สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๓.๐๓ นาฬิกา)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขอเริ่มหารือเลยนะครับ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เชิญครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือต่อท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องเกษตรกรที่ถูกน้าท่วมที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยได้ร้องเรียนผ่านกระผมมาว่า อันเนื่องมาจากว่านโยบายของรัฐบาล ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ถูกน้าท่วมในเรื่องของการท้าไร่ ท้านา แล้วเป็นหนี้เป็นสิน ต่อทาง ธ.ก.ส. แล้วก็ต่อทางธนาคารอื่น ๆ ก็ช่าง สืบเนื่องจากว่ารัฐบาลนั้นมีนโยบายที่จะ พักหนี้เกษตรกรให้กับผู้ที่ถูกน้าท่วมครับ แต่ผลปรากฏว่าเกษตรกรนั้นได้ไปประสานกับ ธ.ก.ส. ในเรื่องของการพักหนี้ แล้วต่อมาก็ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ไปช้าระหนี้ตามปกติ ฉะนั้นก็ฝากถึงทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทางรัฐบาลได้โปรดให้ความช่วยเหลือดูแล เกษตรกรในเรื่องนี้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ส้านักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลายโรงในถิ่นทุรกันดารก็ร้องเรียนมาว่าส่วนใหญ่นั้นโรงเรียนขาดห้องน้าห้องส้วมเป็นหลัก ก็อยากจะให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะทางส้านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานได้ส้ารวจในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยที่ห่างไกลจากเมืองนั้น โรงเรียนต่าง ๆ ที่ขาดห้องน้าห้องส้วม แล้วได้โปรดในการที่จะได้ตั้งงบประมาณให้กับทางโรงเรียนต่อไป

แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่อง ถนนลาดยางสายหมายเลข ๑๒ ทางแยกไปบ้านไผ่วงฆ้อง หมู่ที่ ๘ ต้าบลป่าแฝก อ้าเภอกงไกรลาศ ไปถึงคลองตาข่าย ก็ฝากกับกรมทางหลวงชนบทได้ดูแลถนนเส้นนี้ เพื่อตั้งงบประมาณในครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านอ้านวย คลังผา ครับ

นายอ้านวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอ้านวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจาก ในวันนี้ผมอยากหารือในเรื่องของกรมชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนงานต่าง ๆ โดยเฉพาะการขุดลอกอ่างเก็บน้าก็ดี การสร้างอ่างเก็บน้าก็ดี ในขณะนี้ของอ้าเภอโคกส้าโรง ท้าเรื่องขอไปทางกรมชลประทานและมีแผนงานชัดเจน โดยเฉพาะอ่างเก็บน้าห้วยค้อ ต้าบลวังขอนกว้าง อ้าเภอโคกส้าโรง จังหวัดลพบุรี งบประมาณ ๑๖ ล้านบาท เดิมนั้น มีแผนงานอยู่แล้วในปี ๒๕๕๕ แต่ในขณะนี้แผนงานไม่มี ก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงกรมชลประทานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยตรวจสอบในเรื่องของแผนงาน ซึ่งพี่น้องประชาชนเขามีความต้องการอยากจะได้อ่างในส่วนนี้

เรื่องที่ ๒ อ่างเก็บน้าวังจงอาง ส้านักชลประทานที่ ๑๐ ได้ไปส้ารวจ ออกแบบไปเรียบร้อยแล้วมีความเหมาะสมเรียบร้อยแล้วครับ อ่างเก็บน้าวังจงอาง เป็นสถานที่เหมาะสมที่จะเป็นแหล่งกักเก็บน้าเพื่อป้องกันน้าท่วมในเขตปริมณฑล ในจังหวัดลพบุรีก็ดี ซึ่งพี่น้องประชาชนมีความต้องการอ่างเก็บน้าวังจงอางในพื้นที่หมู่ที่ ๗ ต้าบลดงมะรุม อ้าเภอโคกส้าโรง จังหวัดลพบุรี เพื่อรองรับน้าในส่วนที่น้าไหลจากเขามา จะให้เกษตรกรได้ใช้น้าในส่วนนี้ด้วย

สุดท้ายก็อ่างวังแขม ซึ่งอ่างวังแขมนะครับท่านประธานมีพื้นที่ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งในขณะนี้มีน้าท่วมแล้ว ๑,๐๐๐ ไร่ หากว่ามีการขุดลอกอ่างเก็บน้าวังแขม ก็สามารถที่จะ เก็บน้าได้อีกประมาณ ๑๐ ล้านคิว ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานให้เร่งส้ารวจขุดลอกคลองเพื่อกักเก็บน้าไว้ใช้ในฤดูแล้ง และอีกส่วนหนึ่ง แก้ปัญหาน้าท่วมในพื้นที่จังหวัดลพบุรีได้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัชดา ธนาดิเรก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์ ซึ่งอยากเรียกร้องให้รัฐบาลก้าหนดท่าทีที่ชัดเจนในเรื่องการสนับสนุนให้ประเทศไทยนั้น เป็นศูนย์กลางของการส่งออกอาหารสัตว์หรือเปล่า เพราะ ณ วันนี้เกิดความสับสนค่ะ สืบเนื่องจากที่รัฐบาลมีนโยบายรับประกันราคาสินค้าเกษตร ซึ่งในส่วนของข้าวโพดจะเริ่มต้น ในปีนี้ และสืบเนื่องจากนโยบายประกันราคาข้าวโพดนี้ อยู่ ๆ ก็มีประกาศไปยัง ผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์ว่า งด ห้ามการน้าเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่น ประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ซึ่งประเทศไทยนั้นจากการที่เราได้ลงนามข้อตกลงการค้า เสรีอาเซียน หรือว่ากลุ่มประเทศลุ่มแม่น้าอิระวดี ลุ่มแม่น้าโขงนั้น ผู้ประกอบการ หลายรายได้ไปด้าเนินการท้าเกษตรพันธะสัญญา คือไปจ้างพี่น้องเกษตรกรที่ประเทศเพื่อนบ้าน คือประเทศลาวและประเทศกัมพูชาให้เป็นผู้ปลูก ส่วนฝั่งไทยนั้นจะลงทุนในเรื่องของเมล็ดพืช และปุ๋ย แต่อยู่ ๆ เมื่อมีค้าสั่งห้ามไม่ให้การน้าเข้าเกิดขึ้น เพราะกลัวว่าการน้าเข้าข้าวโพด จะเกิดน้าไปสู่การสวมสิทธิ กระทบต่อการประกันราคาข้าว มันก็มีผลต่อผู้ประกอบการว่า เมื่อไปลงนามในสัญญาจ้างให้เขาผลิตแล้ว อยู่ ๆ ณ วันนี้ก็มาสั่งไม่ให้น้าเข้า เกิดความเสียหายค่ะ แล้วก็มันมีผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศว่า ครั้งหนึ่งด้าเนินการ ให้มีการท้าคอนแทร็คท์ ฟาร์มมิ่ง (Contract framing) แต่อยู่ ๆ ก็งดขึ้นมากะทันหัน ดิฉันคิดว่า มีความจ้าเป็นอย่างยิ่งค่ะว่ารัฐบาลต้องชัดเจนว่าอยากให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการส่งออก อาหารสัตว์หรือเปล่า เพราะว่าที่ผ่านมาเราน้าเข้าข้าวโพดจากประเทศกัมพูชาและประเทศลาว จ้านวนมากเพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบในการประกอบอาหารสัตว์และส่งออกท้ารายได้ ให้กับประเทศ แต่วันนี้ในธุรกิจเรื่องของการผลิตอาหารสัตว์ที่มีข้าวโพดเป็นส่วนประกอบส้าคัญ ได้รับความกระทบกระเทือนก็ขอให้ด้าเนินการ ขอความชัดเจนด้วยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตที่จะหารือ แล้วก็ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูแลเรื่องของ น้าชลประทาน ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องน้าเป็นปัญหาหลักนะครับ ดิน น้า ลม ไฟ วันนี้น้ามากก็มีปัญหา น้าน้อยก็มีปัญหา แต่บ้านผมในจังหวัดสุรินทร์ ในอ้าเภอที่บ้านผมอยู่เลย คืออ้าเภอศีขรภูมิ มันมีเส้นเลือดใหญ่อยู่ที่เดียวเกี่ยวกับเรื่องน้าก็คืออ่างเก็บน้าห้วยล้าพอก ที่ต้าบลยาง อ้าเภอศีขรภูมิ วันนี้ที่อ่างล้าพอกตัวนี้ น้าไว้ใช้ในการประปาของอ้าเภอ ใช้ในเรื่องของการเกษตร คือใช้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับน้า เพราะมันมีที่เดียวท่านประธานครับ แล้วมันตื้นเขินหมดแล้ว เคยขุดลอกทีหนึ่งในสมัยรัฐมนตรีชูชีพ หาญสวัสดิ์ เมื่อคราว อยู่พรรคไทยรักไทย หลังจากนั้นก็ตื้นเขิน ซึ่งเป็นความน่าเสียดายท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้ฟังนิดหนึ่งว่าปีนี้หรือโดยถัวเฉลี่ยแต่ละปีจะมีน้าไหลผ่าน ประมาณ ๑๙๒ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่สามารถเก็บน้าไว้ใช้ได้แค่ ๑๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งท้าให้น้าที่หายไปมันเสียโอกาสให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็มันเสียโอกาสในหลาย ๆ ด้าน แล้ววันนี้พอไปถามกรมชลประทาน กรมชลประทานบอกว่าการประปาภูมิภาคน่าจะมาดูแลบ้าง แต่ก็ไม่มีตรงนี้ ในขณะเดียวกันครับที่อ่างเก็บน้าเกาะแก้ว ต้าบลเกาะแก้ว อ้าเภอส้าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ก็เหมือนกันกับที่อ้าเภอศีขรภูมิ เพราะแต่ละอ้าเภอในภาคอีสานส่วนใหญ่ มันจะมีแหล่งน้าอยู่ที่เดียว ที่ต้าบลเกาะแก้ว ที่อ้าเภอส้าโรงทาบนี้ก็เช่นกันใช้ในเรื่องของ การบริโภค ใช้ในเรื่องของการประปา ใช้ในเรื่องของการเกษตร แต่วันนี้ก็กลับตื้นเขินหมดครับ ท่านประธานครับ ความกังวลใจตรงนี้ก็ไม่รู้จะมาบอกใครละครับ ก็ต้องมาร้อง ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผ่านไปยังถึงอธิบดี กรมชลประทานให้ดูแลเรื่องนี้ ก็อยากที่จะฝากท่านประธานไว้นะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนริศ ข้านุรักษ์

นายนริศ ข้านุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ข้านุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ในเรื่องความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้นะครับ

เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงคมนาคมได้ปรับปรุงสถานีรถไฟ ทั้งที่สถานีรถไฟ ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ไม่ว่าจะเป็นโคกทราย หารเภา ชุมแสง ควนเคี่ยม ควนพระ และบางแก้ว ซึ่งสถานีรถไฟดังกล่าวไม่เพียงแต่ใช้ขึ้นลงรถไฟนะครับ มีพื้นที่และประชาชนเขาใช้เป็นที่พักผ่อน หย่อนใจเหมือนสนามเด็กเล่นของหมู่บ้านของชุมชนนะครับ แต่ว่าไม่ได้จัดสรรงบประมาณ ก็ท้าให้ประชาชนไม่สามารถใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ จึงขอให้กระทรวงคมนาคมได้สนับสนุน งบประมาณไปเพื่อท้าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชนเหล่านั้นนะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงคมนาคมได้ท้าสะพาน เทียบเรือที่บ้านหัวปอ ต้าบลนาปะขอ อ้าเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ซึ่งบ้านหัวปอ เป็นบ้านอยู่ริมทะเลสาบ ท่าเทียบเรือแห่งนี้ถ้าเสร็จจะสามารถเป็นท่าเทียบเรือ เพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลสาบได้ ๒. จะเป็นท่าเทียบเรือที่ขนส่งสินค้าไปยังชุมชน หมู่บ้าน แถบเกาะแก่งต่าง ๆ ในทะเลสาบและในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดสงขลา ที่ต่อเนื่องกันนะครับ แล้วก็สามารถขึ้นลงปลาและผลิตภัณฑ์สัตว์น้าในทะเลสาบสงขลา ได้ด้วยนะครับ

เรื่องสุดท้าย ขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สนับสนุนศูนย์เพาะ และขยายพันธุ์เต่ากระอานในโครงการฟาร์มตัวอย่างของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มต้นเอาไว้บ้างแล้ว รอการสนับสนุนงบประมาณเพื่อที่จะ ขยายให้เติบโตกว่านี้ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติด้วย ซึ่งเต่ากระอานเป็นเต่าที่ก้าลัง ใกล้สูญพันธุ์แล้วในขณะนี้นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ครับ

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล กระผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สืบเนื่องจาก กระผมได้รับเรื่องร้องขอจากทางเทศบาลเมืองสัตหีบให้ช่วยเร่งรัดทางกรมทางหลวง ในเรื่อง ที่ทางเทศบาลเมืองสัตหีบได้ขออนุญาตก่อสร้างถนนและขยายถนนพร้อมวางท่อระบายน้า ในเขตทางหลวงหมายเลข ๓ ตอนต่อทางของเมืองพัทยา ทางแยกสัตหีบ และตอนทางแยก เข้าสัตหีบถึงคลองไผ่ จ้านวนทั้งสิ้น ๖ โครงการ ซึ่งเป็นงบประมาณที่จัดสรรโดยเทศบาล ทั้งสิ้น ได้ท้าหนังสือไปยังท่านผู้อ้านวยการส้านักบ้ารุงทางชลบุรีที่ ๒ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ซึ่งทางส้านักบ้ารุงทางชลบุรีก็ได้แจ้งกลับมาว่าการขออนุมัติ ในครั้งนี้นั้นได้ถูกต้องตามหลักการ ตามเงื่อนไขทุกประการ แต่ว่าปัจจุบันก็จะได้ด้าเนินการ ส่งไปให้อนุมัติตามขั้นตอนต่อไป แต่ปัจจุบันก็ผ่านมาเป็นเวลาเกือบ ๕ เดือนแล้ว ทางพี่น้องประชาชนก็มีความยากล้าบากอย่างยิ่ง เมื่อมีฝนตกลงมา ถ้าตกลงมามากกว่า ๑ ชั่วโมงเป็นต้นไปก็จะมีน้าขังในบริเวณถนนดังกล่าวหลายพื้นที่ จึงอยากจะขอเร่งรัด ผ่านทางท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยแจ้งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ก้ากับดูแล ให้ช่วยอนุมัติโดยเร็วที่สุด เพราะว่าฤดูฝนก็จะถึงอีกแล้ว ในการด้าเนินการต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องการขยายถนน วางท่อระบายน้า ก็ต้องใช้เวลาในการด้าเนินการทั้งสิ้นก็เกือบ ๓ เดือนด้วยกัน เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านประธานนะครับว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็น สิ่งที่จะช่วยพี่น้องประชาชนได้โดยใช้งบประมาณของเทศบาลเอง เพียงแต่ให้หน่วยงาน ในก้ากับดูแลของท่านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมช่วยเร่งรัดอีกครั้งหนึ่งนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธาน ใน ๖ ประเด็น ในเวลา ๒ นาที คือ

เรื่องที่ ๑ ปัญหาการก่อสร้างถนน ๔ เลน ฉลุง-ละงู ช่วงสวนเทศ-วังตง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ผมเองก็นับศพได้แล้ว ๑๔ ศพ ตั้งแต่เริ่มสร้าง ก็ขอให้ กรมทางหลวงซึ่งดูแลในการก่อสร้างตรงนี้ก้าชับบริษัท พีเอสเอ็ม ซึ่งเป็นผู้รับเหมาขอให้ดู ในเรื่องของความปลอดภัยในการก่อสร้างด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลได้สร้างถนนบายพาส (By-pass) ช่วงระหว่าง ตลาดฉลุง ซึ่งตอนนี้การจราจรแออัดมาก ขอให้สร้างบายพาส แล้วก็จัดสรรงบประมาณลงไป นะครับ

เรื่องที่ ๓ ปัญหาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา แล้วก็ทหารเรือ มีข้อพิพาท มีข้อขัดแย้งกับชาวบ้านที่อยู่บนเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีการรื้อถอนที่อยู่อาศัย ก็ขอให้ ทางรัฐบาลได้ลงไปดูแลให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๔ ก็คือปัญหาในเรื่องของความขัดแย้งในการใช้พื้นที่ แปลงสาธารณประโยชน์กาแบง ทุ่งเลี้ยงสัตว์ ต้าบลแหลมสน ซึ่งตอนนี้กองก้าลังทหารเรือ ซึ่งมาตั้งอยู่นั้นมีปัญหากับชาวบ้าน เนื้อที่ ๓๖๐ กว่าไร่ แต่ทหารได้ไป ๑๕๐ ไร่ เจตนารมณ์ ต้องการให้ชาวบ้านได้เลี้ยงสัตว์ครับ

เรื่องที่ ๕ ก็ขอให้ได้สร้างฟลัดเวย์ (Flood way) หรือว่าคลองส่งน้า ซึ่งเป็น การแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จของอ้าเภอละงู น้าจะไม่ท่วมตลาดละงู ถ้าหากว่าสร้างฟลัดเวย์ ในระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร แล้วก็ลงทะเลอันดามันไปเลย

เรื่องที่ ๖ ปีนี้จังหวัดสตูลได้งบ ๔ เลน ๑๘๕ ล้านบาท จากช่วงวังตงมาที่ทุ่งหว้า แต่ว่าในช่วงตลาดทุ่งหว้านั้นเป็นตลาดเก่าคับแคบ ก็ขอให้ได้ตั้งงบประมาณในการสร้าง บายพาสเอาไว้ให้กับพื้นที่ตรงนั้นด้วยนะครับ ๖ ข้อนะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ

เรื่องแรก เรื่องน้าประปาของบ้านค้าม่วง ต้าบลหนองนกเขียน อ้าเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี บ้านค้าม่วงนับว่าเป็นหมู่บ้านหนึ่งซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีประชากร ประมาณ ๒,๐๐๐ คน ไม่มีน้าประปาที่จะใช้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังกรมทรัพยากรน้าได้ช่วยหาทางแก้ไขให้พี่น้องชาวบ้านค้าม่วง ต้าบลหนองนกเขียน อ้าเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานีด้วยนะครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของถนนจากบ้านหนองนกเขียนไปบ้านค้ายาง บ้านป่าไร่ ต้าบลหนองนกเขียน ระยะทาง ๖ กิโลเมตร ขณะนี้ไม่มีแม้แต่เป็นลูกรัง ยังเป็นดินเหนียว แล้วก็ยังเป็นโคลนหน้าฝน ถ้าหน้าแล้งก็เป็นฝุ่น เพราะเส้นทางดังกล่าวนั้นเวลาพี่น้อง เจ็บป่วยจะเข้ามาหาสถานีอนามัยที่บ้านหนองนกเขียนต้องใช้เกวียนเพราะว่ารถวิ่งไม่ได้ ก็ช่วยฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ได้ช่วยไปแก้ปัญหา ให้พี่น้องหมู่บ้านดังกล่าวด้วย สงสารชาวบ้านนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผุสดี ตามไท ครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความรุนแรงในวิถีชีวิตของสังคมไทย มีพี่น้องประชาชนได้บ่น แล้วก็โทรศัพท์มาว่าวันนี้สังคมไทยเป็นอะไรกันถึงใช้ความรุนแรง กันอยู่เสมอ ท่านประธานคงจะจ้าได้เมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่แล้วก็มีข่าวที่มีการไล่ยิงกัน เพราะไม่ถูกหูถูกตาในผับ (Pub) วันนี้เองก็มีข่าว ๒ ข่าวเล็ก ๆ ว่าเจ้าหน้าที่ต้ารวจก็ถูกวัยรุ่น ยิงเสียชีวิตเพียงเพราะไปเตือนให้ลดเสียงจักรยานยนต์ลงเพราะเป็นเวลาวิกาลแล้ว แล้วนอกนั้นยังมีรายงานเรื่องการยิงถล่มกันตายกลางถนนห่างจากบ้านท่านนายกรัฐมนตรี ไม่เกิน ๕๐๐ เมตร ท่านประธานคะ เหล่านี้คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชีวิต แล้วก็ร่างกาย แต่ยังมีความรุนแรงอีกประเภทหนึ่งซึ่งไม่ใช่แต่ร่างกาย แต่การใช้ค้าพูด การใช้วาจา หรือแม้แต่ความคิดก็น้าไปสู่ความรุนแรงได้เช่นเดียวกัน ที่ดิฉันก้าลังจะเรียนปรึกษาหารือนี้นะคะ วันนี้บังเอิญไม่ได้ยินเสียงอยู่หน้าสภา ประชาชนก็ร้องเรียนมาว่าเวลาเขาผ่านไปผ่านมา น่าเสียดายสภานี้น่าจะเป็นสถานที่ท้างานอันทรงเกียรติ แล้วก็สง่าน่าภาคภูมิใจ แต่ผ่านไปแล้ว ได้ยินเสียงคนใช้เครื่องขยายเสียงและใช้วิธีด่าผู้คนโดยใช้ค้าหยาบคาย ดิฉันคิดว่าอยากจะ ขออนุญาตหารือท่านประธานฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านเป็นผู้หญิง แล้วท่าน ก็บอกว่าท่านจะใช้ความเป็นผู้หญิงของท่านช่วยสยบของเหล่านี้ แล้วก็น้าไปสู่ความปรองดอง ดิฉันอยากจะให้ท่านได้ลงมือท้าจริง ๆ แล้วก็หยุดยั้งเรื่องการใช้ความหยาบคายเหล่านี้ เพราะมันไม่เพียงแต่จะท้าให้ไม่เกิดความปรองดองเท่านั้น แต่จะดึงพลังส่วนไม่ดีของทุกคน ออกมาท้าลายล้างซึ่งกันและกันอีกด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ

เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือดิฉันเพิ่งได้รับ โทรศัพท์ร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในอ้าเภอจัตุรัสว่าตอนนี้เขาได้รับ ความเดือดร้อน เนื่องจากตอนนี้ได้ทราบข่าวจากอ้าเภอต่าง ๆ ว่าได้รับเงินชดเชยแล้ว แต่ที่อ้าเภอจัตุรัสเงินที่รัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้โอนลงไปเพื่อจะ ชดเชยค่านาที่เสียหายจากน้าท่วม พี่น้องที่อ้าเภอจัตุรัสโทรศัพท์มาบอกดิฉันว่าท้าไม ที่อ้าเภอจัตุรัสถึงยังไม่ได้ อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร โดยเฉพาะต้องผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ให้ช่วยเร่งรัดด้าเนินการจ่ายเงินเพื่อให้พี่น้องได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยค่ะ เนื่องจาก เขาบอกว่าต้องการจะน้าเงินไปใช้หนี้ที่กู้มาเพื่อลงทุนท้าการปลูกข้าวในรอบที่ผ่านมา เมื่อข้าวเสียหายก็ยืดเจ้าหนี้มาว่าจะขอรอให้ได้รับเงินชดเชยก่อน ตอนนี้เงินมาแล้วก็อยากจะ ได้รับเงิน ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านโนนขี้ตุ่นถึงบ้านกุดหูลิง ต้าบลตลาดแล้ง อ้าเภอบ้านเขว้า แล้วก็บ้านโนนเชือก ต้าบลส้มป่อย อ้าเภอจัตุรัสค่ะว่าถนนเส้นทางที่ชาวบ้านต้องใช้สัญจร จากบ้านโนนขี้ตุ่นไปถึงบ้านโนนเชือก อ้าเภอจัตุรัสถูกน้าท่วมเมื่อเดือนกันยายน เดือนตุลาคมที่ผ่านมาเป็นหลุมเป็นบ่อใหญ่มาก ยามค่้าคืนไม่มีไฟ ท้าให้พี่น้องที่สัญจรไปมา ได้รับความเดือดร้อนจากหลุมที่เกิดขึ้นจากความเสียหายของน้าท่วม ก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลซ่อมแซมถนนสายดังกล่าวด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ก็คือตัวดิฉันเองได้รับ โทรศัพท์แจ้งมาจากเบอร์บ็อกซ์ (Box) ว่าเป็นโทรศัพท์จากธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่าดิฉันมีหนี้สินอยู่ให้ดิฉันรีบด้าเนินการติดต่อเพื่อจะต้องไปชดใช้เงิน ซึ่งดิฉันเองได้รับแล้ว ดิฉันก็ไม่ได้สนใจค่ะ แต่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลจัดการเรื่องเกี่ยวกับแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวง พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเรวัต อารีรอบ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับ วันนี้ ผมมาขอความเป็นธรรมจากท่านประธานสภาครับ ท้าไมผมต้องพูดถึงเรื่องขอความเป็นธรรมครับ ผมเองได้ท้ากระทู้ถามทั่วไปครั้งที่แล้ว สมัยประชุมสมัยสามัญทั่วไป ผมเองไม่ว่าครับ เพราะว่ากระทู้ถามได้ตกไป ไม่มาถึงผม แต่มาวันนี้ก่อนที่จะเปิดประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติ ผมได้ท้ากระทู้ถามไว้ ๒-๓ กระทู้ ผมทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ทางสภาว่าให้ ส.ส. มีเพียง กระทู้ถามเดียวเท่านั้น อย่างนี้ท่านครับ อย่างการหารือของพวกเราที่อยู่ขณะนี้ท่านท้าถูกครับ ซีกรัฐบาลบ้าง ซีกฝ่ายค้านบ้าง สลับกันไปสลับกันมาทุกพรรคการเมือง แต่ท้าไมกระทู้ถามผม ครั้งต่อไปไม่มีโอกาสได้ถามเลยครับ เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเขารออยู่ เช่น การรวมประชาคมอาเซียน (ASEAN) เป็นหนึ่งเดียว รัฐบาลนี้ผมยังไม่มั่นใจว่าจะไป ทิศทางไหนดีครับ ผมขอฝากท่านประธานว่ากระทู้ถามผมต่อไปจะท้าอย่างไรดี เรื่องที่ ๑ ครับ

เรื่องที่ ๒ วันนี้ผมไม่ได้มาให้หวยท่านประธานครับ ท่านจะเห็นหมายเลข อย่างเดียวครับ คือ ๑๕๘ ผมขออนุญาต ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนหลายคน ผ่านทั้งคุณอัญชลี วานิช เทพบุตร ซึ่งเป็น ส.ส. เขต ๑ ผมเองเป็น ส.ส. เขต ๒ ของจังหวัดภูเก็ต อย่างนี้ครับท่าน เวลาการเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน หรือรถเฉี่ยวชน หรือเกิด การมิจฉาชีพต่าง ๆ ป้ายของกรมการขนส่งทางบกที่ออกมา ท่านดูครับ มีป้ายหมวด เท่านั้นเองที่ดูกันไม่ชัด เพราะว่าตัวหมวด ก ข ค มันมากเกินไปส้าหรับตัวอักษร คนจะเห็น เป็นเฉพาะหมายเลขอย่างเดียว ท่านประธานลองดูครับว่าสมมุติรถวิ่งขนาดนี้ไม่เกิน ๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งขนาดนี้ครับ ท่านจะเห็นได้ว่าคนจ้าได้เฉพาะแต่หมายเลขทะเบียนรถ อย่างเดียว หมวดรถ จังหวัดยังจ้าไม่ได้เลย อย่างนี้ผมจึงมาหารือวันนี้ให้ท่านประธาน ท้าหนังสือไปถึงยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงคมนาคมผ่านไปยังกรมการขนส่งทางบก ว่าให้ออกแบบใหม่เสียเถอะครับ มิฉะนั้นแล้วปัญหาอย่างนี้เกิดอุบัติเหตุครั้งคราวใด โอกาส จับผู้ร้ายไม่ได้เลยครับ ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องกระทู้ถาม ฝากท่านหารือกับท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ด้วยนะครับ คุณหมอเหวงครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อขอความกรุณา ท่านประธานได้ช่วยกรุณามีส่วนร่วมในการที่จะแก้ปัญหาบ้านเมืองด้วยครับ ต้องกราบเรียน ท่านประธานก่อนนะครับว่ารัฐบาลได้ทุ่มเทก้าลังความสามารถอย่างเต็มที่ในการด้าเนินการ ในขณะนี้แล้ว แต่เพียงเท่านั้นผมเกรงว่าจะไม่พอ ก็คือเรื่องน้าท่วมที่ก้าลังจะท่วมปี ๒๕๕๕ นี้ เพราะว่าผมมีเรื่องอยากกราบเรียนท่านประธาน ซึ่งขณะนี้ผมได้รับอนุญาตจากท่านประธาน ให้สามารถน้าเสนอต่อท่านประธานได้แล้วนะครับ ก็คือระดับน้าในเขื่อน ท่านประธานครับ วันที่ ๒๐ มกราคม ปี ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา น้าในเขื่อน ๑๒,๐๘๗ ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือระดับที่จะเก็บได้อีกประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง ซึ่งปริมาณเหลือน้อยมากในการที่จะเก็บกักน้า ซึ่งในปีนี้ทราบว่าจะมีพายุใหญ่เข้ามา ๗ ลูก นะครับ ทั้งที่ปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา มีพายุใหญ่เข้ามาเพียง ๕ ลูกเท่านั้นเอง ก็มีน้าตกลงมาแล้ว ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ทีนี้ปีนี้จะมา ๗ ลูก เพราะฉะนั้นอาจจะมีการตกลงมา ประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร หากว่าเขื่อนภูมิพลยังไม่พร่องน้าให้มากกว่านี้ แล้วรีบด่วนกว่านี้นะครับ ผมเกรงว่าจะรับมือไม่อยู่ แม้ว่ารัฐบาลจะทุ่มเทก้าลังความสามารถ อย่างเต็มที่แล้วก็ตาม นอกจากนี้ในเขื่อนสิริกิติ์ก็มีสภาพไม่ต่างอะไรกันนะครับ ก็คือว่า มีน้าในเขื่อนขณะนี้ประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร เหลือพื้นที่ในการที่จะเก็บแค่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง ท่านประธานคิดดูสิครับว่า ปีที่แล้วมีพื้นที่ในการเก็บ ในเดือนมกราคม ก็คือประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ปีที่แล้วเดือนมกราคม แต่ น้าก็ยังท่วมมโหฬารทั้ง ๆ ที่มีพายุแค่ ๕ ลูก ปีนี้ในเดือนมกราคมเดือนเดียวกัน มีพื้นที่ ที่จะเก็บได้แค่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง หากว่า พายุมา ๗ ลูกจะท้าอย่างไรครับ จึงได้แต่อาศัยบารมีท่านประธานช่วยกรุณาหารือไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ช่วยกรุณาเร่งพร่องน้าโดยเร็วที่สุดนะครับ เราเหลือเวลาอีกแค่ ๓ เดือน ถ้าเป็นไปได้น่าจะพร่องน้าเดือนละไม่ต่้ากว่า ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๓ เดือนที่เหลือ ก็คือ ๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อเขื่อน ๒ เขื่อนจะได้รับน้าได้ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก ก็คือปัญหาเรื่องราคาสุกรสด หรือเนื้อหมู ผมได้รับร้องเรียน จากประชาชนในพื้นที่ว่า ขณะนี้ราคาที่เขาขายกันหน้าฟาร์มประมาณกิโลกรัมละ ๕๐-๖๐ บาทเท่านั้น แต่ราคาที่หน้าเขียงคือราคาที่ชาวบ้านไปซื้อในตลาดนั้นขึ้นไปถึง ๑๑๐-๑๒๐ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่างกันเกือบ ๑ เท่า ฉะนั้นพี่น้องที่เป็นผู้เลี้ยงหมู เลี้ยงสุกร ก็รู้สึกว่าราคาที่เขาขายได้นั้นค่อนข้างจะน้อย อยากให้ท่านประธานแจ้งไปยัง กระทรวงพาณิชย์ให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูด้วยนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวเนื่องจากเมื่อวานนี้นะครับ เรื่องที่รัฐบาลจะมีนโยบาย ขึ้นเงินเดือนข้าราชการใหม่เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ทีนี้ก็มีข้าราชการหลายส่วนได้โทรศัพท์มา แล้วบอกว่าเขาจบปริญญาตรี แล้วก็ท้างานมาเกือบ ๑๐ ปีแล้ว ขณะนี้เงินเดือนแค่ ๑๖,๐๐๐ บาทเศษ ๆ เท่านั้น ถ้าเกิดรัฐบาลขึ้นเป็น ๑๕,๐๐๐ บาทแล้ว ส่วนต่างเขากับคนที่ เพิ่งมาสมัครผิดกันแค่ ๑,๐๐๐ กว่าบาท เมื่อวานดีนะครับที่ไม่เอาเข้า ครม. ผมอยากให้มี การแก้ไข ก็คือว่าให้เพิ่มเงินเพิ่มให้กับข้าราชการที่รับราชการมาก่อนหน้านั้นด้วย อย่างน้อย เป็นเงินเพิ่มพิเศษ หรือเงินค่าวิชาชีพ เงินค่าช้านาญการสัก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ก็จะ ช่วยให้ข้าราชการเหล่านั้นมีขวัญก้าลังใจด้วยนะครับ

เรื่องสุดท้าย เรื่องทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ตอนนี้น้าท่วมจนหายท่วมแล้ว อย่างเมื่อสักครู่ที่บอกว่าอาจจะท่วมใหม่ แต่ปรากฏว่าทางเลี่ยงเมืองถนนยังข้ามไม่ได้ สะพานน้ามันผ่านแล้วก็สะพานขาด ผมอยากร้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ถ้าสร้างสะพานใหม่ ให้ขยายสะพานให้มันใหญ่ขึ้นครับ ถ้าไปสร้างเท่าเดิมพอน้ามาก็เลาะคอสะพานขาด เหมือนเดิมอีกครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรณเทพ อนุวัฒน์

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมมีเรื่อง ที่จะหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จ้านวน ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาน้าท่วม น้าแล้ง ในเขตของอ้าเภอพนัสนิคม สืบเนื่องจากอ้าเภอพนัสนิคมนั้นเป็นที่ราบลุ่ม เป็นแอ่งกระทะ ไม่มีแหล่งน้าต้นทุน ในหน้าฝนก็จะมีน้าไหลหลากเข้าสู่อ้าเภอพนัสนิคม ๔ สายทางด้วยกัน ท้าให้เกิดปัญหา น้าท่วมในพื้นที่ ๑๐ กว่าต้าบล รวมถึงเทศบาลเมืองพนัสนิคมด้วย แล้วก็จะเอ่อล้น เข้าไปท่วมในเขตของอ้าเภอพานทอง ซึ่งเป็นอ้าเภอที่ติดต่อกัน ซึ่งในปีไหนก็ตามที่มีปริมาณ น้าฝนน้อยก็จะท้าให้เกิดปัญหาน้าแล้ง มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร จึงขอให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้โปรดจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างแก้มลิง ในพื้นที่ของต้าบลวัดหลวง และต้าบลไร่หลักทอง อันเป็นพื้นที่ขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดชลบุรีที่จัดหาไว้เพื่อการนี้ จ้านวน ๔๑๗ ไร่ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ นั้นเป็นเรื่องของปัญหาจราจรติดขัด สืบเนื่องจากอ้าเภอพนัสนิคม บริเวณสี่แยกที่จะเข้าเทศบาลเมืองพนัสนิคม อันเป็นจุดเชื่อมระหว่างถนนหมายเลข ๓๔๙ บ้านบึง-พนัสนิคม และถนนทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ ที่มาจากจังหวัดชลบุรีเข้าสู่ อ้าเภอพนัสนิคม แล้วก็จะเลี้ยวซ้ายไปจังหวัดฉะเชิงเทรา บริเวณดังกล่าวนั้นเป็นสี่แยก ซึ่งตอนเช้าและเย็นนั้นจะมีปริมาณจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ก็ขอให้กรมทางหลวงนั้น ได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างถนนวงแหวนเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้าส่องสว่างในทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๖ ช่วงกิโลเมตรที่ ๕-๖ ซึ่งตอนนี้ไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้ดับหมดทุกดวงนะครับ แล้วก็ถนนทางหลวง หมายเลข ๓๑๕ พนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๘+๒๐๐ ถึง ๒๒+๒๐๐ และช่วง กิโลเมตรที่ ๒๓-๒๕ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นทางแยกเข้าพื้นที่ของต้าบลต่าง ๆ หลายต้าบลด้วยกันไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างท้าให้ตอนกลางคืนนั้นมืดมาก แล้วก่อให้เกิดปัญหา อุบัติเหตุอยู่เป็นประจ้า ก็ขอให้กรมทางหลวงนั้นได้ตั้งงบประมาณในการแก้ไข แล้วก็ติดตั้ง ไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ

ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณส้านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่าน ได้ไปให้ความรู้กับนักเรียนในจังหวัดเพชรบูรณ์ทุกอ้าเภอ เมื่อวันที่ ๒๐ และ ๒๑ ที่ผ่านมา ในหัวข้อ เยาวชนกับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่ออนาคต ของชาติเราเป็นอย่างยิ่ง ในการอบรมสัมมนาในครั้งนี้มีอยู่วาระหนึ่งซึ่งน่าสนใจครับ เป็นวาระที่เราได้ให้เยาวชน นักเรียน แสดงทัศนคติที่มีต่อนักการเมืองในปัจจุบัน ถ้ามี เอกสารตรงนี้ผมจะรบกวนทางส้านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรน้ามาเผยแพร่ ต่อสมาชิกทุกท่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ ๒ ถนนบริเวณทางเข้าโรงเรียนบึงสามพัน อ้าเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ช้ารุดทรุดโทรมเสียหายเป็นอย่างมาก ของบประมาณ ในการซ่อมแซมให้คุณครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนบึงสามพัน

เรื่องที่ ๓ โรงเรียนเมืองราดวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดเล็กตั้งอยู่ที่ อ้าเภอหล่มเก่ามีนักเรียนที่เรียนโรงเรียนนี้ประมาณ ๔ ต้าบล ได้แก่ต้าบลนาซ้า ต้าบลศิลา ต้าบลตาดกลอย และต้าบลหินฮาว ขาดน้าประปาดื่มได้ ของบประมาณในการก่อสร้าง น้าประปาดื่มได้ให้เด็กนักเรียนและคุณครูโรงเรียนเมืองราดวิทยาคม อ้าเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอนุรักษ์ บุญศล

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เรื่องขอขยายไฟฟ้าตามชนบท ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอแจ้ง รายละเอียดเรื่องการขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตรดังนี้นะคะว่า

ในวันพุธที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ กรณีขอจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายเขต ไฟฟ้าในพื้นที่หมู่ที่ ๑๑ บ้านบงเหนือนอก ต้าบลบงเหนือ อ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ให้กระทรวงมหาดไทยด้าเนินการ ดิฉันได้รับหนังสือรายงานผลด้าเนินการตามข้อหารือ จากจังหวัดสกลนครที่กราบเรียนปลัดกระทรวงมหาดไทย สรุปก็คือราษฎร ๑๒ รายชื่อ ที่ดิฉันหารือในวันพุธที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ นั้น จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ดิฉัน ค้นมาบอกว่าท้าไมถึงยังไม่ได้ดูแลพี่น้องประชาชน ก็ทราบว่าในรายละเอียดนั้นถ้าอยากได้ ไฟฟ้านั้นจะต้องให้ราษฎรสมทบคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าราษฎรไม่ออกเงินก็ต้องเป็น อบต. ออกสมทบค่ะท่านประธาน แล้วเมื่อไรพี่น้องประชาชนจะได้ใช้ไฟคะ นี่ดิฉันหารือตั้งแต่ วันพุธที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ถึงปัจจุบันนี้พี่น้องก็ร้องเรียนเข้ามาอีกค่ะ ท่านประธานคะ แล้ววันนี้ยังมีต่อค่ะท่านประธาน อีกหลายหมู่บ้านเลยทีเดียวที่ต้องการ ไฟฟ้า มี ๓ หมู่บ้านนอกจากประเด็นที่ ๑ นะคะ ประเด็นที่ ๒ ๓ หมู่บ้านพร้อมส้าเนา เอกสาร บัตรประจ้าตัวประชาชน พี่น้องประชาชนอยากได้มาก นั่งมอเตอร์ไซค์ ขับมอเตอร์ไซค์ออกมาจากหมู่บ้านมาถ่ายเอกสารในอ้าเภอ นี่ค่ะอยู่ในมือของดิฉัน ปึกเบ้อเร่อเลยค่ะ ท่านประธานคะ คือต้องการไฟฟ้าค่ะ ๓ หมู่บ้าน ขออนุญาตท่านประธาน สักนิดเดียวมีดังนี้ค่ะ

บ้านที่ ๑ บ้านไทยเสรี หมู่ที่ ๘ ต้าบลโนนสะอาด อ้าเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ขี่มอเตอร์ไซค์มาหาดิฉัน โดย นายกุศล ชัยรบ ผู้ใหญ่บ้านบ้านไทยเสรี หมู่ที่ ๘

๒. บ้านนาเหมือด หมู่ที่ ๒ ต้าบลโนนสะอาด อ้าเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร โดย นายจรูญ รุนอุบล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๒ และนายสมพงษ์ วงศ์สง่า ส.อบต. ต้าบลโนนสะอาด

๓. บ้านทุ่งปลากัด หมู่ที่ ๖ ต้าบลบ้านถ่อน อ้าเภอสว่างแดนดิน โดยนายวิชัย มณีชม ผู้ใหญ่บ้าน และนายประมวล โยธามาศ ส.อบต.

