจะขออนุญาต ดำเนินการตามนี้นะครับ เป็นเรื่องด่วนที่ ๑๑ และเรื่องด่วนที่ ๑๒ ที่จะพิจารณาร่วมกัน เชิญท่านผู้จะอภิปรายครับ เชิญท่านนันทนา สงฆ์ประชา ๘ นาทีครับ
เรียนท่านประธานค่ะ ท่านบุญยิ่งก่อนค่ะ แล้วถึงจะนันทนาค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี
ท่านบุญยิ่งก่อน ใช่ไหมครับ
ใช่ค่ะ
เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย เนื่องด้วยจากปัญหามหาอุทกภัยที่ผ่านมาทำให้พี่น้องคนไทยหวั่นวิตกแล้วก็มีความทุกข์ ในหลาย ๆ จังหวัด แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลต้องกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ซึ่งเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ตัวดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่คอยติดตามแล้วก็คอยดูว่าจะ ต้องทำอย่างไรกันบ้าง แล้วก็ในข้อที่มีว่าเพื่อสร้างอนาคตของประเทศ หลังจากที่ดิฉันอ่าน ในตัวหนังสือที่มีว่าเพื่อสร้างอนาคตของประเทศนั้นดิฉันดีใจมากเลย เพราะว่าการสร้างอนาคต ของประเทศนี้แสดงว่าเงินอันนี้ต้องกระจายไปทั่วทั้งประเทศ สำหรับตัวดิฉันเองเป็นคนหนึ่ง ที่มีความเดือดร้อนแต่ว่าในจังหวัดราชบุรีของดิฉันความเดือดร้อนของพวกเรานี้คือเราไม่ค่อย
จะมีน้ำค่ะ พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีของดิฉัน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์เรามีอาชีพเกษตรกร ทำอาชีพเกษตร อาชีพเกษตรกรของพวกเรานี้ที่ผ่านมาเรามีความแข็งแรงในเรื่องความคิดแล้วก็ร่างกาย ที่แข็งแรง แต่ว่าเราขาดน้ำนะคะ ในฤดูฝนทุก ๆ ปีนี้ ถ้าฝนตกมากมีน้ำมาก น้ำจะหลาก จากเทือกเขาตะนาวศรีลงมาสู่อำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา ลงมาที่ลำพาชี แล้วเขาก็จะไป ที่เขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในความเดือดร้อนนี้ถ้าน้ำอยู่กับเราแล้วเราสามารถมีที่กักเก็บ จะทำให้พี่น้องจังหวัดราชบุรีของดิฉันได้มีความเป็นอยู่ที่ทัดเทียมกับจังหวัดอื่น ๆ นะคะ จังหวัดราชบุรีของดิฉันนี้เดินทางมากรุงเทพฯ ประมาณ ๑.๓๐ ชั่วโมง แต่ความเป็นอยู่ ความทัดเทียมของเรายังแตกต่างจากจังหวัดกรุงเทพมหานครมาก ซึ่งดิฉันอยากกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปถึงรัฐบาล แล้วก็ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ไปสู่จังหวัดราชบุรีของดิฉันด้วย ดิฉันกราบวิงวอนอยากให้ไปสร้างอ่างเก็บน้ำให้พวกเรา ถ้าน้ำในฤดูที่น้ำมามากนี้นะคะ เราอยากจะได้อ่างเก็บน้ำเพื่อระยะทางที่น้ำลงมานี้ เขาจะได้ แวะอยู่เป็นจุด ๆ แล้วจะได้นำมาเก็บกักไว้เพื่อใช้ในฤดูแล้งค่ะ เพราะว่าเราจะมีปัญหาว่า ฝนตกมีน้ำ พอฝนหมด พอฤดูแล้งเราก็เกิดภัยแล้งทันทีเลยนะคะ ทำให้พวกเราในพื้นที่เรา จะมีปัญหาเรื่องเกษตร เกษตรของเราจะแย่มากเพราะขณะนี้อยากให้พี่น้องได้มีโอกาส ไปดูจังหวัดราชบุรีนะคะ เดินทางไปใกล้ ๆ ค่ะ แต่ว่าเราแล้งมากเลยค่ะ
แล้วก็ฝากอีกเรื่องหนึ่งนะคะว่าที่จังหวัดราชบุรีของดิฉันเรามีโรงไฟฟ้า เป็นจำนวนมากแล้วก็มีความเป็นอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มาก แต่ยังมีหมู่บ้านอีกหลาย ๆ หมู่บ้าน หลาย ๆ หลังคาเรือนนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้นะคะ พวกเราหลายหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ตัวดิฉันเอง ก็ได้เข้าไปดูแล้ว แล้วก็ได้หารือกับหลาย ๆ ส่วนในจังหวัด แต่ได้คำตอบว่าไม่มีงบประมาณ และส่วนใหญ่แล้วก็เป็นหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบล หลาย ๆ ตำบลก็บอกว่าเงินไม่มี เงินไม่พอที่จะทำในส่วนนี้นะคะ ดิฉันขอกราบวิงวอนถึง ท่านประธานสภาให้ไปบอกกับรัฐบาลช่วยมาดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนด้วยค่ะ แล้วก็เรื่องการไม่มีไฟฟ้าใช้นี้อยากให้พวกเราทุกท่านได้รับทราบนะคะว่าใคร ๆ ลองคิดดู บ้านเราไฟดับ ๕ นาที เราต้องโทรเช็ก (Check) กับการไฟฟ้าแล้วว่าทำไมถึงดับ อีกกี่นาที กว่าจะติด ซึ่งอยากกราบวิงวอนนะคะว่าทุกภาคส่วนของรัฐบาลถ้ามีโอกาสช่วยไปสำรวจ ให้ดิฉันด้วยแล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องของดิฉันด้วยค่ะ แล้วตัวดิฉันเองก็มีพ่อค้าที่รู้จักเป็น ชาวญี่ปุ่นพอสมควรแล้วก็มีการค้าขายกัน พวกพี่น้องที่เป็นชาวญี่ปุ่นเขาได้มาบอกกับดิฉัน พูดกับดิฉันโดยตรงเลยว่าน้ำที่ท่วมครั้งที่แล้วนี้เขาไม่เป็นอะไร เพราะว่าอาจจะแก้ไขกันไม่ทัน แต่ในโอกาสหน้านี้ขอให้อย่ามีอีกเลย ถ้ามีอีกครั้งหนึ่งเขาบอกว่าเขาอาจจะลงทุนอยู่กับเรา ไม่ได้นะคะ ขอให้รัฐบาลช่วยด้วย แล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าน้ำที่ท่วมครั้งที่แล้วนี้ เป็นแค่สำลัก ยังไม่ใช่ของจริง ดิฉันฟังแล้วอยากจะให้เป็นการพูดล้อเล่นกันในคำพูดของคน ที่เขาอยากคุยกัน อย่าให้เป็นเรื่องจริงเลย เพราะว่าสิ่งที่รัฐบาลจะกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ดิฉันเองก็คิดว่าสมควรค่ะ เพราะว่าอันนี้มาแก้ไขเรื่องอุทกภัยแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่หลวง ที่พี่น้องประชาชนคนไทยในบางจังหวัดที่เราไม่ได้น้ำท่วม แต่เราก็ได้ยินแล้วเราก็ทุกข์ด้วย เราเห็นแล้วเราก็เศร้าด้วย เราอยากให้แก้ไขให้ได้ แล้วก็ให้รีบแก้ไขด้วยค่ะ แล้วก็ให้เมตตา ไปถึงจังหวัดราชบุรีแล้วก็อีกหลาย ๆ จังหวัดในประเทศไทย แบ่งกันให้ถ้วนหน้าเลยนะคะ ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหมดมีความเป็นอยู่ให้ทัดเทียมกัน อย่าให้แตกต่างกันมากเลย ดิฉันขอฝากท่านประธานไปสู่รัฐบาลด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ตอนนี้เวลาที่ใช้ฝ่ายละ ๗ ชั่วโมงนะครับ ฝ่ายรัฐบาลเหลืออยู่ ๑.๐๕ ชั่วโมง ฝ่ายค้านเหลืออยู่ ๑.๔๐ ชั่วโมง เพื่อให้เวลาใกล้เคียงและสมดุล ผมจะอนุญาตให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายต่อนะครับ เชิญท่านนันทนา สงฆ์ประชา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพคะ จากการที่ดิฉันได้ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกเกี่ยวกับพระราชกำหนด ทั้ง ๒ ฉบับซึ่งสมาชิกได้อภิปรายถึงสาระ ประโยชน์ ข้อเสนอแนะในแต่ละพื้นที่ด้วยความเป็นห่วง เป็นใยในทางปฏิบัติว่าจะเกิดผลสัมฤทธิ์ตามความมุ่งหวังของรัฐบาลจริงหรือไม่ ดิฉันอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าตัวดิฉันเองได้ลงไปในพื้นที่ ได้ลงไปพบปะกับพี่น้องประชาชนที่ได้ดู และได้ฟังการอภิปรายมาเป็นจำนวน ๑ วัน ๑ คืน แล้วก็อีกครึ่งวัน พี่น้องประชาชนที่ฟัง คำอภิปรายสอบถามดิฉันว่าพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับมีสาเหตุมาจากอะไร และพระราชกำหนด ทั้ง ๒ ฉบับเกี่ยวพันกันอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้สินที่กระทรวงการคลังจะได้โอน ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวนถึง ๑,๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้เหล่านี้เกิดมาจากไหน และเกิดมาตั้งแต่เมื่อไร ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวดิฉันอยากจะอธิบายย้อนหลังไปถึงอดีต เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าการออกพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับนี้มีการเกี่ยวพัน และมีความสำคัญมาก ดิฉันคงอยากจะกราบเรียนว่าพวกเราคงจะจำกันได้นะคะว่า ข้อเท็จจริงในทางเศรษฐกิจก่อนปี ๒๕๔๐ ที่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง นั่นเกิดสาเหตุมาจาก ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยนี้มีนโยบายเปิดให้เงินตราต่างประเทศ เงินจากต่างประเทศเข้ามา ให้ผู้ประกอบการกู้กันเป็นจำนวนมาก โดยมีธนาคารเป็นตัวกลางในการประกันเงินกู้เหล่านั้น ทำให้ธนาคารพาณิชย์ทำตัวเหมือนเป็นโบรกเกอร์ (Broker) เป็นนายหน้า หาเงินจากต่างประเทศ เพื่อมาให้ลูกค้ากู้เพื่อแสวงหากำไรกันอย่างมหาศาล จนเกิดวิกฤติของฟองสบู่ มีการเก็งกำไร สิ่งปลูกสร้าง ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ เกิดดีมานด์ (Demand) ความต้องการที่เป็นดีมานด์เทียม ไม่เป็นความต้องการของการซื้อการขายอย่างแท้จริง ท่านคงจำกันได้นะคะท่านประธานว่า ราคาที่ดินในขณะนั้น ชั่วข้ามคืนดีดกำไรกันอย่างมหาศาล ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ดิฉันอยากกราบเรียนว่าในขณะนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยทำไมไม่ยับยั้งไม่สั่งการ ให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ หยุด ท่านจะเห็นว่า ทรัสต์ (Trust) ไฟแนนซ์ (Finance) ต่าง ๆ หยุดนำเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาจนสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตินะคะ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เลยต้องไปให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงกับธนาคารหรือรัฐบาลในขณะนั้นว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นของประเทศที่แท้จริงเป็นอย่างไร รัฐบาลในขณะนั้นก็เลยประกาศเงินบาท ลอยตัว ดิฉันอยากจะเปรียบเทียบให้ฟังนะคะว่าการประกาศเงินบาทลอยตัว ณ เวลานั้น ๑ ดอลลาร์ (Dollar) นี้ สมมุติว่าที่ ๒๕ บาท พอประกาศลอยตัวแล้วกระเด้งขึ้นเป็น ๕๐ บาท ชั่วข้ามคืนเลย ปิดสถาบันการเงินไปประมาณ ๔๐ กว่าแห่ง ท่านคิดดูสิคะว่าเราเป็นนักธุรกิจ เขาเรียกว่า ล้มทั้งยืนค่ะท่านประธาน เงินฝากก็เบิกไม่ได้ เงินกู้ก็ไม่มีเงินทุนหมุนเวียน แผนการก่อสร้างต่าง ๆ ต้องหยุดชะงัก หนี้สินล้นพ้นตัวชั่วข้ามคืน ไม่มีเงินทุน ท่านคงได้ยิน ข่าวว่านักธุรกิจมีการฆ่าตัวตาย บางท่านไปขายขนมปังตามข่าวนะคะ หลังวิกฤติดังกล่าวแล้ว รัฐบาลจึงตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินขึ้นมา รวบรวมเอาทรัพย์สิน ตลอดจนประกาศรับผิดชอบเงินฝากของลูกค้าที่ฝากตามสถาบันการเงินที่ถูกปิดทั้งหมด มาบริหารจัดการ แต่การบริหารจัดการตรงนั้น ทรัพย์สินเหล่านั้นท่านประธานว่าก็สร้างปัญหาให้กับสังคมไทย เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ารัฐบาลในขณะนั้นได้ไปจ้างเอาบริษัทต่างประเทศก็คือคงจำกันได้ ก็คือบริษัทเลแมนบราเดอร์ส และบริษัทโกแมนเซกต์ เป็นบริษัทที่รับจ้างวิเคราะห์ทรัพย์สิน และสถาบันการเงินทั้งหมด จึงทำให้บริษัทต่างประเทศ ณ ขณะนั้นได้รู้ถึงสถานะการเงินและ ทรัพย์สินของบริษัทต่าง ๆ ที่ล้มละลาย ที่ถูกยึดทั้งหมด แต่ละบริษัทของคนไทยเสียเปรียบ นะคะ ไม่มีข้อมูลพอที่จะซื้อทรัพย์สิน ก็จะทำให้เสียเปรียบกับบริษัทต่างประเทศ และการ จัดการขายทรัพย์สิน ณ ขณะนั้นก็รวมเป็นก้อนใหญ่ ๆ เป็นหมื่นล้านบาท แสนล้านบาท ท่าน คิดดูสิคะวันนั้นค่าเงินบาท ๑ ดอลลาร์ ๒๕ บาท ข้ามคืนเป็น ๑ ดอลลาร์ ๕๐ บาท จึงทำให้คนไทยล้มละลายและจนลง ไม่มีใครหาเงินมาซื้อทรัพย์สินก้อนใหญ่ ๆ ขนาดนั้นได้ ต่างประเทศก็ได้โอกาส กดราคามูลค่าทรัพย์สินเหลือประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาทุน เท่านั้นเอง ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าลักษณะดังกล่าวนี่เป็นความบกพร่องของรัฐบาล ในขณะนั้นนะคะ ถ้ารัฐบาลแบ่งทรัพย์สินออกเป็นก้อนเล็ก ๆ หรือเรียกบริษัทเจ้าของเดิมมา ประนอมหนี้ โดยลดราคาให้สัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เชื่อว่าจะได้รับการถ่ายโอนไปมากกว่านี้ และไม่ต้องมาค้างหนี้เป็นจำนวนถึง ๑,๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะต้องโอนหนี้ในขณะนี้ แล้วก็ ยังมีต้นทุนในการชำระหนี้ในแต่ละเดือนเป็นดอกเบี้ย ทุกวันนี้ถึงปีละ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่เงินต้นไม่ได้ลดลงเลย ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าสาเหตุเหล่านั้นที่ดิฉันได้กราบเรียน ในที่ประชุมแห่งนี้นะคะ เป็นที่เข้าใจว่าที่การออกพระราชกำหนดปรับปรุงบริหารหนี้เงินกู้ ให้กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มันเกิดมาจากหนี้เมื่อต้มยำกุ้ง ปี ๒๕๔๐ นั่นเอง ตัวดิฉันอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า การออกพระราชกำหนดปรับปรุงเงินกู้ฉบับนี้มันเป็นความสำคัญนะคะ เป็นความสำคัญ เพราะมันเปรียบเสมือนว่าจำเป็นต้องออก เพราะเหมือนโอดี (OD) มันเต็ม ถ้าพูดว่าโอดีเต็ม ก็จะไม่เข้าใจ แต่จะกราบเรียนว่ากรอบการเงินทางการคลังที่เคยเกิดวิกฤติเมื่อปี ๒๕๔๐ กรอบการเงินทางการคลังจะกู้อยู่สูงสุดประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) หรือรายได้ มวลรวม แต่ปัจจุบันนี้กรอบเงินกู้ของกระทรวงการคลังอยู่ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ถ้าไม่โอน หนี้ก็จะสูงเกินกว่ากรอบการเงินการคลัง ก็เลยจะต้องออก พ.ร.บ. พระราชกำหนด ให้ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ให้กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ ดิฉันอยากกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธานว่า ดิฉันรู้สึกห่วงใยนะคะว่างบปี ๒๕๕๕ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบพระราชกำหนด ๔ ฉบับ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องบริหารเงินถึง ๑๑ แสนล้านบาท เชื่อเป็นอย่างยิ่งนะคะว่า พี่น้องประชาชนแล้วก็สภาแห่งนี้จะได้มอบอำนาจพระราชกำหนดนี้ให้กับรัฐบาล ก็ฝากด้วยว่า ให้รัฐบาลบริหารเงินกู้เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพ ถ้าเกิดว่าเกิดการล้มเหลว เกิดในการบริหาร จัดการกู้ในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มความหายนะให้กับประเทศอันเป็นที่รักของเราเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความห่วงใยค่ะท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านประสาท ตันประเสริฐ ครับ ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ ท่านพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ไม่มีใครอยู่สักคน
อยู่ครับท่านประธาน ผม พันธุ์ศักดิ์ครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล วันนี้ผมได้มีโอกาสอภิปรายเรื่องพระราชกำหนด ๒ ฉบับที่ผ่านการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ซึ่งทำให้พวกเราหลายคนนั้น มีความสบายใจขึ้น เนื่องจากปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมาสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมาก และโดยเฉพาะนักลงทุนซึ่งมาลงทุนในประเทศไทยที่เสียหายไปเป็นล้านล้านบาท ในจังหวัดชลบุรีของผมซึ่งที่ผ่านมาอุทกภัยนั้นก็ประสบอุทกภัยเหมือนกัน แต่ว่าก็ยังไม่มาก เหมือนกับพี่น้องอีกหลาย ๆ จังหวัด ขณะนี้ความเชื่อมั่นนักลงทุนผมเรียนว่ามีความเคลื่อนไหว ที่จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยองนั้นมีนักลงทุนที่จะไปหาซื้อที่ดินในการที่จะก่อสร้างโรงงานก็ดี ไปขยายกิจการที่จังหวัดชลบุรีแล้วก็จังหวัดระยอง ซึ่งจะทำให้ปัญหาที่จังหวัดชลบุรีและ จังหวัดระยองมีอยู่แล้วในปัจจุบันนี้จะเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจราจรที่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประชากรแฝง ปัญหาอาชญากรรมตามมา นั่นเป็นปัญหาที่จะมาตามครับ ฉะนั้นในการที่พระราชกำหนด ๒ ฉบับนี้ได้มีโอกาสได้ผ่านการวินิจฉัยแล้ว ผมเชื่อว่าจะสร้าง ความมั่นใจให้กับนักลงทุนในการที่จะอยู่ที่เดิม ในการที่จะไม่ขยับขยาย นอกจากจะไม่ขยับขยาย ไปที่ประเทศอื่นแล้วก็ยังจะไม่ขยับขยายไปจังหวัดที่ผมเรียนให้ทราบ ท่านประธานครับ นักลงทุนที่ขยับขยายนี่ละครับ อย่างที่ผมเรียนแล้วว่าจะสร้างภาวะให้เกิดในจังหวัดอื่น ๆ ตามมาด้วยแล้วนี่ก็จะได้ทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดที่โรงงานหรือว่าธุรกิจนั้นตั้งอยู่ ไม่ต้องตกงาน แล้วก็การค้าการขายการอะไรต่าง ๆ นั้นก็จะเป็นไปในระบบเหมือนเดิม นั่นคือสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ผมมีเรื่องหนึ่งที่วันนี้ก็จะขอฝากเพราะว่ามีเวลาน้อย แค่ ๕ นาที ก็คือจังหวัดชลบุรีของเรา อยากจะฝากเรื่องแก้มลิงเพราะว่าในอำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง เรามีปัญหาเรื่องน้ำท่วมทุกปี ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาแล้งซ้ำซากทุกปี ฉะนั้น ขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้จัดซื้อที่ดินไว้ประมาณ ๓๐๐ ไร่ ในการที่จะจัดทำ เป็นแก้มลิงในการที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้วก็แล้งซ้ำซากของอำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง ในทุก ๆ ปี ก็ฝากไปทางรัฐบาลครับว่าถ้ามีโอกาสได้จัดสรรงบประมาณในการที่จะไปช่วย องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีทำแก้มลิงเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวจังหวัดชลบุรีในอำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง ซึ่งเวลาที่ฝนตกมาก ๆ น้ำจะท่วม ก็น่าสงสาร แต่ว่าท่วมน้อยก็คือหมายถึงว่าท่วมเร็ว ลดลงได้เร็ว ไม่เหมือนกับหลาย ๆ จังหวัด ที่ผ่านมาที่ท่วมเป็นเดือน แต่ว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็มีเหมือนกันครับ ก็ฝากทางรัฐบาลไว้ในการที่จะได้จัดสรรงบประมาณลงไปช่วยกันจัดการในเรื่องของแก้มลิง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้วย ซึ่งพระราชกำหนด ๒ ฉบับนี้ ฉบับที่เป็นการกู้เงินนั้น ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อที่จะได้ให้พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ประสบปัญหา มาโดยตลอดนั้นได้มีโอกาสที่จะวางแผนตัวเอง เรามีแก้มลิง ขณะนี้ได้ทราบว่ามีพื้นที่ที่จะมา เป็นแก้มลิงของรัฐบาลนั้นเกินเป้าแล้ว นั่นก็เป็นข่าวดีนะครับที่จะมีโอกาสทำให้น้ำไม่ท่วม ในโอกาสต่อไปได้ แต่เรื่องภาวะเรื่องงบประมาณ รัฐบาลถ้าไม่ได้กู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ก็คงจะใช้งบประมาณปัจจุบัน ปี ๒๕๕๕ ไม่ได้ คงจะไปดูแลเรื่องปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้ ฉะนั้น ก็เป็นโอกาสดีนะครับ ผมคงจะดีใจด้วยกับการที่พระราชกำหนด ๒ ฉบับนั้นได้มีโอกาส ที่ผ่านการวินิจฉัย ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านธนา ชีรวินิจ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สภาแห่งนี้กำลังพิจารณาพระราชกำหนด ๒ ฉบับ มีมูลค่า เงินหลายแสนล้านบาท คือพระราชกำหนดการปรับปรุงบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ และ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพ ด้วยความเคารพผมมองไม่เห็น คณะรัฐมนตรีหรือท่านนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ เรื่องของการขออนุมัติให้ความเห็นชอบ พระราชกำหนดและมีวงเงินจำนวนมหาศาลนั้น ผมอยากให้ฝ่ายบริหารได้มีความรับผิดชอบ ต่อสภานี้เช่นเดียวกัน ท่านอาศัยช่องทางในการออกพระราชกำหนด ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้กระทั่งสมาชิกวุฒิสภาไม่สามารถทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ตรวจทานรายละเอียด ของโครงการว่ามีความเหมาะสม จำเป็นหรือไม่ อย่างไร ท่านใช้เวลาเพียงแค่ ๒ วันในการที่จะ ขอความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าฝ่ายบริหารเองกลับไม่ได้ให้ความสำคัญอันนี้ ผมขออนุญาตเรียกร้องไปยังท่านประธานให้คณะรัฐมนตรีได้กรุณาอยู่ในที่ประชุมเพื่อชี้แจง ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้รัฐบาลเสนอ พ.