สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔

ภุชงค์ รุ่งโรจน์ เสนอข้อเสนอเกี่ยวกับพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งรัดการออกพระราชบัญญัติให้เร็วขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญ และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการสรรหาผู้แทนราษฎรใหม่ นอกจากนี้ยังพูดถึงการเตรียมการประกาศใช้กฎหมายจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ โดยการประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยและศาลยุติธรรม

นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในนามของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับ ตามที่ ท่านสมาชิกมีข้อสงสัยว่าทําไมจึงต้องร่นเวลาของการประกาศในราชกิจจานุเบกษา จาก ๙๐ วันมาเป็นใช้ทันทีหลังจากที่มีการประกาศ เรื่องนี้ผมอยากเรียนนะครับว่า ในการตั้งจังหวัดบึงกาฬครั้งนี้เป็นการดําเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการบริหารราชการ ในการบริการและเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ก็คือในการอภิปรายในเรื่องกฎหมายฉบับนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เกือบจะทุกท่านให้การสนับสนุนและโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากภาคอีสาน ก็มีความกระตือรือร้นอยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน ทั้งนี้มีความรู้สึกว่าพี่น้องประชาชน ได้ทราบข่าวว่าจะมีการตั้งจังหวัดบึงกาฬ ก็ได้มีการเตรียมพร้อมอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อที่จะ รับการตั้งจังหวัด เพราะฉะนั้นในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ปรากฏว่ามีเงื่อนไข ที่ทําให้เราจะต้องเร่งรัดเพื่อให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมาให้ก่อนกําหนดเวลาของการสรรหา วุฒิสมาชิกที่จะหมดวาระลงในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์นี้ ที่เป็นอย่างนี้ก็เนื่องจากว่า ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ กําหนดไว้อย่างชัดเจนว่า วุฒิสมาชิกนั้นให้มีได้ ๑๕๐ คน ในแต่ละจังหวัดนั้นจะต้องมีวุฒิสมาชิกจังหวัดละ ๑ คน แล้วที่เหลือนั้นให้เป็นสมาชิกมาจากการสรรหา เพราะฉะนั้นขณะนี้เรามีจังหวัดอยู่ ๗๖ จังหวัด เราก็มีการสรรหา ๗๔ คน ก็เป็น ๑๕๐ คนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทีนี้ถ้าหากว่าในวันที่ ๑๘ นี้ภายใน ๖๐ วันหลังจากที่สิ้นสุดวาระของ ส.ว. สรรหา ก็จะต้องมี การสรรหากันใหม่ภายใน ๖๐ วัน คือจะต้องสรรหา ๗๔ คน เมื่อสรรหา ๗๔ คนแล้ว ถ้าสมมุติว่าเราได้มีการออกพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬมาภายหลังจากที่มี การสรรหาไปแล้ว มันก็จะกลายเป็นว่าเราจะมีจังหวัด ๗๗ จังหวัด ในภาคบังคับ ของรัฐธรรมนูญว่าจะต้องมีจังหวัดละ ๑ คน เพราะฉะนั้นเมื่อเป็น ๗๗ จังหวัดก็ต้องมี ๗๗ คน อันนี้เป็นภาคบังคับ เพราะส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นเรื่องของการสรรหา แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นปรากฏว่าถ้าสมมุติว่าหลังจากวันที่ ๑๘ นี้ ถ้ามีการสรรหากันไปก่อน ก็จะต้องสรรหา ๗๔ คน เมื่อ ๗๔ คนรวมกับ ๗๗ คนที่เราจะตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้นใหม่ก็เป็น ๑๕๑ คน เพราะฉะนั้นถ้าเป็น ๑๕๑ คนปั๊บมันก็ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาของกรรมาธิการซึ่งพิจารณากันอย่างค่อนข้างที่จะให้ความสําคัญมาก ก็คือว่า เราจะหาวิธีการอย่างไรที่จะทําให้การตั้งจังหวัดบึงกาฬมีผลใช้บังคับก่อนที่จะมีการสรรหา ถ้าสมมุติว่าเราสามารถตั้งจังหวัดบึงกาฬได้ก่อนที่จะมีการสรรหา ก็หมายความว่าเรามี ๗๗ จังหวัด ถ้ามี ๗๗ จังหวัดก็หมายความว่าที่เหลือก็เป็นสรรหา เพราะฉะนั้นสรรหาจะต้อง สรรหาเพียง ๗๓ คน เพราะฉะนั้นการสรรหา ๗๓ คนจะกระทําได้ต่อเมื่อเราต้องตั้งจังหวัด บึงกาฬขึ้นก่อน ทีนี้มีภาคบังคับอยู่ตรงที่ว่าในมาตรา ๒ นี้เราเขียนไว้ว่าจะมีผลใช้บังคับ ต่อเมื่อ ๙๐ วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้า ๙๐ วันนี้นับเวลาแล้วมันก็จะเลย ห้วงเวลาของการสรรหาชุดใหม่ เพราะว่าการสรรหาชุดใหม่นี้จะต้องทําให้เสร็จสิ้นภายใน วันที่ ๑๙ เมษายน เพราะฉะนั้นเราพิจารณากันโดยรอบคอบ แล้วก็ปรึกษากฤษฎีกา ปรึกษา ทุกฝ่ายแล้ว กระทรวงมหาดไทยด้วย ก็คิดแล้วครับว่าถ้าจะให้สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐธรรมนูญ กําหนดในมาตรา ๑๑๑ เราก็ต้องร่นระยะเวลาขึ้นมาโดยประกาศให้เร็วขึ้น การประกาศ ให้เร็วขึ้น เรานับเวลาแล้วก็ควรที่จะใช้เวลาถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทีนี้ถามว่าเราได้พิจารณาว่าจะมีความพร้อมหรือเปล่าสําหรับส่วนราชการ อันนี้ผมเรียน นะครับว่าทางกรรมาธิการทุกท่านเป็นห่วงแล้วก็สอบถามไปที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยตอบว่ามีความพร้อม แล้วก็ได้มีการแจ้งล่วงหน้าไปจากส่วนราชการ ทั้งหลายแล้วว่าจะมีเหตุการณ์หรือเรื่องราวอย่างนี้เกิดขึ้น แล้วส่วนราชการต่าง ๆ นี้เขาก็ได้ มีการเตรียมการล่วงหน้าหลังจากที่เขาทราบว่าจะมีการตั้งจังหวัดบึงกาฬ เพราะฉะนั้น ประเด็นในส่วนราชการ ส่วนฝ่ายบริหารนั้น มีความรู้สึกว่ากรรมาธิการไม่หนักใจ

ในประเด็นที่ ๒ สิ่งที่กรรมาธิการห่วงต่อไปก็คือว่ายังมีศาลยุติธรรมและ ศาลปกครองในเรื่องอํานาจศาล เราได้เชิญผู้แทนของศาลยุติธรรมมา ท่านผู้พิพากษาอาวุโส ท่านมาร่วมชี้แจงเอง แล้วก็รองเลขาธิการของศาลปกครองท่านก็มาชี้แจงเอง ท่านบอกว่า ในส่วนของท่านนั้นท่านสามารถดําเนินการในส่วนของศาลยุติธรรม และส่วนของ ศาลปกครองท่านดําเนินการได้ ไม่มีปัญหา เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วมันก็เลยทําให้เรามีความรู้สึกว่า เราคงจะต้องเร่งรัดเพื่อที่จะให้มีการประกาศใช้ มีผลใช้ของกฎหมายตั้งจังหวัดบึงกาฬ ก่อนที่จะมีการสรรหา อันนี้ผมก็เลยเรียนให้กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่สอบถามนะครับ สําหรับการเตรียมการของกระทรวงมหาดไทยนั้นเราก็ได้ประสานกันทุกฝ่ายแล้ว ขอบพระคุณครับ