ที่เห็นอยู่ในนี้ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ด้วยระบบ พิเศษ เพื่อเกษตรกรไทย ขอความฉับไว โดยไม่ใช้ระบบสมทบ ราษฎรจะพบกับแสงสว่าง ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ จะขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ เนื่องจากภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีฝนตกมาก แต่ว่าพื้นที่ส้าหรับกักเก็บน้านั้นมีน้อยเช่นกันครับท่านประธาน จึงขออนุญาตหารือถึงกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ครับ

๑. ขอให้ปรับปรุงระบบท่อส่งน้าบ้านปากแก โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด้าริที่ต้าบลบางสัก อ้าเภอกันตัง เพื่อส่งน้าให้เกษตรกร ๓ ต้าบลด้วยกัน ก็คือ ต้าบลบางสัก ต้าบลนาเกลือ ต้าบลเกาะลิบง โดยเฉพาะพี่น้องที่หมู่บ้านมดตะนอยครับ ท่านประธาน ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานได้ของบประมาณมา ๒๙ ล้านบาท แยกออกเป็น ๒ ปี คือ ปี ๒๕๕๖ ๑๔ ล้านบาท ปี ๒๕๕๗ ๑๕ ล้านบาท แต่ผมคิดว่าถ้าเกิดว่า กรมชลประทานสามารถท้าภายในปีเดียวปีที่จะถึงนี้ก็จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้

๒. ก็คือขอให้ปรับปรุงระบบท่อส่งน้าบ้านทอนหาร ต้าบลคลองลุ อ้าเภอกันตัง ซึ่งใช้งบประมาณประมาณ ๑๙,๕๐๐,๐๐๐ บาทเศษแค่นั้นเองครับ

๓. ขอให้ขยายพื้นที่อ่างเก็บน้าโครงการพระราชด้าริสวนพริก ต้าบลวังวน อ้าเภอกันตัง เพื่อเพิ่มพื้นที่ปริมาณการกักเก็บน้าในช่วงหน้าแล้งเช่นเดียวกัน

๔. ก็คือซ่อมแซมสระเก็บน้าคอนกรีตชลประทานที่บ้านเกาะมุกด์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้าที่ผมหารือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ขอให้ปรับปรุงถนนเชื่อมระหว่างสายทางตรัง-กันตัง บริเวณบ้านควนธานี ไปเชื่อมกับถนน สายนาเมืองเพชรกับต้าบลบางสักที่ต้าบลโคกยาง ชาวบ้านเรียกเส้นนี้ว่า ท่าแก้มด้า ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ต้องสร้างสะพานข้ามแม่น้าที่ท่าแก้มด้าด้วย

เรื่องสุดท้ายก็คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ เรื่องงบกองทุน พัฒนากีฬาแห่งชาติหรือเงินอุดหนุนทีมฟุตบอลอาชีพ ดิวิชั่น ๒ (Division2) ทีมละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งขณะนี้จะเปิดฤดูกาลวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ (Valentine) ที่จะถึงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นกีฬาก้าลังบูม (Boom) ก็ขอให้ทางรัฐบาล ได้ส่งเงินอุดหนุนไปให้กับทีมจังหวัดต่าง ๆ ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอหารือท่านประธานสภาถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่รอคอยมายาวนานนะคะ

เรื่องแรก เกี่ยวกับเรื่องขอรับงบประมาณในการสนับสนุนโครงการก่อสร้าง สถานีสูบน้าด้วยไฟฟ้า บ้านบุ่งกกตาล คุ้มหนองนกเจ่า หมู่ที่ ๖ ต้าบลศรีสงคราม อ้าเภอวังสะพุง จังหวัดเลย สืบเนื่องจากดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนต้าบลศรีสงคราม ว่าได้ท้าหนังสือของบประมาณในการก่อสร้างสถานีนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓ และได้รับหนังสือตอบจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ว่า โครงการนี้มีความเหมาะสมที่จะด้าเนินการและจะจัดเข้าแผนก่อสร้างตามวงเงินงบประมาณ ที่จะได้รับต่อไป แต่ไม่รู้ว่าปีไหนนะคะ ไม่ได้ระบุ ซึ่งเรื่องนี้ ส.ส. ในเขตพื้นที่นี้เดิมคือ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ ขณะนั้นได้ท้าหนังสือของบประมาณ ในการสนับสนุนตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ แล้วนะคะ ก็เงียบหายไป และพอมาปี ๒๕๔๙ ก็มีหนังสือ ด่วนที่สุด ของส้านักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด้าริ จากพระครูสังฆรักษ์อนันต์ วัดโนนสว่าง ต้าบลศรีสงคราม อ้าเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เรื่องก็เงียบหายไปค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง กรมชลประทานเรียนท่านอธิบดีว่าช่วยดูแลเรื่องนี้หน่อยนะคะ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ปีนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ แล้วค่ะ ก็เหมาะสมที่จะด้าเนินการได้แล้ว อย่างไรก็ช่วยดูด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ของบประมาณในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้าสวย ๒ แห่ง ซึ่งเชื่อมระหว่าง ๒ ต้าบล ไม่ว่าต้าบลผาน้อย อ้าเภอวังสะพุง และต้าบลเอราวัณ อ้าเภอเอราวัณ ซึ่งก่อสร้าง ณ บ้านโคกมน ต้าบลผาน้อยไปบ้านวังม่วง ต้าบลเอราวัณ และบ้านโคกมน หมู่ที่ ๖ นี้ไปบ้านขัวแตะ ต้าบลเอราวัณ อ้าเภอเอราวัณ ซึ่งเรื่องนี้ดิฉัน เคยหารือของบประมาณไปแล้วในการก่อสร้าง แต่เรื่องก็เงียบไปตั้งแต่วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๔ ซึ่งไม่มีหนังสือตอบมาจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเลย พี่น้องที่จะใช้สะพาน ๒ ตัวนี้ ๖ หมู่บ้านนะคะ ซึ่ง ณ ขณะนี้เขายังต้องเดินทางอ้อมออกถนนใหญ่ทางหลวงแผ่นดิน เพื่อที่จะไปท้าการเกษตรนะคะ ต้องใช้เวลายาวนานมาก อย่างไรก็รบกวนท่านประธาน ส่งเรื่องไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยช่วยด้าเนินการผลักดัน งบประมาณปี ๒๕๕๖ ด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากนางพริ้มเพรา จันทร์ฉาย ข้าราชการครู บ้านาญ กทม. ซึ่งท่านได้ร้องเรียนว่าได้รับเงินบ้านาญเดือนละ ๖,๓๐๐ บาท ซึ่งไม่เพียงพอ กับการด้ารงชีพในภาวะปัจจุบัน ซึ่งภาวะเศรษฐกิจข้าวของแพงในขณะนี้จึงอยากฝากไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาการปรับเงินเดือนข้าราชการ บ้านาญในส่วนนี้ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายกเฉลย อินสุวรรณ นายกองค์การ บริหารส่วนต้าบลเกาะตาเลี้ยง ขอให้ติดตามโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้าด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้าของต้าบลวังทอง อ้าเภอศรีส้าโรง ซึ่งสถานีสูบน้าด้วยไฟฟ้าโครงการนี้ ทางกรมชลประทานนั้นได้ส้ารวจออกแบบตั้งงบประมาณไว้ที่ ๑๕.๕ ล้านบาท ซึ่งทาง กรมชลประทานนั้นได้รับปากกับทางท่านนายกว่าจะจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ผมได้ตรวจดูแล้วก็ไม่มีนะครับ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานด้วย นะครับ

เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนต้าบลสามเรือน นายชเลง เตมะ โดยให้ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายหมู่ที่ ๑๐ บ้านนิคม ต้าบลสามเรือน ซึ่งสภาพถนนมีฝุ่นอยู่นะครับ ซึ่งเป็นสภาพถนนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ เนื่องจากปัญหา ภัยน้าท่วมที่จังหวัดสุโขทัย ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร อีกสายหนึ่งครับ ขอให้ก่อสร้าง ถนนลาดยางสายห้วยคล้า บ้านนาต้นตาล หมู่ที่ ๙ ต้าบลสามเรือน เชื่อมกับหมู่ที่ ๗ ต้าบลวังลึก อ้าเภอศรีส้าโรง จังหวัดสุโขทัย ก็มีสภาพเช่นเดียวกันนะครับ เป็นหลุมเป็นบ่อ ขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาวประมาณ ๕ กิโลเมตรนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบทได้จัดสรรงบประมาณไปช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรชัย เหมะ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานสภาครับ ผมขอหารือกับท่านประธานเรื่องปรองดองครับ ถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นประเทศเสียหาย วิบัติ เกิดการต่อสู้ มีการชุมนุมกันมายาวนาน วันนี้ประเทศต้องการความสามัคคีครับที่จะแก้ปัญหาของประเทศน้าไปสู่เศรษฐกิจที่รุ่งเรือง แก้ปัญหาความแตกแยกและความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นการปรองดองเป็นสิ่งส้าคัญที่สุดครับ ท่านประธาน วันนี้ผมมีข่าวว่ามีการขับเคลื่อนลงขันของผู้เสียอ้านาจครับ จ้านวนเงิน หลายพันล้านบาทท่านประธาน แล้วก็ท่านทราบไหมครับว่าเมื่อเช้านี้มีม็อบ (Mob) มาที่ท้าเนียบแล้ว ผมได้เดินลงไปถามว่ามาท้าไม ผู้ชุมนุมบอกว่า ไม่ทราบครับ ให้ไปถามผู้น้าดู แสดงว่าคนที่มานั้นชาวบ้านยังไม่รู้เรื่องอิโหน่อิเหน่เลย แต่ว่าผู้น้ามานั้นเป็นคนพูด มีคณะกรรมการ ผมถามว่ามาเรื่องอะไร เขาก็ไม่ตอบครับท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ กระแสข่าวบอกว่าวันนี้มีการลงขันของผู้เสียอ้านาจกลุ่มละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่ว่ายาเสพติด ผู้เสียอ้านาจรวมกัน อย่างนี้นี่จะปรองดองได้อย่างไรครับท่านประธาน ม็อบมาแล้วครับ เริ่มต้นอย่างนี้แล้วต่อไปก็จะตามมาอีก เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานสภาช่วยบอกไปยัง ผู้มีอ้านาจที่เสียไปแล้วนะครับ บอกว่าขอให้อย่าใช้วิธีอย่างนี้มาขับเคลื่อนเพื่อท้าลายกัน ความแตกแยกของประเทศก็ไม่สิ้นสุดครับ ต่อไปก็มีการต่อสู้เรื่องม็อบชนม็อบ มีปัญหา กันอีกต่อไป ขอให้ท่านประธานช่วยบอกไปยังผู้ที่ก้าลังด้าเนินการตอนนี้ด้วยครับ คงจะรู้ครับ ว่าเป็นใคร แล้วก็อย่าไปใส่ร้ายป้ายสีคนโน้นคนนี้ไม่ดี ต้นเหตุความขัดแย้งมาจากท่านทักษิณ ชินวัตร บ้าง มันไม่ใช่เรื่องจริงครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ทุกคนก็รู้ว่าการยึดอ้านาจนั้น เป็นอย่างไร ความเป็นมาเป็นอย่างไร รัฐบาลที่แล้วเป็นอย่างไร ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวัชระ เพชรทอง เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน

เรื่องแรก พี่น้องจากหมู่บ้านพฤกษา ๓ หมู่ที่ ๕ ต้าบลบางคูรัด อ้าเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เขียนจดหมายร้องเรียนเรื่องโจรงัดประตูบ้านและงัดบ้านหลายหลัง ในหมู่บ้านพฤกษา ๓ ขอให้ต้ารวจเร่งรัด จับกุม ปราบปรามโจรผู้ร้ายที่ชุกชุมขึ้น ในรัฐบาลชุดนี้

เรื่องที่ ๒ ปรากฏว่าผังรายการของ อสมท. ประจ้าเดือนมกราคม มีรายการ ประเทศไทยโชคดีที่มีในหลวง ซึ่งเผยแพร่เป็นเวลา ๑ นาที ขอให้ อสมท. ได้จัดรายการนี้ ให้ออกอากาศในช่วงเวลาที่เด็กนักเรียนได้ชมกันด้วย

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ มีคนท้าใบปลิวหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถูกต้ารวจจับได้ที่จังหวัดนนทบุรี ปรากฏว่ามีต้ารวจชื่อ เจตน์ มงคลหัตถี เป็นคนสั่งไม่ฟ้อง อยากจะถามว่าส้านักงานต้ารวจแห่งชาติมีหลักเกณฑ์อย่างไรถึงสั่งไม่ฟ้อง ท้าไมไม่ส่งคดี ให้กับศาลยุติธรรม

เรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ เรื่องค่าปลงศพ เนื่องจากว่าพี่น้องที่ถูกน้าท่วมตาย ๗๐๐ ศพนั้นได้ค่าปลงศพแค่ศพละ ๒,๕๐๐ บาท ญาติผู้ตายร้องเรียนมาว่าท้าไม ศพของพี่น้องประชาชนจึงมีค่าแค่ ๒,๕๐๐ บาทแล้วไม่ให้แม้แต่บาทเดียว แต่ในขณะที่ มติคณะรัฐมนตรี ๑๐ มกราคม ให้ค่าปลงศพถึงศพละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ต่างกันถึง ๑๐ เท่า และให้ศพละ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่ศพคนตายน้าท่วม ๗๐๐ ศพ ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน ฉะนั้นท่านประธานครับเงิน ๕,๐๐๐ บาท ยังไม่ได้รับอย่างทั่วถึง และปรากฏว่าแม้กระทั่งข้าราชการสภาก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากสภา ผมขอพูดไว้ บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ว่าผมไม่เห็นด้วยกับมติคณะรัฐมนตรี ๑๐ มกราคม

เรื่องที่ ๕ ลูกจ้างประจ้า ลูกจ้างชั่วคราว ก็อยากได้เงินเดือนจากรัฐบาล ด้วยค่าแรงวันละ ๓๐๐ บาทเช่นเดียวกัน ให้เท่าเทียมกับข้าราชการ

เรื่องที่ ๖ ครูพี่เลี้ยงจากศูนย์เด็กเล็กของ กทม. ซึ่งปัจจุบันได้แค่ ๕,๐๐๐ บาทเศษ ก็ต้องการได้วันละ ๓๐๐ บาท ขอให้ กทม. ด้าเนินการ

เรื่องที่ ๗ ท่านประธานครับ ขอให้สภาแห่งนี้มีห้องส้าหรับเด็กเล็กให้กับ บุตรหลานของข้าราชการสภาได้เลี้ยงดูบุตรหลานของตัวเอง เพราะว่าในโรงงานยังมี ห้องเลี้ยงเด็กเล็กตามที่กฎหมายบัญญัติ แล้วท้าไมในสภาผู้แทนราษฎรของเราถึงไม่มี ห้องเด็กเล็กที่จะให้เลี้ยงดู

สุดท้ายท่านประธานครับ ยาเสพติดปรากฏว่าทะลักเข้ามา ในกรุงเทพมหานครเป็นจ้านวนมาก ขอให้ท่านเฉลิมด้าเนินการและติดตามจับกุมว่าเจ้าของ ยาไอซ์ (Ice) ดังกล่าวนั้นเป็นใคร

สุดท้ายท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนให้กราบเรียน กับท่านประธานว่า คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ซึ่งมีท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นประธาน เห็นด้วยกับการที่กรมราชทัณฑ์ จะให้มีคุกส้าหรับนักโทษยาเสพติดโดยเฉพาะ และสุดสัปดาห์นี้คณะอนุกรรมาธิการ จะเดินทางไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่อ้าเภอปาย อ้าเภอปางมะผ้า พี่น้องสามารถร้องเรียนได้ ที่นั่น ขอกราบขอบพระคุณ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องแหล่งน้า ตามที่เพื่อนสมาชิกไม่ว่า ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลได้น้าข้อหารือเรื่องแหล่งน้า ไม่ว่ารัฐบาลใดก็แล้วแต่นะครับ ผลปรากฏว่าหน้าฝนก็น้าท่วมเหมือนเดิม หน้าแล้งก็เจอภัยแล้ง ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ซ้า ๆ ซาก ๆ เพราะฉะนั้นผมจึงถือโอกาสนี้หารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลชุดนี้เพื่อที่จะได้น้าเอา ข้อหารือของ ส.ส. ในสภาไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ตามไปด้าเนินการแก้ไข เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงที่รับผิดชอบก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือกรมชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คือกรมทรัพยากรน้า กระทรวงมหาดไทย ก็คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพราะฉะนั้นก็ขอให้รัฐบาลได้น้าเรื่องดังกล่าวนี้ ไปด้าเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนครับ ก็คงจะหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก ขอให้รัฐบาลเร่งรัดจ่ายเงินค่าชดเชยน้าท่วม เนื่องจากปัญหา น้าท่วมฉับพลันเมื่อช่วงปีใหม่กับพี่น้องในจังหวัดนครศรีธรรมราชหลายอ้าเภอเป็นจ้านวน ๑๔๗,๐๐๐ กว่าครัวเรือน

เรื่องที่ ๒ พี่น้องในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายพื้นที่ได้ร้องเรียน แล้วก็ โอดครวญมาว่าจะต้องให้เงินสนับสนุนกับฝ่ายปกครองในการท้ากิจกรรมอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานประเพณี งานต่อต้านโรคเอดส์ (AIDS) งานแข่งขันกีฬา หรือแม้กระทั่ง งานรักษาความสงบเรียบร้อย ล่าสุดยังขอความอนุเคราะห์จาก อบต. ละ ๕๐,๐๐๐ บาท และจากเทศบาลต้าบลอีกแห่งละประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อไปท้ากิจกรรมต่อต้าน ยาเสพติด ซึ่งผมคิดว่าการที่ไปรบกวนเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในลักษณะเช่นนี้ ท้าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ในสภาพที่ย่้าแย่อยู่แล้วประสบปัญหาหนักขึ้น ก็ขอให้ กระทรวงมหาดไทยได้ทบทวนการขอรับเงินสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจจะไปตั้งงบประมาณเอง หรือใช้งบพัฒนาจังหวัดในกิจกรรมเหล่านั้น

เรื่องที่ ๓ นายณัฐดนัย ไชโย เป็นชาวอ้าเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช หายตัวไปจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นที่อยู่กับครอบครัว ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เดือนกรกฎาคม ผมได้หารือเรื่องนี้กับสภามา ๓ ชุดแล้วนะครับ เพื่อให้ติดตามหาตัว เวลาผ่านไป ๘ ปี ก็ปรากฏว่ายังไม่มีวี่แวว นางละเอียด ไชโย ซึ่งเป็นแม่ของผู้ที่สูญหายไปนี่ครับ ก็กลายเป็นแม่ผู้อมทุกข์อยู่ตลอดเวลา ก็อยากจะหารือไปยังส้านักงานต้ารวจแห่งชาติ ให้ค้าตอบกับครอบครัวนี้ว่านายณัฐดนัย ไชโย ได้หายตัวไปด้วยเหตุอะไร เจ้าหน้าที่ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพื่อเป็นกุศลกับครอบครัวนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมลงพื้นที่เขตอ้าเภอเดิมบางนางบวช อ้าเภอด่านช้าง และอ้าเภอหนองหญ้าไซ เฉพาะ ๔ ต้าบล ซึ่งประกอบไปด้วยต้าบลแจงงาม ต้าบลหนองขาม ต้าบลทัพหลวง และต้าบลหนองราชวัตร ปรากฏว่าประชาชน ที่ท้าไร่สับปะรดเขาได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากในขณะนี้สับปะรดราคาตกต่้า ท่านประธานครับ ราคาสับปะรดหัวใหญ่ในพื้นที่อ้าเภอด่านช้างนั้นกิโลกรัมละ ๒.๕๐ บาท หัวเล็กกิโลกรัมละ ๑ บาท รายได้และต้นทุนนั้นยังไม่พอค่ายา ค่าปุ๋ย จึงฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ช่วยพยุงราคาหรือรับจ้าน้าราคาสับปะรดให้กับ ชาวอ้าเภอด่านช้างด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายเฉลิมพล นางสุมน มะยมตัน บ้านอยู่ทิศตะวันตกของแม่น้าท่าจีน เขาเรียกว่าบ้านท่านางเริง ต้าบลนางบวช อ้าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ๒ ท่านนี้มีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง ในช่วง น้าท่วมปลาตายเป็นจ้านวนมากและขาดทุนเป็นจ้านวนหลักล้านบาท อยากจะให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการคลังนั้นช่วยพักการช้าระหนี้ให้กับท่านทั้งสองด้วย

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน เรื่องกระแสไฟฟ้าตกเป็นการถาวร ผมได้รับ การร้องเรียนจากชาวบ้านหนองผึ้ง ต้าบลทัพหลวง อ้าเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ว่าทุกเย็นของทุก ๆ วันไฟฟ้ากระแสตกต่้า จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้า จังหวัดสุพรรณบุรีช่วยเพิ่มหรือปรับกระแสไฟฟ้าให้มากกว่านี้หน่อยจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอ ๒ ท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ

ผมพาท่านเดินเข้าสภาจุดแรกเลยนะครับ จุดแลกบัตร ท่านเคยเดินเข้าไปไหมครับ ผมคิดว่าจุดแลกบัตรน่าจะปรับปรุงนะครับ เพราะว่าเป็นหน้าบ้านของสภาของเราเอง น่าจะต้องจัดสิ่งแวดล้อมแล้วก็ดูให้บรรยากาศดีหน่อยนะครับ

จุดที่ ๒ ถ้าท่านเดินเข้ามาเป็นส้านักรักษาความปลอดภัยครับ เจ้าหน้าที่ ที่นั่งอยู่ในนั้นมีหลายคน เงยหน้าขึ้นไปบนฝ้าเพดาน เพดานทะลุครับ จากฝนตกน้าท่วม ที่ผ่านมา จนขณะนี้ยังไม่ได้ซ่อมเลยนะครับ ผมคิดว่าเขาก็ต้องท้างานอยู่ตรงนั้น ก็ขอให้ท่าน ดูแลในส่วนนั้นด้วย

เดินเข้ามาอีกหน่อยนะครับ ในโรงอาหาร ในร้านอาหารข้างล่าง ทั้งนักข่าว และข้าราชการของรัฐสภาบอกว่าวันนี้อาหารแพงครับ ท่านประธานครับ กินข้าว ๑ จาน ใช้เงินไม่น้อยกว่า ๔๕ บาท ฝากให้ท่านได้หาวิธีการ มาตรการในการที่จะท้าให้ราคาข้าวนั้น ลดลงด้วยนะครับ

แล้วเดินเข้ามาอีกหน่อยหนึ่งนะครับ ในที่ท้างานของ ส.ส. ครับท่านประธาน ปรากฏว่า ส.ส. ใหม่ ๆ หลายคนก็มาบ่นว่าเขาไม่มีที่ท้างานครับ เพราะว่าโดนจับจอง หมดแล้ว มีการติดป้ายชื่อทั้ง ๆ ที่ห้องนั้นเป็นห้องรวม เป็นห้องสาธารณะที่ใครก็ใช้ได้ ผมขออนุญาตแนะน้าว่าน่าจะต้องจัดสิ่งแวดล้อมใหม่เหมือนกันว่าการนั่งมันไม่ควรมีคอกมากั้น นะครับ เพราะไม่อย่างนั้นมันก็จะมีการแสดงความเป็นเจ้าของ เคยมีบางคนเอารูปไปตั้ง เอาชื่อไปตั้ง เอาตู้เย็นมาตั้งด้วยซ้าไป แต่จริง ๆ ห้องนั้นควรจะต้องใช้โดยภาพรวมนะครับ

ผมทวงถามท่านอีก ๒ เรื่องครับ เรื่องของข้อร้องเรียนของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กรณี พลต้ารวจเอก ประชา พรหมนอก ขณะนี้ท้างาน ท้าอะไรอยู่ จะใช้ เวลาอีกนานเท่าไร

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ กกต. ส่งเรื่องเข้ามาก็คือการไม่มีคุณสมบัติของนายจตุพร พรหมพันธุ์ เรื่องนี้สภาเราท้าอะไรอยู่ จะใช้เวลาอีกนานเท่าไรจึงจะส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ครับ

ส่วนสุดท้ายนะครับ เมื่อสักครู่นี้สมาชิกใช้เวทีของการหารือนี้เหมือนกับ เป็นเวทีของการปราศรัยหรือว่าปล่อยข่าวโคมลอยขึ้นมา เรื่องที่มีการลงขันอะไรกันต่าง ๆ ผมคิดว่าท่านประธานต้องสร้างกติกาหน่อยนะครับว่าสิ่งที่จะพูดในนี้ ผมก็ไม่ทราบว่า ตกลงท่านประธานจะท้าเรื่องหารือไปหาใครครับ ที่ว่านะครับ ท่านต้องสร้างกติกาที่ชัดเจนนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอดครับ เรื่องถอดถอนท่านประชาผมลงนามไปแล้วนะครับ ส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนเรื่องของท่านจตุพร เรื่องยังอยู่ระหว่างขั้นตอนด้าเนินการ ซึ่งขั้นตอนการด้าเนินการ มันเป็นขั้นตอนคล้ายกันกับเรื่องที่ยื่นถอดถอน ก็คงใช้ขั้นตอนเดียวกันทุกประการนะครับ อยู่ระหว่างขั้นตอนที่จะต้องด้าเนินการ

ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่ท่านหารือมาตั้งแต่เริ่มแรกหลายข้อ หลายประเด็น ฝากท่านเลขาธิการด้วยครับ ท่านเลขาธิการครับ ช่วยไปดูแล้วก็สรุปทั้งหมดน้าเสนอผมด้วยนะครับ อะไรที่มันพอจะแก้ไขได้ก็ลองดู

ขอท่านสุดท้ายครับ ท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย ครับ ท่านประสิทธิ์ครับ เมื่อสักครู่นี้เห็นแว่บ ไม่อยู่ ถ้าอย่างนั้นผมขอเข้าระเบียบวาระเลยนะครับ

จ้านวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๐ คน

ท่านสมาชิกครับ มีผู้มาลงชื่อ ๓๕๘ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบ การประชุมครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบเรื่องประธานสภาอนุญาตให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ขยายเวลาการพิจารณา จ้านวน ๒ คณะ

๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิด ขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาออกไป ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕

๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินท้ากิน การออก เอกสารสิทธิและกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้ ขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว ออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๕

ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์แก่กิจการของสภา จึงได้อนุญาตให้คณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะ ขยายเวลาการพิจารณาศึกษาดังกล่าวได้ตามที่ ร้องขอนะครับ จึงแจ้งที่ประชุมทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๒ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ

ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ออกไป เป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕ ตามมาตรา ๑๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ท่านอภิชาต ท่านมีอะไรครับ เชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณีที่ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมเรื่องการรับทราบให้ขยายเวลา ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๒ คณะ ผมคิดว่าเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของสภาแห่งนี้นะครับ เมื่อครั้งที่เราได้พิจารณาให้ความเห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เราก็ได้พิจารณาว่า ระยะเวลาที่ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณามีความสมควรอยู่แล้ว แต่ท่านก็สามารถ ขยายระยะเวลาในการพิจารณาได้ตามข้อบังคับ แต่เมื่อจะมาขออนุญาตขยายเวลา ผมอยากให้ท่านประธานได้ให้ประธานคณะกรรมาธิการหรือตัวแทนของคณะกรรมาธิการ ชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกด้วยว่าท้าไมต้องขยายระยะเวลาออกไป ณ เวลานี้การด้าเนินการ พิจารณาตรวจสอบตามอ้านาจหน้าที่ได้ด้าเนินการไปถึงไหน อย่างน้อยที่สุดเราก็จะได้ทราบ ความคืบหน้า แล้วก็จะได้ให้ความเห็นชอบว่าควรจะได้รับการพิจารณาให้มีการขยายเวลา หรือไม่ เพราะนี่เป็นการแต่งตั้งโดยสภาทั้งชุดนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิชาตครับ กรณีขอขยายเวลา เขาขอขยายเวลานอกสมัยประชุมซึ่งเป็นอ้านาจของประธาน ประธาน ได้อนุญาตไปแล้ว แล้วก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ ผมไปที่

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม รับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) จ้านวน ๔ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ วันอังคารที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๔

ครั้งที่ ๒ วันศุกร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔

ครั้งที่ ๓ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๔

ครั้งที่ ๔ วันพุธที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔

ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มี ถือว่า ที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๔ ครั้งนะครับ

ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่จะน้า เรื่องด่วนที่ ๑ คือร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ขึ้นมาก่อน เพื่อพิจารณาต่อ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ที่ประชุมไม่มีใคร เห็นเป็นอย่างอื่น ผมด้าเนินการตามนี้นะครับ จากคราวที่แล้วที่มีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ได้มีการปิดการอภิปราย เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตขอมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบเพื่อท้าการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญท่านสมาชิกข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญครับ

ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนได้เลยครับ คุณหมอเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานครับ เนื่องจากท่านสมาชิก หลาย ๆ ท่านประชุมกรรมาธิการอยู่ในตึก ๓ ในตึก ๒ ก้าลังเดินทางมา ขอความกรุณา ท่านประธานได้กดออดอีกสักครั้งเพื่อรอสมาชิกครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้น เจ้าหน้าที่ลบออกไปก่อนนะครับ เดี๋ยวรอสักระยะ สักนาที ๒ นาที สมควรแล้วกระมังครับ เชิญสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยนะครับ มีท่านใดมีปัญหาไหมครับ ไม่มี ส่งผลได้เลยครับ ผู้เข้าประชุม ๒๖๑ ครบองค์ประชุมครับ

ผมขออนุญาตถามมติเลยนะครับ ถามมติว่าจะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... หรือไม่ ใช้สิทธิได้เลยครับ เห็นด้วยหรือไม่นะครับ ใช้สิทธิ ได้เลยครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะคะว่ากรุณาอย่าให้กดบัตรแทนกัน เพราะว่า มีการกดบัตรแทนกัน ดิฉันก็เห็นแล้ว มี ดิฉันนั่งให้ทั้ง ๓ ท่านช่วยเป็นพยาน แต่ดิฉัน ยังไม่อยากบอกว่าคนไหนบ้าง ถ้าท่านดูนะท่านจะรู้เลยว่ามีตรงไหนบ้าง จะให้ดิฉันไปชี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นไม่ครบมันก็ต้องไม่ครบค่ะ ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งกดซ้าย กดขวา ลองกดใหม่สิคะ ไม่มีทางครบหรอก ท่านลองเชื่อดิฉัน ถ้าไม่กดใหม่ เดี๋ยวดิฉันจะไปชี้ให้ดูว่าตรงไหน ใครกดแทนกันบ้าง ดิฉันจะชี้ให้ท่านประธานดู การกดบัตรแทนกัน ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างไร ตั้งแต่ดิฉันเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ดิฉันเหมือนกัน ในพรรคประชาธิปัตย์ดิฉันก็พูด ใครกดแทน ดิฉันจะเอาเรื่อง เขากินเงินเดือนแต่เขาไม่มาท้างาน ให้คนอื่นต้องมารับผิดชอบ ให้ผิดกฎหมาย อย่างนี้ไม่ถูก หลาย ๆ คนที่กดไป ท่านไม่ทราบหรืออย่างไรว่านี่มันผิดรัฐธรรมนูญ ใครไม่มาก็ปล่อยเขาไป ไม่ต้อง ไปห่วงว่าเขาจะไม่ได้เงินเดือน อย่างนี้ไม่ถูกค่ะ ท่านต้องนั่นใหม่ ถ้าท่านไม่นั่นใหม่ ดิฉัน จะไปชี้เดี๋ยวนี้เลย ดิฉันจะชี้ให้ดูว่าคนไหนกดแทน แล้วให้เอากล้องมาดูด้วย เพราะดิฉัน มีพยานหมดเลย เพราะดิฉันเห็นแล้วว่าไม่มา มีใครไม่มาบ้าง แล้วบัตรกดซ้าย กดขวา กดตรงไหน ดิฉันชี้ให้ดู คนที่กดแทนอย่าไปรับแทนเขานะคะ ดิฉันบอกไว้ก่อน เขาไม่มา ประชุมแล้วท่านก็ไปรับผิดชอบ เขาไม่มาก็เรื่องของเขาไปเลย เป็น ส.ส. ไม่มาประชุมสภา แล้วให้คนอื่นต้องมาผิดกฎหมาย มันไม่ถูกนะคะ เมื่อไม่ครบ มันก็ต้องไม่ครบ สภา ท่านจะ ล้างใหม่ไหมคะ ล้างใหม่ กดใหม่ แต่ถ้าท่านไม่ล้างใหม่ ดิฉันจะไปยืนชี้ให้ท่านดูเดี๋ยวนี้เลย ว่ามีใครบ้าง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเสริฐ มีอะไร เชิญครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าการลงคะแนนได้สิ้นสุดลงแล้วนะครับ แล้วท่านประธานได้สั่งให้มีการสรุปเรื่องคะแนน ไม่ว่าตั้งแต่เรื่องการตรวจสอบองค์ประชุม แล้วก็เรื่องลงคะแนนเห็นชอบในมติร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ เพราะฉะนั้นอยากขอร้อง ท่านสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณรังสิมานะครับ เพราะว่า กระบวนการลงคะแนนมันได้สิ้นสุดลงไปแล้ว จึงเรียนท่านประธานมาด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรังสิมา เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี คือถ้าเกิดว่าท่านประธานตามที่ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ขออนุญาตที่เอ่ยนาม บอกว่าการลงคะแนนเป็นการสิ้นสุดแล้ว การตรวจสอบองค์ประชุม ดิฉันเห็นว่ามันยังไม่เป็นคะแนน ดิฉันก็ยังไม่พูด จะดูสิว่าลงคะแนนจะลงแทนกันไหม ครบองค์ประชุม ใช่ แต่การลง มันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดิฉันอยากจะให้คนที่ มาฝากบัตรเขากดมีจิตส้านึกการเป็นผู้แทนราษฎร ถ้าท่านยังกดให้เขาตลอดเวลาอย่างนี้นะคะ สังเกตได้คนไม่มา มันก็ไม่มาตลอด ใครมาฝากดิฉัน ดิฉันบอก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรังสิมา สมควรแล้วครับ เอาละครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ไม่ใช่ ท่านประธานจะเอา อย่างไร คือท่านจะล้างใหม่ไหม หรือท่านจะเอาสรุปว่าครั้งนี้คือการกดเลย ดิฉันจะได้ไปบอก ว่าคนนี้อยู่ที่ไหน จะได้ชี้ถูก อย่าเพิ่งชักบัตรออกสิคะ ดิฉันมีหลักฐานนะคะ มีกล้อง มีอะไร เรียบร้อยแล้ว จะได้รู้กันไปเลยงานนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัย เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการพูด อะไรที่จะท้าให้ระบบสภาเสียหาย ผมอยากจะให้มีวิจารณญาณสักนิดหนึ่ง แต่ท่านประธานครับ บางครั้งก็ต้องเอาใจคนที่อารมณ์ร้อน ๆ เหมือนกันนะครับ เมื่อน้องรังสิมาเขาอยากจะให้เช็ก (Check) อีก ก็เช็กกันเข้าไปก็เท่านั้นเองท่านครับ แต่ผมเองคิดว่าอยากจะขอร้องสักนิดเถอะ ครับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล การที่จะพูดใส่ กระท้าการที่ท้าให้เกิด ข้อสงสัยอะไรในลักษณะที่ท้าให้เสียหาย ผมว่าถ้าเรามีวิจารณญาณสักหน่อย เราจะได้ช่วย ประคับประคองระบบครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาต ต่อเลยดีกว่าครับ เมื่อครู่ได้ลงมติไปแล้วนะครับ ขอผลเลยครับ ส่งผลได้เลยครับ มติครับ เห็นด้วย ๓๖๙ ไม่เห็นด้วย ไม่มี นะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบครับ

เชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าพอแล้ว กระมังครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

คืออย่างนี้ค่ะ ดิฉันอยากจะให้ มันเป็นมาตรฐานของสภาอย่างไร ถ้ามันเป็นอย่างนี้มันก็จะเป็นอย่างนี้ไปทุกวัน แล้วคน ก็มาประชุมก็ไม่ครบ พอไม่ครบ ก็มีคนรับบัตรเอาไว้เหมือนตอนก่อนที่ดิฉันลุกขึ้นพูดอย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอย่างนี้ ถ้าเห็นว่าใครกดแทน ท่านก็ระบุตัวเลยนะครับ เอาอย่างนั้นดีกว่า

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ไม่อย่างนั้น เอาอย่างนี้นะคะท่าน เดี๋ยวดิฉันจะไปยืนชี้นะ เท่าที่เห็นนะคะ ๓ คนนี่ โอเคนะ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานขออนุญาตครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ผมขอยืนยันว่าองค์ประชุมนี้ครบครับ แล้วก็ไม่ต้อง ท้าโดยการกดบัตรครับ ผมเสนอให้ปิดประตูนี้นับเลยครับ ถ้าไม่ครบองค์ประชุม ก็ปิดประชุมครับ ใช้วิธีอื่น ถ้าไม่เชื่อโดยวิธีกด ก็ให้ปิดประตูนับองค์ประชุมครับ นับรายหัวเลยครับ ครบองค์ประชุมแน่นอนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาต ด้าเนินการต่อเลยครับ ผมต่อเลยนะครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านบุญยอด มีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าเราต้องทบทวน กันหน่อยนะครับ ท่านประธาน ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า ครบองค์ประชุมหรือไม่ ประเด็นคือ มีสมาชิกที่ลงมติมากกว่า ๑ เสียง ซึ่งคุณรังสิมาเดินไปชี้แล้ว ท่านประธานต้องด้าเนินการต่อครับ มีคนท้าผิดรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาต อย่างนี้นะครับ จะได้ไม่ต้องได้ทะเลาะกันอีก ถ้ามีการเสนอให้นับองค์ประชุม ผมจะใช้วิธี เสียบบัตร หรือตรวจสอบองค์ประชุม ผมจะใช้วิธีเสียบบัตรแสดงตนอย่างที่ว่านี้ แต่ถ้ามีใคร ทักท้วง ฟังนะครับ แต่ถ้ามีใครทักท้วง ผมจะให้ขานชื่อแทน จบไหมครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านธนามีอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเกรงว่า ท่านประธานพยายามที่จะไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านสมาชิกรังสิมาได้ลุกขึ้นทักท้วง ท่านรังสิมาก้าลัง บอกท่านประธาน ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมในสภาอันทรงเกียรติ ซึ่งออกกฎหมายใช้บังคับ กับคนทั้งประเทศว่าก้าลังมีการท้าผิดกฎหมาย ผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเนื่องจากมีการลงมติ ในกฎมายที่ส้าคัญที่จะไปใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ท่านประธานเมื่อรับฟังแล้ว ท่านประธานไม่สามารถด้าเนินการขบวนการอื่นต่อไปได้เลยครับ ท่านต้องตรวจสอบทันทีว่า สิ่งที่คุณรังสิมาได้หยิบยกขึ้นมานั้นเป็นอย่างไร ถ้ามีการลงมติแทนคนอื่นในวาระใดก็ตาม ในการลงมติใดก็ตาม มตินั้นเสียไปครับท่านประธาน ท่านประธานไม่ใช่มาบอกว่าคราวหน้า จะต้องท้าอย่างไร คราวนี้ท่านประธานต้องตรวจสอบ ยุติการลงมติทันที แล้วตรวจสอบว่า สิ่งที่ท่านสมาชิกได้ทักท้วงนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานไม่ได้ท้าอย่างที่ท่านสมาชิกได้ลุกขึ้นทักท้วง ท่านประธานก้าลังจะท้าผิด บทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ และแสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าสภาแห่งนี้ไม่ได้ เคารพเกียรติ ไม่ได้เคารพมติของพี่น้องประชาชนที่เลือก ส.ส. มาท้าหน้าที่เลย เพราะท้า หน้าที่แทนกันได้ แล้วองค์ประชุมของสภาก็ไม่มีความส้าคัญ เพราะสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล สามารถกดแทนกันได้ แล้วเราจะเอาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายมาได้อย่างไร ท่านประธาน ด้าเนินการด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นนี้นะครับ ผมได้ด้าเนินการตามรัฐธรรมนูญถูกต้องทุกประการ แล้วก็มีการตรวจสอบองค์ประชุมถูกต้อง มีการลงมติถูกต้อง ส่วนจะมีใครด้าเนินการผิด ผิดตามที่ท่านรังสิมาได้กล่าวอ้างนะครับ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปด้าเนินการกันเอง เป็นคนละส่วน เพราะฉะนั้นผมถือว่าผมได้ท้าหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญโดยครบถ้วน แล้วมติก็จบไปแล้วครับ ท่านสุนัยมีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตอีกสักครั้ง เถอะครับ ผมเองคิดว่าการรักษาภาพลักษณ์ของระบบ เราคงไม่เอาเรื่องส่วนตัวบางเรื่อง ที่มันจะท้าลายความศรัทธาอะไรบางเรื่องกัน ถ้ามีคนท้าผิดจริงก็ท้าไปครับ แต่ถ้าจะมาพูดว่า สภาแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ผมก็อยากจะสนับสนุนครับ ข้อเท็จจริงที่สภาแห่งนี้ซึ่งผม ไม่อยากจะพูดเลย ได้มีการลงมติเสียงไม่ถึงครึ่งแต่กฎหมายเหล่านั้นไปใช้ได้อย่างไรครับ นั่นคือกฎหมายเรื่องกระทรวงกลาโหมอย่างไรล่ะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัยครับ อย่าไปรื้อเลยครับ ผมว่าจบดีกว่าจะได้เดินต่อ จบแล้วครับ ประเด็นนี้จบแล้วครับ พอเถอะครับ เอาล่ะครับ จบแล้วครับ พอแล้วครับ ท่านสุนัยพอเถอะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ไม่พอหรอกครับท่านประธาน ถ้ายังยืน อย่างนี้ ผมก็ใช้สิทธิของผมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นอะไร ท่านนั่งเขาก็คงนั่งกัน คงไม่มีใคร ผมไม่อนุญาตใครแล้วนะครับ เพราะไม่มีใครท้าอะไร ผิดข้อบังคับ คงไม่ละครับ ผมขออนุญาตต่อเลยครับ ไม่อย่างนั้นก็ประท้วงกันไปประท้วงกันมา อย่างนี้ครับ พอเถอะครับ สมควรแล้วครับ นั่งเถอะครับ เชิญท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็น ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่มันอยู่ตรงนี้ครับ ประเด็นอยู่ที่ว่าท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี ได้กราบเรียน ต่อท่านประธานว่ามีการกดบัตรแทนกัน ซึ่งถือว่าเป็นการกระท้าที่ผิดกฎหมาย แต่ว่า ประเด็นที่ท่านประธานบอกว่าได้ด้าเนินการแล้วเป็นที่ยุติแล้ว เป็นเรื่องของกรณีที่ ท่านประธานให้มีการลงคะแนน แต่ว่าประเด็นของการที่จะตรวจสอบว่าสิ่งที่คุณรังสิมา ได้กราบเรียนกับท่านประธานถูกต้องหรือไม่นั้น ท่านประธานได้ขอให้คุณรังสิมาได้เดินไปชี้ ว่ามีการกดบัตรแทนกันตรงไหน ซึ่งคุณรังสิมาได้เดินไปด้าเนินการตามที่ท่านประธานได้ร้องขอ เสร็จสิ้นแล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ท่านประธานจะถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นข้อยุติแล้วนี่คงไม่ได้ คงจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อน้าไปสู่การที่จะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ คุณรังสิมาได้พูดนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไร ที่ผมกราบเรียนก็เพื่อให้ท่านประธาน ได้กรุณาด้าเนินการต่อไปครับ ประเด็นนี้ยังไม่เป็นที่ยุติครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมเองก็เคารพ ค้าวินิจฉัยของท่านประธาน ถ้าจะพูดกันเรื่องนี้ เรื่องบัตรก็เป็นเรื่องบัตร แต่ถ้าลามไปถึงเรื่อง ความศรัทธาต่อระบบ ผมยืนหยัดตลอดเวลานะครับว่าผมพยายามปกป้องระบบ ไม่ใช่ พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่ไม่รักษาระบบ ดังนั้นผมเสนอทางออกอย่างนี้ ท่านประธานครับ ถ้าจะมีการร้องเรียนก็ท้าเป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นไปเลยครับ แล้วท่าน จะได้ปิดประเด็นนี้แล้วท่านก็พิจารณาไป อย่างนี้สภาจะได้เดินได้ แต่ถ้าจะต้องมาว่ากันว่า สภาเป็นอย่างนั้นเสียหาย ออกกฎหมาย ผมก็ต้องอธิบายเรื่องอื่น ๆ ที่พรรคการเมืองบางพรรค สนับสนุน พ.ร.บ. บางฉบับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ พอแล้วครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ ขั้นตอนการลงมติจบขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ ทุกประการนะครับ ส่วนเรื่องที่มีการทักท้วงหรือที่ท่านรังสิมาทักท้วงไว้นะครับ ก็ไม่เป็นอะไรครับ ก็ท้าหนังสือร้องเรียนมาก็แล้วกัน คุณหมอผมว่าพอแล้วกระมังครับ เชิญครับ นิดเดียวนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเรื่องข้อเสนอ เพื่อนสมาชิกนะครับ กรณีมีข้อสงสัยเรื่องของผลคะแนน โดยข้อเท็จจริงแล้วเป็นไปตาม ข้อบังคับ ถ้าเพื่อนสมาชิกจะกรุณาเสนอให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งเป็นดุลยพินิจ ถึงแม้ จะไม่ชอบด้วยข้อบังคับตรงตามนัก แต่ว่าเป็นข้อสงสัย เป็นเหตุการณ์ที่ท่านประธานสามารถ ใช้ดุลยพินิจได้ ความเห็นผมนะครับถ้ามีข้อสงสัยดุลยพินิจท่านประธานก็สามารถที่จะหารือ หรือล้มเลิกมติตรงนั้นโดยอาศัยมติสภาแล้วก็ลงคะแนนกันใหม่เรื่องมันก็จบไป ส่วนการ กระท้าใด ๆ ก็เป็นเรื่องวิธีการหนึ่งก็ว่ากันไป ผมไม่อยากให้ ๒ เรื่องนี้ผูกพันกันครับ เรื่องกฎหมายคือกฎหมาย กฎหมายต้องผ่านสภานี้ด้วยความเห็นชอบที่เป็นเสียงข้างมาก ที่เป็นไปโดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ผมอยากให้ท่านประธานยึดถือตรงนี้ก่อน ถ้าเพื่อนสมาชิกร้องขอก็น่าจะมีการตรวจสอบ องค์ประชุมครบอยู่แล้วก็ลงคะแนนใหม่ ก็เท่านั้นเองก็ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งสามารถกระท้าได้ครับท่านประธาน ถึงแม้จะ ไม่ชอบด้วยข้อ ๗๗ เต็มที่นัก แต่ก็สามารถกระท้าได้กรณีมีข้อสงสัยลักษณะเหตุการณ์อย่างนี้ ไม่มีใครเขียนเป็นข้อบังคับหรอกครับแต่เป็นข้อเท็จจริงครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกทักท้วง ท่านประธานก็แก้โดยการที่จะให้มีการลงคะแนนใหม่ให้เป็นไปตามข้อบังคับและชอบด้วย รัฐธรรมนูญ ตรงนั้นก็เก็บเป็นอีกส่วนหนึ่งจะได้จบไปจะได้ไม่มีผลผูกพันต่อกฎหมายที่จะ ออกมาในอนาคตนะครับ ส่วนวิธีการกระท้าของบุคคลเรื่องของบุคคลไป ฝากประธาน ช่วยวินิจฉัยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยไป ทั้งหมดแล้วนะครับที่พูดมา แล้วก็จบไปแล้วครับ ท่านธนามีอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกผมรู้สึกไม่สบายใจกับการท้าหน้าที่ ของท่านประธาน วันนี้มีสมาชิกลุกขึ้นชี้ให้ท่านประธานซึ่งเป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งจะต้องเคารพเคร่งครัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัดที่สุดเพื่อให้เป็นที่ยึดถือ ปฏิบัติกับคนทุกชั้น วันนี้สมาชิกชี้ให้ท่านประธานเห็นการกระท้าผิดกฎหมาย ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานเพิกเฉย ละเลย แล้วเป็นเรื่องที่ไม่ใส่ใจที่จะค้นหา การกระท้าความผิดนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าสภาแห่งนี้เดินหน้าต่อไม่ได้หรอกครับ ถ้าคนที่เป็นประมุขเพิกเฉยต่อการกระท้าความผิดต่อกฎหมายซึ่งหน้า แล้วเราจะไปหวัง องค์กรไหนที่จะมารักษาความซื่อสัตย์สุจริตให้ด้ารงไว้ซึ่งกฎหมาย ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าประธานท้าหน้าที่อย่างนี้ มีจุดยืนอย่างนี้ พวกผมท้างานร่วมกับ ท่านประธานไม่ได้หรอกครับ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าสภาแห่งนี้ท้าผิดกฎหมายก็ได้ อะไรก็ได้ แล้วบาปนั้นจะตกอยู่กับพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ถ้าท่านประธานยังมีท่าทีอย่างนี้พวกเราท้างานร่วมกับท่านประธานไม่ได้ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานเถอะครับว่าสิ่งที่ท่านประธานได้วินิจฉัยนี่เป็นความพอเหมาะพอควรแล้ว แต่มี บุคคลบางกลุ่มไม่ระบุว่ากลุ่มไหน เริ่มต้นก็จะบอกว่าท่านประธานไม่เป็นกลาง เริ่มต้นก็ ท่านประธานไม่เหมาะจะเป็นท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมว่าเอาเจตนาจริง ๆ ดีกว่า อย่าเอาเจตนาอ้าพรางเลยครับ ผมถือว่าท่านประธานได้ท้าเหมาะแล้ว แต่เพื่อไม่ให้มีปัญหา ขออนุญาตสนับสนุนแนวคิดของคุณหมอชลน่าน ท่านประธานครับ ขอให้มีการโหวตใหม่เลยครับ จบกัน และขอเถอะครับถ้าจะเริ่มต้นก็จะให้ร้ายประธาน จะโจมตีประธานนี่ ผมว่า ท่านเป็นประธานของสภาครับ ผมขอสนับสนุนท่านต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอสรุป อย่างนี้นะครับ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ท่านสุนัยน้าเสนอ เขาไม่ได้ติดใจเรื่ององค์ประชุม แต่เขา ติดใจเรื่องการตรวจสอบ เพียงแต่ของผมในฐานะประธาน ผมก็ได้ฝากให้ท่านรังสิมา ท้าเป็นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรมาเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร แล้วก็จะได้ด้าเนินการกัน ตามขั้นตอน เรื่องนี้ควรจะจบแล้วครับ จบแล้วกระมังครับ ท่านนิพิฏฐ์ เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่า เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องเล็กเหมือนที่ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยนะครับ เมื่อสักครู่ ท่าน ส.ส. รังสิมา ขออภัยเอ่ยนาม ได้กรุณาเดินมาที่นี่ ที่นั่งตรงนี้ครับ แล้วบอกว่าที่นั่งตรงนี้ เป็นเพียงตัวอย่าง ๆ เดียวว่ามีการลงคะแนนแทนกัน ท่านยกตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียว แล้วท่านยืนยันว่ามีมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนี้จริง ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องพักการประชุมนะครับ แล้วประธานต้องปริ๊นท์ (Print) ออกมาดูนะครับ ว่าที่นั่งตรงนี้ในขณะที่คุณรังสิมายืนยันนั้นมีผู้ใช้สิทธิลงคะแนนหรือไม่ ถ้ามีผู้ใช้สิทธิ ลงคะแนนจริงนั่นเป็นหนึ่งในหลาย ๆ คะแนนที่ลงโดยไม่ชอบ และถ้ามีการส่งเรื่องนี้ ส่งไปตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่ากฎหมายที่เราลงมติไปเมื่อสักครู่จะเป็นโมฆะ ใช้เวลา สัก ๑๐ นาที ท่านประธานครับ ปริ๊นท์ออกมาดูว่า ณ ที่นั่งตรงนี้ครับ มีการลงคะแนนหรือไม่ เมื่อไม่มีสมาชิกนั่งอยู่ ถ้ามีการลงคะแนนจริงในขณะที่ไม่มีสมาชิกอยู่การลงคะแนนครั้งนี้ ก็เป็นโมฆะ จะท้าให้กฎหมายเป็นโมฆะไปด้วย ผมเรียนท่านประธาน ต้องยืนยันอย่างนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฉะนั้น เพื่อตัดปัญหานะครับ ผมขอเช็กองค์ประชุมใหม่ แล้วขอลงมติใหม่จะได้จบ เพื่อตัดปัญหานะครับ ส่วนประเด็นที่มีการกระท้าความผิดก็ให้มีหนังสือยื่นมาผมก็จะได้ด้าเนินการตามนั้น ท่านประธานวิปรัฐบาล เชิญครับ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร นนทบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ก้าลังปรึกษาหารือกันอยู่เมื่อสักครู่นี้ ที่ทางคุณรังสิมา ได้กรุณาเสนอความเห็นมานั้น ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านไม่ได้ติดใจในเรื่องของ องค์ประชุม แต่ว่าติดใจในกระบวนการในการที่จะลงมติ เพราะฉะนั้นกระบวนการในการ ที่จะลงมติใหม่ ผมว่าเป็นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกจะร้องขอได้อยู่แล้ว แล้วจริง ๆ ถ้าดูจาก ผลคะแนนเมื่อสักครู่นี้ทางสภาเอง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ อยู่แล้ว เพียงแต่จะมีรายชื่อของผู้ที่จะลงมติให้ตรวจสอบได้เท่านั้นว่ามีใครอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าถึงแม้ว่าจะลงมติใหม่ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังคงได้รับ การสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกทั้งสิ้น เพียงแต่จะรู้กันเท่านั้นเองว่าใครมาท้าหน้าที่ในวันนี้ เท่านั้น ผมเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่เสียหายครับ ผมเห็นด้วยกับความเห็นของท่านประธาน ที่วินิจฉัยเมื่อสักครู่ แต่ไม่จ้าเป็นต้องนับองค์ประชุมแล้ว เพียงแต่ลงมติใหม่เท่านั้นเองครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศุภชัย เชิญครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตเรียนกับท่านประธานว่าประเด็น เรื่ององค์ประชุมไม่ได้เป็นประเด็นส้าคัญหรอกครับ เพราะเราเชื่อว่าองค์ประชุมมันครบ แล้วอย่างที่ท่านประธานวิปรัฐบาลท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ก็ชัดเจนนะครับว่าในฝ่ายค้านเอง ก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ประเด็นที่ผมคิดว่าท่านประธานไม่อาจที่จะละเลย เรื่องที่มันเกิดขึ้น แต่เป็นหน้าที่ของท่านประธานในการที่จะต้องรักษาเกียรติภูมิ ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไว้ ก็คือการที่จะต้องท้าเรื่องที่มันค้างคาอยู่ให้มันส้าเร็จ ผมไม่ทราบว่าสมาชิกท่านใดเป็นผู้กดนะครับ แต่ผมคิดว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นมันเป็น ความผิดซึ่งหน้าที่เห็นกันสด ๆ แล้วผู้เสียหายก็คือท่าน ส.ส. รังสิมาได้ชี้ให้จับ มันเป็น ความผิดซึ่งหน้า ซึ่งท่านประธานเองก็เหมือนเป็นเจ้าพนักงานต้ารวจนะครับ ท่านต้องจับครับ ท่านจะปล่อยให้วิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา ผมว่ามันไม่ได้ละครับ นี่ผมก้าลังจะยกตัวอย่าง ที่มันเรื่องง่าย ๆ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือพวกเราประชุมกัน ไม่ใช่ ประชุมกันลับ ๆ แล้วประชาชนไม่ทราบ สื่อมวลชนข้างล่างก้าลังรอด้วยใจระทึกแล้วครับ ว่าท่านประธานจะรักษาเกียรติภูมิของสภาแห่งนี้ไว้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ ความมีสง่าราศีของตัวท่านประธานเองจะสามารถที่จะแสดงให้เห็นว่าท่านตรงไปตรงมา ด้าเนินการให้มันแล้วเสร็จครับ เหลือนิดเดียวครับ เหลือหลังจากที่ผู้เสียหายไปชี้ ชี้แล้ว ท่านจับเลยครับ หลังจากนั้นไม่ต้องให้กลับไปโรงพักเพื่อไปแจ้งความว่าขอให้ร้องทุกข์ ด้าเนินคดีเสียก่อน เป็นเรื่องที่ท่านประธานต้องด้าเนินคดีในฐานะที่เห็นความผิดอันสด ๆ ครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ผู้น้าฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้น้าฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้น้าฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กระผมคิดว่าที่ท่านสมาชิกจากทางรัฐบาลเสนอให้มี การลงคะแนนใหม่น่าจะเป็นทางออกที่ดี ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ประเด็นขณะนี้ฝ่ายค้านไม่ได้ติดใจเรื่ององค์ประชุม เพราะเชื่อว่าขณะนี้องค์ประชุมครบ ประเด็นก็ไม่ใช่เรื่องของกฎหมายว่าเราไม่เห็นด้วย เพราะว่าจากการลงคะแนนเมื่อสักครู่นี้ ก็เห็นได้ชัดว่าทุกคนก็ต้องการที่จะสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ แต่ท่านประธานต้องไม่ลืมนะครับ ว่ารัฐธรรมนูญได้ให้ความส้าคัญกับการลงมติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน จึงมีบทบัญญัติเอาไว้นะครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติในเรื่องใด อย่างไร ต้องมี การบันทึกแล้วก็เปิดเผยให้พี่น้องประชาชนที่เลือกพวกเราเข้ามาได้ทราบ เมื่อมีสมาชิกชี้ว่า การลงมติครั้งที่ผ่านมาอาจจะมีสมาชิกบางคนไม่ได้ลงคะแนน แต่ปรากฏว่ามีคนลงคะแนน แทนให้ บันทึกว่าใครลงมติอย่างไรก็จะไม่เป็นไปตามความเป็นจริง ซึ่งจะขัดกับเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ ผมขอความกรุณาท่านประธานว่าถ้าท่านจะกรุณาวินิจฉัยให้มีการลงมติใหม่ แล้วก็ขณะเดียวกันขอให้ท่านประธานได้สั่งการว่าบันทึกการลงคะแนนทั้ง ๒ ครั้ง มีรายชื่อ ใครลงคะแนนอย่างไรให้เก็บไว้ประกอบหลักฐานที่คุณรังสิมาจะได้ร้องเรียนขึ้นไปก็จะท้าให้ เกิดความโปร่งใสขึ้นครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าจะต้องลงมติใหม่ เพื่อความสบายใจ ผมต้องขอยกเว้นใช้ข้อบังคับนะครับ แต่ก็สุดแท้แต่ที่ประชุม ผมไม่ขัดข้องครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านขจิตร เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านประธาน และท่านผู้น้าฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก้าลังช่วยกันท้าความผิดข้อบังคับ ขณะนี้ ท่านประธานได้ด้าเนินการตามส่วนที่ ๔ ของข้อบังคับนี้ถูกต้องทุกข้อแล้ว มีการตรวจสอบ องค์ประชุม มีการลงมติ แล้วคะแนนตรวจสอบองค์ประชุมก็ครบ ไม่มีเหตุผลใด ๆ ไม่มีข้อบังคับใดที่อนุญาตให้ลงคะแนนใหม่โดยความเห็นใจหรือความสบายใจ ไม่มีครับ ท่านประธานครับ ถ้าจะด้าเนินการตามข้อบังคับตามกฎหมายก็คือด้าเนินการต่อไปครับ ส่วนใครสงสัยว่าใครกดแทนกันเป็นอีกกรณีหนึ่ง ครั้งแรกผมจ้าได้ท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นประท้วง บอกว่า องค์ประชุมนี้ไม่ครบ ผมก็ท้าว่าครบ ผมเสนอท่านประธานด้วยให้ใช้วิธีการใหม่ เพื่อจะพิสูจน์ว่าใครอยู่ในห้องประชุมแล้วไม่กด อยู่เฉย ๆ แล้วไม่ใช้สิทธิ ผมก็ให้ตรวจด้วย ตรวจฝ่ายค้านด้วยก็ได้ นั่งอยู่เฉย ๆ ไม่เป็นองค์ประชุม ถ้าไม่อยากมาประชุม ไม่กด ไม่แสดงตน ก็ออกจากห้องประชุมไป พิสูจน์กัน ๒ อย่างนี้ก็ได้ แต่ว่าที่ประชุมนี้ไม่มีเหตุผลและไม่มี ข้อบังคับ ไม่มีกฎหมายใด ๆ รองรับ การตรวจสอบองค์ประชุม ถูกต้องครบจ้านวน การลงมติหลังจากนั้นก็ถูกต้องครบจ้านวน ไม่มีข้อบังคับใด กฎหมายใดอนุญาตให้ด้าเนินการ นับใหม่เลยครับ ขอบคุณครับ