ร.ก. ทั้งหมด ๔ ฉบับ ๒ ฉบับผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ส่วนอีก ๒ ฉบับ สมาชิกพรรคฝ่ายค้านขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เนื่องจากเห็นว่าขัดต่อบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านลุกขึ้นแล้วก็พูดว่าการทำหน้าที่ของ พรรคฝ่ายค้านเป็นการทำให้รัฐบาลเสียเวลาในการที่จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนว่าไม่ใช่ครับท่านประธาน วันนี้การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านนั้นเรามีความเป็นห่วงอยู่ ในเรื่องของหลักการของการทำงานของรัฐบาล ท่านประธานดูสิครับ รัฐบาลเสนอ พ.ร.ก. ทั้งหมด ๔ ฉบับ รวมเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาลสามารถใช้เงินดังกล่าวได้เลย ขณะที่ประกาศใช้พระราชกำหนด เงิน ๑,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านประธานไปเทียบกับงบประมาณประจำปีซึ่งอยู่ประมาณปีละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณประจำปีนั้นส่วนหนึ่งประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบรายจ่ายประจำ เรามีงบลงทุนเพียงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ก็คือปีละ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันครับท่านประธาน รัฐบาลเสนอ พ.ร.ก. ทั้งหมด ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นหมายถึงเกือบเท่ากับ ๓ ปีงบประมาณประจำปีของประเทศไทย และเป็นงบก่อสร้างลงทุนทั้งหมด และถ้ารัฐบาลสามารถใช้ช่องทางในการออกพระราชกำหนด ในลักษณะอย่างนี้เรื่อย ๆ เราก็เป็นห่วงครับว่าสถาบันสภาผู้แทนราษฎรหรือสถาบันรัฐสภานั้น จะสามารถทำหน้าที่ให้เข้มแข็งเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่เราตีความขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความเพื่อวินิจฉัยเพื่อให้กรอบการใช้เงิน ของรัฐบาลนั้นอยู่ในวินัยทางการเงินการคลัง ให้มีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร ในการใช้จ่ายเงินงบประมาณของแผ่นดิน ในวันที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เราเสนอ พ.ร.ก. ๑ ฉบับครับ พ.ร.ก. เงินกู้ ๑ ฉบับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และอีกฉบับหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีตอบชัดเจนครับว่าเรายังมีเวลาที่จะจัดทำรายละเอียดในขณะที่ พ.ร.ก. ฉบับแรกสามารถดำเนินการไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่กระทบ กับระบบเศรษฐกิจที่มีปัญหาในประเทศสหรัฐอเมริกา วันนั้นเราเลือกใช้อีกช่องทางหนึ่ง ก็คือออก พ.ร.บ. ไปควบคู่กัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าวันนั้นพรรครัฐบาล ในวันนี้ยื่นตีความศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกัน พวกเราไม่ได้ออกมาติติงต่อว่าพรรคฝ่ายค้าน ในสมัยนั้นเลยครับว่ามาเป็นการถ่วงการทำหน้าที่ของรัฐบาล เพราะเราทราบกันดีครับว่า การทำหน้าที่ของสภานิติบัญญัตินั้นหน้าที่อย่างหนึ่ง ก็คือการตรวจสอบการบริหารราชการ แผ่นดินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เราไม่ได้เรียกร้องเลยครับ เวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า พ.ร.ก. ที่เราออกชอบด้วยกฎหมาย เราไม่ได้เรียกร้องว่าต้องรับผิดชอบ เพราะนั่นถือว่า เป็นหน้าที่หลักอย่างหนึ่งของฝ่ายค้านในการทำหน้าที่ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะได้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ที่พิจารณาในวันนี้นั้นมีเหตุผลจำเป็นเร่งด่วนที่จะออกตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พวกเรา สมาชิกพรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเราเป็นห่วงว่า ดุลยพินิจของศาลในการวินิจฉัยเรื่องนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้รัฐบาลต่อ ๆ ไป อาจจะอาศัย ความได้เปรียบในการเสนอพระราชกำหนด และท้ายที่สุดสภาแห่งนี้ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสภา ตรวจสอบอย่างเต็มที่ต่อไป เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนแม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เราเคารพครับ เราอยู่ในระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย เรารู้ดีครับว่าอำนาจในการตรวจสอบต่าง ๆ นั้น ยิ่งมีการตรวจสอบมากเท่าไรประชาชนได้ ประโยชน์เท่านั้นครับ เราถือว่าการที่เรามีความเห็นไม่เห็นด้วยกับการออกพระราชกำหนด ๒ ฉบับที่กำลังพิจารณาในวันนี้ แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องวินิจฉัยชี้ขาด ท่านได้มีดุลยพินิจชี้ขาดว่าออกได้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เราเคารพ แต่เราก็มีสิทธิที่จะ ท้วงติงในฐานะทางวิชาการว่าคำวินิจฉัยแบบนี้อาจจะกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ต่อวินัยทางการเงินการคลังในอนาคต ท่านประธานที่เคารพ มีสมาชิกหลายท่านลุกขึ้นมา ท้าทายครับว่าถ้าเราทำกันอย่างนี้เราก็จะเป็นฝ่ายค้านตลอดไป ผมเคารพครับ ท่านพูดจา ท่านพูดอะไรพูดได้ครับ พวกเราก็ยืนยันในหลักการครับว่าพรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่น ในหลักการ ในอุดมการณ์ในการที่จะไม่นำประเทศเข้าไปเสี่ยงต่อความเสียหาย ในการที่ จะต้องแสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าการพัฒนาประเทศนั้นจะต้องมีระบบ มีหลักการ เราเชื่อครับว่าทำอย่างนี้ประชาชนอาจจะเห็นผลช้า แต่ท้ายที่สุดก็จะเห็นผลว่าสิ่งที่เราทำนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องและสอดคล้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่เป็นอะไรครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าวันนี้ประชาชนจับตาการทำงานของรัฐบาลก็ดี ของฝ่ายค้านก็ดี และผมเชื่อว่าวันหนึ่งก็จะได้พิสูจน์ครับว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน อย่างไรครับ
ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับ เป็นร่างซึ่งพวกเราเองได้พิจารณากันในสภาแห่งนี้ ถึง ๒ วัน วันนี้เข้าวันที่ ๒ ส่วนใหญ่แล้วก็มีความเห็นตรงกัน ที่เห็นตรงกันในส่วนหนึ่งก็คือว่า เราพร้อมใจที่จะร่วมแก้ไขปัญหาวิกฤติซึ่งเกิดจากปัญหาอุทกภัย เรียกว่าเป็นภัยซึ่งไม่มีใครคาดคิด แต่สิ่งหนึ่งเวลาเกิดภัยต่าง ๆ ขึ้นมา รัฐบาลเองต้องเข้าไปช่วยกันแก้ไขโดยเฉพาะสภาแห่งนี้ ก็ต้องมีส่วนในการร่วมกันในการแก้ไขและพร้อมทั้งต้องเสนอแนะครับ ผมชื่นชมนะครับ เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกท่านธนาเพิ่งนั่งลงไป ท่านบอกว่าก็เหมือนกันละครับ เวลามีอะไรก็ต้อง อาศัยสภาแล้วก็คิดว่าระยะสั้นระยะยาวซึ่งคล้ายกัน แต่วันนี้ระยะที่จะเกิดเหตุขึ้นมาก็คือ ระยะต่อไป วันนี้ระยะสั้นที่ผ่านมาก็คือการเข้าไปร่วมกันแก้ไขปัญหาแล้วก็ไปฟื้นฟู แต่ว่า การฟื้นฟูมันต้องใช้สตุ้งสตางค์ ต้องใช้เงิน ผมมองว่าหนังสือที่เป็นเอกสารประกอบการ พิจารณาในหน้า ๑๓ เกี่ยวกับเรื่องของพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ เขาเขียนไว้ชัด ในหน้า ๑๓ ในการจัดแหล่งเงินและรูปแบบการระดมทุน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ท่านประธานครับ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ กยอ. ก็มีมติต่าง ๆ ที่ออกมาถึง ๖ ข้อ ผมคงไม่อ่านนะครับ เพราะว่าหลายคนก็ถืออยู่ในมือ แต่ส่วนหนึ่งมันเกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งกองทุน การนำเงินไปใช้ที่ค้างกับธนาคารชาติหรือว่า ในกองทุนวายุภักษ์เพื่อเป็นการระดมทุนให้กับผู้ประกอบการหรือการแก้ไขหนี้ ทีนี้การดูในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านเองใช้เวลาในการเข้าไปดูและเผชิญสถานการณ์ครับ เช่นเดียวกันครับผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเองก็ไปดูเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างช่วยกันดู เอาปัญหาต่าง ๆ ที่ได้รับมา มาแลกเปลี่ยนกันครับ มันจะได้เกิดประโยชน์เพราะเป็นการใช้ประโยชน์จากการไปศึกษา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็มาแลกเปลี่ยนกัน สิ่งหนึ่งต้นน้ำก็คือสถานที่บริเวณ ที่ก่อให้เกิดแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่เขาบอกว่าน้ำมันตกทางเหนือเวลามันไหลแล้วมันก็ไหลทอด ลงมาทางด้านล่างเพราะน้ำมันไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เวลามันมาจำนวนมากมันก็จะทำให้เกิด ความเสียหาย พอท้ายที่สุดไปพักอยู่ทางจังหวัดภาคกลาง ไม่ว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง แถวด้านนี้น้ำก็จะท่วมขัง กว่าจะมาถึงกรุงเทพฯ ตอนล่าง เพราะมันต้องลงอ่าวไทยมันก็เกิดความเสียหายตาม ๆ กันมา แต่สิ่งหนึ่งนั้นผมเชื่อว่าวันนี้ เราเองคงจะต้องมีเวลาในการที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าว แล้วก็ผมเชื่อว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ จะเอื้อประโยชน์ในการแก้ไขระบบซึ่งไม่ได้ถูกจัดวางไว้ในอดีต ครั้งนี้จะเป็นการวางระบบ ในการแก้ไขปัญหาให้ถูกทิศถูกทาง ยอดเงินจำนวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นทางแก้ไข สิ่งหนึ่งครับท่านประธาน ผมมีข้อเสนอแนะเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ผมยังเป็นห่วงครับว่า กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ของเมืองหลวงและเป็นเขตพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่นมาก ดังนั้นเวลาด่านสุดท้ายก็จะมากระจุกรวมตัวกัน จะไปทางจังหวัดนนทบุรีท่วมแล้ว เข้ามา ทางดอนเมืองผ่านเข้ามาทางสายไหม หรือจากดอนเมืองจะลงไปทางตะวันตกไปทางฝั่งธนบุรี ซึ่งปรากฏการณ์ธรรมชาติไม่เคยเห็นมานะครับว่าน้ำถูกเปลี่ยนแปลงทิศทางจนกระทั่ง น้ำไปท่วมสายทางฝั่งธนบุรี เรียกว่า ท่วมมิดไปหมดครับ โดยปกติแล้วจะมาทางฝั่งตะวันออก แต่ครั้งนี้มันเปลี่ยนทิศทาง ไปทางด้านตะวันตกเสียส่วนหนึ่งแล้วลงมาทางด้านตะวันออก ดังนั้นในด้านจังหวัดปทุมธานีที่ติดกับทางตะวันออกทางเขตพื้นที่หนองจอก ติดกับทาง เขตคลองสามวาซึ่งเข้ากรุงเทพมหานครนี่ ผมอยากจะเสนอแนะว่าเงินยอดต่าง ๆ ที่เอามา ถ้าปี ๒๕๒๖ ที่เกิดคิงไดรฟ์ (King Drift) หรือคันกั้นน้ำที่เป็นดำริของพระเจ้าแผ่นดินของเราคือ ในหลวงนะครับ จากวัดกิ่งแก้วไล่ทอดยาวมาออกมาถนนสายร่มเกล้าแล้ววิ่งผ่านมายังถนนสุ วินทวงศ์ ตัดออกมาไปสู่ถนนนิมิตรใหม่แล้วขึ้นไปลำลูกกา ด้านซ้ายทางตอนฝั่งเหนือน้ำไม่ ท่วมนะครับ ฝั่งลงมาจากทางตอนใต้ คือทางด้านฝั่งตะวันตกน้ำจะท่วมมากนะครับ จากทิศทางถนนที่ผมบอก ดังนั้นถ้าเราไม่มีการแก้ไขโดยเฉพาะเรื่องผังเมือง ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าขณะนี้กรุงเทพมหานครกำลังออกแบบเรื่องผังเมืองจึงทำให้คนกรุงเทพฯ หวาดวิตกเหมือนกับคนต่างจังหวัด พอกำหนดทิศทางว่าเป็นพื้นที่ฟลัดเวย์ (Flood Way) ปุ๊บ ที่ดินราคาตกทันที คนต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ฟลัดเวย์ที่เขามีหมู่บ้านจัดสรรมีอยู่นี่ เราจะเตรียมการอย่างไรครับ ผมฝากข้อเสนอแนะครับว่าครั้งที่แล้วเราไม่ได้เตรียมการ แต่ครั้งนี้มีเวลา และผมคิดว่าครั้งนี้ถ้าน้ำยังไม่ท่วม แต่ถ้าจะมีปัญหาก็เล็ก ๆ น้อย ๆ การดันน้ำ การผันน้ำลงมาสู่ข้างล่างเพื่อให้น้ำไหลเร็วและไม่ต้องพักน้ำมากครับ ไม่ต้องพักน้ำนานครับ เพียงแต่จัดการบริหารให้ดี อุโมงค์ส่งน้ำกรุงเทพมหานครเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องเปิดและสูบให้ดีที่สุด การเข้าถึงประชาชนในการพูดคุย ในการที่จะเอาเงินเอาไปดูครับ นอกจากขุดลอกคูคลองต่าง ๆ ซึ่งกำลังทำอยู่ในขณะนี้โดยรัฐบาลเองแล้วจะต้องมีในเรื่องของหน่วยประชาสัมพันธ์ และวิธีการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งเงินต่าง ๆ ที่เป็นข้อระเบียบต่าง ๆ ในวันนี้ที่รัฐบาลอุดหนุนเงินไปแล้ว ให้กับพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ หลักการบริหาร หลักการในการจ่ายเงินที่หยุมหยิมนี่ผมว่ามันจะต้องให้เหมือนกันใน ๕๐ เขต บางเขตเอาเรื่องการดูแลในเรื่องของการค้ำประกันนะครับว่าคนนี้รับรองหรือเปล่าเหมือนกับ การค้ำประกันครับ ซี ๖ หรือไปรับรองในสิ่งต่าง ๆ ซึ่งผมมองว่าต้องมีรูปถ่าย ต้องมีรายละเอียด แต่เมื่อประกาศเป็นภัยพิบัติแล้วถ้าน้ำไม่ท่วมในเขตภัยพิบัติแสดงว่าเขามีการป้องกันหมู่บ้าน เขาได้ดีก็ต้องจ่ายครับ ไม่ใช่บอกว่าจ่ายเป็นรายหมู่บ้านหรือจ่ายเป็นรายครอบครัว อันนี้ก็ไม่ได้ ผมเรียนนิดเดียวครับท่านประธาน ในเรื่องดังกล่าวต่อไปนี้ถ้าเกิดมีภาวะน้ำที่มาหลากขนาดนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลต้องไปเติมเงิน ไปทำความเข้าใจกับหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีความเข้มแข็ง เอาเงินส่วนหนึ่งไปให้เขาเขาจะได้สู้กับน้ำป้องกัน ไม่อย่างนั้นก็เหมือนกับว่าไปจ่ายรายหลัง ซึ่งจ่ายมากกว่า มีจำนวนครัวเรือนถึง ๖๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนที่น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร แต่วันนี้ที่ป้องกันได้แล้วมาขึ้นทะเบียนมีจำนวนหนึ่งประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน แต่เราไม่ได้ชดเชยเงินในส่วนนี้ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติ
และอีกส่วนหนึ่งครับ พื้นที่บางพื้นที่เช่น ถนนสุวินทวงศ์ ถนนสายเอเชียขาด เราต้องขยายถนนสุวินทวงศ์เพื่อวิ่งออกไปสู่ภาคอีสาน เราลืมนึกไปนะครับ สายสุวินทวงศ์ เป็นสายหนึ่งที่วิ่งผ่านกรุงเทพมหานครออกไปยังโคราชได้ อันนี้ท่านพัฒนาแล้วท่านขยายเส้นนี้ โดยเร็วครับ อีกอันหนึ่ง ผังเมืองกรุงเทพมหานครในเมื่อเขาเป็นพื้นที่ฟลัดเวย์ พื้นที่เขียว ลายทางแล้วผมเสนอแนะครับ ขุดบ่อไปเลย เป็นบ่อดินครับ เอาดินไปถม ตอนนี้พระราชบัญญัติ บางส่วนไม่อนุญาตให้ขุดบ่อดิน แต่ถ้าขุดแล้วทำเป็นแก้มลิงครับ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ แต่เมื่อออกเป็นพระราชบัญญัติเรื่องผังเมืองออกมาบังคับใช้แล้วในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ฟลัดเวย์ กฎหมายต้องเป็นกฎหมายครับ ห้ามอนุญาตให้หมู่บ้านจัดสรรเข้าไปปลูกบ้านอยู่เพราะว่า เป็นการกีดขวางทางน้ำและขณะนี้คนที่บุกรุกสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในคลอง ผมเสนอแนะว่าได้โอกาส นำพวกเขาเหล่านี้ขึ้นบกเถอะครับ เขาจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ในส่วนของการเคหะแห่งชาตินี่ครับ ลงไปดูและจัดระบบระเบียบ ต่าง ๆ ให้ดี ผมคิดว่าในเรื่องของการนำเม็ดเงินงบประมาณใน พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ฉบับหนึ่ง เรื่องเงินฟื้นฟูของธนาคารกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินก็ส่วนหนึ่ง แต่เงินที่ใช้สำหรับในการแก้ไขปัญหาเรื่องการฟื้นฟูและอุทกภัยต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น ผมเห็นด้วยกับ พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับครับ ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนักศึกษาจากราชอาณาจักรสเปน ซึ่งนำโดยท่าน ส.ส. บุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ ท่านสมาชิกครับ ตอนนี้เวลาของฝ่ายค้านเหลืออยู่ประมาณ ๑.๒๕ ชั่วโมง แล้วฝ่ายรัฐบาล เหลืออยู่ ๕๐ นาที ผมจะบริหารเวลาให้เกิดความสมดุลครับ โดยหลักแล้วต้องสลับฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่ทีนี้เพื่อให้เป็นข้อตกลงจำกัดเรื่องเวลาเพื่อให้เวลามันสมดุล ผมก็อาจจะให้ ฝ่ายค้านได้พูดต่อกัน ๒ คน ๓ คนนะครับ เชิญท่านอรรถพร พลบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณที่ให้โอกาสได้อภิปราย พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการ วางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ ด้วยเวลาที่จำกัด ผมเองคงจะอภิปรายในพระราชกำหนดฉบับนี้เพียงฉบับเดียว
เรื่องแรก ผมขอแสดงความยินดีกับรัฐบาลที่ตุลาการรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ให้พระราชกำหนด ๒ ฉบับไม่ขัดต่อกฎหมาย สามารถที่จะบริหารประเทศภายใต้กรอบ ตามพระราชกำหนดนี้ได้ ในความเป็นจริงในส่วนของพวกเรา ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ อาจจะมีความเห็นบางด้านบางประการที่แย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เราเคารพ คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และเราก็เชื่อว่าสังคมนี้วิถีประชาธิปไตยต้องมีเสาหลัก มันต้อง มีสถาบันที่ถ่วงดุลการใช้อำนาจ คำวินิจฉัยไม่สามารถจะถูกใจใครทุกคน แต่เราก็ต้องเคารพ ต่อวิถีตรงนี้และพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเคารพต่อวิถีประชาธิปไตยที่มีการให้อำนาจการถ่วงดุล การตรวจสอบ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ แต่สิ่งที่เป็นความคับข้องใจและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้านได้อภิปรายตั้งแต่เมื่อวานซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็คือประเด็นการขาดรายละเอียดที่เหมาะสม ต่อกรอบการกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ชมทางบ้าน ซึ่งอาจจะมีจำนวนหลายล้านคนในขณะนี้ว่ารายละเอียดของการกู้เงินของรัฐบาลนี้จำนวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีรายละเอียด ๓๖ บรรทัดครับ บรรทัดหนึ่งก็ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ รายละเอียดน้อยกว่าแม่ค้าข้าวแกงตลาดนัดยื่นขอกู้เงิน ๕,๐๐๐ บาทจากธนาคารออมสิน สิ่งซึ่งเป็นประเด็นปัญหาและอยู่ในหัวใจของเราก็คือว่าภาระหนี้สินจำนวนนี้เป็นภาระ ที่คนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะน้ำท่วมหรือไม่น้ำท่วมต้องรับภาระร่วมกัน เราจึงอยากลงลึก และทราบในรายละเอียด ท่านประธานที่เคารพ พวกเรามาจากชาวบ้าน เรามาจากโอกาส ที่ชาวบ้านมอบให้เราก็ต้องใช้โอกาสของเราตรงนี้ให้กับชาวบ้าน เราอยู่ท่ามกลางคำถาม คำตอบ เราอยู่ท่ามกลางการตรวจสอบของพี่น้องประชาชนต้องตอบคำถามของชาวบ้าน ให้ได้ วันพรุ่งนี้ มะรืนนี้จนถึงวันจันทร์ผมลงพื้นที่ ส.ส. ทุกคนลงพื้นที่ ชาวบ้านก็จะถามผม ถ้าชาวบ้านบอกว่าทำไม ส.ส. เพชรบุรี ส.ส. สุโขทัย ส.ส. ระยอง ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตอบได้ ผมสบสายตากับชาวบ้านได้ ผมกุมมือชาวบ้านได้ ผมตอบ เสียงดังฟังชัดว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะผมมองไม่เห็นอนาคตแผ่นดินของผมอยู่ในนี้นะครับ ส.ส. สัมพันธ์ ส.ส. วิชัย ล้ำสุทธิ จังหวัดระยอง มองไม่เห็นอนาคตของจังหวัดสุโขทัย กงไกรลาศ เสียหายมากที่สุดเป็นภาคเหนือตอนบน อนาคตมันอยู่ตรงไหน จังหวัดเพชรบุรีการพัฒนา ลุ่มแม่น้ำเพชร การพัฒนาพื้นที่ปลายน้ำ คราวนี้น้ำไม่ท่วมครับ ปาฏิหาริย์จริง ๆ ครับ แต่ ๔ เดือนที่แล้วคนเพชรบุรีก็ร้องไห้น้ำตาพอกับน้ำท่วม แต่แผนการพัฒนาลุ่มแม่น้ำเพชร แผนการพัฒนาปลายน้ำ หนองปลาไหล บางขุนไทร บางแก้ว โพพระ โตนด หลุบน้อย แหลมผักเบี้ย โพพระ แผนการขุดลอกเหล่านี้ที่เรานำเสนอเราจะได้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ หรือไม่ ทั้งที่เราเป็นหนี้ร่วมกัน เมื่อมันไม่มีสิ่งเหล่านี้ผมจะยกมือได้อย่างไร ผมจะยกมือ กับสิ่งซึ่งให้คำตอบกับพื้นที่ของผมได้อย่างไร ส.ส. สัมพันธ์ให้คำตอบกับพื้นที่กงไกรลาศไม่ได้ ว่าปีหน้าจะร้องไห้น้ำตาท่วมสายน้ำอีกหรือไม่ แล้วผมจะยกมือได้อย่างไร ผมไม่ทราบว่า จะมี ส.ส. ที่ไหนตอบคำถามของชาวบ้านได้หรือไม่ อย่างไร ผมตอบไม่ได้ ๓๖ บรรทัด ไม่ให้รายละเอียดเพียงพอ มีหลายคำถามที่ตอบยาก อาจจะมีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางกลุ่ม บางพวกถูกชาวบ้านถามว่าก็ไหนบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ยุติธรรม ก็ไหนบอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นกับดักของอำมาตยาธิปไตย ไหนบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นผลไม้พิษ จากต้นไม้พิษ และทำไม ๒ วันที่ผ่านมาเสียงขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญดังอย่างกับกบเจอฝนใน ตอนต้นฤดูเลยครับ แล้วชาวบ้านก็เกิดคำถามว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องของความถูกใจ สมประโยชน์เท่านั้นหรือ มิได้ครับ บ้านเมืองต้องมีหลัก บ้านเมืองต้องมีวิถีทางและเคารพ ในการตรวจสอบซึ่งกันและกัน สิ่งหนึ่งที่ผมเป็นห่วงและผมจะพูดในช่วงสุดท้ายเห็นเวลาเหลือ แค่นาทีเศษก็คือว่าผมได้ยินพูดบ่อยมาก จะด้วยความเมาเหล้า เมารัก เมาอำนาจอะไร ก็ไม่ทราบ ที่บอกว่ามี ๑๙ ล้านเสียง ๑๕ ล้านเสียง ก็จะใช้อำนาจนี้ทำอะไรก็ได้เพื่อตอบสนอง ต่อเสียงข้างมาก ก็พูดถูกครับ แต่ท่านเข้าใจ ๑๙ ล้านเสียง ๑๕ ล้านเสียงของท่านแค่ไหน ท่านเชื่อหรือครับว่า ๑๙ ล้านเสียงตรงนั้นเขาให้ท่านทำอะไรได้ทุกอย่าง โปร่งใส ไม่โปร่งใส ไม่มีรายละเอียดตอบชาวบ้านไม่ได้ ต้องให้อำนาจ จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของใคร ก็ได้ให้อำนาจกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เขียน ๓๖ บรรทัด น้อยกว่าแม่ค้าตลาดนัด กู้ธนาคารออมสินก็ทำได้ ท่านเชื่อหรือครับ ถ้าท่านเชื่ออย่างนั้นผมเชื่อว่าท่านกำลังดูถูก ๑๙ ล้านเสียงของท่าน ผมเชื่อว่าเขามีสติปัญญา เขามีความรับผิดชอบ เขารู้ร้อนรู้หนาว เขารักประชาธิปไตย เขามอบความรักให้ท่าน มอบความศรัทธา มอบคะแนนเสียงให้ เพื่อให้ท่านเป็นรัฐบาล ที่บริหารด้วยความโปร่งใสไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และให้คำตอบ กับชาวบ้านได้ว่าเงินที่เขาจะเป็นหนี้ร่วมกันอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ชั่วลูกชั่วหลานนี้ ทำให้เขาจะต้องไม่เผชิญกับทุกข์เวทนาเหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาที่ผ่านมา ท่านต้องให้คำตอบ กับชาวบ้านได้ คำตอบที่ท่านให้กับชาวบ้านว่าท่านเห็นชอบเพราะอะไรมันมีร้อยแปดพันเก้าครับ อ้างอะไรได้หมดครับ ตอบได้หมดสวยงามฟังได้ แต่ขออย่างหนึ่งครับ อย่าตอบคำตอบนี้นะครับ อย่าตอบว่าที่ยกมือให้เพราะท่านอิ่มหมีพีมัน ขอบคุณครับ
ท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ คงไม่มี พรรคการเมืองหรือว่าสมาชิกแห่งสภานี้ที่ไปขัดขวางไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หรือว่าจะไปขัดขวางไม่ให้รัฐบาลไปสร้างงบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด อุทกภัยอีก แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ การที่พรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับวิธีการมันมีด้วย ๒ เหตุผลครับ คือไม่เห็นด้วยในแง่กฎหมายซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ไปแล้วอันนั้นไม่ต้องพูดอีก อย่างไรก็แล้วแต่ครับ การออกพระราชกำหนดนี้มันก็ต้องมีเหตุมีผลในการออก ความจริงแล้ว เรื่องที่พอพรรคประชาธิปัตย์ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านก็ไปพูดเลยธง ไปถึงว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วย ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะต้องรับผิดชอบถ้ามีน้ำท่วม แล้วก็มีรัฐมนตรีบางท่านไปพูดว่าถ้าร่างพระราชกำหนดนี้ตกพรรคประชาธิปัตย์ต้อง รับผิดชอบ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการกระทำอะไรที่ช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้แปลว่า ท่านสามารถทำผิดกฎหมายได้ ไม่ใช่หรอกครับ ท่านอย่าไปเหวี่ยงแหแบบนั้น แล้วผมต้อง ถามต่อนะครับ แล้วถ้าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ถ้ามันเกิดขึ้นรัฐมนตรีที่เที่ยวได้ไปพูดว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องรับผิดชอบ จะรับผิดชอบขนาดไหนถ้ามันเกิดตามที่ผมพูด ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อตอนที่งบเกี่ยวกับเรื่องฟื้นฟูเข้าสภา ผมก็คัดค้านมาแล้วว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะว่ามันไม่มีโครงการมันบอกตัวเลขกลม ๆ แล้วมัน ก็ไปโกงบ้านโกงเมืองกัน วันนี้พระราชกำหนดมันก็ทำนองเดียวกัน ถ้าวันนี้ออกเป็นพระราชบัญญัติ เสียมันผ่านไปแล้ว แล้วก็มีการซักฟอก มีการติติงกันมีการเตือนกันว่าโครงการนี้มันจะโกงก็อย่าไปทำ มันเป็นประโยชน์ครับ สิ่งที่ผมเคยพูดตอนงบฟื้นฟูมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมา วันนี้ผมก็จำเป็น ต้องพูดต่อว่าผมคิดว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นต่อไป ท่านประธานครับ ท่านเคยพอทราบนะครับ เรื่องงบทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย อันนี้ออกตามระเบียบนะครับ ระเบียบว่า ด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๖ แล้วก็มีการแก้ไข ๒ ครั้ง ผมจะพูดเฉพาะหน่วยงานที่ผมเกี่ยวข้อง คือเขาไปสำรองเงินไว้ตามหน่วยงานต่าง ๆ หลายหน่วยงาน แต่จุดที่ผมจะพูดถึงคือเขาไปสำรองไว้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ของแต่ละจังหวัด จังหวัดละ ๕๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบนี้ละครับมันเป็นงบที่มีปัญหา แล้วเป็นกรณีตัวอย่าง ซึ่งถ้าท่านประธานฟังผมตามต่อไปแล้วเดี๋ยวจะเห็นนะครับว่ามันโกงกัน ชนิดที่คนค้ายาบ้านี่อิจฉา ธรรมดาท่านประธานรู้กันนะครับว่าไม่มีการทำอะไรที่มันค้ากำไรได้ดีเท่ากับการค้ายาบ้า มันถึงต้องเสี่ยงอย่างไรครับ โทษมันประหารชีวิต แต่นี่ละครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้มันกำไร มากกว่ายาบ้าบานเลย แล้วโทษมันก็แค่ติดคุก ที่ผมพยายามเรียกร้องว่าให้ทำเป็น พระราชบัญญัติคือสิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องถามท่านประธานก็คือว่าในงบนี่ มันมีงบเกี่ยวกับ การสร้างคุกหรือเปล่าครับ มันต้องสร้างคุกไว้ชุดหนึ่งสำหรับขังผู้ว่าราชการจังหวัดเที่ยวนี้ หลังจากที่ผมพูดเสร็จนะครับ แล้วก็ส่งให้ ป.ป.ช. ผมเชื่อว่ามันจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นสิบคน เดินขบวนเข้าสู่คุก รวมทั้งผู้ติดตามคือป้องกันภัยเกษตร รวมทั้งเจ้าหน้าที่อีกบานเลย แล้วคุกนี้ จะเป็นคุกที่ใหญ่พอสมควรครับ ต้องปรึกษาท่านประธานจะเรียกว่า คุกผู้ว่าราชการจังหวัด หรือว่าคุกผู้ว่าราชการจังหวัดและเพื่อนอีก แล้วแน่นอนครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านประธาน ฟังต่อไป ท่านประธานครับ งบทดรองราชการเมื่อปี ๒๕๕๒ ใช้ไปทั้งหมด ๘,๕๑๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ใช้ไป ๘,๘๙๕ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ นี่ทะลุโด่งเลยครับ เป็น ๑๗,๘๓๕ ล้านบาท แล้วที่มันใช้กันนี่ มันไปใช้ช่วงที่รัฐบาลนี้ยุบสภา เปลี่ยนรัฐบาล งบนี้เขาให้ใช้เกี่ยวกับภัยพิบัติ ๙ อย่าง ผมจะพูดเฉพาะภัยพิบัติด้านพืช ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๒ มีการเบิกงบภัยพิบัติด้านพืช ประมาณ ๑๕๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๑,๑๙๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ทั้งหมด ๓,๓๒๒ ล้านบาท เกือบ ๓ เท่าตัวจากปี ๒๕๕๓ แล้วมันไปหนักในช่วงที่ยุบสภา เล่นกันไปเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท หลังจากเดือนพฤษภาคมมาถึงเดือนกันยายน มันเบิกกันบ้าเลือดครับ แล้วท่านดูต่อไปนะครับ ที่ว่าเบิกกันบ้าเลือดแล้วมันก็โกงบ้าเลือด ผมจะพูดเนื่องจากเวลามันก็ไม่เยอะเท่าไร จริง ๆ มันจะต้องไล่ยาว ผมจะย่อ ๆ นะครับท่านประธาน ผมจะขอเริ่มที่จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นี่เป็นจังหวัดน้องใหม่ ท่านประธานครับ เวลาไม่เป็นอะไรนะครับ ผมพูดอีกนิด จังหวัดบึงกาฬ นี่เป็นจังหวัดน้องใหม่ เขาประกาศจัดตั้งในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม มีผลบังคับใช้วันถัดมาวันที่ ๒๓ มีนาคม วันนั้นละครับ ต้องรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านก็รักษาการมาจนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคม พอเสร็จปุ๊บ ท่านก็ไม่รอช้าครับ เดือนกรกฎาคมท่านประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ๗ อำเภอ ที่จังหวัดบึงกาฬ ยกเว้นอำเภอพรเจริญ ประกาศทุกอำเภอครับเป็นเขตภัยพิบัติด้านพืช ท่านอ้างว่ามีการ ระบาดของโรคนะครับ แล้วท่านก็ออกคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคมว่าแต่ละอำเภอได้รับเงิน จัดสรรกันอำเภอละเท่าไร ใน ๗ อำเภอ เป็นที่น่าสงสัยในประการแรกก็คืออำเภอพรเจริญ เป็นอำเภอหนึ่งก็อยู่ในจังหวัดนี้ครับ ไม่กล้าครับ เรียกมาพูดบอกว่าไม่กล้าประกาศ เข้าใจว่าเท็จ มันไม่ระบาดจริงก็ไม่กล้าส่งเรื่อง ปรากฏว่าที่ประชุม กชผจ. คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จังหวัดบึงกาฬ ประชุมเสร็จมีมติออกมาเลยนะครับให้ซื้อยาคาร์เบนดาซิม (Carbendazim) ชนิดน้ำ บอกราคาเสร็จ ๑,๗๑๒ บาทต่อลิตร หรือ ๘๕๖ บาทต่อ ๕๐๐ ซีซี (CC) ทั้งโลก ทั้งเมืองครับ เวลาเขาจะซื้อเขาจะซื้อผงกัน เพราะว่ายาผงนี่มันขนง่าย แล้วมันใช้จำนวนเยอะ ใครเขาซื้อยาน้ำกันล่ะ ก็ปรากฏว่าอ้ายนี่หัวดี ออกสเปก (Spec) เป็นยาน้ำ แล้วยาน้ำในประเทศไทยมันขายอยู่ตัวเดียว บริษัทอินเตอร์ คร็อพ จำกัด ราคา ๓๕๐ บาทต่อลิตร เขาเอาไว้เฉพาะบ้านผู้อยู่อาศัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปซื้อมาใช้ มันขายไม่ดีครับ ราคามันก็แพง ราคาที่เราไปซื้อกันนี่นะครับ เราซื้อชนิดผง ราคามันลดลงตกกิโลกรัมละ ๒๕๐ บาทครับ ผมซื้อมาเป็นตัวอย่าง มีบิลเสร็จ เวลาเราไปทำ เป็นยาน้ำนี่ เราเอาครึ่งกระป๋องละลายน้ำได้ ๑ ลิตร มัน ๒๕๐ บาท ก็ตก ๑๒๕ บาทต่อ ๑ ลิตร บวกค่ากระป๋องพิเศษไปเลยนะครับ แทนที่จะเป็น ๑๒๕ บาท ก็ให้ค่ากระป๋องมันสัก ๑๐๐ บาท ดีไหมครับ กระป๋องมันก็ไม่ควรจะเกิน ๒๐๐ บาท ท่านรู้ไหมครับ จังหวัดบึงกาฬซื้อไปเท่าไร ๑,๗๑๒ บาท มันไม่ดีกว่ายาบ้าแล้วจะไปทำอะไรกินครับ นี่ตัวหนึ่งนะครับท่าน คาร์เบนดาซิม ซื้อเข้าใจหลบหลีกวิธีซื้อ ๑,๗๑๒ บาทออก ประชุมกันกี่ครั้ง ๆ บอกเลยมันต้องซื้อคาร์เบนดาซิม ราคา ๑,๗๑๒ บาทต่อลิตร หรือ ๘๕๖ บาท ผมอ่านจนทุกอำเภอที่มันซื้อจนผมจำราคาได้ ไม่ต้องท่องเลย แล้วผมก็ต้องเหนื่อยไปหาซื้อมัน ตกลิตรหนึ่งไม่เกิน ผมว่า ๑๕๐ บาทอย่างเก่ง ผมให้ ๒๐๐ บาท มันก็ยังกำไร ๘ เท่า ทำอะไรที่มันดีกว่านี้ล่ะครับท่านประธาน แล้วมันไปแสบ ตรงนี้สิท่านประธานครับ ปรากฏว่าพอประกวดราคามันมีคนไปยื่นซองกันแบ่งออกเป็น ๒ กรุ๊ป (Group) ที่อำเภอศรีวิไล อำเภอโซ่พิสัย อำเภอเซกา และอำเภอเมืองหนองคาย ท่านประธานครับ มันไปยื่นกัน ๓ บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา เป็นผู้ประมูลได้ราคาเท่ากับที่บอกมาละครับ ๑,๗๑๒ บาท บวกอีก ๒ บริษัทที่ไปยื่นเป็นตัวประกอบคือ บริษัทรับทรัพย์รุ่งเรือง กับบริษัท เมืองเลย เพิ่มทรัพย์รุ่งเรือง อ้าย ๒ บริษัทนี้ที่ไปยื่นประกอบ ปรากฏว่าเจ้าของบริษัทที่ไปยื่น ประกอบการที่อยู่ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น หมู่ที่ ตำบล อำเภอเดียวกันหมด ต่างกันเฉพาะบ้านเลขที่ เดินตะโกนข้ามกันได้ พร้อมไปยื่นซองกัน ปรากฏว่าอ้าย ๒ คนนี้เป็นตัวประกอบ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา ได้ อีกกลุ่มหนึ่งครับ คืออำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด บริษัทนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต ได้ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา อยู่ที่อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ประเด็นปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าใครได้หรอกครับ ถ้ามันประมูลปกติท่านประธาน ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ ปรากฏว่า ๒ บริษัทที่ประกวดราคาได้นี่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา กับห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต ท่านประธานครับ เขาประท้วงครับ
ท่านวิลาศเดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงครับ
ครับ เชิญเลยครับ ผมจะได้อ่าน ประท้วงนาน ๆ หน่อยก็ได้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ครับ กระผมขอประท้วงผู้อภิปรายนะครับ ผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ซึ่งได้อภิปรายไม่อยู่ในประเด็นเลย ให้ท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านผู้ประท้วงครับ คือท่านวิลาศกำลังอภิปรายในประเด็นว่าข้อเป็นห่วงในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งท่านได้บอกว่ารัฐบาลไม่ได้เสนอในเรื่องของโครงการรายละเอียดมา ท่านก็เลยเอาเหตุผล ที่เกิดขึ้นมาเป็นตัวอย่าง เพื่อที่จะฝากไปที่รัฐบาลว่าต่อไปการบริหารจะต้องมีความชัดเจน และควบคุมกำกับให้แน่นอน อย่าให้มีปัญหาเกิดขึ้น อันนี้เป็นข้อห่วงใยของท่านสมาชิกที่ได้ตั้ง ข้อสังเกตให้กับทางรัฐบาลนะครับ ก็ถือว่ายังอยู่ในประเด็น ข้อ ๖๑ อยู่ เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ขอบคุณ มากครับที่ประท้วง เดี๋ยวเอาอีกสักทีก็ได้ผมจะได้ทบทวน ท่านประธานครับ ปรากฏว่าบริษัทที่ได้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา ได้ไป ๔ อำเภอ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต ได้ไป ๓ อำเภอ ปรากฏว่าท่านประธานครับ ทั้ง ๒ บริษัทที่มันได้นี่คนออกบิลลายมือเดียวกันเป๊ะเลยครับ และที่สำคัญคือเบอร์โทรศัพท์ เบอร์แฟกซ์มันดันเบอร์เดียวกันเสียด้วย ตกลงมันฮั้วกันไหมครับ ทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต ทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา ราคาแพงกว่าก็ว่าไปแล้ว อย่างน้อย ๆ ๘-๙ เท่า บวกกับลายมือคนออกก็อันเดียวกัน เบอร์แฟกซ์ก็อันเดียวกัน มันไป ถึงไหนกันครับนี่นะครับท่านประธาน นอกจากนั้นท่านประธานครับ ผมไม่มั่นใจว่าการที่ทำครั้งนี้ มันทำเพราะว่าได้ตรวจสอบกันบ้างหรือเปล่าครับว่าคนที่ไปรับมันลายมือเดียวกันเซ็นรับของ ทั้งนั้นเลย คนเดียวเซ็นทั้งหน้าเลยครับ ท่านประธานครับ ไม่ได้เปลี่ยนแม้แต่ลายมือเดียว เซ็นรับของทีเดียวเลย ทุกชื่อเลย ผมมีรายชื่อตัวอย่าง ท่านประธาน ดูสิครับ คนเดียวมันเซ็น ทุกชื่อเลย เซ็นรับของ นายบุญใสก็คนเดียวกัน นายสวัสดิ์คนเดียวกันเซ็นหมดเลย ลายมือ เดียวกันเลย ผมถึงบอกว่าโครงการนี้ล่ะครับท่านประธาน มันทั้งแพง ทั้งบัญชีผี ซื้อจริงหรือเปล่า ก็ไม่รู้ โรคระบาดจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้อีก ผมไปอีกสักจังหวัดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ จังหวัดอุบลราชธานีท่านประธาน
ท่านวิลาศครับ ถ้าท่านเกินเวลานี้ก็จะทดเพื่อนของฝ่ายค้านไปนะครับ โอเค เชิญครับ ท่านคุยกับท่านอลงกรณ์ เดี๋ยวท่านอลงกรณ์ ๒๐ นาที ท่านก็ทดไป เชิญครับ
จังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานครับ อีกจังหวัดหนึ่งครับ ผมอยากจะพูดคือจังหวัดอุบลราชธานีและพวก แต่มันจะยาวไป เอาเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีก็แล้วกัน คือความจริงแล้วมันต้องพูดจังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็พวกก็คือว่าจังหวัดที่เคยแบ่งจากจังหวัดอุบลราชธานี คือจังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดยโสธร คือปรากฏว่ามันใช้งบนี้ละครับทดรองราชการเพื่อผู้ประสบภัยด้านพืช จังหวัดอุบลราชธานี ปี ๒๕๕๔ ใช้ไปทั้งหมด ๕๒๒ ล้านบาทครับ จังหวัดยโสธรใช้ไป ๒๕๐ ล้านบาท อำนาจเจริญใช้ไป ๑๔๘ ล้านบาท จังหวัดโคราชใหญ่ ๆ นี่ ๖๒ ล้านบาทครับ ๓ จังหวัด จังหวัดอุบลราชธานีและพวก ๓ จังหวัดเล่นไปเกือบพันล้านบาท แล้วเป็นจังหวัด ที่เก่งมากครับ คือเขาสามารถเบิกทีละ ๕๐ ล้านบาท เบิกได้ทุก ๑๐ วัน ถ้าไม่มีฝ่ายการเมือง อะไรไปรับลูกอยู่ มันเบิกไม่ได้หรอกครับอย่างนี้ ขั้นตอนพอใช้ ๕๐ ล้านบาทเสร็จ เขาต้อง รวบรวมบิลจากทุกอำเภอส่งไปที่ ปภ. ตรวจสอบ ปภ. ตรวจสอบเสร็จส่งไปที่กรมบัญชีกลาง มันทำได้อย่างไร ๑๐ วันเงินออกไปแล้ว ทำได้ทั้งหมด ๕๒๒ ล้านบาท แล้วท่านประธานครับ ท่านประธานลงลึกไปดูวิธีการซื้อของเขาสิครับ ยิ่งกว่าบริษัทบึงกาฬ บึงกาฬมันเพิ่งตั้งจังหวัด น้องใหม่มันยังทำไม่ค่อยเป็น จังหวัดอุบลราชธานีนี่ยอด เราก็เดี๋ยวกันลืมนะครับ เห็นได้ข่าว ว่ากำลังทำเรื่องไข้หวัดนกอยู่ ไม่รู้นกมันไปตายอะไรอยู่แถวจังหวัดอุบลราชธานี ก็ฝากเตือน ไปด้วยครับ ไข้หวัดนกก็เจอกันอีก ต้องพูดกันอีก ท่านประธานครับ จังหวัดอุบลราชธานี เขามีทุกโรคครับ ที่มีอยู่ในประเทศไทย โรคเกี่ยวกับพืช เมื่อรวบรวมมาทุกจังหวัดเลย ในประเทศไทยมีโรคอะไรบ้าง ไปรวมอยู่ที่จังหวัดนี้ครับ มีทั้งโรคไหม้คอรวงข้าว โรคขอบใบแห้ง โรคไหม้ใบข้าวนาปี โรคหนอนกอข้าว โรคหนอนห่อใบข้าว ไม่รู้โรคอะไรกันหนักหนา มันมีหมดเลย แล้วก็ค่อยๆ ซื้อกระจาย วันนี้เอา ๗ อำเภอนี้ พรุ่งนี้เอา ๑๘ อำเภอโน้น วนมันไปครบทุกอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี ไม่อย่างนั้นมันจะซื้อได้ อย่างไร ๕๒๒ ล้านบาท ผมจะยกตัวอย่างสัก ๒ ตัวอย่าง ท่านประธานครับ ความจริงแล้ว เขาซื้อทุกตัวนะครับ แต่ผมเอาแค่ ๒ ตัวพอเพื่อไม่ให้เสียเวลา ท่านประธาน ตัวที่ ๑ นะครับ เขาไปซื้อในโรคหนอนกอข้าว ท่านประธานครับ หนอนกอข้าวเขาใช้ยาตัวนี้ครับ เขาเรียกว่า เบนฟูราคาร์บ (Benfuracarb) ผมซื้อที่จังหวัดอุบลราชธานีเลยนะครับ ที่ร้านตวงสินเกษตรพันธุ์ ราคากิโลกรัมละ ๕๐ บาทครับ ปรากฏว่าพอประชุมทำนองเดียวกันนะครับ คือธรรมดาเขา เรียกวิธีพิเศษแล้ว อันนี้มันพิเศษของพิเศษ เขาเลยเรียกวิธีพิสดาร ท่านประธานครับ เขาซื้อ กิโลกรัม ๓๕๐ บาทครับ ๕๐ บาท เขาซื้อ ๓๕๐ บาท แล้วท่านคิดดูนะครับทั้งจังหวัดเขาซื้อ ทั้งหมดเป็นเงิน ๔๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท ปรากฏอย่างนี้สิครับท่านประธานมันมีอำเภออยู่ส่วนหนึ่ง เช่น อำเภอดอนมดแดง อำเภอน้ำยืน ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา ได้ อีกส่วนหนึ่งครับ คือเช่น อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอตาลสุม บริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัดได้ ก็เหมือนกันอีกละครับ ท่านประธานครับ ทั้ง ๒ ครั้งนี่ บริษัทคนเดียวกันออกบิลครับ คนที่ออกบิลนี่คนเดียวกันเป๊ะเลย ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ผมมีบิลตัวอย่าง ลายมือเดียวกันเลย เอาไปพิสูจน์ลายมือที่ไหนก็ได้ว่ามัน ลายมือเดียวกัน นอกจากนั้นท่านประธานครับ เมื่อกี้ผมได้เรียนไปแล้วนะครับว่าอีกรายการหนึ่ง ก็คือกรณีโรค ท่านประธานครับ อีกโรคหนึ่งก็คือโรคไหม้ใบข้าวนาปีครับ ท่านประธานครับ เขาประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ปี ๒๕๕๔ ก็ผมบอกหลังเดือนพฤษภาคม เขาประกาศเขตภัยพิบัติ ๑๙ อำเภอ ใช้เงินทั้งหมด ๔๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มี หนังสือเวียนไปหมดนะครับว่าคุณต้องซื้อ ถามคนพูด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี (WP) แล้วตัวนี้มันใช้ ๔ ไร่ต่อกิโลกรัม ที่เขาใช้นะครับ ท่านประธานครับ เขาใช้ตัวนี้ครับ ที่เขาซื้อใช้ ที่จังหวัดอุบลราชธานีคือ เมเจอร์เบน นี่เขาซื้อแจก ผมก็ซอกแซกไปที่บริษัทมันเลยเขาอยู่ ซอยบรมราชชนนี ๖ ผมก็ไปถามเขาว่าคุณขายกันอย่างไร ผมจะซื้อไปให้บริจาคเกษตรกรหน่อย เขาบอกว่าถ้าผมซื้อทีหนึ่ง ๑๐ ลังก็คือ ๑๐ คูณ ๖ กระป๋อง ราคากระป๋องละ ๒๕๐ บาท ท่านประธานรู้ไหมครับว่าจังหวัดอุบลราชธานีเขาซื้อเท่าไร ๑,๙๒๐ บาทครับ ๑,๙๒๐ บาท ผมย้ำท่านประธานอีกที เจ๊งไหมครับประเทศไทย มันซื้ออะไรกัน ๓ ตัวนี่ไม่น้อยกว่า ๗๐๐ เปอร์เซ็นต์ทุกตัวเลยที่ผมซื้อมา แล้วผมก็ไปซื้อที่จังหวัดอุบลราชธานีนี่นะครับ ซื้อกระป๋องเดียวจากร้านข้างถนนราคา ๒๘๕ บาท รวมเบ็ดเสร็จเขาซื้อ ๑,๙๒๐ บาทครับ มันรวยกันมโหฬารอะไรกันขนาดนี้ ไปค้าขายอะไรดีครับท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ ท่านประธานครับ ที่ผมต้องเรียนท่านประธานว่ามันดีจริง ๆ ธุรกิจนี้ ถ้าทำกันได้คนค้ายาบ้า มันคงจะหมด แล้วก็เรียนท่านประธานด้วยนะครับว่า ท่านประธานคิดว่าที่ผมพูดไปทั้งหมดนี้ มันเป็นประโยชน์หรือว่าผมไปขัดขวางพระราชกำหนดครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธาน นะครับว่าผมพูดทั้งหมดนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าอะไรไม่จำเป็นอย่าไปทำครับ แล้วอย่าไป กล่าวหาชาวบ้านเขา ถ้ากล่าวหาแล้วก็อย่าให้เขาไปโต้ตอบเราได้ ผมขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านวิลาศครับ ผมขออุปกรณ์วัสดุหน่อยครับ ที่ท่านได้เอาประกอบการอภิปรายทั้งหมดนะครับ เจ้าหน้าที่ขออุปกรณ์วัสดุมาด้วยนะครับ ท่าน จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ครับ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรขอเชิญท่านไปปรึกษาหารือหน่อยที่ห้องทำงานท่านนะครับ เชิญท่าน อลงกรณ์ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดเพชรบุรี กระผม ขอถือโอกาสนี้ในการอภิปรายพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวาง ระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พุทธศักราช ๒๕๕๕ ควบคู่ไปกับการ พิจารณาพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พุทธศักราช ๒๕๕๕ โดยที่รัฐบาลได้ให้ เหตุผลถึงความจำเป็นที่จะต้องตราพระราชกำหนดในการบังคับใช้ ซึ่งใน ๒ ฉบับดังกล่าวนั้น ฉบับหนึ่งเรียกสั้น ๆ ก็คือ พ.