สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๓

เชิญเจ้าของกระทู้ถามถามครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรค่ะ ขออนุญาตค่ะท่านประธาน

(นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญมีอะไรครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ขออนุญาตคุณผ่องศรีแป๊ บหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ส.ส. ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุตรดิตถ์ครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานแล้วก็เกี่ยวข้อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าอยู่ในระเบียบวาระ กระทู้ถามครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง เพราะว่านาน ๆ ผมจะพูดทีครับท่านประธาน เพราะมันเกี่ยวข้องกับสภา เกี่ยวข้องกับท่านประธานด้วย เพราะว่ามีคนตําหนิท่านประธานแล้วก็ตําหนิผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรตําหนิผม ผมเปิดให้ตําหนิเต็มที่แต่อย่าด่าพ่อด่าแม่ ตรงนี้ได้เต็มที่เลยครับ ๑๐,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ขัดข้องครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจะตําหนิผมใช่ไหมครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

เชิญ แล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร ได้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามในวันนี้นะคะ ดิฉันกราบเรียนว่า เมื่อวันที่ดิฉันได้ยื่นกระทู้ถามนั้น ตามที่ดิฉันเขียนในกระทู้ถามดิฉันทราบดีว่านโยบาย ประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรนั้นเป็ นความตั้งใจแล้วก็เป็นความกล้าหาญ เป็นการทุ่มเททํางานหนักของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยเริ่มต้นที่พืชหลัก ๓ ชนิดคือ ข้าว ข้าวโพด และมันสําปะหลัง เวลาผ่านไปขณะนี้ ก็เริ่มขับเคลื่อนโครงการมาได้ประมาณ ๑ ปี โครงการเริ่มจริง ๆ ก็เริ่มกรกฎาคม แต่ว่าได้เริ่มพัฒนาโครงการแล้วก็ผลักดันไปนั้นก็ครบ ๑ ปี เป็น ๑ ปีที่ดิฉันยอมรับนะคะว่า จากการที่ได้รับฟังพี่น้องเกษตรกรหรือว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตลอดจนติดตาม จากสื่อที่ปรากฏเป็นที่ยอมรับว่าโครงการนโยบายประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรนั้น เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง เมื่อวานนี้สื่อทาง ธ.ก.ส. ก็ได้ สรุปมาแล้วว่านโยบายนี้เป็นที่ตรงเป้ำหมาย เกษตรกรส่วนใหญ่ ๗๐-๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มีความพึงพอใจ แต่เนื่องจากเป็นโครงการใหม่เป็นนโยบายใหม่ที่เป็นการปรับเปลี่ยน ครั้งใหญ่ที่ดิฉันบอกว่าเป็นความกล้าหาญของรัฐบาลที่ได้ปรับเปลี่ยนจากโครงการจํานํา สินค้าเกษตรมาเป็นประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร เมื่อมันเป็นเรื่องใหม่ก็เหมือนกับ รัฐบาลต้องบุกเบิกเส้นทางสายใหม่ แต่ว่าเป้ำหมายนั้นชัดเจนว่าอยู่ที่การช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร ดิฉันได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีพูดผ่านสื่อว่า นโยบายนี้เป็นจุดเริ่มต้น ของการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ดิฉันจึงคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นจริง ๆ เมื่อมันเป็นเรื่องใหม่แล้วก็ยังไม่มีความคุ้นเคยก็เลยก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ในขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย ดิฉันเองเป็นคนหนึ่งที่ได้ติดตามตั้งแต่เริ่มมีส่วนร่วมพัฒนา โครงการ ตั้งแต่การคํานวณต้นทุนการผลิต จนกระทั่งได้รับมอบหมายให้เป็นคณะทํางาน ติดตามนโยบาย จึงมีปัญหาที่ได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องเกษตรกรผ่านเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลจากทั่วประเทศ วันนี้กระทู้ถาม ของดิฉันแม้จะถามให้กับพี่น้องชาวลพบุรี แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร ทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่จังหวัดลพบุรีที่ดิฉันใกล้ชิดมากก็เพราะว่ามีพืชหลักทั้ง ๓ ชนิด ก็คือ ข้าว ข้าวโพด และมันสําปะหลัง ดังนั้นสิ่งที่จะสะท้อนให้รัฐบาลได้รับทราบ แล้วก็ เพื่อให้ก้าวเดินต่อไปของนโยบายในปีที่ ๒ ก้าวต่อไปได้บรรลุผลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดิฉันขอเรียนถามทางรัฐบาลว่า ขณะนี้แม้ว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นช่วงของการขึ้นทะเบียน การประชาคม การจ่ายเงินชดเชย ได้มีการรับทราบ แล้วก็มีการคลี่คลายปัญหาไปเกือบหมดแล้ว ดิฉันกราบเรียนว่าเกือบหมดแล้ว เพราะว่า ในบางจุดก็ยังมีบ้างที่การแก้ไขปัญหานั้นยังทําไม่ได้เพราะว่าติดเงื่อนไข อย่างเช่น ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่จังหวัดลพบุรีก็จะมีทั้งคนที่มีความตั้งใจ เกษตรกรตั้งใจ ทําตามกติกาเลยนะคะ มีความสนใจอยากจะมาเข้าร่วมขึ้นทะเบียนแต่ก็ยังไม่มีโอกาส ถามว่าเพราะเหตุใด ปัญหาทุกอย่างต้องไปดูที่สาเหตุ ดิฉันได้ประมวลปัญหาและสาเหตุ เอาไว้ อันดับ ๑ เลยก็คือ เรื่องข้อจํากัดของบุคลากร ข้อจํากัดในที่นี้หมายถึงบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ที่มีจํานวนน้อย และต้องทํางานแข่งกับเวลา ทุกฝ่ายแม้ว่าจะได้ทุ่มเทสรรพกําลังอย่างเต็มที่แต่ว่ามันมี ข้อจํากัดจริง ๆ ทํางานแข่งกับเวลาแล้วคนน้อยก็เลยอาจจะมีข้อตกหล่นไปบ้าง ศักยภาพ ของเจ้าหน้าที่ก็มีความแตกต่างกันนะคะ ความทุ่มเทและความสามารถในการชี้แจง ทําความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรหรือว่าผู้ที่เกี่ยวข้องก็ไม่เหมือนกัน บางตําบลเจ้าหน้าที่ เกษตรตําบลได้มีความเข้าใจแล้วก็ทุ่มเทชี้แจงเอาใจใส่ พี่น้องเกษตรกรก็สามารถ มาเข้าร่วมโครงการได้เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่บางพื้นที่อาจจะเป็นเพราะว่าสภาพพื้นที่ ที่มีความต่าง ชาวไร่กับชาวนานี้ต่างกันนะคะ เพราะว่าวิถีชีวิตก็มีความต่าง ชาวไร่นี่ บ้านเขาจะอยู่ห่างกันยากที่จะรวมตัวจะมาทําประชาคม แต่ชาวนามักจะอยู่กันเป็นกลุ่มก้อน เพราะฉะนั้นดิฉันก็เห็นใจนะคะไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่ แต่ว่าเนื่องจากมันมีปัจจัยของความต่าง ทําให้ความสามารถในการถ่ายทอดแล้วก็การชี้แจงการทําประชาคมของเจ้าหน้าที่ทําได้ ไม่ทั่วถึงทําให้เกษตรกรเสียโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ ดิฉันก็กราบเรียนว่าทั้งหลายทั้งปวงที่ดิฉันยกตัวอย่างมา เพราะว่าเวลาก็มีจํากัด ว่าขั้นตอนของการขึ้นทะเบียน ขั้นตอนการทําประชาคม การจ่ายเงินชดเชย มันจะมี เรื่องราวมากมาย เมื่อรัฐบาลเริ่มต้นดําเนินโครงการ เราเริ่มรับงานมา จัดตั้งรัฐบาล เดือนมกราคม รัฐบาลก็ทํางานหนักภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองด้วย ขณะนั้นรัฐบาลต้องผลักดันนโยบายหลายเรื่องที่จะลดรายจ่ายแล้วก็เพิ่มรายได้ แล้วก็ ขยายโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันก็เชื่อมั่นว่านโยบายประกันรายได้นั้นก็สอดคล้อง ตามหลักการนี้ ก็คือเป็นการเพิ่มรายได้แล้วก็กระจายโอกาส นอกจากนั้นดิฉันก็เชื่อมั่นอีกว่า รัฐบาลเองมีความตั้งใจเพราะสโลแกน (Slogan) ที่ออกมาในระยะแรกก็บอกว่าเป็นนโยบาย ที่รัฐประกันรายได้ เกษตรกรไทยเข้มแข็ง รัฐประกันรายได้ กําไรแน่นอน ดิฉันเองก็ยังไป สื่อสารในพื้นที่ว่านโยบายนี้รัฐบาลมีความจริงใจก็คือรัฐบาลประกันรายได้เพื่อเกษตรกร ไทยเป็นความจริงใจของรัฐบาล ดังนั้นก่อนที่จะได้ให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบคําถาม ของดิฉัน ดิฉันยืนยันว่าดิฉันถามกระทู้ถามนี้ด้วยความเข้าใจว่ารัฐบาลนั้นมีความตั้งใจ อย่างแท้จริง เป้ำหมายชัดเจนแต่ว่ามันเป็นเรื่องใหม่ก็เลยจะต้องทํางานหนักแล้วก็มี ปัญหาอุปสรรคมากมาย ดิฉันขอเรียนถามว่าบัดนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ ๑ ปี รัฐบาล ได้สรุปบทเรียนจากการทํางานในขั้นตอนต่าง ๆ ในโครงการประกันรายได้ ในทุกขั้นตอน ได้สรุปบทเรียนประมวลไว้บ้างหรือยังว่ามันมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องใดบ้าง แล้วเหตุไฉน มาตรการที่รัฐบาลจะเอามาช่วยเสริม มาตรการเสริมไม่ว่าจะเป็นการแทรกแซง การรักษา เสถียรภาพราคา ทําไมมันยังไม่บังเกิดผลเต็มที่ เหตุใดยังมีข่าวพี่น้องเกษตรกรยังต้อง ออกมาชุมนุมเรียกร้องปัญหาเรื่องราคาข้าวตกตํ่า อันนี้เป็ นสิ่งที่สะท้อนว่า นโยบายดี เป้ำหมายชัดเจน แต่ยังมีปัญหาในขั้นตอนการปฏิบัติ และก้าวต่อไปของรัฐบาลที่จะเดิน ต่อไปในปีที่ ๒ นี้ทําให้มันเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น รัฐบาลมีการเตรียมการ อย่างไร ดิฉันขอเรียนถามในเบื้องต้นค่ะ

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ตอบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับ มอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในประเด็นกระทู้ถาม เรื่องความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการประกันรายได้ของเกษตรกร ซึ่งกระผม ใคร่ขอเรียนชี้แจงต่อข้อซักถามในเบื้องต้นดังนี้นะครับ รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะปฏิรูป ภาคเกษตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมาที่เรายังไม่เคยมี การปฏิรูปทั้งโครงสร้างและระบบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าอาชีพเกษตรกรนั้นจะต้อง สามารถยืนอยู่ได้ด้วยกําไรไม่ใช่ขาดทุน และต้องทําให้เกษตรกรเข้มแข็ง พ้นจากภาวะ หนี้สินและพ้นจากภาวะความยากจน เพราะฉะนั้นจึงได้ออกแบบระบบเพื่อทดแทน การประกันการจํานําซึ่งเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่องมาในทุกรัฐบาล ดังนั้นการออกแบบ ระบบดังกล่าวนั้นจึงได้เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้งในส่วนของภาควิชาการ ในส่วนของภาคราชการและโดยเฉพาะความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และองค์กรเกษตรกร ระบบดังกล่าวนั้นถือได้ว่าเป็นการนํามาใช้ครั้งแรกในฤดูการผลิต ปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ ในพืชเศรษฐกิจ ๓ ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสําปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยตั้งเป้ำหมายไว้ว่าเราจะต้องให้เกิดความเสมอภาค เกษตรกรที่ประกอบอาชีพเพาะปลูก พืชเศรษฐกิจ ๓ ชนิดดังกล่าวจะต้องได้รับความเสมอภาคที่เรียกว่าฝนตกต้องทั่วฟ้ำ ดังนั้นการดําเนินการในปีที่ผ่านมาจึงสรุปได้ดังนี้นะครับว่า สําหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น มีเกษตรกรที่ได้ทําสัญญากับทาง ธ.ก.ส. ในระบบประกันรายได้เกษตรกรนั้น จํานวน ๓๙๓,๘๕๓ ราย และมีการใช้สิทธิและได้รับการชดเชยไปแล้วคิดเป็ น ๙๑ เปอร์เซ็นต์หรือจํานวน ๓๖๕,๙๓๓ ราย เป็นวงเงินที่ตกถึงครอบครัวของเกษตรกร ชาวไร่ข้าวโพด ๕,๔๔๘ ล้านบาท สําหรับมันสําปะหลังนั้นเป็นพืชเศรษฐกิจที่เข้าอยู่ ในระบบการประกันรายได้อีกชนิดหนึ่ง มีเกษตรกรที่เข้าทําสัญญากับ ธ.ก.ส. จํานวน ๔๓๐,๓๗๗ รายหรือคิดเป็ น ๙๖ เปอร์เซ็นต์ ได้รับการจ่ายเงินชดเชย จํานวน ๒๒๒,๙๐๓ ราย คิดเป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์หรือเป็นวงเงิน ๑,๕๕๐ ล้านบาท เนื่องจากว่าราคามันสําปะหลังในตลาดนั้นสูงกว่าราคาเกณฑ์อ้างอิง สําหรับข้าวเปลือกนาปี ซึ่งเป็นโครงการประกันในรอบที่ ๑ มีเกษตรกรชาวนาที่ได้ทําสัญญากับ ธ.ก.ส. จํานวน ๓,๒๖๒,๙๙๖ ราย คิดเป็น ๙๕ เปอร์เซ็นต์ และได้รับการจ่ายเงินชดเชย ๒,๕๔๙,๑๐๐ ราย หรือคิดเป็น ๗๔ เปอร์เซ็นต์ เป็นวงเงินที่ชาวนาได้รับการชดเชยทั้งสิ้น ๒๓,๙๕๙ ล้านบาท สรุปโดยรวมก็คือว่าภายใต้ระบบประกันรายได้ของรัฐบาลที่ได้ดําเนินการเป็นครั้งแรก ในการปฏิรูปโครงสร้างและระบบเกษตรกรของเรานั้น มีเกษตรกรที่ได้ทําสัญญากับ ธ.ก.ส. คิดเป็นยอดรวมทั้งสิ้น ๔,๘๐๗,๒๒๖ ราย แล้วได้รับการจ่ายเงินชดเชยในส่วนต่างของ ราคาตลาดและราคาเกณฑ์อ้างอิง ๓,๑๓๗,๙๓๖ ราย คิดเป็นเงินชดเชยที่รัฐบาลได้ส่ง ตรงไปถึงบัญชีของเกษตรกรทั้งสิ้น ๓๐,๙๕๘ ล้านบาท เปรียบเทียบกับโครงการรับจํานํา ในฤดูการผลิตในปี ๒๕๕๑/๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่ามีเกษตรกรเพียง ๘๘๐,๐๐๐ ราย เท่านั้นในพืชเศรษฐกิจ ๓ ชนิดดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการบรรลุเป้ำหมายต่อการให้เกษตรกร สามารถเข้าถึงการดูแลช่วยเหลือประกันรายได้ให้กับเกษตรกรนั้นได้เพิ่มขึ้นจาก ๘๐๐,๐๐๐ ราย เป็น ๓,๐๐๐,๐๐๐ ราย นั่นคือ

เป้ำหมายประการที่ ๑ ที่ประเมินแล้วเห็นว่าเราได้บรรลุต่อการเข้าถึง ในการที่ให้เกษตรกรได้รับการดูแลในเรื่องของการประกันรายได้

ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของเป้ำหมายทางการตลาด ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยนั้นเรามีสถานภาพในการเป็นแชมป์ โลกของการส่งออกข้าวถือเป็นอันดับ ๑ มาเป็นเวลาร่วม ๒๐ ปี แต่ว่ารัฐบาลได้ประเมินและวิเคราะห์เห็นว่าภายใต้ระบบ การจํานําข้าวและพืชต่าง ๆ ในอดีตนั้นจะมีผลทําให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศไทยลดน้อยลง จะทําให้ประเทศไทยนั้นถ้าปล่อยเอาไว้โดยไม่มีการปฏิรูประบบ ครั้งใหญ่เราจะเสียแชมป์ ให้กับประเทศอื่น และขณะเดียวกันกลไกตลาดทั้งใน และต่างประเทศก็บิดเบือน รวมไปถึงโครงสร้างต้นนํ้ายันปลายนํ้า ตั้งแต่เกษตรกร ผู้เพาะปลูกไปถึงโรงสี หรือว่าลานมัน ลานข้าวโพด จนกระทั่งไปถึงผู้ส่งออก ก็ประสบปัญหาในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพเพราะไปเน้นเชิงปริมาณเพื่อให้ได้รับ ผลตอบแทนในเรื่องโครงการรับจํานําประกอบกับตัวผลิตภัณฑ์เองก็ด้อยคุณภาพลงไป ซึ่งตรงนี้ถือเป็นปัญหาวิกฤติและรัฐบาลเห็นว่าถ้าปล่อยให้สภาพดังกล่าวดําเนินไปเช่นนี้ ก็จะเกิดผลกระทบอย่างยิ่งต่อประเทศไทย โดยเฉพาะท้ายที่สุดผลกระทบก็จะตกมาสู่ ตัวเกษตรกรชาวนาชาวไร่ชาวสวนในท้ายที่สุด แต่หลังจากที่เราได้ดําเนินการ ตามเป้ำหมายเพื่อให้กลไกตลาดนั้นสามารถทํางานได้และเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน โดยเฉพาะการส่งออกข้าวของเรา ปรากฏว่าในปีที่ผ่านมาแม้ว่าจะต้อง เผชิญกับวิกฤติทางเศรษฐกิจและเผชิญปัญหาการตลาด ซึ่งเป็นผู้นําเข้าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวจากประเทศไทย แต่เราสามารถส่งออกได้บรรลุและเกินเป้ำหมายที่ตั้งไว้ คือ ๘.๕ ล้านตัน ในปี นี้ต้องเรียนว่า เราได้ตั้งเป้ำหมายในการที่จะส่งออกให้ได้ ๙-๙.๕ ล้านตัน และมีการคาดหมายจากต่างประเทศหลายสถาบันว่าประเทศไทย จะสามารถส่งออกได้ถึง ๑๐ ล้านตันข้าวสาร ในขณะที่คู่แข่งของเราที่เป็นผู้ส่งออก อันดับ ๒ ของโลกเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะเวียดนามในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ปรากฏว่า การส่งออกของเวียดนามลดลงไปถึง ๘๓ เปอร์เซ็นต์ ราคาข้าวของเวียดนามลดตํ่าลงไป เป็นจํานวนมาก จนกระทั่งทางการเวียดนามต้องประกาศราคาพื้นฐานคือฟลอร์ ไพรซ์ (Floor price) แต่ก็ไม่สามารถที่จะพยุงราคาดังกล่าวได้ ในขณะที่ปริมาณการส่งออกของเรา ในช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม นั้นได้เพิ่มขึ้น ๗.๔๘ เปอร์เซ็นต์ และในราคา ที่สูงกว่าประเทศเวียดนามคือเฉลี่ยประมาณตันละ ๕๐๗ เหรียญ ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในเป้ำหมายที่ ๒ ในการให้กลไกตลาดและขีดความสามารถในการส่งออกเพื่อรักษา ความเป็นแชมป์ โลกและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของเรานั้นได้บรรลุเป้ำหมาย กระผมเชื่อว่าในการปฏิรูประบบและโครงสร้างภาคเกษตรครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ว่ารัฐบาลยังได้ดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งแม้จะ ถูกตําหนิติเตียนหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านที่ยังขาดความเข้าใจ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ปรากฏว่ารัฐบาลได้ดําเนินการขับเคลื่อน โดยเฉพาะในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็ง ให้กับภาคอื่นของเรานั้นทั้งในระยะกลางและระยะยาวด้วย ด้วยการประกาศนโยบาย เมกะโปรเจกต์ (Magaproject) ทางด้านการชลประทาน ซึ่งยังไม่มีรัฐบาลที่ได้ประกาศ ความชัดเจน และประกาศทิศทางและเป้ำหมายชัดเจนเช่นนี้มาก่อน รวมทั้งการใช้กลไก ในเรื่องของงบประมาณและโครงการที่สนับสนุนในการขยายพื้นที่ชลประทานและพื้นที่ นํ้าชลประทานเข้าไม่ถึงเพื่อให้มีแหล่งนํ้าในไร่นา สิ่งนี้เองคือสิ่งที่จะเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ซึ่งในปัจจุบันนั้นเป็นจุดอ่อนที่ทางรัฐบาลได้ประเมินแล้วว่าถึงแม้เราจะได้นําระบบ การประกันรายได้เข้ามา แต่ว่าการประกันรายได้นั้นจะอิงอยู่กับเรื่องของผลผลิตต่อไร่ ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมปทุมธานี ข้าวเปลือกนาปี ข้าวเปลือกนาปรัง ข้าวเหนียว เป็นต้น ดังนั้นผลผลิตต่อไร่จึงเป็นหัวใจสําคัญในการเพิ่มรายได้ ถ้าผลผลิตต่อไร่สูง คูณเข้าไปจากราคาตลาดหรือราคาเกณฑ์อ้างอิงก็จะทําให้เกษตรกรนั้นได้รับรายได้ ที่เพิ่มขึ้น หัวใจของการประกันรายได้อยู่ที่เกษตรกร อยู่ที่รายได้ อยู่ที่อาชีพ เกษตรกร จะต้องเข้มแข็ง รวมไปถึงเรื่องการลดต้นทุนซึ่งเป็นจุดอ่อนอีกประการหนึ่ง เพราะว่าต้นทุน การขนส่งหรือเรียกว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ (Logistics) ของประเทศไทยนั้นอยู่ในลําดับ ที่เกณฑ์สูงกว่าปกติ ดังนั้นทําให้ขีดความสามารถในเรื่องการแข่งขันของเรานั้นลดตํ่าลง การลดต้นทุนโลจิสติกส์จึงเป็นเรื่องสําคัญ เมกะโปรเจกต์ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง จึงได้เน้นอีกสาขาหนึ่งก็คือเรื่องของการลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องของระบบราง ระบบนํ้า และระบบถนนในชนบท ซึ่งจะช่วยทําให้ค่าขนส่ง ผลผลิตทางการเกษตรจากเรือกสวนไร่นานั้นถูกลงมาและจะทําให้ต้นทุนของเกษตรกรนั้น ตํ่าลงมาและช่วยเพิ่มรายได้ในอีกทางหนึ่ง อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ท่านจะเห็นว่าในกระบวนการดังกล่าวนั้นเป็นกระบวนการซึ่งรัฐบาลได้มองไม่ใช่เฉพาะ ในเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้าง ในเรื่องของรายได้เกษตรกรเท่านั้น แต่ได้คํานึงถึงการเพิ่ม ผลผลิตต่อไร่ และการดําเนินการทันทีด้วยแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในการขับเคลื่อน ในเรื่องของการขยายพื้นที่ชลประทาน เพราะนํ้าคือชีวิตของเกษตรกร นํ้าคือโอกาสของ เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ชาวนาชาวสวนหรือว่าปศุสัตว์ก็ตาม รวมไปถึงในเรื่องของ การอํานวยความสะดวกทางการค้า การขนส่ง ผลผลิตทางการเกษตรจากท้องนาท้องไร่ มาสู่ตลาดทั้งตลาดในท้องถิ่น ตลาดในภูมิภาค ตลาดสี่มุมเมือง และไปสู่การส่งออก นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่ายังไม่มีรัฐบาลใดที่กล้าดําเนินการ ที่บอกกล้าดําเนินการก็เพราะว่าเรา ดําเนินการในภาวะที่หลายคน หลายประเทศ นั้นอยู่นิ่งและระมัดระวังรักษาตัวในภาวะ ที่ต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ด้วยการดําเนินการนโยบายทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม ถูกต้อง ในที่สุดเราสามารถฟื้นตัวจากภาวะวิกฤติและก้าวพ้นวิกฤติ เว้นแต่ว่าปัจจัยเสี่ยง ทางการเมืองจะซํ้าเติมทําให้ประเทศย้อนกลับไปสู่วิกฤติอีกครั้งหนึ่ง นั่นเป็นเรื่องที่ทุกฝ่าย จะต้องตระหนัก สําหรับประเด็นในเรื่องของปัญหาที่ยังมีอยู่ที่จําเป็นจะต้องมีการปรับปรุง ซึ่งผมเข้าใจว่าคงจะเป็นคําถามต่อ ๆ ไปนะครับ ดังนั้นผมจะตอบเฉพาะในประเด็นแรก ในการประเมินมาตรการและนโยบายในเรื่องประกันรายได้เกษตรกรในเบื้องต้นไว้เท่านี้ ก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญผู้ถามกระทู้ถาม

