ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน เสนอแก้ไขกฎหมายเครื่องหมายการค้าเพื่อให้เข้ากับประชาคมอาเซียน และเสนอแนวคิด "แลนด์ลอร์ด ไลอะบิลิตี้" เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องการทำเครื่องหมายการค้าข้ามประเทศ ความพร้อมของประเทศไทยในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และกระบวนการเอาผิดเจ้าของสถานที่หรือผู้ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับ ท่านสมาชิกที่ได้แสดงความคิดเห็นกันไปในเรื่องของร่างกฎหมายเครื่องหมายการค้านี้ว่า แท้ที่จริงแล้วเรื่องของการให้ความส้าคัญในเรื่องของวัฒนธรรมก็มีส่วนอย่างยิ่งในเรื่องของ เครื่องหมายการค้า เรื่องของการแก้ไข เรื่องเผด็จการทางความคิดก็เป็นเรื่องส้าคัญ อีกประการหนึ่งในการที่จะท้าเรื่องของเครื่องหมายการค้า เพราะว่าการที่มีเผด็จการ ทางความคิดนั้นเที่ยวตัดสินว่าคนนั้น คนนี้เป็นโจรกระจอก แล้วก็ไปล้อมมัสยิดเขา ไปยิงเขา ก็คงไม่ได้ต่างอะไรกับเหตุการณ์ของการยิงผู้คนในเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วกระผมก็ไม่แน่ใจ เหมือนกันนะครับว่ากระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์นั้นจะรวมไปถึงการจุดไฟ เผาสี่แยกราชประสงค์ด้วยหรือเปล่า ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งครับที่น่าสนใจ จริง ๆ ผมเข้าใจว่า คงมีเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วค่อนข้างเยอะในเรื่องของความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ความพร้อมของข้าราชการในการที่จะก้าวไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน แล้วก็ แก้ไขกฎหมายเครื่องหมายการค้า เพราะในความเป็นจริงแล้วหลายคนยังสงสัยครับว่า ท้าไมต้องมีการแก้ไขเครื่องหมายการค้าในกฎหมายในประเด็นนี้ ในการก้าวเข้าไปสู่ ความเป็นประชาคมอาเซียน สาเหตุก็เนื่องมาจากว่าเงื่อนไขหนึ่งในการก้าวเข้าไปสู่ ความเป็นประชาคมอาเซียนนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าเราต้องรับพิธีสารมาดริด หรือมาดริด โปรโตคอล ซึ่งในนั้นก็มีกระบวนการหลาย ๆ กระบวนการที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดกัน ไปแล้วพอสมควรในเรื่องของการท้างานของเจ้าหน้าที่ ของข้าราชการว่ามีความพร้อม มากน้อยแค่ไหน เพราะแต่เดิมนั้นกระบวนการในการซักค้านเครื่องหมายการค้าที่ขออนุญาต จดทะเบียนนั้นใช้เวลา ๙๐ วัน แต่ว่าในมาดริด โปรโตคอลนั้น กระบวนการในการซักค้านนั้น มีเวลาแค่ ๖๐ วัน แล้วก็ท้าผ่านสื่อที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยอย่างนี้เป็นต้น นี่คือสิ่งที่ ต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในกระทรวงกับระบบราชการของเราที่ได้รับการแก้ไข ซึ่งแน่นอนครับว่าตรงนี้เพื่อนสมาชิกก็พูดกันไปหลายท่านผมคงจะไม่กล่าวถึงให้เสียเวลา ของสภาในที่นี้อีก แต่มี ๒ ประเด็นที่ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ในการพูดกับสภาแห่งนี้ เรียนผ่านท่านประธานไปก็คือเรื่องของกรณีก่อนที่จะมีการจัดท้าการแก้ไขกฎหมายการค้า ฉบับนี้นั้น ระหว่างที่มีการพิจารณาในเรื่องของมาดริด โปรโตคอลนั้น แล้วก็มีการพูดกัน ในหลาย ๆ ส่วนทั้งแวดวงทนายความเอง แวดวงนักกฎหมายเอง และแวดวงการค้าที่จะมีผล ต่อการบังคับใช้ของกฎหมายในฉบับนี้นั้น ได้พูดกันถึงเรื่องของแลนด์ลอร์ด ไลอะบิลิตี้ (Landlord liability) แลนด์ลอร์ด ไลอะบิลิตี้ก็คือกฎหมายหรือว่าข้อกังวลที่พูดกันในเรื่อง ของการเอาผิดส้าหรับเจ้าของสถานที่ที่มีการละเมิดเครื่องหมายการค้า กรณีนี้ยกตัวอย่าง ให้เห็นชัดเจนครับเรื่องของการมีการขายสินค้าลอกเลียนแบบ สินค้าที่มีการปลอมแปลง หรือละเมิดลิขสิทธิ์ ละเมิดเครื่องหมายการค้าในห้างสรรพสินค้าหรือในสถานที่ต่าง ๆ แต่เดิมนั้นกระบวนการในการเอาผิดนั้นเอาผิดได้เฉพาะผู้ซื้อและผู้ขายเท่านั้น เดิมเลยทีเดียว เฉพาะผู้ขายด้วยซ้าครับ ตอนหลังมีการเพิ่มโทษในเรื่องของผู้ซื้อด้วย แต่ว่าเจ้าของสถานที่เอง ไม่ได้มีผลอย่างไรทั้งสิ้นกับกระบวนการในการกระท้าผิดแบบนี้ ซึ่งในแวดวงของนักกฎหมายเอง ในแวดวงของนักธุรกิจกันเองที่ท้าผลิตสินค้าต่าง ๆ มาก็กังวลในกรณีแบบนี้ การถกในเรื่อง ของแลนด์ลอร์ด ไลอะบิลิตี้นั้น ถกกันเฉพาะในแวดวงของนักกฎหมาย แล้วก็นักธุรกิจ ในระดับหนึ่งแล้วก็หายไป พอมาถึงขั้นตอนในการท้ากฎหมายผมเข้าใจว่าเรื่องเหล่านี้ ถูกลืมไปพอสมควรเหมือนกัน แล้วก็ไม่มีใครกล่าวถึงอีก ซึ่งกรณีแบบนี้ต่างชาติเอง ก็ให้ข้อเสนอแนะมาหลายครั้งเหมือนกันกับในกรณีของการเอาผิด เพราะฉะนั้นการจับกุม ผู้กระท้าผิดมันจะกลายเป็นลักษณะของการเล่นเอาเถิด เราจะเห็นอยู่บ่อย ๆ ตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ วันดีคืนดีก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปจับกุม จับกุมเสร็จหายไปสักประมาณ สัปดาห์หนึ่งก็กลับมาขายอีกเหมือนเดิม กรณีแบบนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจ้าถ้าไม่มีการเอาผิด อย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นกรณีประเด็นแบบนี้ที่ต้องฝากเอาไว้นะครับ
กรณีที่ ๒ ท่านสมาชิกหลายคนได้พูดเอาไว้เมื่อสักครู่นี้อย่างชัดเจนในเรื่องของ การจดเครื่องหมายการค้าข้ามประเทศ แต่เดิมนั้นอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดไปก็คือว่าจะไป ท้าการค้าที่ประเทศใดต้องไปจดที่นั่น น้าสินค้าไปขายที่ประเทศไหนอย่างไร ต้องไปท้า การจดเครื่องหมายการค้าในที่นั้น ๆ กระบวนการของมาดริด โปรโตคอลนั้นและการรวม เป็นเออีซีนั้นท้าให้สามารถที่จะจดเครื่องหมายการค้าข้ามประเทศได้นะครับ กรณีแบบนี้สิ่งที่จะตามมาคือผลดีมันมีครับว่าลดขั้นตอนในการท้างาน แน่นอนว่ากระทรวง แน่นอนว่าหน่วยงานราชการจะต้องตามให้ทันในกระบวนการท้างาน แต่ว่าท้ายที่สุด คนที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนก็คือทนายความ ส้านักงานกฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่ ทั่วประเทศ ที่เขารับจดเครื่องหมายการค้า รับจดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรต่าง ๆ กระบวนการ ในการท้างานเดิมที่ผ่านมาซึ่งมีงานอยู่มากพอสมควร มันจะหายไปส่วนหนึ่ง เพราะว่า ต้องชั่งน้าหนักกันดี ๆ ว่าการน้าเข้ากับส่งออกของเรานั้นอะไรมากกว่ากันนะครับ ถ้าธุรกิจ ที่ไปด้าเนินการยังต่างประเทศนั้นน้อยกว่าธุรกิจที่เขาเดินทางเข้าไปท้าธุรกิจในประเทศนั้น แน่นอนครับว่ากระบวนการแบบนี้ท้าให้ประเทศเราเสียเปรียบ แล้วก็ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ มากที่สุดก็คือธุรกิจทนายความ กระบวนการที่คนต่างชาติเข้ามาลงทุนในบ้านเรา แล้วก็ต้อง มาจดเครื่องหมายการค้า ต้องมาท้าธุรกรรมต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมาย ในบ้านเรา ปรึกษาบริษัทกฎหมายในบ้านเรามันจะหายไปเยอะพอสมควร เพราะฉะนั้น แน่นอนครับว่าส้านักงานกฎหมายที่เป็นระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ เฟิร์มนั้นมีอยู่อาจจะ ไม่มากแห่งนัก แต่ว่าในจ้านวนเหล่านั้นเม็ดเงินในการลงทุน ในการท้าธุรกรรมทางกฎหมาย ก็ค่อนข้างสูงนะครับ กระบวนการตรงนี้แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือว่าจะท้าให้การลงทุน หรือว่าเม็ดเงินที่เข้ามาในประเทศนั้นมันหายไปส่วนหนึ่งนะครับ นี่คือสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง
ในท้ายที่สุดก็คล้าย ๆ กับที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไป ในเรื่องของความช้านาญ ของเจ้าหน้าที่ เพราะอย่างทุกวันนี้ในกรณีของการจดเสียงหรือกลิ่น แม้จะไม่มีเรื่องของเสียง หรือกลิ่นก็ตามในทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ที่มีหน้าที่ในการปฏิเสธเอง มาตรฐานในการปฏิเสธ ก็แตกต่างกัน ยกกรณีศึกษากรณีหนึ่งครับ เรื่องของตราสโมสรฟุตบอลที่ถูกไปท้าเป็นเสื้อยืด ในการใช้เล่นกีฬาต่าง ๆ มีหลายกรณีที่เป็นข้อถกเถียงกัน ในกรณีที่ผู้ที่เป็นผู้ปฏิเสธ การขอจดทะเบียนหรือว่าด้าเนินการเกี่ยวกับการลอกเลียนเครื่องหมายการค้าเป็นผู้ที่เข้าใจ เนื้อหาสาระของกรณีที่ถูกคัดค้านนั้นจริง ก็จะไม่มีปัญหา ยกตัวอย่างเช่น เสื้อสโมสร ของบาเยิร์น มิวนิค ถ้าท่านอ่านดี ๆ จะเป็นบาเยิร์น มิวเชียน ถ้าให้คนที่เข้าใจเรื่องราว ของฟุตบอลดีนี่ เขาก็จะเข้าใจว่าตราสโมสรนี้อ่านว่าอย่างไร แต่ถ้าไปให้ใครก็ตามที่ไม่เข้าใจ เรื่องของฟุตบอลมานั่งอ่าน มันก็จะไม่เข้าใจอยู่ดี หรือในเรื่องของกรณีที่หลาย ๆ คน เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกพูดไปในเรื่องของเสียงรถมอเตอร์ไซค์ ฮาร์เลย์ เดวิดสัน อย่างนี้ครับ ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเสียงเอกลักษณ์ แต่ถามว่า จะมีสักกี่คนที่เข้าใจในเรื่องพวกนี้ดี ผมเชื่อว่าหูของคนทั่วไปจ้านวนไม่น้อยฟังเสียง มอเตอร์ไซค์อย่างไรก็ไม่แตกต่างกันมาก เพียงแต่มันเป็นรถเล็กหรือรถใหญ่แค่นั้นเองนะครับ แต่วันนี้ถ้าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของฮาร์เลย์ เดวิดสัน ผมถามว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกาเขาเข้าใจ บ้านเราเข้าใจมากน้อยแค่ไหน หรือเสียงของเครื่องดนตรี อย่างกีตาร์ ยกตัวอย่างยี่ห้อกิ๊บสันอย่างนี้กับยี่ห้ออีกหลาย ๆ ยี่ห้อที่มันแตกต่างกันแบบนี้ ไม่ใช่นักดนตรีก็ไม่เข้าใจ แล้วไม่ใช่นักดนตรีที่เก่งจริง ๆ ก็ไม่เข้าใจด้วยว่ามันมีความแตกต่างกัน อย่างไร กรณีแบบนี้ผมถามว่าพวกเรามีความพร้อมกันมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องเป็นข้อกังวล แล้วผมอยากจะให้สภาตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งส้าคัญ ทีเดียว เพราะท้ายที่สุดนอกจากมีการแก้กฎหมายฉบับนี้แล้ว กฎหมายลูกที่รองรับต่างๆ เรื่องของพาร์ทิชั่น คอมมิชชัน ทรีตตี้ (Partition Commission Treaty) เรื่องของบทบัญญัติ ในเรื่องของเกี่ยวกับสิทธิบัตรระหว่างประเทศต่าง ๆ เราต้องแก้มันมากน้อยแค่ไหน อย่างไร กระบวนการกฎหมายรอง กระบวนการของระเบียบหรือประกาศกระทรวงต่าง ๆ ที่ต้อง ท้าให้สอดคล้องกับกฎหมายหลักที่ด้าเนินการแก้ไข เพราะไม่อย่างนั้นที่ผ่านมาจะเกิดปัญหา กรณีนี้ว่าเอกสารทุกชิ้นที่น้ามายื่นจดทะเบียนต้องได้รับการแปล เว้นเสียแต่ว่า การจดทะเบียนนั้นเป็นการจดทะเบียนระหว่างประเทศ แต่มีเอกสารแทรกบางประเภท ที่ไม่ต้องแปล อย่างนี้ครับการตีความหมายว่าระหว่างค้าว่า แปล หรือ ไม่ต้องแปล ของเอกสารแต่ละประเภทเดิมก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว ท้าให้กระบวนการในการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้านั้นแม้จะมีระยะเวลา ๙๐ วัน บางครั้งก็ท้าไม่ได้ภายในระยะเวลา ๙๐ วัน แต่ถ้ามีการร่นระยะเวลาในการซักค้านแล้วมันเหลือ ๖๐ วัน แล้วเป็นกระบวนการ ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าข้ามเป็นระหว่างประเทศแบบนี้แล้ว กระบวนการ ของการท้ากฎหมายลูก ประกาศ ระเบียบกระทรวงต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อให้สอดคล้องกับ กฎหมายหลักเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ง่าย เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนให้ที่ประชุมทราบ แล้วก็รับไว้ พิจารณาว่าเมื่อถึงเวลากระบวนการในการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแก้กฎหมายเหล่านี้ กระบวนการประเด็นเหล่านี้ที่ผมเรียนไป คือ
๑. เรื่องของความเอาผิดเจ้าของสถานที่ หรือเอาผิดผู้ที่ละเมิด ผู้ที่ ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้านั้นมีกระบวนการในการเอาผิดถึงไหน อย่างไร
๒. กระบวนการในการท้าธุรกิจที่จะส่งผลให้กับบริษัททนายความ บริษัท กฎหมายต่าง ๆ หรือบริษัทที่ท้าธุรกิจการค้าที่ได้รับผลกระทบนั้นจะมีมาตรการในการแก้ไข ให้เขาอย่างไร หรือ
๓. ท้ายที่สุดอย่างที่เรียนว่าครับว่า กระบวนการในการออกกฎหมายลูก ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ รวมถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการนั้นมีความพร้อม มากน้อยแค่ไหนในการรองรับเรื่องเหล่านี้ มิฉะนั้นแล้วในท้ายที่สุดการที่พยายามจะแก้ กระบวนการต่าง ๆ ให้เร็วขึ้นมันจะกลับกลายเป็นว่ายิ่งท้าให้เรื่องนั้นสับสนและช้ามากขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