สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าไทย และเรียกร้องการให้รัฐบาลเข้าข้างไทยในการคุ้มครองเครื่องหมายการค้า พร้อมส่งเสริมการสร้างสรรค์ทางความคิดและการแข่งขัน โดยเปิดใจกว้างและให้โอกาสทุกฝ่ายในการคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผมก็ท้าดีให้ท่านประธานตลอด เพื่อที่จะให้สภามีวัฒนธรรมที่ดีงามที่เราจะไม่ทับถมกัน แต่ท้าไมผมต้องพูดเรื่องนี้ครับ ท่านประธาน ไม่ใช่ว่าจะขึ้นมาเพื่อจะมาทับถมใคร แต่ผมคิดว่าเมื่อผมท้าหน้าที่ในส่วนนี้ ผมมีความรู้เรื่องนี้ เพราะผมท้างานทางการเมือง ท้างานด้านกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า มายาวนานครับ ผมเป็นทนายความด้านเครื่องหมายการค้า จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ฟ้องคดีเครื่องหมายการค้าก่อนที่จะมาเป็นผู้แทนราษฎร ผมจึงอยากเอาส่วนความรู้อันนี้ มาเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง และให้ข้อคิดต่อข้าราชการและพี่น้องประชาชน ว่าวันนี้เราอยู่ในโครงสร้างส้าคัญที่สุด คือโครงสร้างของโลกสมัยใหม่ ผมเอง ตอนที่เป็นทนายความต้องเจอหลายสิ่งหลายอย่างและเคยคิดครับ และเคยคิดครับว่า อันนี้เป็นผลประโยชน์ของไทย อันนี้เป็นผลประโยชน์ของไทย แต่วันนี้ท่านประธานครับ ส้านักงานที่ผมท้าก็ไม่ใช่เล็ก ๆ แต่วันนี้ผมก็ต้องเปลี่ยนความคิด เมื่อก่อนเจ้านายที่เป็นฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ใช่นะ เรื่องนี้เป็นเรื่องสากล ในทางการค้าเป็นเรื่องการสร้างสรรค์นะ ดังนั้น วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันเป็นภาวะการเมือง ภาวะการเมืองนี้ก็คือ ภาวะ แห่งความเสมอภาคแห่งรัฐ และภาวะแห่งโลกาภิวัตน์ ท่านครับ เราได้ใช้หลักจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า ใช้หลักการจดทะเบียนเป็นสาระส้าคัญมานานแล้วครับ นั่นหมายความว่า ฝรั่งมีเครื่องหมายการค้าหนึ่ง ถ้าคุณจะให้คุ้มครองต้องมาจดที่ประเทศไทยเท่านั้น ท่านครับ หลักการนี้ดีไหม ดีครับ มาจดเยอะ ๆ สิจะได้เงินเข้าประเทศ แต่ถ้ามองกลับกัน คนไทยสตางค์น้อยจะได้รับการคุ้มครองในประเทศสหรัฐอเมริกา จะได้รับการคุ้มครอง ในประเทศอังกฤษ ต้องไปจดที่นั่นค่าทนายก็แพงแล้วจะได้รับการคุ้มครองได้อย่างไร ถ้าจะบอกว่าเครื่องหมายไทยไม่มีใครไปคิดไปลอกไปเลียนหรอกครับ ไม่จริงครับ วันนี้ ในทวีปยุโรป ในทวีปอเมริกาเอาสินค้าของประเทศไทย เดินแถวจังหวัดเชียงใหม่ แถวไนท์บาซาร์ (Night bazar) ไปวางขาย เอาเครื่องหมายดี ๆ ของเราไปเหมือนกันครับ ดังนั้นตรงนี้มันจึงเป็นภาวะโลกาภิวัตน์แล้วที่เราคงต้องให้ความคุ้มครองกัน การพูดถึง