สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ คงไม่ต้องไปขอมติแล้ว เพราะว่าผมไม่ได้เสนอให้ขอมติ ผมเพียงแต่หารือท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะกรุณาพิจารณาว่านัดประชุมบ่ายโมงแบบวันนี้ก็ไม่น่าจะขัดข้อง เพราะตอนเช้าก็ส่วนมากเป็นประเพณีไหว้ตอนเช้าอยู่ ผมก็ลองให้ท่านประธานลอง พิจารณาดู ท่านก็ใช้อํานาจของท่านนัดประชุมบ่ายโมงจบครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ไม่ว่าอะไรผมนะครับ ถ้าจะ นัดประชุมวันพุธหน้าบ่ายอย่างนี้นะครับ คือผมทําอะไรมันผิดทุกอย่างก็ต้องปรึกษาหารือ ทุกฝ่ายก็จะพิจารณาดูนะครับ ก็ถือว่าทางสภาได้มีข้อหารือกันเรื่องนี้

ขณะนี้สมาชิกครบองค์ประชุมแล้วนะครับ กระผมก็ขอดําเนินการประชุม ตามระเบียบวาระนะครับ ส่วนการปรึกษาหารือพรุ่งนี้ผมจะมาแต่เช้า จะมา ๘ โมงครึ่ง ให้ปรึกษาหารือสัก ๓๐ นาทีหรือ ๑ ชั่วโมงในวันพรุ่งนี้นะครับ ฉะนั้นถ้าใครมาก่อน ๒ โมงครึ่ง คือว่าประชุมกันเก้าโมง แต่ว่าผมจะเปิดให้หารือตั้งแต่ ๒ โมงครึ่ง จะสละเวลา เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้รับความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนระยะ ๒ เดือนที่แล้วก็คงจะ หนักหนาพอสมควร ฉะนั้นผมก็จะเปิดโอกาสในวันพรุ่งนี้จะสละเวลา ถึงจะแก่จะเฒ่าอย่างไร ก็จะพยายามมาทําหน้าที่ให้ดีที่สุดนะครับ ผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ เมื่อครบองค์ประชุมแล้วนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ด้วยได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ และวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๔ เรื่องผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตําแหน่ง ที่ว่าง จํานวน ๕ เขตเลือกตั้ง คือ

๑. กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ ได้แก่ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน สังกัด พรรคประชาธิปัตย์

๒. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตเลือกตั้งที่ ๑ ได้แก่ คุณเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา

๓. จังหวัดสุรินทร์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ ได้แก่ คุณศุภรักษ์ ควรหา สังกัดพรรค ภูมิใจไทย

๔. จังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๒ ได้แก่ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สังกัดพรรคเพื่อไทย

๕. จังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๖ ได้แก่ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สังกัดพรรคภูมิใจไทย

จึงขอเชิญสมาชิกทั้ง ๕ ท่านกรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคําปฏิญาณตน ซึ่งผมจะ เป็นผู้กล่าวนํา อยู่ในที่ประชุมครบทุกท่านครบหรือเปล่าครับ ครบนะครับ กรุณาว่าตาม กระผม ข้าพเจ้า แล้วก็ใส่ว่าข้าพเจ้า

“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาอาจักรไทยทุกประการ”

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนําพร้อมกัน)

ผมขอแสดงความยินดี และขอต้อนรับท่านสมาชิกใหม่ทั้ง ๕ ท่าน ซึ่งท่านจะต้องรับภาระหน้าที่ที่จะปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปนะครับ เชิญนั่งนะครับ

๒.๒ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๔ ฉบับ

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการจํานวน ๔ ฉบับนั้น บัดนี้สํานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตดังนี้

๒.๒.๑ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีได้รับทราบข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญและผลการพิจารณาของกระทรวงแรงงานตามข้อสังเกตดังกล่าว แล้ว

๒.๒.๒ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีได้รับทราบข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญและให้นําเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขเป็นเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติในพระราชบัญญัติประกาศในราชกิจจานุเบกษา ต่อไป

๒.๒.๓ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปดําเนินการโดยมีมติเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญและผลการพิจารณา ตามข้อสังเกตที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงมหาดไทย เสนอแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๓ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จ บํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุน บําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกันและให้นําเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขเป็นเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติประกาศในราชกิจจานุเบกษา ต่อไป จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับทราบให้สภารับรองรายงานการประชุมของ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) จํานวน ๖ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๒๑ วันพุธที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓

ครั้งที่ ๒๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓

ครั้งที่ ๒๓ วันพุธที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓

ครั้งที่ ๒๔ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓

ครั้งที่ ๒๕ วันพฤหัสบดีที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ครั้งที่ ๒๖ วันพุธที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓

และรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ จํานวน ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ วันพุธที่ ๒๖ - วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ครั้งที่ ๒ วันจันทร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ วันอังคารที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

ครั้งที่ ๓ วันพุธที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓

ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง มีท่านผู้ใด เห็นเป็นอย่างอื่นจะแก้ไขมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมนี้ รับรองรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๙ ครั้งนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับรอง แล้วนะครับ ขออนุญาต ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนแอ๊ดเวนติส กรุงเทพฯ ซึ่งได้เข้ามาดูการประชุมของสภาในวันนี้ ๒๓ คนด้วยกัน ขอแสดงความยินดี นะครับ

ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนํา ระเบียบวาระเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ลําดับที่ ๑ ถึงลําดับที่ ๔ คือร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากค้าง การพิจารณามาจากสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติที่ผ่านมาและเพื่อความต่อเนื่องของ การพิจารณาของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ครับ มีไหมครับ เชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า การพิจารณา ตามระเบียบวาระการประชุมที่ท่านประธานได้กําหนดไว้โดยยึดข้อบังคับ และมีเรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเป็นร่างพระราชบัญญัติที่รัฐบาลเองและสมาชิก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณาอย่างนี้ คุณไพจิตครับ คือผมกําลังถามเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมที่ค้างการพิจารณา เพราะว่ามีผู้เสนอขออภิปรายยังค้างอยู่ ผมก็อยากขอความกรุณาว่า เราจะพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติประกันสังคมนี้ทั้ง ๔ ฉบับ เพื่อให้สภาวินิจฉัยจะรับหลักการหรือไม่รับ หลักการก่อนได้ไหมครับ ถ้าได้ผมจะได้ดําเนินการต่อไปก่อนครับ ส่วนเรื่องที่ท่านกําลังจะ ปรึกษาผมทราบว่าในเรื่อง ๖ เรื่องนั้นใช่ไหมครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ผมกําลังกราบเรียน ท่านประธานเรื่องร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ ผมมีความเห็นแตกต่างจากที่ท่านประธาน จะขอเลื่อน เผอิญได้เห็นชอบให้พิจารณาเมื่อก่อนสิ้นสุดสมัยประชุมที่แล้ว แล้วในขณะนั้น ก็รับฟังจากฝ่ายรัฐบาลว่าเป็นกฎหมายสั้น ๆ แล้วก็จะอภิปรายกันให้เสร็จก่อนเสร็จสิ้น การประชุม ก็ได้เห็นชอบให้เลื่อนไว้ แต่ว่าระหว่างการพิจารณามันพิจารณาไม่ถึงหรืออย่างไร ไม่ทราบ เวลาก็สิ้นสุดว่าจะต้องมีพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุม ผมก็เห็นว่าน่าจะพิจารณา ตามระเบียบวาระไปตามเดิม เพราะข้อบังคับได้เขียนตามเจตนารมณ์ก็คือต้องการให้ กฎหมายที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วได้เข้ามาสู่การพิจารณาของคณะพวกผม ที่ห่วงร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดบึงกาฬ ก็กลัวจะไม่ทัน วุ่นวายกันอยู่นะครับ ผมก็ขอให้ไปตามระเบียบวาระให้การพิจารณาในสภาเราเป็นไปด้วยความรอบคอบ ก็อยากจะขอให้ได้พิจารณาไปตามนี้ครับ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็ค่อยมาพิจารณาพระราชบัญญัติ ประกัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือถ้าอย่างนั้นก็เอาเรื่องอื่น ขึ้นมาพิจารณา พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ตกครับ เชิญคุณสถาพร

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน และในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคม เนื่องจากว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมสมัยประชุมที่แล้วนั้น ก็ดําเนินการเพียงแต่ค้างผู้อภิปรายอยู่ประมาณสัก ๖ คน ซึ่งวันนั้นเราเองก็ได้มีมติว่า ให้เลื่อนออกไปก่อน แล้วให้เป็นวาระที่เมื่อมีการประชุมสภาแห่งนี้นั้น ก็สามารถหยิบขึ้นมา พิจารณาได้ ซึ่งเรื่องนี้นั้นผมเองก็อยากจะให้ทางท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า เนื่องจากว่าการพิจารณาของร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมนั้นก็ค้างคา เฉพาะผู้อภิปราย อยู่ประมาณ ๕-๖ คน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓ คนครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ครับ และขณะเดียวกันนั้นผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเขาก็มีความหวังในการที่จะได้รับกฎหมายฉบับนี้ไปพิจารณาต่อ เพื่อตั้งกรรมาธิการแล้วก็ พิจารณา ผมขออนุญาตสนับสนุนท่านประธานว่าถ้าเราพิจารณาเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคมแล้ว ซึ่งก็คงจะใช้เวลาอีกไม่มาก เสร็จจากนั้นก็คงจะดําเนินการพิจารณา ในเรื่องของที่กรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ และเข้าตามวาระ ผมนําเรียนด้วยความเคารพ และห่วงใยครับว่าเมื่อมีผู้อภิปรายอีก ๓ คนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ตั้งกรรมาธิการเสร็จก็จะได้ จบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม แล้วก็จะได้นําไปสู่กระบวนการในการพิจารณากฎหมาย ฉบับอื่นต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านประยุทธ์ครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ตามที่ท่านประธานหยิบยกขึ้น มาปรึกษานั้นเป็นการชอบแล้ว ถึงแม้ว่าในขณะวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ มีคน ๓ คน ก็ตาม คน ๓ คนนี้อาจจะไม่ติดใจ พอไม่ติดใจเราอภิปรายกันมากพอสมควรแล้ว เรานําไปสู่ การลงมติรับหลักการแล้วนํากระบวนการตั้งคณะกรรมาธิการไปพิจารณาครับ ท่านเดินหน้า ต่อเถอะครับ ไม่มีทางอย่างอื่นเพราะว่าข้อบังคับ ข้อ ๕๐ บอก ที่ประชุมกําลังปรึกษาหรือ พิจารณาเรื่องใด ๆ อยู่ห้ามไม่ให้เอาเรื่องอื่นขึ้นมา ไม่เช่นนั้นญัตติเดิมก็จะตกไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประกอบครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อหารือของท่านประธานนะครับ ผมกราบเรียนว่าที่ท่านประธาน ดําริถูกต้องแล้วนะครับ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมนั้นเราได้อภิปรายค้างคาไว้ ในสมัยประชุมที่แล้วนะครับ แล้วก็จําเป็นต้องต่อเพื่อให้จบ และผมกราบเรียนว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผู้อภิปรายที่ค้างอยู่ไม่กี่คน ก็สามารถที่จะรับหลักการหรือไม่รับ หลักการในวาระที่หนึ่งได้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาของเราได้มีมติให้เลื่อนขึ้นมา ผมกราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้เพื่อนครูกําลังรอคอยอยู่เพื่อที่จะปรับฐานเงินเดือนและให้ ทันกับการปรับเงินเดือนตามมติ ครม. ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิดเราไม่รีบ กฎหมายฉบับนี้เป็น ลําดับที่ ๒ ผมเกรงว่าจะมีปัญหากระทบต่อเพื่อนครูนะครับที่รอคอยอยู่ เพราะฉะนั้นขอให้ ท่านประธานดําเนินการประชุมในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม แล้วก็เลื่อนต่อของ ร่าง พ.ร.บ. เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นลําดับต่อไป หลังจากนั้นถึงจะเข้าวาระปกติครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือคงจะทําไม่ได้ครับ เพราะว่าคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วมันคาอยู่ครับ ๖ เรื่อง เชิญท่านชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ประเด็นข้อปรึกษาหารือท่านประธาน ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพนะครับ ถ้าผมเป็นท่านไพจิต ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมก็คงจะต้อง แสดงความคิดเห็นอย่างที่ท่านไพจิตได้นําเสนอ เพราะว่าต้องเรียนว่าช่วงเวลาปิดเทอมไป ๖ สัปดาห์นี่มันจําไม่ได้หรอกครับว่าเราทําอะไรค้างไว้ จริง ๆ ท่านประธานเองจะกรุณาแจ้ง ต่อที่ประชุมว่าเราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมอยู่ในขั้นตอนที่มีผู้นําเสนอ และมีผู้อภิปราย ยังค้างที่จะมีผู้อภิปรายต่อ ตรงนั้นเองก็คงไม่เป็นประเด็นที่จะทําให้สมาชิก ได้สับสนนะครับ ก็คงต้องพิจารณาต่อไป เพราะข้อบังคับกําหนดไว้อยู่แล้วว่าต้องพิจารณา ต่อ นั่นประเด็นแรกสุดนะครับ เหมือนที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งบอกว่าถ้าสมมุติว่าเรา เอาเรื่องอื่นขึ้นมาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ตกไปตามข้อบังคับ นั่นหมายความว่าถ้าสภา มีมตินะครับ ถ้าสภามีมติให้นําเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณาก็ตกไป นั่นขั้นแค่เสนอญัตติหรือ นําเสนอในที่ประชุมโดยที่สภายังไม่มีมติ ร่างนั้นก็คงอยู่นะครับ นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์ประกอบ ในข้อเสนอที่จะนําเรื่องที่ ๕ ที่ที่ประชุมเห็นว่าควรจะนํามา พิจารณาก่อน เรื่องที่ ๕ เรื่องร่างราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่ง ข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม โดยข้อเท็จจริงนะครับท่านประธาน ถ้ามติสภาเห็นควรก็สามารถกระทําได้ ฉะนั้น ท่านประธานเองก็คงจะต้องขอมติจากสภา เว้นแต่สภามีมติไม่ให้เลื่อนไม่นําพิจารณา ก็ไม่สามารถกระทําได้ ทุกอย่างในระเบียบวาระอยู่ที่มติสภา สภาของเรามีอํานาจสูงสุดที่จะ กระทําอะไรก็ได้ จริงอยู่ครับว่าการบรรจุระเบียบวาระก็ต้องบรรจุไปตามข้อบังคับ เรื่องไหน เรื่องด่วนก็จัดไว้เป็นเรื่องด่วน แต่จะก่อนเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วไม่ได้ นั่นคือข้อบังคับครับ นั่นคือการบรรจุ การบรรจุกับการพิจารณาคนละประเด็นกันครับ ท่านประธาน การพิจารณาขึ้นอยู่กับมติสภาว่าเรื่องไหนมีความจําเป็นเร่งด่วนสําคัญ ก็สามารถที่จะออกมติที่นี่ แล้วก็นํามาพิจารณาได้ แล้วก็สู่เรื่องที่รออยู่ก็ได้ ส่วนตัวผมเอง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้าจะเอาความเร่งด่วนผมก็เห็นนะครับว่า เรื่องที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งข้าราชการครู และบุคลากรการศึกษาก็ถือว่าด่วน ถ้ารัฐบาลนี้จะมีความจริงใจ ถ้าสภาจะมีความจริงใจ กับครูผู้รออยู่ที่เขาเสียโอกาสไป ๒ จังหวะ จังหวะแรก เพื่อนข้าราชการเขาขึ้นเงินเดือนไป หมดแล้วร้อยละ ๕ แต่ครูฐานะที่มี ก.ค. เป็นของตัวเอง ไม่ทําฐานเงินเดือนมารองรับ ก็ไม่สามารถดําเนินการได้ ก็เสียโอกาสไป แต่ถ้าเราทําตรงนี้นะครับ อัตราการขึ้นร้อยละ ๘ และบวกไปอีก ๕ ที่รัฐบาลจะขึ้นให้ ผมก็คิดว่าน่าจะช่วยเขาได้ก็ฝากท่านประธาน ลองพิจารณาครับ แต่อย่างไรก็ต้องมติจากสภาครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณผ่องศรี เชิญครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ จากข้อหารือของท่านประธาน และจากที่ท่านประกอบ ท่านชลน่านได้อภิปราย ดิฉัน ขออนุญาตให้ข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็น สืบเนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น มีความสําคัญจริง ๆ ก็คือร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนครู เงินวิทยฐานะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ในวาระดิฉันก็กราบเรียนว่าในวิป (Whip) ก็ได้พิจารณาอยู่ ดิฉันให้เป็นข้อมูลแล้วกันนะคะ เพราะว่าวันนี้ถ้าเราช่วยเร่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคมให้เสร็จ ตั้งกรรมาธิการ แล้วร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน มาตราเดียวที่คืนสิทธิผู้ประกันตนสั้น ๆ ตลอดจนมีร่างที่ต้องเร่งอันหนึ่งคือ ร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬซึ่งเข้าใจว่าจะให้ทันก่อนวันที่สมาชิกวุฒิสภา เกี่ยวกับที่จะได้ ร่วมพิจารณา แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติกับร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจําตําแหน่งของตํารวจก็สําคัญเช่นกัน เพราะว่าจะต้องเร่งให้เสร็จก่อนเมษายน แต่เนื่องจากว่าเป็นร่างที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว แล้วก็คิดว่าทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ถ้าเราช่วยกันทําให้รวดเร็ว จริง ๆ ดิฉันก็อยากจะเลื่อนเงินเดือนครู เพราะว่าอยากให้ทัน มีนาคม เมษายน ดูจากเงื่อนเวลาแล้วถ้าเราจบวันนี้ได้จนถึงตํารวจ สมมุติถ้าเป็นไปได้ สัปดาห์หน้าก็จะถึง ยกเว้นว่าจะไปมีเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วมาแซงอีก ซึ่งถ้าเกิดว่าท่านประธานจะขอให้ที่ประชุมได้เลื่อนไว้เลยว่าเลื่อนกฎหมายเงินเดือนครูค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมกลัวว่าถ้าพูดมากก็จะ ไม่จบสักที แล้วก็พระราชบัญญัติก็ไม่ผ่านสักทีครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

ไม่ทราบว่าจะขออนุญาตท่านประธาน ว่า อย่าให้มีเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วมาแซงได้ไหมคะ ก็จะทําได้ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอดําเนินการตามที่กระผม ได้บรรจุระเบียบวาระไปก่อนแล้วกันครับ คุณไพจิตคงไม่ขัดข้องอะไรนะครับ ดําเนินการ ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่ปรึกษา

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย เนื่องจากดําริท่านประธาน ถ้าท่านประธานได้บอกว่า ค้างการพิจารณา พิจารณาแล้วยังมีผู้อภิปรายอยู่ ๓ ท่าน ผมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น เลยครับ ผมไม่ขัดข้องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปผมจะขอ ดําเนินการ เนื่องจากการประชุมคราวที่แล้ว สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ในการพิจารณาที่ประชุม เห็นชอบให้นําร่างพระราชบัญญัติทํานองเดียวกันอีก ๓ ฉบับขึ้นมาพิจารณารวมกันไป เมื่อผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติครบทุกฉบับแล้ว ได้มีสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็นจนได้เวลาพอสมควรแล้ว ประธานของที่ประชุมคือ ท่านรองอภิวันท์ วิริยะชัย ได้สั่งให้เลื่อนมาพิจารณาต่อในวันนี้ ดังนั้นผมขอดําเนินการ ต่อเลย เพราะมีผู้ค้าง ๓ ท่านเท่านั้น นอกนั้นจะไม่ให้อภิปรายเลยครับ เชิญคุณประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ หรือว่าไม่ติดใจที่อภิปรายก็จะได้เร็วขึ้นครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับความจริงเรื่องกฎหมายประกันสังคมเป็นเรื่องที่ดีว่า รัฐบาลในยุคปัจจุบันเห็นความสําคัญของลูกจ้าง แล้วก็เห็นความสําคัญของนายจ้างด้วย กฎหมายประกันสังคมฉบับนี้จึงมีบทแก้ไขให้สิทธิประโยชน์กับลูกจ้างเพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันก็เห็นใจผู้ประกอบการด้วย ในขณะที่สถานประกอบการมีปัญหา ประสบปัญหารัฐบาลก็มีกฎยกเว้นให้ ถือเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่ท่านประธานครับอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายประกันสังคมฉบับตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ นี้ เรามาปรับปรุง แก้ไขกันในฉบับปีปัจจุบันก็คือปี ๒๕๕๔ มันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีสาระสําคัญ อย่างยิ่งก็คือกฎหมายฉบับประกันสังคมดั้งเดิมเป็นกฎหมายที่เกิดก่อนกฎหมายหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ปัจจุบันนี้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินี้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบ รายหัวให้กับประชาชนคนไทยไปรักษาฟรี โดยใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว ในขณะที่ ประกันสังคมลูกจ้างต้องจ่ายเงินสมทบ ๕ เปอร์เซ็นต์ นายจ้างจ่ายอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ และรัฐบาลก็จ่ายเงินสมทบเข้าไปอีกจํานวนหนึ่ง บางครั้งลูกจ้างไปใช้การรักษาพยาบาล ในสถานประกอบการ มันก็มีข้อถกเถียงกันว่าทําไมลูกจ้างที่จ่ายเงินสมทบแล้วมี สิทธิประโยชน์น้อยกว่าหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมติดใจประเด็นนี้เพียงประเด็นเดียว ผมคิดว่าถ้าเป็นไปได้เรื่องของการรักษาต่าง ๆ เมื่อลูกจ้างได้จ่ายเงินสมทบเข้าไปแล้ว ตัวการรักษานี้ควรได้สิทธิประโยชน์ แล้วก็ได้การชดเชย ได้การรักษาที่ดีกว่าในหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ถ้าหากว่าจะเป็นไปได้ยิ่งกว่านั้น ผมคิดว่าลูกจ้างก็ควรจะไปใช้หลักประกัน สุขภาพแห่งชาติเพียงแห่งเดียว แล้วก็ตัดเงินจํานวนนี้ไปให้สิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ แก่ลูกจ้างเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น หากลูกจ้างมีการตกงาน ว่างงาน หรือถูกไล่ออกจากงาน ก็สามารถใช้สิทธิประโยชน์ของประกันสังคมเข้าไปรับการศึกษา หรือไปฝึกด้านทักษะแรงงาน ด้านฝีมือแรงงาน เพื่อที่ลูกจ้างจะได้กลับมาใช้ความรู้ที่ตัวเองไปฝึก เพื่อเพิ่มพูนมูลค่า เพื่อเพิ่มพูนให้กับนายจ้างมีรายได้มีความสามารถที่เพิ่มขึ้น ผมคิดว่าประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ เราควรจะบัญญัติเพิ่มเติม เพราะการใช้สิทธิในการรักษาพยาบาลในอดีตเพราะว่า มันไม่มีหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอยู่ในอดีต ปัจจุบันหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินี้ มีสิทธิประโยชน์ ผมคิดว่าเหนือกว่าหลักของประกันสังคมด้วยซ้ําไป จึงควรพิจารณา ด้านสิทธิอื่น ๆ เพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ไม่อยู่นะครับ ก็ผ่านไปนะครับ ต่อไป คุณวัชระ เพชรทอง ไม่อยู่นะครับ ผ่านไป ก็ถือว่าที่ค้างทั้ง ๓ ท่าน ก็เสร็จสิ้นกระบวนการ ผมขออนุญาตปิดอภิปรายเลยครับ และจะถามมติที่ประชุมนะครับ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ มีอยู่ ๔ ฉบับด้วยกัน คือของรัฐบาล ของคุณสถาพร มณีรัตน์ ของคุณผ่องศรี ธาราภูมิ ของคุณนคร มาฉิม รวม ๔ ฉบับด้วยกัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ สังคม จะตอบอะไรสักนิดไหมครับ เชิญเลยครับ สั้น ๆ ครับ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้แสดง ความคิดเห็นแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ

สําหรับท่านประเสริฐ ผมขออนุญาตที่จะเรียนชี้แจงอย่างนี้นะครับ ในส่วน ของการรักษาพยาบาลระหว่างประกันสังคมกับ สปสช. นะครับ จริง ๆ แล้วในหลักการ การรักษาพยาบาลแต่ละอย่างจะไม่มีความแตกต่างกันนะครับ ไม่ว่าจะในส่วนของคุณภาพ ของการรักษา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการบริการนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่อยู่ในระบบ ประกันสังคมจะมี ณ เวลานี้เป็นสิทธิพิเศษมากกว่านะครับ ก็คือในกรณีเงินชดเชยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีเงินชดเชยจากการว่างงาน เงินชดเชยจากกรณีที่ได้รับบาดเจ็บ เงินชดเชยในกรณีมีการตายเกิดขึ้น แล้วก็ในกรณีเงินชราภาพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมได้รับตามกฎหมาย พ.ร.บ. เงินทดแทน อยู่แล้ว ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ส่วนหนึ่งเป็นสวัสดิการ เช่นเดียวกับในกรณีที่เรากําลังจะเริ่ม การประกันสังคมตามมาตรา ๔๐ ก็คือแรงงานนอกระบบ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่กําลัง ดําเนินการตรงนี้ ตรงนี้ก็คือการจัดสวัสดิการเพิ่มเติมเข้าไปให้กับพี่น้องประชาชนในกลุ่มที่ยัง ไม่สามารถที่จะเข้าถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ในขณะเดียวกันนะครับผู้ที่เข้ามาสู่ระบบ ประกันสังคมที่จะมีการแก้ไขตาม พ.ร.บ. นี้ก็จะไม่ถูกตัดสิทธิ สิทธิที่เขาควรจะได้รับในสิ่ง อื่น ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการรักษาพยาบาล ทุกคนที่เข้าตรงนี้ยังได้รับสิทธิอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ณ วันนี้สิ่งที่ลูกจ้างที่ เข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคม นอกจากได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียม ซึ่งผมมั่นใจว่า เท่าเทียม และเราก็ยังมีการดําเนินการในกรณี ประมาณเดือนเมษายนนี้นะครับจะมีกรณี ที่จะให้ลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมสามารถที่จะไปรักษาพยาบาลในทุกโรงพยาบาล ที่สังกัดของประกันสังคม แล้วก็สามารถที่จะรักษาพยาบาลได้ทุกโรค ซึ่งผมถือว่า ณ วันนี้ การรักษาพยาบาลระหว่างผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมกับ สปสช. จะไม่มีความแตกต่างกัน นะครับ แต่ประกันสังคมจะได้สิทธิในด้านสวัสดิการต่าง ๆ ก็ขอเรียนชี้แจงท่านสมาชิกครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ปิดการอภิปรายนะครับ ต่อไปผมจะถามมติร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับนะครับ ก่อนที่จะมีมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมด้วยครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ คือร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าผ่านสภาไปแล้วก็จะเกิดประโยชน์นะครับ ทุกท่านเสียบบัตร แสดงตนเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ เชิญเสียบ บัตรแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ เมื่อไม่มีแล้วก็ส่งผลมา มีสมาชิก อยู่ในห้องประชุม ๒๘๙ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม เพราะองค์ประชุมเรา ๒๓๘ ท่าน นะครับ

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคมทั้ง ๔ ฉบับนี้ โปรดเสียบบัตรกดคะแนน เห็นด้วย นะครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกด ไม่เห็นด้วย นะครับ ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกด งดออกเสียง ครับ เชิญใช้สิทธิ ทุกท่านครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิกันหมด เรียบร้อยนะครับ เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วงดใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้รับร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมในวาระที่หนึ่ง

ต่อไปคณะกรรมาธิการเอาทั้งสภาหรือว่าจะเสนออย่างไรครับ เชิญครับ

นายจุติ ไกรกฤษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรกฤษ์ ขอให้ท่านประธานบันทึกไว้ครับ ที่กดปุ่มผมเมื่อสักครู่นี้เสียครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรมันครบแล้ว เชิญ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ขอเสนอ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจํานวน ๓๖ ท่านครับ โดยใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ สัดส่วน ของคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๓๖ ท่าน ประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๑ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรค รวมชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน พรรคมาตุภูมิและพรรคประชาราช ๑ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอครับ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ ครม. ดังนี้ครับ ๑. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ๒. นายชีวเวช เวชชาชีวะ ๓. นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ ๔. นายปั้น วรรณพินิจ และ ๕. นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่านครับ เชิญครับ

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยมีรายนามดังนี้ ๑. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๒. นายสถาพร มณีรัตน์ ๓. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๔. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๕. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๖. นายทองดี มนิสสาร ๗. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๘. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ๙. นายกิตติ สมทรัพย์ ๑๐. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๑๑. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ๑๒. นายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ

นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ชลบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ใคร่ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จํานวน ๑๑ ท่านดังนี้นะครับ ๑. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๒. นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ๓. นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ๔. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๕. นางเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ๖. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๗. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๘. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ๙. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๑๐. นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ และ ๑๑. นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรค ภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านคือ ๑. นายณัชพล ตันเจริญ ๒. นายศุภรักษ์ ควรหา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ คนครับ

นางรัชนี พลซื่อ ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรัชนี พลซื่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินจํานวน ๒ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายอุดร ทองประเสริฐ ๒. นายนรพล ตันติมนตรี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ

นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจํานวน ๒ ท่าน ๑. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ๒. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองไหม ช่วยรับรอง หน่อยสิ มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่านครับ

นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วนจากจังหวัดหนองคาย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรครวมชาติพัฒนาและ พรรคกิจสังคม ๑ ท่านคือ ท่านมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคมาตุภูมิและพรรคประชาราช ๑ ท่านครับ

นายนัจมุดดีน อูมา นราธิวาส

ท่านประธานสภาที่เคารพ พรรคมาตุภูมิ พรรคประชาราช ขอเสนอนายมุข สุไลมาน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านทบทวนรายชื่อกรรมาธิการ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ๒. นายชีวเวช เวชชาชีวะ ๓. นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ ๔. นายปั้น วรรณพินิจ ๕. นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ๖. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๗. นายสถาพร มณีรัตน์ ๘. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๙. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๐. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๑๑. นายทองดี มนิสสาร ๑๒. นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ๑๓. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ๑๔. นายกิตติ สมทรัพย์ ๑๕. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๑๖. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ๑๗. นายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ ๑๘. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๑๙. นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ๒๐. นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ๒๑. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๒๒. นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ๒๓. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๒๔. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๒๕. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ๒๖. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๗. นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ๒๘. นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ๒๙. นายณัชพล ตันเจริญ ๓๐. นายศุภรักษ์ ควรหา ๓๑. นายอุดร ทองประเสริฐ ๓๒. นายนรพล ตันติมนตรี ๓๓. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ๓๔. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๓๕. นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ และ ๓๖. นายมุข สุไลมาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านผู้ใดจะแก้ไขไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ไม่มีนะครับ ถือว่าทั้ง ๓๖ ท่านถูกต้องนะครับ ต่อไปแปรญัตติภายในกี่วันครับ เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอเสนอการแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แปรญัตติตามข้อบังคับ นะครับ ก็ผ่านการพิจารณาเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมเสร็จไปแล้ว เหลืออีกครับ ร่างเขาเสนอแล้วเขาเสนอตั้งแต่ต้น เอาร่างรัฐบาลเป็นหลัก ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องนะครับ ร่างรัฐบาลเป็นหลักนะครับ

ต่อไประเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

กระผมขอเชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการกลับ เป็นผู้ประกันตน พ.ศ. .... เข้าประจําที่ครับ เชิญครับ ประธานอยู่ไหน

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เชิญประธาน คณะกรรมาธิการแถลงครับ

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. .... ขออนุญาตนําเสนอรายงานผลการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญนิติ บัญญัติ) เมื่อวันพุธที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่าง พระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. …. ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณานั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสร็จแล้ว โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ใดขอแปรญัตติ และคณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข รวมถึงได้ตั้งข้อสังเกตดังปรากฏผลตามรายงาน ของคณะกรรมาธิการตามที่ได้เสนอมาครับ จึงขอกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณา และให้ความเห็นชอบต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

การพิจารณาในวาระที่สองนี้ จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา แล้วให้สมาชิกอภิปรายได้ เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ เชิญเลขาธิการดําเนินการ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ และ มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านผู้ใดติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีผู้ใดติดใจครับ เชิญ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านผู้ใดติดใจครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

และมาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็จบการพิจารณา นะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ได้พิจารณาเสร็จแล้ว ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ถือว่า ผ่านวาระที่สองแล้ว

ต่อไปเป็นวาระที่สาม เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม เพื่อพิจารณาลงมติร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. .... นะครับ เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ....

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ผมอยากจะขอความกรุณา นะครับ มันมี ๖ ฉบับเท่านั้นเองครับ ให้มันผ่านเถอะครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรด กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ทุกท่านแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ เรียบร้อยทุกท่าน แล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ เชิญครับ จะรอครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ถือว่าทุกท่านได้แสดงตน เรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๑๒ ท่าน ครบองค์ประชุม นะครับ

ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุมในวาระที่สามนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญ ใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วก็งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอยู่ในห้อง ประชุม ๓๔๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน เสียง ๙ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้รับร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. .... จะได้ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไปนะครับ

ต่อไปผมขอความกรุณาอย่าลุกไปไหนเลยครับ ต่อไประเบียบวาระที่ ๔.๒ ประทานโทษครับ ผมลืมไปนิดหน่อย มีข้อสังเกตดังที่อยู่ในเอกสารท่านแล้วนะครับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เหตุผลของข้อสังเกตมีอยู่ในนี้นะครับ ผมจะถามมติที่ประชุม เลย เพราะว่าท่านไม่มีสิทธิที่จะอภิปรายข้อสังเกต เพราะข้อบังคับได้เขียนเอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้นผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นชอบตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ทุกคนใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว นะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ก็ถือว่าทุกท่านใช้สิทธิแล้วนะครับ งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ก็จบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ เราจะได้ส่งไปให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไปนะครับ ผมขอขอบคุณนะครับ

ต่อไประเบียบวาระที่ ๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

กระผมขอเชิญคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นประจําที่ด้วยครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ประธานมาหรือเปล่าล่ะ คุณบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองประธาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช คุณศุภชัย คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณนิพนธ์ คุณนิรันดร์ คุณพิภพ คุณสงกรานต์ เมื่อคณะกรรมาธิการพร้อมแล้ว นะครับ ท่านใดจะแถลงเชิญเลยครับ คุณหญิงเชิญ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๘ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมาธิการให้กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรทราบว่า ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ และครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัว ประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น คณะหนึ่งเพื่อพิจารณากําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนําเสนอที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๖ ทวิ และมาตรา ๖ ตรี มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวน ความเห็นและมีผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกรรมาธิการสงวน ความเห็นยังติดใจอยู่ใช่ไหมครับ เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า ผมเองนั้น เป็นผู้หนึ่งที่ขอสงวนความเห็นเอาไว้เนื่องจากท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ได้พิจารณา แล้วก็อนุญาตให้ผมในการที่ทําหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการในพระราชบัญญัติว่าด้วย บัตรประชาชนของพี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ จากการพิจารณาของผม นั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ก็ได้กระทําโดยสุจริตใจแล้วก็เห็นว่า การแก้ไขนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนผู้ที่เรียกว่าจะต้องใช้พระราชบัญญัติ บัตรประชาชนฉบับใหม่ที่ทางรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้ดําเนินการในการแก้ไข อยู่ในขณะนี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า วาระที่หนึ่งนั้นได้ผ่านไปในชั้น กรรมาธิการได้พิจารณา แล้วก็สู่วาระที่สองดังกล่าวนี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่าความเห็นผมนั้นแตกต่างกับความเห็นในฉบับร่างเดิมหรือกรรมาธิการ เสียงข้างมากที่ดําเนินการอยู่ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ความเห็นที่แตกต่างกันนั้นก็คือว่าเนื่องจากว่าผมนั้นเห็นว่า ในการที่รัฐนั้นจะต้องดําเนินการในเรื่องของบัตรประชาชนให้กับลูกหลานหรือพี่น้อง ประชาชน เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้ ในมาตราดังกล่าวนี้ต้องขออนุญาต กราบเรียนครับว่า รัฐได้บัญญัติหรือได้ตรากฎหมายฉบับปัจจุบันนี้ว่า ในอนาคตที่จะถึงนี้ หลังจากพระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้วไซร้ พี่น้องประชาชนหรือ ลูกหลานที่เกิดมาใน ๑ ปีนั้นจะต้องทําบัตรประชาชน เพราะฉะนั้นโดยที่ผู้ปกครองนั้น โดยความหมายก็คือผู้ปกครองหรือเด็กนั้นเมื่ออายุได้ ๑ ขวบนั้นจะต้องมีบัตรประชาชน แล้วก็ลูกหลานทั้งหลายนั้นจะต้องไปทําบัตรประชาชน ซึ่งผมเองนั้นได้เห็นว่าเรื่องดังกล่าว นั้นจะเป็นภาระสําหรับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือเป็นแม่ ของเด็ก หรือว่าไม่ว่าจะเป็นปู่ย่าตายายที่ลูกหลานได้อยู่ด้วย ผมเองได้แปรญัตติขอขยาย เวลาโดยสรุปก็คือเปลี่ยนแปลงจาก ๑ ปี เป็น ๗ ปี คือ สามารถทําได้ภายใน ๗ ปี แล้วการ ทํานั้นต้องให้รัฐนั้นเป็นผู้จัดการให้ ก็คือหมายความว่าในระหว่าง ๗ ปีนั้นรัฐจะจัดการให้ เมื่อไรก็ได้ แล้วก็เอาบัตรประชาชนนั้นส่งมายังลูกหลานหรือส่งมายังผู้ปกครองที่เด็กนั้น จะต้องถือบัตรประชาชน แต่ว่าที่ความเห็นต่างกันก็คือว่าโดยความเห็นของกรรมาธิการ เสียงข้างมากก็คือว่าในเรื่องดังกล่าวนั้นเด็กทั้งหลายที่มีอายุ ๑ ขวบนั้น หรือภายใน ๑ ปีนั้น จะต้องไปทําบัตรประชาชน ซึ่งไปไม่ได้แน่นอนครับ ท้ายที่สุดนั้นผู้ปกครองจะต้องอุ้มไป ท่านต้องคิดสิครับ ท่านประธานครับว่าเด็กอายุ ๑ ขวบนั้นเดินไม่ได้นะครับท่านประธาน ต้องอยู่เปลนะครับ ต้องเอาไปนะครับ ดังนั้นผมเองจึงเห็นมีความแตกต่าง และ ๗ ขวบนั้นมี ความสมบูรณ์ครับ ลูกหลานสามารถเดินไปเองได้ครับ แล้วก็ไม่เป็นภาระต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง มากนัก ในขณะเดียวกันนั้นเด็กอายุ ๗ ขวบนั้น ประมาณสัก ๕-๖ ขวบ หรือ ๓-๔ ขวบ หรือ ประมาณ ๖ ขวบนั้น เด็กนั้นจะเข้าสู่วัยเรียนหรือวัยการศึกษาที่รับการศึกษาเบื้องต้น ตรงนั้น ครับถ้าว่ากระทรวงมหาดไทยหรือสํานักงานทะเบียนบัตรประชาชนถ้าทําการเชื่อมโยงข้อมูล โดยผ่านยังสถานศึกษาต่าง ๆ นั้นก็จะสามารถที่จะทําบัตรประชาชนให้กับลูกหลาน ซึ่งจะต้องมีบัตรประชาชนใหม่นั้นได้โดยไม่เป็นภาระ ในขณะเดียวกันการที่บอกว่ารัฐต้อง ดําเนินการให้ ก็คือพี่น้องประชาชนหรือเด็กนั้นไม่ต้องไปเขียนใบ ยื่นใบเอกสารหรือหนังสือ เอกสารในการที่จะไปขอมีบัตรประชาชน การขอเอกสารนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่า จริงอยู่ว่าเอกสารนั้นใบเดียวดูเหมือนไม่มาก แต่ค่าเอกสารที่ทาง ราชการจัดพิมพ์นั้นใบหนึ่งก็คิดเป็นเงินหลายสตางค์อยู่ แล้วท่านประธานลองคิดดูว่า ทั้งประเทศเป็นเงินเท่าไร สูญเสียโดยใช่เหตุครับ เพราะฉะนั้นไม่มีความจําเป็นเลยครับว่า จะต้องไปขอ เพราะฉะนั้นการไม่ขอ การไม่ยื่นขอ รัฐจัดการให้ซึ่งรัฐนั้นมีทะเบียนอยู่แล้ว โดยทะเบียนดังกล่าวนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าเชื่อมโยงกับโรงพยาบาล สถานคลอดก็คือโรงพยาบาลที่เด็กนั้นเกิด เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงดังกล่าวนั้นก็จะเป็น นวัตกรรมใหม่ด้วยซ้ํา จะทําให้ข้อมูลดังกล่าวนั้นสมบูรณ์ แล้วก็ดีงามเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ดังนั้นจึงขออนุญาตกราบเรียนต่อ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายครับว่า ขอได้โปรดเห็นด้วยกับกระผมด้วยนะครับในการลงคะแนนเสียง ในการที่จะเปลี่ยนแปลงในชั้นการแปรญัตติดังกล่าวนะครับ โดยเสียงข้างน้อยดําเนินการที่ ร้องขอมานะครับ แล้วก็ดังที่ผมได้กราบเรียนเพื่อนสมาชิกทั้งหลายต่อท่านประธาน ขออนุญาตกราบขอบคุณครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณผุสดี ตามไท ครับ ไม่อยู่ นะครับ เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ขอสงวนคําแปรญัตติเอาไว้ด้วยเหตุผล ๒ ประการ ดิฉันได้สงวน ในมาตรา ๖ ภายใต้มาตรา ๓ นะคะ

ในเรื่องที่ ๑ ข้อความ ดิฉันคิดในลักษณะเดียวกันกับที่ท่านชัยวัฒน์ ได้กล่าวถึงและมีเพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยอีกหลายท่านก็คือ เนื่องจากการทําบัตร ประจําตัวหรือบัตรประชาชนครั้งนี้ต้องทําให้สําหรับทุกคน ซึ่งดิฉันคิดว่าแม้จะเป็นประโยชน์ จริง ๆ กับตัวบุคคลทั้งหลายที่มีสัญชาติไทยแต่ก็อยากจะให้รัฐเป็นผู้ดําเนินการให้ นี่หมายถึงสําหรับคนตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งถึง ๑๕ ปี แต่พอหลังจาก ๑๕ ปีแล้วก็ไป รับผิดชอบเอาเองได้ ตรงนี้ดิฉันคิดว่าจะช่วยทําให้นัยสําคัญและคุณค่าของการมีบัตร ประชาชนนั้นเป็นไปได้อย่างดี และจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยเอง นั่นในประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ดิฉันขอสงวนคําแปรญัตติไว้ก็เป็นเรื่องของเวลาใน (๒) ที่ตาม ร่างเดิมบอกว่าให้ระยะเวลาไว้ ๖๐ วันนับแต่วันที่ได้สัญชาติไทย สําหรับผู้ไม่ได้สัญชาติไทย โดยการเกิดหรือได้กลับคืนสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ดิฉันอยากจะขออนุญาต เรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าผู้คนเหล่านี้อาจจะมีภาระอยู่แล้วก็เดินทางอยู่ไปมาต่างประเทศ ดิฉันคิดว่าในระยะเวลา ๒ เดือนหรือ ๖๐ วันที่ให้นั้นน้อยเกินไป เพราะอาจจะมีภาระ หลายอย่าง ไม่มีข้อเสียหายอันใดเลยถ้าเผื่อจะขยายเวลาออกไปเป็น ๑๘๐ วัน ผู้ที่ประสงค์ จะได้เร็วก็ได้เร็วอยู่แล้ว แต่ผู้ที่จะมีภาระยังได้มีเวลาที่จะเตรียมตัวเพื่อที่จะกลับมา ดําเนินการได้ เพียงแค่นี้ค่ะท่านประธาน ในมาตราที่ ๓ ของมาตราที่ ๖ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนิพนธ์ บุญญามณี

