สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔

ไพจิต ศรีวรขาน หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงอายุที่จะถ่ายบัตรประชาชน จากเดิม 15 ปี เป็น 10 ปี และขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริการที่ว่าการ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็น ในการแปรญัตติ ท่านประธานครับ เรื่องที่จะทําบัตรที่กระผมได้สงวนไว้นี้ คล้าย ๆ กับของ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ผมเห็นว่าการที่จะให้เด็กแรกเกิดแล้วก็ทําบัตรทันที เป็นพัฒนาการ ที่มันเร่งรัด แล้วก็ขาดความจําเป็นที่จะต้องทํา ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธาน การทําบัตรประชาชนนี้ได้พัฒนาการเรื่องอายุเมื่อจะทําบัตรในการควบคุมทะเบียน ของประชากรในการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนที่อยู่มาเป็นลําดับ จากเดิมถ่ายเมื่อ ๑๘ ปี แล้วก็มาพัฒนามาเป็น ๑๕ ปีแล้วถ่ายบัตร ก็แปลว่าเริ่มพัฒนาลงมาอายุน้อยลง แล้วก็ อยู่แบบนี้มากว่า ๒๐ ปี อยู่ ๆ จะเปลี่ยนจาก ๑๕ ปีมาเป็นแรกเกิดเลยมันเป็นการเร่งรัด แล้ว สภาพของการบริการนําเรื่องเหล่านี้มาสู่ประชาชนมันแน่นอนละครับต้องเกิดปัญหา ในเชิงของการปฏิบัติอย่างแน่นอน ประสิทธิภาพการเตรียมการทั้งหมดทั้งมวลย่อมจะ เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชน ท่านประธานทราบไหมครับว่า ยังไม่มีที่ใดเลยที่ทําแบบนี้ในโลกนี้ก็จะมีประเทศไทยเป็นแชมเปียน (Champion) จากการ ที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้ความแบบนี้ ผมหาตัวอย่างมาให้ดูหน่อยว่ามีประเทศไหน ที่พัฒนาแล้ว ญี่ปุ่นเขาเอาเท่าไร อะไรเท่าไร ปรากฏว่าไม่มี ก็จะทําให้เป็นแชมป์เปียน แห่งการพัฒนาทางด้านทะเบียนประชากรโดยกระทรวงมหาดไทยยุคนี้ ผมก็เลยบอกว่า ถ้าแบบนี้ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน อุ้มเด็กไปนะครับ คนจนนะครับลองดูสภาพที่ว่าการอําเภอ ติดแอร์ทั้งนั้น เด็กนี่ไวต่อการติดโรค ภูมิคุ้มกันต่ํา ซ้ําร้ายจะเกิดปัญหาถ้าฝนตก อย่างบ้านผม พี่น้องอุ้มลูกนั่งมอเตอร์ไซค์นะครับท่านประธาน ไม่มีอะไรมาก บางทีก็สามล้อ มาถึงมาอยู่ใน ที่ว่าการที่จะนําบริการเหล่านี้ ฉุกละหุกไปหมดนะครับ มองดูสภาพเหล่านี้มันสร้างเงื่อนไข ที่เป็นปัญหา แล้วเราจะออกกฎหมายคํานึงถึงสภาพเหล่านี้แล้วผมเลยเห็นว่าอย่าสร้างปัญหา เรื่องอื่นมีเยอะแยะที่จะนําบริการ ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ว่าให้เป็น ๖๐ วันนับจากวันเกิด ที่อายุครบ ๑๐ ปี ของผมนี่ ๑๐ ปีครับท่านประธาน จาก ๑๕ ปีผมลดมา ๕ ปี ก็ไม่ได้ล้าหลัง อะไรครับ ยังนําอยู่หลายประเทศ อายุ ๑๐ ปี ของท่านนิพนธ์บอก ๗ ปี น้อยกว่าผมอีก ผมบอกอย่าเพิ่งเอาถึงขนาดนั้นเลย แต่ว่าของกรรมาธิการ ของกระทรวงมหาดไทยที่ร่างมา บอกแรกเกิดเลยต้องถ่ายบัตรเลย คงชุลมุนกันมาก เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะให้เกิดปัญหา ประชาชน เลยขอฟังความคิดความเห็นในชั้นการพิจารณาในวาระที่หนึ่ง เขาก็บอกว่า ไม่ขัดข้อง ก็ดูอายุที่เหมาะสมกัน ผมเข้าใจว่าจุดนี้ที่จะต้องขอความเห็นจาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เราสัมพันธ์อยู่กับการเกิด