สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑ มีนาคม ๒๕๕๕

วินัย สมพงษ์ อภิปรายเรื่อง พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ที่รัฐบาลนำเสนอสภา โดยอธิบายว่า พ.ร.ก. ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ แต่จะผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับความเห็นของสภา และเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดการใช้เงินกู้

พันเอก วินัย สมพงษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอแสดงข้อคิดความเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ที่รัฐบาลกำลังนำเสนอสภาเพื่อพิจารณาโดยย่อ ๆ ท่านที่เคารพครับ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจ พี่น้องประชาชนฟังอยู่ทางบ้าน หลายคนก็ยัง สงสัยว่า พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินมาแล้วว่าไม่ผิด รัฐบาลสามารถที่จะเสนอ พ.ร.ก. ๒ ฉบับเพื่อให้สภาพิจารณาได้โดยถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกประการ ครั้นเมื่อวันนี้เราได้มีการอภิปราย พ.ร.ก. ๒ ฉบับนี้ พี่น้องประชาชนคนที่ฟังอยู่ทางบ้าน ดูอยู่ทางบ้าน หลายคนก็สงสัยว่าในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเขาเห็นว่าไม่ขัดกฎหมายแล้วทำไม ฝ่ายค้านจึงมาทักท้วง จึงมาคัดค้าน ผมขอเรียนเพื่อความเข้าใจว่า พ.ร.ก. นั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มีสิทธิที่จะนำเข้าสู่สภา แต่ พ.ร.ก. จะผ่านสภาหรือไม่อยู่ที่เนื้อหาสาระ อยู่ที่ความเห็น ของสภาจะผ่านให้ความเห็นชอบหรือไม่ อุปมาดั่งนักเรียนที่มีสิทธิจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไปนั่งสอบ ไปสอบ แต่จะสอบได้หรือไม่อยู่ที่เขาทำข้อสอบได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่า พ.ร.ก. ๒ ฉบับนั้นถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่จะผ่านสภาหรือไม่อยู่ที่ความเหมาะสม อยู่ที่สภาจะเห็นว่าควรผ่านหรือไม่ควรผ่านเป็นหน้าที่ที่สภาจะต้องพิจารณาต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมลุกขึ้นมาทักท้วง มาอภิปรายทักท้วงมิได้หมายถึงว่าผมนั้น เป็นซีกฝ่ายค้าน พอเป็นฝ่ายค้านเวลารัฐบาลเสนอ พ.ร.ก. เงินกู้มาก็ลุกขึ้นทักท้วง เพราะว่า เป็นฝ่ายค้านจึงท้วง กระผมกราบเรียนว่ามิได้เป็นอย่างนั้น ตัวกระผมเองนั้นทุกครั้งไม่ว่าอยู่ ซีกรัฐบาลหรือซีกฝ่ายค้าน เมื่อใดที่รัฐบาลเสนอเงินกู้ กระผมจะลุกขึ้นมาทักท้วง ท้วงให้สติ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพ เพราะถึงวันนี้ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด ถ้าดูข้อมูลไม่ผิด วันนี้หนี้สาธารณะ หนี้สินที่รัฐบาล ที่คนไทย ที่หน่วยงานในประเทศไทยเป็นหนี้ของประเทศ หนี้สาธารณะ เรากู้ ๆ มา รัฐบาลไหนก็กู้ รัฐบาลโน้นก็กู้ รัฐบาลนี้ก็กู้ รัฐบาลหน้ากระผมคิดว่า ก็คงจะต้องกู้อีก แต่การกู้ผมขอกราบเรียนว่า ณ วันนี้ หนี้สาธารณะที่กู้สะสมกันมา มีประมาณ ๔.๗ ล้านล้านบาท ๔.