ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องปัญหาการปฏิบัติโครงการเกษตรของเกษตรกร โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการออกแบบโครงการที่ไม่เหมาะสมกับพื้นที่และฤดูการเพาะปลูก รวมถึงปัญหาการขึ้นทะเบียนและเอกสารสิทธิของเกษตรกร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงนโยบายของรัฐบาลเพื่อเอื้อให้ผู้ปฏิบัติทํางานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานค่ะ จากที่ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ อันนั้นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เห็นว่าภาพรวมที่เป็นความตั้งใจแล้วก็เป็น ส่วนที่ประสบความสําเร็จแล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาปฏิรูปโครงสร้าง แต่สิ่งที่ดิฉันถาม คือสิ่งที่เป็ นปัญหาอุปสรรคในขั้นตอนการปฏิบัติ ดิฉันก็บอกแล้วว่าประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์พี่น้องเกษตรกรแล้วก็คนส่วนใหญ่พอใจ แต่อีก ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์หรือว่าที่เป็นปัญหาอุปสรรคเนื่องจากการออกแบบโครงการ เมื่อปีที่ผ่านมามันเป็นปีแรก รัฐบาลก็ออกแบบโครงการเหมือนกัน ใช้กับพี่น้องเกษตรกร ทั่วทุกภูมิภาค เรียกว่าออกแบบและใช้ชุดเป็นแบบเดียวกัน แต่พอมาสู่ในการปฏิบัติ มันมีความแตกต่างกันในพื้นที่ เช่น ภาคใต้ ฤดูเพาะปลูก สภาพโรงสีที่จะรับซื้อก็จะมี ความแตกต่างจากภาคกลาง ภาคกลางเองการทํานาในเขตชลประทาน นอกเขตชลประทาน แล้วก็วงรอบของการทํานาก็จะแตกต่างจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งก็จะมีสภาพการเพาะปลูกพันธุ์ข้าวที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลทํางานมา ๑ ปี เราได้สรุปประเมินผลงานโครงการแล้ว ที่ดิฉันถามไปก็คือถามว่า ก้าวต่อไปรัฐบาลจะมี การปรับปรุงนโยบายได้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงแล้วก็เอื้อให้ผู้ปฏิบัติทํางานได้มี ประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ ในมือของดิฉันมีเอกสารมากมายจากธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรของหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่เกษตรตําบลที่ได้สะท้อนปัญหาขึ้นมา ในขั้นตอนการปฏิบัติตั้งแต่การขึ้นทะเบียน เรื่องของเอกสาร รายละเอียด ซึ่งถ้าดิฉันถาม เวลาจะไม่พอ ดิฉันก็เลยพูดภาพรวม ยกตัวอย่าง เช่น บอกว่า การขึ้นทะเบียนในที่ที่ไม่มี เอกสารสิทธิ รัฐบาลก็ส่งสัญญาณไปว่าไม่จําเป็นต้องมีสัญญาเช่า สําเนาโฉนด ขอเพียง ทําประชาคมรับรองก็เพียงพอแล้ว แต่ว่าในข้อปฏิบัติจริงคนที่ทํานาในภาคกลางก็จะรู้ว่า นาส่วนใหญ่เป็นนาเช่า แล้วเจ้าของนาบางครั้งก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เป็นคนกรุงเทพฯ บ้าง คนต่างจังหวัดบ้าง ในปีแรกมีการไปขอเอกสารยากมากเลย