ร.ก. กู้เงินน้ำท่วม อีกฉบับหนึ่งก็เป็น พ.ร.ก. โอนหนี้เพื่อช่วยน้ำท่วม กระผมจะให้น้ำหนักของการอภิปรายจากนี้ไปในเรื่องพระราชกำหนดที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม เป็นสำคัญ แต่ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่ามีหลายคำถามทีเดียวที่มีความประสงค์จะให้ คณะรัฐมนตรีหรือท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบข้อซักถามเพื่อความกระจ่างก่อนที่จะมีการลงมติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครั้งที่กระผมได้อภิปรายในช่วงของการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๕๕ ที่ทางรัฐบาลได้เสนอเป็นพระราชบัญญัติสู่สภาผู้แทนราษฎร ผมได้ตั้งฉายา กฎหมายการเงินฉบับนั้นว่าเป็น พ.ร.บ. หนี้ท่วม เพราะทราบดีว่าภายใต้สถานการณ์ มหาอุทกภัยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศนี้ต้องการเงินในการที่จะต้องไปป้องกัน เยียวยา ฟื้นฟู ทั้งก่อน ระหว่างและภายหลังอุทกภัยดังกล่าว ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็ตาม เพียงแต่ว่า เราจะได้เงินมาอย่างไรที่จะนำมาใช้จ่ายในการบริหารโครงการต่าง ๆ
๑. ก็คือโดยพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งก็ได้ ขอความเห็นชอบไปแล้ว และอยู่ระหว่างการบริหารงบประมาณดังกล่าว
๒. ก็คืองบประมาณในปีต่อไป คือปี ๒๕๕๖ ซึ่งรัฐบาลก็กำลังดำเนินการอยู่ ในขณะนี้ และ
๓. ก็คือเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินกู้ ความเกี่ยวโยง โยงใยระหว่าง ๒ พระราชกำหนดดังกล่าวนั้น ก็คือการที่รัฐบาลนั้นต้องการที่จะปลดเปลื้องภาระการจ่ายดอกเบี้ย ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินโดยประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปีที่เป็นภาระของงบประมาณ จึงได้ตราพระราชกำหนดมาเสนอต่อสภา โดยหวังว่าเงิน ดังกล่าวนั้นจะนำมาใช้จ่ายโดยเฉพาะในส่วนของการแก้ไขเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัย อันอาจจะเกิดขึ้นในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป พร้อมกับให้เหตุผลว่าเงินดังกล่าวนั้นในงบประมาณยังไม่พอก็จำเป็นที่จะต้องใช้เงินกู้โดยตรา พระราชกำหนดขออำนาจให้กระทรวงการคลังกู้เงินมา ในการอภิปรายตั้งแต่เมื่อวานนี้ เป็นต้นมานั้นเราจะได้ยินคำว่าการตีเช็คเปล่าบ้าง การเรียกร้องให้เห็นถึงรายการโครงการ แผนงานที่ชัดเจนที่จะขออนุมัติเงินกู้ในเพดาน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เราได้ฟังถึงความ ไม่แน่ใจต่อความสามารถในการบริหารจัดการที่จะสามารถนำเงินดังกล่าวนั้นไปใช้ได้ สอดคล้องต่อวัตถุประสงค์ และล่าสุดเมื่อสักครู่ก็คือความข้องใจในเรื่องของความโปร่งใส ในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) โดยเฉพาะในภาวะเร่งรีบอาจจะมีการใช้ การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษหรือกรณีพิเศษ ซึ่งจะทำให้เกิดการรั่วไหลและเป็นช่องว่างช่องโหว่ ในการคอร์รัปชันความจริงผมต้องเรียนท่านประธานว่ากฎหมายการเงินดังกล่าวนั้น ก็เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินกู้และเงินในงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกด้วย ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็น ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จะมีความหมายหรือไม่อยู่ที่ผลสัมฤทธิ์ของความตั้งใจที่รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ จะร่วมรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศ มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นความรุนแรง และก่อให้เกิดความเสียหายหลายล้านล้านบาท ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และโอกาส ในอนาคตของประเทศนี้ นั่นหมายถึงความเชื่อมั่นว่าแผนงานโครงการต่าง ๆ นั้น จะสร้างความเชื่อมั่นได้มากน้อยแค่ไหน และรวมไปถึงการพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งถึงความสามารถ ของรัฐบาลที่เป็นข้อสงสัยอย่างยิ่งต่อความสามารถในการบริหารจัดการและการรับมือ ของอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ท่านประธานคงทราบว่าภายใต้พระราชกำหนดดังกล่าวนั้น รัฐบาลได้มีการนำเสนอกรอบของการใช้วงเงินดังกล่าว ๖ กรอบด้วยกัน
กรอบที่ ๑ คือแผนงานฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศโดยการปลูกป่า สร้างฝายแม้วและอนุรักษ์ดินต้นน้ำของแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง ท่าจีน และป่าสัก รวมถึงการสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำสะแกกรัง ลุ่มน้ำน่าน และลุ่มน้ำป่าสัก รวมทั้งสิ้น ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งยังมีข้อสงสัยอยู่ว่าในแผนงานโครงการเหล่านี้จะสามารถ ดำเนินการแล้วเสร็จภายในกรอบเวลาหรือไม่ หรือว่าเพียงแค่มีเงินมากองไว้แล้วก็ไม่สามารถ ที่จะใช้ได้ภายใต้ภาระทางการเงินที่เราจะต้องรับผิดชอบ ขณะเดียวกันไม่มีการจัดลำดับ ความสำคัญของแต่ละโครงการให้เห็นชัด อย่างน้อยก็ต้องบอกว่าในพื้นที่ต้นน้ำในแผนงานที่ ๑ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน ซึ่งท่านประธานก็คงทราบนะครับว่าในการบริหารจัดการ น้ำท่วมที่ผ่านมานี่มันมีความผิดพลาดตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำต้นน้ำ ในเขื่อนขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ที่มีการบริหารจัดการน้ำในการระบายน้ำไม่สอดคล้อง ต่อปริมาณรับน้ำที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องจึงมีการเร่งปล่อยระบายน้ำ เพราะฉะนั้นในพื้นที่ต้นน้ำ เหล่านี้ยังไม่มีการจัดลำดับความสำคัญครับ เป็นแต่การบอกบนแผ่นกระดาษพื้นราบแนวราบ เท่านั้นเองว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ว่าขาดรายละเอียดและที่สำคัญขาดการจัดลำดับ ความสำคัญให้เกิดความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบริหารเงินกู้ แล้วก็สามารถทำให้โครงการ ดังกล่าวนั้นเสร็จทันต่อเป้าหมายระยะสั้นที่วางไว้
ขณะเดียวกันท่านประธานก็จะเห็นว่าในแผนงานที่ ๒ ซึ่งใช้วงเงินสูงที่สุดครับ ใช้วงเงินถึง ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท เป็นแผนงานฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างเดิม หรือตามแผนที่วางไว้โดยการจัดทำทางน้ำหลากที่เรียกว่าฟลัดเวย์ หรือทางผันน้ำที่เรียกว่า ฟลัด ไดเวอร์ชัน ชาแนล (Flood diversion channel) รวมทั้งถนนและอาคาร องค์ประกอบ เพื่อรับน้ำหลากจากแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางตะวันออกหรือทั้ง ๒ ฝั่ง รวมทั้งการจัดผังการใช้ที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินในผังและปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลัก และคันริมแม่น้ำส่วนที่เหลือ รวมทั้งการยกระดับถนนและทางหลวงเพื่อป้องกันน้ำท่วมใน พื้นที่เศรษฐกิจ ชุมชน และคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริในเขตกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ต้องเรียนว่าถ้ามองในมุมของแนวทางก็เป็นแนวทางหนึ่ง ที่ไม่มีใครโต้แย้งว่าจำเป็นที่จะต้องมีการทำฟลัดเวย์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงสภาพคูคลอง ทั้งคลองธรรมชาติ หรือคลองส่งน้ำระบายน้ำชลประทาน หรือว่าสร้างขึ้นใหม่ เพราะจากต้นน้ำ ที่มาคราวที่แล้ว จากปิง วัง ยม น่าน มาสู่จังหวัดนครสวรรค์เป็นเจ้าพระยานั้นก็เริ่มเข้าสู่ ภาคกลางตอนบน ตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทองลงมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาลงมาจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐม และกรุงเทพมหานครก่อนลงสู่อ่าวไทย ปัญหาที่เกิดความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในเรื่องของการระบายน้ำอย่างไม่สอดคล้องต่อ ปริมาณน้ำที่เข้าในพื้นที่ต้นน้ำ เกิดความผิดพลาดในการบริหารการระบายน้ำ จนกระทั่งมี การอภิปราย ท่านประธานคงจำได้ว่ามีการกล่าวหาถึงขั้นที่ว่าฝั่งตะวันออกมีการระบาย ฝั่งตะวันตกไม่มีการระบาย นั่นหมายความว่าน้ำที่มาสู่เจ้าพระยา แล้วก็ออกไปทางท่าจีนนั้น มีการระบายไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่จะต้องดำเนินการ ขณะเดียวกันน้ำที่ไปสู่ฝั่งตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำป่าสัก แล้วก็แม่น้ำลพบุรี ทั้งที่ย้อนกลับเข้ามาที่เจ้าพระยาอีกครั้งหนึ่งใน พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือว่าไปเชื่อมต่อเพื่อระบายออกไปยังแม่น้ำบางปะกง ปรากฏว่าในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วม เราต้องเอาประสบการณ์จากความผิดพลาดเพื่อมาแก้ไข และหวังว่าจะใช้เงินเม็ดนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ไม่น่าเชื่อนะครับขณะที่น้ำไหลบ่าเข้ามา จากจังหวัดนครสวรรค์แล้วก็ท่วมเข้ามาที่จังหวัดอุทัยธานี ท่าน ส.ส. กุลเดช หรือว่าเทศฯ แป๊ะ นี่ครับ ลงไปลุยน้ำ ไปดู ไปช่วยชาวบ้าน แล้วก็นำท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คือท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมและคณะได้ลงไปดูสภาพของแม่น้ำสะแกกรังที่เข้ามาทบกับ แม่น้ำเจ้าพระยา แต่สิ่งที่เราเห็นข้อผิดพลาดอย่างยิ่งก็คือว่าเมื่อการระบายน้ำอย่างรวดเร็ว เกินกว่าจะรับได้จากตอนเหนือลงมาแล้วนี่ พอเข้าสู่ภาคกลางตอนบนสิ่งที่เกิดขึ้นคือการที่ไม่ ระบายออกทั้งปีกซ้ายปีกขวาอย่างมืออาชีพ อย่างที่ควรจะเป็นเหมือนในอดีต ก็ทำให้เขื่อนดิน ที่กั้นฝั่งตะวันออกของภาคกลางพังครับที่เขากระดี่ ที่อยู่ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์มาจังหวัดชัยนาท ตรงนั้นเองที่ปริมาณน้ำมหาศาลได้เทลงไปยังพื้นที่ตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาลงไปยัง จังหวัดลพบุรี พื้นที่ที่ไม่เคยท่วมก็ท่วม แล้วก็ท่วมอย่างรุนแรง และไม่สามารถควบคุมทิศทาง ปริมาณน้ำได้ แล้วก็เข้ามาสู่พื้นที่อย่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ต้องพูดถึงจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทองมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นิคมอุตสาหกรรมจมน้ำกันหมดถึงเอาไม่อยู่ อย่างไรนะครับ ฝั่งตะวันตกเช่นกันในที่สุดแล้วเมื่อมีการกดดันกันมากขึ้นก็ต้องออกทาง แม่น้ำท่าจีนมากขึ้น ออกทางคลองมะขามเฒ่ามากขึ้น และแน่นอนที่สุดครับปริมาณน้ำ จำนวนมากได้อั้นไว้ และทั้งที่แตกและทั้งที่ไปตามแม่น้ำไปทางคลองระบายน้ำในที่สุด ก็ถาโถมเข้าโจมตีพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรีบางส่วนนะครับ แล้วก็จังหวัดสมุทรสาคร บางส่วน ในขณะที่น้ำเข้ามาจ่ออย่างนั้นท่านประธานเชื่อไหมครับ ซึ่งฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในฐานะอยู่ในคณะรัฐมนตรีไว้ด้วย ไม่ทราบว่าท่านไปจัดการน้ำ อย่างไรนะครับ แต่ว่าท่านมาฟังไว้ก็ถือว่ายังเป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี ขณะที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร อดีตนายกรัฐมนตรี ผมเป็นรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคกลางก็เดินทางไป ทุกจังหวัดครับ ปรากฏว่าเมื่อเราไปทางซีกของคลองระพีพัฒน์แล้วลงมาสู่คลองประเวศบุรีรมย์ แล้วไปดูคลองที่จะส่งไปยังอำเภอบางปะกงหรือว่าส่งไปทางคลองด่านไม่น่าเชื่อนะครับ น้ำแทบไม่มีเลยครับ ประตูน้ำ ๑๐ บานอย่างน้อยที่จังหวัดสมุทรปราการไม่มีน้ำจะสูบออกครับ พื้นที่อำเภอบางปะกงที่มีประตูน้ำท่าถั่ว ประตูน้ำท่าไข่ที่เป็นจุดปลายสำหรับรับน้ำที่เราจะ ผันออกไปยังอำเภอบางปะกงให้ช่วยรับน้ำบ้าง แทบไม่มีน้ำไปครับ ไปดูที่เขื่อนพระราม ๖ ต้นคลองระพีพัฒน์ก็แทบไม่ได้ปล่อยลงมาทางซีกตะวันออก ตรงจุดนี้ครับ ไม่ว่าเราจะใช้เม็ดเงิน มากแต่ปานใดก็ตาม แต่ถ้าการบริหารจัดการยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากระบบการระบายน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์เต็มที่ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มันก็สูญเปล่าครับ แต่ว่ามันนำมาซึ่งหนี้สิน ภัยพิบัติที่มีต่อประชาชน ครัวเรือน ภาคเอกชน และความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศนี้ต่อไปในการข้างหน้า ซีกตะวันตกแม่น้ำท่าจีนถูกครับ เป็นแม่น้ำที่ผ่านจังหวัดไหนก็เรียกชื่อเปลี่ยนไป ผ่านสุพรรณบุรีก็เป็นแม่น้ำสุพรรณบุรี ผ่านมาที่แถวนครชัยศรีก็เป็นน้ำแม่น้ำนครชัยศรี แล้วก็ไปลงที่จังหวัดสมุทรสาคร ก็คดเคี้ยว ซึ่งตรงนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าหัวได้ทรงเป็นแบบอย่างแล้วนะครับ ที่คลองลัดโพธิ์ สามารถที่จะทำคลองลัดโพธิ์ในพื้นที่แม่น้ำท่าจีนได้ และมีโครงการที่จะทำเจ้าพระยา ๒ ที่จะตัด ทางฝั่งตะวันตก ตะวันออก เพื่อเชื่อมกัน ผมเรียนท่านประธานว่าผมเองได้ขับเรือด้วยตัวเอง ไปดูคลองต่าง ๆ ในซีกของฝั่งตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นคลองมหาสวัสดิ์ ไม่ว่าจะเป็นคลองภาษีเจริญ ซึ่งเป็นคลองขุดนะครับ คลองชักพระ บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ คลองบางพรม คลองบางเชือกหนัง คลองระมาด ไปดูหมดละครับ เชื่อมโยงไปถึงพุทธมณฑล สิ่งที่ได้เห็นประการหนึ่งก็คือภูมิปัญญาใน ๑๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ ที่มีการตัดคลอง ขุดคลอง เชื่อมโยงจนกระทั่งเรียกว่า เป็นการบริหารจัดการน้ำ เพื่อใช้ในการขนส่ง ใช้เพื่อการชลประทาน ใช้เพื่อการครัวเรือน แต่เมื่อผมได้ไปสำรวจ ภายหลังระหว่างน้ำท่วมและหลังน้ำท่วม ขับเรือไปด้วยตัวเองนะครับ ได้เห็นความเสื่อมโทรม เสื่อมทรุด ขาดการเอาใจใส่ ความจริงตรงนั้นผมเองบอกว่าถ้ารัฐบาลใช้ภูมิปัญญามากกว่านี้ เราจะใช้เงินน้อยกว่านี้ หรือใช้ภูมิปัญญาบวกด้วยงบประมาณหรือเงินกู้ที่ได้ไปเราก็จะได้ผล มากกว่านี้ เช่นในฝั่งตะวันตกมีคลองมากที่ตื้นเขิน มีคลองมากที่ทางตัน ท่านประธานจำได้ ไหมครับ ตอนที่น้ำท่วมมากแล้วกำลังเข้าโจมตีผ่านถนนพระราม ๒ ข้ามไปยังฝั่งเพื่อออกทะเล มีคลองสายหนึ่งที่ตัดจากบางบอน ปรากฏว่ามีตึกหลังหนึ่งขวางอยู่ครับ ทั้งที่เป็นคลองธรรมชาติ แล้วน้ำก็ไปไม่ได้ ก็ท่วมเคหะธนบุรี ๓-๔ โครงการ เต็มไปหมดเลยครับ ผมก็ได้เดินทางไปกับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปดู ตรงนี้ที่อยากจะเรียนว่า กรุงเทพฯ ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นที่สุดท้ายก่อนที่จะลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร เราเคยได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออกครับ แล้วเวนิสตะวันออกนั้นมีบ่งบอกอยู่แล้วว่าเราอยู่กับน้ำ อยู่กับธรรมชาติ แต่เราทิ้งธรรมชาติมานาน วัดเป็นร้อยวัด บ้านเรือนเป็นหมื่นหลัง แต่วันนี้ หน้าบ้านหันเข้าถนน ไม่ได้ใส่ใจต่อการพัฒนาคูคลองที่เรามีอยู่ ผมเพียงแต่เรียนท่านประธานว่า ประสบการณ์ของประเทศไทย และเรากำลังทำในสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเมื่อ ปี ๒๕๕๑ ที่เรียกว่า เป็นซัมเมอร์ ฟลัดย์ ๒๐๐๗ (Summer floods 2007) ของประเทศอังกฤษ จนกระทั่งมีการศึกษาโดย เซอร์ไมเคิล พิทท์ แล้วก็ทำเป็นพิทท์ รีวิว (Pitt Review) นะครับ เป็นรายงาน แล้วก็นำมาสู่การตราเป็นกฎหมายบริหารและจัดการน้ำของประเทศอังกฤษ ในปี ๒๐๑๐ ครับ คล้าย ๆ กับที่เราเสนอพระราชกำหนดแต่ต่างกันตรงที่ว่าเราเอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่ว่าพระราชบัญญัติของอังกฤษที่ออกนั้นเขาเอาเรื่องปัญหา แผนงาน โครงการ ยุทธศาสตร์ ทั้งหมดเป็นตัวตั้ง แล้วก็เอาเงินเป็นประเด็นรอง ซึ่งดูประหนึ่งว่าการเสนอตัวพระราชกำหนด ทางการเงินของเราจะต้องกลับหัวกลับหางใหม่นะครับ รัฐบาลยังมีเวลา จากนี้ไปผมเชื่อว่า ถึงอย่างไรก็ตามพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับก็คงจะผ่านเสียงข้างมากไป แต่ที่ฝากไว้ก็คือว่า ขอให้ทางรัฐบาลได้กลับวิธีคิดครับ เหมือนอย่างที่ประเทศอังกฤษเจอมหาอุทกภัยเหมือนกัน รุนแรงในรอบ ๖๐ ปีของเขา แล้วรัฐสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติก็เข้าไปมีบทบาทด้วยการ ตรากฎหมาย แต่ตรากฎหมายไม่ใช่เฉพาะการมาขอเงิน แต่เขาได้ให้อำนาจหลายเรื่องเพื่อ จัดการต่อประเด็นที่อาจจะเป็นปัญหาและอุปสรรคของทั้งการระบายน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ หรือแม้แต่พื้นที่ที่ต้องการเป็นพื้นที่รับน้ำ โดยให้อำนาจในลักษณะที่ถ้าจำเป็นต้อง กระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ เหมือนในอีก ๔ แผนงาน ท่านประธานขออีก ๒ นาทีแล้วกันนะครับว่าในแผนงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของระบบการ เตือนภัยก็ดี อีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือว่าพื้นที่รับน้ำนอง พื้นที่ชลประทานที่บอกว่าเป็นแก้มลิง อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งแผนบริหารจัดการ ๑๗ ลุ่มน้ำ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็แผนการดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากให้รัฐบาลได้สร้างความชัดเจนนะครับ แล้วก็เปลี่ยนวิธีคิด วิธีบริหารจัดการว่าปัญหา ที่ขัดข้องแล้วก็ผิดพลาดในช่วงที่เรารับมือในช่วงมหาอุทกภัยนั้น ควรจะต้องเอาเรื่องเหล่านี้ เป็นตัวตั้งแล้วก็เอาโซลูชัน (Solution) แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ครบวงจร บูรณาการ ทั้งราชการส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น และประชาคม โดยเฉพาะจิตอาสาที่ช่วยเหลือกันมาก ทั้งภาคเอกชนแล้วก็ชุมชนทั้งหลาย หลังจากนั้นก็คือเรื่องของการพิจารณาเม็ดเงิน และต้อง เรียนท่านประธานว่าภายใต้พระราชกำหนดดังกล่าวรัฐบาลก็จะขอเป็นระยะ ๆ นะครับ ตรงนั้นเราก็จะมาพิจารณากันเป็นระยะ ๆ เหมือนกันว่าคิดถูกหรือคิดผิดอย่างไร แล้วก็ อนุมัติเงินเป็นงวด ๆ นะครับ ก็หวังว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีก็จะปฏิบัติตามนี้ เราจะต้อง ช่วยกันดูแลนะครับ เพราะว่าอนาคตประเทศชาติต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้นและเป็นสิ่งที่ต้องขอใช้ ภาษาอังกฤษว่า อันพรีดิคเทเบิล (Unpredictable) คือยากที่จะคาดการณ์ วันนี้ภัยแล้ง ๑๘-๑๙ จังหวัดแล้วนะครับ ๑๘-๑๙ จังหวัดเจอภัยแล้ง ขณะที่เรามาของบหลายแสนล้านบาท เพื่อแก้น้ำท่วม ดังนั้นก็คิดว่ารัฐบาลคงจะเข้าใจดีว่าในสถานการณ์ที่ยากต่อการคาดหมายนั้น รัฐบาลก็ต้องจัดลำดับงาน จัดลำดับเงินนะครับ และขออนุมัติสภาโดยการพยายามที่จะให้ รายละเอียดให้มากที่สุด แล้วเราก็จะร่วมกันในการพิจารณา ผมเรียนว่าโดยแท้ที่จริงทราบดี ว่าวัตถุประสงค์ตรงกัน ต้องการแก้ไขและป้องกันในเรื่องของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ว่าวิธีการในลักษณะที่เป็นพระราชกำหนด และเมื่อคำนึงถึงความสามารถในการบริหาร งบประมาณของงบปี ๒๕๕๕ ประกอบกับแผนงานที่ยังขาดความชัดเจนและการจัดลำดับ ความสำคัญ ผมไม่สามารถที่จะยกมือสนับสนุนได้ในวิธีการที่รัฐบาลนำเสนอครับ ขอบคุณครับ