๗ ล้านล้านบาท แปลความว่าถ้าเผื่อคนไทยทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง อุแว้ออกมาจนกระทั่งแก่ ตราบที่ยังมีชีวิตอยู่ ๖๕ ล้านคนโดยประมาณ เอา ๔.๗ ล้านล้านบาท หนี้ตั้งแล้ว เอา ๖๕ ล้านคนหารโดยเฉลี่ย ๆ ทุกคนไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย คนแก่ หรืออะไรก็แล้วแต่ เราแบกหนี้สาธารณะไว้คนละประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท ตัวเลขนี้ทวีสูงขึ้น ๆ นี่เป็นเหตุที่กระผมทักท้วงครับ แม้ตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เสนอ พ.ร.ก. เงินกู้ กระผมก็ลุกขึ้นมาทักท้วง มาทัดทาน มาให้สติ ผมเคยมองเหมือนหลาย ๆ คนที่พูดอภิปราย วันนี้ว่าตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ พ.ร.ก. เงินกู้ไม่มีรายละเอียด แต่ก็ยังดีนะครับ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ถูกสภาวิจารณ์มากขึ้น ๆ ทางทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ กระทรวงการคลัง หน่วยงานที่เขารับผิดชอบก็ได้เสนอรายละเอียดผ่านทางคอมพิวเตอร์ อยากรู้ว่าเงินกู้ไทยเข้มแข็งหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอขอกู้ เขาจะไป ทำอะไร อยากรู้ไปกดคอมพิวเตอร์ดูก็รู้ รู้ รู้ ท่านประธานครับ ผมไม่ติดใจเลย พ.ร.ก. ฉบับอื่น รวมทั้งการโอนหนี้ ๑.๔ ล้านล้านบาทไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นคนบริหารจัดการ เมื่อผมออกจากห้องประชุมวันนี้กลับไปบ้าน ใครถามว่า พันเอก วินัย ฉันเลือกคุณเข้ามาเป็น ส.ส. หวังเหลือเกินว่าคนที่เป็น ส.ส. ไม่ว่าใคร รวมทั้งคนอื่นด้วย รวมทั้งตัวกระผม ประชาชนที่เลือกเข้ามาเขาหวังว่าอยากให้เรามาควบคุมการหาเงินของรัฐบาล เก็บภาษี จากชาวบ้านอย่างไร เก็บเขามาก เก็บเขาน้อย เขาอยากรู้ ต้องแสดงเหตุผลให้เขาทราบ รัฐบาลไปเที่ยวกู้เงินเขามา หาเงินเขามา เขาอยากรู้ว่าไปกู้มาทำอะไร ทำนองเดียวกันครับ ประชาชนคนที่เลือกเราเข้ามา รวมทั้งตัวกระผมที่เขาเลือกเข้ามา เจอหน้าถามว่า พันเอก วินัย งบประมาณปีนี้เท่าไร คุณเอาไปใช้อะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลมาแล้วก็ไป มาแล้วก็เปลี่ยนแปลงไป เราไม่ได้อยู่ถาวร กู้หนี้ยืมสินไว้มากมายก่ายกองมาแล้วก็ไปครับ แต่ประชาชนคนตาดำ ๆ ไม่ไปไหนครับ ไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่ชำระหนี้ อันนี้ละเป็นเหตุผล ที่ประชาชนเจอหน้าผม วินัยเขาเอาเงินกู้ไปทำอะไรบ้าง ถ้าผมออกจากห้องประชุมวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลจะกู้ไม่เกินนี้ ผมออกจากห้องนี้วันนี้ ผมตอบไม่ได้ว่ารัฐบาลจะเอาไปทำอะไร แต่จะรู้ไหม รู้ รัฐบาลเขาบอกว่าขออนุมัติกู้ก่อน ไม่เกิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อกู้มาแล้ว ในประเทศ ต่างประเทศไม่เกิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนจะใช้จะบอกให้ทราบ ไม่ได้ให้พิจารณานะ บอกให้ทราบ ไม่มีสิทธิไปท้วงติง ไม่มีสิทธิ ไปวีโต้ แต่ให้ทราบ และเมื่อกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมาแล้ว ใช้ไปแล้วทำอะไรบ้าง จะบอกให้ทราบ เห็นไหมละครับ การบอกเพียงให้ทราบก็แปลว่า