บางทีเจ้าของนาก็ไม่เข้าใจว่า ทําไมจะต้องเอาสําเนาโฉนดเอาอะไรมา ปีนี้รัฐบาลน่าจะได้ส่งสัญญาณไปว่าการไปให้ สําเนาโฉนดพี่น้องเกษตรกรไม่ได้ส่งผลกระทบกับเจ้าของนาเลย เพื่อเป็นการเอื้อให้ เกษตรกรได้รับสิทธิเพราะบางคนไม่ได้เอกสารนี้มา นอกจากนั้นแล้วที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ รัฐบาลก็ชัดเจนว่าไม่สนับสนุนให้บุกรุกพื้นที่ใหม่แต่ขอให้เป็นพื้นที่ที่ทําการเกษตรอยู่ อย่างเดิม ที่จังหวัดลพบุรีก็มีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ในเขตทหารที่เกษตรกรก็ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่ว่าเขาก็ทํามา ทหารก็ให้ใช้กันมา ๒๐-๓๐ ปี บางพื้นที่ทหารก็ยินยอม กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ทําประชาคมเขาก็ได้รับสิทธิ แต่บางพื้นที่ก็ไปทําอยู่ในพื้นที่ของหน่วยทหารเลย ดิฉัน กราบเรียนว่าเกษตรกรยังเข้าไม่ถึง ดิฉันพูดว่าปีที่ ๒ นี่รัฐบาลจะปรับปรุงในรายละเอียด อย่างไร แม้แต่ขั้นตอนการทําสัญญา การออกใบรับรองว่าเป็นเกษตรกรตัวจริง ปีที่แล้ว ข้าวโพดนี่ไปติดล็อก ที่ดิฉันตามเรื่องเดิมของจังหวัดลพบุรี เพราะว่าในระเบียบของ กรมส่งเสริมการเกษตรไปกําหนดไว้ว่าเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจะเข้าร่วมโครงการได้ต้อง ปลูกหลังวันที่ ๑ พฤษภาคมเป็นต้นมา แต่ในข้อเท็จจริงเนื่องจากว่าเดี๋ยวนี้ฝนนี่ก็ไม่ได้มา ตรงตามฤดู แล้วข้อเท็จจริงคือเกษตรกรไม่ได้อาศัยนํ้าฝนอย่างเดียว ดิฉันลงพื้นที่ไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกษตรกรหักข้าวโพดตอนนี้ก็ยังมีเลยค่ะ เขาก็สามารถใช้นํ้าจาก นํ้าบาดาล หรือว่ามีแหล่งนํ้า เพราะฉะนั้นถ้าข้าวโพดนี่รัฐบาลตั้งใจว่าให้ ๑ ครั้งต่อ ๑ ปี ก็ไม่จําเป็นจะต้องไปกําหนดล็อกว่าจะเป็นการปลูกในเดือนไหน เพราะว่าปีที่แล้วของ จังหวัดลพบุรีปลูกเมื่อเดือนเมษายนฝนมาก็ปลูกแล้ว ปรากฏว่าที่ดิฉันตามอยู่ประมาณ ๖๐๐ กว่าราย แต่ทราบว่าบัดนี้รัฐมนตรีก็อนุมัติแล้ว ๖๐๐ กว่ารายเขาปลูกเดือนเมษายน ปลูกเดือนเมษายนก็ไปเก็บเกี่ยวประมาณเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ช่วงนั้นข้าวโพด ราคาตกตํ่ามากประมาณ ๓ บาท ๔ บาท แล้วเขาก็ไม่ได้รับสิทธิเพราะว่าไปติดล็อกว่า ปลูกเดือนเมษายน จนมาปลดล็อกเอาเมื่อเดือนนี้ แต่ถามว่าราคาข้าวโพดมันเกินไปกว่า ที่เขาจะได้รับส่วนต่างแล้ว ทั้ง ๆ ที่ช่วงที่เขาเก็บเกี่ยวเขาก็ขาดทุนจริงแล้วก็เป็นเกษตรกร ตัวจริง อันนั้นต่างหากที่เป็นรายละเอียด ซึ่งดิฉันกราบเรียนว่าไม่อาจใช้เวลาช่วงนี้เล่าได้ ทั้งหมด นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเรื่องของการสะท้อนมาจากทาง ธ.ก.