และก่อนรัฐบาลจะชี้แจงนะครับ เดี๋ยวจัดลำดับอย่างนี้นะครับ หลังจากที่รัฐบาลตอบสั้น ๆ นะครับ แล้วจะเป็นท่านกำนันประสาท ตันประเสริฐ ท่านมารอตั้งแต่ ๙ โมงเช้าแล้ว เมื่อเช้า ที่ผมขึ้นนะครับ แล้วก็มาท่านวินัย สมพงษ์ ๑๐ นาที และมาที่ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ๓ ท่านนะครับ เชิญรัฐบาลชี้แจง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลนะครับ ต่อกรณีที่พรรคฝ่ายค้าน ตลอดจนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐบาล ในการบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ แล้วก็ใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลก็ขอน้อมรับ คำชี้แนะและข้อเสนอแนะจากฝ่ายค้านและเพื่อนสมาชิกที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล รัฐบาล ยืนยันครับว่าเงินกู้ในโครงการบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ของรัฐบาล ก็จะใช้เงินให้เกิด ประโยชน์สูงสุด ไม่ก่อให้เกิดการโกงหรือทุจริต หรือหาผลประโยชน์ใด ๆ เกิดขึ้นในเงินกู้ก้อนนี้ และทุกโครงการที่จะก่อสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ รัฐบาล ก็จะเสนอให้ต่อสาธารณชนได้รับทราบโดยตลอด แล้วก็จะสรุปเป็นรายงานเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบและร่วมกันตรวจสอบ เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกสบายใจได้ นอกจากนั้นแล้วเพื่อสร้างความมั่นใจรัฐบาลขอยืนยันนะครับว่ารัฐบาลได้ขอความร่วมมือ จากนักวิชาการและผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านน้ำและแขนงศาสตร์อื่น ๆ ที่ต่อเนื่องในเรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้าร่วมเสนอแนะและชี้แนะ แนวทางการแก้ไขปัญหาและป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้นการใช้งบประมาณของรัฐบาลในครั้งนี้ รัฐบาลคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของพี่ น้องประชาชน ไม่ต้องการเห็นพี่น้องประชาชนเดือดร้อน แล้วก็ต้องการที่จะนำพาอนาคตที่ดี ให้เกิดขึ้นแก่ประเทศไทยในสายตาของชาวโลกว่าประเทศไทยนั้นได้ให้ความสำคัญต่อสิ่งเหล่านี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้กลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างสบายอกสบายใจ ไม่เกิดปัญหาภัยพิบัติเช่นนี้อีกต่อไป ต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้การสนับสนุน ผ่านพระราชกำหนดทั้ง ๔ ฉบับที่ได้ขอสู่สภาในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านกำนันประสาทครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าไม่ได้พูดคงอึดอัด ฟังมาตั้งแต่เมื่อวาน ท่านประธานครับ ด้วยความรู้สึกตรง ๆ บอกว่ารับได้กับความคิดเห็นของฝ่ายค้านหลาย ๆ ท่าน ขออนุญาตจริง ๆ เวลาที่เกิดสถานการณ์อย่างนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลจะทำอย่างนี้ไหมครับ วันนี้พระราชกำหนดให้ อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ท่านประธานครับ ทุกคนรู้หมดความเสียหายมหาศาลที่เกิดขึ้นไม่เคยคิดว่าจะเห็น ก็ได้เห็น ย่อยยับหมดทั้งภาคเศรษฐกิจ เอกชน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว เพราะฉะนั้นมันเป็น เหตุจำเป็นเร่งด่วน ฉุกเฉิน ทุกอย่างเข้ารัฐธรรมนูญหมด ที่รัฐบาลจะออกพระราชกำหนด แม้ว่าจะถูกทักท้วงเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ก็มาให้สภาได้อภิปราย จะออกเป็นพระราชบัญญัติได้อย่างไรครับท่านประธาน ช้าไม่ทันกาล ผมดีใจ ผมภูมิใจ ที่รัฐบาลได้ตัดสินใจออกเป็นพระราชกำหนด แม้ว่าในวงเงินกู้ไม่เกิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะมากหรือน้อยไปผมก็ยังไม่ทราบ แต่ผมมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลต้องการทำเพื่อพี่น้องประชาชน จริง ๆ ในอดีตรัฐบาลเยอะแยะครับ ที่ออกพระราชกำหนด เมื่อรัฐบาลที่แล้วก็ไทยเข้มแข็ง ไปทำถนน ส่วนใหญ่จะทำถนน ผมก็เสียดายเหลือเกิน แต่ก็ไม่มีโอกาสเพราะไม่ได้เป็น ผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ถนน ๕ กิโลเมตร งบประมาณ ๔๐ ล้านบาท ๖ เดือน พังหมดเลยครับ ตอนนี้ก็ดูไม่ได้ นี่คือพระราชกำหนดไทยเข้มแข็ง มันเป็นอย่างนี้ ไม่มีรัฐบาลไหนหรอกครับ ที่จะเอาความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนมาเป็นเรื่องที่ทำให้ตัวเองได้ประโยชน์ พูดกันก็บ่อย เรื่องปัญหาน้ำในเขื่อนบ้าง ไม่มีใครทำครับ ผมยืนยัน วันนี้ถ้ารัฐบาลเพิกเฉยไม่ออก พระราชกำหนด ถ้าเกิดขึ้นอีกจะทำอย่างไรปัญหานี้ แน่นอนต้องถูก ผู้แทนราษฎรถูก พี่น้องประชาชนขับไล่ วันนี้ปัญหาต่าง ๆ จะได้รับการแก้ไข วางระบบบริหารจัดการน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพอย่างบูรณาการ ไม่ใช่เพียงแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนะครับท่านประธาน
อีกปัญหาหนึ่งที่ประเทศไทยของเราประสบคือปัญหาภัยแล้ง ไม่แล้งก็ท่วม วันนี้จัดการเรื่องทำไม่ให้น้ำท่วมแล้วก็ทำไม่ให้น้ำแล้ง ประเทศไทยของเราไม่อับจนหรอกครับ เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ฟื้นเร็ว ไม่ต้องห่วงครับ ถ้ากู้มาแล้วเอามาทำเพื่อพี่น้องประชาชน เดี๋ยวก็ฟื้น เกษตรกรรมเราจำเป็นที่จะต้องมีน้ำเป็นหัวใจ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลมีทั้ง กยน. กยอ. อีกหลายฝ่ายที่ช่วยกันเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ ผมมีความเชื่อมั่นครับว่ารัฐบาลสามารถ ที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ พระราชกำหนดฉบับนี้มีความจำเป็น ผมสนับสนุน ไม่ใช่ว่าเป็นรัฐบาล แล้วจะสนับสนุน ถึงแม้วันนี้ถ้าผมเป็นฝ่ายค้านจริง ๆ ผมก็สนับสนุน เวลาที่พระราชบัญญัติ งบประมาณไม่เห็นฝ่ายค้านลงมติไม่ไว้วางใจ ก็งด งดออกเสียง แต่ฉบับนี้ พ.ร.ก. ถ้าเป็นไปได้ ก็คงจะงดออกเสียง เพราะเงินทั้งหมดนี้ออกมาเพื่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ โอกาสตรงนี้ต้องขอบคุณผู้หญิงเก่ง นายกรัฐมนตรีผู้หญิงคนแรกของประเทศไทยแล้วก็เป็น ผู้นำที่มีความสามารถ จะสามารถแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนในยามวิกฤติได้ ผมขออนุญาตทุกท่าน ผมสนับสนุนพระราชกำหนดฉบับนี้ครับ ผมขอบคุณครับ
ท่านวินัย สมพงษ์ ครับ เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอแสดงข้อคิดความเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ที่รัฐบาลกำลังนำเสนอสภาเพื่อพิจารณาโดยย่อ ๆ ท่านที่เคารพครับ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจ พี่น้องประชาชนฟังอยู่ทางบ้าน หลายคนก็ยัง สงสัยว่า พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินมาแล้วว่าไม่ผิด รัฐบาลสามารถที่จะเสนอ พ.ร.ก. ๒ ฉบับเพื่อให้สภาพิจารณาได้โดยถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกประการ ครั้นเมื่อวันนี้เราได้มีการอภิปราย พ.ร.ก. ๒ ฉบับนี้ พี่น้องประชาชนคนที่ฟังอยู่ทางบ้าน ดูอยู่ทางบ้าน หลายคนก็สงสัยว่าในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเขาเห็นว่าไม่ขัดกฎหมายแล้วทำไม ฝ่ายค้านจึงมาทักท้วง จึงมาคัดค้าน ผมขอเรียนเพื่อความเข้าใจว่า พ.ร.ก. นั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มีสิทธิที่จะนำเข้าสู่สภา แต่ พ.ร.ก. จะผ่านสภาหรือไม่อยู่ที่เนื้อหาสาระ อยู่ที่ความเห็น ของสภาจะผ่านให้ความเห็นชอบหรือไม่ อุปมาดั่งนักเรียนที่มีสิทธิจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไปนั่งสอบ ไปสอบ แต่จะสอบได้หรือไม่อยู่ที่เขาทำข้อสอบได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่า พ.ร.ก. ๒ ฉบับนั้นถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่จะผ่านสภาหรือไม่อยู่ที่ความเหมาะสม อยู่ที่สภาจะเห็นว่าควรผ่านหรือไม่ควรผ่านเป็นหน้าที่ที่สภาจะต้องพิจารณาต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมลุกขึ้นมาทักท้วง มาอภิปรายทักท้วงมิได้หมายถึงว่าผมนั้น เป็นซีกฝ่ายค้าน พอเป็นฝ่ายค้านเวลารัฐบาลเสนอ พ.ร.ก. เงินกู้มาก็ลุกขึ้นทักท้วง เพราะว่า เป็นฝ่ายค้านจึงท้วง กระผมกราบเรียนว่ามิได้เป็นอย่างนั้น ตัวกระผมเองนั้นทุกครั้งไม่ว่าอยู่ ซีกรัฐบาลหรือซีกฝ่ายค้าน เมื่อใดที่รัฐบาลเสนอเงินกู้ กระผมจะลุกขึ้นมาทักท้วง ท้วงให้สติ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพ เพราะถึงวันนี้ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด ถ้าดูข้อมูลไม่ผิด วันนี้หนี้สาธารณะ หนี้สินที่รัฐบาล ที่คนไทย ที่หน่วยงานในประเทศไทยเป็นหนี้ของประเทศ หนี้สาธารณะ เรากู้ ๆ มา รัฐบาลไหนก็กู้ รัฐบาลโน้นก็กู้ รัฐบาลนี้ก็กู้ รัฐบาลหน้ากระผมคิดว่า ก็คงจะต้องกู้อีก แต่การกู้ผมขอกราบเรียนว่า ณ วันนี้ หนี้สาธารณะที่กู้สะสมกันมา มีประมาณ ๔.๗ ล้านล้านบาท ๔.๗ ล้านล้านบาท แปลความว่าถ้าเผื่อคนไทยทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง อุแว้ออกมาจนกระทั่งแก่ ตราบที่ยังมีชีวิตอยู่ ๖๕ ล้านคนโดยประมาณ เอา ๔.๗ ล้านล้านบาท หนี้ตั้งแล้ว เอา ๖๕ ล้านคนหารโดยเฉลี่ย ๆ ทุกคนไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย คนแก่ หรืออะไรก็แล้วแต่ เราแบกหนี้สาธารณะไว้คนละประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท ตัวเลขนี้ทวีสูงขึ้น ๆ นี่เป็นเหตุที่กระผมทักท้วงครับ แม้ตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เสนอ พ.ร.ก. เงินกู้ กระผมก็ลุกขึ้นมาทักท้วง มาทัดทาน มาให้สติ ผมเคยมองเหมือนหลาย ๆ คนที่พูดอภิปราย วันนี้ว่าตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ พ.ร.ก. เงินกู้ไม่มีรายละเอียด แต่ก็ยังดีนะครับ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ถูกสภาวิจารณ์มากขึ้น ๆ ทางทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ กระทรวงการคลัง หน่วยงานที่เขารับผิดชอบก็ได้เสนอรายละเอียดผ่านทางคอมพิวเตอร์ อยากรู้ว่าเงินกู้ไทยเข้มแข็งหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอขอกู้ เขาจะไป ทำอะไร อยากรู้ไปกดคอมพิวเตอร์ดูก็รู้ รู้ รู้ ท่านประธานครับ ผมไม่ติดใจเลย พ.ร.ก. ฉบับอื่น รวมทั้งการโอนหนี้ ๑.๔ ล้านล้านบาทไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นคนบริหารจัดการ เมื่อผมออกจากห้องประชุมวันนี้กลับไปบ้าน ใครถามว่า พันเอก วินัย ฉันเลือกคุณเข้ามาเป็น ส.ส. หวังเหลือเกินว่าคนที่เป็น ส.ส. ไม่ว่าใคร รวมทั้งคนอื่นด้วย รวมทั้งตัวกระผม ประชาชนที่เลือกเข้ามาเขาหวังว่าอยากให้เรามาควบคุมการหาเงินของรัฐบาล เก็บภาษี จากชาวบ้านอย่างไร เก็บเขามาก เก็บเขาน้อย เขาอยากรู้ ต้องแสดงเหตุผลให้เขาทราบ รัฐบาลไปเที่ยวกู้เงินเขามา หาเงินเขามา เขาอยากรู้ว่าไปกู้มาทำอะไร ทำนองเดียวกันครับ ประชาชนคนที่เลือกเราเข้ามา รวมทั้งตัวกระผมที่เขาเลือกเข้ามา เจอหน้าถามว่า พันเอก วินัย งบประมาณปีนี้เท่าไร คุณเอาไปใช้อะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลมาแล้วก็ไป มาแล้วก็เปลี่ยนแปลงไป เราไม่ได้อยู่ถาวร กู้หนี้ยืมสินไว้มากมายก่ายกองมาแล้วก็ไปครับ แต่ประชาชนคนตาดำ ๆ ไม่ไปไหนครับ ไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่ชำระหนี้ อันนี้ละเป็นเหตุผล ที่ประชาชนเจอหน้าผม วินัยเขาเอาเงินกู้ไปทำอะไรบ้าง ถ้าผมออกจากห้องประชุมวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลจะกู้ไม่เกินนี้ ผมออกจากห้องนี้วันนี้ ผมตอบไม่ได้ว่ารัฐบาลจะเอาไปทำอะไร แต่จะรู้ไหม รู้ รัฐบาลเขาบอกว่าขออนุมัติกู้ก่อน ไม่เกิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อกู้มาแล้ว ในประเทศ ต่างประเทศไม่เกิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนจะใช้จะบอกให้ทราบ ไม่ได้ให้พิจารณานะ บอกให้ทราบ ไม่มีสิทธิไปท้วงติง ไม่มีสิทธิ ไปวีโต้ แต่ให้ทราบ และเมื่อกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมาแล้ว ใช้ไปแล้วทำอะไรบ้าง จะบอกให้ทราบ เห็นไหมละครับ การบอกเพียงให้ทราบก็แปลว่า มาตรการการควบคุมของ ฝ่ายนิติบัญญัติต่อฝ่ายบริหารนั้นน้อยเต็มที ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ละเป็นความหนักใจ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อผมออกจากห้องนี้ไปแล้ว ชาวบ้านถามก้อนอื่นที่กู้ ผมตอบได้ มีเหตุ มีผล แต่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ วันนี้ผมยังตอบไม่ได้ เห็นไหมครับว่า เป็นข้อหนักใจ เพราะประชาชนมุ่งหวังเหลือเกินว่ารัฐบาลหาเงินแบบไหน หาอย่างไร เอาไป ทำอะไร เพราะเป็นเงินของเขา เขาจะต้องอยู่ชำระหนี้ หนีไปไหนไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่รัฐบาลพูด สิ่งที่รัฐบาลบอกไว้กว้าง ๆ บอกว่าจะเอาเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปทำอะไร วางเป็นหลักเป็นเกณฑ์ไว้เรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้น เรื่องป่าต้นน้ำ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ผมกราบเรียนว่าเรารู้กว้าง ๆ ว่า จะเอาไปทำอะไร จะไปทำที่ไหน เมื่อไร รายละเอียดนั้นเราไม่สามารถตอบพี่น้องประชาชนได้ นี่คือข้ออ่อน เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเห็นอกเห็นใจ เป็นรัฐบาล ก็อยากจะแก้ปัญหา ผมกราบเรียนว่าการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมนั้นไม่ง่ายเลย ท่านรู้ได้อย่างไร เราไม่มีใครรู้ว่าฝนจะตกที่ไหน เห็นไหมครับ เมื่อ ๑ ปี ๒ ปี ที่ผ่านมา มีใครบ้างจะเชื่อว่าฝนตก อยู่เหนือยอดเขาใหญ่ ๘ วัน ๘ คืน เห็นไหมครับ ตกอย่างหนักทั้งวัน ทั้งคืน จนกระทั่งโคราช และอีสานท่วมเกือบทั้งหมด ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าฝนจะตกที่ไหน และจะไปท่วมที่ไหน เมื่อใด เพราะฉะนั้นการใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น ผมกราบเรียนว่า ใครคัดค้านเรื่องนี้ คัดค้านลำบาก เพราะประชาชนเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วม อยากจะให้รัฐบาล เอาเงินไปแก้ไข แต่จะเอาเงินเหล่านี้ที่กู้เขามาไปแก้ไขปัญหา ไปทำงานอะไร ขอได้โปรดครับ ถ้าแม้นว่าท่านทำได้ เอารายละเอียดใส่ในคอมพิวเตอร์ ท่านใดที่สนใจจะได้ไปเปิดเข้าไป เลือกดูว่าท่านจะเอา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ไม่เพียงแต่ว่าพวกผม จะมีส่วนช่วยท่านตรวจสอบ แต่เพื่อที่พวกผมในฐานะตัวแทนชาวบ้านจะได้เอารายละเอียด เหล่านี้ไปกราบเรียนให้กับพี่น้องประชาชน คนที่เขาเลือกเราเข้ามาในสภาทำหน้าที่แทนเขา ให้ได้รับคำตอบว่าเราจะเอาเงินเขาไปทำอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่า ผมคงเป็นคนท้าย ๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะอภิปรายเรื่องอย่างนี้ ก็ขอให้พี่น้อง ส.ส. ทุกท่านได้ใคร่ครวญให้ดีนะครับว่า พ.ร.ก. ก้อนนี้ วันนี้เราจะก่อหนี้ให้กับประชาชนเป็นหนี้ แต่ละบุคคลประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นควรหรือไม่ที่จะให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่าน ก็ขอให้โปรดพิจารณาด้วยความใคร่ครวญ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับท่านประธาน
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะพระนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกครับ ในส่วนของฝ่ายค้านเหลือท่านสุดท้ายครับ มีเวลาอยู่ ๒๐ นาที คือท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส่วนของรัฐบาลจะมีท่านวัชรพลแล้วก็ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ จากนั้นก็จะเป็นรัฐบาลชี้แจง รวมทั้งสิ้นประมาณ ๔๘ นาที ในซีกของรัฐบาล ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านวัชรพล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอบคุณท่านประธานสภา ตลอดจนท่านสมาชิกทั้งซีกฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ตอนแรกผมเองได้มีการร่วมประชุมในฐานะที่เป็นวิปรัฐบาล เราเป็นห่วงวิตกว่า การประชุมเกี่ยวกับเรื่องการพิจารณา พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับนั้น น่าจะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้วด้วยสำนึกของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพี่น้องประชาชน และผมมั่นใจครับว่าด้วยภาพของมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องคนไทยในหลายจังหวัด ที่ทำให้เกิดการเสียหายทั้งเรื่องเศรษฐกิจ เสียหายทั้งภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเป็นอยู่พี่น้องประชาชนจำนวนหลายล้านคนที่ประสบชะตากรรม ผมเห็นท่านประธานสภา ได้มีความอะลุ่มอล่วยในการที่จะให้การอภิปรายครั้งนี้ได้เกิดการสร้างแนวทางในการสมานฉันท์ ในการที่จะนำคำอภิปรายของท่านสมาชิกได้สู่คณะรัฐมนตรี สู่ท่านนายกรัฐมนตรีนำไปคิด ไปปฏิบัติ และขณะเดียวกันครับ ผมได้ฟังในซีกฝ่ายค้านส่วนใหญ่แล้วในการที่ได้รับฟัง น่าจะเป็นประเด็นในเรื่องของความเห็นด้วยครับ แต่ในเรื่องท้วงติงของในรายละเอียดของ การดำเนินการในเรื่องการแก้ไข ผมมั่นใจว่าถ้ารัฐบาลนับจากนี้ไปมีการลงราชกิจจานุเบกษา ในการประกาศใช้พระราชกำหนดคงจะดำเนินการในการที่จะแก้ไขปัญหาของการเกิดอุทกภัย น้ำท่วม ซึ่งในการดำเนินการครั้งนี้ผมขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานว่าประเทศชาติ ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะ ๒๖ จังหวัดกับราษฎรทั้งสิ้น ๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน จำนวน ๒,๑๐๐,๐๐๐ คน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการอุตสาหกรรม ที่เกิดผลกระทบถึง ๗ แห่ง เกษตรกรเสียหาย ไร่นาสวนผสมนั้น ๑๑ ล้านไร่ จำนวนสัตว์เลี้ยง ๑๓ ล้านกว่าตัว และนอกจากนั้นพี่น้องประชาชนคนไทยผมกล้าพูดได้ว่าเกือบครึ่งประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ในการที่รัฐบาลได้ยื่น พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับนี้เพื่อให้สภาแห่งนี้นั้นได้อนุมัติให้รัฐบาลได้นำไปใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม ผมก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีด้วยครับว่าเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๕๓ ก่อนจะเกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ของประเทศ จังหวัดนครราชสีมาของผมและภาคอีสานหลาย ๆ จังหวัดก็เกิดปัญหาเช่นกัน ผมจึงอยากจะ เห็นรัฐบาลได้ดำเนินการในการแก้ไขน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ผมจำได้นะครับว่าในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ ผมได้พูดกับที่ประชุมแห่งนี้บอกว่า เป็นไปได้ไหมครับที่รัฐบาลจะประกาศให้การแก้ไขน้ำเป็นเรื่องวาระแห่งชาติ ในขณะเดียวกันในกระทรวงทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้ตัดทอนงบประมาณเพื่อที่จะดำเนินการ ในการแก้ไขน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ เพราะถ้าสามารถแก้ไขน้ำท่วมได้ นั่นก็หมายความว่าพี่น้องประชาชนก็จะไม่แล้งเหมือน ในปัจจุบันนี้ จังหวัดนครราชสีมาของผมครับ เมื่อปี ๒๕๕๔ ซึ่งหลายคนในจังหวัดหวาดผวา น้ำจะท่วมอีกหรือไม่ แต่เผอิญโชคดีที่เรามีทางส่วนราชการ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีพี่น้องประชาชนเราได้ร่วมกันคิดครับ บูรณาการกันในการแก้ไขในการรับมือกับน้ำท่วม ทั้ง ๆ ที่ปริมาณน้ำนั้นเหมือนกับปี ๒๕๕๓ ที่กรุงเทพมหานครน้ำท่วม แต่นั่นไม่ใช่เป็นการแก้ไข ที่สามารถจะแก้ไขได้เบ็ดเสร็จ วันนี้มีหลายอย่างที่ส่วนราชการได้ไปดำเนินการในการพังทำนบ พังฝาย มีการไปดำเนินการขุดลอก แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้เบ็ดเสร็จ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีครับว่าขอให้ท่านได้ดูจังหวัดนครราชสีมา ถ้าท่านสามารถแก้ไขที่โคราชได้ นั่นก็หมายความว่าท่านสามารถที่จะแก้ไขภาคอีสาน ได้บางส่วนด้วย ซึ่งจะต้องใช้เงินงบประมาณหากแก้ไขในเขตเทศบาล ๒,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าทั้งจังหวัดรวมกันแล้ว ๔,๕๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะกราบเรียนว่าถึงเวลาแล้วรัฐบาลชุดนี้ จะได้แสดงให้เห็นว่าการแก้ไขน้ำท่วมนั้นจะเป็นสิ่งหนึ่งในการที่จะนำพาประเทศชาติให้เกิด ความเชื่อมั่น สิ่งที่เราสูญเสียกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนับเป็นเงินจำนวนหลายหมื่น หลายแสนล้านบาท ถ้าเรามาดำเนินการน้ำอย่างเป็นระบบ นั่นหมายความว่าพี่น้องประชาชน คนไทยจะมีระบบน้ำที่ทำเกษตรกรรม พี่น้องประชาชนคนไทยจะไม่หวาดผวาในเรื่องน้ำท่วม ผมขอเป็นกำลังใจและอยากจะเห็นรัฐบาลชุดนี้ได้นำเงินจำนวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ก่อประโยชน์ให้สูงสุด แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เป็นแผนแม่บทแห่งการพัฒนาลุ่มน้ำ เพื่อความยั่งยืนต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านพิเชษฐครับ ๒๐ นาทีสุดท้ายครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมคุยกับทางวิปแล้ว ขอ ๒๕ นาทีเพื่อจะได้พูดอะไรให้หมดจด ท่านประธานที่เคารพ ผมอยู่ที่โรงพยาบาล ป่วย แต่ก็มีการไปตามตัวผมมาว่ามีการบิดเบือนเรื่องที่เกิดขึ้นหลาย ๆ เรื่อง ขอให้ผมมาชี้แจง ให้ชัดเจนในที่สภา ผมเรียนท่านประธานว่าวันนี้ในพระราชกำหนด ๒ เรื่อง ผมจะพูดเพียง เรื่องเดียว คือเรื่องการปรับปรุงบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ผมจะขอพูดอีกสักเรื่องหนึ่งก็คือเรื่อง ปรส. ท่านประธานครับ ความจริงผมเบื่อหน่ายกับพูดเรื่องเหล่านี้เต็มทีแล้ว เพราะผมทราบดีว่าสำหรับผู้พูดบิดเบือน มันเป็นเจตนารมณ์ กลายเป็นกลยุทธ์ ชี้แจงแล้วเขาก็จะบิดเบือนอีก พูดแล้วเขาก็จะพูดอีก โกหกซ้ำ ๆ เพื่อให้สังคมเกิดปัญหากับความเข้าใจผิด เหตุการณ์มันผ่านมาแล้ว ๑๕ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ที่ผมต้องไปพบอะไรกับอะไรของประเทศชาติที่กระทรวงการคลังที่น่าห่วง และผจญกับปัญหาเหล่านี้ ๑๕ ปีที่แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีมานั่งอยู่ตรงนี้ท่านก็เริ่ม เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินแล้ว พวกผมเข้ามาเป็นรัฐบาลในสมัยท่านชวน ๒ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ผมย้ำว่า ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ หลังจากที่พลเอก ชวลิต ลาออกไป เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน เรากลับมาถึงผมเข้ากระทรวงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน สิ่งที่ผมขอทราบ จากทางเจ้าหน้าที่โดยเร่งด่วนถามว่า ๑. ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของเราจริง ๆ แล้ว เหลือสักประมาณเท่าไร ๒. หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มันปาเข้าไปเท่าไรแล้วขณะนี้ที่มาอยู่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ๓. เรื่อง ปรส. มันจะมีภาระผูกพันเป็นอย่างไรบ้าง ผมได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่าทุนสำรอง เงินตราระหว่างประเทศที่เคยมีถึงประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ อยู่ที่ฝ่ายกิจการธนาคาร ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญอยู่ที่ฝ่ายออกบัตร ฝ่ายออกบัตร ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญหรือฝ่ายพิมพ์ธนบัตรมีพระราชบัญญัติเงินตราควบคุมไว้ว่าห้ามขาย ทั้งทุนประเดิมและดอกผล วันที่เข้าไปถึงเราเข้าใจว่ามีอยู่ ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ แต่จริง ๆ แล้ว เงินของฝ่ายกิจการธนาคาร ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญไปต่อสู้ปกป้องค่าเงินจดหมดสิ้น ไม่เพียง แค่นั้นครับยังไปขายล่วงหน้าไว้อีก โดยเอาส่วนของฝ่ายออกบัตรทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ไปขายล่วงหน้าเข้าไปอีกเกือบหมด ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ดู ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญในฝ่ายออกบัตรหักด้วยฝ่ายขายเกินล่วงหน้า มีอยู่วันหนึ่งประมาณ เดือนมิถุนายนประเทศไทยเหลือทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศอยู่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ ๑,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญรองรับฐานเงิน ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั่นคือประเทศไทยเราล้มละลาย ไปแล้วในภาวะ ณ ขณะนั้น ตอนนั้นรัฐมนตรีธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ก็เลยอยากรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับประเทศไทยก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งในคำสั่งกระทรวงการคลัง เมื่อปี ๒๕๔๐ ณ วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๐ ประกอบด้วย ท่านนุกูล ประจวบเหมาะ ท่านอมร จันทรสมบูรณ์ ท่านอมเรศ ศิลาอ่อน และใครต่อใคร รวมทั้งหมด ๗ ท่าน เรียกคณะกรรมการชุดนี้ว่าคณะกรรมการเสนอแนะมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร เงินระบบเงินตราของประเทศ อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย คณะกรรมการดังกล่าวนี้ ใช้เวลาประมาณ ๑ ปี และมีข้อมูลที่น่ากลัวว่า ๑. ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของเรา ที่มีอยู่เดือนหนึ่งเราเหลือแค่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ รองรับฐานเงิน ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยไปปกป้องค่าเงินบาท ไปต่อสู้ค่าเงินบาทตั้งแต่ปลายปี ๒๕๓๙ ต่อมาถึงจนถึงเดือนมีนาคม เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม ไปไอเอ็มเอฟ (IMF) จนสุดท้าย เมื่อเข้าไอเอ็มเอฟแล้ว ลดค่าเงินบาทแล้วประเทศชาติไปไม่ไหวจริง ๆ ทราบว่าเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ก่อนที่นายกรัฐมนตรี พลเอก ชวลิต จะลาออก ท่านเรียกเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าพบและถามว่ารายงานประเทศไทย ณ ขณะนี้ที่อยู่ต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรีแปลว่า อะไร คำตอบจากเลขานุการคณะรัฐมนตรีแปลว่าประเทศไทยล้มแล้ว ไปไม่ไหว ท่านก็เลย ประกาศว่าถ้าอย่างนั้นผมลาออก คนอื่นทำไว้ทั้งนั้น ใครเก่งจริงก็มาแก้ไป นั่นคือสาเหตุ ของการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านพลเอก ชวลิต เมื่อวันที่ ๖ เกิดอะไรขึ้น จากคณะกรรมการที่ท่านนุกูล ประจวบเหมาะ และคณะศึกษาครับ ท่านประธานครับ ผมขอพูดเรื่องกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เรามักจะไปเข้าใจกันว่า กองทุนนี้เกิดขึ้นปี ๒๕๔๐ จริง ๆ แล้วกองทุนนี้เกิดขึ้นปี ๒๕๒๘ เนื่องจากว่าประมาณ ๒๕๒๗ เกิดลดค่าเงินบาทในสมัยท่านเปรม แล้วเกิดวิกฤติการเงินปั่นป่วนไปทั้งประเทศ เกิดปัญหา สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินบาทที่ถูกลดจาก ๒๕ บาท กลายเป็น ๒๕ บาท ปั่นป่วน ไปทั้งประเทศ เกิดปัญหาที่ธนาคารเอเชียทรัสต์ เกิดปัญหาที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เกิดปัญหา ที่หลาย ๆ ธนาคารและมีอีกเกือบ ๑๐ สถาบันการเงิน ทั้งหมดนี้แทบจะล้ม กองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินเลยตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ฝากเงิน โดยเอาเงินจากกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินมาช่วยเพื่อให้ผู้ฝากเงินจากธนาคารได้คืนบางส่วน เป็นเงินสด บางส่วนเป็นเอกสารบัตรที่ธนาคารรับผิดชอบ ท่านประธานครับ ปัญหาเอราวัณทรัสต์ ปัญหาไทยฟูจิ ปัญหาหลาย ๆ สถาบันทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ทำให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินต้องใช้เงินประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องใช้เงินประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีทุนอยู่ทั้งหมดที่จดทะเบียนไว้ตั้งแต่แรก แค่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับธนาคารแห่งประเทศไทยล้ม ณ ขณะนั้นนะครับ แต่ท่านประธานหลังจากที่เกิดปี ๒๕๒๗ เรื่องมันก็เลยตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงินขึ้นมาปี ๒๕๒๘ มาเหตุการณ์ของท่าน พลเอก ชาติชาย ปี ๒๕๓๐ ปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๓๒ และมาเกิดธนาคาร กรุงเทพพาณิชยการ ท่านประธานที่เคารพ หนี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ส่วนหนึ่งตอนหลังมีอยู่ที่ ปรส. แต่ส่วนหนึ่งถูกบังคับคดี ตั้งแต่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินสมัยที่ยังไม่มี ปรส. และอยู่ใน การบังคับคดีของกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม หนี้ทั้งหมดรวมทั้งที่ดินที่รัชดาที่เกิดปัญหา มาทีหลัง ที่ดินที่ขายให้ช่อง ๙ อะไรทั้งหลายมันไม่ได้อยู่ในการดูแลของ ปรส. มันอยู่ใน การดูแลของกรมบังคับคดี ณ ขณะนั้นมีหนี้เข้าไปประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว ด้วยความสุจริตใจผมเอาความทรงจำมาเล่าให้ฟัง ผมไม่มีเอกสารอะไรอยู่ในมือเลย ขณะนั้น ตกเข้าประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก่อนที่เรื่องจะมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ตอนเป็นรัฐบาล ปี ๒๕๓๙ ท่านประธานครับ เราได้ยินว่าธนาคารแห่งประเทศไทยไปต่อสู้ปกป้องค่าเงินบาท ซึ่งระยะหลังนี้ สปร. ก็ได้มีข้อมูลออกมาชัดเจนว่าเป็นความเสียหายจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เกิดขึ้นประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต่อสู้ค่าเงินบาทเสียหาย ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงินตั้งแต่ปลายปี ๒๕๓๙ ข่าวชัดเจนว่าประมาณ ๔๐-๕๐ สถาบันการเงิน ล้มหมดแล้ว ทั้งสถาบันที่เป็นธนาคารและที่ไม่ใช่ธนาคาร บริษัทแม่ บริษัทลูกเกี่ยวข้อง ทั้งหมดจะต้องล้มแล้ว สิ่งที่ถูกต้องที่กระทรวงการคลังขณะนั้นก็คือต้องรีบปิดสถาบันการเงิน ที่มีปัญหา แต่ปรากฏว่าวันที่ ๓ มีนาคม ท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้น และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ณ ขณะนั้นมาประกาศว่าไม่มีการปิดสถาบันการเงิน ไม่มีใครจะต้องปิด สถาบันการเงิน เหมือนกับที่ยืนยันว่าจะไม่มีการลดค่าเงินบาท มีประกาศวันที่ ๓ มีนาคม ให้มีเพียงแค่ ๑๐ สถาบันการเงินเพิ่มทุน ต่อมาอีกไม่กี่วัน วันที่ ๓ มีนาคมให้ ๑๐ สถาบัน การเงินเพิ่มทุน ขณะที่สั่งให้ ๑๐ สถาบันการเงินเพิ่มทุน เอากองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินอุดหนุนเข้าไปช่วย ๑๐ สถาบันการเงินด้วยการไปฝากเงิน ด้วยการรับรองตั๋วเงิน ด้วยการรับแลกตั๋วเงิน ทุกอย่างสารพัดเข้าไป ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๐ อยู่ไม่ไหวก็สั่งปิด ๑๖ สถาบันการเงิน วันที่ปิด ๑๖ สถาบันการเงิน ผมขออภัยที่จะไม่เอ่ยชื่อเขาเพราะระยะเวลามันเลยมาแล้ว วันที่ปิด ๑๖ สถาบันการเงินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินหมดเข้าไป ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และนายกรัฐมนตรีขณะนั้นประกาศว่าจบสิ้นแล้ว ปัญหาเมืองไทย จบสิ้นแล้วครับ จะไม่มีแห่งที่ ๑๗ อีกต่อไปแล้ว หลังจากที่ได้ประกาศว่าจะไม่มีแห่งที่ ๑๗ ได้ใช้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้าไปช่วยสถาบันการเงิน ที่เหลืออยู่ทั้งหมด ๔๐ กว่าแห่ง หมดเข้าไปอีก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในลักษณะ ที่ให้กู้ยืมเงิน ให้เพิ่มทุน ให้ช่วยเหลือโดยไม่มีหลักประกัน โดยไม่มีหลักประกันมั่นคง จนสุดท้ายวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๔๐ ๕ สิงหาคม ๒๕๔๐ ก็ได้มาปิดอีก ๔๒ สถาบันการเงิน กลายเป็น ๔๘ สถาบันการเงิน ล้วนแล้วเกิดขึ้นก่อนที่พวกผมมาทั้งนั้นครับ และภาระทั้งหมด เมื่อสถาบันการเงิน ๔๐ กว่าแห่งถูกปิดเราเข้าไอเอ็มเอฟไปเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ไอเอ็มเอฟ ก็มองประเทศไทยว่าการที่จะให้ประเทศไทยกู้เงินช่วยเหลือประเทศไทย ประเทศไทย ทำอย่างไรกับ ๕๘ สถาบันการเงินที่ถูกปิดไปแล้ว เพราะฉะนั้น ๕๘ สถาบันการเงินที่ถูกปิด เพราะความผิดของรัฐบาล ความผิดของกระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้นจะเปิดได้กี่แห่ง ห้ามกระทรวงการคลังเข้าไปยุ่งเกี่ยว จะต้องเป็นอำนาจของคณะกรรมการพิเศษที่มีสิทธิ เด็ดขาดมาพิจารณา ห้ามกระทรวงการคลังเข้าไปดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างข้อตกลงของ ไอเอ็มเอฟก็เป็นข้อกำหนดว่ารัฐบาลไทยจะต้องตั้งคณะกรรมการ ปรส. คือคณะกรรมการ ปฏิรูประบบสถาบันการเงินขึ้นมาให้มีอำนาจเด็ดขาด ๒ อย่าง
ประการแรก คือมาพิจารณาว่า ๕๘ สถาบันที่ถูกปิดไปนี้เปิดได้กี่แห่ง ปิดชั่วคราวกี่แห่ง หรือปิดถาวรกี่แห่ง
ประการที่ ๒ เมื่อปิดแล้วสถาบันที่ถูกปิดทั้งหมดนี้ให้ ปรส. เป็นผู้ชำระบัญชี การที่ ปรส. ชำระบัญชีมีข้อห้ามไม่ให้กระทรวงการคลัง แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าไปยุ่งเกี่ยวข้องด้วยเลย วิธีการจัดการกองทรัพย์สิน วิธีการขาย วิธีการทำกองทรัพย์สิน ทั้งหมดห้ามกระทรวงเข้าไปเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ปรส. ขึ้นเมื่อไรครับ ก็การไปรับคำจากไอเอ็มเอฟในการตั้ง ปรส. นี้ก็ด้วยรัฐบาลก่อนพรรคประชาธิปัตย์มา เหมือนกัน ขณะนั้นวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๐ รัฐบาลขณะนั้นนำเรื่องเข้า ครม. มีพระราชกำหนด ออกมาตั้ง ปรส. ตั้ง ปรส. พร้อมกับมีคำสั่งตั้งประธาน ปรส. และเลขาธิการ ปรส. ไว้เสร็จ เรียบร้อยหมดแล้วก่อนพวกผมมา พวกผมมาวันที่ ๑๔ พฤศจิกายนนะครับ แล้วขณะนั้น ผู้ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็รู้สึกจะเป็นท่านโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ที่เข้ามาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ และคนที่นั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี อยู่ในรัฐบาลขณะที่ตั้ง ปรส. คือ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านอยู่ด้วยครับ เพื่อความเป็นธรรมแก่ท่าน วันที่เข้าไอเอ็มเอฟท่านไม่ได้อยู่ แต่ ณ วันที่ตั้ง ปรส. อยู่แล้ว ท่านมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีแล้ว ปรส. เข้ามา ประธาน ปรส. คุณอมเรศ ศิลาอ่อน มีกำหนดว่าถ้ามาก่อนพรรคประชาธิปัตย์มา มีกำหนดว่าจะต้องมาพิสูจน์ มาพิจารณาว่า ๕๘ สถาบันการเงินที่ปิดไปนี่จะอนุญาตให้เปิดได้เพียงแค่กี่แห่ง จะฟื้นฟูได้กี่แห่ง จะต้อง ปิดถาวรกี่แห่ง ก่อนที่พวกผมมาเขาก็มีกำหนดอยู่แล้วว่า ปรส. จะมีประกาศเรื่องสถาบันการเงิน ที่ถูกปิดในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๔๐ ถ้าพวกผมมาวันที่ ๑๔ วันที่ ๘ ธันวาคมก็อีก ๑๐ กว่าวัน หลังจากที่พวกผมมา เป็นอำนาจโดยเด็ดขาดทั้งสิ้นของ ปรส. ห้ามกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้ามาเกี่ยวข้องเลยในเรื่องการพิจารณา พวกผมมาถึง วันที่ ๘ ธันวาคม ยังกะฟ้าผ่านะครับ วันนั้นทราบว่า ปรส. ที่รัฐบาลก่อนหน้าพวกผม ตั้งมาแล้ว ใน ๕๘ สถาบันการเงินท่านมีคำสั่งให้ปิดถาวร ๕๖ แห่ง เหลือเพียงแค่ ๒ แห่ง ที่ยังเปิดได้ ๒ แห่งรู้สึกอันหนึ่งก็เกียรตินาคิน อันหนึ่งก็ธนชาต หรืออะไรนี่ปัจจุบันนี้ ๕๖ แห่งต้องถูกปิดถาวร ๕๖ แห่งที่ถูกปิดเหล่านี้มีสินทรัพย์อยู่ประมาณ ๑ ล้านล้านบาท สินทรัพย์คือบัญชีหนี้เน่าทั้งหมดที่สถาบันการเงินเหล่านี้ปล่อยออกไป แล้วเมื่อ ปรส. เข้ามาถึงก็มายึดสินทรัพย์เหล่านี้ บัญชีหนี้เน่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีทรัพย์สินหลักประกันอยู่แค่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท การจะบังคับเอาหนี้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มาขายได้เท่าไร คนซื้อเขาก็จะมองว่า มีทรัพย์สินจริง ๆ เท่าไร นี่คือปัญหาของ ปรส.