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานค่ะ จากที่ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ อันนั้นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เห็นว่าภาพรวมที่เป็นความตั้งใจแล้วก็เป็น ส่วนที่ประสบความสําเร็จแล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาปฏิรูปโครงสร้าง แต่สิ่งที่ดิฉันถาม คือสิ่งที่เป็ นปัญหาอุปสรรคในขั้นตอนการปฏิบัติ ดิฉันก็บอกแล้วว่าประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์พี่น้องเกษตรกรแล้วก็คนส่วนใหญ่พอใจ แต่อีก ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์หรือว่าที่เป็นปัญหาอุปสรรคเนื่องจากการออกแบบโครงการ เมื่อปีที่ผ่านมามันเป็นปีแรก รัฐบาลก็ออกแบบโครงการเหมือนกัน ใช้กับพี่น้องเกษตรกร ทั่วทุกภูมิภาค เรียกว่าออกแบบและใช้ชุดเป็นแบบเดียวกัน แต่พอมาสู่ในการปฏิบัติ มันมีความแตกต่างกันในพื้นที่ เช่น ภาคใต้ ฤดูเพาะปลูก สภาพโรงสีที่จะรับซื้อก็จะมี ความแตกต่างจากภาคกลาง ภาคกลางเองการทํานาในเขตชลประทาน นอกเขตชลประทาน แล้วก็วงรอบของการทํานาก็จะแตกต่างจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งก็จะมีสภาพการเพาะปลูกพันธุ์ข้าวที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลทํางานมา ๑ ปี เราได้สรุปประเมินผลงานโครงการแล้ว ที่ดิฉันถามไปก็คือถามว่า ก้าวต่อไปรัฐบาลจะมี การปรับปรุงนโยบายได้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงแล้วก็เอื้อให้ผู้ปฏิบัติทํางานได้มี ประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ ในมือของดิฉันมีเอกสารมากมายจากธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรของหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่เกษตรตําบลที่ได้สะท้อนปัญหาขึ้นมา ในขั้นตอนการปฏิบัติตั้งแต่การขึ้นทะเบียน เรื่องของเอกสาร รายละเอียด ซึ่งถ้าดิฉันถาม เวลาจะไม่พอ ดิฉันก็เลยพูดภาพรวม ยกตัวอย่าง เช่น บอกว่า การขึ้นทะเบียนในที่ที่ไม่มี เอกสารสิทธิ รัฐบาลก็ส่งสัญญาณไปว่าไม่จําเป็นต้องมีสัญญาเช่า สําเนาโฉนด ขอเพียง ทําประชาคมรับรองก็เพียงพอแล้ว แต่ว่าในข้อปฏิบัติจริงคนที่ทํานาในภาคกลางก็จะรู้ว่า นาส่วนใหญ่เป็นนาเช่า แล้วเจ้าของนาบางครั้งก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เป็นคนกรุงเทพฯ บ้าง คนต่างจังหวัดบ้าง ในปีแรกมีการไปขอเอกสารยากมากเลย บางทีเจ้าของนาก็ไม่เข้าใจว่า ทําไมจะต้องเอาสําเนาโฉนดเอาอะไรมา ปีนี้รัฐบาลน่าจะได้ส่งสัญญาณไปว่าการไปให้ สําเนาโฉนดพี่น้องเกษตรกรไม่ได้ส่งผลกระทบกับเจ้าของนาเลย เพื่อเป็นการเอื้อให้ เกษตรกรได้รับสิทธิเพราะบางคนไม่ได้เอกสารนี้มา นอกจากนั้นแล้วที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ รัฐบาลก็ชัดเจนว่าไม่สนับสนุนให้บุกรุกพื้นที่ใหม่แต่ขอให้เป็นพื้นที่ที่ทําการเกษตรอยู่ อย่างเดิม ที่จังหวัดลพบุรีก็มีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ในเขตทหารที่เกษตรกรก็ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่ว่าเขาก็ทํามา ทหารก็ให้ใช้กันมา ๒๐-๓๐ ปี บางพื้นที่ทหารก็ยินยอม กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ทําประชาคมเขาก็ได้รับสิทธิ แต่บางพื้นที่ก็ไปทําอยู่ในพื้นที่ของหน่วยทหารเลย ดิฉัน กราบเรียนว่าเกษตรกรยังเข้าไม่ถึง ดิฉันพูดว่าปีที่ ๒ นี่รัฐบาลจะปรับปรุงในรายละเอียด อย่างไร แม้แต่ขั้นตอนการทําสัญญา การออกใบรับรองว่าเป็นเกษตรกรตัวจริง ปีที่แล้ว ข้าวโพดนี่ไปติดล็อก ที่ดิฉันตามเรื่องเดิมของจังหวัดลพบุรี เพราะว่าในระเบียบของ กรมส่งเสริมการเกษตรไปกําหนดไว้ว่าเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจะเข้าร่วมโครงการได้ต้อง ปลูกหลังวันที่ ๑ พฤษภาคมเป็นต้นมา แต่ในข้อเท็จจริงเนื่องจากว่าเดี๋ยวนี้ฝนนี่ก็ไม่ได้มา ตรงตามฤดู แล้วข้อเท็จจริงคือเกษตรกรไม่ได้อาศัยนํ้าฝนอย่างเดียว ดิฉันลงพื้นที่ไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกษตรกรหักข้าวโพดตอนนี้ก็ยังมีเลยค่ะ เขาก็สามารถใช้นํ้าจาก นํ้าบาดาล หรือว่ามีแหล่งนํ้า เพราะฉะนั้นถ้าข้าวโพดนี่รัฐบาลตั้งใจว่าให้ ๑ ครั้งต่อ ๑ ปี ก็ไม่จําเป็นจะต้องไปกําหนดล็อกว่าจะเป็นการปลูกในเดือนไหน เพราะว่าปีที่แล้วของ จังหวัดลพบุรีปลูกเมื่อเดือนเมษายนฝนมาก็ปลูกแล้ว ปรากฏว่าที่ดิฉันตามอยู่ประมาณ ๖๐๐ กว่าราย แต่ทราบว่าบัดนี้รัฐมนตรีก็อนุมัติแล้ว ๖๐๐ กว่ารายเขาปลูกเดือนเมษายน ปลูกเดือนเมษายนก็ไปเก็บเกี่ยวประมาณเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ช่วงนั้นข้าวโพด ราคาตกตํ่ามากประมาณ ๓ บาท ๔ บาท แล้วเขาก็ไม่ได้รับสิทธิเพราะว่าไปติดล็อกว่า ปลูกเดือนเมษายน จนมาปลดล็อกเอาเมื่อเดือนนี้ แต่ถามว่าราคาข้าวโพดมันเกินไปกว่า ที่เขาจะได้รับส่วนต่างแล้ว ทั้ง ๆ ที่ช่วงที่เขาเก็บเกี่ยวเขาก็ขาดทุนจริงแล้วก็เป็นเกษตรกร ตัวจริง อันนั้นต่างหากที่เป็นรายละเอียด ซึ่งดิฉันกราบเรียนว่าไม่อาจใช้เวลาช่วงนี้เล่าได้ ทั้งหมด นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเรื่องของการสะท้อนมาจากทาง ธ.ก.ส. บอกว่าการกําหนด ราคาอ้างอิงที่ประกาศ ขณะนี้รัฐบาลก็ปรับเปลี่ยนจาก ๒ สัปดาห์มาเป็นทุกสัปดาห์แต่มัน ก็ยังไม่สะท้อนราคาที่แท้จริง เพราะว่าข้อมูลที่เอามาประกาศรอบใหม่มันจะมาจากข้อมูล ของสัปดาห์ที่ผ่านมา อันนี้ก็คิดว่าคงยากเหมือนกันในทางปฏิบัติ แต่รัฐบาลเพื่อให้ การดําเนินโครงการได้มีประสิทธิภาพก็คงจะต้องหาวิธี ดิฉันก็ติดตามว่ารัฐบาลก็พยายาม ปลดล็อกทุกอาทิตย์ แต่ว่าในเมื่อเรามีบทเรียนมาแล้ว ๑ ปี ก้าวที่ ๒ มันน่าจะทําได้ดีขึ้น นอกจากนั้นแล้วดิฉันก็เห็นว่ารายภูมิภาคมันจะเป็นไปได้ไหมว่าจะมีการปรับเปลี่ยน นอกจากนั้นแล้วก็จะมีเรื่องของการเชื่อมโยง ขออนุญาตเรียนถามต่อไปเลยนะคะว่า เราคงจะไม่ได้มองเรื่องประกันรายได้อย่างเดียว เพราะว่าการประกันรายได้ อาทิตย์ที่แล้ว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปตรวจสภาพภัยแล้งก็จะเห็นว่าวิกฤตินํ้านี่เกิดขึ้นมาก รัฐบาล ก็ส่งสัญญาณว่าให้ลดพื้นที่ทํานาปรัง หรือว่าเรื่องของการงดการใช้นํ้า การส่งเสริม ให้ทํานาปีละ ๒ ครั้ง เพราะว่านาข้าวนี่จะให้ ๒ ครั้ง แต่ว่าแรงจูงใจที่จะทําให้เกษตรกรนี่ เว้นว่างจากพื้นที่มาปลูกข้าวแค่ ๒ ครั้ง เพราะว่าถามเกษตรกรจริง ๆ ก็คือทํา ๓ ครั้งนี่ ขาดทุน ทํา ๒ ครั้งนี่ยังพอเหลือ แต่ถ้ามีพื้นที่ว่างเขาจะทําอย่างไร ข้อเท็จจริงก็คืออันนี้ พูดแล้วก็ยาว พอไปดูปัญหาเมล็ดพันธุ์ที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชฤดูแล้ง ที่ใช้นํ้าน้อย ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ปรับปรุงโครงสร้าง กรมส่งเสริม การเกษตรก็ไปปรับให้ เมื่อก่อนเราจะมีหน่วยขยายพันธุ์พืช เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตเมล็ดถั่ว เมล็ดงา หรือว่าเมล็ดพืชอื่น ๆ ที่จะมาส่งเสริมเกษตรกรชดเชยการปลูกข้าว แต่ปรากฏว่า ขณะนี้หน่วยขยายพันธุ์พืชทั้งหลายก็ไปอยู่สังกัดก็คือกรมการข้าว ก็ทําให้ไปผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างเดียว ถามว่าพอจะบอกให้เกษตรกรชาวนาไม่ปลูกข้าวแล้วเว้นว่าง ก็ไม่มีเมล็ดพันธุ์อะไรที่จะให้เขาปลูกทดแทนนะคะ นอกจากนั้นแล้วก็ยังต้องเชื่อมโยงไป กับเรื่องของการตัดวงจรชีวิตเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาล ถ้าหากรัฐบาลเอาโครงการ ประกันรายได้ไปเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง การส่งเสริมการปลูกพืชใช้นํ้าน้อย หรือว่าการป้ องกันการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืช ถ้าสามารถมองเป็นแบบองค์รวม เราก็จะทําให้นโยบายนี้เป็นก้าวต่อไปที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านมาพอดีนะคะดิฉัน ก็ให้กําลังใจท่าน เพราะว่า ๑ ปีที่ผ่านมาก็ถือว่าท่านสุดยอดนะคะ ทุกสรรพกําลังที่ระดม เข้ามานี่ ธ.ก.ส. กรมส่งเสริมการเกษตรทุ่มเทกันเข้ามา ทําได้ขนาดนี้ก็ถือว่าทําได้ดีแล้ว ให้กําลังใจแต่ว่าที่ดิฉันเป็นห่วงก็คือก้าวต่อไปทําอย่างไรจะให้มันดีมากขึ้นกว่าเดิม ก็ขอฝากเป็นประเด็นคําถามไว้ด้วยว่า ก้าวต่อไปเหลียวหลังแล้วแลไปข้างหน้ารัฐบาล จะก้าวเดินอย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ตอบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่องศรี ธาราภูมิ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้สะท้อนปัญหาอันมาสู่การปรับปรุงแก้ไข แล้วเป็นความจริงว่า การเริ่มต้นนโยบายเสมือนหนึ่งพลิกฟ้ำควํ่าแผ่นดินในเรื่องการปฏิรูประบบเกษตรครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรหลายล้านคน แล้วเรามีเวลาที่จํากัดในภาวะที่ต้องเผชิญ กับการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง แต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นว่าเราจะต้อง มีสมาธิในการเอาปัญหาของเกษตรกรเป็นตัวตั้งและมุ่งทํางาน แน่นอนที่สุดว่าถึงแม้ การประเมินในเรื่องของเกษตรกรที่ได้ประโยชน์กว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ รายทั่วทั้งประเทศ ในพืชเศรษฐกิจ ๓ ชนิดดังกล่าวนั้นจะเป็นการประเมินที่ถือว่าสอบผ่านหรือรวมไปถึงเรื่อง ของการรักษาเกียรติภูมิและศักยภาพของประเทศในการดํารงซึ่งการเป็นแชมป์ โลก ในการส่งออก และการเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณ การค้าข้าวในตลาดโลก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่ายังต้องมีการปรับปรุง ทั้งในกระบวนการตั้งแต่ต้นคือการกําหนดเรื่องคุณสมบัติของเกษตรกรและรวมไปถึง ที่จะต้องเก็บตกในส่วนของเกษตรกรซึ่งไม่สามารถเข้าถึงระบบได้ ถึงแม้จะมีจํานวน อีกเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์แต่รัฐบาลถือว่าเกษตรกรทุกคนมีความสําคัญและต้องได้รับสิทธิ หรือว่าเกษตรกรซึ่งเช่าที่หรือว่าทํากินอยู่ในที่ของรัฐ หรือว่าเกษตรกรซึ่งอาจจะยังไม่ได้ รับรู้ในเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นในประเด็นที่เป็นข้อปลีกย่อยสําหรับปีที่ ๒ ของโครงการนี้ จึงเป็นช่วงของการที่เราจะปรับปรุงแก้ไขและซ่อมแซมในสิ่งที่ยังบกพร่องอยู่ ต้องขอโทษ สําหรับข้อบกพร่องบ้างหรือว่าข้อขัดข้องในทางปฏิบัติ แต่ว่าผมเรียนในฐานะที่เป็น ส่วนหนึ่งในคณะรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะรัฐมนตรีนั้น ได้รู้ร้อนรู้หนาวตลอดเวลา ผมไม่เคยเห็นการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใดที่จะมีวาระ เรื่องเกษตรกรเข้าสู่ ครม. ทั้งวาระจรและวาระเร่งด่วนมากที่สุดเท่ากับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ นอกจากนั้นแล้วยังได้มีกลไกอีก ๓ คณะที่ดูแลเป็นการเฉพาะ ๑. คือคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติ ๒. นโยบายคณะกรรมการมันสําปะหลัง ๓. คณะกรรมการ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่วนที่ไม่ได้พูดถึงยางเพราะยางนั้นราคาดีเกินร้อย ดังนั้นก็ต้องเรียนว่า นอกจากปัญหาที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะในซีกฝ่ายค้านที่มาประชุม ในวันนี้เป็นส่วนใหญ่ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกฝ่ายค้านบางท่านก็ได้นําเสนอ ประเด็นและเป็นประโยชน์ต่อการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี กระทรวงพาณิชย์ก็ดี กระทรวงการคลังที่กํากับดูแล ธ.ก.ส. ก็ดี และคณะกรรมการระดับชาติ ๓ ฝ่าย รวมทั้ง คณะรัฐมนตรีนั้นได้นําเสนอและมีการแก้ไขเพื่อที่จะดูแลให้ครบถ้วน ดังมีมติ คณะรัฐมนตรีซึ่งผมจะไม่ขอลงรายละเอียด แต่เพียงบอกว่าเป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๒ มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๒ มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๕ ธันวาคม ปี ๒๕๕๒ มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๙ มกราคม ปี ๒๕๕๓ และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๓ ซึ่งท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านใดประสงค์ที่จะได้รายละเอียดดังกล่าวนั้นกระผมก็ยินดีที่จะ ส่งมอบให้ เพราะว่าตรงนั้นจะเป็ นมติในการที่จะดูแลเกษตรกรที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผ่องศรี ธาราภูมิ ได้กล่าวถึง โดยเฉพาะการปลดล็อกสําหรับเกษตรกร ซึ่งอาจจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหรือเข้าใจเพราะว่าเป็นระบบที่เราเริ่มต้นใหม่ หรือว่าขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของเราเองก็มีจํานวนจํากัด และมีช่วงเวลาที่จํากัด ในการดําเนินการเรื่องนี้ และเป็นกระบวนการที่ต้องทําเพื่อไม่ให้มีช่องว่าง ช่องโหว่ ของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ซึ่งเป็นจุดรั่วไหลของภาษีของประชาชนที่รัฐบาล ถือเป็นนโยบายหลักที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะว่าการทุจริตคอร์รัปชันภายใต้ระบบจํานํา ทุกคนทราบดี ทุกยุคทุกสมัยที่เกิดการรั่วไหลแล้วก็เป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นกระบวนการ ทุกอย่างนั้นต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ จึงได้เพิ่มบทบาทในส่วนของประชาคมในการเข้าไป ตรวจสอบ นั่นก็คือบทบาทการมีส่วนร่วม ซึ่งต่อไปภายหน้านั้นผมเรียนว่าเราจะมี เกษตรกรก้าวหน้าที่จะสามารถให้เข้าใจถึงกลไกตลาด ราคาตลาด และการปรับปรุง ในเรื่องของผลผลิตต่อไร่ การปรับปรุงพันธุ์ การปรับปรุงดิน ตลอดจนการดูแลในเรื่อง ของพืช โรคพืชทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพลี้ยกระโดด ไม่กระโดด กระโดดมาก กระโดดน้อย ตรงนี้อยู่ที่ความรู้ความเข้าใจเกษตรกรที่เป็นหัวใจสําคัญ และเป็นอีกเป้ำหมายหนึ่ง ที่เรามองข้ามไม่ได้เลย ไม่ใช่เพียงกลไกและระบบในเรื่องของการค้า การขาย หรือราคา เท่านั้น แต่ว่าองค์ความรู้และความตื่นตัวการสร้างเกษตรกรพันธุ์ใหม่ที่ก้าวหน้า ในการที่จะติดตาม วันนี้น่าดีใจว่าในเรื่องของเกณฑ์ราคาทั้งหลายนั้นติดตามเหมือนหวย เลยครับ ติดตามเหมือนหวยเลย แต่ก่อนทุก ๑๕ วัน ท่านนายกรัฐมนตรีบอก ๑๕ วัน ตอนนี้ราคามันมีความผันผวนพอสมควร ก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นให้กําหนดเกณฑ์ราคา ๗ วัน เกษตรกรก็ติดตาม ๗ วัน ขณะเดียวกันในเรื่องของประเด็นที่ท่านได้สอบถามว่า ในการปรับปรุงในส่วนของบุคลากรก็ดี แล้วก็ในส่วนของกระบวนการดําเนินการนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดําเนินการ ทุกประเด็นที่ท่านได้นําเสนอทั้งก่อนหน้าและในวันนี้ ได้เข้าไปสู่กรรมการในชุดดังกล่าว แล้วก็ได้ให้ดําเนินการในส่วนของกลไก โดยเฉพาะ เรื่องของทะเบียน ทะเบียนนั้นก็มีการปรับแนวว่าให้เอาทะเบียนที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องไป เริ่มต้น ก ใหม่ เอาทะเบียนที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าเป็นชาวไร่ข้าวโพด ชาวไร่มันสําปะหลัง แม้แต่ข้าว ชาวนา ซึ่งข้าวนาปรังกับนาปีปริมาณของชาวนาที่เข้าร่วมโครงการไม่เท่ากัน ท่านก็ทราบอยู่แล้ว แต่ว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลาและมาเริ่มต้นใหม่ ก็เอากระบวนการปรับปรุง ปฏิรูปโดยการเอาทะเบียนที่มีอยู่แล้วย้อนหลังกลับเข้ามา และใช้กระบวนการ ของความเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี ในการให้ประชาคมเข้ามีส่วนในการรับรอง ดังนั้น ผมเชื่อว่าการปรับปรุงในกระบวนการทั้งหลายนั้นขณะนี้กําลังเป็นช่วงของการแก้ไข เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็ขอโอกาสนี้ตอบคําถามที่ ๒ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงจะพอแล้วกระมัง ผมว่า พูดเกือบชั่วโมงแล้วคนเดียว

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวค่ะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี ดิฉันกราบเรียนแล้วกันว่าจากการรับฟังขอยืนยันว่ารัฐบาลเดินมา ถูกทางแล้ว นโยบายนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ก็ขอให้กําลังใจทุกท่านที่ทํางานหนัก ทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ด้วยนะคะ แต่ว่าพวกเราที่สะท้อนปัญหานั้นก็เพื่อให้นโยบาย มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

สุดท้ายขอฝากสั้น ๆ ก็คือขณะนี้พอดีเห็นท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ ท่านเคยไปนํ้าท่วมจังหวัดลพบุรีเมื่อปี ๒๕๕๒ เงินชดเชยนํ้าท่วมของจังหวัดลพบุรี ยังไม่ออกนะคะ แล้วก็มีเรื่องร้องเรียนมาเนื่องจากเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ขณะนี้ก็ฝากว่า รถเกี่ยวที่ขนตามพื้นที่ตําบลต่าง ๆ ก็ถูกเรียกเก็บค่าผ่านทางวันหนึ่งหลายรอบ ก็สร้าง ปัญหาให้กับผู้ประกอบการแล้วก็เกษตรกร เพราะเขาก็ต้องไปบวกเรียกเก็บกับเกษตรกร อย่างไรก็ขอช่วยผ่อนผัน ถ้าจะเรียกเก็บค่าผ่านทางก็ขอสักวันละรอบเดียวนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่ต้องตอบแล้วครับ ก่อนอื่นกระผมขอประทานอภัย ท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นไว้อาลัยให้แก่อดีตสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของเรา เนื่องจาก ฯพณฯ จุฬาราชมนตรีสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ ได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ ๒๔ คือเมื่อวานนี้ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา เราขอไว้อาลัย สัก ๒ นาที

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็นเวลา ๒ นาที)

ขอบคุณครับ กระทู้ถาม ที่ ๒ จบไปแล้วนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓ เนื่องจากกระทู้ถามที่ ๓ นั้น ได้รับหนังสือ จาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม จึงขอแจ้งให้คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา เจ้าของกระทู้ถามที่ถามเรื่องการผันนํ้าจากจังหวัด จันทบุรีไปยังแหล่งเก็บกักนํ้าจังหวัดระยองตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ แล้วก็ท่านบอกว่าขอเลื่อนไปตอบในคราวหน้านะครับ จึงแจ้งให้ทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

เชิญครับ มีอะไร

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรีก็มีความห่วงใยพี่น้องชาวสวนผลไม้ จังหวัดจันทบุรีมากครับ เพราะว่ากระทู้ถามของผมเมื่อครั้งที่ผ่านมาก็ได้เลื่อนมาแล้ว ๑ ครั้งนะครับ ผมก็ให้อภัยไปแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ก็คงจะให้อภัยอีกสักครั้งหนึ่ง ส่วนครั้งที่ ๓ นี้ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครั้งที่ ๓ ก็คงจะตอบ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

วันพฤหัสบดีหน้าวันที่ ๑ เมษายน ผมจะให้อภัยไม่ได้แล้วนะครับท่านประธาน คงจะเป็นวันหยุดด้วย และจะทําอย่างไรครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จะทําอย่างไร มันแล้ง จะทําอย่างไร

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

มันแล้งจริง ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จะให้ทําอย่างไร

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

มันมีปัญหา เพราะว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวเทวดาท่านโปรดครับ เดี๋ยวคงฝนตก