การตายของประชากร ผมคิดว่า การอพยพ เคลื่อนย้าย การสวมสิทธิ การเปลี่ยนบัตร การที่จะฉ้อฉลในเรื่องการเป็นคนไทยนี่ เกิดมามีความภาคภูมิ แต่ว่าได้ถ่ายบัตรแล้วทางผู้ชี้แจงก็บอกว่าถ้าได้บัตรแล้วมีความภูมิใจ ในฐานะที่เป็นคนไทย แต่ว่าสภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันไม่สามารถที่จะบูรณาการไปสู่จุดนั้น ผมคิดได้อย่างเดียวไม่มีอย่างอื่น พร้อมขนาดไหน เจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎรในขณะนี้ อยู่ที่ว่าการอําเภอ ๑๕ ปีห้องนั้นแน่นตลอดเวลาครับท่านประธาน ห้องทําทะเบียน บัตรประชาชนเป็นห้องเดียวที่มีพี่น้องประชาชนไปใช้บริการในที่ว่าการอําเภอ ผมเป็นคน บ้านนอก ผมไปถึงก็จะไปดูว่าเป็นอย่างไร คนเข้าคิวเยอะไหม ถ้าคิวเยอะแปลว่าบริการไม่ดี ต้องคุยนายอําเภอหน่อย ห้องนี้เป็นอย่างไร ๆ นะครับ ต่อไปห้องเหล่านี้จะต้องมี ผมว่า มันเหมือนกับโรงเรียนอนุบาล อาจจะต้องจัดสถานที่ทําให้เป็นที่พัก ถึงเวลาเด็กนอนก็ต้อง นอนนะครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นสุขภาพก็ไม่แข็งแรง ป่วยเป็นโรคภัยไข้เจ็บอีก ผมจึง เห็นว่าการจะออกเหล่านี้ให้มันพัฒนาการเป็นลําดับ ๆ นะครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับ ท่านกรรมาธิการครับ เอาสัก ๑๐ ปี พัฒนาแล้ว จากเคยถ่าย ๑๕ ปีก็มา ๑๐ ปี ผมว่าผู้คน ที่จะถ่ายก็เยอะอยู่แล้วเพิ่มเข้ามา ถ้า ๑๕ ปีมันขนาดนี้ถือว่าเราทําหน้าที่นี้เพื่ออย่าให้เกิด ปัญหากับประชากร กับประชาชนนะครับ อัตราการเพิ่มของประชากรแม้ไม่มาก แต่ว่า การจะพัฒนานําบริการ การเพิ่มเจ้าหน้าที่ ซื้อเครื่องไม้เครื่องมือมันเป็นรายได้ แต่ผมว่าเป็น ภาระ แล้วจะต้องพัฒนาให้พร้อมที่จะไปกําหนดว่าต้องให้เขายื่น ผมเห็นตามท่านภราดร ปริศนานันทกุล ผมสงวนไว้ด้วย รัฐต้องเป็นคนอํานวยการ จะไปบังคับเขานะครับ ถ้าจะ บังคับคุณต้องพร้อม ถ้าไม่พร้อมต้องอํานวยการให้ ให้ความสะดวก บริการจากรัฐสู่เขา อย่าให้เขาเดือดร้อน แล้วก็หลักอันนี้ละครับที่ผมเห็นว่าควรจะต้องคงอายุ อย่าให้ก้าวหน้าล้ํา ไปจนถึงเกิดอุแว้ ๆ แล้วถ่ายบัตรเลย ขอให้มาสักอายุ ๑๐ ปีบริบูรณ์แล้วทําเสียภายใน ๖๐ วันนับจากวันที่ครบ ผมขอแปรญัตติ อันนี้ แล้วขอให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทําหน้าที่ช่วยปลดล็อกอันนี้ให้หน่อย ผมคิดว่าถ้าท่านกรรมาธิการจะกรุณาได้รับฟังข้อคิดเห็นเหล่านี้ด้วยความรอบคอบก็จะเป็น ประโยชน์ในการที่จะออกกฎหมาย กฎหมายนี้เราออกเพื่อที่จะให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา ของรัฐจริง แต่ว่าเมื่อออกแล้วอย่าให้มีปัญหา สภาพสังคม ผมว่าไม่แตกต่างกันหรอก ผมไม่เคยอยู่กรุงเทพฯ แต่ว่าอยู่บ้านนอกแบบพวกผมนี่จะเข้ามาจากหมู่บ้าน ท่านประธาน ครับ ของผมบางแห่งอยู่ห่างที่ว่าการอําเภอเป็น ๓๐ กิโลเมตร กว่าจะมาถึงนะครับ แล้วทํา กว่าจะได้เสร็จ ขนาดปัจจุบันต้องนั่งคอยกันร่วมเป็นวันนะครับ บางทีมารอบสองรอบ ตัวผู้ใหญ่บ้านนี่ก็เป็นภาระเขาอีกที่จะต้องเป็นพยาน จะต้องทําอะไรทั้งหลาย คงตะลุมบอน กันน่าดู ถ้าหากปล่อยให้กฎหมายนี้ออกตั้งแต่แรกเกิดนี่นะครับ ขอเถอะครับเอามัน พอสมควร เราก็ไม่ได้ล้าหลังประเทศใด ๆ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ๑๐ ปีครับ