พีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอการแก้ไขการจัดตั้งศาลปกครอง โดยเฉพาะการกำหนดเขตอำนาจศาลปกครองในส่วนภูมิภาคและงบประมาณที่จะให้ศาลดำเนินการ โดยพิจารณาจากประชากร จำนวนคดี และความสะดวกของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพี่อไทยจากจังหวัดยโสธร ในฐานะ กรรมาธิการครับ จะกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกที่ตั้งข้อสังเกตแล้วก็ซักถามนะครับ คือในการจัดตั้งศาลปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง ถ้าจะมีการจัดตั้งศาลขึ้นไปนะครับ ก็ได้มีบัญญัติไว้แล้วในมาตรา ๘ ว่า ถ้าการจัดตั้งและการก้าหนดเขตอ้านาจศาลปกครองในส่วนภูมิภาคให้กระท้าโดย พระราชบัญญัติ ก็เหมือนที่พวกเราก้าลังพิจารณากันอยู่นี้ โดยค้านึงถึงปริมาณคดี และการบริหารบุคลากรของศาลปกครอง โดยจะก้าหนดให้เขตอ้านาจศาลปกครอง ในภูมิภาคครอบคลุมเขตการปกครองหลายจังหวัดก็ได้ ทางศาลได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ บอกว่าตามแผนเดิมนะครับ เมื่อให้มีการตั้งศาลนั้นได้ก้าหนดกรอบไว้ว่าจะตั้งศาลทั้งหมด ประมาณ ๑๖ แห่ง ที่ตั้งไปแล้วถึงวันนี้ก็คือ ๑๐ แห่ง รวมทั้งที่จะตั้งเพิ่มวันนี้ถ้าสภาอนุมัติ ก็จะเป็นอีก ๓ แห่ง ตลอด ๑๐ กว่าปีที่ขึ้นมานี่ การจัดตั้งยังท้าไม่ได้ตามแผนทั้งหมด เพราะว่ามันมีหลาย ๆ ปัจจัย ๑ ในนั้นก็คือเรื่องงบประมาณของทางรัฐบาลที่จะให้ศาล ไปด้าเนินการต่อไปด้วย
ในส่วนที่มีการพิจารณาเขตอ้านาจศาลว่าจะครอบคลุมจังหวัดใด หลักที่ ผู้เสนอกฎหมาย รวมทั้งศาลด้วยใช้เป็นหลักในการพิจารณาอยู่ตลอดก็คือว่าจะค้านวณถึง จ้านวนประชากร ถ้าเป็นล้านคนขึ้นไปก็น่าจะมีการจัดตั้งศาลเพิ่ม จ้านวนคดีที่เกิดขึ้น เพราะต้องการอ้านวยความสะดวกให้กับประชาชน คดีจะไม่ได้คั่งค้างมาก การพิจารณาก็จะ เป็นไปอย่างรวดเร็วพอสมควร ค้านึงถึงความสะดวกของประชาชนว่าเขาสามารถที่จะ เดินทางจากจังหวัดที่เขาอยู่ไปจังหวัดที่ตั้งศาลได้โดยสะดวก ไม่ไกลนัก ซึ่งฟังตัวเลข ที่ทางศาลเคยชี้แจงไว้ก็ประมาณอย่างมากก็ไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร นี่เป็นหลัก ๆ ทั่ว ๆ ไปนะครับ อาจจะมีบางจังหวัดบ้างที่ไกลไปหน่อย แต่ว่ามันก็ค้านึงถึงจ้านวนของคดีด้วย ค้านึงถึง บุคลากรของศาล ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นปัญหามาอยู่ตลอด อยากจะตั้งเพิ่มแต่ว่าคนที่จะมาเป็นตุลาการ ก็ต้องใช้เวลา รวมทั้งบุคลากรที่จะมาอยู่ที่ศาลก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเท่าที่ด้าเนินการกันมาได้ก็เป็นอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ นี่คือหลักที่ศาลใช้อยู่ตลอด ผมจ้าได้เมื่อกฎหมายนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาครั้งแรก ก็ท่าน ส.ส. ชุมพร ที่เพิ่งลงไปพูดไว้ชัดเจน ถามที่ประชุมว่าท้าไมเอาจังหวัดชุมพรผมไปขึ้นที่ จังหวัดเพชรบุรีล่ะ ไม่ใช่ไม่อยากไปนะ ท่านก็บอกชัดเจน ไป แต่ความผูกพันมันไม่ค่อยมี ไปแล้วผู้คนไม่สบายใจ พูดภาษาก็ไม่ค่อยจะตรงกันเท่าไร ท่านที่เคยไปเมืองเพชรก็คงจะรู้ว่า เขาพูดเมืองเพชรอย่างไรนะครับ คนที่จังหวัดชุมพรไม่ได้พูดภาษาเดียวกับคนเมืองเพชรนี่ครับ นี่คือเหตุผลที่ท่านบอกไว้ชัดเจน แล้วท่านก็บอกพวกเราว่าขอกลับไปอยู่ที่เดิมได้ไหม ที่เดิม นี่คือที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ เมื่อเป็นอย่างนี้คณะกรรมาธิการก็มีการปรึกษาหารือกัน