เกียรติ สิทธีอมร หารือเรื่องพระราชบัญญัติเครื่องหมายทางการค้า โดยเน้นย้ำถึง 3 ประเด็นสำคัญ คือ การเพิ่มเติมเรื่องกลิ่นและเสียง การปรับปรุงขั้นตอนในการดำเนินการให้เร็วขึ้น และการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมและวิธีการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการขึ้นทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นและเสียง และกล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนเครื่องหมายการค้าเหล่านี้ เนื่องจากอาจจะท้าให้ประเทศไทยเสียเปรียบในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา และอาจจะทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ในการค้าขาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเครื่องหมายการค้า โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิเสธการขึ้นทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน และขอให้ทบทวนประเด็นนี้ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออภิปรายในประเด็น ของพระราชบัญญัติเครื่องหมายทางการค้าในส่วนของร่างแก้ไข ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึง เหตุผลของการแก้ไข ๑๓ ประเด็น แต่จริง ๆ แล้วประเด็นส้าคัญจริง ๆ มี ๓ เรื่อง
เรื่องแรกมีการเพิ่มเติมเรื่องกลิ่นและเสียงเข้าไป
ประเด็นที่ ๒ ก็คือมีการปรับปรุงขั้นตอนในการด้าเนินการให้เร็วขึ้น
ประการที่ ๓ ก็มีการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมและวิธีการ
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ ผมไม่ค่อยติดใจ การท้าให้ดีขึ้นสนับสนุนเต็มที่ครับ เรื่องที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือเรื่องการเพิ่มเติมกลิ่นและเสียงเข้าไปนะครับ เรื่องนี้ดูเผิน ๆ เหมือนอาจจะมองได้ว่าเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ถ้าวิเคราะห์ ลึก ๆ แล้วก็มีความเสี่ยงจากผลกระทบในการที่ประเทศไทยยอมรับในเรื่องการจดทะเบียน เครื่องหมายทางการค้าในส่วนของกลิ่นและเสียง ปัญหาเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ การขึ้นทะเบียนในเรื่องกลิ่นและเสียงก็ต้องถามว่าเราใช้กระบวนการในการขึ้นทะเบียน อย่างไร มีวิธีการ หลักเกณฑ์ กระบวนการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หรือไม่ เพราะถ้าไม่มี การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วในที่สุดถ้ามีความคล้ายคลึง มีความใกล้เคียง ก็ไม่ทราบว่า ในที่สุดกรรมการจะใช้อะไรเป็นบรรทัดฐานในการขึ้นทะเบียนหรือปฏิเสธการขึ้นทะเบียน ของผู้อื่น เรื่องนี้จริง ๆ เจ้าหน้าที่ทางกระทรวงเคยมาอธิบายให้ทางวิปทราบนะครับ ก็มีการยกตัวอย่างเรื่องสิงโตค้ารามของวอร์เนอร์บราเธอร์สในสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่าง ผมตั้งค้าถามง่าย ๆ เลยครับ สิงโตตัวเดียวกันไปค้ารามให้กับเครื่องหมายการค้าอื่นจดไม่ได้ หรือครับ หรือสิงโตพันธุ์เดียวกันนี่ละครับไปค้ารามในรายการอื่น เสียงเหมือนกันเป๊ะเลย ถูกปฏิเสธ ท่านมีความมั่นใจแล้วหรือยังว่าในกระบวนการในการที่จะให้มีการจดทะเบียน ทั้งกลิ่นและเสียงเป็นอย่างไร เรื่องกลิ่นก็มีปัญหาเหมือนกันครับท่านประธาน เรื่องกลิ่น ในวันที่มาจดทะเบียน เช่นผมจดทะเบียนกลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender) กลิ่นลาเวนเดอร์ ความเข้มข้นของกลิ่นก็แตกต่างกันออกไปของแต่ละยี่ห้อ ท่านไปจดทะเบียน พอกลิ่น