สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับข้าราชการตํารวจ โดยขอขอบคุณรัฐบาลและคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมาธิการวิสามัญช่วยเหลือข้าราชการตํารวจที่ได้รับความไม่เป็นธรรม

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในนามของข้าราชการตํารวจทั้งประเทศจํานวน ๒๐๕,๙๓๓ คน ผมขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองที่ได้กรุณา ให้ความสนใจและอยู่ร่วมประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับ ข้าราชการตํารวจ ๒๐๕,๙๓๓ คน ซึ่งเพื่อนข้าราชการตํารวจจํานวน ๒๐๕,๐๐๐ กว่าคนนี้ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทย ๖๕ ล้านคน มีคํากล่าวของ ผู้หลักผู้ใหญ่ว่าถ้าตํารวจดีมีคุณภาพ ประชาชนก็จะอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข แต่ตํารวจดี มีคุณภาพนั้นจะต้องมีขวัญและกําลังใจ คนที่จะให้ขวัญและกําลังใจได้ดีที่สุด แน่นอนคือ ผู้บังคับบัญชา ในที่นี้ผมขอหมายถึงรัฐบาล ดังนั้นจึงขอกล่าวแทนเพื่อนข้าราชการตํารวจ ๒๐๕,๙๓๓ คน ขอบคุณรัฐบาลที่ได้กรุณาเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับที่กําลังพิจารณาอยู่ ในขณะนี้ ซึ่งในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น หากจะนําเสนอขึ้นมาถามว่าทําได้ไหม มันมีปัญหา มีเงื่อนไขหลายประการ เพราะว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติการเงินจะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ดังนั้นเมื่อรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีหยิบยกขึ้นมา ก็เป็นการลัดขั้นตอนทําให้การพิจารณากฎหมายฉบับนี้เป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องขอบใจเป็นพิเศษก็คือคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ชุดนี้ ผมเห็นท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออภัยต้องเอ่ยชื่อ คือท่านสาธิต ปิตุเตชะ ท่านโขยกมาด้วยไม้เท้า ๒ ข้าง แสดงว่าท่านบาดเจ็บ ท่านป่วย แทนที่ท่านจะลาพักอยู่ที่บ้าน ท่านก็มาปฏิบัติหน้าที่ของท่าน เช่นกันครับในนามตํารวจทั่วทั้งประเทศ ผมขอแสดงความ ขอบคุณท่านไว้ตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในบรรดาข้าราชการตํารวจ ๒๐๕,๙๓๓ คนนี้ เป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตร ๓๓,๗๙๘ คน นั่นหมายความว่ามีข้าราชการชั้นประทวนอยู่ จํานวน ๑๒๒,๑๓๕ คน ในจํานวน ๑๗๒,๑๓๕ คนนั้นเป็นข้าราชการตํารวจยศนายดาบ ที่เงินเดือนเต็มขั้น ไม่ได้เลื่อนขั้นมาแล้วจํานวนทั้งสิ้น ๒๘,๓๓๓ คน บางคนผมได้มีโอกาสถาม บอกนายดาบนี่เต็มขั้นมากี่ปีแล้ว ท่านประธานครับ ๕ ปีไม่ได้เลื่อนเงินเดือนเลย ทํางานมา ๕ ปีโดยไม่ได้มีโอกาสเลื่อนเงินเดือนติดขัดด้วยพระราชบัญญัติเงินเดือน มันอั้นไว้อย่างนั้น ขวัญและกําลังใจอยู่ที่ไหน ตรงนี้แหละครับที่ผมต้องขอบคุณทั้งรัฐบาล ขอบคุณ ทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงกับผมวันที่ผมไปชี้แจงคําแปรญัตติ บอกว่าจะพยายาม ผลักดันให้เข้าสู่การพิจารณาในสมัยประชุมนี้เร็วที่สุด วันนี้ท่านทําสําเร็จแล้ว ผมขอประกาศ ไปยังเพื่อนตํารวจทั้งหลายทั่วทั้งประเทศว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พยายามช่วยเหลือ พวกเราข้าราชการตํารวจอย่างเต็มที่ ซึ่งทุกคนตระหนักถึงความไม่เป็นธรรมที่ท่านเพื่อน ข้าราชการได้รับ ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ มีการก่อการ รัฐประหารในประเทศ ถ้าท่านประธานจะนึกภาพวันนั้นจะเห็นนะครับว่า ตํารวจนี่มาออกทีวี หลังสุด เมื่อตํารวจมาออกทีวีหลังสุด อ่านได้เลยว่าไม่เต็มใจ ดังนั้นเมื่อคณะปฏิวัติ เมื่อคณะรัฐประหารยึดอํานาจเสร็จเรียบร้อย เขามีการพิจารณาปูนบําเหน็จอะไร ตํารวจจึงถูกมองข้ามไป เงินเดือนตํารวจนั้นไม่ได้รับการพิจารณาเหมือนกับเงินเดือนทหาร ที่ได้รับการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราใหม่ ใช้อัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นบัญชีเงินเดือนตํารวจเหล่านี้แม้ผ่านสภาไปแล้วก็ยังล้าหลังเขา ๒ ปี แต่ตํารวจทั้ง ประเทศก็บอกว่าไม่เป็นไรถึงช้าก็เห็นใจ เพราะตํารวจไม่ได้เข้าไปร่วมปฏิวัติตั้งแต่ทีแรก ไม่ ได้มายึดอํานาจตั้งแต่ทีแรก เมื่อขาดประโยชน์ตรงนี้ก็ยังเต็มใจที่จะทํางานรับใช้ชาติบ้านเมือง ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างไม่ย่อท้อ ในฐานะที่ผมเป็นผู้แปรญัตติ ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติไป ๗ วงเล็บครับ (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) เริ่มตั้งแต่ (๕) นั้น ผมมองไปที่เงินเดือนของข้าราชการตํารวจยศ พันเอก (พิเศษ) ขอเรียนกับท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เปิดกว้างแล้วก็ รับข้อแปรญัตติของผมไปถึง ๕ ข้อ เหลืออยู่ ๒ ข้อ ผมไม่อยากที่จะไปต่อรองมาก ด้วยความ อยากจะให้ผ่านเร็ว ๆ แต่ขณะเดียวกันหลังจากที่ผมไปชี้แจงและท่านประธานบอกว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารับคําแปรญัตติของผมไป ๕ ข้อนั้น แล้วเหลืออีก ๒ ข้อ ขอเว้นไว้ ผมได้เรียกตํารวจรุ่นเดียวกัน คือนักเรียนพลตํารวจ รุ่น ๓๓ ของโรงเรียนตํารวจ นครบาลมาหารือเพื่อจะเอาข้อมูลมาพูดขอความเห็นใจจากท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งคณะ ได้ความอย่างนี้ครับท่านประธาน อย่าง (๘) นะครับ ข้าราชการตํารวจยศ พันตํารวจตรี ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ให้คงไว้จาก ส.๒ ถึง ส.๓ ผมได้รับคําชี้แจงจากเพื่อนนักเรียนตํารวจบางคนที่เป็นนายตํารวจชั้นสัญญาบัตร พอเขาเป็น พันตรี ยศพันตรี ตําแหน่งจะอยู่ที่ผู้บังคับกองหรือสารวัตร ซึ่งมันจะเลื่อนไปเป็นพันโท โดยอัตโนมัติ ถึงแม้ไม่ได้ไปแก้อยู่ใน (๘) มันก็จะไปได้อานิสงส์จาก (๗) ที่คณะกรรมาธิการ เพิ่มให้แล้ว มาถึงสุดท้าย (๑๑) พวกจ่า นายสิบตํารวจ ที่ผมขอแปรจาก ป.๒ เงินเดือนขั้นต้น ๖,๘๐๐ บาท ไปจนถึงตัน ป.๓ ๒๕,๗๐๐ บาท แต่คณะกรรมาธิการไม่รับนั้น ขออภัย ผมขอ แปรญัตติเป็น ส.๑ ๒๕,๗๐๐ บาท ซึ่งตัวเลขมันเท่ากัน แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญไม่รับ เพื่อนข้าราชการตํารวจของผมที่ปลดเกษียณหมดยกรุ่นแล้วบอกกับผมว่า ไม่มีคนไหน เป็นจ่าเลย ทุกคนพอเป็นจ่าได้ อายุราชการถึง เงินเดือนถึง ก็เลื่อนขึ้นเป็นนายดาบหมด ก็ไปได้อานิสงส์จาก (๑๐) เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงไม่ติดใจ และที่ผม สงวนไว้ ขอถอนทั้งหมด แต่เมื่อจะถอนแล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตกราบเรียนสักนิดหนึ่ง ขอใช้ประโยชน์ตรงนี้ไปยังเพื่อนข้าราชการตํารวจ ทั่วทั้งประเทศ และขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่เป็นข้าราชการ ตํารวจ ขอได้โปรดดูแลข้าราชการตํารวจชั้นประทวน เริ่มรับราชการเป็นนักเรียนพลตํารวจ ออกมาแล้วเกษียณนายดาบ บางคนจบปริญญาโท บางคนจบปริญญาตรี จํานวนเป็น หมื่น ๆ คนสํานักงานตํารวจแห่งชาติควรที่จะผลักดัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญคณะตํารวจด้วย ช่วยกันดูแลว่าทําอย่างไรให้ข้าราชการชั้นประทวนได้มีโอกาสเจริญก้าวหน้าเป็นสัญญาบัตร อย่างนายดาบนี้เลื่อนเป็นนายร้อย เงินเดือนก็ไม่ได้เพิ่ม เงินเดือนก็ไปตามอัตราบัญชีของมัน แต่ผมเคยกราบเรียนไปแล้วว่าการเป็นนายดาบกับนายร้อยมันต่างกันอย่างไร ขออนุญาต กราบเรียนว่าถ้าเปรียบเทียบกับข้าราชการพลเรือนเริ่มเข้ามาเป็นเสมียน วันนี้ไม่ทราบ จําไม่ได้แล้วใครเป็นคนพูดบอกว่า อย่างข้าราชการพลเรือน เอาอย่างนี้กรมราชทัณฑ์ เข้าไปเป็นผู้คุมใหม่ ๆ ซี. ๑ ซี. ๒ ปลดเกษียณส่วนมาก ซี. ๖ ซี. ๖ คือสัญญาบัตร ถ้าเทียบยศคือ พันตรี พันโท เพราะฉะนั้นชั้นประทวนเมื่อเข้ามารับราชการแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่ต้องโทษวินัย ไม่อยู่ระหว่างดําเนินคดีอาญา สํานักงานตํารวจ แห่งชาติ คณะกรรมาธิการการตํารวจของเราควรจะผลักดันให้เขามีโอกาสเป็นชั้นสัญญาบัตร แล้วอีกอย่างหนึ่งที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการการตํารวจต้องช่วยดูแล รปภ. ในสภาของเรานี่ท่านประธานครับ แต่งเครื่องแบบตํารวจ ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ประตูหน้า จนมาถึงข้างใน จนมาถึงข้างในห้องประชุม แต่ออกจากสภาไปแล้วห้ามแต่งเครื่องแบบครับ ผมถามหลายคนเขาบอกมีฐานะเป็นเพียงข้าราชการพลเรือน ทําอย่างไรเอา รปภ. เหล่านี้ ให้มาเป็นข้าราชการตํารวจ กินเงินเดือนของสภาแต่ก็เป็นตํารวจ ไม่ใช่แต่งเครื่องแบบเวลา ประชุมสภา ติดยศพันเอก พอออกข้างนอกต้องใส่ซาฟารีครับ เพราะไม่ใช่เป็นข้าราชการ ตํารวจ ตรงนี้อยากจะให้แก้ไขเสีย บางทีไปประสบเหตุจะใช้อํานาจตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามาในการปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้ ผมคิดว่าสภาของเราน่าจะอยู่ในวิสัย ที่จะทําได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่างตํารวจรถไฟ ตํารวจทางหลวง มันก็มีตั้งหลายหมวด หลายหมู่ แล้วตํารวจบางหน่วยก็กินเงินเดือนจากหน่วยงานที่สังกัดแต่ว่าเป็นข้าราชการ ตํารวจ เพราะฉะนั้นสภาของเราน่าจะทําตรงนั้นได้ ผมก็ฝากไว้ด้วย แล้วก็ขอขอบคุณ อีกครั้งหนึ่งด้วยความขอบคุณยิ่งเลยครับที่ท่านได้ผลักดันจนได้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ในวันนี้ ผมถอนหมดทุกประเด็นครับ ขอบคุณครับ