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมได้สงวนคําแปรญัตติในประเด็นแรกผมเห็น ด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านอื่นที่ได้บัญญัติเพิ่มเติมถ้อยคําในมาตรา ๖ ว่า รัฐต้อง จัดทําบัตรให้กับผู้ซึ่งต้องมีบัตร การที่เพิ่มถ้อยคําอย่างนี้เข้าไปผมเห็นว่าส่วนหนึ่งเหตุผลที่ เพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยทั้ง ๒ ท่านได้เรียนต่อที่ประชุมแล้วว่าเมื่อกฎหมายเราออก กฎหมายบังคับว่าทุกคนต้องมีบัตร เดิมในหลักการเดิมของมาตรา ๖ คือ ผู้ซึ่งต้องมีบัตรตาม มาตรา ๕ ให้ยื่นคําขอมีบัตรต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกําหนด หลักเกณฑ์ที่บอกว่า ให้ผู้ต้องการมีบัตรยื่นนี่ เราก็เปลี่ยนหลักเสียว่าต่อไปนี้ก็คือว่าผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก ที่บอกว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่บอกว่ารัฐต้องจัดทําบัตรให้กับผู้ซึ่ง ก็คือเป็นการบังคับ ว่าต่อไปนี้รัฐจะต้องเป็นคนจัดทําดําเนินการทั้งหมด เมื่อเราออกกฎหมายบังคับว่าทุกคน ต้องมีบัตร เราก็เปลี่ยนหลักว่าเมื่อเราออกกฎหมายบังคับเขา รัฐก็ต้องเป็นคนจัดให้ในการ ที่จะต้องให้คนเหล่านั้นได้มาซึ่งบัตรประชาชนเป็นหน้าที่ แทนที่จะไปบังคับประชาชน ก็บังคับรัฐว่า รัฐต้องจัดให้ เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐต้องจัดให้นี่ก็เป็นเรื่องที่มันจะต้องดําเนินการ ภายในเวลากําหนดว่ากําหนดเท่าไร แต่ว่าในส่วนของผมนั้นผมสงวนคําแปรญัตติเพิ่มเติม ในเรื่องเวลาที่ต้องมีบัตร เพราะเดิมที่บอกว่าในร่างเดิมนั้นต้องบอกว่าภายใน ๑ ปีต่อไปนี้ เราจะเปลี่ยนหลักเกณฑ์เดิมครบ ๑๕ ปีต้องทําบัตร ก็เปลี่ยนมาเป็นบอกว่าต่อไปนี้เราเปลี่ยน หลักเกณฑ์เป็น ๑ ปี เราต้องทําบัตรประชาชน ซึ่งหลักเกณฑ์อันนี้มันมีความวิตกกังวลว่า เด็กที่อายุ ๑ ขวบ แล้วเราไปทําบัตรประชาชนมันจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อีกมากมายหรือจะเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ อันนี้กลัวเรื่องสรีระที่มันเปลี่ยนแปลงไปเร็ว ก็ไปสอบถามดูว่ามีประเทศไหนบ้างที่เขาทําบัตรประชาชนตั้งแต่อายุ ๑ ขวบ ก็ปรากฏว่า ไม่มี มีเร็วที่สุดคืออเมริกาอายุ ๔ ขวบจึงจะทําบัตรประชาชน เพราะฉะนั้นผมกังวลว่า ความพร้อมของเจ้าหน้าที่หรือว่าการเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกายมันจะก่อให้เกิดปัญหา ในการทําบัตรประชาชนในการเปลี่ยนตัวผู้ถือบัตร ผู้ครองบัตร ซึ่งเป็นสิ่งที่จะวิตกกังวลได้ว่า จะเกิดปัญหานี้ขึ้น ผมจึงขอสงวนคําแปรญัตติให้ขยายอายุ แทนที่จะเป็น ๑ ปีก็ควรจะขยาย ว่า ๗ ปีจึงจะทําบัตรประชาชน เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าถ้าหากเทคโนโลยีมันทําได้ ภายใน ๑ ปี ผมคิดว่าเราก็จะเป็นประเทศแรกในโลกนี้ที่สามารถทําบัตรประชาชนได้ตั้งแต่ อายุ ๑ ขวบ แต่ว่าผมคิดว่าอย่างไรก็แล้วแต่น่าจะสัก ๗ ขวบแล้ว ความเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกาย หรือว่าหน้าตาของเด็กหรือว่าของผู้ถือบัตรจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เพราะฉะนั้นนี่คือ สิ่งที่ได้วิตกกังวล แล้วก็ขออนุญาตที่จะคิดว่าไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในประเด็นนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณภราดร ปริศนานันทกุล

นายภราดร ปริศนานันทกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ผมเองได้สงวนคําแปรญัตติหลังจากที่ได้แปรญัตติเอาไว้ในชั้นกรรมาธิการและเป็นเสียง ข้างน้อยของกรรมาธิการ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเมื่อสักครู่ ๓ ท่าน ที่ได้อภิปรายไป ไม่ว่าจะเป็นท่านชัยวัฒน์ ท่านอาจารย์ผุสดี หรือท่านนิพนธ์ ต้องยอมรับครับ ว่ากฎหมายฉบับนี้กําลังจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับประเทศนี้ ปกติคนที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จะเริ่มทําบัตรประชาชน แต่วันนี้รัฐกําลังบอกว่าเด็กแรกเกิดจะต้องมีบัตรประชาชนภายใน ๑ ปี อันนี้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ยิ่งใหญ่ แล้วต้องยอมรับครับว่าในทางปฏิบัตินั้น เป็นไปได้ยาก ตามร่างเดิมของที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ยืนเอาไว้เป็นร่างของ รัฐบาล กําหนดเอาไว้ในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๖ ครับว่าให้เป็นหน้าที่ของประชาชนในการ ที่จะไปทําบัตรประชาชนด้วยตัวของประชาชนเอง เป็นหน้าที่ของประชาชนครับ แต่ผมมองเห็นว่าวันนี้รัฐกําลังจะเอาบัตรประชาชนไปมอบให้เขา กําลังจะไปยัดเยียด ให้กับเขาตั้งแต่อายุ ๑ ขวบ ถึงอายุ ๑๕ ขวบ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ต้องไม่ลืมนะครับว่าคนอายุ ๑ ขวบ ถึง ๑๕ ขวบ ยังไม่บรรลุนิติภาวะครับ ยังไม่สามารถที่จะเดินทางไปที่อําเภอ หรือเดินทางไปที่หน่วยงานของราชการด้วยตัวเองได้ เพราะฉะนั้นจึงจําเป็นที่จะต้อง เป็นภาระให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ในการที่จะพาเขาไป เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ ไปเพิ่มภาระให้กับพี่น้องประชาชนเขา เมื่อรัฐบาลมีนโยบายอย่างนี้ รัฐบาลจะต้องดูแลครับ รัฐบาลจะต้องมีหน้าที่ในการที่จะไปออกบัตรประชาชนให้กับ ผมเองได้เสนอ ในชั้นกรรมาธิการว่าอาจจะไปตั้งศูนย์ที่โรงพยาบาลก็ได้ หรืออาจจะไปตั้งศูนย์ที่โรงเรียน ก็ยังทําได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก และจึงได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ที่ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยเหตุผล ที่ผมได้อภิปรายไว้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณไพจิต ศรีวรขาน

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็น ในการแปรญัตติ ท่านประธานครับ เรื่องที่จะทําบัตรที่กระผมได้สงวนไว้นี้ คล้าย ๆ กับของ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ผมเห็นว่าการที่จะให้เด็กแรกเกิดแล้วก็ทําบัตรทันที เป็นพัฒนาการ ที่มันเร่งรัด แล้วก็ขาดความจําเป็นที่จะต้องทํา ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธาน การทําบัตรประชาชนนี้ได้พัฒนาการเรื่องอายุเมื่อจะทําบัตรในการควบคุมทะเบียน ของประชากรในการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนที่อยู่มาเป็นลําดับ จากเดิมถ่ายเมื่อ ๑๘ ปี แล้วก็มาพัฒนามาเป็น ๑๕ ปีแล้วถ่ายบัตร ก็แปลว่าเริ่มพัฒนาลงมาอายุน้อยลง แล้วก็ อยู่แบบนี้มากว่า ๒๐ ปี อยู่ ๆ จะเปลี่ยนจาก ๑๕ ปีมาเป็นแรกเกิดเลยมันเป็นการเร่งรัด แล้ว สภาพของการบริการนําเรื่องเหล่านี้มาสู่ประชาชนมันแน่นอนละครับต้องเกิดปัญหา ในเชิงของการปฏิบัติอย่างแน่นอน ประสิทธิภาพการเตรียมการทั้งหมดทั้งมวลย่อมจะ เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชน ท่านประธานทราบไหมครับว่า ยังไม่มีที่ใดเลยที่ทําแบบนี้ในโลกนี้ก็จะมีประเทศไทยเป็นแชมเปียน (Champion) จากการ ที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้ความแบบนี้ ผมหาตัวอย่างมาให้ดูหน่อยว่ามีประเทศไหน ที่พัฒนาแล้ว ญี่ปุ่นเขาเอาเท่าไร อะไรเท่าไร ปรากฏว่าไม่มี ก็จะทําให้เป็นแชมป์เปียน แห่งการพัฒนาทางด้านทะเบียนประชากรโดยกระทรวงมหาดไทยยุคนี้ ผมก็เลยบอกว่า ถ้าแบบนี้ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน อุ้มเด็กไปนะครับ คนจนนะครับลองดูสภาพที่ว่าการอําเภอ ติดแอร์ทั้งนั้น เด็กนี่ไวต่อการติดโรค ภูมิคุ้มกันต่ํา ซ้ําร้ายจะเกิดปัญหาถ้าฝนตก อย่างบ้านผม พี่น้องอุ้มลูกนั่งมอเตอร์ไซค์นะครับท่านประธาน ไม่มีอะไรมาก บางทีก็สามล้อ มาถึงมาอยู่ใน ที่ว่าการที่จะนําบริการเหล่านี้ ฉุกละหุกไปหมดนะครับ มองดูสภาพเหล่านี้มันสร้างเงื่อนไข ที่เป็นปัญหา แล้วเราจะออกกฎหมายคํานึงถึงสภาพเหล่านี้แล้วผมเลยเห็นว่าอย่าสร้างปัญหา เรื่องอื่นมีเยอะแยะที่จะนําบริการ ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ว่าให้เป็น ๖๐ วันนับจากวันเกิด ที่อายุครบ ๑๐ ปี ของผมนี่ ๑๐ ปีครับท่านประธาน จาก ๑๕ ปีผมลดมา ๕ ปี ก็ไม่ได้ล้าหลัง อะไรครับ ยังนําอยู่หลายประเทศ อายุ ๑๐ ปี ของท่านนิพนธ์บอก ๗ ปี น้อยกว่าผมอีก ผมบอกอย่าเพิ่งเอาถึงขนาดนั้นเลย แต่ว่าของกรรมาธิการ ของกระทรวงมหาดไทยที่ร่างมา บอกแรกเกิดเลยต้องถ่ายบัตรเลย คงชุลมุนกันมาก เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะให้เกิดปัญหา ประชาชน เลยขอฟังความคิดความเห็นในชั้นการพิจารณาในวาระที่หนึ่ง เขาก็บอกว่า ไม่ขัดข้อง ก็ดูอายุที่เหมาะสมกัน ผมเข้าใจว่าจุดนี้ที่จะต้องขอความเห็นจาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เราสัมพันธ์อยู่กับการเกิด การตายของประชากร ผมคิดว่า การอพยพ เคลื่อนย้าย การสวมสิทธิ การเปลี่ยนบัตร การที่จะฉ้อฉลในเรื่องการเป็นคนไทยนี่ เกิดมามีความภาคภูมิ แต่ว่าได้ถ่ายบัตรแล้วทางผู้ชี้แจงก็บอกว่าถ้าได้บัตรแล้วมีความภูมิใจ ในฐานะที่เป็นคนไทย แต่ว่าสภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันไม่สามารถที่จะบูรณาการไปสู่จุดนั้น ผมคิดได้อย่างเดียวไม่มีอย่างอื่น พร้อมขนาดไหน เจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎรในขณะนี้ อยู่ที่ว่าการอําเภอ ๑๕ ปีห้องนั้นแน่นตลอดเวลาครับท่านประธาน ห้องทําทะเบียน บัตรประชาชนเป็นห้องเดียวที่มีพี่น้องประชาชนไปใช้บริการในที่ว่าการอําเภอ ผมเป็นคน บ้านนอก ผมไปถึงก็จะไปดูว่าเป็นอย่างไร คนเข้าคิวเยอะไหม ถ้าคิวเยอะแปลว่าบริการไม่ดี ต้องคุยนายอําเภอหน่อย ห้องนี้เป็นอย่างไร ๆ นะครับ ต่อไปห้องเหล่านี้จะต้องมี ผมว่า มันเหมือนกับโรงเรียนอนุบาล อาจจะต้องจัดสถานที่ทําให้เป็นที่พัก ถึงเวลาเด็กนอนก็ต้อง นอนนะครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นสุขภาพก็ไม่แข็งแรง ป่วยเป็นโรคภัยไข้เจ็บอีก ผมจึง เห็นว่าการจะออกเหล่านี้ให้มันพัฒนาการเป็นลําดับ ๆ นะครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับ ท่านกรรมาธิการครับ เอาสัก ๑๐ ปี พัฒนาแล้ว จากเคยถ่าย ๑๕ ปีก็มา ๑๐ ปี ผมว่าผู้คน ที่จะถ่ายก็เยอะอยู่แล้วเพิ่มเข้ามา ถ้า ๑๕ ปีมันขนาดนี้ถือว่าเราทําหน้าที่นี้เพื่ออย่าให้เกิด ปัญหากับประชากร กับประชาชนนะครับ อัตราการเพิ่มของประชากรแม้ไม่มาก แต่ว่า การจะพัฒนานําบริการ การเพิ่มเจ้าหน้าที่ ซื้อเครื่องไม้เครื่องมือมันเป็นรายได้ แต่ผมว่าเป็น ภาระ แล้วจะต้องพัฒนาให้พร้อมที่จะไปกําหนดว่าต้องให้เขายื่น ผมเห็นตามท่านภราดร ปริศนานันทกุล ผมสงวนไว้ด้วย รัฐต้องเป็นคนอํานวยการ จะไปบังคับเขานะครับ ถ้าจะ บังคับคุณต้องพร้อม ถ้าไม่พร้อมต้องอํานวยการให้ ให้ความสะดวก บริการจากรัฐสู่เขา อย่าให้เขาเดือดร้อน แล้วก็หลักอันนี้ละครับที่ผมเห็นว่าควรจะต้องคงอายุ อย่าให้ก้าวหน้าล้ํา ไปจนถึงเกิดอุแว้ ๆ แล้วถ่ายบัตรเลย ขอให้มาสักอายุ ๑๐ ปีบริบูรณ์แล้วทําเสียภายใน ๖๐ วันนับจากวันที่ครบ ผมขอแปรญัตติ อันนี้ แล้วขอให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทําหน้าที่ช่วยปลดล็อกอันนี้ให้หน่อย ผมคิดว่าถ้าท่านกรรมาธิการจะกรุณาได้รับฟังข้อคิดเห็นเหล่านี้ด้วยความรอบคอบก็จะเป็น ประโยชน์ในการที่จะออกกฎหมาย กฎหมายนี้เราออกเพื่อที่จะให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา ของรัฐจริง แต่ว่าเมื่อออกแล้วอย่าให้มีปัญหา สภาพสังคม ผมว่าไม่แตกต่างกันหรอก ผมไม่เคยอยู่กรุงเทพฯ แต่ว่าอยู่บ้านนอกแบบพวกผมนี่จะเข้ามาจากหมู่บ้าน ท่านประธาน ครับ ของผมบางแห่งอยู่ห่างที่ว่าการอําเภอเป็น ๓๐ กิโลเมตร กว่าจะมาถึงนะครับ แล้วทํา กว่าจะได้เสร็จ ขนาดปัจจุบันต้องนั่งคอยกันร่วมเป็นวันนะครับ บางทีมารอบสองรอบ ตัวผู้ใหญ่บ้านนี่ก็เป็นภาระเขาอีกที่จะต้องเป็นพยาน จะต้องทําอะไรทั้งหลาย คงตะลุมบอน กันน่าดู ถ้าหากปล่อยให้กฎหมายนี้ออกตั้งแต่แรกเกิดนี่นะครับ ขอเถอะครับเอามัน พอสมควร เราก็ไม่ได้ล้าหลังประเทศใด ๆ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ๑๐ ปีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เดี๋ยวครับ ไปตามผู้แปรญัตติรายมาตราไปครับ คนต่อไปนะ ประทานโทษครับ คุณสุนทรี ร่วมกับคุณไพจิต เชิญครับ คุณสุนทรีครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรค เพื่อไทย ที่ดิฉันต้องสงวนความคิดเห็นในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย สงวนในมาตรา ๖ นี้นะคะ ก็เนื่องมาจากว่าอันดับแรกเราต้องการจะให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านก็เนื่องมาจาก ว่าเราบอกว่าคนไทยที่มีสัญชาติไทยทุกคนจะต้องมีบัตรประชาชนเพื่อแสดงสิทธิของความ เป็นไทย แต่ว่าต้องเรียนค่ะว่าในเมื่อเราจะต้องบังคับให้เขามีบัตรประจําตัวประชาชนอยู่แล้ว ทําไมเราจะต้องมอบให้เป็นภาระของประชาชนในการที่จะต้องเดินทางมาทําบัตรตั้งแต่ ลูกเขายังมีอายุไม่ถึง ๑ ขวบ ตรงนี้มันจะเป็นปัญหาตามมาในหลาย ๆ เรื่องค่ะ เนื่องจาก เมื่อเด็กแรกเกิดอยู่ที่โรงพยาบาลก็มีการจะต้องแจ้งเกิด ทําหนังสือรับรองการเกิดให้กับ ผู้ปกครองในการไปแจ้งเข้าทะเบียนบ้าน ไปแจ้งทําสูติบัตรอยู่แล้ว ตรงนี้ดิฉันคิดว่าเป็นการ ไปผลักภาระให้กับผู้ปกครองที่จะต้องรับผิดชอบในการที่พาบุตรหลานอายุไม่เกิน ๑ ปีมาทํา บัตรประชาชนตั้งแต่เขาอายุ ๑ ขวบ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเห็นเหมือนกับกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยหลาย ๆ ท่านที่บอกว่า รัฐต้องจัดทําบัตรให้กับผู้ซึ่งต้องมีบัตรตามมาตรา ๕ หรือผู้ซึ่งต้องมีบัตรได้ยื่นคําขอ เพราะว่ากรณีนี้บางคนค่ะท่านประธานเขายินดีที่จะไป ดําเนินการขอตรงนี้เราไม่ว่า แต่สําหรับผู้ที่มีฐานะยากจนหรือเข้าไม่ถึงกฎหมาย ตรงนี้รัฐก็ ควรจะต้องรับภาระในการที่จะไปออกบัตรประชาชนเพื่อรับรองสิทธิให้กับเขา ไม่ใช่ ผลักภาระไปบอกถ้าคุณไม่สนใจคุณก็ไม่ต้องมาทําอย่างนี้ดิฉันว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูก แล้วก็ เป็นการลิดรอนสิทธิของเขาที่เขาพึงจะได้รับ ถ้าจะบอกว่าการที่จะออกบัตรประชาชนให้กับ เด็กอายุตั้งแต่แรกเกิด หรือว่าเด็กที่ยังมีอายุไม่ถึง ๑๕ ปี ต้องออกย้อนไปหมดถูกไหมคะ แต่ว่าปัจจุบันค่ะท่านประธาน บัตรประชาชนของเรายังมีปัญหาอยู่เลยค่ะทุกปีเราจะได้ บัตรประชาชนที่บัตรเล็ก ๆ เข้ากระเป๋าสตางค์ได้ ตอนนี้จะเข้ากระเป๋าสตางค์ได้ต้องพับกี่ทบ ไม่ทราบ ต้องบอกว่า ๑ ปีที่ผ่านมาเราได้บัตรประชาชน ต้องบอกว่าใบใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ ใบเหลืองนี่ใบใหญ่มากเลยนะคะ เมื่อไปเทียบกับประเทศอื่นที่ดิฉันได้ไปพบเจอแล้วขอเขาดู บัตรที่แสดงความเป็นคนของประเทศเขายังใบไม่ใหญ่เท่ากับบัตรเหลืองของบ้านเราเลย ปัญหาตรงนี้ประชาชนที่จะรอออกบัตรก็ยังไม่ได้รับการออกตัวบัตรประชาชนที่เป็น บัตรแข็งตัวจริงให้ ตรงนี้เราต้องไปแก้ไขปัญหา แล้วยังจะต้องมีเด็กอีกประมาณ ๑๒ ล้านคน ถ้าดิฉันจําตัวเลขไม่ผิด ที่จะต้องมีบัตรตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าจําเป็นจะต้องมีที่ ๑ ปี ตรงนี้ก็จะทําปัญหาให้เกิดกับเจ้าหน้าที่ข้าราชการของอําเภอที่จะต้องมารับผิดชอบ ตรงนี้ เรายังแก้ปัญหาตรงส่วนของคนที่ใช้บัตรเหลืองยังไม่ได้เลย แต่เราจะต้องมารับภาระของเด็กที่ยังไม่มีบัตรอีกดิฉันว่าเป็นการผลักภาระให้กับข้าราชการ อีกทางหนึ่งเหมือนกัน ส่วนที่ดิฉันบอกว่าที่ดิฉันสงวนเอาไว้ว่าให้เป็น ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่ อายุครบ ๑๐ ปีบริบูรณ์ก็เนื่องมาจากว่าเราบอกว่าบัตรประชาชนตัวนี้ที่เราจะใช้มีอายุ ๑๐ ปี ดิฉันก็มาคิดว่าถ้าเราออก ๑ ปีแปลว่าอายุ ๑๑ ปีก็ต้องไปทําอีก ทําไมเราไม่เริ่มที่ ๑๐ ปีเลย ประหยัดไปได้ ๑ บัตร ๑ ใบ ซึ่งตรงนี้งบประมาณในการที่ออก ๑ ใบนี่ดิฉันทราบมาว่าก็ไม่ใช่ จํานวนน้อย จํานวน ๑๐ กว่าล้านใบที่จะต้องทํานี่นะคะคูณเข้าไปงบประมาณก็จะเป็น จํานวนที่ค่อนข้างมาก ตรงนี้ถ้าเราเอางบประมาณตรงนี้ไปพัฒนาระบบให้ประชาชนได้รับ ความสะดวกสบายในเรื่องต่าง ๆ ดิฉันคิดว่ามันจะดียิ่งกว่าที่เป็นอยู่ แล้วก็เด็กอายุ ๑ ขวบค่ะ ท่านประธานหลายท่านดิฉันว่า ๑ ขวบกับตอนแรกเกิดหน้าตาก็ไม่เหมือนกันแล้วค่ะ ทุกอายุ เอาแค่ ๓ เดือนก็พอค่ะท่านประธานหน้าตาก็เปลี่ยนไปกันมากแล้ว การที่จะต้องให้อุ้ม เด็กเล็กไปเพื่อถ่ายทําบัตรดิฉันว่าเป็นการสร้างภาระให้กับผู้ปกครอง ๑. ถ้าไปทําบัตร ตามพระราชบัญญัตินี้บอกก็คือ ๑ ขวบ เกิดเด็กเข้าไปทําบัตรไปเจอผู้คนเยอะ ๆ เกิดไม่ สบายขึ้นมาเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แล้วถ้าหากบ้านอยู่ห่างไกลจาก อําเภอดิฉันนี่ ส.ส. เขตบ้านนอกค่ะท่านประธาน อําเภอที่ดิฉันเป็น ส.ส. ไม่มีอยู่ในอําเภอ เมืองเลย บางหมู่บ้านเดินทางมาถึงตัวอําเภอต้องใช้เวลา ๒ ชั่วโมง เนื่องจากบ้านอยู่บนเขา เดินทางลงมาต้องรอรถโดยสาร รถโดยสารก็เหมือนกับช้ามากเป็นรถสองแถวธรรมดากว่าจะ มาถึงก็ช้ามาก เด็กต้องทนอยู่ในรถที่ต้องเรียกว่าสิ่งแวดล้อมตรงนั้นก็ไม่เป็นประโยชน์กับเด็ก มาถึงอําเภอมาเจอที่อําเภอคนรอทําบัตรกันเยอะเด็กรับภาระ ผู้ปกครองรับภาระเรื่องความ ที่ถ้าเด็กไม่สบายค่าใช้จ่ายตามมา มารอแล้วไม่ได้บอกว่ามารอแล้วจะถ่ายบัตรได้เลยทันที หรือเปล่า ถ้ามีคิวก็ต้องตามคิวถูกไหมคะ ตามคิวแล้วไม่พอค่ะ เกิดสมมุติว่าวันนั้นบัตรคิว มีแค่ ๒๐๐ ใบถ่ายได้แค่อําเภอละประมาณ ๒๐๐ ใบ เพราะดิฉันนี่เคยไปเจอมาค่ะว่า ตอนเช้าได้ ๑๐๐ ใบ ตอนบ่ายจะได้อีก ๑๐๐ ใบ ถ้าเขามาเป็นคนที่ ๒๐๑ ล่ะค่ะ แปลว่า วันนั้นเขาก็ต้องเสียค่ารถฟรีแล้วเดินทางกลับบ้านฟรีอีก ๑ รอบ แต่ถ้าเรายืดบัตรออกไป เป็นว่าเมื่อครบ ๑๐ ปีคุณค่อยมาถ่าย แน่นอนค่ะหลักฐานก็คือรูปหน้าเด็ก เด็กรู้เรื่องแล้วค่ะ สามารถที่จะดูแลเอกสารบางอย่างของตัวเองได้ พ่อแม่อาจจะลดภาระในตรงนี้ไปได้ส่วนหนึ่ง แล้วการเข้าโรงเรียนถ้าเราทําทุก ๑๐ ปีค่ะอายุ ๒๐ ปีเด็กบรรลุนิติภาวะแล้วปัญหาก็จะหมด ไปด้วยพ่อแม่ไม่ต้องตามมาอีก ถ้าสมมุติว่าเอา ๗ ปีเหมือนที่หลายท่านเสนอนะคะ ๗ ปี อายุ ๑๔ ปียังไม่บรรลุนิติภาวะพ่อแม่ก็ต้องพามามีปัญหาอีกค่ะ ตรงนี้ดิฉันว่าถ้าเป็นไปได้เริ่ม ที่อายุ ๑๐ ปีในการทําบัตรนี้จะช่วยลดภาระให้กับผู้ปกครองได้เป็นจํานวนมาก

และอีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธานก็คือเด็กนี่ค่ะท่านประธานเมื่อได้บัตรมา คนที่ต้องรับภาระก็คือผู้ปกครองในการที่จะต้องเก็บบัตรให้บุตรหลาน เด็กเล็ก ๑ ขวบ นะคะท่านประธานได้บัตรมาแล้วจะเอาบัตรไปเก็บที่ไหนล่ะค่ะตัวเด็กเองยังไม่รู้เรื่องเลย หาข้าวทานเองก็ยังไม่ได้ แต่ต้องมารับผิดชอบบัตรประชาชนเพื่อแค่บอกว่าถ้าคุณมีบัตร ประชาชนเวลาคุณไปติดต่อที่โรงพยาบาลคุณจะได้ไม่ต้องนําสูติบัตรทะเบียนบ้านไป เป็นการ เพิ่มภาระไหมคะ จริง ๆ เรามีเลข ๑๓ หลักอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นในเมื่อพ่อแม่พาบุตรหลาน ไปโรงพยาบาลก็ดึงเลข ๑๓ หลักออกมายึดพ่อแม่เป็นหลักดิฉันว่าตรงจุดนี้มันก็น่าจะ เป็นไปได้ที่จะต้องเริ่มถ่ายทําบัตรประชาชนครั้งแรกเมื่ออายุ ๑๐ ปี จึงเป็นที่มาที่ดิฉันต้อง สงวนความคิดเห็น แล้วก็คิดว่าเพื่อน ๆ สมาชิกนะคะถ้าคิดถึงความสะดวกของประชาชน ในพื้นที่ที่จะต้องมาเริ่มทําบัตรและเป็นการลดภาระของบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยใน การที่จะถ่ายทําบัตร ดิฉันคิดว่าพวกท่านน่าจะสนับสนุนตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อย่างดิฉัน หรือว่าหลาย ๆ ท่านที่เห็นว่า ๑๐ ปีน่าจะเป็นอายุที่เหมาะสมให้กับเด็ก ๆ ที่ จะต้องเริ่มทําบัตรค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นผู้แปรญัตติคนเดียวในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เนื่องจากตามมาตรา ๖ ที่ทางคณะกรรมาธิการได้นําเสนอกฎหมายฉบับนี้ก็คือ ต่อไปนี้พี่น้อง ประชาชนเดิมทําบัตรประชาชนกันตั้งแต่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไปต่อไปนี้เริ่มตั้งแต่ ๑ ปี จริง ๆ แล้ว ๑ ปีนี่ใช้คําว่า ๑ ขวบจะทําให้เห็นภาพได้ชัดครับว่ายังมีความเป็นเด็กอยู่เยอะครับ ท่านประธานครับเดิมเขากําหนดไว้ ๑๕ ปีนี่เนื่องจากคงเป็นกฎหมายว่าเด็กไทยที่เกิดมา ถ้าเป็นเพศชายก็ให้ใช้คําว่า เด็กชาย ไป ถ้าเกิดเกิดมาเป็นเพศหญิงก็ให้ใช้ เด็กหญิง ไป พอ อายุ ๑๕ ปีครับเข้าไปทําบัตรประชาชนก็เปลี่ยนจากเด็กชายเป็นนาย เปลี่ยนจากเด็กหญิง เป็นนางสาวก็สะดวกสบาย อายุ ๑๕ ปีมีวุฒิภาวะแค่ไหนครับโดยส่วนใหญ่ก็คือเรียน มัธยมต้นครับ โดยส่วนใหญ่ก็คือเรียนกันอยู่ ม. ๓ ม. ๔ แน่นอนครับเมื่อกฎหมายบังคับให้ไป ทําบัตรประชาชนก็ไม่เป็นภาระครับเด็กเริ่มรับผิดชอบที่จะไปทําบัตรไปถ่ายรูป ทีนี้ในบัตร ประชาชนเขาบอกว่าคนไทยมีบัตรประชาชนไว้ทําอะไรครับ แน่นอนครับตามหลักการครับ ท่านประธานเขาบอกว่าบัตรประชาชนนี้ไว้เพื่อแสดงตนในการไปใช้บริการสาธารณะ ผมได้ สอบถามทางฝ่ายคณะกรรมาธิการในการประชุมวิปของรัฐบาลว่าในบัตรประชาชนนี้ต้องทํา ตั้งแต่ ๑ ขวบข้อมูลข้างในมันมีอะไรบ้าง เขาก็บอกว่าแน่นอนครับข้อมูลในบัตรประชาชน ครับท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานนี่เป็นบัตรประชาชนของกระผมเองก็คือจะมีรูป ในรูปนี้จะมีเส้นขีดไว้ด้วย เส้นขีดนี้ก็คือความสูงของผู้ที่เป็นเจ้าของบัตร ผมเองสูง ๑๘๐ เซนติเมตรครับท่านประธานก็จะเห็นอยู่ชัด ผมถามท่านกรรมาธิการสักนิดครับว่า อีกต่อไปประเทศไทยของเราครับเด็ก ๑ ขวบที่ไปถ่ายบัตรประชาชนผมถามว่าได้ประโยชน์ ตรงเรื่องนี้เรื่องใดบ้าง เขาก็บอกว่าข้อมูลในนี้นะครับสิ่งสําคัญก็คือต่อไปนี้ถ้าเกิดมีบัตร ประชาชนหรือสมาร์ทการ์ด (Smart card) แล้วไม่ต้องไปทําบัตรนักเรียน เพราะว่าถ้าเกิด เด็กต้องไปทําบัตรนักเรียนจะต้องไปถ่ายรูป ๒๐๐-๓๐๐ บาทเพื่อไปติดรูปทําบัตรนักเรียน ท่านประธานครับ การเรียนหนังสือ แน่นอนครับถ้าเกิดเราเข้าเรียนหนังสือนะครับต้องเรียน ตั้งแต่ ๖ ขวบ เมื่ออายุ ๑๕ ปีถ้าเกิดเรามีบัตรประชาชนต่อไปนี้สามารถแสดงทั้งบัตร ประชาชนและบัตรนักเรียนได้ แต่ว่าถ้าเกิดท่านเอาตั้งแต่ ๑ ขวบข้อมูลเรื่องการเรียนก็ยัง ไม่มี ในการนําเสนอขอแปรญัตติครับผมเลยนําเสนอไปอายุ ๑๐ ปีบริบูรณ์ ๑๐ ปีบริบูรณ์นี่ จะอยู่ในชั้นไหนครับท่านประธาน เด็กนักเรียนก็เรียนตั้งแต่ ๖ ขวบก็จะอยู่ชั้นประถมปีที่ ๖ ซึ่งแน่นอนครับโดยส่วนใหญ่ก็คือจะจบประถมปลาย เด็กทุกคนเริ่มโตแล้วเริ่มรับผิดชอบ

ส่วนที่ ๒ เขาก็บอกว่าต่อไปนี้ถ้าเกิดมีบัตรประชาชนมีข้อมูลเรื่องการเรียน การสอนแล้วเรื่องเด็กนักเรียนแล้วก็คือมีข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขว่าเด็กคนนี้ เด็กชาย สมบูรณ์ฉีดวัคซีนแล้วหรือยัง ตอนอายุ ๑ ขวบฉีดวัคซีนแล้วหรือยัง อายุ ๓ ขวบฉีดวัคซีน แล้วหรือยัง ๕ ขวบฉีดวัคซีนแล้วหรือยัง ท่านครับถ้าเกิดท่านไปทําที่ ๑๐ ขวบแน่นอนข้อมูล ทั้งหลายก็มี แต่ว่าถ้าเกิดท่านทําตั้งแต่ ๑ ขวบจะมีข้อมูลตรงไหนครับ บัตรมีตั้งแต่ ๑ ขวบ เอาไปเป็นประโยชน์อะไรบ้าง เป็นประโยชน์ก็คือ ๑. ภาระในการไปทํา ท่านนึกภาพนะครับ ต่อไปนี้จากที่เคยเด็กอายุ ๑๕ ปีไปทํา ต่อไปนี้ก็คือผู้ปกครองหรือพ่อแม่จะต้องอุ้มเด็กไปที่ อําเภอหรือที่เทศบาลหรือสํานักงานเขต ต่อไปนี้ครับทุกอย่างต่อไปนี้ นายอําเภอจะต้องเตรียมทุกอย่างนะครับ ไม่เพียงแค่ เตรียมสําหรับที่ถ่ายรูป ไม่เพียงแค่เตรียมที่สําหรับให้บริการประชาชน ต่อไปนี้ต้องเตรียม สําหรับการดูแลเด็กด้วย ท่านต้องเตรียมน้ําร้อนไว้สําหรับชงนม ท่านต้องเตรียมที่เปลี่ยน ผ้าอ้อมให้เด็กหลายเรื่อง ท่านเพิ่มภาระให้กับรัฐ หลายคนก็บอกว่าไม่เป็นไรครับ ๑ ขวบ ไปทําบัตรประชาชนครั้งแรกไม่ต้องเสียเงิน พี่น้องประชาชนไม่ต้องเสีย ใครเป็นคนเสียครับ บัตรใบแรกเสียโดยการรัฐใช้งบประมาณ งบประมาณเอามาจากไหนครับ เอามาจาก กรรมาธิการไหมครับ เอามาด้วยเพราะท่านต้องเสียภาษีเหมือนกัน แน่นอนครับพี่น้อง ประชาชนก็เสียภาษี นั่นก็คือเอาเงินของพี่น้องประชาชนนี่ละครับมาทํา สิ้นเปลืองครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าแน่นอนเราอาจจะได้เป็นประเทศแรกครับที่สามารถทําบัตรประชาชน ตั้งแต่ ๑ ขวบ เราไม่มีโอกาสเป็นแชมป์โลกในประเภทกีฬาฟุตบอล แต่เราเป็นแชมป์ (Champ) ที่เราสามารถทําเรื่องนี้ได้นะครับ ท่านประธานครับ ท่านนึกภาพโกลาหลหลังจาก ที่กฎหมายฉบับนี้ผ่านนะครับ ๖๐ วันหลังจากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน มันวุ่นวายมากครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านกรรมาธิการครับ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ ได้โปรดเห็นด้วยกับผม นั่นคือแปรญัตติให้มีบัตรประชาชนตั้งแต่ ๑๐ ขวบเถอะครับ เดิม ๑๕ ปี ต่อไปนี้เพื่อสนองต่อ นโยบาย ก็คือลดมาเพียงแค่ ๑๐ ปี ทั้งนี้เพื่อความสะดวกแล้วก็ไม่เป็นภาระต่อพี่น้อง ประชาชน ขอขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณไพจิตยังติดใจ มาตรา ๖ ตรี ไหมครับ หรือว่าได้พูดไปแล้ว เชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดังที่กระผมได้อภิปรายไปแล้ว ที่ขอสงวนเรื่องหลักก็คือเรื่องอายุ แล้วก็เรื่องการจัดนําบริการในการทําบัตรประชาชนให้เป็น หน้าที่ของรัฐที่จะต้องไปทํา ไปบริการเขา ไม่ต้องให้เขาไปยื่นคําขอแล้วจะต้องมีโทษ ถ้าหาก ไม่ยื่นตามเวลาเหล่านั้น ผมได้แปรญัตติด้วยเหตุผลว่าเมื่อเราจะขยายงาน แทนที่ไปอยู่ โดยธรรมเนียมปฏิบัติ ๑๕ ปีแล้วให้ลดลงมาตามอายุ แม้ผมจะสงวนความเห็นไว้ว่าเป็น ๑๐ ปี แต่ผมก็ยังถือว่าเป็นการเพิ่มภาระลงมา รัฐเองต้องการความก้าวหน้าต้องพร้อมที่จะ นําบริการต่าง ๆ มาสู่ประชาชนนะครับ ถ้าหากเรายังไม่พร้อมก็ไม่ควรที่จะให้เป็นภาระของ ประชาชน ให้เขาไปยื่นคําขอมีบัตรประชาชนภายในเวลาเท่านั้นเท่านี้ คุณไปอํานวยการให้เขา ให้เขาได้ทําบัตรประชาชน ให้ถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องไป ประชาชนก็ต้องการที่ทําตาม ข้อกฎหมายที่มีการแก้ไขอยู่แล้วนะครับ ก็จะขอความกรุณาได้อภิปรายในมาตรานี้เพียงเท่านี้ ครับ ขอบคุณ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงนะครับ เชิญครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ค่ะ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนะคะ สําหรับ รายละเอียดเรื่องการทําบัตรนี้อยู่ที่ความพร้อมของทางกระทรวงมหาดไทย ดิฉันเองมอง ในเบื้องต้นว่าคนไทยถ้ามีบัตรเร็วเท่าไรก็จะได้ประโยชน์จากการมีบัตร ที่จะเข้าถึงการบริการ ของรัฐและเอกชนได้ ตามที่วัตถุประสงค์ของการทําบัตรสมาร์ทการ์ด ซึ่งดิฉันติดตามมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗-๒๕๔๘ มีอยู่ประมาณ ๒๑ รายการ ถ้าผู้ถือบัตรที่เราเรียกว่าสมาร์ทการ์ด หรือว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์นี้ จะสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้มากมาย แต่ขณะนี้ยังมีไม่ถึง ดิฉันอยากจะขอให้ทางอธิบดีกรมการปกครองอธิบายรายละเอียดว่าความพร้อมของทาง กระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างไรบ้างค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายพิภพ ดําทองสุข กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายพิภพ ดําทองสุข ผู้อํานวยการสํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาตกราบเรียนในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มี ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาบ้างนะครับ เจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อที่จะให้กลุ่มคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังมิได้รับประโยชน์จากการที่กฎหมายบัตรประจําตัว ประชาชนเดิมหรือ พ.ร.บ. บัตร ปี ๒๕๒๖ บังคับใช้นี่นะครับ เพราะแต่เดิมให้โอกาสเฉพาะ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไปจนถึง ๗๐ ปีที่จะต้องทําบัตร ส่วนเกิน ๗๐ ปีแล้วถ้าประสงค์ จะทําบัตรกฎหมายก็เปิดช่องให้ทําได้ เพราะฉะนั้นกลุ่มบุคคลที่ได้รับประโยชน์จาก บัตรประจําตัวประชาชนก็จะเป็นกลุ่มบุคคลที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไปเท่านั้น ประโยชน์ที่ได้รับ ในปัจจุบันจะค่อนข้างเห็นได้ชัดเจนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของสมาร์ทการ์ด ที่สามารถจะนําไปสู่การเชื่อมโยงเข้าไปสู่ข้อมูลของหลายหน่วยงาน ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ อย่างชัดเจนในหลายหน่วยงานที่ได้ใช้ประโยชน์ ที่ทําให้ผู้ที่มีบัตรในกลุ่มอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมก็คือในส่วนของ สปสช. ครับ ณ วันนี้รัฐไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการทําบัตรทอง เนื่องจากใช้บัตรสมาร์ทการ์ดแทน ได้อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วขออนุญาตกราบเรียนข้อมูลเพิ่มเติมว่าในช่วงระยะเวลาเดือน สองเดือนที่ผ่านมา กรมการปกครองได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มาใช้ประโยชน์จากบัตรสมาร์ทการ์ดได้เต็มที่โดยส่งเสริมให้ใช้เครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด เพื่อที่จะร่นระยะเวลาในการให้บริการ ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงทั้งผู้รับบริการ และให้บริการ ซึ่งมีหลายหน่วยงานครับที่ให้ความสนใจอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงศึกษาธิการท่านเห็นว่าจะใช้แทนบัตรนักเรียนได้ ท่านอยากให้มีเร็ว ๆ อยากให้ พ.ร.บ. นี้ผ่านเร็ว ๆ นะครับ เพราะว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองที่ไม่ต้องลงทุนให้ลูก ไปทําบัตรนักเรียนซึ่งปัจจุบันก็มีค่าใช้จ่ายพอสมควร ทาง สปสช. ซึ่งแต่เดิมก็ใช้ประโยชน์ ได้เต็มที่อยู่แล้ว พอท่านทราบว่าจะมีกฎหมายนี้อาจจะผ่านสภานี้นะครับท่านขอจองพื้นที่ ในชิป (Chip) ไว้ล่วงหน้าเพื่อที่จะบรรจุข้อมูลการฉีดวัคซีนของเด็ก ซึ่งท่านเรียนว่า ในปัจจุบันปัญหาของเด็กไทยมิได้เป็นปัญหาการขาดการฉีดวัคซีน แต่ปัญหากลับตรงกันข้าม ก็คือได้รับวัคซีนมากเกินไปเนื่องจากมีการฉีดซ้ํา หากมีสมาร์ทการ์ดแล้ว แล้วหน่วยงานของ กระทรวงสาธารณสุขที่จะออกไปฉีดวัคซีนให้อีกได้ใช้เครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดก็จะทราบ ได้อย่างชัดเจนว่าเด็กคนนี้ที่บ้านฉีดแล้วที่โรงเรียนก็ไม่ต้องฉีดอีก แต่ปัจจุบันที่โรงเรียน อาจจะฉีดซ้ําอีกเพราะไม่ทราบว่าผู้ปกครองพาไปฉีดมาก่อนหน้านั้นแล้ว แล้วล่าสุดจากการ ที่ได้เชิญหน่วยงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเอกชน สมาคมผู้ประกอบร้านเกมส์ออนไลน์ (Game online) อินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วผู้ประกอบการจํานวนหลายร้อยคนมา ซึ่งการ ควบคุมตรงนี้ค่อนข้างมีปัญหาในปัจจุบัน ปรากฏว่าพอเราได้อธิบายถึงประโยชน์จากการ อ่านบัตรตรงนี้ทุกคน เห็นด้วยที่จะไปหาเครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด เพราะว่ากฎหมาย กําหนดครับว่าเด็กอายุเท่าไรถึงจะเปิดบริการได้กี่โมงกี่ยามก็จะเกี่ยวพันกับเรื่องอายุ และเรื่องการให้บริการของเขานะครับ เพราะฉะนั้นเด็กที่ใช้บริการในร้านเกมส์อินเทอร์เน็ต ในปัจจุบันซึ่งมีปัญหาอยู่นี่นะครับ มีทั้งที่เกิน ๑๕ ปีที่เข้าไปใช้บริการและต่ํากว่า ๑๕ ปีที่ เข้าไปใช้บริการ เพราะฉะนั้นถ้าบัตรเด็กที่อายุต่ํากว่า ๑๕ ปีมีบัตรแสดงตนก็จะเป็น ประโยชน์ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้กํากับดูแลกฎหมายในเรื่องนี้ เป็นต้น เพราะฉะนั้นประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นที่มาของการที่จะให้เด็กนั้นได้ทําบัตร ตั้งแต่เด็ก ซึ่งกฎหมายในเจตนารมณ์ก็คือสามารถทําได้ตั้งแต่คลอดนะครับ แต่กฎหมายก็ ยืดหยุ่นให้ว่าทําได้ ให้มาทําภายใน ๑ ปีนับตั้งแต่คลอดนะครับก็คืออายุ ๑ ขวบ เพื่อปิด ช่องว่างถ้าเราขยายระยะเวลาให้เป็นมากขึ้นไปกี่ขวบ มากขึ้นกี่ปีก็ตาม ก็จะเกิดช่องว่าง ของคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งจะไม่ได้รับประโยชน์จากบัตรสมาร์ทการ์ดนี้นะครับ

ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนเพื่อท่านสมาชิกจะได้กรุณา ประกอบการตัดสินใจ ก็คือเรื่องของการที่รัฐต้องทําให้กับการที่เขียนไว้แต่เดิม ขออนุญาต กราบเรียนว่ากฎหมายเดิมนั้นเขียนว่าผู้ที่มีหน้าที่ต้องทําบัตรต้องไปยื่นคําร้องคําขอเพื่อที่จะ ทําให้ ผมขออนุญาตเรียนว่าแต่เดิมเขียนไว้อย่างนั้นก็จริงอยู่ แต่รัฐนั้นต้องทําให้อยู่แล้วครับ ถ้ามายื่นคําขอหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง รัฐต้องทําให้ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ ถ้าปฏิเสธ ก็เป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ แต่การที่จะให้รัฐทําให้แล้วไปส่งถึงบ้านโดยที่เจ้าตัวไม่มาที่ สถานที่ที่จัดทําบัตรเลย อาจจะเป็นที่หน่วยบริการหรืออะไรก็ตาม คงไม่สามารถจะทําได้ เพราะว่าจะต้องถ่ายรูปเด็ก เก็บข้อมูลเด็ก เพื่อที่จะให้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากบัตร เพราะว่า ถ้าทําบัตรให้โดยไม่ได้ถ่ายรูปเด็กหรือว่าไม่ได้เก็บข้อมูลที่สําคัญของเด็กลงไป บัตรก็จะได้ใช้ ประโยชน์น้อย ก็อยากจะให้ได้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ จากการที่ทําบัตรตั้งแต่อายุไม่เกิน ๑ ปีนี่ก็คือข้อมูลที่กราบเรียน และในส่วนของความพร้อมเด็กที่จะต้องทําบัตรกลุ่มนี้มีจํานวน มากพอสมควร แต่กฎหมายก็ได้เขียนไว้ว่าในระยะเวลา ๒ ปี ทางกระทรวงมหาดไทย ทางท่านรัฐมนตรีก็สามารถที่จะไปกําหนดในการที่จะจัดดําเนินการทําบัตรให้ครบถ้วน เรียบร้อยได้ โดยไม่ใช่ว่าจะต้องทําให้เสร็จภายใน ๑ ปี หรือในระยะเวลา เพราะว่า ต้องยอมรับว่าจํานวนที่จะขอทําบัตรในกลุ่มนี้ก็มีจํานวนอยู่มากพอสมควรครับ ขออนุญาต กราบเรียนเบื้องต้นไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการเสียงข้างน้อย สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานเรื่องหลักเกณฑ์ ผมขออนุญาตที่จะสอบถามท่านกรรมาธิการที่ได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ ซึ่งหลักเกณฑ์ของผมที่ผม บอกรัฐต้องจัดให้กับมีหน้าที่ต้องไปยื่นความหมายมันต่างกัน ไม่ใช่ต่างกันที่บอกว่าถ้ารัฐต้อง จัดให้แล้วรัฐต้องไปถึงบ้าน อันนี้มันอยู่ที่เงื่อนไขที่เราจะกําหนดว่าภายใต้คําว่า รัฐต้องจัดให้ รัฐจัดอย่างไร แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเขามายื่น ถ้าเราเขียนว่าภายใน ๑ ปี เขามีหน้าที่ต้อง มาทํา ถ้าเขาไม่มาทําภายในกําหนดเขามีความผิดหรือเปล่า ปัญหามันอยู่ตรงนี้ ปัญหามันคือ ถ้าเราไปเขียนว่าให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่มีอายุครบ ๑ ขวบต้องมาทําบัตรประชาชน เขาต้องมา พ่อแม่ต้องพามา พามาตรงนี้ถ้าเขาไม่พามาความผิดเกิดขึ้นกับใคร แต่ถ้ารัฐจัดให้เขาไม่พามา เขาไม่มีความผิด ประเด็นผมมองต่างจากท่าน ผมมองว่าถ้าท่านบังคับเขา เด็กอายุ ๑ ขวบ ถ้าพ่อแม่ไม่สามารถพามาได้พ่อแม่มีความผิดหรือเปล่า หรือเด็กมีความผิดต้องโดนปรับ หรือเปล่า ปัญหามันอยู่ตรงนี้ เพราะกฎหมายเขียนว่าเขาต้องมายื่น แต่ถ้าบอกว่ารัฐจัดให้ แม้ว่าเขาไม่ได้มาตรงนี้รัฐต้องอํานวยความสะดวกเขา ปัญหามันมองกลับกันอย่างนี้ ผมไม่ได้ มองเพียงแต่ว่าเราจะต้องไปทําให้ถึงบ้าน อันนี้อยู่ที่กฎเกณฑ์ที่เรากําหนดขึ้น ปัญหาก็คือ ถ้าไม่มาทําภายในกําหนดมีความผิดหรือเปล่า ตาม พ.ร.บ. บัตรประชาชน อันนี้ท่านต้อง ชี้แจงตรงนี้ก่อน สิ่งที่ผมได้สงวนความเห็นไว้เพราะผมมองต่างประเด็นนี้ว่าเป็นความผิด หรือไม่ถ้าเขาไม่มาทําภายในกําหนด ผมกลัวว่าถ้าเด็กไม่มาทําภายในกําหนดเด็กจะมี ความผิด เหมือนกับว่าคนที่พอถึงเกณฑ์ที่ทําบัตรประชาชน ถ้าไม่ไปทําบัตรประชาชน มีความผิดหรือเปล่า อันนี้เป็นข้อวิตก ส่วนข้อวิตกข้อที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนท่านแล้วก็คือว่า ๑. เรื่องความพร้อม ถ้าท่านยืนยันว่าท่านมีความพร้อม ซึ่งขณะนี้ก็มีข้อโต้แย้งว่าท่านมี ความพร้อมจริงหรือเปล่า ขนาดใบเหลืองก็ก่อให้เกิดปัญหากับเรื่องบัตรประชาชนพอสมควร อยู่ในขณะนี้ ท่านบอกว่า ๙๐ วันได้ ก็ขยายเป็น ๑๖๐ วัน แล้วก็ยังไม่ได้ ผมกลัวว่าถ้าจะไป กําหนดว่าคนตั้งแต่ ๑ ขวบต้องทําบัตรประชาชนมันจะโกลาหลกันไปใหญ่ แล้ว ๒. ผมคิดว่า ถ้าท่านไปกลัวว่าเรื่องการรักษาพยาบาลจะไม่ได้ประโยชน์ ท่านยังใช้สูติบัตร ไปปรับปรุง อะไรที่ให้มันเกิดประโยชน์ใช้กับเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งมันไม่จําเป็นต้องมีรูปเด็ก สูติบัตร มันไม่จําเป็นต้องมีรูปเด็ก แล้วพอมาถึงเรื่องที่ผมกังวลก็คือว่าสรีระร่างกายเด็กมันเปลี่ยน เร็วมาก จากวันแรกเกิดถึง ๒ ขวบ เขาเปลี่ยนเร็วมาก สรีระทางร่างกายมันเปลี่ยนไปเร็วมาก ตรงนี้ครับจะเป็นปัญหา ๒ ขวบ ๓ ขวบ ๔ ขวบ จนกระทั่งถึงวัยหนึ่งที่สรีระทางร่างกาย ของเด็กจะไม่เปลี่ยนแปลง แล้วเราจึงจะมีบัตร เด็กแรกเกิดมีปัญหาจริงก็คือเรื่องสาธารณสุข ในเหตุผลของผมที่ผมบอกว่า ๗ ขวบก็คือเริ่มเข้าโรงเรียน ๕ ขวบก็ได้ ผมไม่ติดใจเรื่องอายุ แต่ว่าถ้าจะเริ่มตอนที่เด็กจะเริ่มเข้าโรงเรียนก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าเด็กช่วง ๑ ปีผมคิดว่ามันเป็น วัยที่เขาอ่อนเกินไป อย่างน้อยอเมริกาถ้าเขามีกฎเกณฑ์บอกว่าของเขา ๔ ขวบจึงทําบัตร แสดงว่าเขาคิดแล้วว่าเด็กช่วง ๑ ปีถึง ๓ ปี ตรงนี้มันมีเหตุผลความจําเป็นต้องใช้บัตรมาก หรือเปล่า หรือเราจะมาจับเอาว่าเราไม่ต้องเก่งกว่าอเมริกา พอ ๆ กับอเมริกาตรง ๔ ขวบ ก็คิดว่ามันมีเหตุมีผลที่อธิบายว่า ช่วงนั้นการเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกายของเด็ก หน้าตา ของเด็ก รูปร่างของเด็ก มันพอที่จะยืนเองได้แล้ว ถ่ายความสูงอย่างที่เพื่อนสมาชิกห่วงกังวล ได้แล้วว่าเอาสัก ๔ ขวบไหมเท่าอเมริกา ค่อยชนะอย่างอื่นอเมริกา อย่าชนะเรื่องการทําบัตร เลยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่กรรมาธิการต้องตอบคําถามเหล่านี้ ให้ครบถ้วนกระบวนความเสียก่อน เพราะว่าถ้าเราออกไปไม่รอบคอบมันจะเป็นภาระกับ ประชาชน แทนที่จะเป็นผลดีกับประชาชน ขอความกรุณาท่านได้ชี้แจงด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านที่สงวนความเห็นและสงวนคําแปรญัตติไว้ มีประเด็นซักถามอะไรอีกไหมครับ จะได้ให้ เก็บประเด็นและเดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบทีเดียว เชิญครับท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วท่านนิพนธ์ก็ได้อธิบายเหตุผลว่าการทําบัตรน่าจะ ขยายจาก ๑ ขวบขึ้นมา อยู่ในระยะที่น่าจะมีข้อมูลเพียงพอสําหรับที่จะเก็บไว้ในบัตร ท่านประธานครับ ตามที่คณะกรรมาธิการชี้แจง บัตรประชาชนแน่นอนครับเอาไปไว้เพื่อไว้ บริการสาธารณะนะครับ คณะกรรมาธิการก็ชี้แจงว่า

ข้อที่ ๑ ก็คือต่อไปนี้ก็คือจะเอาไปใช้ในการเข้ารักษาพยาบาล ระหว่างข้อมูล ที่เก็บอยู่ในบัตรประชาชนกับข้อมูลที่เก็บอยู่ที่โรงพยาบาล ผมถามว่าหมอจะเชื่อข้อมูลไหน แน่นอนครับก็ต้องเป็นข้อมูลที่โรงพยาบาล นั่นคือการเก็บข้อมูลการรักษาพยาบาลการให้ อะไรทุกอย่าง ข้อมูลของบัตรประชาชนก็มีประโยชน์ไว้บ้างว่าเคยฉีดวัคซีนโปลิโอแล้ว เคยฉีดวัคซีนหัดเยอรมันแล้ว แน่นอนครับ ข้อมูลตรงนี้ผมเรียนแล้วว่าเก็บเมื่ออายุ ๑๐ ขวบ ได้ไหม

ข้อที่ ๒ คุ้มค่าไหมที่ท่านแค่เก็บข้อมูลว่าฉีดวัคซีนเท่าไร กับข้อที่ ๒ ก็คือเป็น เด็กนักเรียนชั้น ป. ไหน โรงเรียนไหน แต่ว่าพี่น้องประชาชนจะต้องเก็บบัตรประชาชนตั้งแต่ อายุ ๑ ขวบไปจนถึง ๑๕ ปี ท่านประธานครับ ๑๔ ปีนี้ไม่รู้มันจะหายสักกี่ครั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราเองนะครับแค่ห้องทะเบียน ท่านประธานไปดูครับ มีทุก สัปดาห์ครับที่สมาชิกของเราจะต้องไปทําบัตรใหม่กัน เสียกันครั้งละ ๑๐๐ บาท นี่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับเช่นเดียวกัน กรณีไปทําบัตรใหม่ก็ต้องเสียเงิน ภาระระหว่างการเก็บข้อมูลอยู่ใน บัตรประชาชนตั้งแต่อายุ ๑ ขวบ จนถึง ๑๕ ปีที่ได้รับกับที่ต้องเสียเงินดูแลรักษานี้ผมคิดว่า มันไม่คุ้มกัน ผมเลยคิดว่า ท่านประธานครับ กรรมาธิการครับ ท่านพิจารณาสักนิดเถอะครับ ว่าขยายอายุจาก ๑ ขวบ ท่านนึกภาพเถอะครับว่าต้องอุ้มเด็กไปแล้วถ่ายรูปไว้ว่าเด็กคนนี้ มีบัตรแล้ว ข้อมูลก็ยังไม่มี ฉีดวัคซีน ๑ ขวบมีกี่ระดับ ผมไม่ใช่เป็นหมอ ขออภัยนะครับ ใครที่ เป็นหมอน่าจะให้ข้อมูลว่ามันจะมีฉีดวัคซีนกันแค่ ๓ ๔ ๕ เข็ม แล้วต้องอุ้มมา ข้อมูลก็คือมีอยู่ แค่นั้น แต่ถ้าเกิดท่านทําบัตรประชาชนตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบ หรือ ๑๕ ปีก็แล้วแต่ ข้อมูลมันก็ เต็มไปแล้วครับ มันคุ้มค่าที่จะทํา แต่ ณ วันนี้เริ่มทําตั้งแต่ ๑ ขวบ มันคุ้มค่าไหมครับ เพราะฉะนั้นนําเสนอด้วยข้อมูล ถ้าเกิดเรามีความพร้อมนะครับท่านประธานครับ วันนี้พี่น้อง ประชาชนชาวไทยทุกคนจะไปทําบัตรประชาชนง่ายมาก ๑๕ ปีเป็นต้นไปจนถึง ๗๐ ปี ทําง่ายมาก แต่วันนี้ท่านดูสภาพเราเองสิครับ แล้วทีนี้พอร่นมาอีกตั้งแต่ ๑ ขวบ ประชาชน อีกเท่าไรที่ต้องเข้าไปสู่ระบบการทําบัตร มันจะโกลาหลแค่ไหน ผมคิดว่าท่านลองปรับสักนิดเถอะครับ แล้วไม่เป็นผลเสียกับประเทศเลย ลดภาระให้กับ พี่น้องประชาชนด้วย ประชาชนจะกราบขอบคุณท่านเลยว่า นี่คือคณะกรรมาธิการ นี่คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ดูแลปัญหาพี่น้องประชาชนอย่างเห็นภาพพจน์นะครับ มองถึง อนาคตข้างหน้าได้ว่ามันโกลาหลอย่างไร วันนี้เราแก้กันเถอะครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมาธิการ

ท่านประธานค่ะ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ บัตรประจําตัวประชาชน ตอบคําถามของท่านนิพนธ์ บุญญามณี นะคะว่า มีการลงโทษไหม เดิมที่เดียวเขียนไว้มีการลงโทษถ้าไม่มาทํา แต่มาตรา ๑๑ ได้เขียนปลดล็อกไว้แล้วว่าไม่มีการ ลงโทษ ซึ่งรายละเอียดถ้าต้องทราบก็คงจะเมื่อถึงมาตราที่ ๑๑ เราคงคุยกัน ในรายละเอียดว่าใครบ้างที่เราต้องเสีย สําหรับเรื่องฉีดวัคซีนหรืออะไรก็ตาม เนื่องจาก เทคโนโลยีก้าวหน้ามากการฉีดวัคซีนหรือการเข้าโรงเรียนอยู่ชั้นมัธยมอะไร ไม่ได้อยู่ในบัตร เพียงแต่บัตรจะแสดงตนว่าเขาเป็นใคร บัตรนั้นเมื่อไปที่โรงพยาบาลใด ข้อมูลทั้งหมด รายละเอียดทั้งหมดจะอยู่ที่โรงพยาบาลที่ฉีดวัคซีนหรือไปหาหมอ เพียงแต่ว่าอันนี้เป็นกุญแจ ไขเข้าไปว่า บุคคลคนนี้เป็นเด็กชายสมบูรณ์หรือนายสมบูรณ์ก็ตามได้มาฉีดยา ไม่มาฉีดยา อะไรต่ออะไรนี่ค่ะเขาจะทราบหมดโดยที่บัตรไม่ได้เป็นคนเก็บ เพราะฉะนั้นกระทรวง มหาดไทยที่เป็นคนออกบัตรนี้เพียงแต่ประสานกับโรงพยาบาลเพื่อให้มีพื้นที่ ให้มี เครื่องหมายหรือเขาเรียกว่า กุญแจ ตัวนี้อยู่บนบัตรเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นไม่ได้มีค่าใช้จ่าย อะไรเพิ่มขึ้น ข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ความคิดเห็นของเพื่อน สมาชิกที่ได้กรุณาสงวนความเห็นและได้แปรญัตติไว้ทั้งหมด ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ พิจารณากันอย่างรอบคอบ แล้วเรื่องนี้อยากจะเรียนเลยนะครับว่า ทุกความเห็นได้สะท้อน ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งในประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียน ก็คือว่า สิ่งที่ท่านสมาชิก ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ท่านสมบูรณ์ ได้ลุกขึ้นซักถามว่า ถ้าถึง กําหนดแล้วเขาไม่ไปทําบัตร อายุ ๑ ปี จะเป็นการสร้างภาระให้กับผู้ปกครองแล้วก็ครอบครัว กรรมาธิการก็ได้พิจารณาว่าไม่ควรจะไปสร้างภาระ เพราะว่าในขณะที่เด็กเกิด เด็กอายุยัง น้อยอยู่ความพร้อมของผู้ปกครองก็อาจจะยังไม่มี เพราะฉะนั้นก็เลยให้ตัดโทษฐานทาง ความผิดในการที่ไม่ไปทําบัตรในกรณีที่บัญญัติไว้ตามมาตรา ๖ ไว้ออก ซึ่งกระผมขออนุญาต กราบเรียนจะได้เป็นการประหยัดเวลาสภาเลยนะครับ เมื่อมีการซักถามในประเด็นนี้แล้ว ขออนุญาตชี้แจงไปเลย พอถึงมาตรา ๑๑ จะได้ไม่ต้องมาพูดกันเรื่องนี้อีก ผมกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าในมาตรา ๑๑ ได้เขียนไว้ว่า เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาการขอมีบัตรตามมาตรา ๖ ผู้ซึ่งต้องมีบัตรตามมาตรา ๕ ซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป หรือบุคคลซึ่งมีหน้าที่ยืนคําขอ มีบัตรแทนตามมาตรา ๖ ฉ แล้วแต่กรณี ยังไม่ยื่นขอมีบัตร ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อย บาท กรรมาธิการได้ตัดทิ้งออกทั้งวรรคเลยนะครับ ซึ่งต่อไปก็จะไม่ต้องรับโทษ ส่วนมาตรา ๑๑ วรรคสองนั้นที่ระบุว่า เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาการขอมีบัตรใหม่ตามมาตรา ๖ ตรี วรรคหนึ่ง หรือการขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตรตามมาตรา ๖ จัตวา วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ผู้ถือบัตรซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไปไม่ยื่นขอมีบัตรใหม่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่ง ร้อยบาท เดิมปรับไว้ ๕๐๐ บาท เราก็ได้พิจารณาประเด็นนี้ครับว่า การที่เราเป็นคนไทยเมื่อ มีอายุถึง ๑๕ ปีแล้วสมควรที่จะไปทําบัตรประชาชน เพราะว่าในการที่จะตรวจสอบสิทธิต่าง ๆ ในการที่ทางรัฐจะเข้ามาดูแล ในเรื่องทุก ๆ เรื่องนั้น การที่มีบัตรประชาชนจะทําให้ทาง ราชการสามารถเข้าถึงข้อมูลในการที่จะทํางานเพื่อเกิดประโยชน์กับส่วนรวมและตัวผู้ถือบัตร ได้เองได้ดีกว่า เพราะฉะนั้นก็เลยให้บัญญัติไว้ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อถึงกําหนดอายุ ๑๕ ปีแล้ว ต้องมาทําบัตร ถ้าไม่ทําบัตรก็ให้ปรับ ๑๐๐ บาทจากเดิมที่เขียนไว้ ๕๐๐ บาท ส่วนวรรคท้าย ที่เขียนว่า ในกรณีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หากผู้ซึ่งต้องมีบัตรหรือผู้ถือบัตรซึ่งมีอายุไม่ถึงสิบห้าปีได้ยื่นคําขอด้วยตนเองแล้ว ให้บุคคล ซึ่งมีหน้าที่ยื่นคําขอแทนตามมาตรา ๖ ฉ ไม่ต้องรับโทษ ในส่วนนี้เราก็ตัดทิ้งนะครับ เพราะว่าจะเป็นปัญหาในทางปฏิบัติสําหรับผู้ที่จะต้องทําบัตร ทีนี้ในประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือว่าทําไมเราถึงต้องกําหนดว่าจะต้องมีค่าปรับในกรณีการขอมีบัตรหรือเปลี่ยน บัตรใหม่ อันนี้เป็นข้อมูลนะครับว่า ในบางช่วง บางเวลา บางสถานการณ์นี้เราก็มีคนแห่ กันไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลโดยไม่มีความจําเป็น ไม่ใช่ว่าบัตรหาย แต่ว่าอยู่ ๆ ก็ อยากจะเปลี่ยนชื่อ อยากจะเปลี่ยนนามสกุลด้วยความเชื่อต่าง ๆ ซึ่งตัวเลขในปัจจุบันนี้ ขึ้นสูงมากเลยนะครับท่านประธาน หลายแสนคน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะเกิดปัญหาทาง งบประมาณของรัฐบาล จึงได้กําหนดไว้ว่าในกรณีอย่างนี้อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการทําบัตร ส่วนที่ท่านสมาชิกซักถามว่าอายุ ๑ ขวบแล้วต้องไปทําบัตรนี้จะเป็นการสร้างภาระกับเขา หรือไม่ เพราะฉะนั้นตอบประเด็นแรกก็คือว่าไม่เป็นการสร้างภาระ แต่ในขณะเดียวกัน เราส่งเสริมให้ผู้ปกครองและเด็กได้รับการดูแลอย่างเข้าถึงข้อมูล ถ้าผู้ปกครองของเด็กคนใด สนใจพาเด็กไปทําบัตร สิทธิประโยชน์ก็จะเกิดกับตัวเด็กเอง และตัวผู้ปกครองเอง เพราะเวลาที่เด็กไปเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลต่าง ๆ แน่นอนครับ ข้อมูลในการ รักษาพยาบาลที่ทางโรงพยาบาลทําให้กับเด็กก็จะเก็บอยู่ในฐานข้อมูลของโรงพยาบาล ซึ่งจะปรากฏชัดครับว่าเด็กคนนี้ฉีดวัคซีนเมื่อไร ฉีดวัคซีนอะไร เด็กคนนี้รักษาพยาบาล ด้วยโรคอะไรบ้าง เด็กคนนี้แพ้โรค แพ้อะไรต่าง ๆ จะมีข้อมูลเก็บไว้ การที่เด็กมีบัตร บัตรซึ่งก็หมายถึงประตูเชื่อมที่จะเข้าสู่ฐานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข วันใดวันหนึ่ง ถ้าเราไม่มีบัตร ผู้ปกครองบางทีจําไม่ได้ครับว่าเด็กไปรักษาพยาบาลอะไรมาบ้างแล้ว วันนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยชี้แจงครับว่าเป็นปัญหาอย่างหนึ่งสําหรับเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทย เด็กไปฉีดวัคซีนซ้ําซ้อน เกิดใหม่ก็ไปฉีดวัคซีน พอโตขึ้นมาหน่อย ๒ ขวบ ๓ ขวบ จําไม่ได้ว่า เคยฉีดให้หรือยังก็ไปฉีดซ้ําซ้อนอีก ซึ่งในอนาคตเราก็ไม่ทราบว่าจะเกิดปัญหาทางสุขภาพ หรือไม่ เพราะฉะนั้นอันนี้คือผลประโยชน์สําหรับผู้ที่ต้องการมีบัตร แล้วเขาจะได้ ผลประโยชน์ในส่วนนี้ทันทีกับตัวเขาเองว่าจะได้มีข้อมูลที่จัดเก็บไว้ สามารถที่จะตรวจสอบได้ ตลอดเวลาว่าเด็กคนนี้มีปัญหา มีการรักษาพยาบาลเป็นมาอย่างไรในเวลาที่มีความจําเป็น ก็สามารถที่จะใช้บัตรตัวนี้เข้าถึงข้อมูลของกระทรวงต่าง ๆ ได้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยที่เราไม่ได้ผลักภาระให้กับผู้ปกครองหรือเด็ก เลยนะครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการจะเพิ่มเติม เชิญครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองประธานคณะกรรมาธิการค่ะ อยากจะพูดให้ชัดเจนอีก นิดหนึ่งเพื่อความสบายใจ จริง ๆ กรรมาธิการทุกท่านรวมทั้งผู้สงวนคําแปรญัตติ ก็เช่นเดียวกัน เราคิดเหมือนกันว่าเราไม่อยากสร้างความเดือดร้อนหรือสร้างภาระให้กับ ผู้ปกครอง เพราะฉะนั้นกฎหมายเดิมทีเดียวว่าบังคับให้ทํา แต่เราเปลี่ยนมาเป็นว่าให้สิทธิ ที่จะมาทําเมื่อไรก็ได้ ไม่มาทําก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่มาทําก็เพียงแต่ว่าก็ไม่ได้รับผลประโยชน์จาก บัตรนี้ ไม่มีการปรับ อันนี้ถือว่าเป็นสิทธิเราเข้าใจนะคะว่าเราไม่อยากเพิ่มภาระให้กับ ผู้ปกครองหรือให้กับเด็ก ถือลําบากแล้วก็หายอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็ถือว่าเป็นการให้สิทธิกับ ประชาชนทุกคนที่ดิฉันพูดไว้ตอนแรกว่าถ้าทําเร็วเท่าไรก็จะได้ใช้ประโยชน์จากบัตรใบนี้ ที่ได้ พัฒนามาถึงขณะนี้แล้วก็น่าจะเป็นประโยชน์กับทุก ๆ ท่าน ท่านจะใช้สิทธิของท่านหรือไม่ ก็ได้นะคะ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิพนธ์ เดี๋ยวท่านชัยวัฒน์ต่อนะครับ เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี ขอบคุณท่านประธานครับ เพราะว่าเป็นประเด็นต่อเนื่องจริง ๆ นี่ละครับ ที่ผมได้ถามเอาไว้ เพราะว่าวันนี้ถ้าไม่ถามเท่ากับว่าผมไม่รับผิดชอบ เพราะว่าเรากําลัง ทําลายหลักการของการออกกฎหมายที่ไม่มีสภาพบังคับ เจตนารมณ์ออกกฎหมายเดิมนี่ ใครไม่มีบัตรประชาชนมันผิด พ.ร.บ. บัตรประชาชน ตอนนี้เรากําลังบอกว่าเอาบัตรประชาชน ว่าใครมีบัตรก็ได้ ไม่มีบัตรก็ได้ สิ่งนี้ละครับมันจะทําให้เกิดโกลาหลขึ้น ผมไม่อยากพาลูกไป ทําบัตรประชาชนผมก็ไม่มีสภาพบังคับ แล้วทีนี้ข้อมูลที่ท่านบอกว่าเด็กนักเรียนต้องมีบัตร ไปโรงเรียนใช้บัตรนี้ได้ คนหนึ่งมีบัตรประชาชน คนหนึ่งไม่ทําบัตร โรงเรียนไม่โกลาหลหรือครับ ทีนี้ว่าโรงเรียนจะออกระเบียบทําบัตรไหม ไม่ต้องทําค่าใช้จ่ายขึ้น ๒ เท่าหรือครับว่า พวกที่มีบัตรประชาชนก็เข้าสแกน (Scan) บัตรได้ พวกที่พ่อแม่ยังไม่ไปทําบัตร เพราะพ่อแม่ บอกว่าไม่มีสภาพบังคับ พวกนี้ไม่ต้องมีบัตรก็ไปทําบัตรนักเรียน โรงเรียนไม่ต้องมี ๒ ระบบ หรือครับทีนี้ เพราะว่าต้องจัดระบบหนึ่งเพื่อรองรับอีก อันนี้ไม่เกิดประโยชน์ นี่คือการทําลาย ระบบสภาพบังคับตามกฎหมายเลยครับ ท่านกําลังให้ได้ชื่อว่าเป็นประเทศแรกในโลกที่มีบัตร ทําให้คนตั้งแต่อายุ ๑ ขวบทําบัตรประชาชนได้ เป็นสถิติที่ท่านภูมิใจ แต่ท่านกําลังทําลาย หลักฐานการออกกฎหมายซึ่งไม่มีสภาพบังคับ ถ้าอย่างนั้นท่านบอกว่ากฎหมาย บัตรประชาชนต่อไปนี้สภาพบังคับท่านจะเริ่มตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี ทําไมท่านไม่เอา ๑๕ ปี ละครับ ท่านออกกฎหมายบอกว่าเด็ก ๑ ขวบไม่มาทําบัตรก็ไม่มีความผิด ไม่มีสภาพบังคับ ใครมาทําก็ได้ไม่มาทําก็ได้ นี่แหละครับคือการทําลายหลักของการออกกฎหมายที่ไม่มีสภาพ บังคับ ความโกลาหลเกิดขึ้นไหมครับช่วงนี้ ถ้าสมมุติว่าคนส่วนใหญ่เขาบอกว่าเขาไม่เอาใจใส่ หรอก คนเป็นแม่ใครเอาลูกมาฉีดวัคซีน เขาก็จําได้ว่าฉีดวัคซีนป้องกันโปลิโอแล้ว ป้องกัน ไข้หวัดใหญ่แล้ว ป้องกันโน่นป้องกันนี่แล้ว แม่รักลูกอยู่แล้วว่าลูกไปฉีดอะไรแล้ว แม่ก็จํา อะไรอยู่แล้ว แต่ว่าวันนี้เราต้องการให้เข้าระบบผมไม่ว่า แต่ว่าท่านกําลังทําลายหลักเกณฑ์ อันนี้ ที่ผมพูดไว้เพราะผมรู้ว่าเดี๋ยวถึงมาตรา ๑๑ แล้วต้องพูดเรื่องนี้ ในฐานะกรรมาธิการ ต้องรับผิดชอบว่าออกกฎหมายวันนี้เรากําลังทําลายหลักการออกกฎหมายที่ต้องมีสภาพ บังคับ และวันนี้เราบอกว่าเด็ก ๑ ขวบไม่มาทําบัตรประชาชน คนที่อายุ ๑ ขวบ แล้วต่อไปนี้ เขาบอกว่าเขา ๑ ขวบไม่มา เขาค่อยมาต่ออายุ ๑๕ ปีค่อยมาทําบัตรประชาชนทีเดียว ไม่ต้องไปอําเภอหลายครั้ง อําเภอเราอาจจะบอกว่าไม่รู้สึกสําหรับคนที่อยู่ใกล้กับที่ว่าการ อําเภอ แต่คนที่เขาอยู่บนเขา อยู่บนดอย เขามายาก มาลําบาก ต้องเอาลูกลงมาจากเขา มาจากดอย มาจากในชนบท มาอําเภอนี่แล้วจะทําอย่างไรครับถ้าเราจะอธิบายอย่างนั้น ท่านต้องตอบหลักการนี้เสียก่อนเพราะว่าเดี๋ยวถึงมาตรา ๑๑ เมื่อท่านกรรมาธิการพูดขึ้นมา ก่อนผมก็ต้องพูดโยงมาตรา ๑๑ ผมไม่เห็นด้วยในการออกกฎหมายที่ไม่มีสภาพบังคับอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นทําไมเราติดใจอะไรหนักหนากับ ๑ ขวบ ทําไมไม่เอา ๑๕ ปีเหมือนเดิม แล้วบอก ว่าส่วนคนอายุนอกจากนี้นั้นใครจะทําก็ได้ไม่ทําก็ได้ ทําไมต้องไปออกกฎหมายว่า ๑ ขวบ ต้องมีบัตรประชาชน ท่านชี้แจงประเด็นนี้ก่อนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวค่อยชี้แจงทีเดียวนะครับ เชิญท่านชัยวัฒน์

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ความจริงแล้วต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ถึงบรรยากาศในการประชุมด้วย กระผมขออนุญาตนะครับ จริง ๆ แล้วบรรยากาศ ในการประชุมในห้องกรรมาธิการก็ต้องบอกว่าส่วนใหญ่พวกเราค่อนข้างจะเห็นกับเสียง กรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ว่าผลออกมาก็คือว่าพวกเราก็ต้องมาทําหน้าที่ในฐานะที่เป็น ผู้ขอแปรญัตติ ดังที่ท่านประธานได้เห็นว่าพวกเราได้แสดงทัศนะและเหตุผลต่าง ๆ ประกอบ ในการที่ขอแปรญัตติ ต้องขออนุญาตอย่างนี้ครับ คือการที่บอกว่าให้ไปทําบัตรได้โดยที่ เมื่อครบอายุหรือจะไม่ทําก็ได้แล้วไม่มีความผิดนั่นก็คือ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ก็ได้กล่าว ไปแล้ว ท่านประธานครับ มันจะไม่มีสภาพของการบังคับ ท้ายที่สุดประเทศไทยเราก็คือ จะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งคือไม่มีบัตรประชาชน แล้วก็จะเป็นผู้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ผิด กฎหมายใด ๆ เลยท่านจะเอาอะไรไปบังคับเขาว่าเขานั้นเป็นผู้กระทําผิด เพราะสภาพของ การกระทําผิดนั้นเราบอกเราไม่มีความผิดแล้ว ไม่มีทั้งโทษปรับ โทษจํา ไม่มีการลงโทษ ไม่มี ระยะเวลาว่าเมื่อไรควรมาทํา เพราะว่าระยะเวลาของการทําเราบอกไว้แล้ว ที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากบอกว่าภายใน ๑ ปี แรกเกิดถึง ๑ ปี นั่นคือระยะเวลาของการบังคับให้ทํา แต่ได้เปิดไว้ว่าแม้ไม่ทําก็ไม่เป็นความผิด ท้ายที่สุดก็คือเปิดตลอดชีวิต ก็คือไม่มีสภาพ การบังคับของการมีบัตรประชาชน ท้ายที่สุดเราก็จะตรวจรับไม่ได้ว่าคนไหนคือคนไทยที่มี บัตรประชาชนหรือไม่ การตรวจสอบก็จะยากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันผมคิดว่าในอนาคต อาจจะมีการสวมสิทธิ สวมบัตรมากขึ้นสําหรับผู้ที่จะใช้สิทธิของคนที่อยากจะมีบัตร เพราะว่า คนที่เขาไม่ถ่ายบัตรเราก็ไม่ทราบหน้าตา ท้ายที่สุดการสวมบัตร สวมสิทธิก็จะมากขึ้น เพราะว่าคนส่วนหนึ่งที่เขาขายสิทธิ ขายบัตรไป เขาไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้แล้วเขาก็ไม่ต้องถือบัตรเขาก็สามารถเป็นคนไทยอยู่ได้ เพราะว่า เกิดมาแล้วไม่จําเป็นต้องมีบัตรประชาชน สิ่งเหล่านี้คงต้องช่วยกันคิดแล้วครับท่านประธาน ว่าเราจะเอาทิศทางไหน อย่างไร ซึ่งปัญหาต่าง ๆ นั้นก็คงจะเกิดขึ้นในสังคมเราอย่างแน่นอน ในประเทศไทยเราอย่างแน่นอนในอนาคต เช่นเดียวกันครับท่านประธาน ทุกวันนี้ความ โกลาหลยังไม่พอใช่ไหมครับท่านประธาน การที่พี่น้องประชาชนไปถ่ายบัตรประชาชนตาม อําเภอต่าง ๆ ตามทะเบียนที่เรียกว่าทะเบียนราษฎรหรือทะเบียนบัตรนี่ยังไม่พอใช่ไหม ที่คน ต่างจังหวัดเขาเรียกว่าการถ่ายบัตรก็คือการไปทําบัตรประชาชน ก็คือการไปถ่ายบัตร พูดภาษาแบบชาวบ้าน ๆ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ การคิดก็คือว่า ในขณะนี้ความโกลาหลหรือคนที่มากทุกวันนี้ จนกระทั่งอําเภอแต่ละอําเภอหรือทะเบียน บ้าน สํานักงานทะเบียนราษฎรที่ไปถ่ายบัตรนี่รองรับไม่ค่อยไหว หรือบางทีรับไม่ค่อยได้ ในบางครั้ง เพราะอะไรครับท่านประธาน คนที่กฎหมายเราบังคับนี่ก็คือคนที่อายุ ๑๕ ปี ต้องไปถ่ายบัตร นั่นก็คือมีระยะเดียว ต่อไปนี้ไม่ใช่มีระยะเดียวนะท่านประธาน มี ๑๕ ระยะ เดิมคน ๑๕ ขวบแล้วไปถ่าย มีแค่คนจํานวนเดียวก็คือคนจํานวนที่อายุ ๑๕ ปี ต่อไปนี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น ๑๕ เท่าก็คือคนตั้งแต่ ๑ ขวบ ๒ ขวบ ไปจนกระทั่ง ๑๔ ขวบ อีกจํานวน ๑๔ แถว ๑๔ จํานวนของคนจํานวนอายุ ๑๕ ปีพกบัตรไปรวมกัน ท่านลองคิดดูครับ รวมทั้งหมด ๑๕ เท่าครับ คนมหาศาลนะครับ ในขณะเดียวกันยังไม่พอ ต้องไปบวกกับคนที่ บัตรครบจํานวนที่เกณฑ์ของการมาถ่ายก็คือบัตรหมดอายุมาถ่าย ในขณะเดียวกันก็รวมกับ คนบัตรหาย สิ่งเหล่านี้ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า สํานักงานทะเบียน สามารถรองรับได้หรือไม่ ผมไม่แน่ใจนะครับพี่น้องประชาชนของผมนี่จะวิ่งกันกี่เที่ยว ในขณะนี้บางบ้าน บางที่ก็วิ่งกัน ๒ เที่ยวแล้ว บางแห่งนี่วิ่ง ๒ รอบแล้ว บ้านผมเรียก ๒ รอบ ยังไม่ได้เลยบัตร ยังเป็นบัตรเหลืองบ้าง เป็นบัตรอะไรต่ออะไรอย่างที่คุณสุนทรีได้กล่าว ในอนาคตอาจจะเรียกว่ามาแล้วแบบประเภทขอถ่ายแล้วก็ไม่ได้อะไรกลับไปครับ แม้แต่ ใบเหลืองก็ยังไม่ได้ถ้าทําแบบนี้ คือวันหลังต้องมารอรับใบเหลืองใหม่ เพราะอะไร ใบเหลือง ก็ออกให้ไม่ได้ วันนี้มารับบัตรคิวก็แล้วกัน พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้คุณมีเวลาว่างแล้วก็มาถ่ายตาม ระยะแล้วกัน แล้วต่อไปพอถ่ายเสร็จเรียบร้อยก็ยังไม่ได้บัตร เอาบัตรเหลืองไปก่อน แล้ววัน รับค่อยมาเอาอีกที เราจะให้บ้านเมืองเราเป็นอย่างนั้นหรือ นี่คือสิ่งที่ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าผมได้บรรยายเพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกทั้งหลายและท่านประธาน และพี่น้องประชาชนได้รับทราบรับรู้ว่า นี่ถ้าเราออกกฎหมายอย่างนี้ แล้วผลมันจะออกมา เป็นอย่างนี้ ซึ่งผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ผมเองก็รับไม่ได้ครับในสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเองนั้นจึงได้ขออนุญาตแปรญัตติเอาไว้ ว่าคือถ้ารัฐ รัฐนี่ต้องดําเนินการให้ ถ้ารัฐไม่ดําเนินการให้ก็เป็นภาระพี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้ก็คงต้องบอกว่าโทษต่าง ๆ ก็จะตกกับลูกหลานคือเด็กเล็ก แล้วท่านเป็น สภาพบังคับบอก ๑ ปีด้วย แล้วท่านบอกว่าไม่เอา พอไม่เอาพอท้ายที่สุดก็คือไม่มีสภาพ ของการบังคับกฎหมาย ท้ายที่สุดก็คือปัญหาเกิดแก่ประเทศชาติ สังคม ถ้าอย่างไรก็ตามแต่ ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า โดยการแปรญัตตินั้นก็เรียนต่อ ท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกว่าเราคงต้องมีสภาพการบังคับ แต่ระยะของการบังคับนี่ เราควรเอาเท่าไร ที่ผมให้เหตุผลไว้ก็คือ ๗ ปี แรกเกิดรัฐต้องทําให้ แต่รัฐทําให้รัฐไม่สามารถ ทําได้ รัฐก็มีระบบของรัฐที่ท่านอธิบดีท่านผู้อํานวยการท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่บอกว่า รัฐก็จะ ไปออกเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานของท่านในการที่จะรองรับมา ในการที่จะบอกว่าขอขยายระยะเวลาของการทําบัตรออกไปเมื่อครบ ๑ ปีแล้วรัฐไม่สามารถ ทําได้ ก็ไม่เป็นไร รัฐก็ไม่มีความผิด เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีความผิด แต่ขอเป็น ๒ ปีอย่างนี้เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามแต่พี่น้องประชาชนก็อยู่ได้ ๗ ปี ลูกหลานอยู่ได้ ๗ ปี รูปร่างหน้าตา ก็เปลี่ยนไป วันนี้จะเอา ๑ ปี ผมไม่แน่ใจนะครับว่าบัตรนี้ถ่ายแล้วอยู่ได้สักกี่ปี เห็นบอกจะเอา สัก ๑๐ ปี หรือ ๑๑ ปี ๑๕ ปี ลูกหลานภายใน ๑ ปีก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ไปดูหน้าตาไม่ใช่คนเดิมครับ เพราะว่าเปลี่ยนไปครับรูปร่างหน้าตา เพราะฉะนั้น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าโดยที่ท่านอธิบายมากับพวกผมนั้น ผมขออนุญาต กราบเรียนครับว่าคงไม่เป็นดังที่กล่าวได้ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ครับว่า ผมอย่างไรก็ตามแต่ก็ขอยืนยันนะครับว่าระยะเวลารัฐต้องทําให้ ๑ ปีครับ แต่พี่น้อง ประชาชนจะทํามีระยะเวลา ๗ ปีครับ มิเช่นนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า เราก็ไม่มีสภาพของการบังคับ แล้วขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่าความโกลาหลของจํานวนพี่น้อง ประชาชนหรือลูกหลานที่จะไปถ่ายไปทําเยอะแยะมากมาย โดยสภาพอีกสภาพหนึ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนก็คือ ท่านประธานครับความจริงก็ใช้เวลามากพอสมควร แต่อยากจะให้ เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงถ้าไม่เปลี่ยนแปลงไม่แก้ไขปัญหามันจะเกิดมาก เพราะฉะนั้นจึงต้อง ขอเวลาท่านประธานนิดหนึ่ง เด็กเล็ก ๆ ที่ไปผมไม่แน่ใจว่าต้องไปพร้อมผู้ใหญ่นะครับ จํานวนที่ ๑๕ เท่าตัวที่จะเพิ่มขึ้นจากจํานวนที่มีอยู่คนที่ครบ ๑๕ ปีไปทําบัตรอยู่ในขณะนี้ แค่คนกลุ่มเดียวนะ ต่อไปจะเป็นคนกลุ่ม ๑ ขวบ ๒ ขวบ ๓ ขวบ ไปถึง ๑๔ ปีรวมทั้งคนที่ ครบอายุ ๑๕ ปีต้องถ่ายในปีปัจจุบันด้วย ต่อไปนี้ปีหน้า สมมุติว่าท่านจะทําปีหน้าปีนี้บัตร ออก ปีหน้านั้นก็คือปี ๒๕๕๕ ผู้ที่มีอายุครบปีหน้าก็คือปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ อายุครบ ๑๕ ปี เป็นผู้ที่จะเป็นคนกลุ่มที่ไปถ่ายบัตร รวมกับคนที่กลุ่มบัตรหมดอายุ กลุ่มบัตรหายอะไร ก็ตามแต่ จํานวนก็คือมากมายมหาศาลอยู่แล้ว แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือคนกลุ่มอายุ ๑ ขวบ ๒ ขวบ ๓ ขวบ ๔ ขวบ ไปถึง ๑๔ ขวบ จะไปเหมารวมอีก ท่านลองคิดดูว่าจํานวนมันจะ มากมายมหาศาลขนาดไหน แล้วโดยเฉพาะลูกหลานคนที่อายุ ๑ ขวบที่พ่อแม่ต้องอุ้มไป ให้นมไป เอาน้ําเอานมไป อะไรต่ออะไรไป ท่านลองคิดว่าคนจํานวนนั้นมันจะมากเท่ากับคน จํานวนอายุ ๑๕ ขวบที่บัตรครบอายุ เพราะปัจจุบันนี้ก็คนอายุ ๑๕ ขวบมีเท่าไรคนที่อายุ ๑ ขวบก็มีเท่านั้นที่เป็นลูกหลาน ท่านลองคิดดูว่าคิวมันจะยาวขนาดไหน แล้วคิดว่าลูกหลาน อายุ ๑ ขวบที่พ่อแม่ต้องอุ้มไปกระเตงไป อะไรต่ออะไรไปก็ตามแต่ ให้นมไปก็ตามแต่ต้องไป รอคิวรอบัตร ถ่ายแล้วจะทําได้อย่างไร มันทําไม่ได้อยู่แล้ว ท่านอย่าออกกฎหมายในสภาพ ของการบังคับ รัฐไม่พร้อมจะทํา แล้วท่านก็ทําไม่ได้ พี่น้องประชาชนก็เป็นภาระ ลูกหลาน ก็เด็กขนาดนั้นทําได้อย่างไร ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ถ้าจะทําให้นี่ หมายความว่าที่ผมบอกว่ารัฐต้องดําเนินการให้เลย หมายความว่าภายใน ๑ ปีท่านก็ไปทํามา เฉย ๆ เป็นเลขบัตร ๑๓ ตัวออกมาเฉย ๆ แล้วให้รู้ว่านั่นคือเด็ก แล้วเวลาจะเอาไปใช้ก็ไปกด เอาไปใส่เฉย ๆ ท่านยังไม่ต้องถ่ายรูป แต่ภายใน ๗ ปีถ้าเขาไม่ร้องขอท่านจะไปถ่ายรูปไปถ่าย อะไรหรือไปเพิ่มรูปที่โรงเรียนที่สถานศึกษาที่อะไรก็ตามแต่ไปทําในตอนนั้น ลูกหลานก็จะ ไม่มีปัญหา ผู้ปกครองก็จะไม่มีปัญหา ค่าใช้จ่ายก็ไม่มี นี่ท่านลองคิดดูต้องออกไปทํากัน วิ่งกันแล้ววิ่งกันอีก ผมไม่แน่ใจว่าต้องใช้เงินอีกเท่าไร เพราะฉะนั้นคนที่คลอดลูกใหม่ ๆ นะท่าน คนที่มีสตางค์ก็มีนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรุณาสรุปเลยครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

