พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงมาตรา 27 เพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์และการเข้าใจผิดในเรื่องการค้า
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ หลังจาก พ.ศ. ๒๕๓๕ ตอนนี้ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเวลาช้านานแล้ว ผมก็เป็นอดีตเจ้าของบริษัท เหมือนกัน แล้วก็ท้าการค้ามาเหมือนกัน ท่านประธานครับ ที่กระทรวงพาณิชย์นั้น ไม่ว่ารัฐบาลไหน ชุดไหน เรื่องการขอจดทะเบียนการค้า ขอเอกสารต่าง ๆ ท้าธุระกับ กระทรวงพาณิชย์เป็นที่หวาดเกรง เป็นที่เกรงกลัวของนักธุรกิจ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้ มาตรา ๒๗ เขาก็พูดไป แล้วในมาตรานี้ผมคิดว่า เป็นมาตราที่ให้สิทธิแก่ข้าราชการ ให้สิทธิแก่นายทะเบียนมากมายเหลือเกิน อันนี้ละครับ จะเป็นช่องทางของการท้ามาหากิน เป็นช่องทางของเงินใต้โต๊ะ เป็นช่องทางของคนที่แสวงหา ที่จะเข้าไปอยู่ในกระทรวงพาณิชย์ ท่านประธานครับ หัวอกของนักธุรกิจนั้นสักวันหนึ่ง เรียกไปเตือน สักวันหนึ่งบอกเครื่องหมายการค้าซ้ากัน จะต้องไปแก้ไข จะต้องมีปัญหา จะต้องหยุดการขาย จะต้องเก็บของสินค้าในสต๊อก (Stock) ในตลาด ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ ท่านประธานครับ ดังนั้นคณะกรรมาธิการนะครับ ผมกลัวว่าประเทศไทยเราจะมัดคอตัวเอง พระราชบัญญัตินี้อาจจะกลายเป็นอุปสรรค ส้าหรับการค้าของประเทศเราก็ได้ ท่านประธานครับ เรื่องกลิ่นกับเสียง เดี๋ยวท่านรัฐมนตรี ถ้ายกตัวอย่างได้ยกตัวอย่างดูนะครับว่า ขอจดทะเบียนการค้า เครื่องหมายการค้าที่เป็น กลิ่นกับเสียงคืออะไรนะครับ ผมไม่เข้าใจ ผมไม่ทราบว่าคนในประเทศไทยจะเข้าใจไหม ถ้าท่านจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าด้วยกลิ่น จดทะเบียนด้วยเสียง ท่านต้องมีห้อง เก็บกลิ่นนะครับ กระทรวงพาณิชย์จะต้องสร้างห้องใหม่เก็บกลิ่นส้าหรับการค้า แล้วท่าน ต้องมีนักวิทยาศาสตร์ ผมคิดว่าจะต้องช่้าชอง ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ในระดับอินทรีย์เคมี ระดับสูงเลยครับ แล้วประเทศไทยตอนนี้พร้อมหรือยังครับ ท่านต้องมีห้องเก็บเสียงนะครับ เพื่อที่จะเป็นหลักฐานว่าการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นเขาใช้เสียงกับกลิ่น ดังนั้น ถ้าไม่จ้าเป็นก็อย่าเขียน แต่ถ้าคิดว่าพร้อมแล้ว เดี๋ยวถ้าท่านตอบว่าพร้อมแล้วผมก็สบายใจ ท่านประธานครับ การจดทะเบียน มันมีคนมีอาชีพไปจดทะเบียนการค้าครับ จดไว้เยอะแยะ มากมาย แต่ถ้าผมเป็นมือใหม่หัดขับ ผมเป็นเอสเอ็มอีเข้าไปจดปรากฏว่าใกล้เคียงกันนั้น มีเครื่องหมายการค้าแบบนี้เต็มไปหมดเลยครับ ผมอยากได้เรื่องนี้ มันเฉพาะเรื่องนี้ มันเกี่ยวข้องกับผมจริง ๆ ผมท้ามามันตรงกับการค้า ตรงกับวัสดุอันนี้จริง ๆ ปรากฏว่า สืบมาสืบไปมีอยู่บริษัทเดียวจดไว้ ๕-๖ ชนิดใกล้เคียงกันหมด เพื่อ ๑. ป้องกันคนอื่น ๒. เอาไว้ขายครับ ใครอยากจะได้ท้านองนี้ก็มาซื้อเอา ท่านประธานครับ ชื่อบริษัท