มันคล้ายกันหรือความเข้มข้นแตกต่างกันออกไป กรรมการใช้ดุลยพินิจอย่างไรครับ เป็นปัญหานะครับ อันนี้จริง ๆ แล้วก็มีความเป็นห่วงว่าได้มีการศึกษาถี่ถ้วนมากน้อยแค่ไหน ถ้าในอดีต ศึกษายังไม่ดี ศึกษาใหม่ได้ยังทันครับ จริง ๆ แล้วถามว่ามีโอกาสที่จะท้าให้ประเทศไทย เสียเปรียบหรือไม่ ถ้าประเทศไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่ยอมรับการขึ้นทะเบียนกลิ่นและเสียง ตอนนี้เท่าที่ผมทราบประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเดียวที่ยอมรับการขึ้นทะเบียน กลิ่นและเสียง ประเทศอื่นมีใครบ้างครับ ถามว่าท้าไมจะต้องท้าเรื่องนี้เร่งด่วน ในการแก้กฎหมายครั้งนี้ ในขณะที่นานาประเทศที่เป็นสมาชิกของในเรื่องพิธีสารมาดริด (Madrid) ผมคิดว่ารัฐมนตรีคงคุ้นเคยนะครับ พิธีสารมาดริด ไม่ได้มีการบังคับครับ ข้อตกลง ระหว่างประเทศเรื่องทริปส์ (TRIPs) คือการค้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา ไม่บังคับเหมือนกัน พอเราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีการบังคับ ไม่ว่าองค์กรนานาชาติ องค์กรไหนก็แล้วแต่ เราพยายามอย่างที่ผมเรียนนะครับ พูดผิวเผินก็คือ ถ้ามองเผิน ๆ ก็คือ เหมือนเราก้าวหน้า แต่การก้าวหน้านี้ท้าให้เราเสียประโยชน์หรือไม่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาครับ ท่านประธาน คนที่รู้เกม คนที่ถนัดในเรื่องการจดทะเบียนทั้งกลิ่น ทั้งเสียง วิธีท้ามาหากิน อย่างหนึ่งก็คือบินมาประเทศไทย ขึ้นทะเบียน จดทะเบียนไว้ก่อนครับ แล้วใครก็แล้วแต่ ที่ต้องการมาใช้ มาขึ้นทะเบียนทีหลังถูกปฏิเสธต้องไปเสียค่าลิขสิทธิ์หรือค่าการใช้ เครื่องหมายทางการค้า อย่างนี้ถือว่าเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ ใครก็แล้วแต่เดินทางเข้ามา ในประเทศไทยหลงรักสมุนไพรไทย ธุรกิจสปา (Spa) ของเรานี่ละครับ ไปขึ้นทะเบียนกลิ่นไว้เลย แล้วโดยความที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ทราบครับ ไม่รู้ ไม่ตระหนักถึงกฎหมายฉบับนี้ เสียเปรียบไหมครับ ในที่สุดต้องเสียค่าต๋งนะครับ ในยุคต้น ๆ ถ้าท่านประธานจ้าได้ ตราสินค้าที่เป็นตราปกติครับ ไม่ว่าจะเป็นโคคา-โคล่า (Coca-Cola) เป๊ปซี่ โคล่า (PEPSI Cola) ทราบไหมครับท่านประธานมีบริษัทจากหลายประเทศนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ ประเทศสหรัฐอเมริกา วิ่งเข้าไปจดทะเบียนตราสินค้าก่อนบริษัทอีก แล้วสร้างปัญหาอย่างไรครับ บริษัทที่เป็นเจ้าของตราสินค้านั้น ๆ นะครับ ต้องมีคดีความกับบริษัทเหล่านี้ แล้วในที่สุด ไปออมชอมกันด้วยการจ่ายเงิน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมากนะครับ ถ้าเจ้าหน้าที่ของเราเองไม่มีความชัดเจน ไม่มีขีดความสามารถส้าคัญในการที่จะพิจารณา ขึ้นทะเบียนหรือมีหลักทางวิทยาศาสตร์ที่จะจดทะเบียนต่าง ๆ ในส่วนของกลิ่นและเสียง เป็นอันตรายอย่างยิ่งเลยครับ เป็นช่องทางท้ามาหากินของคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของตราสินค้าจริง ๆ หรือเครื่องหมายทางการค้าจริง ๆ ก็ย่อมเกิดโทษกับจริง ๆ แล้วผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ ที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อมได้อย่างมากทีเดียว ก็ต้องถามว่าเราพร้อมแล้ว หรือครับ ก่อนที่จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านรัฐมนตรีฝากผ่านท่านประธานครับ เคยถามทางกระทรวงไหมครับ ศึกษาผลกระทบไหมครับ ผมว่าจริง ๆ แล้วถ้าคนที่มีความรู้ ในเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน บอกได้เลยครับมีผลกระทบ และเป็นลบมากกว่าเป็นบวก ส้าหรับประเทศไทยในขณะนี้ เรื่องนี้ผมคิดว่าในเมื่อท่านเสนอร่างเข้ามาแล้วขอให้ไปทบทวน ในชั้นกรรมาธิการครับ เป็นเรื่องใหญ่ครับ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องที่มีความส้าคัญอย่างยิ่ง จริง ๆ แล้วมันก็มีอีกประเด็นหนึ่งว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการเสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ประเทศไทยเองก็เป็นสมาชิกของพิธีสารมาดริด หรือภาษาอังกฤษเขาเรียกมาดริด โปรโตคอล (Madrid Protocol) ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่า ท้าไมในการเสนอร่างแก้ไขฉบับนี้ไม่รวมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพิธีสารมาดริดเข้ามาด้วย อันนั้นเป็นประโยชน์ เป็นประโยชน์อย่างไรครับ ความจริงพิธีสารมาดริดมันมีเนื้อหา รายละเอียดค่อนข้างมากนะครับ แต่ผมหยิบยกเพียงบางประเด็นที่ประเทศไทย จะได้ประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายไปด้วย ประเด็นที่ส้าคัญคือการขึ้นทะเบียน ประเทศที่เป็นสมาชิกของพิธีสารมาดริด ถ้าเมื่อไรก็แล้วแต่เราแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ให้ครอบคลุมสิ่งที่จะเป็นประโยชน์มี ๒ ประเด็นหลักนะครับ
ประเด็นแรก ก็คือว่าในพิธีสารมาดริด ถ้าตราสินค้าของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง มีการน้าไปใช้ส้าหรับผลิตภัณฑ์หลาย ๆ ตัว ในบริษัทลูกหลาย ๆ บริษัท ในการโอนย้าย ซื้อขายธุรกิจสามารถโอนย้ายตราสินค้าแยกส่วนได้ เป็นประโยชน์ครับ เพราะสมัยนี้การท้า ธุรกิจเรามักจะใช้ตราสินค้าเดียว อาจจะมีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยนะครับ เพื่อไปใช้ ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กันของบริษัทบริษัทนั้น แต่ในเรื่องความคล่องตัวทางธุรกิจก็อาจจะมี การเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น มีการซื้อขายผลิตภัณฑ์ ซื้อขายบริษัทเกิดขึ้นได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น การให้สามารถโอนย้ายสิทธิในเครื่องหมายทางการค้าในกรอบกติกาของพิธีสารมาดริดนั้น เป็นประโยชน์ แต่ท่านไม่ได้เขียนแก้เข้ามาครับ ผมก็สงสัยว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นสมาชิก ของพิธีสารมาดริด เราเป็นภาคีตั้งแต่วันที่ ๒๗ มิถุนายน ปี ๒๕๓๒ ครับ ก็นานมาแล้วนะครับ แต่ในส่วนเนื้อหาสาระส้าคัญในประเด็นนี้ยังไม่ได้มีการหยิบยกมาปรับปรุงในกฎหมาย ที่ได้มีการยื่นเข้ามาสู่การพิจารณาของสภานะครับ
ในขณะเดียวกันก็มีประโยชน์อีกประเด็นหนึ่ง ข้อที่ ๒ ก็คือว่าการอ้านวย ความสะดวกในการจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้า ส้าหรับผู้ประกอบการไทยเอง ในประเทศที่เป็นภาคีสามารถท้าได้โดยการยื่นในประเทศไทย ไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไป ไปจ้างผู้เชี่ยวชาญ ไปจ้างนักกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ในการที่จะไปยื่นจดทะเบียน ในประเทศที่เราต้องการ อันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยครับ ท้าไมเรื่องนี้ไม่ได้มีปรากฏ อยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ แล้วไหน ๆ จะแก้แล้วนี่ผมก็คิดว่าน่าจะแก้ในทุกประเด็นที่เรา เป็นภาคีอยู่แล้วแต่ยังไม่มีการปรับปรุงกฎหมายให้มันสอดคล้องกับข้อตกลงดังกล่าว
