กิตติรัตน์ ยืนยันสภาเห็นชอบ พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ชี้แจงแผนงานบริหารจัดการน้ำ ๖ กรอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑ มีนาคม ๒๕๕๕

กิตติรัตน์ ณ ระนอง ยืนยันความเข้าใจของสภาต่อความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด ๒ ฉบับ และชี้แจงรายละเอียดแผนงานบริหารจัดการน้ำภายใต้กรอบ ๖ กรอบ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะกำกับดูแลการใช้จ่ายเงินกู้ด้วยความโปร่งใสและเสนอกรอบใหม่หากมีความจำเป็นต้องขยายวงเงินในอนาคต

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนอื่นผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณา อภิปรายให้ความเห็นทั้งในส่วนที่เป็นการตั้งข้อสังเกตและท้วงติง รวมทั้งท่านสมาชิกที่กรุณา อภิปรายสนับสนุนและให้กำลังใจรัฐบาล ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ากระผมเห็นท่านสมาชิกโดยส่วนใหญ่หรืออาจจะทุกท่าน ที่อภิปรายก็เป็นได้ที่ได้กรุณาเข้าใจรัฐบาลถึงความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชกำหนด ๔ ฉบับที่ได้ดำเนินการเพื่อให้มีการแก้ไข ปัญหาที่เป็นกรณีฉุกเฉินและมีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อป้องปัดภัยพิบัติ ธรรมชาติและรวมทั้งในการที่จะสร้างความมั่นคงมั่นใจทางเศรษฐกิจด้วยครับ กระผมเห็นว่า ในประเด็นนี้เป็นประเด็นซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาเข้าใจรัฐบาลแล้วครับ จึงไม่ขอจะอธิบายในส่วนนี้เพิ่มเติมอีกนะครับ แต่ในส่วนที่เป็นพระราชกำหนดที่ให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งกำหนดในสาระสำคัญให้กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินได้ในวงเงินไม่เกิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในเนื้อหาที่ได้มีการอภิปรายกันถึงความพร้อมในการดำเนินการ ตามพระราชกำหนดนี้ว่ามีแผนการประการใด ผมขออนุญาตกราบเรียนยืนยันกับท่านว่าการ ดำเนินการของคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เราถือว่าดีที่สุดเท่าที่ เรามีในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการในแขนงใดได้ร่วมกันดำเนินการจัดทำแผน จนมีความพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการได้ ในการดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ในส่วนที่เป็น สาระสำคัญของการเตรียมการที่จะลงทุนในวงเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กระผมขออนุญาต กราบเรียนชี้แจงว่ารัฐบาลตระหนักดีครับว่าเป็นเงินกู้ในจำนวนเงินที่มาก แล้วก็มีสาระสำคัญ ต่อยอดหนี้สาธารณะรวม ดังนั้นการดำเนินการตรงนี้ขออนุญาตเรียนเสริมท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศอีกครั้งหนึ่งนะครับว่ารัฐบาลจะกำกับดูแลให้มีการบริหารจัดการ ด้วยความซื่อตรง โปร่งใส และไม่เปิดโอกาสให้มีการดำเนินการที่นำไปสู่ความรั่วไหล ในมาตรา ๓ ของพระราชกำหนดฉบับนี้ซึ่งได้กำหนดเนื้อหาว่าคณะรัฐมนตรีมีภารกิจ ที่จะเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินต่อรัฐสภา ซึ่งกระผมเองก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในโอกาส ที่ได้นำเสนอพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับในการอภิปรายในวันแรก กระผมได้กราบเรียน เสนอกรอบต่อรัฐสภาโดยอ้างถึงแผนงานต่าง ๆ ซึ่งแยกออกเป็น ๖ กรอบสำหรับจำนวนเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เริ่มต้นตั้งแต่แผนงานการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศ ตามด้วยแผนฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้าง ครอบคลุมถึงแผนงานพัฒนา คลังข้อมูลและระบบพยากรณ์ รวมทั้งระบบเตือนภัย แผนงานกำหนดพื้นที่รับน้ำนอง แผนงานบริหารจัดการน้ำของอีก ๑๗ ลุ่มน้ำที่นอกเหนือจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา และแผนงาน ตามยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ ซึ่งได้แบ่งกรอบต่าง ๆ ออกไป จากยอดวงเงินรวม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามเอกสารที่ได้นำเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ในการดำเนินงานตรงนี้กระผมเองทราบดีครับว่าท่านสมาชิกอาจจะมีข้อกังวลแล้วก็อาจจะ อยากจะทราบว่าโครงการแต่ละโครงการนั้นเป็นโครงการอะไร อยู่ที่ไหน ใช้เงินจำนวนเท่าไร ต้องขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าในแผนงานตามแผนแม่บทที่ได้อ้างอิง จนกระทั่งนำไปสู่การคำนวณว่าเราควรออกพระราชกำหนดจำนวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มีการคำนวณโดยผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ และลงรายละเอียดทางเทคนิคว่ามีการประมาณการ ตามโครงการต่าง ๆ ว่าพึงจะใช้ยอดเงินประมาณเท่าไรจึงสามารถรวมออกมาเป็นกรอบ ๖ กรอบ และรวมทั้ง ๖ กรอบกลายเป็นยอดเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ แต่ต้องขออนุญาต กราบเรียนด้วยความเคารพนะครับว่ากระผมก็มีหน้าที่ที่จะต้องระมัดระวังการนำเสนอข้อมูล ต่อสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเกรงว่าถ้าหากมีการเข้าใจไปว่าข้อมูลที่เป็นการลงรายละเอียดย่อย ตามการคำนวณทางเทคนิคของท่านผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นถูกพิจารณาว่ากลายเป็นกรอบอาจ มีปัญหาในการทำงานในอนาคต ดังนั้นคำว่า กรอบ ก็แปลว่า เป็นแนวทางในการดำเนินการ ตามโครงการต่าง ๆ ซึ่งพึงจะต้องอยู่ในกรอบ ๖ กรอบนี้ให้เคร่งครัดแล้วการที่จะดำเนินการ หลุดจากกรอบนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำ และถ้าหากว่ามีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้อง นอกเหนือไปจากกรอบนี้ คณะรัฐมนตรีก็มีหน้าที่ที่จะนำกรอบที่จะต้องปรับปรุงกลับมาเสนอ ต่อรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นกรอบที่รัฐบาลได้เสนอจึงเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๓ ของพระราชกำหนดฉบับนี้อย่างเคร่งครัด แล้วก็ขออนุญาตให้คำมั่นกับท่านอีกครั้งหนึ่งว่า การดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามกรอบนี้ก็เป็นภารกิจของรัฐบาล

ในส่วนอื่นผมเองได้เห็นว่าท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายตั้งข้อสังเกตห่วงใย ซึ่งกรณีนี้ผมขออนุญาตเรียนยืนยันครับว่าการดำเนินการตามโครงการต่าง ๆ จะสามารถ เริ่มดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เมื่อกระบวนการในการพิจารณาผ่านขั้นตอนที่เหมาะสมแล้ว แล้วกระทรวงการคลังก็พร้อมที่จะเริ่มดำเนินการกู้เงิน แต่จะไม่มีการกู้เงินเป็นจำนวนมากกว่า ที่จะทยอยดำเนินการ เพราะว่ารัฐบาลตระหนักดีว่าการกู้เงินเร็วกว่ากำหนดทำให้เกิดภาระ ดอกเบี้ยต่อรัฐบาลโดยไม่จำเป็น ดังนั้นการดำเนินการในขั้นต่าง ๆ ก็จะมีการดำเนินการ ด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งขอรับข้อสังเกตของท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องของการที่จะดำเนินการว่าถ้าหากเมื่อดำเนินการไปแล้วสามารถที่จะประหยัดงบประมาณ ต่าง ๆ ได้ดีกว่าแผน จะไม่มีความพยายามในการที่จะใช้จ่ายเงินให้มากกว่าที่สมควรเพื่อที่จะ ได้ใช้สิทธิตามวงเงินที่ได้อนุมัติจากพระราชกำหนดเป็นอันขาด นอกจากนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนชี้แจงว่าในส่วนของพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ อ้างถึง ความจำเป็นในการกู้เงินจำนวนมาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นวงเงินเต็ม รัฐบาลตระหนักดี ครับว่าในเมื่อมีหนี้ใหม่ที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น แล้วผมเองก็ได้มีโอกาสกราบเรียนข้อมูล ประกอบไปด้วยว่างบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งเพิ่งผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไป เมื่อไม่นานมานี้ก็มีลักษณะเป็นงบประมาณขาดดุลและยอดเงินขาดดุลนั้นก็ถือว่าเป็นตัวเลข ที่สูงและมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามแม้รัฐบาลจะดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้นโยบาย การคลังของรัฐบาลเข้าสู่จุดสมดุลภายในระยะเวลาอันไม่นานนัก ความจำเป็นในการที่ จะต้องดำเนินนโยบายการคลังในลักษณะขาดดุลของปี ๒๕๕๖ ก็ยังคงมีความจำเป็นอยู่ ซึ่งกระผมเองได้ปรึกษาหารือกับท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิดถึงความเหมาะสม จำเป็นในการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของการบริหารระบบเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ และได้นำเสนอความเห็นที่สอดคล้องกันระหว่างกระผมกับท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว โดยที่คณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติกรอบการเริ่มทำงาน ตามกระบวนการพิจารณางบประมาณสำหรับงบประมาณประจำปี ๒๕๕๖ ว่าจะเป็นงบประมาณ ในระดับขาดดุลประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นยอดการกู้ต่าง ๆ ที่มีความจำเป็น เหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่นำไปสู่ความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องสามารถตอบโจทย์ได้ว่า หนี้สาธารณะปัจจุบันในระดับ ๔.๔ ล้านล้านบาทโดยประมาณ ซึ่งก็ถือว่าเป็นหนี้จำนวนไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็อาจจะถือว่าเป็นหนี้ในจำนวนซึ่งไม่สูงเมื่อเทียบกับวินัยการคลัง ของรัฐบาลที่ได้มีการกำหนดว่าระดับหนี้สาธารณะไม่พึงจะมียอดเกินกว่าร้อยละ ๖๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งขณะนี้ยอดหนี้สาธารณะก็อยู่ในระดับประมาณ ร้อยละ ๔๒ อย่างไรก็ตามยอดที่มีการดำเนินการตามพระราชกำหนดครั้งนี้ จะช่วยให้ ยอดหนี้ที่มีจำนวนมากถึง ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณา หยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์วิจารณ์กันอยู่ในช่วงที่ผ่านมาจะกลายเป็นหนี้สาธารณะที่ไม่เป็นภาระ ต่องบประมาณแผ่นดิน กระผมขอย้ำนะครับ หนี้ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ตามผลของพระราชกำหนดฉบับนี้จะมีสถานะ เป็นหนี้สาธารณะที่ไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจ่ายดอกเบี้ย หรือเป็นเรื่องของการลดเงินต้น แล้วก็จะนำไปสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของ ยอดหนี้นี้และย่อมนำมาซึ่งความมั่นใจของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น ทางธุรกิจหรือวงการเงินว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการที่จะดูแลหนี้เดิมอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นยอดหนี้ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นตามที่กระผมได้กราบเรียนไป ไม่ว่าจะเป็นยอดหนี้เพื่อที่จะ ชดเชยงบประมาณขาดดุลตามงบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ ยอดหนี้ที่จะเกิดขึ้นจากการกู้เงิน เพื่อการดำเนินการตามแผนบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ หรือยอดหนี้ที่จะ เกิดขึ้นจากการชดเชยงบประมาณขาดดุลตามแผนงบประมาณประจำปี ๒๕๕๖ ก็จะเป็น ยอดหนี้ที่ได้รับความเชื่อถือจากวงการธุรกิจและวงการเงิน ซึ่งน่าจะนำมาซึ่งความมั่นใจ และโอกาสในการกู้เงินจำนวนดังกล่าวได้ในต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ เพราะฉะนั้นการดำเนินการ ตามพระราชกำหนดฉบับนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่แม้ระดับยอดหนี้จากการกู้ใหม่จะสูงขึ้น แต่ว่าจะทำให้ภาระในการดูแลหนี้โดยรวมไม่เพิ่มขึ้น และผมเชื่อว่าตรงนี้สามารถจะอธิบาย กับท่านที่อาจจะยังเข้าใจไปว่ารัฐบาลนี้นิยมที่จะกู้เงิน รัฐบาลนี้กู้เท่าที่จำเป็นและรัฐบาลนี้ นอกจากจะกู้เท่าที่จำเป็นแล้วยังมีความมุ่งมั่นในการดูแลหนี้สาธารณะที่รัฐบาลมีอยู่ให้ได้รับ การดูแลอย่างมีประสิทธิภาพจนไม่เป็นภาระถมทับแล้วก็กลายเป็นปัญหาในอนาคต ดังนั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณาตั้งข้อสังเกต และอภิปรายทั้งในส่วนที่ตั้งคำถามและในส่วนที่ได้ให้ความสนับสนุนในการดำเนินงาน กระผมขอยืนยันนะครับว่าอัตราการเรียกเก็บเงินเพื่อที่จะให้มีการดูแลหนี้จำนวนดังกล่าว เป็นอัตราซึ่งกำหนดด้วยความเข้าใจร่วมกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ ผู้รับฝากเงินตามฐานของการฝากเงินที่ได้รับการคุ้มครอง ในยอดอัตราการเรียกเก็บนั้น ก็เป็นอัตราการเรียกเก็บซึ่งเกือบจะเท่าเดิม การเพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๐๗ นั้น เป็นผลที่ไม่สูงนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสอดคล้องกับจังหวะเวลาที่รัฐบาลได้ดำเนินการลดอัตราภาษีเงินได้ นิติบุคคล ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยคำนวณว่าผลจากการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จากร้อยละ ๓๐ ลงเหลือร้อยละ ๒๓ ซึ่งที่จริงแล้วเป็นการลดโดยทั่วไปมิได้เป็นการลดให้ เฉพาะธนาคารพาณิชย์ผู้รับฝากเงินเท่านั้นครับ อย่างไรก็ตามอัตราภาษีดังกล่าวการลดลง อย่างมีนัยสำคัญนี้ ถ้าหากว่าจะนำไปสู่การกำหนดอัตราเรียกเก็บเงินจากฐานเงินฝากที่ได้รับ การคุ้มครองก็จะมีมูลค่าเท่ากับประมาณร้อยละ ๐.