(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวิทยา

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานสภานะครับ ท่านได้ท้าให้สภานี้ปั่นป่วนวุ่นวาย เพราะข้อวินิจฉัยของท่านครับ ท่านเป็นคนใช้ให้คุณรังสิมาไปชี้ว่าใครกดคะแนนแทนกัน คุณรังสิมาก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วไปชี้ให้ท่านดูว่ามีคนกดบัตรลงคะแนนแทนกัน ท่านก็นั่งดูอยู่ครับว่า เขาชี้ผู้กระท้าความผิด การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราเป็นเจ้าพนักงาน ที่ต้องท้าตามหน้าที่ คนที่ไปกดบัตรแทนกันท่านครับ มันไม่ใช่เรื่องผิดข้อบังคับ ไม่ใช่ ผิดรัฐธรรมนูญ มันเป็นการท้าผิดประมวลกฎหมายอาญา ท่านเป็นคนนั่งก้ากับอยู่ครับ ขณะนี้เขาชี้ให้ท่านเห็นว่ามีการกระท้าความผิด ส่วนท่านประธานก็จะบอกว่าไปทางโน้น ไปทางนี้ แล้วก็เฉย ๆ กันไป ผมคิดว่าปัญหาอยู่ที่ท่านครับ เพราะฉะนั้นท่านย้อนกลับมาใหม่ ว่าท่านสั่งให้คุณรังสิมาท้าอะไรครับ เมื่อคุณรังสิมาได้ปฏิบัติตามท่านสั่งแล้ว ท่านวินิจฉัย ตรงนั้นครับว่าเกิดอะไรขึ้น วินิจฉัยให้จบครับว่าคุณรังสิมาไปโกหกท่านต่อหน้า ไปชี้ให้คนที่เขานั่งอยู่ ว่ากดบัตรแทนคนอื่นหรือเปล่า วินิจฉัยตรงนั้นก่อนครับท่าน แล้วค่อยเดินหน้าต่อไป ท่านอย่าพาไปทางอื่นเลยครับ เพราะคนเขาดูเขารู้กันทั้งเมืองครับว่าท่านใช้คุณรังสิมา ไปชี้เองครับ การชี้จบแล้วอยู่ที่ท่านจะวินิจฉัยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาต อย่างนี้ครับ ขอพัก ๑๐ นาที แล้วให้วิป ๒ ฝ่ายหารือครับ เพื่อได้ข้อสรุปครับ

พักประชุมเวลา ๑๔.๕๑ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๕.๔๐ นาฬิกา

ผมขออนุญาต ด้าเนินการต่อนะครับ ขอฟังความเห็นท่านประธานวิปฝ่ายค้านครับ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต กราบเรียนย้อนไปนิดเดียวครับท่านประธานเพื่อซักซ้อมความเข้าใจ เมื่อสักครู่เกิดเหตุการณ์ ก็คือว่าท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี ได้ทักท้วงในเรื่องของการนับองค์ประชุมว่ามีการกดบัตร แทนกัน ซึ่งเป็นการกระท้าที่ถือว่าผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าท่านประธาน ได้สั่งการให้คุณรังสิมา รอดรัศมี ไปชี้ว่ามีการกดบัตรแทนกัน ณ ที่ใด คุณรังสิมาก็ได้ปฏิบัติตาม ดังที่ท่านประธานได้มอบหมายว่าได้มีการกดบัตรแทนกันตรงที่นั่งตรงไหน เพราะฉะนั้น เมื่อคุณรังสิมาได้ด้าเนินการเสร็จสิ้นตามที่ท่านประธานได้มอบหมายแล้ว พวกเรา ก็มีความเห็นว่าการกดบัตรแทนกันนั้นเป็นการกระท้าที่ผิดรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย เราจะปล่อยให้เหตุการณ์นี้ด้าเนินไปโดยไม่มีข้อยุติไม่ได้ จึงเป็นที่มาที่พวกกระผม ได้ร้องขอให้ท่านประธานได้ด้าเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ว่ายังไม่ได้ข้อยุติ ท่านประธาน ก็สั่งพักการประชุม เพราะฉะนั้นมาถึงจุดนี้พวกกระผมก็ขอความร่วมมือกับท่านประธานครับ เพื่อให้ท่านประธานได้ด้าเนินการโดยถูกต้องตามกฎหมายไม่ปล่อยปละละเลยให้มี การกระท้าที่ไม่ถูกต้องซึ่งมีเจ้าทุกข์ หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กราบเรียนกับท่านประธานโดยตรงในห้องประชุม เพราะฉะนั้นจึงขอให้ท่านประธาน ได้ด้าเนินการสอบสวนในเรื่องนี้ โดยอย่างน้อยที่สุดท่านประธานก็กรุณารับปากว่า จะด้าเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วต่อไป เพื่อการประชุมจะได้ด้าเนินการต่อไปได้ ตามขั้นตอนกระบวนการครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อสบายใจ ของทุกฝ่ายนะครับ ผมจะขออนุญาตตั้งกรรมการสอบตามที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ได้น้าเสนอ แล้วก็จะให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วนะครับ ผมขออนุญาตด้าเนินการต่อนะครับ ท่านถาวร เชิญครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นการยืนยันว่า ข้อทักท้วงของคุณรังสิมา รอดรัศมี ถูกต้อง เพื่อเป็นการทักท้วงว่าข้อสังเกตของคุณวิทยา แก้วภราดัย ของท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และของท่านศุภชัย ใจสมุทร ถูกต้อง ผมขออนุญาตกราบเรียนข้อกฎหมายไปยังท่านประธานว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙/๕ บัญญัติเอาไว้ว่า ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการ ที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ้าทั้งปรับ ส่วนค้าจ้ากัดความของค้าว่า บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ในมาตรา ๑ ของประมวลกฎหมายอาญา ผมไม่ต้องอ่าน ผมขอยืนยันว่า การควบคุมการประชุมของท่านประธานต้องให้เรียบร้อย เมื่อไม่เรียบร้อยท่านต้องท้าหน้าที่ ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ การที่ท่านประธานสั่งการให้คุณรังสิมา ยื่นหนังสือ เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อด้าเนินการต่อไปนั้น ผมขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าการยื่นญัตติ การน้าเสนอเรื่องหนึ่งเรื่องใดต่อที่ประชุม ในเรื่องนี้กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่า จะต้องท้าเป็นหนังสือ ดังนั้นข้อเสนอของคุณรังสิมาผมถือว่าสมบูรณ์ ขอให้ท่านประธาน ได้ด้าเนินการตามที่ผมกราบเรียนด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะมอบหมาย ให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ท้าการตรวจสอบเรื่องนี้นะครับ เพราะเป็น คณะกรรมาธิการที่ประกอบด้วยทุกพรรคการเมือง แล้วก็จะให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วครับ ผมขออนุญาตด้าเนินการต่อนะครับ เชิญตั้งคณะกรรมาธิการครับ เชิญเสนอ คณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ สังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... จ้านวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๑ ท่านหรือเปล่า

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

๓๑ ท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วิสามัญ ๓๑ ท่านนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ที่ประชุมก็รับรองถูกต้องครับ เชิญท่านรัฐมนตรี ๕ ท่านครับ เชิญครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ในนามคณะรัฐมนตรี ขอเสนอคณะกรรมาธิการ จ้านวน ๕ ท่าน ๑. นายประหยัด ดีอ่อง ๒. นายชินชัย ชี้เจริญ ๓. นายประเวศ อรรถศุภผล ๔. รองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย ๕. นางนวลใย วัฒนกูล ขอบคุณครับ

(การประชุมด้าเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็นท่านสมาชิก ๒๖ ท่าน ประกอบไปด้วย พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล ๑ ท่านนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย มีรายนามดังนี้ ๑. นางปานหทัย เสรีรักษ์ ๒. นางสิรินทร รามสูต ๓. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๔. นางสมหญิง บัวบุตร ๕. นางเทียบจุฑา ขาวข้า ๖. นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ๗. นางดวงแข อรรณนพพร ๘. นางปิยะดา มุ่งเจริญพร ๙. นายพายัพ ปั้นเกตุ ๑๐. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ ๑๑. นายสุรชาติ เทียนทอง ๑๒. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๑๓. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๑๔. นางพัชรินทร์ มั่นปาน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเสนอรายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ สังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ดังนี้ครับ ๑. นางอานิก อัมระนันทน์ ๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๓. นายสมัย เจริญช่าง ๔. นายกษิต ภิรมย์ ๕. นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ๖. นายปราโมทย์คริษฐ ธรรมคุณากร ๗. นางทิชา ณ นคร ๘. นางอรอนงค์ อินทรจิตร ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ สังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... มีรายนามดังต่อไปนี้ ๑. นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ ๒. นางอารีญาภรณ์ ซารัมย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน

นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจ้านวน ๑ ท่าน คือ นางสาวพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล ๑ ท่านครับ

นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังชลและพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน คือ นายอรัญ พันธุมจินดา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการ ๓๑ ท่าน

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ๑. นายประหยัด ดีอ่อง ๒. นายชินชัย ชี้เจริญ ๓. นายประเวศ อรรถศุภผล ๔. รองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย ๕. นางนวลใย วัฒนกูล ๖. นางปานหทัย เสรีรักษ์ ๗. นางสิรินทร รามสูต ๘. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๙. นางสมหญิง บัวบุตร ๑๐. นางเทียบจุฑา ขาวข้า ๑๑. นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ๑๒. นางดวงแข อรรณนพพร ๑๓. นางปิยะดา มุ่งเจริญพร ๑๔. นายพายัพ ปั้นเกตุ ๑๕. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ ๑๖. นายสุรชาติ เทียนทอง ๑๗. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๑๘. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๑๙. นางพัชรินทร์ มั่นปาน ๒๐. นางอานิก อัมระนันทน์ ๒๑. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๒๒. นายสมัย เจริญช่าง ๒๓. นายกษิต ภิรมย์ ๒๔. นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ๒๕. นายปราโมทย์คริษฐ ธรรมคุณากร ๒๖. นางทิชา ณ นคร ๒๗. นางอรอนงค์ อินทรจิตร ๒๘. นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ ๒๙. นางอารีญาภรณ์ ซารัมย์ ๓๐. นางสาวพัชรี โพธสุธน และ ๓๑. นายอรัญ พันธุมจินดา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก้าหนดแปรญัตติกี่วันครับรัฐบาล คุณหมอสุรวิทย์กี่วันครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

๗ วันครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ๗ วันนะครับ จบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มีอยู่ ๓ เรื่อง นะครับ

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองภูเก็ต พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจ้าที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจ้าที่)

ในการพิจารณาวาระที่สองนะครับ จะมีการพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง ค้าปรารภ แล้วก็ เรียงตามล้าดับมาตรา และให้ท่านสมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยค้า หรือข้อความที่มี การแก้ไขเพิ่มเติม หรือมีผู้แปรญัตติที่สงวนค้าแปรญัตติ หรือคณะกรรมาธิการที่สงวน ความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการแถลงต่อที่ประชุมสภาจะได้พิจารณาล้าดับต่อไป เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองภูเก็ต พ.ศ. .... ขอกราบเรียนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองภูเก็ต พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ซึ่งรอการพิจารณารับหลักการ ในวาระที่หนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว ชุดที่ ๒๓ จนมีพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ต่อมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบ ให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อไปตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ ตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาก้าหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดน้าเสนอ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติท้านองเดียวกัน จ้านวน ๓ ฉบับ คณะกรรมาธิการชุดเดียวกันได้พิจารณา กระผมขออนุญาตน้าเสนอ ต่อกันไปทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อได้มีการพิจารณาต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเอาทีละฉบับก่อนได้ไหมครับ เพราะจะต้องลงมติทีละฉบับ ๆ ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ขออนุญาตว่า ถ้าทั้ง ๓ ฉบับให้อภิปรายพร้อมกันเพื่อให้สะดวกขึ้น แล้วก็ลงคะแนนทีละฉบับได้ไหมครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวจะพิจารณาเป็นรายฉบับนะครับ เสร็จแล้วท่านก็แถลง เป็นทีละฉบับ ๆ ไปนะครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ได้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเลขาธิการด้าเนินการตามข้อบังคับต่อไป

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองภูเก็ต พ.ศ. .... ชื่อร่าง ไม่มีการแก้ไข ค้าปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อไม่มีท่านใดสงวนค้าแปรญัตติ แล้วก็ไม่มีการแก้ไข ต่อไปจะพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ นะครับ ก็จะทบทวนถ้อยค้า

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีท่านใดทบทวนถ้อยค้าก็ถือว่าในวาระที่สองนี้เสร็จนะครับ ต่อไปผมจะขอลงมติ ในวาระที่สามต่อไปนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบเพื่อท้าการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ก่อนจะลงมติจะต้องขอตรวจสอบองค์ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ เดี๋ยวจะได้ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ก่อนลงมติจะเห็นชอบด้วยหรือไม่กับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระที่สามนะครับ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกครับขอเชิญ กดปุ่มแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เชิญครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๖๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ผมจะขอถามมติ ผู้ใดเห็นชอบให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผมหารือสักนิดเถอะครับ คนเต็มห้องประชุม ท้าไมมี ๒๐๐ กว่าคนเองครับ ท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวอยู่ระหว่างตอนที่ผมก้าลังจะนับ นั่งลงก่อนครับ ผมขอปิด การลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลการลงคะแนน เห็นด้วย ๓๙๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยนะครับ

ท่านสมาชิกครับ ตามที่คณะกรรมาธิการได้ท้าข้อสังเกตไว้ในรายงาน ของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ และสภาผู้แทนราษฎร จะต้องพิจารณาและลงมติเห็นด้วยหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ และข้อ ๙๗ นะครับ ฉะนั้นเมื่อท่านตรวจดูข้อสังเกตแล้วผมจะต้อง ขอมติที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตหรือไม่นะครับ เดี๋ยวผมขอให้ท่านลงมตินะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขอหารือ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมขอลงมติข้อสังเกตก่อนได้ไหมครับ ให้จบไปทีละเรื่องนะครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตให้กดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญท่านออกเสียงข้อสังเกตได้ครับ เชิญครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกต ๓๘๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีครับ งดออกเสียง ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตนะครับ เดี๋ยวนะครับท่านมีอะไรครับ ฝั่งนี้ เจ้าหน้าที่ดูไมค์สิ ตั้งแต่ปรับ ครม. มาไมค์ไม่ค่อยดังเลย ระยะนี้ไม่รู้เป็นอะไร

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ เมื่อครู่เครื่องกดบัตรเสียครับ ผมเห็นด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพิ่มอีก ๑ ท่านนะครับ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ไหน ๆ ก็ได้มีการพูดถึงเรื่ององค์ประชุม ผมเกรงว่าปัญหาองค์ประชุมนี่ยุ่งยากมาก ตอนกดครั้งแรกมีเสียงอยู่ในห้องประชุมแค่ ๒๖๐ กว่าคน แล้วพอกดจริง ๆ ท้าไมเป็น ๓๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ นี่คือการแสดงตัวในห้องประชุม แม้กระทั่งเรื่อง ศาลปกครองจังหวัดภูเก็ต เพื่อน ส.ส. ภาคใต้ของผมบางคนยังไม่กดแสดงตนในสภาอย่างนั้น หรือครับ ท่านครับ แล้วอย่างนี้จะมาพูดอะไรกันอีกครับท่านประธาน เรื่องนี้เหลือเกินครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ คือการแสดงตนที่จะครบองค์ประชุมก็เป็นสิทธิ ของท่านสมาชิกนะครับ ในสมัยที่แล้วก็ท้ากันอย่างนี้ละครับ อย่าไปวิตกกังวลเลยครับ ไม่อนุญาตให้ท่านนิพนธ์แล้ว ท่านนั่ง เดี๋ยวผมจะขอเรื่องอื่นต่อไปนะครับ เชิญร่างต่อไปครับ

๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองเพชรบุรี พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

เชิญท่านประธานแถลงครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธรจากพรรคเพื่อไทย ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง เพชรบุรี พ.ศ. .... ผมกราบเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิกว่า ก็เป็นคณะกรรมาธิการ ชุดเดิมกับที่ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองภูเก็ต พ.ศ. .... ที่สภาเพิ่งให้ ความเห็นชอบที่ผ่านไปเมื่อสักครู่นี้ ส้าหรับศาลปกครองจังหวัดเพชรบุรี คณะกรรมาธิการ ก็ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกัน ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเป็นรายล้าดับ ตามมาตรา ซึ่งก็ได้ปรากฏตามรายงานที่ได้เสนอต่อประธานมาพิจารณาแล้ว พร้อมกันนั้น คณะทางคณะกรรมาธิการเองก็ได้ตั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการมา ซึ่งก็จะมีเนื้อหา ท้านองเดียวกับข้อสังเกตที่แนบท้ายมากับร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองภูเก็ตที่ที่ประชุม ได้พิจารณาผ่านไปเมื่อสักครู่นี้ จึงขอกราบเรียนท่านประธานได้โปรดน้าเสนอได้พิจารณา ด้าเนินการกันต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเลขาธิการ เชิญครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองเพชรบุรี พ.ศ. .... ชื่อร่าง ไม่มีการแก้ไข ค้าปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มีท่านใดแก้ไขนะครับ ท่านอภิชาตมีอะไรครับ เชิญ ท่านสมาชิกครับอย่าเพิ่ง ออกจากห้องนะครับเดี๋ยวจะขอมติแล้วครับ เชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้เป็นผู้เสนอขอแปรญัตติในมาตรา ๔ เรื่องของขอบเขตอ้านาจ ของศาลปกครองเพชรบุรีที่จะตั้งขึ้นใหม่ โดยได้ขอตัดข้อความในมาตรา ๔ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ จังหวัดชุมพรออกไปและให้จังหวัดชุมพรอยู่ในขอบเขตอ้านาจศาลของศาลปกครอง จังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป

เหตุผลที่กระผมได้น้าเสนอในการขอแปรญัตติ แล้วก็ได้รับความกรุณา จากท่านประธานคณะกรรมาธิการเข้าไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ก็คือในการจัดตั้ง ศาลปกครองจังหวัดเพชรบุรีนั้น ล้าพังเพียงแต่การเอาจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล จากจังหวัดเพชรบุรีกับจังหวัดชุมพรห่างไกลกับจังหวัดนครศรีธรรมราชในระยะใกล้เคียงกัน โดยตัดสินให้จังหวัดชุมพรไปอยู่ในขอบเขตอ้านาจของศาลปกครองที่ใหม่นั้นไม่สมควร เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนที่เคยร้องเรียน เคยมีคดีอยู่ในศาลปกครองของ จังหวัดนครศรีธรรมราชก็จะต้องเปลี่ยนสถานที่ในการไปพิจารณา

ประการที่ ๒ ก็คือว่าความไม่สะดวกต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนที่ต้องไปใช้ บริการศาลจังหวัดเพชรบุรีนั้น ส้าหรับพี่น้องชาวจังหวัดชุมพรจะมีความไม่สะดวกสูง เนื่องจากว่าความเคยชินของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชุมพรที่มาใช้บริการศาลปกครอง นครศรีธรรมราชนั้นมีความเคยชินมากกว่า ประกอบกับวัฒนธรรมประเพณี หรือแม้กระทั่ง ภาษาก็ใช้ในภาษาเดียวกัน ท่านประธานก็คงทราบนะครับ พี่น้องชาวจังหวัดชุมพร พูดภาษาปักษ์ใต้ ไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปใช้บริการของศาลปกครองนครศรีธรรมราช ก็ใช้ภาษาปักษ์ใต้ ซึ่งสามารถสื่อสารได้สะดวก สามารถที่จะเดินทางไปพักแรม ไปกินอาหาร ก็อยู่ในพื้นที่ที่คุ้นชินกับขนบธรรมเนียมประเพณี จึงเห็นว่าการที่จะย้ายไปอยู่ ในจังหวัดเพชรบุรี คนจังหวัดเพชรบุรีเขาพูดภาษากลางกันนะครับ การสื่อสารก็อาจจะ มีปัญหาได้ แล้วก็ความไม่เคยชินก็เกิดขึ้น

ประการส้าคัญก็คือว่าจังหวัดชุมพรนั้นอยู่ในล้าดับที่จะต้องมีการจัดตั้ง ศาลปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองส่วนภูมิภาคอยู่แล้ว แต่เนื่องจากว่า ยังไม่มีงบประมาณที่จะไปจัดตั้ง เมื่อจังหวัดชุมพรมีโอกาสที่จะจัดตั้งศาลปกครองของตนเอง ก็ไม่จ้าเป็นที่จะต้องแยกไปอยู่ในศาลปกครองในเขตพื้นที่ใหม่ ให้เขาอยู่ที่เดิมนี่ละครับ จนกระทั่งว่าเมื่อศาลปกครองมีงบประมาณที่จะจัดตั้งศาลปกครองที่จังหวัดชุมพรก็ค่อยแยก จังหวัดชุมพรออกจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เหล่านี้นะครับเป็นเหตุผลที่กระผมได้น้าเรียน ต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการแล้วก็คณะกรรมาธิการ ซึ่งคณะกรรมาธิการก็เห็นชอบด้วย กับค้าแปรญัตติของกระผม ก็ท้าให้เนื้อหาสาระในกฎหมายในฉบับนี้ก็เป็นไปตามค้าขอแปรญัตติ แล้วจังหวัดชุมพรก็ยังคงอยู่ในเขตอ้านาจศาลปกครองของจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มีท่านสมาชิกถามนะครับ เชิญท่านวิเชียรครับ

นายวิเชียร ขาวข้า บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวข้า อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการเสนอจัดตั้งศาลปกครองนั้น ในอดีต รัฐบาลชุดที่ผ่านมานั้นเป็นคนด้าเนินการ แล้วก็มีการจัดตั้งศาลปกครองไว้ถึง ๓ แห่ง จังหวัดนครสวรรค์เองก็ต้องยอมรับว่าเป็นความพยายามของพรรครัฐบาลในอดีตเช่นเดียวกัน ท่านจะสังเกตเห็นว่ามีจังหวัดภูเก็ต จังหวัดเพชรบุรี แล้วมีจังหวัดนครสวรรค์ เพราะฉะนั้น การจัดตั้งศาลปกครอง ๓ แห่งนี้ เป็นการจัดตั้งที่อ้างอิงโดยภูมิศาสตร์ และขนบธรรมเนียม ประเพณีด้วย เพราะฉะนั้นมันก็สะท้อนอะไรบางอย่างที่ให้เห็นว่าในภาคอีสานถ้าจะพูดถึง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ซึ่งมันมีขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษาท้องถิ่น มันก็ยึดโยง เป็นภาษาเดียวกัน ๒๐ จังหวัดในภาคอีสาน แต่ว่าก็ได้รับการละเลยจากรัฐบาลในอดีต ก็กราบเรียนท่านประธานว่าเราเองก็ไม่ขัดข้อง ในมาตรา ๔ จะแก้ไขหรือไม่แก้ไข แต่ว่า หลักการก็คือว่า จัดตั้งศาลปกครองแห่งใดเราใช้หลักอะไรในการพิจารณา ถ้าจะใช้หลัก ความเป็นรัฐบาลของตัวเองมันก็ง่าย ว่ารัฐบาลจะตั้งตรงไหน ไปพื้นที่ของ ส.ส. พรรคตัวเอง หรือรัฐบาลฝ่ายตัวเองมันก็ง่าย เพราะฉะนั้นในรัฐบาลยุคของรัฐบาลชุดนี้ก็ต้องพึงระวังว่า การตั้งศาลปกครองในอนาคตนั้นจะเกิดขึ้นได้ในลักษณะเช่นใด แล้วก็สุดท้ายกราบเรียน ท่านประธานว่า การเล่นเกมทางการเมืองบางครั้งในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร การไม่แสดงตน อันเป็นสิทธิอันพึงกระท้าได้ของสมาชิกในที่ประชุม แต่ว่าการจัดตั้งศาลปกครอง จังหวัดเพชรบุรี ผมก็อยากเห็นเหมือนกันว่าฝ่ายค้านจะกดแสดงตนไหม ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว ฝ่ายรัฐบาลลองไม่แสดงตนร่วมกันองค์ประชุมจะครบหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนี้เป็นข้อสังเกตนะครับ ถือว่าในการพิจารณาวาระที่สองจบมาตรา ๔ นะครับ เชิญ มาตรา ๕ ท่านนิพิฏฐ์ เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ เดี๋ยวอันนี้เสร็จท่านสุนัย ท่านนิพิฏฐ์ก่อนครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ผมก็ ไม่ได้ตั้งใจที่จะอภิปรายนะครับ เพราะว่าเนื้อหาที่ท่านคณะกรรมาธิการได้พิจารณามานั้น ผมคิดว่าก็ครบถ้วนกระบวนความพอสมควรแล้ว แต่ว่าท่านสมาชิก ขออภัยเอ่ยนาม ท่านวิเชียรได้กรุณาแสดงความเห็น ซึ่งผมคิดว่าเลยขอบเขตที่คณะกรรมาธิการได้ด้าเนินการ มาทั้งหมด เช่น ท่านบอกถึงการเลือกปฏิบัติ ท่านบอกถึงความไม่เป็นธรรม อย่างเช่น การที่ ตัดจังหวัดชุมพรออกไป ไม่รวมกับเขตอ้านาจศาลปกครองจังหวัดเพชรบุรี ทั้งหมด ผมเรียนท่านนะครับว่าถ้าดูด้วยความเป็นธรรมแล้วมันไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลชุดที่แล้ว รัฐบาล ชุดที่แล้วมิได้มีการเลือกปฏิบัติ แต่ว่าการที่จะตัดจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งออกจากเขตอ้านาจ ของศาลปกครองจังหวัดเพชรบุรีนั้น มันเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ ท่านอย่ามาใส่ร้าย อย่าใช้โอกาสตรงนี้เลยครับ มันไม่สมควร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านนิพิฏฐ์ ท่านนิพิฏฐ์ใจเย็น ๆ นิดหนึ่ง ฟังผมก่อน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

วิธีการอย่างนี้ผมไม่ชอบครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าโต้กันไปโต้กันมาเดี๋ยวงานจะไม่เดิน คืออย่างนี้เมื่อสักครู่ท่านให้ข้อสังเกตในการที่จะ สับเปลี่ยนโยกย้ายแต่ละพื้นที่กันนะครับ แล้วท่านก็ให้ข้อสังเกตของท่านเองว่าในเรื่องของ ประเพณี วัฒนธรรม ภาษา เขาก็ต้องน่าจะพิจารณาดูด้วย ท่านก็ให้ข้อสังเกตอย่างนั้น ผมว่า อย่าไปถึงขั้นที่ว่าต้องไปใส่ร้าย ใส่ความกันเลย อันนี้เป็นข้อสังเกต ข้อแนะน้า ท่านก็อภิปราย ว่าในมาตรา ๔ ที่คณะกรรมาธิการมีการตัดถ้อยค้าขอให้อยู่ในสาระเนื้อหานี้ได้ไหมครับ แต่ถ้าโต้กันไปโต้กันมาไม่จบ ผมจะควบคุมไปอย่างนี้นะครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานครับ ผมพยายามที่จะ ไม่อภิปรายเลยนะครับ ท่านประธานจะเห็นว่าในระยะหลังผมไม่เคยใช้สิทธิขึ้นอภิปรายเลย แต่ว่าถ้ามีการยืนขึ้นและกล่าวอภิปรายใส่ร้ายรัฐบาลด้วยความไม่เป็นธรรมอย่างนี้ มันรับกันไม่ได้หรอกครับ ไม่มีตรงไหนเลยครับที่รัฐบาลชุดที่แล้วเลือกปฏิบัติในการตั้งศาลปกครอง อย่าลืมนะครับว่าศาลเป็นองค์กรอิสระ เวลาเขาจะเสนอตั้งศาลปกครองเขตไหน จังหวัดไหน อย่างไร มันไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เขาต้องเสนอมาว่าเขตอ้านาจนี้มันควรจะอยู่ในจังหวัด อะไรบ้าง รัฐบาลจะไปใช้อ้านาจเหล่านี้ไม่ได้หรอกครับ ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ที่ท่านตัดจังหวัดชุมพรออกไปจากศาลปกครองเพชรบุรี มันไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลเลย เป็นเรื่องของพวกท่าน ท่านจะนั่งอยู่เฉย ๆ โดยไม่ชี้แจงเลย อย่างนี้ไม่ได้ ท่านต้องชี้แจงว่าท้าไมถึงตัดจังหวัดชุมพรออกไปเพราะอะไร เกี่ยวข้อง กับรัฐบาลไหม ถ้ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลท่านวิเชียรโกหกแล้วกล่าวหารัฐบาลครับ ท่านต้องชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครสวรรค์

(นายวิเชียร ขาวข้า ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านสุนัย ท่านวิเชียรเดี๋ยวให้ท่านสุนัยจบก่อนได้ไหมครับ ถ้าจะใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวให้ท่านสุนัยจบก่อนได้ไหมครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ไม่เป็นอะไรครับ ให้ท่านวิเชียรว่าก่อน ก็ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิเชียรประท้วงอะไรครับ เชิญ

นายวิเชียร ขาวข้า บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมประท้วง ผู้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ แล้วก็ใช้สิทธิพาดพิงด้วย ท่านจะสังเกตเห็นว่าผมนี่อภิปรายผมไม่ได้ ใช้ค้าว่า รัฐบาลชุดที่แล้วเลือกปฏิบัติ ผมไม่ได้พูดเลย ผมพูดตามการแก้ไขถ้อยค้า ที่คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่าเหตุในการตัดเขตอ้านาจศาล ของจังหวัดชุมพร ท่านอ้างเรื่องภาษาถิ่นด้วย ผมพูดอย่างนั้น แล้วผมก็บอกว่าการเสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามาเป็นรัฐบาลชุดที่แล้วท้ามา กรรมาธิการชุดนี้จะมาแก้ไขถ้อยค้าอย่างไร ก็เป็นเรื่องของกรรมาธิการ เป็นทัศนะส่วนตัว ผมไม่ได้พูดใส่ร้าย บอกว่ารัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ในอดีตเลือกปฏิบัติ ผมไม่ได้พูดเลยครับ ผมไม่ได้พูด แต่ว่าการตั้ง ศาลปกครองหรือเขตอ้านาจศาลปกครอง หรือเขตอ้านาจศาลใดก็ตามถ้าจะค้านึงถึงลักษณะ ภาษาของท้องถิ่น ภาคอื่น ๆ มันต้องค้าถึงด้วย ผมพูดอย่างนั้นจะหาว่าผมโกหกได้อย่างไร ผมไม่ได้บอกว่าเป็นอย่างที่คุณนิพิฏฐ์พูดสักหน่อยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านได้ชี้แจงแล้วนะครับ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

อย่างนี้ท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านก็ใช้สิทธิพาดพิงแล้วท่านก็อธิบายความแล้วบอกว่าท่านพูด อย่างนี้นะครับ เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานครับ ปกติผมไม่เคย ประท้วงนะครับ ผมไม่ประท้วงนานแล้ว แต่ว่าเวลาผมจะประท้วง ผมแสดงความเห็น ผมจะจดไว้เลยนะครับ ไม่ใช่อยู่ ๆ ผมยืนโพล่งขึ้นมาเมื่อไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านจะใช้สิทธิอะไรครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมบอกว่าท่านวิเชียรพยายามที่จะ เลี่ยงบาลี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไร คือท่านได้ชี้แจงไปแล้วก็ถ้าถึงของท่านท่านจะชี้แจงอย่างไรท่านก็ว่าเลยนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านบอกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วละเลย ท่านบอกรัฐบาลละเลย รัฐบาลชุดที่แล้ว รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ผมบอกว่ารัฐบาล ไม่ได้ละเลย แล้วอย่าใช้เวทีขณะนี้มากล่าวหาอย่างนี้เลยครับ มันไม่ใช่สุภาพบุรุษนะครับ ถ้าท่านจะลุกขึ้นมากล่าวหารัฐบาลชุดที่แล้วครับ เอาให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยท่านวิเชียร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอานะครับ ผมว่านั่งเถอะ คนละที ๒ ทีเดี๋ยวจะไม่จบ ผมก็ไม่ให้ท่านวิเชียร พอแล้วครับ ท่านนิพิฏฐ์ท่านก็พูดแล้ว ท่านวิเชียรก็ชี้แจงแล้วนะครับ นั่งเถอะ เดี๋ยวท่านสุนัยจะได้ต่อ ถ้าโต้กันไปไม่จบ ท่านนิพิฏฐ์กรุณาเชิญนั่ง ท่านวิเชียรนั่งเถอะครับ ท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ท่านพูดอย่างไร ท่านนิพิฏฐ์ก็พูดแล้ว ท่านสุนัยเชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครสวรรค์ ในร่างพระราชบัญญัติที่มีการแก้ไขในมาตรา ๔ นี้ ผมเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีส่วนส้าคัญคือ โครงสร้างของจังหวัดที่ศาลปกครองเพชรบุรีจะครอบคลุมถึง ถ้ามีครอบคลุมบางจังหวัด ก็คงไม่เป็นอะไรนะครับ แต่ทีนี้มันหลายจังหวัดมาก และมีการตัดอย่างนี้ ผมเคารพ ในความเห็นของทางผู้ร่างกฎหมาย ซึ่งแน่นอนที่สุดครับศาลปกครองคงมีส่วนส้าคัญ ในการที่จะเข้ามาน้าเสนอ ดังนั้นการตัดอย่างนี้ ไม่ทราบว่าจะด้วยเพราะเหตุอะไร ประการที่ ๑ ที่จะกราบเรียนถามนะครับ