มาตรการการควบคุมของ ฝ่ายนิติบัญญัติต่อฝ่ายบริหารนั้นน้อยเต็มที ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ละเป็นความหนักใจ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อผมออกจากห้องนี้ไปแล้ว ชาวบ้านถามก้อนอื่นที่กู้ ผมตอบได้ มีเหตุ มีผล แต่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ วันนี้ผมยังตอบไม่ได้ เห็นไหมครับว่า เป็นข้อหนักใจ เพราะประชาชนมุ่งหวังเหลือเกินว่ารัฐบาลหาเงินแบบไหน หาอย่างไร เอาไป ทำอะไร เพราะเป็นเงินของเขา เขาจะต้องอยู่ชำระหนี้ หนีไปไหนไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่รัฐบาลพูด สิ่งที่รัฐบาลบอกไว้กว้าง ๆ บอกว่าจะเอาเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปทำอะไร วางเป็นหลักเป็นเกณฑ์ไว้เรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้น เรื่องป่าต้นน้ำ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ผมกราบเรียนว่าเรารู้กว้าง ๆ ว่า จะเอาไปทำอะไร จะไปทำที่ไหน เมื่อไร รายละเอียดนั้นเราไม่สามารถตอบพี่น้องประชาชนได้ นี่คือข้ออ่อน เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเห็นอกเห็นใจ เป็นรัฐบาล ก็อยากจะแก้ปัญหา ผมกราบเรียนว่าการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมนั้นไม่ง่ายเลย ท่านรู้ได้อย่างไร เราไม่มีใครรู้ว่าฝนจะตกที่ไหน เห็นไหมครับ เมื่อ ๑ ปี ๒ ปี ที่ผ่านมา มีใครบ้างจะเชื่อว่าฝนตก อยู่เหนือยอดเขาใหญ่ ๘ วัน ๘ คืน เห็นไหมครับ ตกอย่างหนักทั้งวัน ทั้งคืน จนกระทั่งโคราช และอีสานท่วมเกือบทั้งหมด ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าฝนจะตกที่ไหน และจะไปท่วมที่ไหน เมื่อใด เพราะฉะนั้นการใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น ผมกราบเรียนว่า ใครคัดค้านเรื่องนี้ คัดค้านลำบาก เพราะประชาชนเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วม อยากจะให้รัฐบาล เอาเงินไปแก้ไข แต่จะเอาเงินเหล่านี้ที่กู้เขามาไปแก้ไขปัญหา ไปทำงานอะไร ขอได้โปรดครับ ถ้าแม้นว่าท่านทำได้ เอารายละเอียดใส่ในคอมพิวเตอร์ ท่านใดที่สนใจจะได้ไปเปิดเข้าไป เลือกดูว่าท่านจะเอา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ไม่เพียงแต่ว่าพวกผม จะมีส่วนช่วยท่านตรวจสอบ แต่เพื่อที่พวกผมในฐานะตัวแทนชาวบ้านจะได้เอารายละเอียด เหล่านี้ไปกราบเรียนให้กับพี่น้องประชาชน คนที่เขาเลือกเราเข้ามาในสภาทำหน้าที่แทนเขา ให้ได้รับคำตอบว่าเราจะเอาเงินเขาไปทำอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่า ผมคงเป็นคนท้าย ๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะอภิปรายเรื่องอย่างนี้ ก็ขอให้พี่น้อง ส.ส. ทุกท่านได้ใคร่ครวญให้ดีนะครับว่า พ.ร.ก. ก้อนนี้ วันนี้เราจะก่อหนี้ให้กับประชาชนเป็นหนี้ แต่ละบุคคลประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นควรหรือไม่ที่จะให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่าน ก็ขอให้โปรดพิจารณาด้วยความใคร่ครวญ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับท่านประธาน