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

พี่น้องชาวสวนผลไม้กําลังรอความหวัง จากรัฐบาลและรัฐมนตรีอยู่ด้วย และอีกประมาณ ๑-๒ เดือนต่อไปข้างหน้าผลผลิต ภาคเกษตรจังหวัดจันทบุรีกําลังออกสู่ท้องตลาดครับท่านประธานครับ หวังว่า คงไม่ผิดหวังนะครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่ผิดหวังครับ เนื่องจาก ผมได้รับปากกับท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย หลังจากกระทู้ถามทั่วไปของคุณผ่องศรีเสร็จ จะได้ให้ท่าน เชิญครับท่านทนุศักดิ์ครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ส.ส. ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทยของจังหวัด อุตรดิตถ์ครับ ผมดีใจครับที่วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับท่านประธาน แล้วก็มีท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้อยู่ด้วย ผมอยากจะขอใช้เวลาสภาเล็กน้อย เพราะว่าผมเอง ก็เป็นผู้แทนราษฎรที่จะใช้เวลาในสภาไม่มากนัก นาน ๆ ทีนะครับ ก็อยากจะพูดถึงสิ่งที่ เกิดขึ้นด้วยความจริงใจจริง ๆ แล้วก็เป็นความจริง ๆ ที่เกิดขึ้นในตัวผมแล้วก็เหตุการณ์ ต่าง ๆ ท่านประธานครับ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้มีผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ชื่อนายพึ่ง ศรีจันทร์ แล้วก็เป็นผู้แทนราษฎรของจังหวัดอุตรดิตถ์ครับ ได้ทําหน้าที่ในสภาเป็นอย่างดีทั้ง ๆ ที่ เป็นผู้แทนราษฎรใหม่เป็นที่ยอมรับ อยู่พรรคสหชีพในขณะนั้น ปรากฏว่าพอผ่านไป อีกไม่นานขึ้น พ.ศ. ๒๔๙๐ ท่านผู้นี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติของจังหวัดของผม ท่านได้ทําหน้าที่ของการเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างดีเยี่ยม เป็นที่ยอมรับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ๗ วัน ๗ คืน ก็เกิดในสมัยของท่านนี่ละครับ เป็นประวัติศาสตร์ ของสภาของเรา และที่สําคัญที่สุดมีอยู่คราวหนึ่งครับท่านประธาน วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ ท่านได้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้า ไม่ใช่ล่วงหน้าหรอกครับ ออกหนังสือ วันที่ ๗ แล้วก็ให้มีการประชุมในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ แต่ปรากฏว่าออกหนังสือ วันที่ ๗ วันที่ ๘ มีการปฏิวัติ รัฐประหาร โดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ออกหนังสือวันที่ ๗ นัดประชุมวันที่ ๑๒ วันที่ ๘ มีปฏิวัติ ซึ่งมันน่าจะจบแล้ว แต่ปรากฏว่าวันที่ ๑๒ วันนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านพึ่ง ศรีจันทร์ ซึ่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มาประชุมสภาตามปกติครับ แล้วก็มี ส.ส. มาร่วมประชุมประมาณ ๒๐ ท่าน การประชุมไม่เกิดขึ้นเพราะไม่ครบองค์ประชุม แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการปฏิเสธ การรัฐประหารอํานาจนอกระบบของประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ชื่อนายพึ่ง ศรีจันทร์ คณะปฏิวัติในขณะนั้นได้ส่งรองหัวหน้าคณะปฏิวัติคือ พลโท กานต์ สงคราม ให้มาควบคุมตัวประธานสภาผู้แทนราษฎรท่านนี้ไปอยู่ที่กระทรวงกลาโหม แจ้งข้อหาว่า เป็นกบฏในราชอาณาจักร ท่านประธานครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร นายพึ่ง ศรีจันทร์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แล้วก็บอกว่าท่านนั่นแหละเป็นกบฏ พวกปฏิวัติ นั่นแหละเป็ นกบฏ คณะปฏิวัตินําประธานสภาผู้แทนราษฎรท่านนี้ไปไว้ ที่ กระทรวงกลาโหม ๓ วัน ๓ คืน แล้วต้องปล่อยตัวออกเพราะตั้งข้อหาแล้วก็ทําอะไรไม่ได้ ผมเองครับท่านประธาน ผมเป็นคนจังหวัดอุตรดิตถ์ มีเลือดเนื้อเชื้อไข แล้วเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ผมก็ประทับใจ ผมอยากจะให้สภาของเราเป็นสภาที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยอมรับ ของทุกฝ่ำย มีอํานาจสูงสุดเพราะเป็ นสภาของประชาชน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันอังคารและวันพุธผมรับไม่ได้ การที่ ส.ส. จะมาประชุมสภามีทหารเต็มไปหมด มีรั้วลวดหนาม มีแท่งคอนกรีต มีรถกระจายเสียงของทหาร ต้องมุดเข้ามุดออก ผมเอง เดินทางมาประชุมสภาวันอังคารผมมาประชุมไม่ได้ ผมจะมาประชุมคณะอนุกรรมาธิการ ศาสนาอิสลามก็ไม่ได้ประชุมเพราะเข้าไม่ได้ วันพุธผมมาตามปกติก็เจอระบบแบบนี้อีก มันก็รับไม่ได้ เพราะผมมีความรู้สึกว่ามันหมิ่นเกียรติกัน ถึงแม้ว่าท่านประธานสภา ที่เคารพของผม ท่านชัย ชิดชอบ จะเป็นห่วงสวัสดิภาพของพวกเราทุกคนได้ขอกําลัง ต่าง ๆ มา เพื่อปกป้ องตามข่าวนะครับ ซึ่งผมต้องขอกราบขอบพระคุณ แต่ท่านประธานครับ ผมว่าบางเรื่องบางอย่างมันต้องเสียสละกัน มันต้องกล้าครับ บ้านเมืองที่มีปัญหาทุกวันนี้ ก็เพราะว่าไม่กล้า ไม่เสียสละกัน ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ ท่านประธานกับผมก็ปีนออกนอกรั้วด้วยกัน แล้วผมก็คิดตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาว่า ผมจะไม่หนีอีก มีแค่นี้ละครับที่ผมอยากพูดให้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอบคุณครับ เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อชี้แจง ประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาหยิบยกขึ้นมาครับ ผมก็เป็ นนักการเมืองในวิถีทางรัฐสภา มาตลอดของความเป็นนักการเมืองครับ ไม่ต่างจากพวกเราที่นั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ ซึ่งเห็นว่าที่นี่คือสัญลักษณ์ของความเป็ นประชาธิปไตยและความเป็ นตัวแทน ของประชาชน เพราะฉะนั้นผมเข้าใจดีครับว่าที่ท่านได้หยิบยกกรณีที่เกิดขึ้นในช่วง ๒ วันที่ผ่านมา ที่มีกําลังเจ้าหน้าที่จะเป็นทหาร ตํารวจ เข้ามาเป็นจํานวนมากด้วย วัตถุประสงค์ในการที่จะอารักขาและดูแลให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็จะมีความรู้สึกว่าอะไรเกิดขึ้นกับสภาของเรา ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนก็ต้องการ ความสะดวกแล้วก็ต้องการที่จะเห็นความเป็ นปกติอยู่ในบ้านในเมืองของเรา แต่ขณะเดียวกันผมก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจว่าการมีภาพของทหารก็ดี หรือตํารวจก็ดีรอบ ๆ บริเวณสภาของเราในขณะนี้ แล้วไปมองว่าเป็นเรื่องที่เสมือนกับ เกิดการรัฐประหารหรือการปฏิวัตินั้น ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่ การปฏิวัติ รัฐประหาร คือการที่มี กลุ่มคนเอาอํานาจนอกระบบ นอกรัฐธรรมนูญนั้นมายึดอํานาจของฝ่ายนิติบัญญัติ คือสภา เวลามีการปฏิวัติ รัฐประหาร นั่นก็คือการบอกว่าสภาแห่งนี้หมดสภาพแล้ว ฝ่ายบริหารหมดสภาพแล้ว แล้วก็มีการดําเนินการออกประกาศของคณะปฏิวัติ แล้วก็ บอกว่าสภาที่มีอยู่ก่อนและรัฐบาลที่มีอยู่ก่อน หมดสถานะไป ก็จะตรงกับเหตุการณ์ที่ท่าน ได้กล่าวขึ้นในอดีต แต่ว่าเจ้าหน้าที่ที่อยู่รอบ ๆ สภาในขณะนี้จํานวนมาก ซึ่งก็ต้องเรียนว่า พวกเขาก็มีความยากลําบากเหมือนกันในการที่จะเข้ามาดูแลในช่วง ๒ วันที่ผ่านมา เขาไม่ได้มายึดอํานาจนิติบัญญัติครับ เขาต้องการให้เราสามารถใช้อํานาจนิติบัญญัติได้ ผมกลับมองตรงกันข้ามว่า นี่เป็นการแสดงออกของทั้งตํารวจ ทหาร กองทัพว่า เขาพร้อม ที่จะปกป้ องอํานาจนิติบัญญัติตามวิถีทางของประชาธิปไตย จริงอยู่ขณะนี้ท่านอาจจะ บอกว่า มองไปรอบ ๆ สภาแล้วก็ไม่น่าจะต้องมีอะไรน่าวิตกกังวล ปลอดภัย แต่ข้อเท็จจริง ก็คือว่าถ้าสมมุติไม่มีการดําเนินการใน ๒ วันที่ผ่านมาก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งประกาศ ชัดเจนว่าจะเข้ามาในการที่จะล้อมสภา จะปิดล้อมหรือไม่เราไม่อาจคาดการณ์ได้ แล้วเหตุการณ์ลักษณะนั้นก็เกิดขึ้นมาแล้วในช่วงปี สองปี ที่ผ่านมา ผมก็ทราบดีว่า ท่านก็ได้กล่าวแล้วก็น่าชื่นชมที่ท่านบอกว่าท่านก็อยากจะมาทําหน้าที่และท่านก็จะไม่หนี แต่เหตุการณ์ ๗ ตุลามี ๒ ด้าน ด้านของสมาชิกที่เข้ามาแล้วก็ต้องปีนหนีด้านเดียวครับ อีกด้านคือการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นนอกเหนือจากการที่ กําลังต่าง ๆ เข้ามา แล้วก็มาทําให้ฝ่ำยนิติบัญญัตินั้นสามารถใช้อํานาจได้แล้ว อีกวัตถุประสงค์ที่สําคัญก็คือว่า การป้ องกันการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน คนไทยครับ การเข้ามาของเจ้าหน้าที่นั้นไม่มีเจตนาที่จะไปขัดขวางการทําหน้าที่ของ ฝ่ายนิติบัญญัติแต่เป็นการอํานวยความสะดวก การเข้ามานั้นแม้ว่าจะทําให้ผู้ชุมนุม ไม่เข้ามาในบริเวณนี้แต่ก็เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเงื่อนไขของการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับ เจ้าหน้าที่เมื่อเกิดการปิดล้อมขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาตามธรรมชาติของ การชุมนุม ผมคิดว่าเราน่าจะมองเจตนาตรงนี้ ทําไมเราจึงไม่อยากให้อํานาจนิติบัญญัติ เดินต่อได้ ทําไมเราจึงไม่อยากให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตามเข้ามา ทําหน้าที่ของตัวเอง ทําไมเราจึงจะไม่ใช้มาตรการอะไรเท่าที่เราทําได้ในการป้ องกัน ป้ องปรามไม่ให้เกิดการเป็นปฏิปักษ์ การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน ซึ่งนําไปสู่การสูญเสีย การบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตได้ ไม่มีใครชอบหรอกครับ ให้สภาพเป็ นอย่างนี้ แต่อยากให้เข้าใจเจตนาแล้วก็ความเสียสละของเจ้าหน้าที่ ที่มาทํางาน แล้วก็ขอยืนยันว่าเมื่อวานนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดอยากจะมาทําหน้าที่ เข้ามาทําหน้าที่ได้แน่นอน มีเพียงสมาชิกบางส่วนเท่านั้นครับที่กลับขัดขวางเพื่อนสมาชิก ด้วยกันที่ไม่ให้เข้ามาทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมขอยืนยันเจตนานี้ ส่วนหากเกิดกรณีใด ๆ ที่เป็นความไม่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเพื่อนสมาชิก ซึ่งอาจจะเกิดความคลาดเคลื่อนในความเข้าใจในการประสานงานในการเดินทางเข้ามาก็ดี ไม่ว่าจะเป็นความไม่สะดวกที่อาจจะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่รอบ ๆ บริเวณนี้ หรือต้องใช้สถานที่รอบ ๆ บริเวณนี้ก็ดี ผมคิดว่าเราคงต้องขออภัยในความไม่สะดวก แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือทําให้อํานาจนิติบัญญัติเดินหน้าได้ แล้วไม่ให้เกิดความสูญเสีย กับพี่น้องประชาชนคนไทยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณทนุศักดิ์

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานครับ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย แล้วทําไมเมื่อวันอังคาร ที่แล้วที่ท่านประธานรัฐสภาได้นัดประชุมร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาของบ้านเมือง ทําไมรัฐบาลไม่มาประชุมล่ะครับ ปัญหาในขณะนี้มันมีการประชุมเรื่องอะไรที่สําคัญกว่า เรื่องนี้ล่ะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรในใจก็ระบาย ให้เต็มที่ก็แล้วกัน

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ผมอยากให้มันเรียบร้อย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใจเย็น ๆ ครับ มีอะไร ก็พูดได้เลยคุณทนุศักดิ์

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

อยากให้คุณเลิกทะเลาะกันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านอัดอั้นตันใจ ไม่มีอะไรกระมังคุณเชน เราจะถึงกระทู้ถามสดต่อไปนะครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมขอแสดงความชื่นชมเพื่อนสมาชิกนะครับ ที่ได้สะท้อนความรู้สึกที่ผมคิดว่าอยู่ในใจของพี่น้องประชาชนคนไทยอีกจํานวนมาก ที่ท่านบอกว่าอยากให้ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่อยากให้ทะเลาะกัน กราบเรียนว่า เป็นเหตุผล ที่ทําให้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพวกเราโดยทางกรรมการประสานงานตัดสินใจว่าเราควรจะ หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไขที่จะทําให้พี่น้องประชาชนเกิดการปะทะกัน แล้วก็จึงเป็นที่มา ของการใช้มาตรการที่ค่อนข้างจะเข้มงวดเป็นพิเศษ ซึ่งเราก็ยินดีรับฟังเสียงสะท้อนเพื่อให้ การทําหน้าที่ของเรานั้นไม่นําไปสู่เงื่อนไขของการทะเลาะและการปะทะกันครับ เราคิด เหมือนกันครับ และผมก็คิดว่าถ้าเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมือง จะได้มีความรู้สึกและความมุ่งหมายเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกที่ได้ลุกขึ้นเมื่อสักครู่ครับ เราคงจะหาทางออกจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ได้ รัฐบาลยินดีให้ความร่วมมือครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ

๑.๒ กระทู้ถามสด มีอยู่ ๓ กระทู้

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๑ ส. เรื่อง กรณีการชุมนุมทางการเมือง (นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ตอบ เชิญเจ้าของกระทู้ถามสดครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตตั้งกระทู้ถามสด ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี กรณีการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ตามที่ได้มีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนซึ่งเรียกตนเองว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ทําให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สร้างความแตกแยกในสังคมและการชุมนุมก็ไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ในขณะนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องด่วนที่อยู่ในความสนใจของประชาชน กระทบถึงผลประโยชน์ของ ประเทศชาติและประชาชน กระผมจึงขอตั้งกระทู้ถามตามมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานก่อนที่จะถาม กระทู้ถามสดนี้ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้นว่าการชุมนุมทางการเมืองในครั้งนี้เป็นการชุมนุม ที่มีลักษณะที่แปลกประหลาด ทั้งสื่อมวลชนในประเทศและต่างประเทศต่างก็มี การวิพากษ์วิจารณ์ว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าในประเทศไหนก็ตาม โดยเฉพาะการชุมนุมที่ได้มีการใช้เลือดของประชาชนเป็นสัญลักษณ์ ท่านประธานคงจะ เห็นด้วยกับกระผมว่าการชุมนุมในครั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้คําขึ้นมาคําหนึ่งที่เรียกว่า การชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ มีการใช้สัญลักษณ์อย่างน้อย ๒ ประการด้วยกัน

ประการแรก เป็นการใช้เลือดของประชาชนเป็นสัญลักษณ์ ได้มีการนํา เลือดของประชาชนไปเทตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นของส่วนราชการและเอกชน เช่น ที่ทําการของพรรคประชาธิปัตย์ ทําเนียบรัฐบาล และที่บ้านพักของนายกรัฐมนตรี การชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ การนําเลือดไปเทในที่สาธารณะหรือสถานที่ราชการ ผมไม่ติดใจ เท่าไรนะครับ แต่ว่าการที่ผู้ชุมนุมได้กระทําโดยล่วงละเมิดสิทธิของเอกชน โดยเฉพาะ พรรคการเมืองด้วยกันผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเดิน เข้าพรรคประชาธิปัตย์หลังจากมีการเทเลือดที่พรรคประชาธิปัตย์แล้ว มีเจ้าหน้าที่ เขาบอกว่า ท่านผู้แทนอย่าไปเหยียบรอยตรงนั้น ตรงนั้นเป็นเลือดของผู้ชุมนุมที่เทไว้ ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ บังเอิญในวันนั้นผมได้ดูการดูดเลือด จะใช้ คําว่า บริจาค ก็ไม่ได้ การดูดเลือดจากประชาชนผู้ชุมนุม ผมเรียนเจ้าหน้าที่ที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ผมพูดถึง เฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุม ๓ คนเท่านั้นแหละครับ คุณวีระ คุณณัฐวุฒิ คุณจตุพร ผมคิดว่าวันที่ ผมเข้าไปในพรรคประชาธิปัตย์และผมเหยียบรอยเลือดตรงนั้น วันนี้รอยเลือดของบุคคล ทั้งสามอยู่ที่รองเท้าของกระผมครับ ผมพูดถึงคน ๓ คนเท่านั้นเอง แต่ว่าพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ผมคิดว่าท่านคงไม่มีเจตนาที่จะกระทําอย่างนั้นครับ แกนนําของกลุ่มคนเสื้อแดง ได้พูดหลายครั้งในเชิงสัญลักษณ์ ผมเรียนว่าเลือดที่ติดรองเท้าผมถ้าคุณวีระ คุณณัฐวุฒิ คุณจตุพร จะมารับกลับคืนไปก็มารับได้เลยครับที่รองเท้าของกระผม

ท่านประธานที่เคารพครับ เชิงสัญลักษณ์อีกประการหนึ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุม ได้พูดว่าเป็นการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ในระบอบประชาธิปไตย ผู้ชุมนุมบอกว่าไม่ได้ใช้ คุณทักษิณ ชินวัตร เป็นกรณีในการชุมนุมครั้งนี้นะครับ หมายถึงว่าเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แต่ใช้คุณทักษิณ ชินวัตร เป็ นสัญลักษณ์ของ ประชาธิปไตย ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ก่อนผมจะตั้งคําถามถึง ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าเวลาเราพูดถึงประชาธิปไตย ผมพูดหลายครั้งครับในสภาแห่งนี้ เรื่องประชาธิปไตย เมื่อพูดถึงประชาธิปไตยเราจะละเลยประเทศอังกฤษคงไม่ได้หรอกครับ เพราะประเทศอังกฤษมีการปกครองในระบบรัฐสภาและเป็นประชาธิปไตยเหมือนกับ ประเทศไทย ถามว่าเชิงสัญลักษณ์ประชาธิปไตยของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นเวลาเราพูดถึง ความเป็นประชาธิปไตยนั้น ผมอยากจะเรียนถามท่านประธาน บอกกับท่านประธานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นเครื่องหมายของประชาธิปไตยนั้น วันนี้ประเทศแม่แบบของประชาธิปไตยคือประเทศอังกฤษเขาห้ามคุณทักษิณ ชินวัตร เข้าประเทศนะครับ ทําไมล่ะครับ ประเทศที่เป็นแม่แบบของประชาธิปไตยไม่ยอมให้ อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเชิดชูว่าเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย เข้าประเทศอังกฤษ ถ้าท่านประธานจะไม่ยอมรับประเทศอังกฤษเราย้อนไปดูประเทศ สหรัฐอเมริกาก็ได้ครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเขาถือเป็นแม่แบบของสิทธิเสรีภาพ ประเทศหนึ่งของโลกนี้เขาก็ไม่ยอมให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เข้าประเทศ สหรัฐอเมริกา ท้ายที่สุดผมยกตัวอย่างอีกสักประเทศหนึ่งก็ได้ครับ ประเทศเยอรมนี อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร พูดไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าจะไปเยี่ยมลูกที่ประเทศ เยอรมนี แต่ว่าทูตของประเทศเยอรมนีเขาก็บอกว่าประเทศเยอรมนีเขาห้ามคุณทักษิณ เข้าประเทศตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ แล้วนะครับ ที่ผมยกตัวอย่างอย่างนี้กราบเรียนท่านประธาน เขาบอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มิใช่แบบอย่างสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย หรอกครับ ถ้าเป็นแบบอย่างเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้นผมคิดว่า ประเทศที่เป็นแม่แบบของประชาธิปไตยคงยินยอมให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เข้าประเทศได้แน่นอนครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปทางรองนายกรัฐมนตรี ว่า ความวุ่นวาย ความแตกแยก ที่เกิดขึ้นในประเทศในขณะนี้ สร้างความกังวลให้กับ ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม ผมจะไม่กล่าวหากลุ่มผู้ชุมนุมนะครับ แต่ว่าเป็นหน้าที่ของ รัฐบาลที่ต้องตอบกับประชาชนว่า วันนี้มีการใช้อาวุธสงครามยิงไปยังสถานที่ราชการ และสถานที่ของเอกชนมากมายครับ ประชาชนกลับมีความวิตกกังวลในเรื่องนี้มากครับ ผมขออนุญาตสอบถามนะครับ เป็นความกังวลของประชาชนถึงรัฐบาลว่า ในกรณีที่มี การยิงวัตถุระเบิด ยิงปืน หรือขว้างลูกระเบิด เข้าไปในสถานที่ราชการ เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุขและที่อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้รัฐบาลมีมาตรการในการป้ องกัน อย่างไร ในขณะนี้เหตุการณ์เหล่านั้นที่กระทรวงกลาโหมก็ดี กระทรวงสาธารณสุข หรือที่อื่น ๆ ก็ดี รัฐบาลได้มีการดําเนินการสอบสวนติดตามผู้กระทําความผิดไปถึงไหน อย่างไรแล้ว ขอความกรุณาได้กราบเรียนท่านประธานถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ ด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพตอบครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมาย จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามสดของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผมขอกราบเรียนครับว่า เมื่อรัฐบาลได้ทราบว่ามีการเตรียมการที่จะจัดการ ชุมนุมเคลื่อนไหวแล้วก็มีลักษณะที่ล่อแหลมต่อการที่จะมีการสร้างสถานการณ์ที่ก่อให้เกิด ความวุ่นวายกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของราชการและของ ประชาชน คณะรัฐมนตรีก็ได้วางมาตรการในการป้ องกันแก้ไขโดยประกาศพื้นที่ที่ปรากฏ เหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งเป็ นการดําเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ปี ๒๕๕๑ แล้วก็ได้จัดตั้ง ศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือที่เรียกกันว่า ศอ.รส. ขึ้น ที่ต้องทําอย่างนี้ เพราะว่าจากการข่าวของรัฐบาลมีการข่าวว่าในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์ ที่จะต่อสู้เพื่อดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าจะมีส่วนหนึ่งที่ชุมนุมด้วยความสงบ แต่ในขณะเดียวกันจะมีบางกลุ่มบางพวกกําลังคิดที่จะก่อวินาศกรรมโดยการวางระเบิด โดยการขว้างระเบิดเข้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ สิ่งที่ศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้ดําเนินการตามคําสั่งของรัฐบาลก็คือได้ระดมกําลังเจ้าหน้าที่ ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร ทั้งพลเรือน อาสาสมัคร กระจายกําลังกันไปรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร ใช้กําลังพลทั้งสิ้นเกือบ ๕๐,๐๐๐ คน แล้วก็ได้ ตั้งจุดตรวจสกัดตามถนนสายต่าง ๆ จัดชุดลาดตระเวนร่วมระหว่างพลเรือน ตํารวจ ทหาร ดูแลถนนสายต่าง ๆ เพื่อที่จะลดโอกาสสําหรับคนที่คิดร้ายต่อบ้านเมือง คิดร้ายต่อ ประเทศชาติ ให้เหลือน้อยที่สุดแล้วก็คาดหวังว่าด้วยตาข่ายที่เรากางไว้อย่างนี้ก็จะทําให้ คนที่คิดร้ายไม่สามารถหลุดรอดการสังเกตการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ของรัฐไปได้ นี่เป็น มาตรการในการป้ องกันที่รัฐบาลได้ดําเนินการขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งความในกรณีที่พี่น้องประชาชนได้พบเห็นเหตุการณ์ ที่มีพิรุธที่คาดว่าอาจจะเป็นเบาะแสที่แสดงถึงพฤติกรรมที่เตรียมการที่จะก่อการร้าย โดยให้พี่น้องประชาชนได้โทรศัพท์มาที่หมายเลขโทรศัพท์ ๑๕๕๕ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ จัดเจ้าหน้าที่เข้าเวรรับแจ้งเหตุจากพี่น้องประชาชนตลอด ๒๔ ชั่วโมง ผลจากการที่เราตั้ง ศูนย์รับแจ้งเหตุดังกล่าวนี้ทําให้เราได้รับข้อมูลจากพี่น้องประชาชนว่ามีโรงงานผลิต เครื่องยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ (M79) แล้วได้เข้าไปจับกุมดําเนินคดีอย่างที่เป็นข่าวปรากฏไปแล้ว ผลจากการที่เรามีหมายเลขโทรศัพท์รับแจ้งเหตุอย่างนี้ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นที่ไปยิงจรวดอาร์พีจี (RPG) ใส่กระทรวงกลาโหม มีพลเมืองดีก็แจ้งเหตุเข้ามาทําให้เราสกัดจับรถยนต์ที่คนร้าย นํามาใช้ได้ ผมขอถือโอกาสกราบเรียนกับท่านสมาชิกว่าเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น หลังจากที่มี การชุมนุม ก่อนหน้าชุมนุมนั้นก็มีการขว้างระเบิด ๔ แห่ง ที่ธนาคารกรุงเทพสาขาต่าง ๆ ทั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และที่ในจังหวัดสมุทรปราการ เราก็ได้ดําเนินการด้วยความร่วมมือ ของพลเมืองดีที่ชี้เบาะแสจับกุมคนร้ายที่เป็นคนขับรถมอเตอร์ไซค์ที่เอาระเบิดไปขว้างที่ ธนาคารกรุงเทพสาขาย่อยสีลมได้ ขณะนี้จับกุมตัวดําเนินคดีอยู่ กรณีที่มีการก่อเหตุร้าย หลังจากนั้น ๗ ครั้ง ทั้งเอาเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม ๗๙ ยิงใส่กองรักษาการณ์ กรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ ทั้งที่ไปยิงบ้านพักของประชาชนในซอยลาดพร้าว ๒๕ ทั้งที่เอาขวดบรรจุ นํ้ามันจุดไฟขว้างใส่รถถังที่หน่วยกองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ ทั้งที่เอาจรวดอาร์พีจี ไปยิงใส่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม การปาระเบิดใส่อาคารสํานักงาน ป.ป.ช. แห่งใหม่ ที่จังหวัดนนทบุรี การเอาระเบิดไปวางไว้ที่บริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า การขว้างระเบิดใส่ สํานักงานแขวงการทางธนบุรี รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ๒ แห่งเป็น ๙ เหตุการณ์ ด้วยกัน ในจํานวนเหตุการณ์ทั้งหมดนี้รัฐบาลได้กําชับให้เจ้าหน้าที่ตํารวจได้พยายามที่จะ ติดตามนําตัวผู้ก่อคดี ผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ แล้วการดําเนินคดีก็มี ความคืบหน้า กรณีที่ใช้ขวดบรรจุนํ้ามันจุดไฟขว้างใส่รถถังจนเป็นเหตุลุกไหม้แล้วก็จับกุมตัว ได้ดําเนินคดีไปแล้ว นั่นเป็นรายที่ ๒ รายที่ ๓ ก็คือเรื่องที่ใช้จรวดอาร์พีจียิงไปที่กระทรวง กลาโหม เดี๋ยวนี้ก็รู้ตัวคนร้ายเรียบร้อยแล้ว ออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว กําลังดําเนินการ ที่จะเตรียมการเอาตัวมาลงโทษให้ได้ ขอกราบเรียนท่านสมาชิกในรอบแรกเพียงแค่นี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญผู้ถาม