ประการที่ ๒ ที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเราอยู่ ในสภาผู้แทนราษฎรนี่ครับ ความเห็นของ ส.ส. นั้นถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รับมอบ มาจากประชาชน หลายครั้งผมมักจะโต้แย้งเรื่อยว่าในเวลาที่จะมีการอภิปรายกัน ส.ส. อยากจะอภิปรายเยอะ ๆ แต่ก็เห็นใจท่านประธานครับว่าเวลามันสั้น แต่ผมคิดว่า ส.ส. ที่เขา ท้าการอภิปรายนั้น เขาก้าลังท้าหน้าที่ของเขา เราต้องให้เกียรติเขา แต่การที่เรา จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามจากการเสนอความเห็น ผมคิดว่าเราต้องเปิดใจกว้างหน่อยท่านครับ อย่าเพิ่งไปคิดว่าที่จะพูดต่อไปนี้ก้าลังจะตีกิน แขวะ ไม่ได้แขวะใครทั้งนั้นนะครับ แต่ผม ก้าลังอยากจะรู้ว่าข้อเท็จจริงจริง ๆ ศาลปกครองสาระส้าคัญอยู่ที่ช่วยหาทางออกให้แก่ ประชาชนที่พิพาทกับรัฐ แทนที่จะใช้การชุมนุมปิดถนนเป็นหลัก แล้วไปใช้อ้านาจศาล ดังนั้น การที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซอยจังหวัดให้มากขึ้น เพื่อที่ไม่ต้องเดินทางไปไกล น่าจะเป็น หลักการที่ถูกต้องที่สุด แต่มีข้อติงอีกนิดหนึ่งเท่านั้นละครับว่าถ้าเราได้พิจารณาตามอุดมคติ ของหลักการของศาลปกครอง คือต้องการให้ประชาชนมีทางออก แต่ว่าศาลต้องคุ้มครอง มหาชนก่อน แต่ตอนหลังขอฝากสักนิดเถอะครับ สังเกตดูว่าการยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวนี้ ศาลก้าลังให้ความส้าคัญกับเน้นการคุ้มครองเอกชนเป็นหลัก ไม่ใช่มหาชนเป็นหลักแล้ว ที่ผ่านมานะครับ ดังนั้นถ้าเราพูดถึงหลักการนี่ถูกต้องเลยครับ การมีศาลปกครองนี่ถูกต้อง ถ้าเดินตามหลักก็คือคุ้มครองผลประโยชน์ของมหาชนเป็นหลัก แต่เปิดช่องทางให้เอกชน ไม่เครียด ให้มีทางออก ไม่ต้องไปใช้วิธีการชุมนุม นี่คือหลักการ ถ้าเปรียบเทียบเหตุการณ์ บ้านเมืองครับ ก่อนที่จะมีศาลปกครองตั้งขึ้นมานั้น การชุมนุมของเรานี่มากเลยนะครับ แต่ตอนหลัง ๆ ปรากฏว่าการด้าเนินการค่อนข้างจะโน้มเอียงไปทางคุ้มครองเอกชนมากกว่า มหาชนเสียแล้ว ก็ต้องกราบขอบพระคุณนะครับที่ล่าสุดที่ไม่ได้รับค้าร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน เรื่องการจ่ายเงินเยียวยาครับ อย่างนี้ไม่ได้กระแนะกระแหนใครนะครับ แต่กราบขอบพระคุณ แต่กรณีนี้จึงอยากจะขอให้ชัดสักหน่อยได้ไหมครับ ก่อนที่จะผ่าน มาตรานี้ไปว่าอะไรเป็นสาเหตุส้าคัญที่ไปด้าเนินการตัดโครงสร้างใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นสาระส้าคัญ ใน ๕ มาตรานี้ ในมาตรา ๔ เป็นหลักนี้ออกเสียเกือบหมด เหลือเพียงที่เดียว ผมว่าถ้าท่าน ได้ให้ความคิดเรื่องนี้สักหน่อยเถอะครับ ก็จะกราบขอบพระคุณ เพราะว่าเราก็อยากจะให้ ศาลปกครองได้ขยายตัวไปให้กว้างและให้ความสะดวกแก่ประชาชนทุกฝ่าย ทุกภาคครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมอวรงค์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก บังเอิญผมเป็นวิปฝ่ายค้าน ท่านประธาน ผมมีโอกาสได้ฟังผู้แทนของศาลปกครองมาชี้แจง แล้ววันนี้ผมคงต้องเรียกร้อง ตัวแทนศาลปกครองที่อยู่ในคณะกรรมาธิการ ท่านต้องชี้แจงนะครับ เพราะไม่อย่างนั้น เพื่อนสมาชิกบางคนเขาก็เข้าใจผิดว่ารัฐบาลที่แล้วมีส่วนในการก้าหนดการจัดตั้ง ศาลปกครอง ซึ่งมันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของศาลปกครองโดยตรงในการก้าหนดพื้นที่ ศาลปกครองตามกฎหมายศาลปกครอง เท่าที่ผมดูอีสานมีอยู่แล้ว ๔ จังหวัด ก็คือมีอยู่ที่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่น แล้วก็จังหวัดอุดรธานี ซึ่งก้าหนด ขอบเขตพื้นที่อ้านาจศาลก็มีการเกลี่ยกันไปเพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชน ในการไปมาหาสู่ในพื้นที่ศาลที่มีความขัดแย้ง คืออย่างน้อยผมเชื่อว่าศาลก็ค้านึงถึง ความสะดวกประชาชน แล้วก็พื้นที่ภาคกลางก็มีอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรีที่เพิ่งเริ่มมีการจัดตั้งรวมทั้งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ภาคตะวันออกก็คือที่จังหวัดระยอง พื้นที่ภาคใต้ก็มีที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และที่จังหวัดสงขลา และค้านึงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ฝั่งอันดามัน ซึ่งพี่น้องประชาชน ไม่สะดวก ขณะเดียวกันพื้นที่ของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีการเรียกร้อง ซึ่งผม จ้าได้ว่าในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านก็เรียกร้อง แล้วท่านก็บอกว่าเพียงแต่ว่ารอรัฐบาลจัดสรร งบประมาณก็จะได้มีการเกลี่ยตามพื้นที่ตามที่กฎหมายศาลปกครองก้าหนดไว้ ดังนั้น ผมต้องย้าในฐานะที่ผมเป็นวิปฝ่ายค้านได้ฟังค้าชี้แจงต้องชี้แจงผ่านท่านประธาน ให้เพื่อนสมาชิกว่าผมเชื่อความเป็นธรรมของศาลในการก้าหนดพื้นที่ที่ยุติธรรมและเหมาะสม ซึ่งขณะนี้อีสานมีแล้วถึง ๔ ศาล ภาคเหนือบ้านผมมีแค่ ๒ ครับ ก็คือที่จังหวัดเชียงใหม่และที่ จังหวัดพิษณุโลก เพิ่งจะมาเริ่มที่จังหวัดนครสวรรค์อีกจุดหนึ่ง ภาคกลางก็มีแค่ กรุงเทพมหานครกับจังหวัดเพชรบุรี ภาคใต้ขณะนี้มีอยู่ ๒ ครับ ดังนั้นท่านต้องชี้แจงยืนยันว่า สิ่งที่ผมพูดนั้นถูกต้อง ไม่ใช่ว่าเพื่อนสมาชิกอะไรก็มากล่าวหาว่ารัฐบาลที่แล้วไม่ได้ให้ ความเป็นธรรมในการเกลี่ยพื้นที่นี้ครับ ก็ขออนุญาตท้าความเข้าใจแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไพจิต แล้วก็เดี๋ยวท่านชุมพล เดี๋ยวคุณหมอชลน่าน ตามล้าดับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย มาตรา ๔ ที่คณะกรรมาธิการได้ตัดศาลปกครองท้องที่จังหวัดชุมพร ท่านประธานครับ ผมจ้าได้ว่า ในวาระที่หนึ่งมีการอภิปรายโดยท่านสมาชิกจากจังหวัดชุมพรนี่ละ บอกว่าโดยวิถีชีวิต ไม่ได้คุ้นเคยกับจังหวัดเพชรบุรีหรอก อยู่ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช คราวนี้ ท่านตัดออกนะครับ ผมเปิดไปดูท้าย ๆ ซึ่งไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย แต่ว่าโดยการตั้งศาลปกครอง จะต้องค้านึงถึงประชาชน ต้องขอบคุณกรรมาธิการที่ยังตระหนักถึงภาระว่าจะต้องค้านึงถึง เรื่องของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักก่อนถึงจะไปสู่ส่วนของเจ้าหน้าที่ ของรัฐ แล้วก็หน่วยงานทางการปกครองอื่น ๆ นะครับ แปลว่าเมื่อตัดจังหวัดชุมพรออกจาก เขตศาลปกครองเพชรบุรีได้ค้านึงถึงประชาชนก่อนใช่ไหม ชี้แจงหน่อย ผมก็ไม่เข้าใจว่า เมื่อตัดออกไปแล้วแปลว่าเขาจะต้องเดินทางสะดวก นั่นคือหลักที่ ๑ ต้องมาศาลปกครองกลางที่อยู่ในนี้ ในขณะที่ศาลเขตที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณานี่นะครับ ก็บอกขีดทิ้ง ขีดทิ้งว่า เมื่อศาลปกครองเพชรบุรียังมิได้ด้าเนินการ เห็นไหมครับในวรรคต่อมาบอกว่า ให้อยู่ในเขต อ้านาจของศาลปกครองกลาง สะดวกไหมครับ แล้วก็ที่ตัดจังหวัดชุมพรออกได้ค้านึงถึง จ้านวนคดี จ้านวนเรื่องที่ต้องร้องศาลเพื่อขอความยุติธรรมได้มากน้อยขนาดไหน ที่อภิปรายกัน ก็แปลว่าภาคอีสานมีมาก เหมือนที่อภิปรายกันนี่ มีถึง ๔ แห่ง แล้วผู้คนมากไหม แล้วยังมี ความจ้าเป็นที่ต้องเอื้ออ้านวยประโยชน์ส่วนนี้ให้กับพี่น้องคนอีสานเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รับ โอกาสทางการปกครองที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมิได้ให้ความเป็นธรรมก็ต้องดูจุดนั้นด้วย ผมถาม จ้านวนอรรถคดีที่ตัดของเขาออกไป ตัดออกไป แล้วเขาไปไกลขึ้นไหม แล้วก็มีจ้านวน มากน้อยขนาดไหน โดยเจตจ้านงไม่อยากโทษใครหรอกครับ มันเป็นร่างเดิมที่ค้างมาจาก รัฐบาลที่แล้วที่เขียนจังหวัดชุมพรไว้นะครับ แม้นจะว่าเป็นอิสระของศาลปกครอง ที่จะด้าเนินการร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมา แต่ในชั้นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ก่อนที่จะเข้ามาสู่สภาซึ่งบรรจุไว้ตั้งครั้งที่แล้วก็ต้องผ่านคณะรัฐมนตรีที่แล้วเช่นเดียวกันนะครับ ดูในรายละเอียดว่าได้ค้านึงถึง เขาเรียกว่าประชาชนเป็นหลักขนาดไหนนะครับ ก็เลยมาคราวนี้บอก ต้องมาโผล่กันอยู่กลางสภา แล้วกรรมาธิการก็ฟังข้อเสนอของ ผมเข้าใจว่าน่าจะมี กรรมาธิการที่สะท้อนถึงความต้องการที่อยากให้เป็นเช่นนี้ ผมเกรงว่าเวลาตัดออกไปแล้วจะอ้านวยความยุติธรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางน้อยลง เพื่อความสะดวกกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานทางการปกครองหรือไม่ เท่านั้นเอง ขอให้คงอยู่ในหลักการเหมือนข้อสังเกตที่ท่านเขียนไว้ท้ายข้อ ๖ เช่นเดียวกัน เผอิญไม่สามารถที่จะแก้ในตัวบทได้ก็เอามาใส่ข้อสังเกตว่าขอให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ในการอ้านวยความยุติธรรมทางการปกครอง ในเรื่องการประพฤติปฏิบัติของเจ้าพนักงาน ของรัฐต่อประชาชน ขอค้าตอบ ค้ายืนยันจากคณะกรรมาธิการ หรือต่อไปจะตั้งศาลปกครอง ที่จังหวัดชุมพรอีกใช่ไหมเลยตัดออก แล้วก็ขอบเขตใหม่อะไรท้านองนั้น ผมต้องการค้ายืนยัน ว่าอะไรที่มันจะอ้านวยประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ถ้าไม่จ้าเป็นต้องตั้งศาลเพิ่ม ไม่ต้องเพิ่มอะไรเยอะแยะหมดเท่าที่ดู ท่านก็หาวิธีในการที่จะ บริการทางการพิจารณาอรรถคดีเสียนะครับ เพื่อที่จะใช้ความเป็นธรรมให้เกิดประโยชน์ กับประชาชน เป็นศูนย์กลางที่ส้าคัญ ขอค้าชัดเจนจากท่านกรรมาธิการ ซึ่งวันนี้ มีท่านรองประธาน ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ลองตอบหลักจริง ๆ ที่เคยแลกเปลี่ยนว่า จะต้องใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ขอความชัดเจน จากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชุมพล

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในส่วนของการจัดตั้งศาลปกครองที่จังหวัดเพชรบุรีนั้น ผมเป็นผู้หนึ่งที่อภิปรายไว้ในวาระที่หนึ่ง ผมได้อภิปรายไปว่าต้องพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการตั้งศาลปกครองครั้งนี้ ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขให้กับจังหวัดชุมพรได้ไปขึ้นอยู่กับ ศาลปกครองกลางจังหวัดนครศรีธรรมราชเหมือนเดิม เพราะด้วยเหตุที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ซึ่งผมต้องขอขอบคุณที่ได้ท้าการแปรญัตติให้ เพราะว่าเหตุผลเพื่ออ้านวย ความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าเกี่ยวกับระยะเวลาในการเดินทาง เกี่ยวกับเรื่อง ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม นี่คือสิ่งส้าคัญที่สุดครับ ในส่วนที่เพื่อนสมาชิกที่ได้ ลุกขึ้นอภิปรายนั้น ผมก็รับฟังความคิดเห็นครับ ผมไม่ทราบนะครับว่าจ้านวนคดี ของศาลปกครองที่พี่น้องชาวชุมพรไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นมีจ้านวนมากเท่าใด ผมไม่ทราบ แต่ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดชุมพร เพราะถ้าหากให้ พี่น้องชาวจังหวัดชุมพรของผมหากมีคดีที่เกิดขึ้นจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากอ้านาจรัฐ และต้องไปขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรี เสียค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง แล้วก็ไม่มีความช้านาญ แล้วก็ ภาษา วัฒนธรรม แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อันนี้เป็นหลักใหญ่ อย่างน้อยคนจังหวัดชุมพรนั้น มีความคุ้นเคยกับจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่แล้ว ท้ายที่สุดผมต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งที่ได้แก้ไขมาตรา ๔ ให้จังหวัดชุมพรไปขึ้นอยู่กับศาลปกครอง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิในมาตรา ๔ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ กรณีที่กรรมาธิการได้ไปแก้ไขร่างของสภาผู้แทนราษฎร อภิปราย ในประเด็นที่กรรมาธิการได้แก้ไขนะครับ มาตรานี้มีทั้งหมด ๓ วรรค ท่านประธานครับ วรรคหนึ่งก็มีการแก้ไขโดยตัดค้าว่า จังหวัดชุมพร ออกไป วรรคสองมีการแก้ไขตัดตั้งแต่ บรรทัดที่ ๒ ยาวไปถึงบรรทัดที่ ๔ และวรรคสามตัดในบรรทัดที่ ๒ แล้วก็บรรทัดที่ ๓

ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ไม่ได้แปรญัตติเอาไว้แต่ต้องใช้สิทธิได้เพราะคณะกรรมาธิการแก้ไข ผมเชื่อครับว่าคณะกรรมาธิการคงจะตอบเพื่อนสมาชิกที่มีข้อซักถาม เพราะร่าง ของคณะกรรมาธิการกับร่างของผู้แทนราษฎรที่ส่งไปมันแตกต่างกัน ท่านคงมีเหตุผลนะครับ ผมเองในฐานะที่เป็นกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลสอบถามเรื่องนี้มาแล้วก็เข้าใจ ลุกขึ้นมาอภิปรายพร้อมสนับสนุนคณะกรรมาธิการครับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก เข้าใจว่า ทั้งหมดเป็นเสียงข้างมากด้วย เห็นพ้องต้องกันหมดตามที่เพื่อนสมาชิกได้แปรญัตติ ขอแก้ไขไว้ก็เป็นมติเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการให้มีการด้าเนินการแก้ไขตามที่ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เห็นพ้องต้องกัน คือการก้าหนดเขตอ้านาจศาลปกครองเพชรบุรี ให้มีเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม ตัดจังหวัดชุมพรออกด้วยเหตุผลที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาชี้แจงไป สอดคล้องกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการที่เขียนออกมา ผมอภิปรายข้อสังเกตไม่ได้ ข้อบังคับห้ามไว้ แต่ผม สามารถเอาตัวบทนี้ไปบอกว่าข้อสังเกตที่ท่านเขียนขึ้นมานี้ท่านค้านึงถึงประชาชนเป็นหลัก จากเดิมข้อสังเกตที่เขียนไว้เขียนถึงหน่วยงานทางปกครอง หน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก และลงท้ายด้วยค้าว่า และประชาชน คณะกรรมาธิการมีความปรารถนาดีครับ ค้านึงถึง ประชาชนเป็นหลักเอาค้าว่า ประชาชน ขึ้นมาก่อนในการเขียนข้อสังเกต นั่นคือแสดงให้เห็น ความส้าคัญและสอดรับกับตัวบทที่ท่านเขียนออกมา อันนี้คือประเด็นที่ท่านแก้ไข แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ตั้งแต่วาระที่หนึ่งในชั้นรับหลักการ กฎหมายฉบับนี้ท่านประธานครับเท้าความที่มานิดเดียวครับ มันเป็นกฎหมายที่เข้ามาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ถ้าท่านประธานจ้าได้ ถ้าเพื่อนสมาชิกยังคงจ้าได้นะครับ หมายความว่าเป็นกฎหมายที่รัฐสภามีมติยืนยัน ให้พิจารณาต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ถ้ารัฐสภาไม่ยืนยัน ครม. ไม่ร้องขอมานะครับ กฎหมายฉบับนี้ตกไปตามสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ คือหมดวาระไปจากการยุบสภา การเสนอกฎหมายเสนอโดยผ่านคณะรัฐมนตรีถึงแม้จะเป็นเรื่องของศาล แต่ศาล ก็ให้เกียรติ ครม. ให้ ครม. เป็นผู้เสนอกฎหมายเข้ามา ตรงนี้เองครับมันเป็นที่มาของ ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านว่าการกล่าวไปว่าเสนอโดยรัฐบาล ที่ผ่านมา เป็นการไปพาดพิงรัฐบาล ไม่ใช่ครับ เป็นอ้านาจหน้าที่ที่มีส่วนในการเสนอกฎหมายเข้ามา ตามที่ศาลเสนอ ส่วนตัวบท วิธีการจะก้าหนดเขตอ้านาจศาลอย่างไรขึ้นกับศาลครับ ซึ่งการสอบถามแล้วขณะนี้ประเทศไทยศาลมีความประสงค์ที่จะตั้งศาลปกครองถึง ๑๔ แห่งครับ ๑๔ แห่งจากเดิมที่ก้าหนดไว้ ๑๖ แห่ง เมื่อดูความประหยัด ดูงบประมาณ ดูเขตอ้านาจที่จะ ครอบคลุมแล้วยังมีต้องการจะตั้งอีก ขณะนี้ตั้งมาส่วนหนึ่งแล้ว เข้ามาชุดนี้ ๓ แห่ง จะต้องตั้ง ให้ครบ ๑๔ แห่ง เพื่อครอบคลุมพื้นที่ในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชน แล้วก็ส่วนราชการ หรือส่วนงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับคดีปกครองให้ครอบคลุม อันนั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า ผมเองสนับสนุนคณะกรรมาธิการเต็มที่

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ในการแก้ไขวรรคสอง วรรคสาม ผมมีค้าถาม เท่านั้นเองว่าท้าไมถึงไปตัดออก คณะกรรมาธิการต้องตอบด้วยนะครับ ท้าไมถึงตัดออก ตัดออกเพราะว่าวิธีการเขียนกฎหมายที่ไม่ถูกต้องใช่หรือไม่ ถ้าท่านตอบผมบอกว่าตัดออก เพราะว่าเขียนไว้ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อไม่ได้ใจความ เขียนสั้น ๆ ก็ได้ใจความแล้ว เพราะว่าเดิม ก็เป็นเขตอ้านาจของศาลปกครองกลางที่จะดูแลอยู่แล้วขณะที่ไม่มีศาลปกครองเพชรบุรี ท่านกรุณาตอบสักนิดหนึ่งครับ เผื่อว่าในอนาคตถ้ามีศาลปกครองเข้ามาอีกพวกเรา จะได้ช่วยทักท้วง จะได้ช่วยกันท้วงติงในวาระรับหลักการว่าวิธีการเขียนกฎหมายแบบนี้ มันไม่เป็นประโยชน์

ท่านประธานที่เคารพ ประการที่ ๓ ครับ ถึงแม้ศาลปกครองเองจะสามารถ จัดตั้งศาลปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองโดยการอาศัยอ้านาจของรัฐสภา ในการออกกฎหมายเฉพาะในแต่ละเขตอ้านาจ แต่อย่างไรก็ต้องฟังความเห็นของตัวแทน ของพี่น้องประชาชนครับ นี่คือข้อดีนะครับ พวกเราทักท้วงคณะกรรมาธิการเห็นชอบด้วย ก็เป็นข้อดี เป็นประโยชน์พี่น้องประชาชน

ท่านประธาน สุดท้ายผมสนับสนุนคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอค้าตอบ เพียงวิธีการเขียนวรรคสอง วรรคสามเท่านั้น กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการอรรถพร พลบุตร ตอบข้อซักถาม ข้อสงสัย ข้อสังเกต เชิญครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพี่อไทยจากจังหวัดยโสธร ในฐานะ กรรมาธิการครับ จะกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกที่ตั้งข้อสังเกตแล้วก็ซักถามนะครับ คือในการจัดตั้งศาลปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง ถ้าจะมีการจัดตั้งศาลขึ้นไปนะครับ ก็ได้มีบัญญัติไว้แล้วในมาตรา ๘ ว่า ถ้าการจัดตั้งและการก้าหนดเขตอ้านาจศาลปกครองในส่วนภูมิภาคให้กระท้าโดย พระราชบัญญัติ ก็เหมือนที่พวกเราก้าลังพิจารณากันอยู่นี้ โดยค้านึงถึงปริมาณคดี และการบริหารบุคลากรของศาลปกครอง โดยจะก้าหนดให้เขตอ้านาจศาลปกครอง ในภูมิภาคครอบคลุมเขตการปกครองหลายจังหวัดก็ได้ ทางศาลได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ บอกว่าตามแผนเดิมนะครับ เมื่อให้มีการตั้งศาลนั้นได้ก้าหนดกรอบไว้ว่าจะตั้งศาลทั้งหมด ประมาณ ๑๖ แห่ง ที่ตั้งไปแล้วถึงวันนี้ก็คือ ๑๐ แห่ง รวมทั้งที่จะตั้งเพิ่มวันนี้ถ้าสภาอนุมัติ ก็จะเป็นอีก ๓ แห่ง ตลอด ๑๐ กว่าปีที่ขึ้นมานี่ การจัดตั้งยังท้าไม่ได้ตามแผนทั้งหมด เพราะว่ามันมีหลาย ๆ ปัจจัย ๑ ในนั้นก็คือเรื่องงบประมาณของทางรัฐบาลที่จะให้ศาล ไปด้าเนินการต่อไปด้วย

ในส่วนที่มีการพิจารณาเขตอ้านาจศาลว่าจะครอบคลุมจังหวัดใด หลักที่ ผู้เสนอกฎหมาย รวมทั้งศาลด้วยใช้เป็นหลักในการพิจารณาอยู่ตลอดก็คือว่าจะค้านวณถึง จ้านวนประชากร ถ้าเป็นล้านคนขึ้นไปก็น่าจะมีการจัดตั้งศาลเพิ่ม จ้านวนคดีที่เกิดขึ้น เพราะต้องการอ้านวยความสะดวกให้กับประชาชน คดีจะไม่ได้คั่งค้างมาก การพิจารณาก็จะ เป็นไปอย่างรวดเร็วพอสมควร ค้านึงถึงความสะดวกของประชาชนว่าเขาสามารถที่จะ เดินทางจากจังหวัดที่เขาอยู่ไปจังหวัดที่ตั้งศาลได้โดยสะดวก ไม่ไกลนัก ซึ่งฟังตัวเลข ที่ทางศาลเคยชี้แจงไว้ก็ประมาณอย่างมากก็ไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร นี่เป็นหลัก ๆ ทั่ว ๆ ไปนะครับ อาจจะมีบางจังหวัดบ้างที่ไกลไปหน่อย แต่ว่ามันก็ค้านึงถึงจ้านวนของคดีด้วย ค้านึงถึง บุคลากรของศาล ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นปัญหามาอยู่ตลอด อยากจะตั้งเพิ่มแต่ว่าคนที่จะมาเป็นตุลาการ ก็ต้องใช้เวลา รวมทั้งบุคลากรที่จะมาอยู่ที่ศาลก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเท่าที่ด้าเนินการกันมาได้ก็เป็นอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ นี่คือหลักที่ศาลใช้อยู่ตลอด ผมจ้าได้เมื่อกฎหมายนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาครั้งแรก ก็ท่าน ส.ส. ชุมพร ที่เพิ่งลงไปพูดไว้ชัดเจน ถามที่ประชุมว่าท้าไมเอาจังหวัดชุมพรผมไปขึ้นที่ จังหวัดเพชรบุรีล่ะ ไม่ใช่ไม่อยากไปนะ ท่านก็บอกชัดเจน ไป แต่ความผูกพันมันไม่ค่อยมี ไปแล้วผู้คนไม่สบายใจ พูดภาษาก็ไม่ค่อยจะตรงกันเท่าไร ท่านที่เคยไปเมืองเพชรก็คงจะรู้ว่า เขาพูดเมืองเพชรอย่างไรนะครับ คนที่จังหวัดชุมพรไม่ได้พูดภาษาเดียวกับคนเมืองเพชรนี่ครับ นี่คือเหตุผลที่ท่านบอกไว้ชัดเจน แล้วท่านก็บอกพวกเราว่าขอกลับไปอยู่ที่เดิมได้ไหม ที่เดิม นี่คือที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ เมื่อเป็นอย่างนี้คณะกรรมาธิการก็มีการปรึกษาหารือกัน บอกว่าหลักที่ศาลใช้มาอยู่ตลอดเป็นอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นหลักต่อไปที่ศาลน่าจะใช้หรือใครก็ตาม ที่เป็นรัฐบาลน่าจะใช้ในการพิจารณาเขตอ้านาจศาลด้วย ขอให้ค้านึงถึงประชาชนได้ไหม นี่คือเหตุผลที่เราแก้ในหมายเหตุของคณะกรรมาธิการนะครับ ข้อสังเกตว่าขอให้ เอาความรู้สึก ความผูกพันของประชาชนขึ้นมาก่อน เอาประชาชนมาก่อน แล้วค่อยตามด้วย ความสะดวกของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ความสะดวกของหน่วยงานของรัฐ หรือของคนอื่น พอบอกเอาประชาชนขึ้นมาก่อนต้องค้านึงอะไรครับ ก็เหมือนที่ท่าน ส.ส. จังหวัดชุมพรได้พูดไป ค้านึงถึงความผูกพัน ความสะดวก ความสบายใจของพวกเขา ถึงแม้บางครั้งจังหวัดเพชรบุรี อาจจะใกล้กว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เขาไม่สบายใจที่จะมาที่นี่ เขาไม่อยากมา นี่ละคือความผูกพัน ผมถึงบอกว่าต่อไปนี้ขอทางศาล เวลาที่จะเสนอตั้งศาลปกครอง เขตอ้านาจศาล เอาประชาชนขึ้นมาก่อนได้ไหม ก็เป็นความรู้ใหม่ที่คณะกรรมาธิการ ที่พวกเราที่เป็น ส.ส. เอาความรู้สึกของประชาชนมาบอกทางศาล เขาบอกจริง ๆ เขาก็ลืมค้านึงถึงเรื่องนี้ ไปเหมือนกัน หรือบางครั้งอาจจะกางแผนที่ออกมาวัดกิโลเมตรใส่กันเข้าไปอย่างนี้ บัดนี้ พอฟังความเห็นของพวกเราแล้ว ความผูกพันทางด้านภาษา วัฒนธรรม อะไร ๆ มันท้าให้ คนมีความรู้สึกแน่นแฟ้น ผมยกตัวอย่างที่บ้านผมจังหวัดยโสธร มีต้าบลหนึ่งอยู่ใกล้อ้าเภอเมือง สะดวกจะตายไปแต่เขาก็ไม่อยากไป เขากลับไปที่อ้าเภอ ซึ่งมันไกลกว่า เพราะนี่คือ ความผูกพัน เมื่อเป็นอย่างนี้คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าก็ควรจะตอบสนองความรู้สึก ของประชาชน จึงมีความเห็นว่าก็เอาจังหวัดชุมพรออกจากเขตอ้านาจของศาลเพชรบุรี ออกแล้วไปไหนครับ ก็ไปอยู่ที่เดิมที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่เขาอยากอยู่นั่นละ คราวนี้ ท่านผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชุมพรก็คงสบายใจ ท่านก็ขอบคุณพวกเราเมื่อสักครู่นี้ ที่เป็นอย่างนี้ นี่คือเหตุผลที่มีการแก้ไขกันไปอย่างนี้นะครับ ก็อยากกราบเรียนท่านประธาน เป็นอย่างนี้

ต่อไปนะครับ ส่วนที่มีการแก้ไขในวรรคสองที่เดิมก็เขียนรายชื่อจังหวัดไว้ แต่ว่าเมื่อเราตัดจังหวัดชุมพรออกไปความมันก็จะอ่านได้ว่า ระหว่างที่ยังไม่เปิดท้าการ ศาลปกครองเพชรบุรีตามที่ประกาศในมาตรา ๓ ก็ให้ศาลปกครองกลางมีเขตอ้านาจตลอด ถึงเขตศาลปกครองเพชรบุรี ก็คือศาลปกครองเพชรบุรีในมาตรา ๔ วรรคต้น นั่นละ เพราะเราตัดจังหวัดชุมพรออกไปแล้ว แต่ว่าถ้าใส่จังหวัดชุมพรอาจจะต้องมีความจ้าเป็น ต้องเขียนรายชื่อจังหวัดออกไปด้วย เพราะมันจะมีจังหวัดอาจแทรกเข้ามา

ส่วนในวรรคสามวรรคสุดท้ายก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อเราไม่เอาจังหวัดชุมพร ออกจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมา กลับไปคงเดิม ก็ตัดศาลปกครองนครศรีธรรมราชออก มันก็เหลืออยู่แค่นี้ ก็แปลว่าคดีที่ค้างอยู่ที่ศาลไหนศาลนั้นก็พิจารณากันต่อไป คดีที่มันค้างอยู่ ระหว่างที่ยังไม่เปิดท้าการศาลปกครองเพชรบุรีที่เคยอยู่อ้านาจศาลกลางก็ให้ศาลกลาง พิจารณา ส่วนที่ค้างอยู่ที่ศาลนครศรีธรรมราช ศาลนครศรีธรรมราชก็พิจารณากันต่อไป เหตุผลก็มีอย่างนี้ท่านประธานครับ ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมผมคิดว่าผู้แทนทางศาลอาจจะสามารถ ที่จะให้พวกเราได้รับทราบขึ้นมาด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการอรรถพร

นายอรรถพร พลบุตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะ กรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมสั้น ๆ ๒ ประเด็น เพื่อเสริมจากการชี้แจงที่ค่อนข้าง ครบถ้วนกระบวนความของท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข รวมทั้งการอภิปรายที่สะท้อนเหตุผล ที่แท้จริงของท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ แห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ส.ส. ชุมพล จุลใส แห่งจังหวัดชุมพร คณะกรรมาธิการที่มีมติตัดจังหวัดชุมพรออกไปจากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ไม่เพียงแต่เรารับฟังความคิดเห็นของผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพรในพื้นที่ ซึ่งสะท้อน ความต้องการของประชาชนได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด นั่นไม่ใช่เหตุผลเพียงประการเดียว เท่านั้นครับ เรามองถึงเรื่องของระยะทาง ในความเข้าใจของคนที่อยู่ห่างออกมาก็จะมองว่า การที่พื้นที่จังหวัดชุมพรมาอยู่ศาลปกครองเพชรบุรี ท้าให้พี่น้องชาวชุมพรเดินทางสะดวก มากยิ่งขึ้น จริง ๆ ไม่ใช่ละครับ พอไปดูระยะทางจากการสอบถามจริง ๆ มันใกล้ไกลต่างกัน ๓๐-๔๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง นิดเดียว ไม่เป็นนัยส้าคัญ และจริง ๆ คนจังหวัดชุมพร มาจังหวัดเพชรบุรี เขารู้สึกว่าไกลกว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชมาก แม้ว่าจะใกล้ขึ้น ๓๐ กิโลเมตร มันเหมือนไปสู้นอกบ้าน อาจจะสั้นกว่านิดหน่อยแต่มันไกลแสนไกล มันไม่เหมือนสู้ในบ้าน เลยไปอีกหน่อยก็มีความมั่นอกมั่นใจในการต่อสู้มากยิ่งขึ้น คณะกรรมาธิการยังมีความเป็นห่วงเป็นกังวล ได้สอบถามผู้แทนจากศาลปกครอง เพราะการที่ให้ชุมพรอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชดังเดิมจะท้าให้สถิติของคดีที่ขึ้นศาลปกครอง มันมากเกินไปหรือไม่ ศาลปกครองนครศรีธรรมราชจะรับภาระในเรื่องคดีมากเกินไปหรือไม่ และจะท้าให้พี่น้องชาวจังหวัดชุมพรเข้าถึงความยุติรรมได้ช้า ไม่รวดเร็ว ซึ่งก็เหมือน ความยุติธรรมเดินทางมาไม่ถึงนั่นละครับ แต่ก็ได้รับค้าชี้แจงจากศาลปกครองซึ่งเดี๋ยวคงจะมีตัวเลขว่าสถิติคดีที่เกิดขึ้นในจังหวัด ที่เกี่ยวข้องกับอ้านาจศาลตรงนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นนัยส้าคัญอะไร ไม่ได้ท้าให้พี่น้องชาวชุมพร เข้าถึงความยุติธรรมได้ยากเย็นขึ้นอย่างไร ฉะนั้นเมื่อมาประกอบกับเหตุผลอันส้าคัญก็คือว่า จังหวัดชุมพรกับจังหวัดนครศรีธรรมราชก็เหมือนบ้านพี่เมืองน้อง พูดภาษาเดียวกัน วัฒนธรรมเดียวกัน บางทีไปต่อสู้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ไปนอนบ้านญาติ คนชุมพร คนนครศรีธรรมราชพี่น้องกันครับ การต่อสู้ในศาลปกครองนั้นพี่น้องประชาชนสู้กับอ้านาจรัฐ สู้กับอ้านาจปกครองตัวลีบเหลือเล็กนิดเดียวเองนะครับ เพราะเขาก็ไปสู้ในสภาพนี้ในพื้นที่ ที่ห่างไกลนอกบ้าน หัวใจมันก็ไม่เข้มแข็งครับ เขาก็อยากจะไปต่อสู้อยู่ในบ้าน ซึ่งเมื่อรวม สาระส้าคัญ ไม่ว่าจะเรื่องของระยะทางหรือสถิติของคดี เหตุผลทุกประการท้าให้ คณะกรรมาธิการเห็นด้วยที่จะลงมติให้จังหวัดชุมพรขึ้นอยู่กับศาลปกครองนครศรีธรรมราช ดังเดิม กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมคงไม่ขัดข้องในการที่จังหวัดชุมพรจะไปขึ้นกับศาลปกครอง จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือศาลปกครองจังหวัดเพชรบุรี เพราะผมเข้าใจดีถึงความไม่พร้อม ในเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน ขณะนี้ผมเชื่อว่าศาลปกครองถ้ามีความพร้อมในเรื่อง งบประมาณ ในเรื่องบุคลากรแล้วสามารถจัดตั้งศาลปกครองได้ทั้ง ๗๗ จังหวัด ทั้งประเทศ ผมเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น ถ้าจะถามว่าจากอ้าเภอละแม ซึ่งเป็นอ้าเภอใต้สุดของจังหวัดชุมพร ไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชระยะทางใกล้กว่าแน่นอนครับ แต่ถ้าถามว่าพี่น้องชาวอ้าเภอปะทิว ซึ่งเป็นอ้าเภอที่อยู่เหนือสุดของจังหวัดชุมพรไปจังหวัดเพชรบุรีใกล้กว่าครับ ดังนั้นจึงไม่ใช่ สาระส้าคัญเลยที่ศาลปกครองจังหวัดชุมพรวันนี้ที่ยังตั้งขึ้นไม่ได้จะไปขึ้นกับจังหวัดเพชรบุรี หรือจะไปขึ้นกับจังหวัดนครศรีธรรมราช เพียงแต่ว่าอยากจะเร่งรัดให้ศาลปกครอง ท่านได้มีความกรุณาในการที่จะหยิบยกการจัดตั้งศาลปกครองแต่ละจังหวัดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อที่จะอ้านวยความสะดวกในเรื่องของการน้าคดีปกครองมาสู่ศาลปกครอง เพื่อความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดชุมพรบ้านของผมในระยะเวลาที่ให้รวดเร็ว ยิ่งขึ้นเท่านั้นละครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มีท่านใดนะครับ มาตรา ๔ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ เชิญ มาตรา ๕ ท่านเลขาธิการ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ ถ้าไม่มีท่านสมาชิกทบทวนถ้อยค้าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ ผมจะขอมติในวาระที่สามต่อไปนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ก่อนที่จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างในวาระที่สามนี้นะครับ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบเพื่อท้าการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกแสดงตนโดยกดปุ่มแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผล ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๕ ท่านนะครับ

ผมจะขอมติ สอบถามทางท่านสมาชิกว่าท่านใดเห็นชอบให้กดปุ่มค้าว่า เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ มีท่านใดยังไม่ลงมีไหมครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ ส่งผล เห็นด้วยนะครับ ๓๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับร่างในวาระที่สาม

เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีข้อสังเกตนะครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ตามข้อบังคับไม่ให้มีการอภิปรายนะครับ ผมจึงจะขอถามมติที่ประชุมว่าท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงได้ครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลคะแนน เห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการ ๓๗๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓ ท่าน ถือว่า จบในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ

ต่อไปเป็นฉบับที่ ๓ ที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว คือ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองนครสวรรค์ พ.ศ. .... ซึ่งกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วนะครับ

เชิญท่านประธานแถลง

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง ส้าหรับ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองนี้ก็เป็นอีกฉบับหนึ่งที่คณะกรรมาธิการชุดเดิม ได้พิจารณา แล้วก็มีการปรับปรุงแก้ไขนะครับ สาระของการปรับปรุงแก้ไข คณะกรรมาธิการ ก็ขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าก็ยึดตามหลักของ ๒ ฉบับที่ผ่านมานะครับ พร้อมกับ มีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเหมือน ๆ กันด้วยนะครับ ในเรื่องที่มีการแก้ไข เรื่องเขตอ้านาจศาล ก็มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มบางจังหวัดเข้าไป เอาบางจังหวัดออกไป เหตุผล ก็เหมือนกับที่คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ทั้งหมดนี้ก็คือว่าเราเอาประโยชน์ ของประชาชน เอาความรู้สึก เอาความต้องการของประชาชนมาก่อน ผมไม่ได้บอก ท่านประธานว่าประชาชนต้องมาก่อนนะครับ แต่ว่าในการพิจารณาเรื่องนี้เราให้ความส้าคัญ กับประชาชน เพราะฉะนั้นการปรับปรุงแก้ไขก็จะเป็นไปตามหลักกับที่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณามาแล้วใน ๒ ฉบับที่ผ่านมา จึงขอกราบเรียนท่านประธานได้โปรดพิจารณา ด้าเนินการต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเลขาธิการพิจารณาตามข้อบังคับต่อไป

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองนครสวรรค์ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข ค้าปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ และมาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ ในส่วนของมาตรา ๔ นี้ แม้จะมีโครงสร้างคล้ายกับร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองเพชรบุรี แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ซึ่งผมเองในส่วนที่ถือว่า มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในฐานะเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ ผมอยากจะสอบถาม ท่านกรรมาธิการเหมือนกันครับ ในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แปลกมาก จังหวัดลพบุรีเดิมนั้นร่างเดิมมี แต่พอมีการแก้ไขนั้นถูกตัดไป เรื่องนี้ผมได้รับการขอร้องจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดลพบุรี ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน พี่อ้านวย คลังผา และคนจังหวัดลพบุรี อีกคนหนึ่งซึ่งขณะนี้เป็นเลขานุการรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บ้ารุง คือท่านสุชาติ ลายน้าเงิน ท่านก็เป็นห่วงเป็นใยอยู่เหมือนกันครับ ท่านได้ให้ความเห็นกับกระผมว่า ความเป็นธรรมในโครงสร้างของศาลปกครองนั้นส่วนส้าคัญที่สุดอยู่ที่เงินครับ แม้การฟ้องศาลปกครองจะไม่ได้ใช้เงินทองอะไรมากมายก็จริง แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง นี่เป็นสาระส้าคัญ จากจังหวัดลพบุรีแทนที่จะต้องมากรุงเทพฯ กลับไปจังหวัดนครสวรรค์ แม้ว่าระยะทางจะใกล้เคียงกัน แต่ว่าไปจังหวัดนครสวรรค์นี่ปื๊ดเดียวครับ ถนนสายเอเชีย พอข้ามสะพานเดชาติวงศ์เลี้ยวซ้ายถึงศาลเลย แต่ถ้าจากจังหวัดลพบุรีมากรุงเทพฯ นี่ ขอโทษเถอะครับ คนต่างจังหวัดคนบ้านนอกที่ผมกราบเรียน เราในฐานะคนบ้านนอก มายากเหมือนกันครับท่าน ดังนั้นเรื่องนี้ก็อยากจะเรียนถาม นอกจากนั้นการเดินทางไปศาลนั้น อาจจะต้องมีการพักแรม โดยส่วนใหญ่คนต่างจังหวัดไม่ได้มีญาติพี่น้องอยู่ที่กรุงเทพฯ หรอกครับ แต่คนจังหวัดลพบุรีกับจังหวัดนครสวรรค์นั้นเป็นพี่น้องกัน อยู่ใกล้เคียงกันก็มักจะเป็น สายญาติกัน พึ่งพากันได้ ค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก ค่าใช้จ่ายเรื่องเดินทางก็น้อย ถ้าจะบอกว่า จังหวัดลพบุรีใกล้กรุงเทพฯ มากกว่า ก็ตั้งค้าถามอีกว่าแล้วท้าไมจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมาจังหวัดนครสวรรค์ยากกว่าที่จะไปจังหวัดพิษณุโลกอีกครับ จังหวัดเพชรบูรณ์ มาจังหวัดพิษณุโลกนี่ข้ามภูเขามาเท่านั้นเองครับ ลงอ้าเภอวังทองถึงแล้ว แต่กลับวิ่งลง ล่องมาถึงจังหวัดนครสวรรค์ จริงอยู่ครับกระผมเองก็ยินดีที่จังหวัดเพชรบูรณ์จะมา จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาทจะมาจังหวัดนครสวรรค์ ต้องกราบขอบพระคุณที่ให้จังหวัดนครสวรรค์เป็นศูนย์กลาง อย่างน้อยที่สุดศูนย์กลาง เพื่อความเป็นธรรมในเรื่องของศาลปกครองนั้นก็จะท้าให้เกิดเศรษฐกิจแพร่สะพัดดีมาก แต่ก็ยังสงสัยอยู่ครับท่านว่าเพราะอะไร ท้าไมไม่เอาจังหวัดลพบุรีซึ่งมีอยู่ในโครงสร้างเดิม ขึ้นจังหวัดนครสวรรค์อยู่แล้ว เพื่อน ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์หลายคนก็บอกว่าเรื่องนี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้อยู่ที่นั่น ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาที่จะท้าให้พี่น้องจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดลพบุรี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท ได้สามารถพึ่งพิงศาลอย่างสะดวกด้วยต้นทุน ค่าใช้จ่ายที่ต่้ามาก ด้วยเหตุนี้ครับท่านก็ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านได้โปรดให้ข้อคิด สักหน่อยเถอะครับเพื่อว่าเราจะได้สบายใจกันทุกฝ่าย เพราะการพิจารณาของสภานี่ครับ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประชาชนนั้นเราไม่มองข้าม เดี๋ยวจะมาบอก เรื่องเล็กแค่นี้แล้วต้องมาพูด ไม่ใช่ละครับ ถ้าจะบอกว่าเพราะจังหวัดลพบุรีจะตั้งเป็น ศาลจังหวัดใหม่ก็ยังอีกตั้งนานครับ แล้วอนาคตไม่มีอะไรแน่นอนว่าจะเริ่มต้นได้เมื่อไร เศรษฐกิจโลกก็ผันผวน เศรษฐกิจภายในแม้รัฐบาลนี้พยายามจะเดินหน้าไปอย่างดี แต่ก็มี คนเตะตัดขามาตลอด สิ่งเหล่านี้มันก็เลยไม่แน่นอน ก็เลยอยากจะฝากประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่จะสอบถามว่าท้าไมจึงตัดพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรี ตามความเป็นห่วงเป็นใย ของ ส.ส. จังหวัดลพบุรีและความเป็นห่วงเป็นใยของท่านสุชาติ ลายน้าเงิน ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการตอบข้อซักถาม

นายประเวศ รักษพล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายประเวศ รักษพล ตุลาการศาลปกครองกลาง ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาต เรียนข้อมูลในประเด็นโดยเฉพาะเรื่องการเพิ่มจังหวัดชัยนาทและตัดจังหวัดลพบุรีออก เรื่องนี้เป็นข้อเสนอของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทางกรรมาธิการโดยเฉพาะที่มาจาก ศาลปกครอง ก็ถือว่าท่านเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยที่สมควรรับฟัง โดยเฉพาะในประเด็น ที่ร่างกฎหมายฉบับที่แล้วที่บอกว่าความคุ้นเคย วัฒนธรรม ประเพณี ภาษาถิ่นทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรจะต้องค้านึงด้วย แม้ว่าในหลักการศาลจะถือหลักว่าประชาชน ซึ่งในฐานะผู้มาใช้บริการและศาลที่จะต้องเตรียมบุคลากร รวมทั้งงบประมาณ ในประเด็น ของจังหวัดชัยนาทนั้นก็เป็นเหตุผลเช่นเดียวกันกับหลักการในฉบับของศาลปกครองเพชรบุรี

