สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔

สุนทรี ชัยวิรัตนะ เสนอความเห็นว่าควรให้รัฐออกบัตรประชาชนให้กับเด็กที่อายุไม่ถึง 15 ปี โดยให้รัฐออกบัตรเองเพื่อลดภาระผู้ปกครอง และพัฒนาระบบให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรค เพื่อไทย ที่ดิฉันต้องสงวนความคิดเห็นในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย สงวนในมาตรา ๖ นี้นะคะ ก็เนื่องมาจากว่าอันดับแรกเราต้องการจะให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านก็เนื่องมาจาก ว่าเราบอกว่าคนไทยที่มีสัญชาติไทยทุกคนจะต้องมีบัตรประชาชนเพื่อแสดงสิทธิของความ เป็นไทย แต่ว่าต้องเรียนค่ะว่าในเมื่อเราจะต้องบังคับให้เขามีบัตรประจําตัวประชาชนอยู่แล้ว ทําไมเราจะต้องมอบให้เป็นภาระของประชาชนในการที่จะต้องเดินทางมาทําบัตรตั้งแต่ ลูกเขายังมีอายุไม่ถึง ๑ ขวบ ตรงนี้มันจะเป็นปัญหาตามมาในหลาย ๆ เรื่องค่ะ เนื่องจาก เมื่อเด็กแรกเกิดอยู่ที่โรงพยาบาลก็มีการจะต้องแจ้งเกิด ทําหนังสือรับรองการเกิดให้กับ ผู้ปกครองในการไปแจ้งเข้าทะเบียนบ้าน ไปแจ้งทําสูติบัตรอยู่แล้ว ตรงนี้ดิฉันคิดว่าเป็นการ ไปผลักภาระให้กับผู้ปกครองที่จะต้องรับผิดชอบในการที่พาบุตรหลานอายุไม่เกิน ๑ ปีมาทํา บัตรประชาชนตั้งแต่เขาอายุ ๑ ขวบ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเห็นเหมือนกับกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยหลาย ๆ ท่านที่บอกว่า รัฐต้องจัดทําบัตรให้กับผู้ซึ่งต้องมีบัตรตามมาตรา ๕ หรือผู้ซึ่งต้องมีบัตรได้ยื่นคําขอ เพราะว่ากรณีนี้บางคนค่ะท่านประธานเขายินดีที่จะไป ดําเนินการขอตรงนี้เราไม่ว่า แต่สําหรับผู้ที่มีฐานะยากจนหรือเข้าไม่ถึงกฎหมาย ตรงนี้รัฐก็ ควรจะต้องรับภาระในการที่จะไปออกบัตรประชาชนเพื่อรับรองสิทธิให้กับเขา ไม่ใช่ ผลักภาระไปบอกถ้าคุณไม่สนใจคุณก็ไม่ต้องมาทําอย่างนี้ดิฉันว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูก แล้วก็ เป็นการลิดรอนสิทธิของเขาที่เขาพึงจะได้รับ ถ้าจะบอกว่าการที่จะออกบัตรประชาชนให้กับ เด็กอายุตั้งแต่แรกเกิด หรือว่าเด็กที่ยังมีอายุไม่ถึง ๑๕ ปี ต้องออกย้อนไปหมดถูกไหมคะ แต่ว่าปัจจุบันค่ะท่านประธาน บัตรประชาชนของเรายังมีปัญหาอยู่เลยค่ะทุกปีเราจะได้ บัตรประชาชนที่บัตรเล็ก ๆ เข้ากระเป๋าสตางค์ได้ ตอนนี้จะเข้ากระเป๋าสตางค์ได้ต้องพับกี่ทบ ไม่ทราบ ต้องบอกว่า ๑ ปีที่ผ่านมาเราได้บัตรประชาชน ต้องบอกว่าใบใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ ใบเหลืองนี่ใบใหญ่มากเลยนะคะ เมื่อไปเทียบกับประเทศอื่นที่ดิฉันได้ไปพบเจอแล้วขอเขาดู บัตรที่แสดงความเป็นคนของประเทศเขายังใบไม่ใหญ่เท่ากับบัตรเหลืองของบ้านเราเลย ปัญหาตรงนี้ประชาชนที่จะรอออกบัตรก็ยังไม่ได้รับการออกตัวบัตรประชาชนที่เป็น บัตรแข็งตัวจริงให้ ตรงนี้เราต้องไปแก้ไขปัญหา แล้วยังจะต้องมีเด็กอีกประมาณ ๑๒ ล้านคน ถ้าดิฉันจําตัวเลขไม่ผิด ที่จะต้องมีบัตรตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าจําเป็นจะต้องมีที่ ๑ ปี ตรงนี้ก็จะทําปัญหาให้เกิดกับเจ้าหน้าที่ข้าราชการของอําเภอที่จะต้องมารับผิดชอบ ตรงนี้ เรายังแก้ปัญหาตรงส่วนของคนที่ใช้บัตรเหลืองยังไม่ได้เลย แต่เราจะต้องมารับภาระของเด็กที่ยังไม่มีบัตรอีกดิฉันว่าเป็นการผลักภาระให้กับข้าราชการ อีกทางหนึ่งเหมือนกัน ส่วนที่ดิฉันบอกว่าที่ดิฉันสงวนเอาไว้ว่าให้เป็น ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่ อายุครบ ๑๐ ปีบริบูรณ์ก็เนื่องมาจากว่าเราบอกว่าบัตรประชาชนตัวนี้ที่เราจะใช้มีอายุ ๑๐ ปี ดิฉันก็มาคิดว่าถ้าเราออก ๑ ปีแปลว่าอายุ ๑๑ ปีก็ต้องไปทําอีก ทําไมเราไม่เริ่มที่ ๑๐ ปีเลย ประหยัดไปได้ ๑ บัตร ๑ ใบ ซึ่งตรงนี้งบประมาณในการที่ออก ๑ ใบนี่ดิฉันทราบมาว่าก็ไม่ใช่ จํานวนน้อย จํานวน ๑๐ กว่าล้านใบที่จะต้องทํานี่นะคะคูณเข้าไปงบประมาณก็จะเป็น จํานวนที่ค่อนข้างมาก ตรงนี้ถ้าเราเอางบประมาณตรงนี้ไปพัฒนาระบบให้ประชาชนได้รับ ความสะดวกสบายในเรื่องต่าง ๆ ดิฉันคิดว่ามันจะดียิ่งกว่าที่เป็นอยู่ แล้วก็เด็กอายุ ๑ ขวบค่ะ ท่านประธานหลายท่านดิฉันว่า ๑ ขวบกับตอนแรกเกิดหน้าตาก็ไม่เหมือนกันแล้วค่ะ ทุกอายุ เอาแค่ ๓ เดือนก็พอค่ะท่านประธานหน้าตาก็เปลี่ยนไปกันมากแล้ว การที่จะต้องให้อุ้ม เด็กเล็กไปเพื่อถ่ายทําบัตรดิฉันว่าเป็นการสร้างภาระให้กับผู้ปกครอง ๑. ถ้าไปทําบัตร ตามพระราชบัญญัตินี้บอกก็คือ ๑ ขวบ เกิดเด็กเข้าไปทําบัตรไปเจอผู้คนเยอะ ๆ เกิดไม่ สบายขึ้นมาเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แล้วถ้าหากบ้านอยู่ห่างไกลจาก อําเภอดิฉันนี่ ส.ส. เขตบ้านนอกค่ะท่านประธาน อําเภอที่ดิฉันเป็น ส.ส. ไม่มีอยู่ในอําเภอ เมืองเลย บางหมู่บ้านเดินทางมาถึงตัวอําเภอต้องใช้เวลา ๒ ชั่วโมง เนื่องจากบ้านอยู่บนเขา เดินทางลงมาต้องรอรถโดยสาร รถโดยสารก็เหมือนกับช้ามากเป็นรถสองแถวธรรมดากว่าจะ มาถึงก็ช้ามาก เด็กต้องทนอยู่ในรถที่ต้องเรียกว่าสิ่งแวดล้อมตรงนั้นก็ไม่เป็นประโยชน์กับเด็ก มาถึงอําเภอมาเจอที่อําเภอคนรอทําบัตรกันเยอะเด็กรับภาระ ผู้ปกครองรับภาระเรื่องความ ที่ถ้าเด็กไม่สบายค่าใช้จ่ายตามมา มารอแล้วไม่ได้บอกว่ามารอแล้วจะถ่ายบัตรได้เลยทันที หรือเปล่า ถ้ามีคิวก็ต้องตามคิวถูกไหมคะ ตามคิวแล้วไม่พอค่ะ เกิดสมมุติว่าวันนั้นบัตรคิว มีแค่ ๒๐๐ ใบถ่ายได้แค่อําเภอละประมาณ ๒๐๐ ใบ เพราะดิฉันนี่เคยไปเจอมาค่ะว่า ตอนเช้าได้ ๑๐๐ ใบ ตอนบ่ายจะได้อีก ๑๐๐ ใบ ถ้าเขามาเป็นคนที่ ๒๐๑ ล่ะค่ะ แปลว่า วันนั้นเขาก็ต้องเสียค่ารถฟรีแล้วเดินทางกลับบ้านฟรีอีก ๑ รอบ แต่ถ้าเรายืดบัตรออกไป เป็นว่าเมื่อครบ ๑๐ ปีคุณค่อยมาถ่าย แน่นอนค่ะหลักฐานก็คือรูปหน้าเด็ก เด็กรู้เรื่องแล้วค่ะ สามารถที่จะดูแลเอกสารบางอย่างของตัวเองได้ พ่อแม่อาจจะลดภาระในตรงนี้ไปได้ส่วนหนึ่ง แล้วการเข้าโรงเรียนถ้าเราทําทุก ๑๐ ปีค่ะอายุ ๒๐ ปีเด็กบรรลุนิติภาวะแล้วปัญหาก็จะหมด ไปด้วยพ่อแม่ไม่ต้องตามมาอีก ถ้าสมมุติว่าเอา ๗ ปีเหมือนที่หลายท่านเสนอนะคะ ๗ ปี อายุ ๑๔ ปียังไม่บรรลุนิติภาวะพ่อแม่ก็ต้องพามามีปัญหาอีกค่ะ ตรงนี้ดิฉันว่าถ้าเป็นไปได้เริ่ม ที่อายุ ๑๐ ปีในการทําบัตรนี้จะช่วยลดภาระให้กับผู้ปกครองได้เป็นจํานวนมาก

และอีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธานก็คือเด็กนี่ค่ะท่านประธานเมื่อได้บัตรมา คนที่ต้องรับภาระก็คือผู้ปกครองในการที่จะต้องเก็บบัตรให้บุตรหลาน เด็กเล็ก ๑ ขวบ นะคะท่านประธานได้บัตรมาแล้วจะเอาบัตรไปเก็บที่ไหนล่ะค่ะตัวเด็กเองยังไม่รู้เรื่องเลย หาข้าวทานเองก็ยังไม่ได้ แต่ต้องมารับผิดชอบบัตรประชาชนเพื่อแค่บอกว่าถ้าคุณมีบัตร ประชาชนเวลาคุณไปติดต่อที่โรงพยาบาลคุณจะได้ไม่ต้องนําสูติบัตรทะเบียนบ้านไป เป็นการ เพิ่มภาระไหมคะ จริง ๆ เรามีเลข ๑๓ หลักอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นในเมื่อพ่อแม่พาบุตรหลาน ไปโรงพยาบาลก็ดึงเลข ๑๓ หลักออกมายึดพ่อแม่เป็นหลักดิฉันว่าตรงจุดนี้มันก็น่าจะ เป็นไปได้ที่จะต้องเริ่มถ่ายทําบัตรประชาชนครั้งแรกเมื่ออายุ ๑๐ ปี จึงเป็นที่มาที่ดิฉันต้อง สงวนความคิดเห็น แล้วก็คิดว่าเพื่อน ๆ สมาชิกนะคะถ้าคิดถึงความสะดวกของประชาชน ในพื้นที่ที่จะต้องมาเริ่มทําบัตรและเป็นการลดภาระของบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยใน การที่จะถ่ายทําบัตร ดิฉันคิดว่าพวกท่านน่าจะสนับสนุนตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อย่างดิฉัน หรือว่าหลาย ๆ ท่านที่เห็นว่า ๑๐ ปีน่าจะเป็นอายุที่เหมาะสมให้กับเด็ก ๆ ที่ จะต้องเริ่มทําบัตรค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