แต่คนที่ไม่มีเงิน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเขาไม่มีสตางค์จริง ๆ ท่านลองคิด ไหนจะต้องให้นม ไหนจะต้องเลี้ยงลูก ไหนต้องเอาลูกไปอีก อย่าทําเลยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ ชี้แจงอยู่นะครับ เชิญครับ ท่านไพจิตประเด็นเดียวกัน หรือเปล่าครับ เดี๋ยวฟังท่านไพจิตแล้วเดี๋ยวชี้แจงทีเดียวนะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ความจริงก็ยังอยู่ในเรื่องของอายุนะครับ ท่านประธาน อายุที่กฎหมายบัตรประชาชนต้องมีบัตรเดิม ๑๕ ปีก็เป็นประโยชน์แล้วนะครับ แต่เมื่อกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองจะแก้ให้มันก้าวหน้าขึ้น บอกว่าเอาแต่เกิดเลย แต่ว่าไม่บังคับนะครับคราวนี้ ตามความสมัครใจไปเรื่อย ๆ หลักการอันนี้ผมยังเห็นตามท่าน นิพนธ์ บุญญามณี ที่บอกว่าการบังคับต้องมีบัตรประชาชนในเวลาที่เหมาะสมควรมี มันยัง เป็นหลักการที่ควรที่จะกําหนดไว้ ถ้าไปเขียนบอกว่าเอาตามความสมัครใจตั้งแต่แรกเกิด ไปเรื่อย ๆ ก็แปลว่าที่ผมบอกว่า เมื่อหลักการบอกว่าควรที่จะต้องมีก็เอาสัก ๑๐ ปี ไม่อยาก ก้าวหน้า ลดลงมาก็เด็กอยู่ประมาณสัก ป. ๓ ป. ๔ ภูมิต้านโรคก็พอมีแล้วนะครับ ถ้า ๑๕ ปี ก็อยู่ชั้นมัธยม ม. ๕ ม. ๖ ครับท่านประธาน แต่ว่าไม่อยากลดลงมา แท้จริงแล้วผมยังไม่เชื่อ นะครับว่ากรมการปกครองจะนําบริการมาตรฐาน ความจริงความคิดนี้ทําตั้งแต่สมัย ท่านทักษิณ เริ่มจากทําประเทศไทยให้ไปสู่สังคมโลกที่แข่งขัน แต่วันนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไป ครับท่านประธานครับ แต่ว่ากรมการปกครองก็เดินไปเรื่อย ๆ แล้วก็พอถึงเวลาก็บอกว่า เราต้องเอาแบบนี้แล้ว ผมยังเห็นว่าบางเรื่องมันควรที่จะต้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ที่มันเหมาะสมกับสังคมเรา เราก็ไม่ล้าหลังใครนะครับ เราก็ยังนําอยู่แนวหน้าอยู่ ที่จะนํา บริการต่าง ๆ เรื่องข้อมูลบัตร ฝ่ายข้าราชการก็บอกว่าทํามาก็จะเอาชิป เอาข้อมูลจากนี้ ทั้งหมด คิดหรือเปล่าว่าคนเขาเดือดร้อน ฝ่ายที่จะได้ประโยชน์ที่จะจัดระบบอะไรทั้งหลาย ก็ต้องการเครื่องไม้เครื่องมืออยากจะทําให้สบาย ๆ นะครับ แต่ว่าความเดือดร้อนพวกเรา ต้องรับผิดชอบกันทั้งหมดนะครับ ส.ส. นี่ ท่านประธาน ท่านรองประธาน คุณหญิง อาจจะ ไม่เดือดร้อนมาก เพราะอยู่กรุงเทพฯ ท่านเป็น ส.ส. แบบสัดส่วน แต่พวกผู้แทนเขตอย่างผม กลับไปบ้านนะครับ ไปประชุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน บอกเขาว่าคุณจะต้องเอาลูกเอาหลานตั้งแต่ เกิดไปนะครับ จากนี้ไป เขาเอาตายละครับ ผู้ใหญ่บ้าน กํานันนี่งานการเขาก็เยอะอยู่แล้ว ลําพังยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมืองเขาก็จะปวดหัวตายอยู่แล้ว นี่นายอําเภอนั่งอยู่นี่บอกกับผม นะครับ ชวลิต วิชยสุทธิ์ บอกว่านี่กฎหมายมันเป็นแบบนี้ แล้วบอกว่าเอาไปทําที่โรงพยาบาล ได้ไหมล่ะ เกิดแล้ว คนจะทําบัตรให้ ไม่ได้ ฝ่ายที่ทําเขาก็บอกว่าที่ทําใบเกิดให้ก็อนุเคราะห์แล้ว นะครับ แบบว่ามาครั้งเดียวแล้วจบเลย มันทําไม่ได้ครับท่านประธาน ต้องพาอุ้มลูกจูงหลานไป ที่ว่าการอําเภอ แน่นอนหลายอําเภอยังโกโรโกโสอยู่ ที่ว่าการอําเภอยังต้องสร้างกันอยู่ปีละ เท่านั้นแห่งเท่านี้แห่ง ห้องหับเดือดร้อนกันไปหมด ผมคิดว่าชีวิตการเป็นผู้แทนราษฎร อย่าออกกฎหมายในฐานะที่จะเป็นปัญหาของประชาชน ออกแล้วก็จะมีการเลิก เพราะฉะนั้นอะไรที่พอทําได้ทําเถอะครับผมอยากขอร้อง เมื่อกี้ไปพบท่านประธานวิป รัฐบาลมา ปกติผมไม่จําเป็นผมจะไม่ไปหา แต่ว่าก็ไปแล้วบอกว่าผมขอเจรจา ด้วยว่าจะเอาอายุสักเท่าไรแล้วก็หลักการแบบนี้น่าพอไปได้ เพราะในชั้นการพิจารณา ตัวท่านรัฐมนตรีบุญจงที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการเป็นเจ้าของงานนี้ก็มาชี้แจงบอกว่า ไม่ขัดข้อง ก็ไปพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการนะครับ ก็พากันไล่เรียงกันอยู่ ด้วยความ เป็นห่วงนะครับ ถ้ามันเป็นปัญหาแล้วเราจะเดือดร้อนกันหมด แล้วเขาก็จะบอกว่าสภาเรา ไม่เข้าใจจิตวิญญาณชีวิตของคุณพ่อ คุณแม่ เพราะฉะนั้นเอาขนาดที่มันพอไปได้ ไม่ต้อง ไปเอาเหรียญทองหรอกครับท่านผู้อํานายการสํานัก ท่านได้เป็นอยู่แล้ว ผู้ว่านี่ได้เป็นอยู่แล้ว ท่านทําขนาดนี้ก็ไปได้แล้วละ แต่ว่าเมื่อมาเข้าสู่พวกผมที่สัมพันธ์กับประชาชน เมื่อกี้ ไปนั่งข้ามฝั่งไปคุยกับท่านนิพนธ์กับคณะแล้ว เขาก็บอกว่าความจริงท่านอยู่พรรคเดียวกันกับ ท่านประธานวิปรัฐบาล ก็บอกให้ผมไปเจรจาผมก็ไปแล้ว ท่านก็เห็นปัญหาบอกว่าถ้าทํา โรงพยาบาลไม่ได้แล้วมันจะเดือดร้อน ก็พอสมควรถอยก็ต้องพิจารณากันนะครับ เราทํากัน อยู่เท่านี้ผมถือว่าผมได้กราบขอให้อย่าออกให้พี่น้องเดือดร้อนนะครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการครับ ท่านสมบูรณ์มีประเด็นอีกหรือครับ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่ได้รับฟังการชี้แจงของกรรมาธิการหลายท่านแล้วก็ฟัง จากเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ผมเชื่อว่ารัฐบาลแล้วก็กระทรวงมหาดไทยมีเจตนาดีครับที่เรา จะตามให้ทันกับเทคโนโลยี และทันโลก บัตรประชาชนเดิมใบเดียวไว้ไปใช้บริการสาธารณะ อาจจะไม่คุ้มค่า พี่น้องประชาชนจะต้องพกกันหลายบัตร ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ ขณะนี้ผมมีบัตรเช่นใบขับขี่ บัตรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เยอะแยะไปหมด วันนี้ผมเชื่อว่า กระทรวงมหาดไทยและทางรัฐบาลก็มีความต้องการว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหมด ต่อไปนี้เราใช้บัตรเดียวเถอะ ไปโรงพยาบาลก็ใช้สักบัตรหนึ่ง นี่คือความก้าวหน้าที่ท่านกําลัง ทําครับ แต่ท่านทํา ณ จุดนี้ให้ดีครับ ก็คือคนที่อยู่ในกฎหมายที่ทําบัตรประชาชนตั้งแต่อายุ ๑๕ ปีเป็นต้นไปต่อไปนี้ทุกคนมีบัตรสมาร์ทการ์ดใบเดียวใช้ได้ทุกอย่าง เดินไปทางซ้ายก็ได้ เดินไปทางขวาก็ได้ เข้าซอยนี้ก็ได้ แต่ว่าท่านไปเพิ่มก็คือท่านไปเพิ่มว่าเราทําตั้งแต่ ๑ ขวบ เลยดีไหม ท่านสร้างภาระครับ และผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการทุกท่านมีความคิดเหมือนกัน ว่าขณะนี้เรากําลังก้าวไปข้างหน้า เรากําลังทําให้ประเทศชาติเจริญ แล้วกฎหมายของเรา ก็สอดคล้องกับเทคโนโลยี ผมเชื่อว่าท่านเห็นด้วยกับผมก็คือใส่ข้อมูลเข้าไปในบัตร คอมพิวเตอร์ให้เหลือใบเดียว ให้เหลือบัตรใบเดียว แต่ว่าท่านเริ่มใช้กฎหมายก็คือใช้กฎหมาย บัตรประชาชน ปี ๒๕๒๖ ก่อนครับ ท่านกรรมาธิการครับ ก็คือบังคับตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี เหมือนเดิม แต่ว่าข้อมูลบัตรต่อไปนี้จะเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดคือประเทศไทยบัตรใบเดียว ใช้ได้ทุกอย่างแต่ขอใช้ ๑๕ ปีเถอะครับ ท่านนิพนธ์อาจจะบอกว่าใช้ตั้งแต่ ๗ ขวบ หลายท่าน อาจจะบอก ๗ ขวบ ผมอาจจะบอกว่า ๑๐ ขวบ มันอาจจะหลากหลายแล้วแต่คนคิด ผมคิดว่า เด็กจบมัธยมต้นหลายท่านอาจจะบอกว่าเข้าประถมก็เริ่มทําได้ แต่ท่านทํา ๑๕ ปี เหมือนเดิมเถอะครับ ในสภาผมเชื่อว่าทุกคนก็เห็นด้วยเราทําบัตรให้มันดีขึ้นแล้วหลังจากนั้น เราค่อยว่าเมื่อเทคโนโลยีเราพร้อมแล้ว ต่อไปเราค่อยทําตั้งแต่เด็กตัวเล็ก ๆ ผมเชื่อว่าพี่น้อง ประชาชน ก็เห็นด้วยกับท่าน เราร่วมมือกันท่านกรรมาธิการก็อาจจะกลับไปใช้ว่าเริ่มทํา บัตรประชาชนที่เป็นบัตรสมาร์ทการ์ดตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี ผมขอเสนอแนะเป็นทางออกครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับท่านกรรมาธิการ

นายพิภพ ดําทองสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียวครับ ผมขออนุญาตในประเด็นเรื่องว่ามีสภาพบังคับหรือไม่ นะครับ ในการประชุมของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีความเห็นว่าได้เห็นประโยชน์ ของบัตรว่าบัตรสมาร์ทการ์ดก็น่าจะเป็นประโยชน์มาก เพราะฉะนั้นก็คงไม่ต้องบังคับให้มา ทําบัตร เนื่องจากเห็นว่าถ้ามีการทําแล้วคนที่ทําบัตรไปแล้วได้เอาบัตรไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะมีการทําตามกัน ก็คงไม่จําเป็นจะต้องบังคับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของสภาพบังคับ จึงขออนุญาตกราบเรียนว่าตามมติของเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการก็เลยตัดออกไป ในเรื่องของการที่จะบังคับเด็กตั้งแต่อายุ ๑ ขวบให้มาทําบัตร ให้เป็นความสมัครใจที่จะเลือก ให้มาทําก็ได้หรือไม่มาทําก็ได้ ถ้ามีความพร้อมหรือมีความจําเป็น หรือเห็นประโยชน์ของบัตร ก็มาทํา ซึ่งเราเชื่อว่าถ้าเปิดทําในลักษณะเช่นนี้ไประยะหนึ่งเด็กส่วนใหญ่จะมาขอทําแน่นอน เพราะว่าเรามั่นใจว่าบัตรนั้นจะได้ประโยชน์ครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ท่านรองประธาน เชิญครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมว่าเราก็คง ได้อธิบายถึงหลักการและเหตุผลทุก ๆ อย่าง ดิฉันอยากจะสรุปอย่างนี้คะว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นคล้าย ๆ เป็นกฎหมายส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่การได้รับประโยชน์จากการเป็น ประชาชนแล้วก็ใช้บัตรนี้ให้เกิดประโยชน์กับส่วนตัวอย่างที่ท่านผู้อํานวยการพูดว่าเมื่อเริ่มมี คนมาใช้แล้วก็ได้ประโยชน์คนอื่นก็จะตามมา เพราะฉะนั้นจึงมองเป็นว่าคล้าย ๆ เป็น กฎหมายส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้เทคโนโลยีนี้ให้เกิดประโยชน์กับทุก ๆ คนโดยไม่บังคับ ท่านมีสิทธิที่จะใช้สิทธิของท่านเมื่อไรก็ได้ สภาพบังคับคงจะเกิดขึ้นเมื่ออายุ ๑๕ ปีเหมือนเดิม แต่เอื้อให้กับ ๑ ถึง ๑๔-๑๕ ปี สามารถที่จะเข้าถึงบริการที่รัฐจะให้ได้หรือเอกชนก็ตาม เราก็ ได้อธิบายทุกประเด็นแล้ว ก็แล้วแต่ที่ประชุมที่สภานี้จะตัดสินใจอย่างไรค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็นอันว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยืนยันตามร่างที่เสนอมา ซึ่งก็เป็นร่างเดิมไม่ได้มีการ แก้ไข ไม่ชี้แจงแล้วกระมังครับ ผมยืนยันแล้ว เดี๋ยวก็จะได้โหวตเลย ถ้าท่านผู้แปรญัตติ ผู้สงวนความเห็นเขาติดใจ ท่านผู้สงวนความเห็นท่านผู้แปรญัตติติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผม ไม่โหวต ท่านชัยวัฒน์ติดใจนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมคงต้อง ติดใจครับ ถ้าไม่ติดใจ ผมฟังคําชี้แจงในกรรมาธิการเยอะกว่านี้อีกครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าติดใจเดี๋ยวจะโหวตแล้วครับ ไม่ต้องอภิปรายแล้ว

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ไม่ต้องอภิปรายต่อแล้วครับ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งครับทางกรรมาธิการเสียงข้างมากยังไม่ได้ชี้แจง ความโกลาหลที่จะ เกิดขึ้น จํานวนคนที่จะไปถ่ายบัตรเพิ่มขึ้นนับเป็นเงาตามตัว ๑๔-๑๕ เท่า ท่านจะทําอย่างไร ความโกลาหลอย่างนี้มันจะเกิดขึ้นในประเทศเรา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับกรรมาธิการโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองประธานท่านได้ยืนยัน ผมก็จะขอมติ จากที่ประชุม เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ ในมาตรา ๓ กรรมาธิการเสียง ข้างมากยืนยันตามร่างที่เสนอเข้ามา ท่านสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวน ความเห็น ท่านสมาชิกบางท่านก็สงวนคําแปรญัตติ ฉะนั้นจําเป็นจะต้องถามมติที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรของเรานะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ ประธานก็ได้ส่งสัญญาณไฟแจ้งเตือนการลงมติ ไปตามห้องประชุมกรรมาธิการต่าง ๆ แล้วนะครับ ขอเชิญท่านที่ประชุมกรรมาธิการตาม ห้องประชุมต่าง ๆ ได้เข้ามาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ท่านสมาชิกที่อยู่ ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุททราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ในมาตรา ๓ ท่านสมบูรณ์มีอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่รอสมาชิก ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานครับ เนื่องจากมาตรา ๖ ผมแปรญัตติไว้ด้วยท่านหนึ่ง แต่หลังจากที่ได้ฟังจากท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงว่าในการทํา บัตรประชาชนนั้นสภาพบังคับก็คือ ๑๕ ปี และขณะนี้พี่น้องประชาชนชาวไทยก็คือสามารถ ใช้สิทธิในการทําบัตรประชาชนตั้งแต่ ๑ ขวบ ซึ่งเข้าถึงสิทธิในการบริการของประเทศชาติ นะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ติดใจครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้สงวนความเห็น ผู้สงวนคําแปรญัตติอยู่ ๗ ท่านนะครับ มี ๑ ท่านไม่ติดใจ แต่ท่านอื่นก็ยังติดใจก็จําเป็นต้องถามมตินะครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมได้กดบัตรแสดงตน แล้วนะครับ พร้อมแล้วนะครับ ทุกท่านแสดงตนครบถ้วนนะครับ ขอผลครับ มีสมาชิกอยู่ใน ห้องประชุม ๒๖๗ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมถามมติที่ประชุม ท่านสมาชิกท่านใดเห็นสมควรตามร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยก็แปลว่า ท่านเห็นด้วยกับผู้สงวนความเห็น ผู้สงวนคําแปรญัตติ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงมติครบทุกท่านนะครับ ขอผลครับ ก็มีจํานวนสมาชิกในห้องประชุม ๓๗๙ ท่าน เห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๓๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๒ ท่าน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ

มาตราต่อไป เชิญท่านเลขาธิการ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๖ เบญจ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ เพิ่มความเป็นมาตรา ๖ ฉ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านผุสดีครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอสงวน ความเห็นไว้ซึ่งความเห็นที่สงวนไว้นั้นต้องไปสอดคล้องกับสิ่งที่แก้ไข ในเมื่อกี้นี้มาตรา ๓ ไม่ได้มีการแก้ไข ตรงนี้ก็ไม่ติดใจแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้สงวนความเห็นไม่ติดใจนะครับ เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ผมยืนยัน หลักการในการที่จะกําหนดว่าการทําบัตรประชาชนต้องมีการยื่นคําขอ ซึ่งผมขอให้เป็น การจัด ให้รัฐเป็นผู้จัดดําเนินการเพื่อให้มีบัตรประชาชน ตามที่จะนําบริการทั้งหลายไปสู่ พี่น้องประชาชน ตามที่เมื่อจะให้มันครอบคลุมไปทุกหนแห่งแล้วก็ไม่อยากให้เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นถ้อยคําที่บอกว่าขอให้จัดทําบัตรโดยการที่ไม่ต้องเป็นภาระของพี่น้องประชาชน ที่จะต้องเป็นผู้ยื่นคําขอมีบัตร รายละเอียดทั้งหมดทั้งมวล ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้น ก็แปลว่า ถ้าหากจะต้องให้ทํากัน ขยายอายุกัน แม้นทําโดยสมัครใจ แต่ภาระการไปทําบัตรประชาชน ต่าง ๆ แม้จะมีการลดค่าคําขอ ลดค่าปรับ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แต่ผมก็ยังคิดว่าถึงเวลาที่ รัฐจะต้องนําบริการทั้งหมดทั้งมวลนะครับที่จะอํานวยการในเรื่องของบัตรประชาชนให้กับ ประชาชนคนยากคนจนโดยเท่าเทียม ซึ่งก็ไม่ได้เป็นภาระมากมายในเรื่องของงบประมาณ แต่ว่าถ้าเขียนว่า ต้องดําเนินการ เขาจะต้องจัดเรื่องคน เรื่องการบริการต่าง ๆ ให้เกิด ความสะดวก ไม่ให้เกิดปัญหาต่อประชาชน การที่จะอํานวยการในเรื่องเหล่านี้จะอยู่ที่ ความพร้อมในการเตรียมในการทํางานทั้งหมดของกรมการปกครอง ซึ่งต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมต้องการคําอธิบายชัดว่าวันนี้ที่ไปทําบัตรอยู่นี่ บัตรเหลืองมันยุ่ยแล้วยุ่ยอีก นะครับ นี่ท่านแก้ปัญหาได้หรือยัง บัตรเหลืองที่ท่านไปให้เขาถือเป็นใบกระดาษเอ ๔ (A4) อยู่นี่นะครับ เมื่อไรจะเลิก แล้วจะแก้ปัญหาได้เสร็จสิ้นเมื่อไร แล้วถ้าเอาตัวนี้ออกไป ผมขอให้เป็นการทําจัดบริการ มีการเตรียมการ มีการดําเนินการ อย่าให้เกิดความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนที่เขาประสงค์ที่อยากได้นะครับ แม้ไม่บังคับ แต่ว่าความพร้อมในเรื่องอะไรทั้งหลาย เรื่องคน เรื่องสถานที่ ต้องเหมาะสมนะครับ แล้วก็ เป็นประโยชน์จริง ๆ นะครับ ถึงได้ขอให้ใส่แก้ไขข้อความในมาตรานี้ไว้ดังที่กราบเรียน ท่านประธาน ท่านสมาชิก และขอคํายืนยันต่อสมาชิก จากเจ้าภาพคือกรมการปกครอง ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ชี้แจงยืนยันกับท่านนะครับจะได้ไม่ต้องลงมติ ประเด็นท่านไพจิต เชิญครับ

นายพิภพ ดําทองสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เนื่องจากหลักทั่วไปในการจัดทําบัตร หรือทําเอกสารของทางราชการที่จะทําให้กับพี่น้อง ประชาชน หลักทั่วไปไม่ใช่เฉพาะบัตรประจําตัวประชาชนเท่านั้น เอกสารต่าง ๆ ที่ทางรัฐ จะออกให้ โดยหลักก็คือจะต้องมายื่นคําขอและรัฐมีหน้าที่ต้องทําให้ ไม่ทําให้ไม่ได้เลยนะครับ ผิดเลยนะครับ ถ้าเขามายื่นคําขอภายในกําหนดระยะเวลาที่ถูกต้อง หลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง รัฐมีหน้าที่ต้องทํา แต่ถ้าเขียนว่า รัฐมีหน้าที่ต้องทําให้ เกรงปัญหาต่อไปในอนาคตว่า อาจจะนําไปสู่การฟ้องร้องรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ ในกรณีที่ไม่ไปติดต่อแต่ให้รัฐ ไปทําให้ อันนี้ก็เป็นข้อห่วงใยประการหนึ่ง บวกกับหลักทั่วไปที่ได้นํากราบเรียนมาแล้ว ในเบื้องต้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไพจิตไม่ติดใจแล้ว ผ่านนะครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖ เพิ่มความเป็นมาตรา ๗/๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้สงวนความเห็น เชิญครับ

นายประทีป กุละปาลานนท์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ประทีป กุละปาลานนท์ กรรมาธิการ ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการท่านหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเทคนิค คือมาช่วยในกรรมาธิการชุดนี้ ผมขออนุญาตเท้าความ ด้านเทคโนโลยีนิดหน่อยนะครับ เพราะว่ามันเป็นต้นเหตุของความสับสนในเรื่องของ สมาร์ทการ์ด ความเข้าใจเราโดยทั่วไปในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ผมเช็ก (Check) จากหลายท่าน นะครับว่าเข้าใจว่าสมาร์ทการ์ดที่เราจะนํามาใช้คือการบรรจุข้อมูลหลาย ๆ อย่างลงในการ์ด (Card) ใบนี้แล้วเราก็ไปให้ความสําคัญกับข้อมูลที่อยู่ในเมมโมรี่ (Memory) ที่อยู่ในชิปที่อยู่ ในการ์ด หลาย ๆ ท่านยังเข้าใจอย่างนั้นอยู่ ผมขอเรียนว่าไม่ใช่นะครับ การที่เรามีชิป มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเราไม่ได้มีเจตนาทั้งหมดที่จะเอาข้อมูลเก็บไว้ในการ์ดครับ ท่านประธาน แต่เรามีวิธีที่จะระบุตัวตนว่าคนที่ถือสมาร์ทการ์ดนั้นใช้ตัวเขาจริงหรือเปล่า เราใช้เทคโนโลยีทุกอย่างเท่าที่เรามีเพื่อจะระบุว่าคนที่ถือบัตรนั้นเป็นตัวตนจริงกับที่เขาถือ ตรงกับฐานข้อมูลที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ถ้าไม่ใช่วิธีนี้แล้วปัจจุบันนี้เราใช้อะไร ครับท่าน เราใช้บัตรพลาสติกธรรมดาซึ่งบางครั้งเราก็คิดว่าอันนั้นพอเพียงแล้วเราก็ถ่าย เอกสารถือเป็นตัวตนและลายเซ็นกํากับ เมื่อมีสมาร์ทการ์ดแล้วการที่จะระบุเป็นตัวตนนั้น จําเป็นจะต้องมีกระบวนการ เช่น เสียบการ์ดลงไป แล้วข้อมูลที่อยู่ในการ์ดนั้นส่งกลับไปที่ ฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ส่งรูปกลับมา ส่งข้อมูลกลับมา ส่งชื่อกลับมา แล้วยืนยัน โดยคนที่ตรวจสอบว่าใช่คนคนนั้นจริง เพราะฉะนั้นจะมีทั้งหมด ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งคือที่เป็น บัตร ส่วนหนึ่งที่เป็นเมมโมรี่ แล้วก็ส่วนหนึ่งที่เป็นฐานข้อมูล ผมเข้าถึงประเด็น ในมาตรา ๗/๑ มาตรา ๗/๑ ที่ผมขออนุญาตสงวนความเห็นไว้เพื่อชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ ในมาตรา ๗/๑ บัตร นอกจากจะมีรายการตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๗ แล้ว จะมีหน่วยความจําเพื่อบันทึกข้อมูลอื่นของผู้ถือบัตรด้วยก็ได้นะครับ แต่ข้อมูลที่บันทึกไว้ ในหน่วยความจําดังกล่าว และฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อันนี้ผมขออนุญาตไม่อ่านก่อน นะครับ ไว้ในหน่วยความจําดังกล่าว ต้องไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งมิใช่ เป็นผู้จัดทําหรือรวบรวมข้อมูลนั้นได้ เว้นแต่เป็นข้อมูลทั่วไปที่ปรากฏอยู่บนบัตร ตรงนี้ที่เป็น ปัญหานะครับ หรือเป็นการเปิดเผยต่อหน่วยงานที่มีความจําเป็นต้องทราบข้อมูลนั้นเท่าที่ จําเป็นเพื่อประโยชน์ของผู้ถือบัตร ประเด็นนี้หมายความว่าอย่างไรครับ ถ้ายังไม่มีการแก้ไข ตามที่สงวนไว้ก็คือว่า ข้อมูลใด ๆ ที่อยู่ในบัตรประชาชน จะสามารถ เนื่องจากว่าเราเข้าใจว่า อยู่ที่บัตรแล้วสามารถที่จะเปิดเผยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ผมหมายความว่า ถ้าร่างฉบับนี้ ออกไปแล้วผมเห็นหน้าใครสักคนหนึ่ง เอากล้องจับด้วยเทคโนโลยีนี้ผมสามารถที่จะเข้าไปดู ในฐานข้อมูล แล้วระบุได้ว่าเขาคือชื่ออะไร หรือถ้าผมทราบชื่อท่าน ที่เป็นใครก็แล้วแต่ นะครับ แล้วผมมีฐานข้อมูลซึ่งได้มาด้วยอะไรก็แล้วแต่นี่นะครับ ก็ผมได้มา ผมสามารถ ครอบครองได้เพราะกฎหมายบอกว่า สามารถที่จะเปิดเผยได้ ผมก็สามารถทราบที่อยู่ของ ท่าน ใบหน้าของคนคนนั้นได้ แต่ว่าสิ่งที่เราเข้าใจว่าการเปิดเผยข้อมูลบนหน้าบัตรนั้น เป็นสิ่งปลอดภัย เราเข้าใจผิด ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมาในลักษณะร่างของกรรมาธิการ เสียงข้างมากแล้ว ผมสามารถจะสร้างฐานข้อมูลในเว็บไซต์ (Web site) เช่นเป็นตัวอย่าง นะครับ ท่านเข้าไปดูในเว็บไซต์ผม เอาใส่ชื่อท่านลงไปก็จะบอกที่อยู่ท่านได้โดยไม่ผิด กฎหมายนะครับ หรือผมสามารถที่จะถ่ายรูปหน้าใครสักคนหนึ่งและสามารถใช้โปรแกรม (Program) ที่จะสแกนหน้า อ่านในฐานข้อมูล ดึงข้อมูลที่บ้านท่านอยู่นะครับ มีทุกอย่าง อยู่ในนั้นหมด หรือไปเดินหน้าบ้านใคร เห็นหน้าบ้านหลังนี้สวยท่าทางจะมีสตางค์ อยากรู้ว่า ใครอยู่ในบ้าน ผมสามารถที่จะดึงข้อมูลออกมาได้ว่ามีใครอยู่ในบ้าน ชื่ออะไร นามสกุลอะไร อายุเท่าไร วันเกิดวันไหน โดยไม่ผิดกฎหมายครับ อาจจะผิดกฎหมายอื่นในเรื่องของความ เป็นส่วนตัว แต่เมื่ออ้างอิงมาถึงมาตรานี้สามารถเปิดเผยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ผมจึงขอ สงวนไว้ในลักษณะนี้ว่าข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจําดังกล่าวในฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องนี่นะครับเป็นส่วนที่ ๓ ที่ผมได้เรียนไปแล้วว่า การที่เราควรจะป้องกันนั้น เราป้องกันตั้งแต่ข้อมูลที่อยู่บนหน้าบัตรแล้วก็ข้อมูลที่อยู่บนหน้าบัตรนั้น จริง ๆ แล้วข้อมูล ส่วนใหญ่ เช่น ข้อมูลสุขภาพอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ จะเป็นฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่อยู่ที่ กระทรวงมหาดไทย บางส่วนเป็นไอดี (ID) แล้วบางส่วนก็กระจายไปอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ ซึ่งสมควรที่จะได้รับการปกป้องตามกฎหมาย ส่วนข้อมูลที่ว่า ให้เว้นแต่เป็นข้อมูล ทั่วไปที่ปรากฏอยู่บนบัตรนั้น ผมได้สงวนและขอความเห็นให้ตัดข้อความนี้ออกไป ถ้าหากมี ข้อความ ในลักษณะเว้นแต่ข้อมูลทั่วไปที่ปรากฏอยู่บนบัตร ผลเสียก็จะเป็นไปอย่างที่ผม ได้อธิบาย แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าสมาชิกรัฐสภาของประเทศไทยยุคนี้ มีความเห็นทันสมัยว่ายอมที่จะเปิดเผยข้อมูลที่อยู่บนหน้าบัตรนี่นะครับ ผมก็คิดเป็นเรื่องที่ สามารถตัดสินใจได้ เพราะในทางคอมพิวเตอร์แล้วก็น่าสนใจ ถ้าเราสามารถจะได้ข้อมูล ที่เป็นเรื่องของชื่อคนที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องใช้และสามารถอ้างอิงไปยังที่อยู่ได้ อ้างอิง หน้าคนได้ แต่ก็ต้องขอให้ทุกท่านที่มีส่วนในการตัดสินใจครั้งนี้ได้ทราบถึงผลกระทบที่ตามมา นะครับ อันนี้คือความเห็นแล้วก็ในทางเทคนิคด้วย ซึ่งผมต้องเข้าใจว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะ ยังไม่เข้าใจในส่วนนี้ เรากําลังปกป้องหน้าบัตร เรากําลังปกป้องส่วนของชิปที่เป็นเมมโมรี่ ซึ่งมันเป็นแค่ไอดี เป็นกระบวนการในการตรวจสอบเท่านั้นเอง เสร็จแล้วเราก็พยายามที่จะ เปิดเผยข้อมูลบนหน้าบัตรให้มันถูกกฎหมาย เสร็จแล้วเราก็ยังไม่ได้ปกป้องข้อมูลหรือเป็นฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลหน้าบัตรและ ข้อมูลที่อยู่ในชิปอ้างอิงถึง ในส่วนนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นก่อน แล้วเดี๋ยวจะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกที่อยาก ซักถาม เพราะว่ามาตรานี้กรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ เชิญท่านผุสดีครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอ สงวนความเห็นในมาตรา ๗/๑ ตรงนี้ไว้ก็ด้วยเหตุผลประการแรกเลย ก็คล้าย ๆ กับที่ ท่านกรรมาธิการประทีปได้อธิบายไป ดิฉันขออนุญาตท่านประธานอธิบายซ้ําอีกครั้งหนึ่ง แล้วกันนะคะว่า เวลาที่เรามีตัวบัตรประชาชนซึ่งเราจะถือว่าต่อไปในอนาคตนั้นมีชิปความจํา แต่จริง ๆ แล้วมีชิปความจําก็จริงอยู่ แต่ความจําตรงนั้นมีเฉพาะความจําที่จะต้องไป เชื่อมกับรายละเอียด ยกตัวอย่างเช่นว่าถ้าเป็นผุสดี ตามไท และอาจจะเป็น สปสช. ๑ ซึ่งหมายความว่าดิฉันอยู่ในระบบประกันสังคมของสาธารณสุขระบบ ๑ ข้อมูลที่เกี่ยวกับการ รักษาของดิฉันนั้นต้องอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข บัตรประชาชนของดิฉันไม่สามารถที่จะ นําเอาทุกรายละเอียดของข้อมูลส่วนตัวที่เป็นเรื่องของการรักษา นี่พูดเฉพาะเรื่องกระทรวง สาธารณสุขกระทรวงเดียวเท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้นบัตรประชาชนนี้หลักใหญ่คือเป็นการ ยืนยันความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราเอง แต่ส่วนข้อมูลต่าง ๆ อยู่ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานองค์กรนั้นทั้งหมด ตัวที่อยู่ในชิปจะต้องเป็นตัวเชื่อม จะเป็นผุสดี ๑ สปสช. ๑ กระทรวงกลาโหม ๑ อะไรก็แล้วแต่ก็ว่าไป ดังนั้นดิฉันจึงได้คิดว่าเป็นความจําเป็นที่จะต้อง เพิ่มข้อความเอาไว้ในบรรทัดที่ ๒ ของมาตรา ๗/๑ แต่ข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจํา ดังกล่าวหรือฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นั่นหมายความว่านอกเหนือจากตัวที่อยู่ในหน่วยความจํา ซึ่งอาจจะเป็นตัวย่อเท่านั้น เช่น สปสช. ๑ กระทรวงกลาโหม ๒ ซึ่งระบุว่าเรานี้เป็นทหาร ประเภทไหน หรือเรานี้อยู่ในระบบประกันสังคมประเภทไหน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับ การเกณฑ์ทหารก็ดี วันที่ หรือเรื่องของการรักษาพยาบาลนั้นต้องอยู่ที่หน่วยงานที่สังกัด เพราะฉะนั้นความจําเป็นที่จะต้องปกป้องข้อมูลส่วนตัวจึงต้องมีอยู่ ถ้าหากเขียนแต่เฉพาะ ข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจําเฉย ๆ ไม่เพียงพอ ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็น การป้องกันสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนคนไทยทุกคน ความจําเป็นที่จะต้องเติมข้อความนี้ จึงต้องมีค่ะ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัวที่ปรากฏอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ นั้นจะได้รับ การปกป้อง ยกเว้นเสียแต่ว่าข้างท้ายที่บังเอิญกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ตกลงปลงใจแล้วว่า จะเป็นการเปิดเผยได้ก็คือ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ แม้ดิฉันไม่ได้สงวนความเห็นตรงนี้แต่อยากจะขออธิบาย เพิ่มเติม ซึ่งนั่งฟังอยู่แล้วก็คิดว่าเห็นด้วยว่าอาจจะต้องตัดข้อความเหมือนที่ท่านกรรมาธิการ ประทีปพูดถึงว่า ในบรรทัดที่ ๓ ของมาตรา ๗/๑ นะคะ คือบอกว่าข้อมูลที่บันทึกไว้ใน หน่วยความจําดังกล่าวและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ต้องไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคล หรือหน่วยงานซึ่งมิใช่เป็นผู้จัดทําหรือรวบรวมข้อมูลนั้นได้ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยต่อ หน่วยงานที่มีความจําเป็นต้องทราบข้อมูลนั้นเท่าที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ของผู้ถือบัตร โดยได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร ปกติเวลาเราใช้บัตรประจําตัวไปติดต่อธนาคารก็ดี ไปติดต่ออะไรก็ดี เราดูเสมือนหนึ่งว่าไม่เห็นเป็นไรเลย ใครก็ดูข้อมูลที่หน้าบัตรของเราได้ แต่นั่นหมายถึงว่าเรายินยอมที่จะให้หน่วยงาน จะเป็นธนาคารหรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ทราบข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าบัตร แต่ท่านลองคิดดูนะคะ ท่านประธานคะ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ ที่นี่ต้องถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ ข้อมูลที่ปรากฏอยู่หน้าบัตรของทุกท่านอาจจะปรากฏ หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิกิพีเดีย (Wikipedia) หรือจะเป็นกูเกิล (Google) ตรงไหนก็แล้วแต่ แต่นั่นคือราคาที่บุคคลสาธารณะต้องจ่าย ทุกคนทราบว่าท่านอยู่ที่ไหน ท่านลองนึกถึงว่าประชาชนคนอื่น ๆ ที่เขาไม่ได้ยินดีจะเป็นบุคคลสาธารณะ เขาไม่ยินดี จะต้องจ่ายราคาตรงนี้ เขาจําเป็นและอยากที่จะปกป้องข้อมูลส่วนตัว แม้แต่จะเป็นเรื่องของ ชื่อ นามสกุล หรือเป็นเรื่องของบ้านเลขที่ ที่อยู่อะไรก็ตาม ถ้าเรายังคงไว้ตรงนี้ให้สามารถ เปิดเผยข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนบัตร ทั่วท้องฟ้าทั้งหมดเลย เท่ากับเป็นการละเมิดสิทธิ ส่วนบุคคลของประชาชนคนไทยที่ไม่ยินดีจะเป็นบุคคลสาธารณะ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่า ตรงนี้คงจะต้องขอความกรุณา ขอความเข้าใจจากท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่า ทําความ เข้าใจตรงนี้สักนิดหนึ่ง แล้วก็อาจจะต้องช่วยกันให้ความเห็นชอบในการแก้ไข เนื่องจากว่า อันนี้จะเป็นหลักประกันพื้นฐานที่สุดในเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิเชียร ขาวขํา ครับ และต่อด้วยท่านชวลิตครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗/๑ นั้น โดยสาระสําคัญแล้วผู้ร่างก็พยายามที่จะปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร แล้วในแต่ละ ถ้อยคําที่ได้บัญญัติขึ้นนั้นมันจะไปขัดแย้งกับมาตรา ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ ซึ่งท่านกรรมาธิการน่าจะตรวจสอบดูว่าในมาตรา ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ นั้นมันจะล้อ เอาข้อความจากมาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗/๑ ไป ซึ่งข้อความหายไปแล้วก็ ไม่สอดคล้องกัน ผมจะอ่านให้ท่านประธานเพื่อให้ทางกรรมาธิการได้ตามแล้วก็ทราบว่า อย่างมาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗/๑ นั้นเขาบอกว่า บัตรนอกจากจะมีรายการที่กําหนด ไว้ในมาตรา ๗ แล้ว จะมีหน่วยความจําเพื่อบันทึกข้อมูลอื่นของผู้ถือบัตรด้วยก็ได้ แต่ข้อมูลที่ บันทึกไว้หน่วยความจําดังกล่าว ต้องไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งมิใช่เป็น ผู้จัดทําหรือรวบรวมข้อมูลนั้นได้ เว้นแต่เป็นข้อมูลทั่วไปที่ปรากฏอยู่บนบัตร หรือเป็นการ เปิดเผยต่อหน่วยงานที่มีความจําเป็นต้องทราบข้อมูลนั้น เท่าที่จําเป็น เพื่อประโยชน์ของ ผู้ถือบัตร โดยได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร นี่คือข้อความในมาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๗/๑ แต่ท่านประธานดูมาตรา ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ ในบรรทัดที่ ๓ ผมอ่าน รวบรัดเลยก็ได้ บทลงโทษก็คือต้องจําคุกไม่เกิน ๕ ปีหรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามมาตรา ๑๐ หรือตามคําสั่งศาล ท่านประธาน จะเห็นว่าในข้อความในมาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗/๑ นั้นจําเป็นอย่างยิ่งจะต้องเพิ่ม คําว่า หรือตามคําสั่งศาลเข้าไป ในเมื่อมาตรา ๗/๑ ไม่มีคําว่า คําสั่งศาล บทลงโทษ ในมาตรา ๑๒ จะไปเขียนว่าตามคําสั่งศาลได้อย่างไร เพราะฉะนั้นกรรมาธิการจําเป็น อย่างยิ่งจะต้องเพิ่มในมาตรา ๗/๑ ในบรรทัดสุดท้ายต่อจาก โดยได้รับความยินยอมจาก ผู้ถือบัตร ต่อด้วย หรือตามคําสั่งศาล ด้วย เพราะฉะนั้นข้อความจะไม่สมบูรณ์ ถ้าเพิ่มไปแล้ว ๒ มาตรานี้มันก็จะสอดคล้องกัน คือกราบเรียนท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๖ ได้ให้เพิ่มความในมาตรา ๗/๑ ขึ้น เมื่อได้ดูสาระของ มาตรา ๗/๑ น่าจะเป็นการเปิดช่องให้มีการก้าวล่วงข้อมูลส่วนบุคคล ทีนี้ก็ต้องมาดูร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้าง การพิจารณาอยู่ในระเบียบวาระการประชุม เรื่องด่วนที่ ๑ ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ เมื่อ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ สาระตรง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังไม่ได้ ผ่านการพิจารณาของสภา ยังไม่เป็นกฎหมาย ดังนั้นมาตรา ๗/๑ ที่ออกมานี้มันจะสอดคล้องกับสิ่งที่ จะเป็นกฎหมายที่จะบังคับใช้ต่อไปในอนาคตหรือไม่ นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ จากสาระมาตรา ๗/๑ ผมมีข้อติดใจเหมือนกับที่ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยทั้ง ๒ ท่านได้แสดงความเห็นไว้ ข้อมูลอื่น หมายถึงข้อมูลอะไร มีระเบียบที่จะรองรับตรงนี้แค่ไหน อย่างไร จะออกระเบียบตรงนี้ออกมาให้เห็นชัดได้อย่างไร ข้อมูลอื่นคืออะไร หน่วยงานที่มีความจําเป็นที่จะไปก้าวล่วงให้ได้รับทราบข้อมูลบุคคล หน่วยไหนบ้าง ในนี้บอกว่าหน่วยงานที่มีความจําเป็น

ประเด็นที่ ๓ ก็คือการได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร มีวิธีการอย่างไรที่จะ ไปขอข้อมูลส่วนบุคคลของเขาโดยให้เจ้าตัวได้รับความยินยอมก่อน ผมยังมองไม่เห็นภาพว่า ตรงนี้จะทําอย่างไร สิ่งที่ผมเห็นว่ามาตรา ๗/๑ เป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ เทคโนโลยีสมัยนี้มันไวมาก แล้วมิจฉาชีพสามารถที่จะเอาไปดําเนินการในทางที่เสียหายได้ โดยง่าย หรือหน่วยงานราชการหรือหน่วยอะไรก็ตามแต่ที่ทํางานทางลับ ผมก็เห็นว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่งที่จะสามารถก้าวล่วงข้อมูลส่วนบุคคลได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร คําสั่งศาลเท่านั้นที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่จําเป็นจะต้องเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ในการรักษาสิทธิส่วนบุคคล ยิ่งในต่างประเทศแล้วเขาให้ความสําคัญเรื่องนี้มาก ผมจึง ไม่อยากที่จะให้ผ่านมาตรา ๗/๑ ไปได้โดยง่ายครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีสมาชิกท่านใดจะซักถามนะครับ ไม่มีแล้วนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงครับ

นายพิภพ ดําทองสุข กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิภพ ดําทองสุข ผู้อํานวยการสํานักบริหารการทะเบียน ในฐานะกรรมาธิการ วิสามัญ ขออนุญาตกราบเรียนต่อคําถามและข้อสังเกตของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ในลําดับแรกคงจะขออนุญาตกราบเรียนว่าโดยทั่วไปข้อมูลในชิปที่อยู่บนบัตรประจําตัว ประชาชนนี้นะครับ ขออนุญาตเรียนทําความเข้าใจให้ตรงกันว่าไม่มีข้อมูลอะไรที่ลึกลับ ซับซ้อนมากนะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลซึ่งจริง ๆ แล้วสามารถเปิดเผยได้ เฉพาะบนชิป ในบัตรประจําตัวประชาชนนะครับ แต่เดิมไม่มีกฎหมายบัตรประจําตัวประชาชน ไม่ได้เขียนเพื่อคุ้มครองเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลตรงนี้ไว้ครับ การแก้ไข พ.ร.บ. บัตรฉบับนี้ นอกจากจะมีเรื่องที่ให้เด็กอายุ ๑ ขวบไปทําบัตรแล้ว ก็ยังมีอีก ๒-๓ เรื่องที่สําคัญ

เรื่องที่ ๒ ที่สําคัญก็คือเรื่องมาบัญญัติเรื่องการคุ้มครองข้อมูลที่อยู่บนบัตร ประจําตัวประชาชนนี้นะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าบนบัตร ข้อมูลในชิป ส่วนที่ ๑ พอเราใส่ เครื่องอ่านบัตรแล้วจะพบ เราเรียกว่าเป็นข้อมูลทั่วไป ข้อมูลทั่วไปนี้ประกอบไปด้วยข้อมูลที่ตรงกับหน้าบัตร ที่เรามองเห็นตามหน้าบัตรทุกประการ จะมีภาพถ่ายตรงกันไหม ระหว่างที่เราเห็นด้วยตากับที่เราเห็นบนจอที่เราอ่านมาจากชิป เพราะว่าในชิปนั้นไม่สามารถที่จะปลอมแปลงได้นะครับ เป็นการตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล อย่างชัดเจน ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ วัน เดือน ปีทําบัตรต่าง ๆ เหล่านี้ตรงกันเป็นส่วนที่ ๑ ส่วนนี้คือส่วนที่กฎหมายเขียนไว้ว่าเปิดเผยได้ แต่คําว่าเปิดเผยได้นี้เป็นความหมาย อย่างแคบนะครับ ข้อกังวลของท่านสมาชิกหลายท่าน ผมเกรงว่าจะเป็นความหมาย อย่างกว้าง ความหมายอย่างแคบก็คือในกรณีที่เจ้าของบัตรเขาเดินไปแล้วก็ยื่นบัตรให้กับ เจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่อ่านบัตรจากทั้งหน้าบัตรและจากชิปโดยเครื่องสมาร์ทการ์ด รีดเดอร์ (Smart card Reader) เขาอ่านได้เฉพาะข้อมูลส่วนที่ ๑ เท่านั้นนะครับ เพราะเรา ถือว่าถ้าเจ้าของบัตรยื่นบัตรให้อ่าน ก็แสดงว่าเขายินยอมให้อ่านส่วนที่ ๑ แล้ว แต่ส่วนที่ ๒ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรมากมายนะครับ ซึ่งเรา กําหนดไว้ว่าจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัตรก่อน การให้ความยินยอมทําได้ ประมาณ ๒-๓ วิธีครับ

ส่วนที่ ๑ ก็คือวางนิ้วมือของเจ้าของบัตรเพื่อที่จะอ่านบัตร ถ้าเจ้าของบัตร ไม่ยินยอม ไม่วางนิ้วมือ เครื่องก็ไม่สามารถจะทํางานได้ โปรแกรมก็ไม่เปิดให้อ่าน เจ้าหน้าที่ ก็ไม่สามารถจะเปิดอ่านได้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมการปกครอง ของสํานักบริหาร การทะเบียนเองด้วยก็ไม่สามารถจะเปิดได้ครับ ถ้าเจ้าของไม่ยินยอมด้วยการวางลายนิ้วมือ หรือ

วิธีการอนุญาตวิธีที่ ๒ ก็คือ พินโค้ด (Pin Code) ที่เป็นตัวเลข ๔ หลัก ซึ่งเจ้าของบัตรจะได้รับไปตอนทําบัตรถ้าประสงค์แจ้งกับเจ้าหน้าที่นะครับ เจ้าหน้าที่ จะถามว่าจะต้องการพินโค้ดไหมหรือจะเก็บเฉพาะลายพิมพ์นิ้วมือเพื่อเข้าสู่ข้อมูล หรือ

ประการที่ ๓ ถ้าเจ้าของบัตรมีความรอบคอบระมัดระวังมากก็บอกว่าจะใช้ ทั้ง ๒ วิธีเลย ใช้พินโค้ดด้วยและใช้ลายพิมพ์นิ้วมือในการเข้าถึงข้อมูลด้วย ถ้าเจ้าของบัตร ยินยอมจึงจะเข้าถึงข้อมูลตรงนี้ได้ ขออนุญาตกราบเรียนว่าข้อมูลที่อยู่ในชิปนี้นะครับ เรากําหนดบัญญัติไว้ว่าต้องไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งไม่ใช่ผู้จัดทํานะครับ เว้นแต่จะเป็นข้อมูลทั่วไปที่ปรากฏบนบัตร ก็หมายความว่าข้อมูลตรงนั้นเมื่อเจ้าของ เขายื่นบัตรให้แล้ว ก็หมายความว่าให้เปิดเผยได้ มิได้หมายความว่าเมื่อมีข้อมูลเหล่านั้น แล้วไปเปิดเผยที่อื่น ซึ่งตรงนั้นเอาข้อมูลของบุคคลอื่น ๆ ไปเปิดเผยที่อื่นโดยที่เจ้าของ เขาไม่ได้ยินยอมพร้อมใจด้วย ก็คงจะไปติดตามบัญญัติของกฎหมายอื่นเป็นต้นว่าความผิด ฐานละเมิด ซึ่งคนละประเด็นกับในเรื่องของการบัญญัติไว้ในมาตรานี้ครับ ในส่วนของ หน่วยงานอื่น ๆ ที่จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลบนบัตรที่มีความจําเป็น ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างเพียงหน่วยงานเดียวนะครับ ก็คือ สปสช. ถ้าเราไม่ให้เขาดูข้อมูลบนบัตร หน่วยงานอื่นไม่ให้เขาดู เขาไปติดต่อที่โรงพยาบาล เขาเสียบบัตรเข้าไปแล้วเขาก็จะไม่รู้ว่า บัตรนี้ที่ซึ่งใช้แทนบัตรทอง เขาจะได้รับบริการจากรัฐ สปสช. ในประเภทใด ๓๐ บาท หรืออย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือความหมายที่หน่วยงานอื่นจําเป็นจะต้องได้รับข้อมูล ข่าวสารเพื่อใช้ประโยชน์จากบัตรสมาร์ทการ์ด

ในประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นเรื่องมาตรา ๗/๑ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๒ มาตรา ๗/๑ เป็นการบัญญัติเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการยกเว้นเท่าที่จําเป็น นะครับ มาตรา ๑๐ เป็นการที่ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ผู้มีส่วนได้เสียจะขอข้อมูลจากบัตร นะครับ แล้วก็มาตรา ๑๒ เป็นการบทกําหนดโทษ ซึ่งทั้ง ๓ มาตราก็มีนัยต่างกัน ซึ่งคําสั่ง ศาลที่ปรากฏอยู่ในมาตรา ๑๒ ก็เพิ่มตามการขอข้อมูลของผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา ๑๐ ขึ้นมาด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นว่าคําว่าตามคําสั่งศาล คงอาจจะไม่ต้องที่จะกําหนดไว้ใน มาตรา ๗/๑ ครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชวลิตติดใจอยู่นะครับ เชิญครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชวลิต วิชยสุทธิ์ ขอสอบถามเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ตรงข้อความที่ว่า หรือเป็นการ เปิดเผยต่อหน่วยงานที่มีความจําเป็นต้องทราบข้อมูลนั้นเท่าที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ ของผู้ถือบัตร ผมสงสัยว่าหน่วยงานที่มีความจําเป็นสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ต้อง ขออนุญาตจากผู้ถือบัตรได้เลยหรือไม่ ถ้าเป็นไปตามนี้ หน่วยงานเท่าที่จําเป็นนั้นมีอํานาจ อะไรที่จะมารับทราบข้อมูลโดยที่ไม่ต้องขออนุญาต

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการตอบครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองประธานคณะกรรมาธิการนะคะ ดิฉันจะขอตอบคุณชวลิต อีกเรื่องหนึ่งเรื่องข้อมูลอื่น ก็เป็นอย่างที่ท่านผู้อํานวยการพูดก็คือหน่วยงานที่ต้องการจะ ใช้ประโยชน์จากบัตรสมาร์ทการ์ดหรือบัตรประชาชนนี้จะต้องมาทําสัญญา แล้วก็มีเงื่อนไข ต่าง ๆ ว่าเขาอยากจะมาร่วมกับทางกระทรวงมหาดไทย อันนี้เป็นส่วนข้อมูลที่ ๒ ที่จะ ปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ ส่วนแรกเป็นส่วนที่ใส่เข้าไปแล้วปรับเปลี่ยนไม่ได้ ส่วนที่ ๒ เป็นส่วนที่ เขาเรียกว่าการประยุกต์ใช้บัตรนี้ให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงาน อย่างกระทรวงสาธารณสุข หรือว่าทหาร หรือว่าเสียภาษี หรือโรงเรียน เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ข้อมูลจะปรับเปลี่ยนได้ โดยที่ ต้องทําสัญญาว่าเอาข้อมูลอะไรเข้าไปได้ แล้วการที่หน่วยงานอื่นที่มีความจําเป็นก็คือ สปสช. โรงพยาบาล หรือว่าสํานักงานภาษี หรือว่าทหารอะไรอย่างนี้เป็นต้นที่ได้ตกลงกับทาง กระทรวงมหาดไทยไว้แล้วมีข้อมูลอยู่ในนั้น แล้วเมื่อบุคคลคนนี้มาติดต่อ เมื่อบุคคลถือบัตร ยินยอมเข้าไปส่วนแรก ถูกต้องแล้วกดรหัสแล้ว กดลายมือแล้ว จึงจะเข้าไปสู่ข้อมูลที่เขาเคย ตกลงกันไว้ว่าจะใส่เข้าไปในบัตรนี้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะอยู่ที่หน่วยงานที่ทําสัญญากับทาง กระทรวงมหาดไทย ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ติดใจแล้วนะครับ ไม่มีสมาชิกผู้สงวนติดใจแล้วก็ไม่ต้องลงมติครับ เป็นไปตามที่ กรรมาธิการได้ทําร่างมา เชิญมาตราต่อไปครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้สงวนความเห็นคงไม่ติดใจนะครับ เชิญต่อครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ แก้ไขมาตรา ๑๐ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านใดติดใจไหมครับ ไม่มี เชิญต่อครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ แก้ไขมาตรา ๑๑ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิสมาชิกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ เนื่องจาก ร่างของกรรมาธิการในมาตรา ๙ แก้ไขมาตรา ๑๑ นะครับ ในวรรคสอง กรรมาธิการตัดออก ทั้งวรรค วรรคสามมีข้อความเพิ่มเติมบางส่วนแล้วกรรมาธิการตัดออกบางส่วน วรรคสี่ ตัดออกทั้งหมด ผมเองต้องขออนุญาตที่จะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการหรือท่านกรรมาธิการได้ช่วยกรุณาชี้แจงว่าท่านมีเหตุผลอะไรถึงได้ไป เปลี่ยนแปลงร่างของสภาผู้แทนราษฎรในชั้นรับหลักการ เพราะว่าถ้อยคําที่ตัดออกมันมี ความผูกโยงเกี่ยวโยงกับมาตรา ๕ มาตรา ๖ เรื่องของหน้าที่ความรับผิดชอบ ถ้าดูตามสาระ ของมาตรา ๑๑ เดิมนะครับ ในมาตรา ๙ ที่แก้ไขมาตรา ๑๑ เกี่ยวกับเรื่องการมีโทษปรับ กรณีไม่แสดงความรับผิดชอบในการที่จะไปทําบัตรหรือยื่นขอทําบัตร อาจจะมีความผูกโยง ไปในส่วนของเพื่อนสมาชิกได้สงวนความเห็นเอาไว้ในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๖ เดิม แต่เท่าที่ ผมฟังผมยังไม่ได้รับฟังคําชี้แจงจากท่านกรรมาธิการว่าด้วยเหตุผลอะไรที่ท่านไปยกเลิก โทษปรับกรณีที่เขาไม่รับผิดชอบ กรณีที่มีผู้มีอายุต่ํากว่า ๑๕ ปี ที่ไม่ยื่น ไม่ขอทําบัตร แล้วก็ในส่วนที่ท่านตัดออกในวรรค สุดท้ายนะครับ ก็อยากจะฟังคําชี้แจงเพื่อที่ผมจะได้พิจารณาว่าจะได้ให้ความเห็นชอบหรือไม่ กับการแก้ไขของท่านกรรมาธิการ กราบขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ

นายพิภพ ดําทองสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๑๑ ดังที่ผมได้กราบเรียนไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ได้มีการแก้ไข คือหลักเดิมมีบทลงโทษบังคับว่าเด็กที่อายุไม่ถึง ๑๕ ปี ถ้าไม่มาทําบัตรภายในกําหนด ผู้ปกครองก็จะต้องมีโทษปรับนะครับ หรือถ้าทําไปแล้วบัตรหายก็ดี เปลี่ยนบัตรก็ดีก็ต้องเสีย ค่าธรรมเนียมหรือเสียค่าปรับในกรณีที่ทําเกินกําหนดนะครับ แต่ในการประชุมของ คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่าเราควรให้เป็นเรื่องของการใช้หลักการจูงใจและส่งเสริม การใช้บัตร ไม่ต้องไปบังคับว่าเด็กที่มีอายุต่ํากว่า ๑๕ ปี ถ้าไม่มายื่นคําร้องขอทําบัตรแล้ว จะต้องไปมีโทษปรับ เพราะฉะนั้นก็ใช้หลักของการจูงใจว่าถ้าเด็กเห็นประโยชน์หรือ ผู้ปกครองเห็นประโยชน์ก็คงจะพามาทําเอง เพราะเปิดโอกาสไว้ให้แล้วว่าทําได้ตั้งแต่อายุ เท่านี้ เพราะฉะนั้นมาตรานี้จึงมีการแก้ไข และในส่วนของวรรคท้ายก็ตัดออกไปเพราะว่า ก็จะเกี่ยวข้องกับโยงมาที่วรรคแรกครับ ถ้าวรรคแรกแก้ไข วรรคท้ายก็ต้องตัดออกไปครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอชลน่านไม่ติดใจแล้วนะครับ ผ่านไปนะครับ เชิญต่อครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ เพิ่มความเป็นมาตรา ๑๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชัยวัฒน์เชิญครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๑๐ เพิ่มเติมในมาตรา ๑๒ ต้องขออนุญาต ท่านประธานครับ มาตราดังกล่าวเป็นมาตราที่ว่าด้วยผู้กระทําผิดในเรื่องการนําบัตร ในมาตรา ๖ เอามาใช้ ก็คือไปนําข้อมูล คือพูดง่าย ๆ ว่าไปนําข้อมูลของบัตรประชาชน หรือข้อมูลส่วนตัวที่เชื่อมโยงกับบัตรประชาชนของพี่น้องประชาชนหรือคนทั่วไปที่ตัวเอง ไม่มีสิทธิ แล้วเอาไปใช้เพื่อประโยชน์ตนเองโดยกระทําความผิดใด ๆ ก็ตามแต่ โดยเดิมนั้น โทษตามที่กรรมาธิการได้เปลี่ยนแปลงแก้ไข แล้วก็ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพร้อมทั้ง รัฐบาลได้ยื่นมาในการที่เสนอร่างนะครับ ก็คือมีโทษจําคุก ผู้ใดทําผิดเรื่องนี้จะมีโทษจําคุก ๕ ปี แล้วปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็เห็นหลายครั้งการลงโทษก็ไม่ใช่เป็นโทษ อาจจะบทลงโทษขั้นสูงนั้น สูงมากเหลือเกิน ถ้ามองดูก็ ๕ ปี ก็พอสมควร สมเหตุสมผล ผมเห็นอย่างนั้น แต่ความจริง ก็อยากจะให้ลงโทษมากกว่านี้จะได้ไม่ไปนําเอาข้อมูลของคนอื่นไปใช้ ลักขโมยข้อมูลของ คนอื่นไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนในการทุจริตในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับ พี่น้องประชาชนผู้ที่มีความสุจริตใจหรือเป็นคนดี ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าโทษกําหนดไว้ ๕ ปี ผมเองก็ตั้งแต่ ๐ ปี เริ่มต้น ตั้งแต่ไม่มีจนกระทั่งถึง ๕ ปี ผมก็ ขออนุญาตว่าเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องของโทษขั้นต่ํา ก็คือ ๓ ปี ก็คือเปลี่ยนแปลง เพิ่มโทษขั้นต่ํามาว่า ทั้งนี้ ตั้งแต่ ๓ ปี จําคุกตั้งแต่ ๓ ปีถึง ๕ ปี แล้วก็ปรับนั้น โทษปรับตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็คือเพิ่มคําว่าโทษขั้นต่ําลงมา ก็คือเริ่มต้นตั้งแต่ ๓ ปี มิเช่นนั้นจะเป็นการลงโทษที่เรียกว่าอาจจะเป็น ๖ เดือนก็ได้ ๓ เดือนก็ได้ ๒ เดือนก็ได้ ๑ ปี ก็ได้ แต่อันนี้ไม่ได้ครับ ถือว่าท่านทุจริต กระทําที่เป็นโทษที่เรียกว่าไปเอาข้อมูลของคนอื่น ไปใช้เพื่อสิ่งที่ไม่ดีและเพื่อประโยชน์ของท่าน เพราะฉะนั้นเพื่อให้คนที่กระทําในเรื่องดังกล่าวนี้ ต้องรับโทษที่รุนแรงแล้วก็เกรงกลัวต่อบทลงโทษดังกล่าว เพื่อป้องกันคนที่สุจริต คนดี เพื่อให้ คนดีอยู่ในสังคมได้ เพราะฉะนั้นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าผมก็เลยกําหนดโทษ ขั้นต่ําไว้ว่า ๓ ปี ถึง ๕ ปี แล้วก็ปรับตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับว่าก็ขอแปรญัตติดังกล่าวครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็มีท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนความเห็นไว้ ๔ ท่านนะครับ มีท่านอื่นติดใจอีก ไหมครับ ท่านสงวนด้วยนะครับ เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งได้ขอสงวนความเห็นและแปรญัตติไว้ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าในมาตรา ๑๒ ซึ่งเดิมมาตรา ๑๒ ที่กรรมาธิการได้มีความเห็นชอบ ร่วมกันแล้ว ได้บัญญัติไว้อย่างนี้นะครับ ขออนุญาตที่จะกราบเรียน มาตรา ๑๒ ผู้ใดเปิดเผย ข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจําตามมาตรา ๗/๑ อันมิใช่ข้อมูลทั่วไปที่ปรากฏอยู่บนบัตร ตามมาตรา ๗ โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามมาตรา ๑๐ หรือตามคําสั่งศาล หรือเปิดเผยระหว่างหน่วยงานของรัฐที่จําเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้นในการ ปฏิบัติหน้าที่ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมได้แปรญัตติไว้ก็คือว่า ในมาตรา ๑๒ ให้ผู้ที่กระทําความผิดเฉพาะกรณีเดียวคือ บุคคลที่เข้าไปเอาข้อมูลมาแล้วเปิดเผยข้อมูลนั้น ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนบัตร นั่นหมายถึงเป็นข้อมูลส่วนตัว การที่บุคคลใดก็ตาม สามารถไปเอาข้อมูลส่วนตัวซึ่งไม่ใช่ข้อมูลหน้าบัตรมา แล้วเก็บไว้กับตัว สมมุตินะครับ แต่ไม่ได้เปิดเผยต่อบุคคลภายนอก ในกรณีมาตรา ๑๒ นี้ก็ยังไม่มีความผิด แต่ผมกราบเรียน ว่าสิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าในปัจจุบันนี้ระบบสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้น มีมาก ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับนะครับท่านประธาน ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าโครงการ บัตรสมาร์ทการ์ดของกระทรวงมหาดไทยนั้นได้มีความคิดริเริ่มในการที่จะเริ่มดําเนินการ เมื่อปี ๒๕๔๗ และในโครงการเริ่มต้นนั้นได้ระบุไว้ชัดเจนเลยครับว่าต่อไปจะมีการขยาย ความสามารถของสมาร์ทการ์ดให้ครอบคลุมในการใช้บริการถึง ๒๑ รายการ ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างที่จําเป็น ๆ นะครับ ๑. คือการยืนยันตัวบุคคลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ บัตรและพินโค้ดหรือบัตรลายพิมพ์นิ้วมือ หรือบัตรพร้อมพินโค้ดลายพิมพ์นิ้วมือ การลงลายนิ้วมืออิเล็กทรอนิกส์ในระบบอีเมล์ (e-Mail) หรือทําธุรกิจ ทําธุรกรรม อีเล็กทรอนิกส์ ผมจะย่อและผมจะพูดในส่วนที่ผมกราบเรียนว่าเกรงว่าจะเกิดปัญหา ในอนาคตถ้าได้มีการดําเนินการในลักษณะนี้นะครับ การใช้บัตรแทนบัตรบุคคลต่างด้าว หรือบัตรบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยประเภทต่าง ๆ การใช้บัตรแทนบัตรเอทีเอ็ม (ATM) ระยะแรกนะครับ การใช้บัตรร่วมกับการบริการบนเว็บไซต์คนไทยดอทคอม (khonthai.com) การใช้บัตรร่วมกับการบริการบนตู้มัลติ เพอร์โพส แมชชีน (Multi Purpose Machine) เอ็มพีเอ็ม (MPM) การใช้บัตรเพื่อการลงประชามติหรือการเลือกตั้ง การใช้บัตรเป็นบัตร เงินสด บัตรเครดิต (Credit) และบัตรเดบิต (Debit) เพื่อจ่ายค่าบริการและสินค้า ภายในประเทศ การใช้บัตรเพื่อขอรับบริการภาครัฐของหน่วยงานต่าง ๆ การใช้บัตรเป็นบัตร โทรศัพท์ การใช้บัตรแทนหนังสือเดินทาง พาสปอร์ต (Passport) หรือใบผ่านทางบอร์ดเดอร์ พาส (Border Pass) การใช้บัตรแทนใบขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนบุคคลทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การใช้บัตรเพื่อบัตรเครดิต บัตรเดบิตและเงินสดในระดับสากล

ท่านประธานเห็นไหมครับว่าแนวและริเริ่มในการทําบัตรสมาร์ทการ์ด ในอนาคตถ้าเดินไปถึง บัตรสมาร์ทการ์ดจะสามารถที่จะไปใช้บริการในส่วนที่ผมได้ กราบเรียนเป็นเบื้องต้น ผมเป็นห่วงอย่างนี้ครับท่านประธานครับว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นนะครับ ต่อไปบัตรสมาร์ทการ์ดแม้กระทรวงมหาดไทยจะยืนยันว่าเป็นเพียงกุญแจดอกหนึ่งที่จะ เข้าถึงข้อมูล ไม่ใช่ตัวเก็บข้อมูลทั้งหมดก็ตาม แต่อย่าลืมว่าแม้จะเป็นกุญแจดอกหนึ่ง แต่ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดได้ ถ้าเราไม่ได้เขียนกฎหมายให้ครอบคลุมถึง วันนี้ใครก็ตาม ที่สามารถเจาะเข้าถึงข้อมูลบัตรสมาร์ทการ์ดและเข้าถึงฐานข้อมูลได้ ก็จะสามารถรับรู้ข้อมูล ส่วนตัวของผู้ถือบัตรได้ทั้งหมด ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ยังไม่ได้ระบุเลยว่าจะมีโทษ ตามกฎหมายอย่างไร ผมกราบเรียนนะครับว่าในกฎหมายฉบับนี้ยกเว้นไว้ว่า ใครเป็นผู้จัดทํา และรวบรวมข้อมูล คนนั้นไม่มีความผิดฐานเปิดเผยข้อมูล แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเขียนไว้อย่างนี้หมายถึงว่าคนที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดทําและรวบรวมข้อมูล วันดีคืนดีอยากจะเห็นข้อมูลใครก็เข้าไปถึงข้อมูลบุคคลคนนั้นได้ จะโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายก็แล้วแต่ ซึ่งเป็นการกระทําผิดตามกฎหมาย เพราะข้อมูลส่วนตัว เป็นเรื่องที่จะควรสงวนไว้เป็นความลับเฉพาะบุคคลเท่านั้น สิ่งที่ผมเสนอก็คือว่า ผมขอให้เพิ่มคํา ในมาตรา ๑๒ ก่อนคําว่า เปิดเผยข้อมูล เป็น ผู้ใดเข้าถึงข้อมูลหรือเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ใน หน่วยความจําตามมาตรา ๗/๑ อันมิใช่ข้อมูลทั่วไปที่ปรากฏอยู่บนบัตรตามมาตรา ๗ โดยไม่ได้รับความยินยอม แล้วก็รายละเอียดตามมาตรา ๑๒ ทั้งหมด สิ่งที่ผมเสนอไว้ ท่านประธาน ที่เคารพ นั่นหมายถึงว่าใครก็ตามแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ แต่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของบุคคล โดยไม่ได้มีหน้าที่หรือบทบัญญัติของกฎหมายไว้ ไม่ว่าจะเผลอ จะโดยตั้งใจก็แล้วแต่ บุคคล คนนั้นมีความผิดทันที เพราะระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สามารถยืนยันได้ครับว่าวัน เวลาใด มีใครเข้าไปถึงข้อมูลในระดับไหน ซึ่งถ้าเป็นส่วนนี้นะครับมันจะเป็นหลักประกันให้กับ พี่น้องประชาชนว่าเขาจะไม่ถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในอนาคต เพราะท่านประธานอย่าลืม นะครับว่าในปัจจุบันนี้คนที่มีอํานาจเข้าถึงข้อมูล ในทางรัฐบาล ทางกระทรวงได้มีการ จัดลําดับของความสําคัญในการเข้าถึงระดับข้อมูลไว้ ซึ่งเราก็ไม่มั่นใจครับว่าบุคคลเหล่านี้ ในอนาคตจะปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าไม่เขียนไว้ การแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายในอนาคต ถ้าหากบัตรสมาร์ทการ์ดสามารถก้าวไปถึงการให้บริการอย่างที่ เจตนารมณ์ของกระทรวงมหาดไทยแล้ว วันนั้นถ้าเราไม่ได้เขียนบทบัญญัติของกฎหมายไว้ ในวันนี้ เราก็ไม่สามารถกําหนดโทษได้ และเป็นการที่กฎหมายไม่สามารถก้าวทันพฤติกรรม ในการกระทําความผิดของผู้กระทําความผิดได้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า การเขียน มาตรา ๑๒ เพิ่มเติมในส่วนนี้จะเป็นการปกป้องสิทธิของประชาชนในการที่จะได้รับ การปกป้องข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าการที่หน่วยงานราชการจะมีฐานข้อมูลเก็บไว้สําหรับประชาชนคนไทย ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ เพราะในเวลาใดก็ตามถ้าเป็นเรื่องจําเป็นเกี่ยวกับ ทางราชการผมเชื่อว่ามันมีมาตรการ ทางศาลก็ดี ทางราชการปฏิบัติก็ดีที่จะไปเข้าถึง ข้อมูลนั้น อันนี้ไม่ว่ากัน แต่ว่าเราเป็นห่วงว่าวันใดวันหนึ่งถ้ามีคนคิดไม่ชอบ คิดไม่ถูกต้อง แล้วใช้อํานาจหน้าที่ หรือคนที่ไม่มีอํานาจหน้าที่ก็ตามที่เราเรียกว่าเป็นแฮกเกอร์ (Hacker) สามารถเจาะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของบุคคลได้ บุคคลเหล่านั้นจะมีความผิดตามมาตรา ๑๒ ทันที แต่ถ้ามาตรา ๑๒ ไม่ได้ระบุว่าพูดถึงข้อมูลไว้ นั่นหมายถึงว่าวันนี้ใครก็ตามที่สามารถ เข้าถึงข้อมูลแต่เก็บข้อมูลนั้นไว้ยังไม่ได้เปิดเผย บุคคลนั้นยังไม่มีความผิด เพราฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเองจึงจําเป็นที่จะต้องสงวนความเห็นไว้เพื่อที่จะอภิปราย ในสภาให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่ามีความจําเป็นอย่างไรที่จะต้องเพิ่มเติมข้อความนี้ ไว้ในมาตรา ๑๒ และถ้าเพิ่มเติมไว้แล้ว ในอนาคตบัตรสมาร์ทการ์ดนี้จะมีความก้าวหน้า อย่างไรก็ตามเราก็ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องมาแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถควบคุม การกระทําความผิดต่าง ๆ ได้ จึงขออนุญาตเรียนท่านประธานในเบื้องต้นครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้สงวนอีกท่านหนึ่งครับ ท่านผุสดีเชิญครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานคะ ขออนุญาตขอคํายืนยันจากกรรมาธิการเสียงข้างมากสักนิดเถอะค่ะ สิ่งที่ดิฉันแปรญัตติหรือขอสงวนความเห็นเอาไว้ก็ด้วยเหตุผลเดียวกับที่ได้เคยกล่าวมาคือ ข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจํานั้นไม่ใช่เป็นเพียงเท่านั้นนะคะ คือมันยังมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ดิฉันไม่ใช่นักกฎหมายก็เลยอยากจะขอคํายืนยันว่า โดยทั่วไปแล้วไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าเผื่อ เปิดเผยข้อมูลของคนอื่นผิดใช่ไหมคะ ถ้าเป็นอย่างนั้นดิฉันจะไม่ติดใจ ขอคํายืนยันนิดเดียวค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ

นายพิภพ ดําทองสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะกรรมาธิการนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเห็นด้วยกับความเห็นของ ท่านกรรมาธิการที่เสนอให้เพิ่มเติมข้อความ เข้าถึง นะครับ ซึ่งแต่เดิมเขียนว่า เปิดเผย เท่านั้นนะครับ แต่ว่าถ้าเพิ่มขึ้นไปก็จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ ก็คงจะขออนุญาต ในส่วนของการเปิดเผยข้อมูลนอกจากที่จะบัญญัติในกฎหมายนี้นะครับ ในส่วนของ การทะเบียนราษฎรก็จะมีพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร ประกอบกับ พ.ร.บ. ข้อมูล ข่าวสาร ที่แต่เดิมที่เรามีข้อมูลบรรจุอยู่ในชิป กรมการปกครองก็ใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ในการ ที่จะปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ซึ่งเราได้กําหนดขึ้นมาใช้กับเจ้าหน้าที่ ของเราเองก็ดี รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ที่ออนไลน์ข้อมูลไปกับเราก็ดี ก็ได้มีการกําหนดไว้ว่า เขาสามารถจะดูข้อมูลได้แค่ไหน อย่างไร และในระดับชั้นของเจ้าหน้าที่ตามแต่ละตําแหน่ง ด้วย ซึ่งก็มีการควบคุมกันมาก่อนหน้านี้ด้วยกฎหมายดังที่ผมได้กราบเรียนไป ก็คือ พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร และ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร มาก่อนแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองประธานคณะกรรมาธิการครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนะคะ ดิฉัน ขอสรุปแล้วก็จะชี้แจงกับคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ด้วยว่า ก็ต้องขอบคุณนะคะที่เห็นใจ ผู้กระทําผิดจะต้องมีการลงโทษขั้นต่ํา แต่ตรงนั้นดิฉันเข้าใจว่าเป็นดุลยพินิจของศาลได้ จึงไม่ จําเป็นที่จะต้องเขียนโทษทั้งปรับและทั้งจําขั้นต่ํานะคะ สําหรับผู้ที่แปรญัตตินี้เราได้ ปรึกษาหารือกันแล้ว รวมทั้งปรึกษากับท่านประธานแล้วนี่นะคะ ก็เห็นชอบตามที่ กรรมาธิการ คุณธนา ชีรวินิจ ได้แปรญัตติไว้ว่าขอเพิ่มข้อความก่อนหน้า ผู้ใดเปิดเผยข้อมูล เป็น ผู้ใดเข้าถึงข้อมูล หรือเปิดเผยข้อมูล ที่บันทึกไว้ค่ะ ในมาตรา ๑๒ ค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้นะครับ ท่านสมาชิกครับ ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากหลังจากฟังเหตุผลของ ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นคือท่านธนาแล้วนี่นะครับ ก็เห็นชอบที่จะขอใช้ถ้อยคํา ที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านธนาได้เพิ่มเติมคือคําว่า เข้าถึงข้อมูล หรือนะครับ แต่ทีนี้มันจะมีประเด็น มันไม่ใช่เฉพาะตรงนี้นะครับ เพราะว่าท่านธนาจะมีในเนื้อหาอีก เข้าถึงข้อมูล อีกคําหนึ่ง เอาตามนั้นนะครับ ก็เป็นอันว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นสมควร ใช้ถ้อยคําตามที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านธนาได้ขอสงวนความเห็น ที่ประชุม ไม่ขัดข้องนะครับ หมดประเด็นนี้ไป ที่ประชุมไม่ขัดข้องก็ใช้ถ้อยคําตามที่ท่านธนาได้สงวนไว้ ทีนี้ก็จะมาประเด็นของท่านชัยวัฒน์ท่านยังติดใจเรื่องอัตราโทษไหมครับ ยังติดใจ ถ้าติดใจ ท่านกรรมาธิการอธิบายแล้วนะครับ ยืนยันตามที่ได้อธิบายนะครับ ได้ร่างมา ท่านชัยวัฒน์ เอาอย่างไรครับ ไม่อย่างนั้นก็ต้องลงมติ เชิญครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ คือจริง ๆ แล้วคงไม่ใช่กฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียวที่ผมมีความคิดเห็นเช่นนี้ ต้องขออนุญาต กราบเรียนครับว่ากฎหมายหลายฉบับนะครับ โทษขั้นต่ํา เราก็บอกว่าเริ่มตั้งแต่การจําคุก แล้วก็ไปถึงจํานวนโทษสูงสุดที่มี คือไม่บอกโทษ ขั้นต่ํา แล้วก็ลากยาว เช่น ๕ ปีอย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่าระยะของโทษระหว่าง ๐-๕ ปี มันยาวไกล ก็คือมันเยอะ แต่ไม่ได้กําหนดโทษขั้นต่ําไว้ และผู้ที่กระทําผิดเรื่องทํานอง อย่างนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เรียกว่าคุ้ม ผมใช้คําว่า คุ้ม ที่ทําอยู่ในขณะนี้ ที่คนเขาทําอยู่นี้ท่านจะ เห็นได้โดยเฉพาะทางการเงิน โทรหลอกลวงกันตลอดระยะเวลา พี่น้องประชาชนหรือ คนทั่วไปที่มีโทรศัพท์ ราชการเราที่มีมือถือในการติดต่อกันอยู่ในขณะนี้ หรือว่าหน่วยราชการ เราก็คงมีข้อมูล แล้วก็มีการจับได้อยู่พอสมควรทีเดียว แต่โทษมันน้อยครับท่านประธาน และคนเหล่านี้ผมเชื่อนะครับท่านประธาน เมื่อเขาทุจริตประพฤติมิชอบ โดยเฉพาะ ในทางการเงิน ไปหลอกลวงพี่น้องประชาชนแล้วก็ได้เงินไปจํานวนมาก ๆ เขาก็มีเงินในการ ที่จะทําอะไร เปลี่ยนแปลงอะไรของเขาในระบบ ทําให้โทษนั้นน้อยลง แล้วคนเหล่านี้บางที หลุดเลย ไม่แน่ใจว่าอาจจะถึงขนาดหลุดเลยก็ว่าได้ สิ่งเหล่านี้ก็ต้องบอกว่ามันเป็น ความชั่วร้ายและเป็นความไม่ดี เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่ากฎหมายในลักษณะแบบนี้ที่ไปก่อกรรมทําชั่ว สร้างความทุกข์เข็ญให้พี่น้อง ประชาชน สมควรที่คนที่ไปทําจะต้องถูกลงโทษอย่างแท้จริงแล้วก็รุนแรง เพื่อให้คนเหล่านั้น เข็ดหลาบแล้วก็ไม่มีโอกาสกระทําหรือไม่มากระทําซ้ํา เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่าบทลงโทษนั้นควรมีขั้นต่ํา ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่ายังยืนยันครับ แต่ว่าถ้าหากผู้ใดเห็นว่าไม่ควร ผมก็อยากจะกราบเรียน ครับว่า เราออกกฎหมายการบังคับใช้ที่มันเบาบาง ดูโทษด้านบนมันสูง แต่การกําหนดโทษ ด้านล่างเท่ากับศูนย์เลย มันไม่มีเลย การจําคุกนี่เริ่มตั้งแต่ ๐ วันไปถึง ๕ ปี ก็คือไม่มีการ จําคุก บทลงโทษอย่างนี้ถือว่าเป็นบทลงโทษที่ดูเฉพาะ ๕ ปีมันรุนแรง จนกระทั่งผมบอกว่า คนที่จะถูกลงโทษที่รุนแรงก็คือคนที่ไม่มีฐานะทางการเงิน คือไม่ได้ไปโกงในเรื่องของ ความตั้งใจโกงหรือทําชั่วในเรื่องของการได้เงินทองมา อีกประการหนึ่งก็คือคนที่เรียกว่าไม่มี พวก ก็เลยจะถูกจําคุกเยอะ ๆ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่าก็อยากจะเห็น การลงโทษที่แท้จริง เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าจึงขออนุญาตกําหนดโทษขั้นต่ํา เพื่อให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง มิฉะนั้นสังคมก็เป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ก็จะมี ผู้กระทําผิดอยู่อย่างนี้เต็มบ้านเต็มเมืองและนับวันจะเยอะขึ้น โดยเฉพาะความผิดทาง การเงิน ซึ่งสร้างความเสียหาย ไม่ว่าความเสียหายกับพี่น้องประชาชนเท่านั้น สถาบันการเงิน ก็ได้รับความเสียหาย เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ จึงขออนุญาต กําหนดโทษขั้นต่ําครับ ยังคงไว้ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการจะมีท่านไหนชี้แจงไหมครับ เชิญคุณหญิง ดอกเตอร์กัลยาครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองประธานคณะกรรมาธิการค่ะ ทางคณะกรรมาธิการ ได้ปรึกษากันแล้ว ก็ยืนยันว่าขอให้เป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาโทษขั้นต่ํา ๑ ปี ๒ ปี หรือกี่ปี ขอบคุณค่ะ แล้วก็แล้วแต่ที่ประชุมค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชัยวัฒน์ยังติดใจจะต้องลงมติไหมครับ กรรมาธิการชี้แจง เข้าใจนะครับว่าจะให้เป็น ดุลยพินิจของศาลในการกําหนดโทษขั้นต่ํา ยังติดใจไหมครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ คือจริง ๆ แล้ว ทางท่านประธานแล้วก็ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ชี้แจงกับผมอย่างนี้ในคณะกรรมาธิการ ก็ควรที่จะเป็นดุลยพินิจของศาล กระผมเห็นเป็นดุลยพินิจของศาลแล้ว คําชี้แจงแล้ว ผมก็ ยังมีความคิดว่าสภาแห่งนี้หรือสมาชิกคงจะเห็นความแตกต่างบ้าง ถ้าหากสมาชิกจะเห็นด้วย แล้วอยากให้สังคมเดินแล้วเป็นไปแบบเดิม ๆ อย่างนี้ ท่านจะเอาอย่างไรผมยอมรับครับ แต่ก็ต้องบอกเลยคนทําชั่วจะมากขึ้นครับ นับวันจะชั่วขึ้น เพราะฉะนั้นผมเองต้องขออนุญาต กราบเรียนไม่อยากลงโทษใครครับ ต้องขออนุญาตผมอยากจะพูดในที่นี้ด้วย ผมเป็นครู มาหลายปี ไม่เคยตีเด็ก แล้วมีลูกก็ไม่ตีลูก เพราะฉะนั้นไม่อยากลงโทษใคร แต่ว่าเมื่อวันหนึ่ง สังคมนี่ได้เรียนรู้ทางกฎหมาย ว่าบางครั้งนี่ต้องใช้เพื่อที่จะให้คนชั่วเหล่านั้นเข็ดหลาบ มิฉะนั้นคุกไม่มีไว้ในการที่จะขังคน เพราะฉะนั้นก็ต้องไม่มีคุก เพราะฉะนั้นก็ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนว่า ผมเองอยากเห็น ความแตกต่างเพื่อให้สังคมมันดีขึ้น มิเช่นนั้นก็จะเป็นแบบเดิม ถ้าจะเอาอย่างไรก็ยินดีครับ แต่ผมอยากเห็นในสภาแห่งนี้เห็นเป็นอย่างไรครับ สังคมเรายังเห็นเป็นอย่างไร ผู้แทน เห็นเป็นอย่างไร พี่น้องประชาชนเห็นเป็นอย่างไร ผมเองเห็นด้วย ยอมรับได้ครับ แต่ว่า ในตัวตนเห็นเป็นอย่างนี้ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ถ้าเราใช้รูปแบบเดิมสังคมก็จะ เป็นแบบเดิม เรื่องอื่นท่านประธานครับ ผมเห็นเปลี่ยนแปลงเรื่อย เขตเลือกตั้งเมื่อวาน ก็เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อคืนนี้ลากถึงตีสามเศษ จากเขตเลือกตั้งใหญ่ สมัยก่อนเขาบอกไม่ดี ซื้อเสียงเยอะ เพราะอย่างโน้นเพราะอย่างนี้ ดูแลประชาชนไม่ทั่วถึง เปลี่ยนเป็นเขตเล็ก พอเขตเล็กเสร็จเรียบร้อยบอกเขตเล็กไม่ดี เปลี่ยนมาเป็นเขตใหญ่ แล้วก็กลับไปเขตเล็กอีก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเอาเรื่องในประเด็นก่อนครับ ขอให้เอาเรื่องในประเด็นดีกว่าครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ผมยกตัวอย่างให้ฟัง เพราะว่า พี่น้องประชาชนเมื่อคืนนี้ไม่ได้ฟัง ไม่ได้ดูเยอะ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ก็ยังอยากเห็นความแตกต่าง ผมขอยืนยันท่านประธานครับ แต่เสียงจะเป็นอย่างไรนั้น ผมก็ยอมรับครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือสรุปแล้วยังต้องการจะลงมติใช่ไหมครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ยืนยันก็คือ การลงมติครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะฉะนั้นก็ต้องขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมได้เข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านเข้ามาห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญ เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ท่านสมาชิกครับ ในมาตรา ๑๐ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้โดยขอให้กําหนดโทษขั้นต่ํา ซึ่งกรรมาธิการได้ยืนยัน นะครับว่าจะให้ศาลเป็นผู้กําหนดโทษขั้นต่ํา คุณชัยวัฒน์จึงขอให้มีการลงมตินะครับ ผมจะถามท่านสมาชิกว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการสงวนคําแปรญัตติของ คุณชัยวัฒน์กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ กรุณาลงมติได้แล้วครับ ท่านเจริญ คันธวงศ์ ครับ

นายเจริญ คันธวงศ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมกดผิดนะครับ ขอล้างใหม่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็ขอเจ้าหน้าที่ล้างใหม่ทั้งหมดเลยนะครับ อย่าเพิ่งเริ่มลงมตินะครับ ผมจะถามใหม่ อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างแก้ไขที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการสงวนคําแปรญัตติของคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ลงมติบ้างไหมครับ ปิดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๓ ท่าน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๔๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๑ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๙ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นด้วยกับร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก

ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ แก้ไขมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกติดใจไหมครับ เชิญต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ แก้ไขมาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ แก้ไขอัตราค่าธรรมเนียม ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ บอกมาตราด้วยนะครับ เพราะว่าเมื่อกี้พูดเลยไปถึง มาตรา ๑๖ แล้วครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านเลขาธิการไปเร็วมากครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ มาตรา ๑๔ ซึ่งผมเองได้ขอ สงวนความเห็นเอาไว้ในเรื่องของการกําหนดโทษผู้ที่กระทําผิด คือพูดง่าย ๆ ว่าเรื่องดังกล่าวนี้ผู้ที่ทําผิด ผู้กระทําผิด หรือผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทํา ความผิดตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ให้มีโทษจําคุกตั้งแต่ ๕ ปีถึง ๑๕ ปี คือพูดง่าย ๆ ว่า เดิมโทษน้อยแต่มีโทษขั้นต่ํา ของเขา ๓-๕ ปี ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ๓-๕ ปีครับท่านประธาน แต่ผมเพิ่มเป็น ๕-๑๕ ปี ก็คือพูดง่าย ๆ ว่าให้โทษนั้นมีความรุนแรงมากขึ้น ผมเชื่อว่า การใช้โทษหรือการกําหนดโทษที่รุนแรง การลงโทษที่รุนแรงเท่าที่ศึกษามาเป็นมาตรการหนึ่ง หรือเป็นบทหนึ่งของการทําให้คนนั้นเกรงกลัวไม่กล้ากระทําผิด เพราะไม่คุ้มกับการที่จะไป ติดคุกติดตะรางหรือลงโทษ ผมเทียบเคียงนะครับท่านประธาน บทลงโทษที่เราลงโทษกัน ในขณะนี้หลายเรื่องที่เราไปเปลี่ยนบทลงโทษในบทลงโทษอาญานี้ หลายเรื่องที่ทําให้เกิดการ ลงโทษมากขึ้น เช่น การค้ายาบ้าอย่างนี้เป็นต้น การไปข่มขืนหรือกระทําชําเราเด็กอย่างนี้ เป็นต้น เราก็เปลี่ยนแปลงโทษมาแล้ว แล้วก็เห็นด้วย เพราะว่าที่เห็นด้วยนั้นต้องขออนุญาต กราบเรียนครับว่าเป็นการคุ้มครอง เป็นการดูแลบุคคลที่ดีของสังคมเพื่อไม่ให้สังคมเรา ถูกกระทํา แล้วก็สภาแห่งนี้หรือผู้แทนราษฎรของไทยเราก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง บทการลงโทษของกฎหมายพวกนั้นเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเป็นการยอมรับว่า บทลงโทษที่เพิ่มขึ้นเป็นมาตรการหนึ่งหรือเป็นบทหนึ่งในการที่จะยับยั้งความชั่วร้ายในการ กระทําผิด เพราะฉะนั้นในทํานองเดียวกันตรงนี้ก็เหมือนกัน ท่านประธานครับ บทลงโทษนี้ น้อยไปแค่ ๓-๕ ปีน้อยไป ผมก็เลยขอขยายบทลงโทษเป็น ๕-๑๕ ปี ให้เพิ่มขึ้นนะครับ มิเช่นนั้นก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง หรือไม่อย่างนั้นก็อย่างน้อย ๆ ก็ควรจะเป็นสัก ๕-๑๐ ปี ไม่ใช่ ๓-๕ ปีอยู่อย่างนี้ ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตามที่คุณชัยวัฒน์สงวนคําแปรญัตติไว้เป็นมาตรา ๑๓ นะครับ มาตรา ๑๓ แก้ไขมาตรา ๑๔ เชิญกรรมาธิการครับ กรรมาธิการจะชี้แจงไหม เชิญคุณหญิง ดอกเตอร์กัลยาครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองประธานคณะกรรมาธิการค่ะ ดิฉันเข้าใจ ๆ คุณชัยวัฒน์ ว่าเป็นครูแล้วก็ไม่อยากลงโทษใคร แต่รู้สึกว่าเรื่องการเงินนี่ไม่ได้ใช่ไหมคะ หรือเรื่องข้อมูล กรรมาธิการคุยกันแล้วก็คิดว่าจะ ๓-๑๕ ปี ยืนยันตามนั้น แล้วก็ให้เป็นดุลยพินิจของศาลว่า ความผิดตรงนั้นจะมากหรือน้อยอย่างไร ขอยืนยันค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ผมฟังท่านคุณหญิงได้กล่าว ๓ ปีนะครับคุณหญิงในบทลงโทษเขานี่ครับ ถ้าที่ผมดูก็คือ ๓-๕ ปี ไม่ใช่ ๑๓ ปีนะครับ ของเขา ๓-๕ ปีเท่านั้นเอง แต่ผมอยากจะได้สัก ๕ ปี อย่างน้อยขั้นต่ํา สัก ๕-๑๐ ปี หรือ ๑๕ ปีทํานองนี้มันจะมีความเหมาะสม โทษ ๓ ปี ผมคิดว่า ๒ ปีขั้นต่ํา มันน้อยผมขออนุญาตกราบเรียนนะครับ คนเหล่านี้ผมเชื่อว่าเขามีความรู้ความสามารถ พวกแฮกเกอร์พวกนี้ เขาไม่ไปแฮกเกอร์ข้อมูลที่มันไปทําลายอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้องไป แฮกเกอร์ประเภทที่ได้เงินได้ทองมหาศาล โดยเฉพาะสถาบันการเงินต่าง ๆ หรือข้อมูล ทางราชการที่เป็นข้อมูลลับ ในระบบราชการที่เขาจะไปทําอะไรได้กับประเทศเรา กับกองทัพ เรา หรือกับธนาคารของเรา หรือสถาบันการเงินของเรา ซึ่งเป็นสภาวะที่พูดง่าย ๆ ว่าคนไทย ทั้งประเทศต้องพึ่งพิง คือเราอยู่ได้เพราะสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นถ้าเขามาล้วงข้อมูลพวกนี้กับประเทศชาติของเรา ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าก็ทําให้ประเทศชาติของเราได้รับความเสียหาย พี่น้องประชาชน ทั้งหมดได้รับความเสียหายครับ เพราะฉะนั้นผมเองก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ผมเองจึงอยากเห็นบทลงโทษที่รุนแรงครับ ก็ขออนุญาตกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการยืนยันนะครับ เพราะว่ามาตรานี้ไม่มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นไม่มีการลงมติ นะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ แก้ไขมาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ แก้ไขอัตราค่าธรรมเนียม ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้สงวนคําแปรญัตติครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในเรื่องของใบรับหรือใบแทน ที่กรรมาธิการได้เพิ่มขึ้น ซึ่งยังไม่หมดอายุผู้ถือบัตร ใบรับหรือใบแทน ใบรับประสงค์จะมี บัตรใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคําขอมีบัตรต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียม ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีผลทันทีถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ในเรื่องของการจะมีบัตรที่ทันสมัยที่สุดนะครับ ในเรื่องของ งานทะเบียนประชาชน ผมก็สงสัยว่าใบรับ ใบแทน ซึ่งเดี๋ยวนี้ชาวบ้านรู้กันว่าใบเหลือง ใบแทนที่มีอยู่ ณ วันนี้ของกรมการปกครอง ที่บอกว่าเสียเงิน ๙๐๐ กว่าล้านบาท แล้วมัน ไม่ลงตัวกันอย่างไร ผมถามไว้ตั้งแต่มาตราก่อน ๆ ว่า ตกลงจะเสร็จสิ้นเมื่อไรบัตรพวกนี้ ไปถ่ายบัตรแล้วจะได้สมาร์ทการ์ดที่ภาคภูมิใจ วันนี้ที่รับไปมันใบเหลืองมันก็เป็นใบชั่วคราว บางทีไปถูกน้ํา ถูกอะไรมันก็เปียกก็ยุ่ยมีปัญหาครับท่านประธานครับ คราวนี้ยังต้องการ คํายืนยันในเรื่องอย่างนี้ ในเรื่องนโยบายที่ออกไปก็ยังมีใบเหลือง ใบแทนอยู่นะครับ แปลว่า เขียนไว้เพราะความไม่พร้อมใช่ไหม ทําไมต้องเขียนใบเหลือง ใบแทน ถ้าเตรียมการไว้อย่างดี แล้วปุ๊บก็ได้มาเลยสิครับท่านประธาน ผมสงสัยว่าเขียนไว้ทําไม แปลว่าขณะนี้การเตรียมการ การที่จะมี ไม่พร้อมใช่ไหม แล้วปัญหาเดิมก็ยังไม่แก้ไขเลย ยังไม่มีคําตอบจากใครนะครับ ข้อตกลงเรื่องทั้งมวลถ้าหากยังไม่พร้อม ผมไม่อยากให้เขียนแบบนี้ แต่ว่าเมื่อกรรมาธิการ เขียนไว้เพื่อที่จะบอกว่าให้ใช้ใบนี้ไป แล้วถ้าประสงค์ที่จะทําใบไม่ต้องเสียสตางค์ ไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียม ก็แปลเจตนารมณ์ของการออกกฎหมายก็ยังไม่มั่นใจว่าสมาร์ทการ์ดที่บอก เตรียมการอบรมอะไรทั้งหลายจะทําได้ แล้วจะไม่มีใบชั่วคราวให้นะครับ ถ้าเขียนเหล่านี้ ก็แปลว่าไม่พร้อมที่จะทําใช่ไหม ผมขอทราบหน่อยว่าในชั้นอย่างนี้คณะกรรมาธิการได้รับ การยืนยัน ผมว่าเผอิญประธานคณะก็เป็นผู้รับผิดชอบกฎหมาย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ก็คงไม่ได้ยืนยันครับ ท่าน ผอ. ที่จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในอนาคต นี่ละ จะมายืนยันพวกผมอีกในสภา ก็ขอความชัดเจนอีกรอบครับ เรื่องใบเหลือง ใบแทน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการท่านใดชี้แจงครับ เชิญเลยครับ

นายพิภพ ดําทองสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในส่วนที่ยังเขียนให้ครอบคลุมถึงใบรับคําขอ หรือใบเหลือง นะครับ ใบแทน ใบเหลืองก็จะเป็นใบสีชมพู แต่ที่ยังคงต้องคงไว้นี่นะครับ ถ้าพูดง่าย ๆ คือเผื่อไว้เท่านั้นเองท่านครับ เหมือนกับตอนที่มีการแก้ไขกฎหมายไปครั้งหนึ่ง เราเคยเสนอไปขอตัดออก แต่ทางกฤษฏีกา ก็ได้กรุณาให้ความเห็นว่าควรจะคงไว้ ถ้าวันนั้นตัดออกแล้วกฤษฎีกาไม่ทักท้วง วันนี้ พอบัตรแข็งไม่มี เราจะไม่มีทางออกเลยครับ แต่อย่างไรก็ตามขอกราบเรียนยืนยันว่า ทางกรมการปกครอง ทางกระทรวงมหาดไทยมิได้ปรารถนาที่จะให้ใช้ใบเหลือง เพราะว่า การใช้ใบเหลืองเป็นภาระค่อนข้างมากที่เราจะต้องไปพิมพ์บัตรอีก เจ้าหน้าที่เราก็ต้องชี้แจง กับพี่น้องประชาชนทุกวัน และเมื่อได้รับบัตรแล้วเราก็ต้องทําการเร่งผลิตซึ่งก็เท่ากับเพิ่มงาน ของเรา ๒–๓ เท่า ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าเราไม่มีความประสงค์ที่จะให้มีการใช้ใบเหลือง โดยไม่จําเป็นครับ แต่ที่เห็นยังปรากฏอยู่ก็เพื่อที่จะในกรณีที่เกิดความขลุกขลักหรืออาจจะ เกิดปัญหาขึ้นได้เท่านั้นเองครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ติดใจนะครับ เชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม ผมยังไม่ได้รับคําตอบว่าที่ใบเหลืองอยู่แล้วท่านจะเสร็จเมื่อไร จะแก้ปัญหาให้เขาได้เมื่อไร วันนี้แปลว่าผมจะเชื่อท่านกรรมาธิการว่าได้ใช้ความรอบคอบแล้ว เขียนไว้เผื่อ ความจริงท่านก็ไม่อยากเขียนแล้ว แต่ว่าฝ่ายสํารองว่าความขาดประสิทธิภาพ ชักเข้าชักออกของฝ่ายที่ดําเนินการก็เลยต้องเขียนไว้ ผมถามกลับไปอีก ก่อนจะเชื่อเรื่อง ในอนาคต ถามเรื่องปัจจุบันท่านจะแก้ปัญหาเรื่องใบเหลืองเขาเสร็จเมื่อไร ถ้าไปถ่ายบัตรแล้ว ไม่มีใบเหลือง แล้วที่ใบเหลืองอยู่ขณะนี้เขาจะไปยื่นขอเปลี่ยนเป็นบัตรสมาร์ทการ์ด ท่านได้เสร็จสิ้นหมดปัญหาพวกนี้เมื่อไร เท่าที่ผมมีข้อมูลอยู่มันเทอะทะ พกก็มีปัญหา ไม่สมประโยชน์ที่ต้องนําโลก นํายุคในเรื่องของบัตรประชาชน ถ้าอันเก่ามันไม่เรียบร้อยครับ ท่านรองประธานครับ คุณหญิงครับ มันก็จะเดินข้างหน้ามันก็ลําบากไหมครับ ผมไม่ค่อยเชื่อ ก็คงจะขอคํายืนยันในสภานะครับ ถ้าบอกไม่รู้ก็บอกไม่รู้ ผมก็จะไปถามคนที่รับผิดชอบ ในงานบริหารกระทรวง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนคุณไพจิตอย่างนี้นะครับ เรื่องที่คุณไพจิตถามไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับ การแก้ไขในมาตรานี้นะครับ แต่ผมอนุโลมให้ว่ายังคาบเกี่ยวกันได้นะครับ ก็เป็นสิทธิ ที่กรรมาธิการจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้นะครับ เชิญกรรมาธิการครับ

นายพิภพ ดําทองสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาบัตรสมาร์ทการ์ด เท่าที่ข้อมูล ณ ปัจจุบันนะครับ เนื่องจากได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ ให้กระทรวง มหาดไทยไปแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อให้สามารถรับบัตรได้นะครับ เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรี ทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้ยกร่างและส่งให้คณะกรรมาธิการกฤษฎีกาประชุมตรวจสอบ และท่านคณะกรรมการกฤษฎีกาประชุมไปแล้ว ๔ ครั้งครับ แล้วก็ได้ยกร่างส่งมา ขณะนี้เรื่อง อยู่ที่สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่ติดใจแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข อัตราค่าธรรมเนียม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการของสงวนความเห็น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้สงวนคําแปรญัตติ คุณไพจิตยังติดใจจะอภิปรายไหมครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย เรื่องของค่าธรรมเนียมนะครับ แม้คณะกรรมาธิการจะได้ลดแล้ว จาก ๕๐๐ บาท ออกบัตรใหม่นะครับ เหลือ ๑๐๐ บาท แล้วก็ออกใบแทน ใบรับคือบัตรเหลือง ท่านก็ปรับลดลงมาเหลือ ๕๐ บาท แล้วก็คัดรับรองสําเนา ท่านก็บอกว่าต้องเสีย ๕๐ บาท ผมขอแปรญัตติว่าถ้าออกใหม่ ถ้ามันหายแล้วออกใหม่เห็นด้วยว่าจ่าย ๕๐ บาท เพราะว่าลงทุนซื้อบัตรซื้ออะไรเท่าที่ชี้แจง มาก็สักประมาณนี้แหละต้นทุน ก็ไม่อยากให้ราชการขาดทุน แต่ไม่ประสงค์จะให้ได้กําไร นะครับ แต่ว่าตัวออกใบแทนใบรับบัตรเหลือง ท่านยังเอา ๕๐ บาทอยู่ ลงทุนมาก กระดาษเออะไร ผมว่าไม่ประสงค์จะเอากําไร แต่งานทะเบียน งานบริการ ราชการก็ให้เงินเดือนอะไร ไปอยู่แล้ว ผมขอปรับเป็น ๑๐ บาท ขอปรับ ๑๐ บาท ให้เหลือ ๑๐ บาท ออกใบเหลือง นี่นะครับ และรับรองสําเนาเกี่ยวกับบัตรก็เอาสัก ๑๐ บาทเถอะครับ อย่าไปเอาเขาถึง ๕๐ บาท ก็ขอให้เป็นหน่วยราชการที่ไม่ประสงค์จะมีกําไร นําบริการจากรัฐ เป็นยุคใหม่ที่ควร ที่จะถือเป็นแนวทางในการบริการคนยากคนจน ถ้าคนมีสตางค์ ๕๐ บาทกับ ๑๐ บาท ไม่แตกต่างนะครับ แต่ว่าถ้าคนจนถ้า ๕๐ บาทกับ ๑๐ บาท ผมว่ามันมีความหมายอยู่ นะครับ มาเอาใบรับรองสําเนา คนรับรองก็เซ็นแก๊กไป ก็มีเงินเดือนมีอะไรอยู่แล้ว ถ้ากรรมาธิการจะกรุณา ผมว่าลดเสียเถอะครับ ท่านก็จะได้ต้นทุนตัวที่ทําบัตรเป็นเรื่อง ๕๐ บาทอยู่แล้วนะครับ กระดาษเออะไรที่มารับรองแผ่นละ ๕๐ บาทก็ให้เหลือสัก ๑๐ บาท ๒ รายการนี้ เผอิญได้ขอปรับลดตัวนี้ไว้ แต่ว่าในชั้นกรรมาธิการพิจารณาก็เห็นออกมาตามนี้ ก็เลยขอคํายืนยันหน่อย ต้นทุนเท่าไรครับใบรับรอง มันยุ่งยากไหม มันต้องประทับตรา ต้องเสียหมึกเสียอะไรไป ถ้าเอา ๑๐ บาทจะขาดทุน ผมว่าลองเอายุคใหม่มาใช้บริหาร เราได้ รายได้อย่างอื่นอยู่แล้ว การนําบริการอย่างนี้จากประชาชน ก็อยากจะขอจากท่าน กรรมาธิการว่าถ้าต้อง ๕๐ บาท ผมไม่ทราบตัวเลขว่ามันออกใบแทนสําเนา รับรองกันเยอะ เท่าไร กี่ใบ ๆ นะครับ ท่านมีข้อมูลอยู่แล้ว ถ้าลดลงนี่รายได้เข้ารายได้ออกอะไรที่เป็นภาระ โดยกฎหมายแล้วเขาก็ต้องรับรองละครับ ก็ขอความกรุณาจากคณะกรรมาธิการขอคําชี้แจง ด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ขอแปรญัตติไว้ด้วยนะครับ ยังประสงค์จะอภิปรายไหมครับ ไม่ประสงค์นะครับ เพราะฉะนั้นเชิญกรรมาธิการครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ ขอตอบข้อซักถาม ข้อห่วงใยของท่านไพจิตนะครับ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับอัตราค่าธรรมเนียม ต้องขอเรียน ว่าคณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข เป็นไปตามที่ท่านไพจิตตั้งข้อสอบถามเมื่อสักครู่ เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ นั่นก็คือการออกบัตรนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นบัตรใหม่ของ พี่น้องประชาชนแล้วไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งขณะนี้ได้มีการแก้ไขค่าธรรมเนียมตามที่ ปรากฏนั้นคือ ๑๐๐ บาท แล้วส่วนออกใบแทน ใบรับ ๑๐ บาท แล้วก็การขอคัดและรับรอง สําเนาข้อความเกี่ยวกับบัตรก็ ๑๐ บาท ฉะนั้นเป็น ๑๐๐ บาท ๑๐ บาท ๑๐ บาทนะครับ ท่านไพจิต เป็นไปตามที่ท่านต้องการแล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ เป็นอันว่าจบการพิจารณาตามลําดับรายมาตรา ต่อไป จะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้งฉบับในวาระที่สองนะครับ มีท่านผู้ใดต้องการ จะแก้ถ้อยคําเพิ่มเติมไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ เป็นอันว่าเราผ่านการพิจารณาในวาระที่สองเรียบร้อยครับ ต่อไปจะเป็นการ พิจารณาในวาระที่สาม ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ เมื่อสมาชิกทุกท่าน เข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอเชิญเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกที่กําลังเดินเข้ามากรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลการแสดงตนครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ท่านสมาชิกครับต่อไปจะเป็นการลงมติในวาระที่สามของพระราชบัญญัติ บัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมจะถามสมาชิกครับ ท่านใดเห็นชอบ ตามร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วยครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย กรุณาลงมติได้แล้วครับ ส่งผลการลงมติได้แล้วครับ จํานวนผู้เข้าร่วม ประชุม ๓๕๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๖ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน

เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัว ประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สามเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ

ท่านสมาชิกครับต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติ ตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเวลาให้คณะกรรมาธิการได้เข้านั่งประจําที่ด้วยครับ ขอเชิญ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... ได้เข้านั่ง ประจําที่ด้วยครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ขณะนี้กรรมาธิการได้เข้าประจําที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านสมาชิกครับ ในการพิจารณา วาระที่สองจะเป็นการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราตั้งแต่ชื่อร่างไปจนจบนะครับ ก็ขอเชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ กรุณารายงานต่อที่ประชุมนะครับ เชิญท่านภุชงค์ รุ่งโรจน์ ครับ

นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนท่านประธาน

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ และครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันศุกร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัด บึงกาฬ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติจังหวัดนครบึงกาฬ พ.ศ. .... (ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัด บึงกาฬ พ.ศ. .... (นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณากําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยให้ถือเอาร่าง พระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา

บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรด นําเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการเลยครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย มาตรา ๒ นี้ได้แก้ไขข้อความที่เป็นสาระสําคัญมากนะครับ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ ร่างเดิมเขียนบอกว่าเมื่อพ้นกําหนด ๙๐ วัน ร่างเดิมที่รับ หลักการวาระที่หนึ่ง แต่กรรมาธิการท่านไปแก้ไขว่าพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานครับ ผมสงสัยว่าการจัดตั้งจังหวัด บึงกาฬนี้ เวลาที่ร่างของรัฐบาลนี้ก็ ๙๐ วันถัดจากวันที่ประกาศ ก็ใช้เวลา ๓ เดือน แปลว่า ต้องเตรียมการที่จะทําเป็นศาลากลางชั่วคราว ที่จะจัดสิ่งที่เป็นจังหวัด ใช้เวลาเตรียมการ ๓ เดือน เขาถึงบอกว่าให้มีผลบังคับถัดจากวันประกาศไป ๓ เดือน แต่คราวนี้แปลว่า กระทรวงมหาดไทยได้เตรียมศาลากลาง เตรียมอะไรทั้งหลายไว้พร้อมแล้วใช่ไหมที่จะต้องทํา โดยรวดเร็ว หรือกลัวจะไม่ทันหาเสียง ผมสงสัยเพราะว่าประเด็นนี้ผมอภิปรายในวาระที่หนึ่งไว้ว่าเรื่องจังหวัดบึงกาฬมันเป็นการวัด บารมีกันระหว่างผู้นําของพรรคการเมือง ๒ พรรค ผมเผอิญได้เสนอกฎหมายนี้ด้วย ผมก็เลย สงสัยว่าการเลือกตั้งเมื่อรัฐธรรมนูญก็รับแล้ว กว่าจะแก้เสร็จอะไร ทํากฎหมายประกอบ ก็โน่นละครับ ไม่มีความจําเป็นเลยที่จะต้องทําอย่างรีบร้อน ผมกลัวจะไม่เรียบร้อยเลยสงสัยว่า กรรมาธิการที่ต้องผลัดวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผมฟังมาว่าเดี๋ยวจะประชุมวุฒิสภา เพื่อขอให้ผ่านการพิจารณานี่ฟุบฟับ ๆ เลยนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็บอกว่าเอา ๓ วาระให้ หน่อย มันเข้าหูผม ผมก็สงสัยอีก ถ้าแบบนี้กลางเดือนหน้าเสร็จแล้วนะครับท่านประธานผ่าน ถ้าวุฒิสภาท่านกรุณา ก็ขั้นตอนในการประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ใช้เวลา ๓๐ วัน ๖๐ วัน เท่านั้น ถ้าตั้งมันจะชุลมุนวุ่นวายกันนะครับถ้าไม่เรียบร้อย ผมก็อยากทราบเหตุผลเท่านั้น ครับ ผมไม่ขัดข้องหรอก แล้วแต่เจ้าภาพจังหวัดท่าน เพราะ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ก็เป็นหัวเรือใหญ่ อยากตั้งจังหวัดนครบึงกาฬ แต่ว่านครหายไปแล้วนะครับ ยังเป็น จังหวัดบึงกาฬ เรื่อง ส.ส. จะเพิ่ม จะลด เรื่องปัญหาต่าง ๆ ไม่มีการแก้ไขเลย มีประเด็นเดียว ที่ผมอภิปรายได้ แต่ก็ยังสงสัยอยู่นะครับ บอกว่ามันขัดรัฐธรรมนูญ ส.ว. ก็จะหมดแล้ว เขาเขียนว่า ๑๕๐ คน แล้วจะแก้ปัญหาพวกเหล่านี้อย่างไร ได้เตรียมการ ได้ดูไหมก่อนที่ จะแก้ข้อความ ผมว่ามันจะต้องประกอบกันทั้งหมด เพราะกฎหมายของรัฐบาลที่จะตั้ง จังหวัดผมเพิ่งพิจารณาในรอบ ๒๐ ปีนะครับ เป็นอีกครั้งหนึ่งเมื่อตั้งจังหวัดหนองบัวลําภู เสร็จ จังหวัดสระแก้วเสร็จ ก็ไม่ได้ตั้งจังหวัดไหนเลย เพิ่งมีโอกาสได้ตั้งจังหวัดบึงกาฬ แยกจากจังหวัดหนองคาย ก็อยากฟังเหตุฟังผล ตั้งเสร็จก็ขอให้เจริญรุ่งเรือง แต่ว่า ถ้าไม่เรียบร้อยมันจะตกกับประชาชน ได้เตรียมเนื้อเตรียมใจเขาหรือยัง เขามีข้อขัดข้องอะไร ก็พอรับทราบกันอยู่ เวลาที่มีนี้ทางกรรมาธิการได้ทราบไหมว่ามันฉุกละหุกแบบนี้ ท่านจะทํา แบบนี้หรือ ถึงต้องแก้ให้มีผลทันทีถัดจากวันประกาศ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในนามของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับ ตามที่ ท่านสมาชิกมีข้อสงสัยว่าทําไมจึงต้องร่นเวลาของการประกาศในราชกิจจานุเบกษา จาก ๙๐ วันมาเป็นใช้ทันทีหลังจากที่มีการประกาศ เรื่องนี้ผมอยากเรียนนะครับว่า ในการตั้งจังหวัดบึงกาฬครั้งนี้เป็นการดําเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการบริหารราชการ ในการบริการและเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ก็คือในการอภิปรายในเรื่องกฎหมายฉบับนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เกือบจะทุกท่านให้การสนับสนุนและโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากภาคอีสาน ก็มีความกระตือรือร้นอยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน ทั้งนี้มีความรู้สึกว่าพี่น้องประชาชน ได้ทราบข่าวว่าจะมีการตั้งจังหวัดบึงกาฬ ก็ได้มีการเตรียมพร้อมอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อที่จะ รับการตั้งจังหวัด เพราะฉะนั้นในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ปรากฏว่ามีเงื่อนไข ที่ทําให้เราจะต้องเร่งรัดเพื่อให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมาให้ก่อนกําหนดเวลาของการสรรหา วุฒิสมาชิกที่จะหมดวาระลงในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์นี้ ที่เป็นอย่างนี้ก็เนื่องจากว่า ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ กําหนดไว้อย่างชัดเจนว่า วุฒิสมาชิกนั้นให้มีได้ ๑๕๐ คน ในแต่ละจังหวัดนั้นจะต้องมีวุฒิสมาชิกจังหวัดละ ๑ คน แล้วที่เหลือนั้นให้เป็นสมาชิกมาจากการสรรหา เพราะฉะนั้นขณะนี้เรามีจังหวัดอยู่ ๗๖ จังหวัด เราก็มีการสรรหา ๗๔ คน ก็เป็น ๑๕๐ คนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทีนี้ถ้าหากว่าในวันที่ ๑๘ นี้ภายใน ๖๐ วันหลังจากที่สิ้นสุดวาระของ ส.ว. สรรหา ก็จะต้องมี การสรรหากันใหม่ภายใน ๖๐ วัน คือจะต้องสรรหา ๗๔ คน เมื่อสรรหา ๗๔ คนแล้ว ถ้าสมมุติว่าเราได้มีการออกพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬมาภายหลังจากที่มี การสรรหาไปแล้ว มันก็จะกลายเป็นว่าเราจะมีจังหวัด ๗๗ จังหวัด ในภาคบังคับ ของรัฐธรรมนูญว่าจะต้องมีจังหวัดละ ๑ คน เพราะฉะนั้นเมื่อเป็น ๗๗ จังหวัดก็ต้องมี ๗๗ คน อันนี้เป็นภาคบังคับ เพราะส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นเรื่องของการสรรหา แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นปรากฏว่าถ้าสมมุติว่าหลังจากวันที่ ๑๘ นี้ ถ้ามีการสรรหากันไปก่อน ก็จะต้องสรรหา ๗๔ คน เมื่อ ๗๔ คนรวมกับ ๗๗ คนที่เราจะตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้นใหม่ก็เป็น ๑๕๑ คน เพราะฉะนั้นถ้าเป็น ๑๕๑ คนปั๊บมันก็ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาของกรรมาธิการซึ่งพิจารณากันอย่างค่อนข้างที่จะให้ความสําคัญมาก ก็คือว่า เราจะหาวิธีการอย่างไรที่จะทําให้การตั้งจังหวัดบึงกาฬมีผลใช้บังคับก่อนที่จะมีการสรรหา ถ้าสมมุติว่าเราสามารถตั้งจังหวัดบึงกาฬได้ก่อนที่จะมีการสรรหา ก็หมายความว่าเรามี ๗๗ จังหวัด ถ้ามี ๗๗ จังหวัดก็หมายความว่าที่เหลือก็เป็นสรรหา เพราะฉะนั้นสรรหาจะต้อง สรรหาเพียง ๗๓ คน เพราะฉะนั้นการสรรหา ๗๓ คนจะกระทําได้ต่อเมื่อเราต้องตั้งจังหวัด บึงกาฬขึ้นก่อน ทีนี้มีภาคบังคับอยู่ตรงที่ว่าในมาตรา ๒ นี้เราเขียนไว้ว่าจะมีผลใช้บังคับ ต่อเมื่อ ๙๐ วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้า ๙๐ วันนี้นับเวลาแล้วมันก็จะเลย ห้วงเวลาของการสรรหาชุดใหม่ เพราะว่าการสรรหาชุดใหม่นี้จะต้องทําให้เสร็จสิ้นภายใน วันที่ ๑๙ เมษายน เพราะฉะนั้นเราพิจารณากันโดยรอบคอบ แล้วก็ปรึกษากฤษฎีกา ปรึกษา ทุกฝ่ายแล้ว กระทรวงมหาดไทยด้วย ก็คิดแล้วครับว่าถ้าจะให้สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐธรรมนูญ กําหนดในมาตรา ๑๑๑ เราก็ต้องร่นระยะเวลาขึ้นมาโดยประกาศให้เร็วขึ้น การประกาศ ให้เร็วขึ้น เรานับเวลาแล้วก็ควรที่จะใช้เวลาถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทีนี้ถามว่าเราได้พิจารณาว่าจะมีความพร้อมหรือเปล่าสําหรับส่วนราชการ อันนี้ผมเรียน นะครับว่าทางกรรมาธิการทุกท่านเป็นห่วงแล้วก็สอบถามไปที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยตอบว่ามีความพร้อม แล้วก็ได้มีการแจ้งล่วงหน้าไปจากส่วนราชการ ทั้งหลายแล้วว่าจะมีเหตุการณ์หรือเรื่องราวอย่างนี้เกิดขึ้น แล้วส่วนราชการต่าง ๆ นี้เขาก็ได้ มีการเตรียมการล่วงหน้าหลังจากที่เขาทราบว่าจะมีการตั้งจังหวัดบึงกาฬ เพราะฉะนั้น ประเด็นในส่วนราชการ ส่วนฝ่ายบริหารนั้น มีความรู้สึกว่ากรรมาธิการไม่หนักใจ

ในประเด็นที่ ๒ สิ่งที่กรรมาธิการห่วงต่อไปก็คือว่ายังมีศาลยุติธรรมและ ศาลปกครองในเรื่องอํานาจศาล เราได้เชิญผู้แทนของศาลยุติธรรมมา ท่านผู้พิพากษาอาวุโส ท่านมาร่วมชี้แจงเอง แล้วก็รองเลขาธิการของศาลปกครองท่านก็มาชี้แจงเอง ท่านบอกว่า ในส่วนของท่านนั้นท่านสามารถดําเนินการในส่วนของศาลยุติธรรม และส่วนของ ศาลปกครองท่านดําเนินการได้ ไม่มีปัญหา เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วมันก็เลยทําให้เรามีความรู้สึกว่า เราคงจะต้องเร่งรัดเพื่อที่จะให้มีการประกาศใช้ มีผลใช้ของกฎหมายตั้งจังหวัดบึงกาฬ ก่อนที่จะมีการสรรหา อันนี้ผมก็เลยเรียนให้กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่สอบถามนะครับ สําหรับการเตรียมการของกระทรวงมหาดไทยนั้นเราก็ได้ประสานกันทุกฝ่ายแล้ว ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตที่จะเรียนชี้แจงท่านสมาชิกที่มีความเป็นห่วง เป็นใยในเรื่องของการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬในเรื่องความพร้อม นอกเหนือจากที่เราได้เชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเกี่ยวกับความพร้อม ทุกหน่วยงานก็แสดงเจตจํานงว่ามีความ พร้อม นอกเหนือจากนั้นคณะกรรมาธิการเองยังมีโอกาสได้ลงไปในพื้นที่เพื่อไปศึกษาดู ไปตรวจสอบความพร้อมในพื้นที่ว่ามีความพร้อม มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด จากการที่เราได้มีโอกาสได้ลงไปในพื้นที่ก็ทําให้ทราบว่าจังหวัดบึงกาฬนั้นมีความพร้อมมาก ในการที่จะเป็นจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของส่วนราชการต่าง ๆ ศาลากลางยังไม่มีก็จริง แต่มีศาลจังหวัด มีอัยการจังหวัด มีเรือนจําจังหวัด มีคลังจังหวัด มีด่านศุลกากร มีแขวงการทางจังหวัด แล้วก็มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ แล้วก็มีโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาล ที่จะสามารถบริการในอําเภอรอบ ๆ เป็นโรงพยาบาล ๙๐ เตียง ก็ดูแล้วมีความพร้อม ในเกือบทุก ๆ ด้าน เว้นแต่ว่าศาลากลางจังหวัดยังไม่ได้สร้าง เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่าเรื่องความพร้อมของจังหวัดบึงกาฬนั้นมีความพร้อม เต็มร้อย เพียงแต่ว่าขั้นตอนของเงื่อนเวลาในการที่จะพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สาม ของสภาแห่งนี้และของวุฒิสภา ก็มีเงื่อนเวลาที่สําคัญที่จะต้องขอความร่วมมือในการเร่งรัด ในการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอกรรมาธิการทีหลังก็แล้วกันนะครับ ขอสมาชิกถามให้จบแล้วเดี๋ยวกรรมาธิการตอบ ทีเดียวเลยนะครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิกรณีที่ ทางกรรมาธิการได้แก้ไขในบทบัญญัติมาตรา ๒ โดยการตัดข้อความไปเสมือนที่ท่านไพจิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ได้นําเรียนท่านประธานไป ผมเองฟังเหตุผลจากท่าน ประธานคณะกรรมาธิการ เหตุผลทางด้านเชิงธุรการ เหตุผลความพร้อม ไม่ได้ติดใจครับ ก็สามารถที่จะเร่งรัดหรือสามารถที่จะดําเนินการได้ แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมค่อนข้างจะต้อง เรียนท่านประธานอย่างน้อยเพื่อบันทึกไว้หรือหาแนวทางที่จะเป็นไปได้ตามเจตนารมณ์ของ กรรมาธิการ แล้วก็บรรดาพี่น้องประชาชนที่จะได้รับประโยชน์นะครับ เพราะท่านอ้างถึง เรื่องของโอกาสที่จะมีสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภาชุดที่จะสิ้นสุดการสรรหาคือวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ นั่นหมายความว่าสิ่งที่จะเป็นพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าไม่มีเหตุการณ์ทางด้านโน้น นะครับ เสมือนที่มีข่าวคราว สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็สามารถที่จะทําหน้าที่ ต่อไปจนกระทั่งจะมีสมาชิกใหม่ เว้นแต่เขาทําเหมือนที่มีข่าว ก็คือลาออกไป อาจจะทําให้ ความเป็นสมาชิกวุฒิสภา อาจจะแปลความว่าไม่เป็นวุฒิสภา ก็ไม่สามารถที่จะพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินี้ในชั้นของวุฒิสภาได้ ก็ยังมีการตีความกันอยู่ นั่นคือข้อห่วงใยนะครับ วันที่ ๑๘ หมดวาระ ถ้าเขาจะลาออกเขาก็ต้องลาออกวันที่ ๑๘ เพื่อเข้าสู่กระบวนการที่เขามี ความประสงค์ เรื่องนี้ผมก็เชื่อว่ากรรมาธิการเองก็มีความไม่ชัดเจนเหมือนกัน ผมเอง ก็มีความไม่ชัดเจน สภาแห่งนี้ก็มีความไม่ชัดเจนเหมือนกัน ไม่มีหลักประกันครับ หลักประกัน ตรงนี้ผมเองผมเห็นด้วยนะครับถ้าจะมีการเร่งรัดให้พี่น้องได้ประโยชน์ ให้เป็นไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นสําคัญที่สุดก็คือว่าถ้าเกิดซีกโน้นเขาเป็นเหมือนที่มันมีข่าว ขึ้นมา เกิดเขาพิจารณาไม่ได้ พระราชบัญญัตินี้ก็ค้างอยู่ที่วุฒิสภา เจตนารณ์ของท่านที่บอกว่าจะให้พี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬหลังจากที่มีการประกาศใน ราชกิจจานุเษกษาแล้วได้มีโอกาสได้เลือกตั้ง ส.ว. ในฐานะที่มีจังหวัดเพิ่มขึ้น ผมก็เกรงว่า อาจจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของท่าน วัตถุประสงค์นั้นถ้าไม่ได้ปุ๊บ วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ตามมาการเร่งรัดหรือการดําเนินการต่าง ๆ อาจจะมีความยุ่งยากซับซ้อนไป แต่ประเด็นหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมก็พยายามตรวจสอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ ที่ว่าด้วยเรื่องวุฒิสภา วรรคสองเขาเขียนไว้อย่างนี้ ในกรณีที่มีการเพิ่มหรือลด จังหวัดในระหว่างวาระของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ชุดนี้จะครบอีก ๓ ปีนะครับ ชุดเลือกตั้งจะครบอีก ๓ ปี ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ โน้น ให้วุฒิสภาประกอบด้วย สมาชิกเท่าที่มีอยู่ วรรคต่อไป ในกรณีที่ตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ และยังมิได้มีการเลือกตั้งหรือสรรหาขึ้นแทนตําแหน่งที่ว่าง แล้วแต่กรณี ให้วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ตรงนี้เองถ้าสมมุติเจตนารมณ์ของท่านกรรมาธิการว่าถ้าผ่าน กระบวนการสรรหาที่กฎหมายฉบับนี้ผ่านก่อน ยังไม่สรรหา เขาก็จะสรรหาแค่ ๗๓ คน เพราะว่ามีจังหวัดที่ ๗๗ คนเพิ่มขึ้น เพราะว่าวรรคหนึ่งบังคับเอาไว้ วรรคหนึ่งบอกว่า ต้องสรรหาเท่าที่เหลืออยู่เท่านั้นเอง ก็คือได้แค่ ๗๓ วรรคหนึ่งเขียนบังคับไว้เหมือนที่ ท่านประธานได้ชี้แจงผมเข้าใจครับ แต่เกรงว่าในกรณีถ้ามาดูวรรคสองจะแปลความเข้าไป ตามที่เจตจํานงของกรรมาธิการได้หรือไม่ เพราะว่าของวรรคสองเขาบังคับว่าให้มีเท่าที่มีอยู่ เขาไม่ให้มีการเลือกตั้งใหม่นะครับ ผมไม่แน่ใจในประเด็นนี้ ผมไม่แน่ใจว่าท่านกรรมาธิการ ได้ศึกษามาอย่างถ่องแท้หรือไม่ เพราะจังหวะคาบเกี่ยวนี่ค่อนข้างจะมีปัญหาค่อนข้างมาก จังหวะเวลาคาบเกี่ยวนี่

ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ชัดเจนหรือไม่ว่าเขาจะไม่ลาออก

ประเด็นที่ ๒ เมื่อลาออกแล้วเหลือสมาชิกวุฒิสภา ๗๖ คน ยังเป็นวุฒิสภาอยู่ หรือไม่ ถึงแม้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนว่า ถ้าไม่มีการสรรหาเพิ่มเติมหรือไม่มีการเลือกตั้ง ให้จํานวนสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่เป็นวุฒิสภา ถ้ามันเป็นตามนั้นจริง ๗๖ คนก็สามารถ พิจารณาได้ครับ ก็ถือว่าครบองค์ ประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ที่มีข้อห่วงใย อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เราเร่งที่สุดนะครับ เร่งที่สุดสัปดาห์นี้ผ่าน งานธุรการสภาเร็วสุดก็คง ไม่เกิน ๑ สัปดาห์ ๑ สัปดาห์นั่นหมายความว่าเรื่องนี้เข้าวุฒิสภาต้นเดือนกุมภาพันธ์ วุฒิสภา จะใช้เวลาพิจารณาเท่าไรผมไม่แน่ใจครับ แต่ว่าตามกฎหมายทั่วไปนี้ก็คือถ้าเป็นการเงิน ก็ไม่เกิน ๓๐ วัน ถ้าเขาจะเร่งรัดที่สุดก็คือ ๑ สัปดาห์ ๑ สัปดาห์นั่นคือประมาณกลางเดือน กุมภาพันธ์ครับให้เวลาท่านนายกรัฐมนตรีกราบทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยอีก ๒๐ วัน ๒๐ วันก็คิดว่าประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ก็น่าจะประกาศในราชกิจจานุเษกษา ได้ ผมเองเป็นห่วงว่าการเขียนกฎหมายอย่างนี้นะครับ เราจะมีอะไรที่ไปสะกิดใจใน มาตรา ๑๕๐ หรือไม่ จะเป็นไปได้ไหมครับว่าอาจจะมีคนไปแปลความ อาจจะมีคนกล่าวหาเราว่า ฝ่ายนิติบัญญัติได้ใช้กระบวนการในการที่จะเร่งรัด หรือไม่คํานึงถึงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เลย หรือมาตรา ๑๕๑ เลย ซึ่งผมก็เกรงว่าสภาเราก็จะเป็นที่ครหา เพราะช่วงนี้ เป็นช่วงที่ค่อนข้างจะหมิ่นเหม่มากในการที่จะยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา ผมเพียงแต่ฝาก กรรมาธิการนะครับ ถ้ามันไม่คุ้ม ผมไม่ได้ติดใจนะครับว่าถ้าท่านเขียนว่า มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันถัดจากวันประกาศ ไม่ได้ติดใจเลยเรื่องงานธุรการท่านชี้แจงแล้ว แต่ผมเกรงว่า กระบวนการทั้งหลายทั้งปวง

ประเด็นที่ ๑ เกี่ยวเนื่องกับวุฒิสภาที่จะลาออก กรณีสรรหา

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ กับมาตรา ๑๕๑ ผมจะไม่อ่านเนื้อหาสาระนะครับ ทุกท่านเข้าใจอยู่ ผมก็ฝากเป็นประเด็นเท่านั้นเองครับ ถ้าท่านยังมั่นใจอยู่ ผมไม่ได้ติดใจครับ ยินดีสําหรับกฎหมายฉบับนี้ที่จะสนับสนุนให้ผ่านสภา อย่างเร็ว แต่ว่ามีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ผมก็ อยากจะเรียนถามถึงความห่วงใยอีกสักประเด็น ๒ ประเด็น เพราะเท่าที่ฟังจาก คณะกรรมาธิการ ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ดี ก็พูดถึงแต่เรื่องงานธุรการ โดยเฉพาะ ท่านเป็นห่วงเป็นใยจนถึงขนาดตัดคําว่า ๙๐ วัน ออก เพราะเกรงว่าวุฒิสภาท่านจะไม่ทัน ผมเองเป็น ส.ส. อยู่จังหวัด บ้านพี่เมืองน้องละ จังหวัดบึงกาฬนี่ครับ จังหวัดสกลนคร ก็เลย อยากจะเรียนถามทางคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่าน ส.ส. ในพื้นที่ท่านพงศ์พันธ์เป็น หัวหน้าทีมอยู่ ปัญหาเรื่องประชาชนในพื้นที่ซึ่งผมเองก็อยู่ติดกันก็มีปัญหาอยู่บ้าง เพราะผม ได้ยินข่าวมาอยู่ว่าในส่วนหนึ่งของพี่น้องประชาชนในบางอําเภอก็ยังอยากอยู่กับจังหวัด หนองคาย บางส่วนก็อยากมาอยู่บึงกาฬ ในประเด็นนี้ท่านไปฟังแต่กระทรวงมหาดไทย ฟังแต่ซีกราชการอย่างเดียว แล้วท่านได้ดูได้ไปถามความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ บ้างหรือยังว่าเขาคิดกันอย่างไร เพราะผมฟังจากกรรมาธิการท่านพูด ท่านก็บอก กระทรวงมหาดไทยเสร็จเรียบร้อยอะไรหมด ติดแต่ว่าศาลากลาง ผมก็อยากถามถึง หน่วยงานซีกซึ่งไม่ใช่กระทรวงมหาดไทยด้วยว่าเขาคิดและดําเนินการอย่างไรแล้วหรือยัง นอกจากประชาชน เพราะผมฝากถึงว่าพี่น้องประชาชนในส่วนหนึ่งเขาคิดกันอย่างไร เนื่องจากจังหวัดสกลนครในบางอําเภอ มีบางอําเภอก็ติดกันอยู่ มีความรู้สึก มีญาติพี่น้อง ด้วยกัน ซึ่งยังมีความรู้สึกว่าอยากอยู่จังหวัดหนองคาย ประเด็นนี้ผมจึงฝากถามถึง กรรมาธิการ โดยเฉพาะซีกของท่าน ส.ส. จากจังหวัดหนองคายได้ไปคุยกับพี่น้องว่าเขาคิด อย่างไรหรือยังกับบึงกาฬ ผมเองก็อยากเห็น เพราะมันเป็นเรื่องที่ลําบากมาก การเดินทาง จากบึงกาฬ จากอําเภอซีกทางนี้ไปสู่จังหวัดหนองคายมันระยะทางไกล อยากเห็นท่าน ตัดออก ๙๐ วันก็เป็นเรื่องดี แต่ท่านกรรมาธิการท่านประธานได้สอบถามถึงวุฒิสภาบ้างไหม ว่าวุฒิสภาที่ท่านบอกว่าเร่งรัดตัดออกไปจะทําอะไร เขาจะดําเนินการอะไรเสร็จทันตามนั้น หรือไม่ ผมเองอยากเห็นจังหวัดบึงกาฬนี่หลายปีแล้ว แม้กระทั่งอําเภอสว่างแดนดินอยากเป็น จังหวัด อยู่ก็ไม่ได้เป็น บังเอิญว่าบึงกาฬเป็นหมดแล้ว อําเภอสว่างแดนดินก็ไม่ได้เป็น อยู่วันนี้ก็ไม่ได้เป็น เพราะฉะนั้นผมก็ฝากว่าท่านเป็นแล้วคิดถึงพวกผมบ้าง ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอกรรมาธิการท่านพงศ์พันธ์ แล้วก็เป็นท่านประยุทธ์ แล้วก็ ว่าที่พันตรี สรชาติ แล้วก็จะเป็น กรรมาธิการเทวฤทธิ์ นิกรเทศ เรียงตามลําดับนะครับ เชิญคุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับข้อคําถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม ท่านนิยม เวชกามา ขอประทานอภัย ที่เอ่ยนามทั้ง ๒ ท่าน ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับเรื่องความคิดเห็นของประชาชน ที่มีความคิดเห็นว่า จังหวัดบึงกาฬนี้และจังหวัดหนองคายเขามีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร ขออนุญาตนะครับว่าก่อนที่เราจะมาเสนอร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... นั้น ได้มีการแสดงประชามติ ขอประชามติจากทุกอําเภอ ทุกตําบลในจังหวัดหนองคาย ทั้ง ๑๗ อําเภอ แล้วก็ผลสํารวจความคิดเห็นปรากฏว่ามีความคิดเห็นที่สนับสนุนให้เป็น จังหวัดบึงกาฬ ๙๘.๘๗ เปอร์เซ็นต์ ก็มีเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ที่มีความไม่เห็นด้วยในการ จัดตั้งบึงกาฬเป็นจังหวัด

ประการที่ ๒ ในความเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับเรื่องของข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่จะตามมาในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกก็ดี ท่านประธาน ได้กราบเรียนเป็นเบื้องต้นไปแล้วว่า ในเรื่องเงื่อนข้อกฎหมายนั้นถ้าเรามีการทอดเวลาล่วงเลยไปถึงการที่ให้มีการพิจารณาสรรหา สมาชิกวุฒิสภาครบตามจํานวน ๗๔ คนแล้ว ปัญหาจะตามมาในภายหลัง เพราะฉะนั้น เงื่อนเวลาที่เรามีอยู่อย่างจํากัด จึงอยากจะกราบเรียนให้สมาชิกได้ทราบว่าเราพยายามที่จะ หาข้อสรุป แล้วก็หาประเด็นต่าง ๆ ที่จะเป็นคําตอบว่าเมื่อเราย่นระยะเวลาจาก ๙๐ วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาเป็นวันนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เราต้องมีคําตอบ แล้วประชาชนจะได้ประโยชน์ ถ้าสมมุติว่าเราทอดเวลาถึง ๙๐ วัน จะทําให้ ประชาชนนั้นเสียประโยชน์ และในอนาคตอาจจะมีการตีความของแง่กฎหมายในการที่ จังหวัดบึงกาฬจะไม่มีสมาชิกวุฒิสภา หรือมี แต่ก็จะเกินจํานวน ๑๕๐ ท่าน เพราะฉะนั้น ในวันนี้ข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เราเป็นห่วงเป็นใยนั้นเราพยายามที่จะหาคําตอบแล้วก็ปิดรูรั่ว ต่าง ๆ ที่จะให้จังหวัดบึงกาฬนั้นได้ดําเนินการเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่กําลัง รอคอยอยู่ขณะนี้ แม้แต่พระตอนนี้ก็เตรียมที่จะเป็นเจ้าคณะจังหวัดแล้ว หลาย ๆ โรงเรียน โรงเรียนบึงกาฬก็จะเป็นโรงเรียนประจําจังหวัด แล้วก็ส่วนราชการต่าง ๆ ก็เตรียมที่จะเป็น ส่วนราชการประจําจังหวัด เพราะฉะนั้นก็ฝากความหวังกับท่านสมาชิกทุกท่านว่าเราตอนนี้ ร่วมใจกันผ่านวาระที่หนึ่งมาแล้ว วาระที่สอง วาระที่สามนี้ก็ขอความกรุณาที่จะให้จังหวัด บึงกาฬแล้วเราเดินหน้าได้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนกรรมาธิการ ผมจะขอสมาชิกอีกสักท่านหนึ่งก่อนนะครับ ท่านวิฑูรย์ นามบุตร

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของการจัดตั้งจังหวัด ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกคงไม่มีใครขัดข้องหรอกครับ แต่สิ่งที่ อยากเรียนถามท่านประธานไปยังกรรมาธิการก็คือว่าแน่นอนครับ พอมีการจัดตั้ง จังหวัดใหม่ขึ้นมา มันก็จะมีทั้งทรัพย์สิน มันก็จะมีทั้งองค์ประกอบต่าง ๆ อีกมากมายตามมา ท่านกรรมาธิการบางท่านอาจจะบอกว่าความพร้อม ไม่ว่าศาล ไม่ว่าส่วนราชการอื่น ๆ พอมีบ้างแล้ว ยังขาดเหลือศาลากลาง ผมพูดประเด็นเดียวครับ เกี่ยวกับเรื่องของศาลากลาง ท่านครับ การมีศาลากลางนั้นเป็นความสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด กระทรวงมหาดไทย มีแบบก่อสร้างศาลากลางที่เป็นแบบมาตรฐาน แต่ก็เป็นแบบเดียวกันทั่วทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ทําอย่างไรจะให้ศาลากลางไม่เป็นศาลากลางของผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เป็นศาลากลางของกระทรวงมหาดไทย ทําอย่างไรจะให้เป็นศาลากลางของประชาชน กรรมาธิการได้สอบถามไหมครับว่างบประมาณที่จะก่อสร้างศาลากลางหลังใหม่ของจังหวัด บึงกาฬมีพร้อมหรือยัง รูปแบบของศาลากลางเป็นอย่างไร ผมเรียนกับท่านครับว่าที่ผ่านมานี้ มีศาลากลางที่ถูกเผาไป ๔ แห่ง ๑ ใน ๔ คือของจังหวัดอุบลราชธานี ท่านครับ ตอนนี้จะมี งบประมาณในการที่จะไปก่อสร้างศาลากลางหลังใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งแบบที่ออก มานะครับ เรียนกรรมาธิการนะครับ แบบที่ออกมาที่จะไปสร้างศาลากลางหลังใหม่ของ จังหวัดอุบลราชธานี มันก็เป็นแบบเดียวกับที่สร้างทุกจังหวัดที่ได้สร้างใหม่ พี่น้องประชาชน มีความรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ทําไมถึงไม่พอใจครับ เพราะมันก็เหมือน ๆ กัน พี่น้องประชาชน คนอุบลราชธานีมีความรู้สึกว่าศาลากลางดี ๆ อยู่ของเขาดี ๆ เป็นที่บริการพี่น้องประชาชน ทําไมต้องมาเผา เมื่อเผาไปแล้วทําอย่างไรสร้างขึ้นมาใหม่จะมีความรู้สึกว่าศาลากลางเป็นของประชาชน พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ท่านครับ เขาร่วมกันคิดทั้งสถาปนิก ทั้งภูมิปัญญาชาวบ้าน ทั้งท้องถิ่น ช่วยกันคิดว่าแทนที่จะสร้างศาลากลางแบบนี้ละครับ เอาแบบประชาชน มีส่วนร่วมได้ไหม ให้มีสัญลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น เช่นจะสร้างศาลากลางที่จังหวัดบึงกาฬ อะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดบึงกาฬ อะไรที่มองศาลากลาง เห็นศาลากลางจังหวัด บึงกาฬรู้เลยว่านี่ละจังหวัดบึงกาฬรวมกันอยู่ตรงนี้ เพราะว่าทั้งพี่น้องประชาชนถึงราชการ และส่วนต่าง ๆ ไปเยี่ยมศาลากลางเป็นประจําอยู่แล้ว จังหวัดอุบลราชธานีก็เช่นเดียวกัน ครับท่าน ผมอยากจะให้ทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องครับถึงแม้จะมีงบประมาณแล้ว แทนที่จะสร้าง ศาลากลางเป็นบล็อก (Block) เป็นตึก ทําอย่างไรศาลากลางจะมีความสวยงาม มีความ ศิวิไลซ์ (Civilize) มีความเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน มีความเป็นของประชาชนคนจังหวัดนั้น ๆ ที่พูดไม่ใช่ว่าเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ก็ฝากกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการครับว่าน่าจะ มีข้อสังเกตในเรื่องของการสร้างศาลากลางไว้ด้วยเพื่อที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากที่สุด ครับท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ในฐานะกรรมาธิการ กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสําหรับ ข้อเท็จจริงและปัญหาและความหนักใจของคณะกรรมาธิการมันตรงกันกับท่านสมาชิก ผู้มีเกียรตินั้น กระผมจะไม่นําข้อเท็จจริงนั้นมาชี้แจง เพราะว่าจะมีความเห็นตรงกัน

สําหรับท่านวิฑูรย์ได้เสนอแนะในเรื่องต่าง ๆ นั้น กระผมว่าภาระหน้าที่นี้ คงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลซึ่งปีกของท่านก็ยังมีอยู่ ฝ่ายรัฐบาลก็คงได้ฟัง ก็คงรับฟังเหตุผลของ ท่านไป สําหรับกรรมาธิการนั้นก็คงจะไม่สามารถทําอะไรมากมายได้ไปกว่านี้

ประเด็นที่กระผมจะชี้แจงต่อท่านประธาน ก็คือประเด็นข้อกฎหมาย มันเป็น เดดล๊อก (Deadlock) กันจริง ๆ เริ่มต้นเราเริ่มคิดเราก็คิดว่าปัญหาจะเกิด เราเริ่มพิจารณา มาตรา ๑๑๑ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าจะมี ส.ว. ได้ ๑๕๐ คน แต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ เขาจะมีการสรรหาขึ้นมาใหม่ หมดอายุแล้ว ในกรณีมาตรา ๑๑๑ วรรคหนึ่ง เขาเขียนว่า มี ส.ว. ทั้งหมดได้จํานวน ๑๕๐ คน แต่มาจากการเลือกตั้งจากจังหวัดต่าง ๆ ได้จังหวัดละ ๑ คน ที่เหลือแปลว่ามาจากการสรรหา ปัจจุบันนี้ก็มี ๗๖ คน บวก ๗๔ คน แต่ก็มี ข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญบอกว่า ในกรณีที่ตําแหน่งว่างลงจะต้องมีการสรรหาให้ครบ จํานวน ๑๕๐ คน เพราะฉะนั้นประเด็นที่มีคณะกรรมการสรรหาที่จะทําการสรรหาชุดใหม่ เขาต้องสรรหามา ๗๔ คน ให้ครบ ๗๔ คน มาบวก ๗๖ คน กับการเลือกตั้ง ถ้าสมมุติว่า เราล่วงพ้นเวลาที่เขาสรรหาไปแล้ว ถ้าเขาสรรหามา ๗๔ คน จังหวัดบึงกาฬจะไม่มี การเลือกตั้ง ส.ว. ๙ ปีครับท่านประธาน เป็นเวลา ๙ ปี เราเห็นปัญหานี้เราพยายามที่จะคิด หาแนวทางที่จะต้องแก้ไขปัญหา ถ้ารอไว้ ๙๐ วัน เมื่อล่วงพ้นการสรรหาไปแล้วจะเกิดปัญหา เดดล๊อก เกิดปัญหาข้อกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญทันที เราไม่ได้คิดกังวลหรอกครับว่า ส.ว. จะเหลือกี่คน ประชุมได้หรือไม่ กระผมเข้าใจครับ มาตรา ๑๓๒ ก็ตาม มาตรา ๑๑๑ ก็ตาม ที่มีอยู่เขาทํางานได้ไม่เกี่ยวข้องกับการประชุม แต่เกี่ยวข้องกับจํานวน ถ้าเขาสรรหามา ๗๔ คนแล้วจะมีปัญหากับพี่น้องชาวบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬซึ่งเป็นจังหวัดใหม่ที่จะต้องมีการ ว่างจากการมี ส.ว. ถึง ๙ ปี เราดูข้อกฎหมาย เราดูข้อเท็จจริงประกอบแล้วเราจึงจําเป็น จะต้องมีการแก้ไขมาตรา ๒ ดังกล่าวครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ ว่าที่พันตรี สรชาติ สุวรรณพรหม ครับ

ว่าที่พันตรี สรชาติ สุวรรณพรหม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กราบเรียนเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านไพจิต ขออนุญาตนิดหนึ่งว่า จะขัดรัฐธรรมนูญไหมนะครับ ความจริงไม่น่าขัดนะครับ เพราะรัฐธรรมนูญเองก็กําหนดให้ สามารถที่จะตั้งจังหวัดใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาได้นะครับ ดังนั้นประเด็นที่ท่านไพจิตห่วงใยคงไม่น่า เกิดขึ้นนะครับ

ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ท่านคุณหมอชลน่านเป็นห่วง ความเป็นจริงท่านประยุทธ์ ตอบไปสักพักหนึ่งแล้วนะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ครับถ้ามันไม่ทันจริง ๆ นะครับมันก็ต้องยอม ว่าให้มีการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก จังหวัดบึงกาฬเองเข้าไปอีก ๙ ปี แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมเชื่อ นะครับว่าจังหวัดหนองคายกับจังหวัดบึงกาฬอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว วันนี้เองครับไม่มีอะไร ขัดรัฐธรรมนูญเพียงแต่ว่าที่เร่งระยะเวลาขึ้นมานั้นเนื่องจากความพร้อมจังหวัดบึงกาฬ กรรมาธิการเองได้มีโอกาสเดินทางไปตรวจเยี่ยมแล้วก็ไปดูเมื่อวันที่ ๒๐ ที่ผ่านมานี้เอง ก็มีความพร้อมหมด มีศาลมีอะไรครบหมดนะครับ ซึ่งมีความพร้อมกว่าหลายจังหวัดซึ่งเคย เป็นจังหวัดมาก่อน อันนั้นคือสิ่งที่เราอยากจะให้เห็นภาพว่าความพร้อมจริง ๆ ที่จะต้อง เป็นมา เคยทันทีมาเป็นวันถัดจากวันราชกิจจานุเบกษาให้เป็นจังหวัดบึงกาฬเกิดขึ้น นั่นคือ สิ่งที่กรรมาธิการได้ไปดูและตรวจสอบ แล้วก็ดูกันทุกมาตรา อย่างที่ท่านประยุทธ์นําเรียน เสนอว่ามันไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญแล้วก็สามารถที่จะถ้าเร่งได้ทันมันก็จะเป็นผลดีต่อพี่น้อง ชาวบึงกาฬ มีเลือก ส.ว. ได้ทันเวลา แต่ถ้าไม่ทันจริง ๆ ก็ไปปี ๒๕๖๓ เท่านั้นเอง นั่นคือสิ่งที่ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านผู้มีเกียรติทุกท่านตรงนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญกรรมาธิการเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ครับ

นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากจังหวัดหนองคาย ว่าที่จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดที่ ๗๗ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คณะนี้ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณทางท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ หลาย ๆ ท่านที่ได้ ให้ข้อสังเกตกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความพร้อม ไม่ว่าเรื่องสมาชิกวุฒิสภา เรื่องความพร้อมนี่นะครับ ผมกราบเรียนท่านว่าพร้อมมานานแล้ว ไม่ใช่ว่าเพิ่งพร้อม วันนี้หรือเมื่อวานนี้ บึงกาฬเขาพร้อมมาเกือบ ๆ จะเป็น ๑๐ ปีแล้วครับ ผมอยู่ในพื้นที่ ตรงนั้นตั้งแต่เกิด ผมเห็นความกระตือรือร้นของพี่น้องประชาชนที่เขาจะได้เป็นจังหวัด บึงกาฬ

ส่วนท่านนิยม เวชกามา ที่ได้สอบถามว่าจํานวนพี่น้องประชาชน มีบาง อําเภอเขาก็ไม่อยากอยู่จังหวัดบึงกาฬ เขาอยากจะอยู่จังหวัดหนองคาย อันนี้เราทราบ ทุกประเด็นครับ เราถึงออกมาเป็นที่ ๘ อําเภอ อย่างที่ทราบใน พ.ร.บ. ส่วนอําเภอที่เราคิดว่า จะนําเข้ามา เช่น อําเภอรัตนวาปี หรืออําเภอเฝ้าไร่ เขาก็มีแนวความคิดที่จะไม่อยากอยู่ที่ จังหวัดบึงกาฬ เราก็ไม่สามารถที่จะบังคับจิตใจพี่น้องประชาชนได้ ก็ขึ้นอยู่จังหวัดหนองคาย เหมือนเดิมไป ตรงนี้เราทําโพล (Poll) มาเรียบร้อยนะครับ กระทรวงมหาดไทยทําโพลมา เรียบร้อยตรงนี้ ไม่ต้องห่วงประเด็นตรงนี้ ผมอยากจะเสริมประเด็นเรื่องสมาชิกวุฒิสภา อีกสักเล็กน้อยนะครับว่า ถ้าพวกเราไม่ตัดคําว่า ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา พี่น้องประชาชนเสียโอกาสจริง ๆ ครับท่านประธาน ๙ ปีนะครับ ๓ ปีอย่างนี้คือไม่ได้เลือกตั้ง นะครับ เพราะว่าถ้าเราพูดถึงระยะเวลานะครับเข้าสภาวันนี้วันที่ ๒๖ ถ้าวันนี้ผ่านไปนะครับ ประมาณสัก ๑ สัปดาห์ก็เข้าสู่สมาชิกวุฒิสภาก็ตีเป็นเสียว่าวันอังคารหน้าก็คือวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ก็คงจะใช้เวลาก็ไม่นานนะครับสมาชิกวุฒิสภาก็คงใช้เวลาพิจารณาก็ไม่น่าจะเกิน ๑ สัปดาห์ หลังจากนั้นก็นําทูลเกล้าฯ ก็น่าจะอยู่ภายใน ๗ วันถึง ๑๕ วัน ก็จะตรงกับวันที่ แล้วทรงโปรดเกล้าฯ ลงมา คือระยะนี้เวลานี้ก็ไม่น่าจะเกิน ๒๐ วันก็จะลงประมาณวันที่ ๒๐ ปลาย ๆ ไม่น่าจะเกินเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถ้าลงมาไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ระบบสรรหา ๑๘ กุมภาพันธ์นี้ก็หมดวาระ ก็คงจะไม่ใช้เวลาแค่ ๗ วันสรรหาได้ครบ ก็คงใช้ เวลา ในรัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ให้ ๖๐ วัน เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่พวกเราต้องเขียน เพราะพวกเราต้องแก้ไขตรงนี้ก็เนื่องจากเหตุการณ์ตรงนี้ ตอนที่ผมนําร่างเข้ามาใหม่ ๆ ซึ่งประกบกับร่างของรัฐบาลนั้น เราก็ยังไม่คิดถึงประเด็นตรงนี้ แต่พอเข้ามาพิจารณาจริง ๆ มีข้อสังเกตของกฤษฎีกาเข้ามาทําให้พวกเราต้องคิด ก็ถือว่า ตรงนี้นะครับถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เราไม่อยากให้ ปัญหาเกิดขึ้น เราไม่อยากจะต้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญมาตีความว่าจะเป็นอย่างไร มี ส.ว. ๗๔ คนแล้ว สรรหามา ๗๔ คนแล้ว ถ้ามีจังหวัด ๗๗ จังหวัดนี่ผมว่ามันก็ต้องขัดรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ทราบว่าจะตีความออกมาอย่างไร เพราะฉะนั้นนี่คือการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคต ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านที่ให้ความสนใจ และต้องขอถือว่าวันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งนะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณสภาของ พวกเราที่ได้นําเข้าสู่สภาอย่างรวดเร็วเปิดวันแรกนะครับ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปทาง พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่นะครับว่าจังหวัดบึงกาฬของพวกท่านสมหวังแน่นอนครับ เพราะว่า สภาชุดนี้มีแต่ผู้ใหญ่ที่น่ารักที่พร้อมที่จะสนับสนุนให้จังหวัดบึงกาฬของพวกท่านได้เป็น จังหวัดครับ ขอบพระคุณท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญต่อเลยครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และ มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ไม่มีท่านผู้ใดติดใจนะครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน เชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม จริง ๆ มาตรา ๙ ที่มีการแก้ไขก็ดูเนื้อในรายละเอียดแล้ว ไปเพิ่ม คําว่า การให้ดําเนินเช่นเดิมไปพลางก่อน แต่ว่าไปเพิ่มคําว่า การ ให้ดําเนินการ เช่นเดิมไปพลางก่อนในเรื่องเกี่ยวกับภาษี งานทะเบียน งานอื่น ๆ ในชั้นการยกร่าง มันขาดตกบกพร่องไปหรืออย่างไร มีเจตนาอย่างอื่นไหม ความจริงท่านประธานนี่ตอบคนแรก ผมฟังคล้าย ๆ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ สงสัยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาแล้ว เลยบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่เป็นปัญหา ผมเชื่อท่านนะครับ ผมเป็นห่วง ประชาชน เพราะว่าเวลาสร้างเขาก็ดีใจนะครับ แต่เวลาฝ่ายไปอยู่นี่ ไปนําบริการต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชน เห็นบอกว่าจะให้ชุดเดิมดําเนินการไปนะครับ เท่าที่ฟังดูก็แปลว่า ชุดที่เคยเป็นอําเภอไปเก็บภาษีก็ให้ดําเนินการไปพลางก่อน ดูให้ดีนะครับ อย่าให้เกิด ปัญหากับพี่น้องประชาชนในการเมื่อจะนําบริการไปหาพี่น้อง ส่วนท่านรองประธานที่พูดไป ถึงพระสงฆ์องคเจ้าว่าตั้งเจ้าคณะจังหวัดแล้ว บางทีก็ต้องระมัดระวังนะครับ ความจริง ท่านปราศจากซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์แล้ว แต่ว่าผมเข้าใจว่าประชาชนตื่นเต้นอยากได้จังหวัด มันตื่นเต้นดีใจไปถึงจังหวัดนครพนมผมนะครับ เมื่อกี้ถามจังหวัดสว่างแดนดินเมื่อไรจะตั้งให้ ท่านคณะกรรมาธิการก็คงลืมแล้วนะครับ ไม่ได้ถาม ก็ฝากเรื่องนี้บันทึกในการประชุม ไว้ด้วยนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีอะไรนะครับ พิมพ์ตกใช่ไหมครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ท่านกรรมาธิการสุทัศน์ เงินหมื่น

นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น ต้องขอบคุณท่านไพจิต ความจริงการที่ท่านรองประธานได้พูดถึงว่ามีการเตรียม ตําแหน่งไว้นั้นคงจะพูดด้วยความตื่นเต้นและดีใจ คงไม่ได้เป็นไปตามที่พูดเท่าไรนักหรอกครับ สําหรับการที่จําเป็นต้องเพิ่มคําว่า การ ลงไปนั้นเข้าใจว่าจะเป็นเรื่องการพิมพ์ตกมากกว่า กรรมาธิการจึงเห็นว่าเพื่อความสมบูรณ์ที่สุด เพราะดําเนินเฉย ๆ มันคงไม่มีความหมาย แต่ถ้าดําเนินการก็คือการปฏิบัติการ ซึ่งผมเองก็มีประสบการณ์ ได้ดูอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ ท่านสมาชิกทั้งหลายได้มีความสบายใจ เพราะผมมีประสบการณ์จากการเสนอตั้งจังหวัด และเป็นประธานคณะกรรมาธิการจังหวัดอํานาจเจริญมาก่อน ให้เพื่อนสบายใจได้ ส่วนหน่วยราชการต่าง ๆ นั้น สบายใจได้ครับเขาเตรียมการมาอย่างที่ท่านสมาชิก กรรมาธิการบอก มีการเตรียมการมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วว่าจังหวัดแห่งนี้มีความพร้อมมากที่สุด ศาล อัยการ ราชทัณฑ์ก็มีความพร้อมที่สุดครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการต่อมาตรา ๑๐ ครับ เพราะต้องกลับมามาตรา ๙ ใหม่ ดําเนินการต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ เป็นอันว่าสภาแห่งนี้ได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในขั้นเรียงตามมาตรา ต่อไปจะเป็นการลงมติในวาระที่สามทั้งฉบับนะครับ แต่เดี๋ยว จะต้องลงมติเมื่อมีใครแก้ไขในวาระที่สองก่อนตามปกติ เพราะฉะนั้นผมจะต้องขอเชิญ สมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ขอเชิญสมาชิกที่กําลังรับประทานอาหาร เข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกครับ เราได้จบการพิจารณาในขั้นเรียงตามมาตรานะครับ ต่อไปผมจะถามว่า ท่านผู้ใดยังติดใจจะแก้ไขถ้อยคําในวาระที่สอง มีสมาชิกท่านไหนต้องการจะแก้ไขถ้อยคํา ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ไม่มีนะครับ เป็นอันว่าจบการพิจารณาในวาระที่สอง เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลแสดงตนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๔๘ ท่านนะครับ

ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติให้ความเห็นชอบในวาระที่สาม ของร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... นะครับ ผมจะถามสมาชิกว่าท่านใด เห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๐ ท่าน ท่านสมาชิกครับ เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบ ในวาระที่สาม แห่งร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้เอาบัตรขึ้นมาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธานไม่ได้ออกเสียงใช่ไหมครับ ก็เพิ่มไปอีก ๑ เสียง เป็นเห็นชอบนะครับ ก็เป็นอันว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านวาระที่สามเป็นที่เรียบร้อยครับ คุณอรรถวิชช์ครับ ก่อนที่คุณอรรถวิชช์จะอภิปรายผมเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับ เรายังเหลือ ร่างพระราชบัญญัติที่ควรจะผ่านสภาในวันนี้อีก ๒ ฉบับ ซึ่งมีการแก้ไขไม่มาก ก็ขอให้ ท่านยังอยู่ในห้องประชุม ผมคิดว่าทั้ง ๒ ฉบับคงใช้เวลาไม่มากนัก เชิญคุณอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วยกับที่ผมเสนอที่ประชุมไปเมื่อกี้ใช่ไหมครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่ผ่านมานะครับ ก็เพิ่มไปอีก ๑ ครับ ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านภุชงค์ รุ่งโรจน์ และคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ

ท่านสมาชิกครับ อีก ๒ ร่างพระราชบัญญัติเป็นร่างพระราชบัญญัติตํารวจ แห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนของข้าราชการตํารวจนะครับ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเสร็จ แล้วมีการแก้ไขน้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอ ความกรุณาท่านสมาชิกอยู่ในห้องด้วยนะครับ เดี๋ยวเราจะดําเนินการทั้ง ๒ ฉบับให้เสร็จสิ้น ภายในวันนี้ครับ

ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้านั่งประจําที่ด้วยครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

คณะกรรมาธิการได้เข้านั่งประจําที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอเชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านสาธิต ปิตุเตชะ แถลงต่อที่ประชุมด้วยครับ เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน และเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอกราบเรียนให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ทราบว่า

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) ได้ลงมติรับร่างหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนั้น โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณา แล้วที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน และเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกัน กับที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณา ได้กําหนดการแปรญัตติไว้ ๗ วันนั้น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังกล่าว คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ โดยได้มีการประชุมรวมทั้งสิ้น จํานวน ๘ ครั้ง และได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ๑. สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ๒. กระทรวงการคลัง ๓. สํานักงบประมาณ ๔. สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือน และสํานักงานคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ ๕. กระทรวงกลาโหม เพื่อมาร่วมชี้แจงและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ ร่างกฎหมายฉบับนี้ มีเหตุผลที่สําคัญ ผมขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ๓ ประการด้วยกันนะครับ

๑. ก็คือว่าเป็นการปรับฐานเงินเดือนให้ทันบัญชีเงินเดือนของทหารนะครับ ซึ่งพี่น้องข้าราชการทหารนั้นได้บังคับใช้ แล้วก็มีการร่างพระราชบัญญัติบังคับใช้เงินเดือน ทหารเสร็จไปแล้ว ๒ ปี

๒. ก็คือมีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนของข้าราชการ ก.พ. เสร็จไปแล้วเมื่อปี ๒๕๕๒ นะครับ

๓. เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งค่าของ เงินก็มีค่าลดลง

เพราะฉะนั้นด้วยหลักการและเหตุผลฉบับนี้คณะรัฐมนตรีจึงเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนเพื่อมาโปรดนําเสนอในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ติดใจนะครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒ นี้ได้กําหนดไว้ว่าพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้ บังคับตั้งแต่ ร่างเดิม ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วกรรมาธิการก็ได้เพิ่มเติม แล้วตัดคําว่า นับจากวันถัดประกาศในราชกิจจานุเบกษา ออก แล้วเติมข้อความว่า ให้มีผล ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ แปลว่าจะให้เงินเดือน เงินค่าตอบแทน ตามท้าย พระราชบัญญัตินี้ย้อนหลังไป ย้อนหลังจากวันนี้ไป ๓ เดือนนะครับ แปลว่าออกแล้วให้มีผล ย้อนหลัง ความจริงออกแล้วเป็นคุณก็ย้อนได้นะครับโดยหลักกฎหมาย แต่ว่าเป็นธรรมเนียม ในการที่จะต้องปรับเงินเดือนให้กับข้าราชการครูที่จะเข้ามาด้วยนะครับ ตัวอื่น ๆ ก็จะมีผล ย้อน ๆ เหมือนกันอย่างนี้ใช่ไหม ผมสงสัย แม้ว่าจะในชั้นรับหลักการได้ไปเขียนไว้ใน มาตรา ๖ ว่า ให้มีผลย้อนไป ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ในมาตรา ๖ แต่ว่าได้ตัดถ้อยคําพวกนี้ออกให้ มาใส่ไว้ในมาตรา ๒ แล้ว ก็สงสัยธรรมเนียมเท่านั้นละครับว่าที่ต้องย้อนหลังทําไมย้อน ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เพียง ๓ เดือน เพราะฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการที่รายงานบอกของ ทหารเขาไปมาแล้ว ๒ ปี ทําไมของตํารวจ ๓ เดือน ทําไมไม่ย้อนไปเยอะ ๆ เพราะตํารวจเป็น ข้าราชการผู้น้อยที่ผมทราบนี้นะครับ เขาคอยอยู่ เผอิญเจ้าภาพใหญ่มีพวกนายพลทั้งหลาย ไม่ค่อยสนใจเขา มาชี้แจงพวกผมก็ต้องคะยั้นคะยอกันมานะครับ ผมก็เห็นใจ แต่พอท่านมา บอกว่าของสีเขียวไปแล้ว ๒ ปี พอสีกากี ๓ เดือน ผมก็สะกิดใจว่ามาตรฐานคืออะไร แล้วขณะเดียวกันก็มีร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนครูก็จะเข้า เร่งรัดจะเข้ากันอยู่ ผมก็อยากได้บรรทัดฐานพวกนี้ แล้วขณะนี้ของสภาก็เข้าไปอยู่นะครับ ก็จะเอามาตรฐาน เดียวกันนี้ละครับ อย่าให้ลดหลั่นกันหรือว่าถ้าสีต้องย้อนเยอะ ๆ ถ้าสีนี้ย้อนน้อย ๆ นี่ก็ไม่เป็นธรรมนะครับ ผมนี่เข้าใจว่าชีวิตของตํารวจ ตํารวจอยู่ใกล้ ๆ ผม ท่านเชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ นั่งอยู่นี่ ผมสงสัยก็ถามว่าตํารวจไม่เห็นขึ้นข้างบน ท่านบอกว่าตํารวจอยู่ข้างล่างแปรญัตติไว้อยู่คนเดียว ก็อยากทราบเท่านั้นละครับ ในมาตรา ๒ ท่านต้องชี้แจงให้ชัดนะครับ ถ้าจะเลยไป หลาย ๆ เดือนก็ไม่ได้ขัดข้องนะครับ ข้าราชการผู้น้อยเห็นบอกหลายคน เป็น ๒๐,๐๐๐- ๓๐,๐๐๐ คนนะครับที่คอยอยู่ เงินเดือนเต็มขั้นคอยแล้วคอยอีกอยู่นี่ ก็ย้อนให้ไป ๓ เดือน ทําไมไม่ ๖ เดือนล่ะ ทําไมไม่ย้อนไปสัก ๖ เดือน สัก ๑๒ เดือนสุดแท้แต่ ลองดูตัวเลขพวกนี้ พอท่านย้อนไปแบบนี้จะเกี่ยวข้องกับเงินงบประมาณเท่านั้นใช่ไหม เกรงว่าจะไม่มีเงินจ่าย ก็เลยต้องเอาเฉพาะ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ย้อนหลังไปเท่านี้ ก็สงสัยครับ หลักเกณฑ์เหล่านี้ได้เทียบเคียงกับข้าราชการส่วนอื่น ๆ อย่างไร ในการที่จะปรับย้อนหลังให้ ก็ถามเพื่อขอความชัดเจน ถ้ายังเห็นว่ามันจะเลื่อนได้ก็อยากจะเลื่อนต่อนะครับ อยากเลื่อน ต่อให้เขา ให้เขาได้รับดอกบุญอานิสงส์ ไหน ๆ รัฐบาลก็พัฒนาเศรษฐกิจจนเงินจะต้องตั้ง งบประมาณกลางปีอยู่แล้ว มีเงินเหลือเฟือ พอ จะใช้อีกแสนกว่าล้านบาท ขยับให้ตํารวจ อีกสักหน่อยได้ไหมครับ ถ้าหากหลักพอขยับได้ก็อยากจะฟังความเห็นจากคณะกรรมาธิการ ด้วยความรอบคอบครับ ขอบพระคุณ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขอใช้สิทธิสมาชิกตามข้อบังคับ กรณีท่านกรรมาธิการได้แก้ไข ในมาตรา ๒ ผมเองกรณีที่จะมีการย้อนหลัง ผมไม่ได้ติดใจครับ เพราะในชั้นรับหลักการ ผมก็ตรวจสอบร่างนี้ก็มีบทบัญญัติที่เขียนไว้ในมาตรา ๖ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป แต่เขียนในตัวบท แต่พอผ่านชั้นกรรมาธิการร่างของกรรมาธิการ กลับมาสู่สภา ก็ไปยกเลิกมาตรา ๖ แล้วก็กลับมาเขียนในมาตรา ๒ โดยตัดข้อความเดิมออก แล้วเขียนวันบังคับใช้ลงไปก็คือวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ด้วยความเคารพท่านประธาน อยากจะกราบเรียนท่านผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือทางตัวแทนของกฤษฎีกา ที่อยู่ในคณะนี้นะครับว่านิติวิธีที่ถูกต้องควรจะทําอย่างไร ต้องขออนุญาตถามเป็นความรู้ครับ เผื่อว่าจะได้ปฏิบัติกันถูก ในชั้นของวาระรับหลักการพวกเราจะได้ดูกันให้ถ้วนถี่นะครับ จะได้ไม่มีข้อสงสัย นิติวิธีที่ถูกต้องควรจะต้องทําอย่างไร จะไปเขียนในตัวมาตรา หรือเขียน ในมาตรา ๒ เรื่องของผลของการบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องประกาศในราชกิจจานุเษกษา หมายความว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเษกษาหรือไม่ เพราะตัวมาตรา ๒ อย่างไรก็ต้องเขียนไว้ว่า บทบัญญัติ การตรากฎหมายรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ว่า เมื่อผ่านการลง พระปรมาภิไธยแล้ว เมื่อประกาศในราชกิจจานุเษกษาก็มีผลบังคับใช้ เมื่อประกาศใน ราชกิจจานุเษกษา ไปเขียนอย่างนี้ผมก็มีข้อสงสัยว่า บทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เขาเขียนใน มาตรา ๑๕๐ จะขัดหรือแย้งกันหรือเปล่า จะขัดหรือแย้งกันหรือไม่ ผมไม่ได้ติดใจเลยครับว่า เราจะตราพระราชบัญญัติแล้วก็สามารถที่จะมีสภาพบังคับในกรณีที่จะเป็นคุณกับผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องโดยเฉพาะตํารวจ ซึ่งเขาเสียโอกาส เสียสิ่งที่เขาควรจะมีจะเป็นมาค่อนข้างนานนม เลยนะครับ อันนั้นไม่ติดใจเลย ก็อยากจะทราบในเรื่องของนิติวิธี

แล้วก็คําถามอันที่ ๒ ว่าถ้าท่านดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ในวรรคท้าย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศ ในราชกิจจานุเษกษาแล้วให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ ส่วนท่านจะให้ใช้บังคับทันที หรือใช้บังคับถัดไปอย่างไรก็แล้วแต่ นั่นก็เป็นกระบวนการตรากฎหมาย แต่ว่าผมมาดูตรงนี้แล้ว ผมก็มีข้อสงสัยเป็นข้อที่ ๒ ก็ฝากเรียนถาม ต่อเนื่องนะครับ ในฉบับที่แก้ไขเรื่องของร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี่ก็เช่นกัน ท่านก็ไปตัดมาตรา ๒ ออก แล้วเปลี่ยนถ้อยคําเป็น ๑ ตุลาคม เช่นกัน ถ้าจะให้สอดรับนี่ ร่างของ พ.ร.บ. เงินเดือน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ควรจะต้องเขียน อย่างไรเพื่อให้มันมีสภาพบังคับ เดิมเราใช้ตัวแม่ ต้องขออภัยครับ ตัวร่างพระราชบัญญัติ เงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มารองรับในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตรงนั้น ยกเลิกตรงนั้น แต่ใช้ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติซึ่งเสมือนกฎหมายแม่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เขาเป็นตัวกําหนดว่ามีสภาพบังคับตั้งแต่ ๑ ตุลาคม โดยเขียนในบทมาตรา ก็เรียนถามท่านประธานครับ เผื่อว่าทางสมาชิกเราในฐานะที่เป็นผู้ตรากฎหมายจะได้ ปฏิบัติได้ถูกต้องในการที่จะพิจารณาเพราะว่านิติวิธีเป็นเรื่องสําคัญ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้คุณชัยวัฒน์ยกมือหรือเปล่าครับ เชิญครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยนาท ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าวันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้มีโอกาสพิจารณา เรื่องของเงินเดือนของข้าราชการ วันนี้ก็เป็นการพิจารณาวาระที่สอง แล้วก็คงต่อวาระที่สาม ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนข้าราชการของตํารวจก็ดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย แล้วก็ การอภิปรายเมื่อครั้งวาระที่หนึ่งก็ได้แสดงความคิดเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันล่าช้า คือประเทศเรา เวลาเราปรับเงินเดือนมันน่าจะเป็นลักษณะของการปรับเงินเดือนฐานทั้งประเทศ แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้ทําอย่างนั้นครับ ใครมีเส้นมีสาย อยากจะให้ใคร อยากทําอะไร รักใครมากก็ให้คนนั้นไปก่อน หรืออะไรก็ไม่รู้ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในชาติบ้านเมืองเรา หรือคิดโดยวิธีใดก็ไม่ทราบ ตํารวจก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่มาแบบล่าช้า ต้องบอกว่า แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย ก็ถือว่าล่าช้า คือพูดอย่างนี้ไม่ใช่อะไรท่านประธาน ก็อยากให้ไปเร็วให้พร้อม ๆ กัน เวลาในโอกาสต่อไปคิดทําอะไรก็อยากจะให้ทั้งกระบวน มันเท่ากันหมดแล้วก็ไปในทิศทางเดียวกันเลย ตรงนี้ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ครับว่าย้อนหลังนั้นเพื่อนสมาชิกก็ได้แสดงทัศนะนะครับว่า ย้อนหลังไปวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ก็ประมาณสัก ๒-๓ เดือน แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของ การย้อนหลัง ผมคิดว่าวิธีที่ยุติธรรมสําหรับข้าราชการทุกหมู่เหล่า แล้วก็รวมทั้งตํารวจด้วย ไม่ว่าจะเป็นอัยการที่ผ่านไป ไม่ว่าเป็นศาล เป็นอะไรก็ตามแต่ ทุกหน่วยงานนะครับ คงต้อง ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ ถ้าให้เกิดความเป็นธรรมอย่างแท้จริงไปย้อนหลังให้เท่ากัน ทุกหน่วยงานครับ ใครมาก่อนมาหลังก็ถือว่าไม่ใช่เป็นความสูญเสียของเขา เพราะว่า เป็นความสูญเสีย หรือเป็นความเสียหาย หรือเป็นการทํางานที่ผิดพลาดของราชการ ที่ไม่สามารถที่จะดูแลในสิ่งเหล่านี้ให้กับข้าราชการได้ทั้งประเทศให้เสมอเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการย้อนหลังควรจะย้อนไปในสิทธิที่เท่าเทียมกัน ก็คือไปดูว่าหน่วยงานไหน ที่ได้รับ ผมเองก็อยากจะฟังประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติตํารวจ แห่งชาติ ว่าท่านได้ไปดูไหมว่าหน่วยงานไหน ข้าราชการหน่วยงานใดที่ได้รับเงินเดือน ปรับก่อนเขาเลยในช่วงที่ผ่านมา เพราะว่ามีหลายหน่วยงานเหลือเกิน ไม่ว่าเป็นทหาร อัยการ ศาล อะไร ต่ออะไร จนกระทั่งสภา เยอะแยะไปหมด ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียน และข้อสําคัญก็คือ ในเรื่องของเงินเดือนที่ได้รับมันต้องเป็นฐานที่เท่าเทียม คนเรานี่ กระเพาะมันเท่ากัน ความหิวโหยมันเท่ากัน การไปทํางานความรับผิดชอบมันก็เหมือนกัน แต่หน้าที่การงาน มันต่างกัน แต่ถ้ามีการเสี่ยงภัยเราก็เพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยไป มีความแห้งแล้งทุรกันดารเราก็เพิ่ม เบี้ยเลี้ยงทุรกันดารหรืออะไรก็ตามแต่ หรือความดีความชอบที่เพิ่มเติมขึ้น แต่ไม่ใช่ เอาฐานเงินเดือนที่มันต่างกัน จนกระทั่งเกิดความที่เรียกว่าอย่างไร ไหลของสมองของ อีกซีกหนึ่ง วันนี้ทุกคนก็จะต้องไปเรียนสายที่เงินเดือนมันดี ความเสี่ยงภัยมันน้อย สิ่งเหล่านี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งทําให้ประเทศชาติของเราพัฒนาไม่ไปตามทิศทางที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะ บัญชีในเรื่องของเงินเดือนข้าราชการ ผมไม่แน่ใจผมก็อยากฟังคําชี้แจงเพราะมันต่อเนื่องว่า บัญชีเงินเดือนที่แนบท้ายมานี้ ผมคิดว่ามันยังต้องปรับไหมครับ มันน้อยไปไหมครับ มันติดขัดด้วยอะไรหรือมันเป็นอะไรเท่าที่ผมมองดูที่พิจารณาไป

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอคุณชัยวัฒน์นะครับ เรื่องเงินเดือนจะเป็นร่างพระราชบัญญัติฉบับหลังนะครับ เดี๋ยวจะเปิดโอกาสให้อภิปรายฉบับหลังได้ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ขอสักทีเดียวจะได้ไปทีเดียวเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็รวบรัดด้วยครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

จะได้ไม่ขึ้นหลายรอบ เสียเวลา เพราะสภาจะได้เสร็จเร็ว ๆ เพราะว่าตํารวจก็รออยู่ ข้าราชการอื่นก็รออยู่อีกหลายฉบับ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ บางหน่วยงานเท่าที่ดู ทุกวันนี้ผมยังพูด แค่นักการภารโรง ผมไม่ได้ไปติติงนักการภารโรง หมายความว่าหน่วยงานบางหน่วยงาน ราชการของประเทศไทยเรา คือเงินเดือนขั้นน้อยที่สุดผมก็อยากจะชี้ให้เห็นภาพ และยกมา ว่าเงินเดือนขั้นต่ําของต่ําที่สุดของหน่วยงานนั้นก็คือระดับ ๑ ของซี ๑ อะไรทํานองนี้ ขั้น ๑ ของระดับ ๑ อย่างนี้ ๑๖,๐๐๐ กว่าบาท มากกว่าปริญญาเอกอีก มากกว่าคนจบปริญญาเอก ในหน่วยงานอื่น ๆ ท่านลองคิดดู ความยุติธรรมหรือความถูกต้องในสังคมประเทศเรามันมี หรือไม่ อย่างไร สิ่งเหล่านี้ต้องไปคิดครับ ต้องไปคิดไปคํานวณดูว่ามันเหมาะสมมากน้อย ขนาดไหน อย่างไร ข้าราชการตํารวจต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า สายที่ เราดูนี้ สาย ส.๑ ระดับ ๑ ๖,๓๖๐ บาท มันเหมาะสมไหม ท่านคิดว่าพอกินไหม มันไม่พอ นะครับ และโดยเฉพาะคนที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรม ก็ต้อง ถือว่าเป็นหน่วยงานเบื้องต้นของสายงานความยุติธรรมก็คือตํารวจ ตรงนี้เป็นเรื่องที่มี ความสําคัญอย่างยิ่งเลย เพราะฉะนั้นก็ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่ควรจะต้องปรับปรุงแก้ไข ให้มันดีขึ้น ผมเองก็อยากจะฟังกรรมาธิการว่าไปทําหน้าที่ ผมไปทําหน้าที่เหมือนท่าน ผมก็คงตอบได้ว่ามันติดขัดด้วยอะไร ก็อยากจะขอฟังคําชี้แจงว่าติดขัดด้วยอะไร พี่น้อง ชาวตํารวจก็ดี พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ผู้เสียภาษีก็ตามแต่จะได้เข้าใจว่าปัจจัย อะไรหรือมีเหตุการณ์อะไรหรือมีเรื่องราวใดที่มันทําให้ต้องเกิดในลักษณะของบัญชีอย่างนี้ เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองเรา ๑. บัญชีที่มันลดหลั่นกัน ไม่เท่าเทียมกัน มันเกิดได้อย่างไร เพราะอะไร จะได้ชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ และผมเองก็ต้องเกิดความเข้าใจด้วยว่ามันเป็น เพราะอะไร อย่างไร ในขณะเดียวกันยังไม่พอก็คือทําให้พี่น้องผู้เสียภาษีหรือผู้ที่ได้รับจะได้ เกิดความเข้าใจว่าเป็นอย่างไร แล้วที่มันแตกต่างก็อยากทราบอีกเช่นเดียวกันว่า นอกจากว่า มีปัจจัยใด ๆ แล้ว ผลของการที่มันเกิดความแตกต่างมันจะทําให้เกิดความดีความงามอย่างไร คือถ้าน้อยกว่ามันจะดีอย่างไร ถ้ามากกว่ามันจะดีอย่างไร หรือมันจะเกิดผลกระทบเสียหาย อย่างไร อันนี้คืออยากจะฟังในแนวการวิเคราะห์ของท่านด้วยว่าท่านได้ไปดูครอบคลุมมาก น้อยขนาดไหน ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็บอกเอาเท่านี้พอแล้ว เท่านี้มันก็คงพอแล้ว มากกว่านี้ไม่ได้ ไปมากกว่าหน่วยงานอื่นเขา เดี๋ยวหน่วยงานอื่นเขาเสียหน้า ไม่ได้ ต้องให้หน่วยงานอื่น มากกว่าอย่างนี้ ถ้าอย่างนี้ประเทศบริหารไม่ได้ ถ้าบริหารประเทศอย่างนี้มันไม่ใช่แล้ว มันไม่ใช่แนวที่ถูกต้องตามหลักวิธีการของการปฏิบัติ เงินเดือนที่แท้จริงมันต้องวิเคราะห์มา จากด้านฐานเศรษฐกิจ รายได้ฐานเศรษฐกิจว่าเศรษฐกิจที่เขาได้รับมานี้มันพอเพียงหรือไม่ อย่างไร ในขณะนี้เท่าที่ผมมองก็คือยกตัวอย่างไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต้องพอใช้ ต้องมี อย่างน้อย ๑๕,๐๐๐ บาทนะครับคนหนึ่งถึงจะพอใช้ ท่านลองคิดดูวันนี้ท่านขึ้นเงินเดือน ข้าราชการไป บางคนจบปริญญาตรียังแค่ ๗,๘๙๐ บาทอย่างนี้ มันไม่พอกินพอใช้ครับ แล้วโดยเฉพาะมีค่าเช่าบ้านด้วยท่านประธาน ยิ่งไม่พอใหญ่ครับ ไหนจะภาระการเดินทาง อะไรต่ออะไร กู้เขามาเรียนอีกอะไรอีก ต้องส่งอีก ไปกันใหญ่ครับ มันไม่ได้ครับท่านประธาน ผมเคยวิจารณ์หรือเคยพูดนะครับท่านประธาน ท่านประธานคงได้ยินนะ คนที่จบปริญญาตรีแล้ว ในชาติแผ่นดินไทยเรานี่ถือว่าเป็นผู้ที่เรายอมรับในสังคมในระดับของการศึกษาว่า เป็นบัณฑิตเป็นผู้รู้ มันต้องดูแลสังคมได้ ดูแลประเทศชาติได้ หรือดูแลพ่อแม่ได้ ปรากฏว่า ดูแลไม่ได้ ไม่มีเงินเดือนจะให้พ่อแม่ สิ้นเดือนมายังต้องขอพ่อแม่ ๓-๔ เดือนไปขอที ปีหนึ่งครึ่งปี ไปขอที อย่างนี้มันเป็นลูกอกตัญญูหมดที่ผมพูด มันทําได้อย่างไร ถามใครทําให้เด็ก เป็นลูกอกตัญญู รัฐบาลใช่ไหม ผู้บริหารประเทศใช่ไหม แล้วท่านจะเอาสังคมดีได้อย่างไร ประเทศชาติดีได้อย่างไร มันดีไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องเรียนต่อท่านทั้งหลายนะครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการทั้งหลายนะครับว่าแนวการศึกษาของท่าน ท่านลองบอกมาสิว่าคนที่ยกตัวอย่างที่ท่านเอามาให้ดูเงินเดือนที่ท่านเอามานี่ ต้องขออนุญาต กราบเรียนนะครับว่าเอาคนที่น้อยที่สุดเลยครับ คนที่น้อยที่สุดของตํารวจในขณะนี้ในบัญชี ที่ท่านส่งมามัน ๖,๐๐๐ กว่าบาท ขอประทานอภัยท่านประธานครับ ๓,๒๙๐ บาท ผมถามว่า คนที่เงินเดือนน้อยที่สุดที่ได้รับในสายตํารวจ ๓,๒๙๐ บาท คนนั้นจะอยู่อย่างไร ถามว่าถ้าคน เหล่านี้ในสายงานนี้มันไม่มี ท่านใส่บัญชีมาทําอะไร มันต้องมี แสดงว่าต้องมีแน่นอน พอไม่มีในบัญชีนี้ที่ไม่มีคนได้รับท่านบอกไม่มีแล้ว เกินไปหมดแล้วพวกนี้เรียนสูงไปหมดแล้ว แล้วท่านใส่มาให้มันรกทําไม ก็ต้องถอดออกแล้วถ้าคนพวกนี้ไม่มีสายงานที่จะได้รับบัญชี เรื่องนี้ท่านก็ต้องถอดออก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอรวบรัดด้วยสักนิดหนึ่งครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ครับผม ผมจะรวบรัดครับ อันนี้ ที่อธิบายนี่ท่านประธาน เพื่อที่จะให้ประธานหรือกรรมาธิการได้ชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ กระจ่างตรงกันทั้งท่านทั้งผู้ฟังด้วย ทั้งหมดครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่นะครับท่านประธาน เรื่องเงินเดือนนี้เรื่องใหญ่ ผมยังขาดประเด็นอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากท่านขึ้นเงินเดือนตรงนี้ แล้วสินค้าตอนนี้กําลังขึ้นนะครับ ผมเองก็อยู่ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องถือว่าอยู่ฝ่ายเศรษฐกิจ ดูเรื่องนี้เป็นประจํา ก็ต้องบอกเลยครับกลางปีนี้ผจญกันเรียกว่าก็ต้องรู้ว่ามันจะเกิดอะไร ขึ้นกับราคาสินค้า รายได้กับเศรษฐกิจของเรากับเงินที่จะจ่ายไป แล้วก็โดยเฉพาะปลาย ๆ ปี ผมบอกได้เลยเตรียมรับครับ ลําบากนะครับ พี่น้องประชาชนจะอยู่กันอย่างไร รายได้ไม่มี แต่เงินที่จะใช้นั้นใช้ไปทุกวัน

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชัยวัฒน์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณสมบูรณ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่สอง ผมอยากให้ผู้อภิปรายได้อภิปราย อยู่ในประเด็นของวาระที่สองครับ ก็เห็นใจสมาชิกครับ เพราะว่าขณะนี้เราพิจาณากันใช้เวลา พอสมควร ก็ขอฝากท่านให้อยู่ในประเด็นแล้วก็สรุปสักนิดครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ก็ต้องขอให้คุณชัยวัฒน์รวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าผมเตือนไป ๒ ครั้ง แล้วนะครับ แล้วเรียนสมาชิกท่านอื่น ขณะนี้เรากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียงตามมาตรานะครับ ผมอะลุ่มอล่วยให้อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับหลังไปก่อนเฉพาะคุณชัยวัฒน์คนเดียว เพราะฉะนั้นก็ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ผมพูดในที่นี้นะครับท่านประธาน ความจริงผมก็เร่งนะครับ เร่งรัด รวบรัด เพราะอยากจะให้มันผ่านเร็ว ๆ ทําให้มันเสร็จเร็ว ๆ แต่ว่าถ้าการเสร็จเร็วแล้วมันไม่พอเพียง มันไม่สมบูรณ์ มันไม่ดีงามเดี๋ยวก็ต้องกลับมาทําใหม่ ท่านประธาน ที่พูดนี้ก็คืออยากจะให้ทําให้มันดีงาม ทําให้มันได้ซีไอดี (CID) ให้มันเพียงพอ ตอนนี้มันไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นก็เรียนต่อท่านประธานครับว่าผมเองก็พยายามรักษาเวลา เพื่อจะให้มันสมบูรณ์ที่สุดในสิ่งเหล่านี้ เมื่อสักครู่นี้ประท้วงผม ผมก็ขอถามกลับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านประธานผมผิดข้อบังคับตรงไหน ผมไม่อยู่ในวาระที่สองตรงไหน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่ต้องถามกลับนะครับ เพราะผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ ก็ต้องขอคุณชัยวัฒน์รวบรัดด้วย ก็บอกอีกครั้งนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ครับผม ต้องขออนุญาต กราบขอบคุณที่บอกให้ผมรวบรัดนะครับ ผมก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ก็ขอฟังนะครับจะทําอย่างไร พอดีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านก็ขึ้นมาด้วย ท่านมารับฟังด้วยปัญหาดังกล่าว ถ้าเป็นไปได้ก็ฟังคําชี้แจงด้วย กราบขอบคุณครับท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกท่านใดนะครับ เชิญกรรมาธิการ ท่านประธานสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็ขอกราบเรียนชี้แจงกับเพื่อนสมาชิก ท่านไพจิต ศรีวรขาน แล้วก็ท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ความจริงประเด็นที่ ทั้ง ๓ ท่านติดใจก็เป็นเรื่องประเด็นความสงสัยว่าในมาตรา ๒ ทําไมถึงแก้ไขในเรื่องวัน ที่บังคับใช้ในประกาศในราชกิจจานุเบกษามาเป็นวันที่ ๑ ตุลาคม ผมเรียนสั้น ๆ อย่างนี้ครับ ว่าเราใช้ ๒ เหตุผลที่สําคัญก็คือที่ผมได้เรียน แล้วก็ที่ท่านไพจิตได้เข้าใจดีตรงกันว่าคือ กฎหมายฉบับนี้ความจริงได้ถูกร่างมานานแล้วแต่ว่าโชคไม่ดี มีกฎหมายที่เกี่ยวกับเงินเดือน หลายฉบับที่ถูกประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น กฎหมายทหาร กฎหมายอัยการ แล้วก็ ก.พ. ตามที่ผมเรียนไป คณะกรรมาธิการก็ได้มาพิจารณาว่าเมื่อเราแก้กฎหมายฉบับนี้แล้ว ถ้าไปประกาศใช้หลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษานี่นะครับ มันจะทําให้พี่น้องข้าราชการ ตํารวจที่ท่านเป็นห่วงในชั้น ป. ๒ ป. ๓ ไม่ได้รับผลประโยชน์ เพราะว่าถ้าไปบังคับใช้ หลังประกาศ คนที่เต็มขั้นในเดือนตุลาคม พฤศจิกายนก็ไม่ได้รับประโยชน์ เราก็เห็นว่าไหน ๆ แก้กฎหมายแล้วก็ให้ไปมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑ ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตํารวจชั้นผู้น้อยที่เป็น มดงานเขาก็จะได้รับอานิสงส์ในส่วนนี้ทั่วถึงกันทั้งหมดตามจํานวนที่เต็มขั้นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งผมจําตัวเลขไม่ผิดว่าถ้าชั้นนายดาบประมาณ ๒๗,๐๐๐ กว่าคน

ส่วนประเด็นที่ท่านนายแพทย์ชลน่านสงสัยว่าวิธีเขียนนี่เขียนถูกหรือไม่ ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๕๐ หรือไม่นี่ ผมคิดว่าเมื่อดูตามเนื้อหา ของมาตรา ๑๕๐ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนี่ผมเข้าใจว่าได้เขียนไว้เป็นหลักเกณฑ์ ในการร่างกฎหมายว่า เมื่อร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่าง พระราชบัญญัตินั้นจากรัฐสภา เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงประปรมาภิไธย และเมื่อประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ ก็เป็นการเขียนวิธีปฏิบัติ แต่ไม่ได้มีข้อ ห้ามว่ากฎหมายจะเขียนไปบังคับใช้วันย้อนหลังหรือไม่อย่างไรนะครับ ที่สําคัญก็อยากจะให้ ทางกฤษฎีกาได้ชี้แจงในประเด็นนี้เพิ่มเติมแล้วก็ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๖๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ แก้ไข (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) และ (๑๑) ของวรรคหนึ่งของมาตรา ๖๘ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ครับ เชิญครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในนามของข้าราชการตํารวจทั้งประเทศจํานวน ๒๐๕,๙๓๓ คน ผมขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองที่ได้กรุณา ให้ความสนใจและอยู่ร่วมประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับ ข้าราชการตํารวจ ๒๐๕,๙๓๓ คน ซึ่งเพื่อนข้าราชการตํารวจจํานวน ๒๐๕,๐๐๐ กว่าคนนี้ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทย ๖๕ ล้านคน มีคํากล่าวของ ผู้หลักผู้ใหญ่ว่าถ้าตํารวจดีมีคุณภาพ ประชาชนก็จะอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข แต่ตํารวจดี มีคุณภาพนั้นจะต้องมีขวัญและกําลังใจ คนที่จะให้ขวัญและกําลังใจได้ดีที่สุด แน่นอนคือ ผู้บังคับบัญชา ในที่นี้ผมขอหมายถึงรัฐบาล ดังนั้นจึงขอกล่าวแทนเพื่อนข้าราชการตํารวจ ๒๐๕,๙๓๓ คน ขอบคุณรัฐบาลที่ได้กรุณาเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับที่กําลังพิจารณาอยู่ ในขณะนี้ ซึ่งในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น หากจะนําเสนอขึ้นมาถามว่าทําได้ไหม มันมีปัญหา มีเงื่อนไขหลายประการ เพราะว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติการเงินจะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ดังนั้นเมื่อรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีหยิบยกขึ้นมา ก็เป็นการลัดขั้นตอนทําให้การพิจารณากฎหมายฉบับนี้เป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องขอบใจเป็นพิเศษก็คือคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ชุดนี้ ผมเห็นท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออภัยต้องเอ่ยชื่อ คือท่านสาธิต ปิตุเตชะ ท่านโขยกมาด้วยไม้เท้า ๒ ข้าง แสดงว่าท่านบาดเจ็บ ท่านป่วย แทนที่ท่านจะลาพักอยู่ที่บ้าน ท่านก็มาปฏิบัติหน้าที่ของท่าน เช่นกันครับในนามตํารวจทั่วทั้งประเทศ ผมขอแสดงความ ขอบคุณท่านไว้ตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในบรรดาข้าราชการตํารวจ ๒๐๕,๙๓๓ คนนี้ เป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตร ๓๓,๗๙๘ คน นั่นหมายความว่ามีข้าราชการชั้นประทวนอยู่ จํานวน ๑๒๒,๑๓๕ คน ในจํานวน ๑๗๒,๑๓๕ คนนั้นเป็นข้าราชการตํารวจยศนายดาบ ที่เงินเดือนเต็มขั้น ไม่ได้เลื่อนขั้นมาแล้วจํานวนทั้งสิ้น ๒๘,๓๓๓ คน บางคนผมได้มีโอกาสถาม บอกนายดาบนี่เต็มขั้นมากี่ปีแล้ว ท่านประธานครับ ๕ ปีไม่ได้เลื่อนเงินเดือนเลย ทํางานมา ๕ ปีโดยไม่ได้มีโอกาสเลื่อนเงินเดือนติดขัดด้วยพระราชบัญญัติเงินเดือน มันอั้นไว้อย่างนั้น ขวัญและกําลังใจอยู่ที่ไหน ตรงนี้แหละครับที่ผมต้องขอบคุณทั้งรัฐบาล ขอบคุณ ทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงกับผมวันที่ผมไปชี้แจงคําแปรญัตติ บอกว่าจะพยายาม ผลักดันให้เข้าสู่การพิจารณาในสมัยประชุมนี้เร็วที่สุด วันนี้ท่านทําสําเร็จแล้ว ผมขอประกาศ ไปยังเพื่อนตํารวจทั้งหลายทั่วทั้งประเทศว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พยายามช่วยเหลือ พวกเราข้าราชการตํารวจอย่างเต็มที่ ซึ่งทุกคนตระหนักถึงความไม่เป็นธรรมที่ท่านเพื่อน ข้าราชการได้รับ ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ มีการก่อการ รัฐประหารในประเทศ ถ้าท่านประธานจะนึกภาพวันนั้นจะเห็นนะครับว่า ตํารวจนี่มาออกทีวี หลังสุด เมื่อตํารวจมาออกทีวีหลังสุด อ่านได้เลยว่าไม่เต็มใจ ดังนั้นเมื่อคณะปฏิวัติ เมื่อคณะรัฐประหารยึดอํานาจเสร็จเรียบร้อย เขามีการพิจารณาปูนบําเหน็จอะไร ตํารวจจึงถูกมองข้ามไป เงินเดือนตํารวจนั้นไม่ได้รับการพิจารณาเหมือนกับเงินเดือนทหาร ที่ได้รับการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราใหม่ ใช้อัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นบัญชีเงินเดือนตํารวจเหล่านี้แม้ผ่านสภาไปแล้วก็ยังล้าหลังเขา ๒ ปี แต่ตํารวจทั้ง ประเทศก็บอกว่าไม่เป็นไรถึงช้าก็เห็นใจ เพราะตํารวจไม่ได้เข้าไปร่วมปฏิวัติตั้งแต่ทีแรก ไม่ ได้มายึดอํานาจตั้งแต่ทีแรก เมื่อขาดประโยชน์ตรงนี้ก็ยังเต็มใจที่จะทํางานรับใช้ชาติบ้านเมือง ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างไม่ย่อท้อ ในฐานะที่ผมเป็นผู้แปรญัตติ ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติไป ๗ วงเล็บครับ (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) เริ่มตั้งแต่ (๕) นั้น ผมมองไปที่เงินเดือนของข้าราชการตํารวจยศ พันเอก (พิเศษ) ขอเรียนกับท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เปิดกว้างแล้วก็ รับข้อแปรญัตติของผมไปถึง ๕ ข้อ เหลืออยู่ ๒ ข้อ ผมไม่อยากที่จะไปต่อรองมาก ด้วยความ อยากจะให้ผ่านเร็ว ๆ แต่ขณะเดียวกันหลังจากที่ผมไปชี้แจงและท่านประธานบอกว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารับคําแปรญัตติของผมไป ๕ ข้อนั้น แล้วเหลืออีก ๒ ข้อ ขอเว้นไว้ ผมได้เรียกตํารวจรุ่นเดียวกัน คือนักเรียนพลตํารวจ รุ่น ๓๓ ของโรงเรียนตํารวจ นครบาลมาหารือเพื่อจะเอาข้อมูลมาพูดขอความเห็นใจจากท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งคณะ ได้ความอย่างนี้ครับท่านประธาน อย่าง (๘) นะครับ ข้าราชการตํารวจยศ พันตํารวจตรี ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ให้คงไว้จาก ส.๒ ถึง ส.๓ ผมได้รับคําชี้แจงจากเพื่อนนักเรียนตํารวจบางคนที่เป็นนายตํารวจชั้นสัญญาบัตร พอเขาเป็น พันตรี ยศพันตรี ตําแหน่งจะอยู่ที่ผู้บังคับกองหรือสารวัตร ซึ่งมันจะเลื่อนไปเป็นพันโท โดยอัตโนมัติ ถึงแม้ไม่ได้ไปแก้อยู่ใน (๘) มันก็จะไปได้อานิสงส์จาก (๗) ที่คณะกรรมาธิการ เพิ่มให้แล้ว มาถึงสุดท้าย (๑๑) พวกจ่า นายสิบตํารวจ ที่ผมขอแปรจาก ป.๒ เงินเดือนขั้นต้น ๖,๘๐๐ บาท ไปจนถึงตัน ป.๓ ๒๕,๗๐๐ บาท แต่คณะกรรมาธิการไม่รับนั้น ขออภัย ผมขอ แปรญัตติเป็น ส.๑ ๒๕,๗๐๐ บาท ซึ่งตัวเลขมันเท่ากัน แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญไม่รับ เพื่อนข้าราชการตํารวจของผมที่ปลดเกษียณหมดยกรุ่นแล้วบอกกับผมว่า ไม่มีคนไหน เป็นจ่าเลย ทุกคนพอเป็นจ่าได้ อายุราชการถึง เงินเดือนถึง ก็เลื่อนขึ้นเป็นนายดาบหมด ก็ไปได้อานิสงส์จาก (๑๐) เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงไม่ติดใจ และที่ผม สงวนไว้ ขอถอนทั้งหมด แต่เมื่อจะถอนแล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตกราบเรียนสักนิดหนึ่ง ขอใช้ประโยชน์ตรงนี้ไปยังเพื่อนข้าราชการตํารวจ ทั่วทั้งประเทศ และขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่เป็นข้าราชการ ตํารวจ ขอได้โปรดดูแลข้าราชการตํารวจชั้นประทวน เริ่มรับราชการเป็นนักเรียนพลตํารวจ ออกมาแล้วเกษียณนายดาบ บางคนจบปริญญาโท บางคนจบปริญญาตรี จํานวนเป็น หมื่น ๆ คนสํานักงานตํารวจแห่งชาติควรที่จะผลักดัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญคณะตํารวจด้วย ช่วยกันดูแลว่าทําอย่างไรให้ข้าราชการชั้นประทวนได้มีโอกาสเจริญก้าวหน้าเป็นสัญญาบัตร อย่างนายดาบนี้เลื่อนเป็นนายร้อย เงินเดือนก็ไม่ได้เพิ่ม เงินเดือนก็ไปตามอัตราบัญชีของมัน แต่ผมเคยกราบเรียนไปแล้วว่าการเป็นนายดาบกับนายร้อยมันต่างกันอย่างไร ขออนุญาต กราบเรียนว่าถ้าเปรียบเทียบกับข้าราชการพลเรือนเริ่มเข้ามาเป็นเสมียน วันนี้ไม่ทราบ จําไม่ได้แล้วใครเป็นคนพูดบอกว่า อย่างข้าราชการพลเรือน เอาอย่างนี้กรมราชทัณฑ์ เข้าไปเป็นผู้คุมใหม่ ๆ ซี. ๑ ซี. ๒ ปลดเกษียณส่วนมาก ซี. ๖ ซี. ๖ คือสัญญาบัตร ถ้าเทียบยศคือ พันตรี พันโท เพราะฉะนั้นชั้นประทวนเมื่อเข้ามารับราชการแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่ต้องโทษวินัย ไม่อยู่ระหว่างดําเนินคดีอาญา สํานักงานตํารวจ แห่งชาติ คณะกรรมาธิการการตํารวจของเราควรจะผลักดันให้เขามีโอกาสเป็นชั้นสัญญาบัตร แล้วอีกอย่างหนึ่งที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการการตํารวจต้องช่วยดูแล รปภ. ในสภาของเรานี่ท่านประธานครับ แต่งเครื่องแบบตํารวจ ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ประตูหน้า จนมาถึงข้างใน จนมาถึงข้างในห้องประชุม แต่ออกจากสภาไปแล้วห้ามแต่งเครื่องแบบครับ ผมถามหลายคนเขาบอกมีฐานะเป็นเพียงข้าราชการพลเรือน ทําอย่างไรเอา รปภ. เหล่านี้ ให้มาเป็นข้าราชการตํารวจ กินเงินเดือนของสภาแต่ก็เป็นตํารวจ ไม่ใช่แต่งเครื่องแบบเวลา ประชุมสภา ติดยศพันเอก พอออกข้างนอกต้องใส่ซาฟารีครับ เพราะไม่ใช่เป็นข้าราชการ ตํารวจ ตรงนี้อยากจะให้แก้ไขเสีย บางทีไปประสบเหตุจะใช้อํานาจตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามาในการปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้ ผมคิดว่าสภาของเราน่าจะอยู่ในวิสัย ที่จะทําได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่างตํารวจรถไฟ ตํารวจทางหลวง มันก็มีตั้งหลายหมวด หลายหมู่ แล้วตํารวจบางหน่วยก็กินเงินเดือนจากหน่วยงานที่สังกัดแต่ว่าเป็นข้าราชการ ตํารวจ เพราะฉะนั้นสภาของเราน่าจะทําตรงนั้นได้ ผมก็ฝากไว้ด้วย แล้วก็ขอขอบคุณ อีกครั้งหนึ่งด้วยความขอบคุณยิ่งเลยครับที่ท่านได้ผลักดันจนได้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ในวันนี้ ผมถอนหมดทุกประเด็นครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลงสมาชิกไม่ติดใจนะครับ เชิญท่านประธานครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ผมเรียนว่าต้องกราบขอบพระคุณท่านเพื่อนสมาชิก เชาวรินธร์นะครับ แต่ว่าเพื่อความถูกต้องนะครับ ผมเรียนชี้แจงว่าความจริงท่านเชาวรินธร์ แปรญัตติทั้งหมด ๗ วงเล็บ แต่ว่ากรรมาธิการเห็นด้วยกับท่าน ๒ วงเล็บ คือในมาตรา ๔ คือ (๙) และ (๑๐) สาระสําคัญก็คือการเพิ่มเพดานแล้วก็ทะลุแท่ง จากปกติร่างเดิมเสนอมาที่ ๒๕,๗๐๐ บาท ก็ทะลุแท่งไปที่ ส.๓ ซึ่งถ้าท่านเชาวรินธร์ไม่ติดใจก็กราบขอบพระคุณ ท่านเชาวรินธร์ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ เพิ่มความเป็นวรรคสี่และวรรคท้ายของมาตรา ๖๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการ ตํารวจ ไม่มีการแก้ไข บัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่งข้าราชการตํารวจ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านไหนติดใจนะครับ ก็เป็นอันจบการพิจารณาเรียงตามลําดับครับ ต่อไปเป็นการแก้ไข ถ้อยคําโดยพิจารณาทั้งร่างนะครับ มีสมาชิกท่านใดต้องการจะแก้ไขถ้อยคําอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ไม่มีนะครับ เป็นอันผ่านวาระที่สองเรียบร้อยแล้ว ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียม ลงมติได้แล้วครับ ขอเชิญสมาชิกรับประทานอาหารเข้าห้องเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอเชิญทุกท่านกดบัตร แสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ปิดการลงคะแนนครับ ผลการลงคะแนน มีสมาชิกในที่ประชุม ๓๑๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

สมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติในวาระที่สามของร่างพระราชบัญญัติ ตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ ผมจะถามสมาชิกทุกท่านว่าท่านผู้ใดเห็นชอบ กับร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย กดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ลงมติไหมครับ ปิดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๔๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สามเป็นที่เรียบร้อยครับ

ท่านประธานคณะกรรมาธิการสาธิตลงเห็นชอบนะครับ เมื่อกี้ยังไม่ได้รวม คะแนน บวกไปอีก ๑ นะครับ

ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๔.๕ ร่างพระราชบัญญัติ เงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เสร็จแล้ว

ซึ่งเป็นการต่อเนื่องจากระเบียบวาระที่ ๔.๔ แล้วสมาชิกส่วนใหญ่ก็ได้ อภิปรายไปบ้างแล้ว เพราะฉะนั้นจะขอให้ท่านอยู่ในห้องประชุมนี้ละครับ เราคงจะใช้เวลา อีกไม่นานนะครับ ขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นท่านเดียวกันกับร่างพระราชบัญญัติตํารวจ แห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ คือท่านสาธิต ปิตุเตชะ ได้กรุณาแถลงต่อที่ประชุม ด้วยครับ เชิญท่านประธานครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและ เงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติในวันพุธที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ๑ คณะเพื่อพิจารณา แล้วที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน และเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยคณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับ ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณา ในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังกล่าว คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ โดยได้มีการประชุมรวมทั้งสิ้น จํานวน ๘ ครั้ง และได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณ สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และ สํานักงานคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม เพื่อเข้าร่วมชี้แจง และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการเป็นอย่างยิ่ง

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและ เงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนําเสนอ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการด้วยครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในมาตรา ๒ ผมขออนุญาตใช้สิทธิอีกครั้งหนึ่ง ในร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เมื่อสักครู่ ผมพยายามจะกลับมานําเสนอถ้อยคําในร่างฉบับแรกแต่ไม่ทัน คงไม่เป็นอะไรครับ แต่ฝากกรรมาธิการได้ช่วยพิจารณากรณีท่านได้แก้ไข ผมเองไม่มีสิทธิที่จะไปเปลี่ยนแปลง แต่ว่าฝากท่านกรรมาธิการถ้าสมมุติกรรมาธิการจะมีการแก้ไข ผมคิดว่าน่าจะกระทําได้ ในช่วงนี้หรือจะให้ไปเปลี่ยนถ้อยคําในกรณีพิจารณาแล้วเสร็จหลังวาระที่สองก็จะเป็นได้ ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ คือด้วยความไม่สบายใจ ผมเองจริงอยู่ครับท่านผู้รู้บอกว่า การตรากฎหมายทุกฉบับก่อนจะประกาศใช้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ถึงแม้จะเขียนหรือไม่เขียนไว้ในตัวบทแต่สภาพบังคับ มาตรา ๒ โดยธรรมเนียมปฏิบัติ ด้วยวิธีการตรากฎหมายนี้ ผมเองต้องขออนุญาต ท่านประธาน ผมพยายามที่จะศึกษาเรียนรู้ ไม่ได้เรียนกฎหมายมาโดยตรงอาจจะผิด ก็ได้นะครับ ก็อยากจะฝากท่านช่วยพิจารณา ถ้าสมมุติว่าเราจะคงคําไว้อย่างนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัตินี้ผมพยายามเอาถ้อยคํา ในรัฐธรรมนูญมาใช้นะครับ ในมาตรา ๒ ได้เขียนอย่างนี้ว่า พระราชบัญญัตินี้เมื่อประกาศ ในพระราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป เขียนอย่างนี้ จะได้หรือไม่ ฝากถามกฤษฎีกาครับ ผมไม่ได้ ๒ อย่างเลยครับ อย่างไรกฎหมายฉบับนี้ก็ต้อง ประกาศในราชกิจจานุเบกษาหลังจากประกาศแล้วถึงจะใช้บังคับได้ครับ จะใช้บังคับเมื่อไรก็ อยู่ที่กรณีเราระบุไปในตัวบทหรือในตัวกฎหมาย จะย้อนหลังไป ๑๐ ปียังได้เลยครับ แต่ อย่างไรก็ต้องมีการประกาศก่อน ผมก็เลยติดใจในประเด็นนี้เท่านั้นเองครับ ฝากท่านประธาน คณะกรรมาธิการ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ผมอาจจะผิด ก็ได้แต่ต้องฝากท่านกฤษฎีกาท่านเป็นผู้รู้ ถ้าแก้ได้ผมคิดว่ามันก็จะเป็นธรรมเนียมวิธีการ ที่จะดําเนินการต่อในการตรากฎหมายของพวกเราในลักษณะเช่นนี้มีอีกหลายฉบับครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนอย่างนี้ครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติได้พิจารณา วาระที่สามจบไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขถ้อยคําคงทําไม่ได้อีกแล้ว ยกเว้นเสนอ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ขอเชิญกรรมาธิการครับ

นายสุชัย งามจิตเอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตเอื้อ ต้องกราบเรียนว่ากรณีของวันใช้บังคับนะครับ ถ้าเราระบุวันที่ เดือน แล้วก็ พ.ศ. ก็สามารถดําเนินการได้ แล้วการกําหนดในมาตรา ๒ ในครั้งนี้เป็นการ กําหนดวันใช้บังคับย้อนหลัง ก็มีประเด็นในส่วนที่ว่าจะต้องเขียนในเรื่องของประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาหรือไม่ กราบเรียนท่านว่าในกระบวนการของการออกพระราชบัญญัติตั้งแต่ ในส่วนของรัฐธรรมนูญเป็นต้นมา แล้วก็ที่เคยกําหนดมาแล้วเป็นการกําหนดวันใช้บังคับ ที่ระบุวันที่ เดือน พ.ศ. นะครับ ในรูปแบบแล้วก็ในแนววิธีปฏิบัติก็ถือปฏิบัติกัน แล้วก็ไม่ต้อง ไปเขียนในถ้อยคําในส่วนของการประกาศในราชกิจจานุเบกษานะครับ เพราะเราต้องการ ความแน่นอนในเรื่องของการใช้บังคับก็ระบุไปแล้วว่าใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป เป็นต้นไปในกระบวนการตรงนี้เองนะครับ ผมกราบเรียนท่านว่าก็ต้องไปประกาศ ในราชกิจจานุเบกษานั่นล่ะครับ พอประกาศในราชกิจจานุเบกษานั่น กรณีของ การประกาศใช้ในส่วนของ พ.ร.บ. ก็จะเป็นการสอดคล้องซึ่งกันและกัน ก็เลยเป็นการที่เขียน ในรูปแบบแล้วก็กําหนดในเรี่องของวันใช้บังคับซึ่งระบุวันที่ เดือน แล้วก็ พ.ศ. กรณีดังกล่าวนี้ เป็นการย้อนหลัง แล้วก็มีเหตุผลในเรื่องของการใช้บังคับว่าทําไมถึงย้อนหลังได้ แล้วก็ เป็นคุณในส่วนของกรณีอันนี้นะครับ ก็เลยกราบเรียนท่านว่ารูปแบบแล้วก็การใช้ถ้อยคํานี้ ก็เป็นไปตามที่ได้เคยกําหนดกันมา แล้วก็จะเขียนในรูปแบบของอย่างนี้ของกรณีของการ ใช้บังคับ เดือน พ.ศ. ไว้ ก็ต้องขอกราบเรียนนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประธานคณะกรรมาธิการสาธิต ปิตุเตชะ ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ด้วยความเคารพ ความเห็นของ ท่านสมาชิกนะครับ ท่านนายแพทย์ชลน่าน ความจริงแล้วถ้าเติมไปนิดหนึ่งนะครับ ก็ความหมายไม่แตกต่างกันแล้วบังคับใช้เหมือนกัน มีผลวันที่ ๑ ตุลาคม เหมือนกัน เพียงแต่ว่าในทางเทคนิคเราไปแก้ขณะนี้ทําไม่ได้ ก็เรียนด้วยความเคารพว่าก็บังคับใช้ ในทางปฏิบัติก็คือ วันที่ ๑ ตุลาคมเหมือนกัน เพียงแต่ท่านต้องการเพิ่มถ้อยคําให้สละสลวย ซึ่งในทางเทคนิคแล้วทําไม่ได้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องนี้ผมก็ต้องขออภัยนายแพทย์ชลน่านด้วยนะครับ เพราะเมื่อสักครู่ได้ถามแล้วว่า มีท่านผู้ใดจะต้องการแก้ไขถ้อยคําหรือไม่ ก็เผอิญไม่มีท่านใดแก้ไขก็เลยเป็นการจบ ในวาระที่สองของฉบับที่ผ่านมา ตอนนี้แก้ไขไม่ได้แล้วครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒ ที่คณะกรรมาธิการ ได้เปลี่ยนแปลงวันบังคับใช้จากที่กําหนดไว้ในวาระที่หนึ่ง เป็นวันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้วมาเพิ่มเติมว่าวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ที่ผมต้องถามเพราะ ผมคอยฟังว่าเอาอะไรเป็นบรรทัดฐานว่าวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ย้อนไป ๓ เดือน ขณะที่ฟังจากท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกว่าทหารเขา ๒ ปีมาแล้ว ปี ๒๕๕๑ ขณะเดียวกันในฉบับที่ผ่านมาจะเขียนไว้ในร่างที่ผ่านวาระที่หนึ่งว่าย้อนไปเช่นเดียวกัน แต่ฉบับนี้ที่ไม่มีเพิ่มเข้ามาใส่ให้สอดรับกับฉบับที่ผ่านมาเท่านั้น แต่เท่าที่ลําดับความการตอบ ผมยังติดใจคําอภิปรายของท่านเชาวรินธร์ที่บอกว่าก็ตํารวจมาปฏิวัติช้าเลยได้เงินช้า ปฏิวัตินี่ผมรังเกียจนะครับ ควรจะต้องปูนให้เยอะ ๆ พวกที่ไม่ปฏิวัตินี่นะครับ ทําไม มันกลับกันล่ะ ผมสงสัยเท่านั้นเอง มีหลักอะไร ใครจะตอบผมว่าทําไมต้อง ๑ ตุลาคมเท่านั้น ย้อนไปอีกหน่อยได้ไหม เงินก็เยอะแยะแล้ว หรือเม็ดเงินมันมีจํากัด ขัดธรรมเนียมอะไรอันนี้ ก็ตอบแล้ว ทางกฤษฎีกาตอบว่าได้ ๆ เป็นคุณ ก็เลยไปเสียหน่อยนะครับท่านประธานครับ ผมก็เห็นว่าเมื่อผู้น้อย ฟังจากท่านเชาวรินธร์อีก ๔-๕ ปี บางคนมันตันอยู่ไม่มีทางไป คนผู้น้อยถ้าดูคนที่เสียชีวิตถ้าภาคใต้ระดับน้อย ๆ ทั้งหมดนะครับ ระดับ ร้อยเอก สิบ จ่า ทั้งหมด ลูกคนยากคนจน ผมว่าถ้าจะเยียวยากันก็ไปเสียเลย มากกว่านี้เถอะครับ มากกว่า ๓ เดือน ท่านประธาน มันขัดอะไรไหม สุดแท้แต่ท่าน ก็ไล่เลียงแล้ว ความจริงถ้าไม่พูดถึง ท่านรองประธาน ท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ก็เดี๋ยวเพื่อนข้าราชการตํารวจไม่รู้อีก ท่านวิรุฬห์นี่เป็นเจ้าภาพในเรื่องพาพวกผมไปรู้จักเรื่องตํารวจผู้น้อยที่มาชี้แจง ก็อยากจะ ให้การสนับสนุนเยียวยาแก้ปัญหาให้ ผมเห็นเขาถูกกระทําหลาย ๆ เรื่องที่ไม่สมเกียรติภูมิ ก็อยากจะให้ช่วยดูเรื่องนี้ให้ด้วย ผมถามนี้เพื่อให้เกิดความรอบรู้ว่าคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบแค่ไหนอย่างไรในการเยียวยาให้กําลังใจ ให้ขวัญกับข้าราชการ ชั้นผู้น้อยของข้าราชการตํารวจครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านกรรมาธิการครับ

พลตํารวจเอก สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผม พลตํารวจเอก สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญ อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่านในที่ประชุมว่าในความเป็นจริง เราได้ทํา เรื่องของร่าง พ.ร.บ. เงินเดือนและเงินประจําตําแหน่งนี้ตามหลังทางฝ่ายทหารมา แต่พอดีเรื่องไปติดขัดล่าช้า จนกระทั่งในชั้นก่อนที่จะมาเข้า ครม. ในกลางปี ๒๕๕๓ ก็เลย ระบุว่า เราทําล่วงหน้าไปเป็นวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เพื่อให้ภาระเรื่องงบประมาณสําหรับ รัฐบาลไม่มีมากเกินไป พอดีการพิจารณาในส่วนคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเสนอเข้าสภา มันก็มีความต่อเนื่องกันเข้ามาจนกระทั่งพ้นวันที่ ๑ ตุลาคม เพราะฉะนั้นเลยอยากจะ กราบเรียนท่านว่าทางข้าราชการตํารวจโดยเฉพาะพวกที่เต็มขั้น แล้วก็จ่าขยายข้ามแท่งก็มี ความพอใจในส่วนของการได้รับเงินเดือนในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ แล้วก็กราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาทุกท่าน ทั้งคณะรัฐบาล แล้วก็ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทุกท่านที่มีส่วนช่วย ทําให้การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตํารวจโดยเฉพาะชั้นผู้น้อยประมาณ ๒๘,๐๐๐ กว่าคน บวกด้วยพวกที่มีสิทธิเลื่อนข้ามแท่งอีก ๓,๐๐๐ กว่าคน เป็นประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าคน ได้มีโอกาสจะขยายเพดานเลื่อนเงินเดือนไป สําหรับมาตรา ๒ เนื่องจากในร่าง พ.ร.บ. เงินเดือนที่ผ่านไปแล้วเราให้มีผลย้อนหลังมาใช้วันที่ ๑ ตุลาคม เพราะฉะนั้นในมาตรา ๒ ของร่าง พ.ร.บ. เงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็จะต้องล้อมาใช้ วันที่ ๑ ตุลาคมให้มันคล้องจองกันครับผม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการ พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ครับ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการ ที่ท่านไพจิตหรือสมาชิก ที่ท่านสงสัยหรือว่าท่านชัยวัฒน์ด้วย ว่าเหตุใดถึงการแก้ไขคราวนี้เป็นไปด้วยความอย่างไร นะครับ ความจริงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ร่างมานานแล้ว เสนอมาหลายรัฐบาล จนถึงรัฐบาลปัจจุบันนี้ท่านก็เสนอเข้ามา ก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ปี ๒๕๕๓ แต่พอมันติดขบวนรถยนต์ มันติดขัดการจราจร เลยตุลาคมขึ้นมาแล้ว เมื่อจะขึ้นเงินเดือนใหม่ เราก็เลยบอกคุณมีสตางค์อยู่แล้วคณะกรรมาธิการ สํานักงานตํารวจแห่งชาติมีสตางค์อยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ก็เลยย้อนไป ๒๕๕๓ แต่ที่ท่านไพจิตสงสัยว่าทําไมไม่ย้อนไป ตั้งแต่เมื่อ ๓ ปีที่แล้วทหารก็ขึ้นมา และขณะเดียวกันเมื่อ ๒ ปีที่แล้วพลเรือนเขาก็ขึ้นมาครับ เขาก็ขึ้นมาแล้วทําไมไม่ย้อนหลังไปให้มันเท่ากับเขา มานั่งไปนั่งมาในภาวะเศรษฐกิจ ในปัจจุบันนี้ พิจารณาแล้วก็จะได้เท่าที่ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติกับรัฐบาลเขาเสนอมา ก็เลยย้อนหลังให้แค่นี้ด้วยความเห็นใจ โดยเฉพาะตํารวจผู้น้อยนะครับ ที่พิจารณาคราวนี้ คุณเชาวรินธร์แปรญัตติไปถึงนายพันนะครับ ตั้งแต่พันเอกลงมาจนถึงพลตํารวจ แต่เราก็ พิจารณาว่านายพันท่านก็ได้พอสมควรในภาวะขณะนี้ แต่คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือนายตํารวจ ชั้นประทวนท่านก็ได้ ๑๘๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วเต็มขั้นมาอีก ๓๐,๐๐๐ กว่าคน รวมแล้ว ควรจะต้องรับการปรับเงินเดือน เดิมทีให้เท่ากับทหารครับ แต่พลเรือนเขาตามหลังทหารมา นะครับ เขาตามไปเต็มขั้นนายดาบหรือนายร้อย คือร้อยตํารวจเอกลงมาจนถึงนายดาบ หรือระดับจ่าลงมาเขาได้ ๓๓,๐๐๐ บาทครับ เราก็เลยปรับไปถึง ๓๓,๐๐๐ บาทนะครับ ๓๓,๐๐๐ บาท เต็มเพดาน จาก ๒๒,๐๐๐ บาทไปถึง ๓๓,๐๐๐ บาท ๓๓,๐๐๐ บาทจะได้ เมื่อไร อีก ๕ ปีข้างหน้าถึงจะเต็มครับ ถึง ๙ ปี คือต้องต่อไปหน่อย ด้วยความที่ คณะกรรมาธิการบอกเอาเฉพาะนายร้อยกับนายดาบหรือพลตํารวจลงมาให้เขาก่อน เพราะพวกนี้อยู่ในสนามนะครับ เดินอยู่บนถนน เดินอยู่บนเขา ไปตายอยู่ที่ข้างหน้าอีกเยอะ ก็มีปัญหาอยู่ในสนามนี้ จะดีจะชั่วจะเลวบริการประชาชนให้เขาทํางานด้วยความเต็มใจ ให้เงินเดือนพอเลี้ยงชีพนะครับ แต่อยู่ได้ไม่ถึงขนาดหนักหรอกครับ ที่ท่านชัยวัฒน์ห่วง เราก็เลยเอาแค่นี้ก่อน ขณะเดียวกันเราก็เห็นอีกพวกหนึ่งนะครับ พวกที่ทํางานในสนาม ที่รุกรบอยู่ในสนามข้างหน้า ท่านจะเห็นว่ามีการเสียชีวิตอยู่ ข้าราชการทหารเสียชีวิตอยู่ทางภาคใต้ เราก็บอกไปทางทหารเราบอกว่าปรับเสียให้เท่ากับพลเรือนเขาไม่ได้เอามากกว่าเขานะครับ เอาเท่า ๆ นี้ เอาแค่พอกินพอใช้เอาแค่นี้ก่อนในภาวะบ้านเมืองขณะนี้ จึงเรียนให้ที่ประชุม ทราบว่าทั้งหมดที่ท่านให้ไปนี้เป็นอานิสงส์ต่อข้าราชการตํารวจชั้นผู้น้อย ซึ่งอยู่ในสนามหรือ ผู้ปฏิบัติการครับ ฝากขอบคุณทุกท่านในฐานะกรรมาธิการครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจสงสัยนะครับ เป็นอันจบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรานะครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาทั้งร่างครับ ยังเหลืออีกนิดนะครับ ผมเข้าใจผิดนึกว่าจบแล้ว นะครับ เหลือตรงไหนนะครับท่านเลขาธิการดําเนินการต่อ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านผู้ใดติดใจนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เป็นอันว่าจบการพิจารณาเรียงตามลําดับรายมาตรานะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่าง ในการแก้ไขถ้อยคํา สมาชิกท่านใดต้องการจะแก้ไขถ้อยคําไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีขอแก้ไข)

ไม่มีนะครับ เป็นอันจบการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สาม ขอเชิญสมาชิกทุกท่านเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยนะครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ไม่ต้องรอแล้วครับ พวกผมกดช่วยอยู่ครับ รีบ ๆ หน่อยครับ หน้าสภาเขามาปิดแล้ว เขามาปิดหน้าสภารีบ ๆ หน่อย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นดุลยพินิจของท่านประธานนะครับ เพราะว่าผมเห็นว่าบางท่านยังเดินเข้ามาไม่ครบ ก็ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ เมื่อสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ปิดการลงคะแนนครับ ผลการลงคะแนน มีสมาชิกในที่ประชุม ๓๓๐ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปจะเป็นการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบแห่งร่างพระราชบัญญัติ เงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมจะถามท่านสมาชิกนะครับ ท่านใด เห็นชอบกับร่างที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขกรุณากดปุ่ม เห็นชอบ ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงคะแนนครับ ผลการลงคะแนน ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๓๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบ

เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบในวาระที่สามแห่งร่างพระราชบัญญัติ เงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สามเรียบร้อยแล้วครับ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ครับ เชิญครับ

(นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

ให้ท่านพงศ์พันธ์ค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านพงศ์พันธ์ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อเลื่อนระเบียบวาระการประชุมจากเรื่องที่ ที่ประชุมเห็นชอบเรื่องที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจํา ตําแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เลื่อนขึ้นมาพิจารณา ก่อนระเบียบวาระที่กรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จนะครับ ระเบียบวาระที่ ๔.๖ ขอเลื่อน มาก่อนระเบียบวาระที่ ๔.๖ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ คุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ

(นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอ กราบเรียนค่ะตามที่ท่านพงศ์พันธ์ได้เสนอเลื่อนระเบียบวาระนั้น ทางพรรคร่วมรัฐบาล เห็นชอบนะคะ เพราะเป็นกฎหมายสําคัญ แต่ว่าเนื่องจากเพื่อให้เห็นความสําคัญจริง ๆ ก็ได้หารือกันทุกฝ่ายว่าจะขอเลื่อนการพิจารณามาเป็นวันพรุ่งนี้ แต่เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นเรื่อง ที่ไม่มีในระเบียบวาระนะคะ ก็จะต้องของดใช้ข้อบังคับเพื่อขอให้มีการพิจารณากฎหมาย เงินเดือนครูในวันพรุ่งนี้หลังจากกระทู้ถามสด ก็ของดเว้นข้อบังคับการประชุม ขอผู้รับรอง ด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เพื่อให้เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามข้อบังคับนะครับก็จะมีการของดเว้น การใช้ข้อบังคับการประชุมสภา เลื่อนในวาระที่ ๕ ขึ้นมาเป็นการประชุมในวันพรุ่งนี้นะครับ มีท่านใดห็นเป็นอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เรื่องนี้เป็นการงดเว้นการใช้ข้อบังคับการประชุมสภานะครับจะต้องมีการลงมติ ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม อย่าเพิ่งกลับครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียม ลงมติด้วยนะครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมตินะครับ ขอความกรุณาท่านสมาชิกช่วยเรียก เพื่อนสมาชิกที่จะกลับนะครับ เพราะว่าเป็นการงดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๗๓ จะต้องมีการ ตรวจสอบนับองค์ประชุม แล้วก็จะต้องใช้เสียง ๒ ใน ๓ นะครับ ขอเรียนเชิญสมาชิก ที่เดินออกไปแล้วกลับเข้าห้องประชุมด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นจะบรรจุระเบียบวาระพรุ่งนี้ ไม่ได้เลยนะครับ ขอความกรุณาวิปแต่ละพรรคนะครับได้กรุณาตามเพื่อนสมาชิกที่อาจจะ กลับไปแล้วก็ขอให้เข้ามาร่วมประชุมใหม่อีกครั้งนะครับ การงดเว้นการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๓ นั้นต้องมีการนับองค์ประชุมนะครับ แล้วก็ลงมติด้วยเสียง ๒ ใน ๓ ท่านประธาน วิปนะครับช่วยตามบรรดาเพื่อนสมาชิกเข้ามาร่วมลงมติด้วยนะครับ องค์ประชุมคงครบครับ แต่ผมเกรงว่า ๒ ใน ๓ ของทั้งหมดมันจะไม่ครบ เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านสมาชิกที่อยู่ ในห้องประชุมได้กดบัตรแสดงตนด้วยครับเพื่อดูองค์ประชุมว่าครบหรือเปล่านะครับ ท่านใด ที่พอตามได้ก็ขอความกรุณา ทุกท่านที่อยู่ในห้องประชุมกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านใดยังไม่ได้กดบัตรแสดงตน ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ ปิดการลงคะแนนครับ ผลการลงคะแนน มีสมาชิกในที่ประชุม ๓๒๑ คนนะครับ เพราะฉะนั้นก็สามารถลงมติได้ นะครับ

ท่านสมาชิกครับ มีผู้เสนอญัตติของดบังคับใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๓ เพื่อจะได้ สามารถบรรจุระเบียบวาระที่ ๕ ซึ่งเสนอเลื่อนขึ้นมาโดย ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย และทางวิปของรัฐบาลเสนอให้บรรจุระเบียบวาระในวันพรุ่งนี้นะครับ จําเป็นจะต้อง ของดเว้นการใช้ข้อบังคับครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบให้มีการงดเว้นข้อบังคับการประชุมสภา กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ผมขอส่งผลการลงมติด้วยครับ ผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ๓๒๑ คน เห็นด้วย ๓๑๗ คน เกิน ๒ ใน ๓ ของผู้ที่อยู่ในห้องประชุมนะครับ งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ เป็นอันว่าที่ประชุมอนุมัติให้นําระเบียบวาระที่ ๕ มาบรรจุในระเบียบวาระในการประชุม ในวันพรุ่งนี้ครับ

ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ครับ ปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๕๓ นาฬิกา