ส้าหรับกรณีของจังหวัดลพบุรีนั้น ในปัจจุบันนี้คดีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดลพบุรี จะต้องมาฟ้องที่ศาลปกครองกลาง โดยที่จังหวัดลพบุรีมีเขตพื้นที่ซึ่งตามบทเฉพาะกาล ในมาตรา ๙๔ (๑๑) ได้ก้าหนดให้มีศาลปกครองลพบุรีด้วย เมื่อตัดจังหวัดลพบุรีออก ในอนาคตหากจังหวัดลพบุรีซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งของศาลจังหวัด ศาลปกครองลพบุรีก็มีโอกาส ที่จะจัดตั้งขึ้นได้เมื่อปริมาณคดี และงบประมาณ และปัจจัยอื่น ๆ ที่เหมาะสม และในโอกาส ต่อไปเมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองนครสวรรค์มีผลใช้บังคับแล้ว ในบทเฉพาะกาลเดิม ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองในมาตรา ๑๐๓ วรรคสอง ได้ก้าหนดทางแก้ไว้ว่า ในกรณีที่ศาลปกครองตามกฎหมายในบทเฉพาะกาล หรืออาจจะจัดตั้งขึ้นในอนาคตก็ตาม ยังไม่ได้จัดตั้งขึ้น เพื่ออ้านวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงกับศาล ที่เปิดแล้ว ก็ใช้อ้านาจของที่ประชุมใหญ่ของตุลาการศาลปกครองสูงสุด โดยท่านประธาน ศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่ออ้านวยความสะดวกให้แก่ ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับศาลที่เปิดแล้ว ดังนั้นของจังหวัดลพบุรีเมื่อศาลปกครอง นครสวรรค์เปิดแล้วก็สามารถที่จะมาฟ้องคดีได้ที่ศาลปกครองนครสวรรค์โดยไม่ต้องมาฟ้องที่ ศาลปกครองกลาง โดยอาศัยอ้านาจในบทเฉพาะกาลซึ่งก้าหนดทางแก้ไว้แล้วครับ ขออนุญาตกราบเรียน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ที่มีการแก้ไขนี้ผมก็เห็นด้วยในกรณีที่จังหวัดชัยนาทนั้นไปขึ้นกับ ศาลปกครองนครสวรรค์ เนื่องจากว่าจังหวัดชัยนาทนั้นพื้นที่ห่าง ๕๐ กว่ากิโลเมตร เท่านั้นเอง ซึ่งความสะดวกและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การอ้านวยความสะดวกให้ประชาชนนั้น เห็นด้วยเลยครับที่แก้ไข แต่ในกรณีที่จังหวัดลพบุรีไปตัดออกนี่ ผมก็ออกจะเห็นด้วยกับ ท่านสุนัยนะครับ เพราะว่าโดยลักษณะพื้นที่ของจังหวัดลพบุรีแค่อ้าเภอเดียว อ้าเภอโคกส้าโรง พื้นที่ใหญ่กว่าจังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี เนื้อที่นะครับ และถ้าเรามองโดยภูมิศาสตร์ ตัวจังหวัดลพบุรี ตัวจังหวัดนะครับมากรุงเทพมหานครกับไปจังหวัดนครสวรรค์ระยะทาง ใกล้เคียงกัน แต่การไปมาถ้าไปจังหวัดนครสรรค์สะดวกกว่าเยอะ จราจรไม่ติด ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนจะใช้บริการศาลปกครองนั้นถูกกว่า ตรงนี้เป็นประเด็นนะครับในเรื่อง การอ้านวยความสะดวก เพราะสมัยก่อนนั้นการจะตั้งศาลจังหวัดในอ้าเภอต่าง ๆ เพราะทุรกันดาร เดินทางไม่สะดวก ไปมาล้าบาก ในกรณีเช่นเดียวกันครับ อย่างหลายอ้าเภอ ในจังหวัดลพบุรีขึ้นไปทางเหนือใกล้กับเขตจังหวัดนครสวรรค์มากกว่า แค่อย่าง อ้าเภอโคกส้าโรงจะมาตัวเมืองก็หลายสิบกิโลเมตรแล้ว แล้วกว่าจะมากรุงเทพฯ อีก เพราะฉะนั้นถ้าดูลักษณะภูมิศาสตร์การอ้านวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในการที่จะมา ขึ้นศาลปกครองนั้น ผมคิดว่าความเหมาะสมทั้งปวงน่าจะขึ้นกับศาลปกครองนครสวรรค์ จะสะดวกกว่าแล้วก็ดีกว่าครับ อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ อยากให้คณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่งโดยลักษณะภูมิประเทศ และการมากรุงเทพฯ ต้องอย่าลืมนะครับ ค่าใช้จ่ายก็สูง จราจรก็ติดขัด ถ้าเทียบกันระหว่างไปจังหวัดนครสวรรค์กับมากรุงเทพฯ นี่ พี่น้องประชาชนเลือกที่จะไปจังหวัดนครสวรรค์มากกว่า เพราะฉะนั้นผมอยากให้ คณะกรรมาธิการพิจารณาทบทวนอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศุภชัย ใจสมุทร ครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ศุภชัย ใจสมุทร จากพรรคภูมิใจไทยครับ ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนถามก็คงเป็นเรื่องที่ ท่านสมาชิกอื่นได้มีการสอบถามแล้วนะครับ สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่ากรณีเรื่องของ จังหวัดลพบุรี ผมก็คิดว่าจะต้องอธิบายเหตุผลให้ชัดเจน จริง ๆ ท่านก็จะต้องตอบให้ได้นะครับ ว่าเหตุผลกลใดที่ว่าจู่ ๆ แล้ว เดิมท่านก็มีความคิดที่จะให้ไปอยู่ที่ศาลปกครองนครสวรรค์ แล้วท่านก็พากลับมาที่กรุงเทพฯ สิ่งที่ท่านสุนัย ขออนุญาตที่จะเอ่ยนามท่าน ท่านได้แสดง ความคิดเห็น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจริง ๆ ต้องยอมรับนะครับว่าศาล ในกรุงเทพมหานครหรือศาลในเมืองหลวงนี่มันมีความศักดิ์สิทธิ์ มันมีความดูแล้วน่าเกรงขาม เพราะคดีศาลปกครองเป็นคดีที่ชาวบ้านพี่น้องประชาชนจะมาฟ้องรัฐ แล้วมาเห็นอาคาร อันยิ่งใหญ่อยู่ในเมืองหลวงแล้วนี่ ผมว่าพี่น้องประชาชนก็ยิ่งหวาดผวาในคดีที่ตนเองจะต้อง ไปต่อสู้กับรัฐ เพราะฉะนั้นการที่ศาลปกครองได้มีแนวคิดที่จะให้มีศาลปกครองไปอยู่ใน ภูมิภาคมาก ๆ แทนที่จะมากระจุกอยู่ที่ศาลปกครองกลางนี่ผมเห็นด้วย แต่จู่ ๆ ท่านก็ตัดมา สิ่งที่ยังสงสัยต่อมาก็คือพอท่านตัดแล้วนี่ ทันใดนั้นเองท่านก็เอาจังหวัดไหนสักจังหวัด ใส่ชื่อเข้าไป คือจังหวัดชัยนาท ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงแล้วท่านก็ไม่เคยมีด้าริมาก่อนเลยว่า ท่านจะให้จังหวัดชัยนาทไปขึ้นกับจังหวัดนครสวรรค์ เพราะฉะนั้นผมก็อยากรู้ครับว่า จริง ๆ แล้วพอตัดจังหวัดลพบุรีไปท่านก็เลยต้องไปหาจังหวัดใดสักจังหวัดหนึ่งมาใส่หรือเปล่า แล้วจังหวัดชัยนาทเองผมก็เห็นด้วย ที่จังหวัดชัยนาทจะต้องไปอยู่กับจังหวัดนครสวรรค์ เพราะมันใกล้ ท่านเลขาธิการพรรคของผมนี่ ท่านก็บอกผมว่าท่านรู้สึกดีใจมาก ที่พี่น้องประชาชนของจังหวัดชัยนาทจะได้ไปใช้บริการที่ศาลปกครองที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งใกล้นิดเดียว ไม่ต้องมาถึงถนนแจ้งวัฒนะซึ่งรถติดมากนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คง อยากจะถามนะครับ ว่าแท้จริงแล้วมีหลักคิดอย่างไร หรือเอาหลักกิโลเมตรมาคิด ก็อยากจะ ถามท่านเพียงเท่านี้นะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอ้านวย คลังผา

นายอ้านวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอ้านวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการที่ ท่านผู้ทรงเกียรติได้แสดงความคิดเห็นหลายสิ่งหลายอย่างในเรื่องของการจัดตั้งศาลปกครอง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งจะเห็นว่าอยากจะให้จังหวัดลพบุรีไปขึ้นกับจังหวัดนครสวรรค์ ผมในฐานะคนลพบุรี ก็อยากจะเห็นด้วยตามที่คณะกรรมาธิการเสนอไปแล้วนั้น คือจริง ๆ แล้ว ผมอยากจะให้อยู่ที่จังหวัดลพบุรี เพราะเนื่องจากจังหวัดลพบุรีก็เป็นจังหวัดใหญ่ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสถานที่ราชการอีกหลายแห่งที่ไม่ได้ใช้นี่ ผมคิดว่าไม่ต้องไปใช้เงิน ในส่วนราชการมาสร้างสถานที่ท้างานเลยครับ ศาลากลางหลังเก่าก็พอมี แล้วที่ว่าการอ้าเภอ หลังเก่าก็พอมี แล้วมีอีกหลายส่วนครับ หากประสานที่ผมนี่ ผมคิดว่าสถานที่ท้างาน ของศาลปกครองลพบุรีไม่ต้องใช้งบประมาณเลย เพียงแต่มีเจ้าหน้าที่ มีศาลปกครองไปอยู่ ได้เลยครับ นี่คือเหตุผล ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นว่าผมในฐานะเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีมีความเห็นอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในมาตรา ๔ กรรมาธิการแก้ไขในร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองนครสวรรค์ พ.ศ. .... ผมมีประเด็นเฉพาะการที่กรรมาธิการไปเอา จังหวัดลพบุรีออกจากเขตอ้านาจศาลปกครองนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพ ผมฟังจาก กรรมาธิการชี้แจง เหตุผลที่ส้าคัญที่ผมเห็นด้วยนะครับ เป็นเหตุผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ใช่เหตุผลปัจจุบัน ถ้าเอาระยะทาง เอาสภาพภูมิศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องก็อาจจะไม่ใช่เป็น เหตุผลนักนะครับ แต่เท่าที่ฟังตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง ทางศาลจะจัดตั้ง ศาลปกครองจังหวัดลพบุรีหรือศาลปกครองลพบุรีขึ้นในอนาคต ซึ่งผมเองไม่แน่ใจนะครับ ว่าจะเป็นอนาคตอันใกล้ หรืออันกลาง หรืออันไกล แต่เป้าหมายคือจัดตั้งแน่นอน ก็จะเป็นการก้าหนดเขตอ้านาจในจังหวัดใกล้เคียงเข้าไป การจัดตั้งต้องตราเป็นพระราชบัญญัติครับ ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติตามกฎหมายจัดตั้ง ศาลปกครอง ก็เหมือนกฎหมายฉบับนี้ ถ้าสมมุติว่าเราเอาจังหวัดลพบุรีมาใส่ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ การจัดตั้งศาลปกครองลพบุรีที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ ก็ต้องมาแก้ไขฉบับนี้อีก เป็นความยุ่งยากของสภาครับ

ประการที่ ๑ ผมเห็นด้วยในเรื่องนี้ เพื่อป้องกันความยุ่งยากของฝ่าย นิติบัญญัติที่จะต้องมาตรากฎหมาย แก้ไขแล้วก็จัดตั้งใหม่ อันนั้นผมเห็นด้วย

ประการที่ ๒ ที่ค่อนข้างเห็นด้วยเพราะท่านมีทางออก ท่านอ้างถึงบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๐๓ ของกฎหมายจัดตั้งศาลปกครองที่ให้อ้านาจศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้ก้าหนด เขตอ้านาจศาล กรณีที่อยู่ในเขตอ้านาจศาลปกครองกลางที่จะให้ศาลไปขึ้นกับศาลจังหวัดใดก็ได้ โดยการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตรงนี้จะเป็นทางออกครับ เป็นทางออก ศาลปกครองสูงสุดก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก้าหนดเขตพื้นที่ให้จังหวัดลพบุรีไปขึ้นกับ จังหวัดนครสวรรค์ ก็ได้ประโยชน์ทั้ง ๒ อย่าง ไม่ได้เสียหายเลย แม้ไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะกฎหมายฉบับนั้นก็คุ้มครอง ถ้าเราจะตรากฎหมายขึ้นมาใหม่รองรับศาลปกครอง ลพบุรี เราก็ไม่ต้องไปแก้กฎหมายนะครับ ตรงนั้นเป็นแค่การประกาศของศาลปกครอง ตามกฎหมายเดิมเท่านั้นเอง ผมเองก็เลยเห็นด้วยในประเด็นนี้ครับ เห็นชอบกับกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพนะครับ อยากจะให้ ท่านสมาชิกที่เคารพเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก พระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้ผ่าน ในวาระที่สองและวาระที่สามต่อไป กราบขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านปวีณ แซ่จึง

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองนครสวรรค์ พ.ศ. .... เราก้าลังพิจารณาในวาระที่สอง ขั้นแปรญัตติ ผมไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่เสนอแปรญัตติในเรื่องนี้ ผมเห็นด้วยในหลักการเดิม ก็คือร่างเดิม ไม่มีเหตุผลใดที่จะไปแก้ไขจังหวัดลพบุรีออกมา ท่านบอกว่าจังหวัดลพบุรี อยู่ในบทเฉพาะกาลที่จะต้องตั้งศาลปกครองทั้งหมด ๑๖ แห่งทั่วประเทศ เมื่อถึง ระยะเวลาพอสมควรท่านก็สามารถที่จะออกพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองลพบุรีได้ แต่อันนี้ไม่เป็นปัญหาให้อยู่ในร่างเดิม ประเด็นปัญหาจริง ๆ ของศาลปกครองตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ งบประมาณในการก่อสร้างที่ท้าการ ท่านมีปัญหาในเรื่องของบุคลากร ท่านทราบดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมว่าให้จังหวัดลพบุรีเขาอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ให้กลุ่มเหล่านี้เขาอยู่ที่ ภาคกลาง อย่าให้เข้ามากรุงเทพฯ เลย จะเป็นปัญหามากมาย การเดินทาง วัฒนธรรม ในการที่จะเดินทางเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็ดี ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นก็ดี ความสะดวกก็ดี ผมอยากให้ลพบุรีอยู่ที่เดิม ผมเสนอให้คงไว้ตามร่างเดิมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการตอบข้อซักถามของท่านศุภชัยกับท่านนิพนธ์ที่จะขอลพบุรีไว้ที่เดิม

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ผมเข้าใจว่าถ้าคณะกรรมาธิการฟังผม เมื่อครู่หารือกันแล้วก็คงจะสบายใจขึ้น คือ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง มาตรา ๙๔ ที่เป็นบทเฉพาะกาลได้ก้าหนดไว้แล้วว่า ให้มีจัดตั้งศาลปกครองในภูมิภาคดังต่อไปนี้ ล้าดับที่ ๑๑ ศาลปกครองลพบุรี มีอยู่แล้วครับ ถ้าจะตั้งศาลปกครองลพบุรี มีเงินพร้อม มีบุคลากรพร้อม ตั้งได้เลย ไม่ต้องเสนอ เป็นพระราชบัญญัติอีก แต่ว่าถ้าท่านสมาชิกบอกว่าเอาจังหวัดลพบุรีไว้อยู่จังหวัดนครสวรรค์ ใช่ไหมครับ ถ้าต่อไปจะต้องตั้งศาลลพบุรีก็ต้องมาแก้ออกเป็นพระราชบัญญัติช้าอีก นี่คือเหตุผลนะครับ เพราะฉะนั้นระหว่างนี้เมื่อตั้งศาลปกครองนครสวรรค์แล้ว ถ้าเห็นว่า เอาละพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีอยากจะไปขึ้นจังหวัดนครสวรรค์ก็ใช้อ้านาจตามมาตรา ๑๐๓ ให้ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองประกาศว่าคดีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดลพบุรีให้ไปขึ้นที่ จังหวัดนครสวรรค์ได้ จนกว่าจะมีการตั้งศาลลพบุรี มันก็แก้ปัญหาหมดครับ ผมคิดว่า ท้าอย่างนี้ดีแล้ว คณะกรรมาธิการก็พิจารณากันหลายหนแล้วว่า เอาละถ้าจะตั้งศาลปกครองลพบุรีนะ มีแล้ว แต่ถ้าท่านเอาลพบุรีออกจากมาตรา ๙๔ เดิม ถ้าจะตั้งใหม่ท่านก็ต้องมาเสนอ พ.ร.บ. อย่างนี้อีก ประเดี๋ยวก็อาจจะมีเรื่องอื่นอีกมันจะท้าให้ช้า แต่การท้าอย่างนี้ผมเข้าใจว่าท่านประธาน จะเข้าใจนะครับว่าเมื่อเอาลพบุรีอยู่ที่เดิม ถ้าตั้งศาลปกครองนครสวรรค์เสร็จ ท่านก็ใช้ อ้านาจตามมาตรา ๑๐๓ ของที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดประกาศให้คดีที่อยู่ ลพบุรีไปขึ้นนครสวรรค์ และเมื่อลพบุรีพร้อมจะเป็นศาลแล้ว ก็ด้าเนินการตั้งได้เลยเพราะอยู่ ในกฎหมายเดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องมาเสนอเป็นพระราชบัญญัติอีกครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฟังค้าชี้แจงแล้วไม่ติดใจนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่ติดใจ ผมผ่านนะครับในมาตรา ๔ ท่านเลขาธิการเชิญมาตรา ๕

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ท่านใดแก้ไขถ้อยค้านะครับ ผมถือว่าวาระที่สองนี้จบการพิจารณานะครับ ต่อไปจะขอมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติในวาระที่สามหรือไม่นะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบเพื่อท้าการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ก่อนจะลงมตินะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกทั้งหลายได้กดปุ่ม แสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติในวาระที่สามนะครับ เชิญแสดงตนครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ เมื่อเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ส่งผล ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๗ ท่านนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับว่าท่านใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ในวาระที่สามนี้ให้กดปุ่ม เห็นด้วย นะครับ ท่านใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใด งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ขอปิดการลงคะแนน เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลนะครับ เห็นด้วย ๓๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ ท่านใดเห็นชอบหรือเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงได้ครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๓๔๘ ท่านนะครับ ไม่เห็นด้วย ไม่มี นะครับ งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าจบการพิจารณาในเรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ๓ เรื่อง ขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ

ต่อไปจะเป็นเรื่องซึ่งเรายังค้างพิจารณาอยู่ เป็นเรื่องร่างพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) นะครับ

รัฐบาลพร้อมนะครับ เชิญรัฐบาลแถลงหลักการและเหตุผลครับ

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้เสนอร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ดังต่อไปนี้

(๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามค้าว่า “เครื่องหมาย” เพื่อก้าหนดให้หมายความถึง กลิ่นและเสียงด้วย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)

(๒) แก้ไขเพิ่มเติมอ้านาจรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงเพื่อลดหรือยกเว้น ค่าธรรมเนียม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง)

(๓) ก้าหนดลักษณะบ่งเฉพาะของภาพ รูปร่าง หรือรูปทรง กลิ่น และเสียง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ วรรคสอง)

(๔) แก้ไขเพิ่มเติมให้เครื่องหมายการค้าทุกประเภทสามารถได้มาซึ่งลักษณะ บ่งเฉพาะโดยการจ้าหน่าย เผยแพร่ หรือโฆษณาสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้น จนแพร่หลาย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ วรรคสาม)

(๕) ยกเลิกบทบัญญัติที่ห้ามขอจดทะเบียนส้าหรับสินค้าต่างจ้าพวกกัน ในค้าขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ๑ ฉบับ (ยกเลิกมาตรา ๙ วรรคสอง)

(๖) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การพิจารณารับการจดทะเบียน และเพิกถอน การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ได้รับ การจดทะเบียนไว้แล้ว และการพิจารณารับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่มีผู้ขอ จดทะเบียนหลายรายต่างยื่นค้าขอจดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มี ความเหมือนหรือคล้ายกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการพิจารณาจ้าพวกของสินค้า และลักษณะอย่างเดียวกันของสินค้า (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๑ (๓) และ (๔))

(๗) ลดระยะเวลาการปฏิบัติตามค้าสั่งของนายทะเบียน การอุทธรณ์ค้าสั่ง ของนายทะเบียน การปฏิบัติตามค้าวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการ การยื่นค้าคัดค้าน การจดทะเบียน และการยื่นค้าโต้แย้งค้าคัดค้านการจดทะเบียน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕ วรรคสอง มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาตรา ๒๗ วรรคสอง มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๖ วรรคสอง และวรรคสี่ มาตรา ๓๗ วรรคสอง มาตรา ๖๐ วรรคสอง มาตรา ๖๙ วรรคสาม มาตรา ๗๔ วรรคสอง และมาตรา ๘๙ วรรคหนึ่ง)

(๘) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และขั้นตอนกรณีของผู้จดทะเบียนหลายราย ยื่นค้าขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกัน โดยยกเลิกขั้นตอนกรณี ที่ก้าหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนหลายรายนั้นต้องตกลงกัน และก้าหนดให้ผู้ที่ยื่นค้าขอไว้ เป็นรายแรกเป็นผู้มีสิทธิได้รับการจดทะเบียนก่อน

(๙) ขยายระยะเวลาการช้าระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๐ วรรคสอง)

(๑๐) ก้าหนดขั้นตอนการด้าเนินการของนายทะเบียน ในกรณีที่การขอ การจดทะเบียน การโอน หรือการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้า หรือการขอแก้ไข เปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนด ในกฎกระทรวง (เพิ่มมาตรา ๕๒/๑)

(๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถขอผ่อนผันการช้าระค่าธรรมเนียมการต่ออายุ การจดทะเบียนได้ โดยต้องช้าระค่าธรรมเนียมเพิ่ม และขยายระยะเวลาการด้าเนินการแก้ไข เกี่ยวกับการขอต่ออายุตามค้าสั่งของนายทะเบียน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๖)

(๑๒) ก้าหนดผลทางกฎหมายในกรณีการโอนหรือการรับมรดกสิทธิ ในเครื่องหมายการค้าที่มีการท้าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (เพิ่มมาตรา ๗๙/๑)

(๑๓) แก้ไขเพิ่มเติมอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ

เหตุผล โดยที่ปัจจุบันเครื่องหมายการค้าในระดับสากลนั้นได้มีการขยาย ขอบเขตให้มีความคุ้มครองไปยังเครื่องหมายในประเภทใหม่ ๆ ซึ่งบทบัญญัติ ของพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ยังครอบคลุมไม่ถึง จึงสมควรขยาย ขอบเขตการให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า และปรับปรุงขั้นตอนตลอดจนระยะเวลา ในการด้าเนินการจดทะเบียนให้เกิดความชัดเจนและรวดเร็ว รวมทั้งปรับปรุง อัตราค่าธรรมเนียมให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ดังนั้น ผมจึงใคร่ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อท่านสมาชิกได้โปรด พิจารณาให้ความเห็นชอบ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะล้าดับอย่างนี้นะครับ ๕ ท่านแรกจะได้เตรียมตัวได้ถูก ท่านแรก ท่านขัตติยา สวัสดิผล ท่านที่ ๒ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านที่ ๓ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ท่านที่ ๔ ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ท่านที่ ๕ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๕ ท่านก่อนนะครับ เชิญท่านขัตติยา

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น ดิฉัน เห็นด้วยทั้งในหลักการและเหตุผลที่จะมีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้เป็นไป ตามกฎหมายสากลหรือมาตรฐานสากลนั่นเอง แต่ดิฉันก็ยังอยากจะฝากข้อเสนอแนะไว้ให้กับ กรรมาธิการที่จะได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ เพื่อให้ การบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นไปโดยสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ และเป็น ประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทยทุกคน โดยในส่วนของมาตรา ๔ ที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข โดยจะเพิ่มค้านิยามของค้าว่า เครื่องหมาย ให้รวมถึงค้าว่า กลิ่นและเสียง เข้าไปด้วย เพื่อที่ ต้องการให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับสากล ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าข้าราชการไทย ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะได้ไปดูงานจากต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา เราก็เห็นว่าทางกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาได้รวมเอา ส่วนที่เป็นกลิ่นและเสียงให้สามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าด้วย แต่ท่านประธานคะ ดิฉันอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฉบับนี้ตระหนักด้วยว่าทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งนายทะเบียนที่จะรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีความพร้อมหรือไม่ ที่จะมี การพิจารณาหลักเกณฑ์ว่าเสียงและกลิ่นนั้นมีลักษณะบ่งเฉพาะที่จะสามารถจดทะเบียน เป็นเครื่องหมายการค้าได้หรือเปล่า อย่าเพียงแต่ว่าจะท้าให้กฎหมายเครื่องหมายการค้า เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายสากลเท่านั้น เมื่อเวลาน้ามาใช้บังคับได้จริงมันอาจจะไม่มี ประสิทธิภาพก็ได้นะคะ โดยการออกกฎหมายให้คนน้ากลิ่นและเสียงมาจดทะเบียน เป็นเครื่องหมายการค้าได้ แต่พอเวลามาจดทะเบียนจริง ๆ แต่ไม่มีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม และสุดท้ายก็กลายเป็นว่านายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ ท้าให้ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องไปยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการส่วนใหญ่ ในทางปฏิบัติแล้วจะเห็นด้วยกับนายทะเบียนคือยกค้าร้องไป ท้าให้ผู้ร้องขอจดทะเบียน จะต้องไปอุทธรณ์ต่อศาลอีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายแล้วศาลนี่ละค่ะที่จะต้องเป็นคนชี้แนะว่า เครื่องหมายการค้า อย่างเช่น กลิ่นและเสียงดังกล่าวจะสามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า ได้หรือไม่ ดิฉันยกตัวอย่างนะคะ จากการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ มีการเพิ่มรูปร่างและรูปทรงของวัตถุเข้าไปอยู่ในค้าว่า เครื่องหมาย ด้วย ท่านประธานเชื่อไหมคะว่าทุกวันนี้ยังเป็นปัญหาในทางปฏิบัติกันอยู่เลยค่ะว่ารูปร่าง หรือรูปทรงของวัตถุแบบไหนที่จะมีลักษณะที่บ่งเฉพาะและสามารถที่จะจดทะเบียน เป็นเครื่องหมายการค้าได้ และสุดท้ายอย่างที่ดิฉันเรียนท่านประธานไปผู้ขอจดทะเบียน ยื่นค้าขอจดทะเบียนรูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ ดิฉันยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่นรูปทรง ของขวดน้าอัดลม อย่างเช่น ขวดโค้ก (Coke) เมื่อมีผู้ขอไปจดทะเบียนรูปทรงของขวดโค้ก นายทะเบียนตอนแรกก็ปฏิเสธว่าไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะที่จะสามารถจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าได้ ท้าให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องไปยื่นอุทธรณ์ต่อกรรมการ และเมื่อคณะกรรมการยืนตามค้าปฏิเสธของนายทะเบียนก็จะต้องไปยื่นต่อศาลอีก เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งที่มีการแก้ไขเมื่อปี ๒๕๔๓ ยังเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ แล้วการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เพิ่มกลิ่นและเสียงเข้าไปนี่ล่ะคะ จะต้องมีปัญหาอีกสักเท่าไร เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้เตรียมหลักเกณฑ์เพื่อให้นายทะเบียนสามารถบังคับใช้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อทุกคนและเพื่อให้ ผู้ที่จะน้าขอจดทะเบียนมั่นใจได้ว่าเครื่องหมายของเขาจะได้รับการจดทะเบียน เป็นเครื่องหมายการค้าได้จริง ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติเชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออภิปรายในประเด็น ของพระราชบัญญัติเครื่องหมายทางการค้าในส่วนของร่างแก้ไข ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึง เหตุผลของการแก้ไข ๑๓ ประเด็น แต่จริง ๆ แล้วประเด็นส้าคัญจริง ๆ มี ๓ เรื่อง

เรื่องแรกมีการเพิ่มเติมเรื่องกลิ่นและเสียงเข้าไป

ประเด็นที่ ๒ ก็คือมีการปรับปรุงขั้นตอนในการด้าเนินการให้เร็วขึ้น

ประการที่ ๓ ก็มีการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมและวิธีการ

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ ผมไม่ค่อยติดใจ การท้าให้ดีขึ้นสนับสนุนเต็มที่ครับ เรื่องที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือเรื่องการเพิ่มเติมกลิ่นและเสียงเข้าไปนะครับ เรื่องนี้ดูเผิน ๆ เหมือนอาจจะมองได้ว่าเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ถ้าวิเคราะห์ ลึก ๆ แล้วก็มีความเสี่ยงจากผลกระทบในการที่ประเทศไทยยอมรับในเรื่องการจดทะเบียน เครื่องหมายทางการค้าในส่วนของกลิ่นและเสียง ปัญหาเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ การขึ้นทะเบียนในเรื่องกลิ่นและเสียงก็ต้องถามว่าเราใช้กระบวนการในการขึ้นทะเบียน อย่างไร มีวิธีการ หลักเกณฑ์ กระบวนการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หรือไม่ เพราะถ้าไม่มี การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วในที่สุดถ้ามีความคล้ายคลึง มีความใกล้เคียง ก็ไม่ทราบว่า ในที่สุดกรรมการจะใช้อะไรเป็นบรรทัดฐานในการขึ้นทะเบียนหรือปฏิเสธการขึ้นทะเบียน ของผู้อื่น เรื่องนี้จริง ๆ เจ้าหน้าที่ทางกระทรวงเคยมาอธิบายให้ทางวิปทราบนะครับ ก็มีการยกตัวอย่างเรื่องสิงโตค้ารามของวอร์เนอร์บราเธอร์สในสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่าง ผมตั้งค้าถามง่าย ๆ เลยครับ สิงโตตัวเดียวกันไปค้ารามให้กับเครื่องหมายการค้าอื่นจดไม่ได้ หรือครับ หรือสิงโตพันธุ์เดียวกันนี่ละครับไปค้ารามในรายการอื่น เสียงเหมือนกันเป๊ะเลย ถูกปฏิเสธ ท่านมีความมั่นใจแล้วหรือยังว่าในกระบวนการในการที่จะให้มีการจดทะเบียน ทั้งกลิ่นและเสียงเป็นอย่างไร เรื่องกลิ่นก็มีปัญหาเหมือนกันครับท่านประธาน เรื่องกลิ่น ในวันที่มาจดทะเบียน เช่นผมจดทะเบียนกลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender) กลิ่นลาเวนเดอร์ ความเข้มข้นของกลิ่นก็แตกต่างกันออกไปของแต่ละยี่ห้อ ท่านไปจดทะเบียน พอกลิ่น มันคล้ายกันหรือความเข้มข้นแตกต่างกันออกไป กรรมการใช้ดุลยพินิจอย่างไรครับ เป็นปัญหานะครับ อันนี้จริง ๆ แล้วก็มีความเป็นห่วงว่าได้มีการศึกษาถี่ถ้วนมากน้อยแค่ไหน ถ้าในอดีต ศึกษายังไม่ดี ศึกษาใหม่ได้ยังทันครับ จริง ๆ แล้วถามว่ามีโอกาสที่จะท้าให้ประเทศไทย เสียเปรียบหรือไม่ ถ้าประเทศไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่ยอมรับการขึ้นทะเบียนกลิ่นและเสียง ตอนนี้เท่าที่ผมทราบประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเดียวที่ยอมรับการขึ้นทะเบียน กลิ่นและเสียง ประเทศอื่นมีใครบ้างครับ ถามว่าท้าไมจะต้องท้าเรื่องนี้เร่งด่วน ในการแก้กฎหมายครั้งนี้ ในขณะที่นานาประเทศที่เป็นสมาชิกของในเรื่องพิธีสารมาดริด (Madrid) ผมคิดว่ารัฐมนตรีคงคุ้นเคยนะครับ พิธีสารมาดริด ไม่ได้มีการบังคับครับ ข้อตกลง ระหว่างประเทศเรื่องทริปส์ (TRIPs) คือการค้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา ไม่บังคับเหมือนกัน พอเราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีการบังคับ ไม่ว่าองค์กรนานาชาติ องค์กรไหนก็แล้วแต่ เราพยายามอย่างที่ผมเรียนนะครับ พูดผิวเผินก็คือ ถ้ามองเผิน ๆ ก็คือ เหมือนเราก้าวหน้า แต่การก้าวหน้านี้ท้าให้เราเสียประโยชน์หรือไม่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาครับ ท่านประธาน คนที่รู้เกม คนที่ถนัดในเรื่องการจดทะเบียนทั้งกลิ่น ทั้งเสียง วิธีท้ามาหากิน อย่างหนึ่งก็คือบินมาประเทศไทย ขึ้นทะเบียน จดทะเบียนไว้ก่อนครับ แล้วใครก็แล้วแต่ ที่ต้องการมาใช้ มาขึ้นทะเบียนทีหลังถูกปฏิเสธต้องไปเสียค่าลิขสิทธิ์หรือค่าการใช้ เครื่องหมายทางการค้า อย่างนี้ถือว่าเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ ใครก็แล้วแต่เดินทางเข้ามา ในประเทศไทยหลงรักสมุนไพรไทย ธุรกิจสปา (Spa) ของเรานี่ละครับ ไปขึ้นทะเบียนกลิ่นไว้เลย แล้วโดยความที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ทราบครับ ไม่รู้ ไม่ตระหนักถึงกฎหมายฉบับนี้ เสียเปรียบไหมครับ ในที่สุดต้องเสียค่าต๋งนะครับ ในยุคต้น ๆ ถ้าท่านประธานจ้าได้ ตราสินค้าที่เป็นตราปกติครับ ไม่ว่าจะเป็นโคคา-โคล่า (Coca-Cola) เป๊ปซี่ โคล่า (PEPSI Cola) ทราบไหมครับท่านประธานมีบริษัทจากหลายประเทศนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ ประเทศสหรัฐอเมริกา วิ่งเข้าไปจดทะเบียนตราสินค้าก่อนบริษัทอีก แล้วสร้างปัญหาอย่างไรครับ บริษัทที่เป็นเจ้าของตราสินค้านั้น ๆ นะครับ ต้องมีคดีความกับบริษัทเหล่านี้ แล้วในที่สุด ไปออมชอมกันด้วยการจ่ายเงิน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมากนะครับ ถ้าเจ้าหน้าที่ของเราเองไม่มีความชัดเจน ไม่มีขีดความสามารถส้าคัญในการที่จะพิจารณา ขึ้นทะเบียนหรือมีหลักทางวิทยาศาสตร์ที่จะจดทะเบียนต่าง ๆ ในส่วนของกลิ่นและเสียง เป็นอันตรายอย่างยิ่งเลยครับ เป็นช่องทางท้ามาหากินของคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของตราสินค้าจริง ๆ หรือเครื่องหมายทางการค้าจริง ๆ ก็ย่อมเกิดโทษกับจริง ๆ แล้วผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ ที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อมได้อย่างมากทีเดียว ก็ต้องถามว่าเราพร้อมแล้ว หรือครับ ก่อนที่จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านรัฐมนตรีฝากผ่านท่านประธานครับ เคยถามทางกระทรวงไหมครับ ศึกษาผลกระทบไหมครับ ผมว่าจริง ๆ แล้วถ้าคนที่มีความรู้ ในเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน บอกได้เลยครับมีผลกระทบ และเป็นลบมากกว่าเป็นบวก ส้าหรับประเทศไทยในขณะนี้ เรื่องนี้ผมคิดว่าในเมื่อท่านเสนอร่างเข้ามาแล้วขอให้ไปทบทวน ในชั้นกรรมาธิการครับ เป็นเรื่องใหญ่ครับ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องที่มีความส้าคัญอย่างยิ่ง จริง ๆ แล้วมันก็มีอีกประเด็นหนึ่งว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการเสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ประเทศไทยเองก็เป็นสมาชิกของพิธีสารมาดริด หรือภาษาอังกฤษเขาเรียกมาดริด โปรโตคอล (Madrid Protocol) ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่า ท้าไมในการเสนอร่างแก้ไขฉบับนี้ไม่รวมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพิธีสารมาดริดเข้ามาด้วย อันนั้นเป็นประโยชน์ เป็นประโยชน์อย่างไรครับ ความจริงพิธีสารมาดริดมันมีเนื้อหา รายละเอียดค่อนข้างมากนะครับ แต่ผมหยิบยกเพียงบางประเด็นที่ประเทศไทย จะได้ประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายไปด้วย ประเด็นที่ส้าคัญคือการขึ้นทะเบียน ประเทศที่เป็นสมาชิกของพิธีสารมาดริด ถ้าเมื่อไรก็แล้วแต่เราแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ให้ครอบคลุมสิ่งที่จะเป็นประโยชน์มี ๒ ประเด็นหลักนะครับ

ประเด็นแรก ก็คือว่าในพิธีสารมาดริด ถ้าตราสินค้าของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง มีการน้าไปใช้ส้าหรับผลิตภัณฑ์หลาย ๆ ตัว ในบริษัทลูกหลาย ๆ บริษัท ในการโอนย้าย ซื้อขายธุรกิจสามารถโอนย้ายตราสินค้าแยกส่วนได้ เป็นประโยชน์ครับ เพราะสมัยนี้การท้า ธุรกิจเรามักจะใช้ตราสินค้าเดียว อาจจะมีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยนะครับ เพื่อไปใช้ ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กันของบริษัทบริษัทนั้น แต่ในเรื่องความคล่องตัวทางธุรกิจก็อาจจะมี การเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น มีการซื้อขายผลิตภัณฑ์ ซื้อขายบริษัทเกิดขึ้นได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น การให้สามารถโอนย้ายสิทธิในเครื่องหมายทางการค้าในกรอบกติกาของพิธีสารมาดริดนั้น เป็นประโยชน์ แต่ท่านไม่ได้เขียนแก้เข้ามาครับ ผมก็สงสัยว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นสมาชิก ของพิธีสารมาดริด เราเป็นภาคีตั้งแต่วันที่ ๒๗ มิถุนายน ปี ๒๕๓๒ ครับ ก็นานมาแล้วนะครับ แต่ในส่วนเนื้อหาสาระส้าคัญในประเด็นนี้ยังไม่ได้มีการหยิบยกมาปรับปรุงในกฎหมาย ที่ได้มีการยื่นเข้ามาสู่การพิจารณาของสภานะครับ

ในขณะเดียวกันก็มีประโยชน์อีกประเด็นหนึ่ง ข้อที่ ๒ ก็คือว่าการอ้านวย ความสะดวกในการจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้า ส้าหรับผู้ประกอบการไทยเอง ในประเทศที่เป็นภาคีสามารถท้าได้โดยการยื่นในประเทศไทย ไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไป ไปจ้างผู้เชี่ยวชาญ ไปจ้างนักกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ในการที่จะไปยื่นจดทะเบียน ในประเทศที่เราต้องการ อันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยครับ ท้าไมเรื่องนี้ไม่ได้มีปรากฏ อยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ แล้วไหน ๆ จะแก้แล้วนี่ผมก็คิดว่าน่าจะแก้ในทุกประเด็นที่เรา เป็นภาคีอยู่แล้วแต่ยังไม่มีการปรับปรุงกฎหมายให้มันสอดคล้องกับข้อตกลงดังกล่าว

อีกประการหนึ่งที่ผมคิดว่ามีความส้าคัญในทางปฏิบัติของการบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมานะครับ คือประเด็นของการพิจารณาของกรรมการ ในความคล้าย ความเหมือน ความใกล้เคียงของเครื่องหมายทางการค้า กรรมการนี่ ด้วยความไม่แน่ใจ หรืออาจจะมีประสบการณ์ทางด้านธุรกิจไม่มากนัก มักจะใช้วิธีการปฏิเสธ เสียก่อน ผมเคยเจอกรณีร้องเรียนเข้ามา เช่น ท่านประธานคงทราบนะครับ มีหลายบริษัท ใช้ตรามงกุฎ จะเป็นมงกุฎลักษณะไหนก็แล้วแต่ ยื่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมาย ทางการค้า ปรากฏว่าในการขึ้นทะเบียนแต่ละครั้ง ถ้ามันเป็นมงกุฎแต่มงกุฎมันต่างกันมาก กรรมการก็มักจะไม่อนุญาต แล้วขั้นตอนคืออะไรครับ ไปอุทธรณ์ แต่การอุทธรณ์ปกติแล้ว ถ้าเป็นเรื่องลักษณะเช่นนี้ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ของกรรมการเอง ก็ต้องยอมรับครับว่ามีข้อจ้ากัด พอมีข้อจ้ากัดปั๊บสิ่งที่ท้าก็คือปฏิเสธไว้ก่อนดีกว่า ท้าให้ การจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้าของเราใช้เวลานานมากครับ กระบวนการอุทธรณ์ ก็นานมากครับ แล้วในที่สุดต้องไปจบในชั้นศาล กรรมการเองก็ไม่กล้า พอไม่กล้าอนุมัติ ส่งศาลดีกว่า ผู้ที่เขาต้องการขึ้นทะเบียนก็ใช้วิธีการไปสู่กระบวนการศาล ท่านก็คงทราบนะครับ จินตนาการได้เลยครับกว่าจะจดทะเบียนในประเทศไทยได้เรื่องใหญ่มาก ในขณะเดียวกัน ทีมงานในกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ต้องถามท่านมีความพร้อมจริงหรือเปล่า ผมทราบมาว่า มีไม่ถึง ๑๐ คน แค่งานปกติในกรอบเดิมที่มีอยู่ก็รับไม่ไหวแล้วครับ แล้วผมก็ดูในส่วนของ งบประมาณที่ยื่นเข้ามาในปีนี้ ก็ไม่มีประเด็นไหนที่ท่านจะเพิ่มเครื่องไม้เครื่องมือ ที่จะไป รองรับประเด็นของกลิ่นและเสียงในการด้าเนินการของกรม เรื่องนี้ผมคิดว่ามันจะมีปัญหา อย่างมากจริง ๆ ครับ ผมก็อยากถือโอกาสนี้ให้มีการทบทวนประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ขอความกรุณาในประเด็นเรื่อง กลิ่นและเสียง ผมเป็นห่วงจริง ๆ ครับ เป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากและจะกระทบผลประโยชน์ ของผู้ประกอบการไทยอย่างยิ่ง ความช้านาญไม่มี เครื่องมือไม่มี คนไม่มี กฎหมาย ในประเทศอื่น ๆ ไม่ทราบ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมอยากให้มีการศึกษาโดยละเอียดก่อนในเรื่อง กลิ่นและเสียง เรื่องอื่น ๆ ท้าไปเลย แต่ในขณะเดียวกันที่จะท้าในเรื่องนี้ก็ไปปรับปรุงในส่วน ของพิธีสารมาดริดเข้าไปด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้เราจะได้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ที่สมบูรณ์และเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ และเป็นประโยชน์กับทางกระทรวงเอง ในการก้ากับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปครับ

ในขั้นนี้ผมขอเรียนตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีเท่านี้ครับ แล้วก็ขอฟังค้าตอบนิดหนึ่งผมสงสัยมากเลยครับ ว่าโผล่เข้ามาเอาบรรทัดฐานอะไร กลิ่นและเสียง ขอค้าตอบจริง ๆ ครับ ในโลกนี้มันมีเพียงประเทศเดียว เท่าที่ผมทราบมันมี ประเทศเดียว ถ้าเป็นอย่างนั้นเหตุผลอะไรครับ ถ้าเหตุผลของค้าว่า ทันสมัย เดี๋ยวเรา จะโดนตีกลับว่ามันกลายเป็นการกระท้าที่เข้าข่ายไร้เดียงสาหรือเปล่า เพราะว่าเราอาจจะ เสียประโยชน์อย่างยิ่งในการด้าเนินการตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลืออีกสัก ๔ ท่าน เดี๋ยวท่านตอบนะครับ เชิญท่านอรรถกร

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้อยากจะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณ คณะรัฐมนตรี แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา เพราะว่าส้าหรับผมนั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร่าง พ.ร.บ. ที่มีความเหมาะสมกับการท้าการค้า การท้าธุรกิจในประเทศไทย ในยุคโลกาภิวัตน์นี้ครับ และร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะถือว่าเป็นประโยชน์ แล้วก็จะคอยดูแล ในเรื่องของความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และที่ส้าคัญที่สุดร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของการท้าการค้า การท้าธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศครับ ถึงอย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าผมนั้นต้องการสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ก็ยังมีข้อสังเกตที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าทุกวันนี้โลกของเรานั้นหมุนเร็วมากขึ้น อาจจะด้วยปัจจัยต่าง ๆ หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในเรื่องของระบบโทรคมนาคมที่มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่กระทั่งระบบการส่งผ่านข้อมูลที่สามารถท้าได้แม่นย้ามากขึ้น และเร็วมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในโลกของการค้าก็เปลี่ยนแปลงอาจจะเรียกว่าเร็วกว่าโลกปกติด้วยซ้าครับ อาจจะ เปลี่ยนแปลงเป็นวินาทีเลยก็ว่าได้ ดังนั้นผู้ประกอบการนอกจากที่จะต้องต่อสู้กับ ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ แล้วยังจะต้องต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วย จากการต่อสู้ ที่เข้มข้นผมเชื่อเหลือเกินว่าในอดีตที่ผ่านมาอาจจะมีบางกรณีหรือในอนาคตอาจจะมีกรณี ที่เกิดขึ้นที่ผู้ประกอบการนั้นได้ใช้ช่องว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางกฎหมายในการช่วงชิง ผลประโยชน์จากผู้ประกอบการรายอื่น ๆ หรือพยายามกีดกันไม่ให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ นั้น สามารถเข้ามาในตลาดที่มีอยู่ได้ครับ ดังนั้นส้าหรับกระผม กระผมคิดว่าการแก้ไขเพิ่มเติม ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในเรื่องของสิทธิ และผลประโยชน์ที่พึงจะได้รับจากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครับ นอกจากนี้กระผม ยังเชื่อว่าระบบการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทยนั้น หลังจากกฎหมายฉบับนี้ ออกมาใช้ก็จะสามารถท้าให้การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นก้าวไปข้างหน้า แล้วก็มี มาตรฐานทัดเทียมกับกฎหมายเครื่องหมายการค้าสากลครับ ที่ส้าคัญที่สุดเลยที่จะไม่พูด ก็ไม่ได้ครับ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่เอื้ออ้านวยให้ผู้ประกอบการในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะความสะดวกสบายในเวลาที่จะขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครับ ดังนั้น ก็เลยอยากจะฝากแล้วก็สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ นอกจากนี้ถ้าท่านลองพิจารณา ลองศึกษาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ดี ๆ ค่อนข้างชัดเจนครับว่าเนื้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น จะเน้นเกี่ยวกับการดูแลผลประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ แต่ถ้าเรามองลึก ๆ เรามองอีกด้านหนึ่ง ผลพวงของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็จะส่งผลดีไปยังผู้บริโภคเช่นกันครับ เนื่องจากการจดทะเบียน ใช้เครื่องหมายการค้ามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ดังนั้น โอกาสที่ผู้บริโภคนั้นจะได้รับความคุ้มครองไม่ให้ถูกหลอกในการซื้อสินค้าก็จะมีมากขึ้น เป็นเงาตามตัวเช่นกันครับ ท่านประธานครับ นอกจากนี้จากที่เราทราบ ๆ กัน หลาย ๆ กฎหมายในประเทศไทยพวกเราก็จะใช้กฎหมายอิงกับกฎหมายสากล ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เช่นกันได้ใช้อิงกับกฎหมายของเครื่องหมายการค้าสากล แต่ก่อนผู้ประกอบการ ที่จะต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่มีความคล้ายคลึงกัน สมมุติว่ามีผู้ประกอบการ ๒ ราย ที่ต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่มีความใกล้เคียงกันก็จะต้องตกลงกันนอกรอบ ซึ่งกระผมเกรงว่าระบบการตัดสินแบบนี้อาจจะท้าให้เกิดการใช้ก้าลัง ใช้อิทธิพลมืด หรือใช้การล็อบบี้ (Lobby) ท้าให้การแข่งขันในโลกแห่งการค้าเสรีนั้นไม่เป็นธรรมสักเท่าไร แต่จากผลพวงของร่าง พ.ร.บ. นี้จะเปลี่ยนระบบครับ ก็เป็นว่าผู้ประกอบการรายใด ต้องการที่จะยื่นขอจดทะเบียนก่อนนั้นก็จะได้รับสิทธินั้นก่อนครับ

แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ผมยังเป็นห่วงครับ ก็คืออย่างที่ผมได้กราบเรียนตอนต้นครับ ผมเชื่อว่ามีการใช้ช่องว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางกฎหมายในการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ดังนั้น เรื่องที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าคงจะมีผู้ประกอบการบางรายที่พยายามที่จะจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าหลาย ๆ ตัว แต่ตรงนี้เราต้องดูจุดประสงค์ครับท่านประธาน อาจจะ มีจุดประสงค์โดยการที่พยายามจะกีดกันไม่ให้ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ สามารถ จดเครื่องหมายการค้าที่มีรูปแบบใกล้เคียงกันและเข้ามาท้าการแข่งขันกันได้ครับ ซึ่งตรงนี้ ส้าหรับผมบอกได้เลยครับผมคิดว่ามันผิดต่อหลักการค้าเสรีครับ ดังนั้นผมอยากจะเสนอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีให้ลองคิดถึงบทลงโทษออกมาให้เป็นรูปธรรมบ ส้าหรับผู้ที่ ต้องการจะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหลาย ๆ ตัว อย่างไรก็ดีครับส้าหรับผู้ประกอบการ ที่อยากจะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหลาย ๆ ตัว เนื่องจากมีสินค้ามากมายโดยไม่ได้มี เจตนารมณ์ที่จะกีดกันผู้อื่น พ.ร.บ. ฉบับนี้จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการการค้าสามารถ จดทะเบียนการค้าได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเช่นกันครับ ดังนั้นผู้ประกอบการที่ไม่ได้มี ความตั้งใจที่จะกีดกันคนอื่น ไม่ต้องเป็นห่วงครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่กระผมให้ความเป็นห่วงก็คือเรื่องของเกี่ยวกับนายทะเบียน ที่ท้าหน้าที่ในการรับเรื่องนี้ละครับ ถ้าสังเกตดี ๆ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะมีหลายมาตรา ที่กล่าวอ้างถึงกระบวนการที่จะต้องอ้างอิง กระบวนการที่จะต้องผ่านนายทะเบียนเหล่านี้ครับ กระผมจึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้ท้าการคัดสรร นายทะเบียนที่มีความรู้ความสามารถและสามารถท้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ที่ส้าคัญจะต้องสามารถพิจารณาค้าร้องต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าผู้ประกอบการ ที่มายื่นขอทะเบียนการค้า ไม่ว่าจะเป็นรายใด รายเล็ก รายใหญ่ หรือว่าจะมาจาก กรุงเทพมหานคร มาจากภาคเหนือ จากอีสาน มาจากภาคตะวันออก มาจากภาคใต้ ทุกคน จะต้องได้รับมาตรฐานการพิจารณาที่เท่าเทียมกัน แล้วก็การบริการที่เท่าเทียมกันด้วยครับ

แต่สิ่งที่ผมกังวลที่สุด ก็คือนายทะเบียนเหล่านี้จะต้องมีจิตใจที่มีความยึดมั่น ในหลักแห่งความยุติธรรมครับ เพราะเนื่องจากส้าหรับผมนั้นเรื่องของเครื่องหมายการค้า ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ผู้ประกอบการบางคนสามารถพลิกแพลงได้เยอะครับ ดังนั้น เครื่องหมายการค้าจะต้องพิจารณาอย่างเป็นธรรมจริง ๆ ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องมองถึง เจตนารมณ์ในการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือไม่ก็การขอเพิกถอน เครื่องหมายการค้าไปด้วยซ้า เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบในทางการค้า เกิดขึ้นครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ผมจะค่อนข้างจะเป็นกังวล ซึ่งก็คือเรื่องของระยะเวลาในการเพิกถอนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยครับ จากความรู้สึกของกระผมเอง กระผมรู้สึกว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้เครื่องหมายการค้าของเรา ในทุกวันนี้มันยังไม่ค่อยครอบคลุมสักเท่าไรนัก มันยังไม่เจาะจงไม่ชัดเจนเท่าไรครับ ตรงนี้ การเพิกถอนนั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการแน่นอนครับ เท่าที่ทราบมา กระผมคิดว่าเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยที่ไม่ได้ใช้ในระยะเวลา ๓ ปี ถ้าไม่ได้ใช้ ติดต่อกันเลยจะถูกเพิกถอนโดยอัตโนมัติ แต่ว่าตรงนี้อย่างประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ หรือว่าประเทศฝรั่งเศส เขาให้เวลา ๕ ปีครับ ถ้าสมมุติว่าไม่ได้ใช้เครื่องหมายการค้านี้เป็นเวลา ๕ ปี ก็จะท้าการเพิกถอนโดยอัตโนมัติครับ สิ่งที่ผมกังวล ผมไม่แน่ใจก็คือช่วงระยะเวลาที่ไม่เท่ากันนี่ละครับว่ามันจะส่งผลดี หรือผลเสีย ให้กับผู้ประกอบการของไทยเราหรือเปล่า ยิ่งกรณีที่เกิดข้อพิพาท หรือเกิดปัญหาระหว่าง ผู้ประกอบการของไทยเรานั้น เราจะเสียเปรียบต่างชาติเขาหรือเปล่า

ส่วนเรื่องอื่น ๆ อย่างเช่น เรื่องกลิ่น เรื่องเสียง ก็เห็นว่ามีท่านอื่น ๆ ได้อภิปรายไปหมดแล้ว จริง ๆ ก็อยากจะขอฝากข้อสังเกตต่าง ๆ ไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมด้าเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิรักษ์ครับ

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ฉบับปรับปรุงแก้ไข ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้กรุณากล่าวในประเด็นหลักการที่จะมีการแก้ไข ทั้งหมด ๑๓ ข้อ ด้วยเหตุผลเพื่อที่จะคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในระดับสากล ให้มีขอบเขต ขยายให้ความคุ้มครอง แล้วก็ปรับปรุงให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องของเครื่องหมายการค้า ให้มีความร่วมสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ซึ่งต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน และอนาคตก็จะมีสินค้าและบริการจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเราก็จะเห็นว่า มีสินค้าและบริการจากบริษัทข้ามชาติที่ได้มาด้าเนินธุรกิจในประเทศไทยได้มีการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าเพื่อคุ้มครองในเรื่องของลิขสิทธิ์ หรือที่ส้าคัญก็คือในประเภทของสินค้า หรือบริการที่ได้มีการจัดจ้าหน่ายไปในเครือข่ายทั่วโลก ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นข้อพิพาท ของเครื่องหมายการค้าที่เป็นสินค้าและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเครื่องหมายการค้า จากบริษัทข้ามชาติในประเทศทางตะวันตก แล้วก็ที่ส้าคัญ ก็คือในประเทศที่มีความเข้มแข็ง ทางด้านเศรษฐกิจในเอเชียด้วยกันเอง เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้น แต่ว่าประเด็นที่ผมอยากตั้งเป็นข้อสังเกตใน ๒-๓ เรื่อง ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นเรื่องใหม่ ที่กฎหมายฉบับนี้ได้มีการเสนอเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ก็คือในเรื่องของ ประเด็นมาตรา ๕ และมาตรา ๖ ซึ่งมาตรา ๕ ให้ยกเลิกข้อความในวรรคสองของมาตรา ๗ แล้วก็เพิ่มประเด็นใน (๙) (๑๐) (๑๑) และ (๑๒) ก็คือในเรื่องของภาพอันไม่ได้เล็งเห็น ถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง แล้วไม่เป็นแผนภาพ หรือแผนที่ที่แสดงภาพ ทางด้านภูมิศาสตร์ แล้วก็ได้ก้าหนดว่าเป็นประเด็นที่ให้รัฐมนตรีประกาศหรือก้าหนด ส่วนที่ ๒ ก็เป็นในเรื่องของรูปร่าง และรูปทรงอันไม่เป็นลักษณะธรรมชาติ แล้วก็ส่วนที่ ๓ และส่วนที่ ๔ ก็คือเรื่องกลิ่นและเสียง ประเด็นตรงนี้ผมคิดว่าจะมีความส้าคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าถ้าเราสังเกตดูก็คือว่าสินค้าและบริการส่วนใหญ่ที่คนไทยคุ้นเคยมักจะเป็นสินค้า จากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ แต่ว่าในกรณีของประชาคมอาเซียนที่ก้าลังจะเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้วบางครั้งก็จะมีสินค้าและบริการจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย หรือแม้แต่ในอนาคตก็จะมี ประเทศใหม่ ๆ ที่จะส่งสินค้าเข้ามาขายในบ้านเรา ประเด็นที่ผมจะมีข้อสังเกต แล้วก็เป็นห่วง ที่จะฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ก็คือว่าในแนวทางที่เปิดโอกาสให้รัฐมนตรี ได้ประกาศเป็นข้อก้าหนด หรือจะมีรายละเอียดที่จะประกาศตามออกมา อันนี้ จะเป็นประเด็นซึ่งอาจจะเป็นช่องโหว่ที่จะเป็นประเด็นที่ท้าให้เกิดข้อพิพาทในอนาคต ส้าหรับเจ้าของสินค้า ทั้งในส่วนที่เป็นเจ้าของสินค้าของคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งในกรณีที่ อาจจะมีการไปลอกเลียนแบบ แล้วก็ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ แล้วในอนาคตอันใกล้ ก็อาจจะมีสินค้าและบริการของผู้ผลิตซึ่งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในชั้นต้นอาจจะเป็นสินค้า และบริการที่จ้าหน่ายเฉพาะในประเทศของเขา คือยังไม่แพร่หลายเหมือนสินค้าและบริการ ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปหลายท่าน เช่นน้าอัดลม ซึ่งอาจจะเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้ก็จะเป็นประเด็นที่มีความส้าคัญว่ารายละเอียดของข้อกฎหมาย ซึ่งเขียนไว้ค่อนข้างกว้างในมาตรา ๕ ที่มีการปรับปรุงแก้ไข ทั้งในเรื่องของลักษณะเฉพาะ รูปร่าง หรือแม้แต่ในเรื่องของกลิ่นและเสียง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่นะครับว่าเรามีความพร้อม ที่จะสามารถที่จะมีรายละเอียดที่จะให้ความรู้กับผู้ประกอบการในประเทศไทยว่า ประเภทของกลิ่นและเสียงในลักษณะไหนที่สามารถที่จะจดทะเบียนได้ เพราะว่าถ้าไม่มีแล้ว ก็จะเป็นช่องว่าง หรือช่องโหว่ให้กับผู้ประกอบการซึ่งอาจจะมีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์จากต่างประเทศ อาศัยมาเป็นช่องโหว่ในการที่จะจดจองไว้ก่อน ซึ่งอันนี้ ก็จะเป็นผลกระทบที่จะท้าให้แนวนโยบายที่จะส่งเสริมในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา ส่งเสริมในเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ตามแนวนโยบายในเรื่องของเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ซึ่งรัฐบาลชุดท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ริเริ่มไว้ แล้วรัฐบาลชุดปัจจุบันก็มี แนวนโยบายที่จะส่งเสริมให้คนไทยและผู้ประกอบการไทยใช้แนวความคิดในเรื่องความคิด สร้างสรรค์ ส่งเสริมในเรื่องของการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการใช้สินค้าและบริการที่มีการสร้าง ตราสินค้า ที่เราเรียกกันว่าการสร้างแบรนด์ (Brand) มีการส่งเสริมนโยบายในเรื่องของ การใช้แนวทางการตลาดในยุคสมัยใหม่ เพื่อที่จะพัฒนาในเรื่องของการจดจ้า การสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งอันนี้ก็จะโยงไปถึงมาตรา ๖ ที่มีการก้าหนดว่า เครื่องหมายการค้า ที่ไม่มีลักษณะตามวรรคสอง (๑) ถึง (๑๒) หากได้มีการจ้าหน่าย เผยแพร่ หรือโฆษณาสินค้า ที่ใช้เครื่องหมายการค้าจนแพร่หลายแล้ว ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศก้าหนด และพิสูจน์ได้ว่าปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ ก็แปลว่าสามารถ ให้จดทะเบียนได้ อันนี้ก็จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งนะครับที่เขียนไว้อย่างกว้าง ๆ แล้วก็ต้องไป รอว่าจะมีประกาศที่รัฐมนตรีก้าหนดในลักษณะไหน อันนี้ก็จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งว่าอาจจะมี ช่องโหว่ที่จะท้าให้ผู้ประกอบการทั้งที่มีความตั้งใจหรือมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ไปดูว่ามันมีสินค้า และบริการ ซึ่งอาจจะเป็นสินค้าและบริการของผู้ประกอบการที่อยู่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกลุ่มเครือข่ายอาเซียน ซึ่งอาจจะไม่รู้จักแพร่หลายเหมือนกับ สินค้าและบริการที่มาจากประเทศทางตะวันตกหรือจากประเทศที่มีความเข้มแข็งทางด้าน เศรษฐกิจในเอเชียไปจดไว้แล้วก็มีการโฆษณาเผยแพร่ ซึ่งอาจจะใช้งบประมาณใช้อะไร เพียงเล็กน้อยเพื่อให้เข้าเกณฑ์ อันนี้ก็จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อยากฝากไว้ ส่วนในประเด็น ที่กลับกันว่าจะมีแนวทางที่จะเพิ่มเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย ซึ่งวันนี้อาจจะมี ตราสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในประเทศไทย ต้องการที่จะไปจัดจ้าหน่ายสินค้าในกลุ่ม เครือข่ายประเทศในประชาคมอาเซียน จะมีวิธีการอย่างไรที่จะไปเชื่อมโยงให้สินค้าที่มีการ จดทะเบียนการค้าหรือตราสินค้าไว้แล้วสามารถที่จะมีความสะดวก แล้วก็มีความมั่นใจว่า ในทางกลับกันก็จะไม่มีผู้ประกอบการในประเทศกลุ่มเครือข่ายอาเซียนหรือประเทศอื่น ไปจดจองไว้เหมือนที่เรามักจะเห็นในประเทศก้าลังพัฒนาหลายประเทศ บางที ก็มีผู้ประกอบการที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ไปจดทะเบียนเพื่ออย่างน้อยหรืออาจจะมีการเจรจา เพื่อขายตราสินค้านั้นด้วยซ้าไปในอนาคต อันนี้ก็จะเป็นประเด็นที่อยากฝากเพิ่มเติมเป็นข้อสังเกตนอกเหนือจากมาตรา ๕ และ มาตรา ๖ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าในเรื่องของ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้ายังถือว่า มีความส้าคัญที่ทางกระทรวงพาณิชย์เองในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่เฉพาะในเรื่องของการก้ากับดูแลพระราชบัญญัติในเรื่องเครื่องหมายการค้า แต่มีหน้าที่ โดยตรงในการที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีความเข้มแข็งสามารถที่จะส่งเสริมในเรื่อง ของแนวทาง ในเรื่องของกระบวนการการจดลิขสิทธิ์ทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าคนไทยมีความพร้อมในการที่จะ ออกแบบตราสินค้าหรือออกแบบตราที่เรามักจะพูดกันบ่อยครั้งและพูดกันมานานแล้ว ด้วยซ้าไปว่าเราอยากเห็นสินค้าไทยมีกระบวนการการสร้างมูลค่าเพิ่ม มีการสร้างตราสินค้า ที่เรียกกันว่าแบรนดิ้ง (Branding) แต่เราไม่มีกระบวนการที่จะให้ความรู้หรือท้าให้ ข้อกฎหมายมีความสะดวกที่จะท้าให้ผู้ประกอบการไทยสามารถที่จะจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า แล้วก็สามารถที่จะสร้างตราสินค้าให้มีความเข้มแข็ง แล้วก็จะท้าให้สินค้า และบริการของไทยสามารถที่จะขยายไปในประเทศต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียน แล้วก็ ในนานาประเทศเหมือนผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งอาจจะมีความพร้อมที่ท้าได้ แต่ว่า ผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ทั้งเอสเอ็มอี (SME) ก็ดี หรือผู้ประกอบการยุคใหม่ที่เราอยากเห็น ส่งเสริม อย่างยกตัวอย่างวันนี้เราเห็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ของเราสามารถ ที่จะใช้ความคิดสร้างสรรค์ สามารถที่จะใช้การออกแบบดีไซน์ (Design) ใช้พวกกราฟฟิก ดีไซน์ (Graphic design) ต่าง ๆ มาออกแบบในเรื่องของตราสินค้า ตราผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่ยกตัวอย่างในเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่นการจดทะเบียนในเรื่องของตราสินค้า ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ความคิดสร้างสรรค์ในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอนเทนต์ (Content) ใหม่ ๆ เช่น ในเรื่องของกราฟฟิกดีไซน์ ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี แอนิเมชั่น (Animation) ต่าง ๆ แบบนี้อาจจะไม่ได้เป็นเครื่องหมายการค้าที่เราเห็นกันทั่วไป ในสินค้าอุปโภคและบริโภค แต่ว่าในยุคสมัยใหม่ที่เราก้าลังส่งเสริม เศรษฐกิจยุคใหม่ที่เน้น ในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ในเรื่องของคอนเทนต์ใหม่ ๆ อันนี้ก็น่าจะเป็นประเด็นที่ทาง กระทรวงพาณิชย์ได้หยิบยกมาพิจารณานะครับว่าจะเข้าโยงเกี่ยวกับเรื่องตราสินค้าที่จะ คุ้มครองในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญามากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าไม่อย่างนั้นเราก็จะ ไปเข้าใจว่าตราสินค้าหรือเครื่องหมายการค้าก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราจะไปจดทะเบียน เพื่อคุ้มครองสิทธิในสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งก็จะเป็นสินค้าปกติในหมวดที่อาจจะ มีการด้าเนินการอยู่แล้ว แต่ว่าในธุรกิจใหม่ ๆ หรืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ใหม่ ๆ อันนี้ ก็จะเป็นแนวทางที่อยากฝากทางท่านประธานถึงรัฐมนตรีให้ช่วยไปพิจารณาหาแนวทาง เพราะว่าก็จะเป็นประเด็นที่จะช่วยส่งเสริมให้นักธุรกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ เข้ามาในธุรกิจสร้างสรรค์ แล้วก็สามารถที่จะคุ้มครองในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา และตราสินค้า แล้วก็สามารถที่จะเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก ๓ ปีข้างหน้าด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับแก้ไขนี้อย่างยิ่งเลยครับ เพราะว่าเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ถ้าย้อนความไปในสมัยนั้นจะเป็นโฆษณาค่อนข้างจะ โบราณแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นตราสินค้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลังไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ ด้วยมนุษย์เอง หรือว่ามนุษย์มีความคิดแล้วใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์กราฟฟิกทั้งหลายเหล่านี้ ถึงเวลาแล้วครับ ท่านประธานครับ ที่จะต้องมี การแก้ไขปรับปรุงแล้วก็เปลี่ยนแปลงครับ ท่านประธานครับ เด็ก ๆ ผมขออนุญาตยกค้านี้ นิดเดียวครับ ผมมีพี่สาวครับ แล้วเด็ก ๆ ก็ไม่รู้เป็นเวรกรรมอะไรนะครับ เป็นผู้ชายคนเดียว พี่สาวชอบใช้ไปซื้อ ขออภัยนะครับ โกเต็กซ์ ท่านประธานครับ สมัยก่อนเรางงเหมือนกันว่าตกลงมันชื่อหรือว่ามันคืออะไรแน่ ต่อมา ท่านประธานครับ ใช้ไปซื้อแฟ้บ พอไปถึงร้านค้าผมซื้อบรีสมา ท่านประธานครับ ที่บ้านบอก ท้าไมไม่ซื้อแฟ้บ ก็เลยงง ๆ กันใหญ่ โตมาได้อีกหน่อยครับ เห็นเครื่องซีร็อกซ์หลากหลาย ยี่ห้อเหลือเกินครับ ทุกวันนี้เราก็เรียกเครื่องซีร็อกซ์ จริง ๆ มันมีตั้งแต่ยี่ห้อมิต้า มีอะไร เล็ก ๆ มิต้าไม่ โฆษณาให้เขานี้นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สัญลักษณ์ส้าคัญ มันต้องถูกบันทึกไว้โดยเจ้าของที่แท้จริงครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าเห็นจากมาตรา ๕ ที่มีการแก้ไข น่าสนใจครับ โดยเฉพาะเรื่องของเสียงและกลิ่น ไม่ต้องไปตามชาติอื่นเขาหรอกครับ ประเทศไทยเริ่มก่อนอย่างนี้ล่ะดี ที่ผมพูดอย่างนี้เริ่มจากเสียง ท่านประธานครับ เสียงอะไร ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยครับ ดนตรีไทย ท่านประธานครับ ฝรั่งเขาไม่มีหรอกครับ เขามีแต่กีต้าร์ มีแซกโซโฟน ทรัมเป็ต ขลุ่ยนี่ผมไม่แน่ใจนะครับว่าอเมริกันรู้จักหรือไม่ แต่เสียงขลุ่ยเป่าปุ๊บ ขวัญ อีเรียมมาทันที อันนี้บอกชัดเจนครับว่ามันเมดอินไทยแลนด์ (Made in Thailand) เสียงมีนัยส้าคัญ ท่านประธานครับ เสียงระนาดอย่างนี้ถ้าสัญลักษณ์ หรือแอนิเมชั่น เช่น ไตเติ้ล (Title) เข้าข่าว ไตเติ้ลเข้ารายการ หรือถ้าท่านคลิกเข้าไปใน เว็บไซต์ (Web site) ต่าง ๆ มีตะดึ๋ง ๆ อย่างนี้เขาจดทะเบียน แต่ถ้าเป็นเสียงขลุ่ย เสียงซอ เสียงขิมที่มันมาจากศิลปะของไทยอย่างนี้ ท่านควรจะบัญญัติไว้ครับ อันนี้ชัดเจนเห็นด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ผ่านท่านประธานไปนะครับ เรื่องเสียงนี่เวลาเราบิดตัวโน้ตกันนิดเดียว ท่านประธานครับ มันก็จดทะเบียนได้แล้วครับ เพลงแปลงครับ สมัยก่อนท่านประธาน จ้าได้นะครับ ยุคโรยัลสไปรท์ส พีเอ็ม ไฟว์ เพลงแปลงเยอะนะครับ เดี๋ยวนี้พอไปจดทะเบียนกัน แปลงไม่ได้แล้ว เพลงฝรั่งมังค่าท่านประธานครับ เอาไปแปลงไม่ได้แล้วนะครับ เพราะมี การจดทะเบียนครับ เสียงนี่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะว่าดนตรีไทยเดี๋ยวนี้ถ้าท่านไม่ไป จดทะเบียนเกิดสินค้าใดไปใช้เสียงดนตรีไทยนี่นะครับ ผมเชื่อว่าอีกหน่อยชาติอื่นเขาก็จด เรื่องกลิ่น ท่านประธานครับ กลิ่นนี่ก็น่าสนใจนะครับ อะไรที่ดมแล้วนึกถึงประเทศไทยครับ ถ้าผมคิดเองนะครับ ถ้าเป็นกลิ่นธรรมชาติก็คือดอกมะลิ พอพูดปุ๊บเรานึกถึงประเทศไทย แต่ท่านประธานครับ ดอกมะลิในพระราชบัญญัติฉบับนี้เขียนไว้นะครับ เขียนชัดเจนบอกว่า ถ้าเป็นกลิ่นธรรมชาติไปจดทะเบียนไม่ได้ อันนี้เข้าใจครับ แต่ถ้ากลิ่นวิทยาศาสตร์ ท่านประธานครับ ดอกมะลิไปใส่กับค่าซีโอเอช (CoH) อะไรต่าง ๆ แล้วออกมาเป็นกลิ่น ละม้ายคล้ายคลึงแบบนี้ มีเอกสารชัดเจนอย่างนี้ เราจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้ อย่างนี้กระทรวงก็ต้องท้าครับ ไม่ใช่รอให้ต่างชาติเขาท้าก่อนแล้วเราค่อยไปโวยวายบอกว่า นี่ของไทย เห็นไหมครับกลิ่นดอกมะลิผสมลาเวนเดอร์ของไทย หรือว่าเสียงขลุ่ย เมดอินไทยแลนด์ให้ประเทศอื่นเขาไปจดทะเบียน อย่างนี้ไม่ได้ท่านประธานครับ

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับเรื่องกลิ่นนี้นะครับ กลิ่นวิทยาศาสตร์ส้าคัญ ท่านประธานครับ มันใช้เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ไปนั่งดม ๆ กันไม่ได้หรอก ท่านประธานครับ ขืนไปนั่งดมอีกคนหนึ่งแก่หน่อยดมบอกว่าหอม หนุ่ม ๆ บอกแหมเหม็น อย่างนี้ มันไม่มีมาตรฐาน ท่านประธานครับ ฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ครับ กลิ่นวิทยาศาสตร์นี่ ส้าคัญนะครับ ไม่ใช่กลิ่นที่มาจากธรรมชาติครับ สูตรต่าง ๆ ที่เป็นค่าทางวิทยาศาสตร์ ท่านประธานครับ ท่านต้องท้าให้รู้แจ้งเห็นจริงครับ เจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้ครับ เช่น เอาน้ามันละหุ่ง ซึ่งเป็นค่าวิทยาศาสตร์มาผสมกับน้ามันเบนซินกลิ่นอย่างนี้ชอบ ออกมาแล้ว เป็นน้าหอมแข่งขันกับประเทศฝรั่งเศสได้ อย่างนี้ประเทศไทยจดทะเบียน ท่านท้าเลยครับ แล้วก็เอาให้ชัดเจนท่านประธานครับ เพราะว่าเท่าที่ผมศึกษาเรื่องของน้าหอมต่างชาตินี่นะครับ บางทีมันไม่ได้มาจากธรรมชาตินะครับ มันเป็นกลิ่นวิทยาศาสตร์ ผสมกันมาปุ๊บ มีค่าโน่นค่านี่ ๔-๕ ตัว ผสมออกมาแล้วเป็นหัวน้าหอมครับ แต้มไปที่ติ่งหู แหมหอมลืมบ้านเลขที่เลย ท่านประธานครับ ๗ วันยังหอมอยู่ อย่างนี้กระทรวงพาณิชย์ก็ต้องมีข้อมูลนะครับ ไม่ใช่ นาย ก นาย ข ที่ไหนเอาเอกสารหลักฐานอะไรมาแสดงแล้วบอกว่านี่กลิ่นของฉัน ดมมันไม่เหมือนกันหรอกครับ เพราะมันไม่มีมาตรฐานครับ จมูกบางคนเป็นไซนัส (Sinus) ดมไปก็บอกว่าเหม็น ท่านประธานครับ การจดทะเบียนซ้าซ้อนกับต่างชาติ อันนี้ ก็น่าสนใจนะครับ สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าท่านประธานจ้าได้นะครับ หลังการปฏิวัติรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ผมเป็นนักข่าว ผู้ประกาศข่าว อยู่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ITV) ครับ ตอนนั้น สนช. คมช. เริ่มจะปิดไอทีวี ท่านประธานครับ ปรากฏว่าจะใช้ชื่อไอทีวีไม่ได้นะครับ บริษัท ไอทีวี จ้ากัด (มหาชน) ซึ่งวันนี้ผู้ถือหุ้นก็สวดชะยันโตกันอยู่ตลอดเวลานี่นะครับ เขาก็ต้องเปลี่ยนไปใช้ทีไอทีวี (TITV) อย่างนี้สิชัดเจนครับ โลโก้ (Logo) สัญลักษณ์อย่างนี้ ท่านต้องจดครับ และเสียงไตเติ้ลท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้เยอะนะครับ เสียงนี้ส้าคัญมากครับ โดยเฉพาะว้าว ๆ ว้าว ๆ ท่านประธานเคยดูไหมครับว่าเขาแซวข่าวอะไรอย่างนี้ เอาไปใช้กันเยอะ ไปบิดเสียงนิดเดียวแล้วก็ไปใช้ในสปอต (Spot) โฆษณาตามวิทยุเยอะแยะมากมาย หลากหลาย อย่างนี้กระทรวงพาณิชย์ก็ต้องมีความรู้เรื่องดนตรีและโน้ตนะครับ ซินธิไซเซอร์ (Synthesizer) ที่เป็นเครื่องปรับแต่งเสียงเดี๋ยวนี้ ท่านประธานครับ โน้ตมี โด เร มี ฟา ซอล อะไรนี่มันมีแทรกอยู่ในตัวโน้ตอีกนะครับ ปรากฏว่าเคยมีคดีขึ้นฟ้องร้องกัน ท่านประธานครับ ท้านองขึ้นเหมือนกันเป๊ะเลยนะครับ แต่ท่อนกลาง ท่อนฮุค (Huck) เปลี่ยน ใช้ดนตรี คนละชนิด แต่โน้ตเดียวกัน อย่างนี้กระทรวงพาณิชย์ท่านต้องกรุณานะครับ ไม่ใช่แต่ แก้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วเอาเข้าจริง ๆ งง คนไปจดทะเบียนเตรียมมาเรียบร้อยเลย ทั้งโลโก้ เป็นไตเติ้ล แอนิเมชั่นหมุนปั๊บ ๆ มีเสียงประกอบ เผลอ ๆ เดี๋ยวนี้ท่านประธานครับ เมืองนอกเขาดูหนังมีกลิ่นแล้วนะ อย่างนี้กระทรวงพาณิชย์ท่านต้องกรุณานะครับ ช่วยดูด้วย แล้วก็ช่วยเตรียมเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนด้วยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับที่ผมตั้งข้อสังเกตให้ท่านไว้ การได้มา โดยการจดทะเบียน อันนี้ผมไม่ห่วงครับ เช่น ผมมีโลโก้อะไรก็แล้วแต่ผมออกแบบปุ๊บ ผมไปจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ แต่ถ้าเป็นโลโก้ที่ผมท้ามาตั้งแต่คุณปู่คุณย่าละครับ เช่นไหปลาร้าคาบดาบ ใช้กันมาจนคนอีสานรู้จักมากมายอย่างนี้นี่ผมไม่ได้จดทะเบียน แต่ผมค้าขายอยู่ในต่างจังหวัด วันดีคืนดีมีนาย ก พวกหัวการค้า ท่านประธานครับ เห็นโลโก้ แบบนี้แหมขายในอีสานแล้วขายดีเอามาจดทะเบียนแบบนี้ นี่กระทรวงพาณิชย์ต้องสืบค้น ให้ดีนะครับ หลักฐานการเป็นที่มาของโลโก้ต่าง ๆ เพราะท่านเขียนไว้ชัดเจนครับว่าได้มา โดยการจดทะเบียนกับได้มาโดยการใช้ แล้วถ้าใช้แล้วไม่จดล่ะ ท้าอย่างไรละครับ สินค้า โอทอป (OTOP) มากมายหลากหลายท่านประธานครับ ท่านไปแต่ละจังหวัดท่านจะเห็นเลยครับ เขาก็ออกแบบกันตามยถากรรมของเขาละครับ จังหวัดเชียงใหม่คิดอะไรไม่ออก ก็เอาหมีแพนด้า อีสานคิดอะไรไม่ออกก็แคน อย่างนี้ละครับถ้าเขาไม่ได้จดทะเบียน แต่เขาใช้กันมาท้าซ้า ๆ จนกระทั่งรู้สึกว่า อ๋อ อันนี้มันคือเครื่องหมายการค้า อย่างนี้กระทรวงพาณิชย์ท่านต้องตั้งเป็นข้อสังเกตนะครับ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ฝรั่งมังค่า ยิ่งชอบตะวันออกอยู่แล้วนะครับท่านประธาน ท่านไปดูครับพัทยา ได้เมียพัทยากันเยอะแยะ มากมายครับ ภาคอีสานก็เยอะ เขาก็เริ่มเข้ามาดูในเมืองไทยแล้วเอากลับไปทวีปยุโรป เอากลับไปทวีปอเมริกา ทวีปอเมริกากลาง ทวีปอเมริกาใต้ ผมเคยศึกษาในเรื่องของ ตราสินค้า ท่านประธานครับ ปรากฏว่าชฎาท่านประธานครับ ที่เราเห็นหัวโขนที่ในวงโขนนี่ นะครับ ไปปรากฏอยู่ในต่างประเทศเยอะแยะมากมายหลากหลาย โดยเฉพาะเมนู ในร้านอาหาร ตัวเดียวกันเป๊ะ ท่านประธานครับ เปลี่ยนแค่สีเท่านั้น เช่น เขาท้าในเมืองไทย เป็นสีเขียว พอไปอยู่ที่อเมริกาหรือไปอยู่ในยุโรปหรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านประธานครับ เขาเปลี่ยนเป็นสีส้ม อย่างนี้เขาบอกว่าของใครจด ถ้าของไทยจดก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่เขาบอกไม่เกี่ยวกฎหมายไทยไม่ได้ลุกลามไปถึงเมืองนอก กระทรวงพาณิชย์เตรียมไว้ ให้ดีนะครับ ผมว่าจะต้องเกิดปัญหาแบบนี้แน่นอนครับในกรณีระหว่างประเทศ ก็ฝาก เป็นข้อสังเกตให้ท่านนะครับ เรื่องเสียง เรื่องกลิ่น ผมเห็นด้วยครับว่ามันต้องเริ่มแล้วล่ะ วันนี้เสียงส้าคัญครับ กลิ่นก็ส้าคัญ แต่กรรมวิธีเมื่อท่านมีโจทย์ว่าท่านจะท้าแล้วนี่ท่านก็ต้อง เตรียมด้วยนะครับว่าจะท้าอย่างไรให้มันเกิดความยุติธรรม เจ้าของเสียง ถ้าเสียงแหบ เสียงแบบศิลปินใช้แล้วคนอื่นเอาไปใช้ต่อไม่ได้ ขออภัยท่านประธานครับ พูดถึงประจวบ จ้าปาทอง ท่านประธานจ้าได้ไหมครับ แหมหวัดดี เสียงอย่างนี้ลิขสิทธิ์นะครับ เป็นเครื่องหมายการค้าของประจวบ จ้าปาทอง นะครับ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นวันนี้ ประเทศไทยถึงเวลาแล้ว ท่านประธานครับ ที่จะต้องแก้กฎหมายตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ขอให้ท่านเตรียมความพร้อมครับว่าถ้าเข้าสู่กฎหมายใหม่แบบนี้แล้ว คณะท้างานหรือว่าเจ้าหน้าที่ของทางราชการนั้นจะพร้อมหรือไม่ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านศุภชัยครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนว่า โดยหลักการผมเห็นด้วยถ้าจะมีการเสนอแก้กฎหมาย แล้วกฎหมายนั้นจะเป็นประโยชน์ ที่จะมุ่งในการคุ้มครองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่อยากจะขอกราบเรียน อย่างนี้นะครับว่าจริง ๆ แล้วร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ได้เสนอมานี้นี่ต้องเรียนว่าท่านมีเหตุผลส้าคัญก็คือ ท่านบอกว่าในปัจจุบันในเรื่องของ เครื่องหมายการค้าในระดับสากลได้มีการขยายขอบเขตการให้ความคุ้มครอง อยากจะ ขอเรียนว่าจริง ๆ แล้วปัจจุบันเราก็ต้องยอมรับนะครับว่าเมื่อโลกเราแคบลง การติดต่อ การท้ามาค้าขายกันเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น นั่นหมายถึงว่าในขณะที่เราจะมีการค้าขาย กับประเทศอื่น ประเทศอื่นเขาก็พร้อมที่จะบุกเข้ามาค้าขายในประเทศเรา เพราะฉะนั้น โดยหลักการแล้วผมคิดว่ากฎหมายอะไรที่ออกมาถ้าจ้าเป็นที่จะต้องออก เราก็จะต้องออกมา โดยค้านึงถึงการเข้าไปดูแลหรือคุ้มครองคนของเรา การเปิดการค้าเสรีหรือการเข้าไป ท้าความตกลงระหว่างประเทศกับประเทศอื่น ๆ นั่นหมายถึงว่าเราจะมีทั้งอุปสรรค และโอกาส แต่ในขณะเดียวกันถ้าเรามีกฎหมายภายในประเทศของเราเพื่อที่จะคุ้มครอง เพื่อที่จะป้องกัน และท้าให้เป็นอุปสรรคส้าหรับคู่ที่จะเข้ามาแข่งกับคนของเราเอง ผมว่า เราก็ควรที่จะท้า หรือในขณะเดียวกันก็คือว่าถ้ามันไม่มีความจ้าเป็นที่จะต้องเร่งรีบ ออกกฎหมาย เราก็ไม่ควรที่จะเร่งรีบด้วยเหตุผลเพื่อต้องการให้เกิดการทันสมัยกัน สิ่งที่ อยากจะเรียนอย่างนี้ก็คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วสิ่งที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม ถึงเครื่องหมายในการเพิ่มเติมกลิ่นและเสียง ผมในฐานะนักกฎหมายแล้วก็ท้าเรื่องนี้มา พอสมควรนี่นะครับ จากการได้ศึกษาปรากฏว่ามันไม่ได้มีประเทศใดเลยที่ได้มีการเร่งรีบ ออกกฎหมายในการเข้าไปคุ้มครองเรื่องกลิ่นและเสียง สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่า จากประสบการณ์ที่ผมเคยเห็นในหลายปีที่ผ่านมาหลังจากที่เรามีข้อตกลงระหว่างประเทศ และเรื่องของเครื่องหมายการค้า มีการคุ้มครองผู้ที่เข้ามาจดทะเบียน ท่านสมาชิกหลายท่าน ก็ได้มีการอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็อยากจะเรียนว่าความได้เปรียบของคู่แข่งของเรา จากประเทศอื่นมักจะมาชิงความได้เปรียบโดยการเข้ามาจดทะเบียนในเครื่องหมายการค้า กับสินค้าทุกประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาเมื่อประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของเรา ได้เปิดประเทศ ประเทศจากทวีปยุโรป ประเทศจากฝั่งตะวันตก ก็ได้มีการไปจดทะเบียน เครื่องหมายการค้ายังประเทศเหล่านั้นในสินค้าทุกประเทศเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าปรากฏว่าประเทศไทยเราได้มีการขยายเรื่องของเครื่องหมายการค้าไปรวมถึงกลิ่น และเสียงด้วย สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าในที่สุดแล้วในขณะที่ประชาชนคนไทยผู้ที่ท้าธุรกิจ ยังไม่มีความพร้อม ยังรี ๆ รอ ๆ อยู่ ผมเชื่อว่าส้านักกฎหมายระดับเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ เฟิร์ม (International Law Firm) นี่นะครับ เขาก็เตรียมตัวแล้วละครับ ที่จะมาเตรียม จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในกลิ่นและเสียง ซึ่งที่สุดแล้วมันก็เท่ากับว่ากฎหมาย ที่เราก้าลังจะร่างออกมาเป็นกฎหมายก็จะเป็นประโยชน์ส้าหรับคู่แข่งของเราเอง เรากลับ เปิดโอกาสให้เขาและเราออกกฎหมายกลายเป็นอุปสรรคให้กับคนของเราเอง ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้ไม่มีความจ้าเป็นและไม่พึงที่จะเร่งรีบในสิ่งที่เราไม่ควรจะเร่งรีบ ต้องยอมรับ ความเป็นจริงอีกส่วนหนึ่งก็คือว่าในความเป็นจริงแล้วผมก็ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีหรือกระทรวงพาณิชย์ว่าวันนี้คนของเรา ผมมั่นใจว่าเราไม่ได้มีก้าลังมากพอ ในการที่จะท้างานเรื่องนี้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ วันนี้เฉพาะเครื่องหมายการค้าล้วน ๆ กระบวนการต่าง ๆ ในการที่จะจดทะเบียนหรือในกระบวนการหลายขั้นตอนอย่างที่ ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมอยากจะเรียนว่าความจริงก็เป็นไปเช่นนั้น ก็คือ มีความล่าช้าและไม่ทันการณ์ และความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ของเรารวมทั้งปริมาณ ของเจ้าหน้าที่ที่จะมาท้างานเรื่องนี้ ผมคิดว่าไม่มีมากพอ และในที่สุดถ้ามีการขยายเพิ่มงานขึ้น ซึ่งจ้าเป็นที่จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าเรื่องกลิ่นหรือเสียงก็ตาม ผมว่าในที่สุดแล้วจะเป็น ปัญหาในการที่จะให้บริการและจะเป็นปัญหาในการที่จะต้องใช้ดุลยพินิจจากบุคคล ที่ยังขาดความเชี่ยวชาญ นี่คือสิ่งที่ผมเป็นห่วงแล้วก็จ้าเป็นที่จะต้องอภิปราย แต่อย่างไรก็ตาม ในหลายเรื่องในการที่ท่านได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องหลายเรื่องในการที่จะปรับปรุง ขั้นตอน ตลอดจนเรื่องระยะเวลาในการพิจารณาการขออะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ผมว่าก็เป็นสิ่งที่ดีและผมสนับสนุน เพราะสิ่งเหล่านี้ก็เป็นอุปสรรคของผู้ประกอบการ หรือผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยในกรณีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่เรื่องบางเรื่องที่ผมได้ฝากท่านไปก็อยากจะฝากให้ท่านได้ทบทวนกันนะครับ ในชั้นคณะกรรมาธิการว่าเรื่องนี้มีความจ้าเป็นกันมากน้อยขนาดไหนที่จะเร่งรีบ ในตอนนี้นะครับ เราเองเรามีเรื่องหลายเรื่องที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงในฐานะที่เรา เป็นสมาชิกของแกตต์ (GATT) ขององค์การการค้าโลกเรื่องทริปส์ อะไรต่าง ๆ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ผมก็คิดว่ามันก็ยังน่าเป็นห่วงว่านักธุรกิจหรือผู้ประกอบการของเรามีความรู้ ความเข้าใจเท่าเทียมกับคนที่จะมาเป็นคู่แข่งขันของเราหรือไม่ การที่เขาเข้ามาเพื่อจะมา กีดกันทางการค้าถึงภายในประเทศของเราด้วยเหตุผลว่ากฎหมายของเราไปเอื้อให้เขา เปิดโอกาสให้เขาเกินความจ้าเป็น ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เราจะต้องเร่งรีบหรือพึงกระท้า ตอนนี้ เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องขอฝากท่านประธานสภาไปยังทางกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ ถึงคณะกรรมาธิการว่าเรื่องนี้ควรจะพิจารณากันให้ถ่องแท้นะครับว่ามันจะเป็นประโยชน์ จริงหรือไม่ การให้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าเป็นสากล เป็นสากลเพื่อประโยชน์ กับคนของเราเอง หรือเป็นการเปิดช่องให้คู่แข่งของเราเข้ามาแข่งกับเราถึงในบ้านของเราเอง ก็ขออนุญาตกราบเรียนเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุลพันธ์ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้กฎหมายเก่า พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ ในส่วนตัวแล้วผมให้การสนับสนุน เพราะว่าเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อสร้าง ให้เกิดความเป็นสากลขึ้นมากับพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย เพื่อรองรับการค้าการขายกับต่างประเทศ แล้วก็เพื่อที่จะท้าให้ธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการในประเทศมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น แต่แน่นอนครับ มีประเด็นที่จะต้อง กราบฝากผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกที่จะไปเป็นกรรมาธิการในการพิจารณา กฎหมายฉบับนี้อยู่บางประเด็น

ประเด็นแรกนะครับ ผมยังติดใจในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมอ้านาจ ของรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงเพื่อลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม ซึ่งเป็นการแก้ไขมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ. เก่า ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ การที่เราได้มีกฎหมายแต่ละฉบับ เราก็มีการก้าหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มีค่าธรรมเนียม มีค่าปรับ มีค่าสินไหม ต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ได้ก้าหนดไว้ในกฎหมายเก่าอยู่แล้ว แต่เราก้าลังจะให้อ้านาจกับรัฐมนตรี ไม่ได้เรียนถึง รัฐมนตรีท่านใดนะครับ แต่พูดถึงโดยภาพรวมนี่นะครับ ผมยังมองหาข้อยกเว้นไม่ค่อยออกว่า ท้าไมเราถึงจะมีความจ้าเป็นจะต้องมีการยกเว้นในบางกรณีให้กับธุรกิจบางประเภท อย่างนั้นหรือ เพราะค่าธรรมเนียมนี่ต้องเรียนด้วยความเคารพ มันไม่ได้เก็บกันเป็นหมื่น เป็นแสนนะครับ มันก็หลักพันนะครับ แล้วที่ส้าคัญนี่ก็คือเงินที่จะเข้ามายังภาครัฐ ที่จะน้าไปใช้บริหารประเทศ ใช้ในการท้ากิจกรรมต่าง ๆ เป็นค่าธรรมเนียมปกติ ซึ่งอาจจะ ไม่มีความจ้าเป็นนักที่เราจะต้องไปหาข้อยกเว้นในบางกรณีให้กับธุรกิจบางประเภท อันนี้ ก็ขอกราบฝากไว้ให้ดูในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งนะครับ

ส่วนที่ ๒ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในส่วนที่เป็นสิ่งส้าคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ซึ่งเป็นการท้าให้เกิดความเป็นสากล นั่นก็คือการเพิ่มในเรื่องของลักษณะ บ่งเฉพาะ เรื่องของรูปร่าง รูปทรง กลิ่นและเสียงนะครับ เรื่องกลิ่นและเสียงนี่เป็นสิ่งส้าคัญ ที่มีการปรับเพิ่มเข้ามาในค้าจ้ากัดความของค้าว่า เครื่องหมายการค้า ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับ ประเด็นที่หลายท่านได้มีการอภิปรายไปในเบื้องต้น ผมรับฟังด้วยความเป็นห่วง พอสมควรในเรื่องของการที่อาจจะมีการเข้ามาใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ในการแสวงหาผลประโยชน์ เช่น ไปจดทะเบียนตัดหน้าบริษัทต่าง ๆ ที่เขาได้ด้าเนินกิจกรรมมาโดยตลอดเพื่อที่หวังว่า วันหนึ่งพอเขาจะมาใช้ทะเบียนการค้า เขาต้องมาซื้อต่อจากเราประมาณนั้นนะครับ ผมต้อง กราบเรียนอย่างนี้ครับ ไม่ว่าจะมีการปรับแก้ พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ก็ตาม สิ่งต่าง ๆ ที่ได้อภิปรายมามันเกิดอยู่แล้ว ด้วย พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้าที่มีอยู่มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ณ วันนี้ในภาคธุรกิจเองปัญหานี้ก็ยังคงอยู่ หลายคนก็เรียนตรง ๆ ต้องยอมจ้าทนจ่ายเพื่อที่ ให้บุคคลที่เขามาแสวงหาผลประโยชน์เหล่านั้นมาตัดหน้าเครื่องหมายการค้าของเรา ไปซื้อต่อจากเขามาในราคาแพง ๆ อันนี้มีเกิดขึ้นมาแล้วครับ แล้วมันยังเป็นอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีการปรับแก้ พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ ปัญหานี้ยังคงอยู่ สิ่งส้าคัญก็คือ ทางท่านรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าท่านได้รับทราบปัญหานี้มาตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ารับต้าแหน่ง ก็คงจะเป็นภาระหน้าที่ของท่านที่จะรับทราบปัญหานี้แล้วน้าปัญหานี้ไปปรับแก้ไขในอนาคต ไม่ให้ช่องโหว่นี้มันเกิดขึ้นนะครับ จริง ๆ แล้วการปรับแก้ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้าในครั้งนี้ อาจจะเป็นช่องทางหนึ่งด้วยซ้าของท่านที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการน้าไปแก้ไขปัญหา ที่มันเกิดขึ้นอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายมานะครับ เพราะอะไร เพราะวันนี้เมื่อมี การปรับแก้ พ.ร.บ. มันจะต้องมีการลงทะเบียนเพิ่มเติมในบางส่วน โดยเฉพาะเรื่องของกลิ่น และเสียงนะครับ จังหวะนี้ละครับท่านอาจจะใช้เป็นจังหวะนาทีทองของภาครัฐเรา ก็คือ เอาไปล้างระบบกันใหม่ ใครที่ได้เคยจดทะเบียนไปแต่เขาไม่ใช้ประโยชน์ หรือเขาเตรียม ที่จะเอาไปแสวงหาก้าไรในรูปแบบอื่น ๆ เราก็จะได้ไปคัดกรองบุคคลเหล่านั้นออกโดยที่ เป็นทะเบียนการค้าของภาคเอกชน ภาคธุรกิจที่เขาได้ท้าประโยชน์จริง ๆ ได้ท้าธุรกิจ ในรูปแบบนั้น ๆ มาจริง ๆ นะครับ อันนี้ก็อาจจะเป็นโอกาสของท่านก็ได้นะครับ