ส. บอกว่าการกําหนด ราคาอ้างอิงที่ประกาศ ขณะนี้รัฐบาลก็ปรับเปลี่ยนจาก ๒ สัปดาห์มาเป็นทุกสัปดาห์แต่มัน ก็ยังไม่สะท้อนราคาที่แท้จริง เพราะว่าข้อมูลที่เอามาประกาศรอบใหม่มันจะมาจากข้อมูล ของสัปดาห์ที่ผ่านมา อันนี้ก็คิดว่าคงยากเหมือนกันในทางปฏิบัติ แต่รัฐบาลเพื่อให้ การดําเนินโครงการได้มีประสิทธิภาพก็คงจะต้องหาวิธี ดิฉันก็ติดตามว่ารัฐบาลก็พยายาม ปลดล็อกทุกอาทิตย์ แต่ว่าในเมื่อเรามีบทเรียนมาแล้ว ๑ ปี ก้าวที่ ๒ มันน่าจะทําได้ดีขึ้น นอกจากนั้นแล้วดิฉันก็เห็นว่ารายภูมิภาคมันจะเป็นไปได้ไหมว่าจะมีการปรับเปลี่ยน นอกจากนั้นแล้วก็จะมีเรื่องของการเชื่อมโยง ขออนุญาตเรียนถามต่อไปเลยนะคะว่า เราคงจะไม่ได้มองเรื่องประกันรายได้อย่างเดียว เพราะว่าการประกันรายได้ อาทิตย์ที่แล้ว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปตรวจสภาพภัยแล้งก็จะเห็นว่าวิกฤตินํ้านี่เกิดขึ้นมาก รัฐบาล ก็ส่งสัญญาณว่าให้ลดพื้นที่ทํานาปรัง หรือว่าเรื่องของการงดการใช้นํ้า การส่งเสริม ให้ทํานาปีละ ๒ ครั้ง เพราะว่านาข้าวนี่จะให้ ๒ ครั้ง แต่ว่าแรงจูงใจที่จะทําให้เกษตรกรนี่ เว้นว่างจากพื้นที่มาปลูกข้าวแค่ ๒ ครั้ง เพราะว่าถามเกษตรกรจริง ๆ ก็คือทํา ๓ ครั้งนี่ ขาดทุน ทํา ๒ ครั้งนี่ยังพอเหลือ แต่ถ้ามีพื้นที่ว่างเขาจะทําอย่างไร ข้อเท็จจริงก็คืออันนี้ พูดแล้วก็ยาว พอไปดูปัญหาเมล็ดพันธุ์ที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชฤดูแล้ง ที่ใช้นํ้าน้อย ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ปรับปรุงโครงสร้าง กรมส่งเสริม การเกษตรก็ไปปรับให้ เมื่อก่อนเราจะมีหน่วยขยายพันธุ์พืช เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตเมล็ดถั่ว เมล็ดงา หรือว่าเมล็ดพืชอื่น ๆ ที่จะมาส่งเสริมเกษตรกรชดเชยการปลูกข้าว แต่ปรากฏว่า ขณะนี้หน่วยขยายพันธุ์พืชทั้งหลายก็ไปอยู่สังกัดก็คือกรมการข้าว ก็ทําให้ไปผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างเดียว ถามว่าพอจะบอกให้เกษตรกรชาวนาไม่ปลูกข้าวแล้วเว้นว่าง ก็ไม่มีเมล็ดพันธุ์อะไรที่จะให้เขาปลูกทดแทนนะคะ นอกจากนั้นแล้วก็ยังต้องเชื่อมโยงไป กับเรื่องของการตัดวงจรชีวิตเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาล ถ้าหากรัฐบาลเอาโครงการ ประกันรายได้ไปเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง การส่งเสริมการปลูกพืชใช้นํ้าน้อย หรือว่าการป้ องกันการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืช ถ้าสามารถมองเป็นแบบองค์รวม เราก็จะทําให้นโยบายนี้เป็นก้าวต่อไปที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านมาพอดีนะคะดิฉัน ก็ให้กําลังใจท่าน เพราะว่า ๑ ปีที่ผ่านมาก็ถือว่าท่านสุดยอดนะคะ ทุกสรรพกําลังที่ระดม เข้ามานี่ ธ.ก.ส. กรมส่งเสริมการเกษตรทุ่มเทกันเข้ามา ทําได้ขนาดนี้ก็ถือว่าทําได้ดีแล้ว ให้กําลังใจแต่ว่าที่ดิฉันเป็นห่วงก็คือก้าวต่อไปทําอย่างไรจะให้มันดีมากขึ้นกว่าเดิม ก็ขอฝากเป็นประเด็นคําถามไว้ด้วยว่า ก้าวต่อไปเหลียวหลังแล้วแลไปข้างหน้ารัฐบาล จะก้าวเดินอย่างไร