อีกประการหนึ่งที่ผมคิดว่ามีความส้าคัญในทางปฏิบัติของการบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมานะครับ คือประเด็นของการพิจารณาของกรรมการ ในความคล้าย ความเหมือน ความใกล้เคียงของเครื่องหมายทางการค้า กรรมการนี่ ด้วยความไม่แน่ใจ หรืออาจจะมีประสบการณ์ทางด้านธุรกิจไม่มากนัก มักจะใช้วิธีการปฏิเสธ เสียก่อน ผมเคยเจอกรณีร้องเรียนเข้ามา เช่น ท่านประธานคงทราบนะครับ มีหลายบริษัท ใช้ตรามงกุฎ จะเป็นมงกุฎลักษณะไหนก็แล้วแต่ ยื่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมาย ทางการค้า ปรากฏว่าในการขึ้นทะเบียนแต่ละครั้ง ถ้ามันเป็นมงกุฎแต่มงกุฎมันต่างกันมาก กรรมการก็มักจะไม่อนุญาต แล้วขั้นตอนคืออะไรครับ ไปอุทธรณ์ แต่การอุทธรณ์ปกติแล้ว ถ้าเป็นเรื่องลักษณะเช่นนี้ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ของกรรมการเอง ก็ต้องยอมรับครับว่ามีข้อจ้ากัด พอมีข้อจ้ากัดปั๊บสิ่งที่ท้าก็คือปฏิเสธไว้ก่อนดีกว่า ท้าให้ การจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้าของเราใช้เวลานานมากครับ กระบวนการอุทธรณ์ ก็นานมากครับ แล้วในที่สุดต้องไปจบในชั้นศาล กรรมการเองก็ไม่กล้า พอไม่กล้าอนุมัติ ส่งศาลดีกว่า ผู้ที่เขาต้องการขึ้นทะเบียนก็ใช้วิธีการไปสู่กระบวนการศาล ท่านก็คงทราบนะครับ จินตนาการได้เลยครับกว่าจะจดทะเบียนในประเทศไทยได้เรื่องใหญ่มาก ในขณะเดียวกัน ทีมงานในกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ต้องถามท่านมีความพร้อมจริงหรือเปล่า ผมทราบมาว่า มีไม่ถึง ๑๐ คน แค่งานปกติในกรอบเดิมที่มีอยู่ก็รับไม่ไหวแล้วครับ แล้วผมก็ดูในส่วนของ งบประมาณที่ยื่นเข้ามาในปีนี้ ก็ไม่มีประเด็นไหนที่ท่านจะเพิ่มเครื่องไม้เครื่องมือ ที่จะไป รองรับประเด็นของกลิ่นและเสียงในการด้าเนินการของกรม เรื่องนี้ผมคิดว่ามันจะมีปัญหา อย่างมากจริง ๆ ครับ ผมก็อยากถือโอกาสนี้ให้มีการทบทวนประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ขอความกรุณาในประเด็นเรื่อง กลิ่นและเสียง ผมเป็นห่วงจริง ๆ ครับ เป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากและจะกระทบผลประโยชน์ ของผู้ประกอบการไทยอย่างยิ่ง ความช้านาญไม่มี เครื่องมือไม่มี คนไม่มี กฎหมาย ในประเทศอื่น ๆ ไม่ทราบ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมอยากให้มีการศึกษาโดยละเอียดก่อนในเรื่อง กลิ่นและเสียง เรื่องอื่น ๆ ท้าไปเลย แต่ในขณะเดียวกันที่จะท้าในเรื่องนี้ก็ไปปรับปรุงในส่วน ของพิธีสารมาดริดเข้าไปด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้เราจะได้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ที่สมบูรณ์และเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ และเป็นประโยชน์กับทางกระทรวงเอง ในการก้ากับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปครับ
ในขั้นนี้ผมขอเรียนตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีเท่านี้ครับ แล้วก็ขอฟังค้าตอบนิดหนึ่งผมสงสัยมากเลยครับ ว่าโผล่เข้ามาเอาบรรทัดฐานอะไร กลิ่นและเสียง ขอค้าตอบจริง ๆ ครับ ในโลกนี้มันมีเพียงประเทศเดียว เท่าที่ผมทราบมันมี ประเทศเดียว ถ้าเป็นอย่างนั้นเหตุผลอะไรครับ ถ้าเหตุผลของค้าว่า ทันสมัย เดี๋ยวเรา จะโดนตีกลับว่ามันกลายเป็นการกระท้าที่เข้าข่ายไร้เดียงสาหรือเปล่า เพราะว่าเราอาจจะ เสียประโยชน์อย่างยิ่งในการด้าเนินการตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอบคุณครับ