สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑ มีนาคม ๒๕๕๕

วิลาศ จันทร์พิทักษ์ เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี และวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณที่ใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยอ้างว่าเงินนี้ถูกใช้ในลักษณะที่ผิดกฎหมายและไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ คงไม่มี พรรคการเมืองหรือว่าสมาชิกแห่งสภานี้ที่ไปขัดขวางไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หรือว่าจะไปขัดขวางไม่ให้รัฐบาลไปสร้างงบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด อุทกภัยอีก แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ การที่พรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับวิธีการมันมีด้วย ๒ เหตุผลครับ คือไม่เห็นด้วยในแง่กฎหมายซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ไปแล้วอันนั้นไม่ต้องพูดอีก อย่างไรก็แล้วแต่ครับ การออกพระราชกำหนดนี้มันก็ต้องมีเหตุมีผลในการออก ความจริงแล้ว เรื่องที่พอพรรคประชาธิปัตย์ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านก็ไปพูดเลยธง ไปถึงว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วย ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะต้องรับผิดชอบถ้ามีน้ำท่วม แล้วก็มีรัฐมนตรีบางท่านไปพูดว่าถ้าร่างพระราชกำหนดนี้ตกพรรคประชาธิปัตย์ต้อง รับผิดชอบ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการกระทำอะไรที่ช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้แปลว่า ท่านสามารถทำผิดกฎหมายได้ ไม่ใช่หรอกครับ ท่านอย่าไปเหวี่ยงแหแบบนั้น แล้วผมต้อง ถามต่อนะครับ แล้วถ้าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ถ้ามันเกิดขึ้นรัฐมนตรีที่เที่ยวได้ไปพูดว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องรับผิดชอบ จะรับผิดชอบขนาดไหนถ้ามันเกิดตามที่ผมพูด ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อตอนที่งบเกี่ยวกับเรื่องฟื้นฟูเข้าสภา ผมก็คัดค้านมาแล้วว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะว่ามันไม่มีโครงการมันบอกตัวเลขกลม ๆ แล้วมัน ก็ไปโกงบ้านโกงเมืองกัน วันนี้พระราชกำหนดมันก็ทำนองเดียวกัน ถ้าวันนี้ออกเป็นพระราชบัญญัติ เสียมันผ่านไปแล้ว แล้วก็มีการซักฟอก มีการติติงกันมีการเตือนกันว่าโครงการนี้มันจะโกงก็อย่าไปทำ มันเป็นประโยชน์ครับ สิ่งที่ผมเคยพูดตอนงบฟื้นฟูมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมา วันนี้ผมก็จำเป็น ต้องพูดต่อว่าผมคิดว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นต่อไป ท่านประธานครับ ท่านเคยพอทราบนะครับ เรื่องงบทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย อันนี้ออกตามระเบียบนะครับ ระเบียบว่า ด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๖ แล้วก็มีการแก้ไข ๒ ครั้ง ผมจะพูดเฉพาะหน่วยงานที่ผมเกี่ยวข้อง คือเขาไปสำรองเงินไว้ตามหน่วยงานต่าง ๆ หลายหน่วยงาน แต่จุดที่ผมจะพูดถึงคือเขาไปสำรองไว้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ของแต่ละจังหวัด จังหวัดละ ๕๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบนี้ละครับมันเป็นงบที่มีปัญหา แล้วเป็นกรณีตัวอย่าง ซึ่งถ้าท่านประธานฟังผมตามต่อไปแล้วเดี๋ยวจะเห็นนะครับว่ามันโกงกัน ชนิดที่คนค้ายาบ้านี่อิจฉา ธรรมดาท่านประธานรู้กันนะครับว่าไม่มีการทำอะไรที่มันค้ากำไรได้ดีเท่ากับการค้ายาบ้า มันถึงต้องเสี่ยงอย่างไรครับ โทษมันประหารชีวิต แต่นี่ละครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้มันกำไร มากกว่ายาบ้าบานเลย แล้วโทษมันก็แค่ติดคุก ที่ผมพยายามเรียกร้องว่าให้ทำเป็น พระราชบัญญัติคือสิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องถามท่านประธานก็คือว่าในงบนี่ มันมีงบเกี่ยวกับ การสร้างคุกหรือเปล่าครับ มันต้องสร้างคุกไว้ชุดหนึ่งสำหรับขังผู้ว่าราชการจังหวัดเที่ยวนี้ หลังจากที่ผมพูดเสร็จนะครับ แล้วก็ส่งให้ ป.ป.ช. ผมเชื่อว่ามันจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นสิบคน เดินขบวนเข้าสู่คุก รวมทั้งผู้ติดตามคือป้องกันภัยเกษตร รวมทั้งเจ้าหน้าที่อีกบานเลย แล้วคุกนี้ จะเป็นคุกที่ใหญ่พอสมควรครับ ต้องปรึกษาท่านประธานจะเรียกว่า คุกผู้ว่าราชการจังหวัด หรือว่าคุกผู้ว่าราชการจังหวัดและเพื่อนอีก แล้วแน่นอนครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านประธาน ฟังต่อไป ท่านประธานครับ งบทดรองราชการเมื่อปี ๒๕๕๒ ใช้ไปทั้งหมด ๘,๕๑๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ใช้ไป ๘,๘๙๕ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ นี่ทะลุโด่งเลยครับ เป็น ๑๗,๘๓๕ ล้านบาท แล้วที่มันใช้กันนี่ มันไปใช้ช่วงที่รัฐบาลนี้ยุบสภา เปลี่ยนรัฐบาล งบนี้เขาให้ใช้เกี่ยวกับภัยพิบัติ ๙ อย่าง ผมจะพูดเฉพาะภัยพิบัติด้านพืช ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๒ มีการเบิกงบภัยพิบัติด้านพืช ประมาณ ๑๕๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๑,๑๙๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ทั้งหมด ๓,๓๒๒ ล้านบาท เกือบ ๓ เท่าตัวจากปี ๒๕๕๓ แล้วมันไปหนักในช่วงที่ยุบสภา เล่นกันไปเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท หลังจากเดือนพฤษภาคมมาถึงเดือนกันยายน มันเบิกกันบ้าเลือดครับ แล้วท่านดูต่อไปนะครับ ที่ว่าเบิกกันบ้าเลือดแล้วมันก็โกงบ้าเลือด ผมจะพูดเนื่องจากเวลามันก็ไม่เยอะเท่าไร จริง ๆ มันจะต้องไล่ยาว ผมจะย่อ ๆ นะครับท่านประธาน ผมจะขอเริ่มที่จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นี่เป็นจังหวัดน้องใหม่ ท่านประธานครับ เวลาไม่เป็นอะไรนะครับ ผมพูดอีกนิด จังหวัดบึงกาฬ นี่เป็นจังหวัดน้องใหม่ เขาประกาศจัดตั้งในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม มีผลบังคับใช้วันถัดมาวันที่ ๒๓ มีนาคม วันนั้นละครับ ต้องรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านก็รักษาการมาจนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคม พอเสร็จปุ๊บ ท่านก็ไม่รอช้าครับ เดือนกรกฎาคมท่านประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ๗ อำเภอ ที่จังหวัดบึงกาฬ ยกเว้นอำเภอพรเจริญ ประกาศทุกอำเภอครับเป็นเขตภัยพิบัติด้านพืช ท่านอ้างว่ามีการ ระบาดของโรคนะครับ แล้วท่านก็ออกคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคมว่าแต่ละอำเภอได้รับเงิน จัดสรรกันอำเภอละเท่าไร ใน ๗ อำเภอ เป็นที่น่าสงสัยในประการแรกก็คืออำเภอพรเจริญ เป็นอำเภอหนึ่งก็อยู่ในจังหวัดนี้ครับ ไม่กล้าครับ เรียกมาพูดบอกว่าไม่กล้าประกาศ เข้าใจว่าเท็จ มันไม่ระบาดจริงก็ไม่กล้าส่งเรื่อง ปรากฏว่าที่ประชุม กชผจ. คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จังหวัดบึงกาฬ ประชุมเสร็จมีมติออกมาเลยนะครับให้ซื้อยาคาร์เบนดาซิม (Carbendazim) ชนิดน้ำ บอกราคาเสร็จ ๑,๗๑๒ บาทต่อลิตร หรือ ๘๕๖ บาทต่อ ๕๐๐ ซีซี (CC) ทั้งโลก ทั้งเมืองครับ เวลาเขาจะซื้อเขาจะซื้อผงกัน เพราะว่ายาผงนี่มันขนง่าย แล้วมันใช้จำนวนเยอะ ใครเขาซื้อยาน้ำกันล่ะ ก็ปรากฏว่าอ้ายนี่หัวดี ออกสเปก (Spec) เป็นยาน้ำ แล้วยาน้ำในประเทศไทยมันขายอยู่ตัวเดียว บริษัทอินเตอร์ คร็อพ จำกัด ราคา ๓๕๐ บาทต่อลิตร เขาเอาไว้เฉพาะบ้านผู้อยู่อาศัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปซื้อมาใช้ มันขายไม่ดีครับ ราคามันก็แพง ราคาที่เราไปซื้อกันนี่นะครับ เราซื้อชนิดผง ราคามันลดลงตกกิโลกรัมละ ๒๕๐ บาทครับ ผมซื้อมาเป็นตัวอย่าง มีบิลเสร็จ เวลาเราไปทำ เป็นยาน้ำนี่ เราเอาครึ่งกระป๋องละลายน้ำได้ ๑ ลิตร มัน ๒๕๐ บาท ก็ตก ๑๒๕ บาทต่อ ๑ ลิตร บวกค่ากระป๋องพิเศษไปเลยนะครับ แทนที่จะเป็น ๑๒๕ บาท ก็ให้ค่ากระป๋องมันสัก ๑๐๐ บาท ดีไหมครับ กระป๋องมันก็ไม่ควรจะเกิน ๒๐๐ บาท ท่านรู้ไหมครับ จังหวัดบึงกาฬซื้อไปเท่าไร ๑,๗๑๒ บาท มันไม่ดีกว่ายาบ้าแล้วจะไปทำอะไรกินครับ นี่ตัวหนึ่งนะครับท่าน คาร์เบนดาซิม ซื้อเข้าใจหลบหลีกวิธีซื้อ ๑,๗๑๒ บาทออก ประชุมกันกี่ครั้ง ๆ บอกเลยมันต้องซื้อคาร์เบนดาซิม ราคา ๑,๗๑๒ บาทต่อลิตร หรือ ๘๕๖ บาท ผมอ่านจนทุกอำเภอที่มันซื้อจนผมจำราคาได้ ไม่ต้องท่องเลย แล้วผมก็ต้องเหนื่อยไปหาซื้อมัน ตกลิตรหนึ่งไม่เกิน ผมว่า ๑๕๐ บาทอย่างเก่ง ผมให้ ๒๐๐ บาท มันก็ยังกำไร ๘ เท่า ทำอะไรที่มันดีกว่านี้ล่ะครับท่านประธาน แล้วมันไปแสบ ตรงนี้สิท่านประธานครับ ปรากฏว่าพอประกวดราคามันมีคนไปยื่นซองกันแบ่งออกเป็น ๒ กรุ๊ป (Group) ที่อำเภอศรีวิไล อำเภอโซ่พิสัย อำเภอเซกา และอำเภอเมืองหนองคาย ท่านประธานครับ มันไปยื่นกัน ๓ บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา เป็นผู้ประมูลได้ราคาเท่ากับที่บอกมาละครับ ๑,๗๑๒ บาท บวกอีก ๒ บริษัทที่ไปยื่นเป็นตัวประกอบคือ บริษัทรับทรัพย์รุ่งเรือง กับบริษัท เมืองเลย เพิ่มทรัพย์รุ่งเรือง อ้าย ๒ บริษัทนี้ที่ไปยื่นประกอบ ปรากฏว่าเจ้าของบริษัทที่ไปยื่น ประกอบการที่อยู่ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น หมู่ที่ ตำบล อำเภอเดียวกันหมด ต่างกันเฉพาะบ้านเลขที่ เดินตะโกนข้ามกันได้ พร้อมไปยื่นซองกัน ปรากฏว่าอ้าย ๒ คนนี้เป็นตัวประกอบ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา ได้ อีกกลุ่มหนึ่งครับ คืออำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด บริษัทนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต ได้ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา อยู่ที่อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ประเด็นปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าใครได้หรอกครับ ถ้ามันประมูลปกติท่านประธาน ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ ปรากฏว่า ๒ บริษัทที่ประกวดราคาได้นี่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัชชา กับห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต ท่านประธานครับ เขาประท้วงครับ