สุดท้ายท่านประธานครับ จำเป็นจะต้องพูดให้ชัดเจนตรงนี้ละครับว่ากองทุน ๕๘ สถาบัน ๕๖ สถาบันการเงิน รวมทั้งธนาคารที่ถูกปิดทั้งหมดมีสินทรัพย์ที่เน่าอยู่ทั้งหมด ประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้อยู่ใน ปรส. ทั้งหมด อยู่ในขั้นตอนของการบังคับคดีของกรมบังคับคดีแล้วประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เช่น ที่ดินรัชดาภิเษกที่คุณหญิงท่านหนึ่งไปซื้อเอาไว้จนมีปัญหา ติดต่อมา เช่น ที่ดินที่ช่อง ๙ ไปซื้อเอาไว้จนกระทั่งบัดนี้ ตรงนั้นสุดท้ายกรมบังคับคดี มีทรัพย์สินอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนที่มาตกที่ ปรส. จริง ๆ ตัวเลขอยู่ที่ ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปอยู่ที่ บสท. ที่เป็นผู้ดำเนินการ ปรส. มีสินทรัพย์อยู่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรส. ปิดแล้ว ปิดไปในสมัยที่ท่านรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลท่านทักษิณนี่ละครับ ขายสินทรัพย์ไปเสร็จเรียบร้อย ขายได้เท่าไรครับ ขายไปได้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งส่วนที่อยู่ที่ ปรส. รวมแล้วเป็น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขายได้ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขายไปได้ ๓๓ เปอร์เซ็นต์กว่าครับ ๓๓ เปอร์เซ็นต์กว่าทั้งหมดนี้ละคือเงินหนี้ของกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่มีเหลืออยู่ที่เป็นปัญหา ณ วันนี้ นี่คือสิ่งที่ เกิดขึ้นในรัฐบาลก่อนทั้งหมด คำว่า ปรส. ก็ถูกยกมาโจมตีรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ตลอดมา ว่าพรรคประชาธิปัตย์ตั้ง ปรส. เป็นความเท็จ พรรคประชาธิปัตย์รู้เห็นกับการจัดการทรัพย์สิน ของ ปรส. เป็นความเท็จ ปรส. ตั้งในขณะที่รัฐบาลพลเอก ชวลิต ขณะที่คุณทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรี อยู่ ปรส. ตั้งขึ้นวันที่ ๒๕ ตุลาคม ณ วันที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล คนที่นำเป็นพระราชกำหนดเข้า ครม. วันที่ ๒๘ ตุลาคมก็คือคุณโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีในสมัยของรัฐบาลท่านพลเอก ชวลิต ที่มีพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกรัฐมนตรีอยู่อีกท่านหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่อง ปรส. เพื่อความชัดเจนตรงนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ตั้ง ปรส. การจัดการกองทรัพย์สิน การเลือกกองทรัพย์สิน การขาย กองทรัพย์สินจัดการอย่างไร กระทรวงการคลังไม่มีอำนาจทั้งสิ้นเลย วันที่ ๘ ปรส. มีมติ ปิด ๕๖ สถาบันการเงินถาวรและวันนั้นท่านประธาน ปรส. ลาออก เลขาธิการ ปรส. ก็ลาออกทันที พวกผมมาก็รักษาการเลขาธิการ แต่พวกผมที่กระทรวงการคลังจะไปยุ่งเกี่ยว อะไรกับ ปรส. ไม่ได้ เราถามไปเลย เพราะบางอย่าง เขาก็ยังมีความรู้สึกเหมือนกับ ปรส. ถาม เพราะฉะนั้นใครจะโกรธ ปรส. เรื่องจัดการทรัพย์สินเรื่องอะไรต่าง ๆ ไม่ควรจะมาโกรธ พรรคประชาธิปัตย์ แต่อำนาจของ ปรส. ทั้งหมดที่เป็นอยู่ขณะนี้ ด้วยกฎหมายพระราชกำหนด ที่รัฐบาลก่อนพรรคประชาธิปัตย์นั่นละครับออกมา และเป็นคนที่ตั้งมา เพราะฉะนั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็น่าจะต้องไปเปิดดูพระราชบัญญัติ ปรส. พระราชกำหนดต่าง ๆ พระราชบัญญัติว่าตั้งขึ้นเมื่อไร อย่างไร ท่านประธานครับ ข้อที่อยากจะให้ชัดเจนอยู่ขณะนี้ ก็คือการจัดการ ปรส. ทั้งสิ้น ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอำนาจ อำนาจของ ปรส. ทั้งหมดจะถูกจะผิดอย่างไร ไม่ใช่สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์กำหนดขึ้น คือรัฐบาลก่อนพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดกำหนดขึ้นที่พรรคประชาธิปัตย์ พวกผมจะต้องทำ ตามข้อกำหนดนั้นเอง ข้อ ๒ หนี้ที่เกิดขึ้นใน ๕๖ สถาบันการเงิน หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้งหมดประมาณ ๑ ล้านกว่าล้านบาท ไม่ใช่พวกผมปล่อย เกิดขึ้นก่อนพวกผมมา มันเป็นหนี้เน่าที่แทบจะทำให้ประเทศไทย ต้องล้มละลาย เป็นปัญหาที่พวกผมต้องมาสาง ๑,๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับอยู่ที่กรมบังคับคดี อีกประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ที่ บสท. มาอยู่ที่ ปรส. จริง ๆ ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาขายออกไปได้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๓ เปอร์เซ็นต์ คือ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขายได้ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เอา ๑,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาขายได้เพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือสิ่งที่บิดเบือน ซึ่งผมพยายามชี้แจงตลอดมา ชี้แจงตั้งแต่รัฐบาล ๔ รัฐบาลที่ผ่านมา ท่านเข้าใจ แต่ก็แกล้งทำไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาด่าพรรคประชาธิปัตย์ ถ้านอกจาก เรื่องเหล่านี้ท่านประธานครับ เรื่องกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน อันนี้ผมเห็นด้วยที่ออกพระราชกำหนดนี้ ผมขอเรียนท่านประธาน ไม่กลัวว่าใครในพรรคประชาธิปัตย์ จะโกรธผม ตอนที่เซ็นส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยับยั้งเรื่องพระราชกำหนด เรื่องกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ผมคนหนึ่งไม่เซ็นครับ ไม่เซ็นเพราะผมเข้าใจดีว่า ปัญหาประเทศชาติ ณ ขณะนี้คืออะไรครับ เงินประมาณ ๑ ล้านกว่าล้านบาทของกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ณ ขณะนี้รัฐบาลจากธนาคารแห่งประเทศไทย มาอยู่ที่กระทรวงการคลัง รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกสัญญา ออกไปแค่ ๒ ครั้งกับ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ออกตั๋วเงินทั้งหมดนี้มา ใน ๑ ล้านกว่าล้านบาททั้งหมดมาอยู่นี้ วันนี้ต้องใช้ดอกเบี้ยอยู่ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ในที่ประชุมกรรมาธิการผมได้ย้ำตลอดเวลาว่าหายนะของ ประเทศไทยโปรดรู้นะครับ วันนี้เราจะมีก็ประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แต่เรามีดอกเบี้ยที่ต้องชำระในปีที่แล้วทั้งหมด ๑๗๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน วันนี้งบประมาณประเทศไทยต้องไปจ่ายเป็นค่าดอกเบี้ยปีหนึ่ง ๆ ๑๗๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท และมาปี ๒๕๕๕ นี้ เป็น ๑๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีหน้าก็อาจจะรวมกันประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นภาระที่ไปอยู่ที่งบประมาณ ไปอยู่ที่ภาระดอกเบี้ย มันทำให้ ประเทศชาติไม่มีเงินที่ไปจ่ายงบประมาณ ไม่มีเงินที่ไปตั้งเป็นงบลงทุนทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ปีที่แล้วประเทศไทยมีงบลงทุนเพียงแค่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์มีอำนาจ การเบิกจ่ายเพียงแค่ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จ่ายจริงอยู่แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ประเทศไทย อยู่ในฐานะบัดซบขนาดนี้แล้วครับท่านประธาน เรากำลังจะแย่อยู่ขณะนี้ เพราะฉะนั้น ใครจะมาแก้อย่างไรก็ตาม ก็แล้วแต่ แต่ต้องทราบสถานะที่แท้จริง และที่ประเทศไทยวันนี้ดอกเบี้ยปีหนึ่งตกเข้าไป ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่ใครทำ เกิดขึ้นมา ตั้งแต่เมื่อไร อย่างไร วันนี้ป่วยการที่เราจะไปโยนความผิดให้ใคร แต่ความผิดซึ่งหน้า ข้อเท็จจริงซึ่งหน้าเป็นเรื่องที่เราต้องการแก้ไข เพราะฉะนั้นส่วนตัวผมเห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยที่จะได้โอนเงินเพื่อกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตรงนี้ จากกระทรวงการคลังไปอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อรับภาระดอกเบี้ยปีหนึ่งประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ไว้ แต่ต้องไม่ลืมว่าหนี้ของชาติมันคือหนี้ของชาติครับ มันจะอยู่ ที่กระทรวงการคลังมันก็เป็นหนี้ของชาติ มันจะไปอยู่ที่แบงก์ชาติมันก็เป็นหนี้ของชาติ ไม่ใช่ ไปอยู่ที่แบงก์ชาติแล้วหนี้ประเทศไทยลดไป ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันไม่ใช่ และจริงอยู่ ไปอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยรับผิดชอบในดอกเบี้ย แต่ส่วนหนึ่ง รายได้ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เคยส่งกระทรวงการคลังเขาก็ไม่ต้องส่ง มันก็เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่มันเป็นปัญหาผ่านมา ผมพูดตอนนี้ทั้งหมดก็เหลือเวลาอยู่แค่นิดหน่อยครับ จริง ๆ แล้วผมควรจะมีเวลาสัก ๑ ชั่วโมง เล่าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาทั้งหมด แต่รู้สึกว่า คนไทยเรา สังคมเราลืมง่าย ลืมง่ายและบิดเบือนง่าย พวกผมทุกข์ระกำลำบากอยู่ตั้งแต่ ๑๔ พฤศจิกายน จนถึง ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ทั้งวันทั้งคืนทำงานอยู่อย่างนี้ แต่พอเปลี่ยน รัฐบาลกลายเป็นรัฐบาลไทยรักไทยพวกผมไม่มีสิทธิพูดอะไรแล้ว เอกสารทั้งหมดถูกเก็บหมด พวกผมไม่มีสิทธิที่จะชี้แจงอะไร สื่อทุกอย่างออกฝ่ายเดียว กล่าวฝ่ายเดียว และข้อบิดเบือน มันก็บิดเบือนตลอดมาในสภานี้ บิดเบือนมา ๑๕ ปีแล้วครับท่านประธาน ผมยังมีชีวิตอยู่ คุณธารินทร์ไม่อยู่แล้ว คุณพิสิษฐ์ไม่อยู่แล้ว ถ้าผมไม่พูดในวันนี้อีกวันหนึ่งประวัติศาสตร์ จะถูกบิดเบือนไปสิ้นเชิงและคนไทยก็จะลืม วันหนึ่งเปลี่ยนรัฐบาล ต่อไปวันหน้าเศรษฐกิจ ของประเทศชาติ ประวัติศาสตร์ในทางเศรษฐศาสตร์ของเราจะถูกบิดเบือนหมด ผมฝาก ท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรุณาไปที่กระทรวงการคลัง รายงานผลการวิเคราะห์และวินิจฉัยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ที่คุณนุกูล ประจวบเหมาะ เล่มนี้ละครับ ปกลงไว้ สปร. ทั้งหมด ๒๐๐ กว่าหน้าครับ ท่านไปดูเถอะครับ ท่านจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนท่านมา เกิดอะไรขึ้นก่อนพรรคประชาธิปัตย์มา และเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองหลังจากที่มีเล่มนี้ออกไป แล้วเมื่อผมมาอยู่ที่กระทรวงการคลัง เล่มนี้ปรากฏก็คือปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของใคร ใครควรจะต้อง รับผิดชอบเป็นข้อบกพร่องของใคร กระทรวงการคลังแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ผม ตั้งคณะกรรมการ ผมก็ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งคือ สปร. ๒ ขึ้นมาพิจารณาถึงข้อเท็จจริง อะไรที่เกิดขึ้น สปร. ๒ ทั้งหมดรายงานวันที่ผมออกมาจากกระทรวงการคลังด้วยการที่ถือวินัย เอกสารราชการผมไม่ถือออกมา อยู่คงไว้ที่กระทรวงการคลัง เอกสารทั้งหมดยังถูกยึดอยู่ ที่กระทรวงการคลัง ท่านไปดูสิครับว่า สปร. ๒ รายงานว่าอย่างไร ผมพิมพ์หนังสือไว้เล่มหนึ่ง แนวทางการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจไทยของรัฐบาลชวน ๒ เป็นเอกสารทั้งหมด ๒๐๐ กว่าหน้า สั่งไว้ขอให้ธนาคารออมสินลงทุนพิมพ์ไว้ รู้สึก ๒,๐๐๐ เล่ม สั่งให้คุณสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ เมื่อพวกผมไปแล้วส่งเอกสารทั้งหมดไปยังหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ไปทุกมหาวิทยาลัย ให้เขาได้เข้าใจข้อเท็จจริง แต่พอพวกผมพ้นมาเอกสารมันถูกทำลาย หายไปหมดเลยครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกลับมาดูสิครับยังอยู่ไหมเอกสารเช่นนี้ เอกสารในประวัติศาสตร์ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่กระทรวงการคลังทั้งหมดมีเรื่องอะไรบ้าง แค่ไหน ท่านควรจะรับรู้ก่อน ที่จะนำรัฐบาลนี้ไปถูกทาง ท่านประธานครับ ผมมีเวลาจำกัดเพียงแค่นี้ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนอื่นผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณา อภิปรายให้ความเห็นทั้งในส่วนที่เป็นการตั้งข้อสังเกตและท้วงติง รวมทั้งท่านสมาชิกที่กรุณา อภิปรายสนับสนุนและให้กำลังใจรัฐบาล ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ากระผมเห็นท่านสมาชิกโดยส่วนใหญ่หรืออาจจะทุกท่าน ที่อภิปรายก็เป็นได้ที่ได้กรุณาเข้าใจรัฐบาลถึงความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชกำหนด ๔ ฉบับที่ได้ดำเนินการเพื่อให้มีการแก้ไข ปัญหาที่เป็นกรณีฉุกเฉินและมีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อป้องปัดภัยพิบัติ ธรรมชาติและรวมทั้งในการที่จะสร้างความมั่นคงมั่นใจทางเศรษฐกิจด้วยครับ กระผมเห็นว่า ในประเด็นนี้เป็นประเด็นซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาเข้าใจรัฐบาลแล้วครับ จึงไม่ขอจะอธิบายในส่วนนี้เพิ่มเติมอีกนะครับ แต่ในส่วนที่เป็นพระราชกำหนดที่ให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งกำหนดในสาระสำคัญให้กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินได้ในวงเงินไม่เกิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในเนื้อหาที่ได้มีการอภิปรายกันถึงความพร้อมในการดำเนินการ ตามพระราชกำหนดนี้ว่ามีแผนการประการใด ผมขออนุญาตกราบเรียนยืนยันกับท่านว่าการ ดำเนินการของคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เราถือว่าดีที่สุดเท่าที่ เรามีในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการในแขนงใดได้ร่วมกันดำเนินการจัดทำแผน จนมีความพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการได้ ในการดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ในส่วนที่เป็น สาระสำคัญของการเตรียมการที่จะลงทุนในวงเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กระผมขออนุญาต กราบเรียนชี้แจงว่ารัฐบาลตระหนักดีครับว่าเป็นเงินกู้ในจำนวนเงินที่มาก แล้วก็มีสาระสำคัญ ต่อยอดหนี้สาธารณะรวม ดังนั้นการดำเนินการตรงนี้ขออนุญาตเรียนเสริมท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศอีกครั้งหนึ่งนะครับว่ารัฐบาลจะกำกับดูแลให้มีการบริหารจัดการ ด้วยความซื่อตรง โปร่งใส และไม่เปิดโอกาสให้มีการดำเนินการที่นำไปสู่ความรั่วไหล ในมาตรา ๓ ของพระราชกำหนดฉบับนี้ซึ่งได้กำหนดเนื้อหาว่าคณะรัฐมนตรีมีภารกิจ ที่จะเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินต่อรัฐสภา ซึ่งกระผมเองก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในโอกาส ที่ได้นำเสนอพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับในการอภิปรายในวันแรก กระผมได้กราบเรียน เสนอกรอบต่อรัฐสภาโดยอ้างถึงแผนงานต่าง ๆ ซึ่งแยกออกเป็น ๖ กรอบสำหรับจำนวนเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เริ่มต้นตั้งแต่แผนงานการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศ ตามด้วยแผนฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้าง ครอบคลุมถึงแผนงานพัฒนา คลังข้อมูลและระบบพยากรณ์ รวมทั้งระบบเตือนภัย แผนงานกำหนดพื้นที่รับน้ำนอง แผนงานบริหารจัดการน้ำของอีก ๑๗ ลุ่มน้ำที่นอกเหนือจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา และแผนงาน ตามยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ ซึ่งได้แบ่งกรอบต่าง ๆ ออกไป จากยอดวงเงินรวม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามเอกสารที่ได้นำเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ในการดำเนินงานตรงนี้กระผมเองทราบดีครับว่าท่านสมาชิกอาจจะมีข้อกังวลแล้วก็อาจจะ อยากจะทราบว่าโครงการแต่ละโครงการนั้นเป็นโครงการอะไร อยู่ที่ไหน ใช้เงินจำนวนเท่าไร ต้องขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าในแผนงานตามแผนแม่บทที่ได้อ้างอิง จนกระทั่งนำไปสู่การคำนวณว่าเราควรออกพระราชกำหนดจำนวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มีการคำนวณโดยผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ และลงรายละเอียดทางเทคนิคว่ามีการประมาณการ ตามโครงการต่าง ๆ ว่าพึงจะใช้ยอดเงินประมาณเท่าไรจึงสามารถรวมออกมาเป็นกรอบ ๖ กรอบ และรวมทั้ง ๖ กรอบกลายเป็นยอดเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ แต่ต้องขออนุญาต กราบเรียนด้วยความเคารพนะครับว่ากระผมก็มีหน้าที่ที่จะต้องระมัดระวังการนำเสนอข้อมูล ต่อสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเกรงว่าถ้าหากมีการเข้าใจไปว่าข้อมูลที่เป็นการลงรายละเอียดย่อย ตามการคำนวณทางเทคนิคของท่านผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นถูกพิจารณาว่ากลายเป็นกรอบอาจ มีปัญหาในการทำงานในอนาคต ดังนั้นคำว่า กรอบ ก็แปลว่า เป็นแนวทางในการดำเนินการ ตามโครงการต่าง ๆ ซึ่งพึงจะต้องอยู่ในกรอบ ๖ กรอบนี้ให้เคร่งครัดแล้วการที่จะดำเนินการ หลุดจากกรอบนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำ และถ้าหากว่ามีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้อง นอกเหนือไปจากกรอบนี้ คณะรัฐมนตรีก็มีหน้าที่ที่จะนำกรอบที่จะต้องปรับปรุงกลับมาเสนอ ต่อรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นกรอบที่รัฐบาลได้เสนอจึงเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๓ ของพระราชกำหนดฉบับนี้อย่างเคร่งครัด แล้วก็ขออนุญาตให้คำมั่นกับท่านอีกครั้งหนึ่งว่า การดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามกรอบนี้ก็เป็นภารกิจของรัฐบาล
ในส่วนอื่นผมเองได้เห็นว่าท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายตั้งข้อสังเกตห่วงใย ซึ่งกรณีนี้ผมขออนุญาตเรียนยืนยันครับว่าการดำเนินการตามโครงการต่าง ๆ จะสามารถ เริ่มดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เมื่อกระบวนการในการพิจารณาผ่านขั้นตอนที่เหมาะสมแล้ว แล้วกระทรวงการคลังก็พร้อมที่จะเริ่มดำเนินการกู้เงิน แต่จะไม่มีการกู้เงินเป็นจำนวนมากกว่า ที่จะทยอยดำเนินการ เพราะว่ารัฐบาลตระหนักดีว่าการกู้เงินเร็วกว่ากำหนดทำให้เกิดภาระ ดอกเบี้ยต่อรัฐบาลโดยไม่จำเป็น ดังนั้นการดำเนินการในขั้นต่าง ๆ ก็จะมีการดำเนินการ ด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งขอรับข้อสังเกตของท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องของการที่จะดำเนินการว่าถ้าหากเมื่อดำเนินการไปแล้วสามารถที่จะประหยัดงบประมาณ ต่าง ๆ ได้ดีกว่าแผน จะไม่มีความพยายามในการที่จะใช้จ่ายเงินให้มากกว่าที่สมควรเพื่อที่จะ ได้ใช้สิทธิตามวงเงินที่ได้อนุมัติจากพระราชกำหนดเป็นอันขาด นอกจากนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนชี้แจงว่าในส่วนของพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ อ้างถึง ความจำเป็นในการกู้เงินจำนวนมาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นวงเงินเต็ม รัฐบาลตระหนักดี ครับว่าในเมื่อมีหนี้ใหม่ที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น แล้วผมเองก็ได้มีโอกาสกราบเรียนข้อมูล ประกอบไปด้วยว่างบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งเพิ่งผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไป เมื่อไม่นานมานี้ก็มีลักษณะเป็นงบประมาณขาดดุลและยอดเงินขาดดุลนั้นก็ถือว่าเป็นตัวเลข ที่สูงและมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามแม้รัฐบาลจะดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้นโยบาย การคลังของรัฐบาลเข้าสู่จุดสมดุลภายในระยะเวลาอันไม่นานนัก ความจำเป็นในการที่ จะต้องดำเนินนโยบายการคลังในลักษณะขาดดุลของปี ๒๕๕๖ ก็ยังคงมีความจำเป็นอยู่ ซึ่งกระผมเองได้ปรึกษาหารือกับท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิดถึงความเหมาะสม จำเป็นในการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของการบริหารระบบเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ และได้นำเสนอความเห็นที่สอดคล้องกันระหว่างกระผมกับท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว โดยที่คณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติกรอบการเริ่มทำงาน ตามกระบวนการพิจารณางบประมาณสำหรับงบประมาณประจำปี ๒๕๕๖ ว่าจะเป็นงบประมาณ ในระดับขาดดุลประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นยอดการกู้ต่าง ๆ ที่มีความจำเป็น เหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่นำไปสู่ความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องสามารถตอบโจทย์ได้ว่า หนี้สาธารณะปัจจุบันในระดับ ๔.๔ ล้านล้านบาทโดยประมาณ ซึ่งก็ถือว่าเป็นหนี้จำนวนไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็อาจจะถือว่าเป็นหนี้ในจำนวนซึ่งไม่สูงเมื่อเทียบกับวินัยการคลัง ของรัฐบาลที่ได้มีการกำหนดว่าระดับหนี้สาธารณะไม่พึงจะมียอดเกินกว่าร้อยละ ๖๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งขณะนี้ยอดหนี้สาธารณะก็อยู่ในระดับประมาณ ร้อยละ ๔๒ อย่างไรก็ตามยอดที่มีการดำเนินการตามพระราชกำหนดครั้งนี้ จะช่วยให้ ยอดหนี้ที่มีจำนวนมากถึง ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณา หยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์วิจารณ์กันอยู่ในช่วงที่ผ่านมาจะกลายเป็นหนี้สาธารณะที่ไม่เป็นภาระ ต่องบประมาณแผ่นดิน กระผมขอย้ำนะครับ หนี้ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ตามผลของพระราชกำหนดฉบับนี้จะมีสถานะ เป็นหนี้สาธารณะที่ไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจ่ายดอกเบี้ย หรือเป็นเรื่องของการลดเงินต้น แล้วก็จะนำไปสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของ ยอดหนี้นี้และย่อมนำมาซึ่งความมั่นใจของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น ทางธุรกิจหรือวงการเงินว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการที่จะดูแลหนี้เดิมอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นยอดหนี้ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นตามที่กระผมได้กราบเรียนไป ไม่ว่าจะเป็นยอดหนี้เพื่อที่จะ ชดเชยงบประมาณขาดดุลตามงบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ ยอดหนี้ที่จะเกิดขึ้นจากการกู้เงิน เพื่อการดำเนินการตามแผนบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ หรือยอดหนี้ที่จะ เกิดขึ้นจากการชดเชยงบประมาณขาดดุลตามแผนงบประมาณประจำปี ๒๕๕๖ ก็จะเป็น ยอดหนี้ที่ได้รับความเชื่อถือจากวงการธุรกิจและวงการเงิน ซึ่งน่าจะนำมาซึ่งความมั่นใจ และโอกาสในการกู้เงินจำนวนดังกล่าวได้ในต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ เพราะฉะนั้นการดำเนินการ ตามพระราชกำหนดฉบับนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่แม้ระดับยอดหนี้จากการกู้ใหม่จะสูงขึ้น แต่ว่าจะทำให้ภาระในการดูแลหนี้โดยรวมไม่เพิ่มขึ้น และผมเชื่อว่าตรงนี้สามารถจะอธิบาย กับท่านที่อาจจะยังเข้าใจไปว่ารัฐบาลนี้นิยมที่จะกู้เงิน รัฐบาลนี้กู้เท่าที่จำเป็นและรัฐบาลนี้ นอกจากจะกู้เท่าที่จำเป็นแล้วยังมีความมุ่งมั่นในการดูแลหนี้สาธารณะที่รัฐบาลมีอยู่ให้ได้รับ การดูแลอย่างมีประสิทธิภาพจนไม่เป็นภาระถมทับแล้วก็กลายเป็นปัญหาในอนาคต ดังนั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณาตั้งข้อสังเกต และอภิปรายทั้งในส่วนที่ตั้งคำถามและในส่วนที่ได้ให้ความสนับสนุนในการดำเนินงาน กระผมขอยืนยันนะครับว่าอัตราการเรียกเก็บเงินเพื่อที่จะให้มีการดูแลหนี้จำนวนดังกล่าว เป็นอัตราซึ่งกำหนดด้วยความเข้าใจร่วมกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ ผู้รับฝากเงินตามฐานของการฝากเงินที่ได้รับการคุ้มครอง ในยอดอัตราการเรียกเก็บนั้น ก็เป็นอัตราการเรียกเก็บซึ่งเกือบจะเท่าเดิม การเพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๐๗ นั้น เป็นผลที่ไม่สูงนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสอดคล้องกับจังหวะเวลาที่รัฐบาลได้ดำเนินการลดอัตราภาษีเงินได้ นิติบุคคล ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยคำนวณว่าผลจากการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จากร้อยละ ๓๐ ลงเหลือร้อยละ ๒๓ ซึ่งที่จริงแล้วเป็นการลดโดยทั่วไปมิได้เป็นการลดให้ เฉพาะธนาคารพาณิชย์ผู้รับฝากเงินเท่านั้นครับ อย่างไรก็ตามอัตราภาษีดังกล่าวการลดลง อย่างมีนัยสำคัญนี้ ถ้าหากว่าจะนำไปสู่การกำหนดอัตราเรียกเก็บเงินจากฐานเงินฝากที่ได้รับ การคุ้มครองก็จะมีมูลค่าเท่ากับประมาณร้อยละ ๐.