บอกว่าหลักที่ศาลใช้มาอยู่ตลอดเป็นอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นหลักต่อไปที่ศาลน่าจะใช้หรือใครก็ตาม ที่เป็นรัฐบาลน่าจะใช้ในการพิจารณาเขตอ้านาจศาลด้วย ขอให้ค้านึงถึงประชาชนได้ไหม นี่คือเหตุผลที่เราแก้ในหมายเหตุของคณะกรรมาธิการนะครับ ข้อสังเกตว่าขอให้ เอาความรู้สึก ความผูกพันของประชาชนขึ้นมาก่อน เอาประชาชนมาก่อน แล้วค่อยตามด้วย ความสะดวกของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ความสะดวกของหน่วยงานของรัฐ หรือของคนอื่น พอบอกเอาประชาชนขึ้นมาก่อนต้องค้านึงอะไรครับ ก็เหมือนที่ท่าน ส.ส. จังหวัดชุมพรได้พูดไป ค้านึงถึงความผูกพัน ความสะดวก ความสบายใจของพวกเขา ถึงแม้บางครั้งจังหวัดเพชรบุรี อาจจะใกล้กว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เขาไม่สบายใจที่จะมาที่นี่ เขาไม่อยากมา นี่ละคือความผูกพัน ผมถึงบอกว่าต่อไปนี้ขอทางศาล เวลาที่จะเสนอตั้งศาลปกครอง เขตอ้านาจศาล เอาประชาชนขึ้นมาก่อนได้ไหม ก็เป็นความรู้ใหม่ที่คณะกรรมาธิการ ที่พวกเราที่เป็น ส.ส. เอาความรู้สึกของประชาชนมาบอกทางศาล เขาบอกจริง ๆ เขาก็ลืมค้านึงถึงเรื่องนี้ ไปเหมือนกัน หรือบางครั้งอาจจะกางแผนที่ออกมาวัดกิโลเมตรใส่กันเข้าไปอย่างนี้ บัดนี้ พอฟังความเห็นของพวกเราแล้ว ความผูกพันทางด้านภาษา วัฒนธรรม อะไร ๆ มันท้าให้ คนมีความรู้สึกแน่นแฟ้น ผมยกตัวอย่างที่บ้านผมจังหวัดยโสธร มีต้าบลหนึ่งอยู่ใกล้อ้าเภอเมือง สะดวกจะตายไปแต่เขาก็ไม่อยากไป เขากลับไปที่อ้าเภอ ซึ่งมันไกลกว่า เพราะนี่คือ ความผูกพัน เมื่อเป็นอย่างนี้คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าก็ควรจะตอบสนองความรู้สึก ของประชาชน จึงมีความเห็นว่าก็เอาจังหวัดชุมพรออกจากเขตอ้านาจของศาลเพชรบุรี ออกแล้วไปไหนครับ ก็ไปอยู่ที่เดิมที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่เขาอยากอยู่นั่นละ คราวนี้ ท่านผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชุมพรก็คงสบายใจ ท่านก็ขอบคุณพวกเราเมื่อสักครู่นี้ ที่เป็นอย่างนี้ นี่คือเหตุผลที่มีการแก้ไขกันไปอย่างนี้นะครับ ก็อยากกราบเรียนท่านประธาน เป็นอย่างนี้
ต่อไปนะครับ ส่วนที่มีการแก้ไขในวรรคสองที่เดิมก็เขียนรายชื่อจังหวัดไว้ แต่ว่าเมื่อเราตัดจังหวัดชุมพรออกไปความมันก็จะอ่านได้ว่า ระหว่างที่ยังไม่เปิดท้าการ ศาลปกครองเพชรบุรีตามที่ประกาศในมาตรา ๓ ก็ให้ศาลปกครองกลางมีเขตอ้านาจตลอด ถึงเขตศาลปกครองเพชรบุรี ก็คือศาลปกครองเพชรบุรีในมาตรา ๔ วรรคต้น นั่นละ เพราะเราตัดจังหวัดชุมพรออกไปแล้ว แต่ว่าถ้าใส่จังหวัดชุมพรอาจจะต้องมีความจ้าเป็น ต้องเขียนรายชื่อจังหวัดออกไปด้วย เพราะมันจะมีจังหวัดอาจแทรกเข้ามา
ส่วนในวรรคสามวรรคสุดท้ายก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อเราไม่เอาจังหวัดชุมพร ออกจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมา กลับไปคงเดิม ก็ตัดศาลปกครองนครศรีธรรมราชออก มันก็เหลืออยู่แค่นี้ ก็แปลว่าคดีที่ค้างอยู่ที่ศาลไหนศาลนั้นก็พิจารณากันต่อไป คดีที่มันค้างอยู่ ระหว่างที่ยังไม่เปิดท้าการศาลปกครองเพชรบุรีที่เคยอยู่อ้านาจศาลกลางก็ให้ศาลกลาง พิจารณา ส่วนที่ค้างอยู่ที่ศาลนครศรีธรรมราช ศาลนครศรีธรรมราชก็พิจารณากันต่อไป เหตุผลก็มีอย่างนี้ท่านประธานครับ ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมผมคิดว่าผู้แทนทางศาลอาจจะสามารถ ที่จะให้พวกเราได้รับทราบขึ้นมาด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