ก็เหมือนกันครับ ชื่อไหนสวย ๆ จดไว้หมดครับ มีอาชีพครับ เสร็จแล้วก็ไปติดต่อเอา ถ้าคุณคิดว่ามันซ้ากับคุณ คุณไปดูหมอดูมาบอกว่าต้องบริษัทนี้ถึงจะร่้ารวย ก็ต้องไปเจรจา บอกว่าบริษัทเขาอยู่ตรงโน้น ตรงนี้มีเบอร์โทรศัพท์ ท่านประธานครับ เรื่องของลิขสิทธิ์สักวันหนึ่งเขาอาจจะไป พอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่าน กลิ่นข้าวหอมมะลิเขาไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากลิ่นของข้าวหอมมะลิ ท่านประธานครับ แล้วถ้าไม่ใช่คนไทยล่ะครับ ท่านประธานครับ ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านปุ๊บ ประเทศญี่ปุ่นเขารู้ครับ ประเทศเกาหลีเขารู้ครับ เขาเตรียมมา ๑,๐๐๐ ชิ้น ๑,๐๐๐ เครื่องหมายการค้า ประเทศเกาหลี ๑,๐๐๐ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๕,๐๐๐ ท่านประธานครับ เขามีเงินที่จะจดทะเบียนครับ แต่คนไทยที่ก้าลังก่อร่างสร้างตัว เอสเอ็มอี ที่ค้นพบใหม่อะไรนี่ครับ ไม่มีทุนที่จะไปจดทะเบียน เกิดเขาจดทะเบียนไว้หมดล่ะครับ แล้วเราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาเพื่อใครครับ ท่านประธานครับ ผมถึงบอกว่า ต้องรอบคอบ ความเป็นสากล เมื่อท่านเข้าสู่สากล ทนายที่จะช่วยจดทะเบียน ทนายที่จะต้องดูว่าการค้าของประเทศต่าง ๆ กฎหมายการค้าของเขามีอย่างไรบ้าง ทนายของเราที่จะไปช่วยจดทะเบียนให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่จะไปข้ามชาติ เอาแค่อาเซียนนะครับ พร้อมไหมครับ นักวิทยาศาสตร์พร้อมไหมครับ แล้วความเข้าใจของคนในชาติที่เป็นเอสเอ็มอี เป็นคนบ้านนอกต่างจังหวัดเขาเข้าใจหรือยัง ท่านรัฐมนตรีครับ ด้วยความหวังดีนะครับ ไหน ๆ ก็เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการแล้วอยากจะให้ท่านจัดสัมมนาใหญ่ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดสัมมนาใหญ่โดยสภาผู้แทนราษฎร เชิญหอการค้าทั่วประเทศ มาสังคายนา มาพิจารณา มารับทราบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก่อนที่จะผ่านสภาของเรา ให้เป็นมติ ให้เป็นความเห็นชอบของหอการค้าทั้งประเทศ เราจะได้เตรียมตัวเข้าสู่ เครื่องหมายการค้าระดับสากล วันนี้เราพูดกันในสภาครับ เราพิจารณาในสภา มันเป็นนามธรรม แต่ถ้าพระราชบัญญัติออกไปแล้ว ใช้แล้วนั่นคือรูปธรรมครับ ถ้าเรา ผิดพลาดความเสียหายทางด้านธุรกิจมากมายมหาศาลครับ ยกตัวอย่างสภาเกษตรกรครับ ผมก็เป็นคนร่างคนหนึ่งดูรอบคอบแล้วนะครับ แต่ปรากฏว่าสภาเกษตรกรของประเทศไทย วันนี้ยังตั้งสภาเกษตรกรของประเทศไทยไม่ได้เลยครับ เพราะเราไปเขียนเงื่อนไขเวลาว่า ให้ครบ ๑ ปี ถึงจะสามารถเลือกนายกสภาอะไรได้ วันนี้สภาเกษตรกรยังไม่เกิดเลยครับ ท่านประธาน นี่คือความผิดพลาดที่พิจารณาแบบนามธรรม แต่เวลาไปปฏิบัติแล้วท้าให้เกิด ข้อบกพร่องขึ้น อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีจัดสัมมนาใหญ่เชิญหอการค้าทั้งประเทศ มาช่วยกันพิจารณา แล้วก็นักวิชาการ ขอบคุณครับท่านประธานครับ