ส่วนที่ ๒ นั้นผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในส่วนของการใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ผมต้องกราบเรียนว่าปัญหาที่ผมมองมันเป็นปัญหาในเรื่องของการจดทะเบียน ซ้าสองนะครับ ไม่รู้จะใช้ค้าว่า ซ้าซ้อน ได้หรือไม่ แต่น่าจะเป็นค้าว่าซ้าสองมากกว่า ถามว่า ท้าไม ผมอาจจะเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ครับ เป็นเอสเอ็มอีอยู่ต่างจังหวัด ผมมาจาก จังหวัดเชียงใหม่ ผมอยู่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบริษัทเล็กมากเลย มีลูกจ้างแค่ ๓ คน เงินแค่ ไม่กี่พันบาทอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะท้าให้บริษัทผมดีขึ้นหรือเลวลงได้นะครับ เมื่อมี พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาประกาศใช้ ผมในอดีตจะเข้ามาจดทะเบียน ได้จดทะเบียน การค้ามาแล้วกับบริษัทจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จ้ากัด แต่ผมไม่ได้ลงรายละเอียดในเรื่องของ เสียงและกลิ่น เพราะในวันนั้นกฎหมายไม่ได้รองรับ กฎหมายไม่ได้ก้าหนดว่าผมสามารถ จดทะเบียนในส่วนนี้ได้ แต่วันนี้เมื่อกฎหมายผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสภา ประกาศใช้นะครับ ผมต้องกราบเรียนว่าผมอาจจะมีโอกาสที่จะน้าเอาเรื่องของ เสียงและกลิ่นของผมมาจดทะเบียนได้ แต่ผมมายังกระทรวงพาณิชย์ ผมจะต้อง จ่ายค่าธรรมเนียมซ้าสองอย่างนั้นหรือ จากความผิดพลาดของ พ.ร.บ. ฉบับเก่าที่มัน ไม่ครอบคลุมพอนะครับ ในกรณีนี้ผมมองว่าอาจจะมีความจ้าเป็นส้าหรับขั้นกรรมาธิการ ที่จะต้องไปหาช่องทางให้กับผู้ประกอบการในประเทศที่เขามีความประสงค์จะไปลงทะเบียน เพิ่มเติมจากทะเบียนที่เขาได้ท้ามาแล้ว อาจจะไม่จ้าเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมนะครับ เพราะผมมองว่ามันเป็นการไม่ยุติธรรมกับผู้ประกอบการที่เขาได้ด้าเนินการมาอยู่แล้ว อันนี้ ก็เป็นประเด็นที่อยากจะกราบฝากผ่านทางกรรมาธิการไปนะครับ และที่ส้าคัญผมกราบเรียน อย่างนี้ครับท่านประธาน วันนี้มันเป็นเรื่องของการสื่อสารไปยังภาคธุรกิจนะครับ ซึ่งเป็น ความจ้าเป็นอย่างยิ่งยวดที่ทางกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นผู้ด้าเนินการโดยตรงคงต้องสื่อสาร ไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ให้เขารับทราบว่าวันนี้กฎหมายฉบับนี้ ก้าลังจะผ่าน ผมฟังน้าเสียงของสภาผู้แทนราษฎร ผมมองวิเคราะห์จากความจ้าเป็น ของตัวกฎหมายนะครับ ผมเชื่อว่าอย่างไรก็ตามทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็คงจะ ผ่านกฎหมายฉบับนี้ให้กับท่านนะครับ แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่กฎหมายจะประกาศใช้ ท่านควรจะมีห้วงเวลาในการประชาสัมพันธ์ อาจจะจัดสัมมนา อาจจะสื่อสารทางไปรษณีย์ ทางโทรทัศน์ไปยังพี่น้องประชาชนทางภาคธุรกิจที่เขามีความเกี่ยวเนื่องและเขามีความสนใจ และอันนี้จะเป็นช่องทางส้าคัญในการที่จะป้องกันปัญหาในเรื่องของการเข้ามาแสวงหา ผลประโยชน์จากเรื่องของการจดทะเบียนการค้าได้อย่างดีนะครับ ผมก็ขอฝากประเด็น เหล่านี้ไปยังเพื่อนกรรมาธิการ ฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีที่มารับฟังด้วยตัวเอง ต้องขอชื่นชมนะครับ ประเด็นเหล่านี้จะน้าไปแก้ไขแล้วก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ที่ท้าธุรกิจในประเทศไทยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์รัชดา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต่อร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยหลักการแล้วดิฉันก็เห็นความส้าคัญที่จะต้องมีการปรับปรุงพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าได้มีการบัญญัติใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ แม้ว่าได้มีการปรับปรุงแก้ไขมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าในเนื้อหาสาระถ้าพิจารณากับสภาพปัจจุบันแล้วก็ยังมีข้อที่จะต้องปรับปรุงอยู่ ในหลักการดิฉันเห็นด้วยค่ะ แต่ว่าในทางปฏิบัติก็คงจะเป็นข้อกังวลเดียวกันกับที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมาก่อนหน้านี้ว่าหากพระราชบัญญัติฉบับนี้และเนื้อหาสาระ เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมา เมื่อน้าไปใช้จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทย อย่างแท้จริงหรือเปล่า ในเรื่องของความชัดเจนในเนื้อหาสาระ เรื่องระยะเวลา ในการพิจารณาการจดทะเบียนหรือว่าการปรับปรุงค่าธรรมเนียม ดิฉันไม่ติดใจค่ะ แต่ในเรื่องของ นิยามของค้าว่า เครื่องหมายการค้า ที่มีการก้าหนดเพิ่มเติมให้ครอบคลุมถึงเสียงและกลิ่นนั้น ดิฉันไม่มั่นใจค่ะว่าถ้าครอบคลุมแล้วหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะสามารถ ด้าเนินการให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการคนไทยได้จริงหรือเปล่า จริงอยู่ค่ะแม้ทุกวันนี้ เครื่องหมายการค้าไม่ใช่เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ที่จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสินค้า ชิ้นหนึ่งว่ามันต่างจากอีกชิ้นหนึ่งอย่างไร เครื่องหมายการค้า ณ ปัจจุบันนี้ ในโลกธุรกิจ ที่มีการแข่งขันอย่างสูง เครื่องหมายการค้าถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดอีกชิ้นหนึ่ง ที่จะท้าให้สินค้าหรือบริการนั้น ๆ มีความน่าสนใจมากขึ้น ในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้มีการคุ้มครองในเรื่องของเสียงและกลิ่น ธุรกิจอย่างเช่น ส้านักข่าว เอ็นบีซี (NBC) ก็ได้มีการใช้เสียงเป็นเครื่องหมายการค้า บริษัทมอเตอร์ไซค์ เช่น ฮาร์เลย์ เดวิดสัน (Harley-Davidson) ก็ใช้เสียงเป็นเครื่องหมายการค้า ถามว่าถ้าในประเทศไทย ใช้เครื่องหมายการค้าที่ครอบคลุมไปถึงเสียงด้วยดีไหม ดิฉันก็คิดว่าดี เพียงแต่กังวลว่า ในกระบวนการการพิจารณาบุคลากรของเรามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนในการ เก็บเครื่องหมายการค้าที่เสียงนี้จะมีกระบวนการอย่างไร เพราะดิฉันไม่มั่นใจว่า ณ วันนี้ โครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นคน อาคารส้านักงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ จะมีความพร้อมหรือเปล่า ในเรื่องของกลิ่น อันนี้ก็เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายไปแล้วว่าเราจะพิสูจน์กัน อย่างไรคะว่ากลิ่นนั้นเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าชิ้นนี้ และวิธีการเก็บตราสินค้า เครื่องหมายการค้า ที่เป็นกลิ่น ทางกระทรวงพาณิชย์จะจัดเก็บกลิ่นนั้นอย่างไร จะบรรจุอยู่ในขวด ในรูปอย่างไร ดิฉันยังนึกภาพไม่ออกนะคะ ก็จึงท้าให้เกิดความกังวลใจอย่างนี้เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดว่าคณะกรรมาธิการได้พิจารณาและทางคณะรัฐมนตรีสามารถชี้แจงให้กระจ่าง และยืนยันได้ว่าการครอบคลุมนิยามของเครื่องหมายการค้าที่ให้รวมถึงเสียงและกลิ่น จะเป็นประโยชน์และท้าได้จริง ดิฉันก็คงจะเกิดความสบายใจขึ้น อย่างไรก็ตามในเมื่อ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรุณานั่งอยู่ในที่นี้แล้วดิฉันก็มีข้อเสนอที่คิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการด้าเนินการในการปกป้องสิทธิประโยชน์และการบังคับใช้กฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในเรื่องแรก ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการคนไทยนั้น ได้ตระหนักถึงความส้าคัญของเครื่องหมายการค้า จริงอยู่ตัวเลขจ้านวนของผู้ประกอบการ ที่มายื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในช่วง ๖-๗ ปีหลัง มีตัวเลขที่สูงขึ้นเยอะขึ้น แต่ถ้าเปรียบเทียบกับจ้านวนตัวเลขของผู้ประกอบการที่มายื่นค้าขอกับจ้านวนตัวเลข ที่ผู้ประกอบการได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน อย่างในปี ๒๕๕๓ ผู้ประกอบการไทยยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจ้านวน ๒๔,๗๘๑ ราย แต่มีเพียงแค่ ๑๓,๒๖๘ รายเท่านั้นที่ได้รับการจดทะเบียน แล้วตัวเลขก็ต่างกัน ๕๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ค่ะ นับถอยหลังไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ไปถึงปี ๒๕๔๘ นั่นหมายความว่า ผู้ประกอบการยังไม่มีความเข้าใจว่าหลักการในการขอยื่นจดทะเบียน หรือว่ายังมีการขอ จดทะเบียนซ้าซ้อนกันอยู่เกิดขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องรณรงค์ อธิบาย และให้ความรู้เกี่ยวกับผู้ประกอบการ อีกอย่างหนึ่งแม้ว่าตัวเลขของผู้ยื่นขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าจะมีตัวเลขที่สูงขึ้นเรื่อยมา แต่ถ้าเปรียบเทียบตัวเลขของประเทศไทย กับประเทศที่เขามีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ถือว่ายังเป็นตัวเลขที่น้อยมากนะคะ ของไทยมีจ้านวนการขอจดทะเบียน ในปี ๒๕๕๓ รวมทั้งผู้ประกอบการไทย และผู้ประกอบการต่างประเทศ ๒๑,๘๓๐ ราย นี่คือในปี ๒๕๕๓ แต่ถ้าเทียบกับ ประเทศเกาหลีใต้ ในปี ๑๙๘๐ หรือว่า ๒๐ กว่าปีที่แล้ว จ้านวนผู้ที่ได้รับจดทะเบียนเขามีตั้ง ๘๐,๐๐๐ รายการ นี่คือปี ๑๙๘๐ ของเขา เขามี ๘๐,๐๐๐ รายการ แต่ว่าปี ๒๐๑๐ ของเรายังมีเพียงแค่ ๒๐,๐๐๐ รายการ ประเทศเกาหลี ก็เป็นอย่างนี้ เขาน้าเราไปเยอะมาก เช่นเดียวกับประเทศสิงคโปร์ แม้ว่าจะเป็นประเทศเล็ก ๆ ถ้าเทียบกับประเทศไทย แต่ถ้าดูตัวเลขเมื่อปี ๑๙๘๐ เขามีจ้านวนผู้ที่ได้รับจดทะเบียน ๕๘,๐๐๐ รายการ ซึ่งก็สูงกว่าประเทศไทย ณ ทุกวันนี้มาก จึงเห็นได้ว่าในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์และการสร้างความตระหนักรู้ของทางหน่วยงานราชการให้เกิดขึ้นแก่ ผู้ประกอบการยังมีน้อยอยู่นะคะ

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือในเรื่องของมาตรา ๕ ดิฉันเห็นว่าในร่างพระราชบัญญัติ ได้ก้าหนดให้ทางกระทรวงมีบทบาทในการสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐบางหน่วยงาน สามารถมาจดทะเบียนขอรับความคุ้มครองเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้ามากขึ้น นั่นหมายความว่ากลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นความส้าคัญของเครื่องหมาย การค้า คงไม่ใช่ตีกรอบเฉพาะภาคประชาชน และภาคผู้ประกอบการธุรกิจเท่านั้น คงจะต้อง ให้ไปถึงหน่วยงานราชการด้วย ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างกรณีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มีเครื่องหมายการค้า ก็คือเป็นเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ แล้วก็พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เครื่องหมายการค้านี้เป็นที่รู้จักกันอย่างดีของประเทศไทยว่า เป็นตรา ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้ประกอบการร้านอาหารจ้านวนมาก ละเมิดตราสินค้า หรือว่าตราของ ททท. ตรงนี้ แต่ว่า ททท. เองก็เพิ่งตื่นขึ้นมา เพิ่งจะเห็นว่า การที่ไปรักษาสิทธิตรงนี้ ไปจดทะเบียนให้เป็นเครื่องหมายการค้าให้ถูกต้องเพิ่งจะไปท้ามา เมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่ถูกละเมิดมานาน นั่นก็หมายความว่าการที่เครื่องหมายการค้า ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถูกใช้อย่างไม่ถูกต้อง มันก็อาจจะมีผลต่อชื่อเสียง ของประเทศไทย เพราะว่าในหลาย ๆ ที่ก็มีผลิตสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ เป็นร้านอาหาร ที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ว่ามีตราของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่ จึงเป็นกรณีตัวอย่างว่า กระทรวงพาณิชย์เองก็มีความจ้าเป็นที่จะต้องรณรงค์ให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ มีความเข้าใจในเรื่องของเครื่องหมายการค้าด้วย

ในประเด็นต่อมา นอกจากที่จะต้องเร่งรณรงค์และประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ประกอบการเห็นความส้าคัญ และเข้ามาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ดิฉันคิดว่า จ้าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอ้านวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยไปจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ ในประเทศที่ผู้ประกอบการนั้นไปด้าเนินธุรกิจอยู่ เพราะว่าธุรกิจไทยหลาย ๆ บริษัท ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเรดบูล เป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ก็มีกรณีที่ถูกละเมิดตราสินค้าในประเทศใหญ่ ๆ หลายแห่ง ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายที่เหตุการณ์ เหล่านี้เกิดขึ้น กระทรวงเองก็ควรจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้มีการไปจดทะเบียนในต่างประเทศด้วย

ประเด็นสุดท้าย ดิฉันไม่แน่ใจกับท่าทีของรัฐบาลต่อพิธีสารมาดริด ว่าจะเดินหน้าต่อหรือยังชะลออยู่ เพราะว่าเมื่อตรวจเข้าไปในเว็บไซต์บางที่ก็เห็นว่า ทางกระทรวงพาณิชย์อยากจะผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีของสนธิสัญญามาดริด แม้ว่าสนธิสัญญามาดริดจะมีข้อดีก็คือ หากผู้ประกอบการนั้นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในประเทศไทย ก็จะได้รับการคุ้มครองในประเทศอื่น ๆ ที่เป็นภาคีในพิธีสารมาดริดนี้ด้วย แต่ว่าการเป็นภาคีของพิธีสารมาดริดนี้มันก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย มันหมายถึงว่าถ้าเรา เป็นประเทศภาคีแล้ว ประเทศไทยเราก็ต้องยอมรับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ของประเทศอื่น ๆ ดังนั้นดิฉันคิดว่าถ้ารัฐบาลจะเดินหน้าในการเข้าเป็นภาคีของพิธีสารมาดริด ก็คงจะต้องมีกระบวนการในเรื่องของการประชาพิจารณ์ การรับฟังความคิดเห็นของบุคคล ที่เกี่ยวข้อง บริษัท แล้วก็ภาคประชาชนด้วย แม้ว่าสุดท้ายคงจะต้องมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ รัฐสภา หากรัฐบาลจะเดินหน้าในเรื่องพิธีสารมาดริด แต่ดิฉันไม่อยากให้เป็นการด้าเนินการ ในลักษณะของนาทีสุดท้าย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ของประเทศชาติ แล้วก็ผู้ประกอบการของคนไทยนะคะ ก็เรียนมาเท่านี้ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญดอกเตอร์สุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครสวรรค์ ผมเองจะอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในหัวข้อ ส้าคัญ ๆ ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ในประเด็นแรกพูดถึงทางด้านการเมือง โดยเฉพาะการเมือง ระหว่างประเทศ ประเด็นที่ ๒ ในกลุ่มของพัฒนาการทางเศรษฐกิจ และประเด็นที่ ๓ ในกลุ่มของความคิดสร้างสรรค์ กฎหมายฉบับนี้มีความส้าคัญมากครับ ท่านประธานครับ ต้องถือว่าเป็นการแก้ครั้งใหญ่ มีถึง ๓๙ มาตรา ก็เกือบจะครบทีเดียวนะครับ แล้วก็เป็น การแก้จากครั้งสุดท้ายที่มีการแก้ไข ๒๐ กว่าปีมาแล้ว ดังนั้นความส้าคัญของกฎหมายฉบับนี้ เมื่อมาดูสภาพในสภาแล้ว ส.ส. เหลือน้อยเหลือเกินท่านประธานครับ ผมอยากเห็น ส.ส. เข้ามานั่งฟัง เข้ามาช่วยกันอภิปราย ช่วยกันค้นคิด แต่โดยมารยาทเราไม่ไปว่ากล่าวกันหรอกครับว่า ให้เพื่อน ส.ส. เสียหาย เพราะแต่ละคนเราเคารพซึ่งกันและกัน ท่านอาจจะมีธุระของท่าน ผมอาจจะกล่าวก็ได้ครับว่านี่เขาจ้างมาประชุมนะ ท้าไมไม่มาประชุมล่ะ พูดอย่างนี้ก็ได้ครับ แต่ถ้าพูดอย่างนั้นมันเป็นการไม่เคารพกัน ผมก็อยากจะฝากท่านประธานว่าเราอยู่ในสภานี้ ช่วยเคารพกันบ้างสิครับ ไม่ใช่ไปว่ากล่าวกันเพื่อจะเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ผมว่าพอ เพราะคนที่พูดก็ไม่เห็นเลย อยู่ไหน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัยเอาในประเด็นของเราดีกว่า ท่านท้าดีอยู่แล้วครับ เอาในประเด็นนี่ละครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ 🔗

ผมก็ท้าดีให้ท่านประธานตลอด เพื่อที่จะให้สภามีวัฒนธรรมที่ดีงามที่เราจะไม่ทับถมกัน แต่ท้าไมผมต้องพูดเรื่องนี้ครับ ท่านประธาน ไม่ใช่ว่าจะขึ้นมาเพื่อจะมาทับถมใคร แต่ผมคิดว่าเมื่อผมท้าหน้าที่ในส่วนนี้ ผมมีความรู้เรื่องนี้ เพราะผมท้างานทางการเมือง ท้างานด้านกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า มายาวนานครับ ผมเป็นทนายความด้านเครื่องหมายการค้า จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ฟ้องคดีเครื่องหมายการค้าก่อนที่จะมาเป็นผู้แทนราษฎร ผมจึงอยากเอาส่วนความรู้อันนี้ มาเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง และให้ข้อคิดต่อข้าราชการและพี่น้องประชาชน ว่าวันนี้เราอยู่ในโครงสร้างส้าคัญที่สุด คือโครงสร้างของโลกสมัยใหม่ ผมเอง ตอนที่เป็นทนายความต้องเจอหลายสิ่งหลายอย่างและเคยคิดครับ และเคยคิดครับว่า อันนี้เป็นผลประโยชน์ของไทย อันนี้เป็นผลประโยชน์ของไทย แต่วันนี้ท่านประธานครับ ส้านักงานที่ผมท้าก็ไม่ใช่เล็ก ๆ แต่วันนี้ผมก็ต้องเปลี่ยนความคิด เมื่อก่อนเจ้านายที่เป็นฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ใช่นะ เรื่องนี้เป็นเรื่องสากล ในทางการค้าเป็นเรื่องการสร้างสรรค์นะ ดังนั้น วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันเป็นภาวะการเมือง ภาวะการเมืองนี้ก็คือ ภาวะ แห่งความเสมอภาคแห่งรัฐ และภาวะแห่งโลกาภิวัตน์ ท่านครับ เราได้ใช้หลักจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า ใช้หลักการจดทะเบียนเป็นสาระส้าคัญมานานแล้วครับ นั่นหมายความว่า ฝรั่งมีเครื่องหมายการค้าหนึ่ง ถ้าคุณจะให้คุ้มครองต้องมาจดที่ประเทศไทยเท่านั้น ท่านครับ หลักการนี้ดีไหม ดีครับ มาจดเยอะ ๆ สิจะได้เงินเข้าประเทศ แต่ถ้ามองกลับกัน คนไทยสตางค์น้อยจะได้รับการคุ้มครองในประเทศสหรัฐอเมริกา จะได้รับการคุ้มครอง ในประเทศอังกฤษ ต้องไปจดที่นั่นค่าทนายก็แพงแล้วจะได้รับการคุ้มครองได้อย่างไร ถ้าจะบอกว่าเครื่องหมายไทยไม่มีใครไปคิดไปลอกไปเลียนหรอกครับ ไม่จริงครับ วันนี้ ในทวีปยุโรป ในทวีปอเมริกาเอาสินค้าของประเทศไทย เดินแถวจังหวัดเชียงใหม่ แถวไนท์บาซาร์ (Night bazar) ไปวางขาย เอาเครื่องหมายดี ๆ ของเราไปเหมือนกันครับ ดังนั้นตรงนี้มันจึงเป็นภาวะโลกาภิวัตน์แล้วที่เราคงต้องให้ความคุ้มครองกัน การพูดถึง สนธิสัญญามาดริดนั้นผมว่าเป็นสาระส้าคัญอันหนึ่งที่เราควรจะได้พิจารณากัน เอ๊ะ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ขาดทุนสิ วันนี้เราคิดเรื่องขาดทุน ก้าไรไม่ได้แล้ว เพราะโลกแห่งรัฐนั้นมันเล็กลงทุกทีครับ มันเป็น โลกแห่งมนุษย์ครับ โลกแห่งมนุษย์ เราก้าลังอยู่ในโลกแห่งรัฐนี่ครับเลยฆ่าคน คนตาย ก็ไม่สนใจ แต่ว่าเมืองนอกเขาถือว่าไม่ว่าชาติไหนถ้ารัฐบาลฆ่าคนตายเป็นเรื่องใหญ่ครับ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศที่มีภาวะแห่งความเสมอภาคแห่งรัฐ ตามข้อตกลงดั้งเดิมเลย ไม่มีข้อตกลงอะไรครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาถ้าจะคุ้มครอง ในประเทศไทยต้องมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่นี่ ประเทศไทยจะให้คุ้มครอง ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ต้องไปจดทะเบียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าเราเข้าสู่ กระบวนการนี้ผมว่าจะท้าให้เราเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจนานาชาติ ท้าให้ต่างประเทศ เขาสบายใจขึ้นบ้าง ผมยกตัวอย่างครับ บางทีมันไม่น่าเลยครับ ผมท้างานด้านเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) ใครก็รู้จักทั้งนั้นครับ ตัวย่อ อาร์อาร์ (RR) ซ้อนกัน เซอร์ โรลส์ แอนด์ รอยซ์ ๒ คนนะครับเป็นนามสกุลเขา เขาคิดประดิษฐ์เครื่องจักรเครื่องกล ใครก็รู้จักครับ ขึ้นการบินไทยจะเห็นนะครับ มันจะมีดวงตรา อาร์อาร์ ซ้อนกันอยู่เลย รถโรลส์-รอยซ์ก็ยิ่งใหญ่มากครับ ราคา ๑๐ ล้านบาทขึ้นทั้งนั้นครับ อย่างเราไม่มีทางได้ขึ้นหรอก ใครเห็นอาร์อาร์ก็รู้หมดครับ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าบางทีก็น่าเห็นใจคนไทยนะ แต่ฟังดูแล้ว รู้สึกมันท้าลายเขาเหลือเกินครับ นี่ไม่ใช่มาปกป้องฝรั่ง เอาเครื่องหมายอาร์อาร์ โรลส์-รอยซ์ ไปจดอะไรรู้ไหมครับ ไปจดประเภทเป็นเสื้อผ้าใช้กับกางเกงในครับ เขาใช้แบบไฮคลาส (High class) เลยนะครับ แต่เขาไม่ได้จดกางเกงในไว้ เขาไม่ได้จดเสื้อผ้าไว้ แต่ปรากฏว่า นักธุรกิจที่นี่เอามาจดเป็นกางเกงใน ลองคิดดูสิครับระหว่างโรลส์-รอยซ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้า ที่มีค่ามากที่สุด โด่งดังที่สุดดันเป็นยี่ห้อกางเกงในเสียแล้วอย่างนี้ สิ่งเหล่านี้ครับ ผมเห็นว่า เราควรจะต้องท้าความเข้าใจกันเสียทีเถอะ จริงอยู่ครับ เราก็ต้องคุ้มครองเขา แต่เราคุ้มครอง เฉพาะที่จดทะเบียน แต่ไม่คุ้มครองในประเภทอื่นครับ การขโมยเครื่องหมายการค้ามาใช้กัน มันท้าให้เสียหาย เชื่อไหมครับว่ากระทรวงพาณิชย์ก็จดให้ครับ ผมต้องไปฟ้องศาล ต้องไป ถ่ายรูปว่ามูลค่ามันเท่านี้นะ ดวงตรามันมีลักษณะพิเศษนะ ใครเห็นก็รู้ทั้งนั้น แต่ก็ชนะนะครับ ศาลก็ให้ชนะ

อีกอันหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผมว่าถ้าเราได้มีรับรองสิทธิ ผมตอบแทน ท่านรัฐมนตรีก็ได้ จดกลิ่นท้าไม จดเสียงท้าไม ท่านครับ เดี๋ยวนี้การต่อสู้ทางการค้า มันเป็นเรื่องความคิดริเริ่ม ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมานั้น ไม่ใช่อยู่ ๆ ว่าถ้าไม่มีเรื่องกลิ่น เรื่องเสียง แล้วมันคิดเครื่องจักรเครื่องกลไม่ได้ ไม่ใช่ครับ ท้าไมเราต้องจัดกระบวนการศึกษา เปิดเสรีภาพให้แก่เด็กนักเรียนล่ะครับ การที่จะปกครอง นักเรียนได้ง่าย ให้อยู่ในระเบียบด้วยไม้เรียวนี้มันท้าให้กระบวนการพัฒนาทางความคิด มันยากมาก ท่านประธานครับ วันนี้สินค้าที่แพงที่สุดคือสินค้าความคิดครับ และไม่เคยมี ประเทศไหนในโลกที่เป็นเผด็จการและความคิดจะสร้างสรรค์ครับ ความเป็นเผด็จการนี้ มันพัฒนา ผมโยงให้ท่านเห็นเลยกับระบบการศึกษา ถ้าเราใช้ไม้เรียว ใช้ความรุนแรงนี่ ไม่ได้เลยครับ ความคิดสร้างสรรค์ไม่มีเลย ในแถบสแกนดิเนเวีย ในทวีปยุโรปเดี๋ยวนี้นะครับ อย่าว่าแต่ครูตีเด็กนะ พ่อแม่ตีเด็กก็ไม่ได้ เขาถือว่าเป็นการใช้ความรุนแรงไปสกัดกั้นความคิด ริเริ่มของเด็ก ดังนั้นถ้าเราจะพูดถึงเรื่องเครื่องหมายการค้ามันจะต้องโยงมาถึงวัฒนธรรมด้วยว่า สิ่งส้าคัญที่สุด เขาต้องการส่งเสริมการสร้างสรรค์ทางความคิด เมื่อเขาพิจารณาถึงกลิ่น เดี๋ยวนี้ท่านครับ ถ้ามนุษย์เราไม่คุ้มครองอันนี้มันไม่มีแรงจูงใจ ใช้สบู่ก็กลิ่นมะลิ ใช้สบู่ ก็กลิ่นดอกไม้ประเภทนั้น ประเภทนี้ แต่เดี๋ยวนี้มันมีการผสมกลิ่นใหม่ ๆ เพื่อจะให้เกิด ความพึงพอใจ ทางเลือกใหม่ ๆ ในตลาดการแข่งขัน ถ้าเราบอกเราไม่เอา ในที่สุดเราก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะได้รับการรับรองว่าเราได้ก้าวเข้าสู่กระบวนการโลกาภิวัตน์แล้วนะ นี่เราก้าลังจะก้าวเข้าสู่คอมมูนิตี้ (Community) ของอาเซียน เออีซี (AEC) พอจะเข้าสู่เออีซี บอกเรื่องกลิ่นไม่เอานะ รู้สึกว่าเสียประโยชน์มากเหลือเกินประเทศไทย ท่านครับ เราต้องเพลา ๆ คิดเรื่องประเทศไทยที่มีลักษณะว่าปิดประตูเพื่อจะเอาประโยชน์ ถ้าเราคิด อย่างนั้น เราคบกับใครไม่ได้ ฟังดูแล้วเหมือนกับว่าไปให้โอกาสฝรั่ง แต่หารู้ไม่ว่าวันนี้ โลกสมัยใหม่คนไทยก็ไปใช้ประโยชน์ในรัฐอื่น ๆ เยอะแยะครับ คนไทยเข้าไปใช้ประโยชน์ รัฐสวัสดิการจากสแกนดิเนเวียเต็มไปหมดครับ อยู่ในประเทศฝรั่งเศสก็กินบ้านาญ ของประเทศฝรั่งเศส ถ้าอย่างนั้นถ้าเราเอาประเทศไทยเป็นหลัก เดี๋ยวประเทศฝรั่งเศส เขาว่าบ้างว่าอย่างไร ดังนั้นผมว่าเรื่องนี้เราต้องเปิดใจให้กว้าง เพียงแต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือว่า แล้วเครื่องวัดกลิ่นมีหรือยังว่าอันนี้มันใช่หรือไม่ใช่ อันนี้ละส้าคัญ แต่ถ้าเขาสร้างกลิ่นใหม่ ๆ ได้ กลิ่นมันก็เป็นสินค้าตัวหนึ่ง ดังนั้นความคิดสร้างสรรค์ตรงนี้ละครับมันจะเป็นจุดประกายไฟ ให้ขยายไปในทุก ๆ ด้านขอบเขตของสังคม และมันจะเกิดผลกระทบไปถึงระบบการศึกษา ที่ระบบการศึกษาก็ดีจะต้องไม่ตีเด็ก กระทบไปถึงด้านครอบครัวที่พ่อแม่จะต้องเลี้ยงเด็ก ให้มีความคิดสร้างสรรค์ ท่านครับ เสื้อตัวหนึ่งราคาไม่กี่สตางค์ สูทตัวหนึ่งถ้าซื้อทั่ว ๆ ไป ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาทก็มีครับ แต่ถ้ามีหยักคอนิดหนึ่งใส่ความคิดเข้าไป แล้วติดยี่ห้อ ราคาเยอะแยะเลยครับ ถ้าเป็นเวอร์ซาเช่ (Versace) ก็อีกราคาหนึ่งทันที ท่านเชื่อไหมครับ เสื้อเซิ้ร์ตธรรมดาพอติดเวอร์ซาเช่มีคอเป็นหยักนิดหนึ่งนะครับจากตัวหนึ่งซื้อ ๕๐๐ บาท กลายเป็น ๒๐,๐๐๐ บาททันที ท่านเคยเห็นนักคิดแฟชั่นต่าง ๆ เกิดในประเทศลิเบียไหมครับ เกิดในประเทศเผด็จการไหม ไม่มีหรอกครับ ดังนั้นถ้าเรายอมรับความคิดที่เป็นเสรี เรายอมรับว่า สินค้าที่แพงที่สุดในโลกนั้นคือสินค้าทางความคิด เราก็จะต้องเห็น และรังเกียจ การฆ่าประชาชนที่สี่แยกราชประสงค์ทันที ท่านประธานครับ ตรงนี้ถ้าเราจะโยงให้เห็น ในโครงสร้างเหล่านี้เอง เราก็จะเห็นความเป็นจริงว่าสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เราต้องยอมรับเขาอีก ผมดูในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอประทานโทษที่ฝากท่านรัฐมนตรีไปนะครับ ไหน ๆ จะปรับปรุงแล้ว ปรากฏว่าการจดทะเบียนอย่างที่ผมกราบเรียนนี่ครับ มันมีเหมือนกันครับ ข้อด้อย มันจดกั๊กไว้เฉย ๆ ถ้าตราบเท่าที่เรายังไม่ได้เข้าไปเป็นสมาชิกในสนธิสัญญาที่ว่านี้ ฝรั่งก็จะมาจด ๆ ไว้เยอะแยะหมด มันต้องควรมีมาตราหนึ่งกั๊กไว้ว่าภายใน ๕ ปีจะต้องมี การตรวจสอบว่าเครื่องหมายนั้นถ้าไม่ได้ใช้จะท้าอย่างไรกับเขา ถ้าจะใช้หลักนี้นะ แต่ถ้าใช้ หลักสากลเข้าไปอยู่ในสนธิสัญญามาดริดก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งผมคิดว่าความคิดสร้างสรรค์ เราอย่าไปเลือกว่าเป็นฝรั่งเป็นไทยเลยครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับ กางเกงยีนส์ มันแข่งขันกันมาก แม้กระทั่งเชือกที่ถักเป็นรูปรอยกระเป๋าครับ ฟ้องกันมากครับระหว่าง กางเกงลีวายส์ (Levi’s) กับแรงเลอร์ (Wrangler) กับต่าง ๆ ที่เขาจะเป็นรูปปีกนกนี่ครับ เป็นเงินของเขาไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ขอประทานโทษไม่ได้โฆษณา แต่จะอธิบาย ให้เห็นรูปธรรมว่าสิ่งเหล่านี้เราก็ควรจะต้องคุ้มครอง แต่ที่ผ่านมากฎหมายเก่าไม่คุ้มครองเลยครับ ไม่คุ้มครองเขาเลย ถ้าถามว่าดีไหม ก็ดีเหมือนกันครับ มันต้องจ้างจดทะเบียนบานตะเกียงเลยครับ จดทะเบียนรูปกระเป๋า รูปปีกอย่างเดียว ปีกพร้อมกระเป๋า กระเป๋าแล้วมีแถบแดง ๆ เล็ก ๆ เห็นไหมครับ ถ้าไม่คุ้มครองก็ต้องจดอีก แหมฟังดูแล้วมันก็เป็นสิทธิของเขา เขาคิดแล้วนี่ รูปรอยต่าง ๆ มันควรจะให้เขา การใช้ลายผ้า หรือการใช้ลายเส้นเชือกเข้าไปในเนื้อ ของกางเกง ของเสื้อผ้า แล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้าที่เห็นรูปรอยประดิษฐ์ อย่างนี้ปั๊บรู้ทันที ยกตัวอย่างที่ ส.ส. คนสวยที่อยู่ข้าง ๆ ผม ขอประทานโทษนะครับ เสื้อมีลายเห็นไหมครับ ถ้าเกิดใช้มาก ๆ เข้านะครับท่านประธานจับตาดูหน่อยนะครับ ถ้าใช้มาก ๆ เข้าลายเสื้ออย่างนี้กลายเป็นสินค้า กลายเป็นเครื่องหมายการค้าได้อีก แต่ปรากฏไม่มีคุ้มครองในนี้ ยังมองไม่ถึงอีก ไปดูเถอะครับ ลายกางเกงยีนส์ที่เกาะอยู่ที่ กระเป๋ากางเกงข้างหลังส้าคัญมากครับ เพราะมันโชว์ก้นกันเป็นหลักครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ เวลามันโฆษณากางเกงยีนส์ไม่ได้โชว์ข้างหน้านะ โชว์ข้างหลังครับ โก่งก้นผู้หญิง ดังนั้นสิ่งเหล่านี้มันเป็นแรงจูงใจทั้งหมด ผมเลยฝากช่วยดูเรื่องลายผ้า และลายผ้าที่มีลักษณะเฉพาะที่สามารถจะบ่งบอกลักษณะเฉพาะว่าเป็นของคนนั้นได้ ของคนนี้ได้ ให้เขาเถอะครับ แล้วเราก็แข่งขันกันสิครับ คนไทยก็คิดบ้างสิ

อีกอันหนึ่งความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ซึ่งไม่ค่อยยอมรับกัน เช่น การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทอาหาร อร่อยนี่จดไม่ได้ ท่านประธานครับ แต่อาหย่อยนี่น่าจะได้ แต่ปรากฏว่าบางทีราชการก็คิดแบบราชการ คนไทยจะคิดอาหย่อย จะไปบอกว่าอาหย่อยเป็นการเลียนเสียงอร่อย อันนี้เขาคิดสร้างสรรค์เขานะ อาหย่อย ไม่ใช่ผิด แต่ไม่ให้ เช่นเดียวกันครับ ค้าว่า แซ่บ ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทอาหาร เขาไม่จดให้นะ แต่ถ้าผมจะใช้วิธีการสระแอ แทนที่จะเป็น ซ โซ่ ใช้ เอส (S) แทนครับ แล้ว บ ใบไม้ ใส่ไม้เอก อย่างนี้ได้หรือเปล่า ผมว่าต้องเขียนให้ชัดครับว่าการคิดสร้างสรรค์ ที่เอาภาษาต่าง ๆ เข้ามาประกอบแล้วเป็นลักษณะรูปรอยประดิษฐ์ หรือมีลักษณะ บ่งเฉพาะที่อธิบายได้เป็นความคิดสร้างสรรค์ต้องให้เขาบ้าง คนไทยตรงนี้มีปัญหา เรื่องการยอมรับความคิดสร้างสรรค์ หรือการยอมรับความคิดใหม่ ๆ ที่แปลกออกไป ดังนั้น ตรงนี้ถ้าวัฒนธรรมของเรายังไม่เปิด เพราะวัฒนธรรมของเรานี้บีบให้คิดเหมือนกันครับ ซึ่งวันก่อนผมพูดไปแล้วประวัติศาสตร์ต้องคิดเหมือนกัน วิจารณ์ประวัติศาสตร์ไม่ได้เลยครับ ยิ่งประวัติศาสตร์ต้นรัตนโกสินทร์ใครท้าอะไรกันพูดไม่ได้เลยนะ เราไม่รู้หรอกครับว่า วัฒนธรรมเช่นนี้ นี่คือวัฒนธรรมเผด็จการที่ก้าลังบีบให้ประเทศไทยไม่สามารถจะแข่งขัน กับคนทั้งโลกได้ ด้วยเหตุนี้เองมันจึงไปเสียท่าฝรั่ง ถ้าจะพูดอย่างนี้ ดังนั้นเรานอกจากจะต้องเปิด เราต้องเข้าใจปรัชญาของร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่าสาระส้าคัญมันมีใหญ่ ๆ คือการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ว่าด้วยเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศและการเมืองระหว่างประเทศ ผมจึงฝากไว้ว่าเรื่องสี เรื่องกลิ่น ผมว่าโอเค (OK) ครับ อันนี้มันพัฒนาแล้ว ไม่ใช่เรื่องประเทศสหรัฐอเมริกาจะได้ประโยชน์เท่านั้น ไม่ใช่ว่า ประเทศใหญ่ ๆ ได้ประโยชน์เท่านั้น เราก็ควรจะต้องคิดวิธีการเหมือนกันให้เราส่งเสริม มากระตุ้น ท่านจ้าได้ไหมครับ เมื่อก่อนก็ดูถูกพวกร้านขายสะดวกซื้อ ปรากฏว่าโชห่วย สู้กับสะดวกซื้อ สู้เท่าไรก็แพ้ เดินขบวนก็แพ้ สุดท้ายเราต้องยอมรับการแข่งขัน คนไทย ขาดตรงนี้ครับ จะใช้ชาติมาหาประโยชน์แล้วบล็อกทุกอย่างไม่ได้ครับ โลกสมัยใหม่ ท้าไม่ได้แล้ว เดี๋ยวนี้เริ่มมีห้างสรรพสินค้าของไทยเริ่มสร้างขึ้นมาแล้วด้วยแบรนด์ของตัวเอง แข่งขันเรื่องต้นทุน การจัดการกับบริษัทสะดวกซื้อขนาดใหญ่ อันนี้สะดวกซื้อขนาดเล็ก แล้วก็สร้างแฟรนไชส์ (Franchise) ขึ้น เขาก็ต้องแข่งกัน โลกมันอยู่กับการแข่งขันครับ ท่านทักษิณเคยกล่าวไว้ว่าแม้เราไม่อยากแข่งขัน แต่โลกจะจัดให้เราไปแข่งขันเอง ดังนั้น เราจึงหยุดไม่ได้ จึงฝากประเด็นนี้ด้วยนะครับว่าเราต้องเปิดใจกว้าง เปิดโอกาสให้ทุก ๆ ฝ่าย แล้วให้ประเทศไทยเป็นเซ็นเตอร์ (Center) เป็นศูนย์กลางของนานาชาติ ใครอยากมาหา ผลประโยชน์เชิญเลยครับ แต่เราก็หาด้วยนะ เราเก็บภาษีด้วยนะ เหมือนวันนี้ครับ วันนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศสิงคโปร์นั้นเขาไม่มีสินค้าท้าการผลิตเลย แต่เขาใช้เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน เขาก็ได้ประโยชน์ ดังนั้นประเทศไทยต้องเข้าใจ อันนี้ด้วยนะครับ

ส่วนในประเด็นสุดท้ายที่ผมจะฝากท่านไปครับ นั่นก็คือเรื่องลักษณะการพ้องเสียง การพ้องรูป การประดิษฐ์ค้าใหม่ ๆ ซึ่งเป็นเรื่องความคิดครีเอทีฟ (Creative) ผมอยากฝาก ท่านรัฐมนตรีครับ ลองปรึกษาหารือในกระทรวงเถอะครับ บังเอิญผมก็ไม่มีโอกาสมีวาสนาเหมือนท่าน จะได้เป็นรัฐมนตรีกับเขาบ้าง เอาเข้าไปเสนอแนวคิดในกระทรวงว่าว่าด้วยความคิดครีเอทีฟ เราเปิดช่องให้คนคิดได้แค่ไหน พอทีฝรั่งได้ พอไทยจะคิดอย่างที่ผมบอกว่าอาหย่อยอย่างนี้ ได้ไหม บางทีไม่ให้ ก็ฝากท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตน้าเสนอความคิดเห็นร่วมกับ เพื่อน ๆ สมาชิก และกราบขอบพระคุณนะครับ ถ้าในโอกาสต่อไปถ้าเราจะไม่ว่า ผู้แทนราษฎรขี้เกียจสันหลังยาวก็จะกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับ ท่านสมาชิกที่ได้แสดงความคิดเห็นกันไปในเรื่องของร่างกฎหมายเครื่องหมายการค้านี้ว่า แท้ที่จริงแล้วเรื่องของการให้ความส้าคัญในเรื่องของวัฒนธรรมก็มีส่วนอย่างยิ่งในเรื่องของ เครื่องหมายการค้า เรื่องของการแก้ไข เรื่องเผด็จการทางความคิดก็เป็นเรื่องส้าคัญ อีกประการหนึ่งในการที่จะท้าเรื่องของเครื่องหมายการค้า เพราะว่าการที่มีเผด็จการ ทางความคิดนั้นเที่ยวตัดสินว่าคนนั้น คนนี้เป็นโจรกระจอก แล้วก็ไปล้อมมัสยิดเขา ไปยิงเขา ก็คงไม่ได้ต่างอะไรกับเหตุการณ์ของการยิงผู้คนในเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วกระผมก็ไม่แน่ใจ เหมือนกันนะครับว่ากระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์นั้นจะรวมไปถึงการจุดไฟ เผาสี่แยกราชประสงค์ด้วยหรือเปล่า ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งครับที่น่าสนใจ จริง ๆ ผมเข้าใจว่า คงมีเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วค่อนข้างเยอะในเรื่องของความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ความพร้อมของข้าราชการในการที่จะก้าวไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน แล้วก็ แก้ไขกฎหมายเครื่องหมายการค้า เพราะในความเป็นจริงแล้วหลายคนยังสงสัยครับว่า ท้าไมต้องมีการแก้ไขเครื่องหมายการค้าในกฎหมายในประเด็นนี้ ในการก้าวเข้าไปสู่ ความเป็นประชาคมอาเซียน สาเหตุก็เนื่องมาจากว่าเงื่อนไขหนึ่งในการก้าวเข้าไปสู่ ความเป็นประชาคมอาเซียนนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าเราต้องรับพิธีสารมาดริด หรือมาดริด โปรโตคอล ซึ่งในนั้นก็มีกระบวนการหลาย ๆ กระบวนการที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดกัน ไปแล้วพอสมควรในเรื่องของการท้างานของเจ้าหน้าที่ ของข้าราชการว่ามีความพร้อม มากน้อยแค่ไหน เพราะแต่เดิมนั้นกระบวนการในการซักค้านเครื่องหมายการค้าที่ขออนุญาต จดทะเบียนนั้นใช้เวลา ๙๐ วัน แต่ว่าในมาดริด โปรโตคอลนั้น กระบวนการในการซักค้านนั้น มีเวลาแค่ ๖๐ วัน แล้วก็ท้าผ่านสื่อที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยอย่างนี้เป็นต้น นี่คือสิ่งที่ ต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในกระทรวงกับระบบราชการของเราที่ได้รับการแก้ไข ซึ่งแน่นอนครับว่าตรงนี้เพื่อนสมาชิกก็พูดกันไปหลายท่านผมคงจะไม่กล่าวถึงให้เสียเวลา ของสภาในที่นี้อีก แต่มี ๒ ประเด็นที่ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ในการพูดกับสภาแห่งนี้ เรียนผ่านท่านประธานไปก็คือเรื่องของกรณีก่อนที่จะมีการจัดท้าการแก้ไขกฎหมายการค้า ฉบับนี้นั้น ระหว่างที่มีการพิจารณาในเรื่องของมาดริด โปรโตคอลนั้น แล้วก็มีการพูดกัน ในหลาย ๆ ส่วนทั้งแวดวงทนายความเอง แวดวงนักกฎหมายเอง และแวดวงการค้าที่จะมีผล ต่อการบังคับใช้ของกฎหมายในฉบับนี้นั้น ได้พูดกันถึงเรื่องของแลนด์ลอร์ด ไลอะบิลิตี้ (Landlord liability) แลนด์ลอร์ด ไลอะบิลิตี้ก็คือกฎหมายหรือว่าข้อกังวลที่พูดกันในเรื่อง ของการเอาผิดส้าหรับเจ้าของสถานที่ที่มีการละเมิดเครื่องหมายการค้า กรณีนี้ยกตัวอย่าง ให้เห็นชัดเจนครับเรื่องของการมีการขายสินค้าลอกเลียนแบบ สินค้าที่มีการปลอมแปลง หรือละเมิดลิขสิทธิ์ ละเมิดเครื่องหมายการค้าในห้างสรรพสินค้าหรือในสถานที่ต่าง ๆ แต่เดิมนั้นกระบวนการในการเอาผิดนั้นเอาผิดได้เฉพาะผู้ซื้อและผู้ขายเท่านั้น เดิมเลยทีเดียว เฉพาะผู้ขายด้วยซ้าครับ ตอนหลังมีการเพิ่มโทษในเรื่องของผู้ซื้อด้วย แต่ว่าเจ้าของสถานที่เอง ไม่ได้มีผลอย่างไรทั้งสิ้นกับกระบวนการในการกระท้าผิดแบบนี้ ซึ่งในแวดวงของนักกฎหมายเอง ในแวดวงของนักธุรกิจกันเองที่ท้าผลิตสินค้าต่าง ๆ มาก็กังวลในกรณีแบบนี้ การถกในเรื่อง ของแลนด์ลอร์ด ไลอะบิลิตี้นั้น ถกกันเฉพาะในแวดวงของนักกฎหมาย แล้วก็นักธุรกิจ ในระดับหนึ่งแล้วก็หายไป พอมาถึงขั้นตอนในการท้ากฎหมายผมเข้าใจว่าเรื่องเหล่านี้ ถูกลืมไปพอสมควรเหมือนกัน แล้วก็ไม่มีใครกล่าวถึงอีก ซึ่งกรณีแบบนี้ต่างชาติเอง ก็ให้ข้อเสนอแนะมาหลายครั้งเหมือนกันกับในกรณีของการเอาผิด เพราะฉะนั้นการจับกุม ผู้กระท้าผิดมันจะกลายเป็นลักษณะของการเล่นเอาเถิด เราจะเห็นอยู่บ่อย ๆ ตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ วันดีคืนดีก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปจับกุม จับกุมเสร็จหายไปสักประมาณ สัปดาห์หนึ่งก็กลับมาขายอีกเหมือนเดิม กรณีแบบนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจ้าถ้าไม่มีการเอาผิด อย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นกรณีประเด็นแบบนี้ที่ต้องฝากเอาไว้นะครับ

