ศุภชัย ใจสมุทร อภิปรายเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาและเตรียมพร้อมก่อนที่จะออกกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในเรื่องกลิ่นและเสียง และการปรับปรุงกระบวนการและความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนว่า โดยหลักการผมเห็นด้วยถ้าจะมีการเสนอแก้กฎหมาย แล้วกฎหมายนั้นจะเป็นประโยชน์ ที่จะมุ่งในการคุ้มครองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่อยากจะขอกราบเรียน อย่างนี้นะครับว่าจริง ๆ แล้วร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ได้เสนอมานี้นี่ต้องเรียนว่าท่านมีเหตุผลส้าคัญก็คือ ท่านบอกว่าในปัจจุบันในเรื่องของ เครื่องหมายการค้าในระดับสากลได้มีการขยายขอบเขตการให้ความคุ้มครอง อยากจะ ขอเรียนว่าจริง ๆ แล้วปัจจุบันเราก็ต้องยอมรับนะครับว่าเมื่อโลกเราแคบลง การติดต่อ การท้ามาค้าขายกันเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น นั่นหมายถึงว่าในขณะที่เราจะมีการค้าขาย กับประเทศอื่น ประเทศอื่นเขาก็พร้อมที่จะบุกเข้ามาค้าขายในประเทศเรา เพราะฉะนั้น โดยหลักการแล้วผมคิดว่ากฎหมายอะไรที่ออกมาถ้าจ้าเป็นที่จะต้องออก เราก็จะต้องออกมา โดยค้านึงถึงการเข้าไปดูแลหรือคุ้มครองคนของเรา การเปิดการค้าเสรีหรือการเข้าไป ท้าความตกลงระหว่างประเทศกับประเทศอื่น ๆ นั่นหมายถึงว่าเราจะมีทั้งอุปสรรค และโอกาส แต่ในขณะเดียวกันถ้าเรามีกฎหมายภายในประเทศของเราเพื่อที่จะคุ้มครอง เพื่อที่จะป้องกัน และท้าให้เป็นอุปสรรคส้าหรับคู่ที่จะเข้ามาแข่งกับคนของเราเอง ผมว่า เราก็ควรที่จะท้า หรือในขณะเดียวกันก็คือว่าถ้ามันไม่มีความจ้าเป็นที่จะต้องเร่งรีบ ออกกฎหมาย เราก็ไม่ควรที่จะเร่งรีบด้วยเหตุผลเพื่อต้องการให้เกิดการทันสมัยกัน สิ่งที่ อยากจะเรียนอย่างนี้ก็คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วสิ่งที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม ถึงเครื่องหมายในการเพิ่มเติมกลิ่นและเสียง ผมในฐานะนักกฎหมายแล้วก็ท้าเรื่องนี้มา พอสมควรนี่นะครับ จากการได้ศึกษาปรากฏว่ามันไม่ได้มีประเทศใดเลยที่ได้มีการเร่งรีบ ออกกฎหมายในการเข้าไปคุ้มครองเรื่องกลิ่นและเสียง สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่า จากประสบการณ์ที่ผมเคยเห็นในหลายปีที่ผ่านมาหลังจากที่เรามีข้อตกลงระหว่างประเทศ และเรื่องของเครื่องหมายการค้า มีการคุ้มครองผู้ที่เข้ามาจดทะเบียน ท่านสมาชิกหลายท่าน ก็ได้มีการอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็อยากจะเรียนว่าความได้เปรียบของคู่แข่งของเรา จากประเทศอื่นมักจะมาชิงความได้เปรียบโดยการเข้ามาจดทะเบียนในเครื่องหมายการค้า กับสินค้าทุกประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาเมื่อประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของเรา ได้เปิดประเทศ ประเทศจากทวีปยุโรป ประเทศจากฝั่งตะวันตก ก็ได้มีการไปจดทะเบียน เครื่องหมายการค้ายังประเทศเหล่านั้นในสินค้าทุกประเทศเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าปรากฏว่าประเทศไทยเราได้มีการขยายเรื่องของเครื่องหมายการค้าไปรวมถึงกลิ่น และเสียงด้วย สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าในที่สุดแล้วในขณะที่ประชาชนคนไทยผู้ที่ท้าธุรกิจ ยังไม่มีความพร้อม ยังรี ๆ รอ ๆ อยู่ ผมเชื่อว่าส้านักกฎหมายระดับเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ เฟิร์ม (International Law Firm) นี่นะครับ เขาก็เตรียมตัวแล้วละครับ ที่จะมาเตรียม จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในกลิ่นและเสียง ซึ่งที่สุดแล้วมันก็เท่ากับว่ากฎหมาย ที่เราก้าลังจะร่างออกมาเป็นกฎหมายก็จะเป็นประโยชน์ส้าหรับคู่แข่งของเราเอง เรากลับ เปิดโอกาสให้เขาและเราออกกฎหมายกลายเป็นอุปสรรคให้กับคนของเราเอง ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้ไม่มีความจ้าเป็นและไม่พึงที่จะเร่งรีบในสิ่งที่เราไม่ควรจะเร่งรีบ ต้องยอมรับ ความเป็นจริงอีกส่วนหนึ่งก็คือว่าในความเป็นจริงแล้วผมก็ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีหรือกระทรวงพาณิชย์ว่าวันนี้คนของเรา ผมมั่นใจว่าเราไม่ได้มีก้าลังมากพอ ในการที่จะท้างานเรื่องนี้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ วันนี้เฉพาะเครื่องหมายการค้าล้วน ๆ กระบวนการต่าง ๆ ในการที่จะจดทะเบียนหรือในกระบวนการหลายขั้นตอนอย่างที่ ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมอยากจะเรียนว่าความจริงก็เป็นไปเช่นนั้น ก็คือ มีความล่าช้าและไม่ทันการณ์ และความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ของเรารวมทั้งปริมาณ ของเจ้าหน้าที่ที่จะมาท้างานเรื่องนี้ ผมคิดว่าไม่มีมากพอ และในที่สุดถ้ามีการขยายเพิ่มงานขึ้น ซึ่งจ้าเป็นที่จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าเรื่องกลิ่นหรือเสียงก็ตาม ผมว่าในที่สุดแล้วจะเป็น ปัญหาในการที่จะให้บริการและจะเป็นปัญหาในการที่จะต้องใช้ดุลยพินิจจากบุคคล ที่ยังขาดความเชี่ยวชาญ นี่คือสิ่งที่ผมเป็นห่วงแล้วก็จ้าเป็นที่จะต้องอภิปราย แต่อย่างไรก็ตาม ในหลายเรื่องในการที่ท่านได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องหลายเรื่องในการที่จะปรับปรุง ขั้นตอน ตลอดจนเรื่องระยะเวลาในการพิจารณาการขออะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ผมว่าก็เป็นสิ่งที่ดีและผมสนับสนุน เพราะสิ่งเหล่านี้ก็เป็นอุปสรรคของผู้ประกอบการ หรือผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยในกรณีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่เรื่องบางเรื่องที่ผมได้ฝากท่านไปก็อยากจะฝากให้ท่านได้ทบทวนกันนะครับ ในชั้นคณะกรรมาธิการว่าเรื่องนี้มีความจ้าเป็นกันมากน้อยขนาดไหนที่จะเร่งรีบ ในตอนนี้นะครับ เราเองเรามีเรื่องหลายเรื่องที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงในฐานะที่เรา เป็นสมาชิกของแกตต์ (GATT) ขององค์การการค้าโลกเรื่องทริปส์ อะไรต่าง ๆ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ผมก็คิดว่ามันก็ยังน่าเป็นห่วงว่านักธุรกิจหรือผู้ประกอบการของเรามีความรู้ ความเข้าใจเท่าเทียมกับคนที่จะมาเป็นคู่แข่งขันของเราหรือไม่ การที่เขาเข้ามาเพื่อจะมา กีดกันทางการค้าถึงภายในประเทศของเราด้วยเหตุผลว่ากฎหมายของเราไปเอื้อให้เขา เปิดโอกาสให้เขาเกินความจ้าเป็น ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เราจะต้องเร่งรีบหรือพึงกระท้า ตอนนี้ เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องขอฝากท่านประธานสภาไปยังทางกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ ถึงคณะกรรมาธิการว่าเรื่องนี้ควรจะพิจารณากันให้ถ่องแท้นะครับว่ามันจะเป็นประโยชน์ จริงหรือไม่ การให้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าเป็นสากล เป็นสากลเพื่อประโยชน์ กับคนของเราเอง หรือเป็นการเปิดช่องให้คู่แข่งของเราเข้ามาแข่งกับเราถึงในบ้านของเราเอง ก็ขออนุญาตกราบเรียนเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