สนธิสัญญามาดริดนั้นผมว่าเป็นสาระส้าคัญอันหนึ่งที่เราควรจะได้พิจารณากัน เอ๊ะ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ขาดทุนสิ วันนี้เราคิดเรื่องขาดทุน ก้าไรไม่ได้แล้ว เพราะโลกแห่งรัฐนั้นมันเล็กลงทุกทีครับ มันเป็น โลกแห่งมนุษย์ครับ โลกแห่งมนุษย์ เราก้าลังอยู่ในโลกแห่งรัฐนี่ครับเลยฆ่าคน คนตาย ก็ไม่สนใจ แต่ว่าเมืองนอกเขาถือว่าไม่ว่าชาติไหนถ้ารัฐบาลฆ่าคนตายเป็นเรื่องใหญ่ครับ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศที่มีภาวะแห่งความเสมอภาคแห่งรัฐ ตามข้อตกลงดั้งเดิมเลย ไม่มีข้อตกลงอะไรครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาถ้าจะคุ้มครอง ในประเทศไทยต้องมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่นี่ ประเทศไทยจะให้คุ้มครอง ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ต้องไปจดทะเบียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าเราเข้าสู่ กระบวนการนี้ผมว่าจะท้าให้เราเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจนานาชาติ ท้าให้ต่างประเทศ เขาสบายใจขึ้นบ้าง ผมยกตัวอย่างครับ บางทีมันไม่น่าเลยครับ ผมท้างานด้านเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) ใครก็รู้จักทั้งนั้นครับ ตัวย่อ อาร์อาร์ (RR) ซ้อนกัน เซอร์ โรลส์ แอนด์ รอยซ์ ๒ คนนะครับเป็นนามสกุลเขา เขาคิดประดิษฐ์เครื่องจักรเครื่องกล ใครก็รู้จักครับ ขึ้นการบินไทยจะเห็นนะครับ มันจะมีดวงตรา อาร์อาร์ ซ้อนกันอยู่เลย รถโรลส์-รอยซ์ก็ยิ่งใหญ่มากครับ ราคา ๑๐ ล้านบาทขึ้นทั้งนั้นครับ อย่างเราไม่มีทางได้ขึ้นหรอก ใครเห็นอาร์อาร์ก็รู้หมดครับ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าบางทีก็น่าเห็นใจคนไทยนะ แต่ฟังดูแล้ว รู้สึกมันท้าลายเขาเหลือเกินครับ นี่ไม่ใช่มาปกป้องฝรั่ง เอาเครื่องหมายอาร์อาร์ โรลส์-รอยซ์ ไปจดอะไรรู้ไหมครับ ไปจดประเภทเป็นเสื้อผ้าใช้กับกางเกงในครับ เขาใช้แบบไฮคลาส (High class) เลยนะครับ แต่เขาไม่ได้จดกางเกงในไว้ เขาไม่ได้จดเสื้อผ้าไว้ แต่ปรากฏว่า นักธุรกิจที่นี่เอามาจดเป็นกางเกงใน ลองคิดดูสิครับระหว่างโรลส์-รอยซ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้า ที่มีค่ามากที่สุด โด่งดังที่สุดดันเป็นยี่ห้อกางเกงในเสียแล้วอย่างนี้ สิ่งเหล่านี้ครับ ผมเห็นว่า เราควรจะต้องท้าความเข้าใจกันเสียทีเถอะ จริงอยู่ครับ เราก็ต้องคุ้มครองเขา แต่เราคุ้มครอง เฉพาะที่จดทะเบียน แต่ไม่คุ้มครองในประเภทอื่นครับ การขโมยเครื่องหมายการค้ามาใช้กัน มันท้าให้เสียหาย เชื่อไหมครับว่ากระทรวงพาณิชย์ก็จดให้ครับ ผมต้องไปฟ้องศาล ต้องไป ถ่ายรูปว่ามูลค่ามันเท่านี้นะ ดวงตรามันมีลักษณะพิเศษนะ ใครเห็นก็รู้ทั้งนั้น แต่ก็ชนะนะครับ ศาลก็ให้ชนะ

อีกอันหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผมว่าถ้าเราได้มีรับรองสิทธิ ผมตอบแทน ท่านรัฐมนตรีก็ได้ จดกลิ่นท้าไม จดเสียงท้าไม ท่านครับ เดี๋ยวนี้การต่อสู้ทางการค้า มันเป็นเรื่องความคิดริเริ่ม ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมานั้น ไม่ใช่อยู่ ๆ ว่าถ้าไม่มีเรื่องกลิ่น เรื่องเสียง แล้วมันคิดเครื่องจักรเครื่องกลไม่ได้ ไม่ใช่ครับ ท้าไมเราต้องจัดกระบวนการศึกษา เปิดเสรีภาพให้แก่เด็กนักเรียนล่ะครับ การที่จะปกครอง นักเรียนได้ง่าย ให้อยู่ในระเบียบด้วยไม้เรียวนี้มันท้าให้กระบวนการพัฒนาทางความคิด มันยากมาก ท่านประธานครับ วันนี้สินค้าที่แพงที่สุดคือสินค้าความคิดครับ และไม่เคยมี ประเทศไหนในโลกที่เป็นเผด็จการและความคิดจะสร้างสรรค์ครับ ความเป็นเผด็จการนี้ มันพัฒนา ผมโยงให้ท่านเห็นเลยกับระบบการศึกษา ถ้าเราใช้ไม้เรียว ใช้ความรุนแรงนี่ ไม่ได้เลยครับ ความคิดสร้างสรรค์ไม่มีเลย ในแถบสแกนดิเนเวีย ในทวีปยุโรปเดี๋ยวนี้นะครับ อย่าว่าแต่ครูตีเด็กนะ พ่อแม่ตีเด็กก็ไม่ได้ เขาถือว่าเป็นการใช้ความรุนแรงไปสกัดกั้นความคิด ริเริ่มของเด็ก ดังนั้นถ้าเราจะพูดถึงเรื่องเครื่องหมายการค้ามันจะต้องโยงมาถึงวัฒนธรรมด้วยว่า สิ่งส้าคัญที่สุด เขาต้องการส่งเสริมการสร้างสรรค์ทางความคิด เมื่อเขาพิจารณาถึงกลิ่น เดี๋ยวนี้ท่านครับ ถ้ามนุษย์เราไม่คุ้มครองอันนี้มันไม่มีแรงจูงใจ ใช้สบู่ก็กลิ่นมะลิ ใช้สบู่ ก็กลิ่นดอกไม้ประเภทนั้น ประเภทนี้ แต่เดี๋ยวนี้มันมีการผสมกลิ่นใหม่ ๆ เพื่อจะให้เกิด ความพึงพอใจ ทางเลือกใหม่ ๆ ในตลาดการแข่งขัน ถ้าเราบอกเราไม่เอา ในที่สุดเราก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะได้รับการรับรองว่าเราได้ก้าวเข้าสู่กระบวนการโลกาภิวัตน์แล้วนะ นี่เราก้าลังจะก้าวเข้าสู่คอมมูนิตี้ (Community) ของอาเซียน เออีซี (AEC) พอจะเข้าสู่เออีซี บอกเรื่องกลิ่นไม่เอานะ รู้สึกว่าเสียประโยชน์มากเหลือเกินประเทศไทย ท่านครับ เราต้องเพลา ๆ คิดเรื่องประเทศไทยที่มีลักษณะว่าปิดประตูเพื่อจะเอาประโยชน์ ถ้าเราคิด อย่างนั้น เราคบกับใครไม่ได้ ฟังดูแล้วเหมือนกับว่าไปให้โอกาสฝรั่ง แต่หารู้ไม่ว่าวันนี้ โลกสมัยใหม่คนไทยก็ไปใช้ประโยชน์ในรัฐอื่น ๆ เยอะแยะครับ คนไทยเข้าไปใช้ประโยชน์ รัฐสวัสดิการจากสแกนดิเนเวียเต็มไปหมดครับ อยู่ในประเทศฝรั่งเศสก็กินบ้านาญ ของประเทศฝรั่งเศส ถ้าอย่างนั้นถ้าเราเอาประเทศไทยเป็นหลัก เดี๋ยวประเทศฝรั่งเศส เขาว่าบ้างว่าอย่างไร ดังนั้นผมว่าเรื่องนี้เราต้องเปิดใจให้กว้าง เพียงแต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือว่า แล้วเครื่องวัดกลิ่นมีหรือยังว่าอันนี้มันใช่หรือไม่ใช่ อันนี้ละส้าคัญ แต่ถ้าเขาสร้างกลิ่นใหม่ ๆ ได้ กลิ่นมันก็เป็นสินค้าตัวหนึ่ง ดังนั้นความคิดสร้างสรรค์ตรงนี้ละครับมันจะเป็นจุดประกายไฟ ให้ขยายไปในทุก ๆ ด้านขอบเขตของสังคม และมันจะเกิดผลกระทบไปถึงระบบการศึกษา ที่ระบบการศึกษาก็ดีจะต้องไม่ตีเด็ก กระทบไปถึงด้านครอบครัวที่พ่อแม่จะต้องเลี้ยงเด็ก ให้มีความคิดสร้างสรรค์ ท่านครับ เสื้อตัวหนึ่งราคาไม่กี่สตางค์ สูทตัวหนึ่งถ้าซื้อทั่ว ๆ ไป ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาทก็มีครับ แต่ถ้ามีหยักคอนิดหนึ่งใส่ความคิดเข้าไป แล้วติดยี่ห้อ ราคาเยอะแยะเลยครับ ถ้าเป็นเวอร์ซาเช่ (Versace) ก็อีกราคาหนึ่งทันที ท่านเชื่อไหมครับ เสื้อเซิ้ร์ตธรรมดาพอติดเวอร์ซาเช่มีคอเป็นหยักนิดหนึ่งนะครับจากตัวหนึ่งซื้อ ๕๐๐ บาท กลายเป็น ๒๐,๐๐๐ บาททันที ท่านเคยเห็นนักคิดแฟชั่นต่าง ๆ เกิดในประเทศลิเบียไหมครับ เกิดในประเทศเผด็จการไหม ไม่มีหรอกครับ ดังนั้นถ้าเรายอมรับความคิดที่เป็นเสรี เรายอมรับว่า สินค้าที่แพงที่สุดในโลกนั้นคือสินค้าทางความคิด เราก็จะต้องเห็น และรังเกียจ การฆ่าประชาชนที่สี่แยกราชประสงค์ทันที ท่านประธานครับ ตรงนี้ถ้าเราจะโยงให้เห็น ในโครงสร้างเหล่านี้เอง เราก็จะเห็นความเป็นจริงว่าสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เราต้องยอมรับเขาอีก ผมดูในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอประทานโทษที่ฝากท่านรัฐมนตรีไปนะครับ ไหน ๆ จะปรับปรุงแล้ว ปรากฏว่าการจดทะเบียนอย่างที่ผมกราบเรียนนี่ครับ มันมีเหมือนกันครับ ข้อด้อย มันจดกั๊กไว้เฉย ๆ ถ้าตราบเท่าที่เรายังไม่ได้เข้าไปเป็นสมาชิกในสนธิสัญญาที่ว่านี้ ฝรั่งก็จะมาจด ๆ ไว้เยอะแยะหมด มันต้องควรมีมาตราหนึ่งกั๊กไว้ว่าภายใน ๕ ปีจะต้องมี การตรวจสอบว่าเครื่องหมายนั้นถ้าไม่ได้ใช้จะท้าอย่างไรกับเขา ถ้าจะใช้หลักนี้นะ แต่ถ้าใช้ หลักสากลเข้าไปอยู่ในสนธิสัญญามาดริดก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งผมคิดว่าความคิดสร้างสรรค์ เราอย่าไปเลือกว่าเป็นฝรั่งเป็นไทยเลยครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับ กางเกงยีนส์ มันแข่งขันกันมาก แม้กระทั่งเชือกที่ถักเป็นรูปรอยกระเป๋าครับ ฟ้องกันมากครับระหว่าง กางเกงลีวายส์ (Levi’s) กับแรงเลอร์ (Wrangler) กับต่าง ๆ ที่เขาจะเป็นรูปปีกนกนี่ครับ เป็นเงินของเขาไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ขอประทานโทษไม่ได้โฆษณา แต่จะอธิบาย ให้เห็นรูปธรรมว่าสิ่งเหล่านี้เราก็ควรจะต้องคุ้มครอง แต่ที่ผ่านมากฎหมายเก่าไม่คุ้มครองเลยครับ ไม่คุ้มครองเขาเลย ถ้าถามว่าดีไหม ก็ดีเหมือนกันครับ มันต้องจ้างจดทะเบียนบานตะเกียงเลยครับ จดทะเบียนรูปกระเป๋า รูปปีกอย่างเดียว ปีกพร้อมกระเป๋า กระเป๋าแล้วมีแถบแดง ๆ เล็ก ๆ เห็นไหมครับ ถ้าไม่คุ้มครองก็ต้องจดอีก แหมฟังดูแล้วมันก็เป็นสิทธิของเขา เขาคิดแล้วนี่ รูปรอยต่าง ๆ มันควรจะให้เขา การใช้ลายผ้า หรือการใช้ลายเส้นเชือกเข้าไปในเนื้อ ของกางเกง ของเสื้อผ้า แล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้าที่เห็นรูปรอยประดิษฐ์ อย่างนี้ปั๊บรู้ทันที ยกตัวอย่างที่ ส.ส. คนสวยที่อยู่ข้าง ๆ ผม ขอประทานโทษนะครับ เสื้อมีลายเห็นไหมครับ ถ้าเกิดใช้มาก ๆ เข้านะครับท่านประธานจับตาดูหน่อยนะครับ ถ้าใช้มาก ๆ เข้าลายเสื้ออย่างนี้กลายเป็นสินค้า กลายเป็นเครื่องหมายการค้าได้อีก แต่ปรากฏไม่มีคุ้มครองในนี้ ยังมองไม่ถึงอีก ไปดูเถอะครับ ลายกางเกงยีนส์ที่เกาะอยู่ที่ กระเป๋ากางเกงข้างหลังส้าคัญมากครับ เพราะมันโชว์ก้นกันเป็นหลักครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ เวลามันโฆษณากางเกงยีนส์ไม่ได้โชว์ข้างหน้านะ โชว์ข้างหลังครับ โก่งก้นผู้หญิง ดังนั้นสิ่งเหล่านี้มันเป็นแรงจูงใจทั้งหมด ผมเลยฝากช่วยดูเรื่องลายผ้า และลายผ้าที่มีลักษณะเฉพาะที่สามารถจะบ่งบอกลักษณะเฉพาะว่าเป็นของคนนั้นได้ ของคนนี้ได้ ให้เขาเถอะครับ แล้วเราก็แข่งขันกันสิครับ คนไทยก็คิดบ้างสิ

อีกอันหนึ่งความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ซึ่งไม่ค่อยยอมรับกัน เช่น การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทอาหาร อร่อยนี่จดไม่ได้ ท่านประธานครับ แต่อาหย่อยนี่น่าจะได้ แต่ปรากฏว่าบางทีราชการก็คิดแบบราชการ คนไทยจะคิดอาหย่อย จะไปบอกว่าอาหย่อยเป็นการเลียนเสียงอร่อย อันนี้เขาคิดสร้างสรรค์เขานะ อาหย่อย ไม่ใช่ผิด แต่ไม่ให้ เช่นเดียวกันครับ ค้าว่า แซ่บ ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทอาหาร เขาไม่จดให้นะ แต่ถ้าผมจะใช้วิธีการสระแอ แทนที่จะเป็น ซ โซ่ ใช้ เอส (S) แทนครับ แล้ว บ ใบไม้ ใส่ไม้เอก อย่างนี้ได้หรือเปล่า ผมว่าต้องเขียนให้ชัดครับว่าการคิดสร้างสรรค์ ที่เอาภาษาต่าง ๆ เข้ามาประกอบแล้วเป็นลักษณะรูปรอยประดิษฐ์ หรือมีลักษณะ บ่งเฉพาะที่อธิบายได้เป็นความคิดสร้างสรรค์ต้องให้เขาบ้าง คนไทยตรงนี้มีปัญหา เรื่องการยอมรับความคิดสร้างสรรค์ หรือการยอมรับความคิดใหม่ ๆ ที่แปลกออกไป ดังนั้น ตรงนี้ถ้าวัฒนธรรมของเรายังไม่เปิด เพราะวัฒนธรรมของเรานี้บีบให้คิดเหมือนกันครับ ซึ่งวันก่อนผมพูดไปแล้วประวัติศาสตร์ต้องคิดเหมือนกัน วิจารณ์ประวัติศาสตร์ไม่ได้เลยครับ ยิ่งประวัติศาสตร์ต้นรัตนโกสินทร์ใครท้าอะไรกันพูดไม่ได้เลยนะ เราไม่รู้หรอกครับว่า วัฒนธรรมเช่นนี้ นี่คือวัฒนธรรมเผด็จการที่ก้าลังบีบให้ประเทศไทยไม่สามารถจะแข่งขัน กับคนทั้งโลกได้ ด้วยเหตุนี้เองมันจึงไปเสียท่าฝรั่ง ถ้าจะพูดอย่างนี้ ดังนั้นเรานอกจากจะต้องเปิด เราต้องเข้าใจปรัชญาของร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่าสาระส้าคัญมันมีใหญ่ ๆ คือการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ว่าด้วยเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศและการเมืองระหว่างประเทศ ผมจึงฝากไว้ว่าเรื่องสี เรื่องกลิ่น ผมว่าโอเค (OK) ครับ อันนี้มันพัฒนาแล้ว ไม่ใช่เรื่องประเทศสหรัฐอเมริกาจะได้ประโยชน์เท่านั้น ไม่ใช่ว่า ประเทศใหญ่ ๆ ได้ประโยชน์เท่านั้น เราก็ควรจะต้องคิดวิธีการเหมือนกันให้เราส่งเสริม มากระตุ้น ท่านจ้าได้ไหมครับ เมื่อก่อนก็ดูถูกพวกร้านขายสะดวกซื้อ ปรากฏว่าโชห่วย สู้กับสะดวกซื้อ สู้เท่าไรก็แพ้ เดินขบวนก็แพ้ สุดท้ายเราต้องยอมรับการแข่งขัน คนไทย ขาดตรงนี้ครับ จะใช้ชาติมาหาประโยชน์แล้วบล็อกทุกอย่างไม่ได้ครับ โลกสมัยใหม่ ท้าไม่ได้แล้ว เดี๋ยวนี้เริ่มมีห้างสรรพสินค้าของไทยเริ่มสร้างขึ้นมาแล้วด้วยแบรนด์ของตัวเอง แข่งขันเรื่องต้นทุน การจัดการกับบริษัทสะดวกซื้อขนาดใหญ่ อันนี้สะดวกซื้อขนาดเล็ก แล้วก็สร้างแฟรนไชส์ (Franchise) ขึ้น เขาก็ต้องแข่งกัน โลกมันอยู่กับการแข่งขันครับ ท่านทักษิณเคยกล่าวไว้ว่าแม้เราไม่อยากแข่งขัน แต่โลกจะจัดให้เราไปแข่งขันเอง ดังนั้น เราจึงหยุดไม่ได้ จึงฝากประเด็นนี้ด้วยนะครับว่าเราต้องเปิดใจกว้าง เปิดโอกาสให้ทุก ๆ ฝ่าย แล้วให้ประเทศไทยเป็นเซ็นเตอร์ (Center) เป็นศูนย์กลางของนานาชาติ ใครอยากมาหา ผลประโยชน์เชิญเลยครับ แต่เราก็หาด้วยนะ เราเก็บภาษีด้วยนะ เหมือนวันนี้ครับ วันนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศสิงคโปร์นั้นเขาไม่มีสินค้าท้าการผลิตเลย แต่เขาใช้เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน เขาก็ได้ประโยชน์ ดังนั้นประเทศไทยต้องเข้าใจ อันนี้ด้วยนะครับ

ส่วนในประเด็นสุดท้ายที่ผมจะฝากท่านไปครับ นั่นก็คือเรื่องลักษณะการพ้องเสียง การพ้องรูป การประดิษฐ์ค้าใหม่ ๆ ซึ่งเป็นเรื่องความคิดครีเอทีฟ (Creative) ผมอยากฝาก ท่านรัฐมนตรีครับ ลองปรึกษาหารือในกระทรวงเถอะครับ บังเอิญผมก็ไม่มีโอกาสมีวาสนาเหมือนท่าน จะได้เป็นรัฐมนตรีกับเขาบ้าง เอาเข้าไปเสนอแนวคิดในกระทรวงว่าว่าด้วยความคิดครีเอทีฟ เราเปิดช่องให้คนคิดได้แค่ไหน พอทีฝรั่งได้ พอไทยจะคิดอย่างที่ผมบอกว่าอาหย่อยอย่างนี้ ได้ไหม บางทีไม่ให้ ก็ฝากท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตน้าเสนอความคิดเห็นร่วมกับ เพื่อน ๆ สมาชิก และกราบขอบพระคุณนะครับ ถ้าในโอกาสต่อไปถ้าเราจะไม่ว่า ผู้แทนราษฎรขี้เกียจสันหลังยาวก็จะกราบขอบพระคุณครับ