กรณีที่ ๒ ท่านสมาชิกหลายคนได้พูดเอาไว้เมื่อสักครู่นี้อย่างชัดเจนในเรื่องของ การจดเครื่องหมายการค้าข้ามประเทศ แต่เดิมนั้นอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดไปก็คือว่าจะไป ท้าการค้าที่ประเทศใดต้องไปจดที่นั่น น้าสินค้าไปขายที่ประเทศไหนอย่างไร ต้องไปท้า การจดเครื่องหมายการค้าในที่นั้น ๆ กระบวนการของมาดริด โปรโตคอลนั้นและการรวม เป็นเออีซีนั้นท้าให้สามารถที่จะจดเครื่องหมายการค้าข้ามประเทศได้นะครับ กรณีแบบนี้สิ่งที่จะตามมาคือผลดีมันมีครับว่าลดขั้นตอนในการท้างาน แน่นอนว่ากระทรวง แน่นอนว่าหน่วยงานราชการจะต้องตามให้ทันในกระบวนการท้างาน แต่ว่าท้ายที่สุด คนที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนก็คือทนายความ ส้านักงานกฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่ ทั่วประเทศ ที่เขารับจดเครื่องหมายการค้า รับจดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรต่าง ๆ กระบวนการ ในการท้างานเดิมที่ผ่านมาซึ่งมีงานอยู่มากพอสมควร มันจะหายไปส่วนหนึ่ง เพราะว่า ต้องชั่งน้าหนักกันดี ๆ ว่าการน้าเข้ากับส่งออกของเรานั้นอะไรมากกว่ากันนะครับ ถ้าธุรกิจ ที่ไปด้าเนินการยังต่างประเทศนั้นน้อยกว่าธุรกิจที่เขาเดินทางเข้าไปท้าธุรกิจในประเทศนั้น แน่นอนครับว่ากระบวนการแบบนี้ท้าให้ประเทศเราเสียเปรียบ แล้วก็ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ มากที่สุดก็คือธุรกิจทนายความ กระบวนการที่คนต่างชาติเข้ามาลงทุนในบ้านเรา แล้วก็ต้อง มาจดเครื่องหมายการค้า ต้องมาท้าธุรกรรมต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมาย ในบ้านเรา ปรึกษาบริษัทกฎหมายในบ้านเรามันจะหายไปเยอะพอสมควร เพราะฉะนั้น แน่นอนครับว่าส้านักงานกฎหมายที่เป็นระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ เฟิร์มนั้นมีอยู่อาจจะ ไม่มากแห่งนัก แต่ว่าในจ้านวนเหล่านั้นเม็ดเงินในการลงทุน ในการท้าธุรกรรมทางกฎหมาย ก็ค่อนข้างสูงนะครับ กระบวนการตรงนี้แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือว่าจะท้าให้การลงทุน หรือว่าเม็ดเงินที่เข้ามาในประเทศนั้นมันหายไปส่วนหนึ่งนะครับ นี่คือสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง

ในท้ายที่สุดก็คล้าย ๆ กับที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไป ในเรื่องของความช้านาญ ของเจ้าหน้าที่ เพราะอย่างทุกวันนี้ในกรณีของการจดเสียงหรือกลิ่น แม้จะไม่มีเรื่องของเสียง หรือกลิ่นก็ตามในทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ที่มีหน้าที่ในการปฏิเสธเอง มาตรฐานในการปฏิเสธ ก็แตกต่างกัน ยกกรณีศึกษากรณีหนึ่งครับ เรื่องของตราสโมสรฟุตบอลที่ถูกไปท้าเป็นเสื้อยืด ในการใช้เล่นกีฬาต่าง ๆ มีหลายกรณีที่เป็นข้อถกเถียงกัน ในกรณีที่ผู้ที่เป็นผู้ปฏิเสธ การขอจดทะเบียนหรือว่าด้าเนินการเกี่ยวกับการลอกเลียนเครื่องหมายการค้าเป็นผู้ที่เข้าใจ เนื้อหาสาระของกรณีที่ถูกคัดค้านนั้นจริง ก็จะไม่มีปัญหา ยกตัวอย่างเช่น เสื้อสโมสร ของบาเยิร์น มิวนิค ถ้าท่านอ่านดี ๆ จะเป็นบาเยิร์น มิวเชียน ถ้าให้คนที่เข้าใจเรื่องราว ของฟุตบอลดีนี่ เขาก็จะเข้าใจว่าตราสโมสรนี้อ่านว่าอย่างไร แต่ถ้าไปให้ใครก็ตามที่ไม่เข้าใจ เรื่องของฟุตบอลมานั่งอ่าน มันก็จะไม่เข้าใจอยู่ดี หรือในเรื่องของกรณีที่หลาย ๆ คน เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกพูดไปในเรื่องของเสียงรถมอเตอร์ไซค์ ฮาร์เลย์ เดวิดสัน อย่างนี้ครับ ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเสียงเอกลักษณ์ แต่ถามว่า จะมีสักกี่คนที่เข้าใจในเรื่องพวกนี้ดี ผมเชื่อว่าหูของคนทั่วไปจ้านวนไม่น้อยฟังเสียง มอเตอร์ไซค์อย่างไรก็ไม่แตกต่างกันมาก เพียงแต่มันเป็นรถเล็กหรือรถใหญ่แค่นั้นเองนะครับ แต่วันนี้ถ้าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของฮาร์เลย์ เดวิดสัน ผมถามว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกาเขาเข้าใจ บ้านเราเข้าใจมากน้อยแค่ไหน หรือเสียงของเครื่องดนตรี อย่างกีตาร์ ยกตัวอย่างยี่ห้อกิ๊บสันอย่างนี้กับยี่ห้ออีกหลาย ๆ ยี่ห้อที่มันแตกต่างกันแบบนี้ ไม่ใช่นักดนตรีก็ไม่เข้าใจ แล้วไม่ใช่นักดนตรีที่เก่งจริง ๆ ก็ไม่เข้าใจด้วยว่ามันมีความแตกต่างกัน อย่างไร กรณีแบบนี้ผมถามว่าพวกเรามีความพร้อมกันมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องเป็นข้อกังวล แล้วผมอยากจะให้สภาตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งส้าคัญ ทีเดียว เพราะท้ายที่สุดนอกจากมีการแก้กฎหมายฉบับนี้แล้ว กฎหมายลูกที่รองรับต่างๆ เรื่องของพาร์ทิชั่น คอมมิชชัน ทรีตตี้ (Partition Commission Treaty) เรื่องของบทบัญญัติ ในเรื่องของเกี่ยวกับสิทธิบัตรระหว่างประเทศต่าง ๆ เราต้องแก้มันมากน้อยแค่ไหน อย่างไร กระบวนการกฎหมายรอง กระบวนการของระเบียบหรือประกาศกระทรวงต่าง ๆ ที่ต้อง ท้าให้สอดคล้องกับกฎหมายหลักที่ด้าเนินการแก้ไข เพราะไม่อย่างนั้นที่ผ่านมาจะเกิดปัญหา กรณีนี้ว่าเอกสารทุกชิ้นที่น้ามายื่นจดทะเบียนต้องได้รับการแปล เว้นเสียแต่ว่า การจดทะเบียนนั้นเป็นการจดทะเบียนระหว่างประเทศ แต่มีเอกสารแทรกบางประเภท ที่ไม่ต้องแปล อย่างนี้ครับการตีความหมายว่าระหว่างค้าว่า แปล หรือ ไม่ต้องแปล ของเอกสารแต่ละประเภทเดิมก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว ท้าให้กระบวนการในการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้านั้นแม้จะมีระยะเวลา ๙๐ วัน บางครั้งก็ท้าไม่ได้ภายในระยะเวลา ๙๐ วัน แต่ถ้ามีการร่นระยะเวลาในการซักค้านแล้วมันเหลือ ๖๐ วัน แล้วเป็นกระบวนการ ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าข้ามเป็นระหว่างประเทศแบบนี้แล้ว กระบวนการ ของการท้ากฎหมายลูก ประกาศ ระเบียบกระทรวงต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อให้สอดคล้องกับ กฎหมายหลักเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ง่าย เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนให้ที่ประชุมทราบ แล้วก็รับไว้ พิจารณาว่าเมื่อถึงเวลากระบวนการในการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแก้กฎหมายเหล่านี้ กระบวนการประเด็นเหล่านี้ที่ผมเรียนไป คือ

๑. เรื่องของความเอาผิดเจ้าของสถานที่ หรือเอาผิดผู้ที่ละเมิด ผู้ที่ ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้านั้นมีกระบวนการในการเอาผิดถึงไหน อย่างไร

๒. กระบวนการในการท้าธุรกิจที่จะส่งผลให้กับบริษัททนายความ บริษัท กฎหมายต่าง ๆ หรือบริษัทที่ท้าธุรกิจการค้าที่ได้รับผลกระทบนั้นจะมีมาตรการในการแก้ไข ให้เขาอย่างไร หรือ

๓. ท้ายที่สุดอย่างที่เรียนว่าครับว่า กระบวนการในการออกกฎหมายลูก ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ รวมถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการนั้นมีความพร้อม มากน้อยแค่ไหนในการรองรับเรื่องเหล่านี้ มิฉะนั้นแล้วในท้ายที่สุดการที่พยายามจะแก้ กระบวนการต่าง ๆ ให้เร็วขึ้นมันจะกลับกลายเป็นว่ายิ่งท้าให้เรื่องนั้นสับสนและช้ามากขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ หลังจาก พ.ศ. ๒๕๓๕ ตอนนี้ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเวลาช้านานแล้ว ผมก็เป็นอดีตเจ้าของบริษัท เหมือนกัน แล้วก็ท้าการค้ามาเหมือนกัน ท่านประธานครับ ที่กระทรวงพาณิชย์นั้น ไม่ว่ารัฐบาลไหน ชุดไหน เรื่องการขอจดทะเบียนการค้า ขอเอกสารต่าง ๆ ท้าธุระกับ กระทรวงพาณิชย์เป็นที่หวาดเกรง เป็นที่เกรงกลัวของนักธุรกิจ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้ มาตรา ๒๗ เขาก็พูดไป แล้วในมาตรานี้ผมคิดว่า เป็นมาตราที่ให้สิทธิแก่ข้าราชการ ให้สิทธิแก่นายทะเบียนมากมายเหลือเกิน อันนี้ละครับ จะเป็นช่องทางของการท้ามาหากิน เป็นช่องทางของเงินใต้โต๊ะ เป็นช่องทางของคนที่แสวงหา ที่จะเข้าไปอยู่ในกระทรวงพาณิชย์ ท่านประธานครับ หัวอกของนักธุรกิจนั้นสักวันหนึ่ง เรียกไปเตือน สักวันหนึ่งบอกเครื่องหมายการค้าซ้ากัน จะต้องไปแก้ไข จะต้องมีปัญหา จะต้องหยุดการขาย จะต้องเก็บของสินค้าในสต๊อก (Stock) ในตลาด ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ ท่านประธานครับ ดังนั้นคณะกรรมาธิการนะครับ ผมกลัวว่าประเทศไทยเราจะมัดคอตัวเอง พระราชบัญญัตินี้อาจจะกลายเป็นอุปสรรค ส้าหรับการค้าของประเทศเราก็ได้ ท่านประธานครับ เรื่องกลิ่นกับเสียง เดี๋ยวท่านรัฐมนตรี ถ้ายกตัวอย่างได้ยกตัวอย่างดูนะครับว่า ขอจดทะเบียนการค้า เครื่องหมายการค้าที่เป็น กลิ่นกับเสียงคืออะไรนะครับ ผมไม่เข้าใจ ผมไม่ทราบว่าคนในประเทศไทยจะเข้าใจไหม ถ้าท่านจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าด้วยกลิ่น จดทะเบียนด้วยเสียง ท่านต้องมีห้อง เก็บกลิ่นนะครับ กระทรวงพาณิชย์จะต้องสร้างห้องใหม่เก็บกลิ่นส้าหรับการค้า แล้วท่าน ต้องมีนักวิทยาศาสตร์ ผมคิดว่าจะต้องช่้าชอง ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ในระดับอินทรีย์เคมี ระดับสูงเลยครับ แล้วประเทศไทยตอนนี้พร้อมหรือยังครับ ท่านต้องมีห้องเก็บเสียงนะครับ เพื่อที่จะเป็นหลักฐานว่าการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นเขาใช้เสียงกับกลิ่น ดังนั้น ถ้าไม่จ้าเป็นก็อย่าเขียน แต่ถ้าคิดว่าพร้อมแล้ว เดี๋ยวถ้าท่านตอบว่าพร้อมแล้วผมก็สบายใจ ท่านประธานครับ การจดทะเบียน มันมีคนมีอาชีพไปจดทะเบียนการค้าครับ จดไว้เยอะแยะ มากมาย แต่ถ้าผมเป็นมือใหม่หัดขับ ผมเป็นเอสเอ็มอีเข้าไปจดปรากฏว่าใกล้เคียงกันนั้น มีเครื่องหมายการค้าแบบนี้เต็มไปหมดเลยครับ ผมอยากได้เรื่องนี้ มันเฉพาะเรื่องนี้ มันเกี่ยวข้องกับผมจริง ๆ ผมท้ามามันตรงกับการค้า ตรงกับวัสดุอันนี้จริง ๆ ปรากฏว่า สืบมาสืบไปมีอยู่บริษัทเดียวจดไว้ ๕-๖ ชนิดใกล้เคียงกันหมด เพื่อ ๑. ป้องกันคนอื่น ๒. เอาไว้ขายครับ ใครอยากจะได้ท้านองนี้ก็มาซื้อเอา ท่านประธานครับ ชื่อบริษัท ก็เหมือนกันครับ ชื่อไหนสวย ๆ จดไว้หมดครับ มีอาชีพครับ เสร็จแล้วก็ไปติดต่อเอา ถ้าคุณคิดว่ามันซ้ากับคุณ คุณไปดูหมอดูมาบอกว่าต้องบริษัทนี้ถึงจะร่้ารวย ก็ต้องไปเจรจา บอกว่าบริษัทเขาอยู่ตรงโน้น ตรงนี้มีเบอร์โทรศัพท์ ท่านประธานครับ เรื่องของลิขสิทธิ์สักวันหนึ่งเขาอาจจะไป พอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่าน กลิ่นข้าวหอมมะลิเขาไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากลิ่นของข้าวหอมมะลิ ท่านประธานครับ แล้วถ้าไม่ใช่คนไทยล่ะครับ ท่านประธานครับ ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านปุ๊บ ประเทศญี่ปุ่นเขารู้ครับ ประเทศเกาหลีเขารู้ครับ เขาเตรียมมา ๑,๐๐๐ ชิ้น ๑,๐๐๐ เครื่องหมายการค้า ประเทศเกาหลี ๑,๐๐๐ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๕,๐๐๐ ท่านประธานครับ เขามีเงินที่จะจดทะเบียนครับ แต่คนไทยที่ก้าลังก่อร่างสร้างตัว เอสเอ็มอี ที่ค้นพบใหม่อะไรนี่ครับ ไม่มีทุนที่จะไปจดทะเบียน เกิดเขาจดทะเบียนไว้หมดล่ะครับ แล้วเราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาเพื่อใครครับ ท่านประธานครับ ผมถึงบอกว่า ต้องรอบคอบ ความเป็นสากล เมื่อท่านเข้าสู่สากล ทนายที่จะช่วยจดทะเบียน ทนายที่จะต้องดูว่าการค้าของประเทศต่าง ๆ กฎหมายการค้าของเขามีอย่างไรบ้าง ทนายของเราที่จะไปช่วยจดทะเบียนให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่จะไปข้ามชาติ เอาแค่อาเซียนนะครับ พร้อมไหมครับ นักวิทยาศาสตร์พร้อมไหมครับ แล้วความเข้าใจของคนในชาติที่เป็นเอสเอ็มอี เป็นคนบ้านนอกต่างจังหวัดเขาเข้าใจหรือยัง ท่านรัฐมนตรีครับ ด้วยความหวังดีนะครับ ไหน ๆ ก็เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการแล้วอยากจะให้ท่านจัดสัมมนาใหญ่ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดสัมมนาใหญ่โดยสภาผู้แทนราษฎร เชิญหอการค้าทั่วประเทศ มาสังคายนา มาพิจารณา มารับทราบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก่อนที่จะผ่านสภาของเรา ให้เป็นมติ ให้เป็นความเห็นชอบของหอการค้าทั้งประเทศ เราจะได้เตรียมตัวเข้าสู่ เครื่องหมายการค้าระดับสากล วันนี้เราพูดกันในสภาครับ เราพิจารณาในสภา มันเป็นนามธรรม แต่ถ้าพระราชบัญญัติออกไปแล้ว ใช้แล้วนั่นคือรูปธรรมครับ ถ้าเรา ผิดพลาดความเสียหายทางด้านธุรกิจมากมายมหาศาลครับ ยกตัวอย่างสภาเกษตรกรครับ ผมก็เป็นคนร่างคนหนึ่งดูรอบคอบแล้วนะครับ แต่ปรากฏว่าสภาเกษตรกรของประเทศไทย วันนี้ยังตั้งสภาเกษตรกรของประเทศไทยไม่ได้เลยครับ เพราะเราไปเขียนเงื่อนไขเวลาว่า ให้ครบ ๑ ปี ถึงจะสามารถเลือกนายกสภาอะไรได้ วันนี้สภาเกษตรกรยังไม่เกิดเลยครับ ท่านประธาน นี่คือความผิดพลาดที่พิจารณาแบบนามธรรม แต่เวลาไปปฏิบัติแล้วท้าให้เกิด ข้อบกพร่องขึ้น อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีจัดสัมมนาใหญ่เชิญหอการค้าทั้งประเทศ มาช่วยกันพิจารณา แล้วก็นักวิชาการ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ครับท่านสมาชิก เหลือท่านผู้อภิปรายประมาณ ๔ ท่าน ถ้าปรับเวลาได้คนละ ประมาณ ๕ นาที จะใช้เวลา ๒๐ นาที แล้วท่านรัฐมนตรีตอบก็จะไปปิดประมาณ ๒ ทุ่ม เอาอย่างนั้นไหมครับ ถ้าตามนี้ก็เชิญท่านนิยม เวชกามา

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ มันเป็นกฎหมายไฮเทค (Hi-tech) จริง ๆ ผมสนับสนุนครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายเก่าตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ มาร่างแก้ไขอีกนิดหนึ่ง คือปี ๒๕๔๓ ก็ ๑๐ กว่าปีจากฉบับเดิม ๒๑ ปี ท่านประธานครับ วันนี้ด้วยความเคารพว่าในเมื่อกฎหมายไฮเทคแบบนี้ ผมเองขอร่วม แสดงความเห็นสัก ๒ ประเด็นหลัก ๆ เนื่องจากว่ายังไม่มีใครคิดนอกจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย คิดว่าการน้ากลิ่นและเสียงมาจดทะเบียน น้าเอานามธรรมมาจดทะเบียน ใครคิดไม่ได้หรอกครับ ถ้าไม่ใช่ยุคนี้ ท่านประธานครับ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การ การค้าโลก เป็นประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียนซึ่งจะลื่นไหลต่อกันทั้งหมดในปี ๒๕๕๘ ฉะนั้นวันนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านโดยสภาแห่งนี้ ผมคิดว่าจะเป็นกฎหมายที่ไฮเทคที่สุด เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ แต่ผมก็ต้องฝากไปถึงกรรมาธิการหรือว่า ท่านรัฐมนตรีซึ่งมานั่งฟังอยู่ ณ วันนี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ได้น้าเอากลิ่น เอาเสียง มาจดทะเบียน ไม่ใช่จดเพื่อการค้าธรรมดา เพราะฉะนั้นจะมีสิ่งที่ตามมาอีกมากในเรื่องต้อง สร้างเครื่องมือซึ่งเป็นอาชีพหนึ่งของบุคคลหนึ่งที่จะมาสร้างเครื่องมือ มาจับกลิ่นจับเสียง เพื่อที่จะเป็นเครื่องยืนยันว่าอันนี้ไม่ซ้ากัน กฎหมายฉบับนี้เมื่อสัก ๔๐-๕๐ ปีก่อน ผมว่า สุดยอดจริง ๆ วันนี้เกิดไม่ทัน คนยุคนั้นเป็นนักร้องเสียงดัง ๆ ไม่ว่าสุรพล สมบัติเจริญ ก้าน แก้วสุพรรณ ผ่องศรี วรนุช ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม ถ้าได้จดทะเบียนเสียงท่านไว้ มันเป็นมรดกครับ เป็นวัฒนธรรมหนึ่ง ซึ่งแสดงให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่า เขาล่ะ เป็นเจ้าของเสียงจริง ๆ แต่ผมต้องกราบเรียนว่าในมาตราโดยเฉพาะมาตราที่เป็นหัวใจหลัก ของกฎหมายฉบับนี้คือมาตรา ๕ มาตรา ๖ ผมบอกได้เลยว่าไม่ว่า (๑๑) (๑๒) เรื่องกลิ่น เรื่องเสียง ท้าไม่ได้หรอกครับถ้าไม่มีเครื่องมือคอยจับคอยดู และต้องฝากท่านรัฐมนตรี ฝากไปถึงเจ้าภาพใหญ่คือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอยู่ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ว่า การจดทะเบียนแบบนี้อาจจะมีเงื่อนไขในลักษณะของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ผมต้องฝากเรื่องนี้นะครับ ต้องกลับไปดูในบทบาทตรงนี้เพราะว่าอาจจะเป็นเครื่องมือในการที่เจ้าหน้าที่ของเรา ไปหาใต้โต๊ะได้ ผมฝากจริง ๆ เป็นห่วงเป็นใยเพราะมันเป็นเรื่องนามธรรม อาจจะต่อรองว่า อันนี้ไม่ได้ จดไม่ได้ อันนั้นจดได้ เพราะต้องมีเครื่องมือที่มาวัดกันว่าเสียงนี้คืออะไร ผมยังคิดถึงบ้านผมภาคอีสาน เสียงแคนไม่มีใครท้าได้หรอกครับ เสียงแคน เสียงโหวด เสียงซอ เสียงขยับปี่ ถ้าเอามาจดขึ้นทะเบียนแสดงให้เห็นว่านี่ล่ะคือเป็นวัฒนธรรมของอีสาน ต่างประเทศท้าไม่ได้ หรือท้าได้ก็ลอกเลียนแบบอาจจะไม่เหมือน เพราะฉะนั้นนี่คือเป็นสิ่ง ต้องบอกว่าต้องให้เขาจดทะเบียนแล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐเราต้องเข้าไปดูแลว่าจดแล้วมีปัญหาไหม ในการใช้สิทธิตรงนี้ ผมเป็นห่วงถึงว่าเจ้าหน้าที่เราจะไปใช้สิทธิท้าให้เกิดประโยชน์ ถ้าจด สิ่งส้าคัญต้องฝากทางกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องผ่านท่านประธานไปว่า นอกจาก จะเป็นเจ้าพนักงานจดทะเบียนแล้ว สิ่งที่ท่านต้องคิดคือให้ความรู้แก่ประชาชน วันนี้กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่มีตัวแทนในต่างจังหวัด ต้องอาศัย ส้านักงานพาณิชย์จังหวัดเป็นงานธุรการมาให้ ปัญหาก็มีตามมามากมาย ในการรับจดทะเบียน มีปัญหาติดโน่นติดนี่เพราะเจ้าหน้าที่เองไม่พอ ไม่พร้อม อันนี้ เป็นปัญหาต้องคิดกัน ผมจึงหวังว่าให้ความรู้เป็นประการส้าคัญแก่พี่น้องประชาชนซึ่งเขาคิดได้ เจ้าของเสียง เจ้าของกลิ่น ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัย เหมะ ครับ ๕ นาที

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ท่านประธานครับ วันนี้ โลกมนุษย์นั้นมีการแข่งขัน มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรง สังคมโลกประเทศที่ใหญ่กว่า ย่อมได้เปรียบ ประเทศที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าประเทศนั้นย่อมเอาเปรียบประเทศที่อ่อนแอกว่าครับ ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าวันนี้ประเทศจีนนั้นเป็นประเทศมหาอ้านาจทางเศรษฐกิจ ประเทศหนึ่ง ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศใหญ่ประเทศหนึ่งที่พยายามที่จะให้ทั่วโลก ยอมรับ มีการจดทะเบียนสินค้าลิขสิทธิ์ มีการจดเครื่องหมายการค้า มีการบังคับว่า ประเทศแต่ละประเทศนั้นจะต้องเคารพซึ่งกันและกัน ประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส เราจะเห็นว่าเขามีสินค้าลิขสิทธิ์ ที่หวงห้าม ห้ามประเทศอื่นลอกเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า ไม่ว่าจะเป็น ตัวสินค้าเองครับ ท่านประธาน เราเห็นว่าประเทศจีนที่สามารถก้าวมาสู่ยุคของผู้น้าเศรษฐกิจ ในเอเชียนั้นเพราะอะไรครับท่านประธาน ประเทศจีนนั้นท้าสินค้าทุกชนิด มีการลอกเลียนแบบเกือบทุกชนิดเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีในเรื่องของเครื่องจักรกล ไม่ว่าในเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์เราจะเห็นว่าประเทศจีนมีทุกอย่าง ไม่ว่าจะเอาสินค้าอะไร ประเทศจีนมีหมด เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะเห็นว่าสินค้าของประเทศจีนนั้นลอกเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ทุกชนิด แม้แต่ประเทศไทยเองครับ ท่านประธาน สินค้าในประเทศจีนเข้ามาตีตลาดสินค้าไทยทุกอย่าง ไม่ว่าสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร หรือว่าสินค้าทุกชนิดที่เราเห็นอยู่วันนี้เราเสียเปรียบประเทศที่ใหญ่กว่า เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่มีการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ ไม่มีการจดเครื่องหมายการค้า ประเทศ ที่อ่อนแอกว่าประเทศเราก็จะถูกรุกรานในเรื่องของการส่งสินค้าเข้ามาตีตลาด วันนี้โลกใบนี้ มันแคบครับท่านประธาน การค้าอยู่ตลาดเดียวกันทั้งหมด ใครมีความสามารถคนไหนเก่ง คนไหนร่้ารวยคนนั้นได้เปรียบ ได้ดุลทางการค้า วันนี้เราเห็นว่าประเทศไทยนั้นเสียดุลการค้า ให้หลายประเทศ แต่ว่าวันนี้สินค้าไทยนั้นที่ผลิตออกมา สินค้าไทยสามารถสู้กับ หลายประเทศได้ แล้วก็สินค้าไทยนั้น คนไทยนั้นไม่มีการลอกเลียนแบบของใครเลย การให้ ลิขสิทธิ์ มีการจดทะเบียนการค้านั้น ท่านประธานครับ เป็นการส่งเสริมให้นักคิด นักเขียน เป็นการให้ก้าลังใจคนที่คิดผลิตสินค้าที่สามารถมีความคิดว่าเขาท้าได้ เขามีความภูมิใจว่า เขาท้าสินค้าตัวนี้ ถ้ามีการลอกเลียนแบบสินค้า เครื่องหมายการค้า ท่านคิดดูสิครับว่า คนที่คิด คนที่เขียน คนที่ท้านั้นด้วยความเหนื่อยยาก ด้วยความล้าบาก ด้วยความอดทน มายาวนาน แต่ท้าเสร็จเพื่อนลอกสินค้า ลอกเลียนรูปแบบที่เราท้ามา หรือว่าทะเบียนการค้า เป็นเครื่องหมายเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าครับท่านประธาน เราท้าสินค้าจนติดตลาด เรามี เครื่องหมายการค้าของสินค้าแต่ละชนิด เพราะฉะนั้นทุกคนไม่ต้องการให้ใครมาลอกเลียน สินค้าของเรา การลอกเลียนสินค้านั้นท้าให้ผู้ผลิตมีความรู้สึกว่าเขาถูกลอกเลียน และไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะฉะนั้นเราจ้าเป็นอย่างยิ่งครับที่จะต้องมีพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า ส้าหรับเรื่องกลิ่นและเสียงนั้นสามารถจดทะเบียนได้ครับ ท่านประธานครับ วันนี้เราจะเห็นว่าการลอกเลียนกลิ่น โดยเฉพาะน้าหอมหลายชนิดมีการท้าให้กลิ่นเหมือนกัน มันไม่ยากครับ และต้นทุนที่ต่้ากว่า เพราะฉะนั้นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ คนที่คิด ย่อมเสียเปรียบครับ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชายท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ซึ่งเป็นรัฐมนตรี และได้มานั่งฟังและจดบันทึกการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ในทุกประเด็น ขอขอบคุณอย่างยิ่ง นั่นแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในหน้าที่ที่มีต่อประเทศชาติ และประชาชน ผมกราบเรียนท่านว่าทั้ง ๓๙ มาตรา ในร่างพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขกฎหมายเก่านั้น ผมเห็นด้วย บางประเด็นและไม่เห็นด้วยบางประเด็น กราบเรียนท่านประธานว่าการที่มาแก้ไขโดยอ้างว่า ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติขององค์กรระหว่างประเทศ หรือองค์กรการค้าโลก หรือทางสากลก็ดี แต่บางสิ่งบางอย่างเราต้องมาพินิจพิจารณาว่าในประเทศของเรานั้นมีความพร้อมแล้วหรือยัง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องของการที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม “เครื่องหมาย” ให้หมายความรวมถึงภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ ค้า ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ เพิ่มที่ กลิ่น เสียง หรือสิ่งเหล่านี้ อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน เพิ่มที่ กลิ่นและเสียง ท่านประธานครับ สมมุติว่าเสียงที่ว่า “เผาไปเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเอง เผาไปเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเอง”

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระเอาเฉพาะเรื่องเครื่องหมายการค้าดีกว่าครับ เดี๋ยวจะมีการประท้วงเชื่อผมเถอะ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

กราบขอบคุณท่านประธาน ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นว่าสมมุติว่ามีคนไปจดทะเบียนค้าพูดดังกล่าวนี้ จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าแล้วคนอื่นไปจดทะเบียนซ้าซ้อนไม่ได้ ใช่หรือไม่ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานว่าในบรรดาท่านประธาน ๓ คน ผมเคารพ ท่านประธานที่สุดและจะปฏิบัติตามและอยากจะกราบเรียนว่าในขณะที่เพื่อนสมาชิกรัฐบาล โดยเฉพาะท่านสุนัย จุลพงศธร ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ตอนท่านอภิปรายนั้น ท่านอภิปรายถึงการฆ่าที่สี่แยกราชประสงค์ ท่านประธานคงได้ยินได้ฟัง เพื่อให้สอดคล้องกัน ท่านประธานครับ หรือแม้แต่เสียงของกระสุนปืนเอ็ม ๗๙ (M79) บึ้ม บึ้ม อย่างนี้ถ้ามี คนไปจดทะเบียนจะเป็นอย่างไร หรือกลิ่นยางรถยนต์ที่ไหม้รายล้อมรอบ ๆ ย่านสี่แยกราชประสงค์ ถ้ามีคนไปจดทะเบียนท่านจะรับจดหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ ภาพวาดถ้ามี ตราสัญลักษณ์สี่เหลี่ยม สี่เหลี่ยมแล้วจดทะเบียนว่า เหลี่ยมทรราช เหลี่ยมทรราช อย่างนี้ ก็ต้องรับจดทะเบียน แล้วจะขายสินค้าอะไร ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า หรือแม้กระทั่งค้าว่า ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ข้าฯ จะขอคืนทุกบาททุกสตางค์ เสียงอย่างนี้ จะรับจดทะเบียนหรือไม่ อย่างไร แต่กราบเรียนท่านประธานเช่นกันครับว่าถ้าเราเปิดโอกาส ให้จดทะเบียนเรื่องกลิ่นและเสียง ประเทศไทยของเราจะเสียเปรียบครับ ข้อบังคับ ของดับเบิ้ลยูทีโอ (WTO) ไม่บังคับครับ ข้อบังคับของพิธีสารมาดริดก็ไม่บังคับเช่นเดียวกันครับ แต่ท่านประธานครับ มีประเทศประเทศหนึ่งคือประเทศสหรัฐอเมริกาบังคับ มีกฎหมายบังคับ มีกฎหมายบัญญัติให้จดเรื่องกลิ่นและเสียงได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราอนุวัตกฎหมายตามชาติมหาอ้านาจ ผมก็ไม่ทราบว่าเราจะได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ แต่ที่แน่ ๆ ผมคิดว่าเราจะเสียเปรียบ เพราะประเทศชาติของเรา พลเมืองของเรา มีความพร้อมเพียงพอหรือไม่ กลิ่นต่าง ๆ ของสปาโดยเฉพาะสปาไทย ท่านประธานครับ กลิ่นของสปาไทยนั้นเป็นกลิ่นที่มีความสุข อภิรมย์ รื่นรมย์ แล้วเป็นกลิ่นที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนชาติใดในโลก เป็นกลิ่นที่ไม่สามารถหาได้จากที่ใดในโลกอีกแล้ว แต่ถ้าเขา ไปจดทะเบียนกลิ่นสปาต่าง ๆ ของสปาไทย ก่อนชาติของเราอะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ผมขอตั้งขอสังเกตและเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้น ถ้าท่าน ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมเห็นว่าเรื่องกลิ่นและเสียงนั้นควรที่จะต้องชะลอ ไว้ก่อน แม้นว่าจะมีการเปิดช่องให้สามารถไปจดทะเบียนในเสียงที่ผมได้กล่าว ให้ท่านประธานฟังไปแล้ว เช่น “เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง” ดังนี้เป็นต้น ผมก็ถือว่า ไม่ควรจะจด ท่านประธานครับ ทั้ง ๓๙ มาตรา แน่นอนครับ บางมาตรานั้นได้ท้าให้ ระยะเวลาในการขอนั้นสั้นลงก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี และอัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ได้บัญญัติมา ท้ายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น ผมก็เห็นว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและรับได้ แล้วผม กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นนี้ ได้โปรดพินิจพิจารณาเป็นกรณีพิเศษครับ พินิจพิจารณาเป็นกรณีพิเศษในเรื่องที่จะบังคับ ให้มีการจดกลิ่นและเสียงซึ่งกระผมถือว่ามันเป็นดาบสองคม และจะเป็นอันตรายต่อวิถี ต่อวัฒนธรรมไทยและต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติของเราเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าหาก เราเสียเปรียบต่างชาติในอนาคต ท่านรัฐมนตรีศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ผมเชื่อว่าท่านก็คง ไม่ยินยอมอย่างแน่นอน เพราะเสียงต่าง ๆ เหล่านี้ รวมถึงเสียงดนตรีพื้นบ้านพื้นเมืองทั้งหลาย เป็นเอกลักษณ์ของชาติเราที่ซึ่งควรจะอนุรักษ์และอย่าให้ชาติใดมาใช้ประโยชน์ เหมือนกับ กรณีที่ประเทศญี่ปุ่นได้มาจดทะเบียนในเรื่องของสมุนไพรบางชนิดไปเป็นของชาติตนเอง นั่นเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่ง และกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าทุกครั้งถ้าท่านไปเยือน ประเทศญี่ปุ่นได้โปรดเตือนประเทศญี่ปุ่นด้วยว่าการที่ประเทศญี่ปุ่นกระท้าการดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นการละเมิดภูมิปัญญาไทย ละเมิดลิขสิทธิ์ของชาติไทยของเรา และเขาควรที่จะ คืนลิขสิทธิ์เรื่องการจดสมุนไพรนั้นกลับคืนมาให้กับประเทศชาติของเราด้วย ขอขอบคุณ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุรสาลครับ

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี ขออนุญาตท่านประธาน ได้อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในขณะเดียวกันก็อาจจะมีบางสิ่งบางประการที่จะได้น้าเรียนท่านรัฐมนตรีเพื่อน้าไป ประกอบการใช้ร่างนี้ในอนาคตต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันนี้คงเป็นที่ทราบกัน อย่างชัดเจนดีแล้วว่า ในเรื่องของการค้านั้นมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง แล้วก็นับวัน จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้คงรวมไปถึงเรื่องราวของเครื่องหมายการค้าด้วย มีความพยายามจากหลายบริษัทมากมายในประเทศไทยที่จะพัฒนาเครื่องหมายการค้า ของตัวเองให้เป็นที่ติดหูติดตาของประชาชน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในหลายบริษัทด้วยกัน ที่ลงทุนที่จะผลิตเครื่องหมายการค้าในท้านองที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานมา คือท้านอง เสียเงินเท่าไรก็ไม่ว่าขอให้ได้เครื่องหมายการค้าที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ติดหูติดตาประชาชน ผมขออนุญาตที่จะน้าเรียนตัวอย่างของความขัดแย้งในเรื่อง เครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นที่ฮือฮามาเมื่อไม่นานนี้ คือกรณีของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งผมไม่ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ร้องถึงรัฐมนตรีประจ้าส้านักนายกรัฐมนตรีขอให้ยุติ การละเมิดเครื่องหมายการค้าที่สถานีโทรทัศน์ภายใต้การก้ากับใช้อยู่ เนื่องจากมีรูปร่าง และลักษณะคล้ายกับลวดลายเส้นประดิษฐ์ ซึ่งเป็นภาพส่วนสาระส้าคัญภาพส่วนหนึ่งในเครื่องหมายการค้าของบริษัทของตนเอง นี่เป็นเพียงกรณีตัวอย่างหนึ่งของการละเมิดเครื่องหมายการค้า ท่านประธานที่เคารพครับ แนวโน้มของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยนับวันจะเพิ่มจ้านวน มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในครั้งนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่มีความส้าคัญและมีความจ้าเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากเหตุผลและความจ้าเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๕๓๔ มีอยู่ ๓ ประการด้วยกัน ผมขออนุญาตที่จะทบทวนสั้น ๆ นะครับ

ประการที่ ๑ เพื่อให้ครอบคลุมไปยังเครื่องหมายการค้าประเภทใหม่ ๆ ซึ่ง พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ยังครอบคลุมไปไม่ถึง

ประการที่ ๒ เพื่อปรับปรุงขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณา ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ชัดเจนและรวดเร็วขึ้น

ประการที่ ๓ เพื่อปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

ผมขออนุญาตที่จะสนับสนุนว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีความชัดเจนในการที่ มีความพยายามจะลดรอบเวลาของการท้างาน จะเห็นว่าได้มีการลดระยะเวลาการปฏิบัติ ตามค้าสั่งของนายทะเบียน การอุทธรณ์ค้าสั่งของนายทะเบียน การปฏิบัติตามค้าวินิจฉัย อุทธรณ์ของคณะกรรมการ การยื่นค้าคัดค้านการจดทะเบียนและการยื่นค้าโต้แย้งค้าคัดค้าน การจดทะเบียน ความพยายามในการแก้ไขปรับปรุงระยะเวลาตรงนี้ถือว่าเป็นความพยายาม ที่จะจัดให้มีการลดรอบของการปฏิบัติงานของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นประโยชน์ ลดเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ลดงบประมาณและค่าใช้จ่ายลงไปได้ เป็นจ้านวนมาก

ส้าหรับประเด็นที่กระผมอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีที่อยากจะฝากไว้มี ๑ ประเด็น ก็คือประเด็นของการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และขั้นตอนกรณีผู้ขอจดทะเบียน หลายรายยื่นค้าขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกัน โดยยกเลิกขั้นตอน ที่ก้าหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนหลายรายต้องตกลงกันคือยกเลิกข้อความนี้ไป และก้าหนดให้ ผู้ที่ยื่นค้าขอไว้เป็นรายแรกเป็นผู้มีสิทธิได้รับการจดทะเบียนก่อนเพื่อให้ขั้นตอน การจดทะเบียนสามารถกระท้าได้อย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ในหลักการนั้นกระผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่เกรงว่าในทางปฏิบัติอาจต้องระมัดระวังถ้านายทะเบียนผู้มีอ้านาจในการพิจารณานั้น ไม่ได้พิจารณาการขอจดทะเบียนอย่างตรงไปตรงมา แต่กลับมีเป้าหมายอื่นแอบแฝงอยู่ ต้องกราบเรียนอย่างนี้นะครับถ้าท่านตรงไปตรงมานั้นไม่น่ามีปัญหานะครับ เรื่องนี้ขอฝาก ท่านรัฐมนตรีได้สอดส่องเพื่อดูแลให้ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่ยังประโยชน์และเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้อย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอปิดอภิปราย เชิญท่านรัฐมนตรีตอบได้เลย

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ตั้งข้อสังเกต มีความห่วงใย ได้มีข้อแนะน้าในหลาย ๆ ประเด็น ที่ผมเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ส้าหรับ ข้อสังเกตที่หลาย ๆ ท่านนั้นได้มีความเป็นห่วงในเรื่องของความพร้อม ซึ่งเรียนให้ท่านสมาชิก สบายใจนะครับว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญานั้นก็ได้เตรียมการในเรื่องของการจดทะเบียนอันนี้ เอาไว้ทั้งด้านบุคลากร ทั้งด้านเครื่องมือ และได้มีการส่งบุคลากรนั้นไปศึกษาดูงานในเรื่อง ของการจดทะเบียนเครื่องหมายที่เกี่ยวกับกลิ่นและเสียง มีการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อม ตรงนี้ เมื่อกฎหมายออกนั้นก็จะสามารถที่จะรองรับปริมาณงานที่เพิ่มเติมขึ้นได้ และในอีก หลาย ๆ ท่านที่มีความเป็นห่วงในประเด็นที่ว่าเหตุใดจึงต้องรีบหรือว่าเร่งในการด้าเนินการ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้ง ๆ ที่ในต่างประเทศนั้นทราบว่ามีประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ให้การคุ้มครองในเรื่องของกลิ่นและเสียงเท่านั้น เรียนเพื่อความสบายใจนะครับว่า จริง ๆ แล้วในต่างประเทศนั้น นอกเหนือจากประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วก็ยังมีอีกหลายประเทศที่ได้ให้ ความคุ้มครองในเรื่องของกลิ่นและเสียง อย่างเช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศเดนมาร์ค ประเทศอิตาลี ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ หรือแม้กระทั่งประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่านสมาชิกนั้นสบายใจได้นะครับว่าข้อสังเกตของทุกท่าน หรือว่า ข้อเสนอแนะต่าง ๆ นั้นผมก็ได้จดประเด็นเอาไว้ทั้งหมด แล้วก็อยากจะเรียนว่าในส่วน ของการแก้ไขปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็จะท้าให้ระบบการคุ้มครองเครื่องหมายการค้า ของประเทศนั้นได้มีการก้าวหน้า มีความเหมาะสม แล้วก็จะเท่าทันการเปลี่ยนแปลง ของการค้า ผมเชื่อว่าข้อสังเกตของทุก ๆ ท่านที่ได้ให้มาในวันนี้ก็จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก ในชั้นคณะกรรมาธิการก็จะขอรับเอาข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของทุกท่านไปพิจารณา ในชั้นคณะกรรมาธิการต่อไป เพื่อที่จะท้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกฎหมาย ก็ต้อง ขอขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เลื่อนไปลงมติวันพรุ่งนี้ ส้าหรับวันนี้ปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๕๒ นาฬิกา