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับคําตอบซึ่งก็เข้าใจว่าจะทําให้พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ในขณะนี้ได้คลาย ความกังวลได้ในระดับหนึ่ง ตามข้อมูลที่มีการขว้างระเบิดประมาณ ๙ ครั้ง ก็มีการจับกุม ไปแล้วอย่างน้อยก็ ๓ ครั้งด้วยกัน เป็นอย่างน้อยนะครับซึ่งส่วนที่เหลือผมคิดว่าคงไม่เกิน ความสามารถของรัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เวลามีการพูดถึง การบริหารราชการของประเทศ ประชาชนส่วนหนึ่งก็จะเข้าใจว่าประเทศปกครองด้วยรัฐบาล แต่ว่าความจริงแล้วในระบอบประชาธิปไตยก็ไม่ได้เชื่ออย่างนั้นหรอกครับ ประเทศ ปกครองด้วยกฎหมาย ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าประเทศปกครองด้วยกฎหมาย ก็กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่ารัฐบาลต้องเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัดแล้วก็ตรงไปตรงมา ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก ด้วยวิธีการเหล่านี้รัฐบาลก็สามารถ ที่จะบริหารราชการไปได้ รัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ผมคิดว่าประชาชน ก็ต้องการเห็นรัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีที่มีการประชุมสภาผู้แทน ราษฎร เมื่อวานนี้แล้วก็ในวันนี้ กรณีมีการนําหน่วยกําลังจากกองทัพ โดยเฉพาะทหารเข้ามา อารักขาความปลอดภัยในรัฐสภาแห่งนี้ เมื่อวานนี้ผมก็เข้าประชุมสภาตามปกติ แล้วผม ก็เดินเข้ามาครับ เมื่อคืนถ้าท่านประธานได้ติดตามนะครับ มีสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งเขาไป สัมภาษณ์พี่น้องประชาชนที่ผ่านมาบริเวณรัฐสภา อย่างน้อย ๓ กลุ่มอาชีพด้วยกันที่เขา ให้สัมภาษณ์เมื่อคืน มีคนคนหนึ่งก็เป็นแม่ค้าขายไก่ย่าง ส้มตําสามารถที่จะเข็นรถไก่ย่าง ส้มตําเข้ามาขาย ในบริเวณถนนรอบ ๆ รัฐสภาได้ มีแท็กซี่ครับ เมื่อวานสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งเขาไป สัมภาษณ์แท็กซี่ รถแท็กซี่ก็สามารถที่จะเข้ามาส่งผู้โดยสาร เข้ามาส่งสมาชิกที่รัฐสภาได้ มีการให้สัมภาษณ์คนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็สามารถที่จะขับผ่านเข้ามาบริเวณนี้ได้ ที่ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ผมก็เป็นคนเดินเข้ามาในสภาแห่งนี้ ไม่ได้มีความวิตกกังวล อย่างไรหรอกครับ ผมคิดว่ามาตรการเหล่านี้เป็ นมาตรการที่เป็นการป้ องปรามไม่ให้มี เหตุร้ายเกิดขึ้น โดยเฉพาะป้ องกันประชาชนไม่ให้ได้รับอันตรายครับ ท่านประธานคงจะ เห็นเช่นเดียวกับกระผมนะครับ ปีที่แล้วมีการประชุมอย่างนี้ครับ แต่ว่ารัฐบาลในขณะนั้น ไม่มีมาตรการในการป้ องกัน จริงอยู่สภาผู้แทนราษฎรสมาชิกส่วนหนึ่งสามารถออกไปได้ แต่พี่น้องประชาชนที่ชุมนุมอยู่นอกรัฐสภาในวันนั้นเสียชีวิตครับ วันนี้ไม่มีการบาดเจ็บ ไม่มีการล้มตาย และไม่มีการเสียชีวิต ผมไม่สบายใจครับ เมื่อวานผมพูดไปครั้งหนึ่งแล้ว มีสมาชิกรัฐสภาของเราบางท่าน บางตําแหน่ง โดยเฉพาะท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปกล่าวปราศรัยบนเวทีโจมตีรัฐบาล โจมตีท่านนายกรัฐมนตรีมากมาย ผมเรียน ท่านประธานว่า ผมก็เป็นคนที่อภิปรายอดีตนายกรัฐมนตรีคนก่อน ๆ ค่อนข้างเยอะนะครับ แต่ผมไม่เคยใช้สรรพนามอย่างที่ท่านรองประธานสภาพูดกับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมพูดถึงท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมใช้คําว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทุกครั้ง ไม่เคยขึ้นมึงขึ้นกูอย่างนี้สักครั้งหนึ่งนะครับ เราให้เกียรติกันโดยสถานะ สิ่งที่สมาชิกรัฐสภา สิ่งที่ พันเอก อภิวันท์กระทําไปนั้นผมคิดว่าเป็นมารยาทที่ใช้ไม่ได้ครับ เมื่อวานผมพูด ครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ถ้าท่านจะใช้สิทธิก็ลงมาใช้สิทธินะครับ เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตอบไปพอสมควร เพื่อนสมาชิกไม่สบายใจในมาตรการ ผมก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ในกรณีการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร กรณี ที่มีกองกําลังทหารเข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณอาคารรัฐสภาในขณะนี้ มาตรการเหล่านี้เป็นความกังวลของสมาชิกจากฝ่ายค้านด้วยประการหนึ่งว่า มาตรการ เหล่านี้รัฐบาลจะตรึงกําลังกองทหารอยู่อีกสักนานเท่าไรถึงจะถอนกําลังเหล่านั้นไป มีมาตรการอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรองนายกรัฐมนตรีตอบ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนตอบท่านสมาชิกนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เรื่องการใช้ กําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร เข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยก่อนที่จะเข้ามาสู่สภานะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกอีกครั้งหนึ่งครับว่า การที่ทางศูนย์อํานวยการ รักษาความสงบเรียบร้อย ศอ.รส. ได้ส่งกําลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเพื่อให้ท่านสมาชิก ทั้งหลายสามารถเข้าประชุมทําหน้าที่ของท่านได้โดยปลอดภัยนั้น เพราะว่าท่านประธาน รัฐสภาได้มีความห่วงใยต่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ท่านได้ขอให้รัฐบาลหามาตรการ ในการคุ้มครองป้ องกันรัฐสภาไม่ให้มีการปิดล้อมรัฐสภาในวันที่สมาชิกทั้งหลายจะต้องมา ทําหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ แล้วก็กําชับให้รัฐบาลได้ดูแลคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของสภา สมาชิกรัฐสภา ให้สามารถเดินทางเข้าออกได้โดยปลอดภัย ท่านประธานรัฐสภา หรือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรของเราท่านมีประสบการณ์ ท่านได้เห็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่สภานี่หลายครั้งหลายหน แล้วท่านรู้สึกสลดใจที่บางครั้งได้มีเหตุการณ์ที่รุนแรง ขึ้นเพราะเหตุแห่งการปิดล้อม และมีการเปิดทางที่จะให้สมาชิกได้เข้ามาทําหน้าที่ แล้วทํา ให้พี่น้องประชาชนบาดเจ็บถึงขนาดล้มตายก็มี ผมได้รับบัญชาจากท่านประธานรัฐสภาก็ไปประชุมปรึกษาหารือกันครับ เมื่อทบทวนแล้ว ก็เห็นว่าแม้บางครั้งการปิดล้อมอาคารรัฐสภานั้นจะไม่ถึงขั้นที่มีคนบาดเจ็บล้มตาย แต่ว่า มีลักษณะที่เป็นการคุกคามต่อการที่จะเข้าทําหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาอย่างชัดเจน เหตุการณ์วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับการเลือกตั้งโดยสภาแห่งนี้ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ผลการเลือกตั้งในสภาแห่งนี้ผิดความคาดหมายของคนที่ชุมนุม ล้อมสภาอยู่ พอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราเดินทางกลับออกจากสภาก็ถูกประทุษร้าย ขว้างรถยนต์ ทําร้ายร่างกาย ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ในวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเข้ามาแถลงนโยบายซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลจะต้องแถลง นโยบายต่อรัฐสภาก่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ก็มีการปิดล้อมคุกคามจนสมาชิก รัฐสภาไม่สามารถที่จะเข้ามาทําหน้าที่ได้ ท่านประธานรัฐสภาต้องตัดสินใจย้ายไปประชุม ที่กระทรวงการต่างประเทศจึงทําให้ภารกิจนั้นสําเร็จลุล่วงไปได้ เหตุการณ์ที่เป็นตัวอย่าง อย่างนี้เราจึงได้เอามาเป็นตัวกําหนดในการวางมาตรการป้ องกันคราวนี้ ท่านทั้งหลาย จะเห็นชัดว่ากําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ไม่ได้ล่วงลํ้าเข้ามาในบริเวณที่ทําการรัฐสภาเลย ไม่ได้เข้ามาในรั้วรัฐสภาเลยครับ แต่ที่ดําเนินการนั้นก็คือได้ออกประกาศห้ามไม่ให้บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อความสงบ หรือเป็นอันตรายต่อ พี่น้องเจ้าหน้าที่สภาหรือสมาชิกรัฐสภาเข้ามาในบริเวณรัฐสภา ออกประกาศห้ามไม่ให้ คนเหล่านั้นเดินทางผ่านถนนที่จะมุ่งมาสู่สภาในรัศมีที่เราเห็นกันอยู่แล้ว แล้วตั้งด่านสกัด ไม่ให้คนเหล่านั้นเข้ามาก่อเหตุได้ ส่วนเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรทั้งหลาย เจ้าหน้าที่ รัฐสภาทั้งหลาย ก็สามารถเดินทางเข้าออกได้โดยสะดวกไม่เป็นอุปสรรคอะไรทั้งสิ้น เมื่อวานนี้ในการประชุมเราก็เห็นว่ามีสมาชิกมาประชุมครบองค์ประชุม แม้สมาชิกฝ่ายค้าน ก็ได้เข้ามาประชุมหลายคนก็ได้อภิปรายในสภานี้ด้วยก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว สิ่งที่ได้ ดําเนินการไปนี้ก็รู้สึกสบายใจที่ไม่มีการปิดล้อมทั้ง ๆ ที่ได้มีการประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางมาประชุมสภาเมื่อไรก็จะล้อมสภาแห่งนี้ จะดําเนินการกับ ท่านนายกรัฐมนตรี เราก็ป้ องกันไว้ได้ วันนี้เมื่อท่านสมาชิกถามว่าจะต้องกําหนดมาตรการ อย่างนี้ไว้นานเท่าไร ผมกราบเรียนครับเราพิจารณาทบทวนเหตุการณ์ตามสถานการณ์จริง ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การที่ได้ใช้กําลังเข้ามาดูแลรักษาความสงบเพื่อให้ท่านสมาชิก ทั้งหลายได้ทําหน้าที่ในทางนิติบัญญัติได้โดยสมบูรณ์นั้น เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเหล่านี้เราก็ ถอนกําลังกลับ ผมกราบเรียนว่า วันนี้พอประชุมสภาเสร็จเรียบร้อยเราก็ถอนกําลังกลับ รื้อเครื่องกีดขวางกลับเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้เส้นทางจราจรได้ตามปกติ แต่ก็จะต้อง คํานึงถึงมาตรการที่จะพยายามป้ องกันไม่ให้มีการปิดล้อมรัฐสภาอยู่ เผื่อการประชุม ในสัปดาห์ต่อไปและครั้งต่อไป ผมเรียนครับว่าอาจจะมีพี่น้องเพื่อนสมาชิกบางท่านที่รู้สึก ไม่สบายใจบ้าง แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าการที่ท่านสมาชิกรัฐสภาจะต้องขับรถผ่านด่านที่มี เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ผู้รักษากฎหมาย ยืนทําหน้าที่อยู่กับการที่จะต้องเดินฝ่าฝูงผู้ชุมนุม คงจะมีความรู้สึกอบอุ่นใจที่ต่างกันเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ท่านทั้งหลายได้ทําหน้าที่ของท่านโดยสมบูรณ์แล้วเราก็เลิกการที่จะ มาดูแลรักษาความสงบแห่งนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามสดที่ ๑

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๒ ส. เรื่อง การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทั่วประเทศ (นายศุภชัย ศรีหล้า เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นผู้ตอบ เชิญเจ้าของกระทู้ถามสด

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ตั้งกระทู้ถามสดกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ท่านนายกรัฐมนตรี จะมอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีคือท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ มาชี้แจงต่อ สภาผู้แทนราษฎร ผมเห็นว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้ที่รับผิดชอบเรื่องสําคัญ นั่นคือ เรื่องการทํางานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาภัย แล้งที่พวกเรากําลังประสบอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การบริหารราชการแผ่นดิน โดยท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นความหวังของชาติ เป็นความหวังของ พี่น้องประชาชนจริง ๆ ความหวังของท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งพี่น้องประชาชนคาดหวังนั้น มีควบคู่ไปกับภาระที่ทางรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีปัญหาในการทํางานอยู่หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ในขณะที่ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจรัฐบาลสามารถฟันฝ่าไปได้ ในระดับหนึ่ง เราผ่านการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ วันนี้จะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นพุ่งขึ้น นั่นแสดงว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลมาก เป็นพิเศษ ในขณะเดียวกันสินค้าเกษตรซึ่งเป็นผลิตผลที่ได้จากเกษตรกรก็มีราคาดีเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นข้าว เป็นมันสําปะหลัง หรือยางพารา ทางด้านสังคม ท่านประธานที่เคารพ สวัสดิการสังคมได้รับการแก้ไขปัญหามากพอสมควร ขออนุญาต ยกตัวอย่างกรณีเรื่องของ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นั่นเป็นสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว สวัสดิการสังคม ผ่านอาสาสมัครคือ อสม. ก็ได้รับค่าตอบแทนเช่นกัน ในขณะเดียวกันเรื่องของการเรียนฟรี ซึ่งเป็นการเรียนฟรีจริง พี่น้องประชาชนก็ได้รับสวัสดิการนี้เช่นกัน นั่นเท่ากับว่าเป็นการยกระดับพื้นฐานการศึกษา ให้กับคนทั้งประเทศไปในคราวเดียวกันด้วย ขออนุญาตท่านประธานได้พูดถึงเรื่องของ การรักษาพยาบาลควบคู่กันไปด้วย จากเดิมที่ต้องจ่าย ๓๐ บาท วันนี้เรารักษาพยาบาลฟรี สวัสดิการสังคมได้รับการแก้ไขไป ในขณะเดียวกันเรื่องปัญหายาเสพติด วันนี้ต้องชม รัฐบาลที่สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ๆ ได้เป็นข่าวแทบจะทุกวัน ซึ่งเป็นผลงาน อีกอย่างหนึ่งของทางรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ในทางการเมืองแม้จะมีความคิดเห็น ที่แตกต่างกัน มีความแตกแยกและดํารงอยู่ไม่ว่าจะดํารงอยู่อย่างไร การทํางานของ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลก็พยายามดําเนินการเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้น ภายในบ้านเมืองอย่างที่สุด ท่านประธานครับ ทุบแก้วนั้นง่ายครับ แต่การที่จะนําแก้ว มาปะติดปะต่อกันให้สามารถใช้ได้แม้จะไม่ดั่งเดิมเป็นเรื่องยาก ก็ต้องให้กําลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านผู้ชี้แจงคือท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ขออนุญาต เอ่ยนาม ณ ที่นี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ การทุ่มเทของรัฐบาลเพื่อการแก้ไขปัญหา ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาทางด้านการเมือง วันนี้ปรากฏข่าวทาง สื่อต่าง ๆ ค่อนข้างมาก ในขณะที่ทุ่มเทเรื่องการแก้ไขปัญหาของผู้ชุมนุมซึ่งเป็นการแก้ไข ทางด้านการเมือง ผมก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงว่า ขอให้ทาง รัฐบาลได้ทุ่มเทไปเพื่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนควบคู่กันไปด้วย ผมจึง ขออนุญาตยกตัวอย่างกรณีภัยแล้งซึ่งเป็นภัยสําคัญของพี่น้องประชาชนอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมติดตามข่าวทั่วทั้งโลกวันนี้ประสบปัญหาภัยแล้งใกล้เคียง กับเรา แต่ภาพข่าวที่ปรากฏผ่านสื่อต่าง ๆ ผมเห็นภาพข่าวการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของ สาธารณรัฐประชาชนจีนเห็นแล้วชื่นใจ ปรากฏภาพค่อนข้างชัดเจนว่าแก้ไขปัญหา ทันท่วงที ภาพที่ปรากฏผ่านสื่อต่าง ๆ ท่านประธานครับ รถแบคโฮ (Backhoe) ขุดลอก หนองนํ้าแล้วนํ้าไหลให้เห็นในทันที ในขณะที่การทํางานของเราการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง วันนี้ยังไม่ปรากฏผลเป็นรูปธรรมค่อนข้างชัดเจนเท่าใดนัก ผมอยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านผู้ชี้แจงว่า ความมั่นคงของประเทศเป็นภาระของคนไทย ทั้งประเทศ ความมั่นคงทางด้านพลังงานก็เป็นอีกด้านหนึ่ง แต่ความมั่นคงเรื่องของ ทรัพยากรนํ้ามีความสําคัญยิ่งนะครับท่านประธาน ต่อไปจะเป็นวิกฤติของทั้งโลก ถ้าเป็นวิกฤติของทั้งโลกเรื่องของทรัพยากรนํ้า ท่านประธานครับ มีภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๓ ภาคส่วน ทรัพยากรนํ้าเป็นปัจจัยสําคัญในการสร้างงาน ในภาคอุตสาหกรรม ทรัพยากรนํ้าเราใช้ในการอุปโภคบริโภค ในขณะเดียวกันทรัพยากรนํ้า เราก็ใช้เพื่อการเกษตร ในขณะที่เราใช้เพื่อการเกษตรวันนี้ผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาล มีข้อมูลพื้นฐานที่เป็นการจัดระดับความรุนแรงของปัญหาภัยแล้งในแต่ละพื้นที่อย่างไร ยํ้านะครับท่านประธาน การจัดปัญหาระดับความสําคัญหรือระดับความรุนแรงของ ปัญหาภัยแล้งในเชิงพื้นที่รัฐบาลได้กําหนดอย่างไร หรือไม่ ถ้าเผื่อว่ารัฐบาลไม่ได้กําหนด ระดับความสําคัญของปัญหา การแก้ปัญหาวันนี้แก้ได้ยากมาก ในขณะที่แก้ปัญหาได้ยาก ผมก็อยากจะขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ในการแก้ปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ผมขออนุญาตให้ข้อเสนอแนะสั้น ๆ ว่าภัยแล้งเป็นคําพูด ในเชิงปัญหา แต่ถ้าเผื่อว่าเราจะกําหนดตัวบ่งชี้หรือคําพูดเพื่อบ่งชี้ผลการทํางาน ของรัฐบาล อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ขออนุญาตให้ท่านได้กําหนดคําว่า พื้นที่เคยแล้ง ควบคู่กันไปด้วย ระหว่างภัยแล้ง กับเคยแล้งนะครับท่านประธาน ถ้าเผื่อเรากําหนดพื้นที่ภัยแล้งและพื้นที่เคยแล้ง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การทํางานของรัฐบาลจะทําให้ผลการทํางานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมจึงขออนุญาตตั้งคําถามคําถามแรกผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงว่า วันนี้รัฐบาล ทํางานมาแล้วเป็นระยะเวลา ๑ ปี ผ่านการจัดสรรงบประมาณมาแล้ว ๑ ครั้ง ในขณะที่ ผ่านการทํางานมาแล้ว ๑ ปี พื้นที่ที่เคยประสบปัญหาภัยแล้งปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นผลงาน ของรัฐบาลมีจํานวนเท่าไร ทําแล้วสําเร็จเป็ นเชิงพื้นที่เคยแล้งจํานวนเท่าใด และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ต่อเนื่องถึง พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งผมมีความมั่นใจว่ารัฐบาล จะสามารถอยู่และดําเนินการแก้ไขปั ญหาภัยแล้งให้กับพี่น้องประชาชนได้ ท่านจะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไรว่าพื้นที่เคยแล้งจะมีเพิ่มมากขึ้น เป็นลําดับ นี่คือคําถามแรกที่ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนเชิญ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ตอบ

พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของ ท่านศุภชัย ศรีหล้า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ในคําถามในเรื่อง ของภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ คําถามแรกที่ท่านได้ถามให้ผมตอบก็คือ การแก้ไขปัญหา ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้และที่เกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา กําหนดพื้นที่ภัยแล้ง ในการแก้ไขปัญหาเรื่องความเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดภัยแล้งของประเทศไทย ผมกราบเรียนคุณศุภชัยว่าภัยแล้งที่เกิดขึ้นมีทุกปี เป็นปัญหาสลับกับนํ้าท่วม ปัญหานี้ก็เกิดขึ้นทุกปี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้ผมเป็นประธานในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งรวมทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยการแก้ไข ปัญหาภัยแล้งนั้นจะแยกเป็ นกระทรวงต่าง ๆ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะแก้ปัญหาภัยแล้งเรื่องการเพาะปลูก กระทรวงมหาดไทยเรื่องนํ้าอุปโภคบริโภค แล้วก็ ขุดลอกคลอง บึงต่าง ๆ ในขนาดเล็ก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย ป่าไม้ การตัดไม้ทําลายป่า การปลูกป่า ซ่อมแซมขึ้นมา เพื่อให้ทุกส่วนทุกกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมเมื่อได้รับมอบหมายก็ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ชุดที่ ๑ ก็คือ อนุกรรมการที่จะดูว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ได้รายงานเข้ามาแล้วมีพื้นที่เสียหาย เท่าไร จะต้องใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหานี้เท่าไร แล้วก็เป็นคณะอนุกรรมการซึ่งผม ได้มอบหมายให้ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณเป็นผู้รับผิดชอบ อีกอนุกรรมการหนึ่งก็คือ อนุกรรมการของสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหัวหน้าผู้ตรวจเป็นประธานกรรมการ รวบรวม ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ แล้วก็พิจารณาความเหมาะสม ความถูกต้อง ว่าจะต้องกําหนดในการช่วยเหลืออย่างไร ทั้ง ๒ อนุกรรมการนี้ก็จะพิจารณาเป็นขั้นตอน แล้วก็รายงานให้ผมทราบ ผมก็จะมีคณะกรรมการซึ่งจะจัดสรรงบประมาณไปช่วยเหลือ ปัญหาภัยแล้ง ไม่ว่าจะเป็นนํ้าอุปโภคบริโภค นํ้าที่ใช้ในการเกษตรทั้งหมด ขอกราบเรียน คุณศุภชัยกับเพื่อนสมาชิกว่าปัญหานี้ก็เกิดขึ้นทุกปี เดี๋ยวฝนตกหนักก็เตรียมเรื่องนํ้าท่วม อีกแล้ว ปัญหาทั้งหมดนี่ก็เกิดจากว่าเราไม่สามารถจะมีแหล่งเก็บนํ้าในฤดูฝนไว้ได้ แหล่งที่จะบรรเทา เช่นสร้างเขื่อนเดี๋ยวนี้ก็สร้างไม่ได้ แม่นํ้ายมทั้งแม่นํ้าแห้งขอดหมดแล้ว ขณะนี้แม่นํ้าโขงก็แห้ง แต่ว่าแม่นํ้าโขงก็เริ่มจะมีนํ้าปล่อยมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็ยังพอจะมีบ้าง ในส่วนต่าง ๆ ของจังหวัดนี่ผมเรียนว่าปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ปีที่แล้วเป็นจํานวนมาก ในปีนี้ที่เกิดขึ้นแล้วผมขอเรียนให้ท่านสมาชิกได้รับทราบนะครับ ว่าที่ประสบภัยแล้งมีจํานวน ๕๒ จังหวัด แล้วก็ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งไปแล้ว จํานวนไร่นั้นผมขออนุญาตเดี๋ยวจะตอบให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ในขณะนี้สํานักนายกรัฐมนตรีก็ให้ผู้ตรวจราชการออกไปทุกจังหวัด มีรับผิดชอบทุกจังหวัด ออกไปตรวจว่าจังหวัดไหนบ้างที่ประสบภัยแล้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ดําเนินการ ในเรื่องของนํ้าเพื่อการเกษตร เช่นนํ้าในเขื่อนต่าง ๆ ก็ลดลงมาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ขอร้องพี่น้องที่อยู่ในเขตชลประทานว่านาปรังครั้งที่ ๒ ขออย่าได้ทํา ขอให้ใช้พืชไร่ที่ใช้ นํ้าน้อยในการเพาะปลูกแทนนาปรังครั้งที่ ๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ดําเนินการ ไปแล้ว ในส่วนซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ได้เอานํ้าอุปโภคบริโภคไปแจกจ่าย ผมเรียนอย่างนี้ ในจํานวนความเสียหายทั้งหมดขณะนี้ก็กําลังรวบรวมอยู่ ยังไม่สามารถที่จะตอบว่า เสียหายไปมากน้อยเท่าไร แต่ว่าเรียนท่านศุภชัยว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้เจ้าหน้าที่ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้แก้ไข สําหรับจังหวัดนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดมีงบแก้ไขปัญหา เร่งด่วนอยู่แล้ว ๕๐ ล้านบาท ในเรื่องนํ้าอุปโภคบริโภคกระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งการไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีระดับจังหวัด เกษตรจังหวัดเป็นผู้อํานวยการในการแก้ไข และสํารวจพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศเช่นเดียวกัน สําหรับจังหวัดอุบลราชธานีขณะนี้ กรมป้ องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้าไปดําเนินการในจํานวน ๒๕ อําเภอ ๒๑๓ ตําบล ๒,๕๗๙ หมู่บ้าน ได้ไปช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยในเรื่องของนํ้าอุปโภคบริโภค จํานวน ๒๒๗,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ประชาชนที่เดือดร้อน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน ได้ส่งรถนํ้า ๒๖ คัน เข้าไปช่วยเหลือ เครื่องบิน ๒ ลําที่จะไปทําฝนหลวง แล้วก็ตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคมที่ผ่านมานี้ ได้ดําเนินการแล้ว ภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศขณะนี้ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทั้งหลายได้เข้าไปดูแล ที่รับผิดชอบ ผมขอเรียนติดไว้ว่าเดี๋ยวผมจะค้นว่าจํานวนเท่าไรที่ปี ๒๕๕๒ แล้วก็ปี ๒๕๕๓ ได้เกิดภัยแล้งขึ้นมาจํานวนกี่ไร่ เดี๋ยวก็จะได้เรียนให้ท่านศุภชัยได้รับทราบในตอนหลังครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม ถามได้

พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี

ผมมีท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ ซึ่งรับผิดชอบจะต้องช่วยตอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านไปราชการ ก็เรียนให้ทราบเบื้องต้นเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตอบครับ

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ทําหน้าที่เป็นประธาน คณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ แล้วก็เป็นประธานคณะกรรมการดูแลการแก้ไข ปัญหาความแห้งแล้งในภาพรวมทั้งหมด ท่านก็มีการประชุมหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ได้มอบหมายให้ผมในฐานะรองประธาน คณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติเป็นประธานอนุกรรมการป้ องกันแก้ไขปัญหาเรื่องนํ้า ตอนแรกบอกนํ้าท่วม พอตอนหลังบอกนํ้าแล้ง ก็เลยตัดคําว่า นํ้าท่วม นํ้าแล้ง ออกไป กลายเป็นนํ้าอย่างเดียว เพราะว่าเราต้องดูทุกฤดูกาล ท่านได้สั่งการให้ผมประชุม ทุกวันจันทร์ตอนเที่ยง เราก็มีการประชุมหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็อยากเรียนท่านศุภชัยว่า การทํางานของเรานั้นทุกเที่ยงเราจะเข้ามาพูดคุยกัน หน่วยงาน ต่าง ๆ จะรายงานถึงปริมาณนํ้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าผมจําไม่ผิดปี ๒๕๕๒ ในขณะเดียวกัน ช่วงนี้มีจังหวัดที่ประสบภัยแล้งประมาณ ๓๙ จังหวัด แล้วก็ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๕๓ จังหวัด อาจจะมีการเพิ่มจากนี้ขึ้นไปอีกด้วย และจํานวนหมู่บ้านนั้นเมื่อ ๒ อาทิตย์ก่อนประมาณ ๑๙,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านทั่วประเทศ ในขณะนี้อาจจะเพิ่มมากขึ้นกว่านั้น เพราะว่าปัญหา ภัยแล้งกระจายไปทั่ว ปัญหาที่เกิดขึ้นมีอยู่ ๒-๓ เรื่องด้วยกัน

ปัญหาในเรื่องของการตัดไม้ทําลายป่าที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่นได้พูดถึง และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดูแลในเรื่องนี้

ปัญหาที่ ๒ ปัญหาเรื่องของนํ้าฝนซึ่งตกน้อยกว่า ค่าเฉลี่ยน้อยกว่าในรอบ ๓๐ ปี ในเกือบทุกพื้นที่เลย ในเมืองจีนเองปริมาณนํ้าฝนเฉลี่ยตํ่ากว่าปกติถึง ๑๐๐ ปี ในช่วง ๑๐๐ ปีไม่เคยมีตํ่ากว่านี้ เพราะฉะนั้นกระบวนการในการแก้ไขปัญหาผมอยากจะ เรียนว่า นอกเหนือจากที่ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีสนั่นได้พูดถึงว่ากระทรวงมหาดไทย ออกไปแจกนํ้า ไปช่วยเหลือดูแลแก้ไขปัญหา ไปปรับปรุงระบบนํ้าประปา ซึ่งผมเอง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้าไปดูในเรื่องของการขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งร่วมกับกองทัพบก ร่วมกับทางการไฟฟ้ำส่วนภูมิภาค ร่วมกับ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการพี่น้องประชาชนแล้ว หน่วยงานทุกหน่วยงาน ของส่วนราชการท่านนายกรัฐมนตรีได้ยํ้า และท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่นท่านได้กําชับ อีกทีหนึ่งว่า ให้ทุกหน่วยงานได้เปิดเป็นศูนย์อํานวยการในการดูแลแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งของเราเองก็ได้มีการดําเนินการในส่วนนั้นไปแล้ว การเข้าไปช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน กรมป้ องกันและบรรเทาสาธารณภัยฝ่ายพลเรือน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีงบประมาณ ในส่วนของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในการแก้ไขปัญหาภาวะฉุกเฉินก็ได้ให้งบประมาณไป เป็นจํานวนมากในการขุดลอกฟื้นฟู ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณลงไปเป็นเงิน หลายหมื่นล้านบาทผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ในการขุดลอก แล้วก็ขุดสระขนาดเล็กเพื่อให้ การดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในช่วง ๓ ปี ตั้งงบประมาณไว้ ๒๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่ดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ก็คิดว่าจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนได้ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิดนี่นะครับ ในกระบวนการตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กําชับพวกเราอยู่ตลอดเวลา แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่นเอง ในฐานะกํากับ ดูแล แก้ไขปัญหาภัยแล้งก็ได้ผลักดันในเรื่องนี้ ในระยะยาวผมเรียนอย่างนี้ ว่า พวกเรามีปัญหาที่แม่นํ้ายมมีปัญหาไม่สามารถจะบริหารจัดการนํ้า เก็บกักนํ้าได้ ก็เป็นปัญหาหนึ่ง แม่นํ้าโขงซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานีของท่านเองก็อยู่ติด ลํานํ้าโขง ที่โขงเจียมปริมาณนํ้าไม่เคยตํ่ากว่านี้เลยแต่ปรากฏว่าตํ่ากว่า แต่ว่าระดับนํ้า ที่โขงเจียมยังสูงกว่า เพราะว่ายังมีนํ้าที่ไหลจากแม่นํ้าสาขาเข้ามาช่วย แต่ทางตอนเหนือ ปริมาณนํ้าค่อนข้างตํ่า ก็อยากจะเรียนว่าที่ผ่านมาทางประเทศจีนเองได้ให้ข้อมูลกับเรา ในเรื่องของนํ้าท่วมมาตลอด หลังจากที่มีการเจรจากันผ่านคณะกรรมาธิการแม่นํ้าโขง หรือเอ็มอาร์ซี (MRC) ในคราวนี้ปัญหาภาวะภัยแล้งหลายคนก็บอกว่า ทําไมมีปัญหา เพราะว่ามีการสร้างเขื่อนหรือเปล่า อย่างไร ทําไมไม่ให้ข้อมูลกับเรา เมื่อวันจันทร์นี้ ทางเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทยได้ทําเรื่องแจ้งไปที่ สํานักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่นํ้าโขงแห่งชาติไทยบอกว่า กระทรวงทรัพยากรนํ้า ของประเทศจีนยินดีที่จะเข้ามาช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและผลกระทบที่เกิดขึ้น จากภัยแล้งในลุ่มนํ้าโขงตอนล่าง ทางประเทศจีนไม่เคยให้ข้อมูลในช่วงฤดูแล้งเลยนะครับ ให้ข้อมูลในช่วงฤดูนํ้าป้ องกันปัญหานํ้าท่วมให้มาตลอดเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ ๑๕ ปี ของการจัดตั้งคณะกรรมาธิการลุ่มนํ้าโขงไม่เคยมี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หู จิงเหว่ย ขณะเยี่ยมคารวะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้นําเรื่องนี้ขึ้นพูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศจีนบอกว่า เรามีความเป็นห่วง เราอยากให้ประเทศจีนได้เข้ามาดูแล ช่วยเหลือ สนับสนุน กระบวนการในการแก้ไขปัญหา ปรากฏว่าหลังจากที่ได้คุยกันไปเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม รัฐบาลจีนได้ตอบมาแล้วบอกว่า ยินดีที่จะให้ข้อมูลเพื่อลดผลกระทบและป้ องกัน แก้ไขปัญหาภัยแล้งในช่วงนี้ โดยจะให้ข้อมูลจากจุดวัดนํ้าที่จิ่งหง แล้วก็แมนนาน ๒ จุด ซึ่งเป็นจุดใหญ่ แล้วก็จะให้ข้อมูลเป็นประจํา รายงานเป็นรายอาทิตย์ ซึ่งจะมีการตรวจวัด ตอนเช้า เวลาแปดโมงเช้าทั้งระดับนํ้า ปริมาณนํ้า การไหลของนํ้า ปริมาณนํ้าฝน ในแต่ละวัน ในช่วงวันจันทร์ตอนเช้าเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา เขาจะส่งข้อมูลไปที่สํานักงานเลขาธิการ คณะกรรมาธิการแม่นํ้าโขงที่เวียงจันทน์ แล้วก็ที่เวียงจันทน์ก็จะกระจายข้อมูลไปยัง สมาชิกทั้ง ๔ ประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากนะครับ ๑๕ ปี แล้วก็ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุยหลังจากที่ คณะกรรมการร่วมโดยที่ท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมได้มอบหมายให้นําเรื่องนี้ไปหารือกับคณะกรรมการร่วมกันซึ่งประชุมที่หลวงพระบาง เมื่อวันที่ ๓ มีนาคมที่ผ่านมา แล้วก็ได้มีความเห็นร่วมกันว่าขอให้ทุกประเทศได้คุยกัน ในระดับทวิภาคีกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย นอกจากระดับการประชุม ระดับมัลติแลทเทอรัล (Multilateral) พหุภาคีร่วมกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นก้าวสําคัญ ก้าวแรก ต้องขอบคุณรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ขอข้อมูลตรงนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะไม่ทราบข้อมูลเลยว่า มันเกิดอะไรขึ้นอย่างไร ตรงนี้ก็จะทําให้เราเห็นภาพรวมมากขึ้น แต่ในที่สุดแล้วปัญหา ตรงนี้มันเป็นปัญหาแล้งซํ้าซากเป็นวิกฤติของชาติซึ่งเราต้องแก้ไขปัญหา ที่ท่านยก ประเด็นปัญหาขึ้นมานี้ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ตอนนี้พวกรัฐบาลไม่ได้อยู่นิ่งนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีให้พวกเราได้ดูทุกเรื่องเลยเรื่องจะแก้ไขปัญหาระยะสั้นเราทําอยู่แล้ว ทุกหน่วยงานเข้าไปดําเนินการ บางทีท่านอาจจะไม่ได้เห็นภาพข่าวทางโทรทัศน์ เพราะว่าภาพข่าวทางโทรทัศน์วันนี้ไปเรื่องของการเดินขบวน เรื่องของการเคลื่อนไหว ทางการเมืองมากกว่าเรื่องของการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแต่เราทําตลอดเวลา ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ แล้วก็ขอให้ท่านสบายใจได้ท่านมีปัญหาตรงไหน จังหวัดไหน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนนี่ขอให้ส่งข้อมูลเข้ามา ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่นก็ได้ ที่ผมก็ได้ แล้วผมจะประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการตามแนวนโยบายของรัฐบาลต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็หมดเวลาแล้ว เกินเวลา ไปเกือบ ๖ นาทีแล้ว เอานิดหน่อย ฝากก็แล้วกันครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เนื่องจากว่าเป็นปัญหาสําคัญ แล้วมีท่านรัฐมนตรีให้ความสําคัญมาชี้แจง อยู่ ๒ ท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือกําหนดเวลากระทู้ กระทู้ละ ๒๐ นาทีครับ เรารักษาเวลาไว้ดีที่สุดครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ได้ครับท่านประธาน ผมจะขออนุญาต สั้น ๆ ช่วงสุดท้ายครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ได้กรุณาชี้แจงทําให้พวกเรา มีความสบายใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่าน ทั้งสอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะรัฐบาลว่า ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งเนื่องจากว่า ประเทศไทยมีระบบการบริหารจัดการที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน มีหน่วยงานต่าง ๆ ค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างกระทรวงมหาดไทยมีถึง ๓ กรมเป็นอย่างน้อยที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้ องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงกรมการปกครองที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบอยู่ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มีทั้งกรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดินซึ่งทํางานด้านนี้ กระทรวงกลาโหม มีทั้งกองบัญชาการทหารพัฒนาและกองพัฒนาประจําภาคต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้ อมมีทั้งกรมทรัพยากรนํ้าและ กรมทรัพยากรนํ้าบาดาล สํานักนายกรัฐมนตรีก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ทําหน้าที่ รับผิดชอบดูแล ผมจึงอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังทั้ง ๒ ท่านและทาง รัฐบาลว่า ถ้าเผื่อว่าจะมีการบริหารจัดการไม่ให้เกิดความซํ้าซ้อนในการทํางาน และนําเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่าแต่ละพื้นที่หน่วยงานใดรับผิดชอบ ถ้ารับผิดชอบแล้ว นําผลการทํางานขึ้นป้ำยเลยครับบอกพื้นที่นี้เป็นพื้นที่เคยแล้ง และเป็นผลงานของท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เป็นผลงานของท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น เป็นผลงานของ ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ก็จะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน และขออนุญาตกราบเรียน สุดท้ายครับท่านประธาน ถ้าเผื่อว่ารัฐบาลทํางานเพื่อปกป้ องและแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน มั่นใจเถอะครับว่าในท้ายที่สุดประชาชนจะออกมาปกป้ องรัฐบาล ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องตอบครับ พอแล้วกระมังครับท่าน

พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ขอสักนิดหนึ่ง ผมตก ติดค้างเขาอยู่นะครับ ที่ท่านถามว่าปี ๒๕๕๒ เป็นอย่างไร ปี ๒๕๕๓ เป็นอย่างไรนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าโดยสรุปแล้วปี ๒๕๕๒ ภัยแล้งเกิดขึ้นใน ๔๙ จังหวัด แต่ว่ามาปีนี้ ๕๒ จังหวัดแล้วซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว ในส่วนของการช่วยเหลือผมก็กราบเรียนว่า จะทําเต็มที่นะครับ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมออกไปตรวจภัยแล้ง แล้วก็เอาเงินไปจ่ายผู้ที่ถูกเพลี้ยกระโดด นาข้าวที่ถูกเพลี้ยกระโดดด้วย ผมจะเริ่มดําเนินการออกไปเยี่ยมเยียนตรวจภัยแล้งในอาทิตย์หน้าเป็นต้นไปนะครับ ก็จะทําควบคู่กับการแก้ปัญหาของชาติไปด้วย การแก้ปัญหาให้เกษตรกรด้วย ไม่ใช่ว่ามาแก้ปัญหาเรื่องการเมืองอย่างเดียว สําคัญที่สุดก็คือจะต้องแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนในชนบทที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง จะได้เร่งทําฝนหลวง จะได้เร่ง ให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ออกไปดําเนินการ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ท่านได้เรียน ให้ทราบนะครับ กระทรวงเอาใจใส่และจะทําให้เต็มที่ ขอบพระคุณคุณศุภชัยมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป ๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๓ ส. เรื่อง การแก้ไขปัญหาหมอกควันที่ปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศ (นายสมบัติ ยะสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ตอบคือ ฯพณฯ สุวิทย์ คุณกิตติ เป็นผู้ตอบ เชิญเจ้าของกระทู้ถามสด

นายสมบัติ ยะสินธุ์ แม่ฮ่องสอน

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้มาฟังคําถามแล้วก็จะมาตอบปัญหาของกระผมในวันนี้นะครับ เนื่องด้วยสถานการณ์หมอกควันที่ปกคลุมจังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้วก็ภาคเหนือตอนบน ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน จังหวัดลําปาง จังหวัดเชียงราย แล้วก็ จังหวัดพะเยา ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นวิกฤติหมอกควันที่ทําให้มีฝุ่นละออง ขนาดเล็กมีปริมาณที่เกินมาตรฐาน ปัญหาต่าง ๆ ท่านรัฐมนตรีคงทราบดีว่าปัญหาของ หมอกควันมีเกิดจากหลายปัญหา เกิดจากไฟป่า ไฟป่าก็มีหลายสาเหตุครับท่านประธาน เกิดจากคนที่ไปล่าสัตว์ก็จุดไฟเผาป่าเพื่อที่จะไล่สัตว์ เพื่อที่จะไปถึงที่สัตว์ป่าที่มันหนีไฟ แล้วก็ดักยิงได้สะดวกนะครับ

ข้อที่ ๒ ก็คือค่านิยมการเผาป่าตรงที่ว่าเผาป่าตรงไหนเห็ดเผาะขึ้นตรงนั้น ก็เป็นค่านิยมที่ไม่ทราบว่าผิดหรือถูก ก็ให้ท่านรัฐมนตรีตอบว่าเป็นค่านิยมที่ถูกหรือว่าผิด

แล้วก็เผาป่าเพื่อบุกรุกเอาพื้นที่ เพราะเกษตรกรตอนนี้พืชผลเกษตรราคาดี ก็อยากได้เงินเยอะ ๆ ก็บุกรุกเอาพื้นที่นะครับ การบุกรุกเอาพื้นที่นี่ก็มีประชาชนหลายกลุ่ม เช่นว่ามีการทําไร่หมุนเวียนของประชาชนบนภูเขา เพราะว่า ๔-๕ ปีเขาก็จะวนมาปลูกที่หนึ่ง ก็ทําให้พืชที่มันปลูกหรือว่าพืชที่มันขึ้นอยู่เป็นจํานวนมาก เวลาจะเผานี่เขาก็เผาทีเดียว อันนี้เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ต้องฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ

การเผาที่ว่างคือที่ราบนี่ก็ยังมีการเผากันอยู่ ที่ว่างเปล่า ที่ของนายทุน ที่ยังไม่ได้ทําประโยชน์อะไรก็เผากัน การเผาของเกษตรกรพื้นราบก็ผสมไปด้วยนะครับ การเผาขยะอันนี้สาเหตุของการเกิดหมอกควันจนส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน เป็นอย่างมาก ไม่ว่าเด็ก ผู้สูงอายุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ ผมจะยกตัวอย่างผู้ป่วยที่มีผลกระทบของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยแยกเป็นรายกลุ่มของ เดือนมีนาคมนะครับ กลุ่มที่ ๑ โรคทางเดินหายใจ ๔,๓๖๔ ราย กลุ่มที่ ๒ โรคหัวใจ ระบบไหลเวียนของโลหิต ๑,๔๘๖ ราย กลุ่มที่ ๓ โรคตา ๓๐๐ รายกลุ่มที่ ๔ โรคผิวหนัง ๕๒๔ ราย รวมทั้งหมด ๖,๖๗๔ รายครับ นอกจากนี้สถานการณ์หมอกควันยังมีปัญหา เรื่องเกี่ยวกับทางจราจรทางบก ทางอากาศ รวมถึงทําลายบรรยากาศของการท่องเที่ยว ซึ่งทําให้มีผลกระทบกับการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ผมได้ทราบจากท่านรองประธาน คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬาคือท่านทศพร เทพบุตร ว่าปกติแล้วเขาจะมี การท่องเที่ยวของภาคเหนือช่วงนี้มีมาก แต่ช่วงนี้เขาแจ้งมาบอกว่ามีหมอกควัน นักท่องเที่ยวจะไม่ไปภาคเหนือ ปกติแล้วถ้ามีการชุมนุมที่กรุงเทพฯ แล้วคนก็จะหนีไป กลัวกรุงเทพฯ จะมีอันตรายก็หนีขึ้นเหนือกันครับ พอหนีขึ้นเหนือปุ๊ บขณะนี้ก็เกิดเหตุ หมอกควันนักท่องเที่ยวก็ไม่ไปแล้วครับ ทําให้การท่องเที่ยวเราเสียหายอย่างมาก จากปัญหาดังกล่าวผมอยากจะถามรัฐบาลว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควันนี้ อย่างไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตอบ

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่น ต้องขอบพระคุณท่านสมบัติ ยะสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่แล้วก็ให้ความสําคัญ ให้ความสนใจ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เมื่อครั้งที่แล้วก็สอบถามผม ในเรื่องที่ดินกับป่าไม้ เรื่องของนํ้า วันนี้เกิดปัญหาภาวะในเรื่องของหมอกควันไฟป่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ก็นําเอาเรื่องนี้ได้มาถามผมในสภา แล้วก็ในพูดคุยกันในเรื่อง ของแนวทางในการที่จะแก้ไขต่อไป ต้องขอบคุณในความตั้งใจความสนใจในการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วยนะครับ ผมอยากจะกราบเรียน อย่างนี้ครับท่านประธาน ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ท่านสมบัติ ยะสินธุ์ ได้ถามนั้นเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เพราะว่าในรอบ ๒๐ ปีตั้งแต่เราตั้งเครื่องวัดฝุ่นละออง เครื่องวัดอากาศ แล้วมีการตรวจวัดมาไม่เคยมีครั้งไหนที่ปริมาณฝุ่นขนาดเล็กที่เรียกว่า พีเอ็น เท็น (PN10) มีความเข้มข้นถึง ๕๐๐ กว่ามิลลิกรัม ใน ๕๐๐ กว่ามิลลิกรัมในล้านส่วน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ระดับมาตรฐานที่จริง ๆ แล้ว ๑๒๐ เท่านั้น นี่ขึ้นไปถึง ๕๐๐ กว่า โดยปกติ สูงสุดประมาณ ๓๐๐ ๔๐๐ นี้ก็แทบแย่อยู่แล้ว เรียกว่าหายใจแทบไม่ออก ๕๐๐ นี้ มีผลกระทบรุนแรงทั้งในด้านสุขอนามัย ปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ ปัญหาเรื่องของ การจราจรทั้งทางบก ทางอากาศ เพราะว่าทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนเองเราก็รู้ว่า ๑,๐๐๐ โค้ง กว่าจะไปถึงต้องวิ่งไปโดยสภาพที่เรามองไม่เห็นถนนหนทางนี่อันตรายถึงแก่ชีวิต ความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนเกิดแน่ แล้วพี่น้องประชาชนก็ต้องอาศัยการเดินทาง ทางบกด้วย ทางอากาศก็หยุดบินไปหลายวันเพราะไม่สามารถที่จะบินเข้าไปลงได้ ปัญหาตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาที่สําคัญที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยกรมควบคุมมลพิษได้เข้าไปดูแลมาตลอด ในปีที่ผ่านมาผมเองเข้ามา รับตําแหน่งในรัฐบาลนี้ก็ได้ลงไปรณรงค์ตั้งแต่แรกปรากฏว่าก็ดูแลได้ค่อนข้างดี ปีนี้เรา บอกว่าเพื่อป้ องกันไม่ให้มันรุนแรงกว่าเดิมเราก็เข้าไปก่อนล่วงหน้า ไปจัดการรณรงค์ เข้าไปปลุกจิตสํานึกเข้าไปแนะนําว่าให้แต่ละคนหยุดเผาในที่โล่งแจ้ง หยุดเผาขยะ หยุดเผาเศษไม้ ใบหญ้า หยุดเผาเศษผลิตผลทางด้านการเกษตร ตอซังข้าว ตอซังข้าวโพด ต่าง ๆ แล้วก็หยุดเผาป่าเพื่อล่าสัตว์ เพื่อเก็บเห็ด เพื่อเก็บผักหวาน เพื่อบุกรุกเอาที่ดิน ตอนนี้เราก็ดําเนินการโดยเด็ดขาด แต่ปรากฏว่าปีนี้แทนที่มันจะลดลงมันกลับเพิ่มขึ้น แต่ว่าพื้นที่ในประเทศไทยในเรื่องของการเผาป่า จากการรายงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปรากฏว่าลดลงไปกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ จํานวนการเกิดของไฟป่าลดลงไปเกือบ ๑,๐๐๐ ครั้ง แต่ว่าในขณะเดียวกัน ภาพรวมในทั้งหมดปรากฏว่าฮอตสปอต (Hotspot) หรือจุดความร้อนซึ่งเกิดจาก การเผาเพิ่มขึ้น ๒๐,๐๐๐ ครั้ง ในปีนี้เพิ่มขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และปรากฏบริเวณที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นบริเวณอยู่ติดกับเขตชายแดนทั้งฝั่งประเทศไทย และฝั่งประเทศเพื่อนบ้านของเราทั้ง ๒ ฝั่ง วันนี้เผอิญว่ากะทันหันไม่ได้เอาภาพมาให้ดูว่า เราจะเห็นหมอกควันนี้ครอบคลุมไปในฝั่งของทางสหภาพพม่า ทางฝั่งของประเทศลาว เข้ามาในประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้นเราก็พยายามดําเนินการในการที่จะขอความร่วมมือ อันแรกในประเทศก่อน ตอนนี้ทุกหน่วยงานระดมสรรพกําลังทั้งหมด ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง ๘ จังหวัดมีการประชุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมลงไปในพื้นที่ไปตรวจตราด้วยตนเอง แล้วก็สั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมารับฟังปัญหาแล้วก็พยายามจะเข้าไป ช่วยเหลือในเรื่องของการสนับสนุนกําลังคน งบประมาณต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหา แล้วก็ บอกว่าถ้าไม่เพียงพอให้ของบประมาณส่วนกลางมา ก็จะเข้าไปช่วยเหลือดูแลแก้ไข ปัญหาให้ แต่ว่าปัญหาของเราอย่างนี้ครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เจ้าหน้าที่ของผม มีน้อยมาก ความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เยอะนะครับ เยอะขึ้น มีการฉีดนํ้า เพื่อขจัดหมอกควันในเมือง ของเทศบาล ของ อบต. เข้ามาช่วยกัน แล้วก็ของผู้ว่าราชการ จังหวัด หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็เข้าไปดูแลกัน แต่ว่าปีนี้ผมเรียนเลยว่าเนื่องจากว่า ข้าวโพดนั้นเรามีโครงการประกันรายได้ของรัฐบาล พี่น้องเกษตรกรก็อยากขยายพื้นที่ การเพาะปลูกมากขึ้นก็เข้าไปบุกรุกตัดไม้ทําลายป่า ท่านนายกรัฐมนตรีกําชับแล้วบอกว่า ถ้าไปบุกรุกไปตัดไม้ทําลายป่าไม่ให้เข้าโครงการ ให้เฉพาะที่ไม่ไปบุกรุกตัดไม้ทําลายป่า ที่มีอยู่แล้ว พื้นที่ใหม่ไม่ได้ ตรงนี้เราไปตรวจสอบดูปรากฏว่ามีการเผาไปแล้วประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์จากการปรับพื้นที่เพื่อทําการเกษตร อีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เราบอกว่า ให้เข้าไปหยุดยั้ง อย่าให้เข้าไปดําเนินการ อย่าให้เข้าไปเผา แล้วก็ไปรณรงค์ในการช่วยเหลือ ดูแลพี่น้องประชาชนว่าต่อไปเศษขยะ เศษไม้ใบหญ้า ที่เผาในที่โล่งแจ้งจะมีเตาเผาขยะ ไหม เตาเผาขยะไร้ควันหรือว่าจะเอาไปทําเป็นไบโอแมส (Biomass) หรือว่าจะเอาไปทํา ปุ๋ ยหมัก ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีการศึกษาไว้ มหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคเหนือ ๘ จังหวัด ซึ่งเป็นเขตที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ได้มีการศึกษาเตรียมการไว้เราก็จะเอาข้อมูล เหล่านั้นมาดูแล้วก็จะปรับกระบวนการเพื่อบอกประชาชนว่าควรจะต้องทําอะไรบ้าง แล้วการบุกรุกตัดไม้ทําลายป่าก็จะต้องดูแลไม่ให้มันเกิดมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วก็ลดลง แล้วมีการฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อสร้างความชุ่มชื้นขึ้นมา แต่ว่าปีนี้ต้องเรียน ท่านสมบัติว่า เนื่องจากภาวะฝนแล้งด้วย ฝนทิ้งช่วงด้วย ปริมาณนํ้าฝนที่มันลดตํ่าลงไปด้วย มันทําให้เกิดปัญหารุนแรงขึ้น แล้วในเขตของพื้นที่เพื่อนบ้านของเรา ปริมาณฮอตสปอต เพิ่มขึ้นเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เราได้รับความร่วมมือกับทาง สปป. ลาวได้ประสานงานกัน เราส่งหน่วยวัดเคลื่อนที่ของเราส่งรถตรวจวัดเข้าไปที่วังเวียง เพราะว่าที่หลวงพระบาง เมื่อต้นเดือนนี้ท่านปลัดกระทรวงผมไปประชุม เขาบอกหมอกควันไม่ได้น้อยไปกว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนหรือจังหวัดเชียงรายเลย เราส่งรถเข้าไปช่วยตรวจวัดให้ วันที่ ๒๙ นี้ ทางสหภาพม่ารัฐบาลกลางได้อนุมัติให้เรา โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทย กับทางสหภาพพม่า เราจะส่งรถเคลื่อนที่โมบาย ยูนิต (Mobile Unit) เข้าไปไปตรวจวัด ที่ท่าขี้เหล็กเพื่อที่จะไปช่วยดูแลในส่วนนั้น แล้วก็พยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือดูแลว่า เราจะเข้าไปตั้งสถานีตรวจวัดช่วยเขาได้อย่างไร เพื่อให้เขาได้ติดตามดูแลว่าปัญหา มันเกิดขึ้นที่ไหน จะแก้อย่างไร ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลพยายามดําเนินการอยู่ แต่เชื่อว่าปัญหาที่สําคัญที่สุดวันนี้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ เพราะส่วนราชการอย่างเดียวคงทําการแก้ไขปัญหาคงไม่ได้ แล้วก็เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้วบอกว่าการประชุมสุดยอดลุ่มนํ้าโขงครบรอบ ๑๕ ปี ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของผู้นําทั้ง ๔ ประเทศ บวกสหภาพพม่าและประเทศจีน ท่านก็จะมาร่วมประชุมกันก็จะมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยกันด้วย เพราะว่า มันเป็นผลกระทบจากภัยแล้งซึ่งเกี่ยวข้องกันกับแม่นํ้าโขงโดยในภาพรวม ทางรัฐบาลเอง ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ได้เตรียมการล่วงหน้าและได้ดําเนินการล่วงหน้ามาแล้ว แล้วก็จะ ทําการเร่งรัดดําเนินการต่อไป แล้วก็ช่วงที่สูงที่สุดจะเป็นเดือนนี้แหละครับ เดือนมีนาคม แล้วก็เข้าไปต้นเดือนเมษายน เราคิดว่าถ้าเราสามารถป้ องกันได้ ในช่วงสงกรานต์นี้ ก็คงจะมีนักท่องเที่ยวกลับไปเที่ยวในพื้นที่มากขึ้นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญผู้ตั้งกระทู้ถาม

นายสมบัติ ยะสินธุ์ แม่ฮ่องสอน

จากที่ท่านได้ตอบคําถามนะครับ ผมคิดว่าแนวทางของรัฐบาลต้องเข้มงวดมากกว่านี้เพราะว่าที่ผ่านมาในพื้นที่ท่านบอกว่า บุคลากรของท่านมีน้อย การมีส่วนร่วมของประชาชนก็มีไม่มากเท่าที่ควรผมก็อยากจะ เสนอแนะท่านอย่างนี้ ในอดีตผมจะยกตัวอย่างหมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่งว่า เขาป้ องกันไฟป่า ของเขาได้เป็นอย่างดี เขาจะมี ผมยกตัวอย่างก็ได้ บ้านลูปาก้อซึ่งอยู่อําเภอปาย จังหวัด แม่ฮ่องสอน เขามีกระบวนการที่จัดเวรในการเฝ้ำระวังป่าว่า คืนนี้วันนี้ ๑ วันนี่เขาจะใช้ ประมาณ ๕ คนตระเวนดูว่าไฟป่า ใครเข้าไปในป่าแล้วไปจุดไฟเผาป่าบ้าง ก็เป็นอย่างนี้ แล้วสามารถที่จะป้ องกันไฟป่ำได้ บางครั้งเราเอาเงินเป็นตัววัดก็ยังไม่ได้ผล พอมี งบประมาณของรัฐบาลเข้าไปว่ามีอาสาสมัครหรือว่ามีลูกจ้างของไฟป่าเข้าไปไปจ้างพอ ไปจ้างปุ๊ บชาวบ้านที่ไม่ได้เงิน ขนบธรรมเนียมเขาเคยปฏิบัติมาไม่ทําก็ไม่ได้เงิน คนนั้น ให้เงินเขาก็รับผิดชอบไป ก็ไม่สามารถที่จะป้ องกันไฟป่าได้ งบประมาณเองก็ไม่เพียงพอ พอไปทําไม่กี่วันก็หมด อันนี้ผมฝากว่าถ้าเกิดการมีส่วนร่วมของประชาชน แทนที่เราจะ เป็นอาสาสมัครหรือว่าทําแบบนี้ เรามีมาตรการอื่นอีกไหม เช่นว่าถ้าหมู่บ้านไหนป้ องกัน ไฟป่าได้นี่ท่านรัฐมนตรีให้รางวัลบอกว่าชนะไฟป่า ปีที่ ๑ ปีที่ ๒ ปีที่ ๓ ผมว่าเป็นแรงจูงใจ สําหรับชาวบ้าน เขาก็มีความภูมิใจว่าเขารักษาไฟป่าได้ อุ๊ยได้ใบประกาศจากท่านรัฐมนตรีมา ผมคิดว่าเป็นจิตวิทยาให้เขาป้ องกันไฟป่า บางทีเงินทองหรืองบประมาณอาจจะใช้ไม่ได้ผล ผมฝากท่านรัฐมนตรีว่าอาจจะมีโครงการดี ๆ ให้เขานะครับ แล้วก็เกี่ยวกับการปลูกกล้วยป่า ปลูกกล้วยป่านี่ผมได้อ่านวิจัยเรื่องกล้วยป่าที่พิชิตไฟป่ามา หมายความว่ากล้วยป่านี่ เราปลูกกล้วย ๑ ต้นจะมีหน่อออกมา ๖ ต้น พอปีที่ ๒ จาก ๖ ต้นกลายเป็น ๓๖ ต้น พอปีที่ ๓ จะเป็น ๑๐๐ กว่าต้น ปีที่ ๔ ๑,๐๐๐ กว่าต้นต่อหน่อกล้วยป่า ๑ ต้น นี่เป็น ความมหัศจรรย์ที่กล้วยป่าสามารถที่จะป้ องกันไฟป่าไว้ได้ เวลาไฟป่ามาถ้าเจอป่ากล้วยปุ๊ บนี่ เข้าไปไม่ถึง ๕ เมตรหรอกครับไฟป่าหยุดเลย ก็จะทําให้ลําห้วยที่เป็นต้นนํ้าลําธารของเรา เกิดมีความชุ่มชื้น ผมลืมบอกท่านรัฐมนตรีว่าคุณสมบัติของกล้วยป่านี่มีคุณสมบัติพิเศษมาก เขาไม่มีนํ้าเขาก็อยู่ได้ ใบของเขาปกคลุมพื้นที่ไม่ให้แสงแดดส่องไม่ให้นํ้าระเหยขึ้นไปก็เกิด ความชุ่มชื้น ถ้าท่านเกิดมีโอกาส ผมเคยเสนอท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้ยุทธศาสตร์จังหวัด ว่าถ้าเกิดว่าถ้ามีโครงการดี ๆ อย่างนี้ ท่านให้วันที่ ๑๒ สิงหาคมหรือวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ให้ทางป่าไม้เพาะพันธุ์กล้วยป่าเสร็จแล้วถ้าเกิด ต้นนํ้าของหมู่บ้านไหนก็เอาไปปลูกกันเพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมกัน อันนี้ผมขายความคิด ให้ท่านรัฐมนตรีว่าควรจะทําเพื่อที่ป้ องกันไฟป่ำในอนาคตด้วย ฝนหลวงด้วยครับ คราวก่อนนี่มีฝุ่นละอองเยอะมากพอมีฝนตกมาสัก ๒-๓ ครั้ง ผมคิดว่าทําให้ฝุ่นละออง ลดลงจํานวนมาก ถ้าเกิดว่าท่านเร่งถ้าเกิดมีความเหมาะสมในการที่จะทําฝนหลวงก็จะ ช่วยลดหมอกควันได้นะครับ

คําถามที่ ๒ ผมจะถามว่า ในอนาคตท่านคิดว่าท่านจะมีแนวทางป้ องกัน ไม่ให้เกิดหมอกควันนี้อย่างไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วต้องขอบคุณท่านสมบัติ เพราะว่าจริง ๆ แสดงว่าท่านสมบัตินี่ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนถึงรู้ปัญหา ที่ท่านบอกว่า เรามีเงินจ้างนี่ จริงครับ จ้างหมู่บ้านละ ๘ คน ๑,๒๗๐ หมู่บ้าน จากโครงการไทยเข้มแข็ง พอไปจ้าง ๘ คน ทั้งหมู่บ้านไม่ทํานะครับ ที่เหลือ ๘ คนไปทํานี่นะครับ เมื่อก่อนนี้ ทั้งหมู่บ้านทํา ก็กําลังปรับเปลี่ยนแนวนโยบายอยู่ว่าเงินทั้งหมดนี้แทนที่จะจ้างแค่ ๘ คนนี่ เอาไปให้เป็นรางวัลกับหมู่บ้านในการป้ องกันดูแลแก้ไขปัญหาไฟป่ำ เหมือนอย่างที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พูดนะครับ อันนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าท่านสมบัติได้ลงพื้นที่ จริง ๆ ได้ทราบปัญหาจริง ๆ นะครับ

อันที่ ๒ เรื่องของการฟื้นฟูสภาพป่านี่ที่ท่านได้นํามาเล่านี่เป็นภูมิปัญญา ท้องถิ่น แล้วก็จริง ๆ แล้วเป็นแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องการปลูกป่าเปียกอยู่แล้ว ตั้งแต่การทําฝายกั้นนํ้าขนาดเล็ก การปลูกกล้วยป่า หรือพืชที่ปกคลุมดินเพื่อที่จะรักษาความชุ่มชื้นของดินซึ่งทําให้เกิดสภาพป่ำเปี ยก ขึ้นมาแล้วจะป้ องกันไฟป่ำ อันนี้ก็เป็ นสิ่งที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเองได้น้อมนําใส่เกล้าใส่กระหม่อมและสั่งการให้หน่วยราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ลงไปดําเนินการอย่างที่ท่านได้นําเสนอมา อันนี้ก็ได้มีการดําเนินการ

ในส่วนของฝนหลวงนั้นนี่ทางสํานักฝนหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ปรากฏว่าในช่วงก่อนหน้านี้ท่านก็ทราบดีว่าความแห้งแล้ง มันรุนแรงมาก มันทําให้เมฆไม่สามารถรวมตัวกันได้ เมื่อเมฆไม่สามารถรวมตัวกันได้ ขึ้นไปทําฝนก็ไม่มีฝนตก แต่คิดว่าในช่วงประมาณวันที่ ๒๖-๒๙ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ไว้ว่าแหล่งความกดอากาศสูงอาจจะแผ่ลงมาแล้วทําให้เกิดฝนฟ้ำคะนอง อาจจะช่วยได้บ้าง วันนี้ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนจาก ๕๐๐ กว่าลดลงมา ๔๐๐ กว่า ตอนนี้เหลือ ๒๐๐ กว่า ก็หวังว่าสภาพคงจะดีขึ้น พี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ทางบ้าน แล้วก็ ได้รับฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์นี่ ตอนนี้ไปเที่ยวได้แล้วนะครับทางภาคเหนือ เพราะว่าสภาพ มันดีขึ้นแล้ว ก็อยากจะให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวมากขึ้น

ในส่วนที่ท่านได้นําเสนอมาทั้งหมดนี่ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ดี แล้วก็เป็น แนวทางซึ่งทางกระทรวงเองกําลังดําเนินการอยู่ ก็ต้องขอบคุณท่านสมบัติ ยะสินธุ์ ซึ่งได้ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ แล้วก็รู้ข้อมูล ข้อเท็จจริงจริง ๆ จากการลงไปในพื้นที่ ต้องขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็คงจะจบนะครับ ฝนตกมา หมอกก็หมดแล้ว มีอะไรติดใจอีก

นายสมบัติ ยะสินธุ์ แม่ฮ่องสอน

ก็เหลือคําถามอีกคําถามหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝากดีกว่ากระมังครับ

นายสมบัติ ยะสินธุ์ แม่ฮ่องสอน

ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้ตอบคําถาม แล้วก็มีแนวทางที่จะช่วยเหลือคนภาคเหนือ อยากฝากอีกนิดหนึ่งว่า จากผลกระทบของหมอกควันนี่มีผู้ที่เดือดร้อน ทางรัฐบาลเราจะมีการเยียวยาบุคคล ที่ได้รับผลกระทบหรือว่าการท่องเที่ยวนี้อย่างไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอบครับ จะจ่ายเงิน ให้เขาไหม

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ท่านประธานที่เคารพ ตอนนี้รัฐบาลก็จ่ายเงินให้อยู่ครับ ค่ารักษาพยาบาล รักษาฟรีอยู่แล้วครับ กรณีที่เกิดปัญหาผลกระทบทางด้านสุขอนามัยรัฐบาลเข้าไปดูแล หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบเข้าไปดูแล การที่เราได้ช่วยเหลือเยียวยา องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ได้รับงบประมาณไป ไปดูในเรื่องของนํ้า การฉีดพรมนํ้า การเข้าไปดับไฟ การส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนก็ได้ดําเนินการอยู่ ปัญหาในขณะนี้ ผมคิดว่าหัวใจสําคัญที่สุดที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณสมบัติ ยะสินธุ์ ได้พูดถึง ก็คือความร่วมมือของพี่น้องประชาชนนั่นละครับจะเป็นหัวใจสําคัญในการป้ องกันแก้ไข ปัญหาทั้งหมด เพราะว่าเมื่อมันเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าการบุกรุกป่าเพื่อล่าสัตว์ การบุกรุกเข้าไปเผาป่าเพื่อเก็บเห็ด เก็บผักหวานก็ดี หรือการบุกรุกป่าเพื่อเอาพื้นที่ แต่ที่ท่านพูดนั่นคือปัญหาข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ถ้าเผื่อว่าเราช่วยกันป้ องกันแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ผมเชื่อมั่นว่าปัญหาหมอกควันไฟป่าในประเทศไทยจะหมดไป แต่ว่าผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้านในขณะนี้เราก็พยายามเข้าไปให้ความร่วมมือ กับเขาในการที่จะดูแลแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะว่าขีดความสามารถของเพื่อนบ้านเรานั้น พูดถึงจริง ๆ แล้วเขายังต้องการความช่วยเหลือจากเราอยู่มาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คง จะต้องเข้าไปดูแลเพื่อที่จะลดผลกระทบอีกทางหนึ่ง เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสหภาพพม่า ก็กระทบเรา เราก็กระทบสหภาพพม่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกระทบประเทศลาว ประเทศลาวก็กระทบประเทศไทย เพราะฉะนั้นกระทบกันไปกระทบกันมา ถ้าเราช่วยเหลือ ร่วมมือกัน ซึ่งขณะนี้มีคณะทํางานอยู่แล้วในของตอนเหนือ เรามีคณะทํางานตอนล่าง ตอนล่างนี่มีปัญหาเหมือนกัน ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศบรูไน ประเทศ อินโดนีเซีย แล้วก็ประเทศไทย เราก็มีคณะทํางานอีกชุดหนึ่ง ตอนนี้เรากําลังจะยกระดับ ตรงนี้ขึ้นเป็ นระดับรัฐมนตรี เพื่อให้ความสําคัญในเรื่องนี้มากขึ้นครับ ก็เรียนว่า การเยียวยานั้นรัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งพี่น้องประชาชนแน่นอน แล้วท่านนายกรัฐมนตรีเอง ก็ได้กําชับว่าให้ไปตรวจตราดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดด้วยครับ ขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติอีกครั้งหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ตอบละเอียดมากครับ ได้เวลาพอดีครับ ก็จบกระทู้ถามทั้งกระทู้ถามทั่วไปและ กระทู้ถามสดนะครับ

ต่อไปผมจะเข้าสู่ระเบียบวาระ บัดนี้ มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของสภา แห่งนี้ได้เซ็นชื่อเข้าร่วมประชุม ๒๖๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ เดี๋ยวสิพักยกเลยทันที เดี๋ยวจะให้ยกตลอดวันเลย ก็ถือว่าครบองค์ประชุม เมื่อครบองค์ประชุมแล้ว กระผมก็จะ ดําเนินการประชุมต่อไปตามระเบียบวาระการประชุม ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ก็จบ ไปแล้ว

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

คุณผ่องศรีมีอะไร เชิญครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตเนื่องจากว่าตามที่ได้เคยเสนอตั้งซ่อมกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แล้วก็ทางที่ประชุมได้ทักท้วงว่าให้มีหนังสือมา ขณะนี้ได้บรรจุในระเบียบวาระที่ ๗.๔ เรื่องอื่น ๆ แล้วก็ดิฉันได้รับประสานงานจากคณะกรรมาธิการว่าขอความกรุณา ท่านประธานวันนี้จะขออนุญาตตั้งซ่อม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ในที่ประชุม ไม่มีฝ่ายค้านเข้ามาอยู่ในนี้ทําไม่ได้หรอกครับ รอให้มันครบก่อนครับทุกฝ่าย

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

พอดีตัวแทนภาคประชาชนเขารอ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวจะมีการทักท้วง ภายหลัง

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

ไม่ค่ะ มีตัวแทนภาคประชาชน จะขออนุญาตเข้ามานําเสนอค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไหนครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

ตอนนี้หนังสือได้ทํามาถูกต้องแล้ว ได้บรรจุระบียบวาระการประชุม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช่ครับ ผมไม่เถียงท่าน แต่การตั้งกรรมาธิการมันมีข้อบังคับ มันต้องมีทุกฝ่าย เดี๋ยวเขาจะท้วงมา เขาไม่เห็นด้วย มันก็ลําบาก ฉะนั้นรอไว้ก่อนครับ อาทิตย์หน้าสบาย ๆ ใจเย็น ๆ ครับ เพราะเดี๋ยวก็ถอนแล้วครับ แล้วก็ใจเย็นเขาก็จะเข้ามา

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนนิดเดียวค่ะ พอดีว่าตอนนี้ พิจารณาใกล้จะจบแล้ว แล้วก็ตัวแทนภาคประชาชนก็รออยู่ เขาจะรอเข้ามาเสนอค่ะ ดิฉันไม่ได้เสนอเองค่ะ ขออนุญาตกราบเรียน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็นั่นแหละ ขอร้องเขา อาทิตย์หน้าค่อยเสนอนะครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๔ ระเบียบวาระที่ ๔ ค้างมาเป็นปี ๆ แล้วนะครับ ก็อยากจะให้ที่ประชุมพยายามพิจารณา ที่ค้างให้มันหมด คือวันนี้ก็ให้ช่วยผ่านสักหน่อย ถ้าไม่ติดใจกันมากก็จะได้เลาะ ๆ สภา เสียทีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๔.๑ รายงานผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

ผมเรียนเชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญเข้าประจําที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เพราะว่าคณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว แล้วก็ได้ส่งเรื่องมาตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ จะครบ ๒ ปี ในไม่ช้านี้ ก็เชิญท่านกรรมาธิการครับ ก็มีลาออกหลายท่านนะครับ คณะกรรมาธิการ อยู่ที่นี่ก็มี รองประธานก็มีท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ เชิญครับ ช่วยดูทั้งหมด อยู่ในเอกสารนี้ ท่านใดที่เป็นกรรมาธิการจะลืมแล้ว ดูถ้ามีชื่ออยู่ก็โปรดกรุณาขึ้นมา บนบัลลังก์ด้วยครับ เดี๋ยวครับคุณอภิชาตให้ท่านประธานเขาแถลงก่อน สักครู่เดียว ผมยังไม่อนุญาตเลยนะครับ อยากจะให้ท่านนิพนธ์แถลงก่อนและคุณอภิชาตมีอะไร ก็เป็นคนแรกที่จะพูด เชิญครับท่านประธานแถลงครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ของญัตติปัญหาการบังคับใช้ เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓ (สมัยวิสามัญ) วันพุธที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ และครั้งที่ ๔ (สมัยวิสามัญ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา การบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อการแก้ไข เพิ่มเติม (นายจุมพฏ บุญใหญ่ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา และอุปสรรคในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และข้อดีข้อด้อยของรัฐธรรมนูญ (นายเอกพจน์ ปานแย้ม กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ และ พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ เป็นผู้เสนอ)

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา และอุปสรรคในการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายไชยยศ จิรเมธากร และนายรณฤทธิชัย คานเขต เป็นผู้เสนอ) และ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ที่ประชุมสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายสุทิน คลังแสง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

และลงมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาศึกษาการใช้ การปฏิบัติตามและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ โดยกําหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษาไว้ ๖๐ วัน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดําเนินการแล้ว และได้มีการพิจารณาโดยแบ่งเป็น ๕ ประเด็นด้วยกันในการศึกษา ซึ่งมีสาระสําคัญ แนวทางในการพิจารณาศึกษา ๕ ประเด็น ดังนี้คือ

ประเด็นที่ ๑ ปัญหาเกี่ยวกับรูปแบบ โครงสร้าง การจัดหมวดหมู่ การใช้ ภาษาของรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ หน้าที่ และการมีส่วนร่วมของ ประชาชน

ประเด็นที่ ๓ ปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันตามรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่ ๔ ปัญหาเกี่ยวกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ

ประเด็นที่ ๕ ปัญหาเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น

ซึ่งในการพิจารณาตามกรอบแนวทางข้างต้นนั้นได้พิจารณาศึกษาเสร็จ เรียบร้อย โดยได้มีการเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานมาชี้แจง มาให้ ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งคณะกรรมาธิการ ทั้ง ๕ ประเด็นนั้นได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นพิจารณา และได้มีการพิจารณาเสร็จ ตามรายงานผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตามที่ได้รายงานไว้แล้วครับ เพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้มีการพิจารณารายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปก็เนื่องจากว่า ผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้นเป็นเรื่องสําคัญ ก็จําเป็นที่จะต้องขอมติเห็นชอบ แต่ว่าก่อนที่จะ ขอมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบนั้นก็ขอให้ที่ประชุมนี้ได้พิจารณา เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ แล้วผมยกมือที่จะหารือท่านประธานในเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระนี้ แต่เมื่อท่านประธานชี้ให้ผมพูดในระเบียบวาระนี้ผมก็จะ เชื่อมโยงให้เห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตามอัธยาศัยครับ รักษา เวลาหน่อยครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

รายงานผลการศึกษาปัญหา การบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้มีการศึกษาประเด็นปัญหาหนึ่งซึ่งมีผลกระทบต่อการบังคับใช้ก็คือ หมวด ๑๓ ว่าด้วยจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งในรายงานของ คณะกรรมาธิการก็ได้ระบุชัดว่าในหมวดนี้มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ ที่จะให้มีมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กําหนดขึ้น แล้วก็พบว่ามีประเด็น ปัญหาสําคัญอันหนึ่งก็คือ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่ฝ่ำฝืนแล้วก็ไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรมกลับไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน เรื่องนี้ที่ผมบอกว่าเชื่อมโยงกับเรื่องที่ ผมจะหารือก็คือว่า สภาผู้แทนราษฎรมีข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชัย ชิดชอบ ท่านได้ประกาศเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ ให้ประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการมีผลบังคับใช้ แล้วก็มีการประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๓ ฟังดูแล้วเหมือนกับว่าข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ล้อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ จะมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วข้อบังคับนี้แม้จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม แต่ยังไม่มี ผลสมบูรณ์ เนื่องจากว่าข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ในข้อ ๓๔ บอกว่า ให้มี คณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่าคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้ แทนราษฎร ซึ่งประกอบด้วยบุคคลห้าส่วน ก็คือมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานกรรมการ มีผู้นําฝ่ำยค้านในสภาผู้แทนราษฎรเป็นกรรมการ มีผู้ที่เคยดํารงตําแหน่งประธาน สภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่เกินสามคนได้รับเลือกจากกรรมการ ในวงเล็บถัดไป (๑) (๒) (๔) และ (๕) อีก ๓ คน แล้วก็มีกรรมการที่เป็ นสมาชิกซึ่งเป็ นตัวแทน ของพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรพรรคละ ๑ คน แล้วก็มีสมาชิก จํานวน ๔ คน จากฝ่ายค้าน ๒ คน และฝ่ายรัฐบาล ๒ คน ปัญหาก็คือว่าวันนี้เรายังไม่มี คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ทําให้การบังคับใช้ประมวลจริยธรรมของ สภาผู้แทนราษฎรไม่มีผลสมบูรณ์ ถามว่าจะทําอย่างไรต่อไปเพื่อให้ได้กรรมการชุดนี้ ขึ้นมา ผมคิดว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิชาตครับ กระผมได้ทําหนังสือเรียนขอรายชื่อจากหัวหน้าพรรคการเมือง ทําไปเดือนกว่าแล้วนะครับ ยังไม่ได้รับการตอบรับเลย เพราะเราจะตั้งคณะกรรมการตามข้อบังคับ ข้อ ๓๔ ก็เรียนให้ทราบ ช่วยเตือนให้ด้วยครับ พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ส่งครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นอํานาจหน้าที่ของท่านประธานที่จะทําให้คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรมีการจัดตั้งขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ผมคิดว่าไม่เพียงแต่การทําหนังสือถึง พรรคการเมืองที่มีสมาชิกอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ว่าใน (๕) ของข้อ ๓๔ ระบุว่า สมาชิกอีก ๔ คนที่จะมาเป็นกรรมการจริยธรรมจะต้อง ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร นั่นหมายความว่าท่านประธานจะต้องบรรจุ ระเบียบวาระในการคัดเลือกสมาชิกอีก ๔ คนเข้าไปเป็นกรรมการ และหลังจากนั้นก็เข้าไปสู่ กระบวนการที่จะเลือกกรรมการให้ได้ครบตามจํานวนสมบูรณ์ ถ้าเกิดท่านประธาน ไม่บรรจุระเบียบวาระเรื่องนี้ก็จะทําให้เกิดปัญหาว่ากรรมการก็จะไม่มีวันจะครบสักที แล้วก็ประมวลจริยธรรมของเราก็จะไม่มีผลบังคับใช้สมบูรณ์สักที นี่คือเรื่องที่ผมจะหารือ กับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ติดใจเรื่องรายงานรัฐธรรมนูญ ต่อไปเชิญคุณประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ นะครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ ต่อกรณีเรื่องนี้ ผมไม่ติดใจแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องนี้ไม่ติดใจนะครับ มีท่านผู้ใดติดใจที่จะอภิปรายไหมครับ เชิญคุณวัชระ เพชรทอง สั้น ๆ หน่อยก็ดีครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ รายงานผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้นเป็นรายงานที่ควรแก่ การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง และผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม กราบเรียนท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปรากฏว่ามีการโจมตี บิดเบือน กล่าวหาว่าเป็นรัฐธรรมนูญโจร ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ได้เป็ นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๔ ตอนที่ ๔๗ ก วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ย่อ ๆ ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ได้ผ่านการลงประชามติจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ มีการประชามติมาก่อนแล้ว และปรากฏว่ายังมีบุคคลบางกลุ่มได้บิดเบือนกล่าวหาโจมตีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า เป็นรัฐธรรมนูญโจร และไม่ให้การยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันคนที่กล่าวหา โจมตีรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่าน แต่ก็ปรากฏว่าไม่ได้ ทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เข้าประชุมทําตามอํานาจหน้าที่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเอาเรื่องรายงานครับ ข้างนอกอย่าเพิ่งเลยครับ เอาเรื่องรายงานก่อนเถอะคุณวัชระ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ และในรายงานฉบับนี้ในหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณา ศึกษาบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ปรากฏว่าไม่พบปัญหาการบังคับใช้ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่ามีการโจมตี กล่าวหาไปถึง ท่านประธานองคมนตรี คือ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ว่าจะเป็นผู้สําเร็จราชการ แทนพระองค์ ซึ่งไม่เป็นการที่ถูกต้องเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับ รายงานนี้ ไม่เกี่ยวเลยครับคุณวัชระ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ดูให้ดี ๆ หน่อย เสียดสีอะไรต่าง ๆ ท่านก็จบจากมหาวิทยาลัยรามคําแหงเหมือนผมครับ พยายามรักษามารยาทของมหาวิทยาลัยเราด้วย

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน แต่ท่านประธานไม่ได้ไปเรียนจริง ๆ จัง ๆ เหมือนผมและท่านประธานก็เป็นรุ่นน้องผมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รุ่นพี่อย่าทําให้รุ่นน้องเสียสิ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ และเมื่อวานนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งในคําพูดของท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง เมื่อวานนี้ท่านประธานเป็นคนพูดเอง ว่า ไม่เคยพบไม่เคยเห็นผู้แทนที่ไหนห้ามไม่ให้ผู้แทนเข้าประชุมสภา เกิดมาเพิ่งเคยเห็น เป็นครั้งแรก นั่นคือคําพูดออกมาจากปากของท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนั้นมันผ่านไปแล้วครับ มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญว่า ท่านได้ศึกษาในประเด็นต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับก็เป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้ ในการปกครองประเทศ และไม่อาจที่จะให้ใครมาบิดเบือนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้อีก ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ รุ่นพี่ต้องดีหน่อย ดีกว่านี้จะดีมาก ต่อไปคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ เรียนเชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมต้องขออนุญาตที่จะได้ร่วมในการอภิปรายถึงการรับทราบ รายงานผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้ร่างรัฐธรรมนูญในฉบับปี ๒๕๕๐ เสียดายนะครับ ฝ่ายค้านไม่ได้เข้ามาอยู่จะได้ไม่ต้องบอกว่าผมเป็นจอมประท้วง ประท้วงได้อย่างเดียว อภิปรายไม่เป็น ผมอภิปรายหลายครั้งนะครับในสภาแห่งนี้ตลอด ๒ ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่ฝ่ายค้านไม่ค่อยจําครับ และผมก็ต้องขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานว่า ถ้าไม่มีเหตุจําเป็นผมก็ไม่ลุกขึ้นมาประท้วงหรอกครับ เพราะมันเสียเวลาสภาและสภา ต้องทําหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่นะครับ ท่านประธานครับ ผมดูรายงานฉบับนี้ผมติดใจ นิดเดียวครับท่านประธาน ก็คือว่าในคณะกรรมการสมานฉันท์นั้นจะพิจารณาเรื่องของ รัฐธรรมนูญเอาไว้ ๖ ประเด็น มีประเด็นมาตรา ๑๙๐ คณะกรรมาธิการชุดนี้บอกว่า มีปัญหาจะต้องมีการแก้ไข จะต้องทําให้ชัดเจน อันนี้ตรงกัน แต่มันก็จะมีอีก ๒-๓ ประเด็น ที่เป็ นหลักใหญ่ ๆ ที่เรามักจะพูดกันอยู่เสมอว่าเป็ นปัญหาของรัฐธรรมนูญ หรือคณะกรรมการสมานฉันท์นั้นมองว่าน่าจะต้องแก้ไข เช่นที่มาของ ส.ส. อย่างนี้เป็นต้น คณะกรรมาธิการชุดนี้ศึกษารายงานเรื่องนี้แล้วนี่ท่านคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ ท่านคิดเห็น ตรงกับคณะกรรมาธิการสมานฉันท์หรือไม่ แต่ท่านบอกว่าไม่พบปัญหาในการใช้ ความหมายของท่านคืออะไร ในขณะที่คณะกรรมการสมานฉันท์นั้นเขาบอกว่าถ้าเลือก เป็นเขตเดียวเขตเล็กคนเดียวนั้นน่าจะดีกว่าเขตรวมเขตใหญ่ เรื่องของมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ เรื่องที่ ส.ส. ส.ว. จะมีบทบาทเข้าไปทํางานเกี่ยวกับเรื่องราชการได้หรือไม่นั้น คณะกรรมการสมานฉันท์ก็บอกว่าน่าจะต้องแก้ไข ผมดูในรายงานของท่าน กรรมาธิการ ชุดนี้บอกว่าไม่พบปัญหาต่าง ๆ ตรงนี้ท่านช่วยอธิบายให้เราฟังหน่อยได้ไหมว่าตกลงแล้ว ในทัศนะของท่าน คณะกรรมาธิการของท่านนั้นทําไมจึงมองว่าไม่เป็นปัญหา ในขณะที่ คณะกรรมการสมานฉันท์นั้นเขามองว่าต้องทําการแก้ไขกับเรื่องนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเรื่องนี้ศึกษาก่อนครับ คณะกรรมการสมานฉันท์ทีหลังครับ ท่านก็ทราบดี เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง อยากจะเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับว่า จากการศึกษาผลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น เราได้ศึกษาละเอียดทุกแง่ ทุกมุมอย่างที่ได้เรียนแต่ต้นว่า ได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกประเด็นทุกปัญหามาชี้แจง ในแต่ละประเด็น ซึ่ง ๕ ประเด็นในการศึกษา สรุปแล้วภาพรวมรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เป็ นรัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์ที่สุด ดีที่สุดฉบับหนึ่งที่มีการใช้รัฐธรรมนูญมา และการศึกษาในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้มีการตั้งข้อสังเกต บังเอิญผมก็เป็นรองประธาน ในคณะกรรมการสมานฉันท์ที่ท่านประธานรัฐสภาให้ตั้งขึ้นมาด้วย เราก็ได้ศึกษาด้วยกัน ซึ่งผมก็ยืนยันข้อเท็จจริงข้อปัญหาในการศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปชี้แจง ในที่ประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์นั้นก็ไม่ได้ มีบทสรุปชัดเจนนะครับ เพียงแต่เสียงข้างมากในคณะกรรมการสมานฉันท์ว่าเป็นไปตาม ๕ ประเด็นที่ได้ศึกษามา แต่รายละเอียดในการศึกษาประเด็นทั้งหมดนี้ผมอยากจะเรียนว่า บังเอิญในเรื่องเกี่ยวกับที่มาของ ส.ส. และ ส.ว. นั้น มีท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาขณะนี้ และมีท่านจุมพฏ บุญใหญ่ เป็นอนุกรรมาธิการ ศึกษาประเด็นเหล่านี้ ผมก็อยากให้ท่านเทอดพงษ์กับท่านจุมพฏเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ในประเด็นดังกล่าวครับ เชิญท่านจุมพฏก่อนก็ได้ เดี๋ยวท่านเทอดพงษ์มาเสริม ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณจุมพฏ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ กรรมาธิการ และเป็นผู้เสนอญัตติการศึกษาเรื่อง รัฐธรรมนูญ ตอบคําถามของท่านสมาชิก ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนะครับ เรื่องที่มาของ ส.ส. และ ส.ว. และเรื่องเขตเลือกตั้ง กรรมาธิการของเราได้ศึกษาก่อนกรรมาธิการสมานฉันท์ และกรรมาธิการไม่ได้ลงมติว่า เรื่องเขตเลือกตั้งหรือที่มาของ ส.ส. และ ส.ว. นั้นควรจะเป็นเขตเล็กหรือเขตใหญ่ แต่เรา ศึกษาว่า การที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ที่มาของ ส.ส. เป็นเขตใหญ่นั้นได้เป็นอุปสรรค ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. หรือไม่ นั่นคือจะเป็นปัญหาต่อการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ หรือไม่ เช่นบอกว่าพื้นที่กว้างเกินไป ส.ส. ไม่สามารถดูแลประชาชนได้ทั่วถึง อันนี้ก็ต้องดู ว่า ส.ส. นั้นมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญคือมาบัญญัติกฎหมาย มาควบคุมฝ่ายบริหาร ถ้าจะ ให้ ส.ส. นั้นมีหน้าที่ไปทุกงานศพที่ประชาชนเสียชีวิตนั้นคิดว่าก็คงจะไม่ทั่วถึง ต้องดูว่า หน้าที่หลักของ ส.ส. คือมาสภา มาออกกฎหมาย มาควบคุมฝ่ายบริหาร ถ้าตรงนี้ผมคิดว่า ไม่ว่าจะเขตเล็กหรือเขตใหญ่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับนี้ ในความเห็นส่วนตัวของผมซึ่งไม่เกี่ยวกับกรรมาธิการ ผมมีความเห็นว่าที่มาของ ส.ส. และ ส.ว. นั้นจะพูดว่าเขตเล็กกับเขตใหญ่ ผมตั้งประเด็นคําถามขึ้นมาว่าการที่จะมี ส.ส. และ ส.ว. นั้นควรตอบคําถาม ๔ คําถามดังต่อไปนี้ได้นะครับ เช่นสิทธิของประชาชน เท่าเทียมกันหรือไม่ จะเห็นได้ว่าถ้าเป็นเขตใหญ่นั้นจะมีข้ออ้างว่าสิทธิไม่เท่าเทียมกัน เพราะบางเขตก็เลือกผู้แทนราษฎรได้เพียง ๑ คน บางเขตก็เลือกได้ ๒ คน บางเขตก็เลือก ได้ ๓ คน ซึ่งเขตใหญ่จะไม่ตอบคําถามนี้ แต่เขตเล็กจะตอบคําถามนี้ แต่ว่าถ้าจะไปมอง ถึงว่าถ้ามองในมุมของทุกคะแนนเสียงมีความหมายแล้ว ทุกคะแนนเสียงมีความหมายนั้น หมายความว่า ถ้าเป็นเขตละคน คนละเขต หรือเขตเล็ก สมมุติว่าในพื้นที่ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเอ่ยชื่อพรรคนะครับ ได้ที่ ๑ ทุกเขตเลือกตั้ง แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพียง ๕๐,๐๐๐ คนเท่านั้นที่ลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย อีก ๓๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ คน หรือลดหลั่นกันไปพรรคประชาธิปัตย์บ้าง พรรคภูมิใจไทยบ้างเหล่านี้ ถ้าเอาคะแนนของ คนที่ได้ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ มารวมกันแล้วจะเห็นว่าประชาชนเหล่านั้นกลับเป็นเสียงข้างมาก ต่างหาก ไม่ใช่คนที่ได้คะแนนสูงสุดในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นเสียงข้างมาก ดูให้ดีถ้าดู ในรายละเอียด เพราะฉะนั้นคําตอบที่ว่าทุกคะแนนเสียงมีความหมายนั้น ตอบคําถามนี้ ไม่ได้ถ้าเลือกตั้งเป็นเขตเล็ก จะเห็นได้ชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ผมจะ ยกตัวอย่างในเขตเลือกตั้งผมซึ่งจะชัดเจนมาก ผู้มีสิทธิ ๒๕๐,๐๐๐ คน ผมสังกัด พรรคพลังประชาชนได้คะแนนเสียงเพียง ๔๔,๐๐๐ คะแนน ในขณะที่คนที่ได้ถัดผมลงไป ถ้าเอาที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ มารวมกันแล้วจะได้คะแนนเสียงมากกว่า ๔๐,๐๐๐ คะแนน ทําไม คนที่มีคะแนนเสียงมากกว่าจึงตั้งผู้แทนไม่ได้ครับ ตรงนี้คือปัญหา แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ตรงนี้ครับ นี่คือเราจะต้องคิดหาวิธีการเลือกตั้งที่บอกว่า ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย

ปัญหาที่ ๓ ในการบังคับใช้ก็คือหมายความว่า การเลือกตั้งนั้นเป็นที่ กล่าวขวัญกันว่า กระสุนนั้นมีส่วนสําคัญหรือการใช้เงินซื้อเสียงนั้นมีส่วนสําคัญ ถ้าเขตเลือกตั้งเล็กกระสุนก็จะเป็นลูกโดดยิงช้างครับ คือใช้เงินมากแล้วก็ซื้อเอาเพียง ให้ชนะ เมื่อกี้ปัญหาก็คือหมายความว่าขอเพียงชนะ ๑ คะแนน ก็ได้เป็นผู้แทนราษฎร แม้คนที่ได้ที่ ๒ ที่ ๓ ถ้าเอาคะแนนมารวมกันแล้วจะเป็นเสียงข้างมากที่แท้จริงนะครับ คนที่ได้เป็นผู้แทนราษฎรนี่ไม่ใช่เสียงข้างมากนะครับ เป็นแต่เสียงที่ชนะเขาเท่านั้นเอง ถ้าเอาที่ ๒ ที่ ๓ มารวมแล้วที่ ๒ ที่ ๓ เป็นเสียงข้างมากมากกว่า ฉะนั้นถ้าเขตเล็ก ซื้อคะแนนเสียงได้ง่าย ถ้าเขตใหญ่ซื้อคะแนนเสียงได้ยาก เพราะฉะนั้นมันก็เป็นจุดดีจุดด้อย ซึ่งคณะกรรมาธิการมิได้ลงมติว่า อันไหนดี อันไหนไม่ดี เพียงแต่ว่ามันเป็นปัญหา หรือไม่เป็นปัญหา

ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานที่เคารพครับ การเลือกตั้งนั้นจะต้องประหยัด งบประมาณ ทั้งประหยัดงบประมาณรัฐและประหยัดงบประมาณของผู้หาเสียงเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมมีคําถามว่าทําไมต้องทําบัตรเลือกตั้ง ๒ บัตร เช่น กาพรรค แล้วก็กาคน บอกว่า ชอบพรรค ไม่ชอบคน ชอบคน ไม่ชอบพรรค ถ้าพิมพ์บัตรพรรค ใช้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าพิมพ์บัตรคนใช้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องใช้งบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าพิมพ์บัตรเพียงใบเดียวให้กาคนแล้วก็นับแต้มของคนสังกัดพรรคใดก็นับแต้ม ให้พรรคนั้น ท่านประธานครับ จะประหยัดเงินไหมครับ แล้วพรรคก็เลือกคนที่ดี ๆ มาลง ถ้าคนไม่ดีพรรคก็คัดออกอย่างนี้จะดีหรือไม่ ผมมีความคิดอย่างนี้นะครับ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมคือ ความประสงค์ของผม ถ้ามีการเสนอญัตติขึ้นมาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมอยากให้ทั้งจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง หรือเขตเลือกตั้งหนึ่งให้มีผู้แทนราษฎรระหว่าง ๓-๕ คน ถ้าจังหวัดเล็กมี ๑ คน ก็ ๑ คน ๒ คน ก็ ๒ คน แต่ถ้าจังหวัดใหญ่ก็ ๓-๕ คน ๓ คน ๔ คน หรือ ๕ คน หรือทั้งจังหวัด เป็ นเขตเลือกตั้ง จะตอบคําถามตรงนี้ครับ ทุกคะแนนเสียงมีความหมายครับ นั่นหมายความว่าแต่ละพรรค สมมุติจังหวัดสกลนครมันชัดเจนเพราะว่าเป็นจังหวัด ของผมเอง มีผู้แทนราษฎร ๗ คน พรรคประชาธิปัตย์ก็ส่ง ๑-๗ คน พรรคเพื่อไทยก็ส่ง ๘-๑๕ คน พรรคภูมิใจไทยก็ส่ง ๑๖-๒๑ คน ทุกพรรคเรียงกันไป แต่ประชาชน ๑ คน ให้ลงคะแนนเลือกผู้แทนราษฎรได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่กา ๗ คน นั่นคือทุกคนมี ๑ ผู้แทนราษฎรเท่ากัน เสร็จแล้วก็เอาคะแนนของทีมแต่ละพรรคมารวมกันไปนับเป็นแต้ม ของพรรค ใช้บัตรบัตรเดียวไม่ต้องให้คนแก่ต้องมาหยิบ ๒ บัตร ในขณะเดียวกันเมื่อเอา คะแนนของในจังหวัดนั้นมารวมกันแล้วก็หารออกเป็ นสัดส่วนว่า ท่านมีคะแนนของ พรรคท่านจํานวนเท่าไรก็หารออกมาเป็นสัดส่วน เช่น พรรคเพื่อไทยอาจจะได้ผู้แทนราษฎร ๔ เก้าอี้ พรรคประชาธิปัตย์เอาไป ๒ เก้าอี้ พรรคภูมิใจไทยเอาไป ๑ เก้าอี้ คะแนนของ พรรคอื่นที่ด้อยลงมาก็เอาไปรวมทั้งประเทศนี่ก็จะประหยัดงบประมาณไม่ต้องทําบัตร ๒ ใบ ทุกคนมี ๑ คะแนนเสียง ถ้าท่านจะซื้อคะแนนเสียงต้องซื้อทั้งจังหวัด มีปัญญาซื้อ ซื้อครับ เชิญเลยครับ แต่ซื้อแล้วก็ไม่แน่ว่าท่านจะได้เป็นผู้แทนราษฎร เพราะท่านต้องมา เรียงลําดับว่าในพรรคเดียวกันท่านเป็นคนที่ได้คะแนนมากที่สุดอยู่ลําดับที่ ๑ อยู่ลําดับที่ ๒ อยู่ลําดับที่ ๓ หรืออยู่ลําดับที่ ๔ ตรงนี้ก็จะทําให้คนซื้อคะแนนเสียงถ้าซื้อแล้วไม่มั่นใจว่า จะได้เป็นผู้แทนราษฎรก็หยุดซื้อครับ เราไม่ห้ามประชาชนขายเสียงแต่เราสกัดคนซื้อว่า ซื้อแล้วไม่ให้มีผล ดังนั้นตรงนี้จึงเป็นความเห็นส่วนตัวของผมไม่เกี่ยวกับกรรมาธิการคือ อยากให้เขตเลือกตั้งเป็นเขตที่มีผู้แทนราษฎรระหว่าง ๓-๕ คน ถ้าเอาทั้งจังหวัดอาจจะ ใหญ่เกินไปเช่นจังหวัดนครราชสีมา แล้วก็คํานวณคะแนนแบบสัดส่วน ใช้บัตรใบเดียว ทุกคนลงเลือกผู้แทนราษฎรได้ทําเครื่องหมายกากบาทกากบาทเดียว ขอบคุณครับ ท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ จริง ๆ ในคณะกรรมาธิการคณะที่ได้พิจารณากันนี้นั้น ผมต้องเรียนว่า บางครั้งมันต้องดูจากรายละเอียดว่าคณะกรรมาธิการที่เราดําเนินการคือคณะกรรมาธิการ ศึกษาการบังคับใช้ ไม่ใช่เป็นคณะกรรมาธิการที่จะไปร่างเรื่องใหม่มานะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องทั้งหมดรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร แล้วในช่วงระยะปี ๒๕๕๐ พอผ่านไปนั้นพอเรา ไปดําเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว มีการเลือกตั้ง มีการดําเนินการอะไรแล้ว รัฐธรรมนูญที่เรา ใช้อยู่มันมีปัญหาการบังคับใช้มากน้อยอย่างไร เราก็ไปนั่งศึกษากันมาดู เพราะฉะนั้นต้อง เรียนยํ้านิดหนึ่งเราไม่ใช่คณะกรรมาธิการที่จะไปศึกษาและไปดําเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดคงไม่ใช่ เพียงแต่ว่าที่ทํามาแล้วบังคับใช้กันอย่างไร เพราะฉะนั้น จากข้อที่ถามว่า ในเรื่องที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๙๓ ที่มานั้น ของเดิมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๓ ก็ว่ากันไปมีเขตละ ๓ คนอะไรก็ว่ากันไป และรวมทั้ง แบบสัดส่วนนั้นแยกกันอย่างไร ทั้งหมดนั้นจากการเลือกตั้งมาแล้วและดําเนินการกันมาตลอด มาจนถึงที่ขณะนี้นั้นเรามาศึกษาแล้วว่าที่ใช้กันแบบอย่างนี้มันมีปัญหาไหม ดูแล้วมันไม่มี นี่ครับคือมันไม่ได้มีปัญหา แต่จะถามว่าทําไมเราไม่เอาแบบโน้นไม่เอาแบบนี้ อันนั้นต้อง ว่าอีกอันหนึ่ง ต้องไปตั้งคณะกรรมาธิการอีกคณะหนึ่งว่าศึกษาการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันนั้นคงไปว่าอีกทีหนึ่ง แต่ว่าอันนี้คือการบังคับใช้ เพราะฉะนั้นเราเห็นว่าการบังคับใช้ จากการเลือกตั้งมาทั้งหมดแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร เราก็เลยบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่มีปัญหาในประเด็นนี้นะครับ เพราะฉะนั้นอย่างประเด็นเรื่องอื่น ๆ นั้นก็ว่ากันไป ตามมาตรา ๑๙๐ ในเรื่องของการสัญญาอะไรต่าง ๆ นั้น ที่เราบอกว่ามีปัญหานั้น จริง ๆ แล้วปัญหาที่มันเกิดเพราะว่ารัฐธรรมนูญยังใช้ไม่ครบทั้งมาตรานะครับ ในวรรคห้านั้น เขาบอกให้ไปทํากฎหมายออกมาเพื่อที่จะมารองรับในการดําเนินการต่าง ๆ กฎหมาย ยังไม่ออกครับ เราก็เชิญเจ้าหน้าที่มาถาม เชิญหลายฝ่ายมาสอบถามกันทั้งหมดนะครับ กฤษฎีกาบ้าง อะไรบ้างต่าง ๆ จากศาล จากอะไร เราพยายามถามทั้งหมดแล้ว ปรากฏว่า ไม่ว่าในประเด็นของกฎหมายนี่ยังไม่แล้วเสร็จ พอยังไม่แล้วเสร็จนี่การบังคับใช้ทั้งหมด มันก็ยังไม่ครบถ้วน พอไม่ครบถ้วนก็เริ่มมีปัญหาอย่างที่เราเจอะเจอกันครับ เพราะฉะนั้น เรามานั่งคิดกันถึงว่าเราอยากจะแก้รัฐธรรมนูญ จริง ๆ ในวรรคห้าถ้าได้ดําเนินการ กฎหมายได้ออกมาเรียบร้อยนี่ เราอาจจะไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญยังได้เลยนะครับ แต่ว่าบังเอิญมันยังไม่เรียบร้อย คณะกรรมาธิการคณะที่ผมได้นั่งดูแลกันอยู่นี่เราก็เลย บอกว่าเรายังมีปัญหาอยู่ การบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีปัญหา ที่ยังมีปัญหา เพราะว่ากฎหมายยังไม่เรียบร้อย ออกมาแล้วยังไม่รองรับเท่านั้นเองนะครับ ถ้ารองรับ เสร็จเรียบร้อย ดําเนินการได้เรียบร้อยแล้ว ถ้าใช้ไปแล้วเรายังไม่รู้ว่าปัญหาจะมีมากน้อย อย่างไร อันนั้นอีกส่วนหนึ่ง ขณะนี้เราก็เลยเพียงแต่บอกไว้ว่าที่ยังมีปัญหาอยู่ เพราะว่า มันยังไม่เรียบร้อยเท่านั้นเองในวรรคห้า เพราะฉะนั้นในส่วนนี้นั้นผมเรียนว่าเราศึกษา การบังคับใช้รัฐธรรมนูญเท่านั้นเองนะครับ ส่วนการจะไปแก้ไขคณะกรรมการสมานฉันท์ อันนั้นก็ว่ากันอีกตอนหนึ่งครับ ต้องไปเขียนกันใหม่ อันนั้นอยากจะแก้อะไรก็ว่ากันไป แต่อันนี้คือการบังคับใช้เท่านั้นเองครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระมีอะไรครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออภัยท่านประธานครับ วันนี้ตัวดําไปสักหน่อยเนื่องจากว่าไปพบปะพี่น้องประชาชน เป็นจํานวนมากเพื่ออธิบายให้เข้าใจถึงสภาพการณ์ปัญหาการเมืองในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ในรายงานผลการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหา เกี่ยวกับองค์กรรัฐธรรมนูญและตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ในหน้า ๘ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานและตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญว่า ในรายงานฉบับนี้นั้นท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะ ผู้แทนจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อพิจารณา ในประเด็น เรื่ององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจยิ่งและควรที่จะให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ได้รับฟังโดยทั่วกัน โดยท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้กล่าวว่า เห็นว่ามีความเหมาะสมกว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ คือเรื่ององค์กรตามรัฐธรรมนูญนะครับ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เปิดโอกาสให้มีตัวแทนจากพรรคการเมืองสามารถเข้าไปสรรหาองค์กรอิสระต่าง ๆ ได้ กลายเป็นช่องว่างให้พรรคการเมืองสามารถที่จะชี้เป็นชี้ตายให้ใครไปดํารงตําแหน่ง ในองค์กรอิสระได้ในที่สุด ก็ก่อให้เกิดปัญหาการตอบแทนบุญคุณทางการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ปิดช่องว่างตรงนั้น โดยกําหนดให้คณะกรรมการสรรหา ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายตุลาการและนิติบัญญัติ ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เพื่อตัดปัญหาหนี้บุญคุณทางการเมืองและความไม่เป็น อิสระขององค์กร ท่านประธานที่เคารพ นี่เป็นความคิดเห็นของท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ซึ่งได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นแท้ที่จริงแล้วก็มีที่มาจาก รสช. คือจากคณะรัฐประหาร เช่นเดียวกัน และมีการแทรกแซงองค์กรอิสระคือแทรกแซงศาลรัฐธรรมนูญซึ่งก่อให้เกิด คดีซุกหุ้นแล้วหลุดรอดจากคดีนี้อย่างเฉียดฉิว หรือ ป.ป.ช. ก็มีการแทรกแซงแต่งตั้งคน ของตนเองเข้าไปเป็น ป.ป.ช. ในชุดที่ผ่านมา และแม้กระทั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งก็มี การแทรกแซง จนถึงขั้นที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ถูกศาลอาญาตัดสินจําคุกมาแล้ว ท่านประธานครับ มีครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่พลตํารวจเอกต้องถูกศาลตัดสินจําคุก เพราะทุจริตต่อตําแหน่งหน้าที่ ทั้ง ๆ ที่ตนเองนั้นเป็นองค์กรอิสระ นี่ก็คือผลพวง ช่องว่าง ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ได้ปิดช่องว่างต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ รายงานผลการบังคับใช้ของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นั้นจึงเรียกว่า ได้รายงานไว้อย่างสมบูรณ์รอบด้าน และรวมถึงเรื่องปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะ เป็นพวงเล็ก พวงใหญ่ ท่านประธานครับ พวงใหญ่แน่นอนครับแก้ไขปัญหาการซื้อเสียง การทุจริตในการเลือกตั้งได้มากกว่าพวงเล็ก เพราะวัน แมน วัน โหวต (One man one vote) หรือเขตเดียวเบอร์เดียวนั้นมีการซื้อเสียงได้ง่าย และผมในฐานะซึ่งเป็น ส.ส. มาจาก เขตเลือกตั้งได้รู้เห็นเป็นอย่างดีว่ามีการซื้อเสียงทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นอย่างยิ่ง กว่าผมจะหลุดรอดมาเป็นผู้แทนราษฎรได้ต้องฝ่าม่านสีเทาและม่านสีม่วง ของบางบุคคล กว่าจะได้มาเป็น ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นการที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้วิเคราะห์ และศึกษาผลการบังคับใช้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชน ผมขอสนับสนุนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน 🔗

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ท่านกรรมาธิการวิสามัญได้ไปดําเนินการ ในเรื่องนี้ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุดในกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยของสังคมไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ซึ่งจริง ๆ ประชาชนก็ดีใจเป็นอันมากที่ได้มีส่วนร่วม ดิฉันบังเอิญได้ไป มีส่วนร่วมอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วก็มีประชาชนสนใจเป็นอันมาก จากวันนั้นมาจนกระทั่ง ถึงปี ๒๕๕๐ ก็ได้มีการปรับแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งดิฉันเห็นว่าในหลายที่ไม่ได้มีการพูดถึง ดิฉันเข้าใจว่าท่านกําลังศึกษาในเรื่องปัญหาของการใช้รัฐธรรมนูญ อย่างหนึ่งที่มี การเปลี่ยนแปลงก็คือเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างมากและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ได้ระบุชัดเจนถึงเรื่องการเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมของประชาชน ที่เป็นทั้งหญิงและชาย ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๘๗ ซึ่งในเรื่อกระบวนการ แนวนโยบายก็ดี เรื่องของอะไรต่าง ๆ ก็ดี กฎหมายก็ดี ให้คํานึงถึงการมีส่วนร่วม สัดส่วนของทั้งหญิง และชาย แม้แต่เรื่องของการเลือกตั้งก็ยังบอกให้พรรคการเมืองได้คํานึงถึงโอกาสและ ความเท่าเทียมทางเพศด้วย และรวมไปถึงการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาก็เช่นเดียวกัน ซึ่งดิฉันถือว่าตรงนี้เป็นความก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวง ปัญหาที่พบของการใช้มาตราตรงนี้ ในรัฐธรรมนูญก็คือว่าไม่ได้มีการใช้อย่างจริง ๆ จัง ๆ ยกตัวอย่าง เช่น ในการสรรหา สมาชิกวุฒิสภาซึ่งตรงนี้จะง่ายกว่าการเลือกตั้งเยอะมาก มีสุภาพสตรีที่มีคุณสมบัติ เพียบพร้อมแล้วก็สมัครเข้ามาเป็นจํานวนไม่น้อย แต่เลือกสรรหาเข้าไปได้เพียงนิดเดียว ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ตรงนี้ถามว่าสอดคล้องกับสาระที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ไม่เลย แล้วถามว่าปัญหาของการใช้รัฐธรรมนูญตรงนี้จะทําอย่างไรเมื่อมี สารบัญญัติที่บัญญัติไว้ชัดเจนแต่ไม่ได้มีการปฏิบัติตามจะทําอย่างไร ในประเด็นถัดมา ท่านประธานคะ ที่ดิฉันเป็นห่วงและจริง ๆ แล้วเมื่อเวลาที่พูดคุยกันกับพี่น้องประชาชน ตอนร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนี้ การที่ระบุไว้ในเรื่องของการตรวจสอบการบริหาร ราชการแผ่นดิน ซึ่งปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญฉบับนั้นกว่าจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สามารถเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ก็ต้องใช้เสียงถึง ๒ ใน ๕ ท่านประธานคะ นั่นคือต้นเหตุอย่างใหญ่หลวงของปัญหาที่เรา กําลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้ เราบอกตลอดเวลาว่ากลไกของรัฐสภานั้นจะต้องทํางานได้อย่างเต็มที่ การตั้งกระทู้ถาม การเสนอญัตติก็เป็นไปได้ตามปกติอยู่แล้ว และซึ่งรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีก็ต้องมาตอบกระทู้ถามหรือว่า ตอบญัตติทั้งหลายทั้งปวงที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอขึ้นไป แต่เรื่องใหญ่ที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเรื่องของการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี เมื่อต้องใช้จํานวนถึง ๒ ใน ๕ ของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ ถึงได้เป็นไปไม่ได้เลย ในการตรวจสอบการใช้อํานาจของนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาตั้งแต่ ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ไม่ได้เลย ทําไม่ได้ อย่างนี้เป็นการตัดอํานาจของทางนิติบัญญัติที่จะให้ มีการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินอย่างแท้ ๆ เลย เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เอาละ มีการลดลงให้เหลือเพียงไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ วันนี้เต็มที่เลยคือ ๔๘๐ คน ๑ ใน ๕ ก็เพียง ๙๖ ถามว่ามากไหม มากอยู่นะคะ เป็นไปได้ไหมที่ฝ่ายค้านจะมีจํานวน ส.ส. น้อยกว่านี้ เป็นไปได้ค่ะ ถ้าเช่นนั้นหากเราประสงค์จะให้ประชาธิปไตยมันเป็นเรื่องเป็นราว จริง ๆ และสามารถทําให้สายนิติบัญญัตินั้นคานอํานาจด้วยการตรวจสอบการใช้อํานาจ ของนายกรัฐมนตรีได้ แม้เพียงฝ่ายค้านจะมีคนเดียวรัฐธรรมนูญก็ควรจะต้องเปิดโอกาส ให้เขาได้ทําหน้าที่อย่างเต็มที่ แม้มีเพียงคนเดียวซึ่งนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดแล้ว ในระบอบประชาธิปไตย แต่โดยหลักการดิฉันคิดว่าท่านต้องคิดถึงเรื่องนี้เป็นหลัก ปัญหา การบังคับใช้ก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ เราอาจจะคิดว่า โอ๊ย เป็นไปไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้ว มันเป็นไปได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามถ้าเราคิดว่านิติบัญญัติจะต้องมาทําหน้าที่ ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งก็เป็ นเรื่องหลักการใหญ่หลักการหนึ่ง ในระบอบประชาธิปไตย นั่นก็คือการคานอํานาจ ดิฉันคิดว่าตัวตรงนี้จะเป็นปัญหา อย่างใหญ่หลวงทั้งในบัดนี้และในอนาคต เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าอย่างไรเสียดิฉันก็คิดว่า ถ้ามีกรรมาธิการวิสามัญซึ่งอาจจะต้องไปดําเนินการต่อว่าจะคิดทําอย่างไร เหมือนที่ท่าน ได้เสนอเมื่อกี้ว่าอาจจะมีคณะอีกคณะหนึ่งเพื่อที่จะไปคิดดูว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อย่างไร ก็ฝากข้อพิจารณาตรงนี้ไว้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงแล้วผมลุกขึ้นมาพูดนี่ก็คืออยากจะตั้งคําถามไปที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ แต่บังเอิญท่านรองประธานสามารถขึ้นมาทําหน้าที่แทนแล้ว ผมเชื่อว่าเมื่อกี้ก่อนที่ท่าน จะลงไปก็คงจะได้ส่งความกันแล้วนะครับ คือผมก็ยอมรับครับว่ารายงานผลการศึกษา ปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขและเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการได้ไปศึกษา มานั้น ต้องชมเชยครับว่าทําได้ละเอียดดีมากแล้วก็ครอบคลุมพอสมควรทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็เชื่อว่าไม่ใช่ว่าทุกคนในสภานี้จะเห็นชอบไปทั้งหมด อันนี้เป็นเรื่อง ปกติธรรมดาอยู่แล้ว ทีนี้ปัญหาก็คือเมื่อกี้นี้ท่านประธานชัย ชิดชอบ บอกว่าจะให้มี การลงมติสําหรับรายงานฉบับนี้ ซึ่งแน่นอนที่สุดครับตามประเพณีของพวกเราแล้ว เมื่อมี การลงมติเกิดขึ้น เสียงส่วนใหญ่ก็ต้องเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการ ซึ่งอันนี้จะเป็นข้อวิตก ของผมเพราะว่าถึงแม้ว่าจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาการบังคับใช้เหมือนกับ ที่ท่านกรรมาธิการพยายามเน้นให้พวกเราฟังก็จริงนะครับ แต่เมื่อได้อ่านเนื้อหาข้างในแล้ว จะเห็นว่าเนื้อหานี้จะมีการพูด วิเคราะห์ วิจารณ์ ในหัวข้อ ในมาตราต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญ มากทีเดียวครับ ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนก็เห็นด้วย หลายฝ่ายก็อาจจะไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา ทีนี้เวลาเรารับรองรายงานการประชุม เราไม่ได้รับรองเฉพาะผลเพียงเท่านั้นใช่ไหมครับ เราต้องรับรองเนื้อหาของรายงานการประชุมทุกส่วนด้วย ผมกลัวว่าถ้ารับรองไปแล้วนี่ วันนี้เกิดว่าสภาของเรารับรองรายงานฉบับนี้มันจะเป็น การผูกมัดสภานี้ ผูกมัดพวกเราหรือเปล่าครับ ว่าในอนาคตข้างหน้าถ้ามีการคิดที่จะ เปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อกลับย้อนมาถึงวันนี้เรามีมติรับรองไปแล้ว การแก้ไข จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ อันนี้คือเรื่องที่ผมสมมุติขึ้นเท่านั้นเองนะครับ เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้มีการลงมติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ขอเรียนถาม ท่านประธานดูว่า ท่านคิดรอบคอบแล้วหรือยังที่จะให้มีการลงมติครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการมีอะไรจะเพิ่มเติมไหมครับ ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการลงมติ เชิญครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการศึกษาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า รายงานฉบับนี้นั้นเราได้ทําเสร็จมาเรียบร้อย แล้วก็ได้มีการเสนอสภาแห่งนี้มานานแล้ว เพื่อรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบถึงการศึกษา เพราะรายงานฉบับนี้นั้น เป็นญัตติของทุกพรรคการเมืองที่เสนอมาต่อสภาแห่งนี้ แล้วก็รายงานการศึกษานั้น เราได้นําประเด็นปัญหาความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาบรรจุในรายงานฉบับนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อได้สู่การพิจารณาของสภาแล้ว ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วโดยใจแล้วผมอยากให้ สมาชิกสภาแห่งนี้ได้รับทราบถึงการศึกษาทั้งหมด เพราะเรามีส่วนร่วมในการศึกษาร่วมกัน ทีนี้ประเด็นในการที่จะผ่านรายงานฉบับนี้ไปนั้น ผมคิดว่าผมอยากเห็นสภาแห่งนี้ ได้ใช้สิทธิเต็มที่ในการพิจารณา แต่ในวันนี้ผมต้องเรียนตรง ๆ ว่าจํานวนสมาชิกพิจารณา ในญัตติดังกล่าวนั้น ผมก็มีปัญหาเหมือนกันว่าที่ประชุมเราน่าจะเป็นปัญหา แต่เพียง รับทราบเท่านั้นเองว่า ถ้าสมมุติว่าไม่ติดใจการศึกษา ผมคิดว่าน่าจะผ่านไปได้ ถ้าไม่มี ผู้ใดโต้แย้งแล้วผมอยากจะเรียนว่ารายงานการศึกษานี้เป็นประโยชน์นะครับ เป็นประโยชน์ เพราะว่าเราไม่ได้มีการลงมติในประเด็นใด ๆ เลย เพียงแต่ว่าเมื่อที่ประชุมศึกษาประเด็นต่าง ๆ มาแล้วผ่านที่ประชุมใหญ่ของกรรมาธิการแล้วมันไม่มีปัญหาในการบังคับใช้เลย อย่างในกรณีมาตรา ๑๙๐ ผมจะยกตัวอย่างว่า จะต้องมาเสนอให้ความเห็นชอบในสภา ทุกครั้ง เนื่องจากว่าเราใช้รัฐธรรมนูญอย่างที่ท่านประธานเทอดพงษ์ได้อภิปรายหรือชี้แจง ไปแล้วว่า เรายังไม่มีกฎหมายลูกออกมาที่จะกําหนดขั้นตอนของสนธิสัญญาทั้งหลาย จึงเป็นปัญหาที่จะต้องนํามาสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรทุกครั้งที่สนธิสัญญา ต่าง ๆ เข้ามาสู่การพิจารณาของสภา แต่ถ้ามีกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญกําหนด ขั้นตอนไว้ชัดเจนแล้วนี่แทบจะไม่ต้องมาสู่การพิจารณาของสภาเลยก็ได้ในกรณี สนธิสัญญาทั้งหลาย เพราะเราได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์มาชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่ที่ประชุม สภาว่า เมื่อศึกษารายงานการศึกษาของกรรมาธิการ ท่านมีความเห็นอย่างไร แต่ผมคิดว่า เป็นรายงานที่สมบูรณ์ที่สุดฉบับหนึ่ง เพราะเราได้ศึกษาทุกแง่ทุกมุมของการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็คิดว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข มาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และส่วนใหญ่นั้นคล้ายคลึงกันแทบทุกประเด็น ทุกปัญหา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ตกลงท่านจะรับความคิดเห็นของผมไหมครับว่าไม่ควรจะลงมติครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านสมาชิกครับ ผมก็พิจารณาตามข้อบังคับนะครับ อยากเรียนท่านสมาชิกว่า ถ้าเราดูข้อบังคับ ข้อ ๙๖ ก็เขียนชัดเจนว่า เมื่อคณะกรรมาธิการได้ทํากิจการ พิจารณา สอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ตามอํานาจหน้าที่ หรือตามที่สภามอบหมายเสร็จแล้ว ให้รายงานต่อสภา คือไม่ได้บอกให้สภาลงมติ ไม่ลงมตินะครับ ก็แปลว่าขณะนี้ กรรมาธิการวิสามัญก็ไปศึกษาประเด็นปัญหาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเสร็จก็มารายงาน ต่อสภา สภาก็ทราบ ขณะที่รายงานท่านใดอยากท้วงติง ซักถามอะไร ท่านก็ซักถามไป กรรมาธิการจะมีหน้าที่ทําความเข้าใจชี้แจง เสร็จแล้วถ้าไม่มีใครติดใจเราก็ถือว่ารับทราบแล้ว ทีนี้ประเด็นมันอยู่ที่ข้อ ๙๗ คือเนื่องจากรายงานฉบับนี้กรรมาธิการท่านมีข้อสังเกต ซึ่งไปเกี่ยวข้องผูกพันกับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ ในข้อ ๙๗ ก็บอกว่า การพิจารณาของคณะกรรมาธิการถ้ากรรมาธิการ เห็นว่ามีข้อสังเกตที่คณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องควรทราบ หรือควรปฏิบัติ ใช้คําว่า ควร นะครับ ก็ให้บันทึกข้อสังเกตดังกล่าวในรายงานของ คณะกรรมาธิการเพื่อสภาพิจารณา ในการพิจารณาข้อสังเกตของกรรมาธิการให้สภา ลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยโดยไม่มีการอภิปราย ฉะนั้นในรายงานฉบับนี้ก็มีข้อสังเกต ของกรรมาธิการ ซึ่งก็ต้องถามมติว่าท่านจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตไหม ถ้าท่านเห็นด้วยก็จะส่ง ข้อสังเกตนี้ไปยังหน่วยงานที่เขาเกี่ยวข้อง ส่วนหน่วยงานนั้นรับข้อสังเกตแล้วจะนําไป ปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร ก็เป็ นเรื่องที่หน่วยงานนั้นจะต้องนําไปพิจารณาประกอบ เพราะว่าใช้คําว่า กรรมาธิการเห็นว่าควร ควรจะอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ได้ใช้คําว่า ต้อง ฉะนั้นผมคิดว่าถ้าจะลงมติก็จะถามมติเฉพาะข้อสังเกตของกรรมาธิการ ส่วนรายงาน ท่านไม่ติดใจ ก็ถือว่าท่านรับทราบไปแล้วนะครับ เชิญท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมนั่งฟังการอภิปรายตลอดเวลา ก็ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใด ติดใจ ไม่ว่าทั้งเนื้อหาแล้วก็ข้อสังเกต เพราะฉะนั้นการที่ที่ประชุมไม่ขัดข้อง ก็ถือได้ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ จึงไม่มีความจําเป็นใด ๆ ที่จะต้องลงมติครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมเอาประเด็นแรกก่อน เอาเรื่องรายงาน ยังไม่พูดถึงข้อสังเกตนะครับ ท่านใดยังมีอะไรติดใจสงสัยจะซักถามกรรมาธิการ หรือจะแสดงความคิดเห็นอะไรอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ส่วนประเด็นข้อสังเกตนี่นะครับท่านสมาชิก เพราะว่าข้อบังคับเขาเขียนไว้ ชัดเจน มันก็จําเป็นจะต้องถามมตินะครับ แต่วันนี้ผมคิดว่าเราก็ประชุมกันมาพอสมควร ผมว่าเราพักกันก่อน ขออนุญาตปิดประชุมก่อนครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๒.๒๙ นาฬิกา