๑๒ ดังนั้นการที่มีการเรียกเก็บเพิ่มขึ้น ในอัตราร้อยละ ๐.๐๗ นั้น ก็เท่ากับธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะต้องไป กดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือไปดำเนินการที่ทำให้ผู้ถือหุ้น ของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งที่จริงแล้วก็เป็นผู้ถือหุ้นสาธารณชนจำนวนหนึ่งด้วยจะต้องได้รับ ผลกระทบกระเทือน ดังนั้นการดำเนินการตรงนี้ซึ่งท่านสมาชิกอาจจะตั้งคำถามว่าแล้วหมุนไป หมุนมาอย่างนี้ทำไม ก็ขออนุญาตเรียนว่ามิได้เป็นเรื่องของการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล เจาะจงเพื่อที่จะมาดูแลธนาคารพาณิชย์เท่านั้น มีผู้ประกอบการอีกจำนวนมากซึ่งมาอยู่ใน ฐานของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ก็ได้รับประโยชน์จากการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย การลดลงมิได้เป็นการพยายามเอื้อภาคธุรกิจเพื่อให้ได้ผลประโยชน์พิเศษ แต่เป็นที่ทราบดีว่า อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ประเทศไทยเรียกเก็บอยู่ถือเป็นอัตราภาษีเงินได้ที่เคยสูงเป็น อันดับ ๒ ในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ดังนั้นการที่เราจะดำเนินการเตรียมตัวประเทศไทย เข้าสู่ประชาคมอาเซียน การลดอัตราภาษีเงินได้ก็เป็นทิศทางที่จะนำไปสู่ความพร้อมในการแข่งขัน และถ้าหากว่าภาคธุรกิจเอกชนมีความเข้มแข็งที่จะสามารถทำธุรกิจได้ นั่นก็ย่อมหมายถึง ความพร้อมในการเป็นผู้ว่าจ้างงานที่แข็งแรง รวมทั้งการที่จะสามารถเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการ ที่มีคุณภาพและแข่งขันได้กับประเทศต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและนอกภูมิภาคด้วย การดำเนินการต่าง ๆ จึงเรียนว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันนะครับ กระผมเองขอยืนยันว่า การดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ แม้ว่ากระทรวงการคลังได้สามารถดำเนินการจนกระทั่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ที่เข้ามาดูแลให้หนี้จำนวนนี้ได้รับการบริหารจัดการที่ดีแล้วก็ตาม แต่กระทรวงการคลังจะอาสาที่จะทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อทำให้ภาระ ดอกเบี้ยและการชำระเงินต้นต่าง ๆ ของหนี้จำนวนนี้ได้มีการดำเนินการโดยไม่เป็นภาระ ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และภาระต่าง ๆ ควรจะมีแนวโน้มลดลงตามความสามารถในการลดลงของ เงินต้นของหนี้จำนวน ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ซึ่งในอดีตนั้นแทบจะไม่สามารถลดอัตราลงได้เลย ในระดับของเงินต้นต่าง ๆ ท่านเองคงทราบดีนะครับ เมื่อเงินต้นลดลงเรื่อย ๆ ดอกเบี้ยที่จะ เกิดขึ้นจากเงินต้นที่ลดลงก็จะลดลงเรื่อย ๆ ดังนั้นภาระต่าง ๆ ซึ่งกระผมได้กราบเรียนไว้แล้ว ว่าไม่ได้ถึงกับเป็นภาระที่หนักหนาเกินไปในขณะเริ่มต้นก็จะเป็นภาระที่เบาลงเรื่อย ๆ สำหรับ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และการดำเนินการตรงนี้ขออนุญาตเรียนว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง ก็คือประชาชนทั่วไป เพราะรัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งงบประมาณเพื่อมาดูแลดอกเบี้ย ของหนี้จำนวนนี้อีกอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต จึงขออนุญาตกราบเรียนอธิบายในความจำเป็น และการดำเนินงานต่าง ๆ โดยขอให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามพระราชกำหนด ทั้ง ๒ ฉบับนี้ รวมทั้งอีก ๒ ฉบับซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไปแล้ว ด้วยการดำเนินการอย่างสุดความสามารถ ก็ถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กรุณาให้ความเห็นแล้วก็ตั้งข้อสังเกต กราบเรียนขอบพระคุณ ผ่านท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณครับ
ผมว่าได้อภิปรายเป็นเวลาพอสมควรแล้วครับ ผมขอปิดการอภิปรายนะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านชาดามีอะไรครับ
ท่านประธานครับ คือจริง ๆ เมื่อสักครู่ ท่านประธานก็ได้ประกาศชื่อผมให้อภิปรายนะครับ แล้วก็พอดีเห็นท่านชี้ไปที่ท่านรัฐมนตรี ผมเรียนด้วยความเคารพว่าผมก็เลยนั่งฟัง นึกว่าท่านให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงที่ท่านรัฐมนตรี พิเชษฐพูดนะครับ แล้วก็จะให้ผมอภิปรายเป็นคนต่อไป แต่คราวนี้สิ่งที่ผมอยากบอกรัฐบาล ผมก็อยากอภิปราย เพราะสิ่งที่ผม
ท่านลุกขึ้นมานี่หมายความว่าท่านจะขออะไรนะครับ
ผมขอท้วงครับ ไม่ได้ประท้วงท่านประธาน แต่ขอหารือนะครับท่านประธาน
คืออย่างนี้นะครับ ผมนับระยะเวลาของฝ่ายรัฐบาลเหลืออยู่ ๑๕ นาที แล้วก็ไม่มีท่านใด ผมก็จะขอปิดการอภิปราย ท่านติดใจจะอภิปรายใช่ไหม ในส่วนของรัฐบาล
ผมได้แจ้งชื่อแล้วท่านประธานก็ได้ ประกาศชื่อผมด้วยครับ
ท่านติดใจ คือลำดับของท่านมันมีอยู่
ผมขอใช้สิทธิอภิปรายครับท่านประธาน
ผมไม่เห็นท่านอยู่ในห้องตอนนั้นเลย ก็ยังไม่อยากขานชื่อท่านนะครับ
ขานแล้วครับ ท่านประธานครับ
ท่านติดใจอภิปรายใช่ไหมครับ
ครับ
เชิญครับ ได้ ๑๐ นาทีนะครับ
ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ในระยะเวลาอันจำกัด ผมคิดว่าสิ่งที่ผมอยากจะบอก กับท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ผมฝากนิดเดียวครับ ไม่ได้มีอะไรมาก เงินนี้เกิดขึ้นจากสถาบันการเงิน ผมว่าสิ่งที่ไปอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ผมเห็นด้วยครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย แต่สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือว่าเงินไม่น่าจะให้รัฐบาลต้องไป ใช้ดอกเบี้ยและเงินต้นแล้ว น่าจะเก็บจากแบงก์ในส่วนของกำไรหรืออะไรก็ตามนี่นะครับ เพราะว่าวันนี้เราต้องยอมรับว่าแบงก์ไม่ได้มีส่วนในการพัฒนาประเทศเลย ระดับล่างแบงก์ ไม่ปล่อย ท่านกรณ์ จาติกวณิช ได้ทำเรื่องเงินกู้นอกระบบ ผมก็เห็นด้วย ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านน่าจะทำเรื่องนี้ เพราะวันนี้แค่แก้ระเบียบครับ แก้ระเบียบจะไม่มีเงินกู้นอกระบบเลย แก้ระเบียบกระทรวงการคลังให้กู้ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ดอกเบี้ยร้อยละ ๒ บาทต่อเดือน ปัญหาการขูดรีด ปัญหาการเอาเปรียบของพี่น้องประชาชนก็จะหายไป แค่แก้ระเบียบไม่ต้อง ออกเป็นกฎหมาย ฝากท่านไว้ด้วยนะครับ
ทีนี้ผมจะขออนุญาตพูดถึงเรื่องน้ำ หลายคนในสังคมไทยวันนี้น้ำคือปัญหาใหญ่ ผมบอกท่านประธานที่เคารพเลยว่าน้ำไม่ท่วมแน่ปีนี้ ด้วยเหตุผลอะไรครับ ด้วยเหตุผลว่า น้ำไม่เคยท่วมซ้ำกัน ๒ ปี แต่ผมก็ไม่กล้าฟันธง วันนี้สังคมไทยออกมาทุกคนเป็นวิศวกรหมด ทุกคนเก่งเรื่องน้ำ รู้เรื่องน้ำ ยอดเยี่ยมเรื่องน้ำ แต่วันนี้ผมเชื่อว่าสังคมไทยจะไม่ได้ประโยชน์ อะไรจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถ้าเราไม่แก้ที่พฤติกรรมทางสังคม วันนี้ต้องแก้พฤติกรรม ทางสังคมครับ อะไรครับ วันนี้คนไทยที่รุกคลองจะต้องถูกประณาม มันต้องเป็นหลักสูตร ในโรงเรียนแล้วครับว่าการกระทำที่ผิดในเรื่องของน้ำมีอะไรบ้าง ไม่ใช่คนที่รุกที่คลองแล้วก็ บอกว่าคนนี้ทำถูก ฉันก็รุกมากขึ้น พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน ต้องเอามาใช้ โครงสร้าง ทางสังคมต้องแก้ ต้องให้คนไทยรู้เลยว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกไม่ต้องอะไรบ้าง ผมเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าวันนี้ พ.ร.บ. การขุดดินและถมดินไม่มีหน่วยงานท้องถิ่นไหนเอาออกมาใช้ ไม่มีกฎหมายแม่ ไม่มีกฎหมายลูก น้ำท่วมเท่าเดิม ความสูงเท่าเดิม แต่ระบาดไปไกล นี่คือปัญหาอีกปัญหาหนึ่งของสังคมไทย ผมเรียนท่านประธาน ขออนุญาตยกตัวอย่างครับ มีชาวเดนมาร์กคนหนึ่งมาป่วยที่สนามบินดอนเมืองในอดีต ลูกเขาอายุ ๑๑ ขวบ เขาจะเอา ขยะเปียกทิ้งในถังขยะ เขาไม่ยอมทิ้ง เพราะว่าอะไรครับ เพราะเขาบอกว่าเขาหาถังขยะเปียก ไม่เจอ วันนี้สังคมไทยต้องแก้ตรงนี้ครับ เรื่องการบริจาคก็เหมือนกัน ไม่ใช่มาแข่งกับรัฐบาล เปิดบริจาครับสาธารณกุศล ต้องออกกฎหมายมาควบคุม เรื่องต่าง ๆ พวกนี้ต้องแก้ไขด้วย สิ่งที่สำคัญน้ำท่วมที่ไหนก็ได้ครับในโลกนี้ เพราะน้ำเคยท่วมโลกมาแล้ว และเราก็เรียนหนังสือ ก็รู้กันทุกคนว่าน้ำ ๓ ส่วน ดิน ๑ ส่วน แต่ปัญหาคือว่าวันนี้ถูกไหมที่อุตสาหกรรมหรือว่า นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ไปอยู่ริมน้ำ วันนี้แก้ได้ แต่วันหน้าจะแก้ได้ไหม แล้ววันนี้เราไปมอง แต่เรื่องของการแก้ในเรื่องต่าง ๆ ผมเรียนท่านประธานผ่านทางรัฐบาลว่าทำไมปัญหาเรื่องน้ำนั้น มันมีทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง วันนี้คนไทยรู้ไหมว่าถ้าหน้าแล้งเกิดขึ้น เขื่อนเจ้าพระยาถ้าน้ำ ต่ำกว่าวันละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร น้ำทะเลจะหนุนขึ้นถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทันที เราพูดกันแต่ว่าน้ำท่วมทำไมไม่อย่างนั้น อย่างนี้ รู้ไหมหลายคนก็ยังไม่รู้ว่าถ้าเราไม่มี ผ่านในหน้าแล้งนี่นะครับ ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาวันละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร น้ำเค็มดัน ถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแน่นอน ท่านประธานครับ ผมฝากท่านประธานถึงรัฐบาลว่า ทำไมไม่แก้โดยการทำประตูน้ำที่ลงทะเล ทุกคนสูบน้ำลงเจ้าพระยา น้ำทะเลหนุนก็ยันไปไม่ได้ ทำประตูน้ำที่ทะเลเลยแล้วก็สูบให้มันไกลออกไป ประเทศฮอลแลนด์เขาทำประตูเฉียง ผมก็ได้มีโอกาสไปดูแต่ก็ไม่ได้รู้อะไรมากมาย แต่ฝากว่าวันนี้แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสะแกกรัง ยังไม่มีน้ำจากสะแกกรังนะครับ หลายคนพูดเป็นพหูสูตว่าสะแกกรังอย่างนั้น สะแกกรังอย่างนี้ วันนี้น้ำท่วมเจ้าพระยานี่ละครับ และมันลัดแม่น้ำไหลเข้ามาสะแกกรัง แต่หลายคนก็พูดกันจัง สะแกกรังยังไม่มีน้ำครับที่ผ่านมา ผมเรียนว่าเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่ต้องแก้นิสัยคนไทยครับ พฤติกรรมทางสังคมต้องเปลี่ยน เราต้องเรียนกันตั้งแต่โรงเรียนเลยครับ บางคนไม่ยอม ทิ้งขยะบนถนน แต่ทิ้งขยะลงในท่อระบายน้ำคิดว่าเป็นเรื่องดีครับ แต่เป็นเรื่องมหันตภัย เป็นเรื่องอันตราย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สังคมไทยต้องรับรู้ ต้องเข้าสู่หลักสูตรของโรงเรียน ต้องแก้ปัญหาทางสังคมด้วย ถมดินเข้าบ้านจากไหล่ถนน ไม่วางท่อน้ำก็ท่วมได้ วันนี้เราอย่ามอง เรื่องโครงสร้างทางวิศวกรรมอย่างเดียว ต้องมองโครงสร้างทางสังคมของประเทศไทยด้วย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ผมบอกก็คือสิ่งที่ผมคิดว่าเรื่องน้ำก็รู้เฉพาะ บ้านผม แต่ระดับใหญ่ผมไม่รู้ น้ำเกี่ยวกับทุกกระทรวง ทบวง กรม วันนี้แค่กรมทางหลวง เปลี่ยนตอม่อเป็นหน้าตัด เป็นแค่เหมือนหัวเรือน้ำก็จะไหลขยะก็จะไม่มี สิ่งแบบนี้แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ มันช่วยกันได้ แต่ต้องปรับพฤติกรรม ไม่มีใครที่จะป้องกันน้ำท่วมได้ครับ วันนี้มามาก วันหน้ามามากกว่าอีก เพราะถ้าแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ สร้างโลกได้ครับ ผมเชื่อว่าอย่างนั้น แต่ปัญหาว่าเกิดขึ้นแล้วเราจะช่วยเหลือประชาชนอย่างไร อันนี้เรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญว่า ศปภ. ไม่ต้องไปวิ่งไล่ตามน้ำ บอกอีก ๖ ชั่วโมงจะท่วมที่นั่น ที่นี่ เอาคนไปช่วยเขาขนของ น้ำท่วม น้ำประปาต้องไหล ไฟต้องติด ท่านไปดูที่จังหวัดอุทัยธานีครับ น้ำท่วมตลอดเวลา ประชาชนมีน้ำประปาใช้ แล้วไฟก็ติดด้วย การบริการประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ผมกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่ามันยังมีอีกหลายอย่างในปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาภัยแล้งก็ตาม ผมขอให้มองให้รอบด้านด้วย แล้วสิ่งที่ผมพูดไปพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หวังจะว่าใคร แต่พูดด้วยความว่านี่คือประสบการณ์ที่ผ่านมา และอยากเห็นบ้านเมืองเราเดินไปถูกทางครับ ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสาทิตย์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะลงมติ ผมขอสอบถามเรื่องขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้นิดเดียวเท่านั้นเองครับว่า ในตัวพระราชกำหนดเรื่องให้อำนาจกระทรวงการคลังไปกู้เงินเรื่อง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๓ ที่กำหนดเอาไว้ว่าก่อนการดำเนินการคณะรัฐมนตรีต้องเสนอกรอบการดำเนินการ เป็นกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดต่อรัฐสภา ผมฟังดูท่านรองนายกรัฐมนตรี อภิปรายชี้แจง เมื่อสักครู่นี้ท่านพูดเหมือนกับว่านี่เป็นการเสนอกรอบค่าใช้จ่ายตามมาตรานี้แล้ว ซึ่งเมื่อดูเอกสารก็เป็นลักษณะเดียวกัน แต่ผมเข้าใจว่ามันจะผิดขั้นตอน เหตุผลเพราะว่า วาระที่เราบรรจุในวันนี้นั้น เรื่องด่วนที่ ๑๑ กับเรื่องด่วนที่ ๑๒ เป็นการพิจารณาเรื่องด่วน เรื่องพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๑๘๔ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการเสนอกรอบก่อนการอนุมัติโดยสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภา ผมเข้าใจว่าอยู่คนละขั้นกัน ความจริงแล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งเองก็ลุกขึ้นบอกว่า อนุมัติไปแล้วก็คงต้องกลับมาสภาอีก ความจริงผมเข้าใจว่าถ้าเกิดเราอนุมัติผ่านไปแล้ว วันนี้รัฐบาลจะได้เสนอกรอบการดำเนินการตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้กลับมา แล้วก็มีรายละเอียด เพิ่มเติมมากขึ้น ครบถ้วนทั้ง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลมากนะครับ พร้อมทั้งได้แนบแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมา ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสภา ต่อประชาชน และการดำเนินการของรัฐบาลเอง อาจจะเพิ่มเรื่องของพื้นที่ฟลัดเวย์ต่าง ๆ ผมว่าอันนี้น่าจะอยู่อีกขั้นตอนหนึ่งก็จะทำให้การดำเนินการนั้นครบถ้วนครับ แล้วก็ถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ตามกฎหมาย ซึ่งท่านเป็นผู้ตราขึ้นครับ
เชิญรัฐบาลครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ ผมขอยืนยันต่อท่านสมาชิกที่สอบถามครับว่า รัฐบาลจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ กฎหมายเขียนไว้อย่างไรรัฐบาลปฏิบัติอย่างนั้นครับ ขอบพระคุณครับ
ผมขอปิดการอภิปรายเพื่อที่จะขอลงมติต่อไปครับ ผมขอซักซ้อมท่านสมาชิกนิดหนึ่งนะครับ การลงมติผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้การอนุมัติพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อวางระบบการบริหารการจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๕ และพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ หรือไม่ โดยผมจะถามมติ จากที่ประชุมทีละฉบับครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้การอนุมัติพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารการจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ หรือไม่ ก่อนจะลงมติจะขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติอนุมัติ ในฉบับที่ ๑ หรือไม่ก่อนนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนได้ไหมท่านพิษณุ
ท่านประธานที่เคารพครับ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย หนองบัวลำภู ท่านประธานครับ รบกวนท่านประธาน ช่วยกดออดยาว ๆ นิดหนึ่งครับเพราะว่ามีอยู่ชั้น ๖ และชั้น ๗ ด้วยครับ
ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญเข้าห้องประชุมครับ เรียบร้อยนะครับ ผมขอความกรุณาท่านสมาชิกกดบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านแสดงตนโดยการกดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านรัฐมนตรีกดหรือยังครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๑๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมจะขอถามมตินะครับว่าผู้ใดเห็นควรอนุมัติให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใด ไม่เห็นควรอนุมัติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนครับ คุณหมอชลน่านมีอะไรหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานเกี่ยวกับการลงมตินะครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้ขานให้ลงมติโดยกล่าวชื่อพระราชกำหนดฉบับแรก คือเรื่องของ การบริหารจัดการน้ำ และฉบับที่ ๒ เรื่องปรับปรุงหนี้ ก็เรียนถามท่านประธานว่าจะให้เรา ลงแยกเป็นรายฉบับหรือว่าลงรวม ความชัดเจนครับ
คืออย่างนี้ครับ ผมได้ซักซ้อมทำความเข้าใจแล้วว่าเราจะพิจารณา ๒ ฉบับ แต่จะลงทีละฉบับ แล้วผมก็ได้อ่านฉบับแรกก็คือว่าที่ประชุมจะลงมติอนุมัติร่างพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารการจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๕ หรือไม่ ผมก็ได้ตรวจสอบองค์ประชุม ผมก็บอกว่าถ้าตรวจสอบครบแล้ว ผมก็ถามมติต่อไปว่าท่านจะอนุมัติหรือไม่ ถ้าท่านใดเห็นควรอนุมัติก็ให้กดปุ่ม อนุมัติ ไม่อนุมัติก็ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง ผมว่าผมถามชัด นะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ส่งผลได้ ผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๑๙ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๘ ท่านนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติภูมิ นวรัตน์ ผมเห็นด้วยครับ
เดี๋ยวนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนไปแล้วนะครับ ผมสั่งปิดการลงคะแนนแล้วก็ให้ส่งผล ลงคะแนนครับ ผมขอขานอย่างนี้นะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๑๙ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๘ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติ ในฉบับที่ ๑ นะครับ
ผมขอไปฉบับที่ ๒ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ช่วงที่ผมหารือท่านประธานเรื่องลงคะแนน กระผมพยายามจะลงคะแนน แต่ว่าท่านปิดไปก่อน แล้วผมก็ยกมือท่านเลขาธิการเป็นพยาน ขณะที่ท่านลงคะแนน จริง ๆ ท่านต้องมองไป ข้างล่างว่าจะมีผู้ใดลงคะแนนเพิ่มเติมหรือไม่
หมายความว่าคุณหมอชลน่านต้องการอะไรครับ
ผมขออนุญาตลงคะแนนเพิ่มเติม อีก ๑ เสียง เห็นด้วยครับ
คือผมปิดการลงคะแนนไปแล้ว ผมขอฉบับที่ ๒ นะครับ ผมจะถามมติฉบับที่ ๒ เลยนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุนัย จุลพงศธร ท่านประธานครับ การลงคะแนนมันหมายถึงเป็นตัวแทนของประชาชน ที่จะเสนอลงความเห็น เกิดเครื่องมันเสียแล้วท่านประธานจะบอกว่าปิดแล้วได้อย่างไรครับ ก็เครื่องมันเสียนี่ครับ นี่อย่างไรครับ ของท่านนิติภูมิอย่างนี้ครับ ขอความกรุณาท่านประธาน ได้เปิดช่องให้แก่สิทธิของประชาชนในการที่จะลงคะแนนเนื่องจากเครื่องมันเสียนะครับ ขอบพระคุณครับ
คุณหมอนั่งลงครับ คือผมก็ให้ท่านแสดงตนแล้วก็กดบัตร ท่านใดเห็นด้วย เห็นควรอนุมัติแล้ว ท่านกดไปนะครับ เสร็จแล้วผมก็ขอปิดการลงคะแนน แล้วก็ผมขอส่งผลก็เท่านั้นเอง
(นางมนพร เจริญศรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่ประท้วงแล้วนะครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ เชิญท่านนั่งครับ ผมจะได้ลงมติฉบับต่อไป เชิญท่านนั่งครับ ผมจะขอไปฉบับที่ ๒ นะครับ เขาลงมติไปแล้วครับ ถ้าท่านใดที่ลงไม่ทัน ก็บันทึกไว้ในรายงานว่ามีท่านใดบ้างก็เท่านั้นละครับ เชิญท่านมนพรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดิฉันประท้วง ท่านประธาน เนื่องจากดิฉันกำลังจะตัดสินใจแต่ว่าเครื่องของดิฉันเสีย ดิฉันขอเพิ่มการลงชื่อ เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. ฉบับแรกค่ะ
เอาอย่างนี้ครับ มีท่านใดที่ลงไม่ทัน ผมถามก่อนนะครับ ๑. คุณหมอพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ๒. ท่านมนพร แล้วมีใครอีกครับ ท่านชื่ออะไรนะครับ
นิติภูมิ นวรัตน์ ครับ
ข้างหลังครับ
สุรพงษ์ ปิยะโชติ ครับ
อีกท่านหนึ่งครับ
นภินทร ศรีสรรพางค์ ครับ
ให้เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ในรายงานว่า ๕ ท่าน แต่ผมจะขานตามคะแนนที่ปรากฏมาในครั้งแรก ผมจะถามมติต่อไปนะครับ ฉบับที่ ๒ เป็นพระราชกำหนดการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ ผู้ใดเห็นควรอนุมัติให้กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรอนุมัติ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้นะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๑๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๔ งดออกเสียง ๑๕ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๙ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติอนุมัตินะครับ .
วันนี้ผมว่าประชุมพอสมควรครับ ขอปิดการประชุมครับ