สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔

พิภพ ดําทองสุข หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๗๗ และขอให้ผ่านเร็ว พร้อมขอแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการจัดทำบัตรเด็ก ให้รัฐดำเนินการเสร็จภายใน 2 ปี เนื่องจากมีเด็กจำนวนมากที่ต้องการจัดทำบัตร

นายพิภพ ดําทองสุข กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายพิภพ ดําทองสุข ผู้อํานวยการสํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาตกราบเรียนในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มี ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาบ้างนะครับ เจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อที่จะให้กลุ่มคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังมิได้รับประโยชน์จากการที่กฎหมายบัตรประจําตัว ประชาชนเดิมหรือ พ.ร.บ. บัตร ปี ๒๕๒๖ บังคับใช้นี่นะครับ เพราะแต่เดิมให้โอกาสเฉพาะ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไปจนถึง ๗๐ ปีที่จะต้องทําบัตร ส่วนเกิน ๗๐ ปีแล้วถ้าประสงค์ จะทําบัตรกฎหมายก็เปิดช่องให้ทําได้ เพราะฉะนั้นกลุ่มบุคคลที่ได้รับประโยชน์จาก บัตรประจําตัวประชาชนก็จะเป็นกลุ่มบุคคลที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไปเท่านั้น ประโยชน์ที่ได้รับ ในปัจจุบันจะค่อนข้างเห็นได้ชัดเจนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของสมาร์ทการ์ด ที่สามารถจะนําไปสู่การเชื่อมโยงเข้าไปสู่ข้อมูลของหลายหน่วยงาน ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ อย่างชัดเจนในหลายหน่วยงานที่ได้ใช้ประโยชน์ ที่ทําให้ผู้ที่มีบัตรในกลุ่มอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมก็คือในส่วนของ สปสช. ครับ ณ วันนี้รัฐไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการทําบัตรทอง เนื่องจากใช้บัตรสมาร์ทการ์ดแทน ได้อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วขออนุญาตกราบเรียนข้อมูลเพิ่มเติมว่าในช่วงระยะเวลาเดือน สองเดือนที่ผ่านมา กรมการปกครองได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มาใช้ประโยชน์จากบัตรสมาร์ทการ์ดได้เต็มที่โดยส่งเสริมให้ใช้เครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด เพื่อที่จะร่นระยะเวลาในการให้บริการ ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงทั้งผู้รับบริการ และให้บริการ ซึ่งมีหลายหน่วยงานครับที่ให้ความสนใจอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงศึกษาธิการท่านเห็นว่าจะใช้แทนบัตรนักเรียนได้ ท่านอยากให้มีเร็ว ๆ อยากให้ พ.ร.บ. นี้ผ่านเร็ว ๆ นะครับ เพราะว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองที่ไม่ต้องลงทุนให้ลูก ไปทําบัตรนักเรียนซึ่งปัจจุบันก็มีค่าใช้จ่ายพอสมควร ทาง สปสช. ซึ่งแต่เดิมก็ใช้ประโยชน์ ได้เต็มที่อยู่แล้ว พอท่านทราบว่าจะมีกฎหมายนี้อาจจะผ่านสภานี้นะครับท่านขอจองพื้นที่ ในชิป (Chip) ไว้ล่วงหน้าเพื่อที่จะบรรจุข้อมูลการฉีดวัคซีนของเด็ก ซึ่งท่านเรียนว่า ในปัจจุบันปัญหาของเด็กไทยมิได้เป็นปัญหาการขาดการฉีดวัคซีน แต่ปัญหากลับตรงกันข้าม ก็คือได้รับวัคซีนมากเกินไปเนื่องจากมีการฉีดซ้ํา หากมีสมาร์ทการ์ดแล้ว แล้วหน่วยงานของ กระทรวงสาธารณสุขที่จะออกไปฉีดวัคซีนให้อีกได้ใช้เครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดก็จะทราบ ได้อย่างชัดเจนว่าเด็กคนนี้ที่บ้านฉีดแล้วที่โรงเรียนก็ไม่ต้องฉีดอีก แต่ปัจจุบันที่โรงเรียน อาจจะฉีดซ้ําอีกเพราะไม่ทราบว่าผู้ปกครองพาไปฉีดมาก่อนหน้านั้นแล้ว แล้วล่าสุดจากการ ที่ได้เชิญหน่วยงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเอกชน สมาคมผู้ประกอบร้านเกมส์ออนไลน์ (Game online) อินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วผู้ประกอบการจํานวนหลายร้อยคนมา ซึ่งการ ควบคุมตรงนี้ค่อนข้างมีปัญหาในปัจจุบัน ปรากฏว่าพอเราได้อธิบายถึงประโยชน์จากการ อ่านบัตรตรงนี้ทุกคน เห็นด้วยที่จะไปหาเครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด เพราะว่ากฎหมาย กําหนดครับว่าเด็กอายุเท่าไรถึงจะเปิดบริการได้กี่โมงกี่ยามก็จะเกี่ยวพันกับเรื่องอายุ และเรื่องการให้บริการของเขานะครับ เพราะฉะนั้นเด็กที่ใช้บริการในร้านเกมส์อินเทอร์เน็ต ในปัจจุบันซึ่งมีปัญหาอยู่นี่นะครับ มีทั้งที่เกิน ๑๕ ปีที่เข้าไปใช้บริการและต่ํากว่า ๑๕ ปีที่ เข้าไปใช้บริการ เพราะฉะนั้นถ้าบัตรเด็กที่อายุต่ํากว่า ๑๕ ปีมีบัตรแสดงตนก็จะเป็น ประโยชน์ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้กํากับดูแลกฎหมายในเรื่องนี้ เป็นต้น เพราะฉะนั้นประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นที่มาของการที่จะให้เด็กนั้นได้ทําบัตร ตั้งแต่เด็ก ซึ่งกฎหมายในเจตนารมณ์ก็คือสามารถทําได้ตั้งแต่คลอดนะครับ แต่กฎหมายก็ ยืดหยุ่นให้ว่าทําได้ ให้มาทําภายใน ๑ ปีนับตั้งแต่คลอดนะครับก็คืออายุ ๑ ขวบ เพื่อปิด ช่องว่างถ้าเราขยายระยะเวลาให้เป็นมากขึ้นไปกี่ขวบ มากขึ้นกี่ปีก็ตาม ก็จะเกิดช่องว่าง ของคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งจะไม่ได้รับประโยชน์จากบัตรสมาร์ทการ์ดนี้นะครับ

ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนเพื่อท่านสมาชิกจะได้กรุณา ประกอบการตัดสินใจ ก็คือเรื่องของการที่รัฐต้องทําให้กับการที่เขียนไว้แต่เดิม ขออนุญาต กราบเรียนว่ากฎหมายเดิมนั้นเขียนว่าผู้ที่มีหน้าที่ต้องทําบัตรต้องไปยื่นคําร้องคําขอเพื่อที่จะ ทําให้ ผมขออนุญาตเรียนว่าแต่เดิมเขียนไว้อย่างนั้นก็จริงอยู่ แต่รัฐนั้นต้องทําให้อยู่แล้วครับ ถ้ามายื่นคําขอหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง รัฐต้องทําให้ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ ถ้าปฏิเสธ ก็เป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ แต่การที่จะให้รัฐทําให้แล้วไปส่งถึงบ้านโดยที่เจ้าตัวไม่มาที่ สถานที่ที่จัดทําบัตรเลย อาจจะเป็นที่หน่วยบริการหรืออะไรก็ตาม คงไม่สามารถจะทําได้ เพราะว่าจะต้องถ่ายรูปเด็ก เก็บข้อมูลเด็ก เพื่อที่จะให้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากบัตร เพราะว่า ถ้าทําบัตรให้โดยไม่ได้ถ่ายรูปเด็กหรือว่าไม่ได้เก็บข้อมูลที่สําคัญของเด็กลงไป บัตรก็จะได้ใช้ ประโยชน์น้อย ก็อยากจะให้ได้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ จากการที่ทําบัตรตั้งแต่อายุไม่เกิน ๑ ปีนี่ก็คือข้อมูลที่กราบเรียน และในส่วนของความพร้อมเด็กที่จะต้องทําบัตรกลุ่มนี้มีจํานวน มากพอสมควร แต่กฎหมายก็ได้เขียนไว้ว่าในระยะเวลา ๒ ปี ทางกระทรวงมหาดไทย ทางท่านรัฐมนตรีก็สามารถที่จะไปกําหนดในการที่จะจัดดําเนินการทําบัตรให้ครบถ้วน เรียบร้อยได้ โดยไม่ใช่ว่าจะต้องทําให้เสร็จภายใน ๑ ปี หรือในระยะเวลา เพราะว่า ต้องยอมรับว่าจํานวนที่จะขอทําบัตรในกลุ่มนี้ก็มีจํานวนอยู่มากพอสมควรครับ ขออนุญาต กราบเรียนเบื้องต้นไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