๑๒ ดังนั้นการที่มีการเรียกเก็บเพิ่มขึ้น ในอัตราร้อยละ ๐.๐๗ นั้น ก็เท่ากับธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะต้องไป กดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือไปดำเนินการที่ทำให้ผู้ถือหุ้น ของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งที่จริงแล้วก็เป็นผู้ถือหุ้นสาธารณชนจำนวนหนึ่งด้วยจะต้องได้รับ ผลกระทบกระเทือน ดังนั้นการดำเนินการตรงนี้ซึ่งท่านสมาชิกอาจจะตั้งคำถามว่าแล้วหมุนไป หมุนมาอย่างนี้ทำไม ก็ขออนุญาตเรียนว่ามิได้เป็นเรื่องของการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล เจาะจงเพื่อที่จะมาดูแลธนาคารพาณิชย์เท่านั้น มีผู้ประกอบการอีกจำนวนมากซึ่งมาอยู่ใน ฐานของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ก็ได้รับประโยชน์จากการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย การลดลงมิได้เป็นการพยายามเอื้อภาคธุรกิจเพื่อให้ได้ผลประโยชน์พิเศษ แต่เป็นที่ทราบดีว่า อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ประเทศไทยเรียกเก็บอยู่ถือเป็นอัตราภาษีเงินได้ที่เคยสูงเป็น อันดับ ๒ ในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ดังนั้นการที่เราจะดำเนินการเตรียมตัวประเทศไทย เข้าสู่ประชาคมอาเซียน การลดอัตราภาษีเงินได้ก็เป็นทิศทางที่จะนำไปสู่ความพร้อมในการแข่งขัน และถ้าหากว่าภาคธุรกิจเอกชนมีความเข้มแข็งที่จะสามารถทำธุรกิจได้ นั่นก็ย่อมหมายถึง ความพร้อมในการเป็นผู้ว่าจ้างงานที่แข็งแรง รวมทั้งการที่จะสามารถเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการ ที่มีคุณภาพและแข่งขันได้กับประเทศต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและนอกภูมิภาคด้วย การดำเนินการต่าง ๆ จึงเรียนว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันนะครับ กระผมเองขอยืนยันว่า การดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ แม้ว่ากระทรวงการคลังได้สามารถดำเนินการจนกระทั่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ที่เข้ามาดูแลให้หนี้จำนวนนี้ได้รับการบริหารจัดการที่ดีแล้วก็ตาม แต่กระทรวงการคลังจะอาสาที่จะทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อทำให้ภาระ ดอกเบี้ยและการชำระเงินต้นต่าง ๆ ของหนี้จำนวนนี้ได้มีการดำเนินการโดยไม่เป็นภาระ ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และภาระต่าง ๆ ควรจะมีแนวโน้มลดลงตามความสามารถในการลดลงของ เงินต้นของหนี้จำนวน ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ซึ่งในอดีตนั้นแทบจะไม่สามารถลดอัตราลงได้เลย ในระดับของเงินต้นต่าง ๆ ท่านเองคงทราบดีนะครับ เมื่อเงินต้นลดลงเรื่อย ๆ ดอกเบี้ยที่จะ เกิดขึ้นจากเงินต้นที่ลดลงก็จะลดลงเรื่อย ๆ ดังนั้นภาระต่าง ๆ ซึ่งกระผมได้กราบเรียนไว้แล้ว ว่าไม่ได้ถึงกับเป็นภาระที่หนักหนาเกินไปในขณะเริ่มต้นก็จะเป็นภาระที่เบาลงเรื่อย ๆ สำหรับ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และการดำเนินการตรงนี้ขออนุญาตเรียนว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง ก็คือประชาชนทั่วไป เพราะรัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งงบประมาณเพื่อมาดูแลดอกเบี้ย ของหนี้จำนวนนี้อีกอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต จึงขออนุญาตกราบเรียนอธิบายในความจำเป็น และการดำเนินงานต่าง ๆ โดยขอให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามพระราชกำหนด ทั้ง ๒ ฉบับนี้ รวมทั้งอีก ๒ ฉบับซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไปแล้ว ด้วยการดำเนินการอย่างสุดความสามารถ ก็ถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กรุณาให้ความเห็นแล้วก็ตั้งข้อสังเกต กราบเรียนขอบพระคุณ ผ่านท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณครับ