สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔

ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะเรื่องการเพิ่มจังหวัดใหม่และผลกระทบต่อสมาชิกวุฒิสภา และขอให้ประธานสภาให้คำชี้แจงและแนวทางในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องวุฒิสภา 76 คนหลังลาออกของนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้ดำเนินการเร่งรัด เพื่อให้สามารถพิจารณาได้ภายใน 1 สัปดาห์ และยังเสนอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ กับมาตรา ๑๕๑ และสนับสนุนให้รัฐธรรมนูญผ่านสภาอย่างรวดเร็ว

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิกรณีที่ ทางกรรมาธิการได้แก้ไขในบทบัญญัติมาตรา ๒ โดยการตัดข้อความไปเสมือนที่ท่านไพจิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ได้นําเรียนท่านประธานไป ผมเองฟังเหตุผลจากท่าน ประธานคณะกรรมาธิการ เหตุผลทางด้านเชิงธุรการ เหตุผลความพร้อม ไม่ได้ติดใจครับ ก็สามารถที่จะเร่งรัดหรือสามารถที่จะดําเนินการได้ แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมค่อนข้างจะต้อง เรียนท่านประธานอย่างน้อยเพื่อบันทึกไว้หรือหาแนวทางที่จะเป็นไปได้ตามเจตนารมณ์ของ กรรมาธิการ แล้วก็บรรดาพี่น้องประชาชนที่จะได้รับประโยชน์นะครับ เพราะท่านอ้างถึง เรื่องของโอกาสที่จะมีสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภาชุดที่จะสิ้นสุดการสรรหาคือวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ นั่นหมายความว่าสิ่งที่จะเป็นพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าไม่มีเหตุการณ์ทางด้านโน้น นะครับ เสมือนที่มีข่าวคราว สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็สามารถที่จะทําหน้าที่ ต่อไปจนกระทั่งจะมีสมาชิกใหม่ เว้นแต่เขาทําเหมือนที่มีข่าว ก็คือลาออกไป อาจจะทําให้ ความเป็นสมาชิกวุฒิสภา อาจจะแปลความว่าไม่เป็นวุฒิสภา ก็ไม่สามารถที่จะพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินี้ในชั้นของวุฒิสภาได้ ก็ยังมีการตีความกันอยู่ นั่นคือข้อห่วงใยนะครับ วันที่ ๑๘ หมดวาระ ถ้าเขาจะลาออกเขาก็ต้องลาออกวันที่ ๑๘ เพื่อเข้าสู่กระบวนการที่เขามี ความประสงค์ เรื่องนี้ผมก็เชื่อว่ากรรมาธิการเองก็มีความไม่ชัดเจนเหมือนกัน ผมเอง ก็มีความไม่ชัดเจน สภาแห่งนี้ก็มีความไม่ชัดเจนเหมือนกัน ไม่มีหลักประกันครับ หลักประกัน ตรงนี้ผมเองผมเห็นด้วยนะครับถ้าจะมีการเร่งรัดให้พี่น้องได้ประโยชน์ ให้เป็นไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นสําคัญที่สุดก็คือว่าถ้าเกิดซีกโน้นเขาเป็นเหมือนที่มันมีข่าว ขึ้นมา เกิดเขาพิจารณาไม่ได้ พระราชบัญญัตินี้ก็ค้างอยู่ที่วุฒิสภา เจตนารณ์ของท่านที่บอกว่าจะให้พี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬหลังจากที่มีการประกาศใน ราชกิจจานุเษกษาแล้วได้มีโอกาสได้เลือกตั้ง ส.ว. ในฐานะที่มีจังหวัดเพิ่มขึ้น ผมก็เกรงว่า อาจจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของท่าน วัตถุประสงค์นั้นถ้าไม่ได้ปุ๊บ วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ตามมาการเร่งรัดหรือการดําเนินการต่าง ๆ อาจจะมีความยุ่งยากซับซ้อนไป แต่ประเด็นหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมก็พยายามตรวจสอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ ที่ว่าด้วยเรื่องวุฒิสภา วรรคสองเขาเขียนไว้อย่างนี้ ในกรณีที่มีการเพิ่มหรือลด จังหวัดในระหว่างวาระของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ชุดนี้จะครบอีก ๓ ปีนะครับ ชุดเลือกตั้งจะครบอีก ๓ ปี ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ โน้น ให้วุฒิสภาประกอบด้วย สมาชิกเท่าที่มีอยู่ วรรคต่อไป ในกรณีที่ตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ และยังมิได้มีการเลือกตั้งหรือสรรหาขึ้นแทนตําแหน่งที่ว่าง แล้วแต่กรณี ให้วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ตรงนี้เองถ้าสมมุติเจตนารมณ์ของท่านกรรมาธิการว่าถ้าผ่าน กระบวนการสรรหาที่กฎหมายฉบับนี้ผ่านก่อน ยังไม่สรรหา เขาก็จะสรรหาแค่ ๗๓ คน เพราะว่ามีจังหวัดที่ ๗๗ คนเพิ่มขึ้น เพราะว่าวรรคหนึ่งบังคับเอาไว้ วรรคหนึ่งบอกว่า ต้องสรรหาเท่าที่เหลืออยู่เท่านั้นเอง ก็คือได้แค่ ๗๓ วรรคหนึ่งเขียนบังคับไว้เหมือนที่ ท่านประธานได้ชี้แจงผมเข้าใจครับ แต่เกรงว่าในกรณีถ้ามาดูวรรคสองจะแปลความเข้าไป ตามที่เจตจํานงของกรรมาธิการได้หรือไม่ เพราะว่าของวรรคสองเขาบังคับว่าให้มีเท่าที่มีอยู่ เขาไม่ให้มีการเลือกตั้งใหม่นะครับ ผมไม่แน่ใจในประเด็นนี้ ผมไม่แน่ใจว่าท่านกรรมาธิการ ได้ศึกษามาอย่างถ่องแท้หรือไม่ เพราะจังหวะคาบเกี่ยวนี่ค่อนข้างจะมีปัญหาค่อนข้างมาก จังหวะเวลาคาบเกี่ยวนี่

ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ชัดเจนหรือไม่ว่าเขาจะไม่ลาออก

ประเด็นที่ ๒ เมื่อลาออกแล้วเหลือสมาชิกวุฒิสภา ๗๖ คน ยังเป็นวุฒิสภาอยู่ หรือไม่ ถึงแม้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนว่า ถ้าไม่มีการสรรหาเพิ่มเติมหรือไม่มีการเลือกตั้ง ให้จํานวนสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่เป็นวุฒิสภา ถ้ามันเป็นตามนั้นจริง ๗๖ คนก็สามารถ พิจารณาได้ครับ ก็ถือว่าครบองค์ ประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ที่มีข้อห่วงใย อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เราเร่งที่สุดนะครับ เร่งที่สุดสัปดาห์นี้ผ่าน งานธุรการสภาเร็วสุดก็คง ไม่เกิน ๑ สัปดาห์ ๑ สัปดาห์นั่นหมายความว่าเรื่องนี้เข้าวุฒิสภาต้นเดือนกุมภาพันธ์ วุฒิสภา จะใช้เวลาพิจารณาเท่าไรผมไม่แน่ใจครับ แต่ว่าตามกฎหมายทั่วไปนี้ก็คือถ้าเป็นการเงิน ก็ไม่เกิน ๓๐ วัน ถ้าเขาจะเร่งรัดที่สุดก็คือ ๑ สัปดาห์ ๑ สัปดาห์นั่นคือประมาณกลางเดือน กุมภาพันธ์ครับให้เวลาท่านนายกรัฐมนตรีกราบทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยอีก ๒๐ วัน ๒๐ วันก็คิดว่าประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ก็น่าจะประกาศในราชกิจจานุเษกษา ได้ ผมเองเป็นห่วงว่าการเขียนกฎหมายอย่างนี้นะครับ เราจะมีอะไรที่ไปสะกิดใจใน มาตรา ๑๕๐ หรือไม่ จะเป็นไปได้ไหมครับว่าอาจจะมีคนไปแปลความ อาจจะมีคนกล่าวหาเราว่า ฝ่ายนิติบัญญัติได้ใช้กระบวนการในการที่จะเร่งรัด หรือไม่คํานึงถึงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เลย หรือมาตรา ๑๕๑ เลย ซึ่งผมก็เกรงว่าสภาเราก็จะเป็นที่ครหา เพราะช่วงนี้ เป็นช่วงที่ค่อนข้างจะหมิ่นเหม่มากในการที่จะยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา ผมเพียงแต่ฝาก กรรมาธิการนะครับ ถ้ามันไม่คุ้ม ผมไม่ได้ติดใจนะครับว่าถ้าท่านเขียนว่า มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันถัดจากวันประกาศ ไม่ได้ติดใจเลยเรื่องงานธุรการท่านชี้แจงแล้ว แต่ผมเกรงว่า กระบวนการทั้งหลายทั้งปวง

ประเด็นที่ ๑ เกี่ยวเนื่องกับวุฒิสภาที่จะลาออก กรณีสรรหา

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ กับมาตรา ๑๕๑ ผมจะไม่อ่านเนื้อหาสาระนะครับ ทุกท่านเข้าใจอยู่ ผมก็ฝากเป็นประเด็นเท่านั้นเองครับ ถ้าท่านยังมั่นใจอยู่ ผมไม่ได้ติดใจครับ ยินดีสําหรับกฎหมายฉบับนี้ที่จะสนับสนุนให้ผ่านสภา อย่างเร็ว แต่ว